The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanok-on tunjit, 2020-02-27 04:45:20

(ร่าง) แผนพัฒนาด้านการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕)

4ร่างแผนรวม

คำนำ

ประเทศไทยกำลังก้ำวเข้ำสู่กำรเปล่ียนแปลงในยุคของเทคโนโลยีท่ีลำหน้ำ ทำให้กำรติดต่อสื่อสำรของ
ผู้คนในยุคนีเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนสำมำรถติดต่อสื่อสำรกันได้อย่ำงกว้ำงขวำงและรวดเร็ว โดยไม่จำกัดด้วยเวลำ
และสถำนท่ี ซึ่งพบว่ำส่ือดิจิทัลสมัยใหม่ มีบทบำทในกำรกำรขัดเกลำและสร้ำงค่ำนิยมให้แก่สังคมทังในเชิงลบและ
ในเชิงสร้ำงสรรค์ โดยเฉพำะในกล่มุ เดก็ และเยำวชนซ่งึ เปน็ ผเู้ สพส่ือกลุ่มใหญ่

เพ่ือเตรียมรับมือและสร้ำงโอกำสจำกควำมเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึน กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงำนท่ี
เกยี่ วขอ้ ง ไดร้ ่วมจัดทำรำ่ งแผนพฒั นำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕
โดยมุ่งหวังให้ผู้ผลิตส่ือและผู้เสพส่ือทุกภำคส่วนในสังคม มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ในกำรผลิตและเผยแพร่สื่อ
ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ มีควำมรู้เท่ำทันส่ือ มีจริยธรรม คุณธรรม และควำมรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนมี
ทักษะและพฤติกรรมในกำรใช้ส่ืออย่ำงสรรค์ และเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบสื่อท่ีไม่เหมำะสม
พร้อมทังมีกลไกกำรบูรณำกำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องอย่ำงมีประสิทธิภำพ ซ่ึงกำรจัดทำ
ยุทธศำสตร์ฉบับดังกล่ำวผ่ำนกระบวนกำรรับฟังควำมคิดเห็นหลำยครังจำกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีควำมเช่ียวชำญ
หลำกหลำยสำขำ พร้อมกับนำผลกำรวิจัยหลำยชินท่ีแสดงให้เห็นถึงสถำนกำรณ์สื่อและสภำพปัญหำท่ีสังคมต้อง
เผชญิ อนั เนื่องมำจำกอิทธิพลสื่อตลอดจนกำรรับฟังควำมเหน็ จำกหน่วยงำนทเี่ กี่ยวข้อง

กระทรวงวัฒนธรรมหวังเป็นอย่ำงย่ิงวำ่ แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑
พ.ศ.๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ ซงึ่ ประกอบดว้ ยกรอบแนวคดิ วิสยั ทัศน์ เป้ำหมำย ยุทธศำสตร์หลัก จำนวน ๔ ยุทธศำสตร์
กลยุทธ์ รวมถึงกำรบริหำรจัดกำร จะเป็นกรอบและแนวทำงในกำรดำเนินงำนร่วมกันของหน่วยงำนทุกหน่วยงำน
ในทุกระดบั ทั่วประเทศเพอ่ื ใหเ้ กดิ กำรบรู ณำกำรกำรทำงำนรว่ มกนั ให้เหน็ ผลเป็นรปู ธรรมต่อไป



สารบญั หนา้

บทสรุปผู้บริหาร ค
ส่วนที่ 1 ความเปน็ มา 1

๑.๑ สถานการณ์สื่อในภาพรวม 1
1.2 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 5
1.3 การประเมนิ สภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis) 6

ส่วนที่ 2 วิสยั ทศั นพ์ ันธกจิ เปา้ หมาย และตัวชว้ี ัดหลกั 8
ส่วนที่ 3 แผนพัฒนาดา้ นการพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระยะท่ี ๑ 9

(พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕) 9
11
1. แผนระดบั 3 ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี วันที่ 4 ธนั วาคม 2560 12
๒. ความสอดคล้องกับยทุ ธศาสตรช์ าติ (แผนระดบั ที่ ๑) 16
๓. ความสอดคลอ้ งกับแผนระดับที่ 2 17
4. สถานการณค์ วามจาเป็นเกย่ี วกบั ประเด็นการพัฒนา 17
5. วัตถุประสงค์ 18
6. เป้าหมาย 20
7. ตัวชี้วดั ตามเปา้ หมาย 23
8. กลไกการบริหารจัดการแผนเพ่ือให้แผนบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ / เปา้ หมาย 25
9. การตดิ ตามและประเมนิ ผล 25
๑0. วงเงินงบประมาณพร้อมแหล่งทมี่ าของงบประมาณ
๑1. ผรู้ บั ผดิ ชอบ 26

ส่วนท่ี 4 ร่างแผนปฏบิ ตั กิ ารขับเคลอื่ นแผนพฒั นาด้านการพฒั นาส่ือปลอดภยั
และสร้างสรรค์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕)



บทสรุปผูบ้ รหิ าร

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ข้อมูลข่าวสารที่ถ่ายทอดผ่านส่ือในรูปแบบต่างๆ นั้น ส่งผลต่อวิธีคิด
วิถีชีวิต และพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม และสร้างผลกระทบต่อการดารงชีวิตของคนในสังคมโดยรวมเป็น
อย่างย่ิง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ไมว่ า่ จะเป็นเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ ระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต และเครือข่ายสังคมออนไลน์ สื่อเหล่าน้ีมีส่วน
สาคัญในการเปล่ียนวิถีการดาเนินชีวิตและการสื่อสารของคนในสังคมเป็นอย่างมาก โดยเป็นข้อบ่งชี้ว่าสื่อหรือ
เครื่องมือสื่อสารที่ได้รับความนิยมในแต่ละช่วงเวลาจะมีอิทธิพลต่อความคิดของคน และเป็นปัจจัยที่กาหนด
กรอบแนวคิดและความเขา้ ใจในการมองโลกในปัจจุบันของแต่ละคน

ผลจากความก้าวหน้าของระบบอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการส่ือสาร ก่อให้เกิด
นวัตกรรมทางสังคม คือ เครือข่ายสังคมใหม่ หรือ “สังคมออนไลน์” (Online Community) หรือ “สังคม
เสมือน” (Virtual Community) หรือ “เครือข่ายสังคมออนไลน์” (Social Network) โดยเครือข่ายสังคม
ออนไลน์ดังกล่าวเป็นพื้นท่ีสาธารณะที่สมาชิกทุกคน ทุกเพศสภาพ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทุกระดับ
การศึกษา ทุกสาขาอาชีพและทุกกลุ่มสังคมย่อยจากทั่วโลก เป็นผู้สื่อสารหรือเขียนเล่าเน้ือหาเร่ืองราว
ประสบการณ์ บทความ รปู ภาพ และวดิ ีโอ ทส่ี มาชกิ เขียนและทาขึ้นเอง หรอื พบเจอจากสื่ออื่น ๆ แล้วนามา
แบง่ ปันให้กับผู้อ่นื ทอ่ี ยใู่ นเครอื ข่ายของตน

ปจั จุบนั ด้วยสภาพการณ์ทเี่ ปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างไม่หยุดย้ัง กระบวนการเรียนรู้ของคนในสังคม
เริ่มเปล่ียนแปลงไป สื่อกลายเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งใหม่ท่ีสามารถกระตุ้นการรับรู้และดึงดูดความสนใจ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงจากเด็กและเยาวชน โดยจะเห็นได้ว่า รูปแบบและเนื้อหารายการท่ีมีคุณภาพ ปลอดภัย
และสร้างสรรคส์ าหรับเด็กและเยาวชนในส่อื หลายประเภทยงั คงมไี ม่เพียงพอ และในปัจจุบันยังพบว่า เด็กและ
เยาวชนใช้เวลาไปในการใช้ส่ือใหม่มากข้ึน และเน้นความบันเทิงและกิจกรรมอื่นๆ มากกว่าจะสนใจในประเด็น
ทเ่ี ป็นปญั หาสังคมท่ีเปน็ ปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัวของเด็กและเยาวชนเอง

ทั้งน้ี ในปัจจุบัน การรู้เท่าทันส่ือยังไม่เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งนักในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป จึงอาจ
ก่อให้เกิดปญั หาทกี่ ระทบต่อสังคมในมติ ทิ างวัฒนธรรม มิติทางเศรษฐกิจ มิติทางอาชญากรรม และมิติทางด้าน
ความมั่นคง ก็เป็นได้ ทั้งเร่ืองความเช่ือท่ีผิดในการบริโภค พฤติกรรมทางเพศ ความรุนแรง ความขัดแย้ง
แตกแยก หรืออาชญากรรมผ่านสื่อ เป็นต้น ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงควรมุ่งพัฒนาให้เกิดนวัตกรรม
ส่ือท่ีปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นส่วนสาคัญในการส่งเสริมสุขภาวะทุกมิติ สร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิต
ให้เกิดความฉลาดรู้ด้านสื่อ และความต่ืนรู้ทางปัญญาแก่ประชาชนท่ัวไปได้อย่างทรงพลัง และถือเป็นการ
ส่งเสริมใหเ้ ดก็ เยาวชน มีสุขภาวะครบทุกดา้ น และเตบิ โตเปน็ พลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป

จากพันธกิจและการดาเนินงานที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสาคัญของส่ือที่มี
อิทธิพลต่อคนในสังคม จึงได้ออกประกาศ “ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาส่ือ
ปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑” เพื่อกาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการ
ดาเนินงานด้านพัฒนาสื่อให้มีคุณภาพ สร้างสรรค์และไม่เป็นภัยต่อสังคม เพ่ือบูรณาการการดาเนินงานของ
หนว่ ยงานภาครฐั และทกุ ภาคส่วนของสังคม ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารจากสื่อซ่ึงมี
อิทธพิ ล และสง่ ผลตอ่ การปรับเปลีย่ นพฤติกรรมและคา่ นิยมทด่ี งี ามของประชาชน

จงึ ไดน้ ามาสูก่ ารรา่ งแผนพัฒนาด้านการพัฒนาสอ่ื ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕)
โดยมี กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เป็นแนวทางท่ีให้ความสาคัญต่อการพัฒนา



ภายใต้การเคล่ือนไหลของกระแสวัฒนธรรมโลกอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ที่ได้ให้ความสาคัญกับการ
วางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ในทุกช่วงวัย เพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม
มีระเบียบวินัย มีจิตสานึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะความรู้และความสามารถปรับตัวเท่าทันกับการ
เปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รวดเร็ว บนพื้นฐานของการมีสถาบันสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ซ่ึงในการขับเคล่ือน
การพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จาเป็นต้องมีการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน เพ่ือให้การขับเคล่ือนบรรลุผลอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม มุ่งไปสู่
การสรา้ งความมน่ั คง มั่งคั่ง ยง่ั ยนื อย่างเป็นธรรม

ดังน้ัน การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม
โดยการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ และเสริมสร้างค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนท่ัวไป พัฒนาสื่อเผยแพร่
เพ่ือสร้างเสริมศิลปะและวัฒนธรรม และจัดสรรเวลาและเปิดพื้นท่ีให้ส่ือสร้างสรรค์สาหรับเด็ก เยาวชน
และประชาชน ในการปลูกจิตสานึกและสร้างเสริมค่านิยมที่ดี จึงเป็นเร่ืองสาคัญ และเป็นแนวทางในการพัฒนา
ประเทศเพือ่ ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายตามยทุ ธศาสตร์ชาตทิ ีก่ าหนดไว้ โดยร่างแผนพัฒนาด้านการพฒั นาสื่อปลอดภัย
และสร้างสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕) มรี ายละเอียดโดยสรปุ ดังนี้

๑. วสิ ยั ทัศน์
ส่ือมีคุณภาพสูงภายใต้หลักแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ประชาชนใช้ส่ืออย่างสร้างสรรค์ รู้เท่าทันส่ือ
ก่อให้เกดิ สงั คมแห่งการเรยี นรู้ บนพืน้ ฐานวัฒนธรรมท่ดี งี าม
๒. พนั ธกิจ

๒.๑ ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ เพ่ือสนับสนุนการผลิตและพัฒนาส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์
อยา่ งมีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสงั คม

๒.๒ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เกิดการรู้เท่าทันส่ือ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วม
ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบสือ่ ที่ไมเ่ หมาะสม

๒.๓ พัฒนากลไกการบรู ณาการการทางานร่วมกัน
๒.๔ สนับสนุนการปรบั ปรงุ และแก้ไขกฎหมายให้ทนั สมัย
๓. เปา้ หมาย
๓.๑ ผูผ้ ลติ สือ่ มจี รยิ ธรรม มีผลผลิตสือ่ ท่ีมคี วามปลอดภยั และสร้างสรรค์ หรือสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดส่ือ

เชงิ นวตั กรรมเพม่ิ มากขึน้
๓.๒ ประชาชนทุกกลุ่มมีความรู้เท่าทันส่ือ มีจริยธรรม และความรับผิดชอบในการสื่อสาร มีทักษะ

และพฤติกรรมในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ และสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง
และตรวจสอบส่ือท่ีไม่เหมาะสมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก เยาวชน ผ้สู งู อายุ และคนพิการ
๓.๓ กลไกการบูรณาการ การทางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องท้ังเครือข่ายวัฒนธรรม
ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีความเป็นรูปธรรม
และมีประสิทธิภาพ
๓.๔ กฎหมายมีความทันสมัย และกลไกในการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ
๔. ตวั ชีว้ ดั หลกั
๔.๑ ส่อื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ และส่อื เชิงนวัตกรรมในสังคมมจี านวนเพ่ิมมากขึ้น และครอบคลุม
ทกุ พืน้ ที่
๔.๒ ผ้ผู ลิตส่ือ ผลติ และเผยแพร่สือ่ ทป่ี ลอดภัยและสรา้ งสรรค์อยา่ งมคี วามรู้ความเขา้ ใจ มีจรยิ ธรรม
และความรับผิดชอบมากยิ่งข้นึ



๔.๓ ประชาชนมคี วามรู้เท่าทันส่ือ รู้จักการเฝ้าระวังส่ือท่ีไม่เหมาะสม มีจริยธรรม ความรับผิดชอบ
และมีสัดส่วนความนิยมในการรับสื่อท่ีปลอดภัยและสร้างสรรค์เพ่ิมมากข้ึนทุกปี และเครือข่าย
เฝ้าระวังและตรวจสอบส่อื ทีไ่ ม่เหมาะสมในสังคมมคี วามเข้มแข็ง เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ
ในทุกกลุม่ ของประชาชน โดยเฉพาะเดก็ เยาวชน ผสู้ ูงอายุ และคนพกิ าร

๔.๔ การบูรณาการในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ของทุกภาคส่วน โดยใช้กฎหมาย
และกลไกตา่ ง ๆ มีความชัดเจนเป็นรปู ธรรม และมปี ระสิทธิภาพ

๕. ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาส่ือปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
ประกอบด้วยประเด็นยุทธศาสตร์ ดงั น้ี
ยทุ ธศาสตร์ที่ ๑ การสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๒ การส่งเสริมความร้เู ทา่ ทันส่ือและพฤติกรรมการใช้ส่ือเชิงสร้างสรรค์
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๓ การบรู ณาการกลไกการทางานอย่างมีประสิทธภิ าพ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๔ การพัฒนาและบูรณาการการบังคับใชก้ ฎหมาย และสง่ เสรมิ การมีส่วนรว่ ม
ในการเฝ้าระวงั และตรวจสอบสื่อทไ่ี ม่เหมาะสม

๖. การบรหิ ารจัดการ
ในการบริหารจัดการเพื่อดาเนินงานตามแผนพัฒนาด้านการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕) กาหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ
และคณะอนุกรรมการ จานวน ๓ คณะ คือ (๑) คณะอนุกรรมการจัดทาและขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การพัฒนา
สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (๒) คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสื่อไม่เหมาะสม
และ (๓) คณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัด ร่วมกับทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
เพื่อขับเคลื่อนภารกิจและยุทธศาสตร์ให้บรรลุตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ โดยใช้งบประมาณประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ งบรายจ่ายอื่น ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการพัฒนาส่ือปลอดภัย
และสร้างสรรค์ของสานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และงบประมาณจากหน่วยงานอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
ตามแผนงานโครงการ/กิจกรรมของหน่วยงาน โดยกาหนดให้มีการติดตามประเมินผลท้ังในระดับชาติ
และระดบั จังหวดั อยา่ งต่อเนอ่ื ง พรอ้ มรายงานผลตามลาดบั ชนั้ ต่อไป



-รา่ ง-
แผนพฒั นาดา้ นการพัฒนาสอ่ื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3-๒๕๖๕)

สว่ นท่ี ๑ ความเป็นมา

๑.๑ สถานการณ์สอ่ื ในภาพรวม
ในบริบทของสง่ิ แวดล้อมและสังคมในปัจจุบันน้ัน “สื่อ” เป็นส่วนประกอบสำคัญย่ิงในกำรเข้ำ

มำมีอทิ ธิพลตอ่ ประชำชนในมิติตำ่ งๆ อย่ำงกวำ้ งขวำง เพรำะกำรนำเสนอข้อมูลข่ำวสำรผ่ำนสื่อ ส่งผลต่อวิธีคิด
วิถีชีวิต พฤติกรรม ตลอดจนแนวทำงกำรสืบทอดมรดกทำงวัฒนธรรมของสมำชิกในสังคมอย่ำงหลีกเลี่ยงไม่ได้
อันก่อให้เกิดกำรสร้ำงผลกระทบต่อกำรดำรงชีวิตของคนในสังคมโดยรวมเป็นอย่ำงยิ่ง โดยเฉพำะเทคโนโลยี
สำรสนเทศและกำรส่ือสำรในช่วงทศวรรษที่ผ่ำนมำ มีกำรพัฒนำอย่ำงรวดเร็ว ไม่ว่ำจะเป็นเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต และเครือข่ำยสังคมออนไลน์ ท่ีต่ำงก็บรรจบเข้ำสู่ยุคหลอมรวมสื่อ
ซง่ึ มสี ว่ นสำคัญในกำรเปลีย่ นวถิ ีกำรดำเนนิ ชีวิตและกำรสอื่ สำรของคนในสังคมเป็นอย่ำงมำก โดยเป็นข้อบ่งชี้ว่ำ
สื่อหรือเคร่ืองมือส่ือสำรท่ีได้รับควำมนิยมในแต่ละช่วงเวลำจะมีอิทธิพลต่อควำมคิดของคน และเป็นปัจจัย
ท่กี ำหนดกรอบแนวคดิ และควำมเขำ้ ใจในกำรมองโลกในปัจจบุ ันของแต่ละคน

ผลกำรศึกษำเร่ือง “เรียนรเู้ รือ่ งสอื่ ”1 (พนำ ทองมีอำคม, ๒๕๕๙) ได้นำเสนอภำพรวมเก่ียวกับ
สถำนกำรณ์สื่อไว้ว่ำ ในช่วงหลำยปีที่ผ่ำนมำประเทศไทยมีกำรเปลี่ยนแปลงในเรื่องส่ือเกิดข้ึนมำกมำย โดยจะเห็นได้ว่ำ
ระบบกำรสอ่ื สำรและสื่อสำรมวลชนของประเทศมีกำรเปลี่ยนแปลงไปมำก อำทิ กำรเกิดขึ้นของโทรทัศน์ดิจิทัล
(Digital Television) ที่ทำให้โทรทัศนป์ ระเภทรบั ชมได้ทั่วไป หรือท่ีนิยมเรียกกันว่ำ “ฟรีทีวี” มีจำนวนช่องเพิ่มข้ึน
จำก ๖ ช่อง เป็น ๒๔ ช่อง ท้ังยังเห็นกำรเกิดขึ้นของโทรทัศน์ดำวเทียมและโทรทัศน์ ผ่ำนอินเทอร์เน็ต รวมถึง
โทรศัพท์พ้ืนฐำนท่ีมีกำรพัฒนำเป็นโทรศัพท์ไร้สำย หรือท่ีเรียกว่ำ โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) กระทั่ง
กลำยมำเป็นสมำร์ทโฟน (Smart Phone) ในปัจจุบัน ตลอดจนคอมพิวเตอร์ และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่ำง ๆ
ทีใ่ ช้ในกำรสอ่ื สำร ทำให้มสี ื่อใหม่ ๆ เกดิ ขนึ้ สง่ ผลให้สื่อดัง้ เดมิ ตอ้ งปรับตัวเป็นอยำ่ งมำก

พัฒนำกำรของกำรส่งสัญญำณในระบบดิจิทัลที่นำมำใช้ในกิจกำรเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
และสำรสนเทศ ทำให้เกิดสิง่ ทีเ่ รยี กกนั ว่ำ “กำรหลอมรวมส่ือ” คือ สื่อต่ำงชนิดกันสำมำรถส่งผ่ำนโครงข่ำยเดียวกัน
ได้และผู้ใช้สื่อก็สำมำรถโต้ตอบกันเป็นรูปแบบกำรส่ือสำรแบบสองทำง ประกอบกับเทคโนโลยีกำรเข้ำรหัสดิจิทัล
ผ่ำนกำรสื่อสำรดิจิทัลไร้สำย ทำให้เคร่ืองมือต่ำง ๆ สำมำรถร่วมเป็นเครือข่ำยกำรส่ือสำรเดียวกันได้ ส่งผลให้
คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วทิ ยุ และโทรศพั ท์ ตำ่ งหลอมรวมจนแทบไม่ต่ำงจำกกำรเป็นส่ือเดียวกัน

กำรหลอมรวมน้ีเกิดท้ังในระบบส่งสำรและระบบแสดงผลด้ำนผู้รับสำร จำกเดิมท่ีเคยใช้ส่ือ
แบบแยกเฉพำะ กลำยมำเป็นกำรใช้ส่ือหลอมรวม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกำรใช้ส่ือของคนให้สำมำรถ
ติดต่อส่ือสำรกันได้อย่ำงกว้ำงขวำงและทันที โดยไม่จำกัดด้วยเวลำ และสถำนที่ ส่งผลให้ผู้ใช้ส่ือสำมำรถ
เป็นได้ท้ังผู้รับสำรและผู้ส่งสำร ซึ่งกำรผสมผสำนศักยภำพเหล่ำน้ีได้นำพำผู้ใช้ส่ือไปสู่กำรใช้ชีวิตรูปแบบใหม่
ทง้ั กำรทำงำนแบบใหม่ กำรสรำ้ งควำมสัมพันธ์ในสังคมแบบใหม่ และกำรสร้ำงบุคลิกภำพใหม่ รวมถึงกำรสร้ำง
วฒั นธรรมใหม่ โดยผำ่ นเทคโนโลยีกำรสอ่ื สำรแบบไร้สำย

กำรเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นในบริบทส่ือจำกอดีตสู่ปัจจุบัน ยังคงพบว่ำส่ือมีอิทธิพลต่อกำรรับรู้
เรียนรู้ และพฤติกรรมของคนในสงั คมทัง้ เชิงบวกและเชิงลบ โดยในปจั จุบัน คนไทยใช้เวลำส่วนใหญ่ในแต่ละวัน
ไปกับส่ือท้ังอินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ และส่ิงพิมพ์ รวมถึงส่ืออื่น ๆ โดยข้อมูลกำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศ
และกำรส่ือสำรของ 2(Internet World Stats ปี พ.ศ. ๒๕๖๑) เดือนมิถุนำยน พบว่ำ มีกำรใช้อินเทอร์เน็ตท่ัวโลก

๑ พนำ ทองมอี ำคม, เรียนรู้เร่ืองสื่อ กรุงเทพฯ, กระทรวงวฒั นธรรม, ๒๕๕๙

๒ Internet World Stats ปี พ.ศ. ๒๕๖๑



ประมำณ ๔.๒ พันล้ำนคน และมีอัตรำกำรเติบโตในช่วง ๒๐ ปีหลังสุด สูงถึงร้อยละ ๑,๐๖๖ ซึ่งอินเทอร์เน็ต
ได้กลำยเป็นแหล่งข้อมูลท่ีใหญ่ท่ีสุดในโลก ทำให้เกิดกำรเปล่ียนรูปแบบกำรสื่อสำรแบบด้ังเดิมในโลก
แหง่ ควำมเป็นจริงสู่กำรใช้เทคโนโลยีกำรส่ือสำรในยุคดิจิทัลแห่งโลกเสมือนจริง (Virtual World) ก่อให้เกิดยุค
แห่งกำรส่ือสำรไร้พรมแดน ส่งผลให้คนจำนวนมำกท่ัวโลกมีกำรดำเนินชีวิตท้ังในสังคมของโลกแห่งควำมเป็นจริง
และสังคมแห่งโลกเสมือนจริง ผลจำกควำมก้ำวหน้ำของระบบอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
กำรสื่อสำรก่อให้เกิดนวัตกรรมทำงสังคม คือ เครือข่ำยสังคมใหม่ หรือ “สังคมออนไลน์” (Online Community)
หรือ “สังคมเสมือน” (Virtual Community) หรือ “เครือข่ำยสังคมออนไลน์” (Social Network)
โดยเครือข่ำยสังคมออนไลน์ดังกล่ำวเป็นพื้นที่สำธำรณะที่สมำชิกทุกคน ทุกเพศสภำพ ทุกวัย ทุกเช้ือชำติ
และศำสนำ ทุกระดับกำรศึกษำ ทุกสำขำอำชีพและทุกกลุ่มสังคมย่อยจำกทั่วโลก เป็นผู้ส่ือสำรหรือเขียนเล่ำ
เน้ือหำเรื่องรำว ประสบกำรณ์ บทควำม รูปภำพ และวิดีโอท่ีสมำชิกเขียนและทำขึ้นเองหรือพบเจอจำกส่ืออ่ืน ๆ
แล้วนำมำแบง่ ปนั ใหก้ ับผูอ้ ื่นท่ีอยใู่ นเครอื ขำ่ ยของตนผำ่ นทำงระบบอินเทอร์เน็ตและสือ่ สังคมออนไลน์ (Social Media)

เมอ่ื พิจำรณำพฤติกรรมกำรใช้ส่ือของคน จะพบว่ำมีกำรเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับบริบทของ
เทคโนโลยีอย่ำงเห็นได้ชัด โดยเม่ือมีกำรออกแบบวิธีกำรให้บริกำรและกำรใช้ชนิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้คนอยู่
ใกล้ชิดกับข่ำวสำรรอบตัวมำกข้ึนตำมไปด้วย มีกำรเชื่อมต่อกับกลุ่มสังคมตลอดเวลำ แม้อยู่ตัวคนเดียว
ก็เสมือนมีสังคมรอบข้ำงอยู่ด้วย แค่ส่งสัญญำณภำพ เสียง หรือตัวหนังสือออกไป ก็จะได้รับกำรตอบกลับ
และสำมำรถจัดกลุ่มติดต่อส่ือสำรของตนได้ ท้ังกำรสื่อสำรสำธำรณะ สื่อมวลชน หรือจัดกลุ่มส่ือสำรขนำดเล็ก
หรือกล่มุ เปิดหรอื ปิดได้

ลักษณะที่สำคัญมำกประกำรหน่ึงของส่ือใหม่ คือ กำรเปิดให้ผู้ใช้สื่อสำมำรถผลิตเน้ือหำ
ได้ด้วยตัวเอง จำกเดิมท่ีในอดีตสื่อสำรมวลชนเป็นกำรส่ือสำรทำงเดียว ผู้ใช้ส่ือเป็นเพียงผู้รับสำร แต่ทุกวันนี้ส่ือใหม่
สำมำรถสอ่ื สำรไดส้ องทำง ผรู้ บั สำรกลำยเปน็ ผู้ใช้ส่ือท่ีมสี ่วนในกำรผลิตเน้ือหำด้วย และผู้ผลิตก็สำมำรถเปลี่ยน
กลับมำรับข่ำวสำรจำกผู้ท่ีเคยเป็นผู้รับสำรแต่เดิมด้วย ดังน้ัน รูปแบบกำรใช้สื่อใหม่ของคนในสังคมทุกวันนี้
จงึ ทำใหผ้ ทู้ เี่ กีย่ วขอ้ งกบั สือ่ จะต้องทำควำมเข้ำใจและต้องไมย่ ึดตดิ อยูก่ ับแนวคิดของส่ือเดิม ๆ เพรำะสื่อทุกวันน้ี
เปล่ียนแปลงไปมำก ทั้งชนิดและจำนวนของสือ่ และปรมิ ำณข้อมลู ขำ่ วสำรทเ่ี พิม่ ขึ้น

หำกพิจำรณำในส่วนของคนในสังคมกลุ่มต่ำงๆ น้ัน เด็กและเยำวชนถือเป็นทรัพยำกรมนุษย์
ท่ีมีควำมสำคัญต่อกำรพัฒนำประเทศในทุกมิติ กำรพัฒนำเด็กและเยำวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีควำมรู้
มีควำมสำมำรถ มีทักษะในกำรใช้ชีวิต มีควำมสำมำรถในกำรปรับตัวเป็นคนดีของสังคม สำมำรถดำรงชีวิตอยู่
ในสังคมอย่ำงมีควำมสุขนั้น จำเป็นต้องมีพัฒนำกำรท่ีดีต้ังแต่แรกเกิดและในทุกช่วงอำยุ กำรเรียนรู้ของเด็ก
และเยำวชนเริ่มจำกครอบครัวและสถำบันกำรศึกษำ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีบ่มเพำะควำมรู้ แนวคิด ทัศนคติ
คำ่ นิยม ตลอดจนอุปนสิ ัยของเด็กและเยำวชน

ปจั จบุ นั ด้วยสภำพกำรณท์ ีเ่ ปลีย่ นแปลงและพฒั นำอย่ำงไม่หยดุ ยั้ง กระบวนกำรเรยี นรู้ของเด็ก
เร่ิมเปล่ียนแปลงไปจำกอดีต สื่อกลำยเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งใหม่ที่สำมำรถกระตุ้นกำรรับรู้และดึ งดูด
ควำมสนใจจำกเด็กและเยำวชนได้อย่ำงมำก ประกอบกับควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีทำให้เกิดส่ือใหม่ๆ
มำกมำย โดยเฉพำะอินเทอร์เน็ตท่ีมีข้อมูลจำนวนมหำศำล เรื่องรำวท่ีเด็กสนใจใคร่รู้ จึงเปิดกว้ำงให้เด็กเข้ำไป
ค้นหำอย่ำงอิสระ ในขณะที่ส่ือด้ังเดิม ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสำร ฯลฯ ซึ่งเป็นสื่อที่เข้ำถึงได้ง่ำย
ก็พัฒนำรูปแบบกำรนำเสนอให้น่ำสนใจโดยมีเป้ำหมำยกำรนำเสนอในเชิงพำณิชย์มำกย่ิงขึ้น ดังน้ัน เนื้อหำ
กำรนำเสนอส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นกำรนำเสนอควำมบันเทิงในรูปแบบต่ำงๆ ท้ังละคร เพลง เกมโชว์ ข่ำวบันเทิง
ของดำรำนกั ร้อง แฟชนั่ โฆษณำขำยสินคำ้ และบริกำรซึง่ สรำ้ งรำยได้มหำศำลให้แกธ่ รุ กิจส่อื และเจำ้ ของสินคำ้

จะเห็นได้ว่ำ รูปแบบและเนื้อหำรำยกำรที่มีคุณภำพ ปลอดภัย และสร้ำงสรรค์สำหรับเด็ก
และเยำวชนในสื่อหลำยประเภทยังคงมีไม่เพียงพอ ดังงำนวิจัยเร่ือง “กำรกำหนดช่วงเวลำรำยกำรสำหรับเด็ก
และเยำวชนในประเทศไทย จำกนโยบำยของ กสทช. สู่กำรปฏิบัติจริงของสถำนีวิทยุและโทรทัศน์” ท่ีพบว่ำ



ปัจจุบันรำยกำรเก่ียวกับเด็กท่ีเหมำะสมและมีคุณภำพมีปริมำณน้อยมำก รำยกำรวิทยุมีเพียงร้อยละ ๓.๑๐
ซึ่งเมื่อคิดเป็นค่ำเฉล่ียแล้วอยู่ที่ประมำณ ๕ นำทีต่อวัน และมีรำยกำรโทรทัศน์สำหรับเด็กและเยำวชน
เพียงร้อยละ ๒๔.๓๕ หรือเฉลี่ยประมำณ ๓๗ นำทีคร่ึงต่อวัน เท่ำนั้น และยังพบเนื้อหำและกำรนำเสนอ
ท่ีไม่เหมำะสม ท้ังควำมรุนแรง เพศ ภำษำ ไม่ว่ำจะเป็นในรำยกำรประเภทท่ัวไป หรือแม้แต่ในรำยกำร
สำหรบั เดก็ เองก็ตำม ทัง้ น้ี ยงั พบรำยกำร น๑๘+ ออกอำกำศในชว่ งเวลำสำหรับเด็กและเยำวชนด้วย ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่ำควำมพยำยำมในกำรกำกับดูแลให้มีรำยกำรที่ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์สำหรับเด็กและเยำวชนท่ี
เพียงพอทง้ั ในเชงิ ปริมำณและในเชิงคุณภำพ ยงั ไม่บรรลุเปำ้ หมำย

นอกจำกนี้ ในปัจจุบันยังพบว่ำ เด็กและเยำวชนใช้เวลำไปในกำรใช้สื่อใหม่มำกข้ึน และเน้น
ควำมบันเทิงและกิจกรรมอื่นๆ มำกกว่ำจะสนใจในประเด็นที่เป็นปัญหำสังคมท่ีเป็นปัจจัยเส่ียงใกล้ตัวของเด็ก
และเยำวชนเอง โดยข้อมูลของศูนย์ประสำนงำนเพ่ือส่งเสริมกำรปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยำวชนในกำรใช้
สื่อออนไลน์ หรือ COPAT 3(กำรสำรวจสถำนกำรณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์ ๒๕๖๑) ที่ได้จำกกำรสำรวจ
สถำนกำรณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์ ระหว่ำงเดือนพฤศจิกำยน - ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖๐ กลุ่มตัวอย่ำง
เป็นเด็กอำยุ ๙-๑๘ ปี จำนวน ๑๐,๘๔๖ คน จำกทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษำ
รอ้ ยละ ๙๓.๑๐ ข้อมูลชี้ชัดว่ำ เด็กๆ ส่วนใหญ่คือ ร้อยละ ๙๘.๔๗ เชื่อว่ำอินเทอร์เน็ตให้ประโยชน์และส่ิงดี ๆ
มำกมำย ในขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่ำงร้อยละ ๙๕.๓๒ ก็ตระหนักว่ำ มีภัยอันตรำยและควำมเส่ียงหลำกหลำย
รูปแบบบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่ำจะเป็นกำรถูกล่อลวง ติดตำมคุกคำม ล่วงละเมิดทำงเพศ กลั่นแกล้ง ถูกหลอก
ในกำรซื้อสินคำ้ เอำข้อมลู ส่วนตัวไปใช้ในทำงมชิ อบ ตดิ เกม และเขำ้ ถึงเน้ือหำผิดกฎหมำยหรอื เปน็ อันตรำย

อยำ่ งไรก็ตำม ยงั มีข้อมลู ทน่ี ำ่ เป็นหว่ งคือ กลมุ่ ตวั อยำ่ งส่วนใหญ่ คือ รอ้ ยละ ๖๙.๙๒ เชอื่ ว่ำ เพื่อน ๆ
มีพฤตกิ รรมสุม่ เส่ยี งทจ่ี ะเกดิ ภยั อนั ตรำยอยำ่ งใดอยำ่ งหนง่ึ ดังกลำ่ วแล้ว ในขณะทก่ี ลมุ่ ตัวอย่ำงร้อยละ ๖๑.๓๙ คิดว่ำ
กำรกล่ันแกล้งรังแกหรือกำรละเมิดทำงเพศจะไม่เกิดข้ึนกับตัวพวกเขำเอง เมื่อเผชิญปัญหำภัยหรือ
ควำมเสี่ยงออนไลน์แล้วสำมำรถจัดกำรปัญหำน้ันเองได้ ท้ังยังสำมำรถช่วยเหลือเพื่อนท่ีประสบปัญหำภัย
ออนไลน์ได้อีกด้วย จึงเป็นประเด็นที่ผู้ใหญ่ต้องทบทวนว่ำเด็กๆ มีเครื่องมือท่ีเพียงพอจะรับมือกับภัยหรือ
ควำมเส่ยี งออนไลนไ์ ด้ดอี ย่ำงทีพ่ วกเขำเชอื่ หรือไม่ และรู้เท่ำทนั ส่อื มำกเพยี งใด

กำรรู้เท่ำทันส่ือออนไลน์ ซึ่งหมำยถึง ควำมสำมำรถของบุคคลในกำรเข้ำถึงสื่อออนไลน์
เพ่ือกำรใช้งำนตำมวัตถุประสงค์ ควำมสำมำรถวิเครำะห์แยกแยะข้อมูล กำรตรวจสอบข้อเท็จจริงและควำมคิดเห็น
ควำมสำมำรถในกำรตคี วำมเชงิ คณุ ค่ำ กำรประเมินสำรประโยชน์และโทษ กำรเข้ำใจถึงผลกระทบจำกเนื้อหำ
ของสื่อออนไลน์ ควำมสำมำรถในกำรคิดเชิงวิพำกษ์และมองเห็นบริบททำงสังคมอ่ืนๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสื่อ
โดยที่ไม่ตกอยู่ภำยใต้อิทธิพลส่ือหรือเป็นทำสของส่ือเทคโนโลยี ควำมสำมำรถในกำรเลือกรับและใช้ประโยชน์
จำกส่ือในทำงสร้ำงสรรค์สังคม 4(www.nbtc.go.th) ส่ิงเหล่ำน้ียังไม่เกิดข้ึนอย่ำงเข้มแข็งนักในหมู่ประชำชน
โดยทั่วไป และโดยเฉพำะอยำ่ งย่ิงในเด็กและเยำวชน

นอกจำกนี้ นอกจำกประชำกรที่เป็นเด็กและเยำวชนที่ต้องกำรกำรสร้ำงภูมิคุ้มกันเพ่ือรับมือ
กับสื่อที่ไมเ่ หมำะสมในรูปแบบต่ำงๆ แล้ว ยังมีประชำกรกลุ่มอื่นท่ีเป็นประชำกรที่มีจำนวนมำกข้ึน และมีควำมเสี่ยง
ที่จะได้รับผลกระทบที่มำกย่ิงขึ้นจำกสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้ำงสรรค์ดังกล่ำว เนื่องจำกในสังคมปัจจุบัน
ประเทศไทยกำลังก้ำวเข้ำสู่สังคมผู้สูงอำยุอย่ำงเต็มรูปแบบ ซึ่งหมำยถึง สังคมท่ีมีประชำกรอำยุ ๖๐ ปีข้ึนไป
ที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชำกรทุกช่วงอำยุในพ้ืนท่ีเดียวกัน ในอัตรำเท่ำกับหรือมำกกว่ำร้อยละ ๒๐ ข้ึนไป
หรือมีประชำกรอำยุ ๖๕ ปีขึ้นไปท่ีอยู่จริงในพื้นท่ีต่อประชำกรทุกช่วงอำยุในพื้นท่ีเดียวกัน ในอัตรำเท่ำกับ
หรือมำกกวำ่ ร้อยละ ๑๔ ข้ึนไป 5(องคก์ ำรสหประชำชำติ) โดยที่ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นสังคมผู้สูงอำยุ

๓ กำรสำรวจสถำนกำรณเ์ ดก็ ไทยกับภัยออนไลน์ (ออนไลน์). (๒๕๖๑). สบื ค้นจำก : www.facebook.com/copatcenter [๑๐ มกรำคม ๒๕๖๑]
๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสียงและโทรทัศน์ กสทช. (ออนไลน์). (๒๕๖๐). สบื ค้นจำก : www.nbtc.go.th
๕ สงั คมผ้สู งู อำยุ .(ออนไลน์) องคก์ ำรสหประชำชำติ,ประเทศไทยสบื คน้ จำก : http://www.un.or.th/th/un-thailand/



เต็มรปู แบบในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เมื่อมีจำนวนผู้สูงอำยุเพ่ิมขึ้นเป็น ๑๓.๑ ล้ำนคน หรือร้อยละ ๒๐ ของประชำกร
ทั้งหมด 6(นลี เสน็ ประเทศไทย,๒๕๕๙)

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนพิกำร ซ่ึงถือเป็นประชำกรกลุ่มสำคัญที่มีควำมจำเป็นที่จะต้องมีโอกำส
ไดร้ บั ส่ือทปี่ ลอดภัยและสรำ้ งสรรค์ ก็พบว่ำมีอยเู่ ป็นจำนวนมำก โดยสำนักงำนสถิติแห่งชำติ ร่วมกับองค์กำรยูนิเซฟ
ประเทศไทย ได้แถลงผล “กำรสำรวจควำมพิกำร พ.ศ. ๒๕๖๐” เน่ืองจำกสำนักงำนสถิติแห่งชำติได้สำรวจ
ควำมพิกำรเป็นประจำทุก ๕ ปี สำรวจมำแล้ว ๓ คร้ัง ในปี ๒๕๔๕ ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๕ สำหรับกำรสำรวจปี
๒๕๖๐ เป็นครั้งท่ี ๔ เก็บรวบรวมข้อมูลเดือนตุลำคม - ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พบว่ำประเทศไทยมีประชำกร
พิกำรประมำณ ๓.๗ ล้ำนคน หรือร้อยละ ๕.๕ ของประชำกรท่ัวประเทศ สัดส่วนเป็นผู้หญิงมำกกว่ำผู้ชำย
โดยผู้หญงิ พกิ ำรรอ้ ยละ ๕.๗ ผู้ชำยร้อยละ ๕.๒ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอำยุ ๖๐ปีขึ้นไป ร้อยละ ๒๐.๖ โดยนอก
เขตเทศบำลมีประชำกรพิกำรร้อยละ ๖.๒ มำกกว่ำในเขตเทศบำลท่ีพบร้อยละ ๔.๕ โดยเฉพำะภำคเหนือ
และภำคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชำกรพิกำรสูงกว่ำภำคอื่น (ร้อยละ ๗.๐และ ๖.๕ ตำมลำดับ) และเมื่อ
พิจำรณำตำมลักษณะควำมพิกำร พบว่ำ เป็นประชำกรที่มีควำมลำบำกหรือปัญหำสุขภำพท่ีเป็นข้อจำกัด
ในกำรทำกิจกรรม มีร้อยละ ๔.๑ หรือประชำกรท่ีมีลักษณะควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย จิตใจ หรือสติปัญญำ
มีร้อยละ ๔.๒ สำหรับประชำกรท่ีมีทั้งสองลักษณะ คือมีควำมลำบำก/ปัญหำสุขภำพ และลักษณะ
ควำมบกพร่อง มีร้อยละ ๒.๘ หรือ ๑.๙ ล้ำนคน ดังน้ัน ประชำกรท่ีเป็นคนพิกำรจึงเป็นกลุ่มสำคัญกลุ่มหนึ่ง
ที่จำเปน็ ต้องได้รับข้อมลู ข่ำวสำรท่ีจำเปน็ สร้ำงสรรค์ เป็นประโยชน์ สำมำรถเข้ำถงึ ข้อมูลเกี่ยวกบั สิทธิประโยชน์
สวัสดิกำรด้ำนต่ำงๆ และข้อมูลเพ่ือกำรสร้ำงภมู ิคมุ้ กนั และสรำ้ งทกั ษะชีวิตทีด่ ี เช่นเดยี วกับกลมุ่ อ่ืนๆ ดว้ ย

นอกจำกน้ี ยังพบกำรให้ควำมสำคัญของกำรพัฒนำสื่อท่ีปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ในระดับ
นโยบำย โดยรัฐบำลได้ออกประกำศ 7“ระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยคณะกรรมกำรพัฒนำสื่อปลอดภัย
และสร้ำงสรรค์แห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๑” ซึ่งมีกำรขับเคล่ือนผ่ำนกระทรวงวัฒนธรรม ในฐำนะสำนักงำน
เลขำนกุ ำร และเป็นหน่วยงำนประสำนกำรขบั เคลื่อนกำรดำเนินงำนด้ำนกำรพัฒนำสื่อให้มีคุณภำพ สร้ำงสรรค์
และไม่เป็นภัยต่อสังคม มีกำรบูรณำกำรกำรดำเนินงำนของหน่วยงำนภำครัฐและทุกภำคส่วนของสังคม
และทผี่ ำ่ นมำกำรดำเนนิ งำนตำมระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีดังกล่ำว ได้มีกำรขับเคลื่อนภำรกิจในระดับชุมชน
และจังหวัดให้ร่วมขับเคล่ือนแผนงำน และกิจกรรม ให้เข้ำถึงทุกพ้ืนที่ทั่วประเทศ โดยสร้ำงกลไกเครือข่ำย
ให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วมในกำรขจัดสื่อที่เป็นภัยต่อสังคม รวมท้ังสนับสนุนผู้ประกอบกำร องค์กร
สถำบันกำรศึกษำในกำรผลิตส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ และจัดเวทีสำหรับกำรแสดงออกทำงวัฒนธรรม
นอกจำกนี้ยังผลักดันให้เกิดกำรจัดตั้ง “กองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์” เพื่อเป็นแกนหลัก
ในกำรดำเนินงำนด้ำนกำรสนับสนุนให้เกิดกำรผลิต พัฒนำ และเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์อย่ำง
กว้ำงขวำง รวมถึงกำรเฝ้ำระวัง กำรส่งเสริมกำรรู้เท่ำทันสื่อ โดยเป็นแหล่งทุนและกำกับดูแลกำรใช้เงินให้เกิด
ประสิทธิภำพ นอกจำกนั้นคณะกรรมกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติยังผลักดันให้มีกำรจัดตั้ง
ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ำรสือ่ ปลอดภยั และสรำ้ งสรรคแ์ หง่ ชำตทิ ัง้ ในส่วนกลำงและสว่ นภมู ิภำคทวั่ ประเทศเพอื่ กำรเฝ้ำระวัง
สื่อไม่ปลอดภัย กำรสร้ำงภูมิคุ้มกันด้ำนสื่อให้แก่ประชำชนในพื้นท่ี รวมถึงกิจกรรมเพื่อเพิ่มพ้ืนท่ีสำหรับ
สื่อคุณภำพ และกจิ กรรมกลไกกำรสรำ้ งภมู คิ ้มุ กันให้กบั ประชำชนอย่ำงต่อเนือ่ ง

ในกำรขบั เคลอื่ นกำรพัฒนำส่อื ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ดังกล่ำว ยังเป็นไปตำมกำรดำเนินงำน
ตำมยุทธศำสตร์ด้ำนวัฒนธรรมระยะ ๒๐ ปี ที่ได้ให้ควำมสำคัญกับกำรวำงรำกฐำนกำรพัฒนำคนให้มี
ควำมสมบูรณ์ในทุกช่วงวัย เพ่ือพัฒนำคนไทยให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย มีจิตสำนึกท่ีดี
ต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะควำมรู้และควำมสำมำรถปรับตัวเท่ำทันกับกำรเปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รวดเร็ว
บนพื้นฐำนของกำรมีสถำบันสังคมและวัฒนธรรมท่ีเข้มแข็ง ซ่ึงในกำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำให้มีประสิทธิภำพ

๖ นลี เสน็ ประเทศไทย, ๒๕๕๙
๗ ระเบยี บสำนักนำยกรัฐมนตรวี ่ำด้วยคณะกรรมกำรพฒั นำสื่อปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์แหง่ ชำติ พ.ศ. ๒๕๕๑



และประสิทธิผลสูงสดุ จำเปน็ ต้องมีกำรบูรณำกำรกับหน่วยงำนภำครัฐ ภำคเอกชน และประชำชนทุกภำคส่วน
เพื่อให้กำรขับเคล่ือนบรรลุผลอย่ำงต่อเน่ืองและเป็นรูปธรรม มุ่งไปสู่กำรสร้ำงควำมม่ันคง มั่งค่ัง ย่ังยืน
อย่ำงเป็นธรรมและทั่วถึงสืบไป 8(ร่ำงกรอบทิศทำงยุทธศำสตร์ ๒๐ ปี ด้ำนวัฒนธรรม ตำมกรอบทิศทำง
ยุทธศำสตร์ชำติระยะ ๒๐ ปี)

ดังน้ัน การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม
โดยกำรพัฒนำส่ือสร้ำงสรรค์ และเสริมสร้ำงค่ำนิยมท่ีดีให้กับเยำวชนและประชำชนทั่วไป พัฒนำส่ือเผยแพร่
เพ่อื สร้ำงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม และจดั สรรเวลำและเปดิ พื้นทีใ่ ห้ส่อื สรำ้ งสรรค์สำหรับเดก็ เยำวชน และประชำชน
ในกำรปลูกจิตสำนึกและสร้ำงเสริมค่ำนิยมท่ีดี 9(แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ. ๒๕๖๑- ๒๕๘๐)
จงึ เป็นเรื่องสำคญั และเปน็ แนวทำงในกำรพัฒนำประเทศเพ่ือใหบ้ รรลเุ ป้ำหมำยตำมยุทธศำสตร์ชำติท่กี ำหนดไว้

1.2 นยิ ามศัพท์เฉพาะ
๑) สอ่ื หมำยถงึ ส่ิงท่ที ำใหป้ รำกฏดว้ ยตวั อกั ษร เครอ่ื งหมำย ภำพ หรือเสียง ไม่ว่ำจะได้จัดทำ

ในรูปของเอกสำร สิ่งพิมพ์ ภำพเขียน ภำพพิมพ์ ภำพระบำยสี รูปภำพ ภำพโฆษณำ เคร่ืองหมำย รูปถ่ำย
ภำพยนตร์ วีดิทัศน์ กำรแสดง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในระบบคอมพิวเตอร์ 10(พระรำชบัญญัติกองทุนพัฒนำสื่อ
ปลอดภยั และสร้ำงสรรค์, มำตรำ ๓, ๒๕๕๘)

๒) สื่อปลอดภยั และสร้างสรรค์ หมำยถึง ส่ือที่มเี น้อื หำส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม
และควำมมั่นคง ส่งเสริมควำมคิดสร้ำงสรรค์ กำรเรียนรู้ทักษะกำรใช้ชีวิตของประชำชนโดยเฉพำะเด็กและ
เยำวชน และส่งเสริมควำมสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม รวมถึงกำรส่งเสริมให้ประชำชนมีควำมสำมัคคี
และสำมำรถใช้ชีวิตในสังคมท่ีมีควำมหลำกหลำยได้อย่ำงเป็นสุข 11(พระรำชบัญญัติกองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัย
และสรำ้ งสรรค์, มำตรำ ๓, ๒๕๕๘)

๓) ส่อื ท่ไี มป่ ลอดภยั ไมส่ ร้างสรรค์ หมำยรวมถงึ
(๑) สื่อที่มีเนื้อหำขัดต่อศีลธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมอันดีของสังคม หรือส่งผลกระทบ

ทำงลบต่อจติ ใจหรอื สขุ ภำพของประชำชน ครอบครัว ชุมชน และสงั คมอยำ่ งรำ้ ยแรง
(๒) ส่ือที่มีเนอ้ื หำกอ่ ให้เกดิ ควำมแตกแยก ยวั่ ยุ และสรำ้ งควำมเกลยี ดชังตอ่ บคุ คลหรือกลุ่มบุคคล

จนอำจกอ่ ใหเ้ กิดผลกระทบรำ้ ยแรง ไมว่ ่ำจะเป็นทำงร่ำงกำยหรือจติ ใจ
(๓) สอ่ื ท่ีมเี น้ือหำสง่ เสรมิ กำรละเมดิ สิทธมิ นุษยชนและศักดิ์ศรีควำมเปน็ มนุษย์
(๔) สื่อท่ีมเี น้อื หำขดั ต่อกฎหมำย
(๕) สือ่ ท่มี เี น้ือหำขัดต่อหลักจรรยำบรรณส่ือ หรอื แนวปฏบิ ัติของวิชำชพี สื่อนน้ั ๆ
12(ประกำศคณะกรรมกำรกองทุนพัฒนำสื่อปลอดภยั และสร้ำงสรรค์, ๒๕๖๑)

๔) การพฒั นาสอื่ ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ หมำยถึง กระบวนกำรใด ๆ อันนำไปสู่กำรพัฒนำสื่อ
ให้มีคุณภำพสร้ำงสรรค์ และไม่เป็นภัยต่อสังคม รวมถึงกำรป้องกัน กำรเฝ้ำระวัง และตรวจสอบสื่อท่ีเป็นภัย
และเป็นอันตรำย และกำรส่งเสริมพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ เพ่ือเป็นกำรสร้ำงภูมิคุ้มกัน
ให้กับประชำชนให้รู้เท่ำทันในเร่ืองส่ือและสำมำรถใช้ชีวิตในสังคมที่มีควำมหลำกหลำยได้อย่ำงเป็นสุข
13(ระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีวำ่ ด้วยคณะกรรมกำรพฒั นำสื่อปลอดภยั และสร้ำงสรรค์แหง่ ชำติ, ๒๕๕๑)

๕) การรู้เท่าทันส่อื หมำยถงึ ควำมสำมำรถของบุคคลในกำรเข้ำถึงและเข้ำใจสื่อ เพื่อให้กำรใช้งำน
ตำมวัตถุประสงค์ มีควำมสำมำรถใจกำรวิเครำะห์แยกแยะข้อมูล ควำมคิดเห็น ตรวจสอบควำมน่ำเชื่อถือ
ตีควำมเชิงคุณค่ำ ประเมินประโยชน์และโทษ ผลกระทบเน้ือหำของสื่อได้ สำมำรถคิดเชิงวิพำกษ์ มองเห็นบริบท

๘ ร่ำงกรอบทศิ ทำงยุทธศำสตร์ ๒๐ ปี ด้ำนวัฒนธรรม ตำมกรอบทศิ ทำงยุทธศำสตร์ชำตริ ะยะ ๒๐ ปี
๙ แผนแม่บทภำยใตย้ ทุ ธศำสตรช์ ำติ พ.ศ. ๒๕๖๑- ๒๕๘๐
๑๐ พระรำชบัญญตั กิ องทุนพฒั นำสื่อปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์, มำตรำ ๓, ๒๕๕๘
๑๑ พระรำชบัญญัติกองทนุ พัฒนำส่อื ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์, มำตรำ ๓, ๒๕๕๘
๑๒ ประกำศคณะกรรมกำรกองทนุ พฒั นำสื่อปลอดภัยและสรำ้ งสรรค์, ๒๕๖๑
๑๓ ระเบียบสำนกั นำยกรัฐมนตรวี ำ่ ด้วยคณะกรรมกำรพฒั นำส่อื ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์แหง่ ชำติ, ๒๕๕๑



ทำงสังคมอ่ืนๆ ที่เก่ียวเน่ืองกับส่ือ โดยที่ไม่ตกอยู่ภำยใต้อิทธิพลหรือเป็นทำสของสื่อเทคโนโลยี และสำมำรถ
ตัดสินใจเลือกรับ และใช้ประโยชน์จำกส่ือในทำงสร้ำงสรรค์ต่อสังคม 14(ยุทธศำสตร์ส่งเสริมและปกป้องคุมครอง
เด็กและเยำวชนในกำรใชส้ ื่อออนไลน์ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)

๖) การสร้างภูมิคุ้มกัน หมำยถึง กำรใช้ประโยชน์จำกทักษะกำรรู้เท่ำทันสื่อมำเป็นปัจจัย
ส่งเสริมให้ประชำชนสำมำรถป้องกันตนเอง และคนรอบข้ำงจำกภัยท่ีมำจำกสื่อท่ีเป็นอันตรำย นำไปสู่กำรมี
พฤติกรรมตำมบรรทดั ฐำนที่ดีของสังคม ส่งเสริมให้สถำบันทำงสังคมเกิดควำมเข้มแข็ง เกิดควำมร่วมมือร่วมใจ
และควำมสำมคั คีจนนำไปสสู่ ังคมอยู่เยน็ เปน็ สุข

๗) นวัตกรรม หมำยถึง ผลผลติ หรอื ผลทีไ่ ด้ ท่ีมีกำรประดิษฐ์คิดค้นข้ึนใหม่ อย่ำงสร้ำงสรรค์
หรือเปลยี่ นแปลงไปจำกเดมิ ซ่งึ อำจเปน็ เทคโนโลยี ควำมคดิ หรอื ผลผลติ ทีเ่ ป็นช้นิ งำน

๘) ประชาชน หมำยถึง เด็ก เยำวชน ผู้สูงอำยุ คนพกิ ำร และสมำชิกทุกคนของสังคม ทุกเพศสภำพ
ทุกวัย ในทกุ พ้นื ท่ที ั่วประเทศ

๙) ผู้ผลิตสื่อ หมำยถึง ผู้สร้ำงสรรค์ ออกแบบ หรือพัฒนำส่ือ ซึ่งอำจเป็นได้ทั้งบุคคลในสำย
วิชำชพี องคก์ ร หรือประชำชนทั่วไป

๑๐) จริยธรรม หมำยถึง กฎเกณฑท์ ีค่ วรประพฤตปิ ฏิบตั ิสำหรบั ผู้ผลิตส่ือ
๑๑) ความรับผิดชอบ หมำยถึง ควำมรบั ผิดและรับชอบตอ่ หน้ำที่ และผลของกำรกระทำของผูผ้ ลติ ส่ือ
1.3 การประเมินสภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis) ของกำรดำเนินงำนในกำรขับเคล่ือนภำรกิจ
กำรพัฒนำสื่อปลอดภยั และสร้ำงสรรค์ (ตำมทฤษฎขี อง Albert Humphrey) ประกอบด้วยสว่ นต่ำง ๆ ดังน้ี
Strength หมำยถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซ่ึงเป็นผลมำจำกปัจจัยภำยใน เป็นข้อดีท่ีเกิดจำก
สภำพแวดล้อมภำยในองค์กร ดังนั้น จดุ แขง็ ของสถำนกำรณ์น้ี ไดแ้ ก่
๑) มีคณะกรรมกำรท่ีมีบทบำทหน้ำที่ในกำรพัฒนำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี
และประสำนงำน สนับสนุนกำรดำเนนิ งำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภยั และสร้ำงสรรค์
๒) มีเครือข่ำยท่ีดำเนินกำรด้ำนกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ทั้งในส่วนกลำง
และส่วนภูมิภำค
๓) มีกำรพัฒนำศักยภำพ และกำรรู้เท่ำทันส่ือ ให้กับเครือข่ำยเฝ้ำระวังและสร้ำงสรรค์ส่ือ
และมีกำรใหค้ วำมรู้แกป่ ระชำชน อย่ำงตอ่ เน่ือง โดยหนว่ ยงำนภำครัฐ เอกชนและภำคประชำสงั คม
๔) มีกฎหมำยที่เก่ียวข้องในกำรสนับสนุนส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ และกำรป้องกัน
และแก้ไขปัญหำทเ่ี ก่ียวข้องกบั ส่อื ไมเ่ หมำะสม
Weakness หมำยถึง จุดด้อย หรือ จุดอ่อน ซ่ึงเป็นผลมำจำกปัจจัยภำยในท่ีเป็นปัญหำหรือ
ข้อบกพร่องท่ีเกิดจำกสภำพแวดล้อมภำยในต่ำงๆ ขององค์กร โดยจะต้องหำวิธีในกำรแก้ปัญหำน้ัน ดังน้ัน จุดอ่อน
ของสถำนกำรณน์ ี้ ได้แก่
๑) สอื่ ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์ท่ผี ลิตข้นึ ยงั มจี ำนวนน้อย และยงั ไม่เป็นที่สนใจและไม่สำมำรถ
เข้ำถงึ กลุม่ เป้ำหมำย โดยเฉพำะกล่มุ เดก็ และเยำวชน
๒) ขำดหน่วยงำน และบุคลำกรเฉพำะที่จะขับเคลื่อนกำรผลิตและพัฒนำส่ือปลอดภัย
และสร้ำงสรรค์รว่ มกับหน่วยงำนต่ำงๆ อยำ่ งเป็นรปู ธรรม และมปี ระสิทธิภำพ
๓) กฎหมำยยังไม่ทันสมัยและไม่สอดคล้องกับควำมเปล่ียนแปลงทำงเทคโนโลยี ทั้งยังไม่มี
กลไกกำรบรู ณำกำรกำรทำงำนท่ชี ดั เจนของหนว่ ยงำนท่ีบังคับใช้กฎหมำย

๑๔ยุทธศำสตร์ส่งเสริมและปกป้องค้มุ ครองเด็กและเยำวชนในกำรใช้สือ่ ออนไลน์ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔



Opportunity หมำยถึง โอกำสที่เกิดจำกปัจจัยภำยนอก เป็นผลจำกกำรท่ีสภำพแวดล้อม
ภำยนอกขององค์กรเอ้ือประโยชน์หรือส่งเสริมกำรดำเนินงำนขององค์กร ซ่ึงองค์กรท่ีดีจะต้องเสำะแสวงหำ
โอกำสอยู่เสมอ และใชป้ ระโยชนจ์ ำกโอกำสน้นั ดงั น้นั โอกำสของสถำนกำรณน์ ี้ ได้แก่

๑) มีงบประมำณหรือเงินทุนท่ีมีเป้ำหมำยสอดคล้องกับบทบำทภำรกิจของคณะกรรมกำร
พัฒนำสอื่ ปลอดภัยและสรำ้ งสรรคแ์ หง่ ชำติ

๒) มีกฎหมำยที่เกี่ยวข้องท้ังกำรสนับสนุนสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ และกำรป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หำท่ีเกี่ยวขอ้ งกับส่อื ไมเ่ หมำะสม

๓) มีหลำยหน่วยงำนทั้งภำครัฐ ภำคเอกชน และภำคประชำสังคม ที่สำมำรถร่วมเป็นภำคี
เครือขำ่ ยในกำรดำเนินงำนเรอ่ื งกำรพัฒนำสอื่ ปลอดภัยและสรำ้ งสรรค์ รวมถึงกำรรูเ้ ทำ่ ทนั ส่อื

๔) มีกำรจัดสรรงบประมำณจำกรฐั บำลสำหรบั กำรบรหิ ำรจัดกำรเป็นประจำตอ่ เนื่องทุกปี
๕) มีควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีด้ำนกำรสื่อสำร ท่ีเพ่ิมช่องทำงในกำรเข้ำถึงส่ือปลอดภัย
และสร้ำงสรรคใ์ ห้แก่ประชำชนมำกย่ิงขนึ้
Threat หมำยถงึ ปญั หำและอปุ สรรคทเี่ กิดจำกปจั จัยภำยนอก เป็นข้อจำกัดท่ีเกิดจำกสภำพแวดล้อม
ภำยนอก ซึ่งจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์กำรดำเนินงำนให้สอดคล้อง และพยำยำมขจัดปัญหำและอุปสรรคต่ำง ๆ
ท่เี กิดขนึ้ ให้ได้ ดงั นัน้ ปญั หำและอปุ สรรคในสถำนกำรณ์น้ี ได้แก่
๑) ส่ือท่ีมีเน้ือหำไม่เหมำะสมมีจำนวนมำกและเผยแพร่ในวงกว้ำง โดยอำศัยช่องทำงส่ือ
สมยั ใหมท่ ค่ี วบคุมดแู ลได้ยำก ท้งั ในสอ่ื กระแสหลัก และสือ่ ใหม่
๒) รูปแบบของสื่อใหม่ท่ีส่งผลกระทบทำงลบต่อเด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร
ก่อให้เกิดปัญหำสำคัญหลำยด้ำน โดยปรำกฏในหลำยรูปแบบ ได้แก่ กำรนำเสนอข่ำวลวง (Fake News)
กำรละเมิดสิทธิมนุษยชน กำรกล่ันแกล้งรังแกออนไลน์ กำรล่อลวงเพ่ือล่วงละเมิดทำงเพศ กำรละเมิดสิทธิเด็ก
กำรหลอกลวงในธุรกรรมออนไลน์ กำรผลิตซ้ำควำมรุนแรง กำรโฆษณำชักจูงให้เล่นเกมจนเสพติด และกำรพนัน
ออนไลน์ เปน็ ต้น
3) ประชำชนส่วนใหญ่ยังขำดควำมรู้เท่ำทันส่ือ และควำมรู้ด้ำนกฎหมำยท่ีเกี่ยวข้องกับสื่อ
สง่ ผลใหม้ ีกำรละเมิดกฎหมำยด้ำนสอื่ จำนวนมำก
4) กำรดำเนนิ งำนป้องกันและแก้ไขปัญหำส่ือที่ไม่เหมำะสมยังไม่สำมำรถดำเนินกำรได้อย่ำงรวดเร็ว
ทนั ตอ่ เหตุกำรณ์ และทันต่อควำมเสียหำยท่ีเกิดขน้ึ



สว่ นที่ 2 วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ เปา้ หมาย และตวั ชว้ี ัดหลกั

วิสัยทัศน์ สื่อมีคุณภำพสูงภำยใต้หลักแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ประชำชนใช้ส่ืออย่ำงสร้ำงสรรค์ รู้เท่ำทันส่ือ
กอ่ ให้เกดิ สังคมแห่งกำรเรียนรู้ บนพื้นฐำนวัฒนธรรมท่ดี ีงำม

พนั ธกิจ ๑. ส่งเสริมและพัฒนำองค์ควำมรู้ เพื่อสนับสนุนกำรผลิตและพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
อย่ำงมีจริยธรรม และควำมรบั ผิดชอบต่อสังคม

๒. ส่งเสริมให้ประชำชนทุกกลุ่มเป้ำหมำย เกิดกำรรู้เท่ำทันสื่อ รวมถึงกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วม
ในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบสือ่ ทไี่ มเ่ หมำะสม

๓. พัฒนำกลไกกำรบรู ณำกำรกำรทำงำนร่วมกนั
๔. สนบั สนุนกำรปรับปรงุ และแกไ้ ขกฎหมำยให้ทนั สมัย

เปา้ หมาย
๑. ผู้ผลิตส่ือมีจริยธรรม มีผลผลิตส่ือที่มีควำมปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ หรือส่งเสริมให้เกิด
สอ่ื เชงิ นวัตกรรมเพ่มิ มำกขึน้
๒. ประชำชนทุกกลุ่มมีควำมรู้เท่ำทันส่ือ มีจริยธรรม และควำมรับผิดชอบในกำรส่ือสำร มีทักษะ
และพฤติกรรมในกำรใช้ส่ืออย่ำงสร้ำงสรรค์ และสำมำรถเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวัง
และตรวจสอบส่ือที่ไม่เหมำะสมได้ โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงในกลุ่มเด็ก เยำวชน ผสู้ ูงอำยุ และคนพกิ ำร
๓. กลไกกำรบูรณำกำร กำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องท้ังเครือข่ำยวัฒนธรรม
ตลอดจนหน่วยงำนภำครัฐ ภำคเอกชน และภำคประชำสังคม มีควำมเป็นรูปธรรม และมี
ประสิทธภิ ำพ
๔. กฎหมำยมีควำมทันสมยั และกลไกในกำรบังคับใช้กฎหมำยมีประสิทธภิ ำพ

ตวั ชีว้ ัดหลัก
๑. สอ่ื ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์ และสอ่ื เชิงนวตั กรรมในสงั คมมีจำนวนเพ่ิมมำกขน้ึ และครอบคลมุ ทกุ พืน้ ท่ี
๒. ผู้ผลิตสื่อ ผลิตและเผยแพร่สื่อที่ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์อย่ำงมีควำมรู้ควำมเข้ำใจ มีจริยธรรม
และควำมรับผิดชอบมำกยิง่ ข้ึน
๓. ประชำชนมีควำมรู้เท่ำทันสื่อ รู้จักกำรเฝ้ำระวังส่ือท่ีไม่เหมำะสม มีจริยธรรม ควำมรับผิดชอบ
และมีสัดส่วนควำมนิยมในกำรรับส่ือท่ีปลอดภัยและสร้ำงสรรค์เพิ่มมำกขึ้นทุกปี และเครือข่ำย
เฝ้ำระวังและตรวจสอบสื่อท่ีไม่เหมำะสมในสังคมมีควำมเข้มแข็ง เพียงพอ และมีประสิทธิภำพ
ในทุกกลุม่ ของประชำชน โดยเฉพำะเด็ก เยำวชน ผ้สู ูงอำยุ และคนพิกำร
๔. กำรบูรณำกำรในกำรพฒั นำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ของทุกภำคสว่ น โดยใช้กฎหมำยและกลไกตำ่ ง ๆ
มีควำมชัดเจนเป็นรปู ธรรม และมปี ระสิทธภิ ำพ



สว่ นท่ี 3 แผนพัฒนาด้านการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕)

๑. แผนระดบั 3 ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี วันที่ 4 ธันวาคม 2560
 แผนแม่บท ตำมกฎหมำย (ระบชุ อื่ ) .............
 แผนพัฒนำ ตำมกฎหมำย แผนพฒั นาดา้ นการพฒั นาสื่อปลอดภยั และสร้างสรรค์ ระยะที่ ๑

(พ.ศ. ๒๕๖3-๒๕๖๕)
 แผนปฏบิ ตั กิ ำรด้ำน......
 กำรบรู ณำกำร ตำมกฎหมำย หรือ มติ ครม. (ระบชุ ่ือ) .............
 แผนปฏบิ ตั กิ ำร
 เรื่องอ่ืน ๆ ............. ระบุ ....................

ยทุ ธศาสตรส์ าคัญ
ยทุ ธศำสตร์ในกำรขับเคล่ือนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ พันธกิจ และเป้ำหมำย ท่ีปรำกฏในแผนพัฒนำ

ด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕) เป็นแผน 3 ปี ที่สอดคล้องกับ
ยุทธศำสตร์ชำติ แผนแม่บท แผนกำรปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ระเบียบสำนัก
นำยกรฐั มนตรี และแผนอื่นๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง และในวำระเร่ิมแรกจะมีกำรดำเนินกำรขับเคลื่อนให้บรรลุเป้ำหมำย
ในห้วงระยะเวลำ ๓ ปี โดยเริ่มในปีงบประมำณ ๒๕๖๓ – ถึงปีงบประมำณ ๒๕๖๕ โดยกำรประสำนงำน
ระหว่ำงส่วนรำชกำรด้วยกัน จะใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลำง ที่สำนักงำนพัฒนำรัฐบำลดิจิทัล (องค์กำรมหำชน)
ได้จัดทำขึ้น ท้ังนี้ เป็นไปตำมมำตรำ ๙ มำตรำ ๑๐ และมำตรำ ๑๖ ของพระรำชกฤษฎีกำว่ำด้วยหลักเกณฑ์
และวธิ ีกำรบริหำรกจิ กำรบ้ำนเมืองทีด่ ี (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

ยุทธศำสตร์ที่ปรำกฏในแผนพัฒนำเพ่ือกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์นี้ จะมุ่งเน้นให้เกิด
กำรศึกษำวิจัย เพ่ือสร้ำงองค์ควำมรู้เกี่ยวกับส่ือในทุกมิติ เพ่ือเป็นข้อมูลพ้ืนฐำนสำคัญในกำรดำเนินกำร
และขับเคลอื่ นในแตล่ ะยทุ ธศำสตร์ โดยยทุ ธศำสตร์สำคัญทัง้ ๔ ดำ้ น ประกอบด้วย

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๑ การสนบั สนุนการผลติ และเผยแพร่ส่ือปลอดภัยและสรา้ งสรรค์
(๑) สนับสนุนกำรผลิตและเผยแพรส่ อื่ ปลอดภัยและสรำ้ งสรรค์ ครอบคลุมทัว่ ประเทศ
(๒) ผู้ผลิตสื่อ ผลิตและเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ในรูปแบบท่ีหลำกหลำยและท่ัวถึง อย่ำงมี
จรยิ ธรรม และควำมรับผิดชอบ
(๓) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดรูปแบบและแนวทำงใหม่ ๆ ในกำรผลิตและเผยแพร่สื่อ
อย่ำงสร้ำงสรรค์ ให้สอดคลอ้ งกบั กำรเปล่ยี นแปลงของสังคม
(๔) สง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้เกิดกำรผลติ และพัฒนำส่ือที่ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ สำหรับเด็ก
และเยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร ตลอดจนประชำชนทุกกลุ่มอย่ำงท่ัวถึง เพ่ือให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต
ควำมตอ้ งกำร และควำมจำเปน็ ของประชำชนทกุ กลุ่ม
(๕) ส่งเสริมและพัฒนำผู้ผลิตสื่อให้มีคุณภำพ มีคุณสมบัติที่เหมำะสม และมีควำมพร้อม
ในกำรผลติ และพัฒนำส่อื ปลอดภัยและสรำ้ งสรรคไ์ ดอ้ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ
มำตรกำร สนับสนุนให้มีกำรพัฒนำประมวลจริยธรรม และแนวปฏิบัติที่ดีของส่ือแต่ละแขนง
ซ่ึงรวมถึงเสรีภำพในกำรแสดงควำมคิดเห็น และกำรส่งเสริมหรือจูงใจให้สื่อสร้ำงจรรยำบรรณทำงวิชำชีพ
เป็นมำตรฐำนกลำง ขับเคล่อื นกจิ กรรมเพ่อื สนับสนุนกำรผลิตและพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ในรูปแบบ
ต่ำง ๆ ส่งเสริมให้ผู้ผลิตสื่อมีองค์ควำมรู้ในกำรผลิตและเผยแพร่ส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ สร้ำงแรงจูงใจใน
กำรผลิตสื่อและเผยแพร่สื่อคุณภำพอย่ำงมีจริยธรรมและควำมรับผิดชอบ รวมท้ังศึกษำวิจัยเพ่ือพัฒนำองค์
ควำมรู้เกยี่ วกบั ส่ือทมี่ คี วำมหลำกหลำย และครอบคลมุ ทกุ พื้นที่



ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การส่งเสริมความรู้เท่าทันส่ือ พฤติกรรมการใช้สื่อเชิงสร้างสรรค์
เฝา้ ระวงั และตรวจสอบสอื่ ทไ่ี มป่ ลอดภยั และไม่สร้างสรรค์

(๑) ประชำชนมีควำมร้แู ละควำมเข้ำใจในกำรใชส้ ่อื อยำ่ งปลอดภยั และสร้ำงสรรค์
(๒) ประชำชน โดยเฉพำะเด็ก เยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร มีภูมิคุ้มกัน มีทักษะในกำรรู้เท่ำทันส่ือ
สำมำรถเลอื กรับ และใช้สือ่ ไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม
(๓) เครือขำ่ ยภำคประชำชนสำมำรถเฝำ้ ระวงั และตรวจสอบสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่เหมำะสม
ไดอ้ ย่ำงมีประสิทธภิ ำพ
มำตรกำร พัฒนำแนวทำงเพ่ือสร้ำงและสนับสนุนกำรรู้เท่ำทันและเฝ้ำระวังสื่อ สนับสนุน
ให้เกิดกระบวนกำรแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้ำนสื่อระหว่ำงภำคีเครือข่ำยทุกภำคส่วน ทั้งเครือข่ำยวัฒนธรรม
หน่วยงำนภำครัฐ ภำคประชำสังคม เอกชน และหน่วยงำนรูปแบบอ่ืนๆ มีกำรรณรงค์เพ่ือสร้ำงวัฒนธรรม
ในกำรใช้สอ่ื ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ในประชำชนทุกกลุ่ม โดยเฉพำะเด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร
รวมถึงศกึ ษำวิจยั เกีย่ วกับควำมรเู้ ท่ำทนั สือ่ กำรเฝำ้ ระวงั และพฤตกิ รรมกำรใช้สื่ออย่ำงสรำ้ งสรรค์ของประชำชนทุกกลุม่
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การบูรณาการกลไกการทางานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างการมีส่วนร่วม
จากทุกภาคสว่ นผ่านการส่อื สารสาธารณะ
(๑) มีกำรบรู ณำกำรแผนปฏิบัตงิ ำนของหน่วยงำนที่เก่ียวข้อง ทั้งเครือข่ำยของกระทรวงวัฒนธรรม
ตลอดจนเครือข่ำยของภำครัฐ ภำคประชำสังคม เอกชน ตลอดจนหน่วยงำนในรูปแบบอื่น ๆ อย่ำงมีประสิทธิภำพ
และสอดคล้องรว่ มกันอย่ำงเป็นระบบ
(๒) สรำ้ งแนวทำงกำรทำงำนร่วมกันอย่ำงเปน็ ระบบ
(๓) สร้ำงกำรมสี ่วนรว่ มจำกทกุ ภำคส่วน โดยใชก้ ำรส่อื สำรสำธำรณะ
(๔) ใช้งบประมำณอย่ำงมีประสิทธิภำพ เพ่ือสนับสนุน ส่งเสริม และอำนวยควำมสะดวก
ให้ผูป้ ระกอบกำรสำมำรถผลิตสอ่ื ไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพมำกข้ึน
มำตรกำร จัดทำแผนปฏิบัติกำรให้มีควำมสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ระดับชำติ มีกำรสร้ำงกลไก
ควำมร่วมมือ และกำรมีส่วนร่วม ท่ีเป็นรูปธรรมระหว่ำงหน่วยงำนและภำคส่วนต่ำง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งเครือข่ำย
วัฒนธรรม ตลอดจนหน่วยงำนภำครัฐ ภำคประชำสังคม เอกชน รวมถึงหน่วยงำนในรูปแบบอื่นๆ สนับสนุนให้มี
กำรใช้งบประมำณอย่ำงเป็นระบบ รวมถึงศึกษำวิจัยแนวทำงและปัจจัยสนับสนุนในกำรบูรณำกำรกลไกกำรทำงำน
ใหม้ ปี ระสิทธิภำพ และสนบั สนุนให้เกิดกำรมีสว่ นร่วม และเกิดกำรส่ือสำรสำธำรณะอย่ำงกวำ้ งขวำง
ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ การพัฒนาและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายที่เก่ียวข้องกับส่ือ
ปลอดภัยและสร้างสรรค์
(๑) บูรณำกำรกฎหมำยและหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องกับกำรบังคับใช้กฎหมำย เพื่อกำหนด
แนวทำงกำรทำงำนร่วมกัน รวมถึงกำรกำหนดพฤติกรรมกำรใช้สือ่ อย่ำงปลอดภยั และสร้ำงสรรค์ของทกุ ภำคส่วน
(๒) สนบั สนนุ และส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัตงิ ำนด้ำนสือ่ มีองค์ควำมรดู้ ้ำนกฎหมำยครบถ้วนรอบดำ้ น
มำตรกำร สร้ำงและพัฒนำกลไกกำรประสำนงำนระหว่ำงหน่วยงำนท่ีบังคับใช้กฎหมำย
ทเี่ กยี่ วกับสอ่ื พฒั นำองคค์ วำมรู้ สนบั สนุนให้มีกำรปรับปรุงและพัฒนำกฎหมำย สร้ำงองค์ควำมรู้ และเผยแพร่
ประชำสมั พันธ์เรอื่ งกำรบังคับใชก้ ฎหมำยใหส้ ังคมไดร้ ับทรำบ รวมถึงศกึ ษำวจิ ยั เกีย่ วกับกำรปรับปรุงและพัฒนำ
กฎหมำย ใหม้ ีประสิทธภิ ำพและทนั ตอ่ สถำนกำรณม์ ำกยิ่งขึ้น
แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕)
ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติ ท่ีมีกระทรวงวัฒนธรรม (สำนักงำน
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม) เป็นฝ่ำยเลขำนุกำรฯ มีทิศทำงในกำรพัฒนำสื่อในสังคมไทยให้มีควำมปลอดภัย
และสร้ำงสรรค์ เกิดประโยชน์ต่อประชำชนทุกระดับ ตลอดจนสร้ำงภำพลักษณ์และกำรพัฒนำประเทศอย่ำง
แทจ้ ริงตำมยุทธศำสตร์ ๔ ดำ้ น คือ “กำรขยำยส่ือดี มีควำมเทำ่ ทัน บูรณำกำรกลไก และใชก้ ฎหมำยเปน็ ”

๑๐

๒. ความสอดคล้องกับยทุ ธศาสตรช์ าติ (แผนระดบั ที่ ๑ )
 ดำ้ นกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศกั ยภำพทรพั ยำกรมนุษย์
 ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสงั คม
 ดำ้ นกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบกำรบรหิ ำรจัดกำรภำครฐั
ยุทธศำสตร์ภำยใต้แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑

(พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕) มีควำมสอดคล้องและสนับสนุนกำรขับเคล่ือนยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐)
ประกำศ ณ วนั ท่ี ๘ ตุลำคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ดงั น้ี

ยทุ ธศาสตรช์ าติ ดา้ นการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์ ใน ๔ ประเด็นหลกั คอื
ประเด็นท่ี ๔.๑ การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถำบันทำงสังคมร่วม
ปลูกฝังค่ำนิยมวัฒนธรรมที่พึงประสงค์โดยบูรณำกำรร่วมระหว่ำง “ครอบครัว ชุมชน ศำสนำ กำรศึกษำ และส่ือ
ในกำรหลอ่ หลอมคนไทยให้มีคณุ ธรรม จริยธรรม ในลกั ษณะที่เป็น ‘วถิ ’ี กำรดำเนนิ ชีวิต
ประเด็นที่ ๔.๑.๖ การใช้ส่ือและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของ
คนในสังคม โดยส่งเสริมให้สื่อและสื่อสำรมวลชนปฏิบัติตำมจรรยำบรรณสื่ออย่ำงเคร่งครัด กำรจัดเวลำและ
พ้ืนที่ออกอำกำศให้แก่สื่อสร้ำงสรรค์ ในช่วงเวลำท่ีมีผู้ชมมำกที่สุด รวมท้ังกำรส่งเสริมกำรใช้ส่ือออนไลน์และ
เครอื ขำ่ ยสังคมออนไลน์อย่ำงสร้ำงสรรค์นำเสนอตัวอย่ำงของกำรมีคุณธรรม จริยธรรม และกำรมีจิตสำธำรณะ
เพื่อปลูกฝงั คณุ ธรรม จริยธรรม และคำ่ นิยมทพี่ ึงประสงค์
ประเด็นที่ ๔.๓.๖ การวางพ้ืนฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม
โดยเน้นกำรพัฒนำทักษะดิจิทัล ทักษะกำรคัดกรองควำมรู้องค์ควำมรู้กำรใช้เทคโนโลยีผสมผสำนไปพร้อมกัน
กำรพัฒนำสื่อกำรเรยี นรทู้ ีม่ ีคณุ ภำพท่ีประชำชนสำมำรถเขำ้ ถึงทรพั ยำกร และใช้ประโยชน์จำกระบบกำรเรียนรู้
และพฒั นำตนเองผ่ำนเทคโนโลยีกำรเรียนรู้สมยั ใหมใ่ ห้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
ประเด็นที่ ๔.๔.๑ การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา
สภาพแวดล้อม รวมท้ังสื่อ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อสร้ำงเด็กและเยำวชนไทยมีกำรพัฒนำท่ีสมดุล มีทำงเลือก
ในกำรใช้ศักยภำพพหุปัญญำในกำรดำรงชีวิต เกิดอำชีพบนฐำนพหุปัญญำท่ีสังคมยอมรับ และเห็นควำมสำคัญ
รวมทง้ั มกี ลไกคัดกรองและสง่ เสริมเด็กและเยำวชนที่มีควำมสำมำรถพิเศษ จัดโรงเรียน ระบบเสริมประสบกำรณ์
กำรมีส่วนร่วมของภำคเอกชน ตลอดจนสร้ำงมำตรกำรจูงใจ เพื่อพัฒนำผู้มีควำมสำมำรถพิเศษผลักดันให้
ประเทศไทยมบี ทบำทเด่นในประชำคมโลก ท้งั ด้ำนกีฬำ ภำษำและวรรณกรรม สุนทรยี ศิลป์ตลอดจนกำรวิจัย
แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 – 2565)
มีสำระสำคญั เพอ่ื กำรพฒั นำศักยภำพของประชำชน โดยเฉพำะเด็ก เยำวชน และผู้สูงอำยุ ให้มีทักษะในกำรคิด
วิเครำะห์ แยกแยะ และรู้เท่ำทันสื่อ เพ่ือให้เกิดภูมิคุ้มกันในตนเอง มีพฤติกรรมกำรใช้ส่ือท่ีสร้ำงสรรค์
และสำมำรถสร้ำงเครือข่ำยในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบส่ือท่ีไม่เหมำะสมได้ นอกจำกนี้ ยังสนับสนุนให้มี
กำรผลิตสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ให้มำกข้ึนเพื่อให้เป็นสื่อท่ีสนับสนุนกำรพัฒนำศักยภำพคนและสังคมไทย
ใหม้ คี วำมพรอ้ มทำงกำย ใจ สตปิ ญั ญำ และคำ่ นยิ มท่ีดี เพ่อื เปน็ รำกฐำนในกำรสรำ้ งควำมแข็งแกรง่ ใหแ้ กป่ ระเทศตอ่ ไป
ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทยี มกันทางสังคม
ประเด็นท่ี ๔.๓.๖ สนบั สนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือสร้างสรรค์เพื่อรองรับ
สังคมยุคดิจิทัล พัฒนำระบบโครงสร้ำงเครือข่ำยด้ำนข้อมูลเพื่อให้ประชำชนสำมำรถเข้ำถึงข้อมูลข่ำวสำร
ท่ถี ูกตอ้ งทนั สมยั ไดอ้ ย่ำงรวดเรว็ ส่งเสรมิ เสรภี ำพของสอื่ สำธำรณะ ควบคูไ่ ปกับมำตรกำรสร้ำงควำมรับผิดชอบ
ของส่ือต่อสังคม รวมถึงส่งเสริมบทบำทขององค์กรท่ีเกี่ยวข้องในกำรให้ควำมรู้เร่ืองสิทธิ เพื่อคุ้มครองกำรใช้
เทคโนโลยีและส่ือตำมมำตรฐำนควำมปลอดภัยและกฎหมำย ตลอดจนพัฒนำ ส่ือสร้ำงสรรค์ทั้งในเชิงเน้ือหำ
และกำรสรำ้ งควำมตระหนกั และภูมคิ มุ้ กันของผเู้ สพส่ือ

๑๑

แผนพัฒนำด้ำนกำรสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 – 2565) มีกรอบ
แนวคิดท่ีสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติตำมประเด็นข้ำงต้น เพรำะเป็นกำรพัฒนำสื่อสำรมวลชนให้เป็นกลไก
ในกำรสนับสนุนกำรพัฒนำประเทศ สร้ำงเสรีภำพให้เกิดข้ึน โดยมีกำรขับเคล่ือนในด้ำนกำรผลิตและเผยแพร่ส่ือ
ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์ ทงั้ กำรสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และควำมรับผิดชอบในบทบำทของผู้ผลิตส่ือ รวมถึงสร้ำง
โอกำสในกำรเข้ำถึงและใช้ประโยชน์จำกส่ือให้เกิดสังคมแห่งกำรเรียนรู้ ปลอดภัย สร้ำงสรรค์
และเสริมสร้ำงให้ประชำชนมภี มู คิ ุ้มกันในกำรเสพส่ือทุกรูปแบบ

ยทุ ธศาสตรช์ าติ ด้านการปรับสมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครฐั
มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่สำคัญเพ่ือปรับเปล่ียนภำครัฐท่ียึดหลัก “ภำครัฐของประชำชน
เพื่อประชำชนและประโยชน์ส่วนรวม” โดยภำครัฐต้องปรับวัฒนธรรมกำรทำงำนให้มุ่งผลสัมฤทธ์ิ
และผลประโยชน์ส่วนรวมมีควำมทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อกำรเปลี่ยนแปลงของโลก
อยู่ตลอดเวลำ โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงกำรนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนำดใหญ่ ระบบกำรทำงำนท่ีเป็นดิจิทัล
เข้ำมำประยกุ ต์ใช้อยำ่ งคมุ้ ค่ำและปฏบิ ัตงิ ำนเทียบได้กับมำตรฐำนสำกล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้ำง เช่ือมโยงถึง
กันและเปิดโอกำสให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำมีส่วนร่วมเพ่ือตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชนได้อย่ำงสะดวก
รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภำคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่ำนิยมควำมซ่ือสัตย์สุจริต ควำมมัธยัสถ์
และสร้ำงจิตสำนกึ ในกำรปฏเิ สธไม่ยอมรับกำรทุจริตประพฤตมิ ิชอบอย่ำงส้นิ เชงิ
เป้ำหมำยข้ำงต้น สอดคล้องกับกำรขับเคลื่อนแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและ
สร้ำงสรรค์ ระยะท่ี 1 (พ.ศ. 2563 – 2565) ทีส่ นบั สนนุ ให้มกี ำรวำงระบบบริหำรงำนรำชกำรแบบบูรณำกำร
ทั้งกำรดำเนินงำนในระดับพื้นที่และกำรบูรณำกำรด้ำนงบประมำณให้เป็นรูปธรรม และทันสมัย รวมถึง
กำรปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยและระเบียบข้อบังคับที่ล้ำสมัยให้มีควำมทันสมัยมำกข้ึน และส่งเสริมให้มี
กำรเผยแพร่กฎหมำยกำรนำไปใช้เป็นเคร่ืองมือท่ีมีประสิทธิภำพและกำรพัฒนำให้สอ ดคล้องกับเทคโนโลยี
เปล่ียนไป เป็นต้น โดยกำรจัดทำแผนขับเคลื่อน และพัฒนำควำมร่วมมือของทุกภำคส่วนให้เกิดกลไก
กำรทำงำนด้ำนส่ือร่วมกันอยำ่ งเขม้ แข็ง และครอบคลุมทกุ พ้ืนท่ี
๓. ความสอดคล้องกบั แผนระดบั ท่ี 2
 แผนแมบ่ ทภำยใตย้ ุทธศำสตรช์ ำติ ประเดน็ ท่ี ๑๐ กำรปรบั เปล่ียนค่ำนยิ มและวฒั นธรรม
 แผนแมบ่ ทภำยใตย้ ุทธศำสตรช์ ำติ ประเด็นท่ี ๑๑ กำรพฒั นำคนตลอดชว่ งชวี ติ
 แผนแม่บทภำยใต้ยทุ ธศำสตรช์ ำติ ประเด็นที่ ๑๕ กำรเสรมิ สร้ำงพลังทำงสังคม
 แผนปฏิรปู ประเทศ
 แผนพฒั นำเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ
ยทุ ธศำสตร์ภำยใต้แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕)
มีควำมสอดคล้องและสนับสนุนแผนแม่บท ภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่ประกำศ
ในรำชกจิ จำนุเบกษำ เมือ่ วนั ที่ ๑๓ ตลุ ำคม พ.ศ.๒๕๖๑ ในประเดน็ ตำ่ งๆ ดังนี้
3.1 แผนแมบ่ ทประเดน็ ท่ี ๑๐ การปรับเปลยี่ นค่านิยมและวัฒนธรรม
แผนย่อย การใช้สื่อและส่ือสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม
โดยส่งเสริมให้ส่ือและส่ือสำรมวลชนปฏิบัติตำมจรรยำบรรณส่ืออย่ำงเคร่งครัด กำรจัดเวลำและพ้ืนที่
ออกอำกำศใหแ้ กส่ ื่อสร้ำงสรรค์ในชว่ งเวลำทมี่ ีผชู้ มมำกท่สี ุด รวมทง้ั กำรส่งเสริมกำรใช้สื่อออนไลน์และเครือข่ำย
สังคมออนไลน์อย่ำงสร้ำงสรรค์ นำเสนอตัวอย่ำงของกำรมีคุณธรรม จริยธรรม และกำรมีจิตสำธำรณะ
เพ่ือปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมที่พึงประสงค์ เสริมสร้ำงภูมิคุ้มกันควำมรู้ในกำรเลือกรับปรับใช้สื่อ
หรอื กำรรเู้ ท่ำทันส่ือและส่อื ออนไลน์แก่เด็ก เยำวชน และประชำชนทั่วไป รวมไปถึงกำรเฝ้ำระวังกำรบริโภคส่ือ
ที่เหมำะสม ท้ังนี้ สื่อที่จะสำมำรถสร้ำงกำรเปล่ียนแปลงของสังคมได้น้ันจะต้องเป็นส่ือที่มีเน้ือหำคุณภำพสูง
มีผผู้ ลิตและเผยแพรก่ นั อยำ่ งกว้ำงขวำงด้วย

๑๒

3.2 แผนแม่บทประเด็นที่ ๑๑ การพฒั นาคนตลอดช่วงชีวติ
แผนย่อย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น มีสำระสำคัญในกำรพัฒนำกลไกกำรทำงำนเชิงบูรณำกำร

ระหว่ำงหน่วยงำนภำครัฐ เอกชน ภำคประชำสังคม ผู้ประกอบกำร และภำคีเครือข่ำยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนำเด็ก
และเยำวชนใหม้ ีควำมตระหนกั รู้ เข้ำใจ และสำมำรถใช้สื่อออนไลน์ได้อย่ำงเหมำะสม มีกำรผลักดันให้นโยบำย
ระดับท้องถิ่นมีกำรส่งเสรมิ กำรพัฒนำส่ือปลอดภยั และสร้ำงสรรค์

3.3 แผนแม่บทประเดน็ ที่ ๑๕ การเสริมสร้างพลังทางสังคม
แผนย่อย การสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์

มีแนวทำงกำรพัฒนำเพ่ือสร้ำงควำมอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย ให้ควำมสำคัญต่อกำรปฏิรูปสื่อให้มีบทบำท
ในเชิงสร้ำงสรรค์ในกำรให้ควำมรู้ พัฒนำ และเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งครอบครัว ส่งเสริมพัฒนำกำรเด็ก
และมีควำมปลอดภยั

แผนยอ่ ย การเสริมสรา้ งทุนทางสงั คม
ข้อท่ี ๕. ส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์บนฐานของเสรีภาพและความรับผิดชอบ ประกอบไปด้วย
กำรสง่ เสริมใหม้ กี ำรพัฒนำเนื้อหำสื่อเชิงสร้ำงสรรค์บนฐำนของเสรีภำพและควำมรับผิดชอบ สร้ำงหลักประกัน
เสรีภำพให้ประชำชนในกำรแสดงออกและรับรู้ข้อมูลข่ำวสำร สร้ำงภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้รับส่ือ กำรเพ่ิมพูน
ควำมสำมำรถในกำรวิเครำะห์ กำรรเู้ ทำ่ ทนั ตลอดจนพัฒนำควำมสำมำรถของประชำชนในกำรเลอื กรบั ส่ือ
แผนยอ่ ย การเตรยี มสงั คมไทยให้พร้อมท่ีจะรองรับสังคมสูงวัย
แผนงำนที่ ๑. แผนงำนเตรียมควำมพร้อมของประชำกรไทยเพื่อสู่วัยสูงอำยุอย่ำงมีคุณภำพ
มีสำระสำคญั ในกำรสง่ เสรมิ ควำมรอบรู้และทกั ษะชีวติ ผ่ำนระบบกำรศึกษำท้ังในระบบ และนอกระบบ รวมถึง
ระดมพลงั สื่อทส่ี ร้ำงสรรค์เพอ่ื รองรับสงั คมสงู วัย
แผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕)
มีกรอบแนวคิดที่สอดคล้องกับแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติตำมประเด็นที่รวบรวมมำข้ำงต้น กล่ำวคือ
มีกำรผลักดันให้ผู้ผลิตสื่อมีจรรยำบรรณในกำรประกอบวิชำชีพ ผลิตเนื้อหำท่ีมีควำมสร้ำงสรรค์และปลอดภัย
มำกข้ึนทั้งในเชิงปริมำณและเชิงคุณภำพ มีกำรกระตุ้นให้ทุกเครือข่ำยท่ีเกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้ำระวัง เสริมสร้ำง
ภูมิคุ้มกัน และคัดกรองให้ประชำชนผู้รับสำร ท่ีหมำยรวมท้ังเด็ก เยำวชน วัยทำงำน และวัยชรำ ได้รับส่ือ
ที่ปลอดภัยและ สร้ำงสรรค์ มีคุณประโยชน์ต่อกำรดำรงชีวิต รวมไปถึงกำรให้ควำมรู้และปลูกฝังให้ประชำชน
มีควำมรูเ้ ท่ำทนั สื่อทก่ี ำลงั เปลี่ยนแปลงไปทำ่ มกลำงกระแสโลกในปจั จบุ ันดว้ ย
3.4 ความสอดคลอ้ งกบั แผนปฏิรูปประเทศ
๑) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ

แผนปฏิรูปประเทศ ด้ำนสื่อสำรมวลชน เทคโนโลยีสำรสนเทศ ประกำศ ณ วันที่ ๖ เมษำยน
พ.ศ. ๒๕๖๑ มีหลักกำรสำคญั ในประเดน็ กำรสรำ้ งดลุ ยภำพระหว่ำงเสรีภำพของกำรทำหน้ำที่ของสื่อบนควำมรับผิดชอบ
กับกำรกำกับท่ีมีควำมชอบธรรม และกำรใช้พื้นท่ีดิจิทัลเพ่ือกำรสื่อสำรอย่ำงมีจรรยำบรรณ ดำรงรักษำเสรีภำพของ
กำรแสดงออก กำรรบั รู้ของประชำชน ดว้ ยควำมเชอ่ื วำ่ เสรีภำพของกำรสื่อสำรคือ เสรีภำพของประชำชนตำมแนวทำงของ
ประชำธิปไตย ซ่ึงแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕) ที่กำหนด
ยุทธศำสตร์สำคญั ๔ ดำ้ น ในมิตขิ อง “กำรขยำยสื่อดี มีควำมเทำ่ ทัน บูรณำกำรกลไก ใช้กฎหมำยเป็น” มีควำมสอดคล้อง
กับรำ่ งแผนปฏริ ปู ประเทศดำ้ นสือ่ สำรมวลชนฯ ในประเดน็ ดังน้ี

ประเด็นการปฏิรูปท่ี ๑ การปฏิรูปการรู้เท่าทันส่ือของประชาชน กำรดำเนินงำน
ที่มีควำมสอดคล้องท่ีสำคัญ คือ กำรจัดรณรงค์ในสื่อสำรมวลชนและบนส่ือดิจิทัล ในรูปแบบของกำรประชำสัมพันธ์
ด้วยวิธีกำรประชำสัมพันธ์ที่หลำกหลำย กำรเชิญชวนให้ประชำชนรู้จักเลือกท่ีจะบริโภคส่ือท่ีมีคุณภำพและมีคุณค่ำ
และมกี ำรจัดสมั มนำกำรรู้เทำ่ ทันสอื่ ในสถำบนั กำรศึกษำต่ำง ๆ รวมถึงบรรจสุ ำระเกยี่ วกับกำรรู้เท่ำทันสื่อ ในโรงเรียน
และในมหำวทิ ยำลัยทวั่ ประเทศ

๑๓

ประเดน็ การปฏริ ปู ท่ี ๒ แนวทางการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพส่ือ กำรดำเนินงำน
ที่มีควำมสอดคล้องทส่ี ำคญั คือ รว่ มสง่ เสริมสนับสนนุ ใหม้ ีกำรจัดทำร่ำงกฎหมำยส่งเสริมจริยธรรมและมำตรฐำนวิชำชีพ
สื่อ รณรงค์สร้ำงควำมเข้ำใจกับองค์กรวิชำชีพสื่อ ผู้ประกอบกำร และผู้ที่เก่ียวข้อง ให้ตระหนักถึงควำมสำคัญของ
จริยธรรมและมำตรฐำนวิชำชีพ ให้กำรสนับสนุนกำรจัดตั้งสภำวิชำชีพสื่อสำรมวลชนตำมกฎหมำย และให้ควำมร่วมมือ
ในกำรจัดทำมำตรฐำนกลำงดำ้ นจรยิ ธรรมของวชิ ำชีพสือ่ ใหเ้ ปน็ รปู ธรรม

ประเด็นการปฏิรูปที่ ๓ การปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมส่ือสารมวลชนและเทคโนโลยี
สารสนเทศ สนับสนนุ กำรผลิตและเผยแพร่นวัตกรรมด้ำนกำรสื่อสำร สร้ำงระบบเพื่อให้เกิดกลไกสนับสนุนทำงเลือก
ในกำรเข้ำถึง และกำรบริโภคเนื้อหำข่ำวสำรท่ีหลำกหลำยและมีประโยชน์ของประชำชน ซึ่งกำรดำเนินงำนที่มี
ควำมสอดคล้องท่ีสำคญั คอื กำรสนับสนุนให้เกิดทำงเลือกของประชำชนในกำรบริโภคส่ือที่มีควำมหลำกหลำย
และมีประโยชน์ และกำรสนบั สนนุ ให้เกิดกำรผลติ และเผยแพร่นวัตกรรมด้ำนสอ่ื ท่ีมีคุณภำพ

๒) ดา้ นกฬี า ศลิ ปะ วฒั นธรรม การศาสนา คณุ ธรรม และจริยธรรม
แผนปฏิรูปประเทศด้ำนกีฬำ ศิลปะ วัฒนธรรม กำรศำสนำ คุณธรรม และจริยธรรม

มีประเด็นกำรปฏิรูปหลำยประเด็นซึ่งแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑
(พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕) มีควำมสอดคล้องและสำมำรถสนับสนุนให้ประเด็นปฏิรูปดังกล่ำวบรรลุวัตถุประสงค์
ตำมท่ไี ดก้ ำหนดไว้ ไดแ้ ก่

๒.๑) ประเด็นการปฏิรปู ด้านวฒั นธรรม
- เร่ืองท่ี ๑๕ การจัดการพ้ืนท่ีมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อเพ่ิมคุณค่าและมูลค่าทาง

วัฒนธรรมไทย โดยอำศัยกำรผลิตและเผยแพร่ส่ือสร้ำงสรรค์ด้ำนมรดกทำงวัฒนธรรมเผยแพร่ต่อสำธำรณชน
เพื่อเป็นชอ่ งทำงหนึ่งในกำรเพิ่มคณุ คำ่ และมลู คำ่ ของมรดกทำงวัฒนธรรมทม่ี อี ยขู่ องประเทศ

- เร่ืองท่ี ๑๖ การบรรจุหลักสูตรการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ในระดับประถมศึกษา
และมัธยมศึกษา เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กเป็นคนดีและมีภูมิคุ้มกันโดยใช้ทุนทำงวัฒนธรรมและสื่อต่ำง ๆ รวมถึงปรำชญ์
ชำวบ้ำน ผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นให้เป็นเคร่ืองมือสำคัญในกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ ภูมิปัญญำท้องถ่ิน มรดก
ทำงวัฒนธรรมต่ำง ๆ เพ่ือสนับสนุนกำรศึกษำในระบบให้มีควำมเข้มแข็งมำกข้ึน โดยดึงข้อมูลจำกฐำนข้อมูล
ทำงวัฒนธรรมมำใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ทั้งน้ี กำรสร้ำงภูมิคุ้มกันและกำรรู้เท่ำทันส่ือให้แก่เด็กและเยำวชน จะช่วยสร้ำง
ระบบนิเวศน์ส่อื ทดี่ สี ำหรับเดก็ และเยำวชนสำมำรถจัดสรรเวลำสำหรับกจิ กรรมของตนได้ อำทิ ด้ำนกำรอำ่ น กำรกีฬำ
ศิลปะ วัฒนธรรม และจิตอำสำ โดยไม่หมกมุ่นและใช้เวลำไปกับสื่อต่ำง ๆ มำกเกินไปจนเสียโอกำสที่จะทำกิจกรรม
สร้ำงสรรค์เพ่ือพัฒนำตนเองในด้ำนอนื่ ๆ

- เรือ่ งที่ ๑๗ การขับเคลือ่ นการสง่ เสรมิ ศาสนสถาน และนาหลกั ธรรมทางศาสนาเพ่ือสร้าง
สันติสุขในสังคมไทย โดยกำรใช้สื่อเป็นกลไกสำคัญเพื่อสร้ำงควำมเข้ำใจในแก่นแท้ของหลักธรรมทำงศำสนำ
ทุกศำสนำ เพื่อให้ประชำชนนำหลักธรรมดังกล่ำวมำเป็นแนวทำงกำรดำเนินชีวิตเพื่อกำรอยู่ร่วมกันอย่ำงปรองดอง
สมำนฉันท์

- เรื่องท่ี ๑๘ การส่งเสริมการพัฒนา และรับรองมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม
โดยเฉพาะการจัดทาเกณฑม์ าตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ ค่ำนิยมท่ีดี กติกำเล่นกีฬำ และกำรแข่งขันด้ำนอ่ืน ๆ
โดยใช้สื่อเป็นเคร่ืองมือสำคัญในกำรเผยแพร่ สร้ำงกำรรับรู้ และควำมเข้ำใจแก่ประชำชนในเกณฑ์มำตรฐำน
คณุ ธรรมที่ไดจ้ ัดทำขน้ึ

๒.๒) ประเด็นปฏริ ูปด้านศิลปะ
- เรื่องท่ี ๑๐ การสร้างเครือข่ายวัฒนธรรมเพ่ือความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งส่ือสร้ำงสรรค์

จะเป็นช่องทำงสำคัญในกำรส่งเสริมกำรสร้ำงเครือข่ำยให้มีควำมเข้มแข็งมำกขึ้น สำมำรถเป็นกำลังสำคัญ
ในกำรปฏิรูปประเทศด้ำนวัฒนธรรม โดยเฉพำะกำรใช้สื่อเพ่ือกำรส่ือสำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเครือข่ำย
กำรประชำสมั พนั ธ์องค์ควำมรู้ และสรำ้ งควำมตระหนักรว่ มกันของเครอื ขำ่ ย

๑๔

- เรื่องที่ ๑๒ การพัฒนาศิลปะด้านนาฏศิลป์ ดนตรี และทัศนศิลป์ เพ่ือการปฏิรูปสู่ความ
เป็นมาตรฐานชาติและสู่ความเป็นสากล แผนกำรปฏิรูปที่สำคัญ คือ กำรสร้ำงจิตสำนึกของส่ือมวลชนและกำร
กระตุ้นจิตสำนึกของคนไทย โดยสร้ำงควำมร่วมมือกับสื่อมวลชนในกำรจัดรำยกำรต่ำง ๆ เพ่ือส่งเสริมด้ำนนำฏศิลป์
ดนตรี และทัศนศิลป์ ใหแ้ กส่ งั คมได้รบั ชม รวมถึงกำรใช้ส่ือในกำรรณรงค์ เผยแพร่ เพอ่ื สร้ำงจิตสำนึกให้แก่ประชำชน
เพื่อสร้ำงจติ สำนกึ ของกำรร่วมอนรุ กั ษ์ พัฒนำ และเผยแพร่เรื่องดงั กลำ่ วใหอ้ ย่สู บื ไป

- เร่ืองท่ี ๑๔ การส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนท่ีอยู่ห่างไกล มีสิทธิเข้าถึง
การได้อ่านหนังสือท่ีดีและมีประโยชน์ โดยใช้สื่อสร้ำงสรรค์เป็นส่ือกำรเรียนกำรสอนท่ีสำคัญในกำรพัฒนำ
และเผยแพร่หลักสูตรต่ำง ๆ และสนับสนุนให้เกิดพ้ืนท่ีกำรอ่ำนและกำรเข้ำถึงหนังสือดีมีประโยชน์ได้ง่ำย
และสะดวกมำกขึน้ สำหรับคนทุกกลมุ่

3.5 ความสอดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชำติ ฉบบั ท่ี ๑๒ มีเป้ำหมำยหลักประกำรหน่ึง คือ คนไทย

มีคุณลักษณะเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ มีวินัย มีทัศนคติและพฤติกรรมตำมบรรทัดฐำนท่ีดีของสังคม มีควำมเป็น
พลเมืองตืน่ รู้ และมีควำมสำมำรถในกำรปรับตัวไดอ้ ยำ่ งรเู้ ท่ำทันสถำนกำรณ์ โดยมียุทธศำสตร์ในกำรขับเคลื่อน
จำนวน ๑๐ ยทุ ธศำสตร์ และในแต่ละยุทธศำสตร์มีแนวทำงกำรพัฒนำเพื่อให้บรรลุเป้ำหมำยตำมยุทธศำสตร์ท่ี
กำหนดไว้

ทง้ั นี้ ตำมทแี่ ผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕)
มีวสิ ยั ทัศน์เพ่อื ให้เกดิ “สอ่ื มีคณุ ภำพสูงภำยใต้หลกั แหง่ คณุ ธรรมและจริยธรรม ประชำชนใช้ส่ืออย่ำงสร้ำงสรรค์
รู้เท่ำทันสื่อ ก่อให้เกิดสังคมแห่งกำรเรียนรู้ บนพื้นฐำนวัฒนธรรมท่ีดีงำม” โดยกำหนดยุทธศำสตร์สำคัญ ๔ ด้ำน
ในมิติของ กำรขยำยส่ือดี มีควำมเท่ำทัน บูรณำกำรกลไก ใช้กฎหมำยเป็น มีควำมสอดคล้อง
และตอบสนองต่อยุทธศำสตร์ของแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๒ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑
คือ การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ โดยแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติได้กล่ำวถึง
สถำนกำรณ์ของทุนมนุษย์ในประเทศไทยที่มีปัญหำในด้ำนคุณภำพของคนในแต่ละช่วงวัย โดยคนไทยจำนวน
ไม่น้อยที่ยังไม่สำมำรถคัดกรองและเลือกรับวัฒนธรรมได้อย่ำงเหมำะสม และมีผลต่อวิกฤตค่ำนิยม ทัศนคติ
และพฤติกรรมในกำรดำรงชีวิตของคนในสังคมไทย ซึ่งแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะที่ ๑
(พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕) สำมำรถเป็นกลไกหนึ่งท่ีมีบทบำทในกำรแก้ไขปัญหำดังกล่ำวได้ แผนฉบับน้ี มีหลักกำร
บนพื้นฐำนของสถำนกำรณ์ปัจจุบันท่ีส่ือส่งผลต่อวิธีคิด วิถีชีวิต และพฤติกรรมของสมำชิกในสังคม
และสร้ำงผลกระทบต่อกำรดำรงชีวิตของคนในสังคมโดยรวม โดยเฉพำะเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร
ในช่วงทศวรรษที่ผ่ำนมำท่ีมีกำรพัฒนำอย่ำงรวดเร็ว ซึ่งกำรขำดควำมรู้เท่ำทันสื่อของคนในปัจจุบันจะเป็น
ปัญหำสำคัญที่กระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และควำมม่ันคงของประเทศได้ ดังนั้น กำรพัฒนำให้เกิดนวัตกรรม
ส่ือท่ีปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ สร้ำงกำรรู้เท่ำทันส่ือของคนในสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพรำะจะทำให้เกิดกำร
สง่ เสรมิ สุขภำวะทด่ี ใี นทกุ มติ ิ และประชำชนทุกคนสำมำรถเปน็ พลเมืองท่ีดขี องประเทศชำตติ อ่ ไป

นอกจำกนั้น แผนฉบับนี้มีควำมสอดคล้องกับแนวทำงกำรพัฒนำจำนวน ๔ แนวทำงของ
ยทุ ธศำสตร์ข้อท่ี ๑ ตำมแผนพฒั นำเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชำติ ฉบับท่ี ๑๒ คือ

แนวทางท่ี ๑ ปรับเปล่ียนค่านิยมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย จิตสาธารณะ
และพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ โดยแผนฉบับนี้มีแนวทำงกำรสนับสนุนและส่งเสริมให้มีกำรกำหนดพื้นท่ี
ออกอำกำศให้แก่สอื่ สรำ้ งสรรค์ทสี่ ง่ เสริมกำรปลกู ฝงั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคำ่ นยิ มอนั ดีของประชำชน

แนวทางท่ี ๒ พัฒนาศักยภาพคนให้มีทักษะความรู้และความสามารถในการดารงชีวิต
อย่างมีคุณค่า ซึ่งมีกำรกำหนดให้ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีกำรพัฒนำทักษะทำงสมองและทักษะทำงสังคมที่
เหมำะสม ซงึ่ แผนฉบับนี้มกี ำรสนับสนุนกำรผลติ สือ่ สรำ้ งสรรค์ทม่ี ีรูปแบบหลำกหลำยสำหรับประชำชนทุกกลมุ่

๑๕

แนวทางท่ี ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต กำหนดให้มีกำรจัดทำ
ส่ือกำรเรียนรู้ท่ีเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสำมำรถใช้งำนผ่ำนระบบอุปกรณ์สื่อสำรเคล่ือนท่ีให้คนทุ กกลุ่ม
สำมำรถเขำ้ ถงึ ไดง้ ่ำย สะดวก ท่ัวถึง และใช้มำตรกำรทำงภำษีจูงใจให้ภำคเอกชนผลิตหนังสือ สื่อกำรอ่ำนและ
กำรเรียนรู้ที่มีคุณภำพและรำคำถูก ซึ่งแผนฉบับน้ีมียุทธศำสตร์สำคัญซ่ึงให้กำรสนับสนุนกำรผลิตสื่อปลอดภัย
และสร้ำงสรรคใ์ ห้แพร่หลำยเพอ่ื ให้เกดิ สังคมแหง่ กำรเรยี นรู้ ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์

แนวทางท่ี ๗ ผลักดันให้สถาบันทางสังคมมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศอย่างเข้มแข็ง
ได้กำหนดให้มีกำรสร้ำงสภำพแวดล้อมทำงสังคมท่ีเอื้อต่อกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งของครอบครัว ท้ังกำรใช้สื่อ
เพ่ือเสริมสร้ำงคุณค่ำต่อครอบครัว พัฒนำนวัตกรรมเพ่ือช่วยส่ือสำรระหว่ำงสมำชิกในครอบครัว สร้ำงพ้ืนท่ีให้
ครอบครัวได้ใช้เวลำร่วมกัน และส่งเสริมให้ผู้ผลิตสื่อนำเสนอข้อมูลข่ำวสำรท่ีเป็นข้อเท็จจริงและอยู่บนหลัก
จรรยำบรรณส่ือมวลชน

4. สถานการณค์ วามจาเป็นเกย่ี วกบั ประเด็นการพัฒนา
ปัจจุบันข้อมูลข่ำวสำรที่ถ่ำยทอดผ่ำนสื่อในรูปแบบต่ำง ๆ นั้น ส่งผลต่อวิธีคิด วิถีชีวิต และพฤติกรรมของ

สมำชกิ ในสังคม และสรำ้ งผลกระทบตอ่ กำรดำรงชีวติ ของคนในสังคมโดยรวมเป็นอย่ำงย่ิง โดยเฉพำะเทคโนโลยี
ส ำ ร ส น เ ท ศ แ ล ะ ก ำ ร สื่ อ ส ำ ร ใ น ยุ ค ส่ื อ ห ล อ ม ร ว ม ข อ ง ช่ ว ง ท ศ ว ร ร ษ ที่ ผ่ ำ น ม ำ มี ก ำ ร พั ฒ น ำ
อย่ำงรวดเร็ว ไม่ว่ำจะเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต และเครือข่ำยสังคมออนไลน์
โดยสื่อหรือเคร่ืองมือสื่อสำรที่ได้รับควำมนิยมในแต่ละช่วงเวลำจะมีอิทธิพลต่อควำมคิดของคน และเป็นปัจจัย
ทีก่ ำหนดกรอบแนวคิดและควำมเข้ำใจในกำรมองโลกในปัจจุบันของแต่ละคนมีผลให้กระบวนกำรเรียนรู้ของคน
ในสังคมเรมิ่ เปลย่ี นแปลงไป สือ่ กลำยเป็นแหลง่ เรยี นรู้แหลง่ ใหม่ทีส่ ำมำรถกระตุ้นกำรรับรู้ และดึงดูดควำมสนใจ
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งจำกเด็กและเยำวชน แต่รูปแบบและเน้ือหำรำยกำรที่มีคุณภำพ ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
สำหรับเด็กและเยำวชนในส่ือหลำยประเภทยังมีน้อยกว่ำด้ำนควำมบันเทิงและเกมซึ่งดึงดูดควำมสนใจของเด็กและ
เยำวชนมำกกว่ำกำรสนใจในประเด็นท่ีเกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม และหำกเด็ก เยำวชน และผู้ใหญ่
ขำดภูมิคุ้มกนั ในกำรรเู้ ท่ำทันสื่ออำจเกิดปัญหำที่กระทบต่อสังคมในมิติทำงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และควำมมั่นคง
อำทิ กำรบรโิ ภค พฤติกรรมทำงเพศ ควำมรนุ แรง ควำมขัดแย้งแตกแยก หรอื อำชญำกรรมผ่ำนสอ่ื เป็นต้น

รฐั บำลได้ตระหนกั และเลง็ เห็นถงึ ควำมสำคัญของสื่อที่มีอิทธิพลต่อคนในสังคมดังกล่ำว จึงได้ออกประกำศ
“ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งช าติ
พ.ศ. ๒๕๕๑” โดยกระทรวงวัฒนธรรมเป็นสำนักงำนเลขำนุกำรและเป็นหน่วยงำนประสำนกำรขับเคล่ือน
กำรดำเนินงำนด้ำนกำรพัฒนำส่ือให้มีคุณภำพ สร้ำงสรรค์ และไม่เป็นภัยต่อสังคม มีกำรบูรณำกำรกำรดำเนินงำน
ของหน่วยงำนภำครัฐและทุกภำคส่วนของสังคม และที่ผ่ำนมำกำรดำเนินงำนตำมระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรี
ดังกล่ำว ได้มีกำรขับเคลื่อนภำรกิจในระดับชุมชนและจังหวัดให้ร่วมขับเคลื่อนแผนงำนและกิจกรรมให้เข้ำถึง
ทุกพ้ืนที่ทั่วประเทศ โดยสร้ำงกลไกเครือข่ำยให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วมในกำรขจัดสื่อที่เป็นภัยต่อสังคม รวมทั้ง
สนับสนุนผู้ประกอบกำรองค์กร สถำบันกำรศึกษำในกำรผลิตสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ และจัดเวทีสำหรับ
กำรแสดงออกทำงวัฒนธรรม นอกจำกนี้ยังผลักดันให้เกิดกำรจัดตั้ง “กองทุนพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์”
เพื่อเป็นแกนหลักในกำรดำเนินงำนด้ำนกำรสนับสนุนให้เกิดกำรผลิตส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์อย่ำงกว้ำงขวำง
รวมถงึ กำรเฝ้ำระวัง กำรส่งเสริมกำรรู้เท่ำทันส่ือ และกำรออกกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับต่ำง ๆ โดยเป็นแหล่งทุน
และกำกับดูแลกำรใช้เงินให้เกิดประสิทธิภำพ นอกจำกน้ันคณะกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
แห่งชำติยังผลักดันให้มีกำรจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกำรส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติทั้งในส่วนกลำงและส่วน
ภูมิภำคท่ัวประเทศเพื่อกำรเฝ้ำระวังสื่อไม่ปลอดภัย กำรสร้ำงภูมิคุ้มกันด้ำนสื่อให้แก่ประชำชนในพ้ืนท่ี
รวมถึงกิจกรรมเพ่ือเพิ่มพ้ืนที่สำหรับส่ือคุณภำพ และกลไกกำรสร้ำงภูมิคุ้มกันให้กับประชำชนอย่ำงต่อเน่ือง

๑๖

ท้ังน้ี จำกกำรขับเคล่ือนงำนทั้งในส่วนกลำงและส่วนภูมิภำค ได้นำมำสู่กำรจัดทำแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำส่ือ
ปลอดภยั และสร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕)

ดังนั้น ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ำยจึงควรมุ่งพัฒนำให้เกิดนวัตกรรมสื่อที่ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ซ่ึงเป็น
ส่วนสำคัญในกำรส่งเสริมกำรสร้ำงภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิต ให้เกิดควำมฉลำดรู้ด้ำนสื่อ และควำมต่ืนรู้ทำง
ปัญญำแก่ประชำชน โดยเฉพำะเดก็ เยำวชน ผู้สงู อำยุ และคนพิกำร

นอกจำกกำรดำเนินงำนของกระทรวงวัฒนธรรมในเร่ืองกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ดังได้
กล่ำวมำแล้วในข้ำงต้น ยังมีหน่วยงำนต่ำง ๆ ท่ีมีภำรกิจเกี่ยวข้องเห็นควำมสำคัญและมีกำรดำเนินงำน
เพื่อปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำดังกล่ำว โดยมกี ฎหมำยและนโยบำยท่เี กีย่ วข้อง ประกอบด้วย

๑) 15พระรำชกฤษฎีกำ วำ่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองทด่ี ี (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖
๒) พระรำชบญั ญัติคมุ้ ครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
๓) พระรำชบญั ญัติส่งเสริมกำรพัฒนำเดก็ และเยำวชนแหง่ ชำติ พ.ศ. ๒๕๕๐
๔) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระทำควำมผิดเกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

และพระรำชบัญญัติว่ำดว้ ยกำรกระทำควำมผดิ เก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
๕) พระรำชบญั ญตั ิกำรประกอบกจิ กำรกระจำยเสียงและกิจกำรโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑
๖) พระรำชบัญญตั ิกองทนุ พฒั นำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘
๗) ยุทธศำสตรส์ ่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยำวชนในกำรใชส้ ื่อออนไลน์ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖
๘) ยทุ ธศำสตร์กำรควบคุมยำสบู แห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒
๙) ยทุ ธศำสตร์กำรคุ้มครองเด็กแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔
๑๐) ยุทธศำสตรแ์ หง่ ชำติวำ่ ดว้ ยกำรยุติปญั หำเอดส์ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๓
๑๑) ยุทธศำสตร์กำรปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหำกำรตงั้ ครรภใ์ นวัยร่นุ ระดับชำติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙
๑๒) แผนยทุ ธศำสตรน์ โยบำยแอลกอฮอลร์ ะดับชำติ พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๖๓
๑๓) แผนยทุ ธศำสตร์กำรคุ้มครองผบู้ ริโภคแหง่ ชำติ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔

5. วตั ถปุ ระสงค์
๕.๑ เพ่ือสนับสนุนให้เกิดกำรผลิตและเผยแพร่ส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ อย่ำงมีจริยธรรม

และมคี วำมรบั ผิดชอบ
๕.๒ เพื่อให้เกิดกำรสร้ำงภูมิคุ้มกัน กำรรู้เท่ำทันสื่อ และมีพฤติกรรมกำรใช้ส่ือเชิงสร้ำงสรรค์ให้กับประชำชน

รวมถึงกำรสร้ำงกำรมีสว่ นรว่ มในกำรเฝำ้ ระวังและตรวจสอบสอ่ื ที่ไมเ่ หมำะสม
๕.๓ เพ่ือเป็นกำรพัฒนำกลไกกำรบูรณำกำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องทั้งภำครัฐ ภำคเอกชน

และภำคประชำสังคม ให้มีควำมเป็นรปู ธรรมและมปี ระสิทธิภำพ
๕.๔ เพ่ือสนับสนนุ กำรปรบั ปรงุ และแก้ไขกฎหมำยให้มีควำมทันสมัย และพัฒนำกลไกกำรบังคับใช้กฎหมำยให้

มีประสิทธภิ ำพ

6. เป้าหมาย
๖.๑ ผู้ผลิตส่ือมีจริยธรรม มีผลผลิตสื่อที่มีควำมปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ หรือส่งเสริมให้เกิดสื่อ

เชิงนวัตกรรมเพม่ิ มำกขน้ึ

๑๕ พระรำชกฤษฎกี ำ วำ่ ดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ำรบริหำรกิจกำรบำ้ นเมืองทีด่ ี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

๑๗

๖.๒ ประชำชนทุกกลุ่มมีภูมิคุ้มกัน มีควำมรู้เท่ำทันส่ือ ตลอดจนมีทักษะและพฤติกรรมในกำรใช้ส่ืออย่ำง
สร้ำงสรรค์ และสำมำรถเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบสื่อท่ีไม่เหมำะสมได้ ในประชำชนทุกกลุ่ม
โดยเฉพำะเด็ก เยำวชน ผสู้ งู อำยุ และคนพกิ ำร

๖.๓ กลไกกำรบูรณำกำร กำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องท้ังเครือข่ำยวัฒนธรรม ตลอดจน
ภำครฐั ภำคเอกชน ภำคประชำสังคม และหนว่ ยงำนในรปู แบบอื่นๆ มีควำมเป็นรูปธรรม เกิดกำรมีส่วนร่วม และมี
ประสิทธภิ ำพ

๖.๔ กฎหมำยมคี วำมทันสมัย กลไกในกำรบังคบั ใช้กฎหมำยมีประสิทธิภำพ

7. ตวั ชี้วัดตามเปา้ หมาย
ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ เป้าหมายคือ ผู้ผลิตสื่อมีจริยธรรม มีควำมรู้ควำมเข้ำใจ และมีควำมรับผิดชอบ

ในกำรผลิตและเผยแพร่สื่อ ส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ และสื่อเชิงนวัตกรรมในสังคมมีจำนวนเพิ่มมำกขึ้น
และครอบคลุมทกุ พน้ื ท่ี ดงั น้ี

เปา้ หมายเชงิ ปริมาณ
๑) เกดิ ชิน้ งำน หรือนวตั กรรม ท่ีสนับสนุนกำรผลิต และเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ไม่น้อยกว่ำ

ปีละ ๕๐ ชน้ิ งำน
๒) มีกำรฝกึ อบรมเพื่อพฒั นำบคุ ลำกรสอื่ อย่ำงน้อยปีละ ๒๐ ครั้ง
๓) มีสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ หรือสื่อเชิงนวัตกรรม สำหรับประชำชนทุกกลุ่ม โดยเฉพำะเด็ก

และเยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร อยำ่ งนอ้ ยปีละ ๕๐ ช้ิน
๔) มีกำรจัดเวทีแลกเปลี่ยน และระดมสมอง ระหว่ำงผู้ผลิตส่ือและเครือข่ำยท่ีเก่ียวข้องทุกภำคส่วน

เพอ่ื รว่ มกันกำหนดแนวทำงทเี่ ปน็ แนวปฏิบตั ิเชิงจรยิ ธรรมวิชำชพี สอื่ อยำ่ งนอ้ ยปลี ะ ๒ ครงั้
๕) มงี ำนวจิ ยั เพือ่ พัฒนำองค์ควำมรเู้ ก่ียวกับสอื่ สำหรับผู้ผลติ ทมี่ ีควำมหลำกหลำย อย่ำงนอ้ ยปีละ ๑๐ เรือ่ ง
เปา้ หมายเชิงคุณภาพ
๑) ผู้ผลิตส่ือมีควำมตระหนักรู้ถึงควำมสำคัญในกำรผลิตและเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์

โดยประกำศเป็นวิสยั ทัศน์ แนวทำง หรือนโยบำยของหน่วยงำน อย่ำงเปิดเผย ชดั เจน และตรวจสอบได้
๒) สื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์สำมำรถเข้ำถึงผู้รับสำรได้เป็นวงกว้ำงทุกกลุ่ม และเกิดควำมนิยม

อยำ่ งแพรห่ ลำย เช่น กำรพดู ปำกต่อปำก กำรแชร์ผ่ำนส่อื ออนไลน์ เป็นต้น
ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ เป้าหมายคือ ประชำชนมีภูมิคุ้มกัน มีควำมรู้เท่ำทันส่ือ ตลอดจนมีทักษะ
และพฤติกรรมในกำรใช้สื่ออย่ำงสร้ำงสรรค์ และสำมำรถเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบส่ือ
ที่ไม่เหมำะสมได้ ในประชำชนทุกกลุ่ม โดยเฉพำะเด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุ และคนพิกำร โดยกำหนด
เปำ้ หมำย ดงั นี้
เปา้ หมายเชงิ ปริมาณ
๑) มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้ำนส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ระหว่ำงภำคีเค รือข่ำย

อย่ำงน้อยปีละ ๕ กจิ กรรม/องค์กร
๒) มีกิจก รรมและ มีสื่อรณร งค์ท่ีสร้ำ งวัฒนธ รร มกำรใช้ ส่ือปลอด ภัยและส ร้ำงสรร ค์

อยำ่ งนอ้ ยปลี ะ ๒๐ กิจกรรม/ชน้ิ ในแตล่ ะชอ่ งทำง
๓) มีเครื่องมือหรือหลักสูตรกำรรู้เท่ำทันส่ือ สำหรับผู้ผลิตส่ือ ประชำชน เด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุ

และคนพกิ ำร อยำ่ งน้อยปีละ ๑๐ เคร่ืองมือ/หลกั สตู ร
๔) มีช่องทำงในกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรแจ้งสถำนกำรณ์ส่ือไม่เหมำะสม

อยำ่ งน้อยปลี ะ ๒๐ ช่องทำง

๑๘

๕) มงี ำนวจิ ยั เก่ยี วกบั ควำมรู้เทำ่ ทันสอื่ สภำวกำรณข์ องสอ่ื กำรสรำ้ งกำรมีส่วนร่วม เพ่ือตรวจสอบและ
เฝ้ำระวังส่ือ และพฤติกรรมกำรใช้ส่ืออย่ำงสร้ำงสรรค์ของประชำชน เด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุ
และคนพิกำร อยำ่ งนอ้ ย ปลี ะ ๑๐ เรือ่ ง

๖) มจี ำนวนเครือขำ่ ยในกำรเฝำ้ ระวังและตรวจสอบส่ือท่ีไมเ่ หมำะสม อยำ่ งนอ้ ยปีละ ๑๐๐ เครือข่ำย
เป้าหมายเชิงคณุ ภาพ
๑) ประชำชนมีควำมตระหนักรู้ เทำ่ ทนั และสำมำรถแยกแยะในกำรเลอื กรับและสง่ ต่อส่ือต่ำง ๆ ได้
๒) ประชำชนมีบทบำทในกำรเฝ้ำระวังและตรวจสอบส่ือท่ีไม่เหมำะสม โดยเริ่มตั้งแต่เด็ก เยำวชน

ผูส้ งู อำยุ คนพกิ ำร สถำบนั ครอบครัว ชมุ ชน ไปจนถึงหนว่ ยสังคมทีใ่ หญข่ น้ึ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป้าหมายคือ เกิดกลไกกำรบูรณำกำร กำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำน
ที่เกี่ยวข้องท้ังเครือข่ำยวัฒนธรรม ตลอดจนภำครัฐ ภำคเอกชน ภำคประชำสังคม และหน่วยงำนในรูปแบบอ่ืน ๆ
มคี วำมเปน็ รปู ธรรม เกิดกำรมสี ว่ นร่วมผำ่ นกำรสื่อสำรสำธำรณะ และมปี ระสทิ ธภิ ำพ โดยกำหนดเปำ้ หมำยดงั นี้
เปา้ หมายเชิงปริมาณ
๑) เกดิ เวทีหรอื พื้นที่ในกำรขับเคลื่อนแผนปฏิบัติกำรท่ีมีเอกภำพและประสิทธภิ ำพ อยำ่ งนอ้ ยปลี ะ ๕ แหง่
๒) มีแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภำพในกำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงหน่วยงำนเพ่ือกำกับดูแลให้เกิด

กำรพัฒนำสอ่ื ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ อยำ่ งน้อย ๑ ฉบบั
๓) เกิดเวที/พ้ืนที่ในกำรส่ือสำรสำธำรณะเพื่อสร้ำงกำรมีส่วนร่วมจำกเครือข่ำยส่ือปลอดภัยและ

สรำ้ งสรรค์ อย่ำงน้อย ปลี ะ ๑๐ ครง้ั
๔) มแี ผนงบประมำณภำพรวมทม่ี ปี ระสทิ ธิภำพ จำนวน ๑ แผนตอ่ ปี
๕) มีกำรวิจัยแนวทำงและปัจจัยสนับสนุนในกำรบูรณำกำรกลไกกำรทำงำนให้มีประสิทธิภำพ

อยำ่ งนอ้ ย ปลี ะ ๕ เรื่อง
เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
๑) หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องทุกภำคส่วนตระหนักถึงกำรบูรณำกำรร่วมกันอย่ำงเป็นระบบ โดยกำหนด

เปน็ นโยบำย แนวทำง หรือระเบยี บปฏิบตั ิ อย่ำงเปดิ เผย ชัดเจน และตรวจสอบได้
๒) เกดิ กำรมสี ว่ นรว่ มจำกเครือข่ำยสือ่ ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์อยำ่ งกวำ้ งขวำง และเป็นรปู ธรรม
๓) มีกำรใช้งบประมำณในแต่ละขนั้ ตอนอย่ำงคมุ้ ค่ำ และโปร่งใส
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เป้าหมายคือ กฎหมำยมีควำมทันสมัย มีกลไกในกำรบังคับใช้กฎหมำยที่มี
ประสทิ ธิภำพ โดยกำหนดเปำ้ หมำยดงั น้ี
เปา้ หมายเชิงปรมิ าณ
๑) เกิดกลไกกำรประสำนงำนท่ีชัดเจนระหว่ำงหน่วยงำนผู้บังคับใช้กฎหมำยเก่ียวกับสื่อ

อยำ่ งน้อยปลี ะ ๒ รปู แบบ
๒) ผู้ปฏิบัติงำนและผู้เกี่ยวข้องได้รับกำรพัฒนำให้มีองค์ควำมรู้ด้ำนกฎหมำยส่ือ โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ไมน่ ้อยกวำ่ ร้อยละ ๒๕ ต่อปี/องค์กร
๓) มขี อ้ เสนอในกำรปรับปรุงและพฒั นำกฎหมำยด้ำนกำรพัฒนำสื่อปลอดภยั และสร้ำงสรรค์ อยำ่ งนอ้ ยปลี ะ ๒ ชุด
๔) มีชุดควำมรู้ หรอื งำนวิจัยท่ีเกยี่ วขอ้ งกับกฎหมำยหรือกำรบงั คับใชก้ ฎหมำยเกย่ี วกับสื่อ อย่ำงน้อยปีละ ๑๐ ชน้ิ
เป้าหมายเชงิ คุณภาพ
๑) ผบู้ งั คบั ใช้กฎหมำย ผู้ปฏบิ ัติงำน และผเู้ ก่ียวขอ้ ง มีควำมตระหนกั รู้ในขอ้ กฎหมำย และยึดถือเป็นส่ิง

พึงปฏิบัติอยู่เสมอ
๒) เครือข่ำยในกำรตรวจสอบสื่อและกำรบังคับใช้กฎหมำยเกี่ยวกับส่ือ มีควำมเข้มแข็ง และทำงำน

ร่วมกันอย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ

๑๙

8. กลไกการบรหิ ารจัดการแผนเพือ่ ให้แผนบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ / เปา้ หมาย
๘.๑ โครงสรา้ งการบริหาร
ในกำรดำเนินงำนตำมแผนพัฒนำด้ำนกำรพฒั นำสือ่ ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕)

ซ่ึงมีคณะกรรมกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติและคณะอนุกรรมกำร รวม ๗๘ คณะ บูรณำกำรร่วมกับ
หน่วยงำนท้ังภำครัฐและภำคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ดำเนนิ กำรขับเคลื่อนภำรกจิ ให้บรรลุตำมเป้ำหมำยที่กำหนดไว้ ดังนี้

ชอื่ โครงสร้ำง อำนำจหน้ำท่ี

๑) คณะกรรมกำร ๑) นำยกรฐั มนตรีหรือรองนำยกรัฐมนตรีที่นำยกรฐั มนตรี มหี นำ้ ทีส่ ำคัญ คือ เสนอ

พฒั นำส่ือปลอดภัย มอบหมำย เปน็ ประธำนกรรมกำร นโยบำย ยุทธศำสตร์ และ

และสร้ำงสรรค์ ๒) รัฐมนตรวี ำ่ กำรกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธำน มำตรกำรในกำรดำเนินงำน

แห่งชำติ กรรมกำร ดำ้ นพฒั นำส่ือปลอดภัย

๓) ปลัดกระทรวงกำรพฒั นำสังคมและควำมมนั่ คงของ และสร้ำงสรรค์ต่อ

มนุษย์ ปลัดกระทรวงมหำดไทย ปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร คณะรัฐมนตรี รวมถึง

ผู้บญั ชำกำรตำรวจแห่งชำติ เลขำธิกำรคณะกรรมกำร ประสำนงำนดำ้ นกำร

กิจกำรโทรคมนำคมแห่งชำติ ผูว้ ่ำรำชกำรกรงุ เทพมหำนคร พัฒนำสื่อกบั ส่วนรำชกำร

ผอู้ ำนวยกำรศนู ย์เทคโนโลยีอิเลก็ ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ หนว่ ยงำนของรฐั หรือ

แห่งชำติ ผู้จัดกำรสำนักงำนกองทุนสนบั สนุนกำรสร้ำงเสรมิ หนว่ ยงำนของภำคเอกชน

สุขภำพ เปน็ กรรมกำร ทเ่ี ก่ียวข้อง ในกำรดำเนิน

๔) ผู้ทรงคุณวฒุ ิจำนวนเก้ำคนซง่ึ นำยกรฐั มนตรแี ตง่ ต้ังจำก ภำรกิจด้ำนพฒั นำส่ือ

บุคคลซึ่งมีควำมรู้ควำมสำมำรถมีผลงำน หรือประสบกำรณ์ ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์

ด้ำนสื่อสำรมวลชน ด้ำนกำรศึกษำ ด้ำนกำรบริหำร ดำ้ น

พฒั นำชุมชน ด้ำนกฎหมำย ด้ำนเศรษฐศำสตร์ ด้ำน

โทรคมนำคม ด้ำนจติ วิทยำ และด้ำนองค์กรพัฒนำเอกชน

เป็นกรรมกำร

๕) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร

โดยให้แต่งตง้ั ขำ้ รำชกำรในสำนักงำนปลัดกระทรวง

วฒั นธรรมจำนวนสองคน เป็นกรรมกำรและ

ผูช้ ว่ ยเลขำนุกำร

๒) คณะอนกุ รรมกำร ๑) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธำนอนุกรรมกำร มีหนำ้ ทสี่ ำคัญ คือ จัดทำ

จัดทำและขับเคลอื่ น ๒) รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมที่กำกบั ดูแลสำนักเฝ้ำระวัง นโยบำยและยุทธศำสตร์

ยุทธศำสตรก์ ำรพัฒนำ ทำงวัฒนธรรม เปน็ รองประธำนอนุกรรมกำร กำรพฒั นำส่ือปลอดภัย

สอื่ ปลอดภัยและ ๓) ผู้แทนกระทรวงกลำโหม ผู้แทนกระทรวงศึกษำธิกำร และสร้ำงสรรค์เพ่ือเสนอ

สร้ำงสรรค์ ผแู้ ทนกระทรวงกำรพัฒนำสังคมและควำมมนั่ คงของมนุษย์ ตอ่ คณะกรรมกำรพัฒนำ

ผู้แทนกระทรวงมหำดไทย ผแู้ ทนสำนักงำนคณะกรรมกำร ส่อื ปลอดภัยและ

พัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ผู้แทนกรม สรำ้ งสรรค์แห่งชำติ พร้อม

ประชำสัมพันธ์ ผแู้ ทนสำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำร ท้ังประสำนงำนหน่วยงำน

กระจำยเสยี งกิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำรโทรคมนำคม ท่เี ก่ียวข้องทุกภำคสว่ นใน

แหง่ ชำติ ประธำนสภำเด็กและเยำวชนแห่งประเทศไทย กำรดำเนินกำรท่ีสอดคล้อง

๔) ผทู้ รงคุณวุฒจิ ำนวนเจ็ดคน เป็นอนุกรรมกำร หรอื สนบั สนนุ กำร

๕) ผอู้ ำนวยกำรสำนักเฝำ้ ระวงั ทำงวฒั นธรรม เปน็ ดำเนินงำนตำมนโยบำย

๒๐

ช่ือ โครงสร้ำง อำนำจหน้ำท่ี

อนุกรรมกำรและเลขำนุกำร และยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ

๖) ผ้อู ำนวยกำรกลมุ่ พัฒนำส่อื ปลอดภยั และสร้ำงสรรค์ สอ่ื ปลอดภัยและ

และนักวชิ ำกำรวฒั นธรรม สำนักเฝำ้ ระวังทำงวฒั นธรรม สร้ำงสรรค์

เป็นอนุกรรมกำรและผูช้ ่วยเลขำนุกำร

๓) คณะอนุกรรมกำร ๑) รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมท่ีกำกบั ดูและสำนักเฝำ้ มหี นำ้ ทีส่ ำคัญ คอื ศึกษำ

ศึกษำแนวทำงกำร ระวงั ทำงวัฒนธรรม เป็นประธำนอนุกรรมกำร และจัดทำมำตรกำรหรือ

ป้องกนั และแก้ไข ๒) นำยประสำน หวังรัตนปรำณี เป็นรองประธำน แนวทำงปอ้ งกันและแก้ไข

ปญั หำส่อื ไมเ่ หมำะสม อนุกรรมกำร ปญั หำสือ่ ไมเ่ หมำะสม

๓) ผู้แทนกระทรวงกลำโหม ผแู้ ทนกระทรวงมหำดไทย เพือ่ เสนอต่อ

ผ้แู ทนกระทรวงศึกษำธิกำร ผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยี คณะกรรมกำรพฒั นำส่ือ

สำรสนเทศและกำรสื่อสำร ผู้แทนกระทรวงกำรพัฒนำสังคม ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์

และควำมมั่นคงของมนุษย์ ผแู้ ทนกระทรวงยตุ ธิ รรม ผู้แทน แห่งชำติ ประสำนกำร

สำนักงำนตำรวจแห่งชำติ ผแู้ ทนสำนักงำนคณะกรรมกำร ดำเนินกำรหรือสนับสนุน

คุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนกรมทรพั ย์สนิ ทำงปัญญำ ผู้แทน กำรทำงำนตำม

กรมประชำสัมพันธ์ ผแู้ ทนสำนักงำนคณะกรรมกำรกจิ กำร ยุทธศำสตร์ หรอื แนวทำง

กระจำยเสียงกิจกำรโทรทัศน์ และกจิ กำรโทรคมนำคม ป้องกันและแกไ้ ขปญั หำ

แห่งชำติ ผู้แทนสมำพนั ธ์นักหนงั สือพิมพแ์ ห่งประเทศไทย สือ่ ไมเ่ หมำะสม รวมทั้ง

ผู้แทนสภำวชิ ำชีพกจิ กำรกำรแพร่ภำพและกำรกระจำยเสยี ง เสนอให้มหี รอื แก้ไข

(ประเทศไทย) ผแู้ ทนสมำคมกจิ กำรวิทยุกระจำยเสียงและ กฎหมำย ระเบยี บ

วิทยุโทรทัศน์ ผู้แทนสมำคมโฆษณำแห่งประเทศไทย ผู้แทน ข้อบังคับ หรือมติ

สมำคมเกมและสื่อดจิ ิตอลบันเทงิ ผู้แทนมูลนธิ เิ ครือข่ำย คณะรฐั มนตรที ่เี กย่ี วข้อง

ครอบครวั เป็นอนุกรรมกำร ใหส้ อดคล้องกับกำร

๔) ผู้ทรงคุณวฒุ ิจำนวนห้ำคน เปน็ อนุกรรมกำร พัฒนำส่ือปลอดภยั และ

๕) ผอู้ ำนวยกำรสำนักเฝำ้ ระวังทำงวฒั นธรรม เปน็ สรำ้ งสรรค์

อนุกรรมกำรและเลขำนุกำร

๖) ผอู้ ำนวยกำรกลมุ่ พัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์

และนักวิชำกำรวัฒนธรรม สำนักเฝ้ำระวังทำงวัฒนธรรม

เป็นอนุกรรมกำรและผูช้ ่วยเลขำนุกำร

๔) คณะอนกุ รรมกำร ๑) ผนู้ ำทำงศำสนำในจังหวัด เปน็ ที่ปรึกษำ มหี น้ำทีส่ ำคัญ คอื เสนอ

พฒั นำสื่อปลอดภยั คณะอนุกรรมกำร นโยบำย ยทุ ธศำสตร์

และสรำ้ งสรรค์จงั หวัด ๒) ผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั เป็นประธำนอนกุ รรมกำร และมำตรกำรในกำร

(จำนวน ๗๖ จังหวดั ) ๓) รองผวู้ ่ำรำชกำรจังหวัด ทผี่ ู้ว่ำรำชกำรจังหวัดมอบหมำย ดำเนินกำรด้ำนพัฒนำสือ่

เปน็ รองประธำนอนุกรรมกำร ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์

๔) อัยกำรจงั หวดั ผ้บู ังคับกำรตำรวจภธู รจังหวัด พัฒนำ ของจงั หวดั รวมทัง้

สังคมและควำมม่ันคงของมนุษย์จังหวดั นำยแพทย์ ประสำนงำนกบั

สำธำรณสุขจงั หวดั ท้องถ่ินจงั หวดั ประชำสัมพันธ์จังหวัด หนว่ ยงำนท่ีเกยี่ วข้องใน

ผู้อำนวยกำรสำนักงำนพระพุทธศำสนำจังหวัด ผอู้ ำนวยกำร จงั หวดั เพอ่ื ดำเนนิ งำน

เขตพืน้ ที่กำรศึกษำประถมศึกษำเขต 1 ผู้อำนวยกำร ดำ้ นกำรพัฒนำส่ือ

สำนักงำนเขตพืน้ ที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ ผู้อำนวยกำร ปลอดภยั และสร้ำงสรรค์

๒๑

ชือ่ โครงสร้ำง อำนำจหน้ำท่ี

สำนกั งำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำม รวมท้งั งำนด้ำนศำสนำ

อธั ยำศัยจงั หวดั ประธำนอำชีวศึกษำจังหวดั ผอู้ ำนวยกำร ศลิ ปะ และวฒั นธรรม

สำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสยี ง กิจกำร ตลอดจนดำเนินโครงกำร

โทรทัศน์ และโทรคมนำคมแหง่ ชำติ ประจำเขต นำยก หรอื กจิ กรรมทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

องค์กำรบรหิ ำรสว่ นจงั หวดั ประธำนสภำวัฒนธรรมจังหวัด เพ่อื เผยแพร่

ประธำนหอกำรค้ำจังหวัด ประธำนกรรมกำรสภำเด็กและ ประชำสัมพนั ธ์และให้

เยำวชนจังหวดั ผู้แทนอำสำสมัครสำธำรณสุขประจำ ควำมรู้แก่ประชำชน

หมบู่ ้ำน ผู้แทนสมำคมส่ือท้องถ่นิ ผู้แทนผ้ปู ระกอบกำรร้ำน

เกมและอินเทอร์เน็ต ผู้แทนผู้ประกอบกำรจัดจำหนำ่ ยส่ือ

ส่งิ พิมพ์ เปน็ อนุกรรมกำร

๕) วฒั นธรรมจังหวดั เป็นอนุกรรมกำรและเลขำนุกำร

๖) ผอู้ ำนวยกำรกลุม่ ยุทธศำสตรแ์ ละเฝ้ำระวังทำงวัฒนธรรม

และนักวิชำกำรวัฒนธรรม สำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัด เป็น

อนุกรรมกำรและผู้ชว่ ยเลขำนุกำร

๕) หน่วยงำนที่เก่ียวข้อง ได้แก่ หน่วยงำนภำครัฐ องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กร
สื่อสำรมวลชน องค์กรพัฒนำเอกชนที่เก่ียวข้องกับส่ือ และสถำบันกำรศึกษำ เป็นหน่วยงำนหลักและหน่วยงำน
สนับสนุน โดยมี สานักงานกองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ กองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
กระทรวงวฒั นธรรม ทาหน้าทีเ่ ปน็ เลขานุการ โดยมีรำยละเอยี ดดงั นี้

ยุทธศาสตร์ หน่วยงานหลัก หน่วยงานสนบั สนนุ
ยุทธศำสตรท์ ี่ ๑ กำรสนบั สนนุ กำร
ผลติ และเผยแพรส่ ่อื ปลอดภยั และ วธ. ศธ. พม. ดศ. มท. อว. กทม. สภำเดก็ และเยำวชนฯ สถำบนั ยุวทัศน์ฯ
สร้ำงสรรค์
อปท. กปส. สสส กสทช. กองทุน สถำบันกำรศึกษำ ภำคประชำสังคม
ยุทธศำสตรท์ ่ี ๒ กำรสง่ เสรมิ ควำม
รู้เทำ่ ทันสอ่ื พฤตกิ รรมกำรใช้สื่อเชิง พัฒนำสื่อฯ องค์กรท่ีเกี่ยวข้อง/ สภำวัฒนธรรมแหง่ ประเทศไทย
สรำ้ งสรรค์ เฝำ้ ระวงั และตรวจสอบ
ส่อื ท่ีไมป่ ลอดภยั และไมส่ ร้ำงสรรค์ สถำบันสอ่ื / องค์กรวิชำชพี ส่อื

วธ. มท. ศธ. พม. ดศ. กปส. กทม. กห. สนช. อพท. ภำคประชำสังคม

อปท. สสส. กสทช. กองทุนพัฒนำส่ือฯ สถำบันยุวทัศน์ฯ สถำบันกำรศึกษำ

สธ. อว. เครอื ขำ่ ยเด็กและเยำวชนฯ สภำวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ยุทธศำสตรท์ ่ี ๓ กำรบรู ณำกำรกลไก วธ. พม. มท. ศธ. ดศ. กปส. กสทช. อปท. สภำวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

กำรทำงำนอย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ และ สสส. กทม. กองทุนพัฒนำส่ือฯ องค์กร/ สถำบันยุวทัศน์ฯ ทกุ หน่วยงำนและภำค

สร้ำงกำรมสี ่วนรว่ มจำกทุกภำคส่วน สถำบันส่ือ องค์กรวิชำชีพส่ือ สตช. อว. ประชำสงั คมทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

ผ่ำนกำรสอ่ื สำรสำธำรณะ สภำเดก็ และเยำวชนฯ

ยุทธศำสตร์ท่ี ๔ กำรพฒั นำและ วธ. มท. พม. กห. ยธ. อว. สคบ. พช .ก ท ม. อป ท . ก ป ส . ศธ .
บรู ณำกำรกำรบงั คบั ใช้กฎหมำยท่ี
เกย่ี วขอ้ งกับส่ือปลอดภัยและ กสทช. สสส. ดศ. สธ. สตช. กองทุน สภำเด็กและเยำวชนฯ สถำบันยุวทัศน์ฯ
สร้ำงสรรค์
พัฒนำสอื่ ฯ กทม. สถำบันกำรศึกษำ สภำวัฒนธรรม

แห่งประเทศไทย

๒๒

๘.๒ กำรบรหิ ำรจัดกำรในระดับพืน้ ท่ี คณะอนุกรรมกำรพฒั นำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์จังหวัด ซึ่งมีผู้ว่ำ
รำชกำรจังหวัดเป็นประธำนอนุกรรมกำร และสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเป็นสำนักงำนเลขำนุกำรอนุกรรมกำรจะ
เป็นกลไกสำคัญในกำรขับเคลื่อนงำนส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ในพื้นที่ โดยมีศูนย์ปฏิบัติกำรพัฒนำส่ือปลอดภัย
และสรำ้ งสรรคจ์ งั หวดั เครอื ขำ่ ยสือ่ ท้องถิน่ ศลิ ปนิ พน้ื บ้ำน และสภำวัฒนธรรมจังหวัด สนับสนุนกำรขับเคล่ือนแผน
ฉบับนใี้ นสว่ นภูมิภำค

๘.๓ ศูนย์ปฏิบัติกำรสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติ และศูนย์ปฏิบัติกำรส่ือปลอดภัย
และสร้ำงสรรค์จังหวัด มีภำรกิจในกำรขับเคล่ือนงำนตำมนโยบำยของคณะกรรมกำรพัฒนำสื่อปลอดภัย
และสร้ำงสรรค์แห่งชำติ และคณะอนุกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์จังหวัด เป็นศูนย์กลำงข้อมูล
วิชำกำรและกำรเผยแพร่องค์ควำมรู้ด้ำนศำสนำ ศิลปะ และวัฒนธรรม ประสำนงำนด้ำนกำรเฝ้ำระวังส่ือ
ท่ีไม่ปลอดภัยและไม่สร้ำงสรรค์ กำรสร้ำงภูมิคุ้มกันและกำรใช้กฎหมำยที่เก่ียวข้อง เป็นศูนย์กลำงส่งเสริม
สือ่ ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์ และกำรผลิตสือ่ ตลอดจนกำรสร้ำงเครือขำ่ ยกำรเฝ้ำระวงั ส่ือ

๘.๔ แผนปฏิบัติกำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ประจำปี ท้ังในระดับจังหวัดและ
ระดับชำติ โดยคณะอนุกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์จังหวัด ประชุมอนุกรรมกำรที่เกี่ยวข้องจัดทำ
แผนปฏิบัติกำรประจำปี และแนวทำงกำรขบั เคล่ือนเสนอคณะกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติ
และผลักดันให้เกิดกำรดำเนินงำนอย่ำงต่อเนื่องโดยมีสำนักงำนกองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
เป็นฝ่ำยเลขำนุกำรของแผนพัฒนำฯ ในกำรขับเคลอื่ นงำน และสนับสนนุ งบประมำณ

9. การตดิ ตามและประเมนิ ผล

กระบวนกำรเก็บข้อมูล ติดตำม และประเมินผล ต้องมีประสิทธิภำพภำยใต้เทคโนโลยีปัจจุบัน โดยมี

กระบวนกำรดังนี้

ลาดับ แนวทาง กรอบระยะเวลา ผลลพั ธ์ทีเ่ กดิ ขนึ้

๑ คณะอนกุ รรมกำรจัดทำและขบั เคลอื่ น หลงั จำกปรบั ปรุง - แบบแผนกำรรำยงำนผลลัพธ์กำร

ยุทธศำสตรก์ ำรพฒั นำสอื่ ปลอดภยั และ แผนพฒั นำเพื่อกำร ด ำ เ นิ น ง ำ น แ ล ะ ก ำ ร ติ ด ต ำ ม

สรำ้ งสรรค์ จดั ทำกรอบกำรรำยงำน พฒั นำส่ือปลอดภยั และ ประเมินผลในทุกระดบั

ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบ ตลอดจนแนวทำง สร้ำงสรรค์ ระยะท่ี ๑ - แนวทำงกำรพัฒนำและปรับปรุง

กำรพฒั นำและปรบั ปรุง ตำมท่ีสำนกั งำนสภำกำร กำรดำเนนิ งำน

๒ คณะกรรมกำรพัฒนำส่อื ปลอดภยั และ พัฒนำเศรษฐกจิ และ
สร้ำงสรรค์แห่งชำติใหค้ วำมเหน็ ชอบ สงั คมแหง่ ชำติ ให้
ข้อเสนอแนะ
กรอบกำรรำยงำนและติดตำม

ประเมินผล

๓ ฝ่ำยเลขำนุกำรคณะอนุกรรมกำร ทุก ๒ ไตรมำส - สรุปภำพรวมผลกำรดำเนนิ งำนใน

พัฒนำส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ระดับพน้ื ที่

จังหวัดและฝ่ำยเลขำนุกำร - สรปุ ภำพรวมผลกำรดำเนนิ งำนใน

คณะกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัย ระดับประเทศ

และสร้ำงสรรค์แห่งชำติ ติดตำม

และประเมนิ ผลกำรดำเนินงำนตำมกรอบ

ท่คี ณะกรรมกำรพฒั นำสอื่ ปลอดภัยและ

สร้ำงสรรคแ์ หง่ ชำตกิ ำหนด

๔ หนว่ ยงำนเครือขำ่ ยผูร้ ่วมขบั เคล่ือนแผนฯ จัดส่งสรุปผล - สรุปภำพรวมผลกำรดำเนินงำน

จัดทำสรปุ ผลกำรดำเนนิ งำนของ กำรดำเนินงำน ของหน่วยงำนภำคีเครือข่ำยในกำร

หนว่ ยงำนทตี่ อบสนองต่อยุทธศำสตร์แต่ ในทุก ๒ ไตรมำสเพื่อ รว่ มกันขับเคล่ือนภำรกิจกำรพัฒนำ

๒๓

ลาดบั แนวทาง กรอบระยะเวลา ผลลัพธ์ที่เกดิ ขนึ้
ประเมินผลกำร สอ่ื ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
ละยทุ ธศำสตร์ของแผนฯ ระยะท่ี ๑ โดย ดำเนินงำน
- ในส่วนกลำงให้จดั สง่ ข้อมลู ตอ่
กระทรวงวฒั นธรรม เพื่อรวบรวม จัดส่งสรุปผล
รำยงำนต่อคณะกรรมกำรพฒั นำส่ือ กำรดำเนินงำน
ปลอดภัยและสรำ้ งสรรค์แห่งชำติ ในทุก ๒ ไตรมำส
- ในส่วนภูมภิ ำคใหจ้ ัดสง่ ข้อมลู ตอ่ เพ่ือให้ประเมินผล
สำนกั งำนวฒั นธรรมจงั หวัดทุกจังหวดั กำรดำเนินงำน
เพอ่ื รวบรวมรำยงำนต่อคณะอนกุ รรมกำร
พัฒนำสื่อปลอดภัยและสรำ้ งสรรค์จงั หวดั
และสง่ ให้กบั ส่วนกลำงรวบรวมรำยงำน
ต่อคณะกรรมกำรพัฒนำสอ่ื ปลอดภยั
และสร้ำงสรรคแ์ ห่งชำตติ ่อไป

๕ สำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัด จัดทำ
สรุปผลกำรดำเนินงำนระดับจังหวัด
และให้รำยงำนต่อ
ค ณ ะ อ นุ ก ร ร ม ก ำ ร พั ฒ น ำ สื่ อ
ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์จังหวัด
และรำยงำนคณะกรรมกำรพัฒนำ
ส่ือปลอดภัยและสร้ำงสรรค์แห่งชำติ
ตำมลำดับ

๖ กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำสรุปผล จัดส่งสรุปผล

กำรดำเนินงำนในภำพรวม กำรดำเนินงำน

ระดับชำติ และรำยงำนต่อ ในทุก ๒ ไตรมำส

คณะกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัย เพ่ือให้ประเมินผล

และสร้ำงสรรค์แห่งชำติ กำรดำเนินงำน

๗ กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำสรุปผล รำยงำนผลกำร

กำรดำเนินงำนในภำพรวม ดำเนินงำนในทุกสนิ้

ระดับชำติประจำปีงบประมำณ ปีงบประมำณ

เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตำมท่ี

ระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วย

คณะกรรมกำรพัฒนำส่ือปลอดภัย

และสร้ำงสรรคแ์ หง่ ชำติ พ.ศ.๒๕๕๑

กำหนด

๒๔

๑0. วงเงินงบประมาณพรอ้ มแหล่งที่มาของงบประมาณ
งบประมำณในกำรดำเนินกำรแผน ฯ ระยะท่ี ๑ ดงั กล่ำว อำศยั งบประมำณ ดังนี้
๑๐.๑ งบประมำณประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕ งบรำยจ่ำยอื่น ค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินกำร

พัฒนำสอื่ ปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ ของสำนักงำนปลดั กระทรวงวฒั นธรรม
๑๐.๒ กำรจดั สรรงบประมำณของสำนักงบประมำณตำมแผนปฏิบัติกำรของแผนพัฒนำด้ำนกำรพัฒนำสื่อ

ปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖3 - ๒๕๖๕)
๑๐.๓ งบประมำณจำกกองทุนพฒั นำส่ือปลอดภยั และสรำ้ งสรรค์
๑๐.๔ งบประมำณจำกหนว่ ยงำนอ่นื ๆ

๑1. ผรู้ บั ผดิ ชอบ
- สำนักงำนปลดั กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม

๒๕

๒๖

12. สรุปแนวทางการดาเนนิ การกิจกรรมโครงการตามยทุ ธศาสตร์ภายใตแ้ ผนพัฒนาด้านการพัฒนาสอื่ ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ระยะที่ 1 (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕)

ส่วนท่ี 4 ร่างแผนปฏบิ ัตกิ ารขบั เคลอื่ นแผนพัฒนาด้านการพฒั นาสือ่ ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕)

ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ การสนบั สนุนการผลิตและเผยแพรส่ อ่ื ปลอดภัยและสร้างสรรค์
เป้าประสงค์ที่ ๑ สนับสนนุ การผลติ และการเผยแพร่สอ่ื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ให้ครอบคลุมทวั่ ประเทศ
เป้าประสงค์ท่ี ๒ ผู้ผลติ สอ่ื ผลิตและเผยแพร่ สือ่ ปลอดภัยฯ ในรปู แบบที่หลากหลายและทว่ั ถึงอย่างมีจริยธรรม และความรับผดิ ชอบ
เป้าประสงคท์ ี่ ๓ เกดิ รปู แบบและแนวทางใหม่ ๆ ในการผลติ และเผยแพร่สอ่ื อย่างสร้างสรรค์ ใหส้ อดคลอ้ งกับการเปลีย่ นแปลงของสังคม

กรอบระยะเวลา ผ้รู บั ผิดชอบ วงเงิน เปา้ หมาย ตัวชี้วัด

2563 2564 2565 (ลา้ นบาท) แหลง่ เงนิ ๑. เกดิ การเผยแพร่งานวจิ ยั ผา่ นนกั ส่ือสารงานวจิ ัย ๑. มกี ารเผยแพร่นวตั กรรมด้านสอ่ื ปลอดภัย
3 ท้องถนิ่ ด้วยนวัตกรรมด้านส่ือที่มคี ุณภาพ และสรา้ งสรรค์ท่ีมคี ณุ ภาพ อยา่ งนอ้ ย ๒๐
1. โครงการ “การเผยแพร่ สานักงาน สกว.(เดมิ ) ๒. เกิดนักสอ่ื สารงานวิจยั และสร้างสรรคส์ ่ือเผยแพร่ ชิ้นงาน
งานวิจยั ผ่านนวตั กรรมการพฒั นา 1.2 งานวจิ ยั มีมีศกั ยภาพ ๒. มนี กั ส่อื สารงานวจิ ัยท่มี ีศักยภาพในการ
นกั สอื่ สารงานวจิ ัยทอ้ งถ่นิ ” สานักงาน สกว.(เดิม) ๓. ไดแ้ นวทางในการสร้างกระบวนการพฒั นา พัฒนาส่ือปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ อยา่ งนอ้ ย
นวตั กรรมส่ือและแนวทางในการพัฒนานกั สื่อสาร ๕๐ คน
2. โครงการ “การใช้สื่อพอ็ ดแคสต์ งานวจิ ัยท้องถ่นิ ๓. มีแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมส่ือ
และองคป์ ระกอบเสรมิ อื่น ๆ ช่วย เกย่ี วกับงานวิจยั และแนวทางในการพัฒนา
เผยแพรง่ านวจิ ยั สกว. สู่ สาธารณะ” ๑. เกดิ การเผยแพร่ผลงานวจิ ยั สาคญั ผา่ นสื่อพ็อด นักสอ่ื สารงานวจิ ัยท้องถน่ิ อยา่ งน้อย ๒
แคสต์ อนิ โฟกราฟฟกิ และวดี ิโอ ออกสสู่ ารธารณะ แนวทาง
๒. เกิดความตระหนักรูถ้ งึ บทบาททีส่ าคัญของ สกว. ๑. มนี วตั กรรมด้านสอื่ ปลอดภัยและ
และนกั วิจยั ไทย สรา้ งสรรค์ที่มคี ณุ ภาพ ไม่นอ้ ยกวา่ ๒๐
๓. ผู้ฟังรายการได้รับความรู้ควบคกู่ ับความบันเทิงและ ชิ้นงาน เพื่อเผยแพร่นวตั กรรมดงั กลา่ วสู่
อยากตดิ ตามความก้าวหนา้ ของงานวิจัยไทยต่อไป สาธารณชน
๔. ได้รับขอ้ คดิ เห็นของผู้ฟังและผู้ผลิตรายการเพ่ือ ๒. มกี จิ กรรมการเปิดชอ่ งทางการสื่อสารที่ให้
พฒั นารปู แบบการสอ่ื สารทด่ี ีย่ิงขน้ึ ผูฟ้ ังรายการไดต้ อบคาถาม แลกเปล่ียนขอ้ มลู
และมกี ารปฏสิ ัมพนั ธเ์ กย่ี วกบั บทบาทของ
สกว. และการนาความรู้จากงานวิจยั ไปใช้

3. โครงการ “การศึกษาการ สานกั งาน สกว.(เดมิ ) 0.8 ๑. เกดิ การเผยแพรข่ อ้ มูล งานวจิ ัยของ สกว. ใหเ้ ป็นที่ ๑. มีการเผยแพร่นวตั กรรมด้านส่ือปลอดภยั
เผยแพร่ความร้จู ากงานวิจัย สานัก แพรห่ ลายในรูปแบบของ อินโฟกราฟฟิก ประกอบคา และสรา้ งสรรค์ที่มคี ณุ ภาพไม่นอ้ ยกว่า ๑๐๐

กรอบระยะเวลา ผู้รับผดิ ชอบ วงเงิน เป้าหมาย ตวั ชวี้ ดั

2563 2564 2565 (ลา้ นบาท) แหล่งเงิน บรรยายมากขน้ึ ชิ้นงาน ในรูปแบบของ อินโฟกราฟฟิก
๒. เกิดการเรยี นรแู้ ละถา่ ยทอดความรู้เกยี่ วกบั การวจิ ัย ๒. มกี จิ กรรมการเรยี นรู้และถ่ายทอดความรู้
กองทนุ สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ๕ ไปส่ปู ระชาชนมากขนึ้ และสามารถนางานวิจยั ไปต่อ เกย่ี วกับการวจิ ัยสปู่ ระชาชนในวงกว้าง
ผ่าน อินโฟกราฟกิ ยอดหรอื สืบค้นขอ้ มลู ทีส่ นใจได้ ๓. เกดิ นกั สอ่ื สารงานวิจัยผ่านสื่อสร้างสรรค์
๓. ได้นกั สื่อสารงานวิจัยในรูปแบบส่ือสรา้ งสรรค์อนิ โฟ เพ่ิมขึ้น อย่างนอ้ ย ๑๐๐ คน
4. โครงการจัดตงั้ สถาบนั พฒั นา สมาคมผจู้ ัดพิมพ์ กราฟกิ เพม่ิ มากขนึ้ ๔. มีประชาชนได้รับความรจู้ ากส่ือสรา้ งสรรค์
หนงั สือเพือ่ การอา่ นอย่างมคี ณุ ภาพ และผู้จาหนา่ ย ๔. เกดิ การรับรู้องค์ความรู้โดยสาธารณชนไดอ้ ย่าง เก่ียวกบั งานวิจัยมากขน้ึ
กลุ่มเป้าหมาย ผู้มอี าชีพผลิต หนังสอื แห่งประเทศ สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากข้ึน โดยผ่านเครือข่าย
หนังสอื ทง้ั วงจรต้งั แต่บรรณาธกิ าร ไทย การส่ือสารออนไลน์ต่างๆ ๑. มีการจัดอบรมปีละ ๓ ครงั้ ๆ ละ ๑๐๐ คน
นกั เขยี น นักออกแบบภาพประกอบ ๑. ผู้เข้ารับการอบรม ไดร้ ับความรู้และความเข้าใจใน ๒. มกี ารทาวจิ ยั ปลี ะ ๒ คร้งั เพ่อื เผยแพร่สู่
นกั พิสูจน์อกั ษร นักออกแบบ สานกั งาน กสทช. วิชาชีพของตนและผลิตส่อื ทีส่ ร้างสรรค์ ปลอดภยั ต่อ สาธารณชน
กราฟิก นกั แปลและสานกั พิมพ์ (สานักสง่ เสริมการ ผู้อ่าน ๓. จดั ทา website ใหใ้ ช้งานได้ใน ๑ ปี
แข่งขันและกากับ ๒. คนไทยมคี ณุ ภาพจากการอา่ นหนงั สือคุณภาพ
5. แผนงานสง่ เสริมและพฒั นากลไก ดูแลกันเอง)
การกากับดูแลกนั เองขององคก์ ร งบประมาณ ๑. ได้คู่มือมาตรฐานกลางการตรวจสอบและการจัด ๑. มรี ่างจรยิ ธรรมวชิ าชีพสอ่ื ๑ ชดุ
วิชาชีพ องคก์ รส่อื ผปู้ ระกอบวิชาชพี ประจาปี ระดับความเหมาะสมของรายการในกิจการโทรทศั น์ ๒. มีแนวปฏิบัตทิ ่เี ปน็ มาตรฐานและเปน็
สื่อด้านวทิ ยุ โทรทัศน์ ๒๕๖3 - ๒. ได้คมู่ ือแนวทางปฏบิ ัตแิ ละมาตรฐานจรยิ ธรรมใน รปู ธรรม เพือ่ ใชเ้ ป็นแนวทางในการดาเนินงาน
กลุม่ เปา้ หมาย ๒๕๖๕ การใชข้ อ้ มลู จากสอื่ ออนไลน์ในกระบวนการสือ่ ข่าว ของส่ือ ๑ ชดุ
- องค์กรวิชาชพี ของ กสทช. ๓. เผยแพร่องค์ความรเู้ ร่อื งกลไกการกากับดูแลกันเอง ๓. มีการจัดอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการเพอ่ื
- องค์กรสอ่ื แลกเปลย่ี นเรยี นรูเ้ ก่ยี วกับจริยธรรมวชิ าชีพสอ่ื
- ส่อื มวลชน ภายใตจ้ ริยธรรมวิชาชีพ ๒ ครัง้
- นกั วิชาการ
- ผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี

6. โครงการเผยแพร่องค์ความรู้ กระทรวงยตุ ิธรรม (ปีละ) ไดส้ อื่ ทใ่ี ห้ความรู้เรอ่ื งการบงั คบั ใชก้ ฎหมายทีเ่ กย่ี วข้อง มีส่ือทใ่ี ห้ความรูเ้ ร่ืองการบังคับใช้กฎหมาย
ดา้ นกฎหมายการพฒั นาส่ือ 0.๔๑๗๓
ปลอดภยั และสร้างสรรค์ กับการพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ ท่ีเก่ียวข้องจานวนอยา่ งนอ้ ย ๑๐ ชน้ิ งาน ต่อปี

๒๗

๒๘

กรอบระยะเวลา ผ้รู ับผดิ ชอบ วงเงนิ เป้าหมาย ตัวชี้วัด

2563 2564 2565 สานักงานตารวจ (ลา้ นบาท) แหลง่ เงิน
แห่งชาติ
ในรูปแบบอินโฟกราฟิก ๑ เกดิ การเผยแพร่ส่อื ทป่ี ลอดภยั และสร้างสรรค์ทเี่ ข้าถึง มีการเผยแพร่ส่ือที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ท่ี
สมาคมผจู้ ดั พิมพ์
7. โครงการเผยแพร่สอ่ื ทีป่ ลอดภยั และผู้จาหนา่ ย ประชาชนอยา่ งทั่วถงึ เข้าถงึ ประชาชน อยา่ งนอ้ ย ๑๐ ชน้ิ งาน ตอ่ ปี
และสรา้ งสรรคท์ ี่เข้าถงึ ประชาชน หนังสือแหง่ ประเทศ
ดว้ ยการเผยแพร่ส่ือทป่ี ลอดภยั และ ไทย ๑ คนในชุมชนเกดิ การรักการอ่าน จากหนงั สือท่เี ลือกเอง มีกิจกรรมแลกเปลย่ี นเรียนรู้ด้านสื่อปลอดภยั
สรา้ งสรรคท์ ีเ่ ข้าถึงประชาชนผา่ นสือ่ ชมุ ชนมีหนงั สือถกู ใจ ได้หนังสอื ที่มีเน้ือหาสรา้ งสรรค์ และสร้างสรรคร์ ะหวา่ งภาคเี ครือขา่ ย เพอ่ื
ต่าง ๆ ตรงตามความต้องการเหมาะสมกบั วัยของผู้อ่านใน คดั เลือกผรู้ ับบริจาคปลี ะ ๑๐๐ แหง่
- เพื่อผลิตและเผยแพรส่ ่อื ทีป่ ลอดภยั ชุมชน
และสร้างสรรค์ ซึง่ จะมเี นอ้ื หาในทาง
สง่ เสริมศีลธรรม จรยิ ธรรม
วฒั นธรรม การเรียนรทู้ กั ษะการใช้
ชวี ติ และบทกฎหมายที่เกยี่ วขอ้ ง
รวมถงึ สง่ เสรมิ ให้ประชาชนมีความ
สามคั คีและสามารถใชช้ วี ิตในสงั คมที่
มคี วามหลากหลายได้อยา่ งมีความสุข
- แนวทางในการดาเนนิ งาน
๑.) การเผยแพร่ผ่านสถานวี ิทยุ
โทรทัศน์ (๑๐ คร้งั ) การเผยแพร่
ผ่านสื่อสงั คมออนไลน์
๒.) การเผยแพร่ผา่ นสอื่ ส่ิงพมิ พ์
(หนังสือพมิ พ)์ โดยการจัดทาใบขา่ ว
แจกใหแ้ กห่ นงั สือพมิ พ์รายวัน
๓.) การเผยแพรผ่ ่านจอ
อิเล็กทรอนิกส์ (LED)
๔.) การเผยแพรผ่ ่านสถานี
วิทยุกระจายเสียง ๕ ฯลฯ

8. โครงการให้ตรงใจ

กรอบระยะเวลา ผู้รับผดิ ชอบ วงเงนิ เปา้ หมาย ตวั ช้วี ดั

2563 2564 2565 กระทรวงวฒั นธรรม (ล้านบาท) แหล่งเงิน กอ่ ให้เกิดส่อื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ท่สี รา้ งความ มีสื่อสงิ่ พมิ พท์ ี่เผยแพรผ่ ลงานของกลุ่มหรือ
0.8 ตระหนักในความ รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชุมชน ท่ีน้อมนาแนวพระราชดาริไปใช้ในการ
9. โครงการผลติ ส่ือประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทย ดาเนินชีวติ จานวน ๔,๕๐๐ เล่ม
เผยแพรผ่ ลงานของกลมุ่ หรอื ชุมชน กระทรวงมหาดไทย ๔.๐๗๒ ก่อใหเ้ กิดส่อื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ทีส่ ร้างความ
ทนี่ ้อมนาแนวพระราชดารไิ ปใชใ้ น ตระหนักในความ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผลิตสารคดโี ทรทัศน์ท่เี ผยแพร่การปกป้องและ
การดาเนินชวี ิตท่ีประสบผลสาเรจ็ เชดิ ชูสถาบนั หลักของชาติ อย่างน้อย ๒ เร่ือง
และเปน็ แบบอย่างที่ดี ๕.๓๕๗ กอ่ ใหเ้ กดิ สือ่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ทส่ี ร้างความ
ตระหนกั ในความ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ๑. เผยแพรข่ อ้ มูลผ่านส่อื โทรทัศน์ ๓๐ คร้งั
10. โครงการผลิตและเผยแพร่ ๒. เผยแพรข่ อ้ มลู ผ่านส่อื วทิ ยุ ๒๔๘ ครั้ง
สารคดโี ทรทัศน์ การปกปอ้ งและ ๓. เผยแพรผ่ ่านสครปิ ตด์ เี จ ๔๘ ครงั้
เชดิ ชสู ถาบันหลกั ของชาติ ๔. จดั ทาแผ่นพับ ๕๖๐,๐๐๐ แผ่น
(สถาบันพระมหากษตั รยิ )์ ๕. จัดทาคมู่ ือ ๖๐,๐๐๐ เล่ม
๖. จัดทาจุลสาร ๒๔๐,๐๐๐ ฉบับ
11. โครงการประชาสัมพันธ์ ผลิตสอื่ มรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรม พร้อม
ส่งเสริมการเรียนรู้ดา้ นการจดั การ เผยแพรใ่ หเ้ ปน็ ทรี่ ับรูอ้ ย่างกว้างขวางทั้งในประเทศ
สาธารณภยั และตา่ งประเทศ อยา่ งน้อย ๑ รายการ
๑. เชงิ ปริมาณ : มีช่องทางเผยแพร่ (LINE)
12. โครงการผลติ สื่อเผยแพรแ่ ละ กรมส่งเสริม (ปีละ) มรดกภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยได้รบั การเผยแพร่สู่สากล จานวน ๑ ระบบ และมผี ูใ้ ช้งาน (LINE)
ถ่ายทอดองค์ความรู้มรดกภูมิ วฒั นธรรม ๓.๕ ไม่น้อยกวา่ ๑ ล้านคน
ปัญญาทางวัฒนธรรมไทยส่สู ากล ๒. เชิงคุณภาพ : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
สานักงาน (ปีละ) ส่อื ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ในสังคมมจี านวนเพ่มิ มาก ประชาชนในศิลปวัฒนธรรมท่ีแสดงให้เห็น
13. การผลิตสอ่ื สังคมออนไลน์ ศิลปวฒั นธรรมรว่ ม 6 ขน้ึ และครอบคลุมทกุ พ้ืนท่ี ถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ส่งเสริมความรู้
เพอ่ื ส่งเสริมอตั ลักษณไ์ ทยและ สมยั ความเข้าใจในอัตลักษณ์ไทย และส่งเสริม
ความเปน็ ไทย ความรู้ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมด้าน
ศิลปะรว่ มสมยั ของประชาชน
14. โครงการพัฒนาศักยภาพ สานกั งาน (ปีละ) ส่ือปลอดภยั และสร้างสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพ่มิ มาก ๑. เชงิ ปรมิ าณ : การอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารดา้ น
นกั ออกแบบรนุ่ ใหม่ ศิลปวฒั นธรรมรว่ ม 8 ขึน้ และครอบคลุมทกุ พ้ืนที่ ดังกลา่ ว ไม่น้อยกว่า ๕ ครง้ั บันทกึ เทปและ
สมยั ผลิตรายการชนช้างกราฟิก ไม่น้อยกว่า ๘
ตอน และชุมชนดา้ นศาสนา ศิลปวัฒนธรรม

๒๙

๓๐

กรอบระยะเวลา ผรู้ บั ผดิ ชอบ วงเงิน เป้าหมาย ตัวชว้ี ัด

2563 2564 2565 (ล้านบาท) แหล่งเงิน และการทอ่ งเท่ียว ไดร้ บั การพัฒนาด้านเรข
ศลิ ป์ให้กับผลติ ภัณฑช์ มุ ชน ไม่นอ้ ยกว่า ๖ ชมุ ชน
15. ผลิตนติ ยสาร ART SQUARE สานักงาน (ปลี ะ) สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพ่มิ มาก ๒. เชิงคุณภาพ : องค์ความรู้ศิลปะร่วมสมัย
ในรปู แบบนติ ยสาร และนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรมร่วม สาขาเรขศิลป์ ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนา
ออนไลน์ (E – Pub) สมัย 4.353 ขน้ึ และครอบคลุมทกุ พื้นท่ี ต่อยอด รวมถึงผลติ ภัณฑช์ ุมชนได้รับการพัฒนา
๑. เชิงปริมาณ : ผลิตฉบบั ละ 2,5๐๐ เล่ม
16. การจัดทานิทรรศการ สานกั งาน (ปลี ะ) ส่อื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพิ่มมาก จานวน 4 ฉบับ ต่อปี และนติ ยสารออนไลน์
เสมือนจรงิ (Virtual Web) ศลิ ปวัฒนธรรมรว่ ม ๓.09 ขึ้น และครอบคลุมทกุ พ้ืนท่ี ๔ ฉบับ
สมยั ๒. เชงิ คณุ ภาพ : ผ้อู า่ น/ประชาชนมีความ
17. โครงการหอจดหมายเหตุ ปี ๒๕๖๓ : ส่อื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพ่ิมมาก พึงพอใจไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ผูอ้ ่าน
ดจิ ิทลั หอจดหมายเหตุส่วนกลาง กรมศลิ ปากร 42.547 ข้ึนและครอบคลุมทกุ พื้นท่ี สามารถเข้าถงึ นิตยสารได้ไม่น้อยกวา่
และภูมภิ าค (Digital Archives) ปี ๒๕๖๔ : ๓๐,๐๐๐ คน และมีสือ่ มวลชนเขา้ ถงึ กจิ กรรม
18. โครงการในการพัฒนาการ กรมศลิ ปากร สอ่ื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพ่มิ มาก ดา้ นศลิ ปวัฒนธรรมร่วมสมยั และถ่ายทอด
บรกิ ารหอ้ งสมุดดจิ ิทลั หอสมุด 5 ขน้ึ และครอบคลุมทุกพ้ืนท่ี สาระ ขา่ วสาร องค์ความรใู้ หแ้ ก่ประชาชนได้
แหง่ ชาติ ๑.เชงิ ปริมาณ : มนี ิทรรศการเสมอื นจรงิ
ปี ๒๕๖๓ : จานวนไม่นอ้ ยกว่า ๒๔ นิทรรศการ และมผี ู้
45.7 เขา้ ชมจานวนไม่น้อยกวา่ ๒,๐๐๐ คน
๒.เชิงคุณภาพ : มีระบบนิทรรศการแบบ
ปี ๒๕๖๔ : เสมือนจรงิ ทม่ี ปี ระสิทธิภาพเพ่มิ มากขึ้น
70 โดยเป็นระบบนิทรรศการแบบเสมือนจริงท่ี
รองรับการเข้าชมนิทรรศการออนไลน์ ของ
ประชาชนและผู้ท่ีสนใจในศลิ ปะรว่ มสมยั
พัฒนาระบบให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ
ด้วยระบบดิจิทัล ๑ ระบบ และแปลงข้อมูล
ทรัพยากรของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเป็น
ดจิ ทิ ัล

ทรัพยากรสารสนเทศท่ีเป็นเอกสารต้นฉบับ
ของหอสมุดแห่งชาติได้รับการแปลงให้อยู่ใน
รูปแบบดจิ ิทัล และมีระบบห้องสมุดดิจิทัลเพื่อ
ให้บริการประชาชน

กรอบระยะเวลา ผรู้ บั ผิดชอบ วงเงิน เป้าหมาย ตวั ชว้ี ัด

2563 2564 2565 กรมศลิ ปากร (ล้านบาท) แหลง่ เงนิ สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพิม่ มาก จัดทาข้อมูลแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม
ข้นึ และครอบคลมุ ทุกพ้ืนท่ี ด้วย QR Code ครอบคลุมทั้งประเทศ และ
19. โครงการในการพัฒนาระบบ กรมศิลปากร ปี ๒๕๖๓ : AR Code Virtual Reality จานวนไม่น้อย
บริการข้อมูลแหลง่ เรยี นรู้เพือ่ ๒0 สือ่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสงั คมมจี านวนเพ่ิมมาก กวา่ ๒๐ แหง่
ประชาชนผ่านเทคโนโลยี QR Code ขึ้นและครอบคลมุ ทุกพ้ืนท่ี งานด้านนาฏดุริยางคศิลป์ได้รับการเผยแพร่สู่
AR Code และ Virtual Reality ปี ๒๕๖๔ : เยาวชนและประชาชนท่วั ไป
๒5 ส่ือปลอดภยั และสร้างสรรค์ในสังคมมีจานวนเพ่ิมมากข้ึน
20. ค่าใช้จา่ ยในการเผยแพร่งาน และครอบคลุมทุกพื้นที่ จัดการแสดงนาฏศิลป์ดนตรีในพื้นท่ีอุทยาน
ดา้ นนาฏดุรยิ างคศิลป์ ปี ๒๕๖๓ : 9 ประวตั ศิ าสตร์ท้งั ๓ แห่ง อย่างน้อยปีละ ๑ ครงั้
ปี ๒๕๖๔ :
21. ค่าใช้จ่ายในการจัดแสดง กรมศิลปากร
นาฏศิลป์ดนตรเี พือ่ สง่ เสริมการ กรมศลิ ปากร ๒๕
ท่องเทีย่ วอทุ ยานประวตั ิศาสตร์
สุโขทยั อทุ ยานประวัติศาสตร์ ปี ๒๕๖๓ : 3
ศรีสชั นาลัย อุทยาน ปี ๒๕๖๔ :
ประวัติศาสตร์กาแพงเพชร
๑๐
22. คา่ ใช้จา่ ยในการเผยแพร่
ศิลปวฒั นธรรม ปี ๒๕๖๔ : ๗ สือ่ ปลอดภยั และสร้างสรรค์ในสงั คมมจี านวนเพิ่มมาก เ ผ ย แ พ ร่ ง า น ด้ า น ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม อ อ ก สู่
ขึ้นและครอบคลมุ ทกุ พ้ืนที่ สาธารณชนผ่านส่ือต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๒๐
23. โครงการพัฒนานกั สอ่ื สาร กองทุนพัฒนาสื่อ ปี ๒๕๖๓ : ครัง้ ตอ่ ปี
สร้างสรรคเ์ พือ่ ผลติ สื่อดิจิทัล ปลอดภัยและ 3.695 สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสงั คมมีจานวนเพิ่มมาก
สง่ เสรมิ การเรียนรแู้ ละพัฒนา สรา้ งสรรค์ ขน้ึ และครอบคลมุ ทุกพื้นที่ 1. นักสื่อสารสร้างสรรค์ที่เข้าร่วมโครงการฯ
ปีละ : 10 มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับการผลิตสื่อดิจิทัล
24. โครงการสนับสนุนการ กองทุนพัฒนาสอ่ื สอ่ื ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสงั คมมจี านวนเพม่ิ มาก รอ้ ยละ 80
เผยแพรผ่ ลงานทีป่ ลอดภัยและ ปลอดภยั และ ปี ๒๕๖3 : ข้นึ และครอบคลุมทกุ พ้ืนที่ 2. มีส่ือดิจิทัลส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนา
สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ 0.5 อย่างนอ้ ย 10 ชน้ิ งาน

25. โครงการพัฒนาเกมส์การ์ด กองทนุ พัฒนาส่ือ ส่อื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ได้รับเผยแพร่
พลงั ส่ือ ปลอดภัยและ
สรา้ งสรรค์ สื่อปลอดภยั และสร้างสรรค์ในสงั คมมจี านวนเพ่มิ มาก มีสื่อเกมส์การ์ดพลังสื่อ อย่างน้อย 1,000
๒๖. แผนการส่งเสริม สนบั สนนุ ให้ สานกั งาน
หน่วยงานภาครฐั ปรบั ปรุงข้อมูล ปลดั กระทรวง ขน้ึ และครอบคลุมทุกพ้ืนท่ี ช้ินงาน

ประชาชนสามารถเขา้ ถึงสือ่ ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ ๑. แจ้งหน่วยงานของรัฐดาเนินการ จานวน ๒๐

จานวนมากขน้ึ กระทรวง

๓๑

๓๒

กรอบระยะเวลา ผูร้ ับผิดชอบ วงเงนิ เปา้ หมาย ตวั ชี้วดั

2563 2564 2565 (ล้านบาท) แหลง่ เงิน ๒. ส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้รับการ
เผยแพรป่ ระชาพันธเ์ พ่ิมมากข้นึ
ขา่ วสารและการนาเสนอข่าวสาร วฒั นธรรม
ทางเว็บไซต์ รวมท้งั ส่งเสริมการ
ประชาสมั พันธ์ส่อื ปลอดภัยและ
สร้างสรรค์ และสร้างการรับรู้
ให้แก่ประชาชนสามารถเขา้ ถึงสือ่
สรา้ งสรรค์ที่หลากหลาย

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๒ การสง่ เสรมิ ความรู้เท่าทันสื่อ พฤตกิ รรมการใชส้ ือ่ เชงิ สร้างสรรค์ เฝ้าระวงั และตรวจสอบส่ือที่ไม่ปลอดภัยและไมส่ ร้างสรรค์
เปา้ ประสงค์ ๑ ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจในการใชส้ อื่ อย่างปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
เป้าประสงค์ ๒ ประชาชนมีภูมคิ ุม้ กนั มีทกั ษะในการรูเ้ ทา่ ทันสื่อ สามารถเลอื กรับ และใชส้ อ่ื ได้อย่างเหมาะสม
เป้าประสงค์ ๓ เครอื ข่ายภาคประชาชนสามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบส่ือที่ไม่ปลอดภัยและไม่เหมาะสม ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

กรอบระยะเวลา วงเงนิ เป้าหมาย ตัวชวี้ ดั
2563 2564 2565 ผู้รบั ผิดชอบ
๑. โครงการจัดทาสื่อการเรียนรเู้ พื่อสร้างภูมคิ ุ้มกนั (ลา้ นบาท) แหล่งเงิน เกิดสื่อการเรยี นรู้เพอื่ สรา้ งภมู ิคมุ้ กัน และการ มีสอ่ื การเรยี นรู้มไี ม่นอ้ ยกว่า ๑๐ ชิ้นงาน
และการเรยี นรูเ้ ทา่ ทันสื่อให้แก่ประชาชน สานักงาน 2.05 เรียนรู้เท่าทันสื่อใหก้ ับประชาชน
- เพอ่ื ผลติ สื่อการเรยี นรใู้ นรปู แบบตา่ งๆ เพอื่ สรา้ ง ตารวจแห่งชาติ
ภูมคิ ุ้มกัน และการเรยี นรูเ้ ท่าทันส่อื ที่ไมป่ ลอดภยั ๒๓ ๑. เกิดการพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน ๑. เดก็ เยาวชนอย่างนอ้ ยร้อยละ ๖๐ มีความ
และไมส่ ร้างสรรค์ ให้แก่เด็กและเยาวชน รวมท้ัง สานกั งาน
ประชาชนในสังคม เช่น การจดั ทาส่ือการ กองทนุ กลุ่มเป้าหมาย ทาให้เด็กเยาวชน มีความตระหนักรู้ ตระหนักรูเ้ ร่ืองสื่อสุขภาวะ เกิดคา่ นิยมที่
โฆษณาการพนันฟุตบอล, การโฆษณาขายสนิ ค้าที่ สนับสนนุ การ
ไมไ่ ดใ้ บรับรองคุณภาพจากหนว่ ยงานราชการที่ สรา้ งเสริม เร่ืองส่ือสุขภาวะ เกิดค่านิยมท่ีนาไปสู่วิถีชีวิตและ นาไปสู่วิถีชีวติ และ สุขภาวะ
เกี่ยวข้อง เป็นต้น สุขภาพ (สสส.)
- แนวทางในการดาเนนิ การ สขุ ภาวะที่ดี ๒. มีเยาวชนพลเมือง เท่าทันส่อื และนัก
๑) ผลิตข้อความตัวอกั ษรวงิ่ บนจออิเล็กทรอนิกส์
(LED) และสถานีวทิ ยโุ ทรทศั น์, ผลิตสปอต
โทรทัศน์ (๕ ตอน×๑๕๐,๐๐๐ บ.) และผลติ
แอนเิ มชัน อินโฟกราฟฟิค
(๕ ชิ้นงาน×๑๐๐,๐๐๐ บ.)
๒) จัดทานิทรรศการพระราชประวัติและพระราช
กรณยี กิจ
๓) จดั ทาใบปิดประกาศ (Poster) ขนาด ๒๔×๓๕
นิ้ว (๑๐,๐๐๐ แผ่น)

๒. ยุทธศาสตร์ขบั เคล่ือนระบบส่อื สร้างสขุ ภาวะ
เดก็ และเยาวชน
- แผนงานและโครงการทเ่ี นน้ กลุ่มเป้าหมายการ
พฒั นาศกั ยภาพผผู้ ลิตส่อื

๒. มีนักส่ือสารสุขภาวะสร้างการเปล่ียนแปลงด้าน ส่อื สารเพื่อสร้างการเปลีย่ นแปลง ใน

๓๓

๓๔

กรอบระยะเวลา วงเงนิ เป้าหมาย ตวั ชวี้ ัด
2563 2564 2565 ผู้รบั ผดิ ชอบ
(ลา้ นบาท) แหลง่ เงนิ

สุขภาวะเด็กเยาวชนเพิ่มขึ้น มีเยาวชนพลเมือง เท่า สถานศึกษาหรือชุมชน อยา่ งน้อย ๕๐ แหง่

ทันสื่อ และนักส่ือสารเพ่ือสร้างการเปลี่ยนแปลง ใน ๓. ภาคีทอ้ งถน่ิ และภาคอี งค์กรนาเอา

สถานศึกษาหรือชมุ ชน มาตรการเสรมิ ปจั จยั แวดล้อมด้านระบบสอ่ื สุข

๓. มีแกนนาและผู้เชี่ยวชาญด้านเท่าทันส่ือเพ่ิมข้ึน ภาวะเดก็ เยาวชน เมอื ง ๓ ดี หรอื กระบวนการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการศึกษา สถาบัน เทา่ ทันสอื่ ไปขยายผล อย่างน้อย ๑๕ องค์กร

ฝึกหัดครู ครูอาจารย์ นักปฏิบัติงานทางสังคม ท่ีมี ๔. มีรปู แบบการส่ือสารและกจิ กรรมการสร้าง

ความรู้ความเข้าใจและทักษะในการถ่ายทอดสู่เด็ก เสรมิ ระบบสอ่ื สุขภาวะ และการรเู้ ทา่ ทันสอ่ื

เยาวชนในระบบและ นอกระบบการศกึ ษา (MIDL) ท่ที าใหก้ ลุม่ เป้าหมายได้เขา้ ถึงวิถชี ีวิต

๔. เกิดการพัฒนาศักยภาพของแกนนาและกลไก สขุ ภาวะและเติบโตทางปญั ญาเป็นพลเมืองตื่น

เครือข่ายเกิดเครือข่ายการทางานด้านเท่าทันส่ือ รอู้ ยา่ งนอ้ ย ๓๐ กรณี

และระบบส่ือสุขภาวะท่ีหลากหลายมากข้ึน โดยมี

เครือข่ายของเด็กเยาวชน ครอบครัว ท่ีมีส่วนร่วมใน

การเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาส่ือเพ่ิมขึ้น เครือข่าย

นักการศกึ ษาในระดบั ภมู ิภาคและระดับสากล

๔. ภาคที ้องถ่ินและภาคีองค์กรนาเอามาตรการเสริม

ปัจจัยแวดล้อมด้านระบบสื่อสุขภาวะเด็ก เยาวชน

เมอื ง ๓ ดี หรอื กระบวนการเทา่ ทนั สือ่ ไปขยายผล

๕. เกิดงานรูปแบบการสื่อสารและกิจกรรมการสร้าง

เสริมระบบส่ือสุขภาวะ และการรู้เท่าทันสื่อ (MIDL)

ท่ีทาให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงวิถีชีวิตสุขภาวะ

และเตบิ โตทางปัญญาเป็นพลเมอื งต่ืนรู้

๓. โครงการสง่ เสรมิ การนาเรอื่ งการรู้เทา่ ทันสอื่ สานกั งาน งบประมาณ เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรทางด้าน มกี จิ กรรมแลกเปล่ียนเรียนรเู้ พอื่ สรา้ ง
วทิ ยุ-โทรทศั นไ์ ปใช้ในระดับอุดมศกึ ษา กสทช. (สานัก รายจ่าย
กลมุ่ เป้าหมาย คมุ้ ครอง ประจาปี การศกึ ษาในระดับอุดมศึกษา ด้านนิเทศศาสตร์หรือ ทักษะในการถ่ายทอดองค์ความรดู้ ้านการ
- บุคลากรทางดา้ นการศึกษา นิสติ นักศึกษา ใน ผูบ้ ริโภคใน ของ กสทช.
ระดับอดุ มศกึ ษา ดา้ นนิเทศศาสตร์หรอื กจิ การกระจาย ส่ือสารมวลชน และด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ รเู้ ทา่ ทันส่ือของบุคลากรทีเ่ กยี่ วขอ้ งด้าน
ส่อื สารมวลชน และดา้ นครุศาสตร์หรือ เสียงและ
ศกึ ษาศาสตรส์ ถาบันการศึกษาระดบั อดุ มศึกษา โทรทศั น)์ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีเทคนิคหรือวิธีการที่ การศกึ ษา นเิ ทศศาสตร์หรือ

ภมู ภิ าคละ ๓ แห่ง + สว่ นกลาง ๑ แห่ง รวมเป็น หลากหลายและสามารถนาเน้ือหาหรือตารารู้เท่าทัน สอ่ื สารมวลชน และครุศาสตรห์ รอื

สื่อไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมี ศกึ ษาศาสตร์ โดยเกดิ ต้นแบบทีส่ ามารถ

ประสิทธภิ าพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และ

สามารถใชเ้ ทคนิควิธีใหม่ ๆ ในการ

กรอบระยะเวลา ผูร้ ับผดิ ชอบ วงเงนิ เปา้ หมาย ตัวช้วี ดั

2563 2564 2565 (ล้านบาท) แหลง่ เงิน
๕ UNICF
๑๓ แหง่ 2.8 ถา่ ยทอดองค์ความรดู้ ้านการรเู้ ท่าทันสื่อได้
- (กลุ่มเป้าหมายรอง) ประชาชนผบู้ ริโภคในกิจการ
กระจายเสียงและกิจการโทรทศั น์ ๑.๒๓๙๙๒ ไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาครอบคลมุ

๔ ภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนอื

และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื )

๔. โครงการพัฒนาชุดกิจกรรมการส่ือสารและการเรียนรู้ กรมสนับสนนุ เกิดการรู้เท่าทันส่ือด้านสุขภาพในกลุ่มเด็กและ มีชดุ กิจกรรมการส่อื สารและการเรยี นรู้ฯ
เรอื่ ง ร้เู ทา่ ทันสอื่ ด้านสขุ ภาพในกลมุ่ เด็กและเยาวชน บรกิ ารสขุ ภาพ
กลุ่มเป้าหมาย เดก็ และเยาวชนท้ังในระบบและนอกระบบ กระทรวง เยาวชน อยา่ งนอ้ ย 1 ชุด
สาธารณสขุ
5. โครงการ “พัฒนาตัวบ่งช้ีระดบั สงั คมและ ๑. ทราบสถานการณก์ ารใชส้ ื่อสารสนเทศ ๑. มกี ิจกรรมการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ด้าน
ข้อเสนอเชงิ นโยบายในการสง่ เสรมิ การร้เู ท่าทัน สานกั งาน สกว.
ส่ือสารสนเทศ และดิจทิ ัล เพ่อื การปกปอ้ งคุม้ ครอง (เดมิ ) และดจิ ทิ ัลของเด็กและเยาวชนไทย เพื่อนาไปสู่ สอ่ื ระหวา่ งภาคี อยา่ งนอ้ ย ๑ กิจกรรม
เดก็ และเยาวชน”
การพัฒนาขอ้ เสนอแนะในการพัฒนาระบบ ๒. ได้นโยบาย แนวทาง และรูปแบบ

ความคุ้มครองทางสังคมในเด็กและเยาวชน ในการขับเคลอ่ื นการส่งเสรมิ การรู้ทันสื่อ

๒. ทราบนโยบาย แนวทาง รปู แบบ และภาคสว่ น สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล อยา่ งน้อย ๑ ชดุ

ที่เกย่ี วข้อง ในการดาเนินงานเรื่องการรเู้ ทา่ ทันสือ่ ๓. มชี ุดตวั บ่งช้ที างสังคม และ

ฯ ในสังคมไทย และต่างประเทศ เพ่ือนามาพฒั นา ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อย่างน้อย ๑ ชุด

นโยบาย แนวทาง รูปแบบ ในการขับเคลือ่ นการ เพ่ือนาไปดาเนนิ การส่งเสรมิ การรู้เทา่ ทันสือ่ ฯ

ส่งเสรมิ การรู้ทนั สื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล

ตามกรอบแนวคิดพลเมอื งประชาธปิ ไตย ให้เดก็

และเยาวชนเกิดภูมิคุ้มกันในตนเอง และเปน็ การ

เสรมิ พลงั กลุ่มเด็กและเยาวชน และองค์กรต่าง ๆ

ท่ที างานสง่ เสรมิ การรเู้ ทา่ ทันสื่อต่อไป

๓. ไดต้ ัวบ่งชี้ทางสังคม และข้อเสนอแนะเชิง

นโยบายต่อภาคส่วนทีเ่ กยี่ วข้อง เพือ่ ส่งเสริมการ

ร้เู ท่าทันสอื่ ฯ สาหรับเดก็ และเยาวชนในสังคมไทย

6. โครงการสร้างความตระหนักในการใช้ กระทรวงดิจิทัล เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้สูงวัยท่ีเข้าร่วมโครงการ ๑. เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้สูงวัยท่ีเข้าร่วม
อินเตอร์เนต็ ให้เสรมิ สร้างรายได้และรู้เทา่ ทันภยั เพ่ือเศรษฐกิจ
และสงั คม มีความตระหนักรู้ ความเข้าใจและสามารถใช้ โครงการมีความตระหนักรู้ ความเข้าใจ
คุกคามไซเบอร์ (Internet for Better Life)
(สพธอ.) เทคโนโลยีสารสนเทศและอินเตอร์เน็ตท่ีม่ันคง เก่ียวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ

ปลอดภัย อนิ เทอร์เน็ตอย่างมั่นคงปลอดภัยเพ่ิมมากข้ึน

๒. เด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้สูงวัยท่ีเข้าร่วม

๓๕

๓๖

กรอบระยะเวลา วงเงิน เป้าหมาย ตวั ชีว้ ดั
2563 2564 2565 ผ้รู ับผิดชอบ
(ล้านบาท) แหลง่ เงิน

โครงการสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ

อินเทอร์เน็ตทีม่ ั่นคงปลอดภยั มแี นวทางในการ

หลีกเลี่ยงภัยทางอินเทอร์เน็ต และ/หรือแจ้ง

เหตุไปหน่วยงานที่เก่ียวข้องได้เมื่อพบเจอ

ปญั หา

๓. เดก็ เยาวชน และกลุ่มผ้สู งู วัยท่ีเข้ารว่ ม

โครงการ มพี ฤตกิ รรมจริยธรรมอันดี ในการใช้

เทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอรเ์ น็ตอยา่ ง

เหมาะสมและสรา้ งสรรค์

๗. สนับสนนุ การทนุ พัฒนาส่อื ปลอดภยั กองทุนพัฒนา ๒๐๐ ล้าน : ปี กองทนุ ฯ ๑. ส่งเสริมการผลิตส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์ ๑. มีกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้านส่ือ
และสร้างสรรค์เชิงยทุ ธศาสตร์ ส่ื อ ป ล อ ด ภั ย
และสร้างสรรค์ ให้เหมาะสมกบั ทกุ ช่วงวัย ปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่เหมาะสมกับ
๘. คา่ ยครู-นักเรียน คิดมันส์ทันสือ
๒. แก้ประเด็นปัญหาของส่ือท่ีไม่ปลอดภัย เช่น ทกุ ชว่ งวัย อยา่ งนอ้ ย ๒๐ กิจกรรม

Fake news, Cyberbullying, Hate spread, ๒. กลุ่มเป้าหมายรับรู้ และตระหนักถึง

เด็กติดเกม และการรู้เท่าทันส่ือ เปน็ ตน้ ปญั หาของสอ่ื ท่ไี ม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น

กองทุนพัฒนา 5 เด็ก เยาวชน และครู ที่เข้ าร่ วมโครงการ 1. เดก็ เยาวชน และครูท่เี ข้าร่วมโครงการ มี
ส่อื ปลอดภยั
และสรา้ งสรรค์ มีความตระหนักรู้ รู้เท่าทันส่ือและสามารถผลิต ความรู้เท่าทันสื่อ ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 70

สอ่ื ปลอดภัยและสร้างสรรค์ 2.มสี อื่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ จานวน30

ช้ินงาน

กรอบระยะเวลา วงเงิน เปา้ หมาย ตวั ชว้ี ัด
2563 2564 2565 ผรู้ ับผดิ ชอบ
๙. โครงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนใน (ล้านบาท) แหลง่ เงนิ ได้ช่องทางในการสร้างการมีส่วนร่วมของ มีชอ่ งทางในการสรา้ งการมสี ่วนรว่ มของ
การเฝ้าระวงั และแจ้งสถานการณ์ส่อื ไม่เหมาะสม สานักงาน ๒.๓
ผา่ นชอ่ งทางต่างๆ ตารวจแหง่ ชาติ
- เพอ่ื เป็นการเปิดชอ่ งทางการแสวงหาความ ประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งสถานการณ์ ประชาชนในการเฝ้าระวังและแจง้
รว่ มมือจากภาคประชาสังคมในการเฝ้าระวังและ สอื่ ไม่เหมาะสม
แจ้งสถานการณ์ส่ือไมเ่ หมาะสมผา่ นช่องทางตา่ งๆ สถานการณส์ อ่ื ไม่เหมาะสม ไมน่ ้อยกวา่
ให้แกส่ านกั งานตารวจแห่งชาติ ซง่ึ จะเปน็ ข้อมูล
นาไปส่กู ารจับกุมผู้กระทาผิดมารบั โทษตาม ๓ ชอ่ งทาง
กฎหมาย
- แนวทางในการดาเนินงาน
๑) การพัฒนาชอ่ งทางสอ่ื ดจิ ติ อลเพอื่ การสือ่ สาร
(๓ ชอ่ งทาง)
๒) ช่องทางสือ่ สังคมออนไลน์
๓) ชอ่ งทางโทรศพั ท์สายด่วน
๔) ช่องทางการแถลงข่าว
๕) ชอ่ งทางวิทยกุ ระจายเสยี ง
๖) ตรู้ บั แสดงความคดิ เห็น
๗) ฯลฯ

๑๐. โครงการเฝ้าระวัง ขอ้ มลู ขา่ วสาร เพ่ือการ กรมสนับสนุน 0.45 1. ระบบเฝ้าระวังฯ ๑. รายงานผลการเฝา้ ระวงั ขอ้ มูลข่าวสาร
สื่อสารเตือนภยั และพัฒนาความรอบร้ดู า้ นสขุ ภาพ บรกิ ารสขุ ภาพ 0.6 2. กลไกการส่อื สารเพอ่ื ขบั เคลอ่ื น และการเตอื นภยั
๑) พัฒนาระบบเฝ้าระวัง ข้อมลู ขา่ วสาร เพ่อื การ กระทรวง 1.5 การเสรมิ สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่ม 2. จานวนชุดสอ่ื และกจิ กรรมในการ
สื่อสาร เตอื นภัยสุขภาพ สาธารณสุข แกนนาสุขภาพ พฒั นาความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ
๒) พัฒนากลไกการสือ่ สารเพ่อื ขับเคลือ่ น 3. สื่อและกจิ กรรมเพอ่ื พัฒนาความรอบรู้
การเสรมิ สร้างความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ ด้านสขุ ภาพ
3) พฒั นาชดุ สื่อและกจิ กรรมเพือ่ พฒั นาความรอบรู้
ด้านสุขภาพ

๓๗

๓๘

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ การบูรณาการกลไกการทางานอยา่ งมีประสิทธภิ าพ และสร้างการมีส่วนรว่ มจากทกุ ภาคส่วนผ่านการส่ือสารสาธารณะ
เปา้ ประสงค์ ๑ มกี ารบรู ณาการแผนปฏบิ ัติงานของหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งท่ีชดั เจนและสอดคล้องร่วมกันทุกภาคส่วน
เปา้ ประสงค์ ๒ เกิดแนวทางการทางานร่วมกนั อย่างเปน็ ระบบ
เป้าประสงค์ ๓ สรา้ งการมีสว่ นร่วมจากทกุ ภาคสว่ น โดยใช้การสือ่ สารสาธารณะ
เปา้ ประสงค์ ๔ เกิดการใช้งบประมาณอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

กรอบระยะเวลา ผ้รู ับผิดชอบ วงเงนิ เป้าหมาย ตัวช้วี ดั

2563 2564 2565 สานกั งาน (ลา้ นบาท) แหลง่ เงิน ๑. เกดิ ความรว่ มมือของหน่วยงานในการ มหี นว่ ยงานรว่ มกันจัดทา
ปลัดกระทรวง สป.วธ. ร่วมเปน็ เครอื ขา่ ยการทางาน เพ่ือสร้าง แผนปฏิบัตกิ ารการพัฒนาส่อื
๑. การขับเคลื่อนแผนพัฒนาดา้ นการพฒั นาสอื่ วัฒนธรรม แนวปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั และวางแผน ปลอดภยั และสร้างสรรค์ ไม่นอ้ ย
ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ ระยะที่ ๑ (สฝว.และสวจ.) ปฏิบตั ิการท่ีชัดเจน กว่า ๑๐ หนว่ ยงาน เช่น กระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕) รว่ มกบั หน่วยงานที่ ๒. การดาเนนิ งานตามแผนฯ ได้รับการ วฒั นธรรม กระทรวงมหาดไทย
เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนภลางและส่วนภมู ิภาค ติดตามประเมินผลอย่างมปี ระสิทธภิ าพ กระทรวงยตุ ิธรรม กระทรวงดิจทิ ัล
เพอ่ื เศรษฐกิจและสงั คม
๒. แผนงานการกากับดแู ลการกระทาท่ีเป็นการ สานักงาน กสทช. งบประมาณ ๑. ไดก้ ลไกการประสานการดาเนินการ กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวง
เอาเปรียบผู้บริโภคในกจิ การกระจายเสยี งและ (สานักคุ้มครอง รายจ่าย ร่วมกบั หน่วยงานทเ่ี กยี่ วข้อง อาทิ อย. พาณิชย์ กรมประชาสัมพันธ์
โทรทศั น์ ซึ่งรวมถงึ การโฆษณาอาหาร ยา และ ผบู้ ริโภคในกจิ การ ประจาปี สคบ. กรมวชิ าการเกษตร ฯลฯ กรุงเทพมหานคร ผแู้ ทนสถานวี ิทยุ
ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ การโฆษณาหลอกลวงเกนิ จริง กระจายเสียงและ ของ ๒. ไดก้ ลไกการตดิ ตามตรวจสอบการ โทรทศั น์ ผู้แทนสถานี
และการโฆษณาที่ผดิ กฎหมายอืน่ ๆ โทรทัศน)์ สานักงาน กระทาที่เป็นการเอาเปรียบผู้บรโิ ภคฯ วิทยุกระจายเสยี ง และผูแ้ ทนจาก
กสทช. ๓. เกิดความรู้ ความเขา้ ใจแกผ่ ู้ประกอบ สมาพันธ์นักหนงั สือพิมพ์แห่ง
กจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทัศน์ ประเทศไทย เป็นต้น
เกี่ยวกบั การกระทาที่เป็นการเอาเปรียบ
๑. เกิดกลไกการขบั เคลอ่ื น
แผนงาน และติดตามตรวจสอบ
ด้านการพัฒนาและเฝา้ ระวังส่ือ
๒. มีแนวปฏบิ ัติงานร่วมกัน ๑ ชดุ
๓. มีแนวทางในการกากบั ดูแลการ
ประกอบกจิ การและการจดั การปัญหา
การเอาเปรยี บผู้บรโิ ภคทห่ี ลากหลาย

กรอบระยะเวลา ผ้รู บั ผิดชอบ วงเงิน เปา้ หมาย ตวั ชี้วัด

2563 2564 2565 (ล้านบาท) แหลง่ เงนิ

กลุ่มเปา้ หมาย ๒.๕ ผบู้ ริโภคฯ
กจิ การกระจายเสยี ง (วิทยุหลกั วทิ ยุสาธารณะ ๓. เกดิ กระบวนการในการ จดั หรือร่วมจัด
วิทยชุ มุ ชน วิทยทุ างธรุ กจิ ) ประชุม/สมั มนา เพอื่ การกากบั ดแู ลการ
- กิจการโทรทัศน์ (ดจิ ิตอลทีวี โทรทัศน์ ประกอบกจิ การและการจดั การปญั หาการ
ดาวเทียม เคเบิลทวี )ี เอาเปรียบผ้บู รโิ ภคในกจิ การกระจายเสยี ง
และโทรทศั น์
๓. การประชุมคณะอนกุ รรมการพัฒนาส่ือ ***หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้อง
ปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัด จานวน - หนว่ ยงานกากับดูแลท่เี ก่ยี วข้อง เช่น อย.
๗๖ จงั หวัด สคบ. กรมวิชาการเกษตร
- เจา้ หน้าท่ีสานักงาน กสทช. ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
อาทิ สานักออกใบอนุญาตประกอบกิจการ
ฯ สานกั กฎหมายในกจิ การกระจายเสยี ง
และโทรทัศน์ กสทช.ภาค ๑ นนทบรุ ี
กสทช.ภาค ๒ ขอนแกน่ กสทช.ภาค ๓

ลาปาง กสทช.ภาค ๔ สงขลา
- เครือข่ายเฝ้าระวังสือ่ วทิ ยุ-โทรทัศน์

สานักงาน มกี ารจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ
ปลัดกระทรวง อยา่ งนอ้ ย ๑ ครั้งตอ่ ปี
วัฒนธรรม
(สฝว.และสวจ.)

๔. แผนงานการกากับดแู ลโฆษณามิให้ละเมิด สานกั งานกสทช. งบประมาณ ๑. เกิดกระบวนการพฒั นาเกณฑแ์ นวทาง ๑. มีกระบวนการพฒั นาเกณฑ์
สทิ ธแิ ละเป็นการเอาเปรียบผู้บรโิ ภคในกิจการ รายจ่าย ปฏิบัติทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค แนวทางปฏบิ ตั ิท่เี กีย่ วข้องกับการ
การกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึง่ รวมถงึ การ ประจาปี ของ ดาเนินการกาหนดลกั ษณะการกระทาเอา คุ้มครองผู้บรโิ ภคฯ ร่วมกัน
โฆษณาอาหาร ยา และผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ การ กสทช. เปรียบผ้บู ริโภค เช่น การโฆษณาบรกิ ารหรอื ระหวา่ งหน่วยงานภาครัฐ การ
โฆษณาหลอกลวงเกินจรงิ และการโฆษณาที่ผิด สินค้าเก่ียวกับความเช่อื อยา่ งงมงาย หรือ บงั คบั ใชก้ ฎหมาย และเกดิ กลไก
กฎหมายอืน่ ๆ ศรัทธาของบคุ คล ฯลฯ รวมท้งั แนวทางการ รว่ มกับภาคประชาชนท่ีเกีย่ วข้อง
กากบั ดแู ลการกระทาท่เี ปน็ การเอาเปรียบ ๒. มีกระบวนการติดตามเฝ้าระวงั
ผบู้ รโิ ภค เช่น การโฆษณาอาหาร ยา และ หรือรับข้อมลู จากผบู้ รโิ ภคผ่าน
ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ สารเคมีทางเกษตร การ ช่องทางตา่ ง ๆ

๓๙

๔๐

กรอบระยะเวลา ผรู้ ับผดิ ชอบ วงเงิน เปา้ หมาย ตัวช้ีวดั

2563 2564 2565 (ลา้ นบาท) แหล่งเงิน

โฆษณาหลอกลวงเกดิ จรงิ โดยพัฒนา ๓. มีเวทีแลกเปล่ยี นเรียนรขู้ องผู้

กระบวนการทางานรว่ มกับหน่วยงานภาครัฐ ประกอบกิจการโทรทศั นเ์ พือ่ สรา้ ง

การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย และสรา้ งกลไกร่วมกบั ความรู้ ความเขา้ ใจ และปอ้ งปราม

ภาคประชาชน การกระทาท่เี ป็นการเอาเปรียบ

๒. เกิดกระบวนการตดิ ตาม เฝ้าระวงั หรือรบั ผบู้ รโิ ภค

ขอ้ มลู จากเครอื ข่ายผ้บู รโิ ภคฯ เพือ่ รวบรวม

เอกสารหลักฐาน และจดั ทาข้อวิเคราะห์และ

ขอ้ เสนอเพอื่ ประกอบการพจิ ารณาการกระทา

ตา่ ง ๆ รวมถงึ การออกคาส่งั ทางปกครองอน่ื ๆ

๓. เกิดความรู้ ความเขา้ ใจแกผ่ ู้ประกอบกิจการ

โทรทศั น์ เพ่อื ป้องปรามการกระทาที่เปน็ การ

เอาเปรยี บผู้บรโิ ภคฯ

๕. โครงการจัดเวทสี ง่ เสริมการมีสว่ นรว่ มของ กองทุนพัฒนาสือ่ ปีละ : 1. สร้างการมีส่วนร่วม และความตระหนักรู้ของ เกดิ เวทสี ง่ เสริมการมีส่วนร่วม
ประชาชน 5 ภูมิภาค ปลอดภยั และ 12.5
สรา้ งสรรค์ ประชาชนในการพัฒนาส่ือปลอดภยั และ ของประชาชน 5 เวที

สรา้ งสรรค์

2. เกิดกระบวนการส่งเสรมิ และกลไกการบรู

ณาการร่วมกนั ในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและ

สร้างสรรค์

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๔ การพฒั นาและบรู ณาการการบงั คับใช้กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้องกบั ส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์
เป้าประสงค์ท่ี ๑ บรู ณาการกฎหมาย และหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องกับการบังคบั ใช้กฏหมาย เพือ่ กาหนดแนวทางการทางานรว่ มกัน
เปา้ ประสงค์ที่ ๒ ผู้ปฏบิ ตั ิงานด้านสอ่ื มีองคค์ วามรู้ด้านกฎหมายครบถว้ น รอบด้าน

กรอบระยะเวลา วงเงนิ เป้าหมาย ตวั ชว้ี ดั
2563 2564 2565 ผรู้ ับผิดชอบ
(ล้านบาท) แหลง่ เงิน
๑. ศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวง ๑๔.๑ เกดิ กลไกการประสานงาน และบรู ณาการเรือ่ ง มกี ลไกการประสานงานท่ชี ดั เจน
๑๗๖๕ สายด่วนวัฒนธรรม วฒั นธรรม ร้องเรยี นของหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้องท่ีมีกฎหมาย และมปี ระสิทธภิ าพ ระหว่าง
(ดาเนินการระยะเวลา พ.ศ. ๒๕๖3 – ๒๕๖๕) ๑.๒ ภายใต้การกากับดแู ล โดยเป็นการส่งต่อข้อมลู ที่ หนว่ ยงานท่ีบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
เก่ียวขอ้ งเพอื่ ใหเ้ กดิ การดาเนินงานตามกฎหมาย เกยี่ วกับสือ่
๒. การประชุมคณะกรรมการพัฒนาสื่อ สานักงาน ๐.๕
ปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ และ ปลัดกระทรวง ๑. ไดก้ รอบแนวทางการดาเนนิ งานรวมถงึ กลไก ๑. คณะกรรมการพัฒนาสื่อ
คณะอนุกรรมการ โดยการจัดประชุมเพ่ือ วัฒนธรรม ในการขับเคลอื่ นการพฒั นาสอ่ื ปลอดภัยและ ปลอดภัยและสรา้ งสรรคแ์ หง่ ชาติ
กาหนดนโยบาย และแนวทางการดาเนินงาน (สฝว.) สรา้ งสรรค์ จดั ประชมุ ๒ ครง้ั ต่อปี
ด้านการพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ สานกั งานตารวจ ๒. แนวทางการใช้ส่ือปลอดภัยและสรา้ งสรรค์ ๒. คณะอนกุ รรมการ จดั ประชุม
แหง่ ชาติ ของภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน อย่างนอ้ ย ๒ ครั้งตอ่ ปี
๓. โครงการประชุมสัมมนาเพ่ือให้ความรู้แก่ ๑. ผปู้ ฏิบัตงิ านและผู้เกี่ยวข้องทเี่ ข้ารับการพฒั นา ผูป้ ฏบิ ัตงิ านและผู้เกยี่ วขอ้ งทเ่ี ข้า
ผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกฎหมาย สานกั งานตารวจ มีองค์ความรดู้ ้านกฎหมายสือ่ เพมิ่ ขึ้น รับการพฒั นามีองคค์ วามรู้ด้าน
ด้านสอ่ื ต่าง ๆ แหง่ ชาติ ๒. เครือข่ายมีความเข้มแขง็ กฎหมายสือ่ เพิ่มข้ึน และมคี วาม
- เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้เก่ียวข้องมีองค์ เข้มแขง็ ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ
ความรู้กฎหมายด้านสื่อต่าง ๆ ซึ่งจะทาให้การ ๒๕ ต่อปี
ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างมี
ประสิทธิภาพมากยิง่ ขน้ึ ๘.๖๓๕๒ การกระทาผิดเกย่ี วกบั สอ่ื ทุกประเภท มจี านวน การกระทาผดิ เกี่ยวกบั สื่อทกุ
ลดลง ประเภท มจี านวนลดลง ไมน่ อ้ ย
๔. โครงการการสืบสวนจับกุมผู้กระทาผิดเก่ียวกับ กวา่ รอ้ ยละ ๕ ตอ่ ปี
ส่ือทกุ ประเภททว่ั ราชอาณาจักร
- เพื่อให้การกระทาความผิดด้านสื่อไม่ปลอดภัย
และไม่สร้างสรรค์ภายในราชอาณาจักรไทย มี
จานวนลดน้อยลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งจะ
ส่งผลดีต่อการพัฒนาของเด็กและเยาวชน และ
ประชาชน

๔๑

๔๒

กรอบระยะเวลา วงเงนิ เปา้ หมาย ตัวช้ีวดั
2563 2564 2565 ผูร้ ับผิดชอบ
(ลา้ นบาท) แหลง่ เงนิ
- แนวทางการดาเนินงานประสานงานกับ กรมสนับสนนุ 1. เพือ่ ให้มรี ะบบและกลไกเฝ้าระวัง ติดตาม 1. มรี ะบบและกลไกเฝ้าระวัง
กระทรวงวัฒนธรรม เพ่ือขอทราบจานวนการ บรกิ ารสขุ ภาพ ๑.2 ตรวจสอบและสื่อสารข้อมูลขา่ วสารความรู้ด้าน ตดิ ตาม ตรวจสอบและสอื่ สารฯ
จับกุมผู้กระทาผิดเกี่ยวกับส่ือแต่ละประเภท กระทรวง อยา่ งนอ้ ย 2 ระบบ
ทีต่ อ้ งการให้ ตร. ดาเนนิ การ สาธารณสุข สขุ ภาพที่ถูกต้อง 2. มแี นวทางและกลไกการ
2. เพอื่ ให้มีระบบและกลไกสนบั สนุนให้ สนบั สนุนให้ประชาชนมีสว่ นร่วม
๕. โครงการพัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครอง สานกั งาน กสทช. ในการเฝา้ ระวงั ฯ อย่างน้อย 1 ระบบ
ผบู้ ริโภคด้านขอ้ มลู ข่าวสารและความรู้สขุ ภาพ (สานกั คุ้มครอง ประชาชนมีสว่ นร่วมในการเฝา้ ระวังผลิต
๑) พฒั นาระบบเฝ้าระวังและกลไกการคุ้มครอง ผู้บริโภคใน และเผยแพรข่ อ้ มูลขา่ วสารความร้ดู ้านสขุ ภาพ
ประชาชนด้านข้อมูล ข่าวสารและความรู้ กจิ การกระจาย ทถ่ี กู ต้อง
สุขภาพในระดบั ประเทศและระดับชุมชน เสียงและโทรทศั น์
๒) ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วม ๑. เกดิ กระบวนการสนบั สนุนการจดั ทาและนา ๑. มีหน่วยงานที่รว่ มเป็นเครือข่าย
ในการเฝ้าระวัง ผลิต และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องคค์ วามรู้ไปปรับใช้ในการสร้างความรคู้ วาม การทางานอย่างนอ้ ย ๑๐ หนว่ ย
ความรทู้ ถี่ กู ตอ้ ง เข้าใจ และเกดิ ความตระหนกั ในสิทธิผบู้ ริโภคใน งาน
3) พัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวัง ตอบโต้ แก้ไข ทกุ ระดับหรือทกุ ช่วงวยั มิใหถ้ กู เอาเปรยี บจาก ๒. มเี วทแี ลกเปลย่ี นเรยี นร้กู าร
ข้อมูลขา่ วสาร ด้านสุขภาพ ผู้ประกอบการในกจิ การกระจายเสยี งและกจิ การ ทางานตามบทบาท หรอื อานาจ
โทรทศั น์ ครอบคลมุ พน้ื ที่ ๔ ภูมภิ าค หน้าที่ หรือภารกจิ ความ
๖. โครงการสรา้ งความเข้มแข็งเครือข่าย ๒. เกิดเวทีแลกเปล่ียนเรยี นรู้การทางานตาม รบั ผดิ ชอบร่วมของภาคสว่ นที่
ผู้บรโิ ภคในกิจการกระจายเสยี งและโทรทัศน์ บทบาท หรอื อานาจหน้าที่ หรือภารกจิ ความ เกยี่ วข้อง ภูมิภาคละไมน่ อ้ ยกวา่
ระดบั ภมู ิภาค รับผิดชอบร่วมของภาคส่วนทเี่ กย่ี วข้อง ๑ คร้ัง
กลุ่มเป้าหมาย (องคก์ รภาค)ี ๓. เกิดกระบวนการสง่ เสริมใหเ้ กิดการตดิ ตาม ๓. มีการตงั้ คณะทางานขับเคล่ือน
- สถาบนั การศกึ ษาระดับอุดมศึกษาภมู ภิ าคละ เฝ้าระวงั การกระทาทม่ี ีลักษณะเปน็ การเอา งานในแต่ละภูมภิ าคร่วม ระหวา่ ง
๑ แหง่ เปรียบผบู้ ริโภคในกิจการกระจายเสยี งและ หน่วยงานภาครัฐ/ทอ้ งถ่ิน/
- กลมุ่ ทที่ างาน/ขับเคล่ือนงานดา้ นคุ้มครอง โทรทัศนอ์ ย่างตอ่ เน่อื ง สถาบนั การศกึ ษา/ภาคประชา
ผู้บรโิ ภคกบั กสทช. ๔. เกดิ ชอ่ งทางการสื่อสารสร้างความรู้ ความ สังคม ตลอดจนภาคเอกชน
- ผู้ท่ีขบั เคลือ่ นงานในเรื่องส่ือเป็นหลัก เขา้ ใจ รจู้ ักสทิ ธแิ ละมีสว่ นร่วมแลกเปลย่ี น ภูมิภาคละไม่น้อยกว่า ๑ ชดุ
- หนว่ ยงานภาครัฐท่เี กี่ยวขอ้ งในพื้นท่ี เช่น สะท้อนความคดิ เห็น/รณรงค์ทางสังคม และเป็น ๔. มีชอ่ งทางในการสร้างการมีสว่ น
สสจ. สคบ. องค์การบริหารส่วนท้องถน่ิ
- เจา้ หนา้ ที่สานักงาน กสทช. ไดแ้ ก่ กสทช.
ภาค ๑ นนทบุรี กสทช.ภาค ๒ ขอนแกน่
กสทช.ภาค ๓ ลาปาง กสทช.ภาค ๔ สงขลา
- ประชาชนผูบ้ ริโภคสอ่ื วิทยุ-โทรทัศน์

กรอบระยะเวลา วงเงิน เป้าหมาย ตวั ชี้วดั
2563 2564 2565 ผูร้ บั ผดิ ชอบ
(ลา้ นบาท) แหลง่ เงิน
๗. โครงการจัดทาคู่มือและแนวปฏิบัติในการ กระทรวงดิจทิ ลั ช่องทางในการร้องเรียน สอบถาม และรวบรวม ร่วมของประชาชนในการเฝา้ ระวงั
ปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากสื่อดิจิทัล เพือ่ เศรษฐกจิ และ 0.๔๗๓๖ ข้อมลู ทจ่ี าเป็นเก่ยี วกับการคุ้มครองผู้บรโิ ภคใน และแจง้ สถานการณส์ ่ือ ไม่เหมาะสม
(สตช.) สงั คม กจิ การกระจายเสยี งและกิจการโทรทัศน์ ได้แก่ อย่างนอ้ ย ๓ ช่องทาง
๑) เวบ็ ไซต์สาหรับผูบ้ รโิ ภค ๔. จดั กจิ กรรมรณรงค์/สร้าง
http://bcp.nbct.go.th ในกจิ การกระจายเสียง กระแสสังคมมีความตน่ื ตวั เรอ่ื งการ
และกจิ การโทรทศั น์ รู้จักสทิ ธขิ องการเปน็ ผู้บรโิ ภคสอื่
๒) แฟนเพจ วทิ ยุ-โทรทศั น์ โดยใชก้ ลไกการ
http://www.facebook.com/con.rights ขับเคล่อื นของกลุม่ เครือข่าย
๓) Call Center สานกั งาน กสทช. ผบู้ รโิ ภคในทกุ ภมู ภิ าค ๆ ละ
โทรฟรี ๑๒๐๐ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑ ครัง้

เกดิ การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนบุคคลรอบ ๑. จัดทาคมู่ อื และแนวปฏิบัตใิ น
ดา้ นผู้ประกอบการตลอดจนหน่วยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง การปกป้องคุ้มครองเดก็ และ
มแี นวทางปฏิบัตทิ เ่ี หมาะสมในการปกปอ้ งเด็ก เยาวชนจากสื่อดิจิทัล โดยศึกษา
และเยาวชนให้มีคณุ ภาพ สามารถใช้ส่ือดจิ ทิ ัล เอกสารภาษาอื่น และนามา
อยา่ งฉลาดและมคี วามสร้างสรรค์ ประยุกตใ์ ช้กบั บริบทของประเทศ
ไทย สาหรับกลุ่มเป้าหมาย
๔ ประเภท ไดแ้ ก่ เด็ก/เยาวชน
ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ
และหน่วยงานภาครัฐ
๒. มกี ารจดั ประชมุ วพิ ากษ์คู่มอื
และแนวปฏิบัติในการปกปอ้ ง
คุม้ ครองเด็กและเยาวชนจากสอื่
ดจิ ทิ ลั จานวนอย่างนอ้ ย ๒ คร้ัง
๓. จดั ทาส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ ค่มู ือ
และแนวปฏิบัตใิ นการปกปอ้ ง
คมุ้ ครองเด็กและเยาวชนจากสื่อ
ดิจทิ ลั ในรปู แบบฉบับยอ่ ส้ันๆ
เขา้ ใจง่ายและดงึ ดูดความสนใจ
ให้แก่กลมุ่ เป้าหมายท้ัง ๔ ประเภท
อาทิ Infographic VDO Clip

๔๓

๔๔

๘. โครงการเสริมสรา้ งประสิทธภิ าพข้าราชการ กรอบระยะเวลา วงเงิน เป้าหมาย ตวั ช้วี ดั
ตารวจในการป้องกนั และปราบปราม 2563 2564 2565 ผ้รู ับผดิ ชอบ
อาชญากรรมทางเทคโนโลยีระดับสงู (Training (ลา้ นบาท) แหล่งเงิน เจา้ หนา้ ทต่ี ารวจระดับหัวหนา้ งานมีความรู้ท่ี ประเภทละไม่น้อยกวา่ ๕ ส่อื
for the Trainers) (สป.ดศ.ปอท.) กระทรวงดิจิทัล ๑.๐๙๑๘ สามารถนาไปถ่ายทอดแก่ผ้ปู ฏิบัตงิ านอนื่ ๆ และ ๔. จัดกิจกรรมประชาสมั พันธ์ค่มู ือ
เพื่อเศรษฐกิจและ สามารถเป็นที่ปรกึ ษาได้ และแนวปฏบิ ัตใิ นการปกปอ้ ง
๙. โครงการเพ่ิมประสิทธิภาพใหก้ บั ข้าราชการ สังคม ๑.๓๕๓๕ คุ้มครองเด็กและเยาวชนจากสอ่ื
ตารวจเพ่ือปรับความรเู้ ก่ียวกับคอมพวิ เตอรแ์ ละ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเขา้ ใจ ดจิ ทิ ัล จานวน ๒๐ คร้ังทวั่ ประเทศ
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (สป.ดส.ปอท.) กระทรวงดิจทิ ลั เกี่ยวกบั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ มกี ารจัดอบรมให้ความรู้ดา้ นการ
เพือ่ เศรษฐกจิ และ รวมถึงกระบวนการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ปอ้ งกนั และปราบปราม รวมทง้ั
สังคม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมทาง
เทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่ตารวจ
ระดบั หัวหนา้ งาน เพื่อนาความรู้
ไปถ่ายทอดแก่ผู้ปฏิบัติงานอ่ืน ๆ
และสามารถเป็นท่ีปรกึ ษา
ในด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
แก่เจ้าหน้าท่ีตารวจในพ้นื ที่
มกี ารจดั อบรมขา้ ราชการตารวจ
ในสงั กัดใหเ้ กิดความรู้ ทักษะ
ในการสบื สวน สอบสวนคดี
ทีเ่ ก่ยี วกับอาชญากรรมทาง
เทคโนโลยีให้ได้อยา่ งนอ้ ย ๓๐๐
นาย โดยแบ่งการฝึกอบรม
เป็น ๒ รุ่น ๆ ละ ๑๕๐ นาย
มวี ทิ ยากร จานวน ๔ นาย
และเจ้าหน้าที่ จานวน ๕ นาย
รวมท้งั สิ้น ๓๑๘ นาย


Click to View FlipBook Version