The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 13

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-03-07 07:03:29

กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 13

กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 13

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 13 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่
13 แหง่ กรุงรตั นโกสินทร์ประทับ ณ วัดบวรนเิ วศราชวรวิหาร และได้รบั สถาปนาเปน็ สมเดจ็
พระสังฆราชเม่ือปี พ.ศ. 2488 ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชเจา้ กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

สมเด็จพระสังฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์ มีพระนามเดิมวา่ หมอ่ มราชวงศช์ นื่
เป็นโอรสในหม่อมเจ้าถนอม นพวงศ์ และหม่อมเอม (สกุลเดิม คชเสนี) เป็นธิดาพระยา
ดารงราชพลขนั ธ์ (จุ้ย คชเสนี) ซึ่งเป็นบุตรเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี) ประสูติ
ภายในวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (ต้นราชสกุลนพวงศ์) ในรัช
สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ประสูติเมือ่ วนั ศุกรท์ ี่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.
2415 ตรงกับวันแรม 7 ค่า เดือน 12 ปีวอก จัตวาศก จุลศักราช 1234 เวลา 17.00
นาฬิกา จงึ ทรงเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหามกฏุ พระจอมเกลา้
เจ้าอยู่หัว และได้ทรงเน่ืองในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วย เพราะกรมหม่ืนมเหศวรวิลาส
และพระอนุชา คือ กรมหม่ืนวิษณนุ าถนิภาธร (พระองค์เจา้ สุประดิษฐ์ วรฤทธริ าชมหามกุฏ
บรุ ุษยรตั นราชวโรรส) ประสตู ิแตเ่ จา้ จอมมารดาน้อย ซ่ึงเป็นธิดาของพระอินทรอไภย (เจ้า
ฟ้าทัศไภย) โอรสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (ราชพัสดุของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
บางอยา่ งท่ีทรงไดร้ ับสืบตอ่ มา เช่น พระแท่นหนิ ออ่ นยงั อยูท่ ่ีวัดบวรนเิ วศวิหาร) ส่วนหม่อม
เอมเปน็ ธิดาพระยาดารงค์ราชพลขนั ธ์ (จ้ยุ ) ซ่งึ เป็นบุตรเจา้ พระยามหาโยธา (ทอเรียะ) บตุ ร
เจ้าพระยามหาโยธา (พญาเจง่ ) ตน้ สกุลคชเสนี

ถวายตวั เปน็ มหาดเล็ก

สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ ณุ หศิ ฯ
เมอ่ื หม่อมราชวงศช์ น่ื มีพระชนมายุพอจะเปน็ มหาดเลก็ ได้ ได้ถวายตัวเปน็ มหาดเลก็
ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ สยามมกุฏราชกุมารในรัชกาลท่ี 5
ได้เป็น “คะเด็ด” ทหารม้าในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ มีหน้าท่ีตามเสด็จรักษา
พระองค์ทานององครักษ์ เวลาอยู่ประจาการตามหน้าท่ี ในพระบรมมหาราชวังช้ันใน ได้
พานักอยู่ ณ ตาหนัก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้น 4) พระองค์เจ้าศรีนาคสวาดิ ซ่ึงทรงเป็นผู้
อุปการะและอบรมสั่งสอน

บรรพชาเปน็ สามเณร

เสด็จกรมหม่ืนมเหศวรศิววิลาส
เม่ือครั้งหม่อมราชวงศ์ชื่น เยาว์วัยทรงศึกษากับครูชมที่วังของพระชนกมีพระนิสัย
โน้มเอียงในทางพระศาสนา กล่าวคือ ได้ตาม กล่าวคือ ได้ตามเสด็จกรมหม่ืนมเหศวร
ศวิ วลิ าส ไปวดั อยู่เสมอ เมือ่ มีพระชนมายเุ จรญิ ข้นึ แล้ว

สามเณร หมอ่ มราชวงศช์ ่ืน

เม่ือปี พ.ศ. 2428 หม่อมราชวงศ์ชน่ื ไดท้ รงออกจากวงั และได้บรรพชาเปน็ สามเณร ณ
วัดบวรนิเวศวหิ าร โดยมีพระพรหมมนุ ี (เหมอื น สมุ ติ ฺโต) วดั บรมนิวาสราชวรวหิ าร เป็นพระ
อปุ ชั ฌาย์ ในขณะที่ทรงบรรพชาเปน็ สามเณรนนั้ สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาปวเร
ศวริยาลงกรณ์ ยังทรงพระชนม์อยู่ แต่ปรากฏในหนังสือตานานวัดบวรนิเวศวิหารว่า ใน
ระยะหลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ไม่
ค่อยได้ทรงเปน็ พระอุปัชฌายะ แม้ในวัดนี้ก็ไม่ทรงรับเป็น พระอุปัชฌายะ แต่โปรดให้บวช
อยู่ในวัดไดต้ ้องถอื พระอุปชั ฌายะอ่นื ในระหว่างทท่ี รงเป็นสามเณร ไดต้ ามเสดจ็ สมเดจ็ พระ
มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ไปประทับอยู่ท่ีวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งใน
ขณะนัน้ ม.ร.ว.ชุบ (พระยานครภกั ดฯี ) ผู้เปน็ พไ่ี ด้อุปสมบทอยู่ทว่ี ดั มกฏุ ฯ และตอ่ มาไดต้ าม
เสด็จ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กลับมาวัดบวรนิเวศวิหาร ใน
ปลายสมยั สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวรยิ าลงกรณ์

สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส

หม่อมราชวงศ์ชื่นทรงศึกษาพระปริยัติธรรมกับอาจารย์หลายท่าน เช่น หม่อมเจ้า
ประภากร มาลากลุ พระสุทธสลี สงั วร (สาย) และสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิร
ญาณวโรรส ทรงเข้าสอบไลค่ รั้งแรกเมอื่ ปขี าล พ.ศ. 2433 ที่วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม สอบ
ไล่ได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร และได้รับพระราชทานพัดเปรียญใน
วนั ท่ี 29 พฤศจกิ ายน ร.ศ. 112

สมเดจ็ พระสังฆราชเจา้ ได้เคยรับสัง่ เล่าว่า มพี ระประสงคจ์ ะสอบไลเ่ พียง 5 ประโยค
เทา่ นนั้ จะไม่ทรงสอบตอ่ ทรงตามอยา่ งสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ซึ่งทรงสอบเพียงเท่านน้ั
เพื่อมใิ ห้เกินสมเดจ็ พระบรมชนกนาถ แต่สมเด็จพระมหาสมณเจา้ ฯโปรดใหส้ อบตอ่ ไป และ
ทรงคัดเลือกส่งเข้าสอบสนามหลวง หลังจากท่ีทรงอุปสมบทแล้ว จึงทรงสอบต่อได้เป็น
เปรยี ญ 7 ประโยค เมือ่ พ.ศ. 2437 เมื่อทรงอปุ สมบทได้ 3 พรรษา ทรงพระกรุณาโปรดตง้ั
เปน็ พระราชาคณะที่ พระสคุ ณุ คณาภรณ์

สมเดจ็ พระศรสี วรนิ ทริ า บรมราชเทวี พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจา้
การบรรพชาสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในครัง้ ก่อนและการ
อุปสมบทในครั้งน้ี สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
พระราชทานพระราชูปถัมภ์และไดพ้ ระราชทานพระราชปู ถัมภต์ ลอดมา

พระภารกจิ สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
พระภารกจิ ในการคณะสงฆ์

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั มพี ระราชประสงคบ์ ารงุ การศกึ ษามณฑล
หัวเมือง ทรงอาราธนาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ให้ทรงเป็น
ผอู้ านวยการจัดการศกึ ษา โปรดให้บังคับพระอารามในหวั เมอื ง ซ่ึงเป็นสว่ นการพระศาสนา
และการศึกษาได้ ทั้งในมณฑลกรุงเทพฯ ทั้งในมณฑลหัวเมือง ตลอดพระราชอาณาจักร
เมื่อ พ.ศ. 2441 โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหม่ืนดารงราชานุภาพ เป็น
เจ้าหน้าท่ีจัดการอนุกูลในกิจท่ีฝ่ายฆราวาสจะพึงทา มีจัดการพิมพ์แบบเรียนต่าง ๆ ที่จะ
พระราชทานแก่พระภิกษุสงฆ์ไปฝึกสอน เป็นต้น ตลอดจนการท่ีจะเบิกพระราชทรัพย์จาก
พระคลังไปจ่าย ในการที่จะจัดตามพระราชประสงค์นี้ และโปรดเกล้า ฯ ให้ยกโรงเรียน
พุทธศาสนกิ ชน ในหัวเมืองท้ังปวง มารวมข้นึ อยู่ในสมเด็จพระมหาสมณเจา้ ฯ เพอ่ื จะไดเ้ ปน็
หมวดเดียวกัน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ได้ทรงเลือกสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ขณะทรง
ดารงสมณศักด์ทิ พี่ ระสุคณุ คณาภรณใ์ หเ้ ปน็ ผ้อู านวยการศกึ ษามณฑลจันทบุรใี นศกน้ัน

พระภารกจิ ทางการศกึ ษา
ส่วนที่เก่ียวกับการศึกษาท้ังแผนกธรรมและบาลี ในสมัยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรม

หลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ทรงเลือกพระเถระ ให้เป็นแม่กองสอบไล่
ธรรม และบาลีตามวาระ ทั้งในมณฑลกรุงเทพฯ และมณฑลหัวเมือง ก็ได้ทรงรับเลือกให้
เป็นแม่กองสอบไล่พระปริยัติธรรมหลายคราว เช่น ทรงเป็นแม่กองสอบไล่มณฑลปัตตานี
ได้ทรงเป็นแม่กองสอบไล่มณฑลอยุธยา ท้ังระหว่างท่ีทรงเป็นเจ้าคณะมณฑลน้ัน และทรง
ไดร้ ับเลอื กเป็นแมก่ องธรรมสนามหลวง เมอ่ื พ.ศ. 2470 แม่กองบาลีสนามหลวง เมือ่ พ.ศ.
2477
พระภารกจิ ในคณะธรรมยตุ

เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงมีพระ
ชราพาธเบยี ดเบียน ไม่เปน็ การสะดวกทจ่ี ะทรงปฏบิ ตั พิ ระภารกจิ ในฐานะเจา้ คณะใหญค่ ณะ
ธรรมยุต ไดท้ รงมอบหน้าท่ีเจา้ คณะใหญ่คณะธรรมยุต ให้ทรงบัญชาการแทน ดว้ ยลายพระ
หัตถ์ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2477 เม่อื สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น สิ้นพระชนม์ ใน
พ.ศ. 2480 จึงไดท้ รงเปน็ เจา้ คณะใหญค่ ณะธรรมยตุ ิกา ตามแบบปกครองในคณะธรรมยุต
สบื มา

พระภารกจิ ในการปรบั ปรงุ การปกครองคณะสงฆ์

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
การปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 ซึ่งดาเนินมาเป็น
ลาดบั เกิดความขดั ข้องในการปกครองหลายประการ เป็นเหตุให้การคณะสงฆ์ดาเนินไปไม่
เรียบร้อย เพื่อแก้ไขข้อข้องต่าง ๆ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ฯ ในฐานะองค์สกลมหาสังฆ
ปริณายก ได้มีพระบัญชา เรียกประชุมพระเถระทั้ง 2 ฝ่าย มาพิจารณาตกลงกันท่ีพระ
ตาหนักเพช็ ร เม่อื วันท่ี 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 พระเถระทง้ั 2 ฝ่าย ได้ตกลงกนั ดังนี้
1. การปกครองส่วนกลาง คณะสังฆมนตรีคงบริหารร่วมกัน แต่การปกครองบังคับ
บัญชาให้เปน็ ไปตามนกิ าย
2. การปกครองสว่ นภูมภิ าค ใหแ้ ยกตามนกิ าย
3. สว่ นระเบยี บปลกี ยอ่ ยอนื่ ๆ จะไดป้ รึกษาในภายหลงั ไดท้ รงสงั่ ใหพ้ ระธรรมยตุ เจา้
คณะชน้ั ตา่ ง ๆ เป็นตน้

พระภารกจิ ดา้ นมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
ในทางมหามกุฏราชวิทยาลัยนั้น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ก็ได้ทรงมีส่วนร่วมในการ
ดาเนินกิจกรรม ต้ังแต่เริ่มก่อต้ัง กล่าวคือ ได้ทรงเป็นกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย ใน
พระบรมราชูปถมั ภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว พระราชทานอาราธนา
บตั รทรงตง้ั มา ตงั้ แต่ พ.ศ. 2438 ขณะทรงเป็นหมอ่ มราชวงศพ์ ระชน่ื เปรียญ พรรษา 2
ต่อมาได้ทรงเป็นอุปนายกกรรมการ ในสมัยที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้าทรงเป็นนายกกรรมการ
พ.ศ. 2476 ทรงได้รับมอบหน้าท่ีการงานในตาแหน่งนายกกรรมการ จากสมเด็จ
พระสังฆราชเจ้า (ลายพระหัตถ์ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2476) เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
สิ้นพระชนมแ์ ลว้ ทรงไดร้ บั เลือกเป็นนายกกรรมการ ตลอดมา

พระอสิ รยยศ สมณศักด์ิ

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
พ.ศ.2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานสมณศักดเ์ิ ป็นพระราชาคณะช้นั สามญั ทีพ่ ระสุคณุ คณาภรณ์
พ.ศ. 2446 ทรงพระกรุณาโปรดเล่ือนสมณศักด์ิเสมอพระราชาคณะช้ันเทพท่ี
พระญาณวราภรณ์ไดร้ ับพระราชทานตาลปัตรพนื้ แพรปักทองเปน็ พระเกียรตยิ ศ
พ.ศ.2451 สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เม่ือคร้ังดารงสมณศกั ด์ิที่
พระญาณวราภรณ์ ไดถ้ วายพระพรลาออกจากสมณศกั ด์ิดว้ ยมีประสงค์จะลาสิกขา แตด่ ้วย
ความอาลัยในสมณเพศ จงึ ไดย้ ับยั้งต้ังพระทัยบาเพญ็ สมณธรรมต่อไป
พ.ศ. 2455 ทรงพระกรุณาโปรดเลื่อนสมณศักดเิ์ สมอพระราชาคณะชั้นธรรมในราช
ทินนามเดมิ
พ.ศ. 2464 ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาสมณศักดิ์เสมอพระราชาคณะช้ันธรรม
พเิ ศษในราชทินนามเดมิ

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (แพ ตสิ สฺ เทโว)
พ.ศ. 2487 สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (แพ ตสิ สฺ เทโว) วดั
สทุ ศั น์ สน้ิ พระชนม์ ถงึ วนั ท่ี 31 มกราคม พ.ศ. 2488 พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหา
อานนั ทมหดิ ล ทรงพระกรณุ าโปรดสถาปนาสมเด็จพระวชริ ญาณวงศ์ ขน้ึ เปน็ สมเดจ็
พระสงั ฆราช ในราชทนิ นามเดมิ
พ.ศ. 2493 รชั กาลท่ี 9 ทรงพระกรณุ าโปรดสถาปนาเฉลมิ พระนามใหเ้ ตม็ พระ
เกยี รตยิ ศ ตามราชประเพณี เนอ่ื งในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก เมอื่ วนั ท่ี 7 พฤษภาคม
2493
พ.ศ. 2499 รัชกาลท่ี 9 ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระสมณศักด์ิและฐานนันดร
ศักด์ิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
พระองค์ท่ี 13 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์

ผลงานพระนิพนธ์สมเด็จพระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์

พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด ฯ ให้ชาระพระไตรปิฏก
ฉบับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ทรงชาระ 2 เล่ม ทรงชาระอรรถกถาชาดก รวม 10 ภาค
ส่วนหนงั สอื ทรงรจนา หรือท่ีบันทึกจากพระดารสั ดว้ ยมุขปาฐะ เป็นตน้ ว่า

ศาสนาโดยประสงค์
พระโอวาทธรรมบรรยาย 2 เลม่
ตายเกิดตายสูญ
ทศพธิ ราชธรรม พรอ้ มทัง้ เทวตาทิสนอนุโมทนากถา และ สังคหวัตถุ จักรวรรดิวัตร
และขัตติยพละ
พทุ ธศาสนคติ คณะธรรมยุต
พระธรรมเทศนา ทศพธิ ราชธรรม ในการพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก รชั กาลปจั จุบัน
พระธรรมเทศนาศราทธพรต
พระธรรมเทศนา “วชิรญาณวงศเ์ ทศนา” รวม 55
ทฆี าวุคาฉันท์

พระราชอปุ ธั ยาจารย์

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ประชวร พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ เสด็จฯ เยี่ยมพระอาการใน
คราวประชวรหลายคร้ังและได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์โดยตลอดทราบว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปาณิธานอย่างแน่นอนว่า เม่ือสมเด็จ
พระสังฆราชเจ้าหายประชวร จะทรงผนวชและสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ก็หายประชวรได้
อยา่ งนา่ ประหลาด จงึ ไดต้ กลงพระราชหฤทัยจะทรงผนวช ดว้ ยมสี มเด็จพระสงั ฆราชเจ้า ที่
ทรงถือวา่ ไดท้ รงมีคุณูปการสว่ นพระองคม์ ามาก เปน็ พระอปุ ชั ฌายะ สนองพระเดชพระคณุ
พระราชบุรพการี ตามคตินิยมราชประเพณี ได้เสด็จฯ มาเฝ้าถวายเครื่องสักการะ แสดง
พระองค์เป็นอุปสัมปทาเปกข์ (ผู้ประสงค์อุปสมบท) ในสานักสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ณ
พระอุโบสถวัดบวรนเิ วศวิหาร เมอื่ วันท่ี 22 กันยายน 2499

คร้ันถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2499 ได้เสด็จทรงผนวช ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตน
ศาสดาราม ในสังฆสมาคม 30 รูป มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระราชอุปัธยาจารย์เป็น
ประธานในการอปุ สมบทกรรม เสรจ็ เวลา 16.23 นาฬิกา แลว้ เสดจ็ ฯ พระอุโบสถ พระพุทธ
รัตนสถาน ทรงประกอบการทัฬหีกรรมตามขตั ตยิ ราชประเพณี ในสงั ฆสมาคมฝ่ายธรรมยุต
15 รูป มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงเป็นประธาน เสร็จเวลา 17.43 นาฬิกา แล้วเสด็จฯ
โดยรถพระที่น่ัง พร้อมด้วยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า สู่วัดบวรนิเวศวิหาร ในท่ามกลาง
ประชาชน ท่ีมาเฝา้ พระบารมีอย่างแน่นขนดั สองฟากถนนตลอดถงึ วดั ไดท้ รงดารงสมณเพศ
ประทบั ทรงปฏิบตั ิพระธรรมวนิ ัย อยู่ในสานักสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ตลอด 15 ราตรี ทรงลาผนวช ณ วนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน 2499

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์ ขณะทรงเปน็ พระราชอปุ ัธยาจารยใ์ น
พระภกิ ษพุ ระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เมอ่ื พ.ศ. 2499

(ในภาพ พระภกิ ษพุ ระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรฯ ทรงลาผนวชตอ่ สมเดจ็
พระสงั ฆราชเจา้ ในวนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2499)

พระกรณยี ะพเิ ศษในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ถวายศาสโนวาทและเบญจศีล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในคราวแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะ ณ พระอุโบสถวัด
พระศรรี ัตนศาสดาราม เม่ือวนั ที่ 14 สิงหาคม 2489

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์ ทรงเปน็ ประธานพระสงฆ์
ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก รชั กาลท่ี 9

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นประธานพระสงฆ์ ในพระ
ราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2493 ในพระราชพิธีนี้ ได้ถวายพระ
ครอบพระกริ่งกับพระครอบยันต์นพคุณ ณ มณฑปพระกระยาสนาน ถวายพระธรรม
เทศนาทศพธิ ราชธรรม

สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอเจา้ ฟา้ วชริ าลงกรณ์ เมอ่ื ครง้ั ทรงพระเยาว์

ถวายพระนาม สมเด็จพระเจา้ ลกู ยาเธอเจา้ ฟ้าวชริ าลงกรณ์ ซงึ่ ประสูติ ณ วนั จนั ทรท์ ่ี
28 กรกฎาคม 2495

ถวายพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินทรเทพรัตนสุดา ซึ่งประสูติ ณ วัน
เสาร์ที่ 2 เมษายน 2498

ถวายพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ซึ่งประสูติ ณ วัน
พฤหัสบดีท่ี 4 กรกฎาคม 2500

ถวายพระนาม พระพุทธนาราวันตบพิตร ท่ีได้ทรงสถาปนาและโปรดให้นามา เมื่อ
เสด็จ ฯ ถวายพุ่ม วันท่ี 12 กรกฎาคม 2500 เพ่ือประดิษฐานไว้ ณ พระป้ันหยา อันเป็นท่ี
เสดจ็ ประทบั บาเพญ็ สมณปฏบิ ตั ิ ในระหว่างทรงผนวช

ถวายพระนาม พระโพธ์ิใต้แม่ว่า “พระโพธิมหัยยาเขตสุชาตภูมินาถ รัฐศาสนสถา
วรางกรู ” เมอ่ื พ.ศ. 2501

ประชวรคร้ังอวสาน

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
หลังจากประชวรครั้งใหญ่ สมเด็จพระสงั ฆราชเจา้ ได้ประชวรกระเสาะกระแสะ พระ
วรกายทรุดโทรมเรื่อยมา แต่อาศัยที่ได้ถวายการรักษาพยาบาล และประคับประคองเป็น
อยา่ งดอี ย่ตู ลอดเวลา ประกอบกบั มีพระหฤทัยเขม้ แขง็ ปลอ่ ยวาง จงึ ทรงดารงพระชนมม์ าได้
โดยลาดบั จนถงึ เดอื นกรกฎาคม 2501 จึงปรากฏพระอาการประชวรมาก มีพระโลหิตออก
กับบังคลหนกั ตอ้ งรบี นาเสดจ็ สู่ตึกสามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตอ่ มาในเดอื น
กันยายน 2501 เริ่มปรากฏพระอาการเป็นอัมพาต แพทย์สันนิษฐานว่า เส้นพระโลหิตใน
สมองตบี ตัน แตต่ ่อมาพระอาการคอ่ ยดีข้นึ บ้าง แลว้ กก็ ลบั ทรดุ

พระโกศพระศพสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
ณ พระตาหนกั เพช็ ร วดั บวรนเิ วศวหิ าร

พระอวสานกาล
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 13 ทรงพระประชวรมาเปน็ เวลานาน และทรงพานัก

รักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คร้ันเวลาหลังเท่ียงคืนของวันท่ี 10 นับเป็นวันท่ี
11 พฤศจกิ ายน 2501 พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัว เสดจ็ ฯ ประทับหน้าพระแท่นบรรทม
ในห้องประชวร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ส้ินพระชนม์เม่ือเวลา
01.08 น. ของวนั องั คาร แรม 14 ค่า เดือน 11 มีพระชนมายุ 85 พรรษา 11 เดือน และ 19
วันทรงดารงตาแหน่งสมเดจ็ พระสงั ฆราชเป็นเวลา 13 ปี 9 เดือน 11 วนั

………………………………………………..

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

dl.parliament.go.th › handle
digital.library.tu.ac.th
luangpumun.org › vacila
th.wikipedia.org › wiki
www.dharma-gateway.com
www.dhammathai.org
www.posttoday.com
www.thairath.co.th
www.tnews.co.th
www.trueplookpanya.com
www.watbowon.com


Click to View FlipBook Version