การวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
นายนพรัตน์ ทววี งศอ์ าไพ
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะชานาญการ
โรงเรยี นบา้ นทิยาเพอ
สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาแมฮ่ ่องสอน เขต ๒
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
วสิ ัยทัศน์
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็น
มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพล
โลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้
และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษา
ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ
หลักการ
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน มีหลกั การทีส่ าคญั ดังน้ี
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน
การเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม
บนพ้นื ฐานของความเปน็ ไทยควบคู่กบั ความเปน็ สากล
๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง
เสมอภาค และมคี ุณภาพ
๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด
การศึกษาให้สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของท้องถ่นิ
๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีมีโครงสร้างยืดหยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้ เวลา และ
การจัดการเรียนรู้
๕. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาที่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
ครอบคลุมทุกกลุม่ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์
จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน
เมือ่ จบการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ดังนี้
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและ
มีทกั ษะชวี ติ
๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มีสุขนสิ ัย และรกั การออกกาลังกาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
ส่ิงแวดล้อม มีจิตสาธารณะท่ีมุ่งทาประโยชน์และสร้างส่ิงท่ีดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคม
อย่างมีความสุข
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้
มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดังนี้
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน มุง่ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพ่ือแลกเปล่ียน
ข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจา
ต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถกู ตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ิธีการส่อื สาร ทม่ี ีประสทิ ธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบที่
มีตอ่ ตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคดิ อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพื่อนาไปส่กู ารสร้าง องค์
ความร้หู รือสารสนเทศเพื่อการตดั สินใจเกีย่ วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ
เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้ มา
ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบ ที่
เกดิ ขึน้ ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไป
ใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างตอ่ เนื่อง การทางานและการ
อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความ
ขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรู้จักหลกี เล่ยี งพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้าน
ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การ
สอ่ื สาร การทางาน การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพอื่ ให้สามารถอยรู่ ว่ มกับผูอ้ ื่นในสงั คมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซือ่ สตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๖. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
นอกจากน้ี สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลักษณะอนั พึงประสงค์เพ่ิมเติมให้สอดคล้องตาม
บรบิ ทและจดุ เนน้ ของตนเอง
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ทาไมต้องเรยี นภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
และเสรมิ สร้างบุคลกิ ภาพของคนในชาตใิ ห้มีความเปน็ ไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสรา้ ง
ความเข้าใจและความสัมพนั ธ์ท่ีดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิตร่วมกัน
ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จาก
แหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพือ่ พัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคดิ วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์
ให้ทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสงั คม และความก้าวหน้าทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้
ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากน้ียังเป็นส่ือแสดงภูมิปัญญาของบรรพ
บุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้าค่าควรแก่การเรยี นรู้ อนุรักษ์ และ
สืบสานให้คงอยคู่ ชู่ าติไทยตลอดไป
เรียนรู้อะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นทักษะท่ีต้องฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร การ
เรยี นร้อู ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และเพ่ือนาไปใช้ในชวี ิตจรงิ
การอ่าน การอ่านออกเสียงคา ประโยค การอ่านบทรอ้ ยแกว้ คาประพันธช์ นิดต่างๆ
การอ่านในใจเพ่ือสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งท่ีอ่าน เพื่อนาไป
ปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวัน
การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนส่ือสาร โดยใช้ถ้อยคาและรูปแบบต่างๆ
ของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ
วิเคราะหว์ จิ ารณ์ และเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์
การฟัง การดู และการพดู การฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ การพดู แสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก พูดลาดับเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ท้ังเป็นทางการ
และไมเ่ ปน็ ทางการ และการพูดเพ่ือโน้มน้าวใจ
หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้อง
เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศ
ในภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล
แนวความคดิ คณุ ค่าของงานประพนั ธ์ และความเพลิดเพลนิ การเรยี นรแู้ ละทาความเข้าใจบทเห่ บท
ร้องเล่นของเด็ก เพลงพ้ืนบ้านท่ีเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เร่ืองราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพ่ือให้เกิด
ความซาบซึ้งและภมู ใิ จ ในบรรพบุรษุ ท่ไี ด้ส่งั สมสบื ทอดมาจนถึงปัจจุบัน
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาใน
การดาเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน
รปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่าง
มีประสิทธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณค่าและนามาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจริง
คุณภาพผูเ้ รียน
หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ และชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ไวด้ ังน้ี
จบชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
อ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง
คล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคาและข้อความที่อ่าน ตั้งคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์
คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรือ่ งท่ีอา่ น ปฏิบัติตามคาส่ัง คาอธิบายจากเรอ่ื งทอ่ี ่านได้
เข้าใจความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่าเสมอและ
มมี ารยาทในการอ่าน
มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจาวัน เขียนจดหมาย
ลาครู เขยี นเร่ืองเกยี่ วกบั ประสบการณ์ เขยี นเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขยี น
เล่ารายละเอียดและบอกสาระสาคัญ ต้ังคาถาม ตอบคาถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิด
ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนา หรือพูดเชิญชวนให้
ผู้อ่ืนปฏิบตั ิตาม และมมี ารยาทในการฟัง ดู และพูด
สะกดคาและเข้าใจความหมายของคา ความแตกต่างของคาและพยางค์ หน้าท่ีของคา
ในประโยค มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคา
คลอ้ งจอง แต่งคาขวญั และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวัน แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีท่ีอ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซ่ึงเป็น
วัฒนธรรมของท้องถ่ิน ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถ่ิน ท่องจาบทอาขยานและบทร้อยกรอง
ท่มี ีคณุ คา่ ตามความสนใจได้
จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนัยของคา ประโยค ข้อความ สานวนโวหาร จากเรื่องท่ีอ่าน เข้าใจ
คาแนะนา คาอธิบายในคู่มอื ต่าง ๆ แยกแยะขอ้ คิดเห็นและข้อเท็จจรงิ รวมทง้ั จับใจความสาคัญของ
เรื่องท่ีอ่าน และนาความรู้ความคิดจากเร่ืองที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตได้ มี
มารยาทและมีนสิ ยั รกั การอา่ น และเหน็ คณุ คา่ สงิ่ ที่อา่ น
มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสะกดคา แต่งประโยค
และเขียนข้อความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใช้ถอ้ ยคาชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเร่ืองและ
แผนภาพความคิด เพ่ือพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบ
รายการต่าง ๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์
และมีมารยาทในการเขียน
พูดแสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรุปจากเรื่องท่ีฟังและ
ดูต้ังคาถาม ตอบคาถามจากเร่ืองที่ฟังและดู รวมท้ังประเมินความน่าเช่ือถือจากการฟังและ
ดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดตามลาดับขั้นตอนเร่ืองต่าง ๆ อย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็น
คน้ คว้าจากการฟงั การดู การสนทนา และพดู โน้มน้าวไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล รวมทัง้ มมี ารยาทในการดแู ละพูด
สะกดคาและเข้าใจความหมายของคา สานวน คาพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิด
และหน้าท่ีของคาในประโยค ชนิดของประโยค และคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คาราชาศัพท์
และคาสุภาพได้อย่างเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสี่ กลอนสุภาพ และ
กาพยย์ านี ๑๑
เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพื้นบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้าน
ของท้องถ่ิน นาข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจาบทอาขยาน
ตามท่ีกาหนดได้
มาตรฐาน/ตัวชี้วัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาใน
การดาเนินชวี ติ และมีนิสยั รักการอ่าน
ชัน้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ป.๕ ๑. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และ การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของ
บทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง บทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองทีป่ ระกอบดว้ ย
๒. อธิบายความหมายของคา ประโยคและ - คาทมี่ ีพยัญชนะควบกลา้
ขอ้ ความทีเ่ ปน็ การบรรยาย - คาทม่ี อี ักษรนา
และการพรรณนา - คาทม่ี ตี วั การนั ต์
๓. อธบิ ายความหมายโดยนัย จากเร่ืองที่ - อักษรย่อและเคร่อื งหมายวรรคตอน
อา่ นอยา่ งหลากหลาย - ขอ้ ความท่ีเป็นการบรรยายและพรรณนา
- ข้อความท่ีมีความหมายโดยนยั
การอ่านบทร้อยกรองเปน็ ทานองเสนาะ
๔. แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งที่ การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น
อา่ น - วรรณคดีในบทเรยี น
๕. วิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั - บทความ
เรื่องท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ - บทโฆษณา
ในการดาเนินชวี ติ - งานเขียนประเภทโน้มนา้ วใจ
- ขา่ วและเหตกุ ารณป์ ระจาวัน
๖. อา่ นงานเขียนเชงิ อธิบาย คาส่งั การอา่ นงานเขียนเชงิ อธิบาย คาส่งั ข้อแนะนา
ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ิตาม และปฏิบัติตาม เชน่
- การใชพ้ จนานุกรม
- การใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์
- การอ่านฉลากยา
- คมู่ ือและเอกสารของโรงเรยี นทเ่ี กย่ี วข้องกบั
นักเรียน
- ขา่ วสารทางราชการ
๗. อ่านหนังสอื ทมี่ ีคุณค่าตามความสนใจ การอา่ นหนังสือตามความสนใจ เช่น
อยา่ งสมา่ เสมอและแสดงความคดิ เหน็ - หนังสือที่นักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวัย
เกีย่ วกบั เรอ่ื งที่อ่าน - หนงั สอื ทคี่ รูและนกั เรยี นกาหนดรว่ มกนั
๘. มมี ารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน
เร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด และ การคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดและ
ครงึ่ บรรทดั ครึ่งบรรทดั ตามรปู แบบการเขียนตวั อักษรไทย
๒. เขียนส่อื สารโดยใชค้ าได้ถูกตอ้ งชัดเจน การเขยี นส่ือสาร เชน่
และเหมาะสม - คาขวัญ
- คาอวยพร
- คาแนะนาและคาอธบิ ายแสดงขนั้ ตอน
๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ การนาแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิด
ความคิดเพอ่ื ใช้พัฒนางานเขียน ไปพฒั นางานเขียน
๔. เขียนย่อความจากเรือ่ งที่อ่าน การเขียนย่อความจากสือ่ ต่าง ๆ เชน่ นทิ าน
ความเรียงประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจง้ ความ
แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน โอวาท คา
ปราศรัย
๕. เขยี นจดหมายถึงผปู้ กครองและญาติ การเขยี นจดหมายถึงผปู้ กครองและญาติ
๖. เขยี นแสดงความรสู้ ึกและความคิดเหน็ การเขยี นแสดงความรู้สกึ และความคดิ เห็น
ได้ตรงตามเจตนา
๗. กรอกแบบรายการต่าง ๆ การกรอกแบบรายการ
- ใบฝากเงินและใบถอนเงิน
- ธนาณตั ิ
- แบบฝากสง่ พสั ดุไปรษณียภัณฑ์
๘. เขียนเร่ืองตามจินตนาการ การเขยี นเร่ืองตามจินตนาการ
๙. มมี ารยาทในการเขียน มารยาทในการเขยี น
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และ
ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ชน้ั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๕ ๑. พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น การจับใจความ และการพูดแสดงความรู้
และความร้สู กึ จากเร่ืองท่ีฟังและดู ความคดิ ในเรื่องท่ีฟังและดูจากสื่อตา่ ง ๆ เช่น
ชน้ั ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๒. ตัง้ คาถามและตอบคาถามเชงิ - เรือ่ งเลา่
เหตผุ ลจากเรื่องท่ีฟงั และดู - บทความ
๓. วเิ คราะห์ความนา่ เช่ือถือจากเร่ือง - ข่าวและเหตกุ ารณ์ประจาวัน
ทฟ่ี งั และดูอย่างมเี หตุผล - โฆษณา
- สื่อส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์
การวเิ คราะห์ความน่าเช่ือถือจากเร่ืองที่ฟงั และดู
ในชวี ิตประจาวัน
๔. พดู รายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ี การรายงาน เช่น
ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู - การพูดลาดับขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
และการสนทนา - การพูดลาดบั เหตุการณ์
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
การพูด
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ชนั้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.๕ ๑. ระบชุ นดิ และหนา้ ท่ีของคาใน ชนิดของคา ไดแ้ ก่
ประโยค - คาบุพบท
- คาสันธาน
- คาอุทาน
๒. จาแนกสว่ นประกอบของ ประโยคและส่วนประกอบของประโยค
ประโยค
๓. เปรยี บเทียบภาษาไทย ภาษาไทยมาตรฐาน
มาตรฐานกบั ภาษาถิ่น ภาษาถ่ิน
๔. ใชค้ าราชาศัพท์ คาราชาศัพท์
๕. บอกคาภาษาต่างประเทศใน คาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
ภาษาไทย
๖. แต่งบทรอ้ ยกรอง กาพย์ยานี ๑๑
๗. ใช้สานวนไดถ้ กู ต้อง สานวนทเี่ ป็นคาพังเพยและสุภาษติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น
คุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๕ ๑. สรปุ เรื่องจากวรรณคดีหรือ วรรณคดแี ละวรรณกรรม เชน่
วรรณกรรมที่อา่ น - นิทานพนื้ บา้ น
๒. ระบคุ วามรู้และข้อคิดจากการอ่าน - นทิ านคติธรรม
วรรณคดแี ละวรรณกรรมที่สามารถ - เพลงพน้ื บ้าน
นาไปใช้ในชวี ติ จรงิ - วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรียนและ
ตามความสนใจ
๓. อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม
๔. ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ คา่
และบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความ - บทอาขยานตามท่ีกาหนด
สนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ
คาอธบิ ายรายวิชา
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่ใช้ในการบรรยายพรรณนา ความหมาย
โดยนยั แยกข้อเท็จจรงิ ขอ้ คิดเหน็ จากเร่อื งทอ่ี ่านอย่างหลากหลาย วเิ คราะหแ์ สดงความคิดเห็น
เก่ียวกับเร่ืองที่อ่านเพ่อื นาไปใช้ในการดาเนินชีวิต วิเคราะห์ความน่าถือเชื่อจากเร่ืองท่ีฟัง ดู อย่างมี
เหตุผล ระบุชนิด หน้าที่ของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบ
ภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่น ใช้คาราชาศัพท์ บอกคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ระบุ
ความรู้ ข้อคดิ จากการอา่ นวรรณคดี วรรณกรรม ท่สี ามารถนา ไปใช้ได้ในชีวติ จรงิ อธิบายคุณคา่
ของวรรณคดี วรรณกรรม อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ร้อยกรองได้ถูกต้อง แยกแยะข้อเท็จจริง
ข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา ปฏิบัติตาม อ่านหนังสือที่มี
คุณค่า ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน คัดลายมือด้วย ตัว
บรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสาร โดยใช้ตาได้ถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสม เขียน
แผนภาพ โครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเร่ืองที่อ่าน
จดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความคิดเห็นความรู้สึกได้ตรงเจตนา กรอกแบบรายการ
ต่างๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น ตั้งคาถามตอบคาถามเชิง
เหตผุ ล ความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟัง ดู รายงานหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟงั ดู สนทนา ใช้
สานวน แตง่ บทรอ้ ยกรอง สรปุ เรอ่ื งจากวรรณคดี วรรณกรรม ทอ่ งจาบทอาขยาน
ที่กาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ
มมี ารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพดู เหน็ คุณคา่ วรรณคดี วรรณกรรม
นิทานพน้ื บ้าน นาข้อคิดเห็นไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง
รหัสตัวชี้วดั
ท๑.๑ ป.๕/๑ – ป.๕/๘
ท๒.๑ ป.๕/๑ – ป.๕/๙
ท๓.๑ ป.๕/๑ – ป.๕/๕
ท๔.๑ ป.๕/๑ – ป.๕/๗
ท๕.๑ ป.๕/๑ – ป.๕/๔
รวม ๓๓ ตัวชวี้ ดั
โครงสร้างเวลาเรียน เวลาเรยี น(ช่วั โมง)
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๑๖๐
๑๖๐
ที่ รายวิชา/ กิจกรรม ๑๒๐
๑ ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๘๐
๒ ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔๐
๓ ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๐
๔ ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔๐
๕ พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๖๐
๖ ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
๗ ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
๘ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
๙ ส ๑๑๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๙๒๐
๑๐ ส15201 หนา้ ท่ีพลเมือง ๕ ๑๒๐
๑๑ ส15202 หลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา ๔๐
รวมเวลาเรยี น ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๓๐
๑๐
แนะแนว ๑,๐๐๐
กจิ กรรมนักเรยี น
ชมรม,ชุมนมุ
ลกู เสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรียน
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย ระดับประถมศกึ ษา
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ลาดบั ชอื่ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ที่ หน่วยการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
๑ สายนา้ สายชีวิต ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/ ๔ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๑๐ ๘
ป.๕/๕ เขยี นสรา้ งความรู้ ความคดิ
ท๒.๑ ป.๕/๓ และสามารถใชภ้ าษาในการ
ท๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๓ ส่อื สารได้
ท๔.๑ ป.๕/๑
๒ ครอบครัว ท๑.๑ ป.๕/ ๑ ป.๕/๕ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๘
พอเพียง ท๒.๑ ป.๕/๑ ป๕/๘ เขียนสร้างความรู้ ความคิด ๑๐ ๘
ท๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ และมวี ิจารณญาณ ในการ
๓ คนละไม้ ป.๕/๕ ฟงั ดู พูด ใช้ภาษาในการ
คนละมือ ท๔.๑ ป.๕/๑ สื่อสารไดถ้ ูกต้อง
ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๕ ใช้กระบวนการอานเขยี น
ป.๕/๖ ป.๕/๗ สรา้ งความรู้ ความคิดและ
ท๒.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๖ ใชภ้ าษาในการส่ือสารได้
ป.๕/๙ ถกู ต้องและเหน็ คณุ ค่าของ
ท๓.๑ ป.๕/๒ วรรณคดีและวรรณกรรม
ท๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒
๔ ภยั เงยี บ ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๗ การใช้กระบวนการอ่าน ๑๐ ๖
ป.๕/ ๘ เขียน ใช้พจนานกุ รมสรา้ ง
ท๒.๑ ป.๕/๒ ความรู้ ความคิดและ
ท๒.๑ ป.๕/๙ สามารถพดู แสดงความ
ท๓.๑ ป.๕/๑ คดิ เหน็ อยา่ งมีวิจารณญาณ
ท๔.๑ ป.๕/๑ ใช้ภาษาในการสอ่ื สารได้
ถกู ต้องท้งั เห็นคณุ คา่ ของ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ลาดับ ชือ่ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด
๕ ประชาธปิ ไตย ท๑.๑ ป.๕/๕ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๕
ใบกลาง ท๒.๑ ป.๕/๙ ป.๕/๘ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด
ท๓.๑ ป๕/๒ ป.๕/๓ แสดงความคดิ เหน็ อย่างมี
ท๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๔ วจิ ารณญาณ และใชภ้ าษา
ท๔.๑ ป.๕/๖ ในการส่อื สารไดถ้ ูกต้อง
๖ ร่วมแรง รว่ มใจ ท๑.๑ ป๕/๕ ป.๕/๘ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๕
เขียนแต่งนิทานและเลา่ ๑๐ ๕
ท๒.๑ ป๕/๖ นทิ าน จะชว่ ยฝกึ ทกั ษะการ
เขียน การพูด ทาให้มี
ท๔.๑ ป.๕/๑ ความคดิ สร้างสรรค์มาก
ย่ิงขน้ึ และเห็นคุณคา่ ของ
ท๕.๑ ป.๕/๑ วรรณคดีและวรรณกรรม
ท๓.๑ ป๕/๓ การใชก้ ระบวนการอ่าน
การเขยี น สรา้ งความรู้
ท๒.๑ ป๕/๓ ความคดิ
และมีวจิ ารณญาณในการ
ท๒.๑ ป๕/๔ ฟงั ดู พูด ใช้ภาษาในการ
สอื่ สารไดถ้ ูกต้อง
๗ จากคลอง ท๑.๑ ป๕/๑ ป.๕/๒
สูห่ ้องแอร์ ท๑.๑ ป.๕/๓
ท๒.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ป.๕/๔
ท๓.๑ ป.๕/๑
ท๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๖
๘ ด่ังหยาดทิพย์ ท๑.๑ ป.๕/๓ ป.๕/๘ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๕
ชโลมใจ ท๒.๑ ป.๕/๖ เขียนสร้างความรู้ ความคดิ
ท๔.๑ ป.๕/๔ ป.๕/๒ และสามารถพูดแสดงความ
ป.๕/๓ ป.๕/๔ คดิ เห็นอย่างมวี จิ ารณญาณ
ใชภ้ าษาสอ่ื สารได้ถูกต้อง
พรอ้ มท้ังเหน็ คุณคา่ ของ
วรรณคดีและวรรณกรรม
สรุปทบทวนภาพรวม (สอบกลางภาค) ๘๐ ๕๐
ลาดั ช่อื มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
บ หน่วยการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด
ท่ี
๙ กา้ วให้ไกล ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๘ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๑๒ ๘
เขียน สร้างความรู้ ความคดิ
ไปให้ถึง ท๒.๑ ป.๕/๑ และสามารถพดู ภาษาถ่ินใน
การสอื่ สารได้ถูกต้อง พรอ้ ม
ท๔.๑ ป.๕/๖ ทงั้ เห็นคุณค่าของวรรณคดี
และวรรณกรรม
ท๔.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ท๕.๑ ป๕/๔ ป๕/๒
ป.๕/๓
๑๐ ชวี ติ มคี า่ ท๑.๑ ป๕/๑ ป.๕/๒ ใชก้ ระบวนการอ่านและการ ๑๒ ๘
ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๘ เขียน สร้างความรู้ ความคิด ๑๒ ๘
ป.๕/๙ และใช้ภาษาในการสอื่ สาร ๑๒ ๘
ท๒.๑ ป.๕/๗ โดยการกรอกรายการได้
ท๓.๑ ป.๕/๑ ถกู ต้อง พร้อมทัง้ เหน็
ท๔.๑ ป.๕/๑ คณุ ค่าของวรรณคดีและ
วรรณกรรม
๑๑ ปลอดภยั ไวก้ ่อน ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๔
ท๒.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๔ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ
ป.๕/๖ เขียน สร้างความรู้ คาทม่ี า
ท๓.๑ ป.๕/๓ ป.๕/๕ จากภาษาต่างประเทศและ
ท๔.๑ ป.๕/๕ ป.๕/๗ สามารถพูดส่ือสารได้
ท๕.๑ ป๕/๓ ป.๕/๒ ถูกต้อง พร้อมทั้งเห็นคุณค่า
ของวรรณคดแี ละ
๑๒ หนา้ ตา่ ง วรรณกรรม
ทเี่ ปดิ กว้าง
ใช้กระบวนการอา่ น การ
ท๑.๑ ป.๕/๓ ป.๕/๔ เขียน สร้างความรู้ ความคิด
ป๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗ และสามารถพูดแสดงความ
ท๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๓ คิดเหน็ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
ท๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๕ ใชภ้ าษาในการสื่อสารได้
ท๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๕ ถกู ต้อง
ป.๕/๖
ลาดบั ชอ่ื มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
ท่ี หน่วยการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด
๑๓ ภาษาจรรโลงใจ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๘ ๕
ท๑.๑ป.๕/๑ ป.๕/๕ ป.๕/๓ เขยี น สรา้ งความรู้ ความคดิ
ท๒.๑ป.๕/๒ป.๕/๖ป.๕/๘ และสามารถใชภ้ าษาในการ
ท๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๗ สื่อสารไดถ้ ูกต้อง
ป.๕/๓ ป.๕/๕
ท๕.๑ป.๕/๑ป.๕/๓ ป.๕/๔
๑๔ รู้ไวไ้ ด้ประโยชน์ ท๑.๑ป.๕/๑ ป.๕/๒ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๘ ๕
ป.๕/๕ ป.๕/๗ เขยี นสรา้ งความรู้ ความคิด ๘ ๔
ท๒.๑ ป.๕/๓ ป.๕/๗ และสามารถเลือกใชถ้ อ้ ยคา
ป.๕/๘ สานวนพดู ส่อื สารจากการ
ท๓.๑ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ฟังและดไู ด้ถกู ต้องพร้อมท้งั
ท๔.๑ ป.๕/๗ เหน็ คุณค่าวรรณคดีและ
ท๕.๑ ป.๕/๑ วรรณกรรม
๑๕ แรงกระทบ ใช้กระบวนการอ่าน การเขยี น
สร้างความรู้ความคิดและ
ท๑.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ สามารถเลอื กฟงั ดู และพดู
ท๒.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ แสดงความคิดเหน็ อย่างมี
ท๓.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ วจิ ารณญาณ เลือกใช้ภาษาใน
ป.๕/๕ การส่ือสารไดถ้ กู ตอ้ ง
ท๔.๑ ป.๕/๑
๑๖ วิถีชวี ติ ไทย ท๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ใช้กระบวนการอ่าน การเขียน ๘ ๔
ท๒.๑ ป.๕/๒ ป.๕/๕ สรา้ งความรู้ ความคิดและ
ป.๕/๙
สามารถพดู แสดงความคดิ เห็น
ท๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๕ ใชภ้ าษาในการส่อื สารได้
ท๔.๑ ป.๕/๑ ถูกต้อง พรอ้ มทง้ั เห็นคณุ คา่
ท๕.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ของวรรณคดีและวรรณกรรม
ป.๕/๓
สรปุ ทบทวนภาพรวม (สอบปลายภาค) ๘๐ ๕๐
รวมตลอดปี ๑๖๐ ๑๐๐