The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชประวัติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-07-10 21:12:24

พระราชประวัติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระราชประวัติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระราชประวตั ิ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช

ผเู้ รยี บเรยี งนายประสาร ธาราพรรค์

พระราชกรณียกจิ อันสาคัญของสมเด็จพระนารายณม์ หาราช เปน็ แบบอยา่ งแหง่ การ
เจริญก้าวหน้าในสมัยต่อ ๆ มา เมืองลพบุรีที่พระองค์สร้างข้ึนเป็นมรดกชิ้นสาคัญ เป็น
เสมอื นประตูชยั แหง่ ความกา้ วหนา้ เปิดกว้างไว้สาหรบั อนาคตอนั รงุ่ โรจน์ของชาติ คณุ งาม
ความดีอันย่งิ ใหญข่ องพระองค์ การเจริญสมั พันธไมตรีกบั ตะวนั ตก ทาให้ไทยรอดพน้ จาก
การเป็นเมืองขนึ้ ประชาชาตไิ ทยจึงถวายพระนามเทดิ พระเกียรติอนั สงู สง่ ของพระองคว์ ่า
“สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช”

พระนารายณ์ พระนามเดมิ เจา้ ฟา้ นรนิ ทร์ เจา้ ปถพนิ ทร์ อยธุ ยา นรงั สรรค์

เมอื่ ยงั เยาว์ พระญาตเิ หน็ องคจ์ กั รพรรด์ิ พระกรนน้ั ธ ทรงมี ถงึ สก่ี ร

พระราชบดิ า จงึ ประทาน นามมาใหม่ เรยี กนามไท้ พระนารายณ์ เปน็ อนสุ รณ์

พระชนมายุ หา้ และเกา้ พรรษา องคภ์ มู ธิ ร พระเกยี รตขิ จร ถกู อสนบี าต ทรงปลอดภยั

ทรงสรา้ งเมอื ง ลพบรุ ี ราชธานี องคจ์ กั รี พระราโชบาย ทนั สมยั

ทรงเปิดรบั ความรู้ โลกยคุ ใหม่ ทรงทาให้ ชาตพิ น้ ภยั ฮอลนั ดา

ทรงสง่ ราชทตู ไปฝรง่ั เศส เจรญิ ไมตรี พระเจ้าหลยุ ส์ที่ ๑๔ ทรงตอ้ นรบั ดหี นกั หนา

ผกู สมั พนั ธ์ ตา่ งประเทศ เตม็ อตั รา อยธุ ยา พฒั นา ทวั่ แผน่ ดนิ

นา้ พระทยั ของพระองค์ ทรงกลา้ หาญ ทรงเชยี่ วชาญ การสงคราม วรรณศลิ ป์

ทรงอญั เชญิ พระพทุ ธสหิ งิ ค์ สมใจจนิ ต์ องคธ์ รณนิ ทร์ ทรงอปุ ถมั ภ์ บารงุ กวี

จนั ทรปุ ราคา สรุ ยิ ปุ ราคา เกดิ ในรชั สมยั พระองคใ์ ช้ กลอ้ งดดู าว สอ่ งวถิ ี

การคา้ ขาย ตา่ งประเทศ รงุ่ เรอื งดี สขุ เปรมปรดี ิ์ มที วั่ ไป ในอยธุ ยา

ปวงชาวไทย ลว้ นยกยอ่ ง สรรเสรญิ ชาตเิ จรญิ ลดเภทภยั สขุ หรรษา

รฐั มน่ั คง ราษฎรม์ ง่ั คงั่ มน่ั ศรทั ธา องคร์ าชา ทรงพทิ กั ษ์ รกั ษแ์ ผน่ ดนิ

....................................................................

ดว้ ยเกลา้ ดว้ ยกระหมอ่ ม

ขา้ พระพทุ ธเจา้ นายประสาร ธาราพรรค์ ผปู้ ระพนั ธ์

พระราชประวตั สิ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราช

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นกษัตรยิ ์องค์ที่ 28 แหง่ อาณาจกั รอยธุ ยา พระองค์
ทรงได้รบั ยกย่องให้เป็นมหาราช ทง้ั น้เี พราะถือว่ารัชสมัยของพระองคเ์ จรญิ รงุ่ เรืองในทาง
วรรณคดแี ละการต่างประเทศ แตส่ มยั ของพระองค์เปน็ สมัยท่ีปัญหายุ่งยากทางการเมือง
ภายในอย่างสูง และเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองต่างประเทศในลักษณะท่ีล่อแหลมจน
เกือบทาให้สยามตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส สมัยของพระองค์เป็นสมัยที่มีข้อมูลทาง
ประวตั ิศาสตร์มากทีส่ ดุ ของอยุธยา

สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช เปน็ พระมหากษตั รยิ ท์ ม่ี บี ทบาทสาคญั แตกตา่ งจากวรี
กษัตริย์พระองค์อื่น พระองคท์ รงมีความเฉลียวฉลาดปราดเปรอ่ื ง เป็นที่ยกย่องสรรเสริญ
พระปรชี าสามารถแผ่ไปไกลถงึ ตา่ งประเทศ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงทานุบารุงให้บ้านเมืองรุ่งเรืองย่ิงกว่าสมัยใดใน
กรุงศรีอยธุ ยา มคี วามสามารถพิเศษในการปกครอง มขี ้าราชการและเหลา่ ทหารหาญตาม
คัมภีร์พชิ ัยสงครามคือ หวั ศึก ได้แก่เจา้ พระยาโกษาเหล็ก มอื ศึก ไดแ้ กพ่ ระยาเดโชชยั ตนี
ศกึ ไดแ้ กพ่ ลชา้ งมา้ ครบถ้วน ตาศกึ ได้แกพ่ ระพมิ ลธรรม หูศึก ได้แกเ่ จ้าพระยาวิชาเยนทร์
ปากศกึ ได้แกพ่ ระวิสตุ รสุนทร (โกษาปาน) กาลังศึก ก็คือผู้คนช้างม้า เสบียงอาหารอุดม
สมบรู ณใ์ นรัชสมยั ของพระองค์
พระราชสมภพ

สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช เสด็จพระบรมราชสมภพ เม่ือวนั จนั ทร์ เดอื นยี่ ปีวอก
พ.ศ. 2175 เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กับพระนางศิริธิดา ต่อมา
ภายหลงั ยกเป็นพระราชเทวี และมีพระขนิษฐาร่วมพระมารดาคอื สมเดจ็ เจา้ ฟา้ ศรสี พุ รรณ
กรมหลวงโยธาทพิ หรือพระราชกลั ยาณี

พระราชบิดาและพระราชมารดาเป็นเครือญาติกนั หมอ่ มหลวงมานจิ ชมุ สายระบวุ า่
พระมารดาของพระนารายณเ์ ปน็ "...พระขนิษฐาตา่ งมารดาของพระเจา้ ปราสาททอง" แต่
งานเขียนของนโิ คลาส์ เดอ แซร์แวส ระบวุ ่า มารดาเป็นพระราชธิดาในสมเดจ็ พระเจา้ ทรง
ธรรม ส่วนพระราชบิดาคือสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ฟาน ฟลีต ระบุว่า เป็นลูกของ

น้องชายพระราชมารดาในสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองคม์ พี ระนมทค่ี อยอปุ ถมั ภอ์ ารงุ
มาแต่ยังทรงพระเยาว์ คือ เจ้าแม่วัดดุสิต ซ่ึงเป็นญาติห่าง ๆ ของพระเจ้าปราสาททอง
เช่นกัน กับอีกท่านหน่ึงคือพระนมเปรม ท่ีฟร็องซัว อ็องรี ตุรแปง (François Henry
Turpin) ระบุว่าเป็นเครอื ญาติของสมเดจ็ พระนารายณ์

พระนารายณเ์ ทพของอนิ เดยี
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระอนุชาต่างพระมารดาในสมเด็จเจ้าฟ้าไชย
และยังมีพระอนุชาต่างพระมารดาอีก ได้แก่ เจ้าฟ้าอภัยทศ (เจ้าฟ้าง่อย), เจ้าฟ้าน้อย,
พระไตรภูวนาทติ ยวงศ์, พระองค์ทอง และพระอนิ ทราชานอกจากน้พี ระองค์ยังทรงมพี ระ
ขนษิ ฐาร่วมพระชนนีองค์หนงึ่ คอื สมเด็จพระเจา้ น้องนางเธอ เจา้ ฟ้าศรสี ุวรรณ กรมหลวง
โยธาทิพในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเล่าว่าเมื่อแรกเสด็จพระบรมราชสมภพน้ัน
พระองคม์ ีพระนามเดิมวา่ "เจา้ ฟ้านรินทร์" แตเ่ มอ่ื ขน้ึ พระอู่ พระญาติเห็นพระโอรสมสี ีก่ ร

พระราชบิดาจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า "พระนารายณ์" ส่วนในคาให้การ
ชาวกรุงเก่าและคาให้การขุนหลวงหาวัด เล่าว่าเม่ือเพลิงไหม้พระที่น่ังมังคลาภิเษก
พระโอรสเสด็จไปช่วยดับเพลิง ผู้คนเห็นเป็นสี่กร จึงพากันขนานพระนามว่า พระ
นารายณ์

พระราชวงั บางปะอนิ
พระราชประวตั ขิ องสมเด็จพระนารายณน์ ั้นเกีย่ วกับเรอ่ื งปาฏิหาริยอ์ ยู่มาก แสดงให้
เห็นถงึ อิทธิพลของพราหมณ์ เม่อื เทียบกบั กษตั รยิ อ์ งคก์ อ่ นๆ ดว้ ยเหตนุ เ้ี องพระราชประวตั ิ
ของพระองคจ์ ึงกลา่ วถงึ ปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ตามลาดับ คือ เมื่อพระนารายณ์ทรงมีพระ
ชนม์ได้ 5 พรรษา ขณะเล่นน้า พระองค์ทรงถูกอสนีบาตฟ้าผ่า พวกพี่เลี้ยง นางนม สลบ
หมดสิ้น แต่พระองค์ไม่เป็นไรแม้แต่น้อย เมื่อพระนารายณ์ทรงมีพระชนม์ได้ 9 พรรษา
พระองค์ทรงถกู อสนีบาตทพ่ี ระราชวงั บางปะอนิ แต่พระองคก์ ็ปลอดภัยดี

การศกึ ษา

พระโหราธบิ ดี
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับการศกึ ษาจากพระโหราธิบดี ซงึ่ เป็นข้าราชการ
ระดับสูงในพระราชวัง และพระอาจารย์พรหม พระพิมลธรรม รวมทั้งสมเด็จพระพุทธ
โฆษาจารยแ์ ละพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ระดับสงู ในพระนคร

การครองราชย์

ตราพระราชลญั จกรสมเด็จพระนารายณม์ หาราช
สมเดจ็ พระนารายณ์เปน็ โอรสของพระเจ้าปราสาททองกษัตริย์องค์ท่ี 25 และเม่ือ
พระราชบดิ าสวรรคตพระเชษฐาของพระองคค์ ือ เจา้ ฟา้ ไชย กข็ ึ้นครองราชยไ์ ดเ้ พยี ง 2 วนั
พระนารายณท์ รงร่วมสมคบกบั พระศรีสธุ รรมราชา ซ่ึงเปน็ พระเจ้าอา ชงิ ราชสมบัติ โดย
ขอให้ชาวตา่ งชาตใิ นอยธุ ยา เช่น ฮอลนั ดา ญีป่ ุ่น เปอรเ์ ซยี ชว่ ยให้พระศรสี ธุ รรมราชาขึ้น
ครองราชย์สมบตั ิแทน สมเดจ็ พระศรสี ธุ รรมราชาทรงแตง่ ตงั้ ใหพ้ ระองคด์ ารงตาแหนง่ พระ
มหาอปุ ราชและใหเ้ สดจ็ ไปประทบั ท่ีพระราชวังบวรสถานมงคล หลังจากสมเด็จพระศรีสุ
ธรรมราชาข้ึนครองราชยส์ มบัติได้ 2 เดือนเศษ พระองคท์ รงชงิ ราชสมบัติจากสมเด็จพระ
ศรสี ุธรรมราชาอีกครัง้
สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชเสด็จขน้ึ ครองราชยส์ มบตั ิ เมอ่ื เวลาสองนาฬกิ า วนั
พฤหสั บดี แรม 2 คา่ เดอื น 12 จลุ ศกั ราช 1018 ปวี อก (ตรงกับวนั ท่ี 15 ตลุ าคม พ.ศ.
2199) มพี ระนามจารกึ ในพระสพุ รรณบฏั วา่

"สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชธบิ ดศี รสี รรเพชญ บรมมหาจกั รพรรดศิ วรราชาธริ าชราเม
ศวร ธรรมธราธิบดี ศรีสฤฎิรักษสังหารจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดีดินทร หริหริ
นทรธาดาธบิ ดี ศรวี บิ ุลยคณุ อกนิฐ จิตรรุจตี รภี วู นาทิตย์ ฤทธิพรหมเทพาดเิ ทพบดนิ ทร์ ภมู ิ
นทราธิราช รัตนากาศมนุวงศ์องค์เอกาทศรสรุทร์ วิสุทธยโศดม บรมอาชวาธยาศรัย
สมุทยั ตโรมนต์ อนนตคุณวิบุลยสุนทรบวรธรรมมิกราชเดโชไชย ไตรโลกนาถบดินทร์ วริ
นทราธิราชชาตพิ ชิ ิต ทิศพลญาณสมนั ตมหันตวิปผาราฤทธวิ ไิ ชย ไอศวรรยาธบิ ตั ขิ ตั ตยิ วงศ์
องค์ปรมาธิบดีตรีภูวนาธิเบศร โลกเชษฐวิสุทธ มกุฎรัตนโมฬี ศรีปทุมสุริยวงศ์ องค์สรร
เพชญพ์ ทุ ธางกูร บรมบพิตร"

พระนารายณร์ าชนเิ วศ ลพบรุ ี
หลังจากประทับในกรุงศรีอยุธยาได้ 10 ปี พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมือง
ลพบรุ ีข้ึนเปน็ ราชธานีแหง่ ท่ี 2 เมอื่ ปี พ.ศ. 2209 และเสด็จไปประทับที่ลพบุรีทุก ๆ ปี แต่
ละคร้ังจะประทับเป็นเวลานานหลายเดือนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มิเคยได้เป็น
พระมหากษัตรยิ ์ "ทรงธรรม" หรอื "ธรรมราชา" ในสายตาของทวยราษฎร์เลยแม้แต่น้อย

ดงั ปรากฏใน คาให้การชาวกรงุ เกา่ ทม่ี ีการเปรียบเทียบพระองค์กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บรมโกศ ก็จะพบว่าเชลยไทยชื่นชมพระมหากษัตรยิ ์พระองคห์ ลังเสยี มากกว่า นอกจากนี้
ยงั ปรากฏในเอกสารของชาวตะวนั ตกทีย่ ืนยันความไม่เปน็ ที่นิยมของราษฎรอย่างชัดแจ้ง
ทั้งนก้ี ็เพราะตลอดรัชสมยั ของพระองคล์ ว้ นมกี ารสงครามทงั้ กบั ตา่ งประเทศและการปราบ
กบฏภายในประเทศ ชาวนาจึงต้องถูกเกณฑ์ไปรบหรืออาจทนทุกข์เพราะความแร้นแค้น
ของภาวะสงคราม ยังความทกุ ขส์ ่ทู วยราษฎร์และไม่มปี ระโยชน์อันใดต่อชาวนา
พระราชกรณยี กจิ ของสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช

วดั พระศรสี รรเพชญ์
สมเด็จพระนารายณท์ รงมที ศพธิ ราชธรรมอันประเสรฐิ แกอ่ าณาประชาราษฎรท์ ง้ั
ปวง ให้มีการลดส่วยสาอากรแก่ราษฎร 3 ปี ทรงบาเพ็ญกุศลหลายประการ ท้ังยังสั่งให้
จดั การถวายพระเพลงิ สมเดจ็ พระพทุ ธเจ้าหลวง (สมเด็จพระศรสี ธุ รรมราชา) สว่ นพระเมรุ
สูงสองเน้นสิบเอด็ วา ประดับประดาด้วย ฉัตรทอง ฉัตรนาค ฉัตรเงิน ฉัตรเบญจรงค์และ
ธงทิวโอ่อ่าโอฬารสมพระเกียรติเสร็จสรรพทุกประการ หลังถวายพระเพลิงแล้ว พระอัฐิ
ธาตุก็ไดอ้ ันเชญิ ไปประจไุ วท้ ่วี ดั พระศรสี รรเพชญ์ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช แมว้ า่ จะไม่

ตอ้ งทาศึกมากมายอยา่ งพระนเรศวร แต่นา้ พระทยั ของพระองคม์ คี วามกล้าหาญเดด็ เดยี่ ว
เชน่ เดียวกนั พระองค์ทรงมคี วามคิดรอบคอบใชพ้ ระสติตรติ รองปญั หาทเ่ี ผชญิ หนา้ อยา่ งดี
ที่สุด มเี หตุการณ์ในรัชสมัยของพระองค์ที่จะยกมากล่าวไว้เร่ืองหน่ึง คือในราวเดือนย่ี ปี
เดยี วกับการพระราชทานถวายเพลิงศพนน่ั เอง มอี าแดงแกน่ ซง่ึ เปน็ ขา้ บาทของพระไตรภวู
นาทติยวงศ์ ไดน้ าเอาความเทจ็ ทลู ยแุ หย่แก่พระไตรภวู นาทติยวงศ์ ทานองวา่ ขา้ หลวงของ
พระนารายณก์ ล่าวหาวา่ พระไตรภวู นาทติยวงศเ์ ข้าข้างสมเดจ็ พระศรสี ธุ รรมราชามากอ่ น
คร้ันสนิ้ พระชนม์พระศรสี ธุ รรมราชาแล้วกห็ ันมาประจบพวกขา้ หลวงเหลา่ นนั้ อาแดงแกน่
ทูลยุยงุ พระไตรภูวนาทติยวงศห์ ลายครง้ั จนกระทงั่ พระไตภวู นาทตยิ วงศค์ ดิ ซอ่ งสมุ ผคู้ นไว้
นอกพระนคร เมอื่ ขา้ หลวงเอาเนื้อความมากราบทูลสมเดจ็ พระนารายณต์ ามความจรงิ ทกุ
ประการ พระองค์ทรงทราบโดยตลอดว่าบัดน้ีพระไตรภูวนาทติยวงศ์ทาการซ่องสุมผุ้คน
แนน่ อนแลว้ จงึ สัง่ ให้มหาดเล็กเอาเงินหลวงร้อยชั่งให้แก่พระไตรภูวนาทตยิ วงศ์ โดยบอก
ว่าใหเ้ อาไปแจกราษฎรทั้งปวงทั่วกัน ตอ่ มาพระยาพชิ ยั สงคราม พระมหามนตรี มากราบ
ทูลอีกวา่ พระยาพทั ลงุ และพระศรภี รู ปิ รชี า คดิ อา่ นกบั พระไตรภวู นาทตยิ วงศจ์ ะคดิ รา้ ยกบั
แผน่ ดนิ สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงตรัสว่าจะฟังเนื้อความน้ีดูจงมั่นแม่นเสียก่อน สมเด็จ
พระนารายณท์ รงเปน็ กษัตริยท์ ีพ่ ระสติรอบคอบคือ ไม่ยอมปักใจช่ือฝ่ายใดฝ่ายหน่ึง ครั้น
ความจริงปรากฏวา่ พระไตรภวู นาทติยวงศ์คิดร้ายกบั พระองค์จรงิ ดังคาของเสนาบดีและ
ข้าหลวงผู้จงรักภัคดีและซ่ือสัตย์ และทูลขอให้พระนารายณ์สาเร็จโทษตามพระราช
ประเพณี แตพ่ ระองค์ทรงมีน้าพระทัยกวา้ งขวาง จึงตรสั แก่เสนาบดีและข้าหลวงผซู้ อ่ื สตั ย์
ว่า “เราจะสาเร็จโทษทน่ี ้ีหาไดไ้ ม่ แตเ่ ราจะไปพระนครหลวงแลว้ เราจะทรงมา้ ตน้ ให้องค์
ไตรภูวนาทติยวงศข์ ม่ี า้ ออกไปกลางท่งุ พระนคร ถ้าองคไ์ ตรภวู นาทตยิ วงศจ์ ะคดิ ทารา้ ยแก่
เรา ๆ กม็ เิ ข็ดขาม จะยุทธดว้ ยองค์ไตรภวู นาทตยิ วงศท์ นี่ น่ั และเอาบญุ ญาธกิ ารแหง่ เราเปน็
ที่พ่งึ ” พระนารายณท์ รงมนี า้ พระทัยล้าเลศิ เช่นน้แี ละพระองค์กท็ รงปฏบิ ตั ดิ งั ทตี่ รสั ไว้ นา้
พระทัยอนั กว้างขวางเช่นน้ีเป็นท่ีประจักษ์ชัดหลายคร้ังหลายคราว บรรดาข้าราชบริพาร
เสนาบดแี ละมขุ มนตรที ง้ั หลายตา่ งก็พากันช่นื ชมในบารมีของพระองค์โดยทั่วหน้ากัน

อัญเชิญพระพุทธสหิ งิ คม์ ายังกรุงศรีอยธุ ยา

พระพทุ ธสหิ งิ ค์
สมเด็จพระนารายณ์ทรงเป็นกษัตริย์นักรบด้วยพระองค์หนึ่ง แม้อาจจะไม่เหมือน
พระมหากษัตริย์นักรบองค์สาคัญอื่น ๆ แต่พระองค์ก็ทรงเป็นผู้จัดการด้านกองทัพและ
ปฏิบตั ภิ ารกิจในการสงครามอย่างได้ผลดีย่ิงเมืองเชียงใหม่ซึ่งเสียไปครั้งพระเจ้าปราสาท
ทอง ได้มีหนงั สือแจ้งมายงั กรุงศรอี ยุธยาว่า พวกฮอ่ ยกเข้าล้อมจะตีเอาเมืองเชียงใหม่ ชาว
เชียงใหมห่ มดทีพ่ งึ่ จงึ เสี่ยงทายต่อหน้าพระพุทธรูปที่มีช่ือว่า “พระพุทธสิหิงค์” คือเสี่ยง
ทายว่าถ้าเมืองใดจะเป็นท่ีพึ่งพิงได้ขอให้สาแดงนิมิตมาให้เห็น และปรากฏว่า พระพุทธ
สิหิงค์หันพระพักตรม์ าทางกรงุ ศรอี ยธุ ยา ตอ่ มาพระนารายณก์ ย็ กทพั ขน้ึ ไปตเี มอื งเชยี งใหม่
กลับคืนมาได้ เมื่อปี พ.ศ. 2205 ทั้งยังได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับคืนมายังกรุงศรี
อยุธยาอีกดว้ ย

เม่ือปี พ.ศ. 2206 มีพวกมอญอพยพมาจากพม่า เข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์
จานวนประมาณ 5000 คน ซงึ่ เคยยกไปเผ่าเมืองเมาะตะมะ ต่างพากันหนีเข้ามาพ่ึงพระ
บรมโพธสิ มภารของพระนารายณ์ พระองคก์ ท็ รงโปรดเกล้าให้ครอบครัวมอญเหล่านั้นต้ัง
บ้านเรือนอยู่บริเวณ ตาบลสามโคกบ้าง ที่คลองดูจามบัง ที่ใกล้วัดตองปูบัง ทั้งยังได้
พระราชทานส่ิงทจ่ี าเป็นอื่น ๆ ดว้ ย ตอ่ มา เจา้ เมอื งอังวะ ได้ยกทัพตามพวกมอญทีห่ นีเข้า
มารับราชการและตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยาคืน กองทัพของพระเจ้าอังวะยกมาทาง
ดา่ นเจดีย์สามองค์ สมเด็จพระนารายณ์จึงให้พระยาศรีหาราชเดโชกับพระยาโกษาเหล็ก
ยกทพั ไปและตีทพั เมืองอังวะแตกพ่ายกลับไป ทั้งได้กวาดต้อนเชลยกลับเข้ามายังกรุงศรี
อยธุ ยาเปน็ จานวนมาก

ดา่ นเจดยี ส์ ามองค์
ในปี พ.ศ. 2207 พระเจ้าแผ่นดินเมืองอังวะถูกลอบปลงพระชนม์ บ้านเมือง
ระส่าระสาย สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นว่า พม่าเคยยกทัพโจมตีไทยและรบกวนพวก
มอญทีเ่ ขา้ มาพง่ึ พงิ พระบรมโพธสิ มภารอยูบ่ อ่ ย ๆ พระองคเ์ หน็ เป็นโอกาสดีจึงจัดทัพไทย
และทัพมอญยกไปทางเมืองยาปูน ด่านแม่ละเมาะทางด่านเจดีย์สามองค์และทางเมือง

ทะวาย กองทัพกรุงศรีอยุธยายกไปรวมพลที่เมืองเมาะตะมะ จากนั้นก็บุกโจมตีเมืองหง
สาวดแี ละเมอื งแปร ฝา่ ยพม่ายกทัพหนจี ากเมอื งอังวะลงมาตัง้ รับทเ่ี มอื งพกุ าม ทัพไทยได้
ล้อมเมอื งพุกามไว้จนกระท่ังถงึ ปี พ.ศ. 2208 จึงได้ยกทพั กลับกรุงศรอี ยธุ ยา

พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าทันสมัย และติดต่อค้าขายกับ
ต่างประเทศอย่างกว้างขวางสมเด็จพระนารายณ์ทรงปรับปรุงกิจการบ้านเมืองท้ังด้าน
การทหาร และการปกครองอยา่ งดยี ิ่ง ในรชั สมยั ของพระองคม์ กี ารเปลยี่ นแปลงทสี่ าคญั ๆ
อย่างมากมาย พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า เมื่อบ้านเมืองสงบราบคาบปราศจากการ
รุกรานของศัตรูภายนอกแล้ว การจะทานุบารุงให้ประชาราษฎร์มีความเป็นอยู่ท่ีดีมี
ความสุข จาเป็นจะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจังเพ่ือความเจริญก้าวหน้าและความ
เจริญรุ่งเรืองของประเทศ โดยเฉพาะด้านการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ สมเด็จพระ
นารายณ์เปน็ ผู้มบี ทบาทสาคญั ยงิ่ ในประวตั ศิ าสตรข์ องชาตไิ ทย
การตา่ งประเทศ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เล่ืองลือพระเกียรติยศใน
พระราโชบายทาง คบคา้ สมาคมกับชาวต่างประเทศ รกั ษาเอกราชของชาตใิ หพ้ น้ จากการ
เบียดเบียนของชาวต่างชาติและรับผลประโยชน์ท้ังทางวิทยาการและเศรษฐกิจท่ีชน

ต่างชาตินาเข้ามา นอกจากนี้ ยังได้ทรงอุปถัมภ์บารุงกวีและงานด้านวรรณคดีอันเป็น
ศิลปะที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคน้ัน เมื่อสมเด็จพระนารายณ์เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ณ
ราชอาณาจักรศรอี ยุธยาแลว้ ปัญหากิจการบ้านเมืองในรชั สมัยของพระองค์เป็นไปในทาง
เก่ียวข้องกับชาวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ด้วยในขณะนั้น มีชาวต่างประเทศเข้ามา
คา้ ขาย และอย่ใู นราชอาณาจักรไทยมากว่าทีเ่ คยเปน็ มาในกาลกอ่ น ท่สี าคญั มาก คือ ชาว
ยุโรปซ่ึงเป็นชาติใหญ่มีกาลังทรัพย์ กาลังอาวุธ และผู้คน ตลอดจน มีความเจริญรุ่งเรือง
ทางวทิ ยาการต่าง ๆ เหนอื กว่าชาวเอเซียมาก และชาวยุโรปเหล่าน้ีกาลังอยู่ในสมัยขยาย
การค้า ครสิ ต์ศาสนา และอานาจทางการเมืองของพวกตนมาสู่ดินแดนตะวันออก

เจา้ พระยาวชิ เยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน)
ฝรัง่ เศสเปน็ ชาตทิ ี่เข้ามาสกู่ รงุ ศรีอยธุ ยาเปน็ ชาตแิ รกครงั้ “หลวงวชิ เยนทร”์ เมอ่ื ครง้ั
ที่มีเจ้าของเรือกาปั้นของฝร่ังเศสได้บรรทุกสินค้าเข้ามาขายในกรุงศรีอยุธยา ขณะน้ัน
สมเด็จพระนารายณ์จึงให้มีการต่อเรือกาปั้นใหญ่ขึ้นลาหน่ึง เมื่อเรือลานั้นต่อเสร็จ
เรยี บร้อยแล้ว ก็ถงึ เวลาที่จะนาลงจากอตู่ ่อเรอื สมเด็จพระนารายณ์บอกให้ล่ามถามชาว
ฝร่งั เศสคนนน้ั ว่า เมอื งฝรงั่ เศสเอาเรอื กาปน้ั ลงจากอเู่ ขาทาอยา่ งไรจงึ เอาลงไดง้ า่ ย ฝรง่ั เศส

พ่อค้ารายนั้นเป็นคนฉลาด มีสติปัญญามากรู้และชานาญด้านการรอกกว้าน จึงบอกให้
ล่ามกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ว่า เขารับอาสาที่จะนาเรือลานี้ออกจากอู่ด้วยตัวเอง
พอ่ ค้าฝร่งั เศสนายนนั้ จัดการผกู รอกกว้าน และจกั รมดั ผนั ชกั กาปนั้ ลานน้ั ออกจากอลู่ งมาสู่
ท่าโดยสะดวก จึงให้พระราชทานรางวัลมากมายท้ังยังแต่งต้ังให้เป็น “หลวงวิชเยนทร์”
หลวงวิชเยนทร์ ไดร้ ับพระราชทานทบ่ี า้ นเรอื นและเครอ่ื งยศ ใหอ้ ยทู่ าราชการในพระนคร
และน่ันเป็นการแสดงถึงพระปรชี าสามารถของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งต้องการเรียนรู้สิ่ง
ใหม่จากชาวต่างประเทศและสร้างความสัมพันธ์อนั ดกี บั ชนชาติอ่ืน เป็นการเปิดประตูรับ
ความรใู้ หมจ่ ากโลกภายนอก โดยไมจ่ ากัดขอบเขตอยู่เฉพาะภายในประเทศเท่านนั้ หลวง
วชิ เยนทร์รบั ราชการสนองพระเจ้าอยหู่ วั ดว้ ยความจงรกั ภักดี มวี ริ ยิ ะอตุ สาหในราชกจิ ตา่ ง
ๆ ของบา้ นเมือง มคี วามชอบจนไดเ้ ลือ่ นตาแหน่งเปน็ “พระยาวิชเยนทร์”

พระนารายณร์ าชนเิ วศ

ในปี พ.ศ. 2230 (ค.ศ. 1687) ออกญาพระเสดจ็ สเุ รนทราธบิ ดี พระยาพระคลงั และ
ออกพระศรพี พิ ทั ธ์รัตนราชโกษาไดล้ งนามในสนธิสญั ญาทางการค้ากับประเทศฝร่ังเศสใน
รชั สมยั ของพระองค์น้ัน ชาวฮอลันดาไดก้ ดี กนั การเดินเรือค้าขายของไทย คร้ังหน่ึงถึงกับ
สง่ เรือรบมาปิดปากแมน่ า้ เจา้ พระยา ขจู่ ะระดมยงิ ไทย จนไทยตอ้ งผอ่ นผันยอมทาสัญญา
ยกประโยชน์การค้าให้ตามที่ต้องการ แต่เพ่ือป้องกันมิให้ฮอลันดาข่มเหงไทยอีก สมเด็จ

พระนารายณ์จึงทรงสร้างเมืองลพบุรีไว้เป็นเมืองหลวงสารอง อยู่เหนือขึ้นไปจากกรุงศรี
อยธุ ยา และเตรยี มสรา้ งปอ้ มปราการไว้คอยตอ่ ต้านข้าศกึ

ราชทตู สยามนาโดยโกษาปานเขา้ เฝา้ พระเจา้ หลยุ สท์ ี่ 14 ทพี่ ระราชวงั แวรซ์ าย
ฝ่ายสมเด็จพระนารายณ์กาลังมีพระทัยระแวงเกรงฮอลันดายกมาย่ายี และได้ทรง
ทราบถงึ พระเดชานภุ าพของพระเจ้าหลยุ ส์ท่ี 14 ในยโุ รปมาแลว้ จึงเต็มพระทัยเจริญทาง
พระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 ไว้ เพ่ือให้ฮอลันดาเกรงขาม วันหน่ึงสมเด็จพระ
นารายณ์มีพระราชโองการตรัสถามพระยาวิชเยนทร์ว่า ในเมืองฝร่ังเศสมีของวิเศษ
ประหลาดประการใดบ้าง พระยาวิชเยนทร์จึงกราบทูลว่า “ในเมืองฝร่ังเศสมีช่างทา
นาฬิกายนต์ ปืนลม ปนื ไฟ กลอ้ งส่องทางไกลเปน็ ใกล้ กระทาของวเิ ศษอื่น ๆ ก็ได้ทกุ อย่าง
มที ั้งเงนิ ทองภายในวังของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ให้มีการหลอมเงินเป็นท่อน 8 เหลี่ยม
ใหญป่ ระมาณ 3 ลา ยาว 7 ศอก ถึง 8 ศอก กองอยบู่ นริมถนนเป็นอนั มาก เหมือนดจุ เสา
อันกองไว้ กาลงั คนแต่ 13 คน หรือ 14 คนจะยกท่อนเงินนั้นข้ึนไม่ไหว ภายในท้องพระ
โรงชั้นในนั้นคาดพ้ืนด้วยแผ่นศิลา มีสีต่าง ๆ จาหลักลายฝังด้วยเงินทองและแก้ต่าง ๆ สี
เปน็ ลดาวลั ย์ และตน้ ไม้ดอกไม้ภูเขาและรูปสัตว์ต่าง ๆ พื้นผนังก็ประดับด้วยกระจกภาพ
กระจกเงาอันวิจิตร น่าพิศวง เบ้ืองบนเพดานน้ันใช้แผ่นทองบ้างดุจแผ่นทองอังกฤษ ตัด
เป็นเส้นน้อย ๆ แล้วผู้เข้าเป็นพวกพู่ห้อยย้อยและแขวนโคมแก้วมีสันฐานต่าง ๆ มีสีแก้ว

และสีทองรงุ่ เรอื งโอภาสงดงามยิง่ นัก” สมเดจ็ พระนารายณท์ รงฟังคาสรรคเ์ สริญยกย่อง
ความวิเศษของเมอื งฝรั่งเศสอยา่ งยดื ยาวแล้ว พระองค์ก็หาได้เชื่อทันทีทันใดไม่ พระองค์
ทรงดาหริข้ึนว่าใครจะเห็นความจริง จึงดารัสแกพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) “เราจะแต่ง
กาปัน้ ไปเมืองฝรงั่ เศส จะให้ผ้ใู ดเป็นนายกาป้นั ออกไปสืบดูของวเิ ศษยังจะมสี มจรงิ เหมอื น
คาของพระยาวชิ เยนทร์ หรือประการใด” พระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) จึงกราบทูลวา่ ผ้ทู จ่ี ะ
เป็นนายกาปั้นนั้นไม่มีใครนอกจากนายปาน ซึ่งเป็นน้อยชายตนสามารถที่จะไปสืบข้อ
ราชการ ในเมอื งฝร่ังเศสตามพระประสงค์ของสมเดจ็ พระนารายณ์ ดงั นน้ั พระองคจ์ งึ เรยี ก
นายปานเข้าเฝา้ เพ่ือสอบถามความสมัครใจอีกครง้ั หน่ึง “อา้ ยปานมึงมสี ตปิ ญั ญาอยู่ กจู ะ
ให้เป็นนายกาป้นั ไป ณ เมืองฝรงั่ เศส สบื ดูสมบตั ิพระเจา้ ฝรัง่ เศส ยังจะสมดังคาพระยาวิช
เยนทร์กล่าว หรือ จะมิสมประการใด จะใคร่เห็นเท็จและจริงจะได้หรือมิได้” นายปาน
น้องชายพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) กราบทูลพระกรุณารับอาสาจะไปเมืองฝร่ังเศสตาม
พระราชดาริของสมเด็จพระนารายณ์ ได้จัดแจงเตรียมหาคนดีมีวิชามาคนหนึ่ง ซ่ึงเคย
เรียนพระกรรมฐานชานาญในการเพ่งกระสิณมีความรู้วิชามากแต่เป็นนักเลงสุรา พระ
นารายณ์กย็ นิ ยอมใหไ้ ปดว้ ย นายปานก็มีความยินดี จากนั้นก็จดั หาพวกฝรงั่ เศสมาเปน็ ตน้
หนถือทา้ ยและกลาสีเรือ พระยาโกษาธิบดีนาคณะเดินทางเจริญสัมพันธไมตรีที่จะไปยัง
ประเทศฝรัง่ เศส เขา้ เฝ้าพระนารายณก์ ็ทรงแตง่ พระราชสาสนใ์ หน้ ายปานเปน็ ราชฑตู แหง่
กรุงศรอี ยุธยา และประกอบด้วยข้าหลวงอ่ืนเป็นอุปฑูต ให้จาทูลพระราชสาสน์นาเคร่ือง
ราชบรรณาการออกไปเจริญทางพระราชไมตรีท่ีเมืองฝร่ังเศส ตามพระราชประเพณี
พระราชทานรางวัลและเคร่ืองยศแก่ทูตานุฑูต โดยควรแก่ฐานุศักดิ์ นับตั้งแต่นั้น นาย
ปานจงึ ไดร้ ับแต่งตัง้ เปน็ พระยาโกษาปาน ราชฑตู ของกรุงศรอี ยธุ ยากก็ ราบบงั คมลาสมเดจ็
พระนารายณ์ พาพรรคพวกลงเรือกาป่นั ใหญ่ ใช้เวลา 4 เดือน กถ็ งึ บรเิ วณใกลป้ ากนา้ เมอื ง
ฝรง่ั เศส บงั เอญิ ขณะน้ันเกดิ พายใุ หญเ่ รอื ถกู ซดั เขา้ ไปในกระแสนา้ วน ตอ้ งแลน่ เรอื เวยี นอยู่
3 วัน จึงแล่นถึงปากน้าฝรั่งเศสจากน้ันจึงได้ข้ึนฝ่ังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส
พระยาโกษาปาน ก็ไปปฏิบัติหน้าที่ฑูตไทยเป็นอย่างดีและได้รับการยกย่องจากฝร่ังเศส
รวมทัง้ ชาวต่างประเทศอ่นื ๆ พระยาโกษาปานเปนราชฑูตไทยคนแรก และประเทศไทย
เปน็ ประเทศแรกในเอเซยี ที่ส่งราชฑตู เจริญสมั พันธไมตรีกับฝรงั่ เศส

ราชทตู ไทยสมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช จากซา้ ย "ออกพระวสิ ทุ ธสนุ ธร" ซง่ึ
รจู้ ักกนั ตอ่ มาในนาม "พระยาโกษาธบิ ด"ี (ปาน) ราชทตู ,

ออกหลวงกลั ยาราชไมตรี" อปุ ทตู และ "ออกขนุ ศรวี สิ ารวาจา" ตรที ตู

ในรชั สมยั ของพระองคน์ ัน้ กรงุ ศรีอยุธยา ได้สง่ คณะทตู ไปเขา้ เฝา้ พระเจา้ หลยุ สท์ ่ี 14
ยงั ประเทศฝรัง่ เศส รวมทง้ั สน้ิ 4 ชดุ ด้วยกัน คณะทูตชุดแรก ท่ีไปเจริญสัมพันธไมตรี กับ
ประเทศฝร่ังเศส ใน พ.ศ.2223 มพี ระพพิ ัฒนาราชไมตรี เปน็ ราชทตู หลวงวสิ ารสุนทรเปน็
อุปทูต และขุนนครศรีวิชัย เป็นตรีทูต โดยมีบาทหลวงเกม (Gayme) บาทหลวงชาว
ฝร่ังเศส ที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในอยุธยา และสามารถพูดภาษาไทยได้ดีทาหน้าที่
เปน็ ลา่ ม

คณะทูตชุดนี้ออกเดินทางจากอยุธยาโดยเรือสินค้าของฝร่ังเศสท่ีชื่อ “โวดูส์” ถึง
เมืองบันตัมในหมู่เกาะชวา และได้พักอยู่ที่น่ันเป็นเวลา 6 เดือน จากน้ันจึงโดยสารเรือ
ฝรั่งเศส อีกลาหน่ึงช่ือ “โซเลย์ดอริอองต์” (Soleil d’ Orient) ออกเดินทางจากเมือง
บันตัม ใน พ.ศ.2225 หลังจากนั้นเรือลานี้ได้หายสาบสูญไปในมหาสมุทรอินเดียโดยไม่
ทราบสาเหตุ ในเวลาตอ่ มา สมเด็จพระนารายณ์ โปรดให้ตงั้ คณะทูตขึ้นอีกชุดหนึ่งซ่ึงเป็น
ข้าราชการชั้นผ้นู ้อย มีขุนพิไชยวาณิช กับขนุ พชิ ติ ไมตรเี ดนิ ทางออกไปสืบข่าวยังประเทศ
ฝร่ังเศส ในการไปครั้งน้ี โปรดฯ ให้นานักเรยี นไทยไปด้วย 4 คน เพื่อศึกษาวิชาการต่างๆ

และฝึกหัดขนบธรรมเนียมตามแบบอย่างของชาวฝรั่งเศส อีกทั้งทรงขอให้ทางฝรั่งเศส
แต่งทูตผมู้ ีอานาจเตม็ เขา้ มาทาสญั ญาพระราชไมตรอี กี ด้วย คณะทูตชุดนี้มิได้เข้าเฝ้าพระ
เจ้าหลุยส์ที่ 14 อย่างเป็นทางการ เพราะมิได้อัญเชิญพระราชสาส์นของสมเด็จพระ
นารายณ์ไปด้วยเป็นแตเ่ พยี งถือศภุ อักษรของเสนาบดไี ป

ข่าวคณะทูตไทย ชุดก่อนที่ได้หายสาบสูญไปมิทราบข่าวคราว และได้แจ้งพระ
ราชประสงค์ของสมเด็จพระนารายณ์วา่ ทรงใคร่ขอให้ทางฝรง่ั เศส สง่ คณะทตู มายงั อยธุ ยา
เพื่อทาสัญญาค้าขายด้วยคณะบาทหลวงฝรั่งเศส ที่เคยเข้ามาสอนศาสนาในอยุธยาได้
กราบทลู พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ว่าหากมีพระราชสาส์นเช้ือเชิญให้สมเด็จพระนารายณ์ทรง
เข้ารีต นับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิกแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ ก็คงไม่ขัดพระราช
อัธยาศัย อีกท้ังประชาชนอยุธยาท้ังหมดก็จะหันมานับ ถือศาสนาคริสต์นิกาย
โรมนั คาทอลกิ ตามด้วยอยา่ งแน่นอน

ภาพเชอวาลเิ ยร์ เดอ โชมงตเ์ ขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระนารายณ์
เพอ่ื ถวายพระราชสาสน์ ของพระเจา้ หลยุ สท์ ่ี 14

พระเจา้ หลยุ สท์ ่ี 14

พระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 ทรงมีความมุ่งม่ันในการเผยแผ่คริสต์ศาสนาอยู่แล้ว จึงทรง
เห็นชอบตามคากราบทลู ของบาทหลวง และทรงแตง่ ตง้ั ใหเ้ ชอวาลเิ อร์ เดอ โชมองต์ เป็น
เอกอคั รราชทตู และมบี าทหลวงเดอชัวซีย์เป็นผู้ช่วยทูต เชิญพระราชสาส์นของพระองค์
มาถวายสมเด็จพระนารายณ์ คณะทูตของพระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 ได้เดินทางโดยเรือรบ
ฝร่งั เศส 2 ลา ออกจากท่าเมอื งเบรสต์เมื่อวันท่ี 3 มีนาคม พ.ศ.2228 และเข้ามาถึงปากนา้
เจ้าพระยาในวนั ท่ี 23 กันยายน ปีเดียวกัน

สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ครง้ั เสดจ็ ออกรบั คณะฑตู ฝมี อื วาดชา่ งฝรงั่ เศส
จากหนงั สอื นวนยิ ายเรอื่ ง รกุ สยาม ในนามของพระเจา้ โดย มอรก์ าน สปอรแ์ ตช

สมเด็จพระนารายณ์โปรดให้ประกอบพิธีต้อนรับอย่างมโหฬาร ในการที่คณะทูต
ฝรง่ั เศสเข้าเฝา้ คร้งั นี้ สมเดจ็ พระนารายณโ์ ปรดใหส้ ทิ ธพิ เิ ศษไมต่ อ้ งถอดรองเทา้ และหมอบ
คลานเหมือนกับ ทูตของประเทศอื่น และหลังจากที่ เชอวาลิเอร์ เดอ โชมองต์ เข้าเฝ้า
ถวายพระราชสาสน์ ของพระเจา้ หลุยส์ท่ี 14 แล้ว สมเด็จพระนารายณ์ ยงั โปรดฯ ให้คณะ
ทตู เข้าเฝ้าเปน็ พิเศษอกี หลายคร้งั โดยมฟี อลคอนหรือเจา้ พระยาวิชาเยนทรร์ อรบั อยู่ด้วย

เจ้าพระวิชาเยนทร์ก็สนบั สนุนให้อยุธยาและฝร่ังเศส ทาสนธิสัญญาเป็นพันธมิตร
กัน แต่เชอวาลิเอร์ เดอ โชมองต์ มิได้ให้ความสนใจในเร่ืองดังกล่าว คงมุ่งแต่จะเกล้ีย
กลอ่ มให้สมเด็จพระนารายณ์เปล่ยี นไปนบั ถือครสิ ต์ศาสนาตามพระราชดาริ ของพระเจ้า
หลุยสท์ ่ี 14 สมเด็จพระนารายณ์ กลบั มิได้ทรงตอบตกลงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันทรง
มีพระประสงค์ท่ีจะผูกสัมพันธ์กับฝร่ังเศส จึงทรงยอมให้บาทหลวงฝรั่งเศสสอนศาสนา
สอนหนงั สือ และต้งั โรงพยาบาล ตามแบบยุโรปได้โดยเสรี

กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคในปี พ.ศ. 2228สมยั ทค่ี ณะราชทตู ฝรงั่ เศสอยใู่ นอยธุ ยา

เชอวาลิเอร์ เดอ โชมองต์ กับคณะทูตฝรั่งเศสได้พานักอยใู่ นกรงุ ศรอี ยธุ ยาประมาณ
2 เดือนเศษ จึงได้เดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส สมเด็จพระนารายณ์ทรงฝากฝังคณะ
ราชทูตชุดที่สามของพระองคท์ ่ีมพี ระวิสุทธสุนทร หรือโกษาปาน หลวงกัลยาณราชไมตรี
และขนุ ศรีวิสารวาจา ซงึ่ ทรงแตง่ ตงั้ เมือ่ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2228 ใหเ้ ปน็ ราชทูต อปุ ทูต
และตรีทูต ตามลาดบั ไปกบั เรือทจี่ ะนาคณะทูตฝร่ังเศสกลับด้วย คณะทูตไทยชดุ นี้ ไดเ้ ดนิ
ทางออกจากกรุงศรีอยุธยาโดยเรือลัวโซและมาลิน เม่ือวันท่ี 22 ธันวาคม พ.ศ.2228
พร้อมกับคณะทูตของพระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 ไปถึงท่าเมืองเบรสต์ เม่ือวันที่ 18 มิถุนายน
พ.ศ.2229 เนอื่ งด้วยขณะนัน้ พระเจ้าหลยุ ส์ที่ 14 ทรงพระประชวรอยู่ ทางฝร่ังเศสจึงยัง
มิได้กาหนดวันเข้าเฝ้า และเจ้าพนักงานได้นาคณะราชทูตไทย ชมเมืองต่างๆ แล้วจึง
เดินทางมายงั กรงุ ปารสี เมอื่ วนั ท่ี 12 สงิ หาคม พ.ศ.2229 กอ่ นถึงกาหนดเขา้ เฝา้ ถวายพระ
ราชสาสน์ แด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพียงไม่กี่วัน คณะทูตไทย ซ่ึงมีพระวิสุทธสุนทร เป็น

ราชทูต ได้พานักอยู่ในประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลา 8 เดือนกับ 12 วัน จึงได้ทูลลาพระเจ้า
หลุยส์ที่ 14 กลับอยุธยา พระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 ได้โปรดฯ ให้เดินทางกลับไปพร้อมราชทูต
ของพระองคอ์ ีกชุดหนงึ่ ประกอบดว้ ย โกลด เซเบเรต์ เดอ บลุ เล (Claude Ceberert de
Boullay) ผู้อานวยการผู้หนงึ่ ของบรษิ ทั อนิ เดยี ตะวนั ออกของฝรง่ั เศสเปน็ ราชทตู คนทห่ี นงึ่
และซิมอง เดอ ลา ลูแบร์ ซงึ่ เปน็ เนตบิ ัณฑติ ฝรงั่ เศส นักคณิตศาสตร์ นักปรัชญา และนัก
แตง่ เพลง เป็นราชทูตคนทสี่ อง คณะทตู ชดุ น้ี เดนิ ทางมาถึงอยุธยาเม่ือวันที่ 27 กันยายน
พ.ศ.2230

เรอื นรบั รองคณะราชทตู ฝรง่ั เศสรมิ แมน่ า้ เจา้ พระยา
สรา้ งขน้ึ เปน็ การชว่ั คราวกย็ งั เปน็ เรอื นกย็ กใตถ้ นุ สงู เพอ่ื กนั นา้ ทว่ ม
เม่ือ เซเบเรต์ ซึ่งเป็นอัครราชทูตคนที่หนึ่งของคณะทูต ฝร่ังเศสทาสนธิสัญญา
เก่ียวกับสิทธิพิเศษของบริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศสและลงนามกันเรียบร้อยแล้ว
จึงได้เดินทางกลับฝรั่งเศส เม่ือช่วงปลาย พ.ศ.2230 ส่วนลาลูแบร์ น้ันยังคงพานักอยู่ใน
กรุงศรีอยุธยา ต่อไปอีกหนึ่งเดือน เพ่ือรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับอยุธยา เ มื่อได้
หลักฐานตามต้องการแล้ว จึงได้เดินทางกลับประเทศฝร่ังเศสเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.
2231 สมเด็จพระนารายณ์ โปรดฯ ให้บาทหลวงตาชาร์ด อัญเชิญพระราชสาส์น ของ

พระองค์ ไปถวายพระเจา้ หลยุ ส์ท่ี 14 และสนั ตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 11 ท่ีกรุงโรม พร้อม
ท้ังมีข้าราชการช้ันผู้น้อยกากับเครื่องราชบรรณการ ไปด้วย 3 คน คือ ขุนวิเศษ ขุน
ชานาญ และขุนภูเบนทร์ ร่วมด้วยนักเรียนไทยติดตามไปเพ่ือศึกษาวิชาการต่างๆ อีก
หลายคน เรือของคณะทูตชุดลาลูแบร์เดินทางออกจากปากแม่น้าเจ้าพระยาในวันท่ี 4
มกราคม พ.ศ.2231 และถึงฝรัง่ เศสในเดอื นกรกฎาคมปีเดียวกนั ความสมั พนั ธท์ างการทตู
ระหวา่ งอยุธยา และฝรั่งเศสถือว่าร่งุ เรืองอย่างยง่ิ ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์

ศาสนาคริสตังในยุคน้ันดูเหมือนจะเป็นที่รังเกียจของชนชาติต่าง ๆ ในแถบ
ตะวันออก ตัวอย่างของเร่ืองน้ีได้แก่ การท่ีทางการญี่ปุ่นทาการขัดขวางการสอนศาสนา
คริสตังในประเทศน้ัน ซึ่งทาให้ผู้ที่นับถือศาสนาคริสตังต่างพากันเดินทางมายังเมืองไทย
เป็นจานวนมาก สมเด็จพระนารายณ์ทรงเปิดโอกาสให้ราษฎรเลือกนับถือศาสนา โดย
อิสระ คนไทยก็ไม่มคี วามรังเกยี จตอ่ ศาสนาใด ๆ พวกศาสนานัน้ ๆ กย็ ดึ เอาเมืองไทยเปน็
ศูนย์กลางสาหรับกิจการเผยแพร่คริสต์ศาสนา นอกจากนี้แล้วชาวฝรั่งเศสก็พยายาม
หาทางตอบแทนคุณความดขี องคนไทยด้วยเช่นกัน

สมเด็จพระนารายณ์ทรงสร้างความสัมพันธไมตรีกับประเทศฝร่ังเศสดาเนินไป
ดว้ ยดี มกี ารแลกเปล่ียนดา้ นความรตู้ า่ ง ๆ หลายสาขา โดยเฉพาะด้านศาสนา ฝร่ังเศสได้
ส่งบาทหลวงท่ีมีความรู้ทางวิชาการอย่างสูงมาสอนศาสนาคริสตังในกรุงศรีอยุธยา
สาหรบั ประโยชน์ท่ีได้จากนักสอนศาสนานน้ั นบั วา่ มอี ยหู่ ลายประการ คอื ทาใหเ้ กดิ ผลดใี น
สังคมเช่นการตั้งโรงเรยี นให้การศกึ ษา การตง้ั โรงพยาบาล หรอื การสงเคราะหช์ มุ ชนทขี่ าด
แคลนและเด็กกาพร้าแต่ต่อมาพระเพทราชาพระมหากษัตริย์รัชกาลถัดมาทรงระแวงว่า
ฝร่ังเศสมีแผนการที่จะยึดกรุงศรีอยุธยา จึงมีพระราชประสงค์ที่จะขับไล่ฝร่ังเศสออกไป
จากพระราชอาณาจกั รและหันไปแสวงหาความชว่ ยเหลือจากฮอลันดา การณ์ครงั้ น้ีทาให้
ความสมั พนั ธท์ างการทูตกบั ฝรัง่ เศสตอ้ งหยุดชะงักลงในทีส่ ุด

สมเดจ็ พระนารายณเ์ ป็นผสู้ รา้ งเมอื งลพบรุ ขี น้ึ เปน็ ราชธานแี หง่ ทส่ี อง

พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ณ นารายณร์ าชนเิ วศน์
สมเดจ็ พระนารายณ์เปน็ พระมหากษัตริยท์ ่ีมคี วามคิดก้าวหน้า มองการณ์ไกลได้ว่า
กรุงศรีอยุธยาอยู่ในชัยภูมิที่ล่อแหลมต่ออันตราย เพราะเม่ือคราวที่เรือรบ ฮอลันดาปิด
อ่าวไทย บทเรียนครัง้ น้ันทาใหพ้ ระองคค์ ดิ ย้ายเมืองหลวงของกรุงศรอี ยธุ ยาไปอยทู่ ่ลี พบุรี
ทรงสร้างเมืองลพบุรี สร้างนารายณ์ราชนิเวศน์เป็นพระราชวังประทับของพระองค์
จัดสร้างการประปาและชลประทานท่ีอานวยความสะดวกขึ้น นอกจากเมืองลพบุรีแล้ว
พระองคก์ ท็ รงสร้างเมอื งนครราชสีมาและป้อมคา่ ยตา่ ง ๆ อกี มากมาย

พระราชวงั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทล่ี ะโว้

การทพ่ี ระองคโ์ ปรดใหส้ รา้ งเมอื งลพบรุ เี ปน็ ราชธานที สี่ อง และโปรดประทบั ทเ่ี มอื ง
ลพบรุ ปี ลี ะ 8 - 9 เดอื นนน้ั เปน็ การนาความเจรญิ รงุ่ เรอื งมาสเู่ มอื งลพบรุ ี เพราะมกี ารนา
เทคโนโลยสี มยั ใหมเ่ ขา้ สเู่ มอื งลพบรุ ี อาทิ ระบบประปา หอดูดาว สรา้ งกาแพงเมอื ง ประตู
เมอื ง และปอ้ มปนื เมอื งลพบรุ ี จงึ คกึ คกั มชี วี ติ ชวี า ตลอดรชั กาลของพระองค์ มกี ารคลอ้ ง
ชา้ ง มชี าวตา่ งชาติ คณะทตู เขา้ มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรี มบี าทหลวงเขา้ มาสอ่ งกลอ้ งดดู าว ดู
สรุ ยิ ปุ ราคา จนั ทรปุ ราคา เมอื่ พระองคส์ วรรคต เมอื งลพบรุ กี ถ็ กู ทง้ิ รา้ งอยรู่ ะยะหนง่ึ แตย่ งั
มอี นสุ รณส์ ถาน ของสมเด็จพระนารายณม์ หาราช ณ เมอื งลพบรุ ี เปน็ มรดกตกทอด ให้
ชาวเมอื งลพบรุ ี ไดภ้ าคภมู ใิ จ

ดา้ นวรรณกรรม

สมเด็จพระนารายณ์มิใช่เพียงทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการทูตเท่านั้น หาก
ทรงเปน็ กวแี ละทรงอุปถมั ภ์กวใี นยคุ ของพระองคอ์ ยา่ งมากมาย กวลี อื นามแหง่ รชั สมยั ของ
พระองคก์ ็ได้แก่ พระโหราธิบดี หรอื พระมหาราชครู ผู้ประพันธ์หนังสือจินดามณี ซ่ึงเป็น
ตาราเรียนภาษาไทยเล่มแรก และตอนหนึง่ ของเรื่องสมุทรโฆษคาฉันท์ (อีกตอนหนึ่งเป็น
พระราชนพิ นธ์ของสมเด็จพระนารายณ์) กวีอกี ผูห้ นง่ึ คอื ศรปี ราชญ์ ผเู้ ปน็ ปฏภิ าณกวี เปน็
บตุ รของพระโหราธิบดี งานชิ้นสาคัญของศรปี ราชญ์ คอื หนังสือกาศรวลศรีปราชญ์ และ
อนรุ ุทรคาฉนั ท์ดว้ ยพระปรชี าสามารถดังได้บรรยายมาแล้ว สมเด็จพระนารายณ์จึงได้รับ
การถวายพระเกยี รตเิ ป็น มหาราชพระองค์หนึง่

วรรณกรรมที่ปรากฏหลักฐานว่าแต่งข้ึนในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ พระราช
นิพนธ์โคลง เรื่องทศรถสอนพระราม พระราชนิพนธ์โคลง เร่ือง พาลีสอนน้อง พระราช
นพิ นธ์โคลง เร่อื งราชสวสั ด์ิ สมทุ รโฆษคาฉนั ท์ สว่ นตอนตน้ เชอ่ื กนั วา่ พระมหาราชครเู ปน็
ผูแ้ ต่งแตถ่ ึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน สมเดจ็ พระนารายณจ์ งึ พระราชนพิ นธต์ อ่ โดยเรม่ิ ทตี่ อน
พศิ พระกฎุ ีอาศรมสถานตระกาลกล ไปจนถึง ตนกตู ายก็จะตายผูเ้ ดียวใครจะแลดู โอ้แก้ว
กับตนกู ฤเห็น และบทพระราชนิพนธ?โคลงโต้ตอบกับศรีปราชญ์และกวีมีชื่อคาฉันท์
กลอ่ มช้าง (ของเก่า) เป็นผลงานของขุนเทพกวี สนั นษิ ฐานวา่ แต่งในคราวสมโภชขน้ึ ระวาง
เจ้าพระยาบรมคเชนทรฉัททนั ต์ เมือ่ พ.ศ. 2203 เป็นต้น ทั้งยังสง่ เสริมงานงานกวี ทาใหม้ ี

หนังส่ือเร่ืองสาคัญ ๆ ในรัชสมัยนี้เป็นจานวนไม่น้อย เช่น โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช ของหลวงศรีมโหสถ หนังสือจินดามณีของพระโหราธิบดี (จัดเป็น
ตาราเรียนเลม่ แรกของประเทศไทย) และอนิรทุ ธคาฉันท์ เปน็ ต้น

ภาพเหตุการณส์ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงเสดจ็ ทอดพระเนตรจนั ทรปุ ราคาเตม็ ดวง
ณ พระทน่ี งั่ เยน็ ทะเลชบุ ศร เมอื งลพบรุ ี เมอ่ื วนั ท่ี 11 ธันวาคม พ.ศ. 2228
ในคณะราชทูตที่มาเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งแรกเม่ือปีพ.ศ. 2228 ฝร่ังเศสได้ส่ง

บาทหลวงคณะเจซูอติ จานวน 6 ท่านเดนิ ทางร่วมมาดว้ ย โดยคณะบาทหลวงดงั กล่าวเป็น
นักวิชาการท่ีมีความรู้ด้านภูมิศาสตร์ และดาราศาสตร์ โดยในช่วงเวลาท่ีอยู่ใน
ราชอาณาจกั รสยาม คณะบาทหลวงเจซอู ิตไดส้ ังเกตการณแ์ ละบนั ทกึ จนั ทรปุ ราคาไวถ้ งึ 2
ครง้ั ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนธนั วาคม พ.ศ. 2228 และเดอื นพฤศจิกายน พ.ศ. 2229 ตามลาดับ
โดยในคร้ังแรกนั้นมีภาพเขียนบันทึกเหตุการณ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชท รงเสด็จ
ทอดพระเนตรจันทรุปราคาเต็มดวง ณ พระทน่ี งั่ เย็น ทะเลชุบศร เมืองลพบรุ ี เมือ่ วันท่ี 11
ธันวาคม พ.ศ. 2228 เวลา 03.00 นาฬิกา โดยในคร้ังนั้นบาทหลวงคณะเจซูอิตได้เตรียม

กลอ้ งโทรทรรศนย์ าว 5 ฟตุ ไวใ้ หส้ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงทอดพระเนตรทชี่ อ่ งพระ
บัญชรที่เปิดออกสู่ลานพระระเบียง นอกจากน้ีมีผู้คนราว 46,000 ถึง 47,000 คนซึ่งทา
การล้อมปา่ และภเู ขาในการล่าช้าง ได้ชมจันทรุปราคาเต็มดวงด้วย โดยคราสจับเต็มดวง
เมือ่ เวลา 4:22:45 นาฬิกา นอกจากนี้ พระองค์ยงั ทรงได้ทอดพระเนตรด้วยกลอ้ งสอ่ งดาว
ขนาด 12 ฟุตอีกด้วย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแสดงความพระราชหฤทัยเป็นพิเศษ
เมื่อได้ทอดพระเนตรเหน็ จดุ จา่ งๆ บนดวงจนั ทร์จากกลอ้ งสอ่ งดาว และโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
เมอ่ื ประจักษ์ว่าแผนทอ่ี ปุ ราคาทห่ี อดูดาวที่กรุงปารีสทาขน้ึ นนั้ ความถกู ต้องตามท่ีเป็นจริง
ทกุ ประการ

พระทน่ี ง่ั ไกรสรสหี ราช (พระทนี่ งั่ เยน็ )

พระที่นัง่ ไกรสรสหี ราช (พระทีน่ งั่ เยน็ หรือตาหนักทะเลชุบศร) ตั้งอยทู่ ่ตี าบลทะเล

ชบุ ศร อาเภอเมืองลพบุรี ถอื เปน็ สถานท่ซี งึ่ มีความสาคัญทางประวตั ศิ าสตรเ์ ป็นอยา่ งมาก

เน่ืองจากในอดีตพระท่ีน่ังแห่งนี้เคยเป็นท่ีประทับอีกแห่งหนึ่งของ สมเด็จพระนารายณ์

มหาราช ณ เมืองลพบุรี อ ง ค์ พ ร ะ ท่ี นั่ ง ต้ั ง อ ยู่ บ น เ ก า ะ ก ล า ง ท ะ เ ล ชุ บ ศ ร

หอดูดาวแหง่ แรกของประเทศไทย

วดั สนั เปาโล ในปจั จบุ ัน
การเจริญสัมพนั ธไมตรกี บั ฝรงั่ เศสนัน้ เกดิ ขึ้นในช่วงห้าปสี ุดท้ายของการ
ครองราชย์ โดยในชว่ งเวลาดงั กล่าวสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชโปรดที่จะประทบั ท่ีเมอื ง
ลพบุรี โดยจะเสด็จประทับนาน 8 ถึง 9 เดือนต่อปี ดังนั้นในช่วงพ.ศ. 2228 ถึง 2230 ที่
บาทคณะหลวงจซูอิตได้เข้ามาดาเนินกิจกรรมและเผยแพร่ศาสนาและความรู้ด้านดารา
ศาสตร์ในราชอาณาจักรสยาม พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าพระราชทานสร้างหอดูดาว
(พร้อมกับโบสถแ์ ละทีพ่ กั ) ให้แก่บาทคณะหลวงจซอู ติ ณ วดั สนั เปาโล เมืองลพบุรี ซ่ึงถือ
ไดว้ ่าสถานที่ดงั กลา่ วเป็นหอดดู าวแห่งแรกของประเทศไทย

ภาพสเกตของหอดดู าวทรง 8 เหลย่ี ม ณ วดั สนั เปาโล ลพบรุ ี

การเกดิ สรุ ยิ ปุ ราคาในสมยั พระนารายณ์ เสน้ ทางสรุ ยิ ปราคาเตม็ ดวง 30 เมษายน 2231
นอกจากจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาถึงสองครั้งในรัชสมัยของพระองค์แล้ว

ในปีค.ศ. 1688 (พ.ศ. 2231) ยังได้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาข้ึนในวันท่ี 30 เมษายน
สรุ ิยุปราคาเตม็ ดวงในครั้งน้ัน สังเกตเห็นได้ในประเทศอินเดีย จีน ไซบีเรีย และทางตอน
เหนือของทวปี อเมรกิ าเหนอื ในขณะทีป่ ระเทศไทยไมไ่ ดอ้ ยใู่ นเสน้ ทางเงามดื จงึ สงั เกตเหน็

ได้เป็นสุริยุปราคามืดบางส่วนสมเด็จพระน ารายณ์มหาราชทรงเสด็จทอดพระเนตร
สุริยุปราคา ณ พระที่น่ังเย็น ทะเลชุบศร เมืองลพบุรี โดยมีภาพวาดบันทึกเหตุการณ์
ดังกล่าว โดยปัจจุบันภาพต้นฉบับน้ีเก็บรักษาอยู่ในพิพพธภัณฑสถานแห่งชาติ ณ กรุง
ปารีส โดยในภาพจะเห็นบาทหลวงใช้เทคนิครับภาพดวงอาทิตย์มาปรากฏบนฉากสีขาว
นอกกล้อง เพื่อใหส้ ังเกตภาพดวงอาทิตยไ์ ด้ โดยไม่เป็นอันตรายแก่นัยน์ตา และจากภาพ
จะเห็นขุนนางไทยที่น่ังในแถวซ้ายมือคนแรกนั้นกล่าวกันว่าเป็นพระเพทราชา และ
สันนิษฐานได้ว่าขุนนางไทยแต่งกายชุดขาวที่กาลังหมอบสังเกตคราสอย่างใกล้ชิด
ท่ามกลางคณะบาทหลวงฝรง่ั เศสก็คอื ออกญาวชิ าเยนทร์

ภาพเหตุการณส์ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงเสดจ็ ทอดพระเนตรสรุ ยิ ปุ ราคา
ณ พระทน่ี งั่ เยน็ ทะเลชบุ ศร เมอื งลพบรุ ี เมอื่ วนั ท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 2231

การทหาร
ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ทรงปราบปรามเมืองน้อยใหญ่ให้

เปน็ มาสวามภิ ักดิ์ ท้งั หวั เมืองทางเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลาพนู สว่ นศึกกับพมา่ แม้จะมอี ยใู่ น
เวลาน้ี แตก่ ็ทรงจดั ทพั ตีพา่ ยกลบั ไปอย่เู นือง กจิ การของกองทพั นับวา่ รุ่งเรืองและย่ิงใหญ่
สมเด็จพระนารายณ์เองก็ทรงชานาญในการศึก คล้องช้าง และทรงซื้ออาวุธจากต่างชาติ
สาหรับกิจการของกองทัพด้วย
พระอคั รมเหสี พระราชโอรส พระราชธดิ า

ภาพพมิ พส์ มเดจ็ พระนารายณม์ หาราช พมิ พท์ ฝ่ี รง่ั เศส เมอ่ื 300 กวา่ ปมี าแลว้
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวท่ีเกิดกับพระอัคร
มเหสี คือ สมเด็จเจ้าฟ้าสุดาวดี ที่ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น "กรมหลวงโยธา

เทพ" ถอื เป็นเจ้าฟา้ ต่างกรมคแู่ รก พร้อมกบั สมเดจ็ เจ้าฟ้าศรีสุพรรณ พระขนิษฐาพระราช
ธดิ าพระองคด์ งั กลา่ วมพี ระราชอานาจสงู มาก โดยจากหลกั ฐานของลาลแู บรไ์ ดก้ ลา่ ววา่ เจา้
ฟ้าพระองค์น้ี "...ดารงอิสรยิ ยศเยี่ยงพระมเหสี..." และบางคร้ังชาวตะวนั ตกกเ็ รยี กแทนว่า
เป็น "ราชินี" และหากมีผใู้ ดเสกสมรสด้วยกบั เจ้าฟา้ พระองค์นีก้ ย็ ่อมไดร้ บั สิทธธิ รรมเหนอื
ราชบัลลังก์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีปรากฏในพงศาวดารว่าทรงมีพระโอรสลับคือ

หลวงสรศักดิ์ (ต่อมาคอื พระเจ้าเสือ) ท่ีแพร่หลายมากที่สุดในราชสานัก ใน คาให้การขุน
หลวงหาวัด ระบุว่า เกิดจากพระราชชายาเทวี มีนามเดิมว่าเจ้าจอมสมบุญ ภายหลังได้
มอบราชบุตรดงั กล่าวกับเจา้ พระยาสุรศรี (พระเพทราชา) สว่ น คาใหก้ ารชาวกรงุ เกา่ ระบุ

วา่ เกดิ กบั นางนักสนมทีช่ ื่อกุสาวดี เมื่อนางตั้งครรภ์ก็ได้ส่งนางไปอยู่กับเจ้าพระยาสุรสีห์

(คือพระเพทราชา) ส่วน พระราชพงศาวดารฯ ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ (แก้ว) กลับให้

ข้อมูลท่ีต่างออกไปว่า มีพระนามเดิมว่า มะเด่ือ เกิดจากพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่
ภายหลงั ทรงใหพ้ ระเพทราชาไปดูแล ด้วยทรงละอายพระทยั ทเ่ี สพสังวาสกับนางลาว

แผนทปี่ ระเทศไทยสมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช

ในพงศาวดารของไทยปรากฏวา่ พระองคไ์ มท่ รงยกยอ่ งพระโอรสลบั พระองคใ์ ดทเ่ี กดิ
กบั พระสนมมสี ทิ ธิในการสบื ราชบลั ลังก์ แต่ทรงหมายพระทัยให้มีพระราชโอรสท่ีประสูติ

แต่พระอคั รมเหสีสืบราชสมบตั ิเสยี มากกวา่ ดงั ปรากฏใน คาใหก้ ารชาวกรงุ เก่า วา่ “ครั้น

ต่อมาพระนารายน์ทรงพระปริวิตกด้วยหาพระราชโอรสสืบราชตระกูลมิได้ จึงรับสั่งให้
พระอรรคมเหษีตง้ั สัตยาธิษฐานขอพระโอรส แต่นางนกั สนมท้ังปวงน้ันมิได้รับส่ังขอ ด้วย
ไม่วางพระไทยกลัวจะเปนขบถอย่างพระสีสิงห์ [พระศรีศิลป์] ที่สุดนางนักสนมคนใดมี

ครรภข์ ้ึนกใ็ หร้ ีดเสยี มไิ ดเ้ กดิ โอรสธิดาได้”สว่ นใน คาใหก้ ารขุนหลวงหาวัด ซ่ึงถ่ายมาจาก

คาให้การชาวกรุงเก่ากอ็ ธบิ ายไวด้ ุจกนั แต่ไดข้ ยายความดงั กล่าววา่ “อันพระนารายณ์นน้ั
ไดข้ ดั เคอื งพระศรศี ลิ ปกมุ ารแตค่ รั้งนั้นมาวา่ เปนขบถ เพราะเหตุว่ามิใช่ลูกของพระองค์ท่ี
เกิดกบั พระมเหษี จึงจะไม่เปนขบถ...อันพระมเหษนี นั้ กม็ ีแต่พระราชธิดา มิได้มีเปนกุมาร
พระองค์จงึ รักษาศลี าจารวตั รปฏบิ ตั โิ ดยธรรมสุจริต จะขอให้ได้พระโอรสอันเกิดในครรภ์
พระมเหษี ก็มิได้ดั่งพระทัยปราร์ถนา จึงทรงพระโกรธ คร้ันเมื่อทรงพระโกรธข้ึนมา จึง
ตรสั กบั พระสนมกานลั ทั้งปวงว่า ถ้าใครมคี รรภ์ขนึ้ มาแล้วจะให้ทาลายเสยี กูมิให้ได้สืบสุริ
ยวงศต่อไป ต่อเมื่อเกิดในครรภ์พระมเหษี กูจึงจะมอบโภคัยศวรรยท้ังปวงให้ตามใจกู
ปรารภ คร้ันพระสนมกานัลรู้ตัวว่ามีครรภ์ก็ต้องทูลพระองค์ ครั้นทราบก็ให้ทาลายเสีย
อย่างนั้นเปนหนักหนา”

ลา ลแู บร์ ราชฑตู คนสาคญั ทเ่ี ขา้ มาในราชอาณาจักรอยธุ ยาสมยั พระนารายณ์

นอกจากนี้บาทหลวงเดอ แบส และพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพระพนรัตน์ (แก้ว)
ได้กลา่ วถึงเร่ืองทส่ี มเดจ็ พระนารายณ์ทรงรับเล้ียงดูเด็กเล็กเล้ียงดูในพระราชวังหลายคน
โดยเลีย้ งดุจลกู หลวง แต่หากเด็กคนใดร้องไห้อยากกลับไปหาพ่อแม่เดิมก็ทรงอนุญาตส่ง
ตวั คืน แต่ลาลแู บร์ไดอ้ ธบิ ายเพิ่มเติมว่า "...พระองคท์ รงพอพระทัยที่จะเลี้ยงไว้จนกระทั่ง
เด็กน้ันมีอายุได้ 7 ถึง 8 ขวบ พ้นนั้นไปเมื่อเด็กส้ินความเป็นทารกแล้วก็จะไม่โปรดอีก
ต่อไป..." แต่มีเพียงคนเดียวที่โปรดปรานคือ พระปีย์ ท้ังยังโจษจันกันว่านี่อาจเป็น
พระโอรสลับของสมเดจ็ พระนารายณ์ก็มี ขณะท่สี มเดจ็ พระนารายณ์เองก็ทรงวางเฉยกับ

เรือ่ งพระปียเ์ ป็นโอรสลับเสยี ดว้ ยใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหตั ถเลขา กล่าววา่

พระองค์มพี ระราชโอรสหนึ่งพระองค์พระนามวา่ เจา้ ฟา้ นอ้ ย เมอื่ โสกนั ตแ์ ลว้ พระราชทาน
นามว่า เจ้าฟ้าอไภยทศ แต่ในจดหมายเหตุและคาให้การขุนหลวงหาวัดกล่าวต้องกันว่า
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชไม่มีพระราชโอรส เจ้าฟ้าอไภยทศพระองค์น้ีเป็นพระราช
อนุชาของพระองค์
เสดจ็ สวรรคต

สมเดจ็ พระนารายณ์ ฯ เสดจ็ สวรรคต

พระเพทราชา

ในปี พ.ศ. 2231 สมเดจ็ พระนารายณ์ทรงมีอาการประชวรหนัก พระองค์ไม่มีราช
โอรสเป็นรัชทายาทผลของการดาเนนิ นโยบายตา่ งประเทศท่ีของพระองคท์ าใหค้ นไทยเกดิ
ความรู้สึกต่อต้านชาติฝรั่งขึ้น ในบรรดาขุนนางไทยและพระสงฆ์ ขุนนางไทยไม่พอใจ
เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ฟอนคอนที่มีอิทธิพลมากมายในราชสานักและมีอิทธิพลต่อพระ
นารายณ์เอง และชาวต่างชาติอื่นก็ไม่พอใจสิทธิพิเศษของฝร่ังเศสและเจ้าพระยาวิ
ชาเยนทร์ฟอลคอน สว่ นในดา้ นพระสงฆ์เกิดการหว่นั วิตกวา่ พระนารายณ์จะหนั ไปนบั ถอื
ครสิ ตศ์ าสนา ดังน้ันเมือ่ พระนารายณ์ทรงประชวร พระเพทราชา เจา้ กรมช้าง ก็กลายเปน็
ศูนย์กลางความรู้สึกของคนในชาติ ในครงั้ นัน้ พระเพทราชาไดร้ บั แต่งตงั้ ให้รกั ษาการแทน
สว่ นพระนารายณ์ยังมิทนั มอบพระราชสมบตั ิใหผ้ ู้ใด ไมว่ า่ จะเปน็ พระอนุชาทง้ั สอง คอื เจา้
ฟา้ อภัยทศและเจ้าฟ้านอ้ ย หรอื โอรสบญุ ธรรมคอื พระปยี ์ (พระนารายณไ์ มพ่ ระโอรส มแี ต่
พระธิดา) พระเทพราชาก็ยึดอานาจจับฟอลคอนประหารชีวิตท่ีทะเลชุบศร พระปีย์ ถูก
ลอบทารา้ ย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทราบข่าวด้วยความสะเทือนพระทัย จะทา
อะไรกไ็ ม่ได้เพราะอยใู่ นอาการประชวรอย่างหนกั รู้สึกปริเวทนาว่าอยธุ ยาถงึ คราวจะวบิ ตั ิ

ในคร้ังน้ี พระเพทราชาและขุนหลวงสรศักด์ิลงมือกระทาการกบฏ เพราะคิดว่าอย่างไร
เสียสมเด็จพระนารายณค์ งสวรรคตอยา่ งแนน่ อน จงึ กระทาการทกุ อยา่ งตามอาเภอใจ เชอ้ื
พระวงศ์และข้าราชการที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามถูกกาจัดไปหมดส้ิน จากนั้นก็หันมากาจัดพวก
ฝร่ัง

พระทน่ี งั่ สทุ ธาสวรรย์

สมเด็จพระนารายณ์สวรรคต เมื่อ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ณ พระท่ีน่ังสุทธา
สวรรย์ ครองราชสมบัติเป็นเวลา 32 ปี มีพระชนมายุ 56 พรรษา พระเทพราชาก็ขึ้น
ครองราชสมบัติ และพระอนุชาของพระนารายณ์ก็ถูกสาเร็จโทษ เป็นอันส้ินราชวงศ์
ปราสาททอง และเรม่ิ ตน้ ราชวงศบ์ ้านพลูหลวง พระเทพราชาเจรจาใหท้ หารฝรั่งเศสถอย
ออกไปจากเมืองหลวงเมื่อ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2231 นับเป็นการสิ้นสุดการติดต่อ
ความสมั พนั ธ์ทางการต่างประเทศของอยุธยาในลกั ษณะล่อแหลม แตก่ ลับไปใชก้ ารติดตอ่
การค้าในลกั ษณะปกตติ ามทีเ่ คยเปน็ มาแตค่ รงั้ โบราณกาล

ตลอดระยะเวลา 32 ปที ่พี ระองค์เปน็ พระมหากษตั ริยค์ รองกรุงศรีอยุธยา พระองค์
ไดส้ รา้ งประโยชน์แก่ชาติไทยไว้หลายด้าน วิทยาการใหม่ ๆ จากต่างประเทศถูกนามาใช้
ปรับปรุงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ซึ่งพระกรณียกิจของพระองค์ไม่เคยมี

พระมหากษัตรยิ พ์ ระองค์ใดเคยทาได้เช่นน้มี ากอ่ นพระเกยี รตคิ ณุ ของสมเดจ็ พระนารายณ์
เป็นที่ยกยอ่ งสรรเสริญแก่ประชาชน พระนามของพระองคเ์ ปน็ ทเ่ี ลอื่ งลอื ไปไกล พระปรชี า
สามารถของพระองค์ แม้แตจ่ ดหมายเหตขุ องตา่ งประเทศ ยังได้บันทึกเกียรติประวัติของ
พระองค์ไว้ดว้ ยหลายแห่ง

พระราชกรณียกิจอันสาคัญของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นแบบอย่างแห่ง
ความเจริญกา้ วหนา้ ในสมยั ตอ่ ๆ มาทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับชาตติ ะวันตก ทั้งทรงสร้าง
เมืองลพบุรี

เมืองลพบุรี เป็นเสมือนประตูชัยแห่งความก้าวหน้าเปิดกว้างไว้สาหรับอนาคตอัน
รุ่งโรจน์ของชาติ คุณงามความดีอันใหญ่ของพระองค์ ประชาชาติไทยจึงถวายพระนาม
เทดิ พระเกียรติอันสงู สง่ ของพระองคว์ า่ “สมเด็จพระนารายณม์ หาราช”

.................................................................

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

กรรณกิ า จรรยแ์ สง .เงาสยาม ยามผลดั แผน่ ดนิ พระนารายณ์. กรงุ เทพฯ:มตชิ น, 2554.
คาใหก้ ารขนุ หลวงหาวดั . นนทบรุ :ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. 2547.
คาใหก้ ารชาวกรงุ เกา่ . นนทบรุ :ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. 2547.

จารณุ ี ฐานรตาภรณ์ (มนี าคม 2550). "กรงุ เทพมหานครกบั ภมู หิ ลงั การสรา้ งวงั ". วารสาร
ยตุ ธิ รรมปรทิ ศั น์. สบื คน้ เมอ่ื 21 มถิ นุ ายน 2557.
ชมนาด เสวกิ ลุ , สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช, อกั ษราพพิ ฒั น,์ 2538.

เดอะ แบส (เขยี น), สนั ต์ ท. โกมลบตุ ร (แปล). บนั ทกึ ความทรงจาของบาทหลวง เดอะ
แบส เกยี่ วกับชวี ติ และมรณกรรมของกอ็ งสตงั ซ์ ฟอลคอน. นนทบรุ :ี ศรปี ญั ญา.

2550.

เดอ ลาลแู บร์ (เขยี น), สนั ต์ ท. โกมลบตุ ร (แปล). ราชอาณาจกั รสยาม. กรงุ เทพฯ:

กา้ วหนา้ . 2510.

ธติ มิ า พทิ กั ษไ์ พรวนั . สมเด็จพระนารายณ์ และโกษาปาน. กรงุ เทพฯ:ครุ สุ ภา

ลาดพรา้ ว, 2531.

นธิ ิ เอยี วศรวี งศ์. การเมอื งไทยสมยั พระนารายณ์. พมิ พค์ รง้ั ที่ 7. กรงุ เทพฯ:มติชน,

2549.
"พงศาวดารกระซบิ เรอื่ งโอรสลบั สมเดจ็ พระนารายณ์". ศลิ ปวฒั นธรรม 30:11.

พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา และพงศาวดารเหนอื . กรงุ เทพฯ:องคก์ ารคา้ ของ

ครุ สุ ภา. 2504.

ภาสกร วงศต์ าวนั . ไพรข่ นุ นางเจา้ แยง่ ชงิ บลั ลงั กส์ มยั อยธุ ยา. กรงุ เทพฯ:ยปิ ซ,ี 2553.

แมน้ มาส ชวลติ , การปฏวิ ตั ปิ ลายแผน่ ดนิ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชและการลม่ สลาย
ของกรงุ ศรอี ยธุ ยา,กรมศลิ ปากร, 2548.

วรชาติ มชี บู ท. "โรงเรยี นยพุ ราชพระราชวงั สราญรมย์". จดหมายเหตวุ ชริ าวธุ . 2557.

สมศรี เอยี่ มธรรม. ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา. กรงุ เทพฯ:กรมศลิ ปากร. 2522

สมยศ จนั ทะวงษ,์ สรุ ยิ ปุ ราคากบั วกิ ฤตกิ ารณค์ วามอยรู่ อดของสยามในสมยั
สมเดจ็ พระนารายณ์ มหาราช, นติ ยสารอตุ สาหกรรมทหาร, กันยายน – ธนั วาคม
, 2538..

สนั ต์ ท. โกมลบตุ ร. ประวตั ศิ าสตรธ์ รรมชาตแิ ละการเมอื งแหง่ ราชอาณาจกั รสยาม.

นนทบรุ :ี ศรปี ญั ญา. 2550.
สทุ ธศิ กั ด์ิ ระบอบ สขุ สวุ านนท์ (กนั ยายน 2552). "พงศาวดารกระซบิ เรอ่ื งโอรสลบั

สมเดจ็ พระนารายณ์". ศลิ ปวฒั นธรรม 30:11, หนา้ 99, 116.
อารี สวสั ด,ี จดหมายเหตดุ าราศาสตรจ์ ากฝรง่ั เศสเกย่ี วกับราชอาณาจกั รสยามในรชั สมยั

สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช, สมาคมดาราศาสตรไ์ ทย, 2543.

https://www.facebook.com
https://guru.sanook.com ›
https://www.komchadluek.net.
https://www.lopburi.org
https://sites.google.com
http://library.tru.ac.th
https://www.thairath.co.th
https://th.wikipedia.org.
www.ayutthayastudies.aru.ac.th

ขอขอบคณุ ขอ้ มลู และภาพจากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ

……………………………………………................................


Click to View FlipBook Version