The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปองค์ความรู้ด้านการวิจัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aompat_it, 2022-07-07 02:20:44

สรุปองค์ความรู้ด้านการวิจัย

สรุปองค์ความรู้ด้านการวิจัย

การจดั การความรู้ Knowledge Management : KM
การทาวจิ ยั อย่างไรใหเ้ ป็นนกั วิจัยมอื อาชพี : การเข้าถงึ แหล่งทุนวิจยั

เพื่อเปน็ แนวทางในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจยั เพือ่ เสนอขอรบั ทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนวจิ ยั ได้มี
แนวปฏบิ ัติ 5 ข้นั ตอน ประกอบด้วย

1. เตรยี มตวั ตน
2. ค้นหาโจทย์
3. สร้างเครือขา่ ยและทีม
4. เขยี นให้ปัง
5. บริหารใหเ้ ปน็
โดยมรี ายละเอยี ดของแตล่ ะขั้นตอนดงั นี้

1. เตรยี มตัวตน

1.1 มีพลังเชงิ บวก สรา้ งแรงบันดาลใจเพ่อื เป็นแรงขับใหท้ างานวจิ ยั ใหบ้ รรลุ
1.2 ศึกษาแหล่งทุนวจิ ยั ต่าง ๆ ได้แก่ Strategic Fund (SF) งบจงั หวัด (ยุทธศาสตร์) งบจากหน่วยงาน
ตา่ ง ๆ ของภาครัฐ งบภายในมหาวิทยาลัย (Fundamental Fund: FF)
1.3 ศึกษาความต้องการ เง่ือนไขในการทาวิจัยตามทแี่ หล่งทนุ วิจัยกาหนด
1.4 เลือกหาแหล่งทุนวิจัยท่ีสอดคลอ้ งกับ ความรู้ ความเช่ียวชาญของตนเองและทีมงานท่ีจะสามารถ
นาพาใหบ้ รรลุเป้าหมายได้
1.5 พึงระลึกตัวเองเสมอในทุกช่วงเวลาของการทาวิจัยคือ การทาวิจัยนั้นต้องไม่ซ้ากับผู้อื่นมีคุณค่า
ควรแก่การสนใจ โดยสอดคล้องกับความรู้ความสามารถ และความสนใจของผู้ทาวิจัย เป็นการวิจัยที่สามารถ
หาข้อมูลมาประกอบการวจิ ยั ได้ และให้ผลค้มุ ค่ากับการลงทุน

2. คน้ หาโจทย์

2.1 หาโจทย์วจิ ยั ตามแหล่งทุนกาหนด โดยวเิ คราะห์ และสงั เคราะหข์ ้อมลู ท่ีได้มากาหนดเป็นโจทยว์ ิจยั
2.2 หาโจทย์วิจัยจากผู้ประกอบการโดยวิเคราะห์และสังเคราะห์จาก 1) ผลลัพธ์ปลายทาง (Jobs)
ได้แก่ ส่ิงท่ีลูกค้าต้องการ 2) ปัญหาของลูกค้า (Pain point) ได้แก่ ปัญหา อุสรรค ความเสี่ยงที่ทาให้ลูกค้าปิด
jobs ไมไ่ ด้ เปน็ ต้น 3) ประโยขน์ของลกู คา้ (Gains point) ได้แก่ ความสะดวกในการใชง้ านของผลิตภัณฑ์ เป็นตน้
2.3 ทบทวนวรรณกรรมให้ถถ่ี ้วน วเิ คราะหแ์ ละสังเคราะห์จุดอ่อนของงานวิจยั ก่อนหน้าเพ่ือหาช่องว่าง
ในการทาวิจยั
2.4 ทบทวน ต้ังคาถาม “ทาอย่างนี้ทาไม ทาสิ่งนี้ทาไม” “ไม่ทาก็ได้คาตอบหรือไม่” “ทาแล้วมัน
เชือ่ มโยงไปสเู่ ป้าหมายอะไร” เพ่ือให้ได้โจทยว์ จิ ยั ท่เี กิดประโยชน์ และมีความค้มุ คา่ ท่ีสดุ

3. สรา้ งเครอื ขา่ ยและทีม

3.1 เลอื กทีมงานทม่ี ีความรับผดิ ชอบ มวี ินัย และมีความเช่ยี วชาญ ความสามารถตรงตามงานวจิ ยั ท่ีจะทา
3.2 สรา้ งเครอื ข่ายนักวจิ ยั ท่ีมีความรู้ ความเช่ยี วชาญ และมีประสบการณ์ทห่ี ลากหลายเพื่อให้งานวิจัย
มีแนวโนม้ ทจี่ ะบรรลุผลมากยงิ่ ขนึ้
3.3 เลือกทีมงานส่วนหน่ึงจากนักวิจัยรุ่นน้อง เพื่อนร่วมงาน เพ่ือนร่วมรุ่น เพื่อร่วมพัฒนาลูกไก่ให้
เตบิ โตเป็นทมี งานท่เี ข็มแขง็ ในอนาคต
3.4 หาเครือข่ายวิชาการจาก อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อร่วมรุ่น เพ่ือนต่างสถาบัน หรือวิทยากรท่ีเคย
ร่วมงานหรือได้รับการฝึกอบรมมา เพอ่ื หาแหล่งขอ้ มูล

4. เขียนให้ปัง

4.1 ช่ือเรื่องวิจัย มีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด มีความน่าสนใจ สื่อความหมายได้ชดั เจนสะท้อนถงึ ตวั
แปร ประชากร สถานท่ี เวลาท่ศี ึกษา และวธิ ีการวจิ ยั ซึ่งควรนาคาสาคัญมาตั้งเปน็ ช่อื เร่อื ง

4.2 ความสาคัญและท่ีมาของปัญหา ควรเขียนให้ครอบคลุมคาถามดังต่อไปน้ีคือ “มีที่มาอย่างไร
สาคัญอย่างไร ใครทามาแล้วบ้าง เราจะทาอะไร ทาแล้วจะดีกว่าเดิมอย่างไร” โดยหลักการและเหตุผลต้อง
ช้ีใหเ้ ห็นวา่ ปญั หานัน้ จะมีผลกระทบอย่างไร และงานวิจัยของเราสามารถแกป้ ัญหาหรือผลกระทบนนั้ ไดอ้ ย่างไร

4.3 การทบทวนวรรณกรรม เป็นส่วนท่ีสรุปข้อมูลและสถานภาพของความรู้ที่สัมพันธ์กับปัญหาที่จะ
ทาการวจิ ัย ควรเขยี นสัน้ ๆ ใหไ้ ด้ใจความ และต้องมกี ารอ้างองิ โดยวิธกี ารเขยี นอา้ งอิงให้ถอื ปฏบิ ัตติ ามคมู่ ือการ
เขยี น หรอื ยดึ รูปแบบใดรูปแบบหนง่ึ

4.4 วัตถุประสงค์ ต้องเป็นไปเพ่ือแก้ปัญหาตามท่ีระบุไว้ในหลักการ ไม่ใช่เพื่อศึกษา โดยต้องเป็น
รูปธรรม (Concrete) ท่ีจับต้องได้และไมค่ วรนาส่งิ ทตี่ อ้ งการศึกษามาเขียนเปน็ วัตถปุ ระสงค์

4.4 ขอบเขต จะเป็นการตีกรอบ หรือเงอื่ นไขในงานวจิ ยั โดยเขียนเปน็ ขอ้ ๆ หรอื เปน็ Paragraph โดย
มีมิตขิ องประชาการเปา้ หมาย เวลา และพน้ื ทีท่ ใ่ี ช้ในการทาวิจยั ให้ชัดเจนสามารถตอบโจทย์ของการวจิ ยั ได้

4.5 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย แสดงให้เห็นถงึ ความความคดิ รวบยอดของการวิจัยทสี่ รปุ มาจากแนวคิด
ทฤษฎีที่ชี้ให้เห็นกรอบท่ีศึกษา สามารถเขียนแบบบรรยาย แบบแผนภูมิหรือแบบบรรยายผสมแผนภูมิ
ประกอบด้วยตัวแปรที่ศึกษาครบทุกตัวแปรแสดงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างตัวแปร ที่ชัดเจนและเข้าใจ
งา่ ย

4.6 วิธีดาเนินการวิจัย ต้องเป็นระเบียบวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล ได้แก่ สมมติฐาน ตัวอย่างและ
การเลือกตัวอย่าง การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล วัสดุและเครื่องมือท่ีใช้ กรอบระยะเวลาในการ
ดาเนินการวิจัย เป็นตน้

4.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ แสดงให้เห็นถึงส่ิงท่ีได้จากวัตถุประสงค์ของงานวิจัย ได้แก่ Output
+ Outcome การเผยแพร่ผลงานทีว่ ิจยั ท่ีคาดหวงั ไว้ การจดสทิ ธบิ ตั ร หรอื อนุสทิ ธิบัตร เปน็ ต้น

4.8 งบประมาณ เขยี นให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและกาหนดงบประมาณเทา่ ที่จาเปน็
4.9 ระยะเวลาและแผนในการวิจัย กาหนดตามรอบปีงบประมาณ หากเป็นโครงการระยะยาวกว่า
1 ปีงบประมาณจะต้องระบุความตอ่ เน่ืองของโครงการและเขียนแผนปฏบิ ตั ิการให้ชัดเจน

5. บรหิ ารใหเ้ ปน็

5.1 หัวหน้าโครงการวิจัยควรเป็นผู้ที่เคยได้รับทุนวิจัยหรือเป็นผู้บริหารโครงการวิจัยมาก่อนเพ่ือเป็น
แบบอย่างให้กบั ผ้รู ว่ มวจิ ัยท่เี ปน็ นกั วจิ ัยรนุ่ ใหม่

5.2 หัวหน้าโครงการวิจัยควรเป็นมีความสามารถในการแก้ปัญหา และมีคุณลักษณะท่ีนาไปสู่ความ
น่าเชื่อถือและศรทั ธาได้

5.3 แบ่งงานตามความถนดั และความเชยี่ วชาญของแต่ละคน เชน่ บางคนถนัดเขยี น/วเิ คราะห์ บางคน
ถนัดลงภาคสนาม/ปฏบิ ัติการในหอ้ ง Lab

5.4 แบ่งสัดส่วนการวิจัยที่ชดั เจน ว่าใครทาอะไร เม่ือใด และการแบ่งเปอร์เซ็นต์การทางานของแตล่ ะ
คนในทมี วิจยั

5.5 เป็นพ่ีเลี้ยงคอยแนะนา ควบคุมช้ีแนะ สร้างความสามัคคีของกลุ่ม และเป็นแบบอย่างท่ีดีให้แก่
นกั วจิ ยั รุ่นน้อง

5.6 รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของทีมวิจัย และไม่สรา้ งปัญหาให้แก่ทีม
5.7 สรา้ งความสัมพนั ธท์ ด่ี ีระหวา่ งทีมวิจัยกบั บุคลากรของแหลงทุน
5.8 ทางานเปน็ ทมี เดินไปพร้อมกัน ไม่ทิ้งงานวจิ ัย รกั ษาเวลา และม่งุ มัน่ ทางานใหเ้ สรจ็ ตามเป้าหมาย

ดา้ น
คณะกรรมการจดั การความรู้

การวิจยั

นายกอ้ งเกยี รติ ธนะมติ ร คณะวิศวกรรมศาสตร์
นายณัฐพล กาบคา คณะวิศวกรรมศาสตร์
นายกฤษณธร สนิ ตะละ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการเกษตร
นางสาวเชาวลีย์ ใจสขุ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการเกษตร
นางสขุ สวรรค์ คาวงศ์ คณะบริหารธรุ กิจและศิลปศาสตร์
นางพชั ราภรณ์ หงษส์ บิ สอง คณะบริหารธรุ กจิ และศิลปศาสตร์
นางณปภชั พนั ธแ์ุ กว้ กองการศึกษานา่ น


Click to View FlipBook Version