การพฒั นานวตั กรรมการเรยี นการสอนพลศึกษาสสู่ ื่อการเรยี นการสอนโดยใช้เครอ่ื งกีดขวาง
จากวัสดุเหลอื ใช้ ภายในโรงเรยี น
โดย
นายภรู วิ จั น์ ปาเป้า
ครผู ู้ช่วย
โรงเรียนบ้านหนองม่วง
สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาบรุ ีรัมย์ เขต 2
อาเภอประโคนชัย จังหวดั บรุ รี ัมย์
รายงานนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพ่ือพฒั นาคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม
โรงเรียนบ้านหนองม่วง สานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาบรุ ีรัมย์ เขต ๒
๑. ช่ือนวตั กรรม
การพฒั นานวตั กรรมการเรียนการสอนพลศกึ ษาสสู่ ่ือการเรยี นการสอนโดยใชเ้ ครื่องกีดขวางจาก
วสั ดุเหลอื ใช้ ภายในโรงเรียน
๒. ช่ือผู้สรา้ ง/พัฒนานวตั กรรม
นายภูริวจั น์ ปาเป้า ตาแหน่ง ครูผ้ชู ่วย โรงเรยี นบ้านหนองมว่ ง
๓. แนวทางการคิดคน้ นวัตกรรม
แนวทางที่ ๑ แสวงหานวัตกรรมจากแหลง่ ต่าง ๆ ทเี่ คยมีผู้สรา้ งหรอื ทาไว้แลว้ แลว้ นามา
ปรบั ปรุงหรอื พฒั นาใหม่
แนวทางที่ ๒ การสรา้ งนวัตกรรมขึ้นใหม่
๔. จุดเด่นของนวตั กรรม
นวตั กรรมสิง่ ประดิษฐ์
นวตั กรรมเทคโนโลยี
๕. ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หาทตี่ อ้ งสร้าง/พัฒนานวตั กรรม
การออกกาลงั กายนน้ั มีความสาคญั ตอ่ เด็กในวัยเรยี นเป็นอย่างมาก เพราะการมรี า่ งกายที่แข็งแรง
ห่างไกลโรคน้ันมีความสาคัญเป็นอย่างมาก ซ่งึ การออกกาลังกายน้ันจะทาใหม้ ีสุขภาพดแี ละรา่ งกายแข็งแรง
แล้วน้ันยงั จะทาให้รปู รา่ งดี ด้วยเหตนุ ีก้ ารออกกาลังกายจงึ มีความจาเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในเด็กวยั รุน่ ทมี่ ักไม่
ชอบการออกกาลงั กายไมร่ ้จู ักดูแลสขุ ภาพทาให้รา่ งกายอ่อนแอไมแ่ ข็งแรง ฉะน้ันการออกกาลังกายของเด็กวยั
น้นี น้ั จึงมคี วามสาคัญอยา่ งมากเพราะเดก็ จะได้มีรา่ งกายท่ีแข็งแรงหา่ งไกลโรค
ซ่ึงในปัจจุบันภายในโรงเรยี นบ้านหนองม่วงได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรยี นเพ่ือใหแ้ ข็งแรงและมี
พนื้ ที่ใช้ส่อยมากยิง่ ข้ึน ทาให้มีเศษวสั ดุเก่าเหลือใช้ทไ่ี ม่สามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ อ่ หรือเสือ่ มสภาพจนไม่
สามารถใชง้ านไดเ้ ตม็ ประสิทธิภาพ ผ้สู อนจึงนาวัสดดุ ังกลา่ วมาใชป้ ระดิษฐ์เปน็ เคร่อื งมือในการพฒั นาทกั ษะ
การเคลอ่ื นไหวของนกั เรียนเพื่อพฒั นาทกั ษะการเคลื่อนไหวให้งา่ ยตอ่ ความเข้าใจในการปฏิบตั ิและปลูกฝัง
ทัศนะคตทิ ีด่ ตี ่อการออกกาลงั กาย
๖. วตั ถุประสงค์ของการสร้าง/พฒั นานวตั กรรม
๑. เพ่อื เสริมสรา้ งทักษะการเคลอ่ื นไหวของนักเรียน
๒. เพ่อื เพิ่มความสนใจในการเรียนการสอน
๓. เพือ่ ใหน้ กั เรียนสามารถเรยี นร้ไู ด้ดว้ ยตนเองโดยครเู ป็นผคู้ อยแนะนา
๔. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจในทกั ษะท่ีเรยี น
๕. เพ่ือนนาเศษวสั ดเุ กา่ เหลอื ใชม้ าใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
๗. กลุ่มเป้าหมาย/ประชากร/กลุม่ ตัวอย่าง
นกั เรียนโรงเรยี นบ้านหนองม่วง
๘. หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ในการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม
สมบัติ กาญจนิจ (2541 : 5) ได้กล่าวว่าร่างกายมนุษย์มีการเคล่ือนไหวตลอดเวลา เพ่ือความ
เจริญเติบโตและรักษาสภาพการทางานที่ดีเอาไว้ การท่ีไม่ค่อยได้ออกกาลังกาย ไม่เพียงแต่จะทาให้เกิดความ
เส่ือมโทรมของสมรรถภาพทางกายหรือสุขภาพ แต่ยังเป็นสาเหตุของความผิดปกติของร่างกายและโรคร้าย
หลายชนิดที่ป้องกันได้ ซ่ึงเป็นโรคท่ีเป็นปัญหาทางการแพทย์ท่ีพบมากในปัจจุบัน ในทางการแพทย์ การออก
กาลงั กายอาจเปรียบได้กบั ยาสารพัดประโยชน์ เพราะใชเ้ ป็นยาบารงุ เป็นยาป้องกันและเปน็ ยาบาบดั รักษาหรือ
ฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่การท่ีได้ชื่อว่ายาแล้วไม่วา่ จะวิเศษเพียงไรก็จะต้องใชด้ ้วยขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสม
กับคนแต่ละคน ในคนท่ีใช้โดยไม่คานึงถึงขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสม นอกจากอาจไม่ได้ผลแล้วยังอาจเกิด
โทษจากยาได้ด้วย การออกกาลงั กายให้เกดิ ประโยชน์แกส่ ขุ ภาพคอื การจดั ชนิดของความหนกั ความนาน และ
ความบอ่ ยของการออกกาลงั กายให้เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพรา่ งกาย สภาพแวดล้อม และจุดประสงค์ของแต่
ละ
อวย เกตุสิงห์ (2531 : 20) ได้กล่าวว่า เพื่อการเจริญเติบโต การออกกาลังกายจัดเป็นปัจจัยสาคัญ
อันหน่ึงที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต เด็กท่ีไม่ค่อยได้ออกกาลังกายแต่มีการกินอาหารมากอาจมีส่วนสูง
และนาหนักตัวมากกว่าเด็กในวัยเดียวกันโดยเฉล่ีย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทาให้ร่างกายมีไขมันมากเกินไป มี
กระดูกเล็ก หัวใจมีขนาดเลก็ เม่ือเทียบกับนาหนักตัวและรูปรา่ งอาจผิดปกติได้ เช่น เข่าชิดกัน อ้วนแบบฉุ เป็น
ต้น ซึ่งถือว่าเป็นการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ตรงข้ามกับเด็กที่ออกกาลังกายถูกต้องสม่าเสมอ ร่างกายจะผลิต
ฮอร์โมนท่ีเกี่ยวกับการเจริญเติบโตอย่างถูกส่วน จึงกระตุ้นให้อวัยวะต่าง ๆ เจริญขึนพร้อมกันไปทังขนาด
รูปร่าง และหน้าท่ีการทางาน และเมื่อประกอบกับผลของการออกกาลังกายที่ทาให้เจริญอาหาร การย่อย
อาหารและการขบั ถ่ายดี เด็กทอี่ อกกาลังกายอย่างถูกต้องและสม่าเสมอจึงมีการเจริญเติบโตดีกว่าเด็กที่ไม่ค่อย
ได้ออกกาลังกาย
ชูศักด์ิ เวชแพทย์ (2519 : 1) ได้กล่าวว่า การออกกาลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพถึงแม้จะไม่มี
หลักฐานแน่ชัดว่าการออกกาลังกายสามารถเพิ่มภูมิต้านทานโรคท่ีเกิดจากการติดเชือได้ แต่มีหลักฐานท่ีพบ
บ่อยครังวา่ เมือ่ นักกีฬาเกิดการเจบ็ ป่วยจากการติดเชอื จะสามารถหายได้เร็วกวา่ และมโี รคแทรกซอ้ นน้อยกว่า
ข้อท่ที าให้เชื่อไดแ้ น่ว่าผู้ที่ออกกาลังกายย่อมมีสขุ ภาพดีกว่าผู้ที่ไม่ค่อยออกกาลังกาย คอื การทีอ่ วยั วะต่าง ๆ มี
การพัฒนาทังขนาด รูปร่าง และหน้าท่ีการทางาน โอกาสของการเกิดโรคที่ไม่ใช่โรคติดเชือ เช่น โรคเส่ือม
สมรรถภาพในการทางานของอวยั วะจงึ มนี อ้ ยกว่า
ประโยชน์ สุทธิสง่า (2524 : 30) กล่าวว่า การฝึกกีฬาใดๆให้เกิดทักษะ ควรเร่ิมจากการปูพืนฐานให้
พร้อมสู่ทักษะท่ียากย่ิงๆขึนไป ซึ่งต้องปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองให้เกิดความชานาญจนร่างการจดจาท่าทาง จน
กลายเปน็ ทักษะตดิ ตวั ทีไ่ ม่มวี ันลืม
วรศักด์ิ เพียรชอบ (2533 : 37) ได้กล่าวว่า ถ้าการออกกาลังกายเป็นยาบารุง การออกกาลังกายถือ
เป็นยาบารุงเพียงอย่างเดียวท่ีสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้ เพราะไม่มียาใด ๆ ท่ีสามารถทาให้ร่างกายมี
สมรรถภาพเพิ่มขึนได้อย่างแท้จริงและถาวร ยาบางอย่างอาจทาใหผ้ ู้ใช้สามารถทนทางานบางอยา่ งได้นานกว่า
ปกติ แต่เมื่อทาไปแล้วร่างกายก็จะอ่อนเพลียกว่าปกติจนต้องพักผ่อนนานกว่าปกติ หรือร่างกาย ทรุดโทรมลง
ไป ในทางปฏิบัติเราสามารถเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายทุก ๆ ด้านได้ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนือ
ความอ่อนตัว ความอดทนของกล้ามเนือ ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด ความคล่องตัว ฯลฯ การออก
กาลังกายเป็นได้ทังยาป้องกันและยารักษาโรค การเสียทรวดทรงในช่วงการเจริญเติบโตดังข้อ 1. ย่อมป้องกัน
ได้ด้วยการออกกาลังกาย แต่เมื่อ เติบโตเต็มท่ีแล้วยังขาดการออกกาลงั กาย ก็จะทาให้ทรวดทรงเสียไปได้ เช่น
ตัวเอียง หลังงอ พุงป่อง ซ่ึงทาให้เสียบุคลิกภาพได้อย่างมาก ในระยะนี ถ้ากลับมาออกกาลังกายอย่างถูกต้อง
เป็นประจาสม่าเสมอยังสามารถแก้ไขให้ทรวดทรงกลับดีขึนมาได้ แต่การแก้ไขบางอย่างอาจต้องใช้เวลานาน
เป็นเดือน เป็นปี แต่บางอย่างอาจเหน็ ผลภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน เช่น พุงป่อง การบริหารกายเพื่อเพ่ิมความ
แข็งแรงของกล้ามเนือหน้าท้องเพียง 2 สัปดาห์ ก็ทาให้กล้ามเนือหน้าท้องมีความตึงตัวเพิ่มขึนจนกระชับ
อวยั วะภายในไว้ไม่ให้ดนั ออกมาเห็นพุงป่องได้ การออกกาลังกายสามารถป้องกันโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะ
โรคท่ีเกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะอันเน่ืองจากการมีอายุมากขึน ซึ่งประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ใน
ชีวิตประจาวันเช่น การกินอาหารมากเกินความจาเป็น ความเคร่งเครียด การสูบบุหรี่มาก หรือกรรมพันธ์ุ โรค
เหล่านีได้แก่ โรคประสาทเสียดุลยภาพ หลอดเลือดหัวใจเส่ือมสภาพ ความดันเลือดสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน
โรคข้อต่อเสื่อมสภาพ เป็นต้น ผู้ที่ออกกาลังกายเป็นประจามีโอกาสเกิดโรคเหล่านีได้ช้ากว่าผู้ท่ีขาดการออก
กาลังกาย หรืออาจไม่เกิดขึนเลยจนชวั่ ชวี ติ การออกกาลังกายจงึ ช่วยชะลอชรา
๙. วิธีดาเนนิ การสรา้ ง/พัฒนานวตั กรรม
๙.1 วสั ดุและอุปกรณ์
- ท่อ PVC เหลือใช้
- นา้ ยาประสานท่อ
- ฝาครอบท่อน้า
- เลอื่ ย
- ขอ้ งอ PVC
๙.2. วิธีสรา้ งนวตั กรรม
๙.2.1 นาท่อ PVC เหลือใช้มาตัดให้เทา่ กนั โดยมีความยาว 90 ซ.ม. และ 15 ซ.ม.
ในอัตตราสว่ น ๑ : ๔
๙.2.2 ในสว่ นท่ีส้ันกวา่ ใช้ขอ้ ตอ่ ท่อเพ่ือให้ได้ความยาว 90 ซ.ม.
๙.2.3 ใชข้ ้องอเพ่ือปรบั รปู ทรงโดยใช้ ๒ ตวั ประกบท่อ 90 ซ.ม. โดยอกี ด้านใชท้ ่อ 15 ซ.ม.
มาประกบทั้งสองดา้ น
๙.2.4 ใชท้ ่อ 15 ซ.ม. อกี สองอันท่ีเหลือมาต่อท้งั สองด้าน
๙.2.๕ ครอบด้วยฝาครอบท่อธรรมดาท้ังสองด้าน
๑๐. ผลการพัฒนานวตั กรรม
๑. ผเู้ รียนมีความรูใ้ นเนอื้ หาทักษะท่ีเรียน
๒. ผู้เรียนสามรถเรียนรไู้ ด้ด้วยตนเอง
๓. เพ่มิ ความสนใจในการเรียนของนักเรยี น
๔. งา่ ยและสะดวกในการนาออกมาใช้
๕. เสริมสร้างทกั ษะการเคลื่อนไหวของผเู้ รยี น
๑๑. ภาพผลงานนวัตกรรม