พระมหากัสสปะ
พระมหากัสสปะมีนามเดิ มว่า ปิปผลิ เกิดมาในครอบครัว ที่
เป็นพารหมณ์ พระมหากัสสปะถูกจับแต่งงานกับนาง ภัท
ทกาปิลารี ทั้งคู่ไม่ประสงค์จะแต่งงาน ทั้งสองเขียนจดหมาย
หากัน มีเนื้อความประมาณว่า”อยากจะออกบวชกันทั้งคู่โดย
ให้คนส่งสารของทั้งสองคนเอาไปส่ง อต่ระหว่างทางคนส่ง
สารทั้งสองเจอกันและได้เปิดจดหมายดู จดหมายได้ถูก
เปลี่ยนแปลงเป็นจดหมายแสดงความรักกัน ทั้ง คู่จึงได้
แต่งงานกันt
จนกระทั่งพ่อแม่ของทั้งสองได้เสียชีวิต สามี ภรรยา
จึงได้ตกลงกันว่า จะออกบวชกัน พอถึงทางแยกกัน ปิป
ผลิเดินไปทางขวา นางภัททกาปิลารี เดินไปทางซ้ายจนไป
บรรลุถึง สำนักของยางภิกษุณี
ส่วน ปิปผลิได้เดินไปพบกับ
สมเด็จพระบรมศาสดา ซึ่งประทับ
อยู่ใต้ร่มไทรจึงเกิดความเลื่อมใส
เลยได้ประกาศว่าเป็นครูของตน
ตนเป็นสาวกของพระศาสดา
พระศาสดาได้อนุญาตให้เป็นภิกษุในโอวาท3ข้อนี้
กัสสปะ เธอพึงศึกษาว่าเราจักเข้าไปตั้งความละอายและ
ความเกรงใจไว้ในภิกษุที่เป็นผู้เฒ่าและปานกลางอย่างดี
ที่สุด
เราจักฟังธรรมประกอบด้วยกุศล เราจักตั้งใจฟังธรรมนั้น
แล้วพิ จารณาเนื้อความ
เราจักไม่ละสติที่เป็นไปในกาย คือพิจรนาเอาร่างกายเป็น
อารมณ์
ท่านได้ถูกยกย่องว่า เป็นผู้เลิศกว่า
ภิกษุทั้งหลาย ผู้ทรงธุดงค์
ท่านมีคุณแห่งการธุดงค์ 2 ประการดังนี้
1. เป็นการอยู่สุขในบัดนี้
2. เพื่ออนุเคราะห์ประชุมชนในภายหลัง จะได้ถือเป็น
ทิฏฐานุคติ:
ในขณะพระบรมศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ ดูท่านจะไม่
เด่นนัก เป็นเพียงพระสาวกผู้ใหญ่รูปหนึ่งเท่านั้น
มาปรากฏเป็นพระสาวก สำคัญมื่อพระบรมศาสดาทรง
ปรินิพพานแล้ว คือ ในเวลานั้นท่านเป็นพระสังฆเถระ
พอถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้วได้ w วัน ท่าน
ประชุมสงฆ์เล่าถึงการที่ภิกษุชื่อว่า สุภัททะ ผู้บวชเมื่อแก่
กล่าวคำมิดีมิชอบต่อพระธรรมวินัยในคราวเมื่อเดินทาง
จากปาวานคร ปรึกษาหารือในทางที่จะทำสังคายนา
รวบรวมพระธรรมวินัยตั้งไว้เป็นแบบฉบับ พระสงฆ์ก็
ยินยอมเห็นพร้อมด้วย ท่านจึงเลือกภิกษุผู้ทำสังคายนาได้
๕๐๐ องค์
การทำสังคายนาในครั้งนั้น ทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา แห่งเวภาร
บรรพต กรุงราชคฤห์
พระมหากัสสปะเป็นประธาน ได้พระอุบาลี และพระอานนท์เป็นกำลัง
สำคัญในการวิสัชนาพระวินัย พระธรรม
(พระสูตร และพระอภิธรรม) ตามลำดับ ได้พระเจ้าอชาตศัตรู, เป็น
ศาสนูปถัมภก
ทำอยู่ ๘ เดือนจึงสำเร็จ เรียกว่า ปฐมสังคายนา เมื่อท่านทำสังคายนา
เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ได้อยู่ที่พระเวฬุวนาราม ในกรุงราชคฤห์ ไม่ประมาท ปฏิบัติธรรมเป็น
นิตย์ ดำรงชนมายุสังขาร ประมาณได้
๑๒๐ ปี ท่านก็ปรินิพพาน ณ ระหว่างกลาง กุกกุฏสัมปาตบรรพตทั้ง ๓
ลูก ในกรุงราชคฤห์
เพิ่มคำอธิบายสั้น ๆ
จัดทำโดย
1. เด็กชาย ชิษนุพงศ์ ยุวนะศิริ เลขที่ 3
2.เด็กชาย ณัชพล ศรีหงษ์ เลขที่ 4
3.เด็กชาย ภาณุเมศวร์ วงแสน เลขที่12
4.เด็กชาย ณ ธรรม ชีวะเศรษฐธรรมเลขที่ 17
5.เด็กหญิง ธิชานันท์ ศรีอั่ง เลขที่ 22
6.เด็กหญิง พิมพ์ชนก ศรีสวัสดิ์ เลขที่ 27
7.เด็กหญิง กานต์สิริ จารบ์โพธิ์ เลขที่ 32