ทม่ี ุ่งม่นั
สร้างภมู ภิ าคแห่งคณุ ภาพชีวิต
การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค
เริ่มต้นดว้ ยความม่งุ มนั่ ...ส่คู วามสำ�เร็จที่ภาคภมู ใิ จ
ตลอดระยะเวลา 60 ป.ี ..เราพร้อมที่จะก้าวไปสู่อนาคต
สรา้ งสรรค์พลงั งานไฟฟา้ ทม่ี น่ั คง ต่อยอดความสุขอย่างยง่ั ยนื
เคียงข้างประชาชนคนไทย
เครอื่ งหมายหรือตราสัญลกั ษณ์
ของการไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค
2503-2532 2532-2539
รปู วงกลมบรรจสุ ญั ลกั ษณแ์ ผนทป่ี ระเทศไทย ตดั ครฑุ พา่ ห์ อารม์ และคําวา่ “การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค”
พน้ื นํ้ าทะเล และสายฟา้ 4 สาย อยภู่ ายในรปู อารม์ ใตว้ งกลมออก เหลอื เพยี งรปู วงกลมบรรจสุ ญั ลกั ษณ์
แผนทป่ี ระเทศไทย พน้ื นำ้ � ทะเล และสายฟา้ 4 สาย
และประกอบดว้ ยครฑุ พา่ ห์
2539-2549 2550-ปจั จบุ ัน
รปู วงกลมบรรจสุ ญั ลกั ษณแ์ ผนทป่ี ระเทศไทย เรม่ิ กําหนดสขี องตราสญั ลกั ษณ์
พน้ื นำ้ � ทะเล และสายฟา้ 4 สาย เพม่ิ กรอบวงกลม ประกอบดว้ ย สมี ว่ ง สแี หง่ พลงั อํานาจ
ความสงา่ และศกั ดศ์ิ รี สที อง สแี หง่ ความเจรญิ รงุ่ เรอื ง
มรี วงขา้ วลอ้ มรอบทง้ั 2 ขา้ ง ดา้ นลา่ งใสค่ ำ�วา่ สขี าว สแี หง่ ความดี ความสวา่ ง ความบรสิ ทุ ธ์ิ คณุ ธรรม
“การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค”
การสร้างอตั ลกั ษณ์ประกอบตราสัญลกั ษณ์
เพือ่ การประชาสัมพันธ์
2551-2556 2556-2560
เพม่ิ เตมิ ตวั อกั ษรคําวา่ “การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค” เหน็ ชอบแบบอกั ษร PEA แบบใหม่ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ สอ่ื
และ “PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY” ในการสอ่ื สารและเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธอ์ งคก์ ร
ใตต้ ราสญั ลกั ษณ์ 2560-ปัจจบุ นั
ใชต้ ราสญั ลกั ษณป์ ระกอบกบั แบบอกั ษร PEA
จดั วางในลกั ษณะคกู่ นั
สารบัญ
CONTENTS
1 กล้า ฟนั ฝ่า ภมู ิใจ 12
14
ทำ�เนียบผู้วา่ การการไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค 23
สารผวู้ ่าการการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค 31
35
แรกเริม่ มไี ฟฟ้าใช้ในประเทศไทย 41
47
การรเิ ร่ิมใชไ้ ฟฟ้าเปน็ ครง้ั แรกในประเทศไทย
การรเิ ริ่มกจิ การไฟฟ้าในสว่ นภมู ภิ าค
กิจการไฟฟ้าสขุ าภิบาลและเทศบาล
การจดั ตัง้ องค์การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค
การสถาปนาการไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค
2 6 ทศวรรษแหง่ การพฒั นา 53
3 การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค 65
75
ทศวรรษท่ี 1 : 2503-2513 บกุ เบกิ ก่อสร้างไฟฟา้ ใหช้ ุมชน 85
ทศวรรษท่ี 2 : 2514-2523 เร่งรัดขยายไฟฟ้าส่ชู นบท 93
ทศวรรษท่ี 3 : 2524-2533 ส่งเสริมความเจริญสู่ธรุ กิจและอตุ สาหกรรม 101
ทศวรรษที่ 4 : 2534-2543 นำ�เทคโนโลยีช้นั สูงมาพฒั นามาตรฐานการบรกิ าร 114
ทศวรรษท่ี 5 : 2544-2553 พฒั นาองคก์ รเพือ่ กา้ วสู่ระดับสากลในธรุ กิจพลังงาน
ทศวรรษท่ี 6 : 2554-2563 ยกระดบั การดำ�เนนิ งาน 119
ขบั เคลอ่ื นองคก์ รไปสู่ PEA Digital Utility 124
เหตกุ ารณส์ ำ�คัญช่วง 60 ปี ของ PEA 126
128
แผนการไฟฟ้าส่วนภมู ิภาคในอนาคต 129
กา้ วตอ่ ไปของ PEA
แผนปฏิบัติการดิจทิ ัลของ PEA
PEA กบั การพฒั นาธุรกิจทไี่ มห่ ยดุ นิง่
FOCUS on creating the future of energy
แผนยทุ ธศาสตร์การไฟฟา้ ส่วนภมู ิภาค
บนั ทกึ ภาพแห่งประวัตศิ าสตร์การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค
ด้วยส�ำ นึกในพระมหากรุณาธคิ ณุ เปน็ ล้นพ้น
การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคไดร้ บั พระมหากรณุ าธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั
และพระบรมวงศานวุ งศ์ทุกพระองค์ เสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ มาทรงเป็นองค์ประธาน
ในพธิ ีเปิดโครงการต่างๆ ของการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค ยังความซาบซง้ึ แก่พสกนกิ ร
จุดประกายความหวงั ใหส้ ว่างไสวไปทุกภูมภิ าค
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช
ทรงเปดิ จ่ายกระแสไฟฟ้าทห่ี ม่บู ้านปเิ หลง ตำ�บลมะรือโบตะวนั ออก
อำ�เภอระแงะ จังหวดั นราธิวาส ซง่ึ เปน็ ส่วนหนึ่งของโครงการไฟฟา้ หมู่บ้าน
3 จงั หวัดภาคใต้ เมอื่ วันที่ 8 กนั ยายน พุทธศักราช 2522
สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินนี าถ ในรชั กาลที่ 9 เสดจ็ พระราชด�ำเนินไปทรงเปน็ ประธาน
ในพธิ เี ปดิ โครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ บริเวณสองข้างทางถนนขน้ึ สูพ่ ระธาตดุ อยสุเทพและ
พระต�ำหนัก ภพู ิงคราชนิเวศน์ เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภเิ ษก
ณ สนามเฮลิคอปเตอร์ พระต�ำหนกั ภูพิงคราชนิเวศน์
เมอ่ื วนั ที่ 21 กุมภาพันธ์ พทุ ธศกั ราช 2540
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวภมู ิพลอดุลยเดช
ไปทรงเปดิ โรงไฟฟ้าพลงั น�้ำแม่เตยี น อ�ำเภอสันปา่ ตอง จงั หวดั เชียงใหม่
เม่ือวนั ท่ี 19 กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช 2528
สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จพระราชดำ�เนนิ ไปทรงเปิด
พระบรมราชานสุ าวรยี ์ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
ณ การไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค แขวงลาดยาว เขตจตุจกั ร กรงุ เทพมหานคร
เม่ือวันท่ี 14 มถิ นุ ายน พุทธศกั ราช 2553
สมเด็จพระเจา้ ลกู เธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลยั ลกั ษณ์ อัครราชกุมารี
เสด็จแทนพระองคพ์ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช
ไปทรงเปิดจา่ ยกระแสไฟฟ้าใหศ้ ูนยศ์ ลิ ปาชีพพิเศษ อำ�เภอบาเจาะ จังหวดั นราธิวาส
เม่ือวันท่ี 27 กนั ยายน พุทธศกั ราช 2528
ทำ�เนียบผวู้ า่ การ
การไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค
นายสาย นิธนิ ันทน์ นายทวี อัศวนนท์ ดร. วรี ะ ปติ รชาติ
ผ้อู ำ�นวยการองค์การไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค ผวู้ า่ การ คนท่ี 2 ผ้วู า่ การ คนที่ 3
พ.ศ. 2512 - 2517 พ.ศ. 2517 - 2535
พ.ศ. 2502 - 2503
ผวู้ ่าการ คนท่ี 1
พ.ศ. 2503 - 2512
นายสวาสด์ิ ปยุ้ พนั ธวงศ์ ดร. จุลพงศ์ จุลละเกศ นายสุนทร ตนั ถาวร
ผ้วู า่ การ คนที่ 4 ผวู้ า่ การ คนท่ี 5 ผวู้ า่ การ คนที่ 6
พ.ศ. 2535 - 2536 พ.ศ. 2536 - 2539 พ.ศ. 2539 - 2542
นายวิบูลย์ คหู ิรัญ นายไพจิตร เทยี นไพฑรู ย์ นายประเจิด สุขแกว้
ผูว้ า่ การ คนที่ 7 ผวู้ ่าการ คนท่ี 8 ผูว้ า่ การ คนที่ 9
พ.ศ. 2542 - 2545 พ.ศ. 2545 - 2548 พ.ศ. 2548 - 2550
นายอดศิ ร เกียรติโชคววิ ัฒน์ นายณรงค์ศักดิ์ กำ�มเลศ นายนำ�ชัย หล่อวัฒนตระกูล
ผู้ว่าการ คนท่ี 10 ผวู้ ่าการ คนที่ 11 ผู้ว่าการ คนที่ 12
พ.ศ. 2550 - 2553 พ.ศ. 2553 - 2555 พ.ศ. 2555 - 2558
นายเสรมิ สกลุ คลา้ ยแก้ว นายสมพงษ์ ปรีเปรม
ผูว้ า่ การ คนที่ 13 ผู้วา่ การ คนที่ 14
พ.ศ. 2558 - 2561
พ.ศ. 2561 - ปจั จบุ ัน
“PEA ภูมิใจ ที่ไดเ้ ป็นสว่ นสำ�คญั
ในการนำ�ไฟฟา้ ไปสรา้ งแสงสว่าง
ทัว่ ทิศ สรา้ งคุณภาพชวี ติ ทว่ั ไทย”
รบั ชม “สารผูว้ า่ การ” ในรปู แบบมลั ติมเี ดยี ผา่ น AR Code Application
สารผูว้ ่าการ
ในโอกาสครบรอบสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปีที่ 60
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าเคียงข้างประชาชนไทยมาต้ังแต่
ได้รับการสถาปนาเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันท่ี 28 กันยายน พ.ศ. 2503
ผ่านการท�ำงานอย่าง กล้า ฟันฝ่า และภูมิใจ ของทุกคนในองค์กร คือ “กล้า” ที่จะบุกเบิกก่อสร้างระบบ
จ�ำหน่ายไฟฟ้าไปยังทุกพื้นท่ีทั่วไทย “ฟันฝ่า” ทุกอุปสรรคและความท้าทาย “ภูมิใจ” ท่ีได้เป็นส่วนส�ำคัญ
ในการน�ำไฟฟ้าไปสร้างแสงสว่างท่ัวทิศ สร้างคุณภาพชีวิตท่ัวไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ตราบจนถึงวันนี้ PEA ยังคงมุ่งม่ันพัฒนาการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าให้มีความมั่นคงปลอดภัย รับ
การเปลี่ยนแปลงของโลก ท้ังในด้านเทคโนโลยี และอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าสู่สังคม
และส่ิงแวดล้อม แม้ว่าในปีท่ีผ่านมาจะมีวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ท้ังการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฯลฯ ที่กระทบกับการท�ำงาน แต่ PEA ก็ยังยืนหยัดอย่างเต็ม
ความสามารถเพื่อช่วยเหลอื ประชาชนผา่ นมาตรการต่าง ๆ เพ่อื ให้ผา่ นพ้นวกิ ฤติไปดว้ ยกัน
ตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ PEA ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดน่ิง เพ่ือรองรับวิถีชีวิตของผู้ใช้ไฟฟ้าและ
ความเปล่ียนแปลงของโลกในทศวรรษท่ี 6 อันเป็นยุคแห่ง Digital Utility ด้วยการปรับเปล่ียนกระบวนการ
ท�ำงาน และการน�ำเทคโนโลยีท่ีทันสมัย ตลอดจนสร้างสรรค์บริการเชิงนวัตกรรมท่ีเป็นมากกว่าการ
จ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้า มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าให้ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ผ่าน
แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ช่วยในการอ�ำนวยความสะดวกสบาย โดยไม่จ�ำเป็นต้องเดินทางมา
ตดิ ตอ่ ที่สำ� นักงานการไฟฟา้
ในโอกาสนี้ ผมขอขอบพระคุณผู้ใช้ไฟฟ้าทุกท่านที่ให้ความเช่ือมั่นในองค์กรของเรามาตลอด 60 ปี
และขอใหค้ ำ� มั่นสัญญาวา่ PEA จะม่งุ มัน่ พฒั นาการใหบ้ รกิ ารด้านพลังงานไฟฟา้ เพือ่ สร้างแสงสวา่ งทว่ั ทิศ
สรา้ งคณุ ภาพชีวติ ทวั่ ไทย ตลอดไป
(นายสมพงษ์ ปรเี ปรม)
ผู้ว่าการการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค
กลา้
COURAGE
เปลีย่ นแปลงทกุ ขอ้ จำ�กัด
ทำ�ในสงิ่ ท่ียากลำ�บาก เสี่ยงอนั ตราย
เพือ่ นำ�ไฟฟา้ ไปส่ทู กุ ภูมภิ าค ไม่เวน้ แม้ถิน่ ทรุ กันดาร
ปา่ เขา หรือเกาะหา่ งไกล
The COURAGE to alter all limitations, braving rough terrains,
to deliver electrical power to each and every part of Thailand -
even the remotest districts, hills or islands.
ทุกอุปสรรคและขอ้ จำ�กัด
ในทกุ สถานการณ์อย่างไม่ยอ่ ทอ้
เพอื่ สร้างความเจรญิ มน่ั คง
ให้แก่เศรษฐกจิ สงั คมและประเทศชาติ
We tirelessly FIGHT through every challenge
and obstacle in every situation with spirited
determination to achieve stability and advancement
for our economy, society and nation.
ฟนั ฝ่า
FIGHT
ภมู ใิ จ
PROUD
กับ 60 ปขี องภารกิจในการนำ�ไฟฟา้
ไปจุดประกายคุณภาพชวี ิตคนไทยทุกภูมิภาค
และมั่นใจกับก้าวต่อไปบนเสน้ ทาง
การสรรคส์ ร้างนวตั กรรมไฟฟ้า เพ่ือรองรบั
ทุกความตอ้ งการในอนาคต
We are PROUD of the past 60 years of our mission in bringing
forth electicity to illuminate Thais’ life quality in every region.
We are confident in our next step on the path of creating
electrical innovations to serve every future need.
Part 1
แรกเรมิ่ มีไฟฟา้ ใช้
ในประเทศไทย
จอมพล
เจ้าพระยาส ุรศกั ด์ิมนตรี
(เจิม แสง-ชูโต)
022
การริเริ่มใชไ้ ฟฟา้ เปน็ คร้งั แรก
ในประเทศไทย
ไฟฟ้าเริ่มมีใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อพุทธศักราช 2427 ตรงกับรัชสมัยของ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 5 โดยผทู้ ีใ่ หก้ �ำเนิด
แสงสวา่ งไฟฟา้ เปน็ คนแรกในเมอื งไทยคอื จอมพลเจา้ พระยาสรุ ศกั ดมิ์ นตรี (เจมิ แสง-ชโู ต) เมอ่ื ครง้ั ทา่ น
ยงั มบี รรดาศกั ดเิ์ ปน็ เจา้ หมน่ื ไวยวรนารถ การทท่ี า่ นไปราชการทางทวปี ยโุ รปและไดเ้ หน็ กรงุ ปารสี มไี ฟฟา้ ใช้
สวา่ งไสวสวยงามทำ� ใหอ้ ยากเหน็ กรงุ เทพมหานครมแี สงสวา่ งดว้ ยไฟฟา้ ทดั เทยี มอารยประเทศ เจา้ หมน่ื ไวยวรนารถ
ไดย้ อมลงทนุ ขายทด่ี นิ ตำ� บลวดั ละมดุ บางออ้ อนั เปน็ มรดกจากบดิ าเปน็ มลู คา่ 180 ชงั่ หรอื 14,400 บาท
เมอื่ ไดเ้ งนิ มาแลว้ จงึ มอบใหน้ ายมาโยลา นายทหารชาวอติ าเลยี น ครฝู กึ ทหารหนา้ เดนิ ทางไปซอื้ เครอ่ื งจกั ร
เครื่องไฟฟ้าจากประเทศอังกฤษ และให้นายเลียวนาดี นายช่างเคร่ืองส�ำหรับทหารหน้า สัญชาติอเมริกัน
ตั้งเคร่ืองและเดินสายไฟฟ้าข้ึนท่ีกรมทหารหน้า (ท่ีว่าการกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน) เพ่ือทดลองเดิน
เคร่อื งจา่ ยกระแสไฟฟา้ เป็นครั้งแรก
ในวนั ดังกล่าวมบี รรดาเจา้ นายเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง ขา้ ราชการช้ันผู้ใหญ่ตลอดจนประชาชนมาชม
แสงสวา่ งจากไฟฟา้ กนั เนอื งแนน่ เพราะไมเ่ คยเหน็ แสงไฟชนดิ นมี้ าแตก่ าลกอ่ น หลงั จากนนั้ พระบาทสมเดจ็ -
พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 5 จงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ หมนื่ ไวยวรนารถตดิ ตงั้ ไฟฟา้ ขนึ้ ในวงั หลวงทนั ที และเจา้ นาย
ตา่ ง ๆ ก็เร่ิมนยิ มใช้ไฟฟา้ กันตามล�ำดับ
023
เจ้าหมื่นไวยวรนารถได้เตรียมการที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อส่งกระแสไฟฟ้า
จ�ำหน่ายตลอดท้ังพระนครหลวง แต่แผนการของท่านต้องล้มเลิกไปเพราะต้องไปราชการทัพ
ปราบฮ่อเปน็ เวลานาน
อย่างไรก็ตามกิจการไฟฟ้าของประเทศไทยก็ได้เร่ิมต้นข้ึนในกรุงเทพมหานครโดย
เจ้านายและข้าราชการช้ันผู้ใหญ่ในพุทธศักราช 2433 และทางราชการได้รับด�ำเนินการต่อ
ต้ังแต่พุทธศักราช 2436 จนถึงพุทธศักราช 2440 จึงได้โอนกิจการให้แก่บริษัทอเมริกัน
ชอ่ื Bangkok Electric Light Syndicate ซง่ึ ไดร้ บั สมั ปทานใหจ้ า่ ยไฟถนนและสถานทรี่ าชการ หลงั จาก
ดำ� เนนิ การไดร้ ะยะเวลาหนง่ึ กป็ ระสบปญั หาขาดทนุ จงึ ไดโ้ อนกจิ การใหบ้ รษิ ทั ไฟฟา้ สยามทนุ จำ� กดั
(The Siam Electricity Co.,Ltd.)
024
ไฟฟ้าเร่ิมมใี ชเ้ ป็นครงั้ แรกในประเทศไทย
เม่ือพุทธศักราช 2427 ในสมัยรัชกาลท่ี 5
025
ไฟฟ้ามิได้ถูกใช้เพ่ือแสงสว่างเพียงอย่างเดียว หากยังใช้ไปในการขับเคลื่อนรถรางแทน
การใช้ม้าลากอีกด้วย ก่อนหน้ากิจการไฟฟ้าเร่ิมต้นข้ึนน้ันมีชาวเดนมาร์กชื่อ นายจอห์น
ลอฟตัส กับนาย เอ. ดู เปลซี เดอ ริเซอเลียว ได้รับพระราชทานสัมปทานด�ำเนินกิจการรถราง
เมื่อพุทธศักราช 2430 โดยวางรถรางตั้งแต่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้วอ้อมโค้งไปหาถนนเจริญกรุง
จนถึงบางคอแหลม (ถนนตกในปัจจุบัน) และนำ� รถรางคนั แรกของเมอื งไทยและทวปี เอเชียออกรับ
ผู้โดยสารเป็นปฐมฤกษ์
ในพทุ ธศกั ราช 2431 รถรางดงั กลา่ วตอ้ งใชม้ า้ แปดตวั ในการลากรถ แตก่ จิ การของทงั้ สอง
ประสบการขาดทุนจึงโอนกิจการให้กับบริษัท รถรางบางกอก จ�ำกัด ของชาวอังกฤษ ซ่ึงบริษัท
รถรางบางกอก จ�ำกัด ก็ต้องประสบการขาดทุนเช่นเดียวกัน จึงได้โอนกิจการให้แก่บริษัทของ
ชาวเดนมารก์ แห่งหนึ่งในพุทธศักราช 2435 ครน้ั ถึงพทุ ธศกั ราช 2437 บรษิ ทั ของชาวเดนมารก์ ได้
เปลยี่ นจากการใชม้ า้ ลากรถมาใชก้ ำ� ลงั ไฟฟา้ แทน นบั เปน็ ความเจรญิ รดุ หนา้ ดา้ นการคมนาคมทางบก
ของกรงุ เทพมหานครสมยั นน้ั เปน็ อยา่ งมาก แมใ้ นทวปี ยโุ รปเองยงั มนี ครหลวงอกี หลายแหง่ ทยี่ งั ไมม่ ี
รถรางไฟฟา้ ใช้ และกรงุ โตเกยี วนครหลวงของญปี่ นุ่ กวา่ จะมรี ถรางไฟฟา้ ใชก้ ใ็ นราวพทุ ธศกั ราช 2446
รถรางไฟฟา้ นอกจากจะมปี ระโยชนใ์ นการขนสง่ แลว้ ยงั ใชบ้ รรทกุ นำ�้ และอปุ กรณด์ บั เพลงิ อกี ดว้ ย
อยา่ งไรกต็ าม รถรางไฟฟา้ ในระยะแรกไมไ่ ดร้ บั ความนยิ มจากคนไทยนกั เพราะเกรงวา่ จะถกู ไฟฟา้ ดดู
ต่อมาในพทุ ธศักราช 2443 บรษิ ัทเดนมาร์กน้ีได้ขายกิจการใหแ้ ก่ บรษิ ทั ไฟฟา้ สยามทุน จำ� กัด
บริษัท ไฟฟ้าสยามทุน จ�ำกัด เป็นของชาวเดนมาร์ก ก่อต้ังเม่ือพุทธศักราช 2440
ท่กี รงุ โคเปนฮาเกน โดยนาย แอล เดอ ริเชอเลย่ี ว และนายออ๊ ก เวสเตนโอลซ์ มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื
รับสัมปทานการเดินรถรางและรวมการเดินรถรางท้ังหมดในกรุงเทพมหานคร รวมท้ังจ่ายกระแส
ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและธนบุรี ต้ังโรงผลิตกระแสไฟฟ้าท่ีวัดราษฎร์บูรณะ (วัดเลียบ) ต่อมา
บริษัทเปล่ียนช่ือเป็น บริษัท ไฟฟ้าไทยคอร์ปอเรช่นั จำ� กดั (The Thai Electric Corporation Ltd.)
และด�ำเนินกิจการจนหมดสัมปทาน จากนั้นรัฐบาลได้ด�ำเนินการต่อมาตั้งแต่พุทธศักราช 2493
โดยเปลี่ยนชื่อเปน็ การไฟฟ้ากรุงเทพ (Bangkok Electric Works)
026
ไฟฟา้ มไิ ดถ้ กู ใชเ้ พอ่ื แสงสวา่ งเพยี งอย่างเดยี ว
หากยังใชไ้ ปในการขับเคลือ่ นรถรางแทนการใชม้ า้ ลากอีกดว้ ย
ไฟฟา้
เมืองหลวง
027
นอกจากโรงไฟฟ้าท่ีวัดราษฎร์บูรณะแล้ว กรุงเทพมหานครยังมีโรงไฟฟ้าอีกแห่งหนึ่งคือ
โรงไฟฟา้ สามเสน ดว้ ยพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 5 ทรงมพี ระราชดำ� รวิ า่ ตอ่ ไปบา้ นเมอื ง
จะเจริญขน้ึ ทางดา้ นเหนอื
การกอ่ สร้างโรงจักรไอน้ำ�ทส่ี ามเสนเรม่ิ กอ่ สรา้ งเม่ือ
พทุ ธศกั ราช 2455 และเรม่ิ จำ�หนา่ ยกระแสไฟฟ้า
ในพทุ ธศักราช 2457 ซง่ึ ตรงกบั
รชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ใช้ชือ่ วา่ การไฟฟา้ หลวงสามเสน
และไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระราชวงั ดสุ ติ เปน็ ทป่ี ระทบั โดยมพี ระทน่ี ง่ั อนนั ตสมาคม
เป็นท้องพระโรงและเพ่ือจะได้ก�ำลังไฟฟ้าในการเดินเครื่องสูบน้�ำประปาจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยา
ยมราช (ป้นั สขุ ุม) เสนาบดกี ระทรวงนครบาลและผู้บงั คับกรมสขุ าภิบาลสมยั นั้น ดำ� เนนิ การสรา้ ง
โรงประปาและโรงไฟฟา้ ขนึ้ พร้อมกัน
การก่อสร้างโรงจักรไอน�้ำที่สามเสนเร่ิมก่อสร้างเม่ือพุทธศักราช 2455 ทดลองเดินเคร่ือง
ในพุทธศักราช 2456 และเริ่มจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าในพุทธศักราช 2457 ซึ่งตรงกับรัชสมัย
ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ใชช้ อื่ วา่ การไฟฟา้ หลวงสามเสน ตอ่ มาในพทุ ธศกั ราช
2477 ไดร้ บั การยกฐานะเปน็ กองไฟฟา้ หลวงสามเสน กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย ทำ� การ
ผลติ กระแสไฟฟา้ ใหแ้ กส่ ถานทรี่ าชการ การประปาและประชาชนทางดา้ นเหนอื ของกรงุ เทพมหานคร
028
การไฟฟา้ หลวง
สามเสนและบริษัท
ไฟฟ้าสยามทนุ จำ�กดั
การไฟฟา้ หลวงสามเสน และบรษิ ทั ไฟฟา้ สยามทนุ จำ� กดั ไดท้ ำ� สญั ญาแบง่ พน้ื ทกี่ ารจำ� หนา่ ย
ไฟฟา้ กนั เมอื่ ปพี ทุ ธศกั ราช 2470 โดยใชค้ ลองบางลำ� พแู ละคลองมหานาคเปน็ แนวเขตการจำ� หนา่ ยไฟ
ดา้ นเหนอื ในกรงุ เทพมหานคร สว่ นทางดา้ นใตใ้ ชท้ างรถไฟเปน็ แนวเขตการจา่ ยไฟสำ� หรบั ธนบรุ ี และ
บรษิ ทั ไฟฟา้ สยามทนุ จำ� กดั ยอมให้การไฟฟ้าหลวงสามเสนจา่ ยไฟฟา้ ใหพ้ ระบรมมหาราชวงั
ตอ่ มาในพทุ ธศกั ราช 2501 รฐั บาลไดร้ วมกจิ การไฟฟา้ กรงุ เทพและกองไฟฟา้ หลวงสามเสน
เปน็ รัฐวสิ าหกจิ ชื่อ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อผลิตและจำ� หนา่ ยกระแสไฟฟ้าในเขตกรงุ เทพมหานคร
ธนบุรี นนทบุรีและสมุทรปราการ ซึ่งภายหลังได้โอนการผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้ายันฮี
(ต่อมาเปน็ การไฟฟา้ ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย) คงเหลอื ภารกจิ ดา้ นการจำ� หน่ายไฟฟา้ เท่าน้ัน
029
ไฟฟา้ สขุ าภบิ าลเมืองนครปฐม
เปน็ จังหวดั แรกทจ่ี ำ�หนา่ ยไฟฟ้า
ให้ประชาชน
030
การรเิ ร่ิมกจิ การไฟฟ้า
ในส่วนภมู ิภาค
ไฟฟ้าของประเทศไทยเร่ิมต้นขึ้นในกรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรกโดยได้รับความนิยมในหมู่
เจ้านายและข้าราชการช้ันผู้ใหญ่ก่อน และเมื่อกิจการไฟฟ้าได้รับก่อต้ังสามารถจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าไปยัง
ประชาชนทว่ั ไปแลว้ ความนยิ มใชไ้ ฟฟา้ กค็ อ่ ย ๆ แพรจ่ ากนครหลวงไปสภู่ มู ภิ าคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย ภายหลงั
ท่ีได้มกี ารประกาศพระราชบัญญตั จิ ดั การสุขาภบิ าลตามหวั เมอื ง ร.ศ. 127 (พทุ ธศักราช 2451) ในรชั สมัย
ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาจฬุ าลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
ปรากฏวา่ ทอ้ งถนิ่ ตา่ ง ๆ ไดข้ อพระราชทานพระบรมราชานญุ าตจดั การสขุ าภบิ าลขน้ึ ผา่ นทางขา้ หลวง
เทศาภิบาล (ต่อมาเรียกสมุหเทศาภิบาล) ซ่ึงกิจการของสุขาภิบาลได้แก่ การจัดสะอาด การป้องกันและ
รกั ษาความเจบ็ ไข้ การจดั รกั ษาแหลง่ นำ�้ บรโิ ภค การบำ� รงุ ถนนหนทาง สะพานและทา่ นำ้� ตลอดจนจดุ โคมไฟ
สอ่ งสว่างตามถนนในเวลาค่�ำคนื ซ่งึ แต่เดมิ ใชน้ ้ำ� มันเป็นเชื้อเพลิง
ต่อมาได้มีเอกชนขออนุญาตจากสมุหเทศาภิบาลต้ังโรงจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขตสุขาภิบาลที่
เจริญและมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นชอบด้วย นอกจากเขต
สุขาภิบาลแล้วเอกชนหลายรายก็ได้ขออนุญาตต้ังโรงจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าตามตำ� บล อำ� เภอ และจงั หวดั
ตา่ ง ๆ ในชว่ งปลายรชั สมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 6
การที่เอกชนยอมลงทุนจ�ำนวนมากเพ่ือขออนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าเพราะเห็นว่ากิจการจ�ำหน่ายไฟฟ้า
สามารถท�ำก�ำไรให้อย่างงามในภายหลัง ปรากฏว่าในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รชั กาลที่ 7 มเี จา้ นายเชอ้ื พระวงศพ์ ระองคห์ นง่ึ คอื หมอ่ มเจา้ นติ ยากร ไดข้ อพระราชทานพระบรมราชานญุ าต
ต้ังโรงจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าท่ีต�ำบลท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไดท้ รงมลี ายพระราชหัตถท์ ่ี 15/488 ลงวันที่ 2 กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศักราช 2470 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ใหต้ ง้ั เจา้ หนา้ ทจ่ี ากกระทรวงตา่ ง ๆ เปน็ กรรมการเพอ่ื ประชมุ ปรกึ ษารา่ งหนงั สอื อนญุ าตขนึ้ ไวเ้ ปน็ แบบอยา่ ง
ใช้ท่ัวไป
ท้ังนี้ ทรงเล็งเห็นว่าเท่าที่ผ่านมาการจัดต้ังโรงไฟฟ้าในภูมิภาคต่าง ๆ ยังไม่มีแบบแผนท่ีแน่นอน
คณะกรรมการดงั กล่าวประกอบด้วย เจา้ หนา้ ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ 1 คน เจา้ หน้าที่
กระทรวงพาณิชย์และคมนาคมเป็นกรรมการ 1 คน และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเป็นกรรมการ 1 คน
เมอ่ื คณะกรรมการรา่ งแบบหนงั สอื สญั ญาอนญุ าตตงั้ โรงไฟฟา้ ขนึ้ แลว้ กไ็ ดจ้ ดั สง่ ใหก้ รรมการกรมรา่ งกฎหมาย
จัดท�ำเป็นแบบสัมปทานตั้งโรงท�ำการไฟฟ้าส�ำหรับใช้ในเวลาต่อมา หลังจากท่ีมีการปรับปรุงแก้ไขข้อความ
หลายคร้ัง
031
ในการทูลเกล้าฯ ถวายรา่ งหนังสอื อนุญาตและข้อบังคบั ในเร่ืองหมอ่ มเจา้ นิตยากรขอตัง้ โรงไฟฟ้า
ลงวนั ที่ 26 พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช 2471 นนั้ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ กรมนครสวรรคว์ รพนิ ติ
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยครง้ั นน้ั ไดท้ รงเรยี นพระราชปฏบิ ตั วิ า่ ไฟฟา้ ทต่ี งั้ จำ� หนา่ ยอยใู่ นหวั เมอื งขณะนน้ั
แบง่ เปน็ 4 ประเภท ดงั นี้
1. เอกชนหรอื บริษทั หุ้นส่วน ตง้ั ข้นึ เพ่ือจำ� หนา่ ยแรงไฟแกช่ ุมนุมชน โดยคา้ กำ� ไรเปน็ ผลประโยชน์
2. ประชาภบิ าล (สขุ าภบิ าล) ลงทนุ ตงั้ ขนึ้ ใชเ้ องและจำ� หนา่ ยแรงไฟเปน็ ผลประโยชนแ์ กป่ ระชาภบิ าล
3. ต้ังเครื่องไฟฟ้าขึ้นเป็นของราชการ จ่ายแรงไฟใช้ราชการและจ�ำหน่ายแรงไฟแก่ข้าราชการ
คดิ ราคาค่าแรงไฟพอเป็นโสหุ้ยเดนิ เครื่อง
4. โรงสีหรือโรงมหรสพ มีเคร่ืองไฟฟ้าส�ำหรับใช้ในกิจการของตน แต่ช่วยจ่ายแรงไฟตามประทีป
ในท้องถนนหรือสถานที่บางแห่งด้วยความเออื้ เฟอ้ื แก่ราชการ ไมค่ ดิ ราคา
ดังนัน้ จงึ เหน็ สมควรมอบให้กระทรวงพาณชิ ยแ์ ละคมนาคมซ่ึงมเี จา้ หน้าท่แี ผนกช่างไฟฟา้ รบั ไป
ด�ำเนินการเร่ืองการควบคุมการอนุญาตท�ำไฟฟ้าท้ังที่ได้ต้ังขึ้นก่อนแล้วและท่ีอยู่ในระหว่างขออนุญาต
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบและโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
เปน็ เจา้ หนา้ ทร่ี บั ไปควบคมุ ทง้ั 4 ประเภท ในคราวประชมุ เสนาบดสี ภา เมอื่ วนั ท่ี 18 มถิ นุ ายน พทุ ธศกั ราช 2471
และให้กระทรวงมหาดไทยสั่งสมุหเทศาภิบาลมอบการนี้ให้กระทรวงพาณิชย์และคมนาคมหากมีผู้ขอ
อนญุ าตตง้ั จำ� หนา่ ยไฟฟา้ กใ็ หส้ มหุ เทศาภบิ าลดำ� เนนิ การตรงตอ่ กระทรวงพาณชิ ยแ์ ละคมนาคมเลยทเี ดยี ว
ต่อมาเม่ือวันท่ี 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2471 ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ
คา้ ขายอนั กระทบกระเทอื นถงึ ความปลอดภยั หรอื ผาสกุ แหง่ สาธารณชน พทุ ธศกั ราช 2471 ตามมาตรา 4
แหง่ พระราชบญั ญตั นิ น้ั มคี วามวา่ หา้ มมใิ หบ้ คุ คลผใู้ ดประกอบกจิ การคา้ ขายอนั เปน็ สาธารณปู โภคในสยาม
เว้นแต่จะได้รับพระราชทานหรือพระบรมราชานุญาตหรือสัมปทานแล้ว หรือเมื่อพระบรมราชานุญาต
หรอื สมั ปทานทไี่ ดไ้ วน้ น้ั ถกู ถอนเสยี หรอื สน้ิ อายลุ งแลว้ และตามมาตรา 5 แหง่ พระราชบญั ญตั ไิ ดร้ ะบไุ วว้ า่
กิจการซ่ึงนับว่าเป็นสาธารณูปโภคน้ัน ได้แก่ รถไฟ รถราง ขุดคลอง เดินอากาศ ประปา ชลประทาน
โรงไฟฟ้า และบรรดากิจการอ่ืนอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชนตามแต่จะได้ออก
พระราชกฤษฎีการะบุไว้
032
เมื่อเป็นเช่นน้ี ผู้ท่ีต้ังโรงไฟฟ้าอยู่ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงไม่อาจ
เปิดจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าต่อไปได้เพราะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
จึงได้รับเรื่องราวของผู้มีชื่อขออนุญาตตั้งโรงจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าในชนบทท่ีบางรายได้รับอนุญาตจาก
สมุหเทศาภิบาลมาแล้วและบางรายที่ยังไม่ได้รับอนุญาต และบางรายพอยื่นเรื่องราวขออนุญาตก็จัดการ
ตัง้ ทีเดยี วรวม 23 ราย
ผู้ขออนุญาตส่วนใหญ่เป็นเอกชน มีสุขาภิบาลเพียง 2 แห่งคือ สุขาภิบาลบ้านโป่งและสุขาภิบาล
เมืองราชบุรีมีผู้ขออนุญาตตั้งโรงจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ยังมิได้รับอนุญาตจากสมุหเทศาภิบาลและยังมิได้
จัดต้ังเครื่องรวม 55 ราย ซึ่งในบรรดารายช่ือประเภทหลังท่ีเป็นเอกชน 54 ราย มีเพียงรายเดียวที่เป็น
สุขาภบิ าลคือสขุ าภิบาลนครปฐม
เนื่องจากมีผู้ขออนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าในท้องท่ีเดียวกันหลายราย ท�ำให้เกิดปัญหาแก่เจ้าหน้าท่ี
ผู้พิจารณาเร่ืองการขออนุญาตว่าจะให้รายใดเป็นผู้ได้รับสัมปทานเพียงรายเดียวในท้องท่ี ด้วยเหตุน้ี
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จงึ ทรงมพี ระราชดำ� รสั ปรกึ ษาในการประชมุ เสนาบดสี ภาเมอื่ วนั ท่ี 14
มกราคม พทุ ธศกั ราช 2471 และทปี่ ระชมุ เสนาบดสี ภาไดต้ กลงรว่ มกนั วา่ เรอื่ งเกยี่ วกบั การไฟฟา้ มขี อ้ ควรคำ� นงึ
3 ประการ คือ
1. การไฟฟ้าควรอยูใ่ นมอื รัฐบาล
2. ตามหวั เมอื งการไฟฟา้ ควรมอบใหส้ ขุ าภบิ าลในทอ้ งทจ่ี ดั การทำ� เองถา้ สามารถจะทำ� ได้ แตถ่ า้ มผี ทู้ ำ�
อยแู่ ลว้ หรือสุขาภบิ าลไม่สามารถจะท�ำได้ จะตอ้ งอนญุ าตใหเ้ อกชนทำ� ก็ควรมขี อ้ ไขไว้ใหเ้ อากลับ
คนื มาได้ตามโอกาส
3. ตามบญั ชที มี่ ผี ขู้ ออนญุ าตนน้ั ทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตไปแลว้ ควรยอมไมข่ ดั ขอ้ งแตใ่ หจ้ ดั ทำ� เสยี ใหถ้ กู ตอ้ งตาม
พระราชบญั ญตั ิ สว่ นทขี่ อใหมส่ ามารถจะทำ� ไดจ้ งึ จะใหเ้ อกชนทำ� ถา้ มคี ำ� ขอมาหลายรายควรคำ� นงึ
ถงึ ผทู้ มี่ หี ลกั ฐานดแี ละผทู้ เี่ ปน็ Local Man
จากแนวทาง 3 ประการดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์และคมนาคมจึงได้ท�ำการคัดเลือกผู้ที่สมควร
ไดร้ บั สมั ปทานตงั้ โรงการไฟฟา้ มากทสี่ ดุ ทอ้ งทล่ี ะ 1 ราย แลว้ ขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตลงนามใน
สมั ปทานเปน็ ราย ๆ ไป รายชอ่ื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั พระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหร้ บั สมั ปทานตง้ั โรงจำ� หนา่ ยไฟฟา้
ตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ กจิ การคา้ ขายอนั กระทบกระเทอื นถงึ ความปลอดภยั และผาสกุ แหง่ สาธารณชน
พุทธศกั ราช 2471 มลี งในหนงั สอื ราชกจิ จานเุ บกษาใหท้ ราบโดยท่ัวกนั
033
ส�ำ นักงานการไฟฟา้
เทศบาลเมืองตรงั
034
กจิ การไฟฟา้ สุขาภบิ าล
และเทศบาล
แมว้ า่ สขุ าภบิ าลตามหวั เมอื งจะไดร้ บั พระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหจ้ ดั ตงั้ ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั ิ
จดั การสขุ าภบิ าลตามหวั เมอื ง ร.ศ. 127 หรอื ตง้ั แต่พทุ ธศักราช 2451 แลว้ แตก่ จิ การไฟฟา้ ของสุขาภบิ าล
เพิ่งเริ่มขึ้นอย่างจริงจังภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชด�ำรัสในการประชุม
เสนาบดีสภาเม่ือวันที่ 14 มกราคม พุทธศักราช 2471 ให้ถือตามข้อตกลงของที่ประชุมเสนาบดีสภา
เก่ียวกบั ข้อควรค�ำนึง 3 ประการในการพิจารณาอนญุ าตตั้งโรงไฟฟ้าดังกล่าวมาแลว้ ซ่งึ ได้ระบไุ ว้ชดั เจนวา่
ใหส้ ขุ าภบิ าลจดั ทำ� การไฟฟา้ ตามหวั เมอื งถา้ สามารถทำ� ได้ แตถ่ า้ มผี ทู้ ำ� อยกู่ อ่ นแลว้ หรอื สขุ าภบิ าลไมส่ ามารถ
ท�ำไดก้ ็อนญุ าตให้เอกชนทำ� แตม่ ขี ้อแม้วา่ ทางการอาจขอกลบั คนื มาดำ� เนินการเองในภายหลงั
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในพุทธศักราช 2472 จึงได้มีการจัดต้ังแผนกไฟฟ้าขึ้นในกองบุราภิบาล
กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เพื่อท�ำหน้าท่ีส�ำรวจและจัดสร้างการไฟฟ้าตามสุขาภิบาลต่าง ๆ
ท่ัวพระราชอาณาจักรเท่าท่ีได้พิจารณาเห็นสมควร และในปีเดียวกันนี้สุขาภิบาลเมืองนครปฐมก็ได้รับ
พระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหจ้ ดั ต้งั โรงจ�ำหน่ายไฟฟ้าในเขตสุขาภบิ าลได้ ดงั นัน้ แผนกไฟฟา้ ดังกลา่ ว
จึงได้เริ่มก่อสร้างการไฟฟ้าสุขาภิบาลเมืองนครปฐมเป็นแห่งแรกในพุทธศักราช 2473 ซ่ึงในการก่อสร้าง
และด�ำเนินกิจการไฟฟ้าในระยะแรกน้ี สุขาภิบาลเมืองนครปฐมได้รับทุนจากการกู้ยืมงบประมาณจาก
หน่วยราชการส่วนกลางโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราต�่ำและผ่อนให้เงินต้นในระยะยาว นอกจากน้ีแผนกไฟฟ้า
ยงั ไดจ้ ัดสรา้ งการไฟฟา้ ให้กบั สุขาภบิ าลในหวั เมืองต่าง ๆ มาเป็นลำ� ดบั
035
เทศบาล
เมืองนครปฐม
ต่อมาเมื่อประเทศไทยเปล่ียนการปกครองในพุทธศักราช 2475 และในปีต่อมา
คอื พทุ ธศักราช 2476 ไดม้ กี ารประกาศใช้พระราชบญั ญตั จิ ัดระเบยี บเทศบาล พทุ ธศกั ราช
2476 ขึ้น ท�ำให้สุขาภิบาลที่มีอยู่ในขณะนั้นเปล่ียนสภาพเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง
และเทศบาลตำ� บล ตามฐานะแหง่ ชมุ ชนและสภาพทต่ี ง้ั แหง่ สขุ าภบิ าลนน้ั ดงั นนั้ การไฟฟา้
สว่ นสขุ าภบิ าลจงึ ไดเ้ ปลยี่ นมาเปน็ การไฟฟา้ เทศบาลตามสถานภาพ สว่ นแผนกไฟฟา้ ไดร้ บั
การปรบั ปรงุ มาเปน็ กองไฟฟา้ สงั กดั กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย ในพทุ ธศกั ราช
2477 และเปลยี่ นช่อื เปน็ กองไฟฟ้าภมู ิภาค ในพทุ ธศักราช 2496
036
นอกจากการเปล่ียนสภาพการไฟฟ้าสุขาภิบาลมาเป็นการไฟฟ้าเทศบาล และการปรับปรุงแผนก
ไฟฟ้าให้เป็นกองไฟฟ้ามาข้ึนกับกรมโยธาเทศบาลแล้ว รัฐบาลได้ประกาศพระราชบัญญัติก�ำหนดกระทรวง
เจ้าหน้าท่ีรักษาการตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุก
แหง่ สาธารณชน พทุ ธศักราช 2471 พุทธศักราช 2476 และฉบบั ที่ 2 พุทธศกั ราช 2484
ซ่ึงในสาระของพระราชบัญญัติดังกล่าวระบุให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าท่ีรักษาการ
อนั เกย่ี วกบั รถราง ประปาและโรงไฟฟา้ รวมทง้ั ประกาศพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ กจิ การไฟฟา้ พทุ ธศกั ราช 2484
ซึ่งก�ำหนดอ�ำนาจและหน้าที่ของอธิบดีกรมโยธาเทศบาลเกี่ยวกับการพิจารณาอนุญาตให้ประกอบกิจการ
ไฟฟ้า ก�ำหนดอ�ำนาจและหน้าท่ีของผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าในการย่ืนค�ำร้อง ก�ำหนดอ�ำนาจและหน้าที่ของ
ผู้ที่ได้รับความกระทบกระเทือนต่อการด�ำเนินกิจการไฟฟ้าของบุคคลอื่น ก�ำหนดคุ้มครองทรัพย์สินของ
ผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าและผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งบัญญัติบทก�ำหนดโทษส�ำหรับผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติด้วย
พระราชบัญญัติดังกล่าวนับเป็นวิวัฒนาการด้านการออกกฎหมายในการควบคุมกิจการไฟฟ้าซึ่งให้ความ
คุ้มครองด้านความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยราชการท่ี
รับผิดชอบ
เนอื่ งจากกจิ การไฟฟา้ เปน็ การพาณชิ ยแ์ ละเปน็ สาธารณปู โภคอยา่ งหนง่ึ ถงึ แมว้ า่ การไฟฟา้ สขุ าภบิ าล
หรือเทศบาลมิได้มุ่งหวังไปในทางหาก�ำไร แต่รัฐบาลก็มีเจตจ�ำนงที่จะให้การไฟฟ้าดังกล่าวเล้ียงตัวเองได้
ทัง้ น้เี พื่อมใิ ห้ต้องชักทนุ สว่ นกลางของสขุ าภิบาลหรอื เทศบาลนัน้
ประชาชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาคส่วนมากยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์และความสะดวกสบายอันจะ
ได้รับจากกระแสไฟฟ้า ดังน้ัน การจัดสร้างการไฟฟ้าในระยะเริ่มแรกจึงประสบกับความยากล�ำบากเป็น
อย่างมาก เพราะก่อนที่จะสร้างการไฟฟ้าขึ้นในท้องที่ใด กองไฟฟ้าจะต้องส�ำรวจชุมชนในเขตสุขาภิบาล
หรือเทศบาลน้นั ๆ วา่ ประชาชนเหลา่ นน้ั พอใจท่ีจะใชก้ ระแสไฟฟ้าหรือไมเ่ พยี งใด ความยากลำ� บากจงึ อยูใ่ น
การทายใจวา่ ประชาชนจะใช้ไฟฟ้าหรือไม่ การสำ� รวจหรอื สังเกตนี้จึงต้องให้ไดป้ รมิ าณท่ีใกล้เคียงที่สดุ เท่าที่
จะท�ำได้ และย่ิงกว่านนั้ ยังจะตอ้ งมีภาระทจ่ี ะตอ้ งส�ำรวจวา่ ในชุมชนนั้น ๆ เสรจ็ กจิ การงานและหลบั นอนกัน
เวลาใด เมื่อทราบโดยถี่ถ้วนเช่นนั้นแล้วจึงจะก�ำหนดขนาดของเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าและสายไฟฟ้าที่จะน�ำไป
ตดิ ตง้ั ได้ ในขน้ั ตอนตอ่ ไปกค็ อื จดั ทำ� ประมาณการรายจา่ ยของกจิ การไฟฟา้ แตล่ ะแหง่ เพอ่ื ทราบวา่ กจิ การไฟฟา้
นนั้ ๆ จะสามารถเลยี้ งตวั เองได้หรอื ไม่ ที่ว่าจะเลย้ี งตวั เองไดเ้ พยี งใดนน้ั หมายความวา่ ถา้ การไฟฟา้ ไดใ้ ชเ้ งนิ
ท่ีรัฐบาลให้กู้มาลงทุนในการก่อสร้างโดยเสียดอกเบ้ียร้อยละ 4 - 5 ต่อปีแล้ว จะสามารถส่งท้ังเงินกู้และ
ดอกเบีย้ ประจำ� ปใี หเ้ สร็จส้ินได้ภายในเวลา 10 ปี หรอื 20 ปี สขุ าภิบาลหรือเทศบาลที่ได้กยู้ ืมเงนิ รฐั บาลไป
ลงทนุ ทำ� การไฟฟา้ เมอื่ ปพี ทุ ธศกั ราช 2478 ไดแ้ ก่ สขุ าภบิ าลเมอื งจนั ทบรุ ี สขุ าภบิ าลเมอื งทอ้ งทส่ี องพนี่ อ้ ง
สขุ าภบิ าลเมอื งชลบรุ ี สขุ าภบิ าลเมอื งพษิ ณโุ ลก สขุ าภบิ าลเมอื งทอ้ งทบี่ า้ นโปง่ และสขุ าภบิ าลเมอื งนครนายก
037
นอกจากการสำ� รวจดา้ นตา่ ง ๆ แลว้ กองไฟฟา้ ยงั ตอ้ งจดั การกอ่ สรา้ งการไฟฟา้ ใหส้ ขุ าภบิ าลหรอื
เทศบาลเร่ิมแต่จัดซื้อเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้า ตลอดจนเคร่ืองอุปกรณ์และสายในการก่อสร้างการไฟฟ้า
ปักเสา พาดสาย ติดไฟฟ้าตามบ้านเรือน สร้างบ้านพักพนักงาน ตลอดจนอบรมหัวหน้าช่างเครื่อง
ชา่ งสายเพอื่ ใหร้ จู้ กั ใชเ้ ครอ่ื งกำ� เนดิ ไฟฟา้ และเครอ่ื งยนต์ ตลอดจนการบำ� รงุ รกั ษาและใหค้ วามปลอดภยั
แกป่ ระชาชน และควบคมุ การใชจ้ า่ ยใหเ้ ปน็ ไปโดยประหยดั ตามงบประมาณ เพอ่ื ชว่ ยใหก้ จิ การไฟฟา้ นน้ั ๆ
สามารถด�ำรงตัวอยู่ได้ตลอดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี อันเป็นระยะเวลาที่การไฟฟ้าน้ัน ๆ ยังจะ
ต้องผ่อนส่งใช้คืนเงินที่ได้กู้ยืมไป เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าการลงทุนจัดสร้างการไฟฟ้าเป็นเร่ืองของ
สขุ าภบิ าลหรอื เทศบาลทจ่ี ะตอ้ งกเู้ งนิ จากรฐั บาลมาดำ� เนนิ การ สว่ นการกอ่ สรา้ งและบำ� รงุ รกั ษาเปน็ เรอ่ื ง
ของกองไฟฟา้ กรมโยธาเทศบาล
038
ส�ำหรับการไฟฟ้าสุขาภิบาลหรือเทศบาลมีการก่อสร้างข้ึนคร้ังแรกเมื่อพุทธศักราช 2473
จนถงึ ในพทุ ธศักราช 2483 มจี �ำนวนทง้ั สนิ้ 28 แห่ง
ในระหว่างสงครามโลกคร้ังท่ี 2 เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าของเทศบาลต่าง ๆ ช�ำรุดทรุดโทรมลงมาก
เนอื่ งจากขาดแคลนนำ�้ มนั เชอื้ เพลงิ ตอ้ งใชน้ ำ้� มนั อน่ื ปะปนหลายชนดิ ทำ� ใหเ้ ครอื่ งยนตท์ เี่ ปน็ กำ� ลงั ฉดุ เครอื่ ง
กำ� เนดิ ไฟฟา้ ชำ� รดุ เสยี หาย เครอ่ื งอะไหลก่ ห็ าซอ้ื ยากเพราะสง่ั ซอ้ื จากตา่ งประเทศไมไ่ ด้ การไฟฟา้ เทศบาล
บางแห่งถูกระเบิดเสียหายจนเกือบใช้การไม่ได้ รัฐบาลจึงให้กรมโยธาเทศบาลเร่งรัดบูรณะกิจการไฟฟ้า
ของเทศบาลท่ีช�ำรุดทรุดโทรมและพิจารณาด�ำเนินการจัดตั้งเพิ่มข้ึน ซึ่งงบประมาณที่ได้รับในการบูรณะ
การไฟฟ้าดังกลา่ วไมเ่ พียงพอ จ�ำเป็นตอ้ งกจู้ ากธนาคารออมสินมาดำ� เนนิ การ
แม้สงครามโลกจะสิ้นสุดลงในพุทธศักราช 2488 แต่การการบูรณะการไฟฟ้าเทศบาลเร่ิมต้น
ในพุทธศักราช 2491 ช่วงต่อพุทธศักราช 2492 ซ่ึงด�ำเนินการบูรณะเป็นไปอย่างเชื่องช้ากระทั่งถึง
พุทธศักราช 2497 สามารถบูรณะการไฟฟ้าเทศบาลท่ัวประเทศได้เพียง 14 แห่ง ส่วนการก่อสร้าง
การไฟฟ้าเทศบาลเพ่ิมภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงพุทธศักราช 2497 มีจ�ำนวนท้ังสิ้น 35 แห่ง
การทร่ี ัฐบาลมภี าระงานทำ� นุบำ� รุงบา้ นเมืองหลายดา้ นภายหลงั สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ประกอบกับ
การทกี่ รมโยธาเทศบาลตอ้ งรบั ผดิ ชอบงานบรู ณะและกอ่ สรา้ งการไฟฟา้ เทศบาลควบคไู่ ปกบั งานโยธาอนื่ ๆ
จงึ ท�ำให้ไมส่ ามารถพฒั นากิจการไฟฟา้ เทศบาลให้กา้ วหน้า และสิ่งส�ำคญั ที่สุดคอื รากฐานกจิ การเทศบาล
ของประเทศไทยยังไม่ฝังรากม่ันคงพอท่ีจะเล้ียงตัวเองได้ ท�ำให้การไฟฟ้าเทศบาลขยายออกไปไม่มาก
เท่าทคี่ วรจะเปน็
039
040
การจัดตั้งองคก์ ารไฟฟา้
สว่ นภมู ิภาค
การทกี่ จิ การไฟฟา้ เทศบาลไมส่ ามารถขยายตวั เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารกระแสไฟฟา้ แกป่ ระชาชนในสว่ นภมู ภิ าค
ได้อย่างเพยี งพอ จงึ มเี อกชนขอสมั ปทานเพอ่ื ดำ� เนนิ กจิ การจำ� หนา่ ยไฟฟา้ ในชว่ งพทุ ธศกั ราช 2490 - 2497
หลายราย กล่าวคือ ประเภทขอสัมปทาน 25 ปี มี 35 แห่ง และประเภทขอสัมปทาน 5 ปี มี 32 แห่ง
แมว้ า่ จำ� นวนกจิ การไฟฟา้ สมั ปทานของเอกชนจะมมี ากกวา่ ของรฐั บาล แตส่ ว่ นใหญเ่ ปน็ กจิ การไฟฟา้ ขนาดเลก็
ลงทุนต่�ำ และยังต้องได้รับการประคับประคองจากทางราชการ ดังนั้น ในพุทธศักราช 2497 รัฐบาลได้
เล็งเห็นความจ�ำเป็นที่จะต้องปรับปรุงการไฟฟ้าต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาคให้ดีข้ึน จึงได้จัดต้ังองค์การไฟฟ้า
ส่วนภมู ิภาคข้ึนเป็นองคก์ ารเอกเทศ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเป็นผู้ควบคุมการบริหารงาน
ส�ำ นกั งานการไฟฟ้าอำ�เภอร่อนพบิ ูลย์ โรงจกั รดเี ซล
041
องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ก่อต้ังข้ึนตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังองค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันท่ี 16
มีนาคม พุทธศักราช 2497 มีสถานะเป็นนิติบคุ คล มวี ัตถปุ ระสงค์ 2 ประการ คอื
1. อำ� นวยบรกิ ารแก่รัฐบาลและประชาชนในกจิ การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค
2. ประกอบธุรกิจอันเน่ืองกับการผลิตกระแสไฟฟ้าและธุรกิจท่ีต่อเนื่องหรือใกล้เคียงกับกิจการไฟฟ้า
ตลอดจนการถา่ ยท�ำ ฉายภาพยนตรแ์ ละโฆษณา
การด�ำเนินการอาศัยงบประมาณของรัฐบาล โดยก�ำหนดทุนขององค์การเป็นจ�ำนวนเงินไม่เกิน
150,000,000 บาท โดยรัฐบาลจ่ายทุนประเดิมให้ 5,000,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายวิสามัญลงทุน
ประจ�ำปี พุทธศักราช 2497 ประเภทบูรณะการไฟฟ้า การบริหารงานขององค์การอยู่ภายใต้การควบคุม
ของราชการกรมโยธาเทศบาลและรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอ�ำนาจก�ำกับโดยท่ัวไป
ซง่ึ กจิ การขององคก์ ารตลอดจนมอี ำ� นาจแตง่ ตงั้ และถอดถอนผอู้ ำ� นวยการไดโ้ ดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
รายละเอยี ดในการด�ำเนินงานตลอดจนปัญหาขององคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค สรปุ ไดแ้ ก่
การดำ� เนนิ งานในระยะแรก คณะกรรมการองคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคชดุ แรก มพี นั ตำ� รวจเอก เผา่ ศรยี านนท์
เป็นประธานกรรมการชุดแรก และพันเอกหลวงบุรกรรมโกวิท ด�ำรงต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยการ ได้ก�ำหนดโครงการ
และวางแผนไว้ ดงั นี้
1. ใหต้ ั้งสำ� นกั งานชว่ั คราวท่ีตึกกรมโยธาเทศบาล เชงิ สะพานผา่ นฟ้าลลี าศ
2. ใหก้ อ่ สรา้ งการไฟฟา้ ทกุ อำ� เภอทยี่ งั ไมม่ ไี ฟฟา้ ใช้ ซง่ึ ขณะนนั้ มอี ยู่ 227 อำ� เภอ ในขนั้ แรกใหก้ อ่ สรา้ งเฉพาะ
อำ� เภอทด่ี ำ� เนนิ การแลว้ ไมข่ าดทนุ รวม 87 แหง่ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 2 ปี และใหด้ ำ� เนนิ การเปน็ รปู บรษิ ทั
เรียกว่า บริษัทไฟฟ้าอ�ำเภอแต่ละอ�ำเภอ องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถือหุ้นร้อยละ 51 อีกร้อยละ 49
ขายให้เอกชน กำ� หนดมลู คา่ หุ้นละ 100 บาท ชำ� ระครง้ั แรกหุ้นละ 25 บาท
3. ใหซ้ ้ือเครื่องกำ� เนดิ ไฟฟ้าและอุปกรณต์ ดิ ต้ังช่วยการไฟฟา้ ของเอกชนทไ่ี มม่ ที ุนทรพั ย์จะขยายกจิ การได ้
โดยใหค้ ดิ เปน็ ราคาหนุ้ ทรี่ ่วมลงทุน
4. ใหซ้ อ้ื เครอื่ งกำ� เนดิ ไฟฟา้ และอปุ กรณเ์ พอ่ื ตดิ ตงั้ และบรู ณะการไฟฟา้ ของเทศบาลทไ่ี มม่ งี บประมาณเพยี งพอ
โดยใหเ้ ทศบาลผอ่ นชำ� ระและใหค้ ิดคา่ ส่วนแบง่ เปน็ รายหน่วยทผ่ี ลติ ไดใ้ นระหวา่ งทชี่ ำ� ระยังไมห่ มด
5. ให้รับซื้อกิจการไฟฟ้าของเอกชนที่ไม่อาจด�ำเนินการได้มาด�ำเนินการต่อไปเป็นรูปบริษัท เพื่อระงับ
ความเดอื ดรอ้ นของประชาชน ถ้าเปน็ การไฟฟ้าจังหวดั ให้เรยี กวา่ บริษทั ไฟฟา้ จงั หวดั
6. พนกั งานทจ่ี ะดำ� เนนิ การในองคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคระยะแรก ถา้ ไมจ่ ำ� เปน็ ใหย้ มื ตวั จากกรมโยธาเทศบาล
กอ่ นโดยจ่ายเงนิ พิเศษให้ ซงึ่ รวมท้งั ตัวผูอ้ ำ� นวยการด้วย
042
การดำ� เนินงานในระยะต่อมา สรุปสาระสำ� คัญ ดังน้ี
1. กอ่ สรา้ งอาคารสำ� นกั งานในบรเิ วณหมวดพสั ดุ กองกอ่ สรา้ งของกรมโยธาเทศบาลรมิ คลองประปาสามเสน
ถนนพระราม 6
2. ดำ� เนนิ กจิ การไฟฟา้ แตล่ ะแหง่ เปน็ รปู บรษิ ทั ตามแผนงานของคณะกรรมการ แตเ่ นอ่ื งจากการขายหนุ้ ทำ� ได้
ยากเพราะฐานะของการไฟฟา้ แต่ละแหง่ ไม่เหมอื นกัน ซง่ึ ส่วนมากขาดทุน ดงั น้ันในพทุ ธศกั ราช 2498
จึงมีการเสนอขออนุมัติยุบองค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและจัดตั้งเป็นบริษัทรวมเพียงแห่งเดียว แต่การยุบ
องคก์ ารมอิ าจกระทำ� ไดท้ นั ที จงึ ตอ้ งจดั ตงั้ บรษิ ทั ขนึ้ กอ่ นแลว้ ใหอ้ งคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าครว่ มถอื หนุ้ ดว้ ย
และโอนหนีส้ นิ ใหแ้ ก่บรษิ ัท เมื่อเรียบรอ้ ยแลว้ ใหย้ ุบองค์การไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค
ดงั นนั้ คณะกรรมการองคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคจงึ ไดด้ ำ� เนนิ การจดทะเบยี นเปน็ บรษิ ทั ไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค จำ� กดั
แต่ปรากฏวา่ การขายหุ้นใหเ้ อกชนไมเ่ ป็นผล ประชาชนไม่นิยม มผี ู้ซอื้ ห้นุ เพยี ง 27,000 หุน้ เศษ และชำ� ระค่าหุ้น
แลว้ เพยี ง 500,000 บาทเศษ ซงึ่ ไมส่ มดลุ กบั เงนิ ทอี่ งคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคไดล้ งทนุ ไปแลว้ ถงึ ประมาณ 150 ลา้ นบาท
จงึ ไดย้ กเลกิ การดำ� เนินการในรปู บรษิ ทั เมือ่ พุทธศักราช 2500
3. ดำ� เนนิ กจิ การไฟฟา้ ตา่ ง ๆ เมอื่ สนิ้ พทุ ธศกั ราช 2501 องคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคมกี ารไฟฟา้ ซงึ่ เปดิ ดำ� เนนิ การ
อยแู่ ลว้ ในความควบคมุ 104 แหง่ เปน็ การไฟฟา้ จงั หวดั 8 แหง่ การไฟฟา้ อำ� เภอและตำ� บล 96 แหง่
4. ทำ� การกอ่ สรา้ งการไฟฟา้ ตามแผนทว่ี างไว้ โดยการไฟฟา้ นครหลวงรบั เปน็ ผทู้ ำ� การกอ่ สรา้ ง เนอ่ื งจากองคก์ าร
ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังไม่มีพนักงานและเคร่ืองมือเพียงพอ ต่อมาในพุทธศักราช 2500 องค์การไฟฟ้า
สว่ นภูมิภาคจึงท�ำการกอ่ สร้างเองเพื่อตัดปัญหาความย่งุ ยากด้านการเบิกจา่ ยคา่ อุปกรณไ์ ฟฟ้า
5. ช่วยเหลือกิจการไฟฟ้าของเอกชนตามแผนงานด้วยการซ้ือเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งโดย
คดิ เปน็ เงนิ คา่ หนุ้ ทล่ี งทนุ รว่ มกนั แตก่ จิ การไฟฟา้ ของเอกชนไมส่ ามารถดำ� เนนิ การตอ่ ไปไดเ้ อง มกี ารขาย
กิจการกลับมาให้องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังคงเหลือเอกชนที่ร่วมลงทุนต่อเพียง 2 ราย เท่าน้ัน
คอื บริษทั ไฟฟ้าตะพานหิน จังหวัดพิจติ ร และบรษิ ัท ไฟฟา้ ศรีราชา จังหวดั ชลบรุ ี
6. ช่วยเหลือกิจการไฟฟ้าของเทศบาลตามแผนงาน ด้วยการซ้ือเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดต้ังและ
บรู ณะการไฟฟา้ ของเทศบาล ทง้ั นเี้ ทศบาลผอ่ นชำ� ระและคดิ คา่ สว่ นแบง่ จากเทศบาลเปน็ รายหนว่ ยทผ่ี ลติ ได้
ในระหว่างที่ผ่อนช�ำระยังไม่หมด จ�ำนวนกิจการไฟฟ้าเทศบาลที่องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ช่วยเหลือ
ติดตั้งเคร่ืองก�ำเนิดไฟฟ้ามีจ�ำนวน 36 แห่ง แต่ปรากฏว่าเทศบาลเหล่านั้นมิได้ส่งเงินผ่อนช�ำระ
ตามทตี่ กลงกนั และคา่ สว่ นแบง่ กม็ ไิ ดจ้ า่ ยใหอ้ งคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค ซงึ่ เปน็ สาเหตหุ นง่ึ ของปญั หาดา้ น
เงนิ ทุนหมนุ เวยี นขององค์การ
043
องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีเงินทุนประเดิมเพื่อการด�ำเนินการตามกฎหมายเพียง 5,000,000 บาท
แต่มีหน้าท่ีด�ำเนินกิจการไฟฟ้าอย่างกว้างขวางดังกล่าวมาแล้ว จึงจ�ำเป็นต้องกู้เงินจากกระทรวงการคลังและ
ธนาคารเพ่ือจัดซื้อเคร่ืองก�ำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีภาระต้องช�ำระดอกเบ้ีย
ปลี ะหลายลา้ นบาท ขณะทเี่ งนิ ทนุ หมนุ เวยี นไมเ่ พยี งพอเพราะเทศบาลสว่ นใหญไ่ มช่ ำ� ระเงนิ ตามขอ้ ตกลง เปน็ เหตุ
ให้ฐานะการเงินต้องทรุดหนักและมีผลกระทบต่องานก่อสร้างใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการพิจารณาแก้ไขปัญหา
ด้านสถานะการเงินขององค์การ ดงั น้ี
1. เปลี่ยนแผนการบริหารด้วยการปรับปรุงคณะผู้บริหาร (ระหว่างพุทธศักราช 2502 - 2503) และ
ให้การไฟฟา้ ต่าง ๆ ขนึ้ ตรงตอ่ ผู้อำ� นวยการแทนการข้ึนตรงต่อกองการไฟฟ้า
2. เพ่ิมรายได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ยกเลิกการใช้ไฟฟ้าเหมารายดวง ปรับปรุงขยายเขตและเช่ือมโยง
จ�ำกัดเงินหมุนเวียนของส�ำนักงานการไฟฟ้าภาคเร่งรัดเก็บเงินลูกหน้ีภายในสองเดือน เปลี่ยนสายเมน
การไฟฟ้าท่ีใช้ไฟมากให้ใหญ่ข้ึน ขอรับโอนการไฟฟ้าของกรมโยธาเทศบาลที่มีอยู่เดิม 5 แห่ง มาเป็น
องคก์ ารไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค
3. ลดรายจา่ ยดว้ ยการจดั ซอื้ นำ�้ มนั จากองคก์ ารเชอื้ เพลงิ โดยตรง หา้ มบรรจพุ นกั งานเพมิ่ ยกเลกิ วธิ กี ารเบกิ จา่ ย
ค่าใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางแบบเหมาจ่าย เลกิ เชา่ ส�ำนกั งานโดยยา้ ยมาอย่กู ับหอ้ งพสั ดุ
044
ผ้วู ่าการสาย นธิ นิ นั ทน์
ตรวจงาน
4. ควบคุมการบญั ชีการเงินและพสั ดุ
5. ทำ� แผนขอรบั โอนกจิ การไฟฟา้ ของเทศบาลมาดำ� เนนิ การเองโดยใหเ้ ทศบาลไดร้ บั ผลประโยชนเ์ ปน็ คา่ บรกิ าร
เพ่ือตัดปัญหาการบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพของเทศบาลจนไม่อาจช�ำระเงินแก่องค์การไฟฟ้า
ส่วนภูมิภาค ซ่ึงในระยะแรกได้รับการคัดค้านจากเทศบาลต่าง ๆ มาก ดังน้ัน กระทรวงมหาดไทยจึงมี
นโยบายให้เทศบาลโอนเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้าให้องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับไปด�ำเนินการแทน
ก่อน และภายหลังได้ขอรับโอนการจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้ารวมทั้งการเก็บเงินมาด�ำเนินการเองทั้งสิ้น
โดยมีการชดเชยเงินบ�ำรุงท้องถ่ินและด�ำเนินการด้านไฟฟ้าสาธารณะ จ�ำนวนการไฟฟ้าเทศบาล
ทอ่ี งคก์ ารไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคสามารถรบั โอนมาดำ� เนนิ การแทนมเี พยี ง 654 แหง่ เทา่ นนั้ จากภาระหนา้ ท่ี
ที่ได้รับโอนกิจการไฟฟ้าเทศบาลมาด�ำเนินการแทนน้ันท�ำให้กิจการขององค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ต้องขยายตัวเพ่ิมข้ึนประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ด�ำเนินการ
จ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคแต่เพียงผู้เดียว รวมท้ังเตรียมปรับปรุงระบบจ�ำหน่ายเพื่อรับ
กระแสไฟฟา้ จากองคก์ ารผผู้ ลติ ขนาดใหญ่ เชน่ การไฟฟา้ ยนั ฮี การลกิ ไนต์ เปน็ ตน้ ซงึ่ การปรบั ปรงุ ระบบ
จ�ำหน่ายดังกล่าวจะอาศัยเพียงงบประมาณช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือรายได้ขององค์การย่อมไม่เพียงพอ
จ�ำเป็นต้องมีการกู้เงินจากต่างประเทศหรือธนาคารโลกมาด�ำเนินการ ดังนั้น ในพุทธศักราช 2503
รัฐบาลจึงเห็นควรให้เปล่ียนแปลงและปรับปรุงการบริหารงานตลอดจนสถานะของหน่วยงานโดย
การยกฐานะองคก์ ารไฟฟา้ ส่วนภมู ิภาคเปน็ การไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค
045
046
การสถาปนา
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับการสถาปนาตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พุทธศักราช
2503 เมอื่ วนั ที่ 28 กนั ยายน พทุ ธศกั ราช 2503 โดยรับโอนทรัพย์สิน หนส้ี นิ และความรบั ผดิ ชอบของ
องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในขณะนั้นมาด�ำเนินการอย่างต่อเน่ือง ด้วยทุนประเดิมเม่ือแรกสถาปนา
จ�ำนวน 87,003,886.67 บาท มีการไฟฟ้าอยู่ในความควบคุม 178 แห่ง แยกเป็นการไฟฟ้าจังหวัด
54 แห่ง การไฟฟ้าอ�ำเภอ 114 แห่ง และการไฟฟ้าต�ำบล 10 แห่ง มีพนักงาน 2,215 คน
ผู้ใช้ไฟจ�ำนวน 137,377 ราย ก�ำลังไฟฟ้าสูงสุดในปี 2503 มีเพียง 15,000 กิโลวัตต์ ซึ่งผลิตด้วย
เครอ่ื งกำ� เนดิ ไฟฟา้ เครอื่ งยนตด์ เี ซลทง้ั สนิ้ สามารถผลติ พลงั งานไฟฟา้ 26.4 ลา้ นหนว่ ย (กโิ ลวตั ต์ - ชวั่ โมง)
ต่อปี มีประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากไฟฟ้าประมาณ 1 ล้านคน หรือร้อยละ 5 ของประชาชนที่มีอยู่
ทั่วประเทศในขณะน้ันประมาณ 23 ล้านคน
047
การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าคได้รับการสถาปนา
ตามพระราชบัญญตั ิการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค
พทุ ธศกั ราช 2503
เม่ือวนั ท่ี 28 กันยายน พุทธศักราช 2503
ส�ำ นกั งานใหญ่ การไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าค
ถนนงามวงศ์วาน
048