The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (ฉบับปรับปรุง1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2023-12-08 10:00:16

สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (ฉบับปรับปรุง1)

สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (ฉบับปรับปรุง1)

พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 7 (ฉบับปรับปรุง 1 ) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้เรียบเรียง นายประสาร ธาราพรรค์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตฯ ยอดนักคิด รัตนกวี ศรีสยาม มหาสังฆ ปรินายก ทั่วเขตคาม มีพระนาม เกียรติเกริกก้อง มายาวนาน


ปธานาธิบดี แห่งสงฆ์ องค์ที่เจ็ด เปรียบดุจเพชร สังฆราชา ชนกล่าวขาน เป็นเจ้านาย ที่สามารถ ทรงเชี่ยวชาญ สร้างผลงาน ค าประพันธ์ โลกชื่นชม ทรงเป็นปราชญ์ คดีโลก คดีธรรม วรรณกรรม ล้วนไพเราะ เสนาะสม ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง ยอดคารม ล้วนอุดม ทรงคุณค่า น่าอัศจรรย์ เพชรน้ าเอก ทางวรรณกรรม ทรงสร้างไว้ ตราตรึงใจ ในผลงาน สุดสร้างสรรค์ พระนิพนธ์ ทรงโดดเด่น รู้ทั่วกัน ลิลิตตะเลงพ่ายนั้น ชนยกย่อง ทั่วธาตรี โคลง ลิลิต และฉันท์ ทรงเก่งกาจ ทรงสามารถ ทรงเชี่ยวชาญ สมศักดิ์ศรี สมุทรโฆษฯ ปฐมสมโพธิฯ ล้วนสดุดี จักรทีปนี โหราศาสตร์ ยอดต ารา พระอัจฉริยภาพ อักษรศาสตร์ เลื่องลือชื่อ พระองค์คือ เอตทัคคะ ทางภาษา


ยูเนสโก ยกย่องท่าน สุดพรรณา ด้วยศรัทธา ด้านวัฒนธรรม เลิศวิไล พระนิพนธ์ ทางวรรณศิลป์ พระศาสนา ปวงประชา น้อมร าลึก จิตเลื่อมใส กวีเอก ที่ส าคัญ ของชาติไทย ทรงยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียง ยั่งยืนยง พระปรีชา สามารถ ทรงยอดเยี่ยม ทุกเรื่องเปี่ยม ความโดดเด่น สุดสูงส่ง พระเกียรติยศ ชนประจักษ์ รักษ์ธ ารง ใจมั่นคง ล้วนศรัทธา องค์วาสุกรี ....................................................... ประสาร ธาราพรรค์ ร้อยกรอง


พระประวัติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงเป็นเจ้านาย พระองค์แรกที่ทรงได้รับสถาปนาให้ด ารงต าแหน่งสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 7 องค์พระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทยนับเป็นการเริ่มต้นศักราช ใหม่ในการปกครองของคณะสงฆ์ไทยเพราะแต่ก่อนมานับแต่ยุคต้นแห่งกรุง รัตนโกสินทร์ย้อนไปจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไม่ปรากฏว่ามี เจ้านายพระองค์ใด แม้ทรงผนวชอยู่จนตลอดพระชนมชีพจะได้รับการ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระอัจฉริยภาพ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีพระอัจฉริยภาพหลายด้าน ในทางอักษรศาสตร์ ก็ได้นิพนธ์เรื่อง


ฉันท์มาตราพฤติ และวรรณพฤติ ต าราโคลงกลบท ค ากฤษฎี เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้นิพนธ์บทกวีอีกเป็นจ านวนมาก ที่ล้วนมีคุณค่าเป็นเพชรน้ า เอกทางวรรณกรรมของไทยตลอดมา ในปี พ.ศ. 2532 องค์การยูเนสโกได้มีมติรับข้อเสนอของคณะผู้แทน ไทยในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 25 ที่ส านักงานใหญ่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกาศยกย่องสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุ ชิตชิโนรส เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลก องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศรายชื่อบุคคลส าคัญผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม ระดับโลก ประจ าปีพุทธศักราช 2533 - 2534 และถวายพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในฐานะ ปูชนียบุคคล ส าคัญผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลกประจ าปีพุทธศักราช


2533 ตามมติที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 25 ณ ส านักงานใหญ่ยูเนสโก กรุง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน 2532 และชักชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมจัดกิจกรรมฉลองเนื่องในวันคล้ายวัน ประสูติครบ 200 ปี วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2533 นับเป็นพระสงฆ์รูปแรกที่ ได้รับการถวายเกียรตินี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นพระโอรส พระองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเจ้าจอม มารดาจุ้ย (ท้าวทรงกันดาล) เป็นมารดา ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือนอ้าย ขึ้น 5 ค ่า ตรงกับวันที่ 11 ธันวาคม ปีจอ พ.ศ. 2333 พระนามเดิมพระองค์ เจ้าชายวาสุกรี เมื่อพระชนม์ได้ 12 พรรษา ตรงกับปีจอ พ.ศ. 2345 ได้ทรง ผนวชเป็นสามเณร โดยผนวชเป็นหางนาค ณ วัดพระศรีสรเพ็ชญ์


(วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ครั้นผนวชแล้วจึงเสด็จไปประทับอยู่ ณ วัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในระหว่างที่ผนวชเป็นสามเณรอยู่นั้น ได้ทรง ศึกษาในส านักสมเด็จพระพนรัตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงศึกษา อักษรทั้งไทย ขอม ภาษามคธ (บาลี) โบราณคดี ตลอดจนวิธีท าเลขยันต์ ต่างๆ ตามคตินิยมในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อปีมะเมีย พ.ศ. 2353 ขณะด ารงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยา เธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี ในรัชกาลที่ 2 ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และทรง ศึกษาในส านักสมเด็จพระนพรัตน์ วัดพระเชตุพนฯ วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม


ลุปีพุทธศักราช 2357 สมเด็จพระพนรัตนถึงแก่มรณภาพในระหว่าง พรรษา ยังไม่ทันจะได้โปรดให้พระเถระรูปใดเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ ครั้นออกพรรษาแล้ว ในช่วงเวลาพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย เสด็จไปพระราชทานพระกฐินถึงวัดพระเชตุพนฯ จึงทรงพระกรุณา โปรดสถาปนาแต่งตั้งให้สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นป็น กรมหมื่น นุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์ สถิต ณ วัดพระเชตุพนฯ โปรดให้ด ารง ต าแหน่งพระราชาคณะ นับเป็นครั้งแรกที่ทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ให้ด ารง สมณศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีชวด พุทธศักราช 2359 และในขณะที่ทรงด ารงพระอิสริยยศเป็นกรม หมื่นอยู่นี้ ได้ทรงท าหน้าที่เป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็น พระภิกษุอยู่นั้น ทรงเคารพเลื่อมใสในสมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรสเป็น


อย่างยิ่งแม้ว่าจะมีพระชนมายุแก่กว่าพระองค์เพียง 14 พรรษาก็ตาม แต่ก็ ทรงตั้งอยู่ในฐานะเป็นพระปิตุลา สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงตั้ง พระองค์อยู่ในฐานะเป็นครุฐานียบุคคลในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างสูง เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงลาสิกขา เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พุทธศักราช 2394 แล้ว ก็ได้ทรงสถาปนา สมเด็จฯ กรม พระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นเป็น "กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส"และ ในรัช สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงให้รวมวัดในแขวง กรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกลาง แล้วได้สถาปนากรม หมื่นนุชิตชิโนรสให้ด ารงสมณศักดิ์เสมอเจ้าคณะรอง และทรงตั้งเป็นเจ้าคณะ กลางทรงปกครองวัดในเขตกรุงเทพฯ และธนบุรี 61 วัด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส ต่อมาเมื่อปีกุน พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ บรมพงศาธิบดี จักรีบรมนารถ ปฐมพันธุมหาราชวรังกูร ปรเมนทรเรนทร สูริย์สัมมานาภิสักกาโรดมสถาร อริยสมศีลาจารพิเศษมหาวิมล มงคลธรรม เจดีย์ ยุตมุตวาทีสุวิรมนุญ อดุลยคุณคณาธาร มโหฬารเมตยาภิธยาศรัย ไตร ปิฎกกลาโกสล เบญจปดลเศวตฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาสมณุตมาภิเศกาภิ สิต ปรมุกกฤษฐสมณศักดิธ ารง มหาสงฆปรินายก พุทธศาสนดิลกโลกุตตม มหาบัณฑิตย สุนทรวิจิตรปฏิภาณ ไวยัติญาณมหากระวี พุทธาทิศรีรัตนตรัย คุณารักษ เอกอรรคมหาอนาคาริยรัตน์ สยามาทิโลกปฏิพัทธพุทธบริษัทย เนตร สมณคณินทราธิเบศรสกลพุทธจักโรประการกิจ สฤษดิศุภการ มหาปา โมกษประธานวโรดม บรมนารถบพิตร (ต่อมาในรัชกาลที่ 6 จึงโปรดให้


เปลี่ยนเป็นกรมพระตามยศเจ้ากรม) ทรงสมณศักดิ์เป็นพระมหาสังฆปริณา ยก ทั่วพระราชอาณาเขต ให้จัดตั้ง พระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก ที่วัด พระเชตุพนวิมลมังคลารามมีทั้งพิธีสงฆ์ และพิธีพราหมณ์ คล้ายกับพระราช พิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของคณะสงฆ์ไทยได้ทรงรับมหา สมณุตมาภิเษก เป็นสมเด็จพระมหาสังฆปรินายก ทรงพระนามกรมสมเด็จ พระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์ บรมพงศาธิบดี จักรีบรมนาถ ปฐม พันธุมหาราชวรัลกูร ฯลฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ต าแหน่งสมเด็จพระสังฆราชก็ว่างตลอด รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากไม่มีพระเถระรูปใด


มีคุณสมบัติอยู่ในฐานะที่จะทรงสถาปนาตามหลักเกณฑ์ กล่าวคือ ตามพระ ราชประเพณีนิยมที่มีมาแต่โบราณ พระเถระที่จะทรงตั้งเป็น สมเด็จ พระสังฆราช และสมเด็จพระราชาคณะ นั้น ก็เฉพาะผู้ทรงคุณสมบัติพิเศษ คือเป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นอาจารย์เป็นที่ทรงนับถือเหมือนอย่างพระ อุปัชฌาย์ หรือพระอาจารย์ หรือเป็นผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า มีอายุแก่กว่าพระ ชนมพรรษา แม้ว่าจะว่างสมเด็จพระสังฆราช แต่การปกครองคณะสงฆ์ก็ สามารถด าเนินไปได้ด้วยดี เนื่องจากแต่โบราณมา พระมหากษัตริย์ทรงถือ เป็นพระราชภาระในการปกครองดูแลคณะสงฆ์ โดยมีเจ้านาย หรือขุนนาง ผู้ใหญ่ในต าแหน่ง เจ้ากรมสังฆการี เป็นผู้ก ากับดูแลแทนพระองค์ สมเด็จ พระสังฆราชมิได้ทรงบัญชาการคณะสงฆ์โดยตรง ทรงด ารงฐานะปูชนีย บุคคล การปกครองในลักษณะนี้ ได้มาเปลี่ยนแปลงไปในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชด าริว่า การ เรียกพระนามพระบรมราชวงศ์ซึ่งด ารงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆ มณฑลแต่เดิมนั้นเรียกตามพระอิสริยยศแห่งพระบรมราชวงศ์ ไม่ได้เรียกตาม สมณศักดิ์ของพระประมุขแห่งสังฆมณฑล คือ "สมเด็จพระอริยวงศาคต ญาณ" หรือที่เรียกอย่างย่อว่า "สมเด็จพระสังฆราช" พระองค์จึงเปลี่ยนค าน า พระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งด ารงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆ มณฑลว่า "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า" เพื่อให้ปรากฏพระนามในส่วนสมณ ศักดิ์ด้วย ดังนั้น จึงเปลี่ยนค าน าพระนามเป็น "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรม พระปรมานุชิตชิโนรส


พระอัจฉริยภาพ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงเป็นกวีส าคัญ ยิ่ง พระองค์หนึ่งในยุครัตนโกสินทร์ ทรงได้รับค าสดุดีว่าเป็น จินตกวีไทย อย่างยอดพระองค์หนี่ง ทรงช านาญเป็นพิเศษในด้านแต่งโคลง ลิลิต และ ฉันท์ ยากจะหากวีผู้อื่นเสมอเหมือน ได้ทรงพระนิพนธ์หนังสือต่าง ๆ ไว้เป็น จ านวนมาก ทั้งบทร้อยกรองและร้อยแก้ว สมพระเกียรติที่เป็น “รัตนกวี” ของชาติ หนังสือเหล่านั้นล้วนได้รับนับถือยกย่องว่าเป็นวรรณคดีที่ไพเราะ และมีความส าคัญต่อวรรณคดีของไทยอย่างยิ่ง พระองค์ ได้ทรงพระนิพนธ์ หนังสือต่างๆ ไว้เป็นจ านวนมาก วรรณกรรมของพระองค์ นับว่าเป็นสมบัติที่ ประมาณค่ามิได้ มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ที่เป็นร้อยแก้ว เช่น พระปฐม


สมโพธิ พระธรรมเทศนาพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นแล้ว เป็นร้อยกรองที่ทรงเชี่ยวชาญและทรงถนัดมากคือฉันท์ เช่น กฤษณาสอน น้องค าฉันท์ สรรพสิทธิ์ค าฉันท์ สมุทรโฆษค าฉันท์ ฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อม ช้างพัง โดยเฉพาะที่เป็นแม่บท ทรงแต่งต าราฉันท์มาตราพฤติและ วรรณพฤติ ลิลิตตะเลงพ่าย ในจ านวนพระนิพนธ์ทั้งหมด เรื่องที่ได้รับการยกย่องทางร้อยกรองว่าดีเยี่ยม ที่สุด ได้แก่ ลิลิตตะเลงพ่าย ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ดีเลิศทางกระบวนกลอนลิลิตอีกเรื่อง หนึ่งด้วย ส่วนพระนิพนธ์ร้อยแก้ว ที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่าจะได้แก่ เรื่อง พระปฐม สมโพธิกถา ซึ่งผู้อ่านจะได้อรรถรสทั้งภาษาและวรรณคดี นอกเหนือไปจากเนื้อหาที่ เป็นพระพุทธประวัติอีกด้วย


พระนิพนธ์ของพระองค์ที่แสดงถึงลักษณะค าประพันธ์ที่ทรงใช้ในการนิพนธ์ เรียกว่า ลิลิต เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ โคลงที่ใช้มีทั้ง โคลง 2 โคลง 3 และโคลง 4 ตอนท้ายเป็นโคลงกระทู้ซึ่งเป็นลักษณะค าประพันธ์ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิยมใช้ในการนิพนธ์ปิดท้าย วรรณคดีที่ทรงนิพนธ์เกือบทุกเรื่อง จารึกวัดพระชุตุพนฯ ในรัชกาลที่ 3 ในโอกาสที่ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน เมื่อพุทธศักราช 2375 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของประชาชน โดยรวบรวมสรรพวิชาการสาขา ต่างๆ จารึกบนแผ่นศิลาในวัดพระเชตุพน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จารึกแผ่น ศิลาประดับไว้ในวัดพระเชตุพนฯ โดยจารึกต าราวิชาการต่างๆ ในการจารึกแผ่น ศิลาประดิษฐานไว้ในบริเวณวัดพระเชตุพนฯ ครั้งนี้ สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส ได้ทรงพระนิพนธ์เรื่องต่างๆ เป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ ไว้หลายเรื่อง ทั้งยัง ได้ทรงพระนิพนธ์โคลงดั้นบาทกุญชรและ โครงดั้นวิวิธมาลี สรรเสริญพระ เกียรติยศพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุ พนฯ จารึกไว้ในวัดพระเชตุพน ดังที่ทรงระบุไว้ในโคลงท้ายเรื่อง ดังนี้


บรรจงเสาวเลขแล้ว หลายคุง ขวบฤา ปางปิ่นธเรศอ ารุง โลกเลี้ยง ท านุกเชตุพนผดุง เผดิมตึก เต็มเอย อาวาสอาจเพ่งเพี้ยง แผ่นฟ้ามาเสมอ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์ค าประพันธ์ต่างๆไว้ ดังนี้ ค าประพันธ์ ประเภทโคลง 1. โคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ 2. ลิลิตกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคและชลมารค 3. ลิลิตตะเลงพ่าย 4. โคลงภาพฤาษีดัดตน 5. โคลงภาพคนต่างภาษา 6. โคลงกลบทดาวล้อมเดือน 7. โคลงบาทกุญชร และวิวิธมาลี


8. โคลงจารึกศาลาหน้าพระมหาเจดีย์ 2 หลัง 9. โคลงจารึกศาลาราย 16 หลัง 10.ร่ายและโคลงบานแพนก ค าประพันธ์ ประเภทฉันท์ 1. กฤษณาสอนน้องค าฉันท์ 2. สมุทรโฆษค าฉันท์ ตอนปลาย 3. ต าราฉันท์วรรณพฤติ และมาตรพฤติ 4. สรรพสิทธิค าฉันท์ 5. ฉันท์สังเวยกลองวินิจฉัยเภรี ในค าฉันท์ดุษฎีสังเวย 6. จักรทีปนีต าราโหราศาสตร์ 7. ฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างพัง


ค าประพันธ์ ประเภทร่ายยาว 1. ปฐมสมโพธิกถา 2. มหาเวสสันดรชาดก (เว้นกัณฑ์ชูชกและมหาพน) 3. ท าขวัญนาคหลวง 4. ค าประกาศบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 4 ค าประพันธ์ประเภทร้อยแก้ว 1. พระธรรมเทศนาพระราชพงศาวดารสังเขป 2. พระธรรมเทศนาพระราชพงศาวดารสังเขปและพระราชพงศาวดารย่อ 3. ค าฤษฎี (พระนิพนธ์ร่วมกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชา ดิศร และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์) 4. จักรทีปนี (ร้อยแก้วปนกาพย์) ต าราพยากรณ์ราชาภิเศก รัชกาลที่ 4


ค าประพันธ์ ประเภทกลอน 1. เพลงยาวเจ้าพระความเรียง 2. พระธรรมเทศนาพระราชพงศาวดารสังเขป 3. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับความสมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส เล่ม 1- 2 ภาษาบาลี ปฐมสมโพธิกถาฉบับภาษาบาลี มีต้นฉบับอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ เป็นพระ คัมภีร์ใบลานจ านวน 30 ผูก ผูกละประมาณ 24 หน้า เมื่อปริวรรตเป็นอักษรไทย และแปลออกมาแล้วจะเป็นหนังสือหนาประมาณ 2,160 หน้า หรือประมาณ 270 ยก ซึ่งเป็นหนังสือพระพุทธประวัติฉบับที่มีขนาดหนาที่สุดในโลก


ทางพระพุทธศิลป์ ได้ทรงคิดแบบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว โดยทรงเลือกพระอิริยาบถต่าง ๆ จากพุทธประวัติเป็นจ านวน 37 ปาง เริ่มตั้งแต่ปางบ าเพ็ญทุกขกิริยา จนถึงปางห้ามมาร พระพุทธรูปปางต่าง ๆ เหล่านี้ พระอิสริยยศ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี (11 ธันวาคม พ.ศ. 2333 – 7 กันยายน พ.ศ. 2352) พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าพระวาสุกรี (7 กันยายน พ.ศ. 2352 – พ.ศ. 2356) พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส(พ.ศ. 2356 - พ.ศ. 2394) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส (พ.ศ. 2394 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2396)


ภายหลังการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พ.ศ. 2453 - 2464) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พ.ศ. 2464) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สิ้นพระชนมายุ


สิ้นพระชนมายุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สิ้นพระชนมายุ เมื่อวัน ศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น 9 ค ่า ปีฉลู ปีฉลู เบญจศก จุลศักราช 1215 เวลาบ่าย 3 ตรง กับวันที่ 9 ธันวาคม 2396 สิริรวมพระชนมายุได้ 64 พรรษา ในฐานะที่ทรงเป็น ประมุขสงฆ์ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศรัทธามาก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้อัญเชิญพระศพจากวัดพระเชตุพนฯ ไปประดิษฐาน ณ พระเมรุที่ท้อง สนามหลวง แล้วพระราช ทานเพลิงศพ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เม.ย. ขึ้น 11 ค่ า เดือน 5 พ.ศ. 2397 เมื่อพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระอัฐิไปประดิษฐานไว้ที่พระต าหนักวัดพระเชตุ พนฯ และโปรดให้มีต าแหน่งพระฐานานุกรมรักษาพระอัฐิต่อมา


ต่อมาเมึ่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 6 ได้โปรด สถาปนาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระบรมราชอุปัธ ยาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ แล้ว ได้ทรงพระราชด าริว่า สมเด็จพระ เจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระเกียรติคุณทางกวีนิพนธ์และทรง มีคุณูปการเป็นอย่างยิ่งในพระบวรพุทธศาสนา ตลอดพระชนมายุของพระองค์ จึง ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2464 ภายหลังที่สิ้นพระชนม์แล้ว 68 ปี


แหล่งข้อมูลอ้างอิง จดหมายเหตุเรื่องทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 1. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2545. 508 หน้า. ส านักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. กรุงเทพฯ : ส านักวรรณกรรมและ ประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 68. จุลลดา ภักดีภูมินทร์ (หม่อมหลวงศรีฟ้า ลดาวัลย์ มหาวรรณ). เวียงวัง เล่ม 1. กรุงเทพ : เพื่อนดี บริษัท อักษรโสภณ จ ากัด, พิมพ์ส านักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. 200 ปี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง, 2533 w.w.w. dharma-gateway.com w.w.w.khaosod.co.th w.w.w.lib.ru.ac.th w.w.w.sac.or.th w.w.w.silpa-mag.com th.wikipedia.org › wiki sangkhatikan.com vajiray.org http://www.watpho.com ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ


Click to View FlipBook Version