The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หัวข้อคำสั่งฝึกและทำหน้าที่ครูฝึก ท่ามือเปล่า 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-18 06:10:52

หัวข้อคำสั่งฝึกและทำหน้าที่ครูฝึก ท่ามือเปล่า 1

หัวข้อคำสั่งฝึกและทำหน้าที่ครูฝึก ท่ามือเปล่า 1

๑. ทา่ ตรง สารบญั
๒. ทา่ ยกอก การฝกึ แถวชดิ
๓. ทา่ พกั ตามปกติ
๔. ทา่ พกั ตามระเบยี บ ๔๓. แถวหนา้ กระดานแถวเดี่ยวปดิ ระยะ
๕. ท่าพักตามสบาย ๔๔. แถวหน้ากระดานแถวเด่ยี วเปดิ ระยะ
๖. ท่าพักแถว ๔๕. แถวหน้ากระดานสองแถวข้นึ ไปปดิ ระยะ
๗. ทา่ เลิกแถว ๔๖. แถวหน้ากระดานสองแถวขึ้นไปเปิดระยะ
๘. ทา่ ซ้ายหัน ๔๗. แถวตอนเรียงหน่ึง
๙. ทา่ ขวาหัน ๔๘. แถวตอนเรยี งสองขึ้นไป
๑๐.ท่ากลบั หลังหนั ๔๙. การแยกคขู่ าดของแถวหนา้ กระดาน
๑๑.ท่ากง่ึ ซ้ายหัน ๕๐. การแยกคขู่ าดของแถวตอน
๑๒. ท่าก่ึงขวาหนั ๕๑. การนับตามปกติ
๑๓. ท่ากา้ วทางขา้ ง ๕๒. การนับทงั้ แถว
๑๔. ทา่ ก้าวถอยหลงั ๕๓. การนับตามจำนวนทก่ี ำหนด
๑๕. ทา่ วันทยหัตถ์
๑๖. ทา่ แลขวา, แลซา้ ย
๑๗. ท่าถอดหมวก
๑๘. ท่าสวมหมวก
๑๙. ทา่ หมอบ
๒๐. ท่าลกุ
๒๒. ท่าเดนิ สวนสนาม
๒๓. ทา่ เดนิ ตามปกติ
๒๔. ท่าเดินตามสบาย
๒๕. ทา่ หยุดจากการเดิน

คณุ ลักษณะของ นศท. ๘ ประการ

1. ภาพลักษณ์สง่างาม
2. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
3. มจี ติ อาสา
4. ไมย่ งุ่ เกี่ยวยาเสพตดิ
5. มีความทนั สมัย
6. มีความคดิ สร้างสรรค์
7. มคี วามเปน็ ผนู้ ำ

8. มคี วามสามัคคี

การแตง่ กาย นศท.

กจิ กรรมทรี่ วมพลของ นศท.

๑. สง่ เสริมวินยั การแต่งกายท่ีรวมพล/ตรวจสอบและรายงานยอด
(โดย นศท.บงั คับบญั ชา,ครูปกครอง,ครเู วรประจำวัน)

๒. บทปลงใจ

ชาติของเรา / เป็นไทยอยู่ได้ / จนถึงตัวเราคนหนึ่งนี้ / เพราะบรรพบุรุษของเรา / เอา
เลือด / เอาเนื้อ / เอาชีวิต / และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้ / เราต้องรักชาติ / เรา
ตอ้ งบำรุงชาติ / เราต้องสละชีพเพ่ือชาติ

๓. เคารพธงชาติ
๔. รอ้ งเพลงสรรเสรมิ พระบารมี

๕. ไหวพ้ ระสวดมนต์

อะระหงั สัมมาสมั พุทโธ ภะคะวาพุทธังภะคะวนั ตัง อภวิ าเทมิ (กราบ)
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม ธมั มงั นะมัสสามิ (กราบ)
สปุ ะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ สงั ฆัง นะมามิ (กราบ)

๖. คำปฏิญาณตน

ข้าพเจ้า / นักศกึ ษาวิชาทหาร / ..........(ช่ือ,สกุล)............. / ขอใหส้ ัตย์ปฏญิ าณวา่ .............
ข้าพเจ้า / จะปฏบิ ตั ิตน / ให้อยู่ในระเบียบวนิ ัย / และปฏบิ ัตติ นตามกฎหมาย / อย่างเคร่งครดั
ขา้ พเจ้า / จะเทดิ ทลู / และรักษาไว้ / ซง่ึ สถาบันชาติ / ศาสนา / พระมหากษัตรยิ ์
ข้าพเจา้ / จะรรู้ กั สามคั คี / มงุ่ บำเพญ็ ประโยชน์ / เพอ่ื สังคมสว่ นรวม / เป็นสำคญั
ขา้ พเจา้ / จะเป็นกำลงั พลสำรอง / ทพ่ี ร้อมรับใชช้ าติ / และปกปอ้ งแผน่ ดนิ ไทย / ไวด้ ้วยชวี ิต

๗. อดุ มการณ์ / นกั ศกึ ษาวิชาทหาร

น. นำ้ หนึง่ ใจเดียว / กลมเกลียวสามคั คี
ศ. ศกึ ษาดี / มีความรู้ / คู่คณุ ธรรม
ท. ทำความดี / เพ่อื ตอบแทน / คุณแผน่ ดนิ
๘. กิจกรรมน้องเคารพพ่ี ( รุน่ นอ้ ง – รนุ่ พ่ี )

๙. ชแ้ี จงการปฏบิ ตั ิประจำวัน

----------------------------

คำแนะนำ

การออกคำสง่ั หรือการใชค้ ำบอกเป็นส่งิ สำคัญในการปฏบิ ัติทา่ ตา่ งๆ ซงึ่ แต่ละทา่ จะมกี ารใช้คำบอกทแี่ ตกต่าง
กัน แบง่ ออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่
๑.คำบอกแบ่ง
๒.คำบอกเปน็ คำๆ
๓.คำบอกรวด
๔.คำบอกผสม
คำบอกแบ่ง เปน็ คำบอกทใ่ี ชเ้ พอื่ ออกคำส่งั สำหรับทา่ ฝึกทสี่ ่วนใหญแ่ ลว้ มกั จะกำหนดไวใ้ ห้ ปฏบิ ตั ไิ ดเ้ ปน็
จังหวะเดยี วหรอื แบ่งเปน็ จงั หวะๆ ได้ เปน็ คำบอกแบง่ นี้ผใู้ หค้ ำบอกจะต้องเปลง่ เสียงบอกในคำแรกดว้ ย การ
ลากเสยี งค่อนข้างยาวแลว้ เว้นจงั หวะไวเ้ ล็กน้อยกอ่ นทจี่ ะเปล่งเสยี งบอกในคำหลังดว้ ยการเนน้ เสยี งใหห้ นักและ
สั้นการเขยี นคำบอกชนิดนจี้ ะแสดงไวใ้ ห้เห็นด้วยการใชเ้ ครื่องหมายยตั ภิ ังค์ ( - ) คั่นกลางไวร้ ะหว่างคำบอกคำ
หน้า และคำหลัง ตวั อย่างเช่น “ขวา - หนั ” เป็นตน้
คำบอกเปน็ คำๆ เป็นคำบอกทีใ่ ชเ้ พ่อื ออกคำสง่ั สำหรบั ท่าฝกึ ท่สี ว่ นใหญ่แล้วมกั จะไม่ กำหนดใหป้ ฏิบัติ
แบง่ เป็นจงั หวะๆ ไว้ (แตส่ ามารถแบ่งการฝกึ ออกเปน็ ตอนๆ ได)้ และไมจ่ าเปน็ ต้องใชค้ ำบอกยืดยาว ซึ่งอาจจะ
มหี ลายพยางค์กไ็ ด้ จึงจาเปน็ ตอ้ งเว้นจงั หวะการบอกไวเ้ ปน็ ตอนๆ หรอื คำๆ เปน็ คำบอกเป็นคำๆ นีผ้ ้ใู ห้ คำ
บอกจะต้องเปล่งเสยี งบอกทั้งในคำแรกและคำหลงั ด้วยการวางน้าหนักเสยี งไวเ้ ท่าๆ กัน โดยเว้นจงั หวะ
ระหวา่ ง คำไวเ้ ล็กน้อย ไม่ตอ้ งลากเสยี งยาวในคำแรก และเน้นหนกั ในคำหลัง เหมอื นคำบอกแบง่ การเขียนคำ
บอกชนดิ น้ีจะ แสดงไวใ้ หเ้ ห็นโดยการใชเ้ คร่ืองหมายจลุ ภาค ( , ) ค่ันกลางไวร้ ะหวา่ งคำบอกคำหนา้ และคำหลัง
ตวั อยา่ งเช่น “ตามระเบียบ, พกั ” เปน็ ต้น
คำบอกรวด เปน็ คำบอกทใ่ี ช้เพอ่ื ออกคำสั่งสำหรบั ท่าฝึกทีส่ ่วนใหญแ่ ลว้ มกั จะไม่กำหนดให้ ปฏบิ ัติแบง่ เป็น
จงั หวะๆ ไว้ (แตส่ ามารถแบง่ การฝึกออกเป็นตอนๆ ได)้ และเปน็ คำสั่งที่ไม่ยืดยาวหรอื มหี ลายพยางค์ จึงไมม่ ี
ความจำเป็นตอ้ งแบ่งจงั หวะการส่ังไวเ้ ปน็ ตอนๆ หรือคำๆ เปน็ คำบอกรวดน้ีไม่วา่ จะมกี พ่ี ยางคก์ ต็ าม ผใู้ ห้ คำ
บอกจะตอ้ งบอกรวดเดียวจบโดยวางนำ้ หนักเสียงเป็นระดับเดียวการเขียนคำบอกชนดิ นจ้ี ะแสดงไว้ให้เห็น โดย
เขยี นเป็นคำตดิ ตอ่ กันทง้ั หมดไมใ่ ช้เครือ่ งหมายใดๆ ท้ังสิ้น ตัวอยา่ งเชน่ “ถอดหมวก” เปน็ ต้น
คำบอกผสม เปน็ คำบอกท่ีมีลักษณะคลา้ ยคำบอกเปน็ คำๆ จะตา่ งกต็ รงท่ีคำบอกในคำหลังจะเปน็ เปน็ คำบอก
แบ่ง เพราะฉะน้นั คำบอกประเภทนีจ้ งึ เป็นคำบอกทใี่ ชเ้ พอื่ ออกคำสั่งสำหรับทา่ ฝึกทส่ี ่วนใหญ่มักจะกำหนดให้
ปฏิบัตแิ บง่ เป็นจังหวะๆ ไดต้ ามลกั ษณะของคำบอกแบง่ ที่ผสมอยใู่ นคำหลงั ของคำบอกผสมนี้เปน็ หลักคำบอก
ผสมน้ผี ใู้ หค้ ำบอกจะตอ้ งเปลง่ เสยี งบอกในคำแรกเช่นเดยี วกบั คำบอกเป็นคำๆ คอื วางน้ำหนกั เสียงไว้เทา่ ๆ กนั
ส่วนการเปล่งเสียงในคำบอกห้วงหลงั กค็ งเปลง่ เสยี งในลักษณะเดยี วกนั กบั คำบอกแบ่ง คือเปลง่ เสียงบอกในคำ
แรกด้วยการลากเสยี งค่อนขา้ งยาว แล้วเว้นจังหวะไว้เลก็ น้อยก่อนทจี่ ะเปล่งเสียงบอกในคำหลังดว้ ยการเนน้
เสยี งให้หนักและสัน้ การเขยี นคำบอกชนดิ นจี้ ะแสดงไวใ้ หเ้ หน็ โดยใชเ้ ครื่องหมายจลุ ภาค ( , ) ค่ันกลางไว้
ระหว่าง คำบอกห้วงแรกและหว้ งหลัง สว่ นคำบอกในหว้ งหลังคงใช้เครอ่ื งหมายยัตภิ ังค์ ( -) คั่นกลางไว้
ระหว่างคำบอก คำหน้าและคำหลงั ตวั อยา่ งเชน่ “ว่งิ , หนา้ -วิ่ง” เป็นตน้

๑ ทา่ ตรง “แถว -ตรง” แบ่ง
๒ ท่ายกอก
๓ ทา่ พกั ตามปกติ “ยก, อก” เป็นคำๆ
๔ ทา่ พกั ตามระเบียบ
๕ ท่าพกั ตามสบาย “พัก” รวด
๖ ทา่ พักแถว
๗ ทา่ เลิกแถว “ตามระเบยี บ, พัก” เป็นคำๆ
๘ ทา่ ซา้ ยหัน
๙ ทา่ ขวาหัน “ตามสบาย, พกั ” เปน็ คำๆ
๑๐ ทา่ กลับหลังหนั
๑๑ ท่ากึ่งซ้ายหัน “พักแถว” รวด
๑๒ ทา่ กง่ึ ขวาหัน
๑๓ ทา่ กา้ วทางข้าง “เลิกแถว” รวด
๑๔ ทา่ กา้ วถอยหลัง
๑๕ ท่าวันทยหัตถ์ “ซ้าย -หัน” แบง่
๑๘ ท่าแลขวา, แลซา้ ย
๑๙ ท่าถอดหมวก “ขวา-หนั ” แบ่ง
๒๐ ท่าสวมหมวก
๒๑ ทา่ หมอบ “กลบั หลงั -หนั ” แบ่ง
๒๒ ทา่ ลกุ
๒๓ ท่าเดินสวนสนาม “ก่งึ ซ้าย -หัน” แบ่ง
๒๔ ท่าเดินตามปกติ
๒๕ ทา่ เดนิ ตามสบาย “กึ่งขวา -หนั ” แบ่ง
๒๖ ท่าหยุดจากการเดนิ
“กา้ วทางขา้ ง, ทา” เป็นคำๆ

“กา้ วถอยหลัง, ทา” เป็นคำๆ

“ตรงหนา้ (ทางขวา,ทางซา้ ย),วนั ทยหัตถ”์ ผสม

“แลขวา(แลซ้าย) -ทา” แบง่

“ถอดหมวก” รวด

“สวมหมวก” รวด

“หมอบ” รวด

“ลกุ ” รวด

“สวนสนาม, หนา้ - เดนิ ” ผสม

“หนา้ - เดนิ ” แบง่

“เดนิ ตามสบาย” รวด

“แถว - หยุด” แบ่ง

หัวขอ้ คำสงั่ ฝกึ และทำหนา้ ท่ีครฝู ึก
๑. บอกชอื่ เรื่อง
๒. ความมุ่งหมาย
๓. ประโยชน์
๔. คำบอกคำส่งั
๕. แสดงตวั อย่างทถ่ี ูกต้อง
๖. แสดงตวั อย่างพร้อมประกอบคำอธบิ าย
๗. สรุป
๘. แผกฝกึ

ตัวอยา่ งหวั ขอ้ คำสงั่ ฝึกและทำหนา้ ทค่ี รู
๑. เรื่องที่จะทาการฝึก
บคุ คลทา่ มอื เปลา่ “ทา่ ตรง”
๒. ความมงุ่ หมาย
เพ่อื ใหป้ ฏิบตั ไิ ด้ถูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดยี วกัน
๓. ประโยชน์
ท่าตรงเป็นทา่ พนื้ ฐานของทกุ ท่าก่อนจะปฏบิ ัตทิ ่าใดกต็ ามจะต้องเร่ิมจากท่าตรงเสมอ และใช้เป็นท่าแสดง
ความเคำรพเมื่ออยใู่ นแถวหรอื กรณที อี่ ยู่นอกแถวแต่ไม่สวมหมวก
๔. คำบอกคำสง่ั
เป็นคำบอก “แบง่ ” ใชค้ ำบอก “แถว -ตรง”
๕.แสดงตวั อยา่ งทถี่ กู ต้อง : ปฏิบัติ
๖. แสดงตัวอยา่ งพรอ้ มประกอบคำอธบิ าย
เม่ือไดย้ ินคำบอก “แถว -ตรง” ใหผ้ ู้ปฏิบัตยิ นื ให้สน้ เท้าทง้ั สองข้างชิดและอยู่ในแนวเดียวกนั ปลายเทา้ ทงั้
สองแยกออกไปทางข้าง ขา้ งละเท่าๆ กนั จนปลายเทา้ หา่ งกันประมาณหน่ึงคืบ ปลายเทา้ เฉียงทามุม
ประมาณ ๔๕ องศา เข่าทั้งสองขา้ งเหยียดตรงและบบี เขา่ เข้าหากันลำตัวตั้งตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง แขนทงั้
สองข้างอยู่ข้างลำตัวในลกั ษณะงอขอ้ ศอกจนเกิดเปน็ ชอ่ งว่างหา่ งจากลำตัวประมาณหน่งึ ฝ่ามือ และพลิก
ข้อศอกไปข้างหนา้ เล็กนอ้ ยจนไหล่ทัง้ สองข้างตงึ และเสมอกนั นว้ิ มอื ทงั้ หา้ เหยยี ดตรงเรียงชดิ ตดิ กนั และให้
น้วิ กลางแตะที่ก่ึงกลางขาทอ่ นบนหรือประมาณแนวตะเขบ็ กางเกง น้าหนักตวั อยู่บนเท้าทง้ั สองข้าง
๗. สรปุ เพือ่ ใหก้ ารปฏิบัติได้ถกู ต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดยี วกัน เปน็ ทา่ พืน้ ฐานของทุก
ทา่ ก่อนจะปฏบิ ัตทิ ่าใดก็ตามจะต้องเร่ิมจากทา่ ตรงเสมอ และใช้เป็นทา่ แสดงความเคำรพเมือ่ อยใู่ นแถวหรอื
กรณที ี่อยนู่ อกแถวแต่ไม่สวมหมวก
๘. แยกฝกึ

บุคคลทา่ มือเปล่า

ท่าตรง
๑.เร่อื งท่จี ะทำการฝกึ
บุคคลทา่ มือเปล่า “ท่าตรง”
๒.ความมุ่งหมาย
เพื่อให้ปฏิบัตไิ ด้ถูกต้องตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์
ทา่ ตรงเป็นทา่ พ้นื ฐานของทกุ ทา่ กอ่ นจะปฏิบตั ทิ ่าใดก็ตามจะต้องเริม่ จากทา่ ตรงเสมอ และใชเ้ ปน็ ทา่ แสดงความ
เคารพเมอื่ อยู่ในแถวหรอื กรณที ่อี ย่นู อกแถวแตไ่ มส่ วมหมวก
๔.คำบอก
เป็นคำบอก “แบง่ ” ใชค้ ำบอก “แถว -ตรง”
๕.การปฏบิ ตั ิ
เมือ่ ได้ยนิ คำบอก “แถว -ตรง” ให้ผปู้ ฏบิ ัตยิ นื ให้ส้นเท้าทงั้ สองขา้ งชิดและอยู่ในแนวเดยี วกนั ปลายเทา้ ทงั้ สองแยก
ออกไปทางข้าง ข้างละเท่าๆ กนั จนปลายเท้าหา่ งกันประมาณหนึ่งคืบ ปลายเท้าเฉยี งทามมุ ประมาณ ๔๕ องศา เข่า
ทง้ั สองขา้ งเหยียดตรงและบีบเข่าเข้าหากันลำตวั ต้ังตรง อกผาย ไหลผ่ ึง่ แขนทั้งสองข้างอย่ขู า้ งลำตวั ในลักษณะงอ
ขอ้ ศอกจนเกิดเปน็ ชอ่ งว่างหา่ งจากลำตวั ประมาณหนง่ึ ฝ่ามอื และพลกิ ขอ้ ศอกไปขา้ งหนา้ เล็กน้อยจนไหลท่ ั้งสองข้าง
ตึงและเสมอกนั นิ้วมอื ทง้ั หา้ เหยยี ดตรงเรียงชดิ ติดกนั และใหน้ ิว้ กลางแตะทก่ี ึง่ กลางขาทอ่ นบนหรือประมาณแนว
ตะเขบ็ กางเกง น้ำหนกั ตวั อยู่บนเทา้ ทง้ั สองขา้ ง
ทา่ ยกอก
๑.เรอื่ งที่จะทาการฝึก:บุคคลท่ามือเปลา่ “ท่ายกอก”
๒.ความมงุ่ หมาย:เพือ่ ให้ปฏิบัติได้ถูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์ :ใชส้ ำหรบั ประกอบการปฏบิ ตั ใิ นขั้นตอนสดุ ทา้ ยของทุกท่า เพอ่ื แสดงถึงความแข็งแรงและความสงา่ ผ่า
เผยของผ้ปู ฏิบัติ
๔.คำบอก:เป็นคำบอก “เป็นคำๆ” ใชค้ ำบอก “ยก, อก”
๕.การปฏิบัติ:เม่อื ไดย้ ินคำบอก “ยก” เปน็ การเตอื นใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั ิเตรยี มพร้อมในการปฏิบตั ิตอ่ ไป เมอ่ื ได้ยนิ คำบอก
“อก” ใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั ิยกหนา้ อกข้ึนในลักษณะกระตกุ หนา้ อกให้ผงึ่ ผาย ซง่ึ มใิ ชก่ ารยกไหล่หรอื สดู ลมหายใจเข้า จากน้นั
เมอ่ื ไดย้ นิ คำบอก “อ๊บึ ” ให้ผ้ปู ฏิบัตสิ ะบัดหน้าไปทางผูร้ บั การเคารพ (ในลกั ษณะการกดั กราม) ไปในทศิ ทาง
ตรงหนา้ ทางขวา หรอื ทางซ้ายใหแ้ ข็งแรง
หมายเหต:ุ แบง่ ออกเป็น ๒ ลกั ษณะ
๑.กรณีผู้ปฏบิ ัติมตี ง้ั แต่ ๒ นายข้นึ ไป ให้ผ้ทู ี่มีชั้นยศสูงสดุ ในบริเวณนน้ั เปน็ คนสงั่ “ยก, อก” ปฏิบตั ิใหพ้ รอ้ มเพรยี ง
กันทุกนาย และส่ัง “อบึ๊ ” พรอ้ มกบั สะบดั หน้าไปในทิศทางผ้รู บั การเคารพ
๒.กรณผี ้ปู ฏิบัติมีนายเดยี ว ใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั ิปฏิบตั ิท่ายกอก และสะบดั หนา้ ประกอบการแสดงความเคารพใหแ้ ขง็ แรง

ทา่ พกั ตามปกติ
๑.เรื่องทจี่ ะทำการฝกึ : ท่าพกั ตามปกติ
๒.ความมุ่งหมาย : เพื่อใหป้ ฏิบตั ิได้ถกู ต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : เพอื่ ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิผ่อนคลายอริ ยิ าบถจากการปฏบิ ัตใิ นบคุ คลท่ามือเปล่า
๔.คำบอก : เป็นคำบอก "รวด" ใช้คำบอก “พัก”
๕.การปฏิบตั ิ : เมอ่ื ได้ยนิ คำบอก “พัก” ให้ผ้ปู ฏิบตั หิ ย่อนเขา่ ขวาลงเลก็ น้อย โดยส่วนอ่ืนๆ ของร่างกายอยู่ ใน
ลักษณะทา่ ตรง เมื่อได้ยนิ คำบอก “แถว” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ยิ ดื ตวั ข้ึนพร้อมสดู ลมหายใจเข้าปอด เม่อื ได้ยินคำบอก “ตรง”
ใหก้ ระตกุ เข่าขวากลับไปอยู่ในทา่ ตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
หมายเหตุ: ทา่ พักตามปกติน้ีสามารถเปล่ียนเข่าได้ หา้ มพดู คยุ กันและเปลี่ยนท่ยี นื ของเท้าท้ังสองขา้ งเป็นอนั ขาด
ท่าพกั ตามระเบยี บ
๑.เร่อื งท่ีจะทาการฝึก บุคคลทา่ มือเปลา่ “ท่าพักตามระเบียบ”
๒.ความม่งุ หมาย เพือ่ ใหป้ ฏบิ ัตไิ ด้ถูกต้องตามแบบฝกึ และเป็นระเบยี บแบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์ ใชใ้ นโอกาสรอรบั คำส่ังหรอื ฟังคำชแี้ จงในลักษณะรปู แถว และใชป้ ฏิบัติหน้าท่ีเวรรักษาการณ์ (ไม่
ประกอบอาวธุ )
๔.คำบอก เปน็ คำบอก “เป็นคำๆ" ใชค้ ำบอก “ตามระเบียบ, พกั ”
๕.การปฏบิ ตั ิ
เมือ่ ไดย้ นิ คำบอก “ตามระเบียบ, พกั ” ให้ผปู้ ฏบิ ัติแยกเทา้ ซา้ ยออกไปทางดา้ นขา้ ง จากน้ัน ตบเท้าซา้ ยอยา่ งแขง็ แรง
ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร พรอ้ มกบั นำมือทั้งสองข้างขน้ึ ประสานกนั ไว้ทางดา้ นหลงั ในลักษณะหนั หลงั มอื เข้าหา
ลำตวั วางหลงั มอื ซ้ายแนบชดิ ตดิ ลำตวั อยูใ่ ตเ้ ขม็ ขัดเล็กน้อย มอื ขวาทบั มือซา้ ยน้ิวหวั แม่มอื ขวาทบั นวิ้ หัวแม่มอื ซา้ ย
มือซา้ ยจบั มือขวา นวิ้ มือทง้ั สข่ี องมือขวาเหยยี ดตึงเรยี งชดิ ติดกนั และแบะข้อศอกทั้งสองไปข้างหน้าจนไหล่ตงึ ขา
ทง้ั สองข้างเหยียดตงึ น้ำหนักตัวอย่บู นเท้าท้ังสองขา้ ง สว่ นต่างๆ ของรา่ งกายอยใู่ นลกั ษณะทา่ ตรง
หมายเหตุ
เมอื่ ได้ยนิ คำบอก “แถว” ให้สูดลมหายใจเข้าปอดส้ันๆ ยกอกและเมอ่ื ได้ยินคำบอก “ตรง” ให้นาเทา้ ซา้ ยมาชิดเท้า
ขวาในลกั ษณะอดั ส้นเท้า อย่างรวดเร็วและแข็งแรง พร้อมกนั นนั้ ใหล้ ดมือท้งั สองขา้ งลงมาอย่ดู ้านข้างลำตัวกลับมา
อยใู่ นลกั ษณะท่าตรงอยา่ งแข็งแรง
เม่ือผู้ปฏบิ ัติ ปฏิบัติในท่าพกั ตามระเบียบแล้ว ให้ปฏิบตั ิทา่ ยกอก”
ทา่ พักตามสบาย
๑.เรอื่ งทีจ่ ะทาการฝึก บุคคลท่ามอื เปล่า “ทา่ พกั ตามสบาย”
๒.ความมุง่ หมาย เพ่อื ใหป้ ฏบิ ตั ิไดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝึกและเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์ใช้ในการผ่อนคลายอิริยาบถเม่อื อยูใ่ นแถว สามารถจดั ระเบียบเครอ่ื งแตง่ กายได้
๔.คำบอก เป็นคำบอก “เปน็ คำๆ" ใช้คำบอก“ตามสบาย, พกั ”
๕.การปฏบิ ัติ เมือ่ ไดย้ ินคำบอก “ตามสบาย, พัก” ใหผ้ ปู้ ฏิบตั คิ อ่ ยๆ หย่อนเขา่ ขวาลงเลก็ นอ้ ยเหมอื น ท่าพกั
ตามปกติ ต่อจากนั้นจงึ เคลื่อนไหวสว่ นตา่ งๆ ของร่างกายได้ แตเ่ ทา้ ข้างใดข้างหน่ึงของผปู้ ฏบิ ัตติ ้องอยเู่ ป็นหลักไว้
หมายเหตุ

ในการออกคำสง่ั เมอ่ื ต้องการให้ผูป้ ฏบิ ัตกิ ลบั มาอยูใ่ นทา่ ตรง ใหอ้ อกคำส่ังเตือน “เลิกทำ” แลว้ ถงึ จะใช้คำบอก
“แถว -ตรง” และปฏบิ ตั ิในทา่ ยกอก
เม่ือได้ยินคำบอก “แถว” ใหผ้ ู้ปฏบิ ัตสิ ูดลมหายใจเขา้ ปอดส้ันๆ และยกอกข้ึนแลว้ รีบจดั ส่วนตา่ งๆ ของร่างกายให้
อยูใ่ นท่าพักตามปกติ และเมอ่ื ไดย้ ินคำบอก “ตรง” ให้ผ้ปู ฏิบตั กิ ระตกุ เข่าขวากลับมาอยู่ในลักษณะทา่ ตรงอยา่ ง
แขง็ แรง
ท่าพกั แถว
๑.เร่อื งทีจ่ ะทาการฝกึ : บคุ คลทา่ มือเปลา่ “ทา่ พักแถว”
๒.ความมุ่งหมาย : เพื่อใหป้ ฏิบตั ิไดถ้ กู ต้องตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : ท่าพกั แถวเป็นการผอ่ นคลายอริ ยิ าบถโดยไม่อยูใ่ นรูปแบบแถวในระยะเวลาไม่นาน แตย่ งั คง อยู่
บริเวณใกลท้ ร่ี วมพลพร้อมเรียกแถว
๔.คำบอก:เปน็ คำบอก"รวด" ใชค้ ำบอก “พักแถว”
๕.การปฏิบตั ิ : เมือ่ ได้ยนิ คำบอก “พักแถว” ใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิทา่ กงึ่ ขวาหนั โดยไม่ชิดเทา้ จากน้ันตบเท้าซา้ ยไป
ข้างหน้า น้ำหนักตวั อยู่บนเท้าซ้าย สน้ เทา้ ขวาเปิด พร้อมยกมือทัง้ สองข้าง ในลกั ษณะกำหลวมข้นึ มาบรเิ วณหนา้ อก
ขอ้ ศอกกางเล็กน้อย พร้อมเปล่งเสียง “เฮ”้ และออกนอกแถวทันที
หมายเหตุ:เมือ่ ได้ยนิ คำบอก “แถว” ให้เปลง่ เสียง “เฮ”้ พรอ้ มกลับมาอยใู่ นรปู แถวเดมิ พรอ้ มกับจดั แถวและ
กลบั มาอยูใ่ นลกั ษณะท่าตรง
ทา่ เลิกแถว
๑.เร่ืองที่จะทาการฝกึ : บุคคลทา่ มอื เปล่า “ทา่ เลิกแถว”
๒.ความม่งุ หมาย :เพ่อื ให้ปฏิบตั ิได้ถกู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : ทา่ เลิกแถวเปน็ ท่าที่ใชใ้ นโอกาสเลกิ จากการฝึก หรือเลกิ ยนื รบั ฟังคำชแี้ จง
๔.คำบอก : เปน็ คำบอก "รวด" ใช้คำบอก“เลิกแถว”
๕.การปฏิบตั ิ : เม่อื ได้ยนิ คำบอก “เลกิ แถว” ใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั ิ ปฏบิ ัติทา่ กงึ่ ขวาหนั โดยไมช่ ิดเท้า จากนน้ั เตะเทา้ ซา้ ยไป
ข้างหนา้ งมุ้ ปลายเท้า และตบเทา้ ลงกับพน้ื น้ำหนักตวั อยู่บนเท้าซา้ ย สน้ เทา้ ขวาเปิด พร้อมยกมอื ทง้ั สองขา้ ง ใน
ลักษณะกาหลวมขึน้ มาบรเิ วณหน้าอก ข้อศอกกางเลก็ น้อย พร้อมเปล่งเสยี ง “เฮ้”
หมายเหตุ :เม่อื ต้องการใหก้ ลบั มาอยใู่ นรูปแถว ผคู้ วบคมุ แถวตอ้ งทำการเรียกแถวใหมโ่ ดยสามารถเปล่ียนรปู แถวได้
ทา่ ซ้ายหัน
๑.เรอ่ื งทีจ่ ะทาการฝกึ : บคุ คลทา่ มอื เปลา่ “ท่าซา้ ยหนั ”
๒.ความมงุ่ หมาย :เพื่อใหป้ ฏิบัตไิ ด้ถกู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบยี บแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : ใชเ้ ปล่ยี นทิศทางของแถวจากทิศทางตรงหนา้ ไปยังทศิ ทางด้านซ้าย
๔.คำบอก : เปน็ คำบอก"แบ่ง" ใช้คำบอก “ซา้ ย -หนั ”
๕.การปฏิบตั ิ : แบ่งออกเป็น ๒ จังหวะ
จงั หวะหนง่ึ :เม่อื ไดย้ ินคำบอก “ซ้ายหันจังหวะ -หนึ่ง” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั เิ ปิดปลายเท้าซ้ายยกสน้ เท้าขวาขึ้นเล็กน้อยใช้
สน้ เท้าซ้ายเป็นจดุ หมุน หมนุ ตวั ไปทางซา้ ยด้วยแรงเหว่ียงของสะโพกจนได้ ๙๐ องศา ในขณะทห่ี มนุ ตัวไปนั้นใหใ้ ช้
ปลายเทา้ ขวากดแนน่ กบั พนื้ แลว้ บิดสน้ เท้าขวาออกนอกลำตัวจนขาขวาเหยยี ดตึง ส้นเท้าขวาเปิดปลายเท้าขวาชี้ไป
ในทศิ ทางตรงหนา้ เม่ือหนั ไดท้ แี่ ลว้ น้ำหนกั ตวั จะอยบู่ นเท้าซ้ายในขณะท่ีหมุนตวั ไปนนั้ ให้ผ้ปู ฏิบตั ริ กั ษาลกั ษณะ
ท่าทางของลำตวั ใหอ้ ยู่ในลกั ษณะทา่ ตรง

จังหวะสอง :เมือ่ ไดย้ ินคำบอก “ซ้ายหนั จงั หวะ -สอง” ให้ผปู้ ฏบิ ัตนิ ำสน้ เทา้ ขวามาชิดสน้ เท้าซ้าย อยา่ งแขง็ แรง
หลงั จากนนั้ ให้ปฏิบตั ใิ นท่ายกอก
หมายเหตุ : เมอ่ื ปฏิบัติในรูปแถว การอดั สน้ เทา้ ต้องปฏบิ ตั ิใหเ้ กดิ ความแขง็ แรง พร้อมเพรยี ง เสียงชิดเท้าต้องเป็น
เสียงเดียวกนั
ทา่ ขวาหัน
๑.เรือ่ งทจ่ี ะทาการฝึก : บุคคลท่ามือเปล่า “ทา่ ขวาหัน”
๒.ความมุ่งหมาย : เพอ่ื ให้ปฏิบตั ิไดถ้ ูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน:์ ใชเ้ ปล่ยี นทิศทางของแถวจากทิศทางตรงหน้าไปยังทศิ ทางด้านขวา
๔.คำบอก:เปน็ คำบอก"แบง่ " ใชค้ ำบอก “ขวา -หนั ”
๕.การปฏิบัติ : แบง่ ออกเป็น ๒ จังหวะ
จังหวะหนงึ่
เมื่อได้ยินคำบอก “ขวาหนั จงั หวะ -หนึง่ ” ให้ผู้ปฏบิ ัตเิ ปิดปลายเท้าขวายกสน้ เท้าซ้ายขนึ้ เล็กน้อยใชส้ น้ เท้าขวาเปน็
จุดหมุน หมนุ ตวั ไปทางขวาด้วยแรงเหวย่ี งของสะโพกจนได้ ๙๐ องศา ในขณะทหี่ มนุ ตวั ไปนั้นให้ใชป้ ลายเท้าซ้ายกด
แนน่ กับพืน้ แลว้ บดิ ส้นเทา้ ซา้ ยออกนอกลำตวั จนขาซา้ ยเหยยี ดตงึ สน้ เทา้ ซ้ายเปดิ ปลายเทา้ ซ้ายช้ไี ปในทิศทาง
ตรงหนา้ เมือ่ หนั ไดท้ ี่แลว้ น้ำหนักตวั จะอยบู่ นเท้าขวาในขณะที่หมุนตวั ไปนัน้ ให้ผปู้ ฏบิ ัติรกั ษาลักษณะทา่ ทางของ
ลำตวั ใหอ้ ย่ใู นลักษณะท่าตรง
จงั หวะสอง
เมื่อไดย้ นิ คำบอก “ขวาหนั จงั หวะ -สอง” ใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั ิ นำส้นเทา้ ซ้ายมาชิดส้นเทา้ ขวาอย่างแขง็ แรงหลงั จากน้ันให้
ปฏบิ ัติ ในทา่ ยกอก
หมายเหตุ :เมอื่ ปฏบิ ตั ิในรปู แถว การอัดสน้ เท้าตอ้ งปฏบิ ัติใหเ้ กดิ ความแขง็ แรง พรอ้ มเพรียง เสยี งชิดเท้าตอ้ งเปน็
เสียงเดยี วกนั
ท่ากลับหลงั หนั
๑.เร่อื งท่ีจะทำการฝึก : บคุ คลท่ามอื เปลา่ “ท่ากลบั หลังหนั ”
๒.ความมุ่งหมาย : เพอื่ ใหป้ ฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ต้องตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : ใช้เปลย่ี นทศิ ทางของแถวจากทิศทางตรงหนา้ ไปยงั ทศิ ทางตรงขา้ ม
๔.คำบอก:เป็นคำบอก"แบ่ง" ใชค้ ำบอก “กลบั หลัง -หัน”
๕.การปฏบิ ตั ิ : แบ่งออกเปน็ ๒ จงั หวะ
จังหวะหนง่ึ
เม่ือไดย้ ินคำบอก “กลับหลงั หนั จงั หวะ -หน่ึง” ให้ผ้ปู ฏิบตั เิ ปดิ ปลายเท้าขวายกส้นเท้าซา้ ยขนึ้ เล็กนอ้ ยใช้ส้นเทา้ ขวา
เป็นจุดหมุน ให้ยกเท้าซา้ ยเหว่ียงไปทางซา้ ยและนำปลายเทา้ ซ้ายไปวางแตะพื้นไว้ดา้ นหลงั เฉียงไปทางซ้ายของ
ลำตวั ประมาณคร่ึงก้าวหรอื หน่งึ ชว่ งไหล่ ปลายเทา้ ซา้ ยอยูใ่ นแนวเดียวกบั ส้นเท้าขวา ขาซา้ ยเหยยี ดตงึ สน้ เท้าเปดิ
หมนุ ตวั ไปทางขวาดว้ ยแรงเหวี่ยงของสะโพกจนได้ ๑๘๐ องศา หรือจากทศิ ทางตรงหน้าไปข้างหลงั ในขณะทหี่ มุน
ตัวไปนนั้ ใหร้ กั ษาลกั ษณะทา่ ทางของลำตัวอยใู่ นลักษณะท่าตรง
จังหวะสอง
เมื่อได้ยินคำบอก “กลับหลังหนั จังหวะ -สอง” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั นิ ำสน้ เทา้ ซา้ ยมาชดิ สน้ เท้าขวาอย่างแขง็ แรงหลังจากน้ัน
ให้ปฏบิ ัตใิ นทา่ ยกอก

หมายเหตุ:เมอื่ ปฏบิ ตั ิในรูปแถว การอดั สน้ เทา้ ตอ้ งปฏิบตั ใิ หเ้ กิดความแขง็ แรง พรอ้ มเพรยี ง เสยี งชิดเท้าตอ้ งเปน็
เสยี งเดียวกนั
ทา่ กง่ึ ซา้ ยหนั
๑.เร่ืองท่ีจะทาการฝกึ : บคุ คลท่ามอื เปล่า “ทา่ กงึ่ ซา้ ยหัน”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพื่อใหป้ ฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : ใช้เปลี่ยนทิศทางของแถวจากทศิ ทางตรงหนา้ ไปยงั ทศิ ทางด้านซา้ ย (ทิศทางเฉียง ๔๕ องศา จาก
ทศิ ทางตรงหนา้ )
๔.คำบอก:เป็นคำบอก"แบง่ ” ใชค้ ำบอก “ก่ึงซ้าย -หนั ”
๕.การปฏิบัติ : แบง่ ออกเป็น ๒ จงั หวะ
จงั หวะหนึ่ง
เมอื่ ได้ยินคำบอก “กงึ่ ซา้ ยหนั จังหวะ -หน่งึ ” ให้ผปู้ ฏบิ ัติเปดิ ปลายเทา้ ซ้ายยกสน้ เทา้ ขวาขน้ึ เล็กน้อยใช้ส้นเท้าซ้าย
เป็นจดุ หมุน หมุนตวั ไปทางซ้ายดว้ ยแรงเหว่ียงของสะโพกจนได้ ๔๕ องศา ในขณะที่หมนุ ตัวไปนัน้ ให้ใช้ปลายเทา้
ขวากดแนน่ กับพืน้ แล้วบดิ ส้นเท้าขวาออกนอกลำตัวจนขาขวาเหยยี ดตึง ส้นเท้าขวาเปดิ ปลายเทา้ ขวาชี้ไป ใน
ทศิ ทางตรงหนา้ เม่ือหันไดท้ ่แี ล้วนำ้ หนักตัวจะอยบู่ นเทา้ ซ้าย ในขณะทห่ี มนุ ตัวไปน้ันให้ผ้ปู ฏบิ ตั ริ กั ษาลกั ษณะ
ทา่ ทางของลำตัวให้อยูใ่ นลักษณะท่าตรง
จงั หวะสอง
เมื่อไดย้ นิ คำบอก “กง่ึ ซ้ายหนั จงั หวะ -สอง” ให้ผู้ปฏิบัติ นำส้นเทา้ ขวามาชิดส้นเทา้ ซ้ายอยา่ งแข็งแรงหลงั จากนน้ั ให้
ปฏบิ ัติ ทา่ ยกอก
หมายเหตุ :เมอ่ื ปฏิบตั ิในรูปแถว การอดั ส้นเทา้ ต้องปฏิบัติใหเ้ กิดความแขง็ แรง พร้อมเพรยี ง เสยี งชิดเท้าตอ้ งเปน็
เสียงเดยี วกนั
ทา่ ก่ึงขวาหนั
๑.เร่ืองทจี่ ะทาการฝกึ : บุคคลทา่ มอื เปล่า “ท่ากึง่ ขวาหนั ”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพอื่ ใหป้ ฏิบัตไิ ดถ้ ูกต้องตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : ใชเ้ ปลีย่ นทศิ ทางของแถวจากทิศทางตรงหน้าไปยังทิศทางดา้ นขวา (ทิศทางเฉียง ๔๕ องศา จาก
ทิศทางตรงหนา้ )
๔.คำบอก:เป็นคำบอก"แบง่ ” ใชค้ ำบอก “กึ่งขวา -หนั ”
๕.การปฏบิ ัติ : แบ่งออกเป็น ๒ จงั หวะ
จงั หวะหนึ่ง
เมื่อได้ยนิ คำบอก “กึ่งขวาหันจงั หวะ -หนงึ่ ” ให้ผู้ปฏบิ ัตเิ ปดิ ปลายเทา้ ขวายกส้นเท้าซ้ายข้ึนเลก็ นอ้ ยใชส้ ้นเทา้ ขวา
เปน็ จดุ หมุน หมนุ ตวั ไปทางขวาดว้ ยแรงเหวย่ี งของสะโพกจนได้ ๔๕ องศา ในขณะท่ีหมนุ ตวั ไปนนั้ ให้ใช้ปลายเทา้
ซา้ ยกดแน่นกบั พื้น แลว้ บิดสน้ เทา้ ซา้ ยออกนอกลำตัวจนขาซ้ายเหยยี ดตงึ สน้ เท้าซา้ ยเปิดปลายเทา้ ซ้าย ชไี้ ปใน
ทิศทางตรงหน้า เม่ือหนั ได้ทแี่ ลว้ นำ้ หนกั ตัวจะอยู่บนเท้าขวา ในขณะท่ีหมนุ ตวั ไปนน้ั ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ริ ักษาลักษณะ
ทา่ ทางของลำตวั ใหอ้ ยูใ่ นลกั ษณะทา่ ตรง
จังหวะสอง
เม่อื ไดย้ ินคำบอก “กึ่งขวาหนั จังหวะ -สอง” ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิ นำส้นเทา้ ซา้ ยมาชิดส้นเทา้ ขวาอยา่ งแข็งแรงหลงั จากนน้ั ให้
ปฏิบตั ิ ในทา่ ยกอก

หมายเหตุ:เม่อื ปฏบิ ตั ิในรปู แถว การอดั ส้นเทา้ ต้องปฏบิ ตั ใิ ห้เกดิ ความแข็งแรง พรอ้ มเพรียง เสยี งชิดเท้าตอ้ งเปน็
เสียงเดียวกนั
ทา่ กา้ วทางขา้ ง
๑.เรื่องที่จะทาการฝึก : บคุ คลท่ามือเปลา่ “ท่ากา้ วทางข้าง”
๒.ความมุ่งหมาย : เพ่ือใหป้ ฏบิ ตั ิไดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : ทา่ ก้าวทางขา้ งใชเ้ ปลี่ยนตำแหนง่ รปู แถวไปทางด้านข้างทางซ้าย หรือทางขวา ในระยะใกล้ๆ
๔.คำบอก:เปน็ คำบอก “เปน็ คำๆ" ใชค้ ำบอก “กา้ วทางขา้ งทางซ้าย, ทำ”หรือ “ก้าวทำงข้างทางขวา (ซา้ ย), ทำ”
แล้วสง่ั ว่า “แถว -หยุด” (ใช้ในโอกาสท่ีไม่กำหนดจานวนก้าวให้) ถ้าใชค้ ำบอก “ก้าวทางข้างทางซ้าย...กา้ ว, ทำ”
หรือ “ก้าวทางข้างทางขวา...ก้าว, ทำ” (ใช้ในโอกาสท่ีกำหนดจานวนก้าวให้ ในกรณีนี้ไม่ตอ้ งสัง่ แถวหยดุ เมอ่ื ครบ
จำนวนก้าวให้หยดุ เอง)
๕.การปฏบิ ัติ : แบ่งออกเป็น ๒ จงั หวะ
เมอ่ื ไดย้ นิ คำบอก “ก้าวทางขา้ งทางซา้ ย (ขวา), ทำ” ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิยกสน้ เท้าทั้งสองขึ้นแลว้ ยนื ดว้ ยปลายเทา้ ส่วนอนื่ ๆ
ของรา่ งกายอยูใ่ นลกั ษณะของท่าตรง
ก้าวไปทางข้างทางซา้ ย (ขวา) ประมาณ หนงึ่ ช่วงไหล่ (๓๐ เซนติเมตร) ยงั คงยนื ดว้ ยปลายเท้า น้าหนกั ตัวอยูบ่ น
ปลายเท้าทง้ั สองข้าง สว่ นอนื่ ๆ ของรา่ งกายอยูใ่ นลกั ษณะของทา่ ตรง
นำสน้ เทา้ ขวา (ซา้ ย) ไปชดิ ส้นเท้าซา้ ย (ขวา) อยา่ งแข็งแรง ยงั คงยนื ดว้ ยปลายเท้าๆ ท้งั สองข้างหา่ งกันประมาณ
หนึ่งคืบ
ลดส้นเท้าทั้งสองข้างลงพรอ้ มกัน สว่ นต่างๆ ของรา่ งกายอยใู่ นลักษณะทา่ ตรง
หมายเหตุ
ในการใช้คำบอก “แถว -หยดุ ” จะใช้คำบอกเมอื่ ส้นเท้าทงั้ สอง มาชดิ กันและสัมผัสพน้ื เช่น เมื่อผปู้ ฏิบตั ิชกั เทา้ ซ้าย
มาชดิ เท้าขวา และลดส้นเทา้ ทง้ั สองลงยืนบนพื้นจะสั่งว่า “แถว” ผ้ปู ฏบิ ัติยังคงก้าวเท้าขวาต่อไป เมอ่ื ผู้ปฏบิ ตั ินำ
เท้าซ้ายมาชดิ เทา้ ขวา และยนื อกี ครงั้ กจ็ ะส่งั วา่ “หยดุ ” ในจงั หวะท่ีหนง่ึ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั กิ า้ วเท้าขวาไปอกี หน่ึงกา้ ว ใน
จังหวะท่ีสองให้ผู้ปฏิบัตนิ ำเท้าซ้ายมาชิดเทา้ ขวาพรอ้ มกบั ลดสน้ เทา้ ทง้ั สองลงยืนบนพนื้ กลับไปอยู่ในลักษณะท่าตรง
ซึง่ การปฏิบัตขิ องเทา้ ซ้ายเหมือนเท้าขวาทุกประการ
ท่ากา้ วถอยหลงั
๑.เร่อื งทีจ่ ะทาการฝึก : บุคคลท่ามือเปล่า “ทา่ ก้าวถอยหลงั ”
๒.ความมุง่ หมาย : เพอ่ื ใหป้ ฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบแบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์ : ใช้เปลยี่ นตาแหนง่ รปู แถวไปทางด้านหลังในระยะใกล้ๆ
๔.คำบอก:เป็นคำบอก “เปน็ คำๆ" ใชค้ ำบอก “กา้ วถอยหลัง, ทำ” แล้วสัง่ วา่ “แถว -หยดุ ” (กรณีไม่กำหนดจำนวน
กา้ ว) หรือ “กา้ วถอยหลงั ...ก้าว, ทำ” เม่ือปฏบิ ัตคิ รบตามจำนวนทก่ี ำหนดให้ผู้ปฏิบตั ิหยุดด้วยตนเอง (กรณีกำหนด
จำนวนกา้ วให)้
๕.การปฏิบัติ :เม่ือไดย้ นิ คำบอก “กา้ วถอยหลงั , ทำ” ใหก้ ้าวเทา้ ซ้ายออกไปทางขา้ งหลงั กอ่ น ในลกั ษณะทข่ี าซา้ ย
เหยียดตึง พรอ้ มกนั น้ันใหย้ กมอื ซา้ ยขึน้ มาอยทู่ แ่ี นวหวั เขม็ ขดั ในลักษณะนิว้ มือ ทงั้ ห้าเรยี งชิดติดกัน ฝ่ามือหันเขา้
หาลำตวั หา่ งจากหวั เข็มขัดประมาณหน่งึ ฝา่ มอื ใหส้ ะบัดแขนขวาไปข้างหลังเฉียงไปทางขวา (ในลกั ษณะการฟนั
มือ) จนแขนเหยยี ดตึง จากน้นั ให้วางปลายเทา้ ซ้ายลงจดพืน้ แลว้ ลดส้นเท้าลงยืนกับพืน้ กา้ วเท้าขวามาขา้ งหลังผ่าน
เท้าซ้ายไปประมาณ ๓๐ เซนตเิ มตร แล้วให้วางปลายเทา้ ขวาลงจดกับพ้นื ในลักษณะเชน่ เดียวกบั การวางเท้าซ้าย

พรอ้ มกันนัน้ ใหเ้ ปล่ียนมอื ขวามาอยู่ทห่ี นา้ หัวเข็มขดั ในลักษณะเดยี วกันกบั มอื ซ้ายในครงั้ แรกในลำดบั ตอ่ ไปให้
เปล่ียนเท้ากา้ วสลับกันไปทางขา้ งหลัง
หมายเหตุ
เม่ือได้ยินคำบอก “แถว -หยดุ ” ใหท้ ำท่าหยดุ เช่นเดยี วกบั ท่าหยุดจากการเดิน ส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกายอยใู่ นลกั ษณะ
ท่าตรง
ทา่ วันทยหตั ถ์
๑.เรื่องทจ่ี ะทาการฝกึ : บคุ คลทา่ มอื เปล่า “ทา่ วนั ทยหัตถ”์
๒.ความมงุ่ หมาย:เพ่อื ใหป้ ฏิบตั ิได้ถกู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบยี บแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : เพื่อใชใ้ นการแสดงความเคารพบุคคลหรือใชแ้ สดงการเคำรพวตั ถ,ุ สถานที่ (เมือ่ ผปู้ ฏิบัติ สวมหมวก)
๔.คำบอก:เป็นคำบอก “ผสม" ใชค้ ำบอก “ตรงหน้า (ทางขวาหรอื ทางซ้าย), วันทยหัตถ์”
๕.การปฏบิ ตั ิ :ท่าวันทยหัตถเ์ ปน็ ทา่ แสดงความคารพเมื่อผูป้ ฏบิ ัติสวมหมวก เมอ่ื ไดย้ ินคำบอก “ตรงหน้า (ทางขวา
หรอื ทางซา้ ย)” ใหผ้ ปู้ ฏิบัติ ปฏิบตั ิท่ายกอก เมอื่ ไดย้ ินคำบอก “วันทยหตั ถ”์ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิยกมอื ขวาขนึ้ มาดา้ นหน้า
อยา่ งรวดเร็วและแขง็ แรง ฝ่ามอื เหยยี ดตรงไปตามแนวแขนทอ่ นล่างแล้วให้ปลายนิ้วชไี้ ปแตะขอบลา่ งของกระบงั
หมวกในแนวหางคิว้ นวิ้ มอื เหยยี ดตรงและเรียงชดิ ตดิ กนั ข้อมือไมห่ ักและให้เปิดฝา่ มอื ขนึ้ ประมาณ ๓๐ องศา ศอก
ขวาเปิดขนานกบั พืน้ ส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกายอยู่ในลักษณะทา่ ตรง จากน้นั ให้ปฏิบัติในทา่ ยกอกและสะบัดหนา้ ไปยัง
ทศิ ทางผรู้ ับการเคารพ
หมายเหตุ
ท่าทางขวา (ซา้ ย) วนั ทยหตั ถ์ ให้ปฏบิ ตั เิ ชน่ เดียวกบั ทา่ ตรงหนา้ วันทยหตั ถโ์ ดยมีการสะบดั หน้าไปทางขวา (ซา้ ย)
เมอ่ื ไดย้ ินคำบอก “มือลง” ใหผ้ ้ปู ฏิบัติลดมือขวาลงมาอยู่ในลักษณะทา่ ตรงอยา่ งรวดเร็วและแขง็ แรง ถา้ ปฏบิ ตั ิจาก
ท่าทางขวา (ซ้าย) วันทยหตั ถ์ ใหส้ ะบดั หน้ากลับมา ในทิศทางตรงหนา้ พรอ้ มกบั ลดมอื ขวาลง หลงั จากน้ันให้ปฏบิ ตั ิ
ในท่ายกอก
ท่าแลขวา, แลซ้าย
๑.เรือ่ งทจี่ ะทาการฝึก บุคคลทา่ มอื เปล่า “ทา่ แลขวา, แลซา้ ย”
๒.ความมงุ่ หมาย เพอ่ื ใหป้ ฏิบัตไิ ดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝึกและเป็นระเบยี บแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์ เพ่อื ใชใ้ นการแสดงความเคารพบคุ คลหรือใชแ้ สดงการเคารพวัตถ,ุ สถานที่ (เมื่อผปู้ ฏิบตั ิ ไม่สวมหมวก
หรือไมส่ ามารถปฏิบัตทิ ่าวันทยหัตถไ์ ด้)
๔.คำบอกเป็นคำบอก "แบ่ง" ใชค้ ำบอก “แลขวา -ทำ”, “แลซ้าย -ทำ”
๕.การปฏิบัติ เม่อื ได้ยินคำบอก “แลขวา (ซา้ ย) -ทำ” ใหผ้ ู้ปฏิบตั สิ ะบดั หน้า ไปทางขวา (ทางซ้าย) ประมาณ ๔๕
องศา อย่างแข็งแรง ใบหน้าตัง้ ตรงและสายตามองตรงไปด้านหน้าในแนวระดับ โดยส่วนต่างๆของร่างกายอยู่ใน
ลกั ษณะทา่ ตรง จากนั้นให้ปฏบิ ตั ิในทา่ ยกอกและสะบดั หนา้ ไปยังทิศทางผรู้ ับการเคารพ
หมายเหตุ
-เม่อื ได้ยินคำบอก “แล -ตรง” ใหส้ ะบดั หน้ากลับมาอย่ใู นลักษณะท่าตรง หลังจากน้นั ใหป้ ฏบิ ัติในทา่ ยกอก
-กรณีทผี่ ู้ปฏบิ ัติเป็นนายทหารชนั้ สัญญาบตั ร ไม่สวมหมวกหรือไมส่ ามารถปฏบิ ตั ทิ า่ วันทยหัตถ์ได้ ให้ปฏบิ ัตทิ ่าโคง้
คำนบั
ท่าถอดหมวก
๑.เรื่องที่จะทาการฝึก : บุคคลทา่ มือเปล่า “ทา่ ถอดหมวก”

๒.ความมงุ่ หมาย : เพือ่ ใหป้ ฏบิ ัติไดถ้ กู ต้องตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบียบแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์ : ใช้ทา่ ถอดหมวกในระหวา่ งการประกอบพิธีทางศาสนา
๔.คำบอก :เปน็ คำบอก "รวด" ใช้คำบอก “ถอดหมวก”
๕.การปฏบิ ตั ิ : แบ่งออกเป็น ๓ ตอน
ตอนทห่ี นึง่ : เมอื่ ไดย้ ินคำบอก “ถอดหมวก, ตอนทห่ี นึง่ ” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ยิ กแขนซา้ ยท่อนล่างขึ้นมาข้างหน้าลำตัว ใน
ลักษณะงอข้อศอก พรอ้ มกับพลกิ หงายฝ่ามือขนึ้ มาอยา่ งรวดเร็ว ให้นิว้ ท้ังสี่เหยยี ดตงึ เรยี งชิดติดกนั นิ้วหัวแมม่ ือ
ต้งั ขน้ึ ข้างบนและตง้ั ฉากกับฝา่ มอื แขนซา้ ยทอ่ นล่างขนานกับพืน้ และตั้งฉากกับลำตวั แขนซ้ายท่อนบนแนบชดิ ตดิ
ลำตวั ขอ้ ศอกเสมอกับแนวแผน่ หลัง พรอ้ มกันน้ันให้ยกมอื ขวาขน้ึ ไปจบั ท่กี ระบังหมวก ใช้น้วิ ทง้ั สท่ี าบไปกับกระบงั
หมวกดา้ นบน นว้ิ หวั แม่มอื อย่ดู า้ นล่างขอ้ ศอกขวาเปดิ แขนขวาท่อนบนย่ืนไปทางขวา ค่อนไปขา้ งหนา้ เล็กนอ้ ย
ตอนทส่ี อง : เมอ่ื ได้ยนิ คำบอก “ถอดหมวก, ตอนที่สอง” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ิใช้มอื ขวายกหมวกออกจากศีรษะแล้วนำมาวาง
ครอบท่ีนิว้ หวั แมม่ ือซา้ ยอย่างแข็งแรง หนั หน้าหมวกไปทางขวาของลำตัว ขอบกระบงั หมวกอยแู่ นวโคนน้วิ มือซ้าย
มอื ขวายังจับทก่ี ระบงั หมวกในลกั ษณะเดมิ ขอ้ มอื ขวาไมห่ กั และเป็นแนวเดยี วกับแขนขวาท่อนล่าง
ตอนทสี่ าม :เม่อื ไดย้ นิ คำบอก “ถอดหมวก, ตอนทสี่ าม” ให้ผปู้ ฏบิ ัติลดมอื ขวาลงไปอย่ใู นลักษณะท่าตรงอยา่ ง
รวดเร็วและแขง็ แรง พรอ้ มกนั นั้นให้จบั ขอบหมวกด้วยมือซ้าย (ลกั ษณะกำมือ) หลงั จากนนั้ ปฏิบตั ิในท่ายกอก
หมายเหตุ :ในกรณเี ป็นการเปิดตอนใหร้ อสญั ญาณ “อบ๊ึ ” เมือ่ ปฏิบตั ิในทา่ ถอดหมวกตอนทีห่ นึง่ เรยี บร้อย รอท่จี ะ
ปฏบิ ัติ ตอนท่ีสอง และปฏิบัติในท่าถอดหมวกตอนทส่ี องเรียบรอ้ ย รอท่ีจะปฏิบตั ติ อนทสี่ าม
ท่าสวมหมวก
๑.เรื่องทจ่ี ะทำการฝึก : บุคคลทา่ มือเปลา่ “ทา่ สวมหมวก”
๒.ความม่งุ หมาย : เพื่อให้ปฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : ใช้ท่าสวมหมวกหลงั เลกิ ประกอบพิธที างศาสนา
๔.คำบอก:เปน็ คำบอก "รวด" ใชค้ ำบอก “สวมหมวก”
๕.การปฏบิ ัติ : แบง่ ออกเป็น ๓ ตอน
ตอนทีห่ นงึ่
เม่ือไดย้ ินคำบอก “สวมหมวก, ตอนทห่ี นึ่ง” ให้ผู้ปฏิบัติใชม้ ือขวามาตบจบั ท่ีกระบังหมวก น้ิวทง้ั ส่ีเรยี งชิดติดกนั อยู่
ดา้ นบนของกระบังหมวก น้วิ หัวแมม่ อื อยูด่ า้ นลา่ งขอ้ มือขวาไม่หกั และแขนขวาท่อนล่าง เป็นแนวเดยี วกนั ขนานกบั
พ้นื พรอ้ มกนั น้นั ใหเ้ หยยี ดน้วิ มือทัง้ สขี่ องมอื ซา้ ยออกไปในลกั ษณะนว้ิ เรยี งชิดตดิ กนั ขนานกบั พ้นื
ตอนที่สอง
เมอื่ ได้ยนิ คำบอก “สวมหมวก, ตอนท่สี อง” ใหผ้ ู้ปฏิบัตใิ ชม้ อื ทง้ั สองพลกิ หงายหมวก พร้อมกบั นำหมวกขึ้นสวมบน
ศีรษะ หันหนา้ หมวกไปขา้ งหน้า นิ้วมือทงั้ สีข่ องมือทงั้ สองข้างทาบไปกบั กระบังหมวกดา้ นบน ปลายน้วิ กลางชนกัน
น้วิ หัวแมม่ ือทั้งสองอยดู่ ้านล่างของกระบังหมวก แขนท่อนบนทงั้ สองขา้ งขนานกับพื้นและคอ่ นไปขา้ งหนา้ เลก็ น้อย
ตอนท่ีสาม
เม่ือได้ยินคำบอก “สวมหมวก, ตอนท่สี าม” ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิลดมือทั้งสองลงมาอยูใ่ นลักษณะท่าตรงอยา่ งรวดเร็วและ
แขง็ แรง (ในลกั ษณะของการฟันมือ) หลงั จากนน้ั ปฏิบัตใิ นท่ายกอก
หมายเหตุ :ในกรณเี ปน็ การเปิดตอนใหร้ อสัญญาณ “อ๊บึ ” เมอื่ ปฏิบตั ใิ นทา่ สวมหมวกตอนทห่ี น่งึ เรียบร้อยรอทจี่ ะ
ปฏบิ ัติตอนที่สอง และปฏบิ ตั ใิ นทา่ สวมหมวกตอนท่สี องเรียบร้อย รอท่จี ะปฏิบัติตอนท่สี าม
ท่าหมอบ

๑.เรอื่ งท่ีจะทำการฝกึ : บคุ คลท่ามอื เปลา่ “ท่าหมอบ”
๒.ความมุ่งหมาย:เพื่อใหป้ ฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเป็นระเบยี บแบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์ : เป็นหนึง่ ในท่าบคุ คลทำการรบช่วยในการลดเปา้ หมาย ลดการตรวจการณจ์ ากฝา่ ยตรงขา้ ม
๔.คำบอก:เป็นคำบอก “รวด” ใช้คำบอก “หมอบ”
๕.การปฏิบตั ิ : แบง่ ออกเป็น ๓ ตอน
ตอนท่หี น่ึง : เม่อื ไดย้ นิ คำบอก “หมอบ, ตอนทห่ี นึ่ง” ใหผ้ ปู้ ฏิบัตติ บเทา้ ซ้ายไปข้างหนา้ ประมาณครึ่งก้าว แล้วตบ
เทา้ ลงทพ่ี น้ื เตม็ ฝา่ เทา้ อย่างแขง็ แรง นำ้ หนกั ตวั อยบู่ นเท้าทงั้ สอง ส้นเท้าขวาไมเ่ ปิด แขนท้ังสองข้างเหยยี ดตงึ มอื ท้งิ
ด่งิ ขา้ งลำตวั
ตอนที่สอง : เม่อื ไดย้ ินคำบอก “หมอบ, ตอนทส่ี อง” ให้ผปู้ ฏบิ ตั ทิ รุดตัวลงคกุ เข่าขวาลงแตะพ้ืน จากนน้ั ให้ยกแขน
ทั้งสองข้นึ มาด้านหน้าลำตัว แขนเหยยี ดตึงและขนานกบั พน้ื ฝ่ามือควา่ ลง ลำตวั ตง้ั ตรง เข่าซ้ายต้งั ขนึ้ เมื่อไดย้ นิ
สญั ญาณ “อึ๊บ” ใหค้ กุ เขา่ ซา้ ยลงกบั พน้ื แลว้ โนม้ น้ำหนกั ตวั ไปขา้ งหน้าใชม้ ือทงั้ สองยันพน้ื นิ้วทัง้ ห้าเรยี งชิดติดกนั ช้ี
ไปข้างหนา้ พรอ้ มกันน้นั ให้ยกเขา่ ขวาพน้ พ้นื ขาขวาเหยียดตึง ปลายเทา้ จิกพนื้ เทา้ ตั้งตรงเงยหนา้ สายตามองตรงไป
ดา้ นหนา้ ในแนวระดับ
ตอนท่ีสาม : เมือ่ ไดย้ ินคำบอก “หมอบ, ตอนทสี่ าม” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ิเหยยี ดขาซ้ายออกไปข้างหลงั จนขา เหยยี ดตึง เท้า
ทง้ั สองข้างชดิ กัน ใหล้ ดตวั ลงไปนอนราบกับพ้นื เมอื่ อกแตะถึงพน้ื ใหน้ ำมือทง้ั สองมาประสานกันไว้ ประมาณใต้คาง
ในลกั ษณะท่ีมอื ขวาทับมอื ซ้าย ฝา่ มือทง้ั สองคว่ำลงและใหป้ ลายนว้ิ กลางมือขวาอยูป่ ระมาณโคนน้ิวกลางมือซ้าย
ศอกทัง้ สองขา้ งกางออก เท้าท้งั สองแบนราบไปกบั พนื้ ปลายเท้าแบะออกไปทางซ้าย และทางขวา เท้าด้านในแบน
ราบไปกับพืน้ สน้ เทา้ ชิดกนั เงยหน้าเล็กน้อย
หมายเหตุ: ในการเปิดตอนใหร้ อสญั ญาณ “อึ๊บ” ในตอนทีส่ อง ขน้ั ตอนทเ่ี ขา่ ขวาแตะพ้ืน”
ทา่ ลุก
๑.เร่ืองท่ีจะทำการฝกึ : บคุ คลท่ามอื เปล่า “ท่าลุก”
๒.ความมุง่ หมาย : เพ่อื ใหป้ ฏิบตั ไิ ด้ถูกตอ้ งตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์ : เป็นท่าทปี่ ฏบิ ตั ิตอ่ จากทา่ หมอบเพ่อื ใหส้ ามารถปฏบิ ตั ิทางยทุ ธวธิ ีในการรบตอ่ ไป
๔.คำบอก : เปน็ คำบอก “รวด” ใช้คำบอก “ลกุ ”
๕.การปฏบิ ตั ิ : แบ่งเป็น ๓ ตอน
ตอนท่หี นงึ่ : เม่ือได้ยินคำบอก “ลุก, ตอนที่หนงึ่ ” ให้ผ้ปู ฏบิ ัตนิ ามอื ท้งั สองวางอยูใ่ นแนวหนา้ อก ฝ่ามือควำ่ ปลาย
นิ้วของมือทงั้ สองช้หี นั ไปทศิ ทางตรงหน้า (วางมอื ในลกั ษณะการตบฝ่ามือลงพืน้ ) พรอ้ มกันนน้ั ให้รวบปลายเท้าทงั้
สองเข้าหากันปลายเทา้ ทัง้ สองข้างตั้งตรงจิกกับพน้ื แล้วใชม้ อื ทงั้ สองดนั พืน้ ยกตวั ข้นึ มาจนแขนทง้ั สองข้างเหยียดตึง
จากน้นั ใหช้ กั เข่าซ้ายมาข้างหนา้ ใหเ้ ข่าแตะพน้ื และตั้งฉากกบั ลำตัว ขาขวาเหยยี ดตึง ปลายเท้าท้ังสองยังจิกทพี่ ้นื
เงยหนา้ สายตามองตรงไปดา้ นหน้าในแนวระดับ
ตอนทสี่ อง : เมอื่ ได้ยนิ คำบอก “ลุก, ตอนทีส่ อง” ให้ผู้ปฏบิ ตั คิ กุ เขา่ ขวาลงกับพนื้ แลว้ ยกตวั โดยใช้ฝ่ามอื ท้ังสองออก
แรงดนั พืน้ ให้ลำตวั ตง้ั ขึ้น พร้อมกับยกเขา่ ทั้งสองข้างให้พน้ พน้ื แลว้ ลุกข้นึ ยืนในทา่ เทา้ ซ้าย อยู่ข้างหน้า นา้ หนกั ตัว
อยู่บนเทา้ ทง้ั สอง นำมือท้งั สองมาอยขู่ ้างลำตวั ในลกั ษณะมอื ทิง้ ดงิ่ นิว้ ท้งั ห้าเรียงชิดตดิ กัน ส่วนต่างๆ ของร่างกายอยู่
ในลกั ษณะทา่ ตรง
ตอนที่สาม : เม่ือไดย้ นิ คำบอก “ลุก, ตอนท่ีสาม” ใหผ้ ้ปู ฏบิ ัตินาเทา้ ซา้ ยมาชิดเท้าขวากลบั มาอย่ใู นลักษณะทา่ ตรง
อย่างแข็งแรง หลังจากนน้ั ใหป้ ฏบิ ตั ทิ ่ายกอก

หมายเหตุ: -ถา้ เปน็ กรณีทีเ่ ปดิ ตอนในท่านใ้ี หร้ อสัญญาณ “อบ๊ึ ” ในตอนทสี่ องเม่ือลุกขึน้ มายืนแล้ว
-ทา่ ลุกเท้าขวาจะต้องเปน็ หลักอย่กู ับท่ีเสมอ

ท่าเดนิ สวนสนาม
๑.เร่อื งที่จะทำการฝึก : บุคคลทา่ มือเปลา่ “ท่าเดินสวนสนาม”
๒.ความมุ่งหมาย : เพ่ือให้ปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ต้องตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบียบแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์ : ใช้เปน็ ท่าเดินในพระราชพธิ ี เช่น การเดนิ ของแถวทหารกองเกยี รตยิ ศ การเดนิ เปลยี่ นยาม
ถวายพระเกยี รติ เปน็ ต้น
-ใช้เป็นทา่ เดินในพธิ อี ่นื ๆ เช่น การเดนิ สวนสนาม หรือการปฏิบตั ิของการเปลยี่ นยามรกั ษาการณ์ เป็นต้น
๔.คำบอก : เปน็ คำบอก “ผสม” ใชค้ ำบอก “สวนสนาม, หน้า - เดิน”
๕.การปฏิบัติ
: เม่อื ไดย้ นิ คำบอก “สวนสนาม, หน้า - เดนิ ” ให้ผปู้ ฏบิ ัตกิ ้าวเทา้ ซ้ายไปขา้ งหน้าในลกั ษณะของการ
เตะเท้าไปทัง้ ท่อนจนขาเหยียดตงึ ปลายเท้างุ้ม ฝ่าเทา้ สูงจากพืน้ ประมาณหนึ่งคบื พร้อมกนั นัน้ ใหย้ กมอื ขวา
ซึ่งนวิ้ ท้ังห้าเรยี งชิดติดกันและเหยียดตงึ มาขา้ งหนา้ อยูป่ ระมาณหัวเข็มขัด ห่างจากหวั เข็มขดั ประมาณ
หนงึ่ ฝา่ มือในลกั ษณะบิดฝ่ามอื เฉยี งไปข้างหนา้ ข้อศอกงอเล็กนอ้ ย ในขณะเดยี วกนั ใหส้ ะบัดแขนและมอื ซา้ ย
ซ่งึ นิว้ ทงั้ ห้าเรยี งชดิ ติดกนั และเหยียดตึงไปขา้ งหลังเฉยี งไปทางซา้ ยจนแขนตงึ หันหลังมอื ออกนอกลำตวั
ทำมมุ ๔๕ องศา กับลำตัว (ในลักษณะการฟันมือ) ลำตวั ตัง้ ตรง อกผาย ไหล่ผึง่
: ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั ิตบเท้าลงบนพ้นื เต็มฝ่าเท้าอยา่ งแขง็ แรงพร้อมกนั น้นั ให้สะบัดมือขวาไปข้างหลงั เฉียงไป
ทางขวา หันหลงั มือออกนอกลำตวั ทำมมุ ๔๕ องศากับลำตวั จนแขนขวาเหยียดตงึ (ในลกั ษณะการฟนั มือ)
ถ่ายนำ้ หนักตัวไปทเ่ี ท้าซ้าย สน้ เทา้ ขวาเปิด จากนน้ั ใหเ้ ตะเท้าขวาไปข้างหน้า ในลกั ษณะเดยี วกันกบั การเตะ
เทา้ ซ้ายออกเดินกา้ วแรก และใหย้ กมอื ซ้ายมาข้างหนา้ ประมาณหนา้ หวั เข็มขดั ห่างจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่ง
ฝ่ามือ ใหเ้ ดินสลบั เท้าและแกว่งแขนในลักษณะเดยี วกัน จนกว่าจะไดย้ ินคำบอก “แถว - หยดุ ”
ทา่ เดินตามปกติ
๑.เรือ่ งท่จี ะทำการฝกึ : บุคคลท่ามือเปลา่ “ทา่ เดนิ ตามปกติ”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพื่อใหป้ ฏบิ ัตไิ ด้ถูกตอ้ งตามแบบฝึกและเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน:์ เป็นทา่ ท่ใี ช้ในการเคลอ่ื นท่ใี นรปู แถว โดยปกตมิ ักใช้ในการเคลอื่ นทีใ่ นระยะใกล้
๔.คำบอก : เป็นคำบอก “แบง่ ” ใชค้ ำบอก “หน้า - เดิน”
๕.การปฏบิ ตั ิ
: เมื่อได้ยนิ คำบอก “หน้า - เดิน” ใหผ้ ู้ปฏิบัตกิ า้ วเทา้ ซ้ายไปขา้ งหน้าในลกั ษณะของ
การเตะเทา้ ไปทง้ั ทอ่ นจนขาเหยียดตึง ปลายเทา้ งมุ้ ฝ่าเท้าสงู จากพ้นื ประมาณหนง่ึ คบื พร้อมกันน้ันให้ยก
มือขวาซ่งึ นิ้วท้ังหา้ เรียงชิดตดิ กันและเหยียดตึงมาขา้ งหนา้ อยปู่ ระมาณหวั เข็มขดั หา่ งจากหวั เข็มขัด
ประมาณหนึง่ ฝา่ มือในลกั ษณะบิดฝา่ มอื เฉียงไปข้างหนา้ ข้อศอกงอเล็กนอ้ ย แขนซ้ายเหยียดตึง มือท้งิ ดิง่
นิ้วทง้ั ห้าเรยี งชิดติดกนั ไม่ติดข้างลำตัว
: ตบเท้าลงบนพนื้ เต็มฝ่าเท้าอย่างแขง็ แรงพร้อมกันน้นั ใหส้ ะบดั มือขวาไปข้างหลังเฉยี งไป
ทางขวา หันหลงั มือออกนอกลำตัว ทำมุม ๔๕ องศา กับลำตัว จนแขนขวาเหยยี ดตึง (ในลกั ษณะ
การฟันมือ)

: กา้ วเทา้ ขวาเดนิ ตอ่ ไปและกา้ วสลับเท้าเดนิ อย่างตอ่ เน่ือง มือท้ังสองขา้ งกำหลวม น้วิ หวั แมม่ อื
จรดข้อที่สองของนิ้วชี้ นวิ้ ทัง้ ส่ีเรยี งชดิ ตดิ กัน แกว่งแขนตามการก้าวเดนิ ของเทา้ ใหส้ มั พันธ์กันในลกั ษณะ
งอข้อศอกเลก็ น้อยและหันหลงั มือไปดา้ นหน้า
ทา่ เดินตามสบาย
๑.เรือ่ งท่ีจะทำการฝึก : บคุ คลท่ามือเปลา่ “ทา่ เดินตามสบาย”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพื่อให้ปฏบิ ัติได้ถกู ตอ้ งตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์ : เปน็ ทา่ ท่ใี ช้ในการเคลอื่ นท่ีในรูปแถวในลกั ษณะของการผ่อนคลาย และเป็นการ
เดินในรปู แถวหลงั จากว่ิงออกก าลงั กายมาเป็นระยะเวลานาน
๔.คำบอก : เป็นคำบอก “รวด” ใช้คำบอก “เดินตามสบาย”
๕.การปฏิบัติ : ท่าเดินตามสบายจะปฏิบตั ิในขณะทีป่ ฏบิ ัติในทา่ เดินตามปกติอยู่ เมอ่ื ไดย้ ินคำบอก
“เดนิ ตามสบาย” ใหผ้ ูป้ ฏบิ ัตใิ ชท้ ่าเดินตามปกตแิ ต่สามารถผอ่ นคลายการเดินได้ ถา้ ปฏิบัตเิ ป็น
รูปแถวสามารถเดินเทา้ ไมพ่ ร้อมกนั ได้ เมื่อไดย้ ินคำบอก “เดินเข้าระเบยี บ” ใหเ้ ดนิ
ในทา่ เดินตามปกตใิ นระเบียบแถวเช่นเดิม
ทา่ หยุดจากการเดนิ
๑.เรอ่ื งท่จี ะทำการฝึก : บุคคลทา่ มอื เปล่า “ทา่ หยุดจากการเดนิ ”
๒.ความมุง่ หมาย : เพอ่ื ให้ปฏิบัติได้ถกู ต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบแบบแผน เดยี วกัน
๓.ประโยชน์ : ใชใ้ นการหยุดจากการเคลอ่ื นทข่ี องแถวใหเ้ กดิ ความพร้อมเพรียงและเกดิ ความเปน็ ระเบียบ
เรียบรอ้ ย
๔.คำบอก : เป็นคำบอก “แบง่ ” ใชค้ ำบอก “แถว - หยดุ ”
๕.การปฏบิ ตั ิ : แบ่งออกเปน็ ๒ จังหวะ
จงั หวะหนึ่ง : เมอื่ ได้ยินคำบอก “แถวหยุดจงั หวะ - หนงึ่ ” ในขณะท่ีเทา้ ซา้ ยตกถงึ พนื้ ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั กิ ้าวเทา้ ขวา
ไปหนง่ึ ก้าว พร้อมกับยงั้ ตัวน้ำหนักตัวอยทู่ ่เี ท้าขวา สน้ เท้าซา้ ยเปดิ มอื ซา้ ยอยใู่ นระดบั แนวหวั เข็มขดั หา่ งจาก
ลำตวั ประมาณหน่ึงฝา่ มือ มือขวาสะบดั เฉียงไปขา้ งหลงั (ในลกั ษณะการฟันมือ)
จงั หวะสอง : เม่อื ได้ยินคำบอก “แถวหยุดจงั หวะ - สอง” ใหผ้ ู้ปฏบิ ัตินำเท้าซ้ายมาชิดเทา้ ขวาในลกั ษณะของ
การอดั ส้นเทา้ พร้อมกบั ลดมอื และแขนทัง้ สองขา้ งกลับไปอย่ใู นลักษณะท่าตรงอยา่ งรวดเร็วและแข็งแรง
จากน้นั ปฏบิ ัติท่ายกอก
หมายเหตุ : -ในกรณที ี่เป็นการเปิดจังหวะใหส้ ะบดั มือเฉียงไปข้างหลัง (ในลักษณะการฟันมือ) ในขณะทเี่ ท้าตกถึง
พื้น
-ในกรณที เ่ี ปน็ ทา่ เดินตามปกติหรือท่าเดินตามสบาย ในจังหวะทห่ี น่งึ ให้ตบเท้าพร้อมกับลดมือและแขน
ทง้ั สองข้างมาอยู่ข้างขา ในลักษณะที่นว้ิ มือทงั้ ห้าเหยียดตงึ และเรยี งชดิ ติดกัน ทง้ิ ดิ่งขา้ งลำตัว ในจังหวะทสี่ องคง
ปฏบิ ัติ
เหมือนทา่ หยดุ จากท่าเดนิ สวนสนาม การปฏบิ ัติแบบปิดจังหวะ ปฏิบัตเิ ชน่ เดยี วกับแบบเปิดจังหวะ การใชค้ ำบอก
สามารถใชไ้ ด้ทงั้ เทา้ ซา้ ยและเทา้ ขวา แตต่ อ้ งส่งั เวน้ เทา้
แถวหนา้ กระดานแถวเดีย่ ว
๑.เร่ืองทจี่ ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชดิ “แถวหนา้ กระดานแถวเดย่ี ว”
๒.ความมุง่ หมาย : เพื่อให้ปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ต้องตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบียบแบบแผน เดยี วกัน

๓.ประโยชน:์ -ใชใ้ นโอกาสที่จะทำการตรวจแถว
-ใช้ในการจดั ลำดบั ความสงู ของผ้ปู ฏิบัตเิ พื่อใช้ในการจดั แถวในรูปแถวตา่ งๆ
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “หน้ากระดานแถวเดย่ี ว, มาหาข้าพเจา้ ”
๕.การปฏบิ ตั ิ
เมื่อไดย้ ินคำบอก “หนา้ กระดานแถวเดี่ยว, มาหาขา้ พเจ้า” ใหผ้ ปู้ ฏบิ ัตวิ ิง่ มาเข้าแถวตามลำดับ
ความสูงขา้ งหนา้ ผูเ้ รยี กแถวโดยเร็ว คนสูงทสี่ ุดของแถวเปน็ คนหลกั (คนหัวแถว) ยืนตรงหนา้ ผูเ้ รียกแถว
และห่างจากผเู้ รียกแถวประมาณหกก้าว จากนั้นใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั คิ นอนื่ ๆ วง่ิ มาเขา้ แถวเรียงตามลำดบั ความสงู ตอ่ ไป
ทางซ้ายของคนหลกั โดยผ้ปู ฏิบตั ิทุกคนกระโดดอยกู่ บั ที่ (ในลกั ษณะกระโดดสองเท้าพรอ้ มกนั ) มอื กำหลวมอยู่
บริเวณหนา้ อก ต่อจากนั้นใหค้ นหัวแถวหนั มองดผู ้ปู ฏบิ ตั ิคนอน่ื ๆ ว่าจัดแถวเป็นรูปแถวเรยี บร้อยหรอื ไม่ ถ้าเหน็
วา่ เป็นรูปแถวแล้วใหค้ นหัวแถวนบั “หน่งึ ” เมอ่ื ส้ินเสียงคนหวั แถวนบั “หน่งึ ” แลว้ ใหค้ นทเี่ หลือนับ “หน่งึ ”
ให้เสียงดงั และพร้อมเพรียงกนั
หลังจากนน้ั รอฟงั สัญญาณ “อบ๊ึ ” ให้ทุกนายหยุดกระโดดกลับมาอยู่ในทา่ ตรง และฟงั สญั ญาณ
“อบึ๊ ” อีกหน่งึ คร้งั ให้ทกุ นายยกมือซ้ายขน้ึ มาตบท่ีสะโพกซ้ายประมาณแนวเข็มขดั นิ้วทงั้ หา้ เรยี งชดิ ติดกันและ
ให้ปลายนวิ้ ช้ีลงทางเบือ้ งลา่ ง น้วิ กลางอย่ปู ระมาณแนวตะเข็บกางเกง ศอกซา้ ยกางออกเสมอแนวลำตัว
แล้วเปล่งเสียง “เฮ”้ ให้คนทอ่ี ยถู่ ัดไปทางซ้ายจากหวั แถวน าแขนขวา (อยู่ลกั ษณะท่าตรง) ของตนไปแตะกบั
ปลายศอกซา้ ยของคนท่ีอยถู่ ัดไปทางหัวแถว (คนทางขวาของตนเอง) สะบดั หน้ามองไปทางขวาหรือคนหวั แถว
พร้อมกับก้มมองดูแนวปลายเท้าให้เสมอกัน แล้วสะบัดหนา้ กลับไปมองทางขวาหรือคนหัวแถวอีกคร้งั หนึ่ง
เมื่อได้ยินคำบอก “นงิ่ ” ใหท้ กุ นายสะบัดหนา้ กลับมองตรงไปข้างหน้า พรอ้ มกับลดศอกซ้ายกลบั ไปอยู่
ในลักษณะท่าตรงอยา่ งรวดเรว็ และแขง็ แรง

แถวหน้ากระดานแถวเด่ยี วเปิดระยะ
๑.เร่อื งทีจ่ ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชิด “แถวหน้ากระดานแถวเดย่ี วเปดิ ระยะ”
๒.ความมุ่งหมาย : เพื่อให้ปฏิบตั ิได้ถูกต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบ แบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน์: -ใชใ้ นโอกาสทจ่ี ะทำการตรวจแถว
-ใช้ในการจัดลำดบั ความสูงของผปู้ ฏบิ ัตเิ พอื่ ใชใ้ นการจัดแถวในรูปแถวตา่ งๆ
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “หน้ากระดานแถวเดย่ี ว, เปิดระยะ, มาหาขา้ พเจา้ ”
รปู แถวหนา้ กระดานแถวเด่ียวเปดิ ระยะ
๕.การปฏบิ ัติ
เม่ือได้ยนิ คำบอก “หนา้ กระดานแถวเดย่ี ว, เปดิ ระยะ, มาหาข้าพเจา้ ” ใหผ้ ปู้ ฏิบตั วิ ง่ิ มาเขา้ แถวตามลำดบั ความสูง
ข้างหน้าผู้เรยี กแถวโดยเรว็ คนสูงทีส่ ุดของแถวเป็นคนหลกั (คนหัวแถว) ยืนตรงหนา้ ผู้เรียกแถว และหา่ งจากผเู้ รยี ก
แถวประมาณหกก้าว จากนนั้ ให้ผูป้ ฏบิ ัตคิ นอนื่ ๆ วิ่งมาเขา้ แถวเรียงตามลำดบั ความสูงตอ่ ไปทางซา้ ยของคนหลัก
โดยผู้ปฏิบตั ทิ ุกคนกระโดดอยู่กบั ที่ (ในลกั ษณะกระโดดสองเทา้ พรอ้ มกนั ) มือกำหลวมอยบู่ ริเวณหน้าอก ต่อจากนั้น
ให้คนหัวแถวหนั มองดผู ู้ปฏบิ ตั ิคนอื่นๆ วา่ จัดแถวเปน็ รปู แถวเรียบรอ้ ยหรอื ไม่ ถา้ เหน็ ว่าเปน็ รปู แถวแลว้ ใหค้ นหวั
แถวนบั “หน่ึง” เมื่อส้ินเสียงคนหวั แถวนบั “หนงึ่ ” แล้วใหค้ นทเ่ี หลอื นบั “หน่ึง” ให้เสียงดังและพรอ้ มเพรยี งกัน
หลงั จากนัน้ รอฟังสัญญาณ “อบ๊ึ ” ให้ทุกนายหยุดกระโดดกลับมาอยูใ่ นทา่ ตรง และฟงั สญั ญาณ “อ๊บึ ” อีกหน่งึ ครั้ง
ใหท้ กุ นายยกมอื ซา้ ยข้ึนมาตบที่สะโพกซ้ายประมาณแนวเขม็ ขดั นิ้วทงั้ หา้ เรยี งชดิ ติดกนั และให้ปลายน้ิวช้ลี งทาง

เบ้อื งล่าง นิ้วกลางอย่ปู ระมาณแนวตะเขบ็ กางเกง ศอกซา้ ยกางออกเสมอแนวลำตัว แล้วเปลง่ เสยี ง “เฮ”้ จากนัน้ ให้
ทกุ คนยกแขนซา้ ยเหยยี ดออกไปทางข้างในระดบั สงู เสมอแนวไหล่ (ยกเว้นคนทา้ ยแถวสดุ ไม่ตอ้ งยกแขนซ้ายขน้ึ )
ควำ่ ฝ่ามอื น้วิ มอื ทง้ั หา้ เหยยี ดตงึ และเรียงชิดติดกนั โดยใหค้ นทอี่ ยูถ่ ัดไปทางซา้ ยจากหวั แถว นำไหลข่ วาของตนเอง
ไปแตะจดกับปลายนิ้วมือซ้ายของคนทีอ่ ยถู่ ัดไปทางหัวแถว(คนทางขวาของตนเอง) สะบดั หนา้ มองไปทางขวาหรอื
คนหวั แถว พรอ้ มกับก้มมองดแู นวปลายเท้าให้เสมอกนั แล้วสะบดั หนา้ กลับไปมองทางขวาหรือคนหัวแถวอกี ครง้ั
หน่ึง เมือ่ ได้ยินคำบอก “นง่ิ ” ใหท้ ุกคนสะบัดหน้ากลบั มองตรงไปข้างหน้า พร้อมกบั ลดแขนซา้ ยกลบั ไปอยใู่ น
ลักษณะท่าตรงอยา่ งรวดเร็วและแข็งแรง
หมายเหตุ : ตามแบบฝึกของ รร.ทม.รอ. นยิ มเรยี กแถวปดิ ระยะกอ่ น และเมือ่ ต้องการจะเปดิ ระยะ จะสัง่ ว่า
“เปดิ ระยะ, จดั แถว”
แถวหน้ากระดานสองแถวข้ึนไป
๑.เรอ่ื งท่จี ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชดิ “แถวหน้ากระดานสองแถวขึ้นไป”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพอ่ื ใหป้ ฏิบัติได้ถูกต้องตามแบบฝกึ และเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน:์ -ใช้ในโอกาสทจ่ี ะทำการตรวจแถว -ใช้ในการฝึก หรือรบั ฟงั คำชแี้ จง
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “หน้ากระดานสองแถว (ขน้ึ ไป), มาหาขา้ พเจ้า”
๕.การปฏบิ ัติ : เมอื่ ได้ยนิ คำบอก “หนา้ กระดานสองแถว (ขน้ึ ไป), มาหาข้าพเจา้ ” ใหผ้ ปู้ ฏิบัติวิ่งมาเข้าแถว
และจดั แถวเชน่ เดยี วกบั การเข้าแถว และจดั แถวแบบหน้ากระดานแถวเดย่ี วเปดิ ระยะ จะต่างกันท่ีจะตอ้ งจดั
แถวซอ้ นหลงั กนั ลงไปตามทางลึกใหม้ ีจำนวนแถวครบตามทผ่ี ูเ้ รยี กแถวสง่ั โดยยดึ ถอื แถวหน้าเป็นหลกั
ผปู้ ฏิบตั ิท่อี ยู่แถวหลงั คงยืนตรงคอกบั คนทีอ่ ย่แู ถวหนา้ ระยะตอ่ ระหวา่ งแถวประมาณหน่งึ เมตร การประมาณ
ระยะตอ่ ใหแ้ ตล่ ะคนใช้แขนขวาเหยียดออกไปข้างหนา้ ในลักษณะโนม้ ตวั ทอ่ นบนช่วยเล็กน้อย จนกว่าปลายนิว้
มอื ไปแตะหลงั คนทยี่ นื อยขู่ ้างหน้า (แตไ่ ม่ตอ้ งยกมือคา้ งไว)้ หลงั จากน้ันให้กระโดดอยู่กับทดี่ ้วยปลายเท้าทงั้
สองขา้ ง มือก าหลวมอยู่ทหี่ น้าอก คนหัวแถวหันมองดูผู้ปฏิบัตคิ นอ่นื ๆ ว่าจดั แถวเป็นรปู แถวเรยี บร้อยหรือไม่
ถ้าเหน็ ว่าเป็นรูปแถวแลว้ ให้คนหวั แถวนับ “หนึ่ง” ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิในแถวนบั ตามจำนวนแถวทผี่ ู้เรยี กแถวกำหนด
เมื่อจะนบั จำนวนสุดท้ายตามที่ผู้เรยี กแถวกำหนดให้ผ้ปู ฏบิ ตั ทิ ั้งแถวเปล่งเสียงนับจำนวนสดุ ท้ายน้นั อย่าง
พร้อมเพรยี งกัน หลังจากน้ันรอฟังสัญญาณ “อบึ๊ ” ใหท้ กุ นายหยุดกระโดดกลับมาอยใู่ นท่าตรง และฟงั สัญญาณ
“อึ๊บ” อกี หน่งึ ครั้ง ใหท้ ุกนายยกมือซา้ ยข้ึนมาตบท่สี ะโพกซ้ายประมาณแนวเข็มขัด นวิ้ ท้งั ห้าเรียงชิดตดิ กนั
และใหป้ ลายนิ้วชีล้ งทางเบือ้ งล่าง นว้ิ กลางอยูป่ ระมาณแนวตะเข็บกางเกง ศอกซา้ ยกางออกเสมอแนวล าตวั
แล้วเปล่งเสียง “เฮ้” ให้คนทอ่ี ยูถ่ ัดไปทางซา้ ยจากหวั แถวนำแขนขวา (อยลู่ ักษณะทา่ ตรง) ของตนไปแตะกบั
ปลายศอกซ้ายของคนท่อี ยู่ถดั ไปทางหัวแถว (คนทางขวาของตนเอง) สะบัดหน้ามองไปทางขวาหรอื คนหัวแถว
พร้อมกับก้มมองดูแนวปลายเท้าใหเ้ สมอกัน แล้วสะบัดหนา้ กลบั ไปมองทางขวาหรือคนหวั แถว
อีกคร้งั หนง่ึ เม่อื ได้ยินคำบอก “น่งิ ” ใหท้ กุ นายสะบดั หนา้ กลับมองตรงไปขา้ งหนา้ พรอ้ มกับลดศอกซา้ ย
กลบั ไปอย่ใู นลักษณะทา่ ตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
หมายเหตุ : การเขา้ แถวของแถวหนา้ กระดานสองแถวขน้ึ ไปนัน้ ให้ยึดถอื เอาแถวหน้าเป็นหลกั โดยไมต่ ้องคำนึงถงึ
ศอกแต่ละคนของแถวท่อี ยู่ถดั ไป
แถวหน้ากระดานสองแถวขึน้ ไปเปิดระยะ
๑.เรอ่ื งที่จะทำการฝึก : การฝกึ แถวชิด “แถวหน้ากระดานสองแถวข้ึนไปเปดิ ระยะ”
๒.ความมุง่ หมาย : เพ่อื ใหป้ ฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบียบ แบบแผนเดยี วกนั

๓.ประโยชน:์ -ใช้ในโอกาสทีจ่ ะท าการตรวจแถว -ใช้ในการฝึก หรือรบั ฟงั คำชแ้ี จง
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “หนา้ กระดานสองแถว (ข้นึ ไป), เปดิ ระยะ, มาหาข้าพเจ้า”
๕.การปฏบิ ัติ : เมื่อไดย้ ินคำบอก “หน้ากระดานสองแถว (ขึ้นไป), เปดิ ระยะ, มาหาข้าพเจ้า” ใหผ้ ปู้ ฏิบัติ
วงิ่ มาเขา้ แถวและจัดแถวเช่นเดยี วกับการเข้าแถวและจัดแถว แบบหน้ากระดานแถวเดีย่ วเปดิ ระยะ
จะตา่ งกนั ทจ่ี ะตอ้ งจดั แถวซอ้ นหลงั กนั ลงไปตามทางลึกใหม้ ีจำนวนแถวครบตามทีผ่ ู้เรยี กแถวสั่งโดยยึดถือ
แถวหน้าเป็นหลัก ผู้ปฏบิ ตั ทิ อ่ี ยแู่ ถวหลังคงยนื ตรงคอกบั คนทอี่ ยู่แถวหนา้ ระยะต่อระหว่างแถวประมาณ
หนงึ่ เมตร การประมาณ ระยะต่อให้ แต่ ละคนใช้ แขน ซา้ ยเหยยี ด ออกไป ข้างหน้าใน ลักษณะ
โน้มตัวทอ่ นบนชว่ ยเล็กนอ้ ย จนกว่าปลายนว้ิ มือไปแตะหลังคนที่ยนื อย่ขู า้ งหน้า (แตไ่ มต่ ้องยกมอื คา้ งไว)้
หลงั จากนน้ั ใหก้ ระโดดอยกู่ บั ทดี่ ว้ ยปลายเท้าท้งั สองข้าง มอื ก าหลวมอยูท่ ห่ี น้าอก คนหวั แถวหนั มองดผู ปู้ ฏิบตั ิ
คนอนื่ ๆ วา่ จดั แถวเปน็ รปู แถวเรียบร้อยหรอื ไม่ ถา้ เหน็ วา่ เป็นรปู แถวแลว้ ใหค้ นหวั แถวนับ “หนง่ึ ”
ให้ผ้ปู ฏบิ ัตใิ นแถวนบั ตามจำนวนแถวที่ผเู้ รียกแถวกำหนด เมือ่ จะนับจำนวนสดุ ท้ายตามทผ่ี ู้เรยี กแถวกำหนดให้
ผ้ปู ฏบิ ตั ิทงั้ แถวเปล่งเสยี งนับจำนวนสดุ ทา้ ยน้ันอยา่ งพรอ้ มเพรียงกัน
หลงั จากน้ันรอฟงั สัญญาณ “อึบ๊ ” ให้ทกุ นายหยดุ กระโดดกลบั มาอยู่ในทา่ ตรง และฟังสัญญาณ
“อึบ๊ ” อีกหน่งึ ครง้ั ใหท้ กุ นายยกมอื ซ้ายขน้ึ มาตบทส่ี ะโพกซ้ายประมาณแนว เขม็ ขดั นิว้ ท้งั ห้าเรียงชดิ ตดิ กันและ
ใหป้ ลายนิ้วชล้ี งทางเบื้องล่าง น้วิ กลางอยปู่ ระมาณแนวตะเขบ็ กางเกง ศอกซา้ ยกางออกเสมอแนวลำตวั
แลว้ เปลง่ เสียง “เฮ้” จากนนั้ ให้ทุกคนยกแขนซา้ ยเหยียดออกไปทางข้างในระดับสงู เสมอแนวไหล่ (ยกเวน้
คนท้ายแถวสุดไมต่ อ้ งยกแขนซ้ายข้ึน) คว่ าฝ่ามือนว้ิ มอื ท้งั ห้าเหยยี ดตงึ และเรยี งชิดตดิ กนั โดยให้คนทีอ่ ยู่ถดั ไป
ทางซ้ายจากหวั แถวนำไหล่ขวาของตนเองไปแตะจดกบั ปลายนิ้วมอื ซ้ายของคนทอ่ี ย่ถู ดั ไปทางหัวแถว
(คนทางขวาของตนเอง) สะบัดหน้ามองไปทางขวาหรือคนหัวแถว พร้อมกบั ก้มมองดูแนวปลายเทา้ ใหเ้ สมอกัน
แล้วสะบดั หนา้ กลับไปมองทางขวาหรอื คนหัวแถวอกี คร้งั หนงึ่ เมื่อได้ยนิ คำบอก “นงิ่ ” ใหท้ ุกคนสะบดั หน้ากลบั
มองตรงไปขา้ งหนา้ พร้อมกับลดศอกซา้ ยกลบั ไปอยู่ในลกั ษณะท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
หมายเหตุ : การเขา้ แถวของแถวหน้ากระดานสองแถวข้ึนไปน้นั ใหย้ ึดถอื เอาแถวหน้าเป็นหลกั โดยไมต่ ้องคำนงึ
ถงึ ศอก
แต่ละคนของแถวทอี่ ยถู่ ัดไป (ตามแบบฝกึ ของ รร.ทม.รอ. นยิ มเรยี กแถวปิดระยะกอ่ น และเม่อื ตอ้ งการจะเปดิ ระยะ
จะส่งั วา่ “เปดิ ระยะ, จดั แถว”)
“ตอนเรียงหนึ่ง, มาหาข้าพเจา้ ” แถวตอนเรียงหนงึ่
แถวตอนเรยี งหน่ึง
๑.เร่อื งทีจ่ ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชิด “แถวตอนเรยี งหน่ึง”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพ่อื ให้ปฏบิ ัตไิ ด้ถูกตอ้ งตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบยี บ แบบแผนเดยี วกนั
๓.ประโยชน์: ใชใ้ นการจดั ล าดับความสูงของผปู้ ฏบิ ตั เิ พ่อื ใช้ในการจัดแถว ในรปู แถวตา่ งๆ
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “ตอนเรยี งหน่ึง, มาหาขา้ พเจา้ ”
๕.การปฏิบตั ิ
เม่ือไดย้ นิ คำบอก “ตอนเรยี งหนงึ่ , มาหาข้าพเจ้า” ใหผ้ ปู้ ฏบิ ัติวง่ิ มาเขา้ แถวตามล าดับความสูงขา้ งหน้าผู้เรียกแถว
โดยเร็ว คนสงู ท่ีสุดของแถวเป็นคนหลกั (คนหวั แถว) ยนื ตรงหนา้ ผูเ้ รยี กแถว และห่างจากผู้เรยี กแถวประมาณหก
กา้ ว จากนัน้ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั คิ นอน่ื ๆ วงิ่ มาเขา้ แถวเรียงตามลำดบั ความสงู ซ้อนกันลงไปทางขา้ งหลังคนหัวแถว (ทางลึก)
ใหต้ รงคอกบั คนข้างหน้าจนถงึ คนทา้ ยแถวในลักษณะกระโดดอยกู่ ับที่ด้วยปลายเท้าทง้ั สองขา้ ง มือกำหลวมอยทู่ ี่

หน้าอก ตอ่ จากนนั้ ให้คนหวั แถวหันมองดผู ู้ปฏิบตั คิ นอนื่ ๆ ว่าจัดแถวเป็นรูปแถวเรียบร้อยหรือไม่ ถา้ เห็นวา่ เปน็ รูป
แถวแล้วให้คนหัวแถวนับ “หน่งึ ” เม่ือส้นิ เสยี งคนหวั แถวนับ “หนึ่ง” แลว้ ให้คนท่ีเหลือนับ “หน่งึ ” ใหเ้ สียงดังและ
พร้อมเพรยี งกนั หลังจากนน้ั รอฟงั สัญญาณ “อบ๊ึ ” ให้ทกุ นายหยดุ กระโดดกลับมาอยใู่ นทา่ ตรง และฟงั สัญญาณ
“อึ๊บ” อีกหน่งึ ครั้ง ให้ทุกนายยกมือซ้ายขึ้นมาตบทส่ี ะโพกซ้ายประมาณแนวเขม็ ขดั นิ้วทั้งหา้ เรียงชิดติดกนั
และให้ปลายนว้ิ ชล้ี งทางเบอ้ื งลา่ ง น้วิ กลางอย่ปู ระมาณแนวตะเขบ็ กางเกง ศอกซ้ายกางออกเสมอแนวลำตัว
แล้วเปล่งเสียง “เฮ”้ จากนัน้ ใหร้ บี ลดมือลงโดยเร็วแล้วให้ยกมือขวาขนึ้ มาข้างหนา้ เหยียดแขนขวาไปแต่ไหล่
คนข้างหนา้ ฝ่ามือควำ่ และขนานกบั พื้น นวิ้ ทัง้ ห้าเรียงชดิ ตดิ กนั ใหห้ า่ งจากคนข้างหน้าประมาณหน่ึง ชว่ งแขน
(ประมาณหนึง่ เมตร) โดยอยใู่ นแนวไหลข่ วาของคนข้างหน้าและให้ยกแขนคา้ งไว้ เมอ่ื ไดย้ ินคำบอก “นิ่ง” ใหล้ ดมอื
ขวาลงมาอยู่ท่ีข้างขากลับมาอยูใ่ นลกั ษณะท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
แถวตอนเรียงสอง (ขึน้ ไป)
๑.เรอ่ื งท่ีจะทำการฝึก : การฝกึ แถวชิด “แถวตอนเรียงสองขนึ้ ไป”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพ่ือให้ปฏิบตั ิไดถ้ ูกตอ้ งตามแบบฝึกและเปน็ ระเบียบแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์: -ใช้ในการฝกึ หรอื ฟงั คำชี้แจง -ใช้เมื่อต้องการเคล่ือนย้ายผปู้ ฏบิ ัตจิ ากจดุ หนึ่งไปยงั อกี จุดหน่งึ ในรูปแถว
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “ตอนเรียงสอง (ขน้ึ ไป), มาหาข้าพเจา้ ”
๕.การปฏบิ ัติ : เม่ือได้ยนิ คำบอก “ตอนเรยี งสอง (ขน้ึ ไป), มาหาข้าพเจา้ ” ใหผ้ ปู้ ฏบิ ัติวิ่งมาเข้าแถวและจัดแถว
เชน่ เดียวกบั การเข้าแถว และจัดแถวแบบตอนเรียงหนงึ่ จะต่างกันที่จะต้องจัดแถวซ้อนหลงั กนั ลงไปตามทางลึก
ใหม้ ีจำนวนแถวครบตามทผ่ี ู้เรียกแถวสั่ง โดยยึดถือแถวหนา้ เป็นหลกั ให้ตรงคอกับคนข้างหนา้ จนถึงคนท้ายแถว
การประมาณระยะตอ่ ใหแ้ ตล่ ะคนใชแ้ ขนซ้ายเหยียดออกไปขา้ งหน้าในลักษณะโนม้ ตัวทอ่ นบนช่วยเล็กนอ้ ย
จนกวา่ ปลายนิ้วมอื ไปแตะหลังคนทีย่ ืนอยขู่ า้ งหน้า (แต่ไมต่ ้องยกมอื ค้างไว้) หลงั จากน้นั ให้กระโดดอยู่กบั ทดี่ ้วย
ปลายเทา้ ทั้งสองข้าง มอื ก าหลวมอยู่ท่ีหนา้ อก คนหัวแถวหันมองดผู ้ปู ฏิบัตคิ นอื่นๆ วา่ จดั แถวเปน็ รูปแถว
เรยี บรอ้ ยหรือไม่ ถา้ เหน็ ว่าเป็นรูปแถวแลว้ ให้คนหวั แถวนบั “หนึ่ง” ให้ผปู้ ฏบิ ัติในแถวนับตามจำนวนแถว
ที่ผู้เรยี กแถวกำหนด เม่ือจะนบั จำนวนสุดท้ายตามที่ผเู้ รียกแถวกำหนดให้ผู้ปฏิบัตทิ ้งั แถวเปลง่ เสียง
นบั จำนวนสุดทา้ ยนน้ั อยา่ งพรอ้ มเพรียงกนั หลังจากนัน้ รอฟงั สญั ญาณ “อบ๊ึ ” ให้ทกุ นายหยดุ กระโดดกลบั มาอยูใ่ น
ทา่ ตรง และฟงั สญั ญาณ “อบึ๊ ” อกี หนงึ่ ครง้ั ใหท้ ุกนายยกมอื ซา้ ยขึ้นมาตบทีส่ ะโพกซ้ายประมาณแนวเข็มขัด น้วิ ท้งั
ห้าเรยี งชิดตดิ กันและใหป้ ลายน้ิวช้ีลงทางเบอ้ื งล่าง นิว้ กลางอย่ปู ระมาณแนวตะเข็บกางเกง ศอกซ้ายกางออกเสมอ
แนวลำตวั แลว้ เปล่งเสียง “เฮ”้ ใหค้ นทอี่ ยถู่ ดั ไปทางซา้ ยจากหวั แถวน าแขนขวา (อยลู่ ักษณะท่าตรง) ของตนไป
แตะจดกบั ปลายศอกซ้ายของคนท่ีอยูถ่ ัดไปทางหวั แถว (คนทางขวาของตนเอง) สะบัดหนา้ มองไปทางขวาหรอื คน
หัวแถว พร้อมกับก้มมองดแู นวปลายเท้าใหเ้ สมอกัน แลว้ สะบดั หนา้ กลับไปมองทางขวาหรอื คนหัวแถวอีกครั้งหนึง่
เมื่อได้ยินคำบอก “นง่ิ ” ให้ทกุ นายสะบดั หนา้ กลับมองตรงไปขา้ งหนา้ พรอ้ มกบั ลดศอกซ้ายกลบั ไปอยู่
ในลักษณะทา่ ตรงอยา่ งรวดเรว็ และแขง็ แรง
หมายเหตุ : การเข้าแถวของแถวตอนเรียงสองขนึ้ ไปนัน้ ใหย้ ดึ ถือความตรงของแถวตอนทางลึก โดยเอาแถวหน้า
เป็นหลกั เนื่องจากระยะของศอกแตล่ ะคนไมเ่ ทา่ กัน เมือ่ ตอ้ งการเปดิ ระยะเคียง ใช้คำบอก “เปดิ ระยะ, จัดแถว”
ใหผ้ ปู้ ฏิบัตทิ กุ คน ยกแขนซา้ ยเหยียดออกไปทางขา้ งในระดบั สูงเสมอแนวไหล่ (ยกเว้นคนท้ายแถวสดุ ไมต่ ้องยกแขน
ซ้ายข้นึ ) คว่ำฝา่ มือนวิ้ มอื ท้ังหา้ เหยยี ดตึงและเรียงชิดติดกนั โดยให้คนทีอ่ ยูถ่ ดั ไปทางซา้ ยจากหวั แถวน าไหล่ขวาของ
ตนเองไปแตะกบั ปลายนิว้

มอื ซา้ ยของคนท่ีอยู่ถดั ไปทางหัวแถว (คนทางขวาของตนเอง) สะบดั หน้ามองไปทางขวาหรอื คนหวั แถว พร้อมกบั
ก้มมองดูแนวปลายเท้าให้เสมอกัน แล้วสะบดั หนา้ กลบั ไปมองทางขวาหรือคนหัวแถวอีกคร้งั หน่ึง เมือ่ ไดย้ ินคำบอก
“นง่ิ ” ให้ทุกคนสะบัดหนา้ กลับมองตรงไปข้างหนา้ พรอ้ มกบั ลดศอกซา้ ยกลับไปอยใู่ นลักษณะทา่ ตรงอยา่ งรวดเร็ว
และแข็งแรง
การแยกคูข่ าดของแถวหนา้ กระดาน
๑.เร่ืองท่จี ะทำการฝึก : การฝกึ แถวชดิ “การแยกคู่ขาดของแถวหน้ากระดาน”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพื่อใหป้ ฏิบัตไิ ดถ้ ูกต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดียวกัน
๓.ประโยชน์ : เน่อื งจากการจดั แถวหน้ากระดานสองแถวขน้ึ ไป เมอ่ื จดั แถวแลว้ มผี ู้ปฏิบัตขิ าดจำนวน
ไมล่ งตัว จึงทำใหม้ กี ารแยกคขู่ าดเพ่ือให้เกิดความเป็นระเบียบเรยี บร้อยในการจัดแถว
๔.การปฏิบตั ิ : ในกรณีที่ผู้ปฏบิ ัตมิ ีไมค่ รบตามจำนวนแถว ใหจ้ ดั แถวแยกคขู่ าดโดยมหี ลกั การปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
-ในการเขา้ แถวใหย้ ึดถือเอาแถวหนา้ เปน็ หลัก โดยจะต้องจัดแถวหนา้ ใหเ้ ต็ม
-จำนวนที่ขาดให้แยกคู่ขาดไว้ในทางตอนทา้ ยของแถว เมอ่ื เป็นแถวหน้ากระดาน สองแถว
หรือแถวรองสดุ ทา้ ย เมอ่ื เป็นหน้ากระดานสามแถวขน้ึ ไป
-จำนวนแถวและตบั สุดท้ายจะต้องเต็ม
เมอ่ื ผ้ปู ฏิบตั ิเข้าแถวตั้งแต่สองแถวข้ึนไป เมอื่ จัดแถวแลว้ ผปู้ ฏิบตั ิขาดจำนวน ไมล่ งตวั
คือแถวหนา้ กับแถวหลังไมเ่ ทา่ กัน ในการเข้าแถวใหย้ ึดถอื เอาแถวหนา้ เป็นหลัก โดยจะต้องเขา้ แถวใหเ้ ต็ม
ไม่มีขาด สว่ นจำนวนท่ขี าดใหแ้ ยกค่ขู าดไว้ในทางตอนท้ายของแถวหลงั ๆ ใหย้ ึดถือเป็นหลกั วา่ ใหจ้ ัดแถวหน้า
และตบั สดุ ทา้ ยของแถวไวใ้ ห้เต็ม แลว้ ให้แยกคขู่ าดไวท้ แี่ ถวหลังสดุ ตบั รองสดุ ทา้ ยในกรณีท่ีจำนวนแถวเกนิ
สองแถวให้จดั แถวหลงั ไว้ให้เต็ม แลว้ แยกคขู่ าดคนแรกจากแถวรองสุดท้าย และตับรองสุดท้าย ถา้ เกนิ
หน่งึ คนก็ให้แยกจากตบั เดมิ แตเ่ ล่ือนข้ึนมาข้างหน้าอกี ถา้ หากเกินที่จะจัดจากตับทแ่ี ยกค่ขู าดใหเ้ ลอื่ นตบั เข้า
มาอีกสว่ นแถวใช้หลักการปฏิบัตเิ ช่นเดิม
การแยกคูข่ าดของแถวตอน
๑.เรอื่ งทจ่ี ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชดิ “การแยกคขู่ าดของแถวตอน”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพือ่ ใหป้ ฏิบัติได้ถูกตอ้ งตามแบบฝึกและเป็นระเบยี บแบบแผนเดยี วกัน
๓.ประโยชน:์ เนอื่ งจากการจัดแถวตอนเรยี งสองขึ้นไป เมอื่ จัดแถวแล้วมผี ู้ปฏบิ ัติขาดจำนวนไม่ครบ
ทุกตับ จึงท าให้มกี ารแยกค่ขู าดเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยในการจดั แถว
๔.การปฏบิ ตั ิ : ในกรณีทผี่ ู้ปฏบิ ัตมิ ไี มค่ รบตามจำนวนแถว ให้จัดแถวแยกคขู่ าดโดยมีหลักการปฏิบตั ิ ดงั น้ี
-ในการเข้าแถวให้ยดึ ถือเอาแถวขวาเป็นหลกั โดยจะตอ้ งเข้าใหเ้ ตม็ ไมม่ ีจำนวนขาด
-จำนวนทีข่ าดให้แยกคู่ขาดไว้ท่แี ถวรองสดุ ทา้ ยทอ่ี ยทู่ างซา้ ยสุด เมอื่ เป็นรปู แถวตอน
เรียงสอง หรอื แถวรองสุดทา้ ยตรงกลางเม่ือเปน็ แถวตอนเรียงสามขึ้นไป
-จำนวนแถวและตับสุดท้ายจะตอ้ งเต็ม
เมอื่ ผู้ปฏบิ ตั เิ ขา้ แถวตั้งแตส่ องแถวขึ้นไป เมอื่ จดั แถวผปู้ ฏบิ ัตขิ าดจำนวนไมล่ งตวั คอื
แถวแรกกับแถวสดุ ทา้ ยไม่เท่ากัน ในการเข้าแถวให้ยึดถอื เอาแถวแรกเปน็ หลกั โดยจะตอ้ งเขา้ แถวใหเ้ ต็ม
ไมม่ ีขาด สว่ นจำนวนที่ขาดให้แยกคขู่ าดไวท้ ีท่ ้ายของแถวท่ีอยู่ทางซ้ายสดุ หรือแถวทอี่ ย่ตู รงกลาง
ใหย้ ึดถอื เป็นหลกั วา่ ให้จัดแถวแรกและตับสดุ ท้ายของแถวไวใ้ หเ้ ต็ม แล้วใหแ้ ยกคขู่ าดไว้ทแ่ี ถวรองสดุ ทา้ ย
ตบั รองสดุ ทา้ ย ในกรณีท่ีจำนวนแถวเกนิ สองแถวใหจ้ ัดแถวสดุ ท้ายไวใ้ ห้เตม็ แลว้ แยกคู่ขาดคนแรกจาก

แถวรองสุดท้ายและตับรองสุดท้าย ถา้ เกินหน่ึงคนก็ใหแ้ ยกจากตบั เดมิ แตเ่ ลอื่ นขึน้ มาข้างหน้าอกี
ถา้ หากเกนิ ทจี่ ะจดั จากตบั ทแ่ี ยกคู่ขาดใหเ้ ลื่อนตบั เขา้ มาอีก ส่วนแถวใชห้ ลักการปฏบิ ัตเิ ช่นเดมิ
การนบั ตามปกติ
๑.เรอ่ื งที่จะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชดิ “การนับตามปกต”ิ
๒.ความมุ่งหมาย : เพ่ือให้ปฏบิ ัติไดถ้ ูกต้องตามแบบฝึกและเปน็ ระเบยี บแบบแผน เดยี วกัน
๓.ประโยชน:์ เพ่ือความรวดเรว็ ในการสำรวจยอดผู้ปฏิบัติในแถว
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “นับ”
๕.การปฏบิ ตั ิ
๕.๑ รูปแถวหนา้ กระดาน
๕.๑.๑ รูปแถวหน้ากระดานแถวเดี่ยว
เมื่อได้ยินคำบอก “นบั ” ใหผ้ ปู้ ฏิบัตทิ ีอ่ ย่หู ัวแถวเรม่ิ นับ “หนึง่ ” ดว้ ยการออกเสยี งดงั ชัดเจน
เสยี งสน้ั หว้ นๆ พรอ้ มกับสะบดั หนา้ ไปทางซ้าย เม่ือส้ินเสยี งนบั แลว้ ใหส้ ะบดั หน้ากลบั มาอยใู่ นลักษณะท่าตรง
อย่างรวดเรว็ และแขง็ แรง ผู้ปฏบิ ัติคนอ่นื ๆ ท่ีอยูถ่ ดั ไปนบั ตอ่ จากคนที่หนงึ่ เรยี งตามล าดับหมายเลขกันไปจนกวา่
จะถงึ คนท้ายแถว โดยใชว้ ิธีสะบดั หนา้ ไปนับแล้วสะบัดหน้ากลบั เชน่ เดยี วกับคนหัวแถว เวน้ คนสุดท้ายของแถว
เมื่อนบั ใหส้ ะบดั หนา้ ไปยงั ผทู้ อ่ี ย่ทู างขวามอื ของตน และเมอ่ื สิน้ เสียงนับแล้วใหส้ ะบดั หนา้ กลบั มาอยู่ในลกั ษณะ
ของท่าตรง
หมายเหตุ : การนับตามปกตขิ องแถวหนา้ กระดานไมว่ า่ จะเป็นแถวหน้ากระดานปิดระยะหรอื เปิดระยะใชห้ ลกั การ
ปฏบิ ัติเดยี วกนั คอื ให้นับจากหวั แถวไปทางทา้ ยแถว
๕.๑.๒ รูปแถวหนา้ กระดานสองแถวขนึ้ ไป
เมื่อได้ยินคำบอก “นบั ” ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิที่อยหู่ วั แถวเริ่มนบั “หน่ึง” ดว้ ยการออกเสียงดงั ชดั เจนเสียงสั้น
ห้วนๆ พรอ้ มกบั สะบดั หนา้ ไปทางซ้าย เมือ่ สน้ิ เสียงนับแลว้ ให้สะบดั หนา้ กลับมาอยู่ในลักษณะท่าตรงอย่างรวดเร็ว
และแขง็ แรง ผู้ปฏบิ ตั ิคนอืน่ ๆ ท่อี ยูถ่ ัดไปนบั ต่อจากคนทีห่ นึ่งเรียงตามลำดบั หมายเลขกนั ไปจนกวา่ จะถึง
คนท้ายแถว โดยใชว้ ิธสี ะบดั หนา้ ไปนับแล้วสะบดั หน้ากลบั เชน่ เดยี วกับคนหัวแถวเวน้ คนสดุ ท้ายของแถวเมอ่ื นับ
ใหส้ ะบัดหน้าไปยังผู้ท่อี ยทู่ างขวามอื ของตน และเม่อื สนิ้ เสยี งนบั แลว้ ให้สะบัดหน้ากลบั มาอยู่ในลักษณะของทา่ ตรง
หมายเหตุ : -ในกรณีที่เปน็ แถวหนา้ กระดานสองแถวข้นึ ไป ซงึ่ มีการแยกคขู่ าดไวใ้ นทางตอนทา้ ยแถวอาจจะขาดท่ี
แถวกลางหรือแถวหลังสุด คนท้ายแถวซ้ายมือสดุ เป็นผู้ขานจำนวนท่ีขาดขึ้นดังๆ โดยไมต่ อ้ งสะบัดหน้า เช่น “ขาด
หน่งึ ” “ขาดสอง” “ขาดสาม” ฯลฯ เปน็ ต้น
-การนับตามปกตขิ องแถวหน้ากระดานจะนบั เฉพาะแถวหนา้ เท่านน้ั ยกเวน้ ผู้เรยี กก าหนดแถวนบั
๕.๒ รูปแถวตอน
๕.๒.๑ รปู แถวตอนเรยี งหนึ่ง
เมอื่ ได้ยินคำบอก “นับ”ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิทอ่ี ยู่หัวแถวเรมิ่ นบั “หนง่ึ ” ดว้ ยการออกเสยี งดังชัดเจนเสียงส้นั ห้วนๆ
พร้อมกบั สะบดั หน้าไปทางซา้ ย เมือ่ ส้ินเสียงนบั แลว้ ใหส้ ะบดั หน้ากลับมาอยู่ในลกั ษณะท่าตรงอย่างรวดเร็วและ
แขง็ แรง ผปู้ ฏบิ ัติคนอน่ื ๆ ทอี่ ยูถ่ ดั จากคนหัวแถวต่อลงไปข้างหลงั นับต่อจากคนหัวแถวเรยี งตามลำดับหมายเลข
ไปจนกว่าจะถงึ คนท้ายแถว โดยวธิ ีสะบัดหนา้ ไปนบั แลว้ สะบัดหน้ากลับเชน่ เดียวกบั คนหวั แถว เวน้ คนสดุ ทา้ ย
ของแถวไมต่ ้องสะบดั หนา้

๕.๒.๒ รูปแถวตอนเรยี งสองขึน้ ไป
เม่ือไดย้ นิ คำบอก “นบั ” ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิท่ีอยหู่ วั แถวเรม่ิ นบั “หนึ่ง” ด้วยการออกเสียงดังชัดเจนเสยี งส้นั
ห้วนๆ พร้อมกบั สะบดั หนา้ ไปทางซา้ ย เมื่อสนิ้ เสียงนับแลว้ ใหส้ ะบัดหน้ากลับมาอย่ใู นลักษณะท่าตรงอย่างรวดเรว็
และแข็งแรง ผปู้ ฏบิ ตั คิ นอน่ื ๆ ท่อี ยูถ่ ดั จากคนหวั แถวต่อลงไปข้างหลงั นับตอ่ จากคนหัวแถวเรยี งตามลำดับ
หมายเลขไปจนกวา่ จะถงึ คนทา้ ยแถว โดยวธิ สี ะบดั หน้าไปนบั แล้วสะบัดหน้ากลบั เช่นเดยี วกับคนหวั แถว
เวน้ คนสดุ ทา้ ยของแถวไม่ตอ้ งสะบดั หน้า
หมายเหตุ
ในกรณีท่เี ป็นแถวตอนเรียงสองข้ึนไป ซง่ึ มีการแยกคขู่ าดไวใ้ นทางตอนท้ายแถว เม่อื คนสดุ ทา้ ยของแถว
ทางขวาสุดนบั สิ้นเสยี งลงแลว้ ให้คนทา้ ยแถวซ้ายสุดเป็นผู้ขานจำนวนทข่ี าดขึน้ ดงั ๆ โดยไมต่ อ้ งสะบัดหน้า เชน่
“ขาดหน่ึง” “ขาดสอง” “ขาดสาม” เป็นต้น
การนบั ตามปกตขิ องแถวตอน จะนบั เฉพาะแถวขวามอื สดุ เทา่ นั้น ยกเว้นผู้เรยี กแถวกำหนดแถวทจ่ี ะนับ
การนบั ท้ังแถว
๑.เร่ืองทจี่ ะทำการฝึก : การฝกึ แถวชดิ “การนบั ทง้ั แถว”
๒.ความมงุ่ หมาย : เพอ่ื ให้ปฏบิ ตั ิไดถ้ กู ตอ้ งตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์: เพื่อสำรวจยอดผูป้ ฏิบัติในแถวโดยละเอยี ด
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “นบั ทง้ั แถว, นบั ”
๕.การปฏบิ ตั ิ
๕.๑ รูปแถวหนา้ กระดาน
๕.๑.๑ รูปแถวหน้ากระดานสองแถวข้นึ ไป
เมอ่ื ไดย้ นิ คำบอก “นบั ทัง้ แถว, นับ” ใหผ้ ปู้ ฏบิ ัตทิ ีอ่ ยหู่ วั แถวเร่ิมนับ “หน่ึง” ด้วยการออกเสยี งดงั ชดั เจน เสียงสน้ั
หว้ นๆ พรอ้ มกบั สะบดั หน้าไปทางซา้ ย เม่อื สน้ิ เสยี งนบั แล้วให้สะบัดหนา้ กลบั มาอยู่ ในลักษณะท่าตรงอย่างรวดเร็ว
และแข็งแรง ผู้ปฏิบัติคนอืน่ ๆ ที่อยู่ถดั ไปนับต่อจากคนหวั แถวเรยี งตามลำดบั หมายเลขกันไป เม่อื คนทา้ ยแถวของ
แถวหนา้ นบั แลว้ ใหค้ นทา้ ยแถวของแถวถดั ไปเป็นผเู้ ริ่มนบั ตอ่ ตามลำดับหมายเลขตอ่ จากคนท้ายแถวของแถวหน้า
โดยการสะบัดหน้าไปทางขวานบั ตอ่ กันไปจนถงึ คนหัวแถว และเมือ่ คนหวั แถวสุดทา้ ยนับแลว้ จึงให้คนหวั แถวของ
แถวถดั ไปเปน็ ผูเ้ ร่มิ นบั ตอ่ ตามลำดับหมายเลขทต่ี ิดตอ่ กับคนหัวแถวสุดทา้ ย และให้นบั ในลักษณะดงั กลา่ ว ไปจนกว่า
จะหมดจำนวนคนของ ทกุ แถวท่มี อี ยู่ คนสดุ ท้ายของแถวเมือ่ นบั ใหส้ ะบดั หนา้ ไปยงั ผ้ทู ี่อยู่ทางขวามือของตน และ
เมอื่ สิน้ เสียงนบั ให้สะบัดหนา้ กลับมาอยู่ในลกั ษณะของทา่ ตรงการนับท้ังแถวรูปแถวหน้ากระดานสองแถวข้นึ ไป
หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรกั ษาพระองค์โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวลั ลภรักษาพระองค์ ๖๖“นบั ทงั้ แถว,
นบั ” การนับทงั้ แถว
๕.๒ รูปแถวตอน
๕.๒.๑ รปู แถวตอนเรยี งสองขนึ้ ไป
เม่ือไดย้ นิ คำบอก “นับท้ังแถว, นับ” ให้ผ้ปู ฏบิ ตั คิ นแรกของรปู แถวเริ่มนบั “หน่งึ ” ในลักษณะเช่นเดียวกับการนบั
ตามปกติของแถวหน้ากระดาน ผู้ปฏบิ ัติคนต่อๆ ไปของหน้าตับทางซา้ ยนับเรยี งตามล าดบั หมายเลขกนั ไปโดย
ตลอด ด้วยการนบั พรอ้ มกับสะบัดหนา้ ไปทางซา้ ย เม่อื คนซ้ายสดุ ของตับหน้านบั แลว้ ใหค้ นทางซา้ ยสดุ ของตับที่
สองเป็นผเู้ ริ่มต้นนบั ต่อ โดยนับตามลำดบั หมายเลขตอ่ จากคนซ้ายสุดของตบั ทหี่ นึง่ และนบั ตอ่ ไปทางขวา (สะบดั
หน้าไปทางขวา) จนกว่าจะถึงคนขวาสุดของตบั ท่ีสอง เมอ่ื คนขวาสดุ ของตบั ทีส่ องนับแล้ว ใหค้ นขวาสุดของตบั ที่

สามเปน็ ผู้เรมิ่ นับตอ่ ตามลำดบั หมายเลขจากคนขวาสุดของตบั ทสี่ าม ในลักษณะเช่นเดยี วกับคนขวาสดุ ของตบั ท่ี
หนึ่งโดยการนับและสะบดั หนา้ ไปทางซา้ ย กระท าในลักษณะเช่นนี้สลบั กันไปจนกวา่ จะหมดจำนวนคนของทุกตับ
ทม่ี อี ยู่ในแถว โดยวิธีสะบดั หน้าไปนบั แล้วสะบดั หน้ากลับมาอย่ใู นลกั ษณะของทา่ ตรงอย่างรวดเร็ว และแขง็ แรง
การนบั ตามจำนวนท่กี ำหนด
๑.เรอื่ งทจ่ี ะทำการฝกึ : การฝกึ แถวชดิ “การนบั ตามจำนวนที่กำหนด”
๒.ความม่งุ หมาย : เพ่ือใหป้ ฏิบตั ไิ ด้ถกู ต้องตามแบบฝกึ และเปน็ ระเบยี บแบบแผนเดียวกนั
๓.ประโยชน์ : เพ่ือความสะดวกรวดเร็วในการเปลยี่ นรูปแถวและปฏิบัติได้อยา่ งถูกต้อง
๔.คำบอก : ใชค้ ำบอก “นบั สอง, นับ” หรือ “นบั สาม, นบั ”
๕.การปฏบิ ตั ิ
๕.๑ รปู แถวหน้ากระดาน
๕.๑.๑ รปู แถวหน้ากระดานแถวเด่ียว
เมื่อได้ยนิ คำบอก “นับสอง (นบั ...), นับ” ให้ผ้ปู ฏิบัตเิ ริ่มนบั จากคนหัวแถวกอ่ น ในลักษณะเชน่ เดียวกับการนบั
ตามปกติ โดยนบั เรยี งตามล าดบั หมายเลขให้ครบตามจำนวนท่ีผูเ้ รียกแถวบอก เมอื่ นับครบตามจำนวนทผ่ี ูเ้ รยี กแถว
บอกแล้ว คนตอ่ ไปจะตอ้ งเรม่ิ นับ “หนง่ึ ” ใหม่ ตวั อยา่ งเช่น ผู้เรยี กแถวบอกให้ “นับสอง” ผูป้ ฏิบัตจิ ากหัวแถว
จะตอ้ งนับ “หนงึ่ - สอง” “หนึ่ง - สอง” “หน่ึง - สอง” ไปจนกว่าจะถงึ คนท้ายแถว
หมายเหตุ : การนบั ตามจำนวนท่กี าหนดของแถวหนา้ กระดานไมว่ ่าจะเป็นแถวหนา้ กระดานปิดระยะหรือเปดิ ระยะ
ใช้หลกั การปฏิบัตเิ ดยี วกัน คือใหน้ บั จากหวั แถวไปทางทา้ ยแถวการนบั ตามจำนวนรปู แถวหนา้ กระดานแถวเด่ยี ว
“นับสอง, นับ” การนับตามจำนวนท่ีกำหนด
๕.๑.๒ รปู แถวหน้ากระดานสองแถวขึ้นไป
เมื่อไดย้ นิ คำบอก “นบั สอง (นับ...), นบั ” ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั เิ ร่ิมนับจากคนหวั แถวกอ่ น ในลักษณะเชน่ เดยี วกับการนับ
ตามปกติ โดยนบั เรยี งตามลำดบั หมายเลขให้ครบตามท่ผี เู้ รยี กแถวบอก เมื่อนบั ครบ ตามจำนวนท่ีผู้เรียกแถวบอก
แล้ว คนตอ่ ไปจะตอ้ งเร่ิมนับ “หนงึ่ ” ใหม่ ตวั อยา่ งเชน่ ผูเ้ รยี กแถวบอกให้ “นบั สอง” ผปู้ ฏบิ ตั ิจากหัวแถวจะตอ้ งนบั
“หนง่ึ - สอง” “หนง่ึ - สอง” “หนึ่ง - สอง” ไปจนกวา่ จะถงึ คนทา้ ยแถว
หมายเหตุ : การนบั ตามจำนวนทีก่ าหนดของแถวหน้ากระดานสองแถวขน้ึ ไป จะนับเฉพาะแถวหนา้ เทา่ น้นั
ยกเวน้ ผูเ้ รียกแถวก าหนดแถวทีจ่ ะนับการนบั ตามจำนวนรปู แถวหน้ากระดานสองแถวข้นึ ไป
๕.๒ รปู แถวตอน
๕.๒.๑ รปู แถวตอนเรียงหนึง่
เมื่อไดย้ นิ คำบอก “นบั สอง (นับ...), นับ” ให้ผูป้ ฏบิ ัตนิ ับตามจำนวนท่ผี ้เู รยี กแถวบอก โดยใหเ้ รม่ิ นับจาก
คนหัวแถวกอ่ นในลักษณะเชน่ เดยี วกบั การนบั ตามปกติโดยนบั เรยี งล าดับหมายเลขไปตามจำนวนท่ผี ู้เรียกแถว
บอก เมือ่ นับครบตามจำนวนทีผ่ ้เู รียกแถวบอกแลว้ คนตอ่ ไปจะต้องเรมิ่ นับ “หน่ึง” ใหม่ ตวั อยา่ งเชน่ ผู้เรยี กแถว
บอกให้ “นบั สอง” ผ้ปู ฏบิ ัติจากหวั แถวจะต้องนับ “หนง่ึ - สอง” “หนง่ึ - สอง” “หนึ่ง - สอง” ไปจนกวา่ จะถงึ
คนท้ายแถว
“นบั สอง, นบั ” การนบั ตามจำนวนท่กี ำหนด
๕.๒.๒ รปู แถวตอนเรียงสองขน้ึ ไป
เม่ือได้ยินคำบอก “นบั สอง (นับ...), นบั ” ให้ผู้ปฏบิ ตั ินบั ตามจำนวนทีผ่ ้เู รยี กแถวบอก โดยใหเ้ ริม่ นบั
จากคนหัวแถวก่อนในลักษณะเช่นเดียวกบั การนับตามปกติ โดยนับเรียงลำดบั หมายเลขไปตามจำนวนที่

ผูเ้ รยี กแถวบอก เม่ือนับครบตามจำนวนที่ผูเ้ รียกแถวบอกแล้วคนต่อไปจะต้องเรมิ่ นบั “หนึ่ง” ใหม่ ตวั อยา่ งเชน่
ผูเ้ รยี กแถวบอกให้ “นบั สอง” ผปู้ ฏบิ ตั ิจากหวั แถวจะตอ้ งนับ “หน่งึ - สอง” “หน่งึ - สอง” “หน่งึ - สอง”
ไปจนกวา่ จะถึงคนทา้ ยแถว
หมายเหตุ : การนับตามจำนวนทีก่ าหนดของแถวตอนเรยี งสองข้ึนไป จะนับเฉพาะแถวขวามอื สุดเทา่ น้ัน
ยกเวน้ ผ้เู รียกแถวก าหนดแถวท่ีจะนับ


Click to View FlipBook Version