จัดทำ โดย นางสาวเกวลิน พระแก้ว 644101002 นางสาวนพวรรณ อุ่มภู 644101026 เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชวนพิศ อัตเนตร์ รายงานนีเเป็นส่วนหนึ่งของวิชาการออกแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ( 1543401 ) รราายยงงาานน การออกแบบการเรียนการสอน เรื่องการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ การออกแบบการเรียนการสอน เรื่องการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์
รราายยงงาานน จัดทำ โดย การออกแบบการเรียนการสอน เรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ การออกแบบการเรียนการสอน เรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ นางสาวเกวลิน พระแก้ว 644101002 นางสาวนพวรรณ อุ่มภู 644101026 เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชวนพิศ อัตเนตร์ รายงานนีเเป็นส่วนหนึ่งของวิชาการออกแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ( 1543401 )
คำ นำ รายงาน เรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งออกแบบการสอนโดยใช้ ADDIE MODEL เล่มนี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อออกแบบการเรียน การสอนโดยใช้ ADDIE MODEL เพื่อออกแบบการการเรียนการสอนรวมถึงสื่อประกอบการสอนต่าง ๆ ให้เหมาะกับผู้เรียน และรายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับการเขียนเรื่องจากจินตนาการ ความหมายของการของการเขียนเรื่องจากจินตนาการ ประเภทการเขียนเรื่องจากจินตนาการ รวมถึงกิจกรรต่าง ๆ เพื่อสังเกตเทคนิคการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ คณะผู้จัดทำ ได้เล็งเห็นความสำ คัญของการจัดทำ รายงานเล่มนี้ และเผื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทำ ความเข้าใจเนื้อหา และได้นำ ไปปรับใช้ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะมีประโยชน์แก่ผู้เรียนและบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษา เรื่องการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ไม่มากก็น้อย ผู้จัดทำ ก
สสาารรบับั บั ญ บั ญ คำ นำ สารบัญ ที่มาและความสำ คัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำ เนินการ/ ประโยชน์ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 ทฤษฎี ADDIE Model ทฤษฎีการวางเงื่อนไขของการ์เย่ แนวคิดการสอน เนื้อหาการออกแบบ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ สื่อและการประยุกต์ใช้ในการสอน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการดำ เนินการสอน กระบวนการเรียนรู้ของ ADDIE Model แบบสังเกตพฤติกรรม ภาคผนวก บรรณานุกรรม ข ก ข บทที่ 1 บทนำ 1 5 30 38 41
วิชาภาษาไทย เป็นวิชาที่สำ คัญ และเป็นพื้นฐานการเรียนทุกวิชา นักเรียนจะต้องมีพัฒนาการทางการเรียนครบในทุก ๆ ด้าน จากการเรียนในรายวิชาภาษาไทย และพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่สามารถเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจหลักการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ เรื่องการเขียนมีความจำ เป็นสืบเนื่องกับเรื่องการเขียนอีกหลายเรื่อง เพราะหากผู้เรียนเขียนเรื่องจากจินตนาการ และสร้างสรรค์ไม่ได้ นักเรียนอาจจะเขียนเรื่องผิดจากหลักการเขียน และอาจสับสนระหว่างการเขียนเรื่องต่าง ๆ ดังนั้นคณะผู้จัดทำ จึงได้จัดทำ สื่อการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบการสอน เรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นแบบฝึกเสริมทักษะให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามรถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากการฝึกฝนทำ กิจกรรมในห้องเรียน บทที่ที่ ที่ที่ ที่ที่1 บทนำ ที่ที่ ที่ ม ที่ มาและความสำสำสำสำคัคั คั ญ คั ญ วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ป ถุ ประสงค์ค์ ค์ค์ นันั นั ก นั กเรีรี รี ย รี ยนอธิธิ ธิ บ ธิ บายหลัลั ลั ก ลั กการเขีขี ขี ย ขี ยนเรื่รื่ รื่ อ รื่ องตามจิจิ จิ น จิ นตนาการได้ด้ ด้ด้ (P) นันั นั ก นั กเรีรี รี ย รี ยนเขีขี ขี ย ขี ยนเรื่รื่ รื่ อ รื่ องจากจิจิ จิ น จิ นตนาการตามหัหั หั ว หั วข้ข้ ข้ อ ข้ อที่ที่ ที่ กำ ที่ กำกำกำหนดได้ด้ ด้ด้ (k) นันั นั ก นั กเรีรี รี ย รี ยนมีมี มี นิ มี นิ นิ สั นิ สัสั ย สั ยรัรั รั ก รั กการเขีขี ขี ย ขี ยน (A) ทำทำทำทำไมต้ต้ ต้ อ ต้ องเรีรี รี ย รี ยนวิวิ วิ ช วิ ชาภาษาไทย 1
1. คัดเลือกหัวข้อที่สนใจจะทำ โดยเรื่องที่จะนำ มาเป็นหัวข้อ มักจะได้มาจากปัญหา คำ ถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อ ที่จะนำ มาพัฒนาในรูปแบบรายงาน ควรพิจารณาองค์ประกอบที่สำ คัญ 1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อที่จะศึกษา 2.สามารถจัดหาสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ และวัสดุอุปกรณ์ที่รองรับการเรียนการสอนในชั้นเรียน และแบบออนไลน์ได้ 3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำ ปรึกษา 4. มีเวลาเพียงพอ 5. มีงบประมาณเพียงพอ วิวิ วิ ธี วิ ธี ธี ก ธี การดำดำดำดำเนินิ นินิ นการวิวิ วิ จั วิ จั จั ย จั ย 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูลซึ่ง รวมถึงการขอคำ ปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดในการใช้การกำ หนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษา สามารถใช้ออกแบบและวางแผนการดำ เนินการทำ รายงานได้ 2
3.จัดเค้าโครงที่จะทำ มีรายละเอียดดังนี้ 1.ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิงและรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ 2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำ หนดขอบเขตและลักษณะของโครงการที่จะพัฒนา 3.ออกแบบพัฒนามีการกำ หนดลักษณะของสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในการเรียนการสอนเเละวัสดุที่ต้องใช้ 4.กำ หนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทำ เค้าโครงของโครงงาน ลงมือทำ และสรุปรายงานโครงงานโดยกำ หนดช่วงเวลาอย่างชัดเจน 5. การพัฒนาสื่อการสอนทุกชนิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเบื้องต้นโดยอาจทำ การพัฒนาส่วนย่อย ๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้ แล้วนำ ผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการสอนให้เหมาะสม มากยิ่งขึ้น 6.เสนอเค้าโครงของรายงาน เรื่อง การอ่านสะกดคำ ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอคำ แนะนำ และปรับปรุงแก้ไข เพี่อวางแผนพัฒนาการดำ เนินงานอย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด 4. การลงมือทำ เมื่อเค้าโครงของรูปเล่มรายงานที่ได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ผู้จัดทำ สามารถ จัดทำ รายงาน และขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ เช่น การจัดเตรียม การเรียนการสอนให้พร้อม กำ หนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจนแล้วจึงดำ เนิน ทำ รายงาน ต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนารายงานเป็นระยะๆ เพื่อให้เน่ใจว่า ผลงานมีการพัฒนาขึ้น ทำ งานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3 วิวิ วิ ธี วิ ธี ธี ก ธี การดำดำดำดำเนินิ นินิ นการวิวิ วิ จั วิ จั จั ย จั ย
ประโยชน์น์ น์น์ 1.ผู้เรียนสามารถบอกความหมายของการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ 2. ผู้เรียนสามารถบอกหลักการของการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ 3. ผู้เรียนสามารถบอกประโยชน์ของการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ 4
บทที่ที่ ที่ที่ ที่ที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในรูปแบบการสอน ADDIE Model ในการจัดการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ได้ศึกษาค้นคว้า รวบรวมเนื้อหา และการใช้ทฤษฎีต่างๆ ดังนี้ หลัลั ลั ก ลั กสูสูสู ต สู ตรแกนกลางขั้ขั้ ขั้ น ขั้ นพื้พื้ พื้ น พื้ นฐาน 2551 ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดควา,เป็นเอกภาพและ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทยเป็นเครื่องมือ ในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำ ให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำ รงชีวิต ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำ ไปใช้ ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำ ค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ?และสืบสานให้คงอยู่ คู่ชาติไทยตลอดไป 5
2. คุณภาพของผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (1) อ่านออกเสียงร้อยแก้ว และร้อยกรองเป็นทำ นองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมายโดยตรง และโดยนัยของคำ ได้ จับใจความสำ คัญเรื่องที่อ่าน (2 มีทักษะการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนเรียงความ แต่งประโยค เขียนจดหมายส่วนตัว เขียนเรื่องตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ (3) พูดแสดงความรู้ ความคิดจากเรื่องที่ฟังและดูได้ ตั้งคำ ถามและตอบคำ ถามจากเรื่องที่ฟัง และดูได้ (4) พูดรายงาน พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผล (5) สะกดคำ และเข้าใจความหมายของคำ สำ นวนสุภาษิต คำ พังเพย รู้และเข้าใจชนิดของ ประโยค แต่งกลอนสี่ กลอนสุภาพ (6 เข้าใจและเห็นคุณค่าในวรรณคดีที่อ่าน ท่องจำ อาขยานตามที่กำ หนดได้ สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒. ๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูป แบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ 3. สาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ 6
4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนต้องตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมินพัฒนาการนักเรียนและตัดสินผลการเรียน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนรูความสำ เร็จ ของนักเรียนจะต้องพัฒนาและประเมินผู้เรียนตามตัวชี้วัด เพื่อที่จะการปฏิบัติตามาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนถึงความสามารถที่สำ คัญและคุณลักษณะที่คาดหวังของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ของการวัดและประเมินการเรียนรู้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับห้องเรียนระดับสถาบันการศึกษา บริการการศึกษา ระดับภูมิภาคและระดับชาติ การวัดและประเมินผชการเรียนรู้ เป็นกระบวนการ ปลูกฝังคุณภาพของนักเรียน นำ เสนอผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศการพัฒนานักศึกษา ความก้าวหน้าและความสำ เร็จทางวิชาการและข้อมูลเอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพ การเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเต็มที่ 7
ADDIE MODEL ADDIE Model คือ หลักการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา อย่างเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีจุดมุ่งหมายในการออกแบบให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ด้วยการวิเคราะห์ที่สาเหตุของปัญหา คิดค้นขึ้นโดย Florida State University’s Center for Educational Technology ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ 8
1. การวิเคราะห์ (Analysis) 1.1การกำ หนดหัวเรื่องและกำ หนดวัตถุประสงค์ทั่วไป การกำ หนดหัวเรื่องควรคำ นึงถึงลักษณะของเนื้อหาที่เหมาะสมกับผู้เรียน โดยพิจารณาจากปัญหา ต่าง ๆ ทางการเรียนการสอนที่เกิดขึ้น ความต้องการที่จะต้องมี ในการเรียนการสอน แผนการพัฒนาผู้เรียน เมื่อกำ หนดหัวข้อเรื่องแล้วต้องกำ หนด วัตถุประสงค์ทั่วไป ซึ่งเป็นเค้าโครง ขอบเขตของเนื้อหาที่จะนำ มาสอนและเป็นแนวทาง ในการวิเคราะห์เนื้อหาให้สอดคล้องกับผู้เรียน 1.2 การวิเคราะห์ผู้เรียน ในการเรียนการสอนต้องมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ เช่น ระดับชั้น อายุ ความรู้พื้นฐาน ประสบการณ์เดิม ระดับความรู้ ความสามารถ เพื่อนำ ข้อมูลไปเป็นแนวทาง ในการออกแบบบทเรียนให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้เรียน 1.3 การวิเคราะห์ทคโนโลยีที่ใช้ในการเรียน -การใช้ทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารที่สนับสนุนการเรียนการสอน -เทคโนโลยีเพื่อใช้อ้างอิงหรือสนับสนุนการเรียนรู้ -เทคโนโลยีใช้สำ หรับการประเมินผลเทคนโลยีสำ หรับการเผยแพร่บทเรียนไปยังผู้เรียน -เทคโนโลยีการนำ ส่งบทเรียน 10
2. การออกแบบ (D: Design) เป็นขั้นตอนที่ดำ เนินการต่าง ๆ ที่จะนำ ไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ขั้นตอนการออกแบบ (Design Phase) พิจารณาดังนี้ 2.1 วัตถุประสงค์ของบทเรียน (Learning Objectives) 2.2 ประเมินเครื่องมือ (Assessment Instruments) 2.3 แบบฝึกหัด (Exercises) 2.4 เนื้อหา (Content) 2.5 วิเคราะห์เนื้อหารายวิชา (Subject matter analysis) 2.6 แผนการสอน (Lesson Planning) 2.7 การเลือกสื่อ (Media Selection) 2.8 เขียนผังงานบทเรียน (Write Lesson Flowcharts) 2.9 เขียนบทดำ เนินเรื่อง (Storyboard) 2.10 สร้างบทเรียนต้นแบบ (Prototype) 3. การพัฒนา (D: Development) เป็นขั้นตอนที่นำ ผลลัพธ์ที่ได้จากขั้นตอนการออกแบบมาดำ เนินการต่อเป็นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาเป็นบทเรียนตามแผนการวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยช้ระบบนิพนธ์หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งบทเรียนต้นแบบพร้อมจะนำ ไปทดลองใช้ในขั้นต่อไป ประกอบด้วยการดำ เนินการต่างๆ ดังนี้ 3.1 เตรียมวัสดุประกอบบทเรียน (Preparing Adjunct Materials) 3.2 เขียนบทเรียน (Writing/Authoring) ในขั้นนี้ประกอบด้วย การสร้างสรรค์กราฟิก (Creating Graphics) การสร้างการปฏิสัมพันธ์บทเรียน และการสร้างบทเรียนพร้อมแบบทดสอบ 3.3 ดำ เนินการผลิต(Conduct Production) ในขั้นนี้ประกอบด้วย การผลิตขั้นต้น (Preproduction) การผลิตจริง (Production) และการดำ เนินการหลังการผลิต (Postproduction) 3.4 รวมสื่อทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นบทเรียนและเขียนโปรแกรมจัดการ (Integrating Media and Coding) 3.5 พัฒนาพิมพ์เขียวที่ออกลแบบในขั้นตอนการออกแบบไว้ 3.6 ทดสอบเครื่องมือที่สร้างขึ้น และพัฒนาหลังนำ ไปทดสอบ 11
4. การนำ ไปใช้ (I: Implementation) เป็นการนำ บทเรียนที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำ ไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายตามวิธีการที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ประกอบด้วยการดำ เนินการต่าง ๆ ดังนี้ - การทดลองใช้รายบุคคล - การทดลองใช้กลุ่มย่อย มีนักเรียนจำ นวน 6-10 คน - การทดลองใช้กับผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ 6-12 คน 5. การประเมินผล (E: Evaluation) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของรูปแบบออกแบบการเรียนการสอน ADDIE เพื่อประเมินผลบทเรียนระหว่างเรียน หรือประเมินเป็นระยะ ๆ เป็นช่วง ๆ (Formative Evaluation) ประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพ และนำ ผลที่ได้ไปรับปรุง แก้ไขและประเมินสรุปผล (Summative Evaluation) เพื่อสรุปผลและตัดสินใจ และมีการให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ทุกขั้นตอนของ ADDIE MODEL ทั้งนี้เพื่อให้ได้บทเรียนที่มีคุณภาพ ประกอบด้วยการดำ เนินการต่าง ๆ ดังนี้ 5.1 จัดทำ เอกสารโครงการ (Documenting Project) 5.2 ทดสอบบทเรียน (Testing) 5.3 ปรับบทเรียนให้ใช้งานได้ (Validation) 5.4 ประเมินผลกระทบ (Conducting Impact Evaluation) 5.5 ประเมินผลระหว่างการสอน (Formative Evaluation) 5.6 ประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการสอน หรือประเมินเพื่อสรุปผล (Summative Evaluation) 12
โรเบิร์ต กาเย่ (Robert Gagne) เป็นนักปรัชญาและจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกา ผู้นำ เสนอแนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีการสอนที่มีชื่อว่า ทฤษฎีเงื่อนไขการเรียนรู้ (Condition of Learning) ซึ่งเป็นทฤษฎีแบบผสมผสานที่เกิดขึ้นโดยการนำ เอาทฤษฎีการเรียนรู้แบบสิ่งเร้า และการตอบสนอง (S-R Theory) กับทฤษฎีความรู้ (Cognitive Field Theory) ในลักษณะของการจัดลำ ดับการเรียนรู้ ซึ่งการที่กาเย่เลือกที่จะผสมผสานแต่ละทฤษฎีเข้าด้วยกันนั้น เพราะเชื่อว่าไม่มีทฤษฎีใดสามารถอธิบายการเรียนรู้ของบุคคลได้โดยสมบูรณ์ ททฤฤษษฎีฎีฎีแฎีแนนววคิคิคิ ด คิ ดททฤฤษษฎีฎีฎีกฎีกาาเเย่ย่ ย่ย่13
หลักการและแนวคิด กาเย่เชื่อว่า วัตถุประสงค์การเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาสาระต่าง ๆ ได้อย่างดี รวดเร็ว และสามารจดจำ สิ่งที่เรียนได้นาน จึงจำ เป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนควรที่จะแจ้ง จุดประสงค์การเรียนรู้ ให้ผู้เรียนทราบก่อนที่จะเริ่มเรียนในบทเรียนนั้น ๆ ทฤษฎีเงื่อนไขการเรียนรู้ของกาเย่ได้อธิบายถึงองค์ประกอบในการเรียนรู้ที่สำ คัญ 3 ส่วน อันได้แก่ 14 ตามทฤษฎีเงื่อนไขการเรียนรู้ของกาเย่นั้นเชื่อว่า ผลการเรียนรู้หรือความสามารถด้านต่าง ๆ ของมนุษย์นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทคือ ทักษะทางปัญญา (Intellectual skill) กลวิธีในการเรียนรู้ (Cognitive strategy) ภาษาหรือคําพูด (verbal information) ทักษะการเคลื่อนไหว (motor skills) และเจตคติ (attitude) โดยผลการเรียนรู้ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการข้อมูลในสมองของมนุษย์และอาศัยข้อมูลที่ เหล่านั้น สำ หรับการพิจารณาในการแสดงพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และในขณะที่กระบวนการจัดการ ภายในสมองกําลังเกิดขึ้น เหตุการณ์ภายนอกร่างกายทั้งหมดต่างมีอิทธิพลต่อการส่งเสริมหรือการยับยั้งการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นภายในด้วย จากข้อเท็จจริงนี้ กาเย่จึงได้เสนอแนะว่า ในการจัดการเรียนการสอนควรมีการจัดสภาพแวดล้อมให้ เหมาะสมกับการเรียนรู้ในแต่ละประเภทและเอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ภายในของผู้เรียน ซึ่งจะช่วยส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้ วัตถุประสงค์
เร่งเร้าความสนใจ (Gain Attention) ก่อนนำ เข้าสู่บทเรียน ครูผู้สอนควรจูงใจและเร่งเร้าความสนใจให้ผู้เรียนรู้สึกอยากที่จะเรียนรู้ โดยการจัดสภาพแวดล้อมหรือใช้สื่อการเรียนการสอนเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน บอกวัตถุประสงค์ (Specify Objective) ครูผู้สอนจำ เป็นต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงความคาดหวัง และสิ่งที่ผู้เรียนควรต้องปฏิบัติได้เมื่อจบบทเรียนนี้ ซึ่งการที่ผู้เรียนได้ทราบถึงจุดประสงค์ของบทเรียนล่วงหน้า จะทำ ให้ผู้เรียนนั้นสามารถมุ่งประเด็นความสนใจไปที่เนื้อหาบทเรียนในส่วนของสาระสำ คัญที่เกี่ยวข้องหรือ ที่จำ เป็นได้ดีกว่า ทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knowledge) การทบทวนความรู้เดิมช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาใหม่ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นครูผู้สอน จึงจำ เป็นต้องทบทวนและทดสอบความรู้เดิมของผู้เรียนก่อนที่จะเริ่มนำ เสนอเนื้อหาที่เป็นความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งรูปแบบการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียนนั้น ครูผู้สอนอาจจัดทำ ได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การถามตอบ การให้นักเรียนทำ ข้อสอบ Pre-Test หรือการให้นักเรียนจับกลุ่มแล้วออกมาอภิปรายถึงเนื้อหา ที่ได้เรียนมาแล้ว เป็นต้น นำ เสนอเนื้อหาใหม่ (Present New Information) ครูผู้สอนควรนำ เสนอเนื้อหาบทเรียนที่เป็นความรู้ใหม่ผ่านการใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเหมาะสมกับตัวผู้เรียน และคำ นึงถึงผู้เรียนเป็นสำ คัญ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้ ในเรื่องของกระบวนการเรียนการสอน กาเย่ได้นำ เสนอหลักการสอน 9 ประการ ซึ่งเป็นหลักการสอนที่นำ เสนอเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ กับครูผู้สอนและบทเรียนซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยสำ หรับหลักการสอนทั้ง 9 ประการ มีดังนี้ 15 กระบวนการเรียนการสอน
ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ (Guide Learning) ครูผู้สอนจะต้องชี้แนะแนวทางให้ผู้เรียนสามารถนำ ความรู้ใหม่ไปผสมผสานกับความรู้เดิมที่ ผู้เรียนได้เคยเรียนรู้มากแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำ มากยิ่งขึ้น กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน (Elicit Response) ครูผู้สอนควรจัดการเรียนการสอน โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีโอกาสร่วมคิด และทำ กิจกรรมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเนื้อหานั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนจดจำ เนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Provide Feedback) ครูผู้สอนจำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้ผู้เรียนทราบเป็นระยะว่า ผู้เรียนกำ ลังเรียนอยู่ในส่วนใด ของบทเรียน และห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นความสนใจจากผู้เรียนได้มากขึ้น ถ้าพวกเขาทราบถึงจุดที่เขาอยู่และเป้าหมายชัดเจนที่เขาต้องไปถึง ทดสอบความรู้ใหม่ (Assess Performance) เมื่อจบบทเรียน ครูผู้สอนจะต้องมีการทดสอบความรู้ของผู้เรียน (Post-test) เพื่อการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้ทดสอบความรู้ของตนเอง และในขณะเดียวกันครูผู้สอนจะได้ทราบถึงระดับความรู้ของผู้เรียน ในการเรียนรู้บทเรียนนั้น ๆ ซึ่งจะทำ ให้ครูผู้สอนสามารถส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม สรุปและนำ ไปใช้(Review and Transfer) การสรุปและนำ ไปใช้ จัดว่าเป็นส่วนสำ คัญในขั้นตอนสุดท้าย โดยครูผู้สอนจะต้องสรุปบทเรียน เฉพาะประเด็นสำ คัญ ๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ของตนเอง หลังจากจบบทเรียนศึกษา และในขณะเดียวกันต้องชี้แนะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือให้ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาต่อในบทเรียนถัดไปหรือนำ ไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นได้ ขั้นตอนการสอนของกาเย่นั้น นับเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้การจัดการเรียนสอนนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่นักเทคโนโลยีการศึกษานำ มาพิจารณาในการออกแบบบทเรียนออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งรูปแบบการสอนของกาเย่นั้น จะช่วยให้ผู้เรียนสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน 16
สุกรี รอดโพธิ์ทอง, อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง และ วิชุดา รัตนเพียร 2540, น. 53-55 อ้างถึงใน Gagne,1985,pp. 302-330 ได้กล่าวถึง ทฤษฎีการเรียนรู้ 9ขั้นของ โรเบิร์ต กาเย่ (Robert Gagne) ว่า เร่งเร้าความสนใจ บอกวัตถุประสงค์ ทบทวนความรู้เดิม นำ เสนอเนื้อหา ใหม่ ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ทดสอบความ รู้ใหม่ สรุปและนำ ไปใช้ และเพื่อเป็นการพัฒนาเครื่องมือและรูปแบบการเรียนการสอนและแก้ ปัญหาในการเรียนการสอนทฤษฎีการเรียนรู้ของกาเย่ เป็นทฤษฎีที่เหมาะสมกับผู้เรียนเพราะมี การพัฒนาการเรียนรู้แบบสิ่งเร้าและการตอบสนอง(S-RTheory) กับทฤษฎีความรู้ (Cognitive Field Theory) มาผสมซึ่งเป็นวิธีการผสานกันในลักษณะของการ จัดลำ ดับสอนที่สามารถนำ ไปสู่พัฒนาการที่สูงขึ้นในทางการใช้ความคิดและสติปัญญา โดยการ กำ หนดลำ ดับขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนรู้ที่จะนำ ไปสู่พัฒนาการทางสติปัญญาของผู้ เรียน และสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอนได้ในลักษณะต่าง ๆ เช่น การจัดสภาพที่เหมาะสมสำ หรับการเรียนการสอน การจูงใจ การรับรู้ การเสริมแรง การ ถ่ายโยงการเรียนรู้ ฯลฯ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 17
ภาคินี ชูอินแก้ว, 2553 ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยึดหลักการนำ เสนอ เนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นมีความสอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ของRobert Gagne ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาต่าง ๆ ได้อย่างดี รวดเร็ว และสามารถจดจำ สิ่งที่เรียนได้นาน โดยใช้กลวิธีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น คือ ขั้นเร้าความสนใจ ขั้นบอกวัตถุประสงค์การเรียน ขั้นทบทวนความรู้เดิม ขั้นให้ความรู้และเนื้อหาใหม่ ขั้นซี้แนวทางการเรียนรู้ ขั้นกระตุ้นผู้เรียนให้แสดงความรู้ ขั้นให้ผลป้อนกลับ ขั้นทดสอบความรู้ และขั้นความจำ และนำ ความรู้ไปใช้ ซึ่งเป็นการ จัดการกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการจัดสภาพการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้แต่ละ ประเภทที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสานตาม แนวคิดของกาเยให้ความสำ คัญกับการฝึกให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ ทำ ให้นักเรียนเข้าใจ ปัญหาได้อย่างชัดเจน สามารถนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ประจำ วันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ซึ่งการฝึกให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ จะอยู่ในขั้นที่ 5 ตามแนวคิดของกาเย่ คือ ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ตามหลักการและ เงื่อนไขการเรียนรู้ ผู้เรียนจะจำ เนื้อหาได้ดี หากมีการจัดระบบการเสนอเนื้อหาที่ดีและ สัมพันธ์กับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ซึ่งการเรียนรู้ที่กระจ่างชัดจะเกิดขึ้นได้ก็คือการที่ ผู้เรียนวิเคราะห์และตีความในเนื้อหาใหม่ลงในพื้นฐานของความรู้และประสบการณ์เดิม รวมกันเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ ดังนั้นหน้าที่ของครูผู้สอนในขั้นนี้คือพยายามค้นหาเทคนิค ที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนนำ ความรู้เดิมมาใช้ในการศึกษาความรู้ใหม่ 18
สุรางค์ โค้วตระกูล, 2559 ได้กล่าวว่า ในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่เน้นพุทธิพิสัยนั้น รูปแบบการเรียนการสอนของกานเย่ (Gagnd) นับว่าเป็นรูปแบบการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่งที่เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์ และยังสอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์อีกด้วย แต่รูปแบบการเรียนการสอน ของกานเย่ได้ถูกคิดค้นและใช้งานมานานพอสมควรแล้ว ทำ ให้ขั้นตอนบางประการอาจจะล้าสมัยไปบ้าง และด้วยแนวโน้มการศึกษาในปัจจุบันที่ให้ความสำ คัญกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง ทำ ให้มี ความจำ เป็นที่ครูจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการเรียนการสอนของตนให้เป็นแบบร่วมมือยิ่งขึ้น เพราะการเรียนรู้แบบร่วมมือมีผลสัมฤทธิ์ทางสังคมที่สำ คัญ นอกเหนือไปจากผลงานทางวิชาการ คือ นักเรียนแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบมากขึ้นและรู้จักช่วยเหลือกัน ผิดกับการเรียนรู้แบบธรรมดา ในห้องเรียน ที่นักเรียนแต่ละคนต่างคนต่างเรียนแข่งขันกันเป็นคนที่หนึ่ง หรือถ้าเป็นคนได้ที่สุดท้าย ของชั้น ก็ได้รับการกล่าวว่าเป็นคนอ่อนที่มีสมองไม่ดี ไม่มีใครคิดว่าการ ได้ที่สุดท้ายนั้น ไม่จำ เป็นว่า มีสติปัญญาไม่ดี อาจมีปัญหาอย่างอื่นก็ได้ 19
แนวคิคิ คิ ดคิ ดการสอน วิวิ วิ ธีวิ ธี ธี สธี สอนโดยใช้ช้ ช้ เ ช้ เกม(Game Method) การใช้เกมเพื่อการจัดการการเรียนรู้ เป็นหนทางในการเพิ่มทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ของ นักเรียน ผู้วิจัยทำ การทบทวนวรรณกรรมเพื่อทำ ความเข้าใจความหมายเป้าหมายประเภท และ ลักษณะของเกม ตลอดจนวิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เกม ความหมายเกมเป็นกิจกรรมที่มีกฎ และวิธีการเล่นคนเดียวหรือเป็นกลุ่มก็ได้ เพื่อความสนุกสนานและส่งเสริมพัฒนาการ เกมช่วย พัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ ส่งเสริมการทำ งานของสมอง ส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก และส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่ม การประเมินความสำ เร็จยังทำ หน้าที่เป็นปัจจัยจูงใจ ในการพัฒนาผู้เรียน 20
3. การผสมผสานอย่างเหมาะสมระหว่างเนื้อหากับรูปแบบ ในส่วนที่เกี่ยวกับ "เนื้อหา" ผู้เขียนต้องมี ความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง ไม่ใช้รู้เพียงครึ่งๆ กลางๆ เนื้อหาการออกแบบการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ลักษณะทั่วไปของผลงานการเขียนสร้างสรรค์ 1. ความใหม่ แปลก แตกต่างงานเขียนที่สร้างสรรค์ต้องมีความใหม่ แปลก แตก ต่าง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องถึงขั้น "ใหม่เอี่ยมถอดด้าม" หรือไม่เคยมีมาก่อน แต่อาจเกิดจากการผสมผสานสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว 2. สุนทรียภาพที่ลงตัว สุนทรียภาพ คือ ความงามทางศิลปะหรือความงามในเชิงวรรณศิลป์ การเขียนเป็นศิลปะการสื่อสารแขนงหนึ่ง การเขียนที่ดีและสร้างสรรค์จึงควรเป็นการเขียนที่แสดงถึง ความงดงามทางศิลปะ โดยผู้เขียนต้องมี"คลังศัพท์" และต้องมีความรู้ความเข้าใจในคำ ศัพท์ อย่างมากจึงจะเลือกนำ มาใช้ในการเรียงร้อยและสื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้ง ชัดเจน และเห็นภาพ 4. การแสดงอัตลักษณ์ของผู้เขียน คำ ว่า "อัตลักษณ์" (identity) ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเขียนนี้ หมายถึง การใช้ภาษา ลีลาท่วงทำ นองการเขียนที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งผู้เขียนต้องแสวงหาและ พัฒนาตนเองโดยอาศัยข้อสังเกต ประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ กลวิธี ลีลา ฯลฯ 5. การเปิดโอกาสแห่งการตีความที่หลากหลาย ในการเขียนทั่วไป มักจะมีบทสรุปที่ชัดเจน เพื่อตอกย้ำ ความหมายที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร 6. ความสามารถในการสั่นคลอนหรือรื้อถอนอคติ การเขียนสร้างสรรค์ ควรเป็นการเขียนที่ทำ ให้ผู้ อ่านเป็นอิสระ ปราศจากอคติ หรือปลดปล่อยจากการยึดติด 7. การสร้างจิตสำ นึกต่อสังคม งานเขียนเชิงสร้างสรค์ต้องนำ เสนอเนื้อหาและแนวคิดที่แสดงออกซึ่ง จิตสำ นึกต่อสังคม ในที่นี้หมายถึง จิตสำ นึกของความเป็นพลเมือง ทั้งการมีจิตอาสา การเอาใจใส่ ความรับผิดชอบและการเป็นธุระแก่สังคม 21
เนื้อหาการออกแบบการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ จุดมุ่งหมายหรือเจตนาของการเขียน ในฐานะของผู้เขียนจำ เป็นต้องมีความชัดเจนว่า ตนต้องการที่จะ "สื่อ" อะไร ถึงใครและด้วยเจตนาใด ซึ่งการจำ แนกประเภทของการเขียน โดยใช้เจตนาในการสื่อสารเป็นเกณฑ์ สามารถจำ แนกได้ 5 ประเภท 1. การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง 2. การเขียนเพื่อแสดงข้อคิดหรือทัศนะ 3. การเขียนเพื่อให้ความรู้และทักษะเฉพาะเรื่อง 4. การเขียนเพื่อโน้มน้าวและจูงใจ 5. การเขียนเพื่อความจรรโลงใจและความเพลิดเพลิน 22
สัมฤทธิ์ จิวระประภัทร์ (2560 หน้า 10) ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการเขียนเรื่องตามจินตนาการ โดยมีองค์ประกอบครบถ้วน ได้แก่ ตั้งชื่อเรื่องสอดคล้องกับเรื่องที่เขียน มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ลำ ดับเรื่องได้ดี ใช้ภาษาเหมาะสม สะกดถูกต้อง เรื่องที่เขียนมีใจความสมบูรณ์ เขียนได้ตามปริมาณที่กำ หนด ให้เขียนเสร็จภายในเวลาที่กำ หนด ทั้งเป็นงานเขียนที่ให้คุณค่าแก่ผู้อ่าน สมจิตร์ ศรีสุข (2550 หน้า 8) ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง คะแนนที่ได้จาก การทดสอบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ตามที่กำ หนดไว้ในเกณฑ์การประเมินผล การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ประกอบด้วยความคิดริเริ่ม การเชื่อมโยงความคิด เสนอเนื้อเรื่อง การใช้ภาษาและเนื้อหาสาระ ศรีประภา ไชยานนท์ (2559 หน้า 5) ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรค์ หมายถึง การเขียนโดยใช้ความรู้อาศัยประสบการณ์และจินตนาการ โดยถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ของผู้เขียนออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ในลักษณะที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ แสดงให้เห็นลักษณะ เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล โดยแสดงให้เห็นความสามารถทางด้านความคิดคล่อง ความคิดริเริ่ม และความคิดยืดหยุ่น 23
บัตรภาพ บัตรคำ ศัพท์คือ บัตรขนาดใหญ่ที่มีคำ ศัพท์ รูปภาพ ตัวเลข หรือจำ นวน เป็นสื่อการเรียนรู้อย่างดีสำ หรับเด็กๆ เป็นเครื่องมือช่วยจำ ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวา และเป็นสื่อ การสอนรูปแบบกระดาษชนิดหนึ่ง ที่ช่วยปูพื้นฐานด้านการจดจำ ของเด็กตั้งแต่ยังเล็ก เน้นให้เด็กใช้ ทักษะการจดจำ และทักษะการฟัง โดยส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยคำ ศัพท์หรือรูปภาพอยู่ในนั้น สื่อและการประยุกต์ใช้ในการสอน 24
ใช้ Padlet เป็นการนำ สื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสานกับบัตรคำ และบัตรภาพ โดยจะใช้ในชั้นสอนและขั้นสรุป เพื่อวัดความเข้าใจเละเป็นการสร้างโดยสิ่งเสริมแรงขึ้นมา คือ รางวัล โดยใน Application Padlet จะมีคุณสมบัติ คือ ให้ผูเรียนกรอกข้อมูลตามที่ต้องการ เมื่อผู้เรียนแต่งประโยคเสร็จและนำ ลงกระดาน Padlet ครูจะมีผลรางวัลให้ผู้เรียนที่ได้คะแนนอยู่ใน อันดับเท่าไหร่ ซึ่งได้มีนักวิชาการได้กล่าวไว้ว่า สุภัทรา อักษานุเราะห์ (2532, น.89), การสอนทักษะการอ่าน ผู้สอนควรฝึกให้ผู้เรียนได้อ่านหลาย ๆ วิธีเพราะหนังสือแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์การอ่านต่างกันด้วย วิธีอ่านที่เป็นที่รู้จัก ทั่วไปมีดังนี้ การอ่านแบบเปิดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนต้องได้รับการฝึกฝนให้ตั้งคำ ถามไว้ในใจก่อเริ่มอ่าน คือ รู้จุดประสงค์ของเรื่องที่อ่าน ผู้อ่านจะต้องฝึกฝนให้รู้จักการทำ นายความข้างหน้าและเลือก จับใจความ เป็นต้น 25 2. สื่อออนไลน์ ฯลฯ
คฑาพร เหมภูเขียว ผู้วิจัยนำ รูปแบบการสอนแบบซินเนคติกส์มาพัฒนาความสามารถ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดโคนอน เพื่อให้นักเรียนเกิดจินตนาการ ความคิด สร้างสรรค์ สะท้อนความรู้สึกนึกคิด มีความมั่นใจ สามารถเขียนเรื่องจากภาพที่กำ หนดให้ เขียนเรื่องจากคำ ที่กำ หนดให้ เขียนเรื่องจากหัวข้อ ที่กำ หนดให้ เขียนเรียงความตามหัวข้อที่กำ หนดให้ และเขียนนิทานตามจินตนาการให้ มีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางในจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และส่งเสริมความสามารถ การเขียนในวิชาภาษาไทย และวิชาอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นต่อไป 26
สุภา พิมพาแป้น (2546) : บทคัดย่อ ได้ทำ การวิจัยเรื่องการสร้างแบบฝึก พัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า แบบฝึกมีประสิทธิภาพ 84.89/ 87.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ และยังสอดคล้องกับงานวิจัย ของพิศวาส ลัดดากุล(2547:70-71) วิจัยเรื่องการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียน ร้อยแก้วเชิงสร้างสรรค์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะ การเขียนร้อยแก้วเชิงสร้างสรรค์มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำ หนดไว้ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกมากกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำ คัญ ที่ระดับ .01 27
ทั้งนี้เป็นเพราะ แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์วิชาภาษาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนี้ มีกิจกรรมที่ทำ ให้ นักเรียนพัฒนาทักษะทางภาษาได้ดีขึ้น และผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการคิดที่ครูใช้คำ ถาม กระตุ้นให้นักเรียนคิดได้หลายแนวนักเรียนได้ทำ งานในบรรยากาศ ที่ไม่เคร่งเครียดเพราะคำ ตอบมีความสม เหตุสมผลในบริบทต่างๆ ที่นัก เรียนสร้างขึ้น นอกจากนี้กระบวนการทำ งานในแต่ละแบบฝึกนักเรียนและครู ให้ความสำ คัญเท่ากับผลงานของนักเรียน นักเรียนมีการตอบสนองมีการฝึกทักษะและได้ทราบผล ทำ ให้ นักเรียนประสบผลสำ เร็จ ในการทำ แบบฝึกทักษะแต่ละครั้งดีขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยในการทบทวนความเข้าใจในเรื่องที่เรียนมาแล้ว เพราะวิชาภาษาไทย เป็นวิชาที่ต้องฝึกฝนให้เกิดความชำ นาญ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ของอรรณพา รัตนวิจารณ์ (2542: บทคัดย่อ ) ฉะนั้นในการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเชิง สร้างสรรค์ ทำ ให้นักเรียนมีทักษะที่ดีในการใช้ภาษาและเกิดความแม่นยำ มีการพัฒนาการทางภาษาดีขั้น สามารถจดจำ เนื้อหาในบทเรียนได้คงทน ทำ ให้เกิดความสนุกสนานในขณะเรียนได้ทราบความก้าวหน้าของ ตนเอง สามารถนำ แบบฝึกทักษะมาทบทวนเนื้อหาเดิมด้วยตนเองได้ นำ มาวัดผลการเรียนหลังจากเรียนแล้ว ตลอดจนสามารถทราบข้อบกพร่องของนักเรียน และนำ ปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงที นอกจากนี้นักเรียนสามารถนำ ภาษาไปใช้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ 28
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำ หนดมาตรฐานการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย จำ นวน 5 มาตรฐาน ดังนี้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำ ไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำ เนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาส ต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์ สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์รรณคดี และวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและ นำ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 29
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาภาษาไทย จะพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ มีทักษะ และความสามารถ ในด้านการเขียนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ในการเขียนต่ำ เพราะผู้เรียนขาดทักษะในการฝึกหัดเกี่ยว กับการเขียน เช่น ขาดความรู้และความคิดในเรื่องที่จะเขียน การใช้ถ้อยคำ สำ นวนและการเรียบเรียงประโยค เขียนวกไปวนมา ขาดเนื้อหาใจความสำ คัญ ทำ ให้ไม่ประสบผลสำ เร็จในการเขียน เนื่องจากเป็นการเขียนที่อาศัย ทั้งความรู้ ความคิด ดังนั้นคณะผู้จัดทำ รายงานจึงมีวิธีการดำ เนินงานตามขั้นตอนหลักการออกแบบกระบวนการ การเรียนรู้ของADDIE Mode! โดยการจัดการเรียนการสอน ดังต่อไปนี้ บทที่ 3 วิธีการดำ เนินการสอน 1.การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยใช้หลักการออกแบบกระบวนการ การเรียนรู้ของ ADDIE มีขั้นตอนดังนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาภาษาไทย จะพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ มีทักษะและความสามารถ ในด้านการเขียนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ ในการเขียนต่ำ เพราะผู้เรียนขาดทักษะในการฝึกหัดเกี่ยวกับการเขียน เช่น ขาดความรู้และความคิดในเรื่อง ที่จะเขียน การใช้ถ้อยคำ สำ นวนและการเรียบเรียงประโยค เขียนวกไปวนมา ขาดเนื้อหาใจความสำ คัญ ทำ ให้ไม่ประสบผลสำ เร็จในการเขียน เนื่องจากเป็นการเขียนที่อาศัยทั้งความรู้ ความคิด ดังนั้นจึงได้จัดทำ เรื่องการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ ขึ้นมาเพื่อนเป็นแบบฝึกทักษะ ช่วยเสริมสร้างนักเรียนในเรื่องของการเขียน มีกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะด้านการเขียนให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1. ขั้นวิเคราะห์ มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 30
เนื่องจากเนื้อหาที่จะนำ มาสอนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงต้องศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นฐาน พุทธศักราช 2551 วิชาภาษาไทย เพื่อพิจารณา ว่าการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ อยู่ในมาตราฐานและตัวชี้วัดใดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย จากการพิจารณาพบว่าเนื้อหเรื่อง เขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ อยู่ในมาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพของชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 - การจัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 2. การวิเคราะห์ระบบ สิ่งแวดล้อม และสภาพองค์กร อุปสรรคต่าง ๆ เนื่องจากผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในช่วงวัยที่ผ่านการเรียนรู้มาแล้ว แต่ยังมีปัญหาด้านการเขียนอยู่ อาจเกิดจากผู้เรียนไม่ค่อยสนใจหรือไม่มีสมาธิกับการอ่านและการเขียน หนังสือมากนัก ดังนั้น ผู้สอนจึงต้องมีวิธีสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนสนใจในเนื้อหาที่เรียน โดยการนำ สื่อที่ ผู้เรียนสนใจ เข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและต้องคำ นึงถึงความแตกต่างทางด้านอุปกรณ์ของ แต่ละสถานศึกษา ความพร้อมของอุปกรณ์ และขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ใช้ในการเรียนการสอน 31 3. ศึกษาลักษณะของกลุ่มประชากร 4. วิเคราะห์เป้าหมายและจุดประสงค์ว่าเป็นการเรียนรู้ในลักษณะใด
2. การออกแบบกิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ 1.นักเรียนเขียนเรื่องจากจินตนาการตามหัวข้อที่กำ หนดได้ (k) 2.นักเรียนอธิบายหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการได้ (P) 3.นักเรียนมีนิสัยรักการเขียน (A) 1.การกำ หนด เป้าหมาย จุดประสงค์ที่สามารถสังเกตได้และวัดได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ คือ - นักเรียนเขียนเรื่องจากจินตนาการตามหัวข้อที่กำ หนดได้ (k) - นักเรียนอธิบายหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการได้ (P) - นักเรียนมีนิสัยรักการเขียน (A) ลำ ดับแรก คือการอธิบายความหมายหรือหลักการให้ผู้เรียนเข้าใจก่อน เมื่อผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจแล้วผู้เรียนจะบอกหลักการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ และเมื่อผู้เรียน เข้าใจหลักการของการเขียนที่เกิดจากจินตนาการและสร้างสรรค์แล้วก็จะสามารถขียนเรื่อง จากจินตนาการและสร้างสรรค์ได้ถูกต้อง และมีนิสัยรักการเขียน จดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ 32 2. การจัดลำ ดับเป้าหมายและจุดประสงค์ให้ง่ายต่อการเรียนและปฏิบัติ
3. การวางแผนการสอน ขั้นนำ (10 นาที) 1.ครูสนทนากับนักเรียนโดยการนำ นิทาน ตำ นาน บทเพลง ต่าง ๆ มาให้นักเรียนดู ครูพูดถึงการเขียนเรื่องจากจินตนาการ 2. ครูนำ การ์ตูนโดเรม่อน เปิดมาให้นักเรียนดู 3. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการ์ตูน - คิดอย่างไรกับการ์ตูนเรื่องโดเรม่อน อภิปรายและสนทนาถึงจินตนาการของการ์ตูน - นักเรียนคิดว่า การจินตนาการเป็นเรื่อง เพ้อฝัน ไร้สาระ หรือไม่ อย่างไร 4. ครูบอกนักเรียนว่าวันนี้จะเรียนเรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ พร้อมบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน จากคำ ถาม นักเรียนคิดว่า การ จินตนาการเป็นเรื่อง เพ้อฝัน ไร้สาระ หรือไม่ อย่างไร (ครูถามนักเรียนกระตุ้นความคิดนักเรียน) ขั้นสอน (ใช้ทฤษฎีการสอน กาเย่ 40 นาที) 5. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง การเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ จากแหล่งข้อมูลใน internet ให้นักเรียนสรุปความรู้จากสิ่งที่ตนเองหาได้จาก internet นำ เสนอให้เพื่อนและครูฟัง จากนั้นครูอธิบายความหมายของคำ ว่าจินตนาการและสร้างสรรค์ ให้นักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนสรุป เป็นองค์ความรู้ และบันทึกลงสมุด ตัวอย่างของความหมาย “การเขียนเรื่องตามจินตนาการจะเกิดจากการสร้างจินตนาการเป็นเรื่องราวต่างๆ ของผู้เขียน” 6. ครูอธิบายหลักการเขียนเรื่องจากจินตนาการและสร้างสรรค์ และบอกเทคนิควิธีการเขียน จากนั้นเปิดคลิปให้นักเรียนดู และให้นักเรียนสรุปว่าเรื่องที่ดูนั้นเป็นอธิบายหลักการเขียน ว่าการเขียน เป็นการเขียนประเภทใด มีวิธีการเขียนอย่างไร 7. ครูให้นักเรียนสุ่มหยิบบัตรคำ ศัพท์ จำ นวน 2 กล่อง เป็นบัตรคำ ศัพท์จำ นวน 1 กล่อง บัตรภาพ จำ นวน 1 กล่อง หลังจากนั้นให้นักเรียนแต่งประโยคจากบัตรคำ ที่สุ่มได้ทั้งหมด 2 กล่อง และนำ ไป ใส่ใน Padlet ที่เตรียมไว้ให้ 33
3. การวางแผนการสอน ขั้นสรุป (10 นาที) 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการวิเคราะห์การ์ตูน เพื่อสรุปเป็นแผนผังอีกครั้ง และนำ สิ่งที่สรุป ใส่ลงไปใน Mind mapping ออนไลน์ หัวข้อ คือ การสนทนาถึงพฤติกรรมของตัวการ์ตูน (ครูอาจสอดแทรกคุณธรรมด้วยเข้าไปด้วย) การคัดเลือกสื่อการสอน สื่อที่ใช้ในห้องเรียน YouTube เรื่อง โดเรม่อน บัตรคำ ศัพท์ บัตรภาพ Padlet Mind mapping ออนไลน์ การพัฒนาการ มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติดังนี้ - การสร้างสื่อ /กิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ได้ออกแบบไว้ - การทดสอบสื่อ /กิจกรรมการเรียนการสอนกับกลุ่มเป้าหมาย - การปรับปรุงสื่อ/กิจกรรมการเรียนการสอน การนำ ไปใช้ กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ คือ การเผยแพร่สื่อ/กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่สร้างขึ้น ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ 1. Youtube การเผยแพร่คลิปวิดีโอการสอน 2. Facebook มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ animation ใบงาน ใบความรู้ สไลด์ประกอบการสอน และแบบทดสอบ 3. Tiktok มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสอน การประดิษฐ์สื่อการสอน 34
3. การวางแผนการสอน การนำ ไปใช้ กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ คือ การเผยแพร่สื่อ/กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่สร้างขึ้น ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ 1. Youtube การเผยแพร่คลิปวิดีโอการสอน 2. Facebook มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ animation ใบงาน ใบความรู้ สไลด์ประกอบการสอน และแบบทดสอบ 3. Tiktok มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสอน การประดิษฐ์สื่อการสอน การประเมิน กิจกรรมในขั้นนี้ปฏิบัติ ได้แก่ 1. การสร้างเครื่องมือเพื่อประเมินกิจกรรมการเรียนการสอนตามวัตถุประสงค์ที่กำ หนดไว้ 2. สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนระหว่างทำ กิจกรรมการเรียนการสอน 3. สร้างแบบฝึกหัด ใบงาน 4. การประเมินภายหลังการทำ กิจกกรรมการเรียนการสอน 36
แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียน 37
ภภาาคคผผนนววกก สื่อที่ใช้ในชั้นเรียน YouTube เรื่อง โดเรม่อน บัตรคำ ศัพท์ บัตรภาพ Padlet Mind mapping ออนไลน์ YouTube เรื่อง โดเรม่อน 38
บัตรคำ ศัพท์ บัตรภาพ 39
Mind mapping ออนไลน์ Padlet การเขียน 40
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. ค้นเมื่อ ตุลาคม,2566, 21 จาก https://shorturl.asia/0gZs4 เกศินี จุฑาวิจิตร. (2557). การเขียนเชิงสร้างสรรค์ทางสี่อสิ่งพิมพ์: ldea ดีๆ ไม่มีวันหมด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. ค้นเมื่อ ตุลาคม,2566, 23 จาก https://elfhs.ssru.ac.th/nopphawan_ng/pluginfile.php/49/block_html/content/%E0%B9%80%E0%B8% AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0 %B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8% AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0 %B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8 A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0% B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C.pdf ขนิษฐา บุนนาค.(2562). Flash Cards (บัตรคำ ) สื่อการสอน ส่งเสริมทักษะการจดจำ สำ หรับเด็กปฐมวัย. ค้นเมื่อ ตุลาคม,2566,22 จาก https://www.youngciety.com/article/learning/flash-cards-for-kids.html ปรียะดา ภัทรสัจจธรรม.(2558). การออกแบบการเรียนการสอนเชิงระบบโดยใช้แบบจำ ลอง ADDIE : การพัฒนาการคิดแบบเมตาคอกนิซัน (Metacognition) ของนักศึกษาพยาบาล. ค้นเมื่อ ตุลาคม,2566,21 จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/91791/71983 อธิป อนันต์กิตติกุล. (2564). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม เรื่อง พัฒนาการ ความร่วมมือและความขัดแย้งในประวัติศาสตร์สากลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร. วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกรศึกษาตามหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา แผน ก แบบ ก 2 ระดับปริญญ มหาบัณฑิตภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. ค้นเมื่อ ตุลาคม,2566, 22 จาก https://shorturl.asia/dkM7j บบรรรรณณาานุนุ นุ ก นุ กรรมม 41