The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ(ซีไรต์)ปูนปิดทองเป็น นวนิยายเกี่ยวกับครอบครัว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นัญชนก 'ก, 2023-07-15 11:08:32

ปูนปิดทอง

หนังสือ(ซีไรต์)ปูนปิดทองเป็น นวนิยายเกี่ยวกับครอบครัว

จัดทำ โดย ซีไซีรต์ใต์ นดวงใจ เรื่อง เลขที่35 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ปูนปิดทอง นางสาว นัญชนก จองคำ


ตัวอย่างหน้าหนังสือปูนปิดทอง // //


1.ที่มาของเรื่อง ปูนปิดทอง เป็นนวนิยายที่สะท้อนปัญหาครอบครัวในชีวิต สมรส ที่มีปัญหา การหย่าร้างตามมาหลังจากการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ปัญหาที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลก ระทบต่อการดำ เนินชีวิตของสมาชิกใน ครอบครัว ด้วยสาเหตุนี้จึงทำ ให้เด็ก ที่อยู่ในครอบครัวแตกแยก ขาด ความรัก ความอบอุ่น และมีความรู้สึกโดด เดี่ยว ปัญหาต่างๆ จึงได้เกิดขึ้น เนื่องจากลูกเคยชินต่อสภาพแวดล้อมที่พ่อ แม่ให้ความรัก ความอบอุ่น และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ความสัมพันธ์ แบบนี้กลับถูก ทําลายไป ล้วนทําให้ส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออกของ เด็ก เช่น เด็กที่เคยยึดติดพ่อแม่เป็นแบบอย่าง ในด่านค่านิยม อารมณ์ ซึ่ง เป็นแบบ ของการประพฤติ ปฏิบัติที่ช่วยให้เด็กมีบุคลิกภาพที่ดี แต่เมื่อ สถาบัน ครอบครัวถูกทำ ลาย ลูกๆบางครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใคร เมื่อเผชิญกับปัญหา ซึ่งอาจทำ ให้เขาน้อยใจ ผิดหวัง และท้อแท้กับ เรื่อง ที่ทําให้สะเทือนใจ จนกลายเป็นเด็กมีปัญหาได้ เช่น การประพฤติผิดทาง เพศ ปัญหาเด็กบ้านแตก ปัญหายาเสพติด และปัญหา อาชญากรรม ฯลฯ


2.ประวัติผู้แต่ง กฤษณา อโศกสิน เป็นหนึ่งในนามปากกา ของ สุกัญญา ชลศึกษ์ ซึ่งเป็นผู้แต่งนวนิยายเรื่องนี้ นามปากกาที่เคยเปิดเผยได้แก่ กัญญาชลา สไบเมือง,สุกัญญา สุปปวาสา,กระเรียนทอง ญาดา เธอเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนราชินี เธอได้เริ่มต้นชีวิตนักประพันธ์ด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้นและ มีความ มุ่งมั่นที่จะเป็นนักเขียน ผลงานเขียนชิ้นแรกเป็นเรื่องสั้น ชื่อ ‘ของขวัญปีใหม่’ ลงในหนังสือ ‘ไทย ใหม่วันจันทร์’ [นามปากกา กัญญ์ชลา] เมื่อประมาณปี พ.ศ.2489 หลังจากจบการศึกษา เธอได้เข้า ทำ งานเป็นเจ้าหน้าที่เสมียนใน กรมประมงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมานั้นเธอได้เข้าศึกษาต่อ ในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างนั้นเธอก็เริ่มส่งผลงานเรื่องสั้น ไปลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ‘ศรีสัปดาห์’หลายๆเรื่องและยังทยอยลงตีพิมพ์ออกมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง รวมอย่างน้อยมากกว่าร้อยเรื่อง ในขณะที่ผลงานทางด้านนวนิยายของเธอก็เริ่มออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง ‘หยาดน้ำ ค้าง’ , ‘ดวงตาสวรรค์’ , ‘ดอกหญ้า’ , ‘ลมบูรพา’ ฯลฯ สำ หรับนามปากกา ‘กฤษณา อโศกสิน’ แปลออกมาได้ความว่า ไม้หอม ‘กฤษณา’ และ ทรัพย์ที่ ปราศจากทุกข์ ‘อโศกสิน’ เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 ผลงานนวนิยายที่ชื่อว่า วิหคที่หลงทาง ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงใน ‘สตรีสาร’ และได้รับการต้อนรับจาก ผู้อ่านเป็นอย่างดี นามปากกานี้ได้ สร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่าง มากมาย รวมทั้ง ปูนปิดทอง เรื่องที่ทำ ให้เธอกลายเป็นนักเขียน รางวัล ซีไรท์ เป็นนักประพันธ์สตรีที่ประสพความสำ เร็จสูงสุดในด้าน การประพันธ์นวนิยาย เธอมุ่งมั่น สร้างสรรค์ผลงานด้วยความประณีต ใช้ภาษาอันงดงามสละสลวย เธอมีประสบการณ์อยู่ในโลกนักเขียนมายาวนานกว่า 60 ปี ปัจจุบันเธอมีอายุ 91 ปี มีผลงานที่เขียน ไว้ ทั้งเรื่องสั้น ที่มี มากกว่า 100 เรื่อง และนวนิยาย อีกประมาณ 140 เรื่อง กับสารคดีอีก 4 เรื่อง และยังมีบทความชุด ไฟส่องทาง อีก 1 ชุด (จํานวน 5 เล่ม)


3.เนื้อเรื่องย่อ ครอบครัวของสองเมืองและบาลี ทั้งสองคนต่างต้องเผชิญกับปัญหา ครอบครัว ที่พ่อและแม่ต้องแยกทางกันอยู่ นำ มาซึ่งบาดแผล แห่ง ความเจ็บปวดในชีวิต และได้ส่งผลกระทบต่อการดำ เนินชีวิตของ พวกเขาเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาแยกทาง กันพวกเขาได้พบเจอกับปัญหาต่างๆมากมายในชีวิตตั้งแต่เด็กจน เติบโตเป็น ผู้ใหญ่ บาลีและสองเมืองต่างเรียนรู้ และเผชิญกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าง มีสติ และแก้ปัญหานั้นอย่างมีเหตุผล ซึ่งทั้งคู่ ก็ได้มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน พยายามเติมเต็มส่วนที่ขาดให้แก่กันและกัน เพื่อลืมความเจ็บปวดใน อดีตและประคับประคองชีวิตคู่ของพวกเขา ให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ แบบ ที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน ด้วย ความรัก ความอบอุ่น และ ความเข้าใจที่สามารถนยอมรับทั้งข้อดี และข้อเสียของกัน ตลอดจน รู้จักผ่อนปรนและอภัยกัน ซึ่งทั้งบาลี และสองเมืองต่างเชื่อมั่นใน ความรักที่มีให้กัน ที่จะสามารถเผชิญ กับปัญหาและอุปสรรคให้ผ่านพ้น ไปได้ และพัฒนาชีวิตครอบครัว ให้มีชีวิตที่ดีมีคุณภาพและมีความสุขที่สุด ด้วยตัวของพวกเขาเอง


4. กลวิธีการเขียน ผู้เขียนได้สร้างเรื่องราวของสองครอบครัวที่มีตัวละครหลัก ชื่อว่าสองเมือง และ บาลี ทั้งสองมีปัญหาภายในครอบครัวคล้ายๆกัน ซึ่งผู้เขียนได้เล่นกับอารมณ์ของผู้อ่านทั้งความเศร้า ความเห็นใจ และมี ความสุข และยังเป็นเรื่องที่ผู้เขียนวางโครงเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่า จะเป็น •การแสดงให้เห็นความจริงใจในแง่มุมของสังคม •เป็นสิ่งสะเทือนใจที่ผู้อ่านสามารถที่จะสัมผัสได้ในความรู้สึกของมนุษย์ •การมีรูปแบบเฉพาะตัว เรียบเรียงได้อย่างเหมาะสม •มีการปิดท้ายหรือจบเรื่องได้อย่างดี


5.ลักษณะนิสัยของตัวละคร พ่อ แม่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระในบ้านของลูก หากสามารถฝึกฝนกิเลสตัณหาของตัวเอง ดำ รงตนเป็นพระ ที่แท้จริงของลูกๆ ก็สามารถน้อมคารวะกราบไหว้ได้อย่างเต็มอกเต็มใจ แต่ถ้าพ่อแม่คู่ใดเอาแต่ใจ ตนเองสนใจใสใจแต่ความต้องการของตัวเอง ก็คงเป็นได้เพียงพระพุทธรูปเนื้อปูนที่ฉาบไว้ด้วย ทองคำ เปลว ลูก ๆ จะเคารพบูชาก็เพียงผิวนอก มิอาจ เข้าถึงเนื้อแท้แห่งความเป็น “พระ” นั้นได้ อย่างสนิทใจ เช่นเดียวกับตัวละครหลากหลายชีวิตในเรื่องนี้.….….. พระเอกของเรื่อง สองเมือง ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ผู้เป็นลูก ชายคนโตของนายทวีกับนางสายทอง ที่เลิกร้างกันและต่างฝ่ายต่างมี คนใหม่ นายทวีมีเมียอีกสองคน และมีลูกใหม่อีกสองคู่ ในขณะที่ผู้ เป็น แม่ลงเอยด้วยการเป็นเมียน้อยของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สร้างบาดแผล อันเจ็บปวดให้กับสอง เมืองในวัยที่ยังเป็นเด็ก โชคดีที่อาสาวคอยเลี้ยง ดูแม้ไม่อาจเติมเต็มรูโหว่ในหัวใจ แต่ก็สามารถ ทำ ให้เขาไม่ออกนอกลู่ นอกทาง แต่ฉาบฉวยในเรื่องของความสัมพันธ์ เขาคบหากับผู้หญิง แบบรัก ๆ เลิก ๆ มาหลายต่อหลายคน จนมาพบกับบาลี น้องสาวของ เพื่อนสนิทที่เคยผูกพันกันมาแต่เล็ก แต่น้อยความ รู้สึกว่าพวกเขาเป็น คนหัวอกเดียวกัน ทำ ให้เขารู้สึกอยากจะหยุดที่เธอ นางเอก บาลี เธอก็เป็นครอบครัวแตกแยกเช่นเดียวกันกับ สองเมือง แม่ของเธอไม่ใช่ภรรยาคนแรก ของพ่อ เธอมีพี่ชายต่างแม่ผู้ทน พิษบาดแผล (ทางใจ) ไม่ไหว ฝังความเกลียดชังบุพการีไว้จนตัว ตาย พ่อกับแม่ของเธอใช้ชีวิตคู่เพียงระยะเวลาอันสั้น แม่ทิ้งเธอไปแต่งงาน ใหม่กับฝรั่งและไปใช้ ชีวิตอยู่เมืองนอก พ่อแต่งงานใหม่กับหญิง อายุมากกว่าเธอไม่กี่ปี มีลูกสาวอีกสองคน ตัวอย่างความ สัมพันธ์อันแตกแยกของพ่อกับแม่ทำ ให้เธอไม่มีศรัทธาต่อการใช้ชีวิตคู่ทั้ง ๆ ที่เธออยากมีความรัก แต่เธอก็ไม่เชื่อในความรัก เธอคบหาและเลิกรากับชาย หนุ่มหลายคน จนกระทั่งมาพบกับสองเมือง ผู้ที่เธอเคยผูกพัน สนิทสนมฉันพี่ชายตัดสินใจที่จะลองใช้ชีวิตคู่กับเขา ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า เธอจะยัง ไม่มีอะไรกับเขา จนกว่าต่างฝ่ายต่างจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายคือ คนที่ ‘ใช่’ สําหรับตน เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหากับลูก อาจจะเกิดมา


6.ฉากและบรรยากาศของเรื่อง ฉากของเรื่อง เป็นสังคมไทยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ต้นๆ เรื่องราวความเป็นไปต่าง ๆ ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ยังคงสด ใหม่ร่วม สมัยเป็นอันมาก ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ปัญหา ครอบครัวแตกแยก ที่ผู้ใหญ่ เป็นผู้ก่อแต่ผู้ที่รับผลกรรมไป เต็ม ๆ คือบรรดาลูก ๆ บรรยากาศของเรื่อง สะเทือนอารมณ์ ผู้เขียนได้บอกเล่า รื่องราวอย่างพยายามเน้นให้ผู้อ่านได้ตระหนัก ถึงพิษภัยของ โรคขาด ความรักความอบอุ่นในครอบครัว ว่ามันส่งผลกระทบ ต่อสังคมในวง กว้างได้ขนาดไหน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติดและปัญหา สังคมต่าง ๆ ล้วนมีมูลเหตุมา จากการที่ผู้ที่ก่อปัญหานั้น ๆ ไม่ได้รับการ อบรมเลี้ยงดูอย่าง ใกล้ชิด ด้วยความรักความอบอุ่นที่เพียงพอในวัยเด็ก


7.สำ นวนภาษาที่ผู้แต่งใช้ ปูนปิดทอง ซึ่งเป็นนวนิยาย เป็นงานเขียนแบบ ร้อยแก้ว คือ เรื่องยาวที่ แต่งขึ้นอ้างอิงจากชีวิตจริง รวมถึงการเขียนให้เห็นภาพพจน์ ของตัวละคร ทั้งอารมณ์ ความคิด ฉากและบรรยากาศภายในเรื่อง ซึ่งผู้เขียนให้ความ ใส่ใจกับตัวละคร บท และภาษาที่ใช้อย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็น • มีประเด็นเนื้อหาที่ชัดเจน มีความแปลกและแตกต่าง •กระชับให้ได้ใจความ •เนื้อหาครบถ้วน ครอบคลุม ตรงประเด็น •เลือกใช้ถ้อยคาที่เหมาะสม มีความเป็นตัวของตัวเอง •ตรงกับประสบการณ์ ตรงใจผู้อ่าน


8.ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้จากเรื่อง ทำ ให้ได้รับแง่คิดและสะท้อนความเข้าใจในการดำ เนินชีวิต ให้เห็น คุณค่าความเป็นมนุษย์ในฐานะพ่อแม่ ที่ต้องรับผิดชอบต่อ ครอบครัว โดย ผ่านตัวละครเปรียบเทียบความงดงามและความเลวร้าย ของการใช้ชีวิต ให้ เกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกัน และเป็นส่วนช่วยกระตุ้น ให้ตระหนักถึงชีวิต ครอบครัว รวมถึงการรู้จักยอมรับชีวิตของตนเอง ใน ชีวิตนี้ไม่มีอะไร แน่นอนซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้รวมถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เรา ต้องยอมรับและก้าวข้ามอุปสรรค์ต่างๆไปได้ และ พัฒนาชีวิตของตนเอง ให้ดีกว่าที่เคยพบเจอมา


9.เหตุผลที่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นนวนิยายชีวิตที่หนักหน่วงของความรู้สึกทั้งความเศร้า ความสุขแต่ก็ รู้สึกอิ่มเอ็มเต็ม คุ้มค่าคุ้มเวลาที่ ได้อ่าน และมีแง่ของความคิดในการ ดำ เนินชีวิตของหลายบทหลายตอนที่อ่านแล้วรู้สึก กระทบในใจ และไม่ ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานเท่าใด ปมปัญหาและ ประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้ เขียนนำ เสนอนั้นนึงตลอดถึงแง่คิด คติธรรมต่าง ๆ ยังคงร่วมสมัย ไม่เคย ตกยุคหรือล้าสมัยแม้แต่น้อย


เ ส น อ คุ ณ ค รู ก น ก ว ร ร ณ ว ง ศ์ ษ า ย ะ


Click to View FlipBook Version