พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 16 (ฉบับปรับปรุง) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) ผู้เรียบเรียง ประสาร ธาราพรรค์ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) พระองค์ที่ 16 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ทรงด ารง ต าแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2508 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ทรงช านาญในอักษรขอม อักษรพม่า อักษรมอญ และอักษรโรมัน ทั้ง พระองค์ยังมีความสามารถในการประพันธ์ต่าง ๆ มีโคลง ฉันท์ เป็นต้น การสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย รถยนต์พระ ประเทียบที่ประทับ ถูกรถยนต์ส่วนบุคคลขับสวนทางมา พุ่งเข้าชนตกถนน สิ้นพระชนม์ทันทีทันใด ในท้องที่อ าเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2514 เวลา 10:05 น.
พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ มีพระนามเดิมว่า ล าจวน ศิริสม ภายหลัง เปลี่ยนพระนามเป็น จวน พระนามฉายาว่า “อุฏฐายี ประสูติเมื ่อวันที่ 16 มกราคม 2440 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 10 ค่ า เดือนยี ่ ปีระกา นพศก จุล ศักราช 1259 (ร.ศ.116) ที่บ้านโป่ง อ าเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
นายหงส์ ศิริสม บิดามีนามว่า “หงส์ ศิริสม” เป็นชาวโพธาราม ส่วนท่านบิดา ภายหลังได้ อุปสมบทเป็นภิกษุมาอยู่ที่ วัดมกุฏกษัตริยาราม จนถึงมรณภาพ เมื่ออายุ 84 ปี ส่วนโยมมารดามีนามว่า “จีน” นามสกุลเดิมว่า “ประเสริฐศิลป์” ภูมิล าเนาเดิมอยู่ บ้านฉาง อ าเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ท่านปู่สืบเชื้อสายมา จากจีนแซ่ตัน ท่านย่าสืบเชื้อสายมาจากชาวเวียงจันทน์ ทรงเป็นบุตรหัวปีใน จ านวนบุตรธิดาทั้งหมด 7 คน
ประถมวัยและประถมศึกษา วัดคฤบดี พ.ศ. 2449 พระชนมายุ 9 พรรษา ได้เข้าศึกษาหนังสือไทยที่โรงเรียน วัดคฤบดี ต าบลบ้านปูน อ าเภอบางพลัด จังหวัดธนบุรี จนจบชั้นปีที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2451 แล้วลาออกจากโรงเรียน กลับไปอยู่ภูมิล าเนาเดิมถึงปี พ.ศ. 2451 พ.ศ. 2452 พระชนมายุ 13 พรรษา เมื่อเรียนจบประถมศึกษาแล้วได้ สมัครเข้าเรียนต่อที่ โรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อย จ.ป.ร.) แต่ ป่วยเป็นโรคเหน็บชาเสีย จึงต้องกลับออกไปรักษาตัวที่ภูมิล าเนาเดิม และไม่ได้ กลับเข้ามาเรียนต่ออีก
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) ก่อนบรรพชา พ.ศ. 2453 พระชนมายุ 14 พรรษา ท่านบิดามารดา ต้องการให้เรียนทาง พระศาสนา จึงน าไปฝากให้อยู่กับ พระมหาสมณวงศ์ (แท่น โสมทตฺต) เจ้าอาวาส วัดมหาสมณาราม (วัดเขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี ผู้เป็นพี่ของตา พระวัดเขาวังเล่า กันต่อมาว่า ท่านเจ้าคุณมหาสมณวงศ์ เคยออกปากท านายท่านเจ้าประคุณ สมเด็จฯ ไว้ว่า “ลักษณะอย่างนี้ ต่อไปจะได้ดี” นัยว่าท่านหมายถึงพระเศียรที่มี ลักษณะคล้ายกระพองช้าง พ.ศ. 2454 พระชนมายุ 15 พรรษา พระศาสนโศภน (แจ่ม จตฺตสลฺโล ป.ธ. 7) เมื่อครั้งยังเป็น พระอริยมุนี ได้ออกเดินธุดงค์ไปพักที่ถ้ าเขาย้อยอยู่อสมควร แล้ว เดินทางต่อไปเยี่ยมพระมหาสมณวงศ์ ที่วัดมหาสมณาราม ในฐานะที่เป็น
พระเถระผู้ใหญ่ในคณะ และเกี่ยวข้องกันทางญาติสัมพันธ์ พระมหาสมณวงศ์จึง ขอฝากท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ กับ พระอริยมุนี ให้มาอยู่ศึกษาปริยัติธรรมที่วัด กุฏกษัตริยาราม พ.ศ. 2455 พระชนมายุ 16 พรรษา ในราวเดือนเมษายน พระองค์ได้เดิน ทางเข้ามาอยู่กับ พระศาสนโศภน (แจ่ม) เมื่อครั้งยังด ารงสมณศักดิ์ที่ พระอริย มุนี ที่คณะนอก วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยมีนายเขียน ประเสริฐศิลป์ ผู้เป็น น้าน ามาส่ง และ ทรงเริ่มศึกษาบาลีไวยากรณ์กับท่านเจ้าคุณอาจารย์บ้าง กับ พระมหาจิณ จิณฺณาจาโร ป.ธ. 4 บ้าง และศึกษาต่อกับ พระมหาสุข สุขทายี ป.ธ. 5 ใน พ.ศ. 2456 ทรงบรรพชาและการศึกษา สามเณรจวน ศิริสม
ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ. 2457 ณ พระ อุโบสถ วัดมกุฏกษัตริยาราม โดย มี พระธรรมปาโมกข์ (ถม วราสโย ป.ธ. 7) เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอริยมุนี (แจ่ม จตฺตสลฺโล ป.ธ. 7) เป็นพระสรณคม นาจารย์ แล้วทรงศึกษาธรรมวินัยในส านัก พระอริยมุนี (แจ่ม) ถึงเดือน กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ทรงสอบไล่องค์นักธรรมชั้นตรีภูมิของสามเณรได้ ระหว่าง ด ารงสมณเพศได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถในทางวิชาการ โดยเป็น บรรณาธิการหนังสือวารสารรายปักษ์สยามวัด ท าให้พระองค์มีความสามารถใน การประพันธ์ต่าง ๆ มีโคลง ฉันท์ เป็นต้น พ.ศ. 2458 ทรงเข้าศึกษาธรรมบทกับ พระพินิตพินัย (ชั้น กมาธิโก) เมื่อ ครั้งยังเป็นพระมหาชั้นเปรียญ 5 ประโยคในโรงเรียนบาลีวัดมกุฏกษัตริย์ ทรงอุปสมบทและการศึกษา พระภิกษุจวน ศริสม
พ ระชนม ายุค รบ 20 พ ร รษ า ท รงอุปสมบท ณ พ ระอุโบสถ วัด มกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน2460 โดยมี พระธรรมปาโมกข์ (ถม วราสโย) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระศาสน โศภน (แจ่ม จัตตสัลโล) แต่ครั้งด ารง สมณศักด์ที่พระราชกวี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ. 2460 พรรษาที่ 1 ทรงศึกษาวินัยบัญญัติกับพระราชกวี (แจ่ม จตต สลโล ป.7) และเข้าสอบในสนามหลวงได้เป็นนักธรรมชั้นตรี นวกภูมิ ส่วนบาลี ประโยค 3 ก็ทรงศึกษาต่อควบคู่ไปด้วย และเข้าสอบในสนามหลวงได้ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ในปีเดียวกันพ.ศ. 2461 พรรษาที่ 2 ทรงศึกษานักธรรมชั้นโท มัชฌิมภูมิ และสอบได้ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2462 พรรษาที่ 3 ทรงศึกษาบาลีประโยค 4 (มังคลัตถทีปนี) กับพระ มหาชั้น กมาธิโก ป.5 และสอบได้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์
พระภิกษุจวน ศิริสม พ.ศ. 2464 พรรษาที่ 5 ทรงศึกษาบาลีประโยค 5 (บาลีมุตตกวินิจฉย สังคหะ) ด้วยพระองค์เอง และสอบได้ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2465 พรรษาที่ 6 พรรษาที่ 6 ทรงศึกษาบาลีประโยค 6 (แปลธัมม ปทัฏฐกถาพากย์ไทยเป็นบาลีและเขียนด้วยอักษรขอม) และสอบได้ ณ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2466 พรรษาที่ 7 ทรงศึกษานักธรรมชั้นเอก เถรภูมิ และสอบได้ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2467 พรรษาที่ 8 ทรงศึกษาบาลีประโยค 7 (แปลมังคลัตถปนีพากย์
ไทยเป็นบาลีและเขียนด้วยอักษรขอม กับแปลปฐมสมันตปาสาทิกาเป็นไทย) และสอบได้ ณ วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2470 พรรษาที่ 11 ทรงศึกษาบาลีประโยค 8 (แต่งฉันท์ภาษาบาลี เป็นบุพพภาค แปลปฐมสมันตปาสาทิกาพากย์ไทยเป็นบาลี กับแปลวิสุทธิมัคค ปกรณ์เป็นไทย) และสอบได้ ณ วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2472 พรรษาที่ 13 ทรงศึกษาบาลีประโยค 9 (แต่งบาลีร้อยแก้วเป็น บุพพภาค แปลวิสุทธิมัคคปกรณ์พากย์ไทยเป็นบาลีกับแปลอภิธัมมัตถวิภาวินีเป็น ไทย) และสอบได้ ณ วันที่ 23 มกราคม พระสมณศักดิ์ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) พ.ศ. 2476 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระกิตติสารมุนี พ.ศ. 2478 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเวที ตรีปิฎกภูษิต ธรรม บัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี พ.ศ. 2482 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเวที ตรีปิฎกคุณ สุนทร ธรรมภูษิต ยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี พ.ศ. 2488 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปาโมกข์ ยุตโยค ญาณดิลก ไตรปิฎกธารี ธรรมวาที ยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2490 เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระศาสนโศภน วิมลญาณ อดุลย์สุนทรนายก ตรีปิฎกธรรมาลังการภูสิต ธรรมนิตยสาทร อุดมคณฤศร บวร สังฆาราม คามวาสี พ.ศ. 2499 เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จาตุรงค ประธานวิสสุต พุทธพจนมธุรสธรรมวาที คัมภีรญาณปริยัติกุสโลภาส ภูมิพล มหาราชหิโตปสัมปทาจารย์ วิสารศีลาจารวัตร เวไนยบริษัทประสาทกร ธรรม ยุติกคณิสสรมหาสังฆนายก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงถวายพัดยศและเครื่องสมณศักดิ์ แด่สมเด็จฯ ในงานพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสงฆราช (จวน อุฏฺฐายี) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 16 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ครั้นเมื ่อถึงวันที ่ 26 พฤศจิกายน 2508 พระบาทสมเด็จพระบรมชน กาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฐายี) ขึ้นเป็นสมเด็จพระ อริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธ ารง สกลมหาสงฆปรินายก ตรีปิฎกกลากุสโล ภาส ภูมิพลมหาราชหิโตปสัมปทาจารย์ อุฏฐายีภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมสา สนโสภณ วิมลศีลขันธสมาจารวัตร พุทธศาสนิกบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณ พัฒนคุณ อดุลคัมภีรญาณสุนทร บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช นับเป็น สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที ่ 16 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สืบต่อจากสมเด็จ พระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) พระกรณียกิจ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม)
ด้านการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2477 เป็นกรรมการคณะธรรมยุต พ.ศ. 2485 เป็นสมาชิกสังฆสภา พ.ศ. 2486 เป็นผู้รักษาการ ในต าแหน่งสังฆนายก แทนสมเด็จพระมหาวีร วงศ์ (อ้วน ติสฺโส) วัดบรมนิวาส พ.ศ. 2489 เป็นผู้สั่งการในต าแหน่งสังฆนายก แทนสมเด็จพระพุทธโฆษา จารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2493 เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ ซึ่งมีสมเด็จพระพุทธโฆษา จารย์ (เจริญ ญาณวโร) เป็นสังฆนายกสมัยที่ 2 พ.ศ. 2494 เป็นสังฆนายก สมัยที่ 1และสังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ พ.ศ. 2506 เป็นกรรมการเถรสมาคมโดยต าแหน่ง ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2479 กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองสงฆ์ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2503 เป็นสังฆนายก ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2505 เป็นผู้บัญชาการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระสังฆราช
ด้านการศึกษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) พ.ศ. 2470 เป็นกรรมการตรวจบาลีไวยากรณ์ในสนามหลวง พ.ศ. 2471 เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นโท-เอกในสนามหลวง เป็น กรรมการตรวจบาลี ประโยค 4-5-6
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) พ.ศ.2475 ทรงเป็นอาจ ารย์ใหญ ่ โรงเ รียนบ าลี ส านักเ รียนวัด มกุฏกษัตริยาราม ทรงปฏิรูประเบียบแบบแผนการศึกษาบาลีให้ดีขึ้น และ เป็นกรรมการวัดพร้อมด้วยคณะอีก 4 รูป
อาคารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (หลังเก่า) พ.ศ. 2476 เป็นปีที่เริ่มฟื้นฟูกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยในยุคใหม่ ทรงรับหน้าที่เป็นกรรมการและอนุกรรมการหลายคณะ อาทิ ทรงเป็นกรรมการ พิจารณาวางระเบียบบ ารุงการศึกษาอบรมปริยัติธรรม และงบประมาณของ มหามกุฏราชวิทยาลัยพร้อมด้วยกรรมการอีก 5 รูปคือ อนุกรรมการตรวจ ช าระแบบเรียน เช่น นวโกวาท และ พุทธศาสนสุภาษิต กรรมการอ านวยการ หนังสือธรรมจักษุ กรรมการ อุปนายกและนายกกรรมการมหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย ตลอดมาจนสิ้นพระชนม์
ด้านการเผยแผ่พระศาสนา ทรงเป็นประธานเปิดส านักอบรมพระธรรมฑูตไปต่างประเทศ ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2476 ทรงร่วมกับคณะมิตรสหาย ตั้งสมาคมพุทธศาสนาขึ้นเป็นครั้งแรก คือ พุทธสมาคม เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา และส่งเสริมการศึกษา พ.ศ. 2477 เป็นพระคณาจารย์เอกทางเทศนา (ธรรมกถึก) พ.ศ. 2479 เป็นกรรมการควบคุมการแปลพระไตรปิฎกภาษาบาลี และ พ.ศ. 2497 เป็นประธานกรรมการจัดรายการแสดงธรรมทางวิทยุในวันธรรม สวนะ
ด้านการต่างประเทศ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม)เสด็จไปดูการพระ ศาสนาในประเทศลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย เนปาล ศรีลังกา ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม ตามค าเชิญของพุทธบริษัทของประเทศนั้น ๆ ทรงไปร่วมงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้แทนสมเด็จ พระสังฆราช (วัดเบญจมบพิตร) ไปร่วมประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกที่ ย่างกุ้ง ประเทศพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2504 พระกรณียกิจพิเศษ รัชกาลที่ 9 ทรงผนวช
พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกผนวชพระภิกษุ ณ พระอุโบสถวัดพระศรี รัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระ ราช อุปัธยาจารย์ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ขณะทรงด ารงสมณศักดิ์ที่ พระสาสน โสภณ ทรงเป็น พระราชกรรมวาจาจารย์ ในพระราชพิธีทรงผนวชครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้ง ด ารงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปฏิบัติราชกิจทางศาสนา พ.ศ.2509 ทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธีแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้ง ด ารงพระอิสริยยศ สมเด็จพระ บรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสที่จะเสด็จฯไปทรงศึกษาที่ ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2509
งานพระนิพนธ์ งานพระนิพนธ์สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน ศิริสม) พ.ศ. 2469 ทรงแปลตติยสมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระวินัย เพื่อใช้เป็น ต ารา พ.ศ. 2482 ทรงแต่ง รตนตฺตยปฺปภาวสิทฺธิคาถาแทน รตนตฺตยปฺปภาวาภิ ยาจนคาถาและได้ใช้สวดในพระราชพิธีต่อมา พระนิพนธ์อีกมากกว่า 100 เรื่อง เช่น มงคลในพุทธศาสนา สาระในตัวคน วิธีต่ออายุให้ยืน การท าใจให้สดชื่นผ่องใส และฉันไม่โกรธเป็นต้น และมีพระ ธรรมเทศนาอีกหลายร้อยเรื่อง ที่ส าคัญคือ มงคลวิเศษคาถา ที่แสดงในพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ทรงเป็นกรรมการออก “หนังสือธรรมจักษุ”ซึ่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากหยุดไปเป็นเวลา 20 ปี และได้ออกต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
สิ้นพระชนม์ โดยปกติ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) ทรงมีพระพลานามัยดีตลอด มา ไม่ประชวรถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ แต่มีพยาธิเบียดเบียนเป็นครั้งคราว ต้อง เสด็จไปรับการผ่าตัดในโรงพยาบาล 2 - 3 ครั้ง คือ ผ่าตัดไส้เลื่อน 1 ครั้ง ผ่าตัด โพรงจมูกครั้ง 1 ผ่าตัดกระเพาะ เพื่อตรวจดูว่าเป็นมะเร็งหรือไม่อีกครั้ง 1 ภายหลังการผ่าตัดครั้งสุดท้าย ก็ปรากฏว่าพระสุขภาพเป็นปกติ แต่ทรงรับสั่ง ว่า รู้สึกว่าความจ าเลือนไปบ้าง และทรงปรารภว่า “ไม่รู้ว่าท ากรรมอะไรไว้ จึง ถูกผ่าตัดอย่างนี้”
รถยนต์พระประเทียบที่ประทับ ถูกรถยนต์ส่วนบุคคลขับสวนทางมา พุ่งเข้าชน ตกถนน สิ้นพระชนม์ทันทีทันใด ในท้องที่อ าเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2514 พรรษาที่ 55 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฏฐายีมหา เถร) โดยรถยนต์พระประเทียบที่ประทับ ถูกรถยนต์ส่วนบุคคลขับสวนทางมา พุ่ง เข้าชนตกถนน สิ้นพระชนม์ทันทีทันใด ในท้องที่อ าเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เวลา 10:05 น. สิริพระชันษา 74 ปี 336 วัน และด ารงต าแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณา ยก เป็นเวลา 7 พรรษา (6 ปี กับ 22 วัน) ได้รับพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ หน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัด เทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ……………………………………………………………..
แหล่งข้อมูลอ้างอิง ประวัติวัดส าคัญ เล่ม 1, พระธรรมวราจารย์ วัดบวรนิเวศวิหาร รวบรวมและ เรียบเรียง, มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์, 2542 วัดมกุฏกษัตริยาราม, สุเชาวน์ พลอยชุม เรียบเรียง, มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2541. 19 สมเด็จพระสังฆราช กรุงรัตนโกสินทร์, โกวิท ตั้งตรงจิตร, สวีริยาศาสน์ จัดพิมพ์, 2549. หนังสือชุดพระเกียรติคุณ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ : สมเด็จพระ อริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) http://mbu.ac.th http://mahamakuta.inet.co.th https://th.wikipedia.org › wiki https://www.baanjomyut.com http://www.dharma-gateway.com https://www.posttoday.com https://www.khaosod.co.th https://www.komchadluek.net https://www.web-pra.com ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ