ห น่ ว ย ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 9 การเสริมสร้างจริยธรรม ในองค์การ
คำ ว่า “คุณธรรมและจริยธรรมในองค์กร” พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542ให้ความหมายของคำ ว่า “คุณธรรม” ว่า “สภาพ คุณงามความดี” ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การที่จะวินิจฉัยว่าบุคคลใดมีคุณธรรมดีเด ่นมากน้อยเพียงใด นั้น ย่อมต้องพิจารณาโดยรวมว่าบุคคลนั้นมีอุปนิสัยและ ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ดำ รงตนอยู่ในกรอบของ กฎหมาย และศีลธรรมเพียงใด เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และต่อสังคมอย่างไร และเป็นผู้ที่ ยึดมั่นในความถูกต้องชอบ ธรรมเพียงใด (ธานินทร์กรัยวิเชียร,2550) พจนานุกรมฉบับ เดียวกันนี้ให้ความหมายของคำ ว่า“จริยธรรม”ว่าเป็น “ธรรมที่ เป็นข้อประพฤติ ปฏิบัติ” ตามหลักศีลธรรม และกฎศีลธรรม ดัง นั้น จริยธรรมของผู้ปฏิบัติงานในองค์กรที่ดีควรจะปฏิบัติ หน้าที่ในวิชาชีพอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และผู้บริหาร ที่ดีนั้นจักต้องครองตนในสังคมอย่างไร (ธานินทร์กรัยวิเชียร, 2550) 1.ความหมายของจริยธรรมในองค์การ
จริยธรรมมีความสำ คัญสำ หรับเป็นแนวทางแห่งความ ประพฤติปฏิบัติสำ หรับตนเองและสังคมโดยรวม ซึ่งเมื่อ บุคคลได้นำ มาปฏิบัติแล้ว ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์สุข มีความ สงบและเจริญก้าวหน้า องค์การใดหรือหมู่คณะใด ได้ ประพฤติปฏิบัติในหลักของจริยธรรมแล้ว ย่อมเป็นสังคมแห่ง อารยะ คือ สังคมแห่งผู้เจริญอย่างแท้จริง โดยมีผู้กล่าวถึง ความสำ คัญของจริยธรรม ไว้ดังนี้ จริยธรรม เป็นรากฐานของความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคง และความสงบสุขของประชาชน สังคม ประเทศชาติ เพราะ ประเทศชาติแม้จะได้รับการพัฒนาในด้านวัตถุ เทคโนโลยี ความทันสมัยของวิทยาการต่างๆ มากมายเพียงใด หากแต่ ขาดจริยธรรมแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนก็ไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพราะเป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดการแข่งขัน แย่งชิง และ เบียดเบียนทำ ร้ายซึ่งกันและกัน การพัฒนาบ้านเมือง ต้องพัฒนาด้านจิตใจก่อน เพราะการ พัฒนาจิตใจของคนในสังคม หมายถึง การพัฒนารากฐาน แห่งความเป็นมนุษย์ เมื่อรากฐานแห่งความเป็นมนุษย์ถูกเติม เต็มในจิตใจแล้ว การพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม การ ศึกษา และการพัฒนาด้านอื่นๆ ย่อมเจริญรุดหน้าไปด้วย และถือได้ว่าเป็นการพัฒนาที่สร้างสรรค์ 2.ความสำ คัญของจริยธรรมในองค์การ
จริยธรรมมิได้จำ กัดความหมายอยู่ที่การถือศีล การเข้าวัด ปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนาโดยไม่มุ่งทำ ประโยชน์ต่อสังคม เท่านั้น หากแต่หมายถึง การประพฤติปฏิบัติโดยวางรากฐาน ความคิด ความเห็นที่ถูกต้อง การทำ หน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ เว้นสิ่งที่ควรเว้น กระทำ ในสิ่งที่ควรทำ ดำ เนินชีวิตถูกต้องตาม เหตุผล ตามกาลเทศะ ดังนั้น จริยธรรมจึงมีความจำ เป็นและมี คุณค่าก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนในสังคม จริยธรรม เป็นเครื่องควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ในสังคมให้เกิด การยอมรับในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น จริยธรรม จะเป็นเครื่องมือหล่อหลอมให้คนเกิดความรัก ความสามัคคีต่อ กัน ประพฤติปฏิบัติต่อกันด้วยความเอื้ออาทร ต่อผู้อาวุโสกว่า และมีความอ่อนโยนต่อผู้ที่ด้อยกว่าทั้งด้านอายุ ตำ แหน่งหน้าที่ การงาน หรือสถานภาพทางสังคม
สำ หรับผู้นำ ในสังคมไทยเรื่องจริยธรรม ถือเป็นองค์ประกอบ สำ คัญในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งจริยธรรมพื้นฐานของผู้นำ ที่ ประชาชนทุกกลุ่มในสังคม (ที่แม้จะมุ่งผลประโยชน์ต่างกัน) ต้องการเหมือนกันคือ การยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุข ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การคุ้มครองสวัสดิภาพการปราบ ทุจริต การกระจายความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และการเปิด กว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย สังคมที่เข้มแข็ง ต้องจริงจังในการตรวจสอบจริยธรรมขั้นพื้นฐานของผู้นำ การ ปล่อยปละละเลยจะทำ ให้เกิดวิกฤตจริยธรรมผู้นำ และนำ ไปสู่ วิกฤตประเทศอย่างที่เป็นอยู่ เพื่อความสงบสุข ร่มเย็น ของประเทศ จำ เป็นต้องมีการกำ หนดมาตรฐานและ กระบวนการตรวจสอบจริยธรรมขั้นพื้นฐานของผู้นำ ให้ชัดเจน มิฉะนั้นแล้วประเทศจะต้องเผชิญกับวิกฤตและเกิดความ บอบช้ำ เพราะความไร้คุณธรรมจริยธรรมของผู้นำ ในหลาย ระดับ จริยธรรมพื้นฐานของผู้นำ ที่รับผิดชอบต่อสิทธิประโยชน์ ต่างๆ ของประชาชนอย่างยุติธรรม จริยธรรมดังกล่าวพุทธ ศาสนาเรียกว่า "จักรวรรดิวัตร 5" ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ ผู้ ปกครองผู้ยิ่งใหญ่ 5 ประการดังนี้ 3.จริยธรรมสำ หรับผู้นำ
1. ธรรมาธิปไตย ผู้นำ ต้องถือธรรมเป็นใหญ่ คือ ยึดถือหลักการ ความจริง ความถูกต้องประโยชน์สุขที่แท้จริงของประชาชนเป็น หลักเกณฑ์ เป็นมาตรฐาน 2. ธรรมิการักขา ผู้นำ ต้องสามารถจัดการบำ รุง คุ้มครองรักษาที่ ชอบธรรมให้แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตลอดจนสัตว์ทั้งหลาย ทั้ง สัตว์บก สัตว์บิน สัตว์น้ำ 3. อธรรมการนิเสธนา ผู้นำ มีหน้าที่ป้ องกันแก้ไขกำ ราบ ปราบปราม ไม่ให้มีการกระทำ ที่ไม่ชอบธรรมไม่เป็นธรรม 4. ธนานุประทาน ผู้นำ มีหน้าที่จัดสรรแบ่งปันเฉลี่ยทรัพย์สินเงิน ทอง ปัจจัยยังชีพ ให้ทั่วถึงแก่คนที่ขาดแคลนยากไร้ให้พอเพียงที่จะ ดำ รงชีวิตอยู่ได้ด้วยดีโดยทั่วกันอย่างยุติธรรม 5. ปริปุจฉา ผู้นำ ต้องรู้จักแสวงปัญญา รู้จักปรึกษาสอบถาม เข้าหา ผู้รู้ผู้ทรงคุณ ค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอและยิ่งๆ ขึ้นไป
1. ควรมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีกิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อยต่อผู้ ร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง 2.ต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับที่เป็นพนักงานขององค์กรและ ต้องรักษาและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรให้เป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไป 3.ต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม 4.ต้องไม่ฝักใฝ่ในกลุ่มการเมือง และต้องวางตัวเป็นกลางอย่าง เคร่งครัด 4.จริยธรรมสำ หรับพนักงานในองค์กร
แนวทางการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณของ บุคลากร และการสร้างระบบสิ่งจูงใจในการเพิ่มคุณสมบัติของ บุคลากร ให้มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณในการทางาน เพื่อให้ก้าวสู่ความเป็นสากล ได้แก่ 5.แนวทางการเสริมสร้างจริยธรรมในองค์การ 1.การสร้างบรรยากาศในการทำ งานทำ ให้เกิดการยอมรับ มี ความรู้สึกอยากทำ งานโดยไม่ต้องมีการบังคับ 2. ผู้นําควรเป็นแบบอย่างที่ดีี 3. มีกิจกรรมการสร้างแรงจูงใจและให้รางวัลสาหรับผู้ทำ ดีในแต ่ ละด้าน 4. ทำ อย่าางไรให้ทุกคนมีความรักองค์กร ทำ เพื่อองค์กร 5. ผู้นําต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เสียสละ เป็นต้นแบบที่ดี ยุติธรรม
6. มีมาตรฐานการทำ งาน ขั้นตอนการทำ งาน ระบบพี่เลี้ยง มีการ แนะนํางาน 7. มีค่านิยมร่วมในองค์กร คือ SUSA+1S S = SINCERITY จริงใจ U= UNDERSTANDING เข้าใจ S=SACRIFICE เสียสละ A=APPRECIATION การชื่นชม S=SERVICE MIND จิตบริการ 8. มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างหน่วยงาน 9. มีการพบปะหารือเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน 10.มีการเผยแพร่คุณงามความดีให้กับบุคลากรที่มีีการปฏิบัตดิี เสียสละ อุทิศตน