The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by verozofficial, 2023-01-25 08:51:19

ลิลิตพระลอ

E-Book

โศกนาฏกรรมความรัก และสัจธรรมของชีวิต ๔ / ๑ ๑ ลิลิ ลิ ต ลิ พระลอ วรรณคดีไทย


โครงงานภาษาไทย การจัดทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ผู้จัดทำ ๑. นาย กิตติพล ประมูลศิลป์ ๒. นาย ธรรศกฤต ชาญบัณฑิตนันท์ ๓. นาย อัศวิน สุวรรณกูฎ ๔. นางสาว พิชามญชุ์ เล็กสุทธิ์ ๕. นางสาว มงคลรัตน์ เกาะสมบัติ เลขที่ ๑ เลขที่ ๒ เลขที่ ๓ เลขที่ ๒๐ เลขที่ ๒๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑๑ ครูที่ปรึกษาโครงงาน คุณครู สุนันทา ประสานสอน คุณครู วิไลวรรณ เดชผล โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำ เภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี รายงานนี้เป็นส่วนประกอบโครงงานวิชา ภาษาไทย ท๓๑๑๐๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ปี ที่๔ โครงงานภาษาไทย E-Book


โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาค้นคว้า วรรณคดีไทยลิ ลิตพระลอ เพื่อการเรียนรู้วรรณคดีไทย ในสมัยอยุธยาตอน ต้น ในระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อมูลที่นำ มาใช้ได้แก่ วรรณคดีลิลิตพระลอจากอินเตอร์เน็ต โดยทำ การศึกษาเนื้อ เรื่องลิลิตพระลอ เนื้อเรื่องที่ระบุถึงสงครามระหว่างไทยและ เชียงใหม่มาเป็นจุดอ้างอิง ซึ่งเดิมนั้นเชื่อว่าน่าจะแต่งขึ้นใน สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ลิลิตพระลอโศกนาฏกรรม ความรัก ที่แต่งขึ้นอย่างประณีตงดงาม มีความไพเราะของ ถ้อยคำ และเต็มไปด้วยสุนทรียศาสตร์ พรรณนาเรื่องด้วย อารมณ์ที่หลากหลาย ใช้กวีโวหารอย่างยอดเยี่ยม ในการ บรรยายเนื้อเรื่อง ที่มีฉากอย่างมากมาย หลากหลายอารมณ์ โดยมีแก่นเรื่องแบบรักโศก หรือโศกนาฏกรรม และแฝงแง่ คิดถึงสัจธรรมของชีวิต ลิลิตพระลอนี้เคยถูกวิจารณ์อย่าง เผ็ดร้อนจากนักวรรณคดีบางกลุ่ม เนื่องจากเชื่อว่าเป็น วรรณกรรมที่มอมเมาทางโลกีย์ รายละเอียดสำ คัญ เพื่อ ทำ การนำ ข้อมูลมานำ เสนอจัดทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คำ นำ คณะผู้จัดทำ


สารบัญ หน้า หน้าปก คำ นำ สารบัญ ผู้แต่ง ประวัติ ลักษณะคำ ประพันธ์ เรื่องย่อ คุณค่าด้านภาษา และสำ นวนโวหาร คุณค่าด้านความรู้ คุณค่าด้านสังคม และวัฒนธรรม คุณค่าด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น บรรณานุกรม ก ข ค ๑ ๑ ๑ ๒ ๔ ๔ ๕ ๕ ๖


ไม่ปรากฏหลักการหรือข้อความระบุที่ชัดเจน แต่อาจอาศัยเนื้อเรื่องที่ระบุถึง สงครามระหว่างไทยและเชียงใหม่มม่าเป็นจุดอ้างอิง ซึ่งเดิมนั้นเชื่อว่าน่าจะแต่งขึ้นใน สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙-๒๒๓๑) แต่ไม่ปรากฏหลักฐาน ชัดเจน และเป็นที่ถกเถียงกันมาจวบจนปัจจุบัน นักวิจารณ์วรรณคดีส่วนใหญ่ลง ความเห็นว่า ลิลิตพระลอแต่งขึ้นในสมัยอยุธยาแน่ และเชื่อว่าเป็นไปได้มากที่จะแต่ง ขึ้นก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เนื่องจากหนังสือสอนภาษาไทย "จินดามณี"ณีที่ แต่งโดยพระโหราธิบดีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้คัดเอาโคลงลิลิตพระลอบทที่ว่า เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่นตื่ฤๅพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือฯ มาใช้เป็นแบบโคลง ๔ เพราะเอกโทตรงตามตำ ราหมดทุกแห่ง นอกจากหนังสือ จินดามณี ยังมีเค้าเงื่อนอย่างอื่นเป็นที่สังเกต คือ หนังสือบทกลอนแต่งครั้งกรุง ศรีอยุธยา (ว่าตามตัวอย่างที่ยังมีอยู่) ในช่วงตอนต้นนับแต่รัชกาลสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถมาชอบแต่งลิลิตกันเป็นพื้นมีลิลิตโองการแช่งนํ้าพระพิพัฒนสัตยา ลิลิต เรื่องยวนพ่าย และลิลิตเรื่องพระลอเป็นตัวอย่างสำ นวนทันเวลากันทั้ง ๓ เรื่อง แต่ การกวีนิพนธ์ตอนกลางและปลายกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏว่ามีการแต่งลิลิตเรื่องใด เลย ดังนั้นจึงมีหลักฐานน่าเชื่อว่า ลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีที่แต่งในกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวในระหว่าง พ.ศ. ๑๙๙๑ จนถึง พ.ศ. ๒๐๒๖ แต่ยังมีบางท่าน เสนอเวลาที่ใหม่กว่านั้น ว่าน่าจะแต่งขึ้นในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ยังมีผู้คล้อย ตามไม่มากนัก เนื่องจากไม่มีหลักฐานสนับสนุน ลิลิ ลิ ต ลิ พระลอ ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ๑ ผู้แต่ง ประวัติ ลักษณะคำ ประพันธ์ คำ ประพันธ์ในเรื่องลิลิตพระลอ เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วย ร่ายสุภาพ, ร่าย สอดสร้อย, โคลงสองสุภาพ, โคลงสามสุภาพ และ โคลงสี่สุภาพ สลับกันตาม จังหวะ ลีลา และเนื้อหาของเรื่อง


ท้าวแมนสรวงเป็นกษัตริย์ของเมืองแมนสรวง พระองค์มีพระมเหสีทรง พระนามว่า “นาฏบุญเหลือ” ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสมีพระนามว่า “พระลอดิล กราช” หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “พระลอ” มีกิตติศัพท์เป็นที่ร่ำ ลือกันว่าพระองค์นั้น ทรงเป็นชายหนุ่มรูปงามไปทั่วสารทิศจนไปถึงเมืองสรอง ( อ่านว่า เมืองสอง ) ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกปกครองโดยท้าวพิชัยวิษณุกร พระองค์มีพระนามว่า “พรดารา วดี” และพระองค์ทรงมีพระธิดาผู้เลอโฉมถึงสองพระองค์พระนามว่า “พระ เพื่อน” และ“พระแพง” พระเพื่อนและพระแพงได้ยินมาว่า พระลอเป็นชายหนุ่มรูปงาม ก็ให้ความ สนใจอยากจะได้ยล พี่เลี้ยงของพระเพื่อนและพระแพงคือนางรื่น และนางโรย สังเกตเห็นความปรารถนาของนายหญิงของตนก็เข้าใจในพระประสงค์ สองพี่ เลี้ยงจึงอาสาจะจัดการให้นายของตนนั้นได้พบกับพระลอ โดยการส่งคนไป ขับซอในนครแมนสรวง และในขณะที่ขับซอนั้นจะไห้นักดนตรีพร่ำ พรรณนาถึง ความงามของเจ้าหญิงทั้งสอง ในขณะเดียวกันนั้นพี่เลี้ยงทั้งสองก็ได้ไปหา ปู่เจ้าสมิงพราย เพื่อที่จะให้ช่วยทำ เสน่ห์ให้พระลอหลงใหลในเจ้าหญิงทั้งสอง เมื่อพระลอต้องมนต์ก็ทำ ให้ใคร่อยากที่จะได้ยลพระเพื่อนและพระแพงเป็นยิ่ง นัก พระองค์เกิดความคลั่งไคล้ไหลหลงจนไม่เป็นอันทำ อะไรแม้แต่กระทั่งเสวยพ ระกระยาหาร พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของพระองค์ ได้ทำ ให้พระราชชนนีสงสัยว่า จะมีผีมาเข้ามาสิงสู่อยู่แต่ถึงแม้ว่าจะหาหมอผีคนไหนมาทำ พิธีขับไล่ก็ไม่มีผลอันใด พระลอก็ยังคงมีพฤติการณ์อย่างเดิมอยู่ เพื่อที่จะได้ยลเจ้าหญิงทั้งสอง พระลอจึงทูลลาพระราชชนนีออกประพาสป่า แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือ เพื่อที่จะได้ไปยลเจ้าหญิงแห่งเมืองสรองนั่นเอง จากนั้นพระลอก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองสรองพร้อมคนสนิทอีก ๒ คน คือ นายแก้ว กับนายขวัญ พร้อมกับไพร่พลอีกจำ นวนหนึ่ง ทั้งหมดต้องเดินผ่านป่า ผ่าดงจนกระทั่งมาพบแม่น้ำ สายหนึ่งมีชื่อว่า “แม่น้ำ กาหลง” และที่แม่น้ำ กาหลงนี้เอง ที่พระลอได้ตั้งอธิษฐานว่าหากตนเองได้รอดกลับมา น้ำ จะใสและไหลตามปรกติแต่หากต้องตายให้น้ำ กลายเป็นสีเลือดและไหลผิดปรกติ หลังจากคำ อธิษฐานนั้น แม่น้ำ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดในทันทีและไหลเวียนวนผิด ปกติ เมื่อพระลอเห็นดังนั้นก็รู้ได้ว่าจะมีเรื่องร้ายรออยู่เบื้องหน้าของพระองค์ แต่ก็ไม่ได้ทำ ให้พระองค์เกิดความย่อท้อที่จะได้พบกับเจ้าหญิงที่พระทัยของ พระองค์เรียกร้องแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพระองค์นั้นจะไม่เคยพบนางเลย แต่ พระองค์คลั่งไคล้ไหลหลงในตัวนางทั้งสองเป็นยิ่งนัก ๒ เรื่องย่อ


ส่วนเจ้าหญิงทั้งสองรอการเดินทางมาของเจ้าชายรูปงามไม่ได้ และเกรงว่า มนต์เสน่ห์ของปู่เจ้าสมิงพรายจะไม่เห็นผล จึงได้ขอร้องให้ปู่เจ้าสมิงพรายช่วย เหลืออีกครั้ง โดยให้ช่วยเนรมิตไก่งามขึ้นตัวหนึ่งให้มีเสียงขันที่ไพเราะ ทั้ง สองพระองค์คิดว่าไก่ตัวนั้นจะต้องทำ ให้พระลอสนพระทัยและติดตามมาจนถึง เมืองสรองอย่างแน่นอน และแล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่เจ้าหญิงสองคาดไว้ พระลอได้ตามไก่ เนรมิตไปจนถึงพระราชอุทยาน และได้พบกับเจ้าหญิงทั้งสองซึ่งกำ ลังทรง สำ ราญอยู่ ในทันทีที่ทั้งสามได้พบกันก็เกิดความรักใคร่กันในบัดดล และก็เป็น เวลาเดียวกับที่นายแก้วกับนายขวัญ ได้ตกหลุมรักของนางรื่นและนางโรยผู้ซึ่ง เปิดหัวใจต้อนรับชายหนุ่มทั้งสองโดยไม่รีรอเช่นกัน ปรากฏว่าพระลอและบ่าวคน สนิทของพระองค์ลักลอบเข้าไปอยู่ในพระตำ หนักชั้นในซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้า หญิงทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ความลับนี้ได้ถูกเปิดเผยเข้าจนได้ เมื่อข่าวได้ไปถึงพระกรรณ ของพระราชาจึงได้เสด็จมาไต่สวนในทันที และเมื่อพระลอกราบทูลให้ทรงทราบ เรื่อง พระองค์ก็ทรงกริ้วเป็นยิ่งนัก แต่ก็ทรงเข้าพระทัยในความรักของคนทั้ง สาม และทรงจัดพิธีอภิเษกสมรสให้ทั้งสามพระองค์ทันที ด้วยการอ้างเอาพระราชโองการของพระราชโอรสของพระนางคือ ท้าวพระ พิชัยวิษณุกร พระเจ้าย่าจึงสั่งให้ทหารล้อมพระลอและไพร่พลเอาไว้ ในขณะที่ พระลอกับไพร่พลได้ต่อสู้เอาชีวิตรอด พระนางก็สั่งให้ทหารระดมยิงธนูเข้าใส่ ลูก ธนูที่พุ่งเข้าหาพระองค์และไพร่พลประดุจดังห่าฝนก็ไม่ปานจึงทำ ให้ไม่อาจจะ ต้านทานไว้ได้อีกต่อไป และเพื่อที่ปกป้องชีวิตของชายคนรักพระเพื่อนกับพระแพงจึงเข้าขวางโดย ใช้ตัวเองเป็นโล่กำ บังให้พระลอ ทั้งสามจึงต้องมาสิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของ กันและกันท่ามกลางศพของบ่าวไพร่ ณ ที่ตรงนั้นเอง ทันใดนั้นทั้งสองเมืองก็ ต้องตกอยู่ในความวิปโยคต่อการจากไปของทั้งสามพระองค์ผู้บูชาในรักแท้ ยู่เบื้องหน้าของพระองค์ แต่ก็ไม่ได้ทำ ให้พระองค์เกิดความย่อท้อที่จะได้พบกับ เจ้าหญิงที่พระทัยของพระองค์เรียกร้องแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพระองค์นั้นจะไม่ เคยพบนางเลย แต่พระองค์คลั่งไคล้ไหลหลงในตัวนางทั้งสองเป็นยิ่งนัก ๓


คุณค่าด้านต่าง ๆ ของลิลิตพระลอ ๔ วรรณคดีเรื่องนี้มีสำ นวนโวหารไพเราะ เนื้อเรื่องดี การใช้ถ้อยคำ ปลุกอารมณ์ผู้อ่าน ได้ดีทั้งอารมณ์โศก อารมณ์เคียดแค้น อารมณ์รักและอารมณ์กล้าหาญ ผู้แต่งถือหลัก ว่ามนุษย์มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง อยู่เป็นประจำ ตามวิสัยของมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ตัวละครจึงมีชีวิตเลือดเนื้อเจือด้วยความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง ดังเช่น พระนางบุญเหลือมีความรักลูก ท้าวพิชัยพิษณุกรมีใจนักเลงไม่อาฆาต พยาบาท พระเจ้าย่ามีความเคียดแค้น เป็นต้น หนังสือลิลิตพระลอเป็นหนังสือที่มี คุณค่า ใช้ถ้อยคำ ไพเราะกินใจดี มีความเปรียบเทียบที่คมคาย จับใจผู้อ่าน สมดังที่ กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่องว่า “ใครฟังฟัย่อมใหลหลง ฤาอิ่ม ฟังฟันา” โคลงบางบทได้รับการ ยกย่องว่าเป็นโคลงครูมาแต่โบราณ ได้แก่โคลง “เสียงฤาเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย” การใช้ภาษามีถ้อยคำ รุ่นเก่าปะปนอยู่มาก เช่นเดียวกับมหาชาติคำ หลวงและลิลิตยวน พ่าย ทำ ให้สามารถใช้ศึกษาการใช้คำ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้ ด้านภาษา และสำ นวนโวหาร ด้านความรู้ ๒.๑ ความรู้ด้านตำ นานพื้นเมือง ลิลิตพระลอเป็นตำ นานพื้นเมืองของไทยภาคเหนือ ฉะนั้นจึงให้ความรู้เกี่ยวกับตำ นานหรือนิยายพื้นเมืองแก่ผู้อ่าน ๒.๒ ความรู้ด้านโบราณคดี ลิลิตพระลอเป็นตำ นานพื้นเมืองที่เกิดขึ้นในจังหวัดแพร่ และจังหวัดลำ ปาง ฉะนั้น สถานที่ของตำ นานเรื่องนี้จึงอยู่ที่จังหวัดทั้งสอง สันนิษฐาน กันว่าเมืองสรองคงอยู่ทางตอนเหนือของอำ เภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ส่วน เมืองสรวงคงเป็นเมืองในเขตอำ เภอแจ้ห่ม จังหวัดลำ ปาง และยังให้ความรู้เกี่ยวกับชื่อ สถานที่ แม่น้ำ ตลอดจนมีเจดีย์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิพระลอและพระ เพื่อนพระแพง ๒.๓ ความรู้ด้านการรบ วรรณคดีเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับการรบและการต่อสู้สมัย โบราณ มีการใช้อาวุธต่าง ๆ ดังร่ายว่า “ผันเข้าคลุกรุกรบ หลบหลีกปืนบได้ดอก หลบ หลีกหอกบ่ได้ต้อง เขาเร่งซ้องเป็นยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายเร่งมาหนา เข้า ทุกปลากรุกโรม สองนายโจมฟั่นฟั่เฟื่อฟื่ง เครื่องพลัดตัวหัวขาด เขาก็สาดศรยึง ตรึง นายแก้วยะยัน”


๕ ๓.๑ การปกครอง ลิลิตพระลอแสดงให้เห็นถึงลักษณะการปกครองสมัยโบราณ เมือง ทั้งหลายต่างก็เป็นอิสระต่อกัน มีเจ้าผู้ครองนคร ดังเช่นเมืองสรองและเมืองสรวง ๓.๒ ชีวิตความเป็นอยู่ ลิลิตพระลอสะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่และสภาพสังคม สมัยนั้น เช่น การตั้งครรภ์และเลี้ยงลูก นอกจากจะกล่าวถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงสภาพของสังคม เช่น การนับถือผี เชื่อไสยศาสตร์ มีการทำ เสน่ห์ เป็นต้น ดังร่ายว่า “ผีบันดาลไฟคละคลุ้ม ให้ควันกลุ้มเวหา ด้วยแรงยาแรงมนต์” ๓.๓ ความเชื่อในศาสนา ลิลิตพระลอ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อในพุทธศาสนา เช่น ความ เชื่อในกฎแห่งกรรม ๓.๔ ขนบธรรมเนียมประเพณี วรรณคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องทางภาคเหนือ จึงมี วัฒนธรรมประเพณีทางภาคเหนืออยู่มาก เช่น การขับซอยอยศและยังมีประเพณีการ ทำ ศพในสมัยโบราณ ดังเช่น การทำ ศพของพระลอ พระเพื่อนพระแพง เป็นต้น ๓.๕ คติธรรม ลิลิตพระลอให้คติธรรมในการดำ เนินชีวิตหลายประการ เช่น กล่าวถึง ธรรมะของผู้ใหญ่ ดังเช่นในร่ายว่า “อย่าให้ยากแก่ใจไพร่ ไต่ความเมืองจึงตรง ดำ รง พิภพให้เย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน” ด้านสังคม และวัฒนธรรม ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น ๔.๑ ลิลิตพระลอเป็นตัวอย่างของการแต่งคำ ประพันธ์ในยุคหลัง กวียุคหลังถือโคลงในลิ ลิตพระลอเป็นแบบอย่างของการแต่งคำ ประพันธ์ที่ถูกต้องตามหลักฉันทลักษณ์ เช่น พระโหราธิบดี ได้นำ โคลงไปไว้ในหนังสือจินดามณี ได้แก่ โคลง “เสียงฤาเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย” โคลงบางบทดีเด่นในเรื่องการเล่นสัมผัสอักษร การเดินทางของพระลอมี ลีลาแบบนิราศ เช่นเดียวกับการเดินทางของพระมหาอุปราชในลิลิตตะเลงพ่าย มีลีลาเป็น นิราศเช่นเดียวกับลิลิตพระลอ และโคลงบางบทถือเป็นครูของวรรณคดียุคหลัง เช่น บุญ เจ้าจอมโลกเลี้ยง โลกา (ลิลิตพระลอ) บุญเจ้าจอมภพพื้น แผ่นสยาม (ลิลิตตะเลงพ่าย) เล็บมือนางนี้ดั่ง เล็บนาง เรียมนา (ลิลิตพระลอ) เล็บมือนางนี้หนึ่ง นขา นางฤา (ลิลิต ตะเลงพ่าย) ๔.๒ การสร้าสรรค์วรรณคดีอื่นและสิ่งบันเทิงใจด้านต่าง ๆ ลิลิตพระลอทำ ให้มีวรรณคดี เรื่องอื่น ๆ เช่น บทละครเรื่องพระลอนรลักษณ์ ของสมเด็จพระวรราชเจ้ามหาศักดิพล เสพย์ ในรัชกาลที่ ๓, บทละครเรื่องพระลอ ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิป พันธ์พงศ์ สำ นวนหนึ่ง และบทละครเรื่องพระลอ ของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) อีกสำ นวนหนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า เปรมบุรฉัตร ทรงแปลพระลอเป็นบทละครภาษาอังกฤษ ชื่อ The Magic Lotus ส่วน ทางภาคเหนือมีโคลงพระลอสอนโลก และซอเรื่องพระลอ (คำ ว่า “ซอ” เป็นบทลำ นำ ของ ไทยภาคเหนือ) นอกจากนั้นยังมีภาพเขียน บทเพลง ภาพยนตร์ เกี่ยวกับเรื่องพระลออี กด้วย


บรรณานุก นุ รม น.ท.หญิง สุมาลี วีระวงศ์. วิถีไทยในลิลิตพระลอ. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์, ๒๕๔๙. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลา. (๒๕๖๑). ลิลิตพระลอ. [ออนไลน์]. เข้า ถึงได้จาก https://human.yru.ac.th/thai_ba/page/250/ ลิลิตพระลอ.html .(วันที่ค้นข้อมูล : ๒๒ มกราคม ๒๕๖๖). คลังปัญญาไทย. ลิลิตพระลอ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก http://www.wachum.com/dewey/800/phral o2.htm .(วันที่สืบค้นข้อมูล : ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖). ๖


Click to View FlipBook Version