ทฤษฎีองค์การและ
การจัดการสมัยใหม่
นางสาววรรณวิษา อารีวโรดม
ศึกษานิเทศก์
องค์การในยุคศตวรรษที่21
เผชิญกับปัจจัยแวดล้อมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ด้านสังคม
โลกาภิวัตน์ และเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ
องค์การสมัยใหม่
(Modern organization)
1) มีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของตนเอง
2) ท างานร่วมกัน
3) แบ่งงานหน้าที่รับผิดชอบของคนในองค์การ
ความหมายของการจัดการ
(Defining management)
ขบวนการ (process)
การวางแผน การจัดองค์การ การโน้มน าองค์การ และการควบคุม
ประสิทธิภาพ เป็นการเปรียบเทียบ ระหว่างปัจจัยน าเข้า (inputs) กับ
ผลผลิต (outputs) หากสามารถท างานได้ผลผลิตมากกว่าในขณะที่ใช้
ปัจจัยน าเข้าน้อย กว่า หรือ เท่ากัน ก็หมายความว่าท างานได้มี
ประสิทธิภาพมากกว่า
ประสิทธิผล (effectiveness) การท าได้ตามเป้าหมายหรือ
วัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้
(ปัจจัยน าเข้าในการจัดการก็ ได้แก่ คน เงิน วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องจักร และทุน ทรัพยากร)
กระบวนการจัดการ
(Management process)
การวางแผน การจัดองค์การ ผู้น า (leading) การควบคุม
(planning) (organizing) การให้พนักงาน (controlling)
การก าหนด การจัดโครงสร้าง ท างาน อย่างมี ผู้บริหารก็ต้องมีการ
เป้าหมายของ ขององค์การ ที่ท า ประสิทธิภาพและ ควบคุมติดตามผล
องค์การ สร้างกล ให้ได้บรรลุตาม ประสิทธิผล ซึ่ง การปฏิบัติการ และ
ยุทธ์ เพื่อแนวทาง เป้าหมายที่ ต้องใช้การ เปรียบเทียบผลงาน
ในการด าเนินไปสู่ ก าหนดไว้ ประสานงานการ ที่ก าหนดไว้
เป้าหมาย และ ติดต่อสื่อสารที่ดี
กระจายจากกล การจูงใจ
ยุทธ์ไปสู่แผน
ระดับปฏิบัติการ
บทบาทของการจัดการ
(Managerial roles)
บทบาทระหว่างบุคคล (interpersonal roles)
1) บทบาทตามต าแหน่ง (figurehead): ท าหน้าที่ประจ าวันต่างๆตามระเบียบ
ที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือตามที่สังคมก าหนด
2) บทบาทผู้น า (leader): ต้องรับผิดชอบสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการท างาน
ของพนักงาน
3) บทบาทการสร้างสัมพันธภาพ (liaison): โดยสร้างเครือข่ายภายในและ
ภายนอกเพื่อการ กระจายข้อมูลให้ทั่วถึง
บทบาทของการจัดการ
(Managerial roles)
บทบาทด้านข้อมูล (informational roles)
1) เป็นผู้ติดตามประเมินผล (monitor): เป็นการติดตามข้อมูล เป็น
เหตุการณ์ปัจจุบัน เพื่อเข้าใจความเคลื่อนไหวขององค์การ
2) เป็นผู้กระจายข้อมูล (disseminator): ส่งผ่านข้อมูลไปยังพนักงานในองค์การ
3) เป็นโฆษก (spokesperson): ท าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ส่งต่อข้อมูลไปยัง
หน่วยงานภายนอก เกี่ยวกับ แผนงาน นโยบาย กิจกรรม และผลงานขององค์การ
บทบาทของการจัดการ
(Managerial roles)
บทบาทด้านการตัดสินใจ (decisional roles)
1) เป็นผู้ประกอบการ (entrepreneur): หาโอกาสและริเริ่มสิ่งใหม่ๆ การจัดให้มี
การทบทวนและก าหนดกลยุทธ์เพื่อ พัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ
2) เป็นผู้จัดการความสงบเรียบร้อย (disturbance hander): รับผิดชอบแก้ไข
การด าเนินงานเมื่อองค์การเผชิญกับ ความไม่สงบเรียบร้อย
3) เป็นผู้จัดสรรทรัพยากร (resource allocator): เป็นผู้รับผิดชอบในการ
จัดสรรทรัพยากรต่างๆในองค์การ
4) เป็นผู้ต่อรอง (negotiator): เป็นตัวแทนต่อรองในเรื่องส าคัญขององค์การ)
ทักษะของนักบริหาร
(Management Skills)
การวางแผน (planning)
การจัดองค์การ (organizing)
การโน้มน า (leading/influencing)
การควบคุม (controlling)
ทักษะที่ดีด้านการจัดการ
ทักษะด้านเทคนิค (technical skills)
ทักษะด้านคน (human skills)
ทักษะด้านความคิด (conceptual skills)
จริยธรรมของนักบริหาร
(Management Ethics)
1) ประโยชน์ของส่วนรวม 2) สิทธิส่วนบุคคล
3) ความยุติธรรม
การปฏิรูประบบราชการไทย
พัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น
(better service quality)
ปรับบทบาทภารกิจและขนาดให้มีความเหมาะสม
(rightsizing)
ยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการท างานให้อยู่ใน
ระดับสูงและเทียบเท่า เกณฑ์สากล (high performance)
ตอบสนองต่อการบริหารปกครองในระบอบประชาธิปไตย
(democratic governance)
แนวทางสู่การปฏิรูประบบราชการ
(Reinventing Government)
เน้นการอ านวยการและประสานงานมากกว่าด าเนินการเอง
(catalytic government)
สร้างรัฐบาลที่เป็นของชุมชน โดยให้ชุมชนมีอ านาจในการ
ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการรับบริการจากราชการ
(community-owned government)
แนวทางสู่การปฏิรูประบบราชการ
(Reinventing Government)
่
สร้างรัฐบาลในเชิงแข่งขันมากกวาอยู่ในสภาพการผูกขาด
(competitive government)
สร้างรัฐบาลที่ขับเคลื่อนโดยภารกิจมากกว่าอิงแต่
กฎระเบียบ (mission-driven government)
สร้างรัฐบาลที่ยึดผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก โดยมีการตรวจวัด
ผลส าเร็จในการด าเนินการและการใช้งบประมาณ
(results-oriented government)
แนวทางสู่การปฏิรูประบบราชการ
(Reinventing Government)
สร้างรัฐบาลที่มุ่งเน้นลูกค้า โดยจะต้องตอบสนองความต้องการ
ของลูกค้าอย่างมีคุณภาพ (customer-driven government)
สร้างรัฐบาลเชิงวิสาหกิจ โดยแสวงหารายได้ในกรณีที่เป็นไปได้
มิใช่ใช้จ่ายงบประมาณเพียงอย่างเดียว
(enterprising government)
สร้างรัฐบาลที่มองการณ์ไกล สามารถคาดการณ์แนวโน้มและ
ความต้องการในอนาคต และหามาตรการป้องกันมากกว่า
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว
(anticipatory government)
ทีมา: David Osborne and Ted Gaebler. Reinventing Government, 1992
่
แนวทางสู่การปฏิรูประบบราชการ
(Reinventing Government)
สร้างรัฐบาลที่กระจายอ านาจ อาศัยวิธีการบริหารแบบมี
ส่วนร่วมและการท างานเป็นทีม
(decentralized government)
สร้างรัฐบาลที่อิงกับกลไกตลาดมากกว่ารัฐ หรือ
ระบบราชการเข้าไปแทรกแซง
(market-oriented government)
ทีมา: David Osborne and Ted Gaebler. Reinventing Government, 1992
่
ยุทธศาสตร์ 1 คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการท างาน
ยุทธศาสตร์ 2 คือ การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน
ยุทธศาสตร์ 3 คือ การรื้อปรับระบบการเงินและการงบประมาณ
ยุทธศาสตร์ 4 คือ การสร้างระบบบริหารงานบุคคลและ
ค่าตอบแทนใหม่
ยุทธศาสตร์ 5 คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม
และค่านิยม
ยุทธศาสตร์ 6 คือ การเสริมสร้างระบบราชการให้ทันสมัย
ยุทธศาสตร์ 7 คือ การเปิดระบบราชการให้ประชาชนเข้ามามี
ส่วนร่วม
พลวัต/ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
มีความยืดหยุ่นสูง/ ปรับตัวได้ดีและเร็ว
มุ่งเน้นที่ทักษะ/ความรู้ความสามารถการท างาน
เน้นการท างานเป็นทีม
เน้นการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง / ร่วมตัดสินใจ
เน้นทุกคนเสมือนเป็นลูกค้า
ไม่มีการก าหนดเวลาท างานที่ตายตัว
(ท าได้ตลอดเวลา / แบบยึดหยุ่น)
ท างานได้ทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา
ความสัมพันธ์เป็นแบบเครือข่าย/แนวขนาน
การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
เป็นการจัดการกับเหตุการณ์ทั้งภายในและ
้
ภายนอกองค์การเพื่อใหสอดคล้องกับสถานการณ์ที่
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
หรือท าให้ดีขึ้น หรือแตกต่างไปจากเดิม
รูปแบบของการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงเชิงรุก เป็นการเปลี่ยนแปลงตนเองและผู้อื่น
การเปลี่ยนแปลงเชิงรับ เป็นการถูกเปลี่ยนแปลงโดยผู้อื่น หรือ
เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ หรือเป็นปัจจัยที่เราไม่
สามารถควบคุมได้บางส่วน หรือทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน เช่น การรับมือ
กับภัยธรรมชาติ หรืออุบัติภัยต่าง ๆ
ช่วงของกระบวนการเปลี่ยนแปลง
เปนความพยายามละลายระบบ หรือรูปแบบพฤติกรรมเดิม
็
ช่วงละลายพฤติกรรม
จะต้องท าให้บคคลรู้สึกมีความมั่นคงมากขึ้น และใช้วิธีกระตุ้น
ุ
(Unfreezing) ทางทางบวกและลบในการด าเนินการ
เป็นกระบวนการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ เช่น การ
ช่วงการเปลี่ยนแปลง
สอนงาน การพัฒนา / ฝึกอบรม การสาธิต
(Changing) การวิจัย ฯลฯ
็
ช่วงตกผลึกอีกครั้ง เปนช่วงที่พฤติกรรมที่ได้เรียนรู้ใหม่อยู่ตัว
จึงต้องมีการเสริมแรง โดยการจัดท าเปน
็
(Refreezing) ระบบมาตรฐาน และกระตุ้นและจูงใจให้
บุคคลปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
K. Lewin.1947.
Motivation แรงจูงใจ
Herzberg's Two-Factor Theory
Satisfaction
Recognition
Motivators
Achievement Growth Increase
Job satisfaction
Responsibility Nature of the
work above the
neutral state
Hygiene Factors Neutral State
Change
dissatisfaction Supervision
to a neutral Compensation Benefits
state Job
Relations with
Dissatisfaction Working conditions
Co-workers
การลดกระแสการต่อต้าน
Cooperation
การสร้างความร่วมมือ
Countering Resistance
Coordination Communication
การประสานงาน การสื่อสาร
การจัดการความรู้: สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง
(Knowledge Management; KM)
Knowledge Sharing (KV) Knowledge Vision (KV)
การแลกเปลี่ยน ช่วยเหลือ
เรียนรู้ เกื้อกูล ซึ่งกันและกัน วิสัยทัศน์ / ทิศทางการจัดการ
ความรู้ในองค์การ
Knowledge Assets (KA)
การสร้างคลังความรู้ วางโครงสร้าง
จัดระบบให้สะดวกกับการใช้งาน
ตัวแบบการจัดการความรู้
(KM Model) ความรู้จากภายนอก
ค้นคว้า คัดเลือก
ก าหนดเป้าหมาย ใช้แลกเปลี่ยน งานบรรลุ
เรียนรู้ ยกระดับ เป้าหมาย
ความร ู้
จัดเก็บ ค้นหา
ปรับปรุง
คลังความร ู้
(ภายใน)
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
(สคส.)
การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
Competency หมายถึง กลุ่มของทักษะ ความรู้
ความสามารถ รวมทั้ง พฤติกรรม คุณลักษณะและ
ทัศนคติที่บุคลากรจ าเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติงานอย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อให้บรรลุผลส าเร็จ
ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร
งานที่ต้องปฏิบัติเพื่อ Competency
เป้าประสงค์ทางกลยุทธ์ บรรลุเป้าประสงค์ ที่ต้องการส าหรับ
ทางกลยุทธ์ ปฏิบัติงาน
แปลงกลยุทธ์ แปลงงาน
สู่งาน สู่ Competency
Accenture. 2004.
Competency Model
Competency
Competency หลัก
คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรม Competency Competency ประจ ากลุ่มงาน
ของต าแหน่ง หลัก ประจ ากลุ่มงาน คือ สมรรถนะที่ก าหนดเฉพาะ
ข้าราชการพลเรือนทุก (Desired (functional ส าหรับแต่ละกลุ่มงาน เพื่อ
ต าแหน่ง ก าหนดขึ้นเพื่อหล่อ Behavior & skill& สนับสนุนให้ข้าราชการผู้ด ารง
หลอมค่านิยมและพฤติกรรมที่ Professional ต าแหน่งในกลุ่มงานเดียวกันแสดง
พึงประสงค์ร่วมกัน Qualities) Knowledge) พฤติกรรมที่เหมาะสมแก่หน้าที่และ
ส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติภารกิจใน
หน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น
Accenture. 2004.
ตัวอย่าง Competency
• การมุงเน้นลูกค้า
่
• การมีวนัย
ิ
• ความซื่อสัตย์สุจริตและการมีส านึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
่
ิ
• ความรับผดชอบต่อผลของงานและการยึดมันตามข้อตกลง
็
• การประสานสัมพันธ์และการท างานเปนทีม
Competency • การเจรจาต่อรอง
ั
• การแก้ไขปญหาและการตัดสินใจ
หลัก
็
• ภาวะความเปนผู้น า
ี่
• ความละเอียดถถ้วนและความถูกต้องในการท างาน
• ความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ
ิ
ิ
• การคิดเชงวเคราะห์
• การคิดเชงกลยุทธ์
ิ
• การสร้างสรรค์สิ่งใหม่
• การสื่อสารโดยวาจา
• การสื่อสารโดยการเขียน
Accenture. 2004.
วัฒนธรรมองค์การในยุคการเปลี่ยนแปลง
ยืดหยุ่น ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ดีและรวดเร็ว
เรียนรู้ หรือตื่นตัวต่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ
ตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
เน้นการท างานเป็นทีม
ภาวะผู้น าแบบประชาธิปไตย / ผู้น าการเปลี่ยนแปลง
การให้อ านาจกับผู้ปฏิบัติงานมากขึ้น (Empowering)
ท างานเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้
ทนและรับมือกับความเสี่ยงได้
ดัดแปลงจาก John P. Kotter. 1996.
เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ประเมินผลการปฏิบัติ ผลสัมฤทธิ์ต่อ
ราชการอย่างสม่ าเสมอ ภารกิจของรัฐ
ประชาชนได้รับ การบริหารกิจการ มีประสิทธิภาพ
ความสะดวก บ้านเมืองที่ดี และเกิดความคุ้มค่า
ตอบสนองความต้องการ ในเชิงภารกิจของรัฐ
ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ให้ทันต่อสถานการณ์ เกินความจ าเป็น
เป้าหมายการบริหารราชการ
ตาม พรฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (ม.6)
บทสรุป : แนวโน้มการจัดการองค์การในอนาคต
ภาวะผู้น าและการตัดสินใจ (leadership & decision making)
การบริหารการเปลี่ยนแปลง (change management)
การบริหารความขัดแย้งภายในองค์การ (conflict management)
การบริหารความเสี่ยง (risk management)
การติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิผล ทั้งภายในและนอกองค์การ
การสร้างระบบความร่วมมือ (cooperative system)
์
การให้ความส าคัญกับทรัพยากรมนุษย/ การพัฒนาความรู้
ิ
ธรรมาภบาล (good governance)/บรรษัทภบาล
ิ
(corporate governance) (การบริหารจัดการที่ดี)
การมุ่งไปสู่องค์การแห่งคุณภาพ (quality organization)