ตารางเรยี นภาคปกติ วันจนั ทร์ – ศกุ ร์
เวลาเรียนปกติ เวลาเรยี นทีม่ ีกิจกรรมพเิ ศษ
(คาบละ 50 นาที) (คาบละ 40 นาที)
ชวั่ โมงท่ี เวลา ชว่ั โมงที่ เวลา
1 08.30 -09.20 น. 1 08.30 – 09.10 น.
2 09.20 – 10.10 น. 2 09.00 – 09.50 น.
พัก 10 นาที 3 09.50 – 10.30 น.
3 10.20 – 11.10 น. พกั 10 นาที
4 11.0 -12.00 น. 4 10.40 – 11.20 น.
รับประทานอาหารกลางวัน 5 11.20 – 12.00 น.
5 13.00 -13.50 น. รบั ประทานอาหารกลางวัน
6 13.50 – 14.40 น. 6 13.00 – 13.40 น.
พกั 10 นาที 7 13.40 -14.20 น.
7 14.50 -15.40 น. 8 14.20 -15.00 น.
8 15.40 – 16.30 น.
ตารางเรียนพเิ ศษภาคค่ำ เวลา 19.00 น. – 20.00 น.
จนั ทร์ – องั คาร เลือกกลมุ่ เรียนตามสนใจเพอ่ื การศกึ ษาต่อ
พุธ – พฤหัสบดี เลือกกลุ่มเรียนตามสนใจเพื่อประกอบอาชีพและกิจกรรมพัฒนาทักษะสมรรถนะ
สมยั ใหม่
รกั ศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 50
ตารางเรยี นพเิ ศษ วันเสาร์ – อาทติ ย์ เลอื กกล่มุ เรียนตามสนใจเพอื่ การศกึ ษาต่อ
ช่ัวโมงท่ี เวลา หมายเหตุ
1 09.00 น. – 10.00 น.
2 10.00น. – 11.00 น.
3 11.00 น. –12.00 น.
ตารางเรียนชดเชย
โรงเรียนกำหนดให้มีการเรียนการสอนชดเชยในวันเสาร์ เฉพาะสุดสัปดาห์แรกหลังการกลับบ้าน
ทุกครั้ง โดยใช้ตารางเรียนวันศุกร์ เพื่อชดเชยการเรียนการสอนวันศุกร์ที่ตรงกับนักเรียนกลับบ้าน (นักเรียน
กลับบ้านบ่ายวันพฤหัสบดี) กรณีให้เรียนชดเชยโดยใช้ตารางเรยี นวันอื่นหรือแบบอื่น โรงเรียนจะแจ้งให้ทราบ
เป็นรายครัง้ ไป
แนวปฏิบตั ิทสี่ ำคญั เกย่ี วกับการเขา้ ขั้นเรยี น
1. เมื่อเปลี่ยนชั่วโมง/คาบเรียน นักเรียนจะต้องไปถึงห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการรายวิชาถัดไป
ภายใน 5 นาที
2. หากนกั เรียนมีกจิ ธุระจำเป็น หรือ เจบ็ ปว่ ย จำเป็นตอ้ งขออนุญาตออกนอกโรงเรียนเพ่ือกลับบ้าน
และไม่สามารถเข้าเรียนในชั่วโมง/คาบเรียนใด หรือ วันใด นักเรียนจะต้องรับแบบฟอ ร์ม
ที่ห้องวิชาการ แล้วนำไปกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน โดยจะต้องได้รับอนุญาตจาก ครูผู้สอน
กลุ่มบริหารงานวิชาการ และกลุ่มบริหารงานพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมก่อน ยกเว้น มีไข้ไม่สบาย
จากการคัดกรองประจำวัน หรือ คัดกรองก่อนเขา้ โรงเรียนตามมาตรการการคัดกรองเพื่อปอ้ งกัน
การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ให้แจ้งผู้คัดกรอง รายงานต่อผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงาน
พัฒนาคุณธรรมฯ แจ้งในกลุ่มไลน์ประจำวนั ให้ทราบโดยท่ัวกัน ครูผู้สอนมอบหมายงานในระบบ
ออนไลนใ์ ห้นกั เรียนศึกษาและทำงานส่งผา่ นระบบ Google Classroom ตอ่ ไป
3. กรณีมีเหตุจำเป็นต้องขออนุญาตไปร่วมกิจกรรมพิเศษใดๆ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน เป็น
เหตุให้ไมส่ ามารถเขา้ เรียนในรายวชิ าใด จะต้องมีบันทึกข้อความขออนุญาตจากครูผู้สอน หรือครู
ผู้รับผิดชอบกิจกรรมน้ันๆ เพื่ออนุญาตโดยเสนอผ่านกลุ่มบริหารงานวชิ าการและกลุ่มบริหารงาน
พัฒนาคุณธรรมฯ เสนอผู้อำนวยการตามลำดับ ทังนี้ครูผู้สอนสามารถมอบหมายงานในระบบ
ออนไลน์ให้นักเรียนศึกษาและทำงานส่งผ่านระบบ Google Classroom หรือส่งงานย้อนหลัง
ตอ่ ไปได้
4. กรณีนักเรียนไม่เข้าเรียนทั้งภาคปกติ และการเรียนพิเศษ โดยไม่มีเหตุผลจำเป็นอื่นๆ เช่น ได้รับ
มอบหมายใหเ้ ข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ฝึกซอ้ มหรือเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันทักษะนอก
โรงเรียน เป็นตน้ หรือนกั เรียนไมเ่ สนอเรอ่ื งขออนุญาตลาเรียนตามแบบฟอรม์ ของกลุ่มบริหารงาน
วิชาการ จะถือว่านกั เรียนขาดเรยี น โดยจะถูกตัดคะแนนความประพฤติครง้ั ละ 5 คะแนน
รักศกั ด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 51
5. ในการลาปว่ ยตง้ั แต่ 3 วนั ข้นึ ไป จะตอ้ งมใี บรับรองแพทยแ์ จ้งกล่มุ บริหารงานวชิ าการทุกครัง้
6. การไม่เข้าเรียนจาการขออนุญาตลาเรียน หรือขาดเรียน จะส่งผลต่อการนับเวลาเรียน
ของนักเรียนในรายวิชาต่างๆ หากมีเวลาเรียนในแต่ละรายวิชารวมแล้ไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลา
เรียนทั้งหมด นักเรียนจะไม่มีสิทธิ์สอบในรายวิชานั้นๆ และจะได้รับผลการเรียน “มส” เว้นแต่
นักเรียนมีเหตุผลจำเป็นให้นำหลักฐานมารับรองเพื่อขอมีสิทธิ์สอบ ที่งานวัดผล กลุ่มบริหารงาน
วิชาการ
7. การไม่ปฏิบัติงานหรือทำชิ้นงานที่ครูประจำวิชามอบหมาย หรือไม่เข้าสอบในครั้งใดครั้งหนึ่ง
ของแตล่ ะรายวชิ า ตามแผนการวัดผลประเมนิ ผลของแต่ละรายวิชา นกั เรียนจะไดร้ บั ผลการเรียน
“ร” คอื รอการตัดสินผลการเรียน นกั เรียนต้องยืนคำร้องของแก้ไขผลการเรียน “ร” ท่ีงานวัดผล
กลุม่ บริหารงานวิชาการ
8. การไม่เข้าเรียนวิชากิจกรรม หรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่โรงเรียนนัดหมาย โดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร นักเรียนจะได้รับผลการเรียนในรายวิชากิจกรรมดงั กล่าวเป็น “มผ” คือ ไม่ผ่านกิจกรรม
พัฒนาผเู้ รียน
9. ถ้านักเรียนได้รับผลการเรียน “ร”, “มส”, หรือ “มผ” หากนักเรียนไม่ยื่นคำร้องขอแก้ไขผลการเรียน
ที่งานวัดผล ภายในปีการศึกษานั้นๆ จะส่งผลให้นักเรียนต้องเรียนซ้ำในวิชาหรือกิจกรรมนั้นๆ
และอาจสง่ ผลให้นักเรียนไมส่ ามารถสำเรจ็ การศึกษาตามหลกั สูตรในระยะเวลาที่กำหนด
รักศกั ดิศ์ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 52
หลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รติสมเด็จพระศรีนครนิ ทร์ พะเยา
ในพระราชปู ถมั ภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐานพุทธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยาในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งโรงเรียน สภาพบริบทและความต้องการ
ของผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน โดยจัดให้มีวิชาในสาระเพิ่มเติมที่เป็นรายวิชาเฉพาะของโรงเรียน เช่น รายวิชา
สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวง รายวิชาทักษะผู้นำ นอกจากนี้ยังมีการจัดสาระเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ
ผู้เรียนในด้านต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) หลักสูตร
สองภาษา (English Program) หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
(Science Enrichment Classroom) หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยครูไทย (English for
Integrated Studies: EIS) หลกั สูตรอัจฉริยะภาพทางคณิตศาสตร์ความร่วมมือกบั มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Gifted
Math) เป็นต้น
รักศกั ด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 53
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยาในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารีกำหนดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กำหนดไว้ โดยมุ่งให้ผู้เรียนเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้
ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจั ดและลด
ปัญหาความขัดแย้งต่างๆการเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน
การเลือกใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สารทมี่ ีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิดเป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพ่ือการตัดสินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหามีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง
สังคมและส่ิงแวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล
กระทบต่อตนเองและผู้อื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ
และมที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพัฒนาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้ การสือ่ สารการทำงาน
การแก้ปัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
รักศักดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 54
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของนกั เรยี นโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครนิ ทร์ พะเยา
คณุ ลกั ษณะ นยิ าม ตัวบ่งช้ี
1. รักชาติ ศาสน์
กษัตรยิ ์ คณุ ลักษณะท่แี สดงออกถึงการเป็น 1.1 เปน็ พลเมืองดขี องชาติ
พลเมืองดี กษัตรยิ ์ ของชาติ ธํารงไวซ้ ่งึ 1.2 ธาํ รงไวซ้ งึ่ ความเป็นไทย
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ความเป็นชาตไิ ทย ศรัทธา 1.3 ศรัทธา ยึดม่นั และปฏบิ ัตติ นตามหลกั
ยดึ ม่นั ในศาสนา และเคารพเทิดทนู ศาสนา
3. มวี นิ ัย สถาบัน พระมหากษตั รยิ ์ 1.4 เคารพเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์
2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริง
4. ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลักษณะที่แสดงออกถึงการยดึ ม่นั ต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ
ใน ความถูกต้อง ประพฤติตรงตาม 2.2 ประพฤติตรงตามความเป็นจริง
ความเปน็ จริง ตอ่ ตนเองและผู้อืน่ ทั้ง ตอ่ ผู้อ่ืนท้ังทางกาย วาจา ใจ
ทางกายวาจา ใจ
คุณลักษณะทแ่ี สดงออกถึงการยึดมน่ั 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฏเกณฑ์
ใน ข้อตกลง กฏเกณฑแ์ ละระเบยี บ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครวั
ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรยี น
และสงั คม 4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรียน
และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
คุณลักษณะทแ่ี สดงออกถึงความต้ังใจ 4.2 แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรียน
เพยี รพยายามในการเรียน แสวงหา ร้ตู า่ งๆ ทงั้ ภายในและภายนอก โรงเรยี น ดว้ ย
ความรู้จากแหล่งเรยี นรู้ท้ังภายในและ การเลอื กใชส้ ือ่ อย่าง เหมาะสม บันทึกความรู้
ภายนอกโรงเรยี น วเิ คราะห์ สรปุ เปน็ องค์ความรู้ และสามารถ
นาํ ไปใช้ในชีวิตประจาํ วันได้
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง คุณลกั ษณะทแ่ี สดงออกถึงการดาํ เนนิ 5.1 ดาํ เนินชวี ติ อย่างพอประมาณมีเหตผุ ล
ชวี ิตอย่างพอประมาณ มเี หตุผล รอบคอบ มคี ุณธรรม
รอบคอบ มคี ุณธรรม มภี ูมคิ ้มุ กันในตัว
ทดี่ ี 5.2 มีภูมิคุม้ กนั ในตัวท่ีดี ปรบั ตัวเพอื่ อยูใ่ น
สังคมได้อยา่ งมคี วามสขุ
รักศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 55
คณุ ลกั ษณะ นยิ าม ตวั บ่งชี้
6. มงุ่ มนั่ ในการ
ทาํ งาน คณุ ลกั ษณะที่แสดงออกถึงความตง้ั ใจ 6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั หิ นา้ ท่ี
7. รักความเป็นไทย และ รบั ผดิ ชอบในการทาํ หนา้ ท่กี าร การงาน
งานด้วย ความเพยี รพยายาม อดทน
8. มีจติ สาธารณะ เพ่ือให้งานสาํ เรจ็ ตามเปา้ หมาย 6.2 ทํางานด้วยความเพียรพยายามและอดทน
เพื่อให้งานสาํ เร็จ ตามเปา้ หมาย
คณุ ลกั ษณะทแี่ สดงออกถึงความ
ภาคภมู ใิ จเห็นคณุ ค่า ร่วมอนุรักษ์สืบ 7.1 ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี
ทอดภูมิปญั ญาไทย ขนบธรรมเนยี ม ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทยและมคี วามกตัญญูกตเวที
ประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้
ภาษาไทยในการส่อื สารได้อย่าง 7.2 เห็นคณุ ค่าและใช้ภาษาไทยในการส่ือสาร
ถูกต้อง เหมาะสม ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
คณุ ลักษณะทแ่ี สดงออกถึงการมีส่วน 7.3 ชักชวน แนะนําให้ผ้อู นื่ ปฏบิ ัตติ าม
ร่วม ในกิจกรรมหรือสถานการณ์ทีก่ ่อ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและวฒั นธรรม
ให้เกดิ ประโยชน์แก่ผอู้ นื่ ชมุ ชน และ ไทย
สงั คม ดว้ ยความเตม็ ใจ กระตือรอื ร้น
โดยไมห่ วังผลตอบแทน 8.1 ชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื ด้วยความเตม็ ใจ
และพงึ พอใจโดยไมห่ วังผลตอบแทน
8.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อ
โรงเรียน ชุมชน และสงั คม
รกั ศกั ด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 56
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระศรีนครนิ ทรพ์ ะเยา
ในพระราชปู ถมั ภส์ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานพ.ศ.2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลักสตู รห้องเรยี นพิเศษและโครงการพิเศษต่างๆ ในโรงเรยี น
1. โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศกึ ษาธิการเปน็ ภาษาอังกฤษ (English Program : EP)
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้สนับสนุนส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ
ตั้งแต่ เริ่มเปิดรับนักเรียนครั้งแรกในปีการศึกษา 2552 ต่อมาในปีการศึกษา 2552 ทางโรงเรียนได้รับ
การอนุมัติจาก สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดตั้งโครงการจัดการเรียนการสอน
ด้วยหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : AMEP) หรือหลักสูตร
สองภาษา และพฒั นาเปน็ หลกั สูตร English Program: EP ตัง้ แตป่ ีการศกึ ษา 2557 เปน็ ต้นมา โดยเปิดสอนใน
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ระดบั ชน้ั ละ หอ้ งเรียน ซึ่งถอื เปน็ ห้องเรียนพเิ ศษ
การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร English Program นี้ ใช้หลักสูตรเดียวกับนักเรียนในห้องเรียน
ปกติ แต่เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในรายวิชาต่างๆ ยกเว้น รายวิชาภาษาไทย
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมท่ีเก่ียวข้องกับประเพณีไทย โดยครูผูส้ อนชาวต่างชาติ นอกจากนั้นโรงเรียน
ยงั ได้สนบั สนนุ ให้ นักเรยี นในโครงการสองภาษา ตระหนกั อนรุ ักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย มีความเป็นไทย
ในขณะทต่ี อ้ งพัฒนา ตนเองเขา้ สสู่ งั คมนานาชาติ ซึ่งรายวิชา ทส่ี อนโดยใช้ภาษาอังกฤษเปน็ สื่อสําหรับนักเรียน
English Program ของ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์พระศรีนครินทร์ พะเยา ได้แก่
(1) ภาษาอังกฤษ (2) คณิตศาสตร์ (3) วิทยาศาสตร์ ( สังคมศึกษา (5) สุขศึกษา (5) การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี และ (7) คอมพิวเตอร์ นักเรียนในหลักสูตร English Program จะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าลงทะเบียน
เรียนเพิ่มจากค่าใช้จ่ายในการเรียนระบบ ประจํา อีกประมาณภาคเรียนละ 50,000 บาท ในระดับชั้น ม.1
และ 25,000 บาท ในระดบั ช้นั ม. 2 และ 3 ทง้ั นี้ ไม่รวมค่าใชจ้ ่ายไปศึกษาฝึกประสบการณ์ต่างประเทศ
รักศกั ด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 57
2. หลักสตู รหอ้ งเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ (Science Enrichment Classroom)
เป็นหลักสูตรห้องเรียนพิเศษระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์
พะเยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าร่วมโครงการของสถาบัน
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งได้มอบหมายให้สาขาพัฒนาและส่งเสริม
ผู้มีความสามารถพิเศษ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษ
ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (พสวท. และ สควค.) พัฒนาหลักสูตรสําหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับมัธยม ศึกษาตอนต้นในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
โดยความร่วมมือกับมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนา มาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา (สอวน)
ซ่ึงโรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นมา โดยจัดให้มีระดับขั้นละ
1 หอ้ งเรียน
หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนานักเรียนที่มีความสนใจมีเจตคติทาง
วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ในระดับสูง ให้ได้รับการพัฒนาและเรียนรู้ได้อย่างเต็มตามศักยภาพโดยจัด
การศึกษาแบบบรู ณา การความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยยดึ ผู้เรยี นเปน็ สาํ คัญเพื่อให้
ได้รับการพัฒนาอย่างเตม็ ตามศักยภาพเป็นรายบุคคล เน้นทักษะการคิดระดับสูง ด้านกระบวนการแก้ปัญหา
การคิดอย่างมีวิจารณญาณและ การคิดสร้างสรรค์ โดยให้มีความสามารถในการสืบเสาะหาความรู้ได้ด้วย
ตนเองอย่างเป็นระบบ และมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม
การจัดการเรียนการสอนของนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ จะมีการจัดสาระการเรียนรู้
และหน่วยกิต ของสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษ
ให้เข้มข้นมากขึ้นและจัดสอน รายวิชาเพิ่มเติมเน้นด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีจากรายวิชา
เพิ่มพูนประสบการณ์ หรือ รายวิชา เพิ่มเติมพิเศษ รวมทั้งจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามข้อกําหนดปรัชญา
ห้องเรยี นพิเศษและมาตรฐานสากล
นักเรียนในหลักสูตรห้องเรียนพิเศษจะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าลงทะเบียนเรียนเพิ่มจากค่าใช้จ่าย
ในการเรียนระบบประจาํ อกี ประมาณภาคเรียนละ 5,000 บาท (ห้าพนั บาทถ้วน)
รกั ศักด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 58
3. หลักสตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World Class Standard School)
กระทรวงศึกษาธิการมนี โยบายในการพฒั นาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา โดยยกระดับโรงเรียนช้ันนํา
ที่มี ความพร้อมเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) ซึ่งโรงเรียนมาตรฐานสากล
มีวัตถุ ประสงค์ที่สําคัญ คือ การพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก โดยมุ่งหวังที่จะให้โรงเรียนได้พัฒนา
ต่อยอด คุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2552 ที่มุ่งพัฒนา
ผเู้ รยี นใหม้ ี พื้นฐานจิตใจทีด่ ีงาม มีจติ สาธารณะมสี มรรถนะ ทกั ษะและความรู้พ้ืนฐานที่จําเป็นในการดํารงชีวิต
ตลอดจนการ พัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 22 โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม รักความ
เป็นไทย ให้มีทักษะ การคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทํางานร่วมกับผู้อื่น และ
สามารถอยู่รว่ มกบั ผูอ้ ่ืนใน สงั คมโลก ได้อย่างสันติอนั จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแบบย่ังยนื
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา คือ 1 ใน 500 โรงเรียนจากทั่วประเทศ
ที่ได้รับ คัดเลือกเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 และเริ่มใช้หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ตั้งแต่
ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2553 โดยการจัดให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้เรียนรายวิชาต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ
และไดเ้ รียนภาษา ต่างประเทศท่ี 2 เพ่มิ เตมิ จากภาษาอังกฤษ เชน่ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญป่ี นุ่ จากครู
เจ้าของภาษาเพื่อ พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก หรือมีลักษณะของนักเรียนโรงเรียนมาตรฐานสากล
คือเป็นเลิศทางวิชาการ (Smart) สื่อสารสองภาษา (Communicator) ล้ำหน้าทางความคิด (Thinker)
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ (Innovator) รว่ มกันรบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก (Global Citizenship)
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้พัฒนาการจัดการเรียนการสอน
ตามหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) ตามแนวทางของสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษา ข้ันพนื้ ฐานโดยได้นําสาระ การศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS)
ไปสกู่ ารเรียนการสอน ดว้ ยการจดั ทาํ รายวชิ า ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ดงั นี้
วชิ า ชอ่ื วชิ า ระดบั ช้นั จำนวนหนว่ ยกติ
IS1 การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้ ม.2 1.0
(Research and knowledge Formation) ม. 4 1.0
IS2 การสอื่ สารและการนําเสนอ ม.2 1.0
(Communication and Presentation) ม. 4 1.0
IS3 การนําองค์ความรู้ไปใชบ้ รกิ ารสังคม ม.2 บรู ณาการกับ
บรู ณาการกบั กจิ กรรม (Social Service ม. 4 กิจกรรมพัฒนา
Activity) ผเู้ รียน
รกั ศกั ด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 59
4. โครงการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยครูไทย (English for Integrated
Studies: EIS)
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการบูรณาการ
การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยครูไทย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคม
โรงเรียน EIS แห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้และรับประสบการณ์ที่มีการใช้
ภาษาอังกฤษอย่าง หลากหลาย อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความสามารถของครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มี ทักษะในศตวรรษที่ 22 โดยให้ครูผู้สอนชาวไทยที่สอนในรายวิชาต่างๆ บูรณาการ
การสอนเป็นภาษาอังกฤษผ่าน สื่อและกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหลากหลาย โดยในระยะแรกนั้นวิชา
ที่มีการสอนแบบบูรณาการภาษาอังกฤษ คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และสังคมศึกษา ต่อมา
โรงเรียนได้พัฒนาครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระ (ยกเว้น กลุ่มสาระภาษาไทย ให้สามารถบูรณาการการสอน
ภาษาอังกฤษในทกุ ระดบั ชัน้ เรียน
5. หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (Enrichment
Science Classroom)
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ตระหนักถึงความสําคัญของวิทยาศาสตร์ จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหน่ึง
ของโครงการหลัก สูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (Enrichment
Science Classroom) สําหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งดําเนินการโครงการโดยสํานัก
นโยบายและแผน (สนผ.) ของ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันส่งเสริม
การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช
นครินทร์ (สอวน.)
ทั้งนี้หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เป็นหลักสูตร
ที่จัดทําขึ้นมาเฉพาะ โดยอ้างอิงจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
แผนการเรียนเน้นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่มีความเข้มข้นด้านเนื้อหาและ
กิจกรรมการเรียนรู้มากกว่า รวมทั้งเป็นการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสนใจและมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ให้ได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตามความถนัด
และความสนใจ พร้อมทั้งปลูกฝังให้มีความเป็นนักวิจัยในตัวผู้เรียนเพื่อเป็นฐานของการพัฒนากําลังคน
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม ตลอดจนพัฒนาผเู้ รียนให้มีทกั ษะการคิดระดบั สงู
รักศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 60
ทัง้ การคิดแกป้ ญั หา การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ การคิดสร้างสรรค์ และมคี ณุ ธรรมจริยธรรม เนน้ การส่งเสริมให้
ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ อย่างหลากหลาย แนวทางทั้งภายนอกและภายในห้องเรียน เน้นให้ผู้เรียนทํางาน
วิจัยและเป็นนักวิจัยจากการทําโครงงานหรือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ค ณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
และสิ่งแวดล้อม เน้นการจัดให้ผู้เรียนได้มีโอกาส เพิ่มพูนประสบการณ์นอกห้องเรียน จากการเข้าร่วมค่าย
ปฐมนิเทศ ค่ายวิชาการและการนําเสนอผลงานการแข่งขัน ฟิสิกส์สัประยุทธ์ และการแนะแนวเส้นทางอาชีพ
นักวทิ ยาศาสตรแ์ ละนกั วิจยั การศกึ ษาดูงาน ณ ศนู ย์วิจัย หรือ แหลง่ เรยี นรูอ้ น่ื ๆ
นักเรียนในโครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
มีคา่ ลงทะเบยี นเพิม่ เตมิ จากนักเรยี นในหลักสูตรปกติ อีกจาํ นวน 5,000 บาท นอกเหนือจากคา่ ใชจ้ า่ ยในการอยู่
ประจํา (ประมาณภาคเรียนละ 35,000) รวมค่าใช้จ่ายของนักเรียนในโครงการนี้ ประมาณภาคเรียนละ
40,000 บาท
6. กิจกรรมว่ายน้ำ
โรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครินทร์ พะเยา ในพระราชูปถมั ภส์ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากความร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหาร ครู นักเรียน
ผู้ปกครอง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา จนสามารถสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐานขนาด 2455 CKG.
4 เมตร ได้สําเร็จ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนที่ว่ายน้ำไม่เป็นสามารถว่ายน้ำเป็นและเอาตัวรอดจากการ
เสียชีวิตเม่ือประสบภัย ทางน้ำ ตลอดจนรูจ้ กั วิธีช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยทางน้ำได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย เพื่อให้
นักเรียนและเยาวชนใน จังหวัดพะเยา มีสระว่ายน้ำมาตาฐาน แบบ Overflow ตามแบบของการกีฬาแห่ง
ประเทศไทยขนาด 385ok.4 เมตร เพ่ิมขนึ้ อีก 5 แห่ง และเพื่อให้ชุมชนจังหวัดพะเยามสี ถานท่ีออกกําลังกายและฝึก
ทักษะการว่ายน้ำที่มีมาตร ฐานสามารถรองรับการใช้บริการของนกั เรียน เยาวชนและประชาชนทั่วไป ที่สนใจ
ทั้งในจังหวัดพะเยา และจังหวัด ใกล้เคียงเห็นคุณค่าของการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกําลังกาย
ใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ และหา่ งไกลยาเสพติด โดยเร่ิมให้นักเรยี นใช้สระวา่ ยนำ้ ในวนั ที่ 26 ธันวาคม 2559
และปกี ารศึกษา 2560 โรงเรียนมกี ารจดั การเรยี นการสอนและการบริการสระว่ายนำ้ ดังนี้
การจดั การเรยี นการสอนและการบรกิ ารสระวา่ ยน้ำ ตง้ั แตป่ ีการศกึ ษา 2560
1. จัดการเรียนการสอนสําหรบั นกั เรียนทกุ คน 2 คาบตอ่ สัปดาห์
2. จัดกิจกรรมตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”และโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทาง
วชิ าการ
รักศักด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 61
3. จัดเปน็ กจิ กรรมชุมนุมวา่ ยน้ำ ตามโครงการโรงเรียนนวัตกรรมสรา้ งนวตั กร
4. จดั กจิ กรรมคา่ ย “ว่ายน้ำเพ่อื ชวี ิต” สาํ หรบั นกั เรียนท่ัวไป
5. จัดหลกั สูตรสอนวา่ ยนำ้ แก่ครู บคุ ลากร และประชาชนทัว่ ไป
6. ให้บริการสระวา่ ยนำ้ แก่ นักเรยี น ผปู้ กครอง และประชาชนทว่ั ไป
เนื้อหาสาระในการจดั การเรยี นการสอน
1. ทักษะเบือ้ งตน้ ในการวา่ ยน้ำ
2. การวา่ ยนำ้ ท่าฟรสี ไตลแ์ ละกรรเชียง
3. การว่ายนำ้ ทา่ กบและผเี ส้ือ
4. การกระโดด
7. กจิ กรรมติวเขม้ เตรียมความพร้อมเพ่ือการสอบเขา้ โรงเรียนเตรียมทหาร 4 เหล่าทพั
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ พะเยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี มีบุคลากรครู แหล่งเรียนรู้ สระว่ายน้ำ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ในการสนับสนุนและเตรียม
ความพร้อมให้กับลูกนักเรียนชาย ม.1-6 ที่มีอายุไม่เกิน 17 ปี และมีความสนใจในการเข้าศึกษาต่อโรงเรียน
เตรียมทหารได้รวมกลุ่มนักเรียนติวเข้มทั้งภาควิชาการในภาคค่ำและทดสอบความรู้ตามกำหนดและช่วงเวลา
รวมทั้งจัดให้มีการสอบพละศึกษา 8 ฐาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางความรู้ในการเข้าสอบภาควิชาการ
และการเพิ่มพูนความแข็งแรงในการสอบพละศึกษา โดยสนบั สนุนหอ้ งเรยี นพเิ ศษปรบั อากาศ ระบบเทคโนโลยี
อินเทอร์เน็ต สระว่ายน้ำและวิทยาการสอน ตลอดจนครูผู้สอนพิเศษในรายวิชาต่างๆ การเรียนผ่านระบบ
ออนไลน์คลังความรู้และข้อสอบ รวมทั้งการนำนักเรียนเข้าสอบตามสนามสอบต่างๆ ทั้งน้ีเพื่อให้นักเรียน
ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองมุ่งสู่การเป็นนายทหารอาชีพ และนายตำรวจอาชีพอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนั้น
นักเรียนที่มาร่วมติวเข้มกับเพื่อนๆ ยังสามารถมาเติมเต็มความรู้ เพิ่มพูนทักษะและความสามารถของตนเอง
เพื่อเตรยี มสอบในสาขาอน่ื ๆ ได้
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมิน
เพอ่ื พัฒนาผเู้ รียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรยี น ใหป้ ระสพผลสาํ เร็จนั้น
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให้บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู้ สะท้อน
สมรรถนะ สําคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ในทุก ระดับ ไมว่ า่ จะเปน็ ระดบั ชนั้ เรยี น ระดับสถานศึกษา ระดบั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา และระดับชาติ
รักศกั ด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 62
การวัดและประเมิน ผลการเรียนรูเ้ ป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมลู และ
สารสนเทศที่แสดงพัฒนา การความก้าวหน้าและความสําเร็จทางการเรียนของผู้เรียนตลอดจนข้อมูลที่เป็น
ประโยชนต์ ่อการสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียน เกดิ การพัฒนาและเรยี นร้อู ย่างเต็มตามศกั ยภาพ
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยๆ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่งเสริมให้ครูดําเนินการวัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย
เนน้ การปฏิบัตใิ หส้ อดคล้อง และเหมาะสมกับสาระและมาตรฐาน ตวั ชว้ี ดั หรอื ผลการเรยี นรู้ นอกจากการสอบ
กลางภาคและปลายภาคแล้ว กระบวนการวัดและประเมินผลยังต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับ
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยตลอด โดยประเมนิ จากพฤติกรรมทวั่ ไป พฤตกิ รรมการเรียน พฤติกรรมระหว่าง
การเข้าร่วมกิจกรรม พฤติกรวมระหว่าง การปฏิบัติงาน รวมทั้งพฤติกรรมขณะอยู่หอพัก ซึ่งจะเป็นส่วนหน่ึง
ของการตดั สินผลการเรยี นรายวชิ าต่างๆ โดย เฉพาะทกั ษะผนู้ ํา รวมทงั้ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของนักเรียน
หลักเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การวัดและประเมินผลการเรยี นรรู้ ายวิชาพืน้ ฐานและรายวชิ าเพิ่มเติม
1.1 เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลจะต้องใช้ให้หลากหลาย สอดคล้องกับตัวชี้วัด หรือผล
การเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในแต่ละวิชา โดยทั่วไปจะต้องมีการประเมินกลางภาค ปลายภาค รวมทั้งประเมินผล
การเรียนแต่ละ หน่วยการเรียนรู้จากผลงานการสอบปากเปล่า การสัมภาษณ์ การสอบปฏิบัติรวมถึง
การประเมินโดยใช้แบบสังเกต และแบบบันทกึ ต่างๆ แลว้ ปรับผลการประเมินจากเครื่องมือและวธิ กี ารประเมิน
รปู แบบตา่ งๆ ใหเ้ ป็นคะแนนโดยให้ ปรบั คะแนนเต็มให้เปน็ 100
1.2 การให้ระดับผลการเรียนของแต่ละรายวิชา จะให้ระดับผลการเรียนตามคะแนนผลการสอบ
และการประเมนิ ดงั นี้
ชว่ งคะแนน ระดับผลการเรยี น ความหมาย
80 – 100 4 ดีเยีย่ ม
75 – 95 3.5 ดีมาก
70 – 74 3 ดี
65 – 69 2.5 คอ่ นข้างดี
60 – 64 2 ปานกลาง
55 – 59 1.5 พอใช้
50 – 54 1
0 – 49 0 ผา่ นเกณฑ์ขั้นตำ่
ตำ่ กว่าเกณฑ์
รกั ศักดศ์ิ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 63
1.3 นักเรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของเวลาเรียนทั้งหมดจึงจะมีสิทธิ์สอบ
กลางภาค หรือปลายภาค ถ้านักเรียนคนใดมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด นักเรียนต้อง
ปฏิบัติ กิจกรรมเพิ่มเติมตามที่ครผู ู้สอนกาํ หนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้งแล้วขอ
สอบกลางภาค หรอื หรอื ปลายภาคใหม่
1.4 นกั เรียนทีม่ ีระดับผลการเรียนรายวิชาใดวิชาหน่งึ เป็น “2” จะต้องทาํ กจิ กรรมหรือเรียนเสริม
ตามที่ครูผู้สอนกําหนตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้ง จากนั้นจึงสอบแก้ตัว การสอบ
แก้ตัว จะได้ระดับผลการเรียนสูงสุดไม่เกิน “ต” ถ้านักเรียนสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วไม่ผ่าน ให้นักเรียน
ลงทะเบียนเรยี น ในรายวิชาน้นั ๆ
1.5 นักเรียนที่ขาดส่งงานหรือส่งงานไม่ครบตามที่ได้รับมอบหมายจากครูผู้สอนไม่ได้ชอบกลาง
ภาค หรือปลายภาค ให้ได้ผลการเรียน “ร” และเมื่อส่งงานครบเรียบร้อยแล้ว เข้าสอบครบตามที่กําหนด
ครผู ู้สอน จึงให้ระดบั ผลการเรยี นได้
1.6 นักเรียนที่ไม่สามารถมาสอบหรือทํากิจกรรมประเมินผลตามกําหนดเวลาเพราะป่วย หรือ
มีเหตุสุดวิสัยอื่นให้ยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้งที่ห้องวิชาการเพื่อขอสอบหรือทํากิจกรรม
ประเมิน ผลใหม่
1.7 กรณีที่นักเรียนไปศึกษาต่อหรือฝึกอบรมต่างประเทศในโครงการที่โรงเรียนให้ความเห็นชอบ
เช่น AFS การเรียนภาษาจีน ณ ประเทศจีน หรือ เรียนภาษาอังกฤษ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ให้นําหลักฐาน
ผลการเรียน ที่ได้รับจากโรงเรียนในต่างประเทศมาย่ืนประกอบคําร้องขอเทียบโอนผลการเรียนในบางรายวิชา
ทห่ี อ้ งวชิ าการนอก จากนั้นนกั เรียนต้องรับการซ่อมเสริมและสยบวดั ประเมินผลการเรียนตามท่ีโรงเรียนกาํ หนด
2. การประเมนิ ความสามารถดา้ นการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
2.1 โรงเรียนกําหนดใหค้ รูผู้สอนแต่ละรายวิชา ประเมื่นความสามารถดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ
เขียนของนักเรียน ซึ่งเป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านหนังสือ เอกสาร และสื่อต่างๆ เพ่ือ
หาความรู้ เพมิ่ พนู ประสบการณ์ ความสุนทรแี ละประยุกตใ์ ช้ แล้วนําเน้อื หาสาระที่ผ่านมาคิดวเิ คราะห์ นําไปสู่
การแสดงความคิดเห็นการสังเคราะห์สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาในเครื่องต่างๆ และถ่ายทอดความคิตนั้นด้วย
การเขียนที่ มีสํานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลําดับขั้นตอนในการนําเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจ
แกผ่ ูอ้ า่ นไดอ้ ยา่ งชัดเจน ตามระดับความสามารถในแตล่ ะระดับช้ัน
รกั ศกั ดศิ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 64
2.2 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทางโรงเรียนต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่องและ
สรุปผลเป็นรายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผู้เรยี นและประเมินการเลื่อนชั้น ตลอดจนการ
จับ การศึกษาระดับต่างๆ โดยกําหนดผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” กรณีที่ผ่านให้ระดับผลการ
ประเมนิ เปน็ ดเี ยย่ี ม ท่ี และ ผ่าน
2.3 ในการสรุปผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนเพื่อการเลื่อนชั้นและจบการศึกษา
กําหนดเกณฑก์ ารตดั สินเปน็ 4 ระดับ และมคี วามหมายของแตล่ ะระดบั ดงั น้ี
ดเี ยยี่ ม หมายถงึ มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนทมี่ คี ณุ ภาพดีเลิศอยูเ่ สมอ
ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน ศิตวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพ
เป็นทยี่ อมรับ
ผา่ น หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพ
เปน็ ที่ยอมรบั แต่ยังมขี ้อบกพรอ่ งบางประการ
ไม่ผา่ น หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หรือถ้ามี
ผลงาน ผลงานนัน้ ยงั มขี ้อบกพร่องทต่ี ้องได้รบั การปรบั ปรงุ แก้ไขหลายประการ
3. การประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
3.1 โรงเรียนกําหนดให้ครูผู้สอนดําเนินการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน เป็นการ
ประเมินคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรม
จริยธรรม ค่านิยม จิตสํานึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทย
และ พลโลก ซ่ึงหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
8 คุณลักษณะ ครูผู้สอนจะประเมินแต่ละคุณลักษณะ แล้วสรุปผลเป็นรายภาคและใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมิน
การเลอื่ นขน้ั และการจบการศึกษาระดบั ต่างๆ
3.2 การประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ใหผ้ ลการประเมนิ เปน็ “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” โดยกรณีที่
ผ่าน ให้ระดบั ผลการประเมินเป็น “ดเี ยีย่ ม” “ดี” และ “ผ่าน”
3.3 การสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนขั้น
และจบการศกึ ษา กําหนดเกณฑ์การตดั สนิ เปน็ 4 ระดบั และความหมายของแต่ละระดบั ดงั นี้
ดีเย่ยี ม หมายถึงผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนําไปใช้ใน ชีวิตประจําวันเพื่อ
ประโยชนส์ ุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณา จากผลการประเมนิ ระดับดเี ยยี่ ม จํานวน 5-8 คณุ ลักษณะและ
ไมม่ ี คณุ ลักษณะใดใด้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี
รักศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 65
ดี หมายถึงผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการ ยอมรับของสังคม
โดยพจิ ารณาจาก
1. ไดผ้ ลการประเมินระดับดเี ย่ียม จาํ นวน 2 - 4 คุณลักษณะและไมม่ ีคุณลักษณะใดใดผ้ ลการ
ประเมนิ ตำ่ กว่าระดับดี หรอื
2. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีทั้ง 5 คณุ ลกั ษณะ หรอื
3. ได้ผลการประเมินตั้งแต่ระดับตีขึ้นไปจํานวน 5 –8 คุณลักษณะ และมีบางคุณลักษณะ
ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับผ่าน
ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รียนรบั รู้และปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขทส่ี ถานศึกษา กาํ หนดโดยพจิ ารณาจาก
1. ไดผ้ ลการประเมินระดับผา่ นทั้ง 8 คณุ ลักษณะ หรือ
2. ไดผ้ ลการประเมนิ ต้ังแต่ระดับขึ้นไป จํานวน 2 - 4 คณุ ลักษณะและคณุ ลักษณะทเี่ หลือ
ไดผ้ ลการประเมินระดบั ผ่าน
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผูเ้ รียนรบั รู้และปฏิบตั ไิ ด้ไมค่ รบตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขที่ สถานศึกษากาํ หนด
โดยพิจารณาจากผลประเมินระดบั ไมผ่ า่ น ตัง้ แต่ 1 คุณลกั ษณะ
4. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
4.1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่นักเรียนต้องได้รับการประเมินมีลักษณะคือ (1)กิจกรรมแนะแนว
(2) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี และกิจกรรมชุมนุมซึ่งรวมทั้งกิจกรรม
นักศึกษา วิชาทหาร และ (3) กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
4.2 คณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้ง จะเป็นผู้จัดทําแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
แจกให้กับนักเรียนแต่ละคน เพื่อใช้บันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของตนเองในภาคเรียนนั้นๆ
เมื่อ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแล้วให้บันทึกลงในแบบบันทึกดังกล่าวแล้วให้ครูที่ปรึกษาหรือครู
ผู้รบั ผดิ ชอบ การจดั กจิ กรรมนัน้ ๆ ลงนามรับรอง
4.3 เมื่อสิ้นภาคเรียนให้ครูที่ปรึกษารวบรวมแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว ส่งงานทะเบียน
เพื่อบันทึกเป็นข้อมูล ทั้งนี้ นักเรียนจะต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่โรงเรียนกําหนด
จึงจะถือว่าจบการศึกษาตามหลักสูตร กรณีที่นักเรียนยังปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์
ขนั้ ต่ำ คณะกรรมการท่โี รงเรียนแต่งตั้ง จะเปน็ ผูก้ าํ หนดกจิ กรรมใหน้ ักเรียนปฏิบตั ิเพิ่มเติมจนผ่านเกณฑ์ข้ันต่ำ
ทกี่ ําหนด
รักศักดิศ์ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 66
4.4 ผลการประเมินสรปุ เป็น “ผา่ น” และ “ไมผ่ ่าน ดงั น้ี
ผ่าน หรอื “ผ”หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมผี ลงาน
ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากําหนด
ไม่ผ่าน หรือ “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรม
และมีผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากาํ หนด
เกณฑก์ ารจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพม่ิ เติม โดยเป็นรายวิชาพ้นื ฐาน 66หนว่ ยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม
ไมน่ ้อยกวา่ 14 หนว่ ยกติ
2. ผเู้ รียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 80 หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพื้นฐาน 66 หน่วย
กิต และรายวิชาเพม่ิ เตมิ ไมน่ ้อยกวา่ 14 หนว่ ยกิต
3. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมิน ตามที่
สถาน ศกึ ษากําหนด
4. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษา กาํ หนด
5. ผู้เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษา
เกณฑก์ ารจบระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเตมิ โดยเปน็ รายวชิ าพ้นื ฐาน 41หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพิ่มเติม
ตามที่สถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนตอ้ งได้หน่วยกิตตลอดหลกั สตู ร ไม่น้อยกว่า 81 หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวิชาพ้นื ฐาน 41 หนว่ ย
กติ และรายวชิ าเพ่ิมเติมไม่น้อยกวา่ 40 หน่วยกติ
3. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมิน การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผ่าน เกณฑ์การประเมนิ ตามท่ี
สถาน ศกึ ษากําหนด
4. ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามท่ี
สถานศกึ ษา กําหนด
5. ผู้เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่สี ถานศึกษา
รกั ศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 67
การใช้คะแนน O-NET เปน็ องคป์ ระกอบหนง่ึ ในการตัดสนิ ผลการเรียนของผ้ทู ่จี บการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็น
องค์ ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษาระดับประถมศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น และ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โดยให้ใช้ผลการเรียนของผู้เรียนท่ีประเมินโดยสถานศึกษา (GPAX)
และผลการทด สอบทางการศึกษาระดับชาติ(O-NET)ในสัดส่วนdu2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555เป็นต้นมาและ
สัดส่วนจะเพิ่มขึน้ ในปีการศึกษา 2557 และ 2555 เปน็ ตน้ ไปดังนี้
ปีการศึกษา GPAX O-NET
2556 80 20
2557 70 30
2558 50 50
แนวการคดิ คาํ นวณกรณีจบช้ัน ม.3 และ ม.6 ปีการศึกษา 2557 (สัดส่วน 70:30)
รอ้ ยละ 70 ของ GPAX = คะแนนเฉล่ีย 5 ภาคเรียน x 0.7
รอ้ ยละ 30ของ O-NET = ผลการคาํ นวณทไี่ ด้รบั แจ้งจาก สทศ.
ตัวอยา่ ง เด็กชายรักเรยี น เพียรดี มีผลการเรียนเฉลย่ี ของโรงเรยี น 6 ภาคเรยี นเทา่ กบั 4.00
คะแนน GPAX ร้อยละ 70 คือ 4.00 X 0.7 = 2.8 คะแนน O-NET ร้อยสะ 30 ที่ได้รับแจ้งจาก สทศ. คอื 0.41
ผลการเรียนเฉล่ยี รวม = 2.8 + 0.41 = 3.21
การใช้ข้อสอบกลางเปน็ สว่ นหนึ่งของการสอบปลายภาค
ตามที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีประกาศสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้น พื้นฐาน เรื่องแนวปฏิบัตใิ นการยกระดบั คุณภาพนกั เรยี นการศึกษาขัน้ พื้นฐาน สงวันที่ 28 เมษายน 2557
โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษามีการดําเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในการยกระดับคุณภาพนักเรียน
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานใหส้ ามารถคิดวเิ คราะห์ แกป้ ัญหาและเรยี นรู้ได้ด้วยตนเองอยา่ งต่อเน่ือง มีทักษะท่ีจําเป็น
ในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ร้อยละ 3
รักศกั ดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 68
โดยให้ใช้ข้อสอบกลางที่ พัฒนาโดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการสอบปลายปีร้อยละ
20 ของคะแนนสอบทั้งหมด ในชั้นประถมศึกษาที่ปีที่ 3, 4, 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 2, 2 (ข้อ 8) โดยมี
รายละเอยี ดกลุ่มสาระการเรยี นร้ทู ีใ่ ช้ แบบทดสอบมาตรฐานกลางในระดบั ชน้ั ตา่ งๆ ดังน้ี
ชนั้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ป.2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ป.4-5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ 3 กล่มุ สาระหลกั (ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร)์
ม.1-2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 5 กลุ่มสาระหลัก (ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ
และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
สํานักทดสอบทางการศึกษา ได้เตรียมแผนการประเมินฯ โดยใช้ข้อสอบกลางตามประกาศ สพฐ.
ดังกล่าว โดยเริ่มจากการดําเนินการสร้างและพัฒนาข้อสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพ่ือใช้เป็น
ข้อสอบกลางใน แตล่ ะระดบั ชัน้ และแต่สะกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ในตวั ชว้ี ัติทส่ี ําคญั โดยข้อสอบเนน้ การคิดข้ันสูง
(คดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดแก้ปญั หา และคดิ สรา้ งสรรค์) เพ่อื ใหบ้ ริการเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาตอ่ ไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่อื ให้ครูและโรงเรียนได้เห็นตวั อยา่ งของเครือ่ งมือทม่ี ีคณุ ภาพและมาตรฐาน
2. เพื่อให้โรงเรียนใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสูตรในการประเมินและนําผล
การประเมิน มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรงุ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนให้บรรลุมาตรฐานตัวช้ีวัดสําคัญ
ในหลักสูตร ตวั ช้ี วดั สําคญั ในหลกั สตู ร และเน้นใหผ้ ู้เรียนใช้ทกั ษะการคดิ ขั้นสงู
แนวทางการใชข้ อ้ สอบกลาง
ในการดําเนินสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้สร้างและพัฒนาข้อสอบ กลางในแต่ละ
ระดับ ช้นั และกลมุ่ สาระการเรยี นรแู้ ละเพ่ือส่งให้เขตพ้นื ท่ีการศึกษา ดาํ เนนิ การใช้ข้อสอบกลาง ดังน้ี
1. เขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ ตามความจําเป็นในการดําเนินการใช้ข้อสอบกลาง
อาทิ คณะกรรมการจัตฉบับแบบทดสอบคณะกรรมการจัดพิมพแ์ ละทาํ สําเนาแบบทดสอบคณะกรรมการกํากับ
การสอบ คณะกรรมการรบั ส่งขอ้ สอบ เป็นตน้
2. กาํ หนดสอบตามความพร้อมของเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาและโรงเรียนโดยโรงเรียนในเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
เดียว กนั ตอ้ งสอบพรอ้ มกันในเวลาเดยี วกัน
รักศกั ดศ์ิ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 69
3. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสํานักทดสองทางการศึกษา ตําเนินการสร้าง
ข้อสอบ และจัดส่งกรอบโครงสร้างแบบทดสอบพร้อมข้อสอบในตัวชี้วัดที่สําคัญในแต่ละระดับชั้นและ
กลุ่มสาระการเรียน รู้ ละ 20 ข้อ เพื่อให้เขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือกใช้ข้อสอบและจัดฉบับได้ตามกรอบ
โครงสร้างขอ้ สอบทางระบบ EEC ภายใน 7-9 มกราคม 2555
4. เขตพื้นที่การศึกษา จัดแบบข้อสอบกลางตามกรอบโครงสร้างของข้อสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้
ที่กําหนดจํานวน 5 ฉบับ ดังตัวอย่างข้อสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6
แนวปฏิบตั ิเก่ียวกับงานทะเบยี น – วดั ผล
งานทะเบียน- วัดผล เป็นงานส่วนหนึ่งของฝ่ายวิชาการที่ทำหน้าที่ในการจัดระบบการวัดและประเมิน
การเรียนรู้ด้านต่างๆให้เป็นไปตามหลักวิชาการและทางที่โรงเรียนกำหนด รวมทั้งรวบรวม ตรวจสอบและ
บันทึกผลการประมวลผลการเรียนของผู้เรียนแต่ละคน และหน้าที่สำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียนและ
ผู้ปกครองโดยตรงคอื การจัดทำเอกสารหลกั ฐานการศึกษา หรอื หนงั สือรับรองตา่ งๆ ซึง่ มแี นวปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1. การขอเปลย่ี นแปลงหลักฐาน
1.1 การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ให้นักเรียนนำสำเนาทะเบียนบ้านใหม่มาแสดงพร้อมกับยื่นคำร้องขอ
เปลีย่ นแปลงทอ่ี ยกู่ ับงานทะเบยี น
1.2 การเปลี่ยนแปลงผู้ปกครอง ให้นักเรียนพร้อมกับผู้ปกครองใหม่นำสำเนาทะเบียนบ้านของ
ผ้ปู กครองใหมม่ าแสดงพรอ้ มกับยน่ื คำร้องขอเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองกับงานทะเบยี น
1.3 การเปลี่ยนแปลงแก้ไข ชื่อ นามสกุล ของนักเรียน บิดา มารดา ผู้ปกครองให้นักเรียนนำสำเนา
ทะเบียนบ้านและเอกสารการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล มาแสดงพร้อมกับยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลง
แกไ้ ข ช่ือ นามสกุล กบั งานทะเบียน
1.4 การเปลีย่ นแปลงแก้ไข วนั เดอื น ปีเกดิ ของนักเรียน บิดา มารดา ผปู้ กครองให้นกั เรียนนำสำเนา
ทะเบียนบา้ นมาแสดงพร้อมกับยืน่ คำรอ้ งขอเปลี่ยนแปลงแก้ไข วนั เดอื น ปีเกดิ กับงานทะเบียน
2. การขอพักการเรียน
นักเรยี นทจ่ี ะขอพกั การเรยี นได้ ตอ้ งมเี หตุอนั สุดวสิ ัยทีเ่ ปน็ อุปสรรคตอ่ การเรยี น ไมส่ ามารถมาเรยี นได้
ตามปกติ เชน่ ป่วยเร้ือรงั อุบัติเหตุ หรอื มีปญั หาครอบครัว ฯลฯ ทง้ั นี้ให้ผปู้ กครองยน่ื คำร้องขอพักการ
เรยี นทีฝ่ ่ายทะเบียนวดั ผล พร้อมหลักฐานอืน่ ๆ เชน่ ใบรบั รองแพทยเ์ ปน็ ตน้
รักศกั ด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 70
3. การลาออกจากโรงเรยี น และการพ้นสภาพจากนกั เรียน
3.1 การลาออกจากโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรียน ต้องยื่นคำร้องขอลาออก จากการเป็นนักเรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ที่ฝ่ายทะเบียนวัดผล และผู้อำนวยการ
จะอนุมัติให้ออกจากโรงเรียนก็ต่อเมื่อนักเรียนจะต้องไม่ค้างชำระเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ และไม่มี
พนั ธะกบั ฝ่ายใดๆในโรงเรียน
3.2 การพน้ สภาพนักเรยี น
- จบหลักสตู ร การศกึ ษาภาคบังคบั หรอื จบหลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
- นักเรียนที่ขาดเรียนเกิน 7 วัน โดยไม่แจ้งสาเหตุให้ทางโรงเรียนทราบ และทางโรงเรียนได้ติดต่อกับ
ผู้ปกครองไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง แล้วไม่ได้รับคำตอบ โรงเรียนจะจำหน่ายชื่อออกจากการเป็นนักเรียน
โรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา
- ประพฤติผดิ อยา่ งรา้ ยแรง ซ่งึ นำความเสอ่ื มเสยี มาสโู่ รงเรียน
4. การขอใบรับรองผลการเรียน
กรณีที่นักเรียนต้องการขอใบรับรองผลการเรียน ระเบียนแสดงผลการเรียน หรือเอกสาร
ทางวิชาการอื่นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอทุนการศึกษา การศึกษาต่อ การสอบชิงทุน
หรืออื่นๆ ให้นักเรียนยื่นแบบคำร้อง เพื่อขอใบรับรองจากทางโรงเรียนที่ฝ่ายทะเบียนวัดผล ห้องวิชาการ
อาคารแมฟ่ ้าหลวง โดยมีขนั้ ตอนตา่ งๆ ดังน้ี
4.1 กรอกใบคำร้องขอใบรบั รองให้ครบถว้ นถูกต้องสมบูรณ์
4.2 ยืน่ คำรอ้ งขอใบรับรองจากทางโรงเรียนพร้อมแนบรูปถา่ ยหน้าตรง เครอื่ งแบบนกั เรียนท่ี
ถูกต้องตามระเบียบ ขนาด 1.5 นิว้ จำนวน 1 รปู ต่อเอกสาร 1 ใบทฝ่ี า่ ยทะเบยี นวัดผล
4.3 การยนื่ คำร้อง ต้องยืน่ ล่วงหนา้ อย่างน้อย 3 วันทำการ ก่อนวันมารบั เอกสาร
5. การขอใบรบั รองผลการเรยี นฉบับภาษาองั กฤษ (TRANSCRIPT) กรณที น่ี กั เรยี นตอ้ งการขอ
ใบรับรองผลการเรยี น ฉบับภาษาองั กฤษ ให้นักเรียนยนื่ แบบคำรอ้ งขอใบรับรองจากทางโรงเรียนโดยที่นกั เรียน
ต้องกรอกเอกสารให้ครบถว้ นโดยท่ี
5.1 กรอกขอ้ มลู เปน็ ภาษาอังกฤษตามแบบฟอร์มท่ีฝ่ายทะเบียนกำหนด
5.2 ยน่ื คำร้องขอใบรับรองจากทางโรงเรียนลว่ งหนา้ 3 วนั ทำการ ที่ฝา่ ยทะเบียน
5.3 แนบรปู ถ่ายหนา้ ตรง เครอื่ งแบบนักเรียนที่ถูกต้อง ขนาด 1.5 นวิ้ จำนวน 1 รปู ตอ่ เอกสาร 1 ใบ
รักศักดศิ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 71
6. ระเบียบรูปถา่ ยเครอ่ื งแบบนักเรยี นสำหรบั ขอใบรับรองจากโรงเรยี น
6.1 รูปถ่ายหนา้ ตรง ในชุดนักเรียน ขนาด 1 x 1.5 น้วิ หรือ ขนาดน้วิ ครึง่ ถา่ ยมาไม่เกิน 6 เดอื น
6.2 ชุดนกั เรยี นที่ใสต่ อ้ งเปน็ ชดุ ของตนเอง มองเหน็ ช่อื นักเรยี นทีปกั บนอกเส้ือได้ ชือ่ ต้องเป็นปัจจุบนั
และนกั เรียนต้องติดเข็มของโรงเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ย
6.3 รปู ถ่ายในชดุ ราชพิธี ไม่สามารถนำมาใช้ขอใบรบั รอง ปพ.1 หรอื ปพ.7
6.4 ทรงผมของนักเรียนหญิง ตอ้ งถกู ระเบยี บ โดย ม.ต้นต้องถักเปยี ม.ปลายต้องรวบผม ใหเ้ รียบร้อย
6.5 ทรงผมของนกั เรยี นชาย ต้องถกู ระเบยี บ (ตามระเบียบ นศท.) ห้ามทำผม Skin head
6.6 หา้ มใส่เครือ่ งประดับใดๆ ทั้งส้ิน เชน่ สร้อยคอ ต่างหู ฯลฯ
6.7 รปู ถา่ ยตอ้ งเปน็ รูปที่ล้าง อัดอยา่ งถกู ต้อง ไม่เปน็ รปู แบบ Sticker หรอื รปู ท่ีมีการตกแต่ง Graphic
จนผิดเพย้ี น หรือเป็นรูปที่อดั ซำ้ จนไมช่ ดั เจน
6.8 รูปจะต้องไม่เป็นรูปแบบถ่ายด่วนหรือมีสารเคลือบเพราะทำใหไ้ ม่สามารถประทับตราของโรงเรียนได้
6.9 หากรปู ท่ีให้ไมเ่ ป็นระเบียบฝา่ ยทะเบียนจะไม่ดำเนินการให้ ไมว่ า่ กรณีใดๆท้ังส้นิ
รกั ศักดิ์ศรี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 72
ตวั อย่างรูปนกั เรยี นเพอื่ ใช้ประกอบคำรอ้ งขอหนงั สอื รับรอง
7. การขอรับประกาศนยี บตั รและระเบยี นแสดงผลการเรยี นฉบบั จรงิ
นักเรียนได้รบั ประกาศนียบัตรและระเบียนแสดงผลการเรียนฉบับจรงิ เม่อื นกั เรยี นจบหลักสูตร
การศึกษาภาคบังคับและจบหลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน การรับเอกสารให้นักเรียนหรือผู้ปกครองมารับด้วย
ตนเอง ที่ฝ่ายทะเบียนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานด้วย ทั้งนี้นักเรียนจะได้รับเอกสารดังกล่าวก็ต่อเมื่อ
นักเรยี นจะตอ้ งไม่คา้ งชำระค่าใช้จา่ ยตา่ งๆและไม่มีพันธะกบั ฝ่ายใดๆ ในโรงเรยี นเทา่ นั้น
รักศักด์ศิ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 73
เอกสารหลกั ฐานสำคญั ที่ควรทราบ
รายการเอกสาร จุดประสงค์ในการใช้
ระเบียบแสดงผลการ
เรียน (Transcript) - แสดงผลการเรียนของนักเรียนตามโครงสร้างหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
- รบั รองผลการเรียนของนกั เรียนตามข้อมูลทบ่ี ันทึกในเอกสาร
(ปพ.1) - ตรวจสอบผลการเรียนและวฒุ กิ ารศึกษาของนักเรียน
- ใชเ้ ป็นหลักฐานแสดงวฒุ ิการศึกษาเพ่ือสมัครเข้าศึกษาต่อ
หลักฐานแสดงวฒุ ิ - ใชเ้ ปน็ หลักฐานแสดงวุฒกิ ารศึกษาเพ่ือสมัครเข้าศึกษาต่อสมัครงานหรอื ขอรบั
การศึกษา สิทธปิ ระโยชน์อื่นใดท่ีพงึ มีพงึ ได้ตามวุฒกิ ารศึกษานัน้
- แสดงวฒุ กิ ารศึกษาของผเู้ รียน
(ใบประกาศนียบัตร) - ตรวจสอบวุฒิทางการศึกษาของผเู้ รียน
(ปพ.2) - ใช้เป็นหลักฐานแสดงวุฒิการศกึ ษาเพ่ือสมัครเข้าศึกษาต่อสมคั รงานหรอื ขอรบั
สทิ ธปิ ระโยชนอ์ ืน่ ใดที่พึงมีพงึ ไดต้ ามวฒุ ิการศึกษาแห่งประกาศนียบัตรนน้ั
แบบรายงานผู้สำเร็จ - ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ใช้ตัดสินและอนุมตั ิผลการเรียนของนักเรียน
การศกึ ษา - แสดงรายชอื่ ผ้จู บหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานแต่ละชว่ งชัน้ ท่ไี ดร้ ับการรับรองวฒุ ิ
(ปพ.3) จากกระทรวงศึกษาธิการ
- หนว่ ยงานท่ีเกบ็ รักษาเอกสารใช้สำหรับตรวจสอบ ค้นหาพิสจู น์ ยนื ยัน และ
รบั รองวุฒหิ รือผลการศึกษาของผ้จู บหลักสูตรการศกึ ษา
แบบแสดงผลการพัฒนา - แสดงผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องนักเรียนแต่ละประการ
คณุ ลกั ษณะอนั พึง - ใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของนักเรียนในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้า
ประสงค์ ทำงาน หรือเมื่อกรณีอื่นใดที่นักเรียนต้องแสดงคุณสมบัติ เกี่ยวกับประวัติ ความ
ประพฤติ หรือคณุ ความดตี ่างๆ
(ปพ.4)
เอกสารรายงานผลการ - รายงานผลการเรยี น ความประพฤติ และพฒั นาการของนักเรียนใหผ้ ู้ปกครอง
พฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน ได้รับทราบ
รายบคุ คล (ปพ.6) - ใช้เปน็ เอกสารสื่อสาร ประสานงาน เพ่ือความรว่ มมือในการพัฒนาและปรบั ปรุง
แกไ้ ขนักเรียน
- เปน็ เอกสารหลกั ฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยนั และรับรองผลการเรยี น และ
พฒั นาการตา่ งๆ ของนกั เรยี น
รกั ศกั ดศ์ิ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 74
รายการเอกสาร จดุ ประสงคใ์ นการใช้
เอกสารแสดงบันทึกผล - ใชเ้ ปน็ เอกสารประกอบการดำเนนิ งานในการวดั และประเมินผลการเรยี นของ
นักเรียน
การพฒั นาคณุ ภาพ - ใชเ้ ป็นหลกั ฐานสำหรับตรวจสอบ รายงานและรบั รองข้อมูลเกี่ยวกบั วิธกี ารและ
ผเู้ รียน (ปพ.5) กระบวนการวัดและประเมนิ ผลการเรียน
ใบรบั รองผลการศึกษา - รบั รองความเปน็ นักเรียนของโรงเรยี นท่ีเรยี นหรือเคยเรยี น
(ปพ.7) - รับรองและแสดงความรู้ วฒุ ิของนักเรยี น
- ใช้เป็นหลกั ฐานแสดงคณุ สมบัติของนักเรยี นในการสมัคร เขา้ ศึกษาต่อ สมัครเข้า
ทำงาน หรอื เมื่อมีกรณีอนื่ ใดท่ีนักเรียนตอ้ งแสดงคุณสมบัติเก่ียวกับวฒุ ิความรู้
หรือสถานะการเป็นนักเรียนของตน
ระเบียนสะสม - ใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการแนะแนวทางการศึกษาและการประกอบอาชพี ของนักเรยี น
(ปพ.8) - ใช้เปน็ ขอ้ มูลในการพัฒนาปรับปรุงบุคลกิ ภาพ ผลการเรยี นและการปรับตวั ของ
นกั เรียน
- ใช้ติดตอ่ ส่ือสาร รายงานพัฒนาคณุ ภาพของนักเรยี นระหวา่ งโรงเรยี นกับ
ผู้ปกครอง
- ใช้เปน็ หลักฐานสำหรบั การตรวจสอบ รบั รอง และยืนยนั คุณสมบัตขิ องนกั เรียน
สมดุ บันทกึ ผลการเรียนรู้ - ศกึ ษาหลักสตู รของโรงเรียนในแตล่ ะชว่ งชน้ั
(ปพ.9) - บนั ทกึ และแสดงผลการเรยี นของนักเรียนในการเรยี นแต่ละรายวิชา
- รายงานผลการเรยี นร้ใู หผ้ ้ปู กครองและผเู้ กีย่ วขอ้ งไดร้ บั ทราบ
- ใช้เปน็ ขอ้ มูลในการเทยี บโอนผลการเรียน ในกรณที ่ีนักเรียนย้ายโรงเรียน
- เปน็ หลกั ฐานสำหรบั ตรวจสอบ ยืนยัน รายงาน และรับรองผลการเรยี นของ
นกั เรียน
รักศักดศิ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 75
บตั รประจำตัวนกั เรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ไดก้ ำหนดใหน้ ักเรยี นในสังกัดทุกคนจะต้องมีบัตร
ประจำตัวนักเรียน เพื่อใช้ในการติดต่อกับทางโรงเรียน และยังเป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระศรนี ครนิ ทร์ พะเยา ซ่งึ มขี ้อกำหนดเก่ยี วกบั บัตรประจำตวั นกั เรียน ดังนี้
1. คา่ ใชจ้ ่ายในการทำบตั รประจำตัวนกั เรียน
1.1 สำหรบั บัตรประจำตวั นักเรยี นบัตรแรก โรงเรียนจะจัดทำให้เมื่อนักเรียนเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา
ปที ่ี 1 และ 4 โดยนักเรยี นไมเ่ สียค่าใช้จา่ ย
1.2 หากนักเรียนของทำบัตรใหม่เนื่องจากบัตรชำรุดหรือสูญหายจะเสียค่าธรรมเนียมในการทำบัตร
ใหม่ 120 บาท
2. ขนั้ ตอนการทำและการรับบัตรประจำตวั นกั เรียน
2.1 นกั เรยี นทผ่ี ่านการข้ึนทะเบยี นนักเรยี นใหม่ จะต้องทำบตั รประจำตัวนักเรยี น โดยภาพถ่ายในบตั ร
จะต้องแต่งกายดว้ ยชุดราชพิธีของทางโรงเรยี นเทา่ น้ัน
2.2 นกั เรยี นจะต้องทำบตั รประจำตัวนกั เรียนกับทางโรงเรียนตามวันและเวลา สถานท่ี ท่ีทางโรงเรยี น
กำหนดเทา่ นน้ั
2.3 การขอรบั บัตรประจำตัวนักเรยี น นักเรยี นจะขอรบั บตั รประจำตัวนกั เรียนไดเ้ ม่อื ทางฝา่ ยทะเบียน
ได้จดั ทำบตั รประจำตวั นกั เรยี นเรียบร้อยแล้ว โดยผ่านครทู ีป่ รึกษาหรือครูประจำชั้น
3. กรณที ท่ี ำบตั รประจำตัวนกั เรยี นสญู หาย
3.1 ตดิ ตอ่ ยื่นคำร้องในการขอทำบตั รประจำตวั นักเรียนใหม่ ที่นายทะเบียน
3.3 การติดตอ่ ขอรับบัตรประจำตวั นักเรยี น ติดต่อรบั ได้ทีน่ ายทะเบียน
4. วิธกี ารใชแ้ ละประโยชน์ของบตั รประจำตัวนักเรียน
บัตรประจําตัวนักเรียน คือบัตรที่ระบุข้อมูลของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์
พะเยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนักเรียนจะต้องใช้ในกิจกรรม
ตา่ งๆ ดังนี้
4.1 เป็นหลกั ฐานในการเข้าห้องสอบ โดยเฉพาะการทดสอบการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานระดบั ชาติ (ONET)
4.2 การยืม - คืน หนงั สอื และการใช้บริการหอสมุดไอที 100 ปี สมเดจ็ ยา่
4.3 การรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลท่ที างโรงเรียนขอเปิดรับบริการ
4.4 การเขา้ ใชห้ ้องปฏบิ ตั กิ ารหรือแหลง่ เรยี นรู้ตา่ งๆ ในโรงเรยี น เชน่ บรกิ ารอินเทอรเ์ น็ต
4.5 การรับบริการในการซ้ือของที่ สว.พย. มนิ มิ าร์ท หรือ สว.พย. Happy Bakery
4.6 การฝาก - ถอน เงิน กับธนาคารโรงเรยี น
4.7 การตรวจสอบคะแนนความประพฤติโดยระบบคอมพิวเตอร์
รกั ศกั ด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 76
4.8 การตรวจสอบผลการเรียนในภาคเรยี นต่างๆ โดยผา่ นระบบคอมพิวเตอร์
4.9 การตรวจสอบการชําระเงินบํารุงการศึกษาและการคา้ งจ่าย
4.10 การรบั บริการในการซื้อของสหกรณโ์ รงเรียน
ตวั อย่างบัตรประจำตัวนกั เรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรนี ครินทร์ พะเยา
การขออนุญาตออกไปเรียนเสริมองคค์ วามรู้เพม่ิ เติมนอกโรงเรยี น
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศ
ทางวิชาการโดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาคพิเศษ ภาคค่ำ จันทร์ – พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 20.00 น.
และภาคเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 12.00 น. และได้ดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
จากวิทยากรที่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ฟิสิกส์ เคมี
และชีววิทยา ตลอดจนการเสริมประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพแก่นักเรียนที่มีความเป็นเลิศ
และมคี วามต้องการเพ่ิมพนู องค์ความรจู้ ากวิทยากรเพ่ิมเติมโรงเรียนจึงไดม้ ีโครงการอนญุ าตให้นกั เรียนอนุญาต
ออกไปเรียนเสริมองค์ความรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรียนได้ โดยกำหนดคุณสมบัติของนักเรียนที่จะได้รับอนุญาตให้
ออกไปเรียนเสริมองค์ความรู้เพมิ่ เติมนอกโรงเรียน ตลอดจนแนวปฏิบตั แิ ละเอกสารประกอบการนำเสนอ ดังน้ี
คณุ สมบัตขิ องนกั เรยี นท่ีโรงเรยี นอนุญาตให้ไปเรยี นพเิ ศษนอกโรงเรยี นได้
1. เป็นนกั เรียนระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 โรงเรยี นเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา
2. มีผลการเรียนเฉลี่ยในภาคเรียนที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือมีการพัฒนาทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี
ในภาคเรียนปัจจบุ นั โดยการพจิ ารณาของคณะกรรมการฝา่ ยวชิ าการและครผู ้สู อน
รกั ศกั ด์ิศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 77
3. มีความประพฤติ สุภาพเรียบร้อย ไม่มีประวัติการหนีเรียน/ขาดเรียนภาคปกติและภาคพิเศษ
การขาดส่งงาน หรือมีความประพฤติผิดระเบียบร้ายแรง ขั้นว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทัณฑ์บน
ในภาคเรยี นท่ผี ่านมา
4. ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของทางโรงเรียนได้อย่างเคร่งครัด เช่น การต่ืนนอน การเข้าเรียนภาคปกติ
การเข้าเรียนภาคพิเศษ การรับประทานอาหาร การส่งงาน การกลับเข้าโรงเรียน ทรงผม บุคลิกภาพ
การแต่งกาย เปน็ ต้น
แนวปฏบิ ัติในการขออนญุ าต
1. นักเรยี นตอ้ งมีคุณสมบัติตามที่โรงเรยี นกำหนดทุกข้อ
2. ผู้ปกครองและนักเรียนเขียนคำร้อง พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ แล้วยื่นต่อฝ่าย
วชิ าการภายในสัปดาห์ท่ี 1 ของภาคเรยี นนัน้
3. ผู้มารับส่งนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน เพื่อไปเรียนเสรมิ องคค์ วามรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรียนจะต้อง
เป็นผ้ปู กครองทีม่ ีสิทธร์ิ ับส่งนักเรยี นในสมดุ ประจำตัวนักเรียน (สมดุ แดง) เทา่ น้ัน
4. การรับนักเรียนจะต้องมารับในวันศุกร์ หรือวันเสาร์ (กรณีเป็นวันชดเชยตารางเรียนวันศุกร์)
เวลา 16.00 น. – 17.30 น. เท่านั้น หากฝ่าฝืนหรือนำส่งล่าช้า นักเรียนจะถูกตัดสิทธิ์ออกไป
เรียนเสรมิ องค์ความรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรยี นทันที
5. การส่งนักเรียนกลับโรงเรียน จะต้องนำส่งกลับในวันอาทิตย์ ก่อนเวลา 17.00 น. เท่านั้น หากฝ่าฝืน
หรอื นำสง่ ล่าช้า นักเรียนจะถกู ตัดสิทธอิ์ อกไปเรยี นเสริมองคค์ วามรู้เพมิ่ เติมนอกโรงเรยี นทันที
6. การส่งนักเรียนกลับ นักเรียนจะต้องนำเอกสารประจำตัวที่โรงเรยี นออกให้ไปรายงานตัวที่ฝ่ายพัฒนา
คณุ ธรรมจริยธรรม ทุกครั้ง
7. ไม่อนุญาตให้นักเรียนซื้อ รับซื้อ ส่งต่อ อาหาร เครื่องดื่มหรือเครื่องอุปโภค บริโภค ตลอดจนสิ่งของ
ต้องห้ามต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามารับประทานหรือใช้ในโรงเรียน โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนหรือ
โรงเรยี นทราบภายหลงั นกั เรียนจะถูกตัดสทิ ธ์อิ อกไปเรียนเสรมิ องค์ความรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรยี นทันที
8. ผู้ปกครองนักเรียนจะต้องกำชับให้นักเรียนในความปกครองของตนเอง ปฏิบัติตนในขณะเรียนเสริม
องค์ความรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรียนให้ปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งอยู่ในโรงเรียน โดยระมัดระวังพฤติกรรม
ตลอดจนการปฏิบัติตนตามกฏระเบียบของทางโรงเรียนอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้โอกาสเที่ยวเตร่หรือเข้า
ไปสู่สถานที่ไม่พึงประสงค์หากฝ่าฝืนหรือโรงเรียนทราบภายหลัง นักเรียนจะต้องถูกตัดสิทธิ์ออกไป
เรียนเสริมองค์วามรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรียนทันที และถือว่ามีความผิดทางระเบียบของโรงเรียน
อยา่ งร้ายแรงตามแตก่ รณตี อ่ ไป
รักศักด์ิศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 78
ประกาศนียบัตรรับรองความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ
Excellence in English Conversation Award
ในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา กำหนดวิสัยทัศน์ และคุณลักษณะของ
นักเรียนให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ และได้จัดให้มีโครงการมอบ
ประกาศนียบัตรรับรองความสามารถในการสอ่ื สารดว้ ยภาษาอังกฤษทุกปกี ารศกึ ษา โดยแบง่ เป็น 3 ระดบั
English conversation consisted of three levels of proficiency, and they have been
assigned the following levels/names :
Level 1 - Beginner
Level 2 – Intermediate
Level 3 – Advanced
โดยในการมอบประกาศนยี บัตรรับรองความสามารถขนึ้ อยู่กับความสามารถของนักเรียนแตล่ ะระดับดงั น้ี
A. Level 1 – Beginner – The student must be :
1. capable of listening, understanding and replaying to simple greetings.
2. capable of holding a short conversation about a subject area with which they are
familiar.
3. capable of performing self/third-party introduction.
4. capable of asking simple questions and replying to simple questions using both
short of long forms of response.
5. capable of using simple social English phrases in the proper context and in
proper relation to the events or actions, which occurred.
6. capable of listening, understanding, following, and relating simple instructions or
directions.
7. capable of understanding, following, and replying to simple phrases in simulated
situations.
รกั ศกั ดศิ์ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 79
B. Level 2 – Intermediate – The student must be :
1. capable of listening, understanding, replying, and differencing between formal
and informal greetings /phrases.
2. capable of holding a short conversation about subjects with are both familiar and
unfamiliar to them.
3. capable of asking questions and replying to questions of an elementary level of
difficulty using both short and long response techniques.
4. capable of relating a story (two to four paragraphs in length) in an
understandable and comprehensive manner.
5. capable of comprehending elementary level instructions/directions and relating
that information to others in an understandable and comprehensive manner.
6. capable of understanding, following, and replying to elementary level phrases in
simulated situations.
C. Level 3 – Advanced – The student must be :
1. Capable of understanding. Contributing to, participating in, or initiating an
extended conversation using grammatically correct sentences.
2. Capable of participating/initiating extended conversations regarding subject areas
assigned by the teacher.
3. Capable of formulating, asking and replying (to near mid-level difficulty)
questions/ phrases in an understandable and comprehensive manner.
4. Capable of describing actions, emotions, events, etc. which he or she observes.
5. Capable of participating in simulated situations in an acceptable manner using
appropriate phrases and or actions (both verbal and non-verbal) predicated on
the simulated situation.
รักศักดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 80
ประกาศนยี บัตรรับรองความสามารถดา้ นภาษาจีน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้ส่งเสริมการเรียนภาษาจีน
เป็นภาษาต่างประเทศที่สอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล
(World Class Standard school) โดยกำหนดให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) ทุกคน เรียน
ภาษาจีนเป็นสาระเพิ่มเติม 2 คาบ/ สัปดาห์ และจำนวน 1 คาบ/สัปดาห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
(ม.4 – ม.6)
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาตนเองด้านทักษะภาษาจีน ทางโรงเรียนจึงได้จัดให้มี
การประเมินความสามารถด้านภาษาจีน และมอบประกาศนียบัตรรับรองความสามารถด้านภาษาจีนให้กับ
นกั เรยี นก่อนสิน้ ปีการศึกษา โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
วธิ กี ารประเมิน
กำหนดให้นักเรียนอ่านออกเสียงเนื้อเรื่อง หรือบทอ่านสั้นๆ ที่เขียนอักษรจีนและมีสัทอักษรกำกับ
โดยมีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนและเกณฑ์การประเมินดังนี้
ระดบั ดีเย่ยี ม (90 – 100)
1. นกั เรียนอ่านออกเสยี งบทความไดอ้ ยา่ งถกู ต้องชดั เจนและอา่ นออกเสยี งผิดไม่ตำ่ กวา่ 10 คำ
2. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งเว้นวรรค ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. นักเรียนใชน้ ำ้ เสยี งอ่านออกเสียงได้ถูกต้องและเหมาะสม
ระดับดีเดน่ (80 – 89)
1. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งบทความได้อยา่ งถูกต้องชดั เจนและอ่านผดิ ไม่ตำ่ กว่า 20 คำ
2. นักเรียนอ่านออกเสยี งเวน้ วรรค ได้อย่างถูกตอ้ ง
3. นักเรียนใช้น้ำเสียงอา่ นออกเสียงได้อย่างเหมาะสม
ระดับดี (75 – 79)
1. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งบทความได้อยา่ งถูกต้องชัดเจนและอ่านผดิ ไม่ต่ำกว่า 25 คำ
2. นักเรยี นอ่านออกเสียงเวน้ วรรค ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. นักเรียนใชน้ ำ้ เสยี งอ่านออกเสียงไดอ้ ย่างเหมาะสม
รกั ศกั ดศิ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 81
กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะในโรงเรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีส่งเสรมิ การเรียนรู้ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเพ่ือสรา้ งนักเรียนให้เป็นคนท่ีสมบรู ณ์
เป็น กําลงั สาํ คญั ของชาติต่อไปในอนาคต จงึ ได้สง่ เสริมการจดั ทําโครงการและกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย
เพื่อให้นัก เรียนได้ค้นพบและพัฒนาความสามารถของตนเองต่อไป โดยนักเรียนสามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และ
พัฒนาทักษะต่างๆ ในช่วงกิจกรรมยามว่า คือ เวลาหลังเลิกเรยี น ก่อนรับประทานอาหารเย็น และในภาคบ่าย
ของวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่นักเรียนอยู่ในโรงเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกทํากิจกรรมตามความสนใจ
ในโครงการตา่ งๆ ของโรงเรียน ดังนี้
1. โครงการเจริญรอยตามคีตราซนั
โครงการเจริญรอยตามคีตราชันได้ก่อตั้งขึ้น โดยแนวคิดของผู้อํานวยการ นายธวัช ชุมชอบ
เพื่อเทิดพระเกียรติ ในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านดนตรี และเป็นการพัฒนา
นักเรียนให้มีความฉลาด ด้านอารมณ์ อันจะส่งผลให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ และ
นอกเหนือจากการพัฒนานักเรียน ในด้านวิชาการ ทางโรงเรียนจึงได้จัดตั้ง วงซิมโฟนีออเคสตร้า และขับร้องเพลง
ประสานเสียงขนาดเล็ก และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นวงซิมโฟนีออเคสตร้าและขับร้องเพลงประสานเสียง
ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามลําดับ จนถึงปัจจุบัน ที่มีสมาชิกมากกว่า 900 คน ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและ
จงั หวดั พะเยา เป็นอยา่ งมาก โดยมโี อกาสได้ แสดงความสามารถในการต้อนรับบุคคลต่างๆ ที่มาเยือนโรงเรียน
ตลอดจนในพิธกี ารสําคัญต่างๆ ของโรงเรียนและ จังหวัดพะเยาอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากวงซิมโฟนีออเคสตรา้ แล้ว
ทางโรงเรียนยังได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นดนตรี พื้นเมือง ดนตรีไทย และวงโยธวาทิตอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดน้ี
ล้วนเพื่อเป็นการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช องค์อัครศิลปินทีท่ รงพระปรชี าสามารถหลายๆ ด้านรวมท้ัง ดา้ นดนตรี
นักเรียนที่สนใจต้องการเรียนรู้และฝึกทักษะการเล่นดนตรี ตลอดจนมีความตั้งใจในการแสดง
ความสามารถ ในการรับใชส้ งั คมโดยการเล่นดนตรี สามารถสมคั รเปน็ สมาชิกวงซมิ โฟนอี อเคสตรา้ วงโยธวาทิต
วงดนตรีพื้นเมือง หรือ วงดนตรีไทย ได้ที่ครูผู้สอนดนตรีทุกท่าน ซึ่งนักเรียนจะได้ใช้เวลาว่างตอนเย็น
หลงั เลิกเรยี น และวนั เสาร์ - อาทติ ย์ ในการฝกึ ซอ้ มดนตรีและพัฒนาความสามารถของตนเองใหด้ ยี ่งิ ข้นึ ต่อไป
รักศักดศิ์ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 82
2. กิจกรรม Chorus ของเรา
เปน็ กจิ กรรมขับรอ้ งประสานเสยี งท่ที ่ัวโลกใหก้ ารยอมรับว่าเป็นกจิ กรรมทสี่ ร้างให้กล่มุ คนหรทอตนเอง
มี ความอ่อนโยน แฝงไว้ในความเข้มแข็ง ความมีสมาธิที่มั่นคง ทําให้เกิดความเหนียวแน่นในกลุ่มคนและเป็น
กิจกรรม ที่สร้างความสุนทรียภาพได้เป็นอย่างดี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยาได้
เน้นใหน้ ักเรยี น ทุกคนใตข้ บั รอ้ งเพลงประสานเสียง Chorus ให้ไดท้ กุ คน โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ ดงั นี้
1. ฝึกสมาธิ 7.ทําใหเ้ สียงกังวาน
2. สร้างวนิ ยั 8. ฝกึ ออกเสยี งสระและพยัญชนะ
3. สร้างบุคลิกภาพทดี่ งี ามให้กบั ตนเอง 9. ฝกึ มารยาทของนักร้องบนเวทแี ละมารยาทท่ัวไป
4. ฝกึ จังหวะสมหายใจใหเ้ กดิ พลงั ในกาย 10. สรา้ งความเช่อื มั่นและมั่นใจในการขนึ้ สเู่ วที
5. ผอ่ นคลายความเครียด 11. ฝกึ ความรบั ผิดชอบ
5. สรา้ งคณุ ภาพแหง่ เสียง 12. ทํางานเปน็ ทมี
3. กิจกรรมนกั บนิ น้อย สว.พย. เพ่อื ส่งเสริมทักษะประดิษฐเ์ ครอื่ งบินเล็ก (Young Pilot Project)
โรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้นําความรู้ ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ฝึกทักษะ กระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ มีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักแสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆ นอกจากนั้นยังสร้าง
ความภาคภูมิใจ และความมั่นใจในตนเองให้แก่นักเรียนที่ได้แสดงความสามารถ เป็นแรงบันดาลใจให้รักและ
มุง่ มนั่ ที่จะสร้างความ เจรญิ ทางด้านวทิ ยาศาสตร์ จงึ ได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝกึ สรา้ งเคร่ืองบินจําลองและวิทยุ
บังคับหรือที่เรียกว่า เครื่อง เล็ก ซึ่งนักเรียนสามารถฝึกปฏิบัติได้ในยามว่าง และหากพัฒนาตนเอง
จนมีความสามารถถึงเกณฑ์ โรงเรียนก็ส่งเสริมให้นักเรียนมีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในระดับภูมิภาค
และระดบั ประเทศต่อไป นักเรยี นที่สนใจ สมัครได้ท่ีครูวิทยาศาสตร์
4. ล้อเดยี วกพ็ อเพียง Monocycle & Circus
จักรยานล้อเดียว เป็นกีฬาที่นิยมกันเฉพาะกลุ่ม แต่จักรยานล้อเดยี วกลับมีประโยชน์อย่างมากมายนอก
จากร้านสันทนาการที่น่าตื่นเต้นโลดโผนเหมาะกับวัยของนักเรียนที่กําลังเป็นวัยรุ่น ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้าง
สรีระ ร่างกายให้กับนักเรียนให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีสมาธิ กล้าที่จะตัดสินใจ ที่สําคัญทําให้นักเรียน
มบี ุคลกิ ภาพท่ดี ี สงา่ งามอีกดว้ ย
รักศักดิ์ศรี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 83
จากประโยชนด์ ังกลา่ วขา้ งต้น และตัวยการรเิ ริม่ ของผูอ้ าํ นวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรี
นครินทร์ พะเยา นายธวัช ชุมชอบ และความร่วมมือของคณะครู ผู้ปกครอง จึงได้จัดตั้ง ชมรมจักรยาน
ล้อเดียวของ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ขึ้นในช่วงปี 2552 เพื่อให้นักเรียน
ของโรงเรียนร้อยละ 80 ได้ฝึกกีฬาชนิดนี้ ฝึกให้ร่างกายมีความแข็งแรง มีสมาธิ และเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี
สุขภาพดีมีความสงู ไม่ต่ำกว่า 160 ซ.ม. ตามหนึ่งในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระ-
เกยี รตสิ มเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา จาํ นวน 5 ข้อ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหน้ ักเรยี นรกั การออกกําลังกายและมสี ขุ ภาพรา่ งกายและจิตใจ ท่แี ข็งแรงมสี มาธิมากขนึ้
2. เพ่ือให้นักเรียนมีบุคลิกลักษณะทีด่ ี
3. เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของจักรยานที่สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ เนื่องจากพาหนะ
ไม่ก่อมลพษิ
4. เพื่อให้นักเรียนฝึกทักษะการเป็นผู้นําในการเล่นจักรยานล้อเดียวแล้วสามารถนําไปเผยแพร่ทักษะ
ความรใู้ หแ้ ก่ผอู้ ืน่
วิธกี ารฝึกซอ้ มเบ้ืองตน้
ช่วงเวลาหลงั เลกิ เรียนทุกวัน ตงั้ แต่ 16.30 - 18.30 น.
วนั ท่ี 1 ฝกึ การจบั ราวคู่ สูง 16 - 350 ช.ม. ไปกลบั ความยาวประมาณ 20 เมตร ฝกึ การเตรียม อปุ กรณ์
จักรยานล้อเดยี วขนาดล้อใดก็ได้ที่นกั เรยี นจะหัดฝกึ ซ้อม และสบู ลม พอแข็งโดยการใชน้ ้วิ กดไม่ลงปรับความสูง
ของเบาะสูงสดุ ให้พอเหมาะกบั การนั่งปนั แล้วเรมิ่ จากการขึน้ ป่ัน โดยใช้เทา้ ขวาเหยยี บบนั ไดขวา ปลายเท้าขวา
จิกไปที่พื้นแล้วนั่งเบาะ จากนั้นมือก็จับราวเท้าด้านซ้ายก็เหยียบขึ้นบันไดด้านซ้ายพยายามใช้เพียงมือเดียว
และเพื่อช่วยการทรงตัวและใช้มือจับราวการปันให้ปันครึ่งก้าวไปก่อน ให้ชินกับการปั้น สัก 25 - 30 นาที
โดยการปั่นไปขา้ งหนา้ ครงึ่ ก้าว ถอยหลงั ครงึ่ กา้ ว
วันที่ 2 - 4 ฝึกนักเรียนปฏิบัติคล้ายวันที่ 2 ทําให้ถนัด แล้วเริ่มปั่นจักรยานล้อเดียวไปด้านหน้าทีละ
ก้าว ถงึ สองกา้ วเม่ือถนัดแล้วก็เพ่ิมจํานวนมากขึน้ เพือ่ เป็นการสรา้ งสมรรถภาพรา่ งกาย และกล้ามเน้ือขาท่อน
บน และเปน็ การฝกึ การทรงตวั ใหด้ ีข้ึน
วันที่ 5 ให้นักเรียนฝึกการปั่นจกั รยานล้อเดียวสงู 130 - 150 ซ.ม. 2 ราว ไปทางด้านขวาก่อน จากราว
ด้านหนึง่ ไปยังอีกด้านหนง่ึ ความยาว ประมาณ 20 เมตร ทที่ างโรงเรยี นได้จัดทาํ ไว้ใหน้ ักเรยี น
วนั ท่ี 6 ฝกึ นักเรียนปฏบิ ัตคิ ล้ายกับวันท่ี 5 โดยปัน้ สลับเปล่ยี นข้างเป็นตา้ นซ้ายทําให้ถนดั ทง้ั สองข้าง
รกั ศกั ด์ิศรี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 84
วันที่ 7 ลองหัดการปั่นจักรยานล้อเดียวโดยใช้ทักษะเริ่มแรก โดยใช้เท้าขวาเหยียบบันไดขวาปลายเทา้
ขวาจิกไปที่พื้นแล้วนั่งเบาะจากนั้นประคองราว เท้าด้านซ้ายก็เหยียบขึ้นบันไดด้านซ้ายจากนั้นก็ปั่นออกไป
ระยะแรกจะปั้นไดป้ ระมาณ 4 - 7 ก้าว ฝกึ ให้ถนดั จากน้นั นักเรยี นกจ็ ะปัน่ จกั รยานลอ้ เดยี วไดส้ าํ เร็จ
5. ทักษะหุน่ ยนต์ (Robot)
เป็นการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่องของหุ่นยนต์ให้กับนักเรียน ได้ฝึกปฏิบัติการประกอบหุ่นยนต์และ
การ เขียนโปรแกรมในการควบคุมหุ่นยนต์พื้นฐาน ที่สามารถบังคับการทํางานของหุ่นยนต์ ซึ่งจะทําให้เกิด
ความร้ทู กั ษะ และประสบการณ์ท่จี ะทําให้นักเรยี นได้นาํ ไปประยุกต์ใช้ในการทาํ งานหรือเรียนต่อในระดับช้ันที่
สงู ขนึ้ และหากน กเรียนพัฒนาตนเองจนมีความสามารถ โรงเรยี นก็สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นเข้ารว่ มประกวดแข่งขัน
ในระดับภมู ภิ าค และ ระดับประเทศต่อไป นกั เรยี นทีส่ นใจสมคั รไดท้ ี่ครคู อมพิวเตอร์
6. ทกั ษะคอมพิวเตอรแ์ ละโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
นักเรียนที่มีความสนใจในทักษะคอมพิวเตอร์ทั้ง Hardware และ Software หรือ การเขียนโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ สามารถเรียนรู้และฝึกทักษะนอกชั้นเรียนได้ในเวลาว่าง เพื่อพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพ
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเรียนและการทํางานต่อไปในอนาคต รวมทั้งมีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในเวทีต่างๆ
ท้ังในระดบั จงั หวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ นกั เรยี นท่สี นใจ สมคั รได้ทีค่ รูคอมพวิ เตอร์
7. ทกั ษะดา้ นกีฬา เชน่ รกั บี้ฟตุ บอล ฟตุ บอล บาสเกตบอล เปตอง
โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนเล่นกีฬาประเภทต่างๆ อย่างหลากหลายในโรงเรียน เช่น รักบี้ฟุตบอล
ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล เปตอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเล่นเพื่อส่งเสริมสุขภาพแล้ว
นักเรียนยังสามารถ ฝึกฝนทักษะกีฬาต่างๆ ให้มีความชํานาญเพื่อเข้าร่วมแข่งขันในการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ได้
โดยเฉพาะรักบี้ฟุตบอล ซึ่ง ถือว่าเป็นกีฬาประจําโรงเรียนที่มีการส่งเสริมให้นักเรียนฝึกฝนและเข้าร่วมการ
แข่งขนั ในระดับตา่ งๆ นกั เรียนทส่ี นใจ สมัครไดท้ ่ีครกู ล่มุ สาระสขุ ศึกษาและพลศึกษา
8. โครงการพัฒนานักเรยี นผูม้ คี วามสามารถพิเศษทางคณติ ศาสตร์ (Gifted Child in Mathematics)
ทางโรงเรียนได้ดาํ เนินการเขา้ ร่วมตามโครงการนักเรียนผู้มคี วามสามารถทางคณิตศาสตร์ ของภาควิชา
คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้าตลอดจนวิจัยทางคณิตศาสตร์
ตามหลัก สูตรที่กําหนดให้และตามความสนใจของผู้เรียนอันเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
รกั ศักด์ศิ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 85
ให้มีพื้นฐานที่จะ สามารถศึกษาและวิจัยในระดับสูงต่อไป โดยกําหนดให้นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5
ท่ีสนใจสมัครเขา้ รว่ ม มรี ะเบียบ ดงั น้ี
1. นกั เรยี นท่เี ขา้ รว่ มโครงการสนบั สนุนคา่ ใช้จ่ายประมาณ คนละ 500 บาท และมีคุณสมบตั ิ ดงั นี้
1.1 นกั เรยี นท่กี ําลงั ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ต้องมีผลการเรียนในระดับช้ัน ม.1 ท้ังสอง
ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 3.5 และได้เกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์ โดยต้องสอบผ่าน Pre - Test (ข้อเขียน) และผ่าน
การสอบสมั ภาษณ์ทางวิชาการ โดยการรับรองของทางโรงเรยี นตามทกี่ าํ หนด
1.2 นักเรียนที่กําลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และสอบผ่านหลักสูตรเพิ่มประสบการณ์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 โครงการนกั เรยี นท่มี คี วามสามารถพเิ ศษทางคณติ ศาสตร์ในปี พ.ศ. 2553
2. นักเรียนมีเวลาเรียนภาคเรียนละประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน (ตามที่ทางคณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่กาํ หนด) สถานที่เรยี นหอ้ งเรียนคณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
3. นักเรียนเข้าร่วมฝึกทําโครงงานคณิตศาสตร์ในหัวข้อต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ ตามความถนัด
และความสนใจ เพือ่ นาํ เสนอผลงานทางวชิ าการ
4. นกั เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมชุมนุม Gifted Child in Mathematics ในโรงเรยี นสปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั
9. โครงการเพชรในมือ
โรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรีนครินทร์ พะเยา ได้จดั ทาํ โครงการเพชรในมือ เพ่ือเป็นการสร้าง
เสริมแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการกระบวนการทํางานเป็นระบบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมสร้างเสริม
ลกั ษณะนิสยั ทีด่ ีมรี ะเบียบวินัยร้จู ักการดาํ เนนิ ชีวิตตามแนวพระราชดําริตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ถวายในหลวง ส่งเสริมการหารายได้ระหว่างเรียนสดปริมาณขยะในโรงเรียนรักษาสิ่งแวดล้อม พัฒนาภูมิทัศน์
ทางโรงเรยี นให้สะอาดสวยงามและนำรายไดเ้ ป็นทนุ การศึกษาใหน้ ักเรียนท่ีเรยี นที่มีความประพฤติดี ต่อไป
วตั ถปุ ระสงค์
1. ปลูกฝังให้ผู้เรียนนักเรียนคณะครูบุคลากรในโรงเรียนและชุมชนให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎี
เศรษฐกิจพอเพยี งตามแนวพระราชดาํ รขิ องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั
2. เพื่อสง่ เสริมการสร้างรายได้แก่นักเรียนและชมุ ชน
3. เพอื่ ส่งเสรมิ นกั เรยี น ครู และบุคลากรในโรงเรียนและชมุ ชนใหม้ ีวินยั ในการคัดแยกขยะ
4. เพื่อลดปริมาณขยะในโรงเรยี นและชุมชนเสริมสร้างการใช้พลังงานทดแทน
5. เพ่ือรักษาสภาพแวดล้อม ภมู ทิ ัศน์ของโรงเรียนและชุมชนใหด้ สู ะอาดสวยงาม
6. เพ่ือใหน้ กั เรียนมคี วามขยนั และอดทน ตัง้ ใจในการทํางาน
7. เพ่ือสรา้ งให้นักเรยี นมีนสิ ัยรักการทํางาน ชอบชว่ ยเหลือผู้อ่นื และทาํ งานร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้
รกั ศักดิศ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 86
8. เพอ่ื เปน็ ทนุ การศึกษาใหก้ บั นักเรียนทเี่ รยี นดี ความประพฤติดี
9. เพือ่ เปน็ แหลั่งเรยี นร้ดู ้านการบรหิ ารจดั การกระบวนการทาํ งานอยา่ งเป็นระบบและการมีส่วนรว่ ม
เป้าหมาย
นักเรียน คณะครู บุคลากรในโรงเรียน และชุมชน เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง
ตามแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเห็นคุณค่าของการคัดแยกขยะ และการใช้พลังงานทดแทน
สดการสร้างมลพิษใหก้ ับส่งิ แวดลอ้ ม
10. เศรษฐกจิ พอเพยี ง สว.พย. Sufficiency Economy Project
โครงการตามแนวพระราชดําริเป็นนโยบายที่สําคัญในการพัฒนานักเรียนของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ทุกคนจะต้องมีความตระหนักที่จะดําเนินตามรอยพระจริยวัตร
ของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยได้น้อมนําหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และวิชาทักษะผู้นํา
(Leadership Training) เป็นวชิ าทีส่ ง่ เสรมิ ความเป็นเลิศทางวิชาการ สง่ เสริมความเป็นผนู้ ําเพ่ือพัฒนาผู้เรียน
ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องของ 3ห่วง 2 เงื่อนไข คือ มีเหตุผลในการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ ตระหนัก
ถึงความสาํ คญั ของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ นํามาใช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุดส่งเสริมนักเรยี นให้รู้จักประหยัด
อดออม มีความพอประมาณทําให้เกิดภูมิคุ้มกันเพื่อ ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สร้างค่านิยมที่ดีงาม มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน
พากเพียร ใช้สติปญั ญาในการดําเนินชีวติ ทําให้นกั เรยี นมีกระบวนการคิดอยา่ ง มีเหตุผล กล้าคิด กล้าตัดสินใจ
ทําให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีในการทํางาน เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัว แล้วนํามา ประยุกต์ใช้ให้เกิด
ประโยชน์ ทาํ ใหช้ ่วยลดปรมิ าณสารพิษท่ีจะทาํ ลายสิ่งแวดล้อม และทกุ คนตอ้ งตระหนักเสมอวา่ เราเกิดมาจาก
ดิน สามารถทํางานบนดินใต้ รักผืนแผ่นดินไทย ต้องทําตัวติดดิน ชาวศรีนครินทร์พะเยา ทุกคนต้อง ร่วมใจ
เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีผลงาน Self Sufficiency
Economy Project ท่ภี าคภมู ิใจของนักเรยี น
ดังนั้นนอกจากการเรียนรใู้ นรายวิชาทักษะผนู้ าํ (Leadership Training) แล้วในชว่ งเวลาว่างนักเรียนทุก
คนต้องมีกิจกรรมอย่างน้อยคนละ 6 กิจกรรม ที่น้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ใน
กจิ กรรม น้นั และนกั เรียนจะต้องสามารถถอดองค์ความรู้ในกจิ กรรม หรือฐานการเรียนรู้ในโรงเรยี น ในรูปแบบ
ของ 3 ห่วง 6 เงื่อนไข พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้อื่นได้ โดยจะประเมินผลการเรียน
ในรายวิชา ทกั ษะผนู้ าํ (Leadership Training) จํานวน 50 คะแนน
รกั ศกั ดศิ์ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 87
11. ทักษะการทําอาหาร และ ขนมอบ (Bakery)
นักเรียนที่มีความสนใจสามารถสมัครเรียนประกอบอาหารประเภทต่างๆ หรือทําขนมอบ (Bakery) ได้
โดยการรวมกลุม่ ประมาณ 60 - 20 คน นักเรยี นทสี่ นใจ สมัครได้ทค่ี รกู ล่มุ สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
12. โครงการศกึ ษาวฒั นธรรมทางภาษาและวรรณคดีไทย
เป็นโครงการสง่ เสริมให้นักเรยี นไดศ้ กึ ษาเปรยี บเทียบการใช้ภาษาในการตดิ ต่อสื่อสาร โดยนํานกั เรียนไป
ทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ที่สําคัญ ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ มีความแตกต่างทางศาสนาและ
วัฒนธรรม รวมถึงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่มีความสัมพันธ์กับวรรณคดีไทย เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และ
สามารถปรับ ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั
13. โครงการทัศนศกึ ษาลา้ นนาไทย
เปน็ โครงการที่ทางกล่มุ สาระสงั คมศึกษาฯ ไดด้ ําเนินการอย่างตอ่ เนือ่ งทุกปี โดยการนาํ นกั เรียนระดบั ชั้น
มัธยมศกึ ษา ตอนตน้ ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทสี่ าํ คัญของทางภาคเหนือ อาทิ
พิพิธภัณฑส์ ถาน แหง่ ชาตเิ ชียงแสน สามเหลีย่ มทองคาํ จังหวัดเชยี งราย โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ ดงั นี้
1. เพื่อสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนแกน่ กั เรียนสู่แหลง่ เรียนรทู้ างประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรมใน ภาคเหนือ
2. ปลูกฝงั ให้นกั เรยี นเกดิ ความรกั หวงแหน และภาคภมู ใิ จในทอ้ งถิน่ ของตนเอง
3. เพื่อให้นักเรียนบูรณาการความรู้วิชาสังคมศึกษาสู่สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ และสามารถนําไป
ประยุกตใ์ ช้ ในชีวิตประจาํ วนั ได้
4. เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของเพื่อนบ้าน แล้วนําไปสู่การอยู่ร่วมกันใน
ภูมภิ าคอยา่ งสันติ
รกั ศกั ดศ์ิ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 88
งานบรกิ ารแนะแนว
งานแนะแนว ถือเป็นหัวใจสําคัญในการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนประจํา
เช่น โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้จัดกิจกรรมแนะแนว
ในโรงเรียนเพื่อ มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น มีทักษะในการเลือก
แนวทางการศึกษาต่อ การทํางานงานและประกอบอาชีพในอนาคต รวมทั้งมีสุขภาพจิตที่ดี มีจิตสํานึกในการ
ทาํ ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว สงั คมและประเทศชาตติ ่อไป
วสิ ยั ทศั น์การแนะแนวของโรงเรยี น
“จัดกิจกรรมแนะแนวที่มุ่งพัฒนานักเรียนทุกคนในทุกช่วงชีวิตที่อยู่ในโรงเรียนให้มีคุณภาพชีวิต
และสังคม ที่ดีใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและมีความสุข ทุกคนในสังคมเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมใน
กระบวนการแนะแนวอยา่ ง เป็นกัลยาณมติ ร”
กิจกรรมงานบริการแนะแนวมี 5 ดา้ น ดังน้ี
1. บริการรวบรวมขอ้ มลู นกั เรยี นเปน็ รายบุคคล
ด้วยความแตกต่างของนักเรยี นแตล่ ะคนที่มีพื้นฐานความเปน็ มาของชีวิตไม่เหมอื นกันหล่อหลอมให้เกิด
พฤติกรรมหลายแบบทั้งด้านบวกและด้านลบ บรกิ ารรวบรวมขอ้ มลู นักเรียนเปน็ รายบุคคลจึงเป็นการให้บริการ
ท่งี านแนะแนวจัดข้นึ เพ่อื เกบ็ ข้อมูลนักเรียนทกุ คนเพ่ือทําความรจู้ ักนักเรียนเป็นเบอื้ งตน้ โดยมวี ธิ กี ารดังต่อไปนี้
1.1 ระเบียนสะสม
1.1.1ครูแนะแนวให้นักเรียนกรอกข้อมูลส่วนตัวของตนเองลงในระเบียนสะสม ภาคเรียนละ
1 ครงั้ เพือ่ ปรับปรุงให้ข้อมูลนักเรยี นเป็นปัจจบุ นั
1.1.2 ครบู นั ทึกขอ้ มูลนกั เรยี นรายบคุ คลในโปรแกรมคอมพวิ เตอรแ์ ละจดั ทําเป็นสถติ ดิ า้ นต่างๆ
1.2 แบบประเมินพฤตกิ รรมนักเรยี น (SDQ)
1.2.1 นักเรยี น/ครูที่ปรึกษา/ผูป้ กครอง กรอกแบบประเมนิ พฤตกิ รรมนักเรียน (SDO)
1.2 2 ครแู นะแนวรวบรวมและทาํ การบนั ทึกส่ิงในโปรแกรมเพอ่ื แปรผลแบบประเมิน
1.2.3 ครูแนะแนวนําผลที่ได้มาจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อพัฒนา/ส่งเสริม/แก้ไขพฤติกรรมนักเรียนเป็น
รายบุคคลต่อไป โดยนักเรียนกลุ่มที่ถูกคัดกรองจากแบบทดสอบ SDQ ซึ่งจะได้นักเรียนเป็น 2 กลุ่ม
คือ กลุ่มปกติ และกลุ่มเสียง/มีปัญหา มีวิธีดําเนินการ คือ จะมีการคัดกรองนักเรี ยนโดยที่ครูแนะแนว
ให้นักเรียน ทําแบบทดสอบ SDQ และจากนั้นแยกเด็กจากการทําแบบทดสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ
และกล่มุ มปี ัญหา
รกั ศักด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 89
1) กล่มุ ปกติฝ่ายแนะแนวจะจดั กจิ กรรมใหน้ กั เรยี นทําในช้ันเรียนตามช่วงเวลากจิ กรรมแนะแนว
2) กลมุ่ เสย่ี ง/มปี ญั หา ครูแนะแนวจะได้จัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยใหค้ าํ ปรกึ ษาเป็นกลุ่ม
และรว่ มทํากจิ กรรมเพอื่ ปรบั พฤติกรรม
2. การบรกิ ารดา้ นสารสนเทศ
เป็นการบริการที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยและครอบคลุม 3 ด้าน คือด้านการศึกษา ด้านอาชีพ
ด้านการพัฒนาตนเองและบุคลิกภาพเพื่อพัฒนานักเรียนให้สอดคล้อง 4 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา ด้านสังคม
ด้านอารมณ์ ด้านจิตใจ สามารถเป็นแนวทางให้นักเรียนมีการวางแผนการตัดสินใจที่ดีต่อการศึกษา ต่อ
ในระดับสูงขน้ึ ต่อไป อาทิ เชน่
2.1 การเข้าร่วมกิจกรรม ค่ายหรือกิจกรรม ทน่ี ักเรยี นสนใจเข้าร่วม
2.1.1 รับเรื่องการรับสมัครนักเรียนเข้าร่วมค่ายจากทุกแหล่งข้อมูล เช่น จากเขตพื้นที่การศึกษา
จากมหาวทิ ยาลัย/สถาบันต่างๆ จากการสืบค้นขอ้ มลู ทาง Internet
2.1.2 ดําเนนิ การประชาสัมพนั ธใ์ ห้นกั เรยี นทราบ และกําหนดเวลาหมดเขตรับสมัครของฝ่ายแนะแนว
กอ่ นการหมดเขตของการรบั สมคั รของมหาวิทยาลัยตามสมควร
2.1.3 ดําเนินการรับสมัครพร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนในการสมัคร พร้อมทั้งให้คําแนะนํา
ในการกรอกใบสมัคร การตอบคาํ ถามและดําเนนิ การใหค้ รูท่ีปรกึ ษาหรือผ้บู รหิ ารลงนาม (ในกรณีท่ีมี)
2.1.4 ประสานงานกับฝ่ายธุรการทําหนังสือส่ง พร้อมทั้งสําเนาเอกสารที่ส่งเก็บไว้ที่งานแนะแนว
และดําเนินการสง่ ใหต้ รงตามกําหนด
2.1.5 ติดตามการประกาศผลในการรับสมัครทําการแจ้งผลและขั้นตอนต่อไปให้กับนักเรียน
ดําเนินการต่อไป
2.1.6 รวบรวมเอกสาร ภาพถ่าย เพ่ือสรุปผลและนาํ เสนอรายงานฝา่ ยบรหิ ารต่อไป
2.2 การดาํ เนนิ การรับสมัครของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
2.2.1 รับเรื่องการประกาศรับสมัครจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จากทุกแหล่งข้อมูล เช่น จากเขตพื้นที่
การศกึ ษาจากมหาวิทยาลัย / สถาบนั ต่างๆ จากการสืบคน้ ทาง Internet
2.2.2 ดาํ เนินการประชาสมั พันธใ์ ห้นักเรียนทราบ โดยกําหนดเวลาหมดเขตรบั สมัครของฝา่ ย แนะแนว
ก่อนการหมดเขตของมหาวทิ ยาลยั ตามสมควร
2.2.3 ดําเนินการรับสมัคร พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน พร้อมทั้งให้บริการในกรณีที่มีการ
เซน็ ตร์ ับรองทั้งจากครูท่ปี รึกษาหรือผูบ้ ริหารสถานศึกษา
รกั ศักด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 90
2.2.4 ติดต่อประสานงาน ทําหนังสือส่งกับฝ่ายธุรการ พร้อมทั้งสําเนาเอกสารที่ส่งเก็บไว้
ทงี่ านแนะแนว และดําเนินการสง่ ให้ตรงตามกาํ หนด
2.2.5 ประกาศผูม้ สี ิทธส์ิ อบ ปฏิทนิ ในการสอบแจ้งผลใหก้ ับนักเรียนเตรยี มตวั สอบ
2.2.6 ติดตามประกาศผสในการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยและดําเนินการแจ้งผลให้นักเรียน
ทราบรวบรวมเอกสารท่ีเกี่ยวข้องเพื่อสรุปผลและนาํ เสนอรายงานให้ผ้บู ริหารทราบตอ่ ไป
2.3 การดําเนนิ การสาํ หรบั โครงการต่างๆ เชน่
- โครงการสอบเข้าทุน พสวท.
- โครงการสอบเข้ามหิดลวิทยานุสรณ์
- โครงการโอลิมปกิ วชิ าการ
- โครงการสอบเข้าโรงเรียนเตรยี มทหาร
- โครงการสอบอ่ืนๆ
2.3.1 ดำเนินการประสานงานกับกลุ่มบริหารงานวิชาการ/ปรึกษาทางกลุ่มบริหารงานวิชาการ
จะชว่ ยจัดในเรอ่ื งการสอนเพมิ่ เติมใหก้ ับนกั เรียน
2.3.2 ดำเนินการตามปฏิทินของโครงการต่าง ๆ และดําเนินการประชาสัมพันธ์นักเรียน และกําหนดวัน เวลา
หมดเขตรบั สมคั ร ก่อนวันเวลาท่ีหมดเขต รบั สมคั รจริงตามสมควรของโรงเรยี น
2.3.3 ดำเนินการติดต่อประสานงานแจ้งขอใช้รถโรงเรียน ในกรณีที่จะต้องดําเนินการรับ - ส่ง
นักเรยี นเพอื่ เขา้ สอบคัดเลือก
2.3.4 ดําเนินการติดตามผล พร้อมทั้งดําเนินการรวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย/เพื่อสรุปผลและนําเสนอ
รายงานฝา่ ยบรหิ ารตอ่ ไป
2.4 งานสารสนเทศดา้ นอืน่ ๆ
2.4.1 การจัดหาเอกสารให้บริการในห้องแนะแนว เช่น วารสารความรู้ดา้ นต่างๆ จุลสารและแผ่นพบั
เกี่ยวกับการศึกษาต่อในสถาบนั อุดมศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลจากสถาบันการศึกษาในรูปแบบคูม่ ือ
การศึกษาและแผน่ โปสเตอร์
2.4.2 การจัดสื่อการเรียนรู้ ได้แก่ วีดีโอแนะนําการศึกษาต่อในคณะและสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ
วีดีโอรณรงค์ ปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพติด การสัมภาษณบ์ คุ ลกิ ภาพเกี่ยวกบั อาชีพตา่ ง ๆ
2.4.3 การติดป้ายนิเทศ ให้นักเรียนหาข้อมูลเพื่อเป็นความรู้ในการปรับปรุงตนเองตลอดจนช่วย
ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ โดยนักเรียนสามารถอ่านด้วยตนเองซึ่งเป็นการจัดแสดง
“ป้ายสนเทศ” เป็นประจําตลอดปกี ารศกึ ษา และมกี ารปรับเปล่ยี นข้อมูลให้ทันเหตุการณอ์ ยเู่ สมอ
2.4.4. การจดั บรรยายจากวิทยากรและนักศึกษารุ่นพ่ี เพ่อื ใหค้ วามรู้กับนักเรียนท่ีกําลังศึกษาอยู่ในด้าน
การปรับปรุงบุคสกึ ภาพ การวางตวั และการวางแผนการศึกษาต่อภายหลงั จบการศกึ ษา
รักศกั ดศิ์ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 91
2.4.5 การจัดนิทรรศการงานแนะแนวเก่ียวกับการศึกษาและอาชีพประจําปี
2.4.6 รวบรวมข้อมลู เสนอขา่ วการศึกษาการสอบแก่นกั เรยี นทาง Internet
3. บรกิ ารใหค้ ําปรกึ ษา
เป็นการให้บริการที่ให้คําชี้แนะ คําแนะนํา การแนะแนว กระบวนการทางด้านจิตวิทยากับนักเรียน
ในทุกๆ ด้านที่เป็นปัญหาสําหรับนักเรียน เช่น ปัญหาด้านการเรียน ปัญหาด้านการปรับตัว ปัญหาเรื่องเพื่อน
เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้นักเรียนเป็นผู้ที่รู้จักและเข้าใจตนเอง ยอมรับตนเองและผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาต่างๆ
ไดด้ ว้ ยตนเอง มีแนวปฏบิ ตั ิที่สําคัญ ดังน้ี
3.1 นักเรียนเขียนบันทึกใบนัดหมายขอคําปรึกษาครูที่ห้องแนะแนว เพื่อนัดหมายวันและเวลากับครู
ผูใ้ ห้ คําปรึกษา อย่างน้อยล่วงหนา้ 1 วนั
3.2 ครูรับบันทึกการนัดหมายแสะดําเนินการให้คําปรึกษาตามวันและเวลาดังกล่าวโดยมีการบันทึก
ขอ้ มูล และคําปรึกษาไว้
3.3 ครตู ดิ ตามผล และทาํ การนดั หมายนกั เรยี นครง้ั ต่อไปในกรณที ่ีตอ้ งดูแลอย่างตอ่ เนื่อง
4. บริการจดั วางตวั นกั เรียนเป็นรายบุคคล
บริการจัดวางตัวนักเรียนเป็นรายบคุ คล เป็นบริการเพือ่ ศึกษานกั เรียนเป็นรายบคุ คลในทุกๆ ด้านได้แก่
ด้านพฤติกรรมนักเรียน ด้านครอบครัว ต้านสุขภาพ และความสามารถพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกัน ส่งเสริม
พัฒนา ช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การจัดสรรทุนการศึกษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการส่งเสริม
ให้นกั เรียนศึกษา ตอ่ ตามความเหมาะสม โดยมีกจิ กรรมดงั นี้
4.1 การเย่ยี มบ้านนักเรียน
การเยี่ยมบ้านนักเรียน หมายถึง การที่ครูประจําชั้นไปเยี่ยมพบปะกับผู้ปกครองและนักเรียนที่บ้าน
เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน และทําให้ครูได้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
ตา่ งๆ ทางบา้ นของนกั เรียน โดยมวี ัตถุประสงคด์ ังนี้
4.1.1 เพื่อให้ครูประจําชั้นและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจในการ
ร่วมมือกันแกป้ ญั หาและส่งเสริมศกั ยภาพของนักเรยี น
4.1.2 เพอ่ื สรา้ งความสัมพนั ธ์อันดรี ะหว่างบ้านกบั โรงเรยี น
4.1.3 เพื่อสร้างเจตคติทด่ี รี ะหว่างโรงเรยี นและผู้ปกครอง
4.1.4 เพือ่ ใหผ้ ูป้ กครองและครูประจําชั้นไดร้ ับรู้ข้อมูลเกีย่ วกับตวั เด็กในชว่ งที่อย่บู ้านและโรงเรียน
4.1.5 เพอ่ื ให้ครูประจาํ ชน้ั ไดเ้ หน็ สภาพความเปน็ อยู่และบรรยากาศภายในบ้านของนักเรียน
รกั ศักดศิ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 92
4.2 การให้บริการนักเรียนในด้านทุนการศึกษา และกองทุนกู้ยมื เพ่อื การศกึ ษา
งานแนะแนว ให้บรกิ ารในการช่วยเหลือนกั เรยี นที่มคี วามประสงค์จะขอรบั ทุนการศึกษา หรือขอ กู้ยืม
เงินเพื่อการศึกษา ซึ่งทุนการศึกษาที่โรงเรียนจัดหาให้กับนักเรียนมีหลายทุน เช่น ทุนพระเมตตาสมเด็จย่า
ทุนเพชรภูกามยาว ทุนเพชรพระศรีสังวาลย์ ทุนสนับสนุนจากกองทุนธวัชตะวัน กองทุนแสงทองนิมิต
และทนุ อน่ื ๆ โดยมแี นวดําเนินการ ดงั นี้
4.2.1 รับเรื่องทุนการศึกษาจากทุกแหล่งข้อมูล เช่น ปีในเขตพื้นที่การศึกษาจากมหาวิทยาลัย /
สถาบนั ต่างๆ จากการสบื ค้นจาก Internet
4.2 2 ดําเนนิ การประชาสัมพนั ธ์ใหน้ กั เรียนทราบ โดยกําหนดเวลาหมดรบั สมคั รของฝา่ ยแนะแนวก่อนการ
หมดเขตของมหาวทิ ยาลัยตามสมควร
4.2.3 ดําเนินการรบั สมคั ร พร้อมทงั้ รวบรวมหลกั ฐานให้ครบถ้วน พร้อมทั้งให้บริการในกรณีท่ี มีการ
ลงนามรบั รองท้ังจากครทู ีป่ รกึ ษาหรือผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
4.2.4. ติดต่อประสานงาน ทําหนังสือส่ังกับฝ่ายธุรการ พร้อมทั้งสําเนาเอกสารท่ีส่งเก็บไว้ทีง่ านแนะ
แนว และดาํ เนนิ การส่งใหต้ รงตามกาํ หนด
4.2.5 ติตตามประกาศผลในการรับทุน พร้อมทั้งดําเนินการต่อเนื่องตามเงื่อนไขของทุนการศึกษา
ต่างๆ เช่น ดําเนินการเปิดบัญชีของนักเรียนดําเนินการควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินทุนการศึกษา และเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู
4.2.6 รายงานผลการใช้ทนุ และรวบรวมสรุปผลเพ่อื นําเสนอรายงานกลุ่มบริหารงานต่อไป
4.3 การฝกึ ประสบการณ์วชิ าชีพของนกั เรียน
4.3.1 แจ้งเวลาในการรับสมัครนกั เรียนท่ีประสงคท์ ี่จะฝึกงานก่อนการสอบปลายภาคเรียนที่ 3 และ
ปลายภาคเรียนที่ 2 ให้มาสมัครพร้อมทั้งแจ้งสถานที่ที่ต้องการฝึกงาน โดยนักเรียนต้องมาติดต่อก่อนปิดภาค
เรยี นประมาณ 6 เดือน
4.3.2 ดาํ เนนิ การติดตอ่ ประสานงานกบั หนว่ ยงานท่ีจะขอใหน้ ักเรียนเข้าฝึกงาน
4.3.3 ติดต่อประสานงานกับธุวิการโรงเรียนเพือ่ เป็นการทาํ หนงั สือส่งเร่ืองขอฝึกงานของนกั เรียนไป
ยังหน่วยงานต่างๆ โดยต้องจัดทําแบบให้คะแนนแนบด้วย พร้อมทั้งทําหนังสือขอบคุณตอบเมื่อจบการ
ฝึกอบรม
4.3.4 ดาํ เนินการประชุมตกลงกบั นักเรยี นถึงการปฏบิ ัติตนให้อยู่ในระเบยี บวินัยในขณะฝกึ งาน
4.3.5 ดําเนนิ ตดิ ตามผลการฝกึ งานและสรุปผลเพอ่ื รายงานกลุม่ บรหิ ารต่อไป
รักศักดิศ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 93
5. บริการตดิ ตามผลและประเมินผลนักเรียน
มีการให้บริการติดตามและประเมินผลสําหรับนักเรียนที่จบหลักสูตร เพื่อทําการประเมินผลและ
สรุปผล การศึกษาตอ่ นกั เรยี นทัง้ ในช่วงช้นั ที่ 2 และในช่วงชน้ั ท่ี 4 และ นกั เรียนท่ีทําการย้ายสถานศึกษา
5.1 นักเรียนกรอกข้อมูลในแบบบันทึกการศึกษาต่อของนักเรียนในแต่ละโรงเรียนมหาวิทยาลัย
ทีน่ ักเรยี นสอบแขง่ ขนั ผา่ น เพ่อื ให้มขี ้อมูลทคี่ รบถว้ นและเป็นปัจจุบนั
5.2 ครทู ําการเกบ็ รวบรวมสถิตขิ องการศกึ ษาต่อของนกั เรียน
5.3 ครทู าํ การตรวจสอบข้อมลู ทชี่ ัดเจนในครั้งสุดท้าย โดยการใหน้ ักเรียนยืนยนั สถานศึกษา สาขาวิชา
ที่นักเรียนศึกษาต่อจริง โดยทางงานแนะแนว จะขอความร่วมมือนักเรียนกรอกไปรษณียบัตร ที่งานแนะแนว
จดั เตรยี มไว้ใหส้ ง่ กลบั มายังโรงเรยี นตอ่ ไปในแต่ละปีการศกึ ษา
5.4 จัดกิจกรรมให้รุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วได้กลับมาแนะแนวการศึกษาให้กับรุ่นน้องในโรงเรียน
โดย แนะนาํ ถงึ มหาวทิ ยาลยั /สถาบนั การศกึ ษาท่ีตนศึกษาเพ่ือเป็นแนวทางในการศกึ ษาต่อของรุ่นน้อง
แนวปฏบิ ัติในการใช้หอ้ งแนะแนว
1. หอ้ งแนะแนวเปิดให้บรกิ ารตัง้ แตว่ นั จนั ทร์ - วนั อาทิตย์ เวลา 08.00 น. - 16.30 น.
2. การใช้คอมพิวเตอร์ประจําห้องศนู ยแ์ นะแนวจะตอ้ งได้รับอนุญาตจากครแู นะแนวทุกครัง้
3. ห้ามนาํ ขนม ไอศกรีม มารับประทานในหอ้ งแนะแนวโดยเด็ดขาด
4. ไมค่ วรสง่ เสยี งดงั หรือใช้วาจาไม่สุภาพ เพ่อื ไมใ่ หเ้ ป็นการรบกวนผู้อื่นทม่ี าใช้บริการในหอ้ งแนะแนว
5. จัดเก็บโตะ๊ เก้าอ้ี เบาะนั่ง และเอกสารต่างๆ กลบั เขา้ ท่ีเดิมหลังใช้งานทกุ ครง้ั
6. ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดของห้องแนะแนวและบริเวณโดยรอบ โดยการไม่ทิ้งขยะ หรือทําลาย
ดอกไม้ ต้นไม้ สวนหย่อม
7. ชว่ ยกนั รกั ษาทรัพยส์ มบัตทิ ุกชนิ้ ของห้องแนะแนวและไม่ร้ือคน้ โต๊ะครทู ี่อยู่ในห้องโดยไม่ได้รบั อนุญาต
8. ห้องแนะแนวมีหนังสือ และ CD บริการให้นักเรียน ยืม – คืน ได้คนละ 5 เล่ม/แผ่น ในระยะเวลา
2 วันต่อครง้ั โดยตอ้ งลงทะเบยี นยืม - คืน กับครปู ระจาํ ห้องแนะแนวทกุ คร้งั
รักศกั ดิศ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สืบสานงานพระราชดำริ 94
การใชแ้ หล่งเรยี นรูแ้ ละหอ้ งปฏิบตั กิ ารตา่ งๆ ในโรงเรียน
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนใต้พัฒนาตนเองในทุกๆ
ด้าน ทั้งความเป็นเลิศด้านวิชาการ ด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ตลอดจนด้านอื่นๆ
ตามศักยภาพของนักเรียน นอกจากนั้นยังมุ่งจัดบรรยากาศและแหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
และเพื่อ ให้นักเรียนอยู่ระบบประจําได้อย่างมีความสุข ทางโรงเรียนจึงได้จัดแหล่งเรียนรู้และห้องปฏิบัติการ
ต่างๆ ทท่ี ันสมยั มคี วามพรอ้ มดา้ นวัสดุ อุปกรณ์ โดยจัดอย่างหลากหลายและเพยี งพอต่อจํานวนนกั เรยี น
1. เปิดห้องเรียนสู่โลกกว้างกับการเป็นโรงเรียนไร้พรมแดน (Borderless School via SW-PHAYAO
Video Conference)
ตัวยวิสัยทัศน์ของโรงเรียนและผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน
และแก้ปัญหาการขาดบุคลากรครู จนเกิดเป็นนวัตกรรม “การจัดการเรียนการสอนทางไกลระบบ VDO
Conference” เพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนโดยวิทยากรที่สอน ณ ศูนย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยเร่ิม
จัดการเรียนการสอน ในระบบดังกล่าวตั้งแต่ปีการศึกษา 2555rlเป็นต้นมา และได้มีการพัฒนาระบบอย่าง
ตอ่ เน่อื ง ปัจจบุ ันสามารถขยาย เครอื ขา่ ยการจัดการเรียนการสอนไปยังโรงเรยี นเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี
นครินทร์ ศรีสะเกษ และโรงเรียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร ซึ่งทั้ง 3 โรงเรียน
ได้สร้างความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการ ให้นักเรียนโดยการใช้ทรัพยากรบุคคลและสื่อการสอนร่วมกัน
พร้อมทั้งมีการพัฒนาอุปกรณ์และระบบสัญญาณให้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นทางโรงเรียนเฉลิม
พระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ยังมีโครงการที่ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนระบบ VDO
Conference เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โรงเรียนมาตรฐานสากล ( World Class Standard School)
เช่น โครงการขยายเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงกับโรงเรียนชั้นนําในต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์
และสหรฐั อเมริกา เป็นตน้
นวัตกรรมดงั กล่าวถือเป็นการจุดประกายด้านการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ได้มหี นว่ ยงานและโรงเรียน
ต่างๆ ได้ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานและเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนํามาถึงความภาคภูมิใจ
และการ ได้รับรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลเหรียญทองนวัตกรรมการเรียนการสอนระดับประเทศตามโครงการ
“หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ของสํานักงานคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ประจําปี 2555 และประจําปี
2552
การจัดการเรียนการสอนด้วยระบบ VDO Conference ของโรงเรียน ใช้สถานที่เรียน คือ ห้องเพชร
พระศรสี ังวาลย์ อาคารศรนี ครินทร์
รกั ศักดศิ์ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สบื สานงานพระราชดำริ 95
งานของศนู ย์วทิ ยบริการ VDO Conference
โรงเรยี นเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ พะเยา หน่วยจังหวัดเชยี งใหม่
1. เป็นสถานที่จัดสอนและส่งสัญญาณการถ่ายทอดกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมอื่นๆ
ในระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) จากจังหวัดเชียงใหม่มายังโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระศรีนครนิ ทร์ พะเยา จงั หวัดพะเยา
2. ต้อนรับและประสานงาน ผู้ปกครองนักเรียนและหน่วยงานอื่นกับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระ ศรีนครนิ ทร์ พะเยา
3. จัดเป็นศูนย์พัฒนาภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนา ส่งเสริมทักษะความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษให้นักเรียน
ในชว่ งปิดภาคเรียน
4. เป็นศูนย์ประสานงานสำหรับนักเรียน และบุคลากรของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี-
นครินทร์ พะเยา ทม่ี าจดั กจิ กรรมที่จังหวัดเชียงใหม่
5. เป็นตวั แทนของโรงเรยี นในการติดต่อประสานงานกับหนว่ ยงานอนื่ ๆ ในจงั หวัดเชียงใหม่ และจังหวัด
ใกล้เคยี ง
6. เป็นศนู ย์ประชาสัมพนั ธ์กจิ การโรงเรยี นและแสดงผลผลติ ของนกั เรียน
7. เป็นจดุ พบปะนกั เรยี นกับผปู้ กครองทางระบบ VDO Conference
2. หอสมุด IT 100 ปี สมเด็จย่า
ทางโรงเรียนได้จัดบริการแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยรวดเร็วต่อการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่ใช้ประกอบ
การเรียนการสอนเพื่อสอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และให้เป็นแหล่งการศึกษาค้นคว้าข้อมูล
ที่ทันสมัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของนักเรียนและครู และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหา
กรุณาธิคุณขององค์สมเด็จย่า คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานต่างๆ ในชุมชนจึงได้ร่วมแรงร่วมใจ
กันสร้างหอสมดุ IT 100 ปสี มเด็จย่า ทส่ี วยงาม มีเอกลักษณ์ และมีหนงั สือ สอ่ื ทที่ ันสมยั และเพยี งพอต่อความ
ต้องการ โดยเน้นการจัดเป็นห้องสมุดมีชีวิต และ Electronics library โดยได้จัดแบ่งออกเป็นห้องดังนี้
- หอ้ งขอ้ มลู ทัว่ ไป - หอ้ งวารสาร/หนังสอื พมิ พ์
- ห้องอ้างองิ - หอ้ ง Entertainment
- ห้อง Internet Room - ห้อง Multimedia
- ห้อง Research - หอ้ งอาเซยี นศกึ ษา
รกั ศักด์ิศรี มคี ณุ ธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 96
ระเบยี บการใช้
1. กำหนดเวลาเปิดบริการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 20.30 น. วนั เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.
2. ในการเขา้ ใช้บรกิ าร ทุกคนจะตอ้ งสแกนนวิ้ มือกอ่ นเขา้ ใช้บริการทุกครง้ั เพ่ือบนั ทึกสถิติการเขา้ ใช้หอสมดุ
3. ผ้มู ีสิทธเิ ข้าหอ้ งสมดุ ได้แก่ นักเรียน ครอู าจารย์ทุกคน ตลอดจนบุคลากรทุกสายงาน และประชาชนท่ัวไป
4. ผทู้ ่ตี อ้ งการยืมหนงั สือต้องแสดงบตั รสมาชกิ (บัตรนักเรียน) ทุกครัง้
5. บัตรสมาชิกใชไ้ ด้เฉพาะเจ้าของบัตรเทา่ น้นั ใชย้ ืมแทนกันไมไ่ ด้
6. ยมื หนังสอื ได้ครงั้ ละ 2 เล่ม มกี ำหนด 5 วัน
7. หนังสือทุกเล่มยืมตดิ ต่อกันได้ไม่เกิน 2 คร้งั
8. ในกรณสี ่งหนังสอื เกนิ กำหนดจะต้องเสยี คา่ ปรับวันละ 1 บาท /เลม่ / วัน
9. ในกรณีที่หนังสือหายจะต้องชดใช้เป็น 2 เท่า ของราคาหนังสือ หรือซื้อมาแทนรวมทั้งเสียค่าบริการ
จดั เตรยี มหนังสือใหมเ่ ล่มละ 10 บาท
10. กรณที ี่ไมค่ ืนหนังสือทางโรงเรยี นจะตดั คะแนนความประพฤติเล่มละ 5 คะแนน และ
จะดำเนนิ การไม่ออกเกรดให้
11. บุคคลทว่ั ไปยืน่ สำเนาบัตรประชาชนสมัครสมาชกิ 50 บาท
ขอ้ ควรปฏิบตั ใิ นการใชห้ อสมดุ IT 100 ปี สมเด็จย่า
1. แตง่ กายสภุ าพเรียบร้อย
2. ฝากกระเปา๋ หนงั สือ แฟม้ เอกสารต่างๆ ไว้ทรี่ ับฝากของก่อนเข้าห้องสมุดทุกครั้ง
3. สำรวมกริ ยิ ามารยาทไมส่ ง่ เสียงดังให้เปน็ ท่ีรบกวนผอู้ น่ื
4. ห้ามนำอาหาร เคร่อื งด่มื ของขบเคย้ี วทกุ ชนิดเข้าหอ้ งสมดุ
5. ห้ามฉกี หรอื ตัดสิ่งพิมพท์ ุกชนดิ ผกู้ ระทำจะต้องไดร้ บั การพิจารณาโทษ
6. เม่ือออกจากห้องสมุดตอ้ งแสดงหนังสือหรือเอกสารให้เจา้ หน้าทต่ี รวจทกุ คร้ัง
7. เมือ่ ลกุ จากโตะ๊ แลว้ ให้เกบ็ เก้าอี้ไว้ที่เดมิ อยา่ งเป็นระเบียบ
8. ไม่ควรนอนอ่านหนงั สอื ในห้องสมุด
9. ควรสง่ หนงั สือตามกำหนดทุกครั้ง
10. ไม่เลน่ กันในห้องสมุด
การใช้หอสมดุ ไอที 100 ปีสมเด็จย่า เพือ่ การเรียนการสอน
1. ครูผสู้ อนเขยี นใบจองของการใช้หอสมดุ ลว่ งหนา้ 1 วัน หรือวิทยุสือ่ สารแจ้งก่อนการเข้าใช้ 2 ช.ม.
2. ครผู ู้สอนแจ้งความประสงคใ์ นการใช้หอสมดุ ในแตล่ ะรายวิชา รายคาบลว่ งหน้า เพอ่ื ทางหอสมุด
จะได้จดั เตรยี มเอกสารไวบ้ รกิ าร
รกั ศักดิศ์ รี มคี ณุ ธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 97
3. ครผู สู้ อนต้องเป็นผู้ควบคุมนักเรียน ในการเขา้ ใช้หอสมดุ ด้วยตนเอง เพื่อชแ้ี นะและให้คำปรกึ ษา
สำหรบั นกั เรียนใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาในรายวิชานน้ั ๆ
4. ครูผู้สอนควบคมุ ดูแลนักเรียนเข้าใชห้ อสมุดให้อยูใ่ นความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย
5. ควรมีการบันทกึ การสอนทกุ ครง้ั หลังจากใช้หอสมุดเพอ่ื การเรียนการสอน ตามที่ทางหอสมดุ จดั เตรียมไว้
6. การใช้หอสมุดเพ่ือการเรียนการสอนควรมีการกำหนดอยใู่ นแผนการสอนทุกครงั้
การสบื คน้ ขอ้ มูลด้วยคอมพวิ เตอร์
ทางห้องสมุดโรงเรยี นไดเ้ ปดิ ใหบ้ ริการการสืบค้นข้อมูลดว้ ยคอมพวิ เตอร์เพ่ือสะดวกและรวดเรว็ ตอ่ การ
ค้นหาหนังสือโดยมวี ธิ ีการสืบค้นดังต่อไปน้ี
1. ผู้ใช้บริการสามารถสบื คน้ หนงั สอื ไดต้ าม หัวเรื่อง ช่ือผแู้ ตง่ ชอ่ื หนังสอื ประเภทหนังสอื
สำนักพิมพ์เลข หมู่ เลขเรยี กหนังสือ โดยให้เลือกหนงั สือหวั ข้อใดหวั ข้อหน่ึง
2. พมิ พ์ข้อมูลทางหนังสือตามหัวขอ้ ทีเ่ ลือก เชน่ เลอื กหวั ข้อช่อื ผูแ้ ตง่ พิมพช์ ่ือผูแ้ ต่ง เชน่
“พนมเทียน” แลว้ กด search หน้าจอคอมพิวเตอร์จะปรากฏรายชอ่ื หนงั สอื ของ
พนมเทียน เขียนไวท้ ั้งหมดที่หอ้ งสมุดมเี ลือกคลิกเอาหนังสือทีต่ ้องการ คลกิ ดูขอ้ มูล
หนังสือเพ่อื ตรวจดูเลขเรียกหนงั สือ
3. จดเลขเรยี กหนังสอื เลม่ ทีต่ ้องการไว้
4. จากนัน้ ก็ไปคน้ หนงั สือตามช้ันที่จดั ไวต้ ามเลขเรียกหนังสือจากช้ันหนงั สือซึง่ จะจดั ไวต้ าม
ระบบทศนิยมดวิ อ้ที ัง้ หมดที่มีอยู่ 10 หมวดหมู่
ข้นั ตอนการยมื – คนื ด้วยระบบบาร์โคด้
1. ผใู้ ชบ้ รกิ ารยืม–คนื สามารถใช้บริการไดต้ ลอดเวลาการเปิดทำการ
2. ผ้ใู ช้บริการจะต้องแสดงบตั รสมาชกิ ( บตั รนักเรยี น ) ทกุ ครง้ั ทีเ่ คาเตอร์ยืม–คืน
3. นำหนงั สอื ท่ีต้องการยืมให้เจ้าหน้าทสี่ แกนรหสั การยมื ผูใ้ ช้บริการสามารถยมื หนงั สือไดค้ ร้งั ละ 2 เลม่ / คร้ัง
4. เจา้ หนา้ ทีป่ ระทบั วนั กำหนดสง่ ด้านหลังหนงั สือ
5. ผู้ยืมรับบัตรและหนังสอื คืน
6. เมื่อต้องการคนื หนังสือใหน้ กั เรยี นนำหนังสอื ให้เจ้าหน้าทส่ี แกนรหัสหนงั สอื ( ควรคืนหนังสือตาม
กำหนดสง่ ) ถา้ หากเกินกำหนดสง่ ทางห้องสมุดจะปรับเลม่ ละ 1 บาท/วัน/เล่ม และหักคะแนนความประพฤติ
5 คะแนน/ เล่ม
รกั ศักดศ์ิ รี มคี ุณธรรม นำวิชาการ สบื สานงานพระราชดำริ 98
บรกิ ารจองหนังสือ
หนงั สือเล่มใดท่ีมผี ูต้ ้องการใชแ้ ต่มีผู้ยืมไปก่อนแลว้ ให้แจง้ ความจำนงขอจองหนงั สือเล่นน้ันไดท้ เ่ี จ้าหนา้ ท่ี
โดยกรอกรายละเอยี ดตา่ งๆ ลงในแบบฟอร์มการจองหนังสือท่ีเค้าเตอร์จองหนังสือ
การใช้หอ้ ง Digital library
1. ใหน้ ักเรยี นนำบตั รนักเรียนวางเพ่ือรบั บัตรหมายเลขเครอ่ื ง
2. ให้นักเรยี นนงั่ ประจำเครื่องของตนเอง
3. นักเรียนสามารถใช้บรกิ าร Internet ไดเ้ ฉพาะการค้นข้อมูลหรือติดต่อทาง Internet เท่าน้ัน
4. ใชค้ รง้ั ละไมเ่ กนิ 60 นาที
5. ห้ามเล่นเกมสโ์ ดยเดด็ ขาด
6. ชว่ ยกนั ดแู ลรักษาเครื่องคอมพวิ เตอร์ให้อยใู่ นสภาพดีเสมอ
7. จดั เกบ็ อปุ กรณใ์ ห้เรยี บร้อยทุกครั้งหลังจากใชง้ านเสรจ็
8. หากพบเคร่ืองใดขัดข้องใหแ้ จ้งอาจารยผ์ ้คู วบคุมทนั ที
หอ้ ง Multimedia
1. ครผู สู้ อนแจ้งการขอใชบ้ ริการลว่ งหนา้ 1 วัน
2. ครผู ้สู อนประสานงานกบั ฝ่ายควบคุมเรื่องการใชเ้ ครื่องและเน้ือหาการสอน
3. กรณีที่นกั เรียนต้องการใชจ้ ะต้องรวบรวมกลุ่มไมต่ ่ำกวา่ 20 คนขนึ้ ไป
4. จองการขอใชบ้ ริการหอ้ ง มลั ติมิเดยี ลว่ งหน้า 1 วนั
5. ให้อาจารยผ์ ู้ควบคุมตรวจสอบแผ่น CD /VDO ก่อนการใชท้ กุ ครั้ง
6. ให้ครูผสู้ อน/นกั เรยี นเลือกสอ่ื จากทะเบยี นการยมื สือการเรียนการสอน
7. ผูใ้ ชบ้ รกิ ารทุกทา่ นจะต้องไมส่ ่งเสียงดงั
8. ไม่กระทำการสิ่งใดท่ีจะก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หาย
9. ดแู ลความเรียบร้อยกอ่ นออกจากหอ้ ง
รกั ศกั ด์ศิ รี มคี ุณธรรม นำวชิ าการ สืบสานงานพระราชดำริ 99