โรงเรยี นบึงพะไล อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา
ขอ้ สอบวดั ผลปลายภาค รายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา รหสั วิชา พ 31101
ชั้นมธั ยมศึกษาปี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 เวลา 60 นาที
คำช้แี จง 1. ใหท้ ำขอ้ สอบทัง้ หมดลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบท้ังหมดเปน็ ข้อสอบปรนยั แบบเลือกตอบ จำนวน 40 ขอ้ 20 คะแนน
3. ไม่อนุญาตให้นำเอกสารใดๆ ท้งั สน้ิ เข้าห้องสอบ
4. หา้ มออกจากหอ้ งสอบก่อน 30 นาที นับจากเวลาเรมิ่ สอบ
5. ก่อนตอบคำถาม จงเขียนชอื่ นามสกุล ช้นั เลขที่ ชือ่ วชิ า และ วนั ทีท่ ำการสอบให้ชัดเจนลงในแผน่ กระดาษ
คำตอบ ใหเ้ ขียนเครื่องหมาย X ในกระดาษคำตอบข้อที่ถูกท่ีสุดเพยี งขอ้ เดยี ว
1) เน้ือเยื่อมีกีช่ นิด 2. 2 6) ผมและขนแตล่ ะเสน้ จะมีกล้ามเนือ้ เลก็ ๆทมี่ ชี ื่อวา่ อะไร
1. 1 4. 5 1. กล้ามเนอื้ กระตุก
3. 4 2. กล้ามเนอ้ื กระดิก
3. กล้ามเน้ือกระดก
2) ข้อใดไมใ่ ชโ่ ครงสร้างของผิวหนัง 4. กลา้ มเนื้อควบคุม
1. หนงั กำพรา้
2. หนังชนั้ กลาง 7) กระดกู โดยทวั่ ไปน้นั สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 4 ชนิด
3. หนังแท้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
4. ต่อมไขมนั 1. กระดูกแกน 2. กระดูกยาว
3. กระดูกสั้น 4. กระดูกรูปแปลกๆ
3) ข้อใดคือคุณสมบัติของหนังกำพรา้
1. เป็นผวิ หนังชัน้ ใน 8) รา่ งกายมนุษย์เมื่อเจรญิ เติบโตเต็มทจี่ ะประกอบดว้ ย
2. ทำหน้าที่สรา้ เหงือ่ กระดูกทัง้ หมดก่ชี ้นิ
3. มีการสรา้ งใหม่ขึ้นมาทดแทนเรื่อยๆ 1. 150 2. 206
4. เปน็ ผิวหนงั ทมี่ คี วามหนากวา่ ผิวหนงั ช้ันใน 2. 300 4. 400
4) หน้าท่ขี องผิวหนงั ข้อใดไม่ถกู ต้อง 9) ทารกช่วงแรกเกิดจะมีกระดกู ถงึ กช่ี ิ้น
1. ปกคลมุ ร่างกายและห่อห้มุ 1. 200 2. 300
2. รกั ษาอุณหภมู ิ 3. 400 4. 500
3. ทำใหร้ สู้ กึ มรี า่ งกายแข็งแรง
4. ปกป้องอวยั วะภายใน 10) กระดูกสว่ นไหนของมนษุ ย์ทแ่ี ข็งทส่ี ดุ
1. กระดกู สะบา้
5) ข้อใดไม่ใชโ่ ครา้ งสร้างของเล็บ 2. กระโหลกศรษี ะ
3. กระดูซโี่ ครง
1. คอรเ์ ท็กซ์ 2. ลิวนลู า 4. กระดกู ตน้ ขา
3. ควิ ตเิ คล 4. แผ่นเลบ็
6) เส้นผมของมนษุ ยจ์ ะมีความยาวข้นึ วันเท่าไร 11) ภายในชอ่ งโพรงกระดกู จะมีส่วนทเ่ี รยี กวา่ อะไร
1. 0.2 มลิ ลเิ มตร
2. 0.3 มลิ ลิเมตร 1. ไขกระดูก 2. เนื้อกระดูก
3. 0.4 มิลลิเมตร
4. 0.5 มิลลิเมตร 3. กระดกู อ่อน 4. ไขรองกระดูก
12) ระบบกล้ามเนื้อ มนุษยจ์ ะประกอบด้วยกล้ามเน้ือ 20) การดูแลสุขภาพตนเอง
ท้ังหมดกี่ชนิด 1. ออกกำลงั กายสม่ำเสมอ
1. 1 2. 2 2. รับประทานอาหารท่ีถูกตอ้ ง
3. 3 4. 4 3. ดแู ลร่ายกายใหส้ ะอาดอยูเ่ สมอ
4. ถกู ทุกขอ้
13) กลา้ มเน้ือลายมีลักษณะอย่างไร
1. ทำงานนอกเหนอื อำนาจจิตใจ 21.อิทธพิ ลของครอบครวั ท่ีทำให้เกิดพฤติกรรมทางเพศท่ี
2. มรี ปู รา่ งคลา้ ยกระสวย เหมาะสมตรงกับข้อใด
3. มเี สน้ ใยกลา้ มเนื้อทร่ี วมกนั เปน็ มัดๆ 1. พ่อแม่หย่าร้าง
4. มีลกั ษณะเป็นเซลลร์ ปู ทรงกระบอก 2. พอ่ แม่เปน็ แบบอย่างทดี่ ี
3. พอ่ แมเ่ ล่นการพนัน
14การดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั มคี ุณคา่ 4. พ่อแม่มรี ะดบั การศึกษาน้อย
สงู สดุ ในเรอ่ื งใด)
1. ปอ้ งกันโรคภัยไข้เจ็บ 22.อทิ ธิพลของครอบครวั ที่ทำใหเ้ กดิ พฤติกรรมทางเพศท่ี
2. ครอบครัวอบอุ่น รักใคร่กลมเกลยี วกนั ไม่เหมาะสมตรงกับข้อใด
3. ส่งเสรมิ สุขภาพกายและสุขภาพจติ ของตนเองและ 1. พ่อแม่เอาใจใสดแู ลลกู อยา่ งสมำ่ เสมอ
2. พอ่ แม่เป็นแบบอยา่ งท่ดี ี
บคุ คลในครอบครัว 3. พ่อแม่และสมาชิกมีความรักใคร่ปรองดองกนั
4. สามารถกำหนดชว่ งเวลาในการดแู ลสขุ ภาพได้อย่าง 4. พ่อแม่ที่มรี ะดับการศึกษาน้อย
เหมาะสม 23.อทิ ธพิ ลของสังคมที่ทำให้เกดิ พฤติกรรมทางเพศท่ีไม่
เหมาะสมตรงกับข้อใด
15) วยั รุน่ อายตุ ั้งแต่เทา่ ไรถึงเทา่ ไร 1. อยูใ่ กลแ้ หล่งอบายมุข
2. ธุรกจิ ทอ่ งเท่ยี วเจรญิ กา้ วหนา้
1. 13-20 2. 20-30 3. สง่ เสริมการเล่นดนตรี กีฬา
4. มีปญั หาสารเสพติด
3. 25-30 3. 30 ขึ้นไป
24.วัฒนธรรมทที่ ำใหเ้ กิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่
16) วยั ผู้ใหญอ่ ายตุ ้ังแต่เท่าไรถงึ เท่าไร เหมาะสมตรงกบั ข้อใด
1. วฒั นธรรมตะวนั ตกท่มี าจากนกั ท่องเทย่ี ว
1. 13-20 2. 20-40 2. วฒั นธรรมไทย
3. วฒั นธรรมพน้ื บ้าน
3. 25-50 4. 60 ขนึ้ 4. การหม้ัน การแตง่ งาน
17) วัยสงู อายุ อายตุ ้ังแต่เท่าไรถึงเท่าไร 25.ขอ้ ใดกลา่ วได้ถกู ต้องท่ีสดุ ในเรอ่ื งพฒั นาการทางเพศ
1. พัฒนาการทางเพศของวัยรนุ่ หญงิ และชายข้ึนอยู่กับ
1. 13-20 2. 20-40 ค่านิยม
2. วยั รุ่นหญงิ จะมีพัฒนาการทางเพศเรว็ กวา่ ชาย
3. 40-50 4. 60 ขน้ึ 3. วัยรนุ่ หญงิ จะมีพฒั นาการทางเพศช้ากว่าชาย
4. วยั รนุ่ ชายจะมคี วามตอ้ งการทางเพศเร็วกว่า
18) บุคคลในข้อใดควรไดร้ บั การวางแผนดูแลสุขภาพ วัยรุ่นหญิง
1. วยั รนุ่
2. วัยผูใ้ หญ่
3. วัยชรา
4. ทกุ ช่วงวยั
19) ผลของการดแู ลสุขภาพในข้อใดชัดเจนมากทสี่ ุด
1. คลายเครยี ด
2. ครอบครัวอบอนุ่
3. ร่างกายแขง็ แรงไมเ่ จบ็ ป่วย
4. ทำงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
26.ควรจะแก้ไขอยา่ งไรจงึ จะถูกต้องเมื่อมปี ญั หาทางเพศ 32. ในวัฒนธรรมไทยด้งั เดิมมีค่านิยมในเรอื่ งเพศอย่างไร
เกิดขึ้น 1. เปน็ เรอื่ งสำคัญ
1. ออกเท่ียวกลางคนื เพอื่ คลายความกงั วล 2. เปน็ เร่อื งท่ีไมค่ วรสอน
2. ปลอ่ ยไปตามธรรมชาติ 3. เป็นเร่ืองทตี่ ้องศึกษาใหเ้ ขา้ ใจ
3. ปรึกษาพอ่ แม่ หรอื ครูอาจารย์ 4. เปน็ เรื่องที่สามารถแสดงออกไดเ้ ปิดเผย
4. เกบ็ ตวั อยเู่ งียบๆ คนเดยี ว
33. “การรกั นวลสงวนตวั ” เปน็ ค่านยิ มทบ่ี ุคคลใดควร
27.ขอ้ ใดเป็นข้อควรปฏบิ ัติของวยั รนุ่ ในการคบเพอ่ื นตา่ ง ปฏิบัติในสังคมปจั จบุ ัน
เพศ
1. ไม่คบกับใครเลยเก็บตวั อยู่คนเดียว 1. พ่อ แม่
2. ออกเทยี่ วกับเพศตรงข้ามสองต่อสอง 2. ฝา่ ยชายทมี่ ีครู่ ัก
3. คบแต่เพ่ือนสนทิ เท่าน้นั 3. ฝา่ ยหญงิ ทีม่ คี ่รู ัก
4. ทำตัวตามปกติสำรวมกิรยิ ามารยาท 4. ทง้ั ชายและหญิงที่มีคูร่ ัก
28.ข้อใดเปน็ มารยาททสี่ ภุ าพบุรษุ พงึ ปฏบิ ตั ิต่อสุภาพสตรี 34. การปรับตัวทางเพศสำหรับคนวัยใดสำคญั ทีส่ ุด
1. ลงจากรถทหี ลัง 1. วยั รุ่น
2. สละทนี่ ั่งให้ 2. วยั เด็ก
3. เดินนำหนา้ 3. วยั ทอง
4. พดู แตเ่ รอื่ งตลกขบขัน 4. วัยผูใ้ หญ่
29.เราควรปฏิบัตติ นตอ่ เพศตรงข้ามอยา่ งไร 35. ค่านิยมทางเพศของผู้ใดมีคุณค่ามากท่ีสุด
1. ทำตามทผี่ ู้ใหญแ่ นะนำ 1. มลฤดีคำนึงถึงหลกั สิทธิมนุษยชน
2. ทำเหมือนเพศเดยี วกันไม่แบง่ แยก 2. สมฤทยั ไมแ่ สดงออกถงึ ความสนใจเพศตรงข้าม
3. ทำตนให้เหมาะสมกบั ประเพณแี ละวฒั นธรรม
4. ทำตนใหเ้ ปน็ อสิ ระและขึน้ อยู่กับความพอใจทั้งสอง มากนัก
ฝา่ ย 3. นรนิ รัตน์ไมแ่ ต่งตวั แบบย่ัวยวนเพศตรงข้าม
4. วภิ าดามคี วามคิดท่มี ่นั คงวา่ จะรกั ษาความบริสุทธิ์
30.เพื่อนกล่มุ หน่ึงโดยสารรถประจำทางไป
ดว้ ยกนั เมือ่ มีทนี่ ั่งทเ่ี ดียวจะทำอยา่ งไร ของตนเองจนถงึ วนั แต่งงาน
1. ใหเ้ พ่อื นทสี่ งู ทส่ี ดุ น่ัง เพราะยืนลำบาก 36. “เข้าตามตรอกออกตามประตู” เป็นคา่ นิยมที่บคุ คล
2. ให้เพื่อนทด่ี ีทส่ี ุดนง่ั เพราะให้เกียรติเพ่ือน ใดควรปฏิบตั ิ
3. ใหค้ นทีย่ นื ใกลท้ น่ี งั่ ตรงนั่นเปน็ คนน่ัง เพราะมีสิทธิ
เท่าเทยี มกนั 1. พอ่ แม่
4. ให้เพื่อนหญิงท่ีอ่อนแอที่สดุ ไดน้ งั่ เพราะเปน็ การ 2. ฝ่ายชายทมี่ คี ูร่ กั
ช่วยเหลอื ซึ่งกันและกัน 3. ฝา่ ยหญิงท่มี ีคู่รัก
4. คนทเี่ ป็นเพื่อนกนั
31.ค่านิยมทางเพศในวัฒนธรรมไทยข้อใดยังไมถ่ ูกต้อง
1. การรักนวลสงวนตวั 37. วัฒนธรรมทางเพศในข้อใดทจ่ี ะส่งผลต่อสงั คมในทาง
2. การไมช่ งิ สุกก่อนหา่ ม ที่ดีมากท่ีสดุ
3. การมรี ักเดยี วใจเดียว
4. การพดู ในเร่ืองเพศเป็นเร่ืองน่าอบั อาย 1. ยึดค่านิยมแบบผัวเดียวเมียเดียว
2. ไมค่ วรถือโอกาสถูกเน้ือตอ้ งตวั เพศตรงข้ามดว้ ย
เจตนา
3. พฤติกรรมทางเพศของสามภี รรยาเปน็ กจิ กรรม
ส่วนตัวไมค่ วรเปิดเผย
4. การแสดงความสนใจต่อเพศตรงขา้ ม ควรปฏิบัติ
ตามจารตี ประเพณีของสังคมไทย
38. พฤติกรรมทางเพศในข้อใดทีร่ ะบาดเข้ามาในหมู่
วัยรนุ่ มากทสี่ ุด
1. มีคู่รกั
2. ดภู าพยนตรล์ ามก
3. การไปเทีย่ วกลางคืนกบั คูร่ ัก
4. ดืม่ เครื่องด่ืมท่ีมีแอลกอฮอล์
39. ค่านิยมทางเพศในข้อใดที่ไมส่ อดคล้องกบั สังคมไทย
1. การออกเดท (Dating)
2. การทดลองอยดู่ ้วยกนั
3. การมรี กั เดยี วใจเดยี ว
4. ไมอ่ ยูใ่ นทล่ี ับตากนั สองต่อสอง
40. คา่ นิยมทางเพศในข้อใดเป็นค่านิยมทางเพศท่ีถูกตอ้ ง
ในสงั คมไทย
1. การมีรักเดียวใจเดยี ว
2. การไมเ่ ผยแพร่ความจริงในเรอื่ งเพศ
3. การยกย่องเพศชายเหนอื กวา่ เพศหญงิ
4. การพดู ในเรื่องเพศเปน็ เร่ืองน่าอบั อาย
ลงชอ่ื ผอู้ อกขอ้ สอบ ลงชื่อ......................................ผู้ตรวจ/ทานขอ้ สอบ ลงช่ือ................................ผู้อนุมัติ
( นางสาวกาญจนา มเี สมอ )
( นางสาวจินตรา จารึกกลาง ) ( ) หวั หน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ
ครูผ้สู อน ครูผู้ทานขอ้ สอบ
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา