THESIS Design and Planning Project of 3.1
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.1 รายละเอียดของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
PARTICULARS OF PROJECT
3.1.4 หลักสตู รธรรมะอารมณ์ดีกับโครงการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม เพ่อื พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ เดก็ และเยาวชน
ในรูปแบบคา่ ยคณุ ธรรม (หลักสตู รที่ 1 - 6) [ตอ่ ]
หลักสูตรที่ 4 : คา่ ยศิลปะแหง่ ชีวิต พิชติ ความสขุ หลกั สตู รท่ี 5 : ค่ายวาทศลิ ป์เพ่อื พฒั นาผนู้ าเยาวชน
กลุ่มเป้าหมาย : นกั ศกึ ษาในระดบั อดุ มศกึ ษาหรอื นกั ศกึ ษาผใู้ หญ่ (กศน.) กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียน นักศึกษาท่ีเคยผ่านการอบรมในหลักสูตรท่ี 3
ลักษณะของหลักสตู ร : หลักสูตรทแี่ ทรกกระบวนการฝึกอบรมเตรียมชีวิต และนักศกึ ษาทีเ่ ปน็ ผู้นานกั เรียน กรรมการนักเรยี น
สาหรับวัยทางาน ลักษณะของหลักสูตร : หลักสูตรที่ฝึกให้นักเรียน นักศึกษา ได้พัฒนา
แนวคิด : แนะนาการใช้ชวี ติ ทงั้ 4 ด้าน ท่ีมักก่อให้เกิดทุกข์ คือ การเรียน วาทศลิ ป์ การพดู ต่อท่ีชุมชน การกล่าวสนุ ทรพจน์
การงาน การเงิน และความรัก แนวคิด : เน้นกระบวนการพัฒนาการความเป็นผู้นา กระบวนการคิด
การวางตัว ภาวะผู้นา และความมอี ัจฉริยะ
- เชือ่ มโยงผ้เู ขา้ รับการอบรมไดเ้ ห็นความเป็นจริงของชีวิตและวิถีทาง กระบวนการอบรม :
ที่ต้องดาเนินตอ่ ไปวา่ ควรเป็นเช่นไรชีวติ ถึงจะมคี วามสุข
- การเรียนรู้ธรรมะดว้ ยกจิ กรรมและสือ่ ทนั สมัย
- เน้นศิลปะการใช้ชีวิต “การบริหารจัดการชีวิต” (Life Manage- - กระบวนการเรยี นรแู้ ละวิเคราะหป์ ัญหา เทคนคิ การทา SWOT
ment), “ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร กิ เ ล ส ” (Kilesa Management) แ ล ะ - อภปิ รายและเสวนา
“ปาฏหิ าริยแ์ ห่งชีวิต : ความรัก ศรัทธา ปาฏิหาริย์” - วธิ ีการคดิ แบบสร้างสรรคอ์ ยา่ งเป็นระบบ (System Thinking)
กระบวนการของหลักสูตร :
หลกั สตู รพเิ ศษ : คา่ ยวปิ สั สนานบุ าล (การภาวนาเพอ่ื รเู้ ทา่ ทนั ความทกุ ข)์
- การเรยี นรู้ธรรมะด้วยกจิ กรรม
- เรยี นรกู้ ระบวนการของชีวติ ด้วยสถานการณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนจริง กลุ่มเป้าหมาย : ผู้เข้ารับการอบรมทุกเพศทุกวัยที่ต้องการปฏิบัติธรรม
- การอบรมดว้ ยสอ่ื ทนั สมัย ลักษณะของหลักสตู ร : หลักสตู รท่ีนาทุกคนเข้าสู่การดูจิตของตนเองด้วย
- การทาวตั รสวดมนต์ เดนิ จงกลม น่ังสมาธิ การภาวนา
แนวคิด : ให้ความสาคัญกับการปฏิบัตวิ ปิ ัสสนากัมมฏั ฐาน
- ยึดหลัก “การทางานคอื การปฏิบตั ธิ รรม” ด้วยกิจกรรมศิลปะแห่ง
การใช้สติ กจิ กรรมการปฏบิ ัติในชวี ติ ประจาวนั วิถีแห่งการรู้แจ้ง ชีวิตหลัง
ความตาย ชีวิตใหมท่ ่ีต้องเตรยี ม
กระบวนการอบรม :
- การเรยี นรู้ธรรมะด้วยกิจกรรม
- การอบรมดว้ ยส่อื ทนั สมัย
- การทาวตั รสวดมนต์ เดนิ จงกรม นัง่ สมาธิ
- การปฏบิ ัติธรรมเพือ่ การพฒั นาคุณภาพชีวิต
- ศลิ ปะพาใจกลบั บ้านทีแ่ ทจ้ รงิ
ตวั อย่างกจิ กรรมและหวั ข้อการอบรม :
- ธรรมะบรรยาย “วิปัสสนานุบาล” ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับการ
เจรญิ วปิ ัสสนากมั มัฏฐาน
- สตปิ ฏั ฐาน 4
- การสวดมนต์ แผ่เมตตา
- การเดนิ จงกลม
- อานาปานสติ/เรยี นรชู้ วี ิตจากลมหายใจ
- ถามตอบปัญหาธรรมะ
- ความรูห้ ยบิ มือเดยี วที่ทาให้คุณ...พบความสขุ
35
3.1 โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
RSetuledvyants
นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
3.1 รายละเอียดของโครงการ
PARTICULARS OF PROJECT
3.1.5 หลักสตู รธรรมะอารมณ์ดกี บั โครงการสง่ เสรมิ คุณธรรม 3.1.6 ตัวอย่างกิจกรรมธรรมะอารมณด์ ี
จรยิ ธรรม เพ่อื พฒั นาคุณภาพชีวิตบุคลากรในองค์กร
กลุม่ เป้าหมาย : ข้าราชการ พนักงานเอกชน เจ้าหนา้ ที่องคก์ ร กิจกรรม “รวมความแตกต่างให้เป็นหนง่ึ เดยี ว”
ตัวอย่างหลักสูตร : เน้นการละลายพฤติกรรม หลอมรวมจติ ใจใหร้ ู้จักและคุน้ เคยกนั มาก
หลักสตู ร “ธรรมคน่ั กลาง : การงาน + ความสขุ ” ขึ้น ย้าให้ผเู้ ข้ารบั การอบรมมีหวั ใจในการทาความดี และกระทาไปในทาง
หลักสูตร “ธรรมะพลิกชวี ติ ดว้ ยเศรษฐกจิ พอเพียง” เดยี วกัน
หลกั สตู ร “ชีวติ เบิกบาน การงานเปน็ สขุ ” กจิ กรรม “Positive and Creative Thinking” แคพ่ ลกิ ความคดิ ชวี ติ กเ็ ปลยี่ น
หลักสูตร “ธรรมะอารมณ์ดี เสริมสรา้ งสามัคคีในองค์กร”
หลกั สูตร “ฟงั พระ ฟงั เพลง ฟงั ตวั เอง ฟังความคิด” เน้นการฝกึ ทกั ษะในการคิดวเิ คราะห์ ใหผ้ ้เู ขา้ รับการอบรมมีทัศนะคติ
การอบรมทผี่ สมผสานระหวา่ งพระพุทธศาสนากบั ศาสตร์สมัยใหม่ : ท่ีดตี ่อเหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ข้ึนกบั ชวี ิตและสังคม สามารถรบั มือไดอ้ ยา่ งมสี ติ
- กิจกรรมพฒั นากาย จิต อารมณ์และสงั คม กิจกรรม “ศิลปะพาใจกลบั บ้าน...กนั เถิด”
- กิจกรรมการปฏบิ ตั ิธรรม สวดมนต์ แผ่เมตตา
- กิจกรรมการสรา้ งจิตสานกึ ในการเปน็ ส่วนหน่งึ ขององคก์ ร เนน้ การปฏบิ ตั ธิ รรม ทาวัตรสวดมนต์ ทาสมาธิ แผเ่ มตตาด้วยอานา
- กจิ กรรมการเคล่อื นไหวและเรียนรู้จากกจิ กรรมจติ วิทยา ปานสติ การเรยี นรชู้ ีวติ จากลมหายใจศึกษาหลักธรรมของพระพุทธเจ้าด้วย
รปู แบบการอบรม : ความรหู้ ยบิ มือเดียวท่ีทาให้คุณพบความสขุ
- การฟงั ธรรมะอารมณ์ดี กิจกรรม “ธรรมะทอรัก ชีวิตวยั ร่นุ ...วุน่ รัก”
- กระบวนการรว่ มคดิ รว่ มคยุ AIC
- วธิ ีการคิดแบบสร้างสรรค์อยา่ งเปน็ ระบบ (System Thinking) เน้นสะทอ้ นปัญหาสงั คมของเยาวชน เชน่ ปญั หาความรัก การเรียน
- กระบวนการเรยี นรผู้ า่ นกิจกรรมจติ วิทยา “Psycho Activities” การทะเลาะวิวาท ยาเสพติด การคบเพอื่ น เพอื่ ปลกุ จติ สานกึ ของเยาวชนให้
- ฝกึ ปฏิบัติจริงและกิจกรรมกลมุ่ ยอ่ ย มองเห็นปัญหาและลกุ ข้ึนมาแกป้ ัญหาด้วยตนเอง
กิจกรรม “ธรรมะคลายใจ/คดิ อยา่ งเซน็ ”
เนน้ การเสวนาพดู คยุ ในเร่อื งของความทกุ ขแ์ ละวธิ กี ารดับทุกข์ โดย
ผ่านกิจกรรมการพดู คยุ แบบสุนทรยี สนทนา การเล่าเรื่องในแบบฉบับเซน
กจิ กรรม “มมุ มอง...เมอื่ คุณยืนอยคู่ นละฝง่ั กับใครสกั คน”
เน้นการเรียนรู้ เรอ่ื งมุมมองทแ่ี ตกต่างแต่ไม่แตกแยก สอนใหผ้ ูเ้ ข้ารับ
การอบรม ไดเ้ รียนร้วู ิธกี ารสลายความขดั แยง้ เชิงพทุ ธ
กจิ กรรม “ดวงประทปี ...แหง่ รักแท้”
เนน้ การสง่ เสริมใหผ้ ้เู ขา้ รับการอบรม ไดต้ ระหนกั ถงึ หนา้ ท่ี ของความ
เปน็ ลกู วา่ คณุ ทาหนา้ ทไี่ ด้สมบูรณ์หรือยัง
กิจกรรม “พลงั บวกของชวี ติ การสร้างกาลังใจใหต้ นเองและผอู้ ืน่ ”
เน้นการสร้างกาลังใจในการดาเนนิ ชวี ติ ทีม่ ีปัญหาและอุปสรรคมาก
มาย จะสามารถสรา้ งกาลงั ใจใหก้ ับตนเองและผอู้ ่ืนไดอ้ ย่างไร รวมถึงการ
ใช้คาพดู ทสี่ ร้างกาลังใจ การคดิ แบบสรา้ งกาลังใจ
กจิ กรรม “ปรชั ญาหนา้ กฏุ ิ ไอสไตนถ์ าม...พระพทุ ธเจ้าตอบ”
เนน้ ให้ผูเ้ ขา้ รบั การอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องท่ีสงสัย
กับเพอ่ื นผเู้ ขา้ รบั การอบรมและวิทยากร ทั้งความสงสัยในคาสอนของหลัก
พระพทุ ธศาสนาหรอื ปญั หาชวี ติ การแก้ปญั หาท่ีเกดิ ข้ึนในชีวติ
36
THESIS Design and Planning Project of 3.1
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.1 รายละเอียดของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
PARTICULARS OF PROJECT
3.1.7 ปฏิบตั ธิ รรม ฉบบั ปา่ โมกขธ์ รรมาราม
แนวทางปฏบิ ัตธิ รรม สถานปฏิบตั ิธรรมป่าโมกข์
ธรรมาราม
แนวทางปฏิบัติ : วิปสั สนากรรมฐาน แนวทางเดยี วกับพระธรรมสงิ หบุรา การปฏบิ ัติวิปัสสนากรรมฐาน
จารย์ หรอื หลวงพอ่ จรัญ ฐิตธมโฺ ม วดั อัมพวนั จ. คอื การเจริญสตปิ ฏั ฐาน 4 เพ่อื ให้ถงึ ซ่งึ สภาวธรรมตามความเป็นจรงิ
สงิ ห์บรุ ี เป็นการศึกษาชวี ติ ชาระใจใหบ้ ริสุทธิ์ ปลดเปล้ืองทุกขน์ านาประการ
หลกั พิจารณา : สตปิ ฏั ฐานสูตร 4 (ดูกาย ดูเวทนา ดูจติ ดูธรรม) การเจริญวปิ สั สนากรรมฐานเป็นหนทางเดยี ว
กิจวัตรหลกั : การเดินจงกรม (บริกรรม 6 ระยะ คือ ยกสน้ หนอ ยก ทท่ี าให้ “บรรลมุ รรคผลนพิ พาน”3
หนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ กดหนอ)
การน่ังสมาธิ (บรกิ รรมพองหนอ-ยบุ หนอ)
การทาวตั รสวดมนต์
การฟังธรรมเทศนา
การบาเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยเหลอื งานวัด
มอื้ อาหาร : ม้ือเดยี ว
การใชว้ ปิ สั สนากรรมฐานตามแนวสตปิ ัฏฐาน 4 รว่ มกบั โครงการอบรม
คณุ ธรรม จริยธรรมของเด็ก เยาวชนและบคุ ลากรในองค์กร2
การปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐานสามารถเกดิ ประโยชน์ใน 3 ขน้ั ได้แก่
- ประโยชน์ในเบื้องต้น คือ ประโยชน์ท่ีเกิดในทันทีต่อกายและใจของ
ผู้ปฏิบัติ
- ประโยชน์ในท่ามกลาง คือ ประโยชน์ในขณะที่เกิดจากความมีสติ
ต่อการรบั รสู้ ิ่งทม่ี ากระทบอารมณ์ ไดแ้ ก่ ตา หู จมกู ลน้ิ กาย และใจ
- ประโยชนส์ งู สุด คอื พระนพิ พาน
การนาวิปัสสนากรรมฐานแนวสติปัฏฐาน 4 มาใช้ร่วมกับโครงการ
อบรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็ก เยาวชนและบุคลากรในองค์กร สามารถ
ไดร้ บั ประโยชน์ทั้งในเบ้ืองต้นและในท่ามกลางได้ ด้วยใช้สติพิจารณาธรรม
4 ประการ ได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม ซึ่งช่วยให้ผู้ได้รับการอบรมมี
จิตใจผ่อนคลาย หายตึงเครียด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการทากิจกรรม
ต่างๆ เพราะ จิตมีสมาธิ นอกจากนี้ยังทาให้เกิดปัญญา มีความอดทน มอง
เหน็ คุณคา่ และม่ันใจในตวั เองมากขึ้น รวมถึงคิดไตร่ตรองก่อนทาการใดๆ
2พฒุ นิ าท ทรงสมบตั ชิ ยั . 2553. “ผลการปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐาน แนวสตปิ ฏั ฐาน 4 ตอ่ ความฉลาดทางอารมณ์ ดา้ นการตระหนกั รู้
ตนเองของนกั เรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5.” วารสารศกึ ษาศาสตร์ ฉบบั วจิ ยั บณั ฑติ ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . 4( 4 ) :
138-146.
3ณฐั วรรธน์ ภรนรา. 2550. “สวดมนต์ ทากรรมฐานตามแบบหลวงพอ่ จรญั .” พิมพค์ รง้ั ที่ 1. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั รงุ่ เรอื งวริ ยิ ะ
พฒั นาการพมิ พ์ จากดั .
37
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานิพนธ์
สานักปฏบิ ตั ิธรรมป่าโมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกยี รติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม ทฤษฎที าง
พระพุทธศาสนา
RSetuledvyants 3.2 ศึกษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.1 ทฤษฎีการออกแบบโครงการที่เกี่ยวขอ้ ง
วปิ ัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4
หลกั การออกแบบสถานปฏบิ ตั ธิ รรมที่เอือ้ ให้เกดิ ความสัปปายะ
หลักการออกแบบพื้นท่ีในการเจริญสติ (เดินจงกรม)
หลักการออกแบบการวางผงั ในเขตวดั
การเกษตรแนวพทุ ธกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพยี ง
ทฤษฎีทาง หลักการออกแบบทว่ี ่างทางสถาปตั ยกรรมกับพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
จิตวิทยา
ทฤษฎจี ติ วทิ ยากบั การออกแบบเชิงภูมทิ ัศน์
ทฤษฎกี ารออกแบบ
โครงการ
ทฤษฎีทาง หลักการออกแบบหอประชมุ
สถาปตั ยกรรม หลกั การออกแบบและการใช้แสงธรรมชาตภิ ายในห้องสมุด
หลกั การออกแบบอาคารประหยดั พลังงานในภูมอิ ากาศเขตร้อนช้นื
สัดส่วนร่างกายประชากรไทยเพอื่ การออกแบบทางสถาปัตยกรรม
แผนภมู ิท่ี 3.3 แสดงรายละเอียดทฤษฎกี ารออกแบบโครงการท่เี กย่ี วขอ้ ง
38
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศกึ ษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.2 วิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4
กายานปุ ัสสนาสตปิ ัฏฐาน (รูป) จิตตานุปสั สนาสตปิ ัฏฐาน (จติ )
มสี ติเขา้ ไปตั้งและตามดูกาย มีสตเิ ข้าไปต้งั และตามดจู ิตหรือความคดิ
กาหนดรู้ลมหายใจเขา้ ออก อานาปานสติ จติ ท่ีมรี าคะ ผปู้ ฏบิ ัติพงึ ตามรู้เทา่ ทนั จิต “ชอบหนอ” “โลภหนอ”
กาหนดรอู้ ิรยิ าบถ อริ ยิ าบถ
จติ ไม่มรี าคะ จิตสงบผอ่ งใส “รู้หนอ”
กาหนดรทู้ กุ อริ ิยาบถทเี่ คลอื่ นไหว สมั ปชญั ญะ
กาหนดรูส้ ่งิ ปฏิกลู ในร่างกายเป็นของนา่ เกลยี ด ปฏิกลู มนสกิ าร จิตทมี่ ีโทสะ ผู้ปฏิบัตพิ ึงตามร้เู ท่าทนั จิต “โกรธหนอ”
กาหนดรู้ธาตทุ ัง้ 4 ธาตุมนสกิ าร จติ ท่ีไม่มโี ทสะ จิตสงบผอ่ งใส “รู้หนอ”
กาหนดรซู้ ากศพ 9 ประเภท วสีวถกิ ะ
จติ ทีม่ ีโมหะ ผปู้ ฏบิ ตั ิพงึ ตามรูเ้ ท่าทนั จติ “สงสยั หนอ” “คิดหนอ”
จิตทไ่ี ม่มีโมหะ จติ สงบผอ่ งใส “รู้หนอ”
จติ หดหู่ จติ หดหูเ่ ซือ่ งซมึ เป็นอารมณข์ องการเจรญิ วปิ สั สนา
และฟงุ้ ซา่ น ตามสมควร พึงกาหนดวา่ “งว่ งหนอ”
จิตมหคั คตจิต ผูท้ ่บี รรลุฌานแลว้ พงึ รจู้ ติ ที่เกิดกอ่ นหรอื หลังฌาน
สติปัฏฐาน (4) 4
การต้งั สตกิ าหนดเพยี รพิจารณา (รปู เวทนา จิต ธรรม) เพ่ือกาจัดทุกข์
รสู้ ึกเป็นสขุ ทางกาย “สบายหนอ” สุขเวทนา นิวรณ์ 5 ขนั ธ์ 5 อายตนะ โพชฌงค์ 7 อริยสจั 4
รู้สึกเป็นทกุ ขท์ างกาย “ปวดหนอ” ทุกขเวทนา - กามฉนั ทะ - รูป - ธาตรุ ับ - สติ - ทกุ ข์
- พยาบาท - เวทนา - ธาตกุ ระทบ - ธรรมวิจยั - สมุทัย
ร้สู ึกเปน็ กลาง ไมส่ ขุ ไมท่ ุกข์ “เฉยหนอ” อุเบกขาเวทนา - ถนี มิทธะ - สัญญา - ธาตรุ ู้ - วริ ยิ ะ - นิโรจน์
- อทุ ธัจจกกุ - สงั ขาร - มรรค
ความพอใจในกามคุณ 5 คอื รูป รส กลิ่น สามสิ สุข กุจจะ - วญิ ญาณ - ปตี ิ
เสียงและสัมผสั (สขุ องิ กามคุณ) - วจิ กิ ิจฉา - ปัสสทั ธิ อริยสัจ 4
- สมาธิ =
ความปตี ิโสมนัสท่ีบังเกิดแกผ่ ปู้ ฏบิ ัติ ปลอด นิรามิสสุข - อุเบกขา
โปร่งจากกามชวั่ ขณะหน่ึง (สขุ ไม่อิงกามคณุ ) หมอรกั ษา
คนไข้
ทุกขจ์ ากความอยากเสพกามคณุ แลว้ สามิสทุกข์
ไม่ไดเ้ สพ (ทุกข์อิงกามคณุ )
ความเสยี ใจของผทู้ ี่ปฏบิ ัตธิ รรมแล้วไม่ นิรามิสทกุ ข์ นิวรณ์ 5 เครอ่ื งกน้ั ศักยภาพของจิตไมใ่ หบ้ าเพญ็ กุศลข้นั สงู
อาจบรรลุมรรคผลได้ (ทกุ ข์ไมอ่ งิ กามคุณ) ขันธ์ 5 การรวมตวั กนั ของรปู นาม
อายตนะ ท่อี าศยั ของจิตและนามธรรมท่เี กดิ ร่วมกับจิต
ความรสู้ ึกเปน็ กลางต่อกามคุณ (แต่มี สามิสอเุ บกขา โพชฌงค์ สงิ่ ทท่ี าใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั เิ กิดปญั ญาหยงั่ เหน็ สภาวธรรม
โลภแฝงอย)ู่ เพราะเสพสุขจากวตั ถุนน้ั จนชนิ (อเุ บกขาองิ กามคุณ) สัจจะ ความจริงอนั ประเสริฐ 4 ประการ
ความวางเฉยในขณะตามรูอ้ ารมณ์ทาง นิรามิสอเุ บกขา
ทวาร 6 ทเี่ กดิ ข้ึนแกผ่ ู้ปฏิบัติ (อุเบกขาไมอ่ ิงกามคุณ)
เุ วทนานุปัสสนาสติปฏั ฐาน (เวทนา) ธมั มานุปสั สนาสติปฏั ฐาน (ธรรม)
มีสตเิ ขา้ ไปต้ังและตามดคู วามรูส้ กึ มสี ตเิ ข้าไปดธู รรมหรืออารมณท์ ีเ่ กิดข้นึ กบั จติ
แผนภูมทิ ่ี 3.4 แสดงวปิ ัสสนากรรมฐานตามแนวสติปฏั ฐาน 4 4พระเจรญิ อคคฺ วริ โิ ย (เกษมวริ ยิ ะเลศิ ). 2554. “ศกึ ษาการรบั รเู้ รอื่ งสตปิ ฏั ฐาน 4 ของอบุ าสก-อบุ าสกิ า วดั พชิ ยญาตกิ าราม กรงุ เทพฯ.”
39 วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ สาขา วชิ าวปิ สั สนาภาวนา บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั .
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานพิ นธ์
สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปตั ยกรรม
Relevants 3.2 ศกึ ษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.3 หลกั การออกแบบสถานปฏบิ ตั ิธรรมทเี่ ออื้ ใหเ้ กดิ ความสัปปายะ5
อาวาสสปั ปายะ
ท่ีอยูซ่ งึ่ เหมาะกนั เชน่ สถานท่เี หมาะสมตอ่ การภาวนา
ุคณลักษณะ อิริยาปถสปั ปายะ สปั ปายะ6 โคจรสปั ปายะ ความสมั พนั ธ์
อริ ิยาบถท่เี หมาะกนั เชน่ บางคนถกู กับ ทหี่ าอาหาร ท่บี ิณฑบาตเหมาะดี เชน่
จงกรม บางคนถกู กบั นงั่ บางคนถกู กับยนื สิง่ ที่เหมาะกัน ส่ิงทีเ่ กอ้ื กลู ชว่ ยสนบั สนนุ บรบิ ททีส่ งบบรบิ รู ณด์ ้วยอาหาร ชุมชนมี
ในการบาเพญ็ ภาวนาให้ได้ผลดี ชว่ ยให้ ศรทั ธา สัญจรไม่ลาบากนกั
ตลอดจนมีการเคลอ่ื นไหวท่พี อดี สมาธิต้งั มั่น ไมเ่ สื่อมถอย
ภสั สสปั ปายะ
อุตุสปั ปายะ พูดคยุ ท่เี หมาะกนั เช่น พูดคยุ กนั แตใ่ น
ดินฟา้ อากาศธรรมชาตแิ วดลอ้ มทเ่ี หมาะ กถาวัตถุ 10 และพูดแต่พอประมาณ
กัน เช่น ไม่หนาวเกนิ ไป ไมร่ อ้ นเกนิ ไป
โภชนสปั ปายะ ปคุ คลสัปปายะ
อาหารท่ีเหมาะกนั เชน่ ถูกกบั รา่ งกาย บุคคลท่ถี ูกกนั เหมาะกนั (กลั ยาณมิตร) เชน่ มที ่าน
ผ้ทู รงคุณธรรม ผ้ชู ี้แนวทางแหง่ การภาวนา
เกอ้ื กูลตอ่ สขุ ภาพ ฉนั ไมย่ าก
ลกั ษณะท่สี อดคลอ้ งกบั ธรรมชาติ ความสมั พันธ์ของความสปั ปายะทง้ั 3
1. ปคุ คลสปั ปายะ
1. ในธรรมชาตมิ คี วามวเิ วกทที่ าใหจ้ ิตใจสงบ เม่ือจติ สงบจงึ เป็นกศุ ลได้ง่าย
2. ธรรมชาติเอ้ือใหเ้ กดิ การศึกษาและปฏบิ ัติใหถ้ งึ แกน่ ของพระพุทธศาสนาคือ
ไตรลักษณ์ ไดแ้ ก่ ความทกุ ข์ ไมเ่ ท่ยี งและอนตั ตา
ลกั ษณะทีส่ งบและวเิ วก ผู้นาทาง ปฏิปทา สงั ฆะ
จิตวญิ ญาณ พระวินยั
ธรรมชาติของจิตเหมือนลิง ไม่หยุดนิ่ง ซัดส่ายไปมาตลอดเวลา เม่ือจิตซัด
ส่ายตลอดเวลานนั้ จติ จงึ ถูกซัดไปตามกระแสของอารมณท์ เี่ ขา้ มากระทบทาง เลอื กท่ี กาหนด วิธีการ
ทวารทั้ง 6 จึงไม่สามารถท่ีจะปรารภอารมณ์ที่เอ้ือให้เกิดกุศลได้ แต่เมื่อใดที่ ตัง้ วดั เป้าหมาย
จิตสงบลง จิตจะสามารถปรารภอารมณ์ท่ีก่อให้เกิดกุศล ได้แก่ พุทธคุณ
ธรรมคณุ สงั ฆคุณ จนไปถงึ รปู นามอันเปน็ ฐานของวปิ ัสสนาปญั ญา 2. โคจรสัปปายะ กาหนดวิธี 3. อาวาสสปั ปายะ
ท่ตี งั้ โครงการ การสรา้ ง
ลกั ษณะท่สี มถะและมเี ท่าที่จาเปน็
สมถะเป็นจุดท่ีเรียกว่า “ความพอดี” ถ้าตั้งอยู่ในความพอดีแล้วจิตที่เกิดข้ึนก็
จะเป็นจิตท่ีไม่มีทั้งราคะ (ความใคร่) โลภะ (ความอยาก) ปฏิฆะ (ความขุ่น
เคือง) และโทสะ (ความโกรธ)
ลกั ษณะท่ีแฝงนัยยะทางธรรม แผนภูมทิ ี่ 3.5 แสดงหลักการออกแบบสถานปฏบิ ตั ิธรรมทเี่ ออื้ ให้
เกดิ ความสปั ปายะ
วัตถุธรรมเปน็ เคร่ืองมอื ในการสอนธรรมะควบคู่ไปกับการสอนการเจรญิ สมาธิ
วิปัสสนา เปน็ สือ่ ทีเ่ ปน็ รูปธรรมทาใหค้ นสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะคน 5 ภคชาติ เตชะอานวยวทิ ย.์ 2553. “การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เอ้ือใหเ้ กิดความสัปปายะเพอ่ื นาไปออก
ไม่รหู้ นังสอื เปรียบได้กับวิธีการท่ีพระพุทธองค์ใช้ในการสอน คือ การอุปมา แบบวัดป่าวมิ ุตตยาลยั .” วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาสถาปตั ยกรรมศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชา สถาปัตยกรรมเพื่อ
อปุ ไมย เพ่อื ให้ผฟู้ งั ได้เหน็ ภาพและเข้าใจในธรรมกถาง่ายขนึ้ ชุมชนและสงิ่ แวดล้อม, สถาบนั อาศรมศิลป.์
6 พระพรหมคณุ าภรณ์. 2546. “พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม.” พมิ พค์ รัง้ ท่ี 12. กรุงเทพฯ : สหธรรมิก.
40
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.4 หลักการออกแบบพืน้ ที่ในการเจรญิ สติ (ทางเดนิ จงกรม)7
1. ถทฺธวสิ มตา 1 พ้ืนทางเดินจงกรมควรเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่แข็ง ถ้าเป็นหลุม เป็นแอ่ง
เปน็ ทีแ่ ขง็ และขรุขระ หรือแข็งจนเกินไป จะทาให้ไม่เกิดสมาธิ ฟุ้งซ่าน ข่มกามราคะไม่ได้
กรรมฐานไม่เจริญ หรืออาจเกล่ยี ทางเดินดว้ ยทรายให้พ้นื เรียบ
+
2 ทางเดินจงกรมตลอดสาย ควรว่างเปล่า ปราศจากก่ิงไม้ตอไม้ เพราะ
5. อติสาลตา ++ 2. อนโฺ ตรกุ ฺขตา หากทางเดนิ จงกรมมีส่ิงกดี ขวาง ผ้ทู ีป่ ระมาท อาจโดนกง่ิ ไม้ท่มิ แทงรา่ งกาย
ท่ีกวา้ งเกินไป มีตน้ ไม้ภายใน
ปญจฺ โทสววิ ชชฺ ติ 3 รอบข้างทางเดินจงกรม ควรโล่ง ไม่ปกปิดรกชัฏด้วยหญ้า เถาวัลย์
ทางเดินสามารถเดินไปเดินมา หันกลบั ไดอ้ ย่างสะดวก
(ทางเดินจงกรมทีใ่ หโ้ ทษ 5 อย่าง)
4 ทางเดินจงกรม ต้องไม่แคบจนเกินไป เพราะ ผู้ปฏิบัติอาจตกทางเดิน
4.อตสิ มฺพาธนตา + + 3. คหนจฺฉนฺนตา จงกรม หรือเล็บเทา้ ท่มิ ขอบดา้ นข้างริมทางเดิน หรอื อาจล่ืน จนจติ อาจตกใจ
ทแี่ คบเกินไป เปน็ ทีป่ กปิดดว้ ยรกชัฏ กลัวได้
5 หากทางเดินจงกรมกว้างเกินไป จิตก็จะส่าย ไม่น่ิง ไม่มีปีติสุข ไม่ได้
สมาธิ ไม่เกิดปัญญา ส่วนมากใจจะวิ่งไปมาตามขนาดทางจงกรมท่ีกว้างๆ
ใหญๆ่ เกนิ ไปนัน้ ดงั นั้น จึงควรมีขนาดความกวา้ งทพี่ อดี
อนจุ งฺกม
(ทางเดินจงกรมขนาดเลก็ ไม่ใหโ้ ทษ)
ตารางท่ี 3.1 แสดงหลกั การออกแบบพื้นที่ในการเจรญิ สติ (เดนิ จงกรม)
ความกวา้ งทางเดินจงกลมขนาดเล็ก ความกวา้ งของท่ีขา้ งทง้ั ความยาวประมาณ 60-100 ศอก พ้ืนเกลี่ยทรายไว้เรยี บเหมาะสม
ประมาณ 1 ศอก 8 1 คืบ สองประมาณ 1 ศอก (หรือประมาณ 15-30 ก้าว)
ความสงู ของพื้นไม่เกนิ 5 ศอก มุงหรอื ไม่มงุ หลงั คากไ็ ด้ ทิศทางการเดนิ จงกรม แสงไมส่ ่องหน้า ไม่มเี สียงอึกทึก
หรอื พนื้ เดยี วกบั ระดับเดมิ หรืออยใู่ นท่ีโล่งแจง้ กไ็ ด้ ขนานจากทางทิศตะวันออกเฉียงหนือ รบกวน ไมม่ ีส่งิ กดี กนั ไมเ่ อยี ง
หรือมรี าวจับตลอดทางเดนิ กไ็ ด้ ข้นึ ๆลงๆ หรอื ออ้ มวกไปวนมา
ไปทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใต้
7 จากพระไตรปฎิ กในอปทาน ภาคที่ 2 เล่ม 71 หนา้ 194 และจากพระอภิธรรมปฎิ ก (เล่มแรก) เลม่ 75 ในอรรถกถา หน้า
75 จากชดุ 91
พระประสิทธิ์ (แววศร)ี ฐานะธัมโม. 2552. “เดนิ จงกรม.” เขา้ ถึงจาก : https://
wadpadongyai.wordpress.com/2013/02/20/เดินจงกลม.
8 1 ศอก = 0.5 เมตร
41
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานิพนธ์
สานักปฏิบตั ธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกยี รติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปตั ยกรรม
Relevants 3.2 ศึกษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.5 หลกั การออกแบบการวางผงั ในเขตวัด9
Semi-Public เขตพทุ ธาวาส พ้นื ที่สาหรบั พระสงฆใ์ ชป้ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนา ลกั ษณะการวางตาแหนง่ อาคารในผงั เขตพทุ ธาวาส
เปน็ สญั ลกั ษณส์ ถานท่ปี ระทบั ของพระพุทธเจา้
Zone (พทุ ธาวาส = พุทธะ + อาวาส) ผังแบบแนวแกนเดีย่ ว ผงั แบบแนวแกนคู่
องคป์ ระกอบ อาคารหลัก อาคารรองกลุ่มท่ี 1 อาคารรองกล่มุ ที่ 2
พระเจดยี ์ พระปรางค์ พระมณฑป : ใชเ้ ป็นศนู ยก์ ลางหลกั ของวัด หลกั หลกั หลัก
ผังแบบแนวขนาน 3 แกน ผังแบบแนวกากบาท
พระอโุ บสถ : ใชป้ ระกอบพิธกี รรมในการทาสงั ฆกรรม ย่อย หลัก ย่อย
พระวหิ าร : ใช้ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนาระหวา่ งพระสงฆก์ ับฆราวาส หลัก
เจดยี ์ มณฑป ปรางค์ (ราย,ทศิ ) : ใช้บรรจอุ ฐั ิหรอื ประกอบใหผ้ ังสมบรู ณ์
หอระฆงั : ใชเ้ ปน็ เครอื่ งตีบอกเวลาสาหรับพระภิกษสุ งฆ์
ศาลาราย : ใชเ้ ป็นทนี่ ง่ั พกั ของผ้มู าเยอื น
ศาลาทิศ : ใช้ลอ้ มอาคารสาคัญสาหรบั ใหค้ ฤหสั ถ์น่งั พกั
พระระเบียง : ใชล้ อ้ มอาคารสาคญั หรือลอ้ มแสดงขอบเขตแห่งพทุ ธาวาส
พลบั พลาเปลอื้ งเครือ่ ง : ใชเ้ ป็นท่ีพระมหากษตั ริยเ์ ปลย่ี นชดุ ฉลองพระองค์
ในวาระท่ีทรงเสดจ็ พระราชดาเนนิ เพอ่ื บาเพญ็ พระราชกศุ ล
Private Zone เขตสงั ฆาวาส เขตท่อี ย่อู าศยั และพ้นื ทส่ี ว่ นตวั ของสงฆ์ ไม่เกี่ยวขอ้ งกับ ลักษณะการวางตาแหนง่ อาคารในผงั เขตสงั ฆาวาส
พธิ ีกรรม มีแค่อาคารทเ่ี กย่ี วกับวัตรปฏบิ ัติของสงฆ์ ตอ่ จากเขตพุทธาวาส ประชาชน
(สังฆาวาส = สงฆ์ + อาวาส)
กลุ่มกฏุ ิ
องคป์ ระกอบ อาคารหลกั อาคารรวมสาหรับพระ ประชาชนเขา้ ถึงได้ อาคารรวม พระสงฆ์ หรือดา้ นขา้ ง
ธรณสี งฆ์
กุฏิ : ใช้สาหรบั อาศยั หลับนอน ประชาชน
ความสมั พันธ์ระหว่างเขตพทุ ธาวาส สงั ฆาวาสและธรณสี งฆ์
กัปปยิ กฎุ ี : โรงเกบ็ อาหาร
หอฉัน : อาคารท่ีใช้เป็นทฉี่ นั ภัตตาหาร แบบประกบหน้า แบบชิดข้าง แบบคปู่ ระกบ แบบลอ้ ม 3 ดา้ น
วจั จกฎุ ี : อาคารสาหรับใชข้ บั ถ่าย หลัง
ชันตาฆร : โรงรกั ษาไฟและตม้ นา้
ห้องสรงนา้ : ห้องชาระกาย ด้านหนา้ เสมอ ดา้ นขา้ งหรอื หลงั
ศาลาการเปรยี ญ : อาคารทใ่ี ชเ้ ปน็ ทีเ่ รียนหนังสือของพระสงฆ์
หอไตร : อาคารทีใ่ ชเ้ กบ็ รกั ษาคมั ภรี ์ทางศาสนา
ธรรมศาลา : โรงเทศนาธรรม
ศาลาท่านา้ : อาคารท่ใี ชเ้ ปน็ ท่าและทางเขา้ สวู่ ัดทางนา้
Public Zone เขตธรณสี งฆ์ เขตพน้ื ท่ใี ชส้ อยทเ่ี ป็นสาธารณะประโยชน์ตา่ งๆ เขตธรรมาวาส พืน้ ท่ีภายในวดั ใชส้ าหรบั คนท่ัวไป
เช่น ที่ตงั้ โรงเรยี น พนื้ ท่คี ้าขายของคฤหัสถ์ เปน็ ต้น (ฆราวาส = คฺฤห, คฤหสั ถ์ + อาวาส)
หรอื พื้นที่เปิดโลง่ หรอื ความรม่ รืน่ ของวัด ***ในทนี่ ีข้ อ
แบง่ เขตธรณสี งฆเ์ ปน็ เขตธรรมาวาสและเขตฆราวาส เขตฆราวาส พ้ืนทใ่ี นการเผยแผ่ อบรม ปฏิบตั ิธรรม กจิ กรรมสาธารณะ
(ธรรมาวาส = ธรรม + อาวาส)
9 พทุ ธะ Phuttha.com. “การใช้พน้ื ทีข่ องวัด.” [Online]. เข้าถงึ ได้จาก : phuttha. Com/ศาสนสถาน/วดั /การใช้ แผนภมู ิท่ี 3.6 แสดงหลักการออกแบบพ้นื ท่ีในเขตวัด
พ้ืนทีข่ องวัด. 2552.
42
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.6 การเกษตรแนวพทุ ธกบั ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพยี ง
การเกษตรแนวพุทธ10 ทฤษฎีเกยี่ วกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง11
การเกษตรแนวพุทธในคัมภรี พ์ ระพุทธศาสนา “...พอเพยี ง มคี วามหมายกวา้ งขวางย่งิ กวา่ น้อี กี คอื คาวา่ พอ กพ็ อเพยี งนี้ก็
พอแค่น้นั เอง คนเราถา้ พอในความต้องการก็มคี วามโลภน้อย เมือ่ มคี วาม
ตารางที่ 3.2 แสดงการเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งการทา โลภน้อยกเ็ บียดเบยี นคนอ่ืนนอ้ ย ถ้าประเทศใดมคี วามคดิ อันนี้ มคี วามคดิ
การเกษตรแนวพุทธกบั เกษตรเชิงธรุ กิจ ว่าทาอะไรต้องพอเพยี ง หมายความว่าพอประมาณ ซอื่ ตรง ไมโ่ ลภอยา่ ง
มาก คนเรากอ็ ยู่เปน็ สขุ พอเพยี งนอ้ี าจจะมี มีมากอาจจะมขี องหรูหรากไ็ ด้
พระพุทธศาสนา เศรษฐศาสตร์ (เศรษฐกจิ )
แตว่ า่ ต้องไม่ไปเบยี ดเบยี นคนอนื่ 12...”
บาบัดหรือบรรเทาความทะยาน บาบดั หรือสนองความต้องการ
อยากใหน้ ้อยลง พยายามเปน็ ของมนุษยใ์ หเ้ กิดความมัง่ คงั่ ภาพที่ 3.1 แสดงหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง คือ
นายเหนอื ทรพั ยเ์ พอื่ ลดความโลภ สมบรู ณด์ ้วยโภคทรพั ย์ ความ สามหว่ งสองเงื่อนไข
เปน็ อยูท่ ีด่ ี อาหารทด่ี ี (3 ห่วง พอประมาณ/มีเหตุผล/มภี มู คิ ุม้ กนั )
ชีวิตทีส่ ะดวกสบาย (2 เง่ือนไข เง่อื นไขคุณธรรม/ความรู้)
จดุ มงุ่ หมายเดยี วกนั คือการสรา้ งความสุข
การเกษตรแนวพทุ ธในสังคมไทย การประพฤติปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
หลักคาสอนที่สอดคล้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ที่เป็นจริงของสังคม ตารางท่ี 3.3 แสดงประเด็นการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
เกษตรกรปรับเปล่ียนมาทาการเกษตรในแนวพุทธ ส่วนหน่ึง เพราะ
ปัญหาความลม้ เหลวของภาคเกษตร และปัญหาความเสื่อมโทรมของ ประเดน็ การพัฒนา เศรษฐกจิ พอเพยี ง/พึง่ ตนเอง
สภาพแวดลอ้ ม รูปแบบการเกษตรแนวพุทธ จาแนกได้ 5 รูปแบบ คือ
1. เป้าหมายหลัก เนน้ การพึง่ ตนเอง กระจายรายไดเ้ ป็นธรรม
1. รปู แบบนา
2. รูปแบบนาและป่า 2. วิธกี าร เนน้ กล่มุ ชมุ ชน สหกรณ์ เศรษฐกิจชุมชน
3. รปู แบบนาไรแ่ ละววั ควาย
4. รูปแบบนาไรว่ ัวควายเนน้ สวนผกั 3. คา่ นยิ ม เน้นรว่ มแรงร่วมใจ รว่ มมอื กนั
5. รปู แบบนาไรเ่ น้นวัวควาย
4. แรงจูงใจ เน้นสานกึ สาธารณะ สมั พนั ธ์ที่ดีในชมุ ชน
การเกษตรแนวพทุ ธเพ่ือแกป้ ัญหาเศรษฐกจิ ชมุ ชน
5. ทรพั ยากรธรรมชาติ เนน้ สมดลุ เศรษฐกจิ ชีวิต สังคมกับระบบนิเวศ
เกษตรกรมีการปรับแผนการเกษตรไปสู่การเกษตรแนวพุทธ สามารถ
พ่ึงตนเอง ผลิตเองใช้เอง มีความสมดุลในธรรมชาติกับส่ิงแวดล้อม มี 6. เทคโลยี เน้นเทคโลยชี ้ันกลาง ภูมปิ ัญญาทีร่ ับใชช้ มุ ชน
การผสานนวัตกรรมร่วมกับบทสวดมนต์ ก่อให้เกิดดุลยภาพที่ย่ังยืน 7. โลกาภิวฒั น์
ด้านคุณภาพชีวิต สังคม และวัฒนธรรม ท้ังกายภาพ ชีวภาพและจิต เนน้ ความแข็งแกร่งของโครงสรา้ งระบบ ควบค่กู ับ
วิญญาณ เป็นวิธีการปฏิบัติที่เรียบง่าย เป็นแบบอย่างบูรณาการการ การเข้าสู่โลกาภวิ ฒั น์
เรยี นร้รู ่วมกัน โดยจะประสานการทางานให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย
ตลอดจนเป็นการพัฒนาคนพรอ้ มไปกับพฒั นาเศรษฐกจิ จุดเดน่ ของการบรหิ ารจดั การเศรษฐกิจพอเพียง
10 พระเทพรตั นมนุ ี (สายพงศ์ อโนมปญโฺ ญ). 2557. “การเกษตรแนวพทุ ธเพอื่ แกป้ ญั หาเศรษฐกจิ ชมุ ชน.” วทิ ยานพิ นธพ์ ทุ ธศาสตรดษุ ฎี 1. มีพื้นฐานจากหลักธรรมของพระพุทธศาสนา และสอดคล้องกับวิถีชีวิต
บณั ฑติ สาขาวชิ า พระพทุ ธศาสนา บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . ดงั้ เดมิ ของสังคมหรอื ชมุ ชนไทย
2. ช้ีแนวทางการปฏิบัติ การดารงชีวิต และการปฏิบัติงานของประชาชน
11 พระปรญิ ญา ฐติ ธมโฺ ม (จนั ทะมงคล). 2556. “บทบาทดา้ นการสง่ เสรมิ วถิ ชี วี ติ ตามแนวปรชั ญาเศรษฐ กจิ พอเพยี งของผบู้ รหิ าร และชมุ ชนในทิศทางท่ีควรจะเป็นเพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีความสุขพ้น
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลแมท่ า่ ชา้ ง อาเภอหางดง จงั หวดั เชยี งใหม.่ ” วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ จากปัญหาและวิกฤตตา่ งๆอยา่ งม่ันคงและยง่ั ยนื
สาขาวชิ ารฐั ประศาสนศาสตร์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . 3. แนวทางปฏิบัติเป็นระบบข้ันตอนและไม่ได้เจาะจงเฉพาะกลุ่มเกษตรกร
หรือเฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่าน้ัน แต่ครอบคลุมถึงประชาชนและชุมชนท้ัง
12 พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เน่ืองในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ภาครัฐและเอกชนที่เกย่ี วข้องกับด้านเศรษฐกจิ สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม
ศาลาดุสติ าลัย 4. นาไปประยุกต์ใช้ไดท้ ุกชมุ ชนตลอดเวลา
43
โครงการออกแบบและวางผงั วิทยานพิ นธ์
สานกั ปฏบิ ัตธิ รรมปา่ โมกข์ธรรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกยี รติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศกึ ษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.7 หลกั การออกแบบทีว่ า่ งทางสถาปัตยกรรมกบั พฤตกิ รรมการเรยี นรู้13
ความหมาย การเรยี นรู้ เป็นการแสดงใหเ้ หน็ ถงึ พฤติกรรมที่มีการเปลยี่ นแปลง อนั เป็นผลทเี่ น่อื งมาจาก
ลาดบั ขนั้ ประสบการณ์ที่แตล่ ะบคุ คลประสบมา14
การเรียนรู้
ส่ิงเร้า ประสาทสมั ผสั การรบั รู้ ความคิดรวบยอด
เปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรม เกดิ การเรียนรู้ ปฏิกริ ยิ าตอบสนอง
องคป์ ระกอบ ประสบการณ์ ความเขา้ ใจ ความนึกคิด
ชว่ งวัยกับการเรยี นรู้ทางพระพุทธศาสนา15 สภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้
ปฐมวยั 16 มัชฌิมวยั 16 ปจั ฉิมวัย16 ทางกายภาพ สภาพต่างๆท่ีมนุษย์ทาข้ึน และส่ิงต่างๆท่ีอยู่
(วยั ศึกษาเล่าเรยี น) (วยั ทางานเลีย้ งชีพ) (วยั บั้นปลายชีวติ ) ทางจติ วทิ ยา ตามธรรมชาติ ซ่ึงสง่ ผลตอ่ การเรียนรู้ของคน
อายุถึง 25 ปี 25 - 50 ปี 50 ปขี นึ้ ไป การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทั้งในและนอก
ช่วงกาลังเจรญิ วยั ชว่ งกาลงั อยตู่ วั สังขารเสอ่ื มโทร ห้องเรียนท่ีส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้และ
ว่องไว ด่วนคดิ มีการพฒั นาปญั ญา ก้าวสคู่ วามชราภาพ การพฒั นาตนเองไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ในทุกๆด้าน
รอบคอบ เปน็ ผใู้ หญ่ และดับไปในท่สี ุด
ด่วนตัดสนิ ใจ ตารางที่ 3.4 แสดงการวเิ คราะห์เก่ียวกับกจิ กรรมการเรียนรู้กับ
หลกั ธรรมท่ีสง่ เสรมิ
การหาท่วี ่างทางสถาปัตยกรรม
- ไตรลกั ษณ์
หลกั ธรรมทส่ี ่งเสรมิ หลักธรรมท่ีสง่ เสรมิ - อรยิ สัจ การวิเคราะห์เก่ยี วกับ การหาทวี่ า่ ง
- กุศล-อกุศลกรรม
- กตญั ญูกตเวที - สมชีวธรรม - พรหมวหิ าร กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทางสถาปตั ยกรรม
- อทิ ธิบาท - ฆราวาสธรรม - สงั คหวตั ถุ
- การคบมิตร - หน้าทข่ี องคู่สมรส - สตปิ ฏั ฐาน จัดตามลักษณะการเคล่ือนท่ี ทว่ี า่ งสาหรบั กิจกรรม
- เบญจศีล-เบญจธรรม - หนา้ ท่พี ่อแม่ ทีม่ กี ารเคลอื่ นท่ี
- กุลจริ ฏั ฐติ ิธรรม
- พรหมวิหารธรรม จดั ตามลกั ษณะกิจกรรมในรม่ และ ทีว่ า่ งสาหรับกิจกรรมในร่ม
- สงั คหวัตถุธรรม กลางแจง้ และกลางแจง้
- สาราณียธรรม
จัดตามลักษณะกจิ กรรม ท่ีวา่ งตามจานวนผู้ใชง้ าน
ตามจานวนผใู้ ช้งาน
หลักธรรมท่ปี ฏิปักข์ หลกั ธรรมทีป่ ฏิปกั ข์ หลกั ธรรมท่ปี ฏปิ ักข์ จดั ตามความตอ้ งการ ท่วี า่ งสาหรบั การเรียนรู้
- สกิ ขาอคารวตา - ความประมาท สมาธใิ นการเรียนรู้ ทต่ี ้องการสมาธิ
- กรรมกิเลส
- อบายมุข 13 รกั ตระกลู ใจเพยี ร. 2557. “พฤตกิ รรมการเรยี นรกู้ บั ทว่ี า่ งทางสถาปตั ยกรรม.” วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาสถาปตั ยกรรมศาสตรม์ หาบณั ฑติ
แผนภมู ทิ ี่ 3.7 แสดงหลกั การออกแบบทว่ี ่างทางสถาปัตยกรรม สาขาวชิ าสถาปตั ยกรรม ภาควชิ าสถาปตั ยกรรม บณั ฑติ วทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
กบั พฤติกรรมการเรียนรู้ 14 ทฤษฎขี องคอนบาค (Cronbach)
15 พระครูบรรพตพฒั นาภรณ์ (ครโุ ก). 2556. “การศึกษาเปรียบเทียบเรือ่ งวยั ในศาสนาพทุ ธเถรวาทกบั ศาสนาพราหมณ์-
ฮินด.ู ” วทิ ยานพิ นธ์ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา ศาสนาเปรียบเทียบ บัณฑิตวิทยาลัย,
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
16 อ้างองิ ในอรรถกถาสงั ยตุ ตนิกาย สคาถวรรค
44
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.7 หลกั การออกแบบทว่ี า่ งทางสถาปัตยกรรมกบั พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ [ต่อ]
การออกแบบให้มกี ารปฏสิ ัมพนั ธ์17 ภาพที่ 3.2 แสดงการปฏิสมั พันธ์ระหวา่ ง คน กบั คน
ภาพท่ี 3.3 แสดงการปฏสิ มั พันธร์ ะหว่าง คน กับ วตั ถุ
ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง คน กับ คน ภาพท่ี 3.4 แสดงการปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ ง คน กบั สภาพแวดล้อม
การจัดพน้ื ที่ให้มีการแลกเปล่ียนและโต้ตอบทางความคิดและการกระทา
หรือในลกั ษณะของคนทส่ี ามารถรบั ร้ถู งึ กิจกรรม ที่อีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติอยู่
โดยไม่เกดิ การรบกวนซ่งึ กันและกนั
ปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ ง คน กับ วัตถุ
การจัดให้มีพื้นท่ีที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปสัมผัส เรียนรู้ แลกเปล่ียน กับ
วัตถุที่จัดแสดงข้ึนในนิทรรศการ รวมถึงการจัดลาดับการรับรู้ของพ้ืนที่
น้ันๆ ด้วยวตั ถุ
ปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ ง คน กับ สภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ทาให้ผู้ใช้งานรับรู้ สัมผัส แลกเปล่ียนกับ
สภาพแวดลอ้ มทก่ี าหนดไว้
การปฏสิ ัมพันธท์ ่หี ลากหลาย
การปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ ง คน กบั คนที่หลากหลาย
คนหนงึ่ คนมปี ฏสิ ัมพันธก์ ับหลายๆ คน หรอื ทกุ ๆ คนมีปฏสิ ัมพันธ์กนั
การปฏิสัมพนั ธ์ระหว่าง คน กบั วัตถุที่หลากหลาย ภาพที่ 3.5 แสดงการมปี ฏสิ มั พันธ์ระหว่าง คน กับ คนทห่ี ลากหลาย
คนหนึ่งทาปฏิสัมพันธ์กับวัตถุหลายชิ้น หรือคนหลายๆ คนทา
ปฏสิ ัมพนั ธ์กบั วตั ถุเพียงช้นิ เดียว
การปฏิสัมพันธร์ ะหว่าง คน กับ สภาพแวดลอ้ มที่หลากหลาย ภาพที่ 3.6 แสดงการมปี ฏิสมั พันธร์ ะหว่าง คน กบั วัตถุท่หี ลากหลาย
คนหน่งึ คนทาปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเร่ือยๆ และมีการ
เชือ่ มตอ่ กนั ไดห้ ลายรูปแบบ
ปฏสิ มั พันธท์ ี่หลากหลาย
ลาดบั / เนอ้ื หา / กิจกรรม / การเช่ือมตอ่ / รูปแบบพนื้ ท่ี
มบี รรยากาศท่ีเน้นความสนกุ ภาพที่ 3.7 แสดงการมปี ฏสิ มั พันธร์ ะหว่าง คน กบั
สภาพแวดลอ้ มท่หี ลากหลาย
ใช้พ้ืนที่ลักษณะ Informal Space มากกว่า Formal Space เช่น พื้นท่ีที่
ใชง้ านไดห้ ลากหลาย ไมม่ ีขอบเขตทีช่ ดั เจน มคี วามยืดหยุน่ ของการใชง้ าน 17 จริ ชั ยา ล.ี 2558. “การศกึ ษาการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื สาหรบั สถาปตั ยกรรมทย่ี งั่ ยนื .” วทิ ยานพิ นธส์ ถาปตั ยกรรมศาสตรบณั ฑติ
ภาควชิ า สถาปตั ยกรรมศาสตร์ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร,์ มหาวทิ ยาลยั ศรปี ทมุ .
แผนภมู ิท่ี 3.8 แสดงหลกั การออกแบบกบั การปฏสิ มั พนั ธ์
45
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานพิ นธ์
สานักปฏิบัตธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศกึ ษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.8 ทฤษฎจี ติ วิทยากบั การออกแบบเชงิ ภมู ิทัศน1์ 8
อทิ ธิพลของธรรมชาติท่ีเก่ยี วข้องกับจติ วิทยา
ส่งิ เร้าในธรรมชาติ ลักษณะทก่ี ระต้นุ ภูมทิ ัศน์ทมี่ นษุ ย์
ท่สี มดลุ ความรูส้ กึ เชิงบวก พึงพอใจ
ตารางที่ 3.5 แสดงอทิ ธพิ ลของธรรมชาติทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั จิตวิทยา
ความรู้สกึ ปลอดภยั พืน้ ทเ่ี ปดิ โลง่ มรี ะบบทางเดินทชี่ ัดเจนและ
เสียง จังหวะและท่วงทานองท่ีสมดุลอยา่ งต่อเนอื่ ง งา่ ยต่อการจดจา ผอ่ นคลายและกระตุ้นความรสู้ ึก ทาให้มนุษย์
กลมกลนื สมดลุ สมเหตสุ มผล และสะท้อนถึงความจริง
สี ความกลมกลืนกนั ดว้ ยระดับชั้น
ซงึ่ สีช่วยสรา้ งท่วงทานองและจังหวะได้
การสัมผัส การสมั ผสั ทอ่ี ่อนนมุ่ เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกบั
การใชแ้ ละสรา้ งความรู้สกึ เคลื่อนไหวอย่างมน่ั คง
รส รสในภมู ทิ ศั น์หมายถึง การใช้พรรณไม้ทกี่ นิ ได้
กลน่ิ หรือกนิ ไมไ่ ด้ จากการมองเหน็ ผลและการได้กลน่ิ
การมองเหน็
กลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้ ดีกวา่ กลน่ิ ทปี่ รุง
แต่งขึ้นมา เพราะกล่ินหอมชว่ ยสรา้ งแรงดงึ ดูด
และผอ่ นคลายอาการเศรา้
มนษุ ยม์ องหาความปลอดภยั จากการมองเหน็
รปู ทรง ลกั ษณะ สี พน้ื ผวิ ในภูมิทัศนน์ น้ั ทาให้เกดิ
การประเมนิ ความน่าสนใจความงาม
การนาหลักการจิตวทิ ยามาใช้ในการจดั วางพนื้ ทอี่ งคป์ ระกอบภมู ิทัศน์
ลาดับ แบบแผน ความสมดลุ จังหวะ
การเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของ เกิดจากความกลมกลืน คล้ายคลึง ส ร้ า ง ค ว า ม รู้ สึ ก ม่ั น ค ง เปน็ ตวั กระตุ้นประสาทสัมผัสทางการมองเห็น
องค์ประกอบอย่างน้อย 1 อย่าง กันของลักษณะทางกายภาพแต่ละ และแข็งแรง มีท้ังสมดุล ให้สายตาคล้อยตามไม่มีเบื่อ ไม่ต่ืนตกใจ
ลาดับการเคล่ือนท่ีอย่างเสมอต้น ส่วน แบ บ ส ม มา ต ร แล ะไ ม่ เ พ ร า ะ เ กิ ด จ า ก อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ที่ ซ้ า กั น
เสมอปลาย ทาให้เกิดการเบย่ี งเบน สมมาตร (ตาแหน่งไม่ เกดิ การเคล่ือนไหวท่ีต่อเน่ืองและคาดเดาสิ่งที่
ความสนใจ ให้อยู่ในปัจจุบันขณะ เอกภาพ เท่ากันแต่มีน้าหนักใน อยู่ภายหน้าได้ จังหวะท่ีเกิดข้ึนในงานภูมิ
โดยหลีกเลี่ยงการหยุดหรือมีองค์ การจัดวางท่ีใกล้เคียง ทัศน์ทาให้มนุษย์ตระหนักถึงจุดเร่ิมต้นและ
ประกอบอ่นื เข้าไปแทรก องค์ประกอบแต่ละส่วนให้ความรู้สึก และสมดุลกนั ) จุดสิ้นสุดในวันและวงจรธรรมชาติของแต่ละปี
กลมกลนื และรวมเปน็ หนึ่งเดยี วกนั
46
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศกึ ษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.8 ทฤษฎจี ิตวทิ ยากบั การออกแบบเชงิ ภมู ิทัศน์ [ตอ่ ]
การนาหลกั การจิตวทิ ยามาใช้ในการออกแบบคณุ ลักษณะองค์ประกอบภูมทิ ัศน์
การเลอื กใช้สี
การใช้สเี ปน็ แนวทางในการพัฒนาจติ เปา้ หมายเพอื่ ฟืน้ ฟคู วามสมดลุ
กระตุ้นพลงั งานภายในจติ ใจ
ลักษณะเสน้ สาย
เส้นสายสามารถแสดงความร้สู ึกที่ผอู้ อกแบบต้องการจะส่ือสารให้ความรู้สกึ
สัมผัสถงึ จุดประสงค์นน้ั ๆในพนื้ ทไ่ี ด้
ลกั ษณะรปู ร่าง ภาพท่ี 3.8 แสดงตัวอยา่ งการวางภมู ิทศั น์โดยใชเ้ ส้นสายของ
ไร่ชาฉยุ ฟง จ.เชียงราย
รปู รา่ งของธรรมชาติ แสดงออกถึงความนมุ่ นวลและสามารถเข้าถงึ ได้
ทาให้เกดิ ภาวะที่ดีตอ่ ใจ สว่ นรูปร่างทีเ่ รียบและเข้าใจง่าย ภาพที่ 3.9 แสดงตวั อยา่ งการวางภมู ทิ ศั นแ์ บบเกรียวของไร่เชิญตะวัน
ทาให้เกดิ ความเครียดน้อยกวา่ รูปร่างขรขุ ระไมร่ าบเรยี บ วดั ปา่ วมิ ตุ ตยาลยั จ.เชียงราย
สัญลกั ษณ์
เกรียว สัดส่วนทส่ี มบูรณ์
สัญลักษณท์ แ่ี สดงถงึ พลงั งานและวงจรเวลา เป็นสัดสว่ นท่แี สดงความเป็น
ให้ความรสู้ ึกลกึ ลบั และมีเสน่ห์ดึงดดู ภูมิทศั น์ อันหน่ึงอนั เดยี วกันไดอ้ ยา่ ง
รปู แบบนี้อาจเปน็ รปู แบบทางเดินจงกลม ทา
ใหเ้ กดิ การเพ่งพนิ ิจในพลงั ของรปู รา่ ง ทาให้มี ลงตัว อาจเป็นการ
เคลื่อนไหวท่ีไม่สมมาตร แต่
สติและรับรไู้ ดก้ ารเคลอื่ นทีไ่ ด้ชดั เจน
ให้ความรสู้ ึกทส่ี มบูรณ์
ขนาด สัดสว่ น
กระบวนการเปรยี บเทยี บและคาดการณท์ างสายตา หากไมค่ านึงถึงสดั ส่วนให้
ดอี าจทาให้เกดิ ความเครยี ดทท่ี าลายสมดลุ การรับรู้ทางสายตา ส่งผลใหร้ ะบบ
ประสาทตอบสนองทางลบ โดยสัดส่วนธรรมชาติทีส่ มบรู ณ์ทสี่ ุดคือ
สดั ส่วนทองคา (Golden Section)
แสงและเงา ภาพท่ี 3.10 แสดงตวั อยา่ งการวางภูมิทัศน์แบบสัดสว่ นทองคาของ
Kim Wilkie’s Hampshire farm
เกิดจากธรรมชาตใิ นแต่ละวนั แตล่ ะฤดูและช่วงเวลา การได้รบั ปรมิ าณ
แสงอาทิตย์ในปริมาณท่เี หมาะสมทาใหผ้ ู้รบั รูเ้ บิกบานและมพี ลงั 18 ประภาพร ธาราสายทอง. 2546. “ภมู ทิ ศั นเ์ พอื่ การบาบดั จติ ใจ.” วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาสถาปตั ยกรรมศาสตรม์ หาบณั ฑติ สาขาวชิ า
ภมู สิ ถาปตั ยกรรม ภาควชิ าสถาปตั ยกรรม คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร,์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
แผนภูมทิ ี่ 3.9 แสดงทฤษฎที างจิตวทิ ยากับการออกแบบเชิงภูมิทัศน์
47
โครงการออกแบบและวางผงั วทิ ยานิพนธ์
สานักปฏบิ ตั ิธรรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปตั ยกรรม
Relevants 3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.9 หลักการออกแบบหอประชุม19
หลักเกณฑใ์ นการออกแบบห้องให้มกี ารรบั ฟงั เสยี งทด่ี ี แบบสี่เหล่ียมผนื ผา้ (Rectangular Floor Shape)
ขนาดของหอประชุม (Capacities) ปัญหา : ผนังที่ขนานกัน หากเป็นที่แคบเสียงจะวิ่งกลับไปมาภาย
ในห้อง (Sound Flutter)
หอประชุมขนาดเลก็ ขนาด 35 – 750 (คน/ทน่ี ่ัง) แก้ไข : ทาให้ผนงั ท้ังสองดา้ นเอนออก (Tilt) จากกันบ้าง
หอประชมุ ขนาดกลาง ขนาด 750 – 2,000 (คน/ทน่ี ่งั ) สัดส่วนของหอ้ งทเี่ หมาะสมท่ีสุดในการรับฟังเสียงท่ีดี : สัดส่วน
หอประชมุ ขนาดใหญ่ ขนาด 2,000 (คน/ท่ีน่งั ) ขน้ึ ไป ของผนังห้อง กวา้ ง : ยาว = 1 : 1.2 (ไมเ่ กิน 2 เทา่ )
รปู แบบของหอประชมุ (Auditorium Shapes) แบบรูปพัด (Fan Shape)
รปู แบบเวทีหอประชมุ (Stage Types) จุดเด่น : เหมาะกับการชมการแสดง > ฟังดนตรีหรือConcert Hall
ปญั หา : เสียงดนตรที ี่มีความถส่ี งู (เชน่ ไวโอลิน , ฉง่ิ , Cow Bell)
เวทีปลายหอ้ ง (End Stage) คลนื่ เสยี งมขี นาดเลก็ เดนิ ทางเปน็ เส้นตรง ไม่กระจายออกทางด้าน
ตาแหน่ง : อยู่ทางปลายดา้ นหน่ึงของหอประชุม กวา้ ง ทาใหผ้ ทู้ ่นี ่งั ด้านข้างไดย้ ินเสียงนอ้ ยลงไปมาก
จุดเดน่ : รปู แบบเหมาะท่ีสุด สามารถควบคุมการดูและการฟังของ จุดเด่น : มกี ารกระจายเสยี งมาก หากเปน็ คลืน่ เสียงที่มีความถี่ต่า
ผู้ชมไดง้ า่ ย ควบคมุ เสยี งได้ดีเหมาะสาหรับการชมดนตรี การแสดง (เช่น เบส)
และการปาฐกถา
แบบรูปเกือกมา้ (House Shoe, Elipse Floor Shape)
เวทเี ปิด (Open Stage)
จดุ เด่น : เน้นชมการแสดง (เช่น เดนิ แฟชั่นโชว์) > การฟงั รูปแบบ : รปู แบบสี่เหลีย่ มผนื ผ้า+รปู แบบทรงกลม (ลบเหลย่ี มออก)
ปัญหา : ควบคมุ เสยี งได้ยาก แตก่ ารแสดงผู้ชมและผู้แสดงมีโอกาส รูปแบบน้ี มักจะสอดคล้องไปตามรูปทรงของท่ีว่างของหอประชุม
ไดใ้ กลช้ ดิ กนั มากข้ึน > ลกั ษณะรปู แบบ อาจจะไปทาง Rectangular Shape หรอื Fan
Shape ข้นึ อยกู่ ับตาแหนง่ เวที
เวทอี ารีนา (Central Stage or Island Stage or Arena ขอ้ จากัด : ตอ้ งออกแบบรูปทรงและตาแหน่งเวทไี ปพร้อมกัน
Stage) ปญั หา : หากมกี ารเปล่ยี นแปลงเปน็ การฉายภาพยนตร์ คนดูทาง
ด้านขา้ งจะไม่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ปญั หาดา้ นเสยี งจะตอ้ ง
แก้ไขปญั หาของการรวมตวั ของเสยี ง(Sound Foci) เนอ่ื งจากผนงั ที่
โค้งเว้าเข้า (Concave)
จุดเด่น : เหมาะกับการแสดงท่ีสามารถมองดูรอบตัวการแสดงและ แบบรปู วงกลม (Form Circular Floor Shape)
การชกมวย จุดเดน่ : เหมาะกับการชกมวยหรือแข่งขันกีฬา (เช่น บาสเบตบอล
ปัญหา : พื้นที่ทุกด้านของเวทีเปิดออกสู่ผู้ชม การกระจายเสียงจะ วอลเล่ย์บอล) > การแสดงละครหรอื ดนตรี
คานึงถึงการกระจายเสียงท่ีออกมาจาก แหล่งกาเนิดเสียงโดยตรง ปญั หา : ระวงั การเกดิ เสยี งสะท้อนรวมกนั (Sound Foci)
เป็นหลักมากกว่าการสะท้อน เพราะมีพื้นท่ีของการสะท้อนเสียง
น้อย แบบรูปอิสระ (Free Form Shape, Irregular Form)
เวทปี รับได้ (Adaptable Stage) การออกแบบ : ขึน้ อยู่กับรปู ลักษณะและประโยชนใ์ ช้สอย
ปัญหา : ระวังเร่ืองของจุดเสียงดับ (Dead Spot) และจุดสะท้อน
จุดเด่น : เวทีสามารถปรับและดัดแปลงรูปทรงได้ ตามการใช้งาน รวมตัวของเสียง (Sound Foci)
เหมาะกับเวทีเอนกประสงค์ (เช่น เวทีหอประชมุ โรงเรยี น)
ปญั หา : ควบคุมเสยี งยากมาก 19 Maple Integration Co.,Ltd. “พน้ื ฐานการออกแบบหอ้ งประชมุ .” เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://mapleintegration.com/
tech_document.php.
แผนภูมิท่ี 3.10 แสดงหลกั การออกแบบหอประชุม
48
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.9 หลักการออกแบบหอประชมุ [ตอ่ ]
ภาพท่ี 3.11 แสดงรปู แบบหอประชุมสีเ่ หล่ยี มผนื ผ้า 20 ภาพท่ี 3.15 แสดงภาพเวทปี ลายหอ้ ง 21
ภาพที่ 3.12 แสดงรปู แบบหอประชุมรปู พัด 20 ภาพที่ 3.16 แสดงภาพเวทเี ปิด 21
ภาพที่ 3.13 แสดงรปู แบบหอประชุมทรงเกอื กม้า 20 ภาพที่ 3.17 แสดงภาพเวทอี ารีนา 21
ภาพที่ 3.18 แสดงภาพเวทีปรบั ได้ 21
ภาพที่ 3.14 แสดงรปู แบบหอประชมุ แบบรปู วงกลม 21 20 Marshall Long. “Architectural Acoustic.” (Elsevier Acadamic Press, 1988 : 27) (P.27 , P.26 , P.24)
21 Michel Barron, “Auditorium Acoustics and Architectural Design.” (E & Fn Spon, and imprint of Chapman & Hall,
1933 : 100) (P.100 , P.2)
49
โครงการออกแบบและวางผงั วิทยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบตั ิธรรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปตั ยกรรม
Relevants 3.2 ศกึ ษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.10 หลกั การออกแบบและการใชแ้ สงธรรมชาติภายในห้องสมุด22
การจัดสภาพแวดล้อมภายในหอ้ งสมดุ
แสง เสียง
การออกแบบ
ทศิ ทางอาคาร หนั หน้าเขา้ ทิศ N แบง่ พน้ื ท่ตี ามประเภทเสียงทเ่ี กดิ จากการใช้งาน
รับแดดบ่าย รบั แดดเช้า เสียงภายนอก ปิดประตหู น้าตา่ งทงั้ หมด และใชเ้ ครอ่ื งปรับอากาศ
แสงธรรมชาติ
แสงไฟฟา้ ควรได้รับแสงเพียง 30% กนั เสียงภายใน พน้ื และผนังใชว้ ัสดเุ ก็บเสยี ง
หลอดเรอื งแสงชนดิ ผอม แสงกระจายและมี นิยมใชก้ ระเบอื้ ง ติดแผน่ สกั หลาดที่
ประสิทธิภาพ > ประเภทหลอด ยางหรือพรม ปลายขาโตะ๊ และเกา้ อี้
งานเทคนิคเฉพาะ ใชไ้ ฟ 100-150 แรงเทยี น
สี อณุ หภมู ิ
สอดคลอ้ งกับองค์ประกอบและสภาพแวดลอ้ มให้ดูสวยงามและสงบเงยี บ หอ้ งสมุดสว่ นมากใชเ้ คร่อื งปรบั อากาศเพือ่
สีขาวและสดี า ใชร้ ว่ มกบั สอี นื่ ได้ เชน่ สดี าชว่ ยใหส้ อี น่ื เขม้ ขนึ้ 1. ทาให้อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากฝ่นุ ละออง ควัน กลิน่
สรี ้อน (ใหค้ วามรู้สึกเคลอื่ นไหวไปขา้ งหนา้ ) 2. ปรับความชืน้ ให้ความสะดวกแกผ่ ูใ้ ชแ้ ละผ้ใู ห้บริการไมร่ อ้ นอบอา้ ว
สีเย็น (ให้ความรสู้ กึ ถดถอย เงียบ) 3. ขจัดเสยี งรบกวนจากภายนอก
เล่ียงการใช้ สตี ดั กัน ทาใหร้ ้สู ึกเมื่อยสายตากวา่ การใชส้ ที ่ีกลมกลนื 4. ช่วยรักษาทรัพยากรใหอ้ ยู่ในสภาพคงทนได้นาน
สอี อ่ น ทาใหห้ อ้ งกวา้ งมากกวา่ ปกตแิ ละสวา่ งขึ้น
สานกั งานนยิ มใช้ สนี า้ ตาลเขม้ เพราะตอ้ งการความเงยี บขรึมเปน็ หากไม่มีเครือ่ งปรบั อากาศ
ทางการ 1. ต้ังอาคารใหเ้ หมาะกบั ทศิ ทางลม แดด
บรเิ วณท่ีทางาน ความเข้มของสพี ้ืน > สผี นงั > สเี พดาน 2. วสั ดุท่เี ปน็ ผนังและฝา้ หลังคาต้องไมส่ ะสมความร้อน
สีเขม้ ไม่ใช้กบั ผนงั ดา้ นทม่ี หี นา้ ต่าง เพราะทาใหส้ ตี ดั กบั แสงภายนอก 3. ชายคามที ่บี ังแดด
การเลือกใชส้ ขี องหอ้ งสมดุ ตอ้ งสมั พนั ธ์กันทัง้ ภายนอกอาคารและภายใน 4. รอบอาคารปลูกต้นไม้ ใช้ธรรมชาติป้องกันแสงเข้าตัวอาคารมาก
อาคาร เพอ่ื ใหผ้ ใู้ ช้ได้บรรยากาศในการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งราบร่นื เกินไป
5. ภายในอาคารอาจใช้พัดลมเพดานชนิดโคจรรอบตัว ช่วยระบาย
อากาศให้ถา่ ยเทสะดวกและเย็นสบาย
การตกแตง่
การแบ่งเนื้อท่ีเป็นสัดส่วนเหมาะสมกับการใช้งาน และใช้ครุภัณฑ์ให้ 22 เสาวณติ ทองม.ี 2550. “การใช้แสงธรรมชาติเพอื่ เพ่ิมประสิทธภิ าพแสงสวา่ ง ภายในอาคารห้องสมุด.” วิทยานิพนธ์
สัมพันธ์กลมกลืนกัน ทั้งตกแต่งฝาผนังด้วยรูปภาพ ป้ายข้อความสาคัญ ปริญญาสถาปตั ยกรรมศาสตร์มหาบัณฑติ สาขาวชิ า สถาปัตยกรรม ภาควิชา สถาปัตยกรรม บัณฑิตวิทยาลัย,
กระถางตน้ ไม้จะชว่ ยสร้างบรรยากาศเชิญชวนมากยิ่งขึน้ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
50
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.11 หลักการออกแบบอาคารประหยดั พลงั งานในภูมิอากาศเขตรอ้ นชนื้ 23
สภาพแวดลอ้ มรอบอาคาร รปู ทรงอาคาร
ควรมีอุณหภูมิต่ากว่าปกติ (เช่น มีต้นไม้ แหล่งน้า) จะช่วยลดภาระในการ - อตั ราสว่ นพนื้ ทผี่ ิว : พ้ืนทใ่ี ชส้ อยต่าสดุ และให้มีกรอบอาคารน้อย
ทาความเย็นให้กับตวั อาคารภายใน - มกี ารรวั่ ซึมของอากาศต่า แตย่ อมให้มกี ารไหลเวียนอากาศผ่านผิวอาคาร
- อาคารรปู ทรงเรียวยาว ควรวางอาคารในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก
พืชพันธ์ธุ รรมชาติ ตาแหนง่ ช่องเปิด
- ต้นไม้ใหญท่ ี่แผก่ ว้างและพ่มุ ใบโปรง่ ชว่ ยเพิม่ ร่มเงา แตไ่ มก่ กั เก็บความชื้น - ใช้แสงธรรมชาตใิ หม้ าก โดยเฉพาะแสงกระจายหลีกเล่ียงแดดโดยตรง
- หญา้ หรือพืชคลุมดินช่วยป้องกันความร้อนให้กบั ดินและปรับอุณหภูมิ - ลดปรมิ าณกระจกดา้ นทศิ ตะวันออกและตะวนั ตกให้น้อยที่สุด
- ตดิ ต้ังอปุ กรณ์บังแดดแบบถาวรเหนือกระจก
สภาพภูมปิ ระเทศ - ไมค่ วรมีช่องแสงขนาดใหญ่บนหลังคา
- ทางเข้าออกของลม ให้ทางลมออกอยูส่ ูง เพื่อใหอ้ ากาศร้อนลอยตวั
- ปรับความเอยี งของพืน้ ดินไปทางทศิ เหนอื เพอื่ ให้รับแสงแดดนอ้ ยลง
- ปรบั เนินดินรอบอาคารเพือ่ ให้กระแสลมเย็นสามารถพดั ผา่ นตวั อาคาร ผนังทึบ
- ใชป้ ระโยชน์จากอณุ หภูมิของดินที่เย็นกว่าอากาศ โดยให้พ้ืนชั้นล่างของ
อาคารสมั ผสั กับผวิ ดนิ หรอื ออกแบบให้ผนงั อาคารบางสว่ นอยู่ใตด้ นิ - บุฉนวนกันความร้อนท่ีผนังด้านนอกของอาคาร หรือใช้ผนัง 2 ช้ันมี
- ใช้แหล่งน้าขนาดใหญ่ (ความลึกต้ังแต่ 1.5 เมตรข้ึนไป) เพ่ิมความเย็น ช่องวา่ งอากาศระหว่างช้ันของผนงั เป็นอากาศหรอื ฉนวน
โดยใหม้ กี ระแสลมพัดผ่านเพือ่ ทาให้เกิดการระเหยของน้า - อาคารที่มีการเปิดและปิดเคร่ืองปรับอากาศระยะยาว ควรติดต้ังฉนวน
ด้านในผนังอาคาร และใช้ฉนวนสะท้อนความร้อนให้ช่องว่างอากาศ
สภาพภูมอิ ากาศ ระหว่างผนงั
- อาคารท่ีมีการเปิดและปิดเครื่องปรับอากาศระยะส้ัน ควรติดตั้งฉนวน
- ลมทิศใต้/ตะวันตกเฉียงใต้ (ฤดูร้อน), ลมทิศเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ ความรอ้ นภายนอกและใชว้ สั ดุท่สี ะสมความร้อนความช้ืนน้อย
(ฤดหู นาว) จึงควรวางอาคารและชอ่ งเปิดใหข้ วางทิศทางลม - อาคารควรเป็นสีอ่อนหรอื เป็นวัสดุผวิ มัน
- ช่องลมเข้าและออกมีขนาดที่เหมาะสม โดยให้ลมพัดผ่านช่วงตัวผู้อยู่
ภายในอาคาร (บริเวณที่ไม่มีการปรับอากาศ)
ตัวอาคาร หลงั คาทึบ
- หันด้านแคบของอาคารไปทางทิศตะวันออก-ตะวันตก หรือทิศตะวันตก - บฉุ นวนกันความร้อนใต้หลงั คาหรอื ระหวา่ งช้นั ฝ้าเพดานกบั หลังคา อาจ
เฉียงใต้ มชี ่องระบายอากาศใต้หลังคา
- วางทิศทางอาคารประกอบกับการปลูกต้นไม้โดยรอบ เพื่อกาหนดทิศ - ตดิ ตงั้ แผ่นฟลิ ์มอลมู นิ ่ัม บางๆที่สะท้อนความรอ้ นไว้ดา้ นลา่ งของหลังคา
ทางลมให้พดั ผ่านอาคาร - หลกี เลยี่ งการทาช่องแสงบนหลังคา แต่ถ้าต้องมีควรทาแผงบานเกล็ดบัง
- วางอาคารให้ต้ังฉากกับทิศทางลม โดยพิจารณาความเร็วและทิศทาง แสงแดดและติดต้ังให้ถกู ทศิ ทาง เพราะความร้อนมากกวา่ 90% มาจากการ
ของลมในแตล่ ะฤดูกาล แผร่ งั สีความรอ้ นของหลงั คาเข้ามายังภายในอาคาร
- อดุ หรอื ปดิ รอยต่อในสว่ นต่างๆ ของอาคารเพ่ือลดการรั่วซมึ ของอากาศให้ - วัสดหุ ลงั คาควรดูดกลนื และสะสมความร้อนต่า
สนทิ ด้วยซเี มนต์และซลิ ิโคน - ใหล้ อนของกระเบอื้ งหลงั คาขวางกบั การโคจรของดวงอาทิตย์ (โคจรจาก
- เลอื กใชฉ้ นวนกนั ความร้อนและกระจกท่กี นั ความร้อนได้ ตะวันออกไปตะวันตกออ้ มใต)้
- ออกแบบเปน็ หลังคาจัว่ หรือเพม่ิ ชอ่ งวา่ งใต้หลงั คา หรือทาเป็นหลังคา 2
23 จริ ชั ยา ล.ี 2558. “การศกึ ษาการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื สาหรบั สถาปตั ยกรรมทย่ี ง่ั ยนื .” วทิ ยานพิ นธส์ ถาปตั ยกรรมศาสตรบณั ฑติ ชัน้ หรือหลงั คาสูง ไม่ควรเปน็ หลังคาแบนราบและหนา
ภาควชิ า สถาปตั ยกรรมศาสตร์ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร,์ มหาวทิ ยาลยั ศรปี ทมุ .
51
โครงการออกแบบและวางผงั วทิ ยานพิ นธ์
สานักปฏิบัตธิ รรมป่าโมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกยี รติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สดั สว่ นรา่ งกายประชากรไทยเพอ่ื การออกแบบทางสถาปัตยกรรม24
สัดสว่ นร่างกายมนุษย์ขณะนง่ั พับเพียบ เดก็ ผชู้ ายอายุ 7 ปี คา่ เปอร์เซ็นต์ไทลท์ ่ี 5, 95
เด็กผู้หญิงอายุ 7 ปี ค่าเปอร์เซน็ ตไ์ ทล์ท่ี 5, 95
เดก็ ผู้หญงิ อายุ 15 ปี ค่าเปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95 เดก็ ผู้ชายอายุ 15 ปี คา่ เปอร์เซน็ ตไ์ ทล์ท่ี 5, 95
ผ้หู ญิง คา่ เปอรเ์ ซ็นต์ไทลท์ ี่ 5, 95 ผู้ชาย ค่าเปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95
ผหู้ ญิงสงู อายุ ค่าเปอร์เซน็ ตไ์ ทล์ท่ี 5, 95 ผชู้ ายสูงอายุ ค่าเปอร์เซ็นต์ไทลท์ ่ี 5, 95
ภาพที่ 3.19 แสดงสดั ส่วนรา่ งกายผ้หู ญิงขณะนง่ั พบั เพียบ ภาพที่ 3.20 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผู้ชายขณะน่ังพบั เพียบ
52 24 กสุ มุ า ธรรมธารง. 2552. “คมู่ อื ปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี ขอ้ มลู สดั สว่ นรา่ งกายประชากรไทยเพอ่ื การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม.”
พมิ พค์ รงั้ ที่ 1. กรงุ เทพฯ : สมาคมสถาปนกิ สยามในพระบรมราชปู ถมั ภ์ : สถาบนั สถาปนกิ สยาม.
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศกึ ษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สัดส่วนร่างกายประชากรไทยเพอ่ื การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม [ต่อ]
สดั สว่ นร่างกายมนษุ ย์ขณะนั่งขดั สมาธิ เด็กผชู้ ายอายุ 7 ปี คา่ เปอรเ์ ซ็นตไ์ ทล์ท่ี 5, 95
เด็กผหู้ ญงิ อายุ 7 ปี ค่าเปอร์เซน็ ต์ไทล์ท่ี 5, 95
เด็กผหู้ ญงิ อายุ 15 ปี คา่ เปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 5, 95 เด็กผู้ชายอายุ 15 ปี คา่ เปอรเ์ ซ็นตไ์ ทล์ที่ 5, 95
ผ้หู ญงิ คา่ เปอรเ์ ซน็ ต์ไทลท์ ่ี 5, 95 ผู้ชาย ค่าเปอร์เซน็ ตไ์ ทล์ที่ 5, 95
ผู้หญิงสูงอายุ คา่ เปอร์เซ็นต์ไทลท์ ี่ 5, 95 ผู้ชายสูงอายุ ค่าเปอรเ์ ซ็นตไ์ ทลท์ ี่ 5, 95
ภาพที่ 3.21 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผูห้ ญิงขณะนง่ั ขัดสมาธิ ภาพท่ี 3.22 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผู้ชายขณะนง่ั ขดั สมาธิ
53
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบัตธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สัดส่วนรา่ งกายประชากรไทยเพอ่ื การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม [ต่อ]
สดั สว่ นร่างกายมนุษยข์ ณะเดินจงกรม เด็กผชู้ ายอายุ 7 ปี คา่ เปอรเ์ ซ็นตไ์ ทล์ท่ี 5, 95
เดก็ ผ้หู ญงิ อายุ 7 ปี คา่ เปอรเ์ ซน็ ต์ไทลท์ ี่ 5, 95
เด็กผ้หู ญิงอายุ 15 ปี ค่าเปอร์เซน็ ตไ์ ทล์ท่ี 5, 95 เด็กผู้ชายอายุ 15 ปี ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95
ภาพที่ 3.23 แสดงสดั ส่วนรา่ งกายผหู้ ญงิ ขณะเดินจงกรม (1) ภาพท่ี 3.24 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผู้ชายขณะเดินจงกรม (1)
54
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศกึ ษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สดั สว่ นรา่ งกายประชากรไทยเพอื่ การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม [ตอ่ ]
สดั สว่ นรา่ งกายมนุษยข์ ณะเดนิ จงกรม (ต่อ) ผชู้ าย ค่าเปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ที่ 5, 95
ผหู้ ญงิ ค่าเปอร์เซ็นตไ์ ทลท์ ่ี 5, 95
ผ้หู ญิงสูงอายุ คา่ เปอร์เซน็ ตไ์ ทลท์ ี่ 5, 95 ผู้ชายสูงอายุ ค่าเปอรเ์ ซ็นตไ์ ทลท์ ี่ 5, 95
ภาพท่ี 3.25 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผู้หญิงขณะเดนิ จงกรม (2) ภาพที่ 3.26 แสดงสดั ส่วนรา่ งกายผชู้ ายขณะเดนิ จงกรม (2)
55
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบัติธรรมปา่ โมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศึกษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สดั สว่ นรา่ งกายประชากรไทยเพอื่ การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม [ตอ่ ]
สัดสว่ นรา่ งกายมนุษยข์ ณะใส่บาตร เด็กผู้ชายอายุ 7 ปี คา่ เปอร์เซน็ ตไ์ ทลท์ ี่ 5, 95
เด็กผู้หญิงอายุ 7 ปี ค่าเปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95
เด็กผหู้ ญงิ อายุ 15 ปี ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95 เดก็ ผชู้ ายอายุ 15 ปี คา่ เปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ที่ 5, 95
ภาพท่ี 3.27 แสดงสัดส่วนรา่ งกายผูห้ ญิงขณะใสบ่ าตร (1) ภาพที่ 3.28 แสดงสัดส่วนรา่ งกายผชู้ ายขณะใสบ่ าตร (1)
56
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศึกษาทฤษฎกี ารออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.12 สดั สว่ นรา่ งกายประชากรไทยเพอื่ การออกแบบทางสถาปัตยกรรม [ตอ่ ]
สัดสว่ นรา่ งกายมนษุ ย์ขณะใสบ่ าตร (ต่อ) ผู้ชาย ค่าเปอร์เซน็ ต์ไทล์ท่ี 5, 95
ผหู้ ญิง ค่าเปอรเ์ ซ็นต์ไทล์ท่ี 5, 95
ผู้หญงิ สงู อายุ คา่ เปอร์เซน็ ต์ไทลท์ ่ี 5, 95 ผู้ชายสูงอายุ ค่าเปอร์เซ็นตไ์ ทลท์ ่ี 5, 95
ภาพที่ 3.29 แสดงสดั ส่วนรา่ งกายผหู้ ญิงขณะใสบ่ าตร (2) ภาพที่ 3.30 แสดงสดั ส่วนรา่ งกายผู้ชายขณะใส่บาตร (2)
57
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏิบตั ธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.2 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกยี รติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
Relevants 3.2 ศกึ ษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
Study DESIGN THEORIES STUDY
3.2.13 สรุปทฤษฎกี ารออกแบบกับการเลือกใช้ในโครงการสานักปฏิบัตธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม
ตารางที่ 3.6 แสดงการสรปุ ทฤษฎีทางพระพทุ ธศาสนากับการเลอื กใช้ในโครงการสานกั ปฏิบัติธรรมป่าโมกขธ์ รรมาราม
ทฤษฎี การนามาใชใ้ นโครงการ รปู แบบทใี่ ช้
วปิ ัสสนากรรมฐาน นาหลักสติปัฏฐาน 4 มาใช้ ในการออกแบบสานักปฏิบัติธรรมป่าโมกข์ธรรมารามมีแนวคิดหลักใน
ตามแนวสตปิ ฏั ฐาน 4 ในการออกแบบ โดยเน้น “กายา การออกแบบ คอื ลกั ษณะของการเดินจงกรม ซ่งึ สอดคล้องกับสติปัฏฐาน 4
นุปัสสนาสติปัฏฐาน” มาใช้ใน ในการเพียรพิจารณา รูป (กายานุปัสสนาสติปํฏฐาน) ได้แก่ การกาหนดรู้
การกาหนดรู้อิริยาบถ รู้อิริยาบถ ลมหายใจเขา้ ออก (อานาปานสติ) , กาหนดรู้อิริยาบถ (อิริยาบถ) , กาหนด
ที่เคล่ือนไหว รู้ลมหายใจท่ีเข้า รู้อริ ยิ าบถทเี่ คลือ่ นไหว (สมั ปชญั ญะ)
ออก เพ่ือให้สอดคล้องกับแนวคิด การเดินจงกรมถอื เปน็ การฝึกสติในขั้นเร่ิมต้นเพื่อนาไปสู่การพิจารณา
หลักในการออกแบบสานักปฏิบัติ ในลาดบั ถัดไป ได้แก่ จิต (จติ ตานปุ ัสสนาสติปัฏฐาน) คอื การมีสติเข้าไปตั้ง
ธรรม คือ การเดนิ จงกรม และตามดูจิตหรือความคิด , เวทนา (เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน) คือ มีสติ
เขา้ ไปตั้งและตามดูความรู้สึก , ธรรม (ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน) คือ มีสติ
เขา้ ไปดูธรรมหรอื อารมณท์ ่ีเกิดขึน้ กับจิต
นาหลัก “อาวาสสัปปายะ” ในการออกแบบสานักปฏิบัติธรรมป่าโมกข์ธรรมารามจะยึดหลักของ
มาใช้ในการออกแบบ เพ่ือให้ตัว อาวาสสัปปายะ มาใช้ในการออกแบบ เพื่อให้เกิดความสัปปายะ โดยพึงมี
ทฤษฎีทางพระ ุพทธศาสนา หลักการออกแบบ สถานท่ีเหมาะสมต่อการภาวนา ลักษณะ 4 ประการ คือ ต้องมีลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมชาติ , ต้องมี
สถานปฏิบตั ิธรรม และการปฏิบัตธิ รรม ลักษณะสงบและวิเวก , ตอ้ งมลี ักษณะท่ีสมถะและมีเท่าท่ีจาเป็น รวมถึงต้อง
ทเ่ี อ้ือใหเ้ กดิ ความสปั ปายะ นอกจากนี้ยังมี “อุตุสัปปา มลี ักษณะทแ่ี ฝงนยั ยะทางธรรม
ยะ” ท่ีนามาใช้เพื่อให้ตัวสถานที่ นอกจากน้ียังนาเอาหลัก อุตุสัปปายะ คือ การมีสภาพแวดล้อมที่ไม่
มอี ุณหภูมทิ ีเ่ หมาะสมเช่นกนั หนาวหรือไมร่ ้อนจนเกินไป มาใช้เป็นหลกั ในการออกแบบร่วมดว้ ย
นาหลักในการ “เดินจงกรม” ลักษณะของทางเดนิ จงกรมทด่ี ไี ด้แก่ ทางเดนิ ควรเรียบ ปราศจากก่ิงไม้
มาเป็น “แนวคิดหลักในการ ไม่ปกปดิ รกชฏั ดว้ ยหญ้า มขี นาดความกวา้ งทพี่ อดีประมาณ 0.75 ม. (อย่าง
หลกั การออกแบบ ออกแบบ (Concept)” เลก็ สดุ ) ถึงประมาณ 2 ม. ความสูงของทางเดินสูงไม่เกิน 2.5 ม. หรือระดับ
พ้ืนทีใ่ นการเจรญิ สติ
โดยนามาใช้ในการออกแบบ เดียวกบั พน้ื ดิน
(เดินจงกรม)
ผงั ทางเดิน และตัวอาคาร โดยการเดินจงกลมกาหนดไว้ 3 ทิศ คือ แนวตะวันออก-ตะวันตก ,
แนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ , แนวตะวันออกเฉียงเหนือ โดยห้ามเดินทางทิศ
เหนอื -ใต้ และไมใ่ ห้เดนิ ตดั ตะวัน (เนื่องจากแสงจะสอ่ งหน้า)
นาหลักในการแบ่งกลุ่มการ นาเอาลักษณะการวางตาแหนง่ อาคารในผังเขตพุทธาวาส ลักษณะผัง
วางผงั มาใช้ใน Landscape คือ แบบแนวกากบาท25 มาใช้เป็นหลกั ในการวางภาพรวมของตัว Landscape
หลกั การออกแบบ “เขตพุทธาวาส” , เพ่ือกาหนดเหมือนจดุ ศนู ยก์ ลางของพน้ื ทใ่ี นการกระจายไปยงั ส่วนต่างๆ
การวางผังในเขตวดั
“เขตสังฆาวาส” , แบ่งความสัมพันธ์ระหว่างเขตพุทธาวาส สังฆาวาส ใน ลักษณะแบบ
“เขตธรรมาวาส” ชดิ ข้าง26 โดยมีเขตธรรมาวาสและเขตฆราวาสอยู่บริเวณดา้ นหลัง
และ “เขตฆราวาส”
ยึดหลัก “ทฤษฎีเศรษฐกิจ การผสมผสานหลักทฤษฎเี ศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ร่วมในสว่ นสวนเกษตร
การเกษตรแนวพุทธ พอเพียง” มาใช้ในการออกแบบ ธรรมะสุขยั่งยืน ซ่ึงแบ่งพ้ืนที่ออกเป็น ส่วนนาข้าว ส่วนบ่อน้า ส่วนปลูกผัก
กบั ทฤษฎีเศรษฐกจิ พอเพยี ง พ้นื ที่การเกษตร และผลไม้
58
THESIS Design and Planning Project of 3.2
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
3.2 ศกึ ษาทฤษฎีการออกแบบโครงการ
DESIGN THEORIES STUDY
3.2.13 สรุปทฤษฎีการออกแบบกบั การเลอื กใช้ในโครงการสานักปฏบิ ัติธรรมป่าโมกขธ์ รรมาราม [ตอ่ ]
ตารางท่ี 3.7 แสดงการสรุปทฤษฎีทางจติ วทิ ยากับการเลอื กใช้ในโครงการสานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมปา่ โมกข์ธรรมาราม
ทฤษฎี การนามาใช้ในโครงการ รปู แบบทใ่ี ช้
ทฤษ ีฎทางจิตวิทยา หลกั การออกแบบทวี่ า่ ง นาหลักการ “การปฏสิ มั พันธ์ การสร้าง การปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งคนกับสภาพแวดลอ้ มทีห่ ลากหลาย
ทางสถาปัตยกรรมกับ ระหวา่ งคน กับ สภาพแวดลอ้ ม 27 ดว้ ยการสรา้ งปฏิสัมพนั ธท์ ้ังในการ ลาดบั > เนอื้ หา > กิจกรรม > การ
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ทห่ี ลากหลาย”มาใช้ออกแบบ เชอื่ มต่อ > จนไปถึงการออกแบบรูปแบบพื้นที่
นาหลกั ทฤษฎีจิตวิทยา “สง่ิ เรา้ การออกแบบที่กระตนุ้ ความร้สู กึ เชิงบวก ผ่านประสาทสัมผสั ทัง้ 5 คอื
ในธรรมชาติของมนษุ ย์”ซ่งึ ได้แก่ ตา หู จมูก ลนิ้ กาย (เสยี ง สี การสัมผัส รส กลน่ิ การมองเห็น)
เสียง สี การสัมผสั รส กลิ่น การ - เสียง คอื เสยี งจากธรรมชาติและเสยี งธรรมะ ชว่ ยให้เกดิ ความสงบ
ทฤษฎจี ิตวทิ ยา มองเหน็ ผา่ นประสาทสมั ผสั ทั้ง - สี คอื การใช้สจี รงิ ของเน้ือวสั ดแุ ละแสงไฟ เนน้ สขี าว เทา นา้ ตาล
กับการออกแบบเชงิ ภูมทิ ศั น์ 5 มาใชใ้ นการออกแบบ - การสมั ผสั คือ เนน้ การสมั ผัสทางเทา้ โดยการเดนิ จงกรม
- รสและกลน่ิ คอื การใชพ้ รรณไมท้ ี่มกี ลิน่ หอมในสว่ นปฏบิ ตั ิธรรม และ
ใช้พรรณไม้ท่กี นิ ได้ในสว่ นเกษตรธรรมะสขุ ย่งั ยนื
- การมองเห็น คอื ลาดบั ในการเดนิ เอกภาพความสมดลุ ในภมู ิทศั น์
สัญลกั ษณ์ทางศาสนา การเกดิ แสงและเงาของตวั อาคาร
ตารางท่ี 3.8 แสดงการสรปุ ทฤษฎที างสถาปัตยกรรมกบั การเลอื กใช้ในโครงการสานักปฏบิ ตั ธิ รรมป่าโมกขธ์ รรมาราม
ทฤษฎี การนามาใช้ในโครงการ รปู แบบทีใ่ ช้
การออกแบบหอประชุมใช้รูป รูปแบบหอประชุมแบบสเ่ี หลีย่ มผืนผ้า28 ขนาด 500 ท่ีน่ัง โดยมีสัดส่วน
ทฤษ ีฎทางสถา ัปตยกรรม หลกั การออกแบบหอประชมุ “แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า” ตาแหน่ง กว้าง : ยาว = 1 : 1.2 และตาแหน่งของเวที่เป็น เวทีปลายห้อง29 ซึ่งเป็น
เวทีคือ “เวทีปลายหอ้ ง” รูปแบบที่เหมาะสมสาหรบั การบรรยายและปาฐกถา
หลักการออกแบบและการใช้ การออกแบบ “หอ้ งสมุด” การหันอาคารเข้าทิศเหนือ รับแสงธรรมชาติ 30% วัสดุไม่สะสมความ
แสงธรรมชาตภิ ายในห้องสมุด โดยเนน้ การใช้แสงธรรมชาติ รอ้ นรวมถึงมีชายคาบงั แดด และพัดลมเพดานชว่ ยระบายอากาศ
หลักการออกแบบอาคารประหยดั ใช้ในการออกแบบอาคารทุก การกาหนดทิศทางการวางอาคาร วสั ดุทใ่ี ช้ รปู ทรงอาคาร รวมถึง
พลงั งานในภมู อิ ากาศเขตร้อนช้ืน ประเภท ตาแหน่งช่องเปิดในการรับแสงสวา่ งและการระบายอากาศจากภายนอก
ใช้ ใน กา รอ อก แบ บส่ ว น แสดงขนาดสัดส่วนร่างกายของเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ท้ังผู้หญิงและ
สดั สว่ นร่างกายประชากรไทย ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม แ ล ะ เ ผ ย แ ผ่ ผู้ชาย โดยแสดง สัดส่วนร่างกายมนุษย์ขณะนั่งพับเพียบ30 , สัดส่วน
เพือ่ การออกแบบ พระพุทธศาสนา รวมถึงเส้นทาง ร่างกายมนษุ ย์ขณะนง่ั สมาธิ31 , สดั สว่ นรา่ งกายมนุษยข์ ณะเดินจงกรม32 ,
ทางสถาปัตยกรรม เดินจงกรม
สดั สว่ นร่างกายมนุษยข์ ณะใสบ่ าตร33
25 ลกั ษณะผงั แบบแนวกากบาท อา้ งองิ ในแผนภมู ทิ ี่ 3.6 แสดงหลกั การออกแบบพนื้ ทใี่ นเขตวดั บทท่ี 3 หนา้ 42
26 ลกั ษณะแบบชดิ ขา้ ง อา้ งองิ ในแผนภมู ทิ ่ี 3.6 แสดงหลกั การออกแบบพนื้ ทใี่ นเขตวดั บทท่ี 3 หนา้ 42
27 การปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งคนกบั สภาพแวดลอ้ มทห่ี ลากหลาย อา้ งองิ ใน ภาพที่ 3.7 แสดงการมปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ ง คน กบั สภาพแวดลอ้ มทหี่ ลากหลาย บทที่ 3 หนา้ 45
28 รปู แบบหอประชมุ แบบสเ่ีหลย่ี มผนื ผา้ อา้ งองิ ใน ภาพท่ี 3.11 แสดงรปู แบบหอ้ งประชมุ สเ่ีหลย่ี มผนื ผา้ บทท่ี 3 หนา้ 49
29 เวทปี ลายหอ้ ง อา้ งองิ ใน ภาพท่ี 3.15 แสดงภาพเวทปี ลายหอ้ ง บทที่ 3 หนา้ 49
30 สดั สว่ นรา่ งกายมนษุ ยข์ ณะนง่ั พบั เพยี บ อา้ งองิ ใน ภาพท่ี 3.19 แล 3.20 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผหู้ ญงิ -ผชู้ ายขณะนงั่ พบั เพยี บ บทที่ 3 หนา้ 52
31 สดั สว่ นรา่ งกายมนษุ ยข์ ณะนงั่ สมาธิ อา้ งองิ ใน ภาพที่ 3.21 และ 3.22 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผหู้ ญงิ -ผชู้ ายขณะนงั่ สมาธิ บทท่ี 3 หนา้ 53
32 สดั สว่ นรา่ งกายมนษุ ยข์ ณะเดนิ จงกรม อา้ งองิ ใน ภาพที่ 3.23 , 3.24 , 3.25 และ 3.26 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผหู้ ญงิ -ผชู้ ายขณะเดนิ จงกรม บทท่ี 3 หนา้ 54-55
33 สดั สว่ นรา่ งกายมนษุ ยข์ ณะใสบ่ าตร อา้ งองิ ใน ภาพท่ี 3.27 , 3.28 , 3.29 และ 3.30 แสดงสดั สว่ นรา่ งกายผหู้ ญงิ -ผชู้ ายขณะใสบ่ าตร บทท่ี 3 หนา้ 56-57
59
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานิพนธ์
สานักปฏิบัตธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกยี รติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผ้ใู ช้และพฤติกรรมผใู้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.1 วิเคราะหจ์ านวนผใู้ ชใ้ นโครงการ
3.3.1.1 การวเิ คราะหห์ าจานวนผใู้ ชโ้ ครงการ
การวเิ คราะห์จานวนผเู้ ขา้ รว่ มโครงการตามหลักสูตรทจ่ี ดั ขนึ้ ตารางที่ 3.9 แสดงการวเิ คราะหจ์ านวนผู้เข้าร่วมโครงการตามหลักสตู รทีจ่ ดั ข้ึน
หลกั สูตร จานวนคร้งั ท่ีจดั /ปี จานวนผู้เขา้ รว่ ม (คน) จานวนวนั (วนั )
(คร้งั ) ต่อครงั้ ต่อปี ตอ่ ครั้ง ตอ่ ปี
โครงการสง่ เสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม เพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ และเยาวชน ในรูปแบบค่ายพฒั นาคณุ ธรรม
1. คา่ ยพทุ ธบตุ ร-ธรรมะธิดา 10 300 3,000 3 30
2. คา่ ยพทุ ธธรรมเพ่อื พัฒนาชีวิตและเปลีย่ นแปลงสงั คม 7 300 2,100 3 21
300 2,100 3 21
3. ค่ายธรรมะพลิกชวี ติ คนพนั ธ์ R 7 300 2,100 3 21
300 2,100 3 21
4. คา่ ยศลิ ปะแหง่ ชีวติ -พชิ ิตความสขุ 7 300 2,100 3 21
5. ค่ายวาทศิลปเ์ พอ่ื พัฒนาผนู้ าเยาวชน 7 13,500 คน/ปี 135 วัน/ปี
6. ค่ายวปิ ัสสนานุบาล (การภาวนาเพ่ือรเู้ ท่าทนั ความทกุ ข)์ 7 200 600 26
200 600 26
รวม 45 ครง้ั /ปี 200 600 26
200 600 26
โครงการสง่ เสริมคุณธรรมจริยธรรม เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ บุคลากรในองค์กร 200 600 26
1. ธรรมคั่นกลาง : การงาน + ความสุข 3 3,000 คน/ปี 36 วนั /ปี
2. ธรรมะพลิกชวี ิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 80 1,920 3 72
80 480 5 30
3. ชวี ิตเบิกบาน การงานเปน็ สุข 3 80 480 7 42
150 600 15 60
4. ธรรมะอารมณด์ ี เสริมสรา้ งสามัคคีในองค์กร 3
3,480 คน/ปี 204 วนั /ปี
5. ฟงั พระ ฟังเพลง ฟงั ตัวเอง ฟงั ความคิด 3 รองรบั ได้มากสดุ
19,980 คน/ปี 2 หลกั สตู ร/1 วนั
รวม 15 คร้งั /ปี (500 คน/วนั )
โครงการวปิ ัสสนากรรมฐาน
1. คอรส์ ระยะส้ัน (ศุกร-์ เสาร-์ อาทิตย)์ 24
2. คอร์สระยะกลาง 6
3. คอร์สประจาสัปดาห์ 6
4. คอร์สประจาเดอื น 4
รวม 40 คร้งั /ปี
รวมหลกั สตู รทงั้ หมด 100 คร้ัง/ปี
การวเิ คราะห์จานวนผเู้ ขา้ รว่ มโครงการเนือ่ งในวนั สาคญั ตารางท่ี 3.10 แสดงการวเิ คราะหจ์ านวนผ้เู ขา้ รว่ มโครงการเนือ่ งในวนั สาคัญ
โครงการเน่ืองในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา จานวนครง้ั ที่จดั /ปี จานวนผูเ้ ขา้ รว่ ม (คน) จานวนวนั (วัน)
(ครง้ั ) ตอ่ 1 คร้งั ต่อปี ตอ่ 1 คร้ัง ตอ่ ปี
1. โครงการปฏิบตั ธิ รรมประจาปี
2. โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดรู อ้ น 1 300 300 66
3. โครงการปฏิบตั ิธรรมวันวสิ าขบชู า 1 100 100 18 18
4. โครงการปฏิบตั ิธรรมวนั อาสาฬหบูชา 1 200 300 55
5. โครงการสวดมนต์ขา้ มปี 1 200 300 55
1 300 300 22
รวม 5 คร้งั /ปี
1,300 คน/ปี 36 วัน/ปี
60
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผู้ใช้และพฤตกิ รรมผ้ใู ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.1 วิเคราะห์จานวนผูใ้ ชใ้ นโครงการ (ต่อ)
การวิเคราะหจ์ านวนผู้เข้ารว่ มกิจกรรมประจาปี ตารางท่ี 3.11 แสดงการวิเคราะห์จานวนผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมประจาปี
กิจกรรมประจาปี จานวนคร้งั ทจี่ ดั /ปี จานวนผู้เข้ารว่ ม (คน) จานวนวัน (วัน)
(คร้ัง)
1. พิธสี ขู่ วัญขา้ ว ตอ่ 1 ครั้ง ต่อปี ตอ่ 1 ครงั้ ตอ่ ปี
2. ถวายเทียน 19 วนั ตามแนวชายแดนไทย-กมั พูชา 1
3. โครงการกลา้ แผ่นดินดว้ ยเศรษฐกจิ พอเพียง 1 300 300 11
4. งานบญุ ประเพณีสารทลาว 1 100 300
5. ทอดกฐินสามัคคี 1 200 300 11
6. ลอยกระทง 1 200 300
1 300 300 88
รวม 6 คร้งั /ปี 300 300
11
1,100 คน/ปี
11
11
13 วัน/ปี
3.3.1.2 การคาดการณจ์ านวนผูใ้ ชโ้ ครงการในอนาคต
ตารางที่ 3.12 แสดงอัตราการเพ่มิ จานวนของผู้ใช้โครงการในแตล่ ะปี การคาดการณจ์ านวนผู้ใช้โครงการลว่ งหนา้ 10 ปี
ปี พ.ศ. จานวนผูเ้ ขา้ ใชโ้ ครงการ อัตราการเพมิ่ จานวนของ คาดการณ์ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2570
ท้งั หมด (คน) /ปี ผใู้ ชโ้ ครงการในแต่ละปี สูงสุดในปี พ.ศ. 2570 = 158,173 คนต่อปี
เฉลี่ยผู้ใชโ้ ครงการสูงสุดตอ่ วัน = 433 คน
2557 1,737 อตั ราการ ดังนัน้ โครงการสถานปฏิบตั ธิ รรมจงึ ควร
เพ่ิมขน้ึ เฉล่ยี รองรบั ผูเ้ ขา้ ใช้โครงการได้จานวน 450 คน/วัน
2558 2,405 38.5 % = 41.7% ต่อปี
2559 3,468 44.2 %
2560 4,935 42.3 %
การคาดการณล์ ว่ งหน้า 10 ปี 158,173 คน/ปี
เฉลีย่ 433 คน/วัน
อตั ราการเพม่ิ ขึ้น
= 41.7%
ภาพที่ 3.31 แสดงอัตราการเพมิ่ จานวนของผู้ใช้โครงการลว่ งหนา้ 10 ปี
61
Relevants3.3
Study
3.3.1 วเิ คราะหจ์ านวนผใู้ ชใ้ นโครงการ (ต่อ) 3.3
มลู นิธหิ ลวงป่แู พง ศนู ย์ศกึ ษาพระ ผ้อู านวยการสานกั ปฏบิ ัตธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม เลขานกุ ารฯ 3.3.1.3 โครงสร้างองคก์ รการบริหารงาน ผใู้ ช้และพฤติกรรมผใู้ ช้ นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปตั ยกรรม โครงการออกแบบและวางผัง
จาครโต ปรยิ ตั ิธรรม สังกดั รองผูอ้ านวยการฯ สานกั ปฏบิ ัติธรรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว
วดั สงข์กระจาย คณะกรรมการบรหิ าร กลุม่ สิ่งเล็กๆท่ี USERS BEHAVIOR
เรียกว่า จิตอาสา
ฝา่ ยบริหาร ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจกรรม ฝ่ายประชาสมั พนั ธ์ ฝา่ ยอาคารสถานที่ ฝา่ ยเกษตร ภูมิทศั น์ ฝา่ ยสังคมสงเคราะห์
62
บริหาร (4+6) หลกั สูตรอบรม (8) กจิ กรรมอบรม ประชาสมั พนั ธ์ (4) อาคารสถานท่ี (13) เกษตรธรรมะสุข จิตอาสาและ เครือขา่ ย
- ผู้อานวยการ (1) - หวั หนา้ แผนกฝ่าย กจิ กรรมประจาปี - หัวหน้าแผนก - หัวหน้าแผนกฝ่าย แต่ละฝ่าย
-รองผู้อานวยการ (1) วิชาการ (1) ปฏิบตั ิธรรม (9) ประชาสมั พันธแ์ ละ อาคารสถานที่ (1) ยั่งยนื และ ล้าน ๐ บาท (4)
- เลขานกุ าร (2) -เจา้ หนา้ ท่ี (2) - หัวหนา้ แผนกฝา่ ย ประสานงาน (1) - พนกั งานทาความ งาน
- คณะกรรมการ - วิทยากร (5) กิจกรรม (1) - เจา้ หน้าทดี่ แู ล สะอาด (5) สวนฮักนาแพง (8) - หัวหนา้ แผนกฝ่าย
(หัวหน้าแผนกทง้ั 6 หนังสือและ -เจา้ หน้าที่ (3) เครอื ขา่ ยวทิ ยุ - แมค่ รัว (5) แผนก
แผนก) ส่อื ธรรม (4) - พี่เล้ียง (5) เวบ็ ไซต์และแฟนเพจ - คนขบั รถ (2) - หัวหน้าแผนกฝา่ ย สงั คมสงเคราะห์ (1) เจ้าหนา้ ท่ี
(1) (อัตรา)
ธุรการ (3) - บรรณารกั ษ์ (1) - เจ้าหน้าทฝี่ ่ายศลิ ป์ รกั ษาความ เกษตร ภูมทิ ัศน์ (1) - เจา้ หน้าที่ (3)
บคุ คล (3) -ผชู้ ว่ ยบรรณารักษ์(1) และไอที (2) ปลอดภัย (3)
บัญชีและการเงนิ (3) - เจ้าหน้าที่ไอที (2) - ร.ป.ภ. (3) - เจา้ หน้าทอี่ บรม (2)
ทั้ง 3 แผนกแบ่งเป็น เทคนคิ (3)
- ผจู้ ดั การ (1) - เจา้ หนา้ ท่ี (3) - เจา้ หน้าที่ดูแล (5)
- รองผจู้ ดั การ (1)
- เจ้าหนา้ ท่ี (1) ภมู ทิ ัศน์ (2)
- คนสวน (2)
สหกรณ์การเกษตร(1)
- เจา้ หนา้ ที่ (1) วิทยานิพนธ์
2561
จานวน 13 อัตรา จานวน 12 อัตรา จานวน 9 อัตรา จานวน 4 อตั รา จานวน 19 อัตรา จานวน 11 อตั รา จานวน 4 อัตรา รวม 72
อตั รา
กาหนดนโยบาย รับผิดชอบงานดา้ น รบั นโยบายจากฝา่ ย ประสานงาน ดูแลรักษา ดแู ลและบริหาร บริหารการจดั การ 3.3.1.4 ชว่ งเวลาและพฤติกรรมของผ้ใู ชโ้ ครงการ 3.3.1 วเิ คราะหจ์ านวนผู้ใช้ในโครงการ (ต่อ) THESIS
การบริหารและ วิชาการ หอ้ งสมดุ บริหารและหลกั สตู ร กับทุกฝา่ ย ความเรียบร้อย จัดการงานในสว่ นที่ เครือขา่ ยจติ อาสาใน 2018
ยทุ ธศาสตรพ์ ัฒนา และอบรมหลกั สูตร เพือ่ ประชาสัมพนั ธ์ ของสถานที่ เกย่ี วข้องกับเกษตร การชว่ ยเหลือสงั คม หน้าทแี่ ตล่ ะแผนก
การดาเนนิ งานของ โครงการอบรม อบรมโครงการ โครงการและเผยแผ่ การใช้สถานท่ี และภูมิทัศน์โดยรอบ ผู้สงู อายุ ทพุ พลภาพ 3.3 ผู้ใช้และพฤตกิ รรมผูใ้ ช้
โครง การทัง้ หมด คุณธรรมจริยธรรม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม พระพทุ ธศาสนา ในแต่ละสว่ น รวมถึงการให้ความรู้ USERS BEHAVIOR
รวมถึงเปน็ ศูนยก์ าร มาจดั กจิ กรรมให้ และผ้ขู าดแคลน
เผยแผพ่ ระศาสนา ตรงตามวตั ถุประสงค์ แก่เกษตรกรและ ทุนทรัพย์ รวมถึง
ผู้สนใจ
ปัจจยั อน่ื ๆ
แผนภูมทิ ่ี 3.11 แสดงโครงสร้างองค์กรการบริหาร
ตารางที่ 3.13 แสดงชว่ งเวลาการเขา้ ใช้โครงการของกลุม่ ผใู้ หบ้ ริการและใชบ้ ริการ
วัน
00.00
01.00
02.00
03.00
04.00
05.00
06.00
07.00
08.00
09.00
10.00
11.00
12.00
13.00
14.00
15.00
16.00
17.00
18.00
19.00
20.00
21.00
22.00
23.00
63 ผใู้ ช้โครงการ กล่มุ ผ้ใู ห้บรกิ าร Design and Planning Project of
ผู้บรหิ ารโครงการ - ผู้บริหารโครงการ Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
วทิ ยากร พ่ีเล้ียง - เจ้าหน้าทโี่ ครง
เจา้ หนา้ ที่ทว่ั ไป การ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH
เจ้าหนา้ ทีเ่ ทคนคิ - พนักงานในโครง
พ. ทาความสะอาด การ
รกั ษาความปลอดภัย กลุ่มผใู้ ช้บรกิ าร
- กลมุ่ ผใู้ ชห้ ลัก
แม่ครวั ผเู้ ข้ารว่ มการ
คนดูแลสวน เกษตร อบรม (ค้างคนื -
ผ้อู บรม (คา้ งคนื ) ไปกลบั )
ผูอ้ บรม (ไปกลับ)
กลมุ่ ผู้ใชบ้ ริการ
รว่ มกิจกรรม - กลมุ่ ผ้ใู ช้รอง
(ไปกลับ) ทาเกษตร ทาบุญ
รว่ มกิจกรรม
(ไปกลับ)
ช่วงเวลางาน
ช่วงเวลาพกั
ชว่ งผลัดเปลี่ยนเวร
3.3
Relevants
Study
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานิพนธ์
สานกั ปฏิบัตธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
SRetuledvyants 3.3 ผูใ้ ชแ้ ละพฤตกิ รรมผูใ้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.1 วเิ คราะหจ์ านวนผู้ใชใ้ นโครงการ (ตอ่ )
ตารางท่ี 3.14 แสดงอัตราจานวนและหน้าที่ของฝา่ ยบริหาร
1. ฝา่ ยบริหาร 3.3.1.5 อตั ราจานวนและหน้าท่ีของบุคลากรในโครงการ
แผนก/ตาแหนง่ งาน อตั รา หนา้ ทรี่ บั ผิดชอบ
1.1 แผนกบรหิ าร (4+6) ตารางที่ 3.15 แสดงอตั ราจานวนและหน้าที่ของฝ่ายวชิ าการ
- ผู้อานวยการ 1 ควบคุมโครงการท้งั หมด 2. วชิ าการ
แผนก/ตาแหนง่ งาน อัตรา หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
- รองผอู้ านวยการ 1 ควบคมุ โครงการ รองจาก
- เลขานกุ ารผู้อานวยการ ผูอ้ านวยการ 2.1 แผนกหลกั สูตรอบรม (8)
- เลขานกุ ารรองผู้อานวยการ
1 อานวยความสะดวกแก่ - หัวหนา้ แผนกฝา่ ยวชิ าการ 1 ควบคุมงานด้านวิชาการ
ผ้อู านวยการ ทง้ั หมด
1 อานวยความสะดวกแกร่ อง - เจา้ หน้าท่ี 2 ดาเนินการดา้ นงานหลกั สตู ร
ผ้อู านวยการ อบรม
- คณะกรรมการบริหาร*** 6 หัวหนา้ และควบคุมแต่ละแผนก - วิทยากร 5 ดาเนนิ การดา้ นการบรรยาย
ธรรม
1.2 แผนกธุรการ (3) 2.2 แผนกหนงั สอื และสื่อธรรม (4)
- ผ้จู ดั การ 1 ควบคมุ งานด้านธรุ การทั้งหมด - บรรณารกั ษ์ 1 ควบคมุ งานห้องสมุดท้ังหมด
- รองผจู้ ดั การ 1 ควบคมุ งานดา้ นธรุ การรองจาก - ผู้ช่วยบรรณารักษ์ 1 ดาเนินการดา้ นงานหนงั สือและ
ผู้จัดการ ส่ือธรรม
- เจ้าหน้าที่ไอที
- เจ้าหนา้ ที่ 1 ดาเนินการดา้ นงานธรุ การ รวมจานวนฝ่ายวชิ าการ 2 ดาเนินการดา้ นไอที อุปกรณ์
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
1.3 แผนกบุคคล (3) 12 อตั รา
- ผู้จดั การ
1 ควบคมุ งานด้านบคุ ลากร ตารางท่ี 3.16 แสดงอัตราจานวนและหน้าทีข่ องฝา่ ยกจิ กรรม
- รองผจู้ ดั การ ท้งั หมด
1 ควบคุมงานดา้ นบุคลากรรอง 3. ฝา่ ยกิจกรรม
จากผจู้ ดั การ
แผนก/ตาแหนง่ งาน อตั รา หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ
3.1 แผนกกจิ กรรมอบรม (8)
- เจ้าหน้าที่ 1 ดาเนินการดา้ นงานบคุ ลากร 3.2 แผนกกจิ กรรมประจาปี
3.3 แผนกปฏบิ ตั ธิ รรม
1.4 แผนกบญั ชีและการเงิน (3) 1 ควบคมุ งานด้านบญั ชแี ละ 1 ควบคมุ งานด้านกิจกรรม
- ผจู้ ัดการ การเงินทัง้ หมด - หวั หน้าแผนกฝ่ายกจิ กรรม ทั้งหมด
- รองผจู้ ัดการ 1 ควบคมุ งานดา้ นบคุ ลากรรอง - เจ้าหน้าท่ี 3 ดาเนินการดา้ นกจิ กรรมทงั้ หมด
จากผจู้ ัดการ
- เจา้ หนา้ ท่ี
รวมจานวนฝา่ ยบริหาร 1 ดาเนนิ การดา้ นงานบญั ชแี ละ - พ่ีเลีย้ ง 5 อานวยความสะดวกดา้ นการจดั
การเงนิ รวมจานวนฝา่ ยกิจกรรม กิจกรรมท้งั หมด
13 อัตรา 9 อตั รา
64
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผู้ใชแ้ ละพฤติกรรมผใู้ ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.1 วิเคราะห์จานวนผใู้ ช้ในโครงการ (ต่อ)
3.3.1.5 อตั ราจานวนและหน้าที่ของบุคลากรในโครงการ (ต่อ)
ตารางที่ 3.17 แสดงอตั ราจานวนและหน้าท่ขี องฝา่ ยประชาสัมพันธ์ ตารางที่ 3.19 แสดงอัตราจานวนและหน้าท่ีของฝา่ ยเกษตรกรรมและภูมิทัศน์
4. ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ อัตรา หน้าที่รบั ผดิ ชอบ 6. ฝ่ายเกษตรกรรมและภมู ทิ ศั น์
แผนก/ตาแหนง่ งาน แผนก/ตาแหน่งงาน อตั รา หนา้ ทร่ี ับผดิ ชอบ
4.1 แผนกประชาสัมพันธ์ (4) 6.1 แผนกเกษตรธรรมะสขุ ยง่ั ยืน (8)
6.2 สวนนาฮักแพง
- หัวหนา้ แผนกประชาสมั พนั ธ์ ควบคมุ ด้านการประชาสัมพนั ธ์
และประสานงาน 1 และประสานงานท้งั หมด - หัวหนา้ แผนกฝ่ายเกษตรกรรม ควบคมุ งานฝา่ ยเกษตรกรรม
และภูมิทัศน์ และภมู ทิ ัศนท์ ้ังหมด
1
- เจ้าหน้าท่ีดแู ลวิทยุ เวบ็ ไซต์ 1 ดาเนินการดา้ นประชาสัมพนั ธ์ ดาเนนิ การอบรม ให้ความรู้แก่
แฟนเพจ ท้ังหมด (วิทยุ เว็บไซต์ เพจ) เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา
- เจา้ หน้าทอ่ี บรม 2
- เจ้าหน้าทฝ่ี า่ ยศลิ ป์และไอที 2 ดาเนนิ การดา้ นศลิ ปแ์ ละส่อื ไอที
รวมจานวนฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ 4 อัตรา - เจา้ หนา้ ทด่ี ูแล 5 ดูแลพน้ื ทบี่ ริเวณเกษตรและ
แปลงนา
ตารางท่ี 3.18 แสดงอตั ราจานวนและหน้าท่ขี องฝ่ายอาคารสถานที่ 6.3 ภมู ทิ ัศน์ (2)
5. ฝ่ายอาคารสถานท่ี - คนสวน 2 ดูแลพ้ืนทบี่ ริเวณสถานปฏบิ ัติ
ธรรม
แผนก/ตาแหน่งงาน อตั รา หนา้ ทร่ี ับผิดชอบ
5.1 แผนกอาคารสถานที่ (13) 6.4 สหกรณ์การเกษตร (1)
- หัวหนา้ แผนกอาคารสถานท่ี 1 ควบคุมงานด้านอาคารและ - เจา้ หนา้ ท่ี 1 ดาเนนิ การจัดการด้านงาน
สถานท่ีทง้ั หมด สหกรณก์ ารเกษตร
- พนกั งานทาความสะอาด 5 ดูแลเรื่องความสะอาดและ รวมจานวนฝา่ ยสหกรณ์ 11 อตั รา
สถานท่ี การเกษตร
- แม่ครัว 5 ดูแลเร่ืองอาหารและน้าปานะ
- คนขับรถ 2 ดแู ลเร่อื งการขนส่งและเดนิ ทาง
5.2 แผนกรกั ษาความปลอดภยั (3)
- ร.ป.ภ. 3 ดาเนินการรกั ษาความปลอดภยั
ตลอด 24 ชว่ั โมง
5.3 แผนกเทคนคิ และซอ่ มบารงุ (3)
ดาเนินการดา้ นเทคนคิ และซอ่ ม
- เจ้าหน้าท่ี 3 บารุง
รวมจานวนฝ่ายอาคารสถานที่ 19 อัตรา
65
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบตั ธิ รรมป่าโมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วิมลเกยี รติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปตั ยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผู้ใชแ้ ละพฤติกรรมผใู้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.1 วเิ คราะหจ์ านวนผู้ใช้ในโครงการ (ตอ่ )
3.3.1.5 อตั ราจานวนและหนา้ ทขี่ องบุคลากรในโครงการ (ตอ่ )
ตารางที่ 3.20 แสดงอตั ราจานวนและหน้าท่ีของฝ่ายสงั คมสงเคราะห์
7. ฝา่ ยสังคมสงเคราะห์
แผนก/ตาแหนง่ งาน อัตรา หนา้ ท่รี บั ผิดชอบ
7.1 แผนกจิตอาสาพัฒนาชุมชน (4)
7.2 แผนกล้าน ๐ บาท
- หวั หนา้ แผนกฝา่ ยสังคม 1 ควบคุมงานฝา่ ยสงั คม
สงเคราะห์ สงเคราะห์ทั้งหมด
- ดาเนนิ การและประสานงาน
- เจา้ หนา้ ท่ี 3 กบั เครือขา่ ยส่งิ เล็กๆทเ่ี รยี กวา่ รกั
- ดาเนนิ การโครงการล้าน ๐
บาท
รวมจานวนฝา่ ยบริหาร 4 อัตรา
ตารางที่ 3.21 แสดงอตั ราบุคลากรและเจา้ หนา้ ที่ทงั้ หมดในโครงการ
แผนก จานวนอตั รา
ฝ่ายบรหิ าร 13
ฝา่ ยวชิ าการ 12
ฝา่ ยกิจกรรม 9
ฝ่ายประชาสมั พนั ธ์ 4
ฝ่ายอาคารสถานท่ี 19
ฝ่ายเกษตรกรรมและภูมทิ ัศน์ 11
ฝ่ายสังคมสงั เคราะห์ 4
สรปุ รวมจานวนบคุ ลากรและเจ้าหน้าที่ 72 อัตรา
66
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผใู้ ช้และพฤติกรรมผูใ้ ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผู้ใชแ้ ละพฤตกิ รรมผู้ใช้โครงการ
3.3.2.1 หลกั สตู รภายในโครงการ
หลักสตู รอบรมคณุ ธรรมจริยธรรมสาหรับเด็ก เยาวชนและบุคลากรในองค์กรภายในโครงการของสถานปฏิบัติธรรมป่าโมกข์ธรรมาราม
จังหวัดสระแกว้ เปน็ หลกั สูตรท่อี า้ งอิงมาจากหลกั สูตรของเครอื ข่ายธรรมะอารมณด์ ี ซึ่งพระครปู ลัดบณั ฑิต อินฺทเมธี รองประธานบริหารเครือข่าย
ธรรมะอารมณ์ ฝ่ายวิชาการได้นาเอาหลักสตู รธรรมะอารมณ์ดี มาใชร้ ่วมกับสถานปฏิบตั ธิ รรมปา่ โมกข์ธรรมาราม
ตารางที่ 3.22 แสดงหลักสตู รภายในโครงการ
หลักสตู ร ระยะเวลา (วนั ) ผู้เขา้ ร่วมโครงการ จานวนผ้เู ขา้ รว่ ม จานวนวทิ ยากร
(คน) (คน)
โครงการสง่ เสริมคุณธรรมจรยิ ธรรม เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และเยาวชน ในรปู แบบคา่ ยพฒั นาคณุ ธรรม
1. ค่ายพุทธบตุ ร-ธรรมะธดิ า 3 นักเรยี นทีย่ ังไม่เคยเขา้ คา่ ย 200 – 300 10
10
2. ค่ายพทุ ธธรรมเพือ่ พัฒนาชีวิตและเปล่ยี นแปลง 3 นักเรยี น นกั ศึกษาทีเ่ คยผ่านการอบรม 200 – 300 10
สังคม หลักสตู รที่ 1 10
10
3. คา่ ยธรรมะพลกิ ชวี ติ คนพนั ธ์ R 3 นักศกึ ษาระดบั อาชีวะ 200 – 300 10
4. ค่ายศลิ ปะแหง่ ชวี ติ -พชิ ติ ความสุข 3 นักศึกษาระดบั อดุ มศึกษาหรอื 200 – 300 10
นักศึกษาผใู้ หญ่ (กศน.) 10
5. ค่ายวาทศลิ ปเ์ พอื่ พฒั นาผนู้ าเยาวชน 10
นักเรยี น นกั ศกึ ษาทเ่ี คยผ่านการอบรม 10
6. ค่ายวปิ ัสสนานบุ าล (การภาวนาเพ่ือรเู้ ท่าทนั 3 ในหลักสตู รท่ี 3 และนกั ศกึ ษาทีเ่ ปน็ 200 – 300 10
ความทกุ ข)์
กลุม่ ผ้นู า 5
3 สาธุชนทวั่ ไป 200 - 300
โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมจริยธรรม เพ่อื พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตบุคลากรในองคก์ ร
1. ธรรมคั่นกลาง : การงาน + ความสุข 1–2 100 – 200
2. ธรรมะพลกิ ชวี ิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพยี ง 1–2 100 – 200
3. ชีวติ เบิกบาน การงานเปน็ สขุ 1–2 แพทย์ พยาบาล คณะครอู าจารย์ 100 – 200
ข้าราชการ พนกั งานรฐั พนกั งาน
4. ธรรมะอารมณด์ ี เสริมสร้างสามคั คใี นองคก์ ร 1–2 เอกชน เจา้ หนา้ ที่องค์กร 100 – 200
5. ฟงั พระ ฟงั เพลง ฟังตัวเอง ฟงั ความคดิ 1-2 100 - 200
โครงการปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐานเพอื่ ความสนั ติสขุ ของชวี ติ และสงั คม
1. คอรส์ ภาวนา 3, 5, 7, 15 สาธุชนทว่ั ไป 50 - 200
หมายเหตุ ความสามารถในการรองรบั การจัดโครงการอบรมไดเ้ พียง 1 โครงการตอ่ วนั (ตัวเลขผู้ใช้โครงการในปจั จบุ ัน)
67
โครงการออกแบบและวางผงั วทิ ยานิพนธ์
สานักปฏิบตั ิธรรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปตั ยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผใู้ ช้และพฤตกิ รรมผู้ใช้
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผใู้ ช้และพฤตกิ รรมผู้ใช้โครงการ (ต่อ)
3.3.2.2 กาหนดการอบรมหลักสูตรธรรมะอารมณด์ ี
หลักสตู ร คา่ ยพทุ ธบุตร-ธรรมะธิดา
เวลา (น.) ตารางที่ 3.23 แสดงกาหนดการการจดั อบรมหลักสตู ร ค่ายพทุ ธบตุ ร-ธรรมะธดิ า วนั ท่ี 3
04.30 วนั ที่ 1 วนั ท่ี 2
05.00 – 05.30 พิธเี ปดิ (แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ) 08.45 – 09.15 “เพอ่ื นแท้...เรารกั นาย”
05.30 – 06.15 “ฝกึ มารยาทชาวพทุ ธ” 09.15 – 11.20 “ครู...ของแผน่ ดนิ ”
06.15 – 07.00 ระเบยี บคา่ ย “ชีวิตวยั รุ่น...วุ่นรัก”
07.00 – 08.45 11.30 – 13.00 11.00 – 11.30 พิธีปิด (ทาแบบประเมนิ )
08.00 – 09.00 “รวมความแตกต่างใหเ้ ป็นหน่งึ ” 11.30 – 12.30
09.00 – 10.00 “ถกั ทอความดี...เติมใจปันฝนั ” “ธรรมะวยั ใส”
10.00 – 11.00 “กฎแหง่ กรรม...กรรมลขิ ิตชีวิต”
11.00 – 12.00
12.00 – 13.00 “ศกึ ษาเหตกุ ารณใ์ นดนิ แดนพุทธภมู ิ” “ปรบั เปลี่ยนทัศนคตใิ หม้ องโลกในแงด่ ”ี
13.00 – 13.30
13.30 – 14.30 “กรณุ าแห่งจิต” “ดวงประทปี ...แห่งรักแท้” พิธีเปิด - ปดิ โครงการ
15.00 – 16.00 “จดุ เทยี นชัยถวายราชสดดุ ี” กจิ วตั รสว่ นตวั
16.00 – 17.30 กิจกรรมวถิ พี ุทธ
17.30 – 18.30 กจิ กรรมของหลักสตู ร
18.30 – 19.00 นนั ทนาการสอดแทรกคุณธรรม
19.00 – 20.00
20.00 – 20.30
20.30 – 22.00
22.00
ลงทะเบียน ตื่นนอน อาบนา้ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกลม รบั ประทาน บาเพญ็ พกั
อาหาร ประโยชน์
กจิ กรรม นนั ทนาการ นอน กลบั
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปลยี่ นแปลงตามความเหมาะสม
68
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผใู้ ชแ้ ละพฤติกรรมผู้ใช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผ้ใู ช้และพฤตกิ รรมผู้ใช้โครงการ (ต่อ)
3.3.2.2 กาหนดการอบรมหลักสูตรธรรมะอารมณ์ดี (ต่อ)
หลักสูตร คา่ ยพุทธธรรมเพอ่ื พฒั นาชีวติ และเปลี่ยนแปลงสังคม
ตารางที่ 3.24 แสดงกาหนดการการจดั อบรมหลกั สตู ร คา่ ยพุทธธรรมเพือ่ พฒั นาชีวิตและเปลย่ี นแปลงสังคม
เวลา (น.) วนั ท่ี 1 วนั ที่ 2 วันท่ี 3
05.00 – 05.30
05.30 – 06.15
06.15 – 07.00
07.00 – 08.45
09.00 – 10.00 “ชวี ิตบรบิ ูรณ์ การเรยี นสาเรจ็ ” “ตามรอยเทา้ พ่อเมือ่ พ.ศ. พอเพยี ง”
10.00 – 11.00 พิธีเปิด (สมาทานศลี 5) 10.15 – 11.20 “ไอสไตนถ์ าม...พระพทุ ธเจ้าตอบ”
11.00 – 12.00 “ตามรอยเทา้ พ่อเม่ือ พ.ศ. พอเพยี ง” 11.00 – 11.30 พิธปี ดิ (ทาแบบประเมิน)
12.00 – 13.00 11.30 – 13.00 11.30 – 12.30
13.00 – 13.30 “การฟงั อย่างมพี ลัง” “ธรรมะคลายใจ/คิดอย่างเซน็ ”
13.30 – 14.30 “เรยี นรมู้ ารยาทชาวพุทธ”
14.30 – 14.45 “สานตอ่ กอ่ ความคดิ ลขิ ิตอนาคต”
14.45 – 16.00 “กระบวนการจติ อาสา...พฒั นาเยาวชน”
16.00 – 17.30
17.30 – 18.00
18.00 – 19.30 “ศึกษาเหตกุ ารณใ์ นดินแดนพทุ ธภูมิ” 18.00 – 19.00 พธิ เี ปดิ - ปิดโครงการ
19.30 – 20.00 “การอยรู่ ว่ มกบั คนอยา่ งมีพลงั ” 19.00 – 19.30 กิจวัตรสว่ นตัว
20.00 – 20.30 19.30 – 20.30 “The Best Project” กจิ กรรมวถิ พี ุทธ
20.30 – 22.00 “จุดเทียนชยั ถวายราชสดุดี” 20.00 – 21.30 “ดวงประทีบ...แหง่ รักแท้” กจิ กรรมของหลกั สูตร
ทักษะชีวติ
22.00
ลงทะเบียน ต่นื นอน อาบนา้ สวดมนต์ น่ังสมาธิ เดินจงกลม รับประทาน บาเพญ็ พกั
อาหาร ประโยชน์
กิจกรรม ทักษะชีวิต นอน กลับ
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปล่ยี นแปลงตามความเหมาะสม
69
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏบิ ตั ิธรรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผใู้ ชแ้ ละพฤติกรรมผใู้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผใู้ ช้และพฤติกรรมผใู้ ช้โครงการ (ตอ่ )
3.3.2.2 กาหนดการอบรมหลักสตู รธรรมะอารมณ์ดี (ตอ่ )
เวลา (น.) หลกั สตู ร คา่ ยศิลปะแหง่ ชีวติ -พิชติ ความสุข วันที่ 3
05.00 – 05.30
05.30 – 06.15 ตารางที่ 3.25 แสดงกาหนดการการจดั อบรมหลกั สูตร ค่ายศลิ ปะแหง่ ชวี ิต-พชิ ติ ความสขุ
06.15 – 07.00 วันท่ี 1 วันท่ี 2
07.00 – 08.45
09.00 – 10.00 พธิ ีเปดิ (สมาทานศลี 5) “ความฝนั และกาลังใจ” “หอ้ งน่ังเล่นของความรัก”
10.00 – 11.00 10.15 – 11.20 “ไอสไตน์ถาม...พระพทุ ธเจ้าตอบ”
11.00 – 12.00 “ปราการณแ์ ห่งทฐิ ”ิ 11.00 – 11.30 พธิ ีปิด (ทาแบบประเมนิ )
12.00 – 13.00 “เรียนรมู้ ารยาทชาวพทุ ธ” “ชวี ิตวยั รุ่น...วนุ่ รัก”
13.00 – 13.30 “ทาอยา่ งไร...เม่อื หวั ใจอ่อนล้า” 11.30 – 13.00 11.30 – 12.30
13.30 – 14.30
14.30 – 14.45 “สร้างสขุ ดว้ ยรอยยิม้ ”
14.45 – 16.00
16.00 – 17.30 “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก”
17.30 – 18.00
18.00 – 19.30 “ศึกษาเหตกุ ารณใ์ นดินแดนพทุ ธภูมิ” “เมอ่ื คณุ ยนื อยูค่ นละฝงั่ กับใครสักคน” พธิ ีเปิด - ปิดโครงการ
19.30 – 20.00 “Positive and Creative Thinking” “ดวงประทบี ...แห่งรกั แท้” กจิ วตั รสว่ นตวั
20.00 – 20.30 กิจกรรมวถิ พี ทุ ธ
20.30 – 22.00 “จดุ เทียนชยั ถวายราชสดดุ ี” กจิ กรรมของหลักสูตร
ทักษะชวี ิต
22.00
ตนื่ นอน อาบนา้ สวดมนต์ นัง่ สมาธิ เดินจงกลม รบั ประทาน บาเพญ็ พกั
ลงทะเบยี น อาหาร ประโยชน์
กิจกรรม ทักษะชีวิต นอน กลบั
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
70
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผ้ใู ช้และพฤตกิ รรมผูใ้ ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผูใ้ ชแ้ ละพฤติกรรมผูใ้ ช้โครงการ (ตอ่ )
3.3.2.2 กาหนดการอบรมหลักสตู รธรรมะอารมณ์ดี (ต่อ)
เวลา (น.) หลกั สูตร ค่ายวาทศิลป์เพ่ือพฒั นาผนู้ าเยาวชน วันที่ 3
05.00 – 05.30 ตารางที่ 3.26 แสดงกาหนดการการจดั อบรมหลกั สตู ร คา่ ยวาทศิลป์เพ่ือพฒั นาผูน้ าเยาวชน
05.30 – 06.15
06.15 – 07.00 วนั ที่ 1 วนั ท่ี 2
07.00 – 08.45
08.00 – 09.00 พิธีเปิด (สมาทานศีล 5) “เกมสช์ วี ติ ” “พัฒนาวาทศิลป์ การพูดตอ่ ท่ีชมุ ชน”
09.00 – 10.00 บรรยายพิเศษเรอื่ ง
เสวนา “ถอดรหัสวิธกี ารทางานเชิงรกุ ” “การสร้างกาลงั ใจในการทางานให้
10.00 – 11.30 “ความคาดหวังเชงิ คณุ ธรรมตอ่ การ - กิจกรรม “Before and after action ตนเองและผูอ้ น่ื ”
ทางานของเดก็ และเยาวชน”
12.00 – 13.00 review” “ไอสไตนถ์ าม...พระพุทธเจ้าตอบ”
“รวมความแตกต่างใหเ้ ปน็ หน่ึงเดยี ว” 11.30 – 13.00
13.00 – 14.30 “เรียนรกู้ ารอยู่รว่ มกบั คนในสงั คม” 11.30 – 12.30
เสวนา “สรา้ งกระบวนการเรยี นรู้และ
14.30 – 14.45 “การสร้างทีมในการทางานเชิงรุก” เข้าใจปญั หาเดก็ และเยาวชน” ประกาศเจตนารมณ์ในการทางาน
14.45 – 16.00 พิธีปดิ (ทาแบบประเมนิ )
16.00 – 17.30
17.30 – 18.00 “ศึกษาเหตกุ ารณใ์ นดินแดนพุทธภมู ิ” พธิ ีเปดิ - ปดิ โครงการ
18.00 – 19.30 กจิ วตั รสว่ นตัว
19.30 – 20.00 “กระบวนพัฒนาการเปน็ ผู้นา” กจิ กรรมวิถีพุทธ
20.00 – 20.30 กิจกรรมของหลักสตู ร
20.30 – 22.00 “เม่ือคณุ ยนื อยู่คนละฝั่งกับใครสักคน” ทักษะชวี ิต/เสวนา
22.00 “จดุ เทยี นชยั ถวายราชสดดุ ี” “คุณคา่ แท.้ ..แหง่ ความรัก”
ลงทะเบยี น ตื่นนอน อาบนา้ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกลม รับประทาน บาเพญ็ พกั
อาหาร ประโยชน์
กิจกรรม
เสวนา นอน กลบั
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปล่ยี นแปลงตามความเหมาะสม
71
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบตั ิธรรมป่าโมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วิมลเกยี รติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปตั ยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผใู้ ช้และพฤตกิ รรมผใู้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผใู้ ช้และพฤตกิ รรมผู้ใช้โครงการ (ตอ่ )
3.3.2.2 กาหนดการอบรมหลักสตู รธรรมะอารมณ์ดี (ตอ่ )
เวลา (น.) หลกั สูตรพเิ ศษ คา่ ยวปิ ัสสนานุบาล วนั ท่ี 3
04.30
ตารางท่ี 3.27 แสดงกาหนดการการจดั อบรมหลกั สตู ร ค่ายวิปสั สนานุบาล
05.00 – 05.30 วนั ที่ 1 วนั ที่ 2
05.30 – 06.15
06.15 – 07.00 พธิ เี ปิดการอบรมปฏบิ ตั ิธรรม บรรยายเรอื่ ง “ศิลปะแห่งการใช้สต”ิ
07.00 – 08.00
08.00 – 09.00 สมาทานศลี 8 (วปิ ัสสนากรรมฐาน) “อธิษฐานจติ เพอ่ื ชวี ิตใหม่”
09.00 – 10.00 ปฐมนิเทศ 11.00 – 11.30 พิธีปิด (ทาแบบประเมิน)
10.00 – 11.00 11.30 – 13.00 11.30 – 12.30
11.00 – 12.00 “หลกั วปิ สั สนานบุ าล” การเจรญิ วิปสั สนา
12.00 – 13.00 กมั มฏั ฐานสาหรบั ผเู้ รม่ิ ตน้
13.00 – 14.30 สอบอารมณ์ แนะนาแก้ไขการปฏิบัติ
14.30 – 15.00 “การดจู ติ ของตนเองดว้ ยการภาวนา” 18.00 – 19.00 พธิ ีเปดิ - ปดิ โครงการ
15.00 – 16.30 19.00 – 20.00 กจิ วัตรส่วนตวั
16.30 – 18.00 กิจกรรมวิถพี ุทธ
18.30 – 19.30 “พระมหากษัตริยย์ อดกตญั ญู” กิจกรรมของหลักสูตร
19.30 – 20.00 การบรรยาย
20.00 – 20.30
20.30 – 22.00 ตื่นนอน อาบนา้ สวดมนต์ น่งั สมาธิ เดนิ จงกลม รบั ประทาน บาเพญ็ พัก
อาหาร ประโยชน์
22.00
บรรยาย นอน กลบั
ลงทะเบยี น
กิจกรรม
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม
72
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผใู้ ชแ้ ละพฤติกรรมผูใ้ ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผใู้ ชแ้ ละพฤตกิ รรมผูใ้ ช้โครงการ (ตอ่ )
3.3.2.3 กาหนดการโครงการวปิ สั สนากรรมฐานเพือ่ ความสนั ตสิ ขุ ของชวี ิตและสังคม
โครงการวปิ ัสสนากรรมฐานเพอื่ ความสันติสขุ ของชีวิตและสงั คม
ตารางที่ 3.28 แสดงกาหนดการโครงการวปิ สั สนากรรมฐานเพื่อความสันติสุขของชวี ิตและสังคม
ช่วงเวลา เวลา (น.) กจิ วตั รประจาวนั ข้อกาหนดในการรักษาศีล : ศีลแปด (อุโบสถศลี )
ช่วงเช้า
03.00 น. ตนื่ นอน ทากจิ วัตรสว่ นตวั ศลี ของคฤหัสถ์ หมายถงึ อุบาสกอุบาสกิ าทัว่ ไป มใิ ชส่ งฆ์
ช่วงสาย แนวทางการปฏิบัติ : ข้อหา้ ม 8 ข้อ
ช่วงบา่ ย
ช่วงค่า 04.00 น. สวดมนต์ทาวตั รเช้า เดนิ จงกรม นง่ั กรรมฐาน ขอ้ 1 ปาณาตปิ าตา เวรมณี สิกขฺ าปท สมาทิยามิ
(เวน้ จากการฆ่าสัตว์)
ขอ้ 2 อทินฺนา ทานา เวรมณี สิกขฺ าปท สมาทิยามิ
06.00 น. พระบิณฑบาต โยมบาเพ็ญประโยชน์ (เว้นจากการลกั สิง่ ของที่ผ้อู นื่ มิได้ให)้
ขอ้ 3 อพรฺ หฺมจรยิ า เวรมณี สกิ ขฺ าปท สมาทยิ ามิ
08.00 น. กราบพระ เดินจงกรม นง่ั กรรมฐาน (เว้นจากการประพฤตผิ ดิ พรหมจรรย์ ชายหญงิ อยู่ใกล้กันมไิ ด้)
ข้อ 4 มสุ าวาทา เวรมณี สิกฺขาปท สมาทยิ ามิ
10.00 น. รบั ประทานอาหาร/ฉันภัตตาหาร (ม้อื เดยี ว) (เวน้ จากการพูดปด พดู สอ่ เสียด พดู คาหยาบ พดู เพอ้ เจ้อ)
ข้อ 5 สรุ าเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกขฺ าปท สมาทิยามิ
(เว้นจากการด่ืมสุราเมรัย อันเป็นท่ีตง้ั แหง่ ความประมาท)
11.00 น. บาเพ็ญประโยชน์ พกั ผอ่ นอิริยาบถ ข้อ 6 วิกาลโภชนา เวรมณี สิกฺขาปท สมาทยิ ามิ
(เว้นจากการบรโิ ภคอาหารในยามวกิ าล หลงั เทย่ี งวันถงึ ร่งุ เช้า)
13.00 น. กราบพระ เดนิ จงกรม นงั่ กรรมฐาน ข้อ 7 นจฺจคตี วาทติ วิสกู ทสสฺ นา มาลาคนฺธวิเลปน
ธารณมณฑฺ นวิภูสนฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปท สมาทยิ ามิ
(เว้นจากการฟอ้ นราขับร้อง ประโคมดนตรี และประดบั รา่ งกาย
15.00 น. ฉนั นา้ ปานะ บาเพญ็ ประโยชน์ ดว้ ยดอกไมข้ องหอม เคร่อื งประดับ เครื่องทา เคร่ืองยอ้ ม)
ข้อ 8 อุจฺจาสยนมหาสยนา เวรมณี สกิ ขฺ าปท สมาทิยามิ
สวดมนตท์ าวัตรเย็น เดินจงกรม น่ังกรรมฐาน (เว้นจากการนงั่ นอนเหนอื เตยี งต่ัง ทีเ่ ท้าสงู เกนิ )
17.00 น.
21.00 น. พักผ่อน
ต่ืนนอน อาบนา้ สวดมนต์ น่งั สมาธิ เดินจงกลม
รับประทาน บาเพญ็ พัก นอน
อาหาร ประโยชน์
หมายเหตุ กาหนดการและกิจกรรมอาจเปลีย่ นแปลงตามความเหมาะสม
73
โครงการออกแบบและวางผงั วิทยานพิ นธ์
สานกั ปฏิบัตธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.3 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
RSetuledvyants 3.3 ผใู้ ช้และพฤตกิ รรมผูใ้ ช้
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผูใ้ ชแ้ ละพฤตกิ รรมผูใ้ ช้โครงการ (ต่อ)
3.3.2.4 โครงการเนื่องในวันสาคัญและกจิ กรรมประจาปี
ตารางท่ี 3.29 แสดงโครงการเนื่องในวันสาคญั และกจิ กรรมประจาปี
โครงการและกจิ กรรมประจาปี เดอื น ระยะเวลา ผู้เขา้ ร่วมโครงการ จานวนผู้เข้ารว่ ม
(วัน) (คน)
โครงการเนื่องในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา
1. โครงการปฏิบตั ธิ รรมประจาปี มกราคม 6 สาธุชนทว่ั ไป 200 - 300
2. โครงการธุดงค์ กมุ ภาพันธ์ 15 คณะสงฆ์ สาธุชนทว่ั ไป 50
3. โครงการจารกิ แสวงบญุ อนิ เดีย มนี าคม 9 คณะสงฆ์ สาธุชนทวั่ ไป 50
4. โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูรอ้ น เมษายน 18 เด็กและเยาวชนชายอายุไมเ่ กิน 100
20 ปี
5. โครงการปฏบิ ัติธรรมวันวสิ าขบชู า พฤษภาคม 5 50 – 200
6. โครงการปฏิบัตธิ รรมวนั อาสาฬหบชู า สาธุชนทว่ั ไป 50 - 200
7. โครงการสวดมนต์ขา้ มปี กรกฎาคม 5 สาธชุ นทว่ั ไป 200 - 300
สาธุชนทวั่ ไป
1. พิธีสขู่ วัญขา้ ว ธนั วาคม 2
2. ถวายเทียน 19 วัน ตามแนวชายแดนไทย-กมั พชู า
3. โครงการกลา้ แผน่ ดนิ ด้วยเศรษฐกจิ พอเพียง กิจกรรมประจาปี
4. งานบญุ ประเพณีสารทลาว
5. ทอดกฐินสามัคคี กุมภาพันธ์ 1 สาธชุ นทว่ั ไป 200 - 300
6. ลอยกระทง 200 – 300
กรกฎาคม 1 สาธุชนทวั่ ไป 200 – 300
นกั เรยี น นกั ศกึ ษาและสาธชุ น 200 – 300
สิงหาคม 8 200 – 300
ทัว่ ไป 200 - 300
กันยายน 1 สาธชุ นทว่ั ไป
ตลุ าคม 1
พฤศจกิ ายน 1 สาธชุ นทว่ั ไป
สาธชุ นทว่ั ไป
หมายเหตุ ความสามารถในการรองรบั การจดั โครงการอบรมได้เพยี ง 1 โครงการต่อวนั (ตวั เลขผ้ใู ชโ้ ครงการในปจั จบุ ัน)
74
THESIS Design and Planning Project of 3.3
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.3 ผูใ้ ช้และพฤติกรรมผใู้ ช้ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
USERS BEHAVIOR
3.3.2 ผใู้ ช้และพฤติกรรมผู้ใช้โครงการ (ตอ่ )
3.3.2.5 กาหนดการโครงการเนอ่ื งในวันสาคัญและกจิ กรรมประจาปี
ตารางที่ 3.30 แสดงกาหนดการโครงการเนือ่ งในวนั สาคญั และกิจกรรมประจาปี
วนั ที่ เวลา กิจกรรม สถานที่
โครงการปฏิบตั ธิ รรมประจาเดอื นมกราคม ประจาวนั ท่ี 26 – 31 มกราคม
26 มกราคม 17.00 พธิ บี วชชพี ราหมณ์ สานกั ปฏบิ ัตธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม
09.00 พธิ มี อบทนุ การศกึ ษา
30 มกราคม
30 มกราคม 19.30 พิธีบายศรสี ่ขู วัญขา้ ว สวนเกษตรธรรมะสขุ ยั่งยนื
โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดรู ้อน ประจาวนั ที่ 1 – 18 เมษายน
1 เมษายน 09.00 รายงานตวั /ซอ้ มขานนาค สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม
2 เมษายน 09.00 พธิ ปี ลงผม
10 เมษายน - ทศั นศกึ ษา นอกสถานท่ี
13 – 16 เมษายน - เดินธดุ งคป์ ฏิบตั ธิ รรม
18 เมษายน 09.30 พธิ ลี าสิกขา/ปจั ฉมิ นิเทศ สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมป่าโมกข์ธรรมาราม
โครงการกลา้ แผ่นดินดว้ ยเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ประจาเดอื นสงิ หาคม - พธิ ีส่ขู วญั ขา้ ว สวนเกษตรธรรมะสขุ ยง่ั ยนื
- พิธปี ักกกตาแฮก
งานบญุ ประเพณสี ารทลาว
09.00 พธิ ีแขง่ ขนั กวนขนมกระยาสารท
ประจาเดอื นกนั ยายน 10.39 พธิ ีตักบาตรข้าวสาร สานกั ปฏิบตั ิธรรมปา่ โมกข์ธรรมาราม
12.00 พธิ บี ุพพเปตพลที อดผ้าปา่
13.00 พธิ ีฟงั เทศน์ 2 ธรรมมาสน์
วันสาคัญทางศาสนา
08.30 ทาบญุ เชา้
13.00 สาธยายธรรม/ปฏบิ ัตวิ ิปสั สนา
วันวสิ าขบชู า วันอาสาฬหบูชา 15.00 ทาความเพยี ร สานกั ปฏบิ ัตธิ รรมป่าโมกขธ์ รรมาราม
17.30 ทาวตั รเยน็
19.30 เวยี นเทียนถวายเปน็ พุทธบูชา
โครงการสวดมนตข์ า้ มปี
19.09 สมาทานศลี
19.39 ทาวตั รเย็น
21.09 บาเพญ็ กุศลตามศรทั ธา
31 ธันวาคม 21.59 สวดธัมมจกั รกัปปวตั นสตู ร สานกั ปฏบิ ตั ิธรรมป่าโมกข์ธรรมาราม
22.59 ฟังธรรม
00.00 ถวายมหาสงั ฆทาน
ถึงรุง่ สาง ปฏบิ ัตธิ รรม สวดมนต์
1 มกราคม 08.39 พธิ ีตักบาตรขา้ วสาร
75
โครงการออกแบบและวางผงั วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏบิ ตั ิธรรมป่าโมกข์ธรรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.4 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปตั ยกรรม
RSetuledvyants 3.4 องค์ประกอบของโครงการ
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวเิ คราะห์องค์ประกอบของโครงการ
3.4.1.1 ภาพรวมองค์ประกอบของโครงการ
Design and Planning Project
โครงการออกแบบและวางผงั สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม
อ.อรัญประเทศ จ.สระแกว้
องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบรอง
สว่ นปฏบิ ตั ิธรรมและเผยแผ่ ส่วนเกษตรธรรมะสุขย่งั ยนื สว่ นสนับสนนุ โครงการ สว่ นงานระบบและเทคนิค
พระพุทธศาสนา
1. เขตพุทธาวาส 5. เขตพื้นท่ีเกษตร 6. เขตพนื้ ท่ีส่วนกลาง 6. เขตพนื้ ทีส่ ่วนกลาง
- พระอุโบสถและศาสนสถาน*** - สวนเกษตรธรรมะสขุ ย่งั ยืน - อาคารสานกั งานกลาง - ฝ่ายอาคารสถานที่
(สวนฮกั นาแพง) (สว่ นมูลนิธหิ ลวงปู่แพง จาครโต) - ส่วนงานระบบ
2. เขตธรรมาวาส (สวนผักผลไม้) (สว่ นทางานบคุ ลากร)
(สระนา้ ) (สว่ นเครือขา่ ยจติ อาสา)
- หอประชุม - สานกั งาน วถิ ีพุทธเกษตรชุมชน (สว่ นศูนยศ์ กึ ษาพระปรยิ ัติ สังกัด
- ศาลาปฏิบตั ิธรรม - ธรรมะธุรกจิ วัดสงั ขก์ ระจาย)
- ส่วนปฏิบตั ธิ รรมนอกอาคาร - เรอื นเก็บ (พื้นทใี่ ชง้ านส่วนกลาง)
- ห้องสมดุ - ส่วนงานระบบ - โรงทาน
- พ้ืนที่จอดรถ
3. เขตสังฆาวาส
ตารางที่ 3.31 แสดงการแบง่ ระยะการกอ่ สร้างโครงการ
- กุฏสิ งฆ์
- กฏุ ิสามเณร การแบง่ ระยะการกอ่ สร้างโครงการ
4. เขตฆราวาส ระยะท่ี 1 ระยะที่ 2 ระยะท่ี 3
- กุฏิแม่ชี 2. เขตธรรมาวาส 2. เขตธรรมาวาส 1. เขตพุทธาวาส
- เรอื นนอนชาย (รวม, เดย่ี ว) - ศาลาปฏบิ ตั ธิ รรม - หอประชุม
- เรือนนอนหญิง (รวม, เด่ียว)
แผนภมู ทิ ่ี 3.12 แสดงภาพรวมองคป์ ระกอบของโครงการ
หมายเหต*ุ ** - ลานธรรมและจงกรม - ห้องสมุด
- การก่อสร้างโครงการในระยะท่ี 1 และระยะที่ 2 อยใู่ นขน้ั ตอนการ
ออกแบบวทิ ยานพิ นธ์ โครงการออกแบบและวางผงั สานกั ปฏิบตั ธิ รรมป่า 4. เขตฆราวาส 3. เขตสงั ฆาวาส
โมกข์ธรรมารามในครัง้ นี้
- การก่อสรา้ งโครงการในระยะที่ 3 เปน็ การแบ่งพ้นื ท่สี าหรบั การกอ่ สรา้ ง 5. เขตพนื้ ท่ีเกษตร 6. เขตพนื้ ทสี่ ว่ นกลาง
โครงการในอนาคตเทา่ นนั้ - โรงทาน
6. เขตพน้ื ทีส่ ว่ นกลาง
(ยกเวน้ โรงทาน)
76
THESIS Design and Planning Project of 3.4
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.4 องค์ประกอบของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบของโครงการ (ตอ่ )
3.4.1.2 องคป์ ระกอบหลกั ของโครงการ
ตารางท่ี 3.32 แสดงองค์ประกอบหลักของโครงการ : ส่วนปฏบิ ัตธิ รรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา (1)
องค์ประกอบหลกั
สว่ นปฏบิ ตั ิธรรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
เขตบริเวณ องคป์ ระกอบหลัก องคป์ ระกอบย่อย ผูใ้ ช้งาน
1. เขตพทุ ธาวาส พระอโุ บสถและศาสนสถาน พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน พระสงฆ์ และสาธุชนท่วั ไป
2. เขตธรรมาวาส พน้ื ท่โี ถงด้านหน้า พระภกิ ษุสงฆแ์ ละผใู้ ขโ้ ครงการท่ัวไป
สว่ นปฏิบัติกจิ กรรม ผใู้ ชโ้ ครงการทว่ั ไป
หอประชุม รองรบั 450 คน ห้องรบั รองพระสงฆ์ พระวิทยากร พระภกิ ษสุ งฆ์
หอ้ งรับรองวิทยากร ครูพีเ่ ลย้ี ง วิทยากรและครพู เ่ี ล้ียง
บุคลากรฝ่ายวิชาการ (แผนกหลกั สูตรอบรม)
ห้องประชมุ ยอ่ ย และกจิ กรรม (แผนกกิจกรรมอบรม)
บุคลากรและเจา้ หน้าท่ี
ห้องเกบ็ อุปกรณ์ ผูใ้ ช้โครงการท่วั ไป
พระภกิ ษุสงฆ์และผู้ใชโ้ ครงการทวั่ ไป
หอ้ งควบคมุ และงานระบบ ผู้ปฏบิ ัตธิ รรม
พระภิกษุสงฆ์
ห้องนา้
บคุ ลากรฝ่ายกจิ กรรม (แผนกปฏิบัตธิ รรมและ
พ้ืนทโ่ี ถงด้านหน้า แผนกกิจกรรมประจาป)ี
สว่ นปฏบิ ัตธิ รรม ผใู้ ชโ้ ครงการทว่ั ไป
หอ้ งรับรองพระสงฆ์ พระวทิ ยากร พระภิกษสุ งฆ์
ศาลาปฏบิ ัติธรรม รองรบั 300 คน บุคลากรฝ่ายวิชาการ (แผนกหนังสือและส่อื ธรรม)
ห้องนา้ สงฆ์
ห้องเก็บอุปกรณ์
ห้องควบคุม
สว่ นปฏบิ ตั ธิ รรมนอกอาคาร ลานธรรมและจงกรม
พนื้ ท่ีโถงหอ้ งสมุด
พ้ืนท่นี ั่งอา่ นหนังสอื
ห้องสมุด พืน้ ที่เกบ็ หนังสือและสอ่ื ธรรม
ห้องเรียนพระสงฆส์ ามเณร
ห้องทางานฝ่ายห้องสมุด
หอ้ งเกบ็ อปุ กรณ์
77
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏบิ ัติธรรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.4 นางสาววรญั ญา วิมลเกยี รติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
RSetuledvyants 3.4 องค์ประกอบของโครงการ
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบของโครงการ (ต่อ)
3.4.1.2 องคป์ ระกอบหลักของโครงการ (ตอ่ )
ตารางที่ 3.33 แสดงองค์ประกอบหลักของโครงการ : สว่ นปฏิบตั ธิ รรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา (2)
สว่ นปฏิบัตธิ รรมและเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา องค์ประกอบหลัก
เขตบรเิ วณ องคป์ ระกอบหลกั องคป์ ระกอบยอ่ ย ผใู้ ชง้ าน
กฏุ ิสงฆ์
3. เขตสงั ฆาวาส กฏุ สิ งฆ์ 9 หลัง กฏุ แิ ม่ชี พระสงฆ์
สามเณร
กุฏิสามเณร 10 หลงั
แมช่ ี
4. เขตฆราวาส กฏุ แิ มช่ ี 9 หลัง
เรือนนอนชาย (รวม) รองรับ 224 คน ผ้ปู ฏิบัตธิ รรมและผเู้ ข้ารว่ มโครงการอบรม (ชาย)
- ช้ันละ 56 ที่นอนจานวน 4 ช้นั
- ห้องนา้ รวม
- ลานซกั ลา้ ง ตากผา้
- ห้องแมบ่ า้ น และซกั อบรดี แม่บ้าน และเจ้าหนา้ ที่
เรอื นนอน (ชาย) รองรบั 288 คน - หอ้ งเกบ็ ของ
- หอ้ งควบคมุ
เรอื นนอนชาย (เดี่ยว) รองรบั 64 คน
มี 2 หลัง หลังละ 2 ชั้น ชั้นละ 8 หอ้ ง ผูป้ ฏิบัติธรรมและผเู้ ขา้ รว่ มโครงการอบรม (ชาย)
- หอ้ งเด่ียว รองรบั 2 คน/หอ้ ง
(หอ้ งนา้ ในตวั )
เรือนนอนหญิง (รวม) รองรบั 224 คน ผูป้ ฏบิ ัติธรรมและผเู้ ขา้ รว่ มโครงการอบรม (หญงิ )
- ช้ันละ 56 ที่นอนจานวน 4 ช้ัน
- หอ้ งน้ารวม
- ลานซกั ล้าง ตากผ้า
- ห้องแมบ่ า้ น และซกั อบรีด แมบ่ า้ น และเจ้าหนา้ ที่
เรือนนอน (หญิง) รองรบั 288 คน - หอ้ งเกบ็ ของ
- ห้องควบคมุ
เรือนนอนชาย (เดยี่ ว) รองรบั 64 คน
มี 2 หลงั หลังละ 2 ชน้ั ช้ันละ 8 ห้อง ผปู้ ฏบิ ัตธิ รรมและผู้เข้ารว่ มโครงการอบรม (หญิง)
- หอ้ งเดย่ี ว รองรบั 2 คน/หอ้ ง
(ห้องนา้ ในตวั )
78
THESIS Design and Planning Project of 3.4
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.4 องคป์ ระกอบของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของโครงการ (ตอ่ )
3.4.1.2 องคป์ ระกอบหลักของโครงการ (ต่อ)
ตารางท่ี 3.34 แสดงองคป์ ระกอบหลักของโครงการ : สว่ นเกษตรธรรมะสขุ ยั่งยืน
องค์ประกอบหลกั
สว่ นเกษตรธรรมะสุขยั่งยนื
เขตบริเวณ องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบยอ่ ย ผใู้ ชง้ าน
5. เขตพ้ืนทีเ่ กษตร สวนฮักนาแพง 3 ไร่
สวนมะนาวผสมผสาน 1 ไร่
สวนเกษตรธรรมะสขุ ย่งั ยนื สวนพทุ รานมสด 1 ไร่ ผใู้ ช้โครงการทั่วไป
สวนชมพู่ 1 ไร่ บคุ ลากรฝ่ายเกษตรและภมู ิทศั น์
สวนลาไย 1 ไร่
สวนฝรงั่ 1 ไร่
สวนกล้วย 1 ไร่
สระนา้ 1 ไร่
ห้องทางานรวมสว่ นเกษตรธรรมะสุขยง่ั ยนื
สานกั งาน วิถพี ุทธเกษตรชมุ ชน หอ้ งเกบ็ เอกสารส่วนเกษตรธรรมะสุขยง่ั ยนื บุคลากรฝา่ ยเกษตรและภมู ิทัศน์
หอ้ งรับรองและติดตอ่
ห้องน้า
ธรระธุรกจิ สหกรณจ์ าหน่วยผลิตภัณฑท์ างการเกษตร ผู้ใชโ้ ครงการทวั่ ไป
ส่วนทางานแผนกสหกรณก์ ารเกษตร บคุ ลากรฝ่ายเกษตรและภมู ทิ ัศน์
สว่ นเก็บผลติ ภณั ฑแ์ ปรรูปทางการเกษตร
เรือนเก็บ ย้งุ ฉางเกบ็ เมล็ดพนั ธุข์ า้ ว บุคลากรฝา่ ยเกษตรและภมู ิทัศน์
สว่ นเก็บพชื ผลทางการเกษตร
ส่วนเกบ็ อปุ กรณ์ทางการเกษตร
สว่ นงานระบบ ห้องเครือ่ งกรองนา้ และป๊มั นา้ บุคลากรฝา่ ยเกษตรและภมู ิทัศน์
พ้นื ท่วี างถงั เก็บน้า
พ้นื ทีถ่ ังเกบ็ นา้ ใต้ดนิ
ส่วนบาบัดและกาจัดของเสยี
พนื้ ท่ีขนถา่ ยสนิ ค้า
ห้องเก็บขยะ
หอ้ งไฟฟ้าสารองและป่ันไฟ
79
โครงการออกแบบและวางผงั วทิ ยานิพนธ์
สานกั ปฏิบตั ิธรรมปา่ โมกขธ์ รรมาราม จ.สระแกว้ 2561
3.4 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกยี รติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
SRetuledvyants 3.4 องค์ประกอบของโครงการ
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของโครงการ (ต่อ)
3.4.1.3 องคป์ ระกอบรองของโครงการ
ตารางที่ 3.35 แสดงองค์ประกอบรองของโครงการ : สว่ นสนบั สนุนโครงการ (1)
องคป์ ระกอบรอง
ส่วนสนบั สนุนโครงการ องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบย่อย ผใู้ ช้งาน
เขตบริเวณ อาคารสานักงานกลาง
พนื้ ที่ใช้งานสว่ นกลาง : ผูใ้ ชโ้ ครงการทว่ั ไป
6. เขตพื้นทสี่ ่วนกลาง - โถงพักคอย บคุ ลากรและเจา้ หน้าท่ี
- ห้องน้าส่วนกลาง
- หอ้ งพนกั งานทาความสะอาด
- ห้องเกบ็ ของ
ส่วนทางานบุคลากร : ผูใ้ ชโ้ ครงการทวั่ ไป
- ส่วนลงทะเบยี นปฏิบตั ิธรรมและอบรม ผ้ใู ชโ้ ครงการทวั่ ไป
- สหกรณธ์ รรมะ บคุ ลากรฝ่ายบริหาร แผนกธรุ การ
- หอ้ งทางานรวมฝา่ ยธุรการ บุคลากรฝา่ ยบรหิ าร แผนกธรุ การ
- หอ้ งเก็บเอกสารฝา่ ยธุรการ บคุ ลากรฝ่ายบรหิ าร แผนกบญั ชแี ละการเงิน
- ห้องทางานรวมฝ่ายบัญชีและการเงนิ บคุ ลากรฝา่ ยบรหิ าร แผนกบญั ชแี ละการเงิน
- หอ้ งเก็บเอกสารฝา่ ยบัญชีและการเงนิ บคุ ลากรฝา่ ยบรหิ าร แผนกบคุ คล
- ห้องทางานรวมฝา่ ยบคุ คล บุคลากรฝ่ายบรหิ าร แผนกบคุ คล
- หอ้ งเกบ็ เอกสารฝา่ ยบคุ คล บคุ ลากรฝา่ ยบรหิ าร แผนกประชาสมั พนั ธ์
- ห้องทางานรวมฝา่ ยประชาสมั พันธ์ บุคลากรฝ่ายบรหิ าร แผนกประชาสมั พนั ธ์
- ห้องเก็บเอกสารฝ่ายประชาสมั พนั ธ์
ส่วนเครือข่ายจติ อาสา : บคุ ลากรฝ่ายสังคมสงเคราะห์
- หอ้ งทางานฝ่ายสงั คมสงเคราะห์ บุคลากรฝา่ ยสงั คมสงเคราะห์
- หอ้ งเก็บเอกสาร ผู้ใช้โครงการท่วั ไป
- ธนาคารขยะ
ส่วนศนู ยศ์ กึ ษาพระปรยิ ตั ิ สงั กัดวดั สงั ขก์ ระจาย :
- สว่ นทางานฝ่ายวิชาการ บคุ ลากรฝ่ายวชิ าการ แผนกหลกั สตู รอบรม
แผนกหลักสูตรอบรม
- ส่วนทางานฝา่ ยกจิ กรรม บคุ ลากรฝา่ ยกจิ กรรม แผนกหลักสูตรอบรม
แผนกหลักสตู รอบรม
- ส่วนทางานฝา่ ยกจิ กรรม บคุ ลากรฝ่ายกจิ กรรม แผนกกิจกรรมประจาปี
แผนกกจิ กรรมประจาปี
- ส่วนทางานฝา่ ยกจิ กรรม บคุ ลากรฝา่ ยกจิ กรรม แผนกปฏิบตั ิธรรม
แผนกปฏบิ ตั ิธรรม
- ห้องประชมุ ยอ่ ย
80
THESIS Design and Planning Project of 3.4
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.4 องคป์ ระกอบของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.1 การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของโครงการ (ตอ่ )
3.4.1.3 องคป์ ระกอบรองของโครงการ (ตอ่ )
ตารางที่ 3.36 แสดงองคป์ ระกอบรองของโครงการ : สว่ นสนับสนนุ โครงการ (2)
องค์ประกอบรอง
สว่ นสนับสนุนโครงการ องค์ประกอบ องคป์ ระกอบย่อย ผูใ้ ชง้ าน
เขตบริเวณ อาคารสานกั งานกลาง บคุ ลากรฝ่ายบรหิ าร แผนกบริหาร
ส่วนมูลนธิ ิหลวงปแู่ พง จาครโต :
6. เขตพ้นื ท่ีสว่ นกลาง โรงทาน - ห้องทางานรวมฝา่ ยบริหาร ผู้ใช้โครงการทว่ั ไป
พน้ื ท่ีจอดรถ บุคลากรฝา่ ยอาคารสถานท่ี แผนกแม่ครวั
- ห้องเอกสารฝ่ายบริหาร บคุ ลากรเจ้าหน้าที่
- หอ้ งประชุมใหญ่
- หอ้ งรบั รองอาคันตกุ ะ
- หอ้ งนา้
พนื้ ทีร่ บั ประทานอาหาร
หอ้ งฉันท์สาหรบั พระภกิ ษสุ งฆ์
โรงครวั
ห้องเก็บของ
พ้ืนที่ลา้ งจาน
พื้นทห่ี ้องนา้
ที่จอดรถยนตผ์ ูใ้ ช้โครงการ 78 คัน ผใู้ ชโ้ ครงการท่ัวไป
ทจ่ี อดรถยนตผ์ พู้ กิ าร 2 คนั บุคลากรและเจา้ หนา้ ที่
ทจ่ี อดรถบสั 8 คนั
ที่จอดรถจกั รยานยนต์ 26 คนั
ที่จอดรถยนต์บุคลากรและเจา้ หนา้ ท่ี 10 คัน
ตารางที่ 3.37 แสดงองคป์ ระกอบรองของโครงการ : สว่ นงานระบบและเทคนคิ
องคป์ ระกอบรอง
สว่ นงานระบบและเทคนิค องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบย่อย ผูใ้ ช้งาน
เขตบรเิ วณ อาคารสถานท่ี
หอ้ งทางานรวม แผนกอาคารสถานท่แี ละ
6. เขตพ้นื ท่ีส่วนกลาง เทคนิค
ห้องเก็บเอกสาร
ห้อง CCTV บุคลากรฝา่ ยอาคารสถานท่ี แผนกอาคาร
หอ้ งพยาบาล สถานท่ีและเทคนิค
81
โครงการออกแบบและวางผัง วทิ ยานพิ นธ์
สานกั ปฏบิ ัตธิ รรมปา่ โมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.4 นางสาววรญั ญา วมิ ลเกียรติ 58030288 ครุศาสตรส์ ถาปัตยกรรม
SRetuledvyants 3.4 องค์ประกอบของโครงการ
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.2 การวิเคราะหพ์ ื้นท่ีใช้สอยของโครงการ
3.4.2.1 วิเคราะห์องคป์ ระกอบหลัก : ส่วนปฏบิ ตั ธิ รรมและเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา
2. เขตธรรมาวาส
2.1 หอประชมุ (450 คน) 3) ห้องรับรองพระสงฆ์ พน้ื ที่ 18.00 ตร.ม.
4) ห้องรบั รองวทิ ยากร พน้ื ท่ี 18.00 ตร.ม.
1) พ้นื ท่ีโถงด้านหนา้ ......................................................................(D2.11) 5) หอ้ งประชุมยอ่ ย พืน้ ที่ 30.00 ตร.ม.
6) หอ้ งเกบ็ อุปกรณ์ พ้ืนท่ี 25.00 ตร.ม.
พน้ื ที่ตง้ั พระพุทธรปู 58.52 ตร.ม. ...............................................(1) 7) หอ้ งควบคุม พน้ื ท่ี 20.00 ตร.ม.
พน้ื ท่เี วที 34 ตร.ม. .....................................................(2)
พ้ืนท่ีอาสนะสงฆ์ 24.70 ตร.ม. 8) พน้ื ท่ีหอ้ งน้าหอประชมุ .............................................................(D2.13)
ควรมีพื้นที่ 1.90 ตร.ม./คน ผใู้ ช้สูงสุด 450 คน สดั สว่ น ช : ญ = 50 : 50 คน
ต้องการรองรบั พระสงฆ์ 10 คน/วัน หอ้ งน้าชาย จานวน 225 คน
พ้ืนท่ี = 1.9 x 10 - พน้ื ที่หอ้ งสว้ ม 4 × 2.00 = 8.00 ตร.ม.
= 19.00 ตร.ม. ................................................(3) - พื้นทอี่ า่ งลา้ งหนา้ 3 × 0.58 = 1.74 ตร.ม.
คดิ ทางสญั จร 30% ของพน้ื ท่อี าสนะ - พ้นื ทโี่ ถปสั สาวะ 4 × 0.54 = 2.16 ตร.ม.
= (30 x 19.00) / 100 รวมพื้นที่อุปกรณห์ ้องนา้ ชาย = 11.9 ตร.ม. ........................(1)
= 5.70 ตร.ม. ..................................................(4) คดิ ทางสญั จร 30% ของพืน้ ที่ในห้องนา้
รวมพนื้ ทที่ ั้งหมด = (1) + (2) = (30 x 11.9) / 100
= 19.00 + 5.70 = 3.57 ตร.ม. ..................................... (2)
= 24.70 ตร.ม. ...................................(5) จะไดพ้ ้ืนท่ีสัญจร = (1) + (2)
พน้ื ท่ีโถงดา้ นหน้า = (1) + (2) + (5) = 11.9 + 3.57
= 58.52 + 34 + 24.70 = 15.47 ตร.ม. .................................... (3)
= 117.22 ตร.ม. ....................... (6) รวมพน้ื ทที่ ง้ั หมด = (1) + (3)
คิดทางสญั จร 30% ของจานวนผใู้ ช้งาน = 11.9 + 15.47
= (30 x 450) / 100 = 27.37 ตร.ม. ................................... (4)
= 135 ตร.ม. ............................(7) หอ้ งนา้ หญิง จานวน 225 คน
รวมพื้นทีโ่ ถงดา้ นหน้า = (6) + (7) - พน้ื ท่ีห้องส้วม 5 × 2.00 = 10.00 ตร.ม.
= 117.22 + 135 - พื้นท่ีอา่ งลา้ งหน้า 4 × 0.58 = 2.32 ตร.ม.
= 252.22 ตร.ม. รวมพ้ืนทีอ่ ปุ กรณห์ อ้ งน้าหญงิ = 12.32 ตร.ม.......................(1)
# โถงด้านหนา้ มีพ้นื ท่ี 252.22 ตร.ม. คิดทางสญั จร 30% ของพืน้ ที่ในห้องนา้
2) สว่ นปฏิบัตกิ จิ กรรม..................................................................(D2.12) = (30 x 12.32) / 100
ควรมีพน้ื ท่ี 1.60 ตร.ม./คน
ต้องการรองรบั ผู้ใชง้ าน 450 คน/วัน = 3.67 ตร.ม. ..................................... (2)
พื้นที่ = 450 × 1.60
= 720.00 ตร.ม. .............................................(1) จะไดพ้ นื้ ท่สี ญั จร = (1) + (2)
คดิ ทางสัญจร 30% ของพ้นื ที่
= (30 × 720) / 100 = 12.32 + 3.67
= 216 ตร.ม. ....................................................(2)
รวมพ้นื ทีส่ ว่ นปฏิบตั ิกิจกรรม = (1) + (2) = 15.99 ตร.ม. .................................... (3)
= 720 + 216
= 936.00 ตร.ม. ...........(3) รวมพื้นทท่ี ง้ั หมด = (1) + (3)
# ส่วนปฏบิ ัติกจิ กรรมมพี ้ืนท่ี 936.00 ตร.ม. = 12.32 +15.99
= 28.31 ตร.ม. ................................... (5)
ห้องนา้ ผพู้ ิการ
- ขนาด 2.5 × 2.5 จานวน 1 หอ้ ง = 6.25 ตร.ม. ...................(6)
ห้องนา้ พระสงฆ์
- ขนาด 2.5 × 2.5 จานวน 1 หอ้ ง = 6.25 ตร.ม. ...................(7)
82
THESIS Design and Planning Project of 3.4
2018 Pamokthammaram Meditation Center, Sakeao.
Relevants
3.4 องคป์ ระกอบของโครงการ MISS WARUNYA WIMOLKIAT 58030288 IE.TECH ARCH Study
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.2 การวิเคราะห์พนื้ ทีใ่ ช้สอยของโครงการ (ตอ่ )
3.4.2.1 วิเคราะห์องค์ประกอบหลกั : ส่วนปฏิบตั ธิ รรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา (ตอ่ )
2. เขตธรรมาวาส (ตอ่ )
2.1 หอประชมุ (450 คน) (ต่อ) 2) สว่ นปฏบิ ตั ธิ รรม.......................................................................(D2.22)
ควรมีพน้ื ที่ 1.60 ตร.ม./คน
พืน้ ทท่ี ้งั หมดของหอ้ งนา้ = (4) + (5) + (6) + (7) ต้องการรองรบั ผู้ใช้งาน 300 คน/วัน
= 27.37 + 28.31 + 6.25 + 6.25 พ้ืนท่ี = 300 × 1.60
# หอ้ งนา้ มีพ้นื ท่ี 68.18 ตร.ม. = 68.18 ตร.ม. = 480.00 ตร.ม. .............................................(1)
พืน้ ที่ทงั้ หมดของหอประชุม คิดทางสัญจร 30% ของพ้นื ที่
= 1) + 2) + ........ = 8) = (30 × 560) / 100
= 252.22 + 936 + 18 + 18 + 30 = 144 ตร.ม. ....................................................(2)
+ 25 + 20 + 68.18 รวมพืน้ ทสี่ ว่ นปฏบิ ตั ิกิจกรรม = (1) + (2)
= 1,367.40 ตร.ม. = 480 + 144
= 624.00 ตร.ม. ...........(3)
# หอประชุมมพี ื้นท่ี 1,367.40 ตร.ม.
# ส่วนปฏบิ ัติกจิ กรรมมีพืน้ ที่ 624.00 ตร.ม.
2.2 ศาลาปฏบิ ัตธิ รรม (300 คน) 3) ห้องรบั รองพระสงฆ์ พื้นที่ 15.00 ตร.ม.
1) พ้นื ทีโ่ ถงด้านหนา้ ......................................................................(D2.21) 4) หอ้ งน้าสงฆ์ พน้ื ที่ 6.00 ตร.ม.
พนื้ ท่ีต้งั พระพุทธรปู 19.18 ตร.ม. ...............................................(1)
พน้ื ทอ่ี าสนะสงฆ์ 24.70 ตร.ม. 5) สว่ นเก็บอปุ กรณ์ พื้นที่ 5.90 ตร.ม.
ควรมีพนื้ ที่ 1.90 ตร.ม./คน 6) สว่ นควบคมุ พื้นที่ 10.00 ตร.ม.
ตอ้ งการรองรบั พระสงฆ์ 10 คน/วนั
พ้ืนที่ = 1.9 x 10 .................................................................................................................................
= 19.00 ตร.ม. ................................................(2) พ้ืนท่ที ัง้ หมดของศาลาปฏบิ ตั ิธรรม = 1) + 2) + ....... + 6)
คดิ ทางสญั จร 30% ของพ้นื ทีอ่ าสนะ
= 133.88 + 624 + 15 + 6
= (30 x 19.00) / 100
= 5.70 ตร.ม. .................................................(3) + 5.9 + 10
รวมพนื้ ที่ท้ังหมด = (1) + (2)
= 794.78 ตร.ม.
= 19.00 + 5.70
= 24.70 ตร.ม. ...................................(4) # ศาลาปฏิบัติธรรมมีพ้ืนท่ี 794.78 ตร.ม.
พนื้ ที่โถงด้านหน้า = (1) + (4)
2.3 ส่วนปฏบิ ัติธรรมนอกอาคาร
= 19.18 + 24.70
= 43.88 ตร.ม. ....................... (5) 1) ลานธรรมและจงกรม พ้นื ที่ 2,500 ตร.ม.
คดิ ทางสัญจร 30% ของจานวนผใู้ ช้งาน ...................................................................................................................................
= (30 x 300) / 100 # ลานธรรมและจงกรมมีพนื้ ที่ 2,500 ตร.ม.
= 90 ตร.ม. .............................(6)
รวมพื้นทโ่ี ถงดา้ นหนา้ = (5) + (6) 2.4 หอ้ งสมุด (135 คน)
= 43.88 + 90
= 133.88 ตร.ม. ผ้ใู ช้ห้องสมุด คดิ จาก 30% ของผใู้ ช้งานสถานปฏิบัตธิ รรมสงู สุดต่อวนั คอื
# โถงด้านหน้ามีพน้ื ท่ี 133.88 ตร.ม. 450 คน
# ผู้ใช้งานในสว่ นห้องสมุดคอื 135 คน/วนั
ในหนงึ่ วนั ผูใ้ ชแ้ บ่งการใชง้ านเป็น 3 ช่วง
ในแต่ละช่วง = 135 / 3
= 45 คน/ชว่ ง
83
โครงการออกแบบและวางผัง วิทยานิพนธ์
สานกั ปฏบิ ัตธิ รรมปา่ โมกข์ธรรมาราม จ.สระแก้ว 2561
3.4 นางสาววรญั ญา วิมลเกียรติ 58030288 ครศุ าสตรส์ ถาปัตยกรรม
RSetuledvyants 3.4 องค์ประกอบของโครงการ
FUNCTION ELEMENTS OF PROJECT
3.4.2 การวเิ คราะหพ์ นื้ ที่ใชส้ อยของโครงการ (ตอ่ )
3.4.2.1 วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบหลัก : สว่ นปฏบิ ตั ธิ รรมและเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา (ตอ่ )
2. เขตธรรมาวาส (ตอ่ ) 3. เขตสังฆาวาส
2.4 ห้องสมดุ (135 คน) (ตอ่ ) 3.1 กฏุ ิพระสงฆ์ (9 หลงั /9 รปู )
1) พื้นทโี่ ถงห้องสมดุ ......................................................................(D2.41) กฏุ ิขนาด 30 ตร.ม. จานวน 9 หลงั
จะได้ พ้ืนท่ี = 30 x 9
คิด 30% ของผใู้ ช้งานห้องสมดุ คอื 135 คน/วนั
= 270.00 ตร.ม.
พ้นื ทโี่ ถง = (30 × 135) / 100 # กุฏพิ ระสงฆ์มพี ืน้ ทท่ี ั้งหมด 270.00 ตร.ม.
= 40.5 ตร.ม. 3.2 กฏุ ิสามเณร (5 เรอื น/10 รุป)
# โถงมีพนื้ ที่ 40.5 ตร.ม. กุฏิขนาด 8.60 ตร.ม. จานวน 2 หลงั เชอื่ มต่อกนั ในพ้นื ท่ี 37 ตร.ม.
เปน็ เรอื นเดยี วกนั มีจานวน 5 เรอื น
2) พ้ืนทีน่ ัง่ อ่านหนังสอื .................................................................(D2.42)
โต๊ะน่ังจไุ ด้ 4 คน ขนาด 3.70 ตร.ม. จานวน 10 ชุด = 5 x 37
จะได้ พื้นท่ีน่งั = 37.00 ตร.ม. ....................................(1) = 185.00 ตร.ม.
คดิ ทางสัญจร 30% ของพนื้ ทน่ี ่งั # กุฏิสามเณรมีพน้ื ที่ทง้ั หมด 185 ตร.ม.
= (30 × 38.88)/100
= 11.10 ตร.ม. .......................................(2) 4. เขตฆราวาส
จะไดพ้ ื้นทท่ี ง้ั หมด = (1) + (2)
= 37.00 + 11.10 4.1 กฏุ ิแมช่ ี (9 หลงั / 9 รปู )
= 48.10 ตร.ม.
กุฏขิ นาด 30 ตร.ม. จานวน 9 หลัง
# ทน่ี ่งั อ่านมีพ้ืนท่ี 48.10 ตร.ม. จะได้ พื้นที่ = 30 x 9
3) พ้นื ท่ีเกบ็ หนงั สอื และสือ่ ธรรม...................................................(D2.43) = 270.00 ตร.ม.
ตเู้ กบ็ หนังสอื และส่อื ธรรมมีขนาด 1.50 ตร.ม. จานวน 20 ตู้ # กฏุ ิแม่ชมี ีพ้นื ที่ท้งั หมด 270.00 ตร.ม.
จะได้ พ้นื ท่ี = 1.50 × 20
= 30.00 ตร.ม ....................................(1) 4.2 เรอื นนอนชาย/หญงิ (รวม 224 คน)
พนื้ ที่ทางสญั จร 30% ของพน้ื ท่เี กบ็ หนังสอื
= (30 × 30) / 100 1) พนื้ ทนี่ อน...................................................................................(D4.21)
= 9.00 ตร.ม. ......................................(2) หอ้ งนอนรวมหอ้ งละ 28 คน (ท่นี อน) มพี ื้นทใ่ี ช้งาน 5.5 ตร.ม./คน
จะได้พื้นที่ทง้ั หมด = (1) + (2) จะไดพ้ ้ืนทีใ่ ชง้ าน = 28 × 5.5
= 30.00 + 9.00 = 154 ตร.ม. ........................................(1)
= 39.00 ตร.ม. คิดทางสัญจร 30% พน้ื ทใ่ี ชง้ าน
= 46.2 ตร.ม. ......................................(2)
# ทเ่ี ก็บหนงั สอื และสือ่ ธรรมมพี น้ื ที่ 39.00 ตร.ม. จะไดต้ ่อห้อง = (1) + (2)
= 154 + 46.2
4) ห้องเรียนพระสงฆ์สามเณร พน้ื ที่ 36.00 ตร.ม. = 200.20 ตร.ม. .................................(4)
5) ห้องทางานฝา่ ยห้องสมดุ พน้ื ที่ 18.00 ตร.ม. # พืน้ ที่นอนต่อห้อง 200.20 ตร.ม.
6) หอ้ งเกบ็ อปุ กรณ์ พื้นที่ 20.00 ตร.ม.
พน้ื ทีท่ ัง้ หมด = 1) + 2) + ......... + 6)
= 40.5+48.10+39+36.00+10.80+7.20+20
= 201.60 ตร.ม.
# หอ้ งสมดุ มพี นื้ ท่ี 201.60 ตร.ม.
84