นวตั กรรมการศึกษา เพือ่ พัฒนาการศึกษา ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ของสานกั งานศกึ ษาธกิ ารจังหวัดและสานักงานศึกษาธกิ ารภาค
ขอ้ มูลทัว่ ไป
ชอื่ สถานศกึ ษา ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่พริก สังกัด สานกั งานส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจังหวัดลาปาง
รายงานการวจิ ยั นวัตกรรม เรื่อง การนิเทศผลการดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบขัน้ พน้ื ฐาน ดว้ ยกระบวนการ
นเิ ทศแบบ 4 C ร่วมกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี น (N-NET)
บทสรุปผ้บู ริหาร
การพฒั นานวัตกรรมทางการบริหารจัดการศึกษา การจดั การเรียนการสอน การนิเทศ ตดิ ตาม
และประเมินผล ของสถานศึกษา ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมทาง
การศึกษาเพ่ือพัฒนาการศึกษาไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาปาง
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก ได้รับมอบหมายจากสานักงานส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดลาปาง ให้เข้าร่วมสร้างนวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในด้านกระบวนการนิเทศการศึกษา โดยพัฒนานวัตกรรมการนเิ ทศผลการดาเนินงานการศึกษานอก
ระบบข้ันพ้ืนฐานด้วยกระบวนการนิเทศแบบ 4 C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3
หลักการ 4 มิติ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (N-NET) จากการรายงานผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติ การศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) พบว่านักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก มีคะแนนเฉลี่ยของสถานศึกษาต่ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ระดับ
ประถมศึกษา จานวน 9 รายวชิ า ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 7 รายวชิ าและระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
จานวน 2 รายวิชา สถานศึกษาจึงมีเป้าหมายในการพัฒนากระบวนการนิเทศการศึกษา เพื่อยกระดับผลการ
ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ในรายวิชาที่มีคะแนนเฉล่ียของ
สถานศึกษาต่ากว่าคะแนนเฉล่ยี ระดับประเทศ โดยการดาเนินงานพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของสถานศึกษา เน้น
กรอบมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษา โดยเป็นภารกิจของคณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาท่ีจะต้องศึกษาแนวทางในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุตามกรอบมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย โดยชว่ ยเหลือ แนะนา ส่งเสรมิ สนับสนนุ ใหส้ ถานศึกษาได้จัดการศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกับกลุ่มเป้าหมาย
และสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของบรบิ ทชมุ ชน การวางแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และการ
กาหนดหลักสูตรสถานศึกษา จึงเปน็ หวั ใจสาคัญที่จะช่วยใหก้ ารดาเนินงานสาเร็จตามเป้าหมาย วิสยั ทัศน์ พันธ
กิจ ของสถานศึกษาได้ โดยมีระบบของการนิเทศภายในสถานศึกษาท่ีเข้มแข็ง ช่วยให้ครูเกิดการพัฒนาการ
จัดการเรียนรู้ท่ีเนน้ ผู้เรียนสาคัญสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การใช้กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา การ
แลกเปล่ียนเรียนรปู้ ระสบการณ์ร่วมกนั การสร้างเครือขา่ ยการนเิ ทศทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาจะเป็น
สิ่งท่ชี ่วยใหค้ รูสามารถเปลีย่ นพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้และมีเครือขา่ ยในการถ่ายทอดองค์ความรไู้ ด้เป็นอย่าง
ดี ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน (N-NET) ให้สูงขนึ้
โดยใช้แนวคิด ทฤษฎีการนิเทศรูปแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2
เงอ่ื นไข 3 หลกั การ 4 มติ ิ ในการส่งเสริมกระบวนการดาเนินงานนิเทศการศกึ ษา การจดั การเรียนการสอน เพอ่ื
ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน (N-NET) ใหส้ งู ขนึ้
คานา
การพฒั นานวตั กรรมทางการนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล ของศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอัธยาศยั อาเภอแมพ่ รกิ จดั ทาขนึ้ เพอ่ื วิเคราะหถ์ งึ ปญั หาซึ่งอันเปน็ เหตุปัจจยั ทม่ี ีผลต่อคะแนนเฉลยี่ ของ
สถานศกึ ษาตา่ กวา่ คะแนนเฉลย่ี ระดับประเทศ สถานศึกษาจงึ มีแนวทางในการพัฒนายกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรยี นในสถานศึกษาข้ึน จาเปน็ ต้องหาวิธกี ารจัดและสง่ เสริมการจดั การเรียนรใู้ ห้นกั ศกึ ษามคี ุณภาพตามเปา้ หมาย
ของหลักสูตร โดยไดต้ ระหนักถึงกระบวนการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลทางการศกึ ษาทมี่ ีคุณภาพ โดยใช้
นวัตกรรมการนิเทศผลการดาเนินงานการศึกษานอกระบบข้ันพน้ื ฐานดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ 4 C ร่วมกบั
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข 3 หลกั การ 4 มติ ิ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน (N-NET)
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย หวงั เปน็ อย่างยงิ่ วา่ นวตั กรรมการนิเทศผลการ
ดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบขัน้ พน้ื ฐานดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ 4 C ร่วมกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง 2 เงอ่ื นไข 3 หลักการ 4 มิติ จะสามารถนาไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ต่อการพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
(N-NET) และวัตถปุ ระสงค์ท่กี าหนดไว้ ท้ังนีเ้ พอ่ื ยงั ประโยชน์ต่อระบบการศึกษาของประเทศไทยตอ่ ไป
สารบัญ หนา้
เร่อื ง 1
2
คานา 2
สารบญั 3
สว่ นที่ 1 บทนา 3
3
หลักการ 4
วัตถปุ ระสงค์
ขอบเขตการดาเนนิ งาน 13
กจิ กรรมดาเนินการ 15
ระยะเวลาดาเนินการ
งบประมาณ 17
ส่วนท่ี 2 แนวคดิ และงานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 37
ส่วนท่ี 3 ผลการดาเนินงาน
ผลการใชน้ วัตกรรม
ความพึงพอใจต่อการใชน้ วตั กรรม
ภาคผนวก
นวตั กรรมการนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผล
เคร่อื งมอื
คาสงั่
ภาพกิจกรรม
1
สว่ นท่ี 1
บทนา
หลกั การ
การศึกษา เป็นเคร่ืองมือสาคัญในการพัฒนาความรู้ ความคิด ความสามารถ รวมทง้ั พฤตกิ รรม เจตคติ
ค่านยิ ม และคุณธรรมของบคุ คล คณุ สมบัติของบคุ คลดังกลา่ ว เปน็ ปจั จยั สาคญั ในการพัฒนาประเทศ ทัง้ ด้าน
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมอื ง ยิ่งปจั จบุ นั สังคมโลกมกี ารเปลีย่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ไมว่ ่าจะเปน็
ความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ การแข่งขันอยา่ งรนุ แรงทางเศรษฐกจิ ปญั หาการจดั การศกึ ษาของไทย
ยงั ไมส่ อดคล้องเหมาะสมกับสภาพการเปล่ยี นแปลงทั้งหลายในยุคโลกาภิวัฒน์ ไมว่ า่ จะเปน็ ภายในหรอื ภายนอก
ประเทศ ดว้ ยความตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการศกึ ษาทีเ่ ปน็ กระบวนการสาคัญในการพฒั นาคน รัฐบาลได้
ทุ่มเทกาลัง ทั้งในแงค่ วามคดิ และทรัพยากรของประเทศทจี่ ะปฏริ ูปการศกึ ษา เพ่ือปรับเปลีย่ นการจัดการศึกษาให้
เปน็ การศกึ ษาที่ดีมีคณุ ภาพ ไดม้ าตรฐาน สามารถผลิตคนท่มี ีคุณภาพ และเป็นการศกึ ษาทีส่ อดคล้อง เหมาะสม
กับสภาพการณท์ ี่เปลย่ี นแปลงในยคุ โลกาภวิ ฒั น์ ดงั จะเหน็ ไดจ้ าก ยุทธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ได้
กาหนดเป้าหมายการพฒั นาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกจิ พฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
สงั คมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” พฒั นาคนในทกุ มติ ิและในทกุ ชว่ งวัยให้เปน็ คนดี เก่ง และมี
คณุ ภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ท่เี ปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อม
และมีภาครัฐของประชาชนเพือ่ ประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม
จากการรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบโรงเรยี น (N-NET) พบวา่
นักศึกษาของศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่พริก มคี ะแนนเฉลย่ี ของสถานศกึ ษา
ตา่ กว่าคะแนนเฉลยี่ ระดบั ประเทศ ระดบั ประถมศึกษา จานวน 9 รายวชิ า ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 7
รายวิชาและระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 2 รายวชิ า สถานศกึ ษาจึงมีแนวทางในการพัฒนายกระดบั
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นในสถานศกึ ษาขนึ้ จาเปน็ ตอ้ งหาวิธกี ารจัดและสง่ เสริมการจดั การเรียนรใู้ ห้นกั ศกึ ษามี
คณุ ภาพตามเปา้ หมายของหลกั สูตรโดยได้ตระหนกั ถึงกระบวนการบรหิ ารจดั การศึกษาทมี่ ีคุณภาพ ประกอบด้วย
3 กระบวนการ คอื กระบวนการบริหารจดั การศึกษา กระบวนการจดั การเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศ
การศกึ ษา ซง่ึ จะตอ้ งมีความรอ้ ยรัดสัมพันธ์กันเปน็ อยา่ งดี โดยต้องอาศยั ความร่วมมอื กันของบุคลากรท่ีเก่ยี วขอ้ ง
จากทกุ ภาคสว่ น การสร้างเครือข่ายในการทางานในแตล่ ะพน้ื ที่ จึงมคี วามสาคญั อยา่ งยิง่ ตอ่ การพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษา ซึ่งจะตอ้ งมีการรว่ มคิด รว่ มทา ร่วมประเมนิ ผลอยา่ งต่อเนื่อง มกี ารพัฒนากระบวนการทางาน และ
สรา้ งนวตั กรรมในการทางานใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกบั สภาพบริบทและความต้องการของพ้ืนทอ่ี าเภอแมพ่ ริก
เพอ่ื รองรบั การพฒั นาผูเ้ รยี นใหม้ ีความรู้และทักษะในศตวรรษท่ี 21
จากเหตุผลและความจาเปน็ ดังกล่าว ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอแม่
พริก ได้ใหค้ วามสาคญั กระบวนการนิเทศการศึกษา ซ่งึ เป็นระบบสนับสนนุ การจัดการศึกษาให้เกดิ คุณภาพ จงึ
วเิ คราะหแ์ ละออกแบบ กลไก ขั้นตอน วิธกี ารขบั เคลือ่ นโดยนอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่
เสริมสร้างทกั ษะกระบวนการคิด ในการกระบวนการบริหารจัดการศกึ ษา กระบวนการจัดการเรยี นการสอน และ
2
กระบวนการนเิ ทศการศกึ ษา เพือ่ พัฒนารปู แบบกระบวนการนิเทศแบบรว่ มพฒั นาการจัดการเรียนรูโ้ ดยนอ้ มนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอ่ื นไข 3 หลักการ 4 มิติ เพือ่ เสริมสรา้ งกระบวนการคดิ ของศนู ย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอแมพ่ รกิ
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้สถานศึกษามีรูปแบบกระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยน้อมนาหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. เพือ่ ใหผ้ ู้บรหิ ารพฒั นากระบวนการนิเทศแบบ 4C โดยน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. เพือ่ ใหค้ รูสามารถออกแบบ จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ พัฒนาสอ่ื /นวัตกรรม วดั และประเมนิ ผลการ
เรียนรู้ โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ สอดคล้องกับ
กจิ กรรมฐานการเรียนรู้
4. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเพิม่ ข้นึ และมีอตั ลกั ษณ์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มหี ลกั คดิ ในการ
ดาเนินชวี ิตอยู่ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข
ขอบเขตการดาเนนิ งาน
1. สาระสาคัญของการดาเนนิ งาน
1.1 เปน็ การพฒั นาสถานศึกษาให้มีรูปแบบกระบวนการนิเทศแบบร่วมพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดย
น้อมนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1.2 เป็นการส่งเสริม สนับสนุน ผู้บริหารในการพฒั นากระบวนการนิเทศแบบ 4C โดยน้อมนาหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1.3 เป็นการพัฒนาครูสามารถออกแบบ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาสื่อ/นวัตกรรม วัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ โดยนอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4
มิติ สอดคล้องกบั กจิ กรรมฐานการเรียนรู้
1.4 เปน็ การสง่ เสริม สนบั สนนุ พฒั นาผู้เรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นเพ่มิ ขนึ้ และมีอัตลักษณ์ อยู่
อยา่ งพอเพยี ง มหี ลักคดิ ในการดาเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมคี วามสุข
2. กลุ่มเปา้ หมายของการดาเนนิ งาน
ผู้บริหาร ครู บุคลากรการศึกษา ผู้เรียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอแม่พริก จงั หวดั ลาปาง
3. ระยะเวลาดาเนนิ การ
การพฒั นานวตั กรรม การนิเทศ ติดตามและประเมินผล (มีนาคม 2564 – กนั ยายน 2564)
กิจกรรมดาเนินงาน รายการ 3
ที่
ระยะเวลา
การวางแผนการดาเนินงานการพฒั นานวัตกรรม การนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล ของสถานศกึ ษา
1. ประชมุ ชแี้ จงวางแผนการดาเนินงาน มนี าคม 2564
2. แตง่ ตงั้ คณะกรรมการดาเนินงาน
ดาเนินงานการพัฒนานวัตกรรม การนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล ของสถานศกึ ษา
1. ศกึ ษาสภาพของปัญหา มีนาคม – สิงหาคม
2. ศึกษาแนวทางการแกไ้ ขปญั หาการสารวจข้อมูล 2564
3. ออกแบบแนวทางการพฒั นา
4. การนาไปใช้ของนวตั กรรมการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล ของ
สถานศกึ ษา
ติดตามผลการดาเนนิ งานการพัฒนานวัตกรรม การนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล ของสถานศึกษา
1. สรปุ รายงานผลและเผยแพร่ สงิ หาคม –
2. นาผลการตดิ ตามประเมินไปปรับปรงุ พฒั นา กนั ยายน 2564
ระยะเวลาดาเนินการ เป็นเงนิ จานวน 650 บาท
ต้งั แต่ 1 มีนาคม 2564 – 30 กนั ยายน 2564 เป็นเงินจานวน 350 บาท
เป็นเงินจานวน 1,600 บาท
งบประมาณ เปน็ เงนิ จานวน 2,600 บาท
คา่ จา้ งไวนิล
คา่ วัสดุ
ค่าพาหนะเดินทางเข้ารว่ มจัดนทิ รรศการ
รวมท้ังหมด
4
ส่วนท่ี 2
แนวคิดและงานวิจัยท่เี กี่ยวข้อง
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก มีเป้าหมายในการพัฒนา
กระบวนการนิเทศการศึกษา เพื่อยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศกึ ษานอกระบบโรงเรียน
(N-NET) ในรายวิชาท่ีมีคะแนนเฉล่ียของสถานศึกษาต่ากว่าคะแนนเฉล่ียระดับประเทศ โดยการดาเนินงาน
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา เน้นกรอบมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัย เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดยเป็นภารกิจของคณะกรรมการนิเทศภายใน
สถานศึกษาท่ีจะตอ้ งศึกษาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใหบ้ รรลุตามกรอบมาตรฐาน
การจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั โดยชว่ ยเหลอื แนะนา ส่งเสริม สนบั สนนุ ให้สถานศึกษา
ได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับความต้องการของบริบทชุมชน การวาง
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และการกาหนดหลักสูตรสถานศึกษา จงึ เปน็ หัวใจสาคัญท่ีจะช่วย
ใหก้ ารดาเนนิ งานสาเร็จตามเปา้ หมาย วิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ ของสถานศกึ ษาได้ โดยมรี ะบบของการนิเทศภายใน
สถานศึกษาท่ีเข้มแข็ง ช่วยให้ครูเกิดการพัฒนาการจัดการเรียนรทู้ ี่เน้นผู้เรียนสาคัญสู่การพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน
การใช้กระบวนการนเิ ทศภายในสถานศกึ ษา การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ประสบการณร์ ว่ มกนั การสรา้ งเครือข่ายการ
นิเทศทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษาจะเปน็ ส่ิงท่ีช่วยให้ครูสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้และมี
เครือข่ายในการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ได้เปน็ อย่างดี ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน (N-NET) ใหส้ ูงขึน้
การนเิ ทศผลการดาเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบขั้นพ้ืนฐานดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ 4C รว่ มกับหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข 3 หลกั การ 4 มิติ เพอ่ื พัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (N-NET) ได้ศึกษา
เอกสาร หลักการ แนวคิด และทฤษฎีทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ดังตอ่ ไปนี้
1. กระบวนการนเิ ทศ (Supervise)
2. กระบวนการนิเทศแบบ 4C
3. หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
กระบวนการนิเทศ (Supervise) เป็นกระบวนการที่ครอบคลุม การดูแล การควบคุม และการกากับ
เพ่ือช่วยเหลือให้ผู้รับการนิเทศสามารถปฏิบัติงานพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เป็นไปตามแผนงานและ
กาหนดการท่ีวางไว้ ซึ่งจาเป็นต้องแสดงขั้นตอนการดาเนินการและเครื่องมือในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน โดยใช้
กระบวนการนิเทศ แบบ 4C (เป็นกระบวนการนิเทศท่ีได้จากงานวิจัยของ พัทธนันท์ พูนประสิทธิ์, 2555) ไดแ้ ก่
ประสานสร้างมิตร (Coordinate : C1) ร่วมคิดร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปด้วยกัน (Co-Learning :
C3) สรา้ งสรรค์ผลงาน (Create : C4) เพือ่ พัฒนารูปแบบกระบวนการนเิ ทศแบบร่วมพัฒนาการจดั การเรยี นรู้โดย
นอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอื่ นไข 3 หลกั การ 4 มิติ เพ่อื เสริมสรา้ งกระบวนการคิด ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอแม่พรกิ ดงั น้ี
1. ประสานสร้างมิตร (Coordinate ) โดยการเช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ระหว่างผู้นเิ ทศและผู้รบั การนเิ ทศ
ในลักษณะของเพื่อนท่ีดี สร้างความไว้วางใจและยอมรับนับถือกัน ตระหนักถึงความสาคัญในการพัฒนาตนเอง
5
และพัฒนางาน โดยทกุ คนตา่ งมีเมตตาธรรมต่อกัน มกี ารสร้างเครอื ข่ายการปฏบิ ัตงิ าน เพื่อชว่ ยเหลือ เก้อื กูลกัน
และสร้างแรงจูงใจให้เกิดความอยากท่ีจะเรียนรู้และพัฒนา มีการตรวจสอบ ทบทวน เชิงบวก ส่งเสริม การ
แลกเปล่ียนเรยี นรู้ มีการช้ีแจงวตั ถุประสงค์ เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจและแนวปฏบิ ัตทิ ีต่ รงกนั ดงั น้ี
1.1 การประสานงานในลกั ษณะของการเปน็ มติ รทีด่ ตี ่อกนั
1.2 การสร้างความไว้วางใจโดยการยอมรับนับถอื กนั
1.3 การแลกเปล่ียนเรียนรเู้ กี่ยวกับการจัดกิจกรรม
1.4 การกาหนดความรทู้ ีจ่ าเปน็ ต่อการจัดกิจกรรม
1.5 การจัดลาดับประเดน็ ความสาคญั ของปัญหา
1.6 การร่วมกันวเิ คราะหส์ าเหตุของปญั หาและแนวทางแก้ปัญหา
1.7 การร่วมกันตัดสนิ ใจเลอื กแนวทาง วธิ ีการและเครือ่ งมอื ทใี่ ชแ้ กป้ ญั หา
1.8 การสรา้ งแรงจูงใจเพือ่ ใหม้ ีการร่วมใจกันพัฒนา
1.9 ชแี้ จงวตั ถุประสงค์ของการนเิ ทศ
2. รว่ มคิดรว่ มทา (Collaborate) โดยรว่ มกันศึกษา ค้นควา้ เพ่อื วิเคราะหห์ าแนวทาง การออกแบบและ
จัดกิจกรรม เพื่อพัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนาการจัดการเรยี นรโู้ ดยนอ้ มนาหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่อื นไข 3 หลกั การ 4 มติ ิ เพ่ือเสริมสรา้ งกระบวนการคิด ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอแมพ่ ริก โดยให้ความสาคัญกบั ความร้แู ละ ประสบการณเ์ ดมิ ของผรู้ บั การนิเทศ ยดึ
หลกั วา่ ไมม่ ใี ครรมู้ ากกวา่ ใคร ต้องรว่ มมอื กันศกึ ษาขอ้ มลู ความรู้ เพือ่ วางแผนและลงมอื ปฏิบตั งิ านร่วมกนั ทาให้
พฒั นาคณุ ภาพการปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ดังน้ี
2.1 การจัดการความรเู้ ก่ียวกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.2 การจดั การความรู้เกย่ี วกับการนาผลการทดสอบ N-NET ไปใช้
2.3 การระดมความคดิ เพ่ือหาแนวทางการยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
2.4 การรว่ มกันสรุปผลการสะทอ้ นความรู้และประสบการณเ์ ดมิ
2.5 การรว่ มกนั เสนอแนะขัน้ ตอนการทางาน
2.6 การรว่ มมือกันวางแผนการปฏบิ ัติงาน
2.7 การมีส่วนรว่ มให้คาชี้แนะในการปฏบิ ตั งิ าน
2.8 การมสี ว่ นรว่ มในการศกึ ษาค้นคว้าความรทู้ ี่จาเปน็ ต่อการปฏบิ ัติงาน
2.9 การปฏบิ ัติงานรว่ มกนั ตามวิธีการหรือแนวทางที่ตัดสนิ ใจเลือกไว้
2.10 ร่วมกนั ออกแบบและเขียนแผนการจดั การเรียนรู้และเคร่อื งมือต่างๆ
2.11 การรว่ มกันพฒั นางานตามผลสรปุ หรอื คาช้แี นะ
3. เรยี นรไู้ ปด้วยกัน (Co-Learning) โดยผ้นู ิเทศเป็นผู้ให้คาปรึกษาดูแลและอานวยความสะดวก ใหผ้ ูร้ ับ
การนิเทศมีการเปลี่ยนแปลงความรู้ท่ีเหมาะสมและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมีการพัฒนาและปรับปรุง
การปฏิบัตงิ านใหเ้ ป็นไปตามแผนงานทกี่ าหนดเพือ่ ให้บรรลุตามเป้าหมาย ดงั นี้
3.1 การให้ข้อมลู เกีย่ วกับจุดแข็ง จดุ ออ่ นของครแู ต่ละคน
6
3.2 การส่งเสริมให้ครสู ามารถพัฒนาความรไู้ ด้ด้วยตนเอง
3.3 การใหค้ าปรกึ ษาดูแลท่ดี แี ละเหมาะสมกบั ครแู ต่ละคน
3.4 การสร้างความเชอ่ื ถอื ให้แก่ครู โดยผ้นู ิเทศเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี รกั การเรียนรู้ สนใจ
ใฝ่รู้ ศกึ ษาค้นคว้าความรใู้ หม่ ๆ อยูเ่ สมอเพ่ือให้ครยู อมรบั ฟงั และนาคาปรกึ ษาไป
ใชใ้ นการปฏิบตั งิ าน
3.5 การพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาจากการปฏิบตั ิงานร่วมกัน
3.6 การเรียนรจู้ ากการถา่ ยทอดภูมิปัญญาหรือความรเู้ ฉพาะตวั ของบคุ คล
3.7 การสร้างเครือขา่ ยและระบบพ่ีเลย้ี งใหค้ าปรึกษาดแู ลช่วยให้เกิดการเรยี นรู้
4. สร้างสรรค์ผลงาน (Create) โดยส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้รับการนิเทศต่อยอดผลการปฏิบัติงาน
ใชว้ ธิ ีการพฒั นาผู้เรยี น ทเี่ น้นผู้เรยี นเป็นสาคัญ พฒั นาผู้เรียนรายบคุ คลใหส้ อดคล้องกับความแตกต่างรายบุคคล
พัฒนากระบวนการจดั การเรียนรู้การนาความรู้มาพัฒนาให้เกิดผลงาน แนวทาง หรอื นวัตกรรม ท่ีเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกับสภาพและบรบิ ทของสถานศกึ ษา ดงั นี้
4.1 การออกแบบแผนงานและแนวทางในการแกป้ ัญหาร่วมกัน
4.2 การเปดิ โอกาสใหค้ รไู ด้พัฒนาวธิ คี ดิ ในการปฏิบัตงิ านอยา่ งสร้างสรรค์
4.3 การร่วมมอื กันสร้างแหลง่ ความรู้ ผลงานหรือนวัตกรรมทเ่ี หมาะสมกับการ
ปฏบิ ัติงาน
4.4 การร่วมกนั สร้างรปู แบบ วิธีการ เคร่อื งมอื และสือ่ การเรียนรูท้ หี่ ลากหลาย
4.5 การมสี ว่ นรว่ มในการคิดอยา่ งสร้างสรรค์เพ่ือค้นหาและพัฒนานวัตกรรม
4.6 การสง่ เสรมิ การนาผลการวจิ ัยในช้ันเรียนไปใช้พัฒนาผเู้ รยี น
4.7 การนาความรทู้ ี่ไดจ้ ากการอบรม สัมมนาไปใช้พฒั นางานอย่างตอ่ เน่อื ง
สาหรับวิธีการและกิจกรรมการนิเทศตามกระบวนการนิเทศแบบ 4C ใช้การนิเทศท้ังทางตรงและ
ทางออ้ ม ได้แก่ การใช้ช่องทางส่อื โซเชียลมีเดีย Line, Facebook เพ่ือสนบั สนุนวธิ ีการและกจิ กรรมการนิเทศ ให้
มปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ข้นึ ได้แก่
1. กิจกรรมการอบรมและพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือเสริมสร้างกระบวนการคิด
(ขัน้ ตอนของกระบวนการประสานสร้างมิตร (Coordinate) และร่วมคดิ รว่ มทา (Collaborate))
2. กิจกรรมการนิเทศการพบกลุ่ม สังเกตการจัดการเรียนรู้และการส่ือสารด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ผ่าน
ชอ่ งทางกลุม่ Line Facebook โทรศพั ทเ์ ปน็ ต้น เพอื่ การแกป้ ญั หาจากการปฏบิ ตั ิจริง (ขน้ั ตอนของ กระบวนการ
เรยี นรูไ้ ปด้วยกัน (Co-Learning))
3.กจิ กรรมการสนทนาแลกเปลย่ี นเรียนรูจ้ ะสอดแทรกในทุกขัน้ ตอนและกิจกรรมเพอ่ื การพัฒนาปรับปรุง
ในแต่ละข้ันตอน และสรุปผลการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้บริหาร ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถสร้างแนว
ทางการจัดการเรียนรู้เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในสถานศึกษา ซ่ึงจะทาให้เกิดแนวคิด กระบวนการ
ขั้นตอนการปฏิบตั ิงานและผลงานท่มี ีคณุ ภาพ (ข้นั ตอนของ สร้างสรรคผ์ ลงาน (Create : C4))
7
องค์ประกอบดา้ นกระบวนการนเิ ทศ เพ่อื พัฒนารปู แบบกระบวนการนิเทศแบบรว่ มพัฒนาการจัดการ
เรยี นรู้โดยนอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข 3 หลักการ 4 มติ ิ เพอ่ื เสริมสรา้ งกระบวนการคดิ
ของศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอแม่พริก ประกอบด้วย
1) กระบวนการนิเทศแบบ 4C ใชก้ ารนิเทศท้ังทางตรงและทางออ้ ม ได้แก่
C1 : ประสานสรา้ งมติ ร (Coordinate)
C2 : ร่วมคดิ รว่ มทา (Collaborate)
C3 : เรียนรไู้ ปดว้ ยกนั (Co-Learning)
C4 : สรา้ งสรรคผ์ ลงาน (Create)
2) ข้ันตอนหรือกิจกรรมการนเิ ทศ
3) บทบาทของผ้นู ิเทศและผ้รู ับการนเิ ทศในแตล่ ะข้นั ตอนหรอื กจิ กรรม
4) สือ่ และเครอ่ื งมอื การนิเทศ
กระบวนการนิเทศ (Supervise : S) กระบวนการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศการศึกษา เพ่ือ
พัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยน้อมนาหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือเสริมสรา้ งกระบวนการคิด ของศนู ย์การศกึ ษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอแม่พริก ใช้กระบวนการนิเทศแบบ 4C ไดแ้ ก่ ประสานสรา้ งมิตร
(Coordinate : C1) ร่วมคิดร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปด้วยกัน (Co-Learning : C3)
สรา้ งสรรค์ผลงาน (Create : C4) ดังนี้
กระบวนการนเิ ทศ ขนั้ ตอน/กิจกรรมการนเิ ทศ ส่อื /เครื่องมอื การนเิ ทศ
บทบาทผูน้ ิเทศ บทบาทผู้รับการนเิ ทศ
ประสานสร้างมิตร 1. ประสานกลมุ่ เป้าหมาย - ศกึ ษาข้อมูลรายงาน การประสานผ่านการ
(Coordinate : C1) เพอ่ื แจง้ กรอบการ ผลสมั ฤทธิข์ องผ้เู รยี น ประชุม ผา่ นกลมุ่ ไลน์
ดาเนินการนิเทศ - จดั เตรียมเอกสาร เพ่ือ หรอื ชอ่ งทางอนื่ ที่
รองรับการนิเทศ เหมาะสม
รว่ มคิดร่วมทา 2.จัดประชมุ /อบรม/จัด - วิเคราะหผ์ ลสมั ฤทธข์ิ อง - รายงานผลสัมฤทธขิ์ อง
(Collaborate:C2) ผู้เรยี น
กิจกรรมการ สร้างความรู้ ผูเ้ รยี น -แบบสรปุ ผลการ
วิเคราะห์ เพอ่ื จดั ทา
ความเขา้ ใจร่วมกนั ในเรือ่ ง - จดั ทาแผนยกระดบั แผน
- ชดุ อบรมการ
2.1 การวิเคราะห์ผลสมั ฤทธ์ิ ผลสัมฤทธ์ิของผ้เู รียน ออกแบบ และเคา้
โครงการเขยี นแผนการ
ของผู้เรียน และแนวทางการ - การออกแบบการจดั การ เรยี นรู้
นาไปใชเ้ พ่อื ยกระดบั เรียนรทู้ ่สี อดคลอ้ งกับ
ผลสมั ฤทธขิ์ องผ้เู รยี น บรบิ ทและความต้องการ
2.2 การออกแบบ จัดทา ของผเู้ รียน
แผนจัดการเรยี นรเู้ พื่อ
8
กระบวนการนเิ ทศ ขนั้ ตอน/กิจกรรมการนเิ ทศ ส่อื /เคร่ืองมือการนิเทศ
บทบาทผูน้ เิ ทศ บทบาทผรู้ บั การนเิ ทศ
ยกระดับ ผลสมั ฤทธิ์ทางการ - จดั ทาแผนการจัดการ
เรยี น เรยี นรู้ ครบ 5 ฐาน คลุม
การเรยี นรตู้ ามแผนการ
ลงทะเบียนเรียน
เรียนรู้ไปด้วยกัน 3. การเยย่ี มการจดั กิจกรรม จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แบบบันทกึ การนิเทศ
(Co-Learning: C3) การเรยี นรู้ การสงั เกต การ แผนฐานการเรียนรู้ ทั้ง 5
จัดการเรยี นรู้ การพูดคยุ ฐานการเรียนรู้
ซกั ถาม แลกเปล่ยี นเรียนรู้
หรือผา่ นชอ่ งทาง Line ,
Facebook หรืออื่นๆ
สร้างสรรค์ผลงาน 4. แลกเปล่ียนเรียนรู้ สรุปผลการจัดกิจกรรมการ - แบบสรุปผลงาน
(Create : C4) เกย่ี วกบั ผลการจัดการ เรยี นรู้ จุดเดน่ / จดุ ทีค่ วร - ข้อเสนอแนะเพื่อการ
เรียนรตู้ ามแผนฐานการ พฒั นา พัฒนา
เรยี นรู้ และสรปุ ผล
นิเทศการศกึ ษา (Subject) ประกอบดว้ ยหลักการ ความสาคัญ และเน้ือหาสาระการนิเทศ
การศึกษา สาหรับงานเร่ืองท่ีนิเทศการศึกษาเป็นเร่ืองในงานการนิเทศการศึกษา ซ่ึงปัจจุบันมีการปรับเปล่ียน
งานการนเิ ทศการศึกษาท้ังด้านความรู้ สังคมและเทคโนโลยีการส่ือสาร รวมทั้งโครงสรา้ งของหนว่ ยงานระดบั
กระทรวงศึกษาธิการ ทาให้จาเป็นต้องวิเคราะห์งานของผู้นิเทศให้ชัดเจน เพราะผู้นิเทศจะต้องเป็นผู้มีความรู้
และความเข้าใจกระบวนการรายละเอียดเกี่ยวกับงานด้านการศึกษาเป็นอย่างดีจึงจะนาพาผู้รับการนิเทศ สู่
เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ได้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการกาหนดให้ผู้นิเทศจะต้องเป็นผู้มีคุณลักษณะตามประกาศ
คณะกรรมการคุรุสภาเร่ือง สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูผู้บริหารสถานศึกษาและ
ผู้บริหารการศึกษาตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2549 : เล่ม 123 ตอนที่
56 ง. หนา้ 289-305 ; 2556 : เล่ม 130 ตอนพเิ ศษ 156 ง. หน้า 43) ได้กาหนดสาระความรูแ้ ละ สมรรถนะการ
นิเทศการศกึ ษา โดยสรปุ ดงั น้ี
ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา จะตอ้ งเปน็ ผู้มีความเป็นผู้นาทางวชิ าการในการนเิ ทศเพอ่ื พัฒนาครู ให้
จดั การเรียนรู้ของผู้เรยี นให้เติบโตเต็มตามศกั ยภาพ
ผู้บริหารการศึกษา จะต้องเป็นผูม้ คี วามเปน็ ผู้นาทางวชิ าการมีความรู้เกี่ยวกบั การนเิ ทศ
การศึกษา เทคนคิ การนิเทศการศึกษา ความสัมพันธ์ของการนิเทศการศกึ ษากับการบริหารการศึกษา สามารถ
นิเทศ กากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบโดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายและสามารถ
พัฒนาระบบการนิเทศการศึกษาใหส้ อดคล้องกบั การเปลี่ยนแปลง
9
ศกึ ษานเิ ทศก์ จะต้องเปน็ ผ้มู มี าตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์วชิ าชีพ สาระความรู้
สมรรถนะและมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพศกึ ษานเิ ทศก์ สรปุ ไดด้ ังนี้
1) การพัฒนาวชิ าชีพ จะต้องเป็นผู้มคี วามรู้เก่ียวกับสภาพงาน คุณลกั ษณะ และ
มาตรฐาน วิชาชีพศึกษานิเทศก์ ทักษะในการแสวงหาความรู้ในบริบทของการเปลี่ยนแปลง การจัดการความรู้
เกี่ยวกับ การนิเทศการศึกษา กฎหมายและระเบยี บท่ีเกีย่ วข้องกับการศึกษาและมีสมรรถนะในการสรา้ งศรทั ธา
ผู้รับ การนเิ ทศเพอ่ื ให้ตระหนกั และเห็นประโยชนก์ ารนเิ ทศ สร้างความกา้ วหนา้ และพัฒนาวชิ าชพี อย่างตอ่ เนอ่ื ง
2) การนเิ ทศการศึกษา โดยจะต้องมีความรเู้ กยี่ วกบั หลักการ แนวคดิ แนวปฏิบตั ิ
เก่ียวกับ การนิเทศ ผู้นา ภาวะผู้นา และภาวะผู้นาทางวิชาการ จิตวิทยาการนิเทศและการส่ือสาร กลวิธีการ
ถ่ายทอด ความรู้ แนวคิด ทฤษฎี และผลงานทางวิชาการ การเสริมแรง การสร้างพลังอานาจและการพัฒนา
ศักยภาพครู และมีสมรรถนะในการใช้เทคนิคการนิเทศอย่างหลากหลายด้วยความเป็นกัลยาณมิตร และสร้าง
วัฒนธรรมใน การพัฒนางานวิชาการ และนาสู่การเปน็ บคุ คลแหง่ การเรยี นรู้
3) แผนและกจิ กรรมการนเิ ทศ จะตอ้ งเป็นผมู้ คี วามรูเ้ ก่ียวกบั นโยบายการศกึ ษาและ
การ เช่ือมโยงระบบการศึกษากับระบบอื่นในสังคม การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาแผนการ
นเิ ทศตามบรบิ ทมหภาคและภมู ิสงั คม และการจัดทาแผนปฏบิ ัติการนิเทศ โครงการ และ การนาส่กู ารปฏบิ ัติและ
มีสมรรถนะท่สี ามารถวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา และพัฒนาแผนการนเิ ทศท่ี นาสกู่ ารปฏิบัติได้จริง พรอ้ ม
ท้ังประเมินและปรับปรุงแผนการนิเทศ
4) การพฒั นาหลักสตู รและการจดั การเรยี นร้เู ป็นผมู้ ีความรเู้ กีย่ วกับหลักการ แนวคิด
ใน การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียน รู้จักคิดวิเคราะห์ และสร้างสรรค์งานได้และการวัด
และการประเมินผลการเรียนรู้และมีสมรรถนะ ในการสร้าง ใช้ ประเมิน และปรับปรุงหลักสูตร และนิเทศเพ่ือ
พัฒนาหลกั สตู ร การจัดการเรยี นรู้ และการวดั ประเมินผล
5) การวิจัยทางการศกึ ษา เปน็ ผู้มีความร้เู กี่ยวกับหลักการ แนวคดิ แนวปฏิบตั ใิ นการ
วจิ ยั การใชแ้ ละผลิตงานวิจัยเพื่อพฒั นานวัตกรรมการนิเทศ และมสี มรรถนะที่สามารถดาเนนิ การวิจัยเพอ่ื พัฒนา
คณุ ภาพการศึกษา และสามารถนาผลการวิจยั ไปใช้ในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
6) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศกึ ษา มคี วามรูเ้ ก่ยี วกับ หลกั การ
แนวคิด การออกแบบส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ
ส่ือสาร และมีสมรรถนะในการประยุกต์ใช้ และการประเมินสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการเรียนรู้
มี ความสามารถใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การสือ่ สาร
7) การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา มคี วามรเู้ กี่ยวกับการบรหิ ารจัดการการศึกษา และ
ระบบ การประกันคณุ ภาพการศึกษาทัง้ ภายในและภายนอก และมีสมรรถนะที่สามารถบริหารจดั การการศึกษา
และ นาผลการประกนั คุณภาพการศกึ ษาไปใช้เพ่ือพัฒนาสถานศกึ ษา
8) คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ เป็นผู้มคี วามร้เู ก่ียวกับหลักธรรมาภิบาล
10
และ ความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม และจริยธรรมของวิชาชีพศึกษานิเทศก์จรรยาบรรณของวิชาชีพที่คุรุสภา
กาหนด มีสมรรถนะในการปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างที่ดี มจี ิตสานกึ สาธารณะและเสียสละให้สงั คม และปฏิบัติตน
ตาม จรรยาบรรณของวิชาชพี
การสบื สานศาสตร์พระราชาสูก่ ารพฒั นาที่ย่ังยืน เปน็ กระบวนการนาศาสตรพ์ ระราชา ไปส่กู ารปฏบิ ัติให้
เกิดผล หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการนาความรู้ในศาสตร์ท้ัง ๓ ด้าน หรือ ๓ มิติ ท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
และสง่ิ แวดล้อม สูก่ ารพฒั นาประเทศให้มั่นคงยัง่ ยนื ไปส่กู ารปฏบิ ัติจรงิ หรอื เดินตามรอยเท้าพ่อ ในการปฏิบัติตน
ปฏิบัติงาน เพ่ือการพัฒนาประเทศอย่างยง่ั ยืน ประกอบด้วย การนาองค์ความรู้ ด้านการกาหนด เป้าหมายของ
การเรียนรหู้ รอื การพฒั นางาน องค์ความรู้ดา้ นเน้ือหา ความรจู้ ากโครงการพระราชดาริ และอ่นื ๆ รวมทัง้ การนา
องค์ความรใู้ นวิธีทรงงานมาใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต การทางานของบุคคล ครอบครัว ชุมชน หรือ ขององค์กร มูลนิธิ
หน่วยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาตนเอง พัฒนางานดาเนินชีวิต ดาเนินงานในหน้าท่ี
ความรับผิดชอบด้วยองค์ความรู้ตามศาสตร์พระราชา หรือเรียกอีกอย่างหนง่ึ ว่า “เดินตาม รอยเท้าพ่อ สานต่อ
งานที่พอ่ ทา”
“ศาสตรพ์ ระราชา คอื การลงไปศึกษาเรียนรู้จากชมุ ชน ให้ชุมชนบอกว่าปญั หาคือ อะไร ความต้องการ
ของประชาชนคืออะไร โดยต้องคานึงถึงความต่อเน่ืองและย่ังยืน” ซ่ึงแสดงให้เห็นได้ว่าเป้าหมายในการพัฒนา
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๙ คือ การพัฒนาทยี่ ั่งยืนเพอ่ื ปรับปรงุ ชีวิตความเปน็ อยู่ของคน โดย
ไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม ให้คนมีความสุข โดยต้อง คานึงเรื่องสภาพภูมศิ าสตร์ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ และ
ภมู หิ ลังทางเศรษฐกิจ สงั คม แมว้ า่ วิธกี ารพัฒนา มหี ลากหลาย แตท่ ส่ี าคัญคือการพฒั นาจะต้องมีความรัก ความ
ห่วงใย ความรับผิดชอบ และการเคารพในเพื่อนมนษุ ย์จะเห็นได้วา่ การพฒั นาเกี่ยวข้องกับมนุษยชาติ และเป็น
เรือ่ งของจิตใจ
การนาหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ ๙ มาเป็นแนวทางใน การปฏิบัตงิ าน
ได้ดังนี้
1) เป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตประจาวัน ให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในหน่วยงานได้อย่างมี
ความสขุ
2) ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายท่ีไม่จาเป็น ลดความฟุ่มเฟือย รู้จักคาว่า “พอ” โดยไม่
เบยี ดเบยี นทั้งตนเองและผู้อ่นื
3) มคี วามสุขและความพอใจกบั งานที่ปฏิบัติ กับชีวิตทีพ่ อเพยี ง ยึดทางสายกลางในการดาเนิน
ชวี ติ
4) พยายามใชท้ รัพยากรท่ีเกี่ยวข้องกบั การปฏบิ ัติงาน และชวี ิตประจาวนั อย่างประหยดั เพอ่ื ให้
เกดิ ประโยชนม์ ากทส่ี ุด
5) ควรมีการวางแผนการทางานประจาวันให้ดี โดยพิจารณาถึงงานท่ีค้างจากวันก่อน งานท่ยี ัง
ไม่เสร็จในวันนี้ และงานท่ีต้องทาในวันต่อไป โดยให้มีการเขียนรายการของงานท่ีต้องปฏิบัติลงในแผ่นกระดาษ
หรือสมดุ บนั ทึกประจาวนั ทั้งน้ีควรระบใุ ห้ชัดเจน วา่ มงี านอะไรบ้างท่ตี ้องทาใหว้ ันนนั้ ๆ
11
6) ควรมีการบริหารเวลาโดยจัดล าดับความสาคัญของงาน ซ่ึงในแต่ละวันมีงานหลายอย่าง
ดังน้ัน ควรจัดลาดับความสาคัญของงานว่าจะทาอะไร ก่อน – หลัง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับเวลา (มูลนิธิชัย
พั ฒ น า . จุ ด เ ร่ิ ม ต้ น แ น ว คิ ด เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง . สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ท่ี 20 พ ฤ ศ จิ ก า ย น 2561.จ า ก
http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html)(ฤทธิไกร ไชยงาม.
ศาสตร์พระราชา _ 01 : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ(1). สืบค้นเมื่อวันท่ี 20
พฤศจิกายน 2561. จาก https://www.gotoknow.org/posts/591192.)
กระบวนการนเิ ทศ (Supervise) เป็นกระบวนการทคี่ รอบคลุม การดแู ล การควบคมุ และการ
กากบั เพ่ือชว่ ยเหลือให้ผู้รับการนเิ ทศสามารถปฏิบตั งิ านพฒั นาการศกึ ษาได้อย่างมีคุณภาพ เปน็ ไปตามแผนงาน
และ กาหนดการท่ีวางไว้ ซง่ึ จาเปน็ ต้องแสดงขนั้ ตอนการดาเนินการและเคร่อื งมอื ในแตล่ ะข้ันตอนให้ชดั เจน โดย
ใชก้ ระบวนการนิเทศ แบบ 4C (เปน็ กระบวนการนเิ ทศทไ่ี ด้จากงานวิจยั ของ พทั ธนันท์ พูนประสทิ ธิ์, 2555) ได้แก่
ประสานสร้างมิตร (Coordinate : C1) รว่ มคิดรว่ มทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปดว้ ยกนั (Co-Learning :
C3) สรา้ งสรรคผ์ ลงาน (Create : C4) เพือ่ พัฒนารูปแบบ กระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนาการจดั การเรียนรู้
โดยนอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพือ่ เสรมิ สร้างกระบวนการคิด ของศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอแม่พริก
จากนโยบายและจุดเน้นการดาเนินงาน สานักงาน กศน. ประจาปีงบประมาณ 2564 ข้อที่ 6
ด้านบุคลากรระบบการบรหิ ารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 6.4 การกากับ นิเทศติดตามประเมิน
และรายงานผล
1) สรางกลไกการกากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดาเนนิ งานการศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ใหเช่ือมโยงกบั หนวยงาน สถานศกึ ษา และภาคีเครือขายทั้งระบบ
2) ใหหนวยงานและสถานศกึ ษาท่ีเกย่ี วของทุกระดบั พฒั นาระบบกลไกการกากบั ติดตามและ
รายงานผลการนานโยบายสูการปฏิบัติ ใหสามารถตอบสนองการดาเนินงานตามนโยบายในแตละเร่อื งไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ
2) สงเสริมการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร และส่ืออน่ื ๆ ทเ่ี หมาะสม เพอื่ การ
กากับ นเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานผล อยางมปี ระสิทธิภาพ
3) พัฒนากลไกการตดิ ตามประเมินผลการปฏบิ ัตริ าชการตามคารบั รองการปฏิบตั ิราชการ
ประจาปของหนวยงาน สถานศกึ ษา เพื่อการรายงานผลตามตวั ช้วี ัดในคารบั รองการปฏิบัติราชการประจาป ของ
สานักงาน กศน.ใหดาเนินไปอยางมปี ระสิทธภิ าพ เปนไปตามเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาทกี่ าหนด
4) ใหมีการเช่ือมโยงระบบการนเิ ทศในทกุ ระดบั ท้ังหนวยงานภายในและภายนอกองคกร ต้ัง
แตสวนกลาง ภูมิภาค กลุมจงั หวัด จงั หวัด อาเภอ/เขต และตาบล/แขวง เพือ่ ความเปนเอกภาพในการใชขอมูล
และการพัฒนางานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
จากหลกั การ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา ดังกลา่ ว ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอธั ยาศยั อาเภอแม่พรกิ จึงได้พัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรโู้ ดยน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้บริหารพัฒนากระบวนการนิเทศแบบ 4C โดยน้อมนาหลักปรัชญาของ
12
เศรษฐกิจพอเพียง ครูสามารถออกแบบ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาส่ือ/นวัตกรรม วัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ สอดคล้องกับกิจกรรมฐาน
การเรียนรู้ อันจะส่งผลผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเพิ่มขึ้น และมีอัตลักษณ์ อยู่อย่างพอเพียง มีหลักคิดใน
การดาเนินชวี ติ อยใู่ นสังคมอย่างมคี วามสุข
13
ส่วนท่ี 3
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการใช้นวตั กรรม การนเิ ทศติดตามและประเมนิ ผล
ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับสถานศึกษา
1. ขอ้ มลู สารสนเทศของสถานศกึ ษา
1.1 วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ประเมินสถานภาพสถานศึกษา เพื่อกาหนดวิสัยทัศน์
ภารกิจ เปา้ หมาย คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์
1.2 จัดทาโครงสร้างหลักสูตร สาระต่าง ๆ ท่ีกาหนดให้มใี นหลักสูตรสถานศึกษา และ
ออกแบบแผนการเรยี นรู้ประจาฐานการเรียนรู้
1.3 นาหลกั สตู รไปใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
1.4 นิเทศ กากบั ตดิ ตาม การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ภายในสถานศกึ ษา
1.5 ปรับปรงุ พฒั นา และเผยแพร่
2. การดาเนินงาน/การบริหารจัดการของสถานศึกษา จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจาปีมีคาส่ังมอบหมายงาน ในรูปของคณะกรรมการนิเทศภายใน
สถานศกึ ษามแี ผนการนิเทศ กากับตดิ ตาม การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ดู าเนนิ การนิเทศ ติดตาม อยา่ งต่อเน่อื ง
สรปุ รายงานผล เพื่อปรับปรุงพัฒนาเป็นระยะ
3. การมเี ครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
3.1 สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ร่วมวางแผน ร่วม
ดาเนินกจิ กรรมอยา่ งต่อเนือ่ ง
3.2 ชุมชน เครือข่าย คณะกรรมการสถานศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจและมีส่วน
ร่วมกันการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ นิเทศ กากับ ตดิ ตาม รว่ มกนั อย่างตอ่ เนือ่ ง
3.3 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียน องค์ความรู้ร่วมกันกับชุมชน ภาคี
เครอื ข่ายของแต่ละ กศน.ตาบล โดยการจัดกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนเวยี นไปแต่ละฐานการเรียนรใู้ นตาบล
3.4 สรปุ การแลกเปลย่ี นผลการปฏิบตั ิงานเพอ่ื สะท้อนผลและแนวทางการพฒั นาต่อไป
โดยการจัดประชุมบุคลากร กศน.อาเภอแมพ่ ริกและเครือข่าย เพ่อื การพัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศยั
4. การยอมรบั ที่มตี ่อสถานศึกษา
4.1 ผู้บริหารยอมรับและให้การสนับสนนุ การพัฒนานวตั กรรมดา้ นการนเิ ทศการศึกษา
4.2 ครูผู้สอนยอมรับและใหค้ วามรว่ มมอื ในการดาเนนิ งานการพฒั นาตามนวัตกรรมที่
ร่วมกนั สร้างสรรคแ์ นวทางการพัฒนาข้ึน
4.3 นักศึกษามสี ่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมการเรียนร้ตู ามนวตั กรรมอยา่ งต่อเนอื่ ง
14
4.4 ภาคี เครอื ขา่ ยและชุมชนให้การสนับสนุน มสี ่วนรว่ มในการเปน็ วิทยากรให้ความรู้
แหล่งเรียนรู้ใหก้ ับนักศกึ ษาในการพัฒนานวัตกรรม
4.5 ครู นักศึกษาและภาคเี ครอื ข่าย มคี วามพงึ พอใจในระดบั ดขี ึ้นไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ
80
ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขึน้ กับครูผสู้ อน
1. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.1 มกี ารนารายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบ
โรงเรียน(N-net) ของแต่ละระดับ ในรายวิชาที่ต่ากว่าระดับประเทศ มาวิเคราะห์เพื่อวางแผน ออกแบบการ
จัดการเรียนรู้
1.2 กาหนดค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์สภาพความต้องการ สร้าง
ฐานการเรียนรู้ทส่ี อดคลอ้ งกับผเู้ รียน
1.3 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนฐานการเรียนรู้ บูรณาการให้สอดคล้อง
กับมาตรฐานรายวิชาที่ลงทะเบียนเรยี น
1.5 ใชห้ ลักการการนิเทศ และ ทฤษฎี 4C ร่วมกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1.5 มีแผนการจัดกิจกรรมโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยบูรณาการเข้ากับการพัฒนา
นวตั กรรมในฐานการเรยี นรู้ ทม่ี ีองคป์ ระกอบของแผนการเรียนรู้ครบถว้ นและผ่านการตรวจสอบแผนการเรียนรู้
กอ่ นนาไปใชจ้ รงิ ได้รับการตรวจสอบว่ามคี วามถกู ตอ้ ง เหมาะสมจากผเู้ ชย่ี วชาญ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามแผนฐานการเรียนรู้ ผู้เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมการ
เรยี นรู้ ใชส้ อ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยีมาประกอบการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ีมีความหลากหลายมกี ารกากบั นิเทศ
ติดตาม เพอ่ื การพฒั นาคุณภาพการจดั การเรยี นรู้ มกี ารปรับปรงุ และพฒั นากิจกรรมการเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ือง
การพฒั นาสอ่ื การเรียนรู้
ครูมีการออกแบบและพัฒนาสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เหมาะสมและ
สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบ เลือกใช้สื่อ นวัตกรรม แหล่งเรียนรู้
สอดคล้อมกับผู้เรียนและกิจกรรมการเรียนรู้ที่จดั ข้นึ พรอ้ มทง้ั ร่วมกนั ผลิตและพฒั นาคุณภาพของส่อื นวัตกรรม
และแหล่งเรียนรู้ มีการประเมินการใช้สื่อ โดยการมีส่วนร่วมของผู้เรียน นาผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนา
ปรบั ปรงุ สอ่ื การเรียนร้ใู หม้ ีคุณภาพ
การวดั และประเมินผล
มเี ครอื่ งมือ วธิ กี ารวัด ประเมนิ ผลท่สี อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคข์ องนวัตกรรมสรา้ งและ
พัฒนาคุณภาพของเครื่องมือท่ีใช้ในการวดั ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรกู้ าเกณฑ์การประเมนิ ท่ีชัดเจน
ในกิจกรรมแต่ละฐานการเรียนรู้ ใช้ผลของการวัดและประเมินผล ในการออกแบบ วางแผน และดาเนินการ
พฒั นา คณุ ภาพทางการศึกษา ทง้ั ด้านการบรหิ าร การจัดการเรยี นรู้ การกากับ นิเทศ ตดิ ตามอย่างเปน็ ระบบ
15
และต่อเน่ือง ร่วมกันวิเคราะห์ผลสรุปการวัดและประเมินผล นาสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศยั อยา่ งตอ่ เนื่อง
ผลทคี่ าดว่าจะเกดิ ข้ึนกบั ผู้เรียน
1. ผู้เรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ
โรงเรยี น (N-NET)ในแต่ละรายวิชาเพิม่ ขนึ้
2. ผู้เรยี นมอี ตั ลักษณ์ อย่อู ย่างพอเพียง มหี ลักคดิ ในการดาเนินชวี ิตอยู่ในสังคมอย่างมี
ความสุข
3. ผู้เรียนสามารถบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับกิจกรรมใน
ชีวติ ประจาวันได้
ความพงึ พอใจตอ่ การใชน้ วัตกรรม การนเิ ทศตดิ ตามและประเมนิ ผล
เครือ่ งมอื นวัตกรรมการนิเทศ และประเมนิ ผล กาลงั อยใู่ นระหว่างการตรวจคุณภาพความเทย่ี งตรง
16
ภาคผนวก
17
นวัตกรรมการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE)
นวตั กรรมการศึกษาเพ่ือพัฒนาการศกึ ษา
การนเิ ทศผลการดาเนินงานการศึกษานอกระบบขน้ั พนื้ ฐาน
ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอื่ นไข 3 หลกั การ 4 มิติ
เพือ่ พฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น(N-NET)
องค์ประกอบท่ี 1 ดา้ นความสาคัญของนวัตกรรม จานวน 3 ตวั ช้วี ดั ดังนี้
ตวั ชีว้ ัดท่ี 1 ความเปน็ มาและสภาพของปัญหา
การศึกษา เป็นเคร่ืองมือสาคัญในการพัฒนาคนหรือผู้เรียนให้มีความรู้ ความคิด ความสามารถ
พฤติกรรม เจตคติ ค่านิยม และคุณธรรม ซ่ึงเป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม และการเมือง โดยในปัจจุบนั สงั คมโลก มกี ารเปลย่ี นแปลงอย่างรวดเร็ว ทง้ั ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้สนับสนุนทั้งความคิดและทรัพยากรในประเทศเพ่ือปฏิรูปการศึกษา
ปรับเปล่ียนการจัดการศึกษาให้เป็นการศึกษาท่ีดีมีคุณภาพมีมาตรฐาน สามารถผลิตคนท่ีมีคุณภาพ และเป็น
การศึกษาท่ีสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ จากยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.
2561 – 2580) ไดก้ าหนดเปา้ หมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาตมิ ัน่ คง ประชาชนมคี วามสุข เศรษฐกิจ
พัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สงั คมเป็นธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาติยง่ั ยนื ” พฒั นาคนในทุกมติ ิและในทุกชว่ งวยั ให้เป็น
คนดี เก่ง และมคี ณุ ภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม สรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ป็นมิตรกับ
สง่ิ แวดล้อม และมภี าครัฐของประชาชน เพื่อประชาชน และประโยชน์สว่ นรวม ซึ่งแนวทางสาคัญของการพฒั นา
ผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะตา่ งๆ ท่ีต้องการในยคุ โลกาภิวฒั น์คือการจัดการเรียนการสอนยดึ ผู้เรียนเปน็ ศนู ย์กลาง
ของการจัดการศึกษา ส่งเสริมให้ผู้เรียนรจู้ ักเรยี นรดู้ ้วยตนเองโดยคานงึ ถึงความสอดคล้องกบั ความสามารถและ
ความต้องการของตนเอง และได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ตามแนวทางการจัดการเรีย นรู้
พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ครูจะต้องมีศักยภาพในการจัดการเรยี นรู้ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
ตามมาตรฐานหลกั สตู รและมาตรฐานการศึกษาชาติ สถานศกึ ษามีศกั ยภาพในการบรหิ ารจดั การเพื่อพัฒนาเข้าสู่
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาและการยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอก
ระบบโรงเรียน (N-NET) ซึ่งบุคลากรทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพ่ือเป็นสถานศึกษาท่ีมีระบบการ
พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้ท่ีเอ้ือต่อการพัฒนา
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น(N-NET) ให้มีความสอดคล้องกับงานนเิ ทศการจัดการศกึ ษาและบรหิ ารสถานศึกษา ที่มุ่ง
จะส่งเสริมให้การสนับสนุน และพัฒนามาตรฐานของการศึกษา โดยเฉพาะเคร่ืองมือการนิเทศ ที่ต้องมีความ
สอดคล้องถูกต้องเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการนิเทศ ซ่ึงเป็นส่ิงสาคัญท่ีจะช่วยปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
ชว่ ยแก้ไขปรับปรุงสิง่ ที่บกพร่องด้านวิชาการให้มีการพฒั นา และส่งเสรมิ ใหก้ ารเรียนการสอนบรรลุวตั ถปุ ระสงค์
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก พบว่าจากการรายงานผลการ
ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-NET) ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอัธยาศัยอาเภอแมพ่ รกิ มีคะแนนเฉลี่ยของสถานศึกษาต่ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ในระดับประถม
18
ศกึ ษา จานวน 9 รายวชิ า ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 7 รายวชิ าและระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน
2 รายวิชา สถานศึกษาจึงมีแนวทางในการพัฒนายกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนข้ึน โดยส่งเสริมการจัดการ
เรียนรู้ให้ผู้เรียนท่ีมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร และได้ตระหนักถึงกระบวนการบรหิ ารจัดการศึกษาทม่ี ี
คุณภาพ ประกอบด้วย 3 กระบวนการ คือ กระบวนการบริหารจัดการศึกษา กระบวนการจัดการเรยี นการสอน
และกระบวนการนเิ ทศการศึกษา ซึง่ จะต้องมคี วามสอดคล้องสัมพนั ธ์กัน โดยใช้รปู แบบ 4C ร่วมกับหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ ท่ีต้องอาศัยความร่วมมือกันของบุคลากรที่เก่ียวข้อง ซึ่ง
จะต้องมีการร่วมคิด ร่วมทา ร่วมประเมนิ ผลอย่างต่อเนอ่ื ง มกี ารพฒั นากระบวนการทางาน และสร้างนวตั กรรม
ในการทางานให้เหมาะสมสอดคล้องกบั สภาพบรบิ ทและความต้องการของพื้นท่ีอาเภอแม่พริก เพ่ือให้ผู้เรียนมี
องค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ สามารถนาไปใช้ในการทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ได้ ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(N-
NET)ของสถานศึกษาทส่ี ูงขึ้น
จากเหตุผลและความจาเป็นดังกล่าว ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแม่
พริก ได้ศึกษากระบวนการนิเทศการศึกษาแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข 3
หลักการ 4 มติ ิ เพอ่ื พัฒนารปู แบบกระบวนการนิเทศ เสรมิ สร้างทกั ษะกระบวนการคดิ กระบวนการบรหิ ารจัด
การศึกษา กระบวนการจัดการเรยี นการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษาของสถานศกึ ษาให้มีประสิทธิภาพ
เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน(N-NET)
ตวั ชีว้ ัดที่ 2 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาและหรือการพฒั นา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก มีเป้าหมายในการพัฒนา
กระบวนการนิเทศการศึกษา เพอื่ ยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ การศกึ ษานอกระบบโรงเรียน
(N-NET) ในรายวิชาท่ีมีคะแนนเฉลี่ยของสถานศึกษาต่ากว่าคะแนนเฉล่ียระดับประเทศ โดยการดาเนินงาน
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา เน้นกรอบมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัย เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดยเป็นภารกิจของคณะกรรมการนิเทศภายใน
สถานศึกษาท่ีจะตอ้ งศกึ ษาแนวทางในการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษาให้บรรลุตามกรอบมาตรฐาน
การจดั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั โดยชว่ ยเหลือ แนะนา ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้สถานศกึ ษา
ได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับความต้องการของบริบทชุมชน การวาง
แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของสถานศึกษา และการกาหนดหลกั สูตรสถานศกึ ษา จึงเปน็ หัวใจสาคญั ทจี่ ะช่วย
ใหก้ ารดาเนนิ งานสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย วสิ ยั ทัศน์ พันธกจิ ของสถานศึกษาได้ โดยมีระบบของการนเิ ทศภายใน
สถานศึกษาท่ีเข้มแข็ง ช่วยให้ครูเกิดการพัฒนาการจัดการเรียนรทู้ ่ีเน้นผู้เรียนสาคัญสู่การพฒั นาคุณภาพผูเ้ รยี น
การใชก้ ระบวนการนเิ ทศภายในสถานศึกษา การแลกเปล่ียนเรยี นรปู้ ระสบการณ์ร่วมกัน การสร้างเครอื ขา่ ยการ
นเิ ทศทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษาจะเป็นสิ่งท่ีชว่ ยให้ครูสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้และมี
เครอื ข่ายในการถา่ ยทอดองคค์ วามรไู้ ด้เปน็ อยา่ งดี ยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน (N-NET) ใหส้ ูงข้นึ
19
โดยใช้แนวคิด ทฤษฎีการนิเทศรูปแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2
เง่ือนไข 3 หลกั การ 4 มิติ ในการส่งเสริมกระบวนการดาเนินงานนเิ ทศการศกึ ษา การจัดการเรียนการสอน เพ่อื
ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน (N-NET) ใหส้ งู ขึน้
นวตั กรรมการนเิ ทศ
INPUT PROCESS OUTPUT
ปจั จัยสนับสนนุ กระบวนการนิเทศแบบ 4C 1. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน (N-NET)
C1 :ประสานสรา้ งมติ ร(Coordinate) ให้สูงขนึ้
- ผู้บริหาร C2 :รว่ มคิดรว่ มทา (Collaborate) 2. สถานศึกษามีการนเิ ทศรูปแบบ 4C ร่วมกับหลัก
- ครู C3 :เรียนรไู้ ปดว้ ยกัน (Co-Learning) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3
- งบประมาณ C4 :สร้างสรรค์ผลงาน (Create) หลกั การ 4 มติ ิ
- ภูมิปัญญา /ผู้รู้ 3. ครูออกแบบ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนา
แหลง่ เรียนรู้ การถอดบทเรยี นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่ือ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ได้อย่างมี
- ศาสตร์พระราชา (2 3 4) ประสิทธิภาพสามารถยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการ
หลกั ปรัชญาของ 2 เง่ือนไข เรยี น (N-NET) ของผ้เู รยี นให้สงู ขนึ้ ได้
เศรษฐกจิ พอเพียง 4. ผู้เรยี นมีอตั ลกั ษณ์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มีหลักคิดใน
มคี วามรู้ กจิ กรรมน้ีตอ้ งใช้ความรูเ้ รอ่ื งใดบา้ ง การดาเนนิ ชีวิตอยู่ในสงั คมอยา่ งมีความสุข
มคี ุณธรรม กิจกรรมนอี้ าศัยคุณธรรมใดบา้ ง 5. ผู้เรียนสามารถบูรณาการหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงกับกจิ กรรมในชีวติ ประจาวนั ได้
3 หลักการ
พอประมาณ พอเหมาะกบั สภาพของตน พอควรกับภมู ิสงั คม
มีเหตุผล ร้สู าเหตุ ร้ปู ัจจัยที่เกี่ยวขอ้ ง รู้ผลกระทบทจ่ี ะเกิดขึ้น
มีภูมคิ ุม้ กัน รู้เท่าทนั วางแผน รอบคอบ เรยี นรไู้ ว้ไมป่ ระมาท
4 มติ ิ
มิติวัตถุ ได้อะไรบ้างจากกิจกรรมนี้
มติ สิ งั คม กจิ กรรมนสี้ ่งผลต่อชุมชนสังคมอย่างไร
มิติส่ิงแวดล้อม กิจกรรมนี้ส่งผลตอ่ สิ่งแวดล้อมอย่างไร
มติ ิวฒั นธรรม กจิ กรรมน้ีมกี ารสบื สาน สานตอ่ วัฒนธรรมหรือไม่
การจัดการเรยี นร้รู ูปแบบฐานการเรียนรู้หลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง (2 3 4)
ฐานการเรียนรู้เรื่องนักรบใตพ้ ภิ พ
ฐานการเรียนรเู้ รอื่ งกล้วยๆ แตไ่ ม่กล้วย
ฐานการเรียนรู้เรื่องเกษตรยกแคร่แบบแคร์คณุ
ฐานการเรียนรู้เร่อื งไผ่มหศั จรรย์
ฐานการเรยี นร้เู รือ่ งห้องสมดุ หรรษา
20
ตวั ช้ีวัดที่ 3 ประโยชนแ์ ละความสาคัญ
การนิเทศการศึกษา เป็นองค์ประกอบที่ต้องมีการดาเนินการควบคู่กันไปกับการจัดกระบวนการเรียน
การสอน เพอ่ื ใหก้ ารดาเนนิ งานพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอแมพ่ ริก ได้
บรรลุตามเป้าหมาย สร้างรูปแบบการนิเทศภายในสถานศกึ ษา และการจัดกระบวนการเรียนรู้ทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็น
สาคัญ โดยอาศัยกรอบของมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อการประกันคุณภาพ
ภายในสถานศึกษาเป็นกรอบในการกากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เพ่ือเช่ือมโยงการบริหารจัดการและการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับ
อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของสถานศึกษา และค่าเป้าหมายความสาเร็จที่สถานศึกษาได้กาหนดไว้ กระบวนการ
นิเทศการศึกษา ช่วยให้ครูมีกรอบแนวทางการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้
พัฒนาสื่อ/นวัตกรรม วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ท่ีมีความสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศัย สถานศกึ ษามกี ระบวนการนเิ ทศการศกึ ษารูปแบบ 4C รว่ มกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มิติ ผ้เู รียนมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเพ่มิ ข้ึน และมอี ัตลกั ษณ์ อย่อู ย่างพอเพียง
มีหลกั คดิ ในการดาเนินชวี ติ อย่ใู นสังคมอยา่ งมคี วามสขุ
องคป์ ระกอบท่ี 2 ด้านกระบวนการพฒั นานวตั กรรม จานวน 6 ตัวชว้ี ัด ดังน้ี
ตัวช้วี ัดที่ 1 วัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายการพัฒนา
จากการวิเคราะห์ รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติการศึกษานอกระบบโรงเรียน
(N-NET) สถานศกึ ษาได้กาหนดการพัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศโดยมวี ัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมายการพัฒนา
ดังนี้
1. เพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน (N-NET) ใหส้ งู ขน้ึ
2. สถานศึกษามีการนเิ ทศรปู แบบ 4C รว่ มกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ
4 มติ ิ
3. ครูออกแบบ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาส่ือ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพสามารถยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น (N-NET) ของผ้เู รยี นใหส้ งู ขึ้นได้
4. ผูเ้ รียนมอี ตั ลักษณ์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มหี ลกั คดิ ในการดาเนินชวี ิตอยู่ในสงั คมอยา่ งมคี วามสุข
5. ผู้เรยี นสามารถบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับกจิ กรรมในชวี ติ ประจาวนั ได้
ตวั ชว้ี ัดที่ 2 หลกั การ ทฤษฎี แนวคดิ ในการพัฒนา
การนเิ ทศผลการดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบข้ันพื้นฐานดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ 4C ร่วมกบั หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข 3 หลกั การ 4 มิติ เพ่อื พฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (N-NET) ได้ศึกษา
เอกสาร หลกั การ แนวคิด และทฤษฎีทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ดังต่อไปนี้
1. กระบวนการนิเทศ (Supervise)
2. กระบวนการนเิ ทศแบบ 4C
21
3. หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
กระบวนการนิเทศ (Supervise) เป็นกระบวนการท่ีครอบคลุม การดูแล การควบคุม และการกากับ
เพ่ือช่วยเหลือให้ผู้รับการนิเทศสามารถปฏิบัติงานพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เป็นไปตามแผนงานและ
กาหนดการท่ีวางไว้ ซ่ึงจาเป็นต้องแสดงขั้นตอนการดาเนินการและเครื่องมือในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน โดยใช้
กระบวนการนเิ ทศ แบบ 4C (เป็นกระบวนการนเิ ทศท่ีได้จากงานวจิ ัยของ พัทธนันท์ พูนประสิทธิ์, 2555) ไดแ้ ก่
ประสานสร้างมิตร (Coordinate : C1) ร่วมคิดร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปด้วยกัน (Co-Learning :
C3) สรา้ งสรรคผ์ ลงาน (Create : C4) เพอื่ พัฒนารปู แบบกระบวนการนเิ ทศแบบรว่ มพฒั นาการจัดการเรียนรู้โดย
นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงอื่ นไข 3 หลกั การ 4 มิติ เพื่อเสรมิ สร้างกระบวนการคิด ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่พริก ดังน้ี
1. ประสานสร้างมติ ร (Coordinate ) โดยการเช่ือมโยงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งผู้นิเทศและผู้รบั การนิเทศ
ในลักษณะของเพื่อนท่ีดี สร้างความไว้วางใจและยอมรับนับถือกนั ตระหนักถึงความสาคัญในการพัฒนาตนเอง
และพัฒนางาน โดยทกุ คนต่างมีเมตตาธรรมต่อกนั มีการสรา้ งเครอื ข่ายการปฏบิ ัติงาน เพื่อช่วยเหลือ เกือ้ กูลกัน
และสร้างแรงจูงใจให้เกิดความอยากที่จะเรียนรู้และพัฒนา มีการตรวจสอบ ทบทวน เชิงบวก ส่งเสริม การ
แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ มีการชแี้ จงวตั ถุประสงค์ เพ่อื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจและแนวปฏบิ ตั ิท่ีตรงกัน ดงั นี้
1.1 การประสานงานในลักษณะของการเปน็ มิตรที่ดตี ่อกัน
1.2 การสรา้ งความไว้วางใจโดยการยอมรับนับถือกนั
1.3 การแลกเปล่ียนเรยี นรเู้ ก่ียวกบั การจัดกิจกรรม
1.4 การกาหนดความรูท้ ี่จาเป็นตอ่ การจดั กิจกรรม
1.5 การจัดลาดับประเด็นความสาคัญของปัญหา
1.6 การร่วมกนั วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา
1.7 การรว่ มกันตดั สินใจเลือกแนวทาง วิธีการและเครื่องมอื ทใ่ี ช้แก้ปัญหา
1.8 การสร้างแรงจูงใจเพ่ือให้มกี ารรว่ มใจกันพฒั นา
1.9 ชแี้ จงวตั ถุประสงคข์ องการนิเทศ
2. รว่ มคดิ รว่ มทา (Collaborate) โดยร่วมกนั ศึกษา ค้นควา้ เพ่อื วิเคราะห์หาแนวทาง การออกแบบและ
จัดกิจกรรม เพ่ือพัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศแบบรว่ มพัฒนาการจัดการเรียนรโู้ ดยนอ้ มนาหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือเสริมสรา้ งกระบวนการคดิ ของศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่พริก โดยใหค้ วามสาคัญกบั ความรแู้ ละ ประสบการณ์เดมิ ของผรู้ บั การนิเทศ ยดึ
หลกั ว่าไมม่ ใี ครรมู้ ากกว่าใคร ตอ้ งรว่ มมือกนั ศกึ ษาข้อมูล ความรู้ เพอ่ื วางแผนและลงมือปฏิบตั ิงานร่วมกัน ทาให้
พฒั นาคณุ ภาพการปฏิบัตงิ านได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ดังน้ี
2.1 การจัดการความรู้เกยี่ วกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.2 การจัดการความรเู้ กย่ี วกับการนาผลการทดสอบ N-NET ไปใช้
2.3 การระดมความคดิ เพอื่ หาแนวทางการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
2.4 การร่วมกันสรปุ ผลการสะท้อนความรแู้ ละประสบการณ์เดิม
22
2.5 การรว่ มกันเสนอแนะขั้นตอนการทางาน
2.6 การรว่ มมือกันวางแผนการปฏบิ ตั ิงาน
2.7 การมีสว่ นรว่ มใหค้ าชี้แนะในการปฏบิ ัติงาน
2.8 การมีสว่ นรว่ มในการศึกษาคน้ คว้าความร้ทู ่ีจาเป็นตอ่ การปฏบิ ัติงาน
2.9 การปฏบิ ตั งิ านรว่ มกันตามวธิ กี ารหรือแนวทางที่ตัดสนิ ใจเลือกไว้
2.10 ร่วมกนั ออกแบบและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือต่างๆ
2.11 การรว่ มกนั พฒั นางานตามผลสรุปหรอื คาชแี้ นะ
3. เรียนรไู้ ปด้วยกัน (Co-Learning) โดยผ้นู ิเทศเป็นผู้ให้คาปรกึ ษาดูแลและอานวยความสะดวก ใหผ้ ้รู ับ
การนิเทศมีการเปล่ียนแปลงความรู้ที่เหมาะสมและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมีการพัฒนาและปรับปรุง
การปฏิบตั ิงานให้เป็นไปตามแผนงานท่กี าหนดเพ่ือใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมาย ดังน้ี
3.1 การให้ข้อมลู เกยี่ วกบั จุดแข็ง จดุ ออ่ นของครแู ตล่ ะคน
3.2 การสง่ เสริมให้ครูสามารถพฒั นาความรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง
3.3 การใหค้ าปรึกษาดแู ลทดี่ แี ละเหมาะสมกับครูแต่ละคน
3.4 การสรา้ งความเช่อื ถอื ให้แก่ครู โดยผู้นเิ ทศเป็นแบบอย่างที่ดี รักการเรยี นรู้ สนใจ
ใฝ่รู้ ศกึ ษาค้นควา้ ความรูใ้ หม่ ๆ อยูเ่ สมอเพื่อใหค้ รูยอมรบั ฟังและนาคาปรึกษาไป
ใช้ในการปฏิบัตงิ าน
3.5 การพฒั นาวิธกี ารแก้ปัญหาจากการปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
3.6 การเรยี นร้จู ากการถ่ายทอดภูมปิ ญั ญาหรอื ความรู้เฉพาะตวั ของบคุ คล
3.7 การสรา้ งเครอื ข่ายและระบบพี่เล้ยี งใหค้ าปรกึ ษาดูแลช่วยให้เกิดการเรียนรู้
4. สร้างสรรค์ผลงาน (Create) โดยส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้รับการนิเทศต่อยอดผลการปฏิบัติงาน
ใช้วิธกี ารพัฒนาผูเ้ รียน ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญ พฒั นาผู้เรียนรายบคุ คลให้สอดคลอ้ งกบั ความแตกต่างรายบุคคล
พฒั นากระบวนการจดั การเรยี นรู้การนาความรู้มาพัฒนาให้เกิดผลงาน แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่เหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกับสภาพและบริบทของสถานศกึ ษา ดงั น้ี
4.1 การออกแบบแผนงานและแนวทางในการแกป้ ญั หารว่ มกนั
4.2 การเปดิ โอกาสให้ครูไดพ้ ฒั นาวิธคี ดิ ในการปฏิบตั งิ านอย่างสร้างสรรค์
4.3 การร่วมมอื กนั สร้างแหลง่ ความรู้ ผลงานหรือนวตั กรรมทีเ่ หมาะสมกับการ
ปฏิบัติงาน
4.4 การร่วมกนั สรา้ งรปู แบบ วิธกี าร เครื่องมือและส่ือการเรยี นรทู้ ี่หลากหลาย
4.5 การมีสว่ นรว่ มในการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์เพอ่ื ค้นหาและพัฒนานวัตกรรม
4.6 การส่งเสริมการนาผลการวจิ ัยในชน้ั เรียนไปใชพ้ ัฒนาผเู้ รียน
4.7 การนาความร้ทู ไี่ ดจ้ ากการอบรม สัมมนาไปใช้พัฒนางานอย่างตอ่ เนอ่ื ง
23
สาหรับวิธีการและกิจกรรมการนิเทศตามกระบวนการนิเทศแบบ 4C ใช้การนิเทศท้ังทางตรงและ
ทางออ้ ม ไดแ้ ก่ การใชช้ อ่ งทางสื่อโซเชียลมเี ดีย Line, Facebook เพอ่ื สนับสนุนวิธกี ารและกิจกรรมการนเิ ทศ ให้
มีประสิทธภิ าพมากยิง่ ขนึ้ ได้แก่
1. กิจกรรมการอบรมและพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือเสริมสร้างกระบวนการคิด
(ขน้ั ตอนของกระบวนการประสานสร้างมติ ร (Coordinate) และร่วมคิดร่วมทา (Collaborate))
2. กิจกรรมการนิเทศการพบกลุ่ม สังเกตการจัดการเรียนรู้และการส่ือสารด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ผ่าน
ช่องทางกลุม่ Line Facebook โทรศพั ท์เปน็ ต้น เพอ่ื การแก้ปญั หาจากการปฏิบัตจิ ริง (ขนั้ ตอนของ กระบวนการ
เรียนรูไ้ ปด้วยกนั (Co-Learning))
3.กจิ กรรมการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรจู้ ะสอดแทรกในทกุ ข้ันตอนและกิจกรรมเพ่อื การพัฒนาปรับปรงุ
ในแต่ละขั้นตอน และสรุปผลการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้บริหาร ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถสร้างแนว
ทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสถานศึกษา ซึ่งจะทาให้เกิดแนวคิด กระบวนการ
ขั้นตอนการปฏิบตั งิ านและผลงานที่มีคุณภาพ (ขั้นตอนของ สร้างสรรคผ์ ลงาน (Create : C4))
องค์ประกอบด้านกระบวนการนเิ ทศ เพ่ือพฒั นารปู แบบกระบวนการนเิ ทศแบบรว่ มพฒั นาการจดั การ
เรียนรู้โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มติ ิ เพอื่ เสรมิ สร้างกระบวนการคดิ
ของศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแมพ่ ริก ประกอบดว้ ย
1) กระบวนการนเิ ทศแบบ 4C ใช้การนิเทศทัง้ ทางตรงและทางอ้อม ไดแ้ ก่
C1 : ประสานสร้างมิตร (Coordinate)
C2 : ร่วมคิดรว่ มทา (Collaborate)
C3 : เรยี นรู้ไปดว้ ยกัน (Co-Learning)
C4 : สรา้ งสรรค์ผลงาน (Create)
2) ข้นั ตอนหรือกิจกรรมการนิเทศ
3) บทบาทของผ้นู เิ ทศและผู้รับการนิเทศในแตล่ ะขัน้ ตอนหรือกิจกรรม
4) สอื่ และเครอ่ื งมือการนิเทศ
กระบวนการนิเทศ (Supervise : S) กระบวนการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศการศึกษา เพ่ือ
พั ฒ น ารู ปแบบก ร ะ บว น ก าร นิ เทศแบบร่ ว ม พั ฒ น าก าร จั ด ก าร เรี ย น รู้ โ ดย น้ อ ม น าหลั ก ปรั ชญ า ข อ ง
เศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มติ ิ เพ่ือเสรมิ สรา้ งกระบวนการคิด ของศนู ยก์ ารศึกษานอก
ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอแมพ่ รกิ ใชก้ ระบวนการนิเทศแบบ 4C ไดแ้ ก่ ประสานสร้างมิตร
(Coordinate : C1) ร่วมคิดร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปด้วยกัน (Co-Learning : C3)
สรา้ งสรรคผ์ ลงาน (Create : C4) ดงั น้ี
กระบวนการนิเทศ ข้นั ตอน/กจิ กรรมการนิเทศ 24
บทบาทผู้นิเทศ บทบาทผู้รับการนิเทศ ส่อื /เคร่อื งมอื การนิเทศ
ประสานสร้างมิตร 1. ประสานกลุม่ เป้าหมาย - ศึกษาข้อมลู รายงาน การประสานผ่านการ
ประชุม ผา่ นกลุ่มไลน์
(Coordinate : C1) เพอ่ื แจง้ กรอบการ ผลสมั ฤทธิ์ของผเู้ รียน หรือ ช่องทางอืน่ ที่
เหมาะสม
ดาเนินการนิเทศ - จดั เตรยี มเอกสาร เพอื่
รองรับการนเิ ทศ
รว่ มคิดรว่ มทา 2.จัดประชุม/อบรม/จัด - วเิ คราะห์ผลสมั ฤทธิข์ อง - รายงานผลสมั ฤทธ์ิของ
(Collaborate:C2) กิจกรรมการ สรา้ งความรู้ ผูเ้ รียน ผูเ้ รยี น
ความเข้าใจร่วมกัน ในเรื่อง - จดั ทาแผนยกระดับ -แบบสรุปผลการ
2.1 การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ ผลสมั ฤทธ์ิของผเู้ รยี น วิเคราะห์ เพือ่ จัดทา
ของผ้เู รียน และแนวทางการ - การออกแบบการจัดการ แผน
นาไปใชเ้ พ่อื ยกระดับ เรยี นรทู้ ่ีสอดคล้องกบั - ชุดอบรมการ
ผลสมั ฤทธข์ิ องผ้เู รยี น บรบิ ทและความตอ้ งการ ออกแบบ และเค้า
2.2 การออกแบบ จัดทา ของผเู้ รยี น โครงการเขียนแผนการ
แผนจดั การเรียนรเู้ พ่ือ - จัดทาแผนการจดั การ เรยี นรู้
ยกระดับ ผลสัมฤทธท์ิ างการ เรียนรู้ ครบ 5 ฐาน คลุม
เรียน การเรียนรตู้ ามแผนการ
ลงทะเบยี นเรยี น
เรียนรู้ไปด้วยกัน 3. การเยีย่ มการจดั กจิ กรรม จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แบบบันทกึ การนิเทศ
(Co-Learning: C3) การเรยี นรู้ การสังเกต การ แผนฐานการเรียนรู้ ทั้ง 5
จัดการเรียนรู้ การพดู คยุ ฐานการเรียนรู้
ซักถาม แลกเปลีย่ นเรยี นรู้
หรอื ผ่านชอ่ งทาง Line ,
Facebook หรอื อื่นๆ
สร้างสรรค์ผลงาน 4. แลกเปล่ียนเรียนรู้ สรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการ - แบบสรุปผลงาน
(Create : C4) เกย่ี วกับผลการจัดการ เรยี นรู้ จดุ เดน่ / จดุ ทีค่ วร - ข้อเสนอแนะเพ่ือการ
เรยี นรู้ตามแผนฐานการ พฒั นา พัฒนา
เรียนรู้ และสรปุ ผล
นเิ ทศการศึกษา (Subject) ประกอบดว้ ยหลกั การ ความสาคัญ และเนอื้ หาสาระการนิเทศ
การศึกษา สาหรับงานเร่ืองที่นิเทศการศึกษาเป็นเร่ืองในงานการนิเทศการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีการปรับเปล่ียน
งานการนเิ ทศการศึกษาทั้งดา้ นความรู้ สังคมและเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมทั้งโครงสร้างของหน่วยงานระดับ
กระทรวงศึกษาธิการ ทาให้จาเป็นต้องวิเคราะห์งานของผู้นิเทศให้ชัดเจน เพราะผู้นิเทศจะต้องเป็นผู้มีความรู้
25
และความเข้าใจกระบวนการรายละเอียดเก่ียวกับงานด้านการศึกษาเป็นอย่างดีจึงจะนาพาผู้รับการนิเทศ สู่
เป้าหมายที่กาหนดไว้ได้ โดยเฉพาะในยุคท่ีมีการกาหนดให้ผู้นิเทศจะต้องเป็นผู้มีคุณลักษณะตามประกาศ
คณะกรรมการคุรุสภาเรื่อง สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูผู้บริหารสถานศึกษาและ
ผู้บริหารการศึกษาตามมาตรฐานความร้แู ละประสบการณ์วชิ าชีพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2549 : เล่ม 123 ตอนท่ี
56 ง. หน้า 289-305 ; 2556 : เล่ม 130 ตอนพิเศษ 156 ง. หนา้ 43) ได้กาหนดสาระความรแู้ ละ สมรรถนะการ
นเิ ทศการศกึ ษา โดยสรุป ดังน้ี
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา จะต้องเปน็ ผ้มู ีความเป็นผนู้ าทางวชิ าการในการนเิ ทศเพือ่ พัฒนาครู ให้
จดั การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นใหเ้ ตบิ โตเตม็ ตามศักยภาพ
ผู้บรหิ ารการศึกษา จะต้องเป็นผูม้ ีความเป็นผู้นาทางวิชาการมีความรเู้ กีย่ วกับการนิเทศ
การศกึ ษา เทคนคิ การนิเทศการศกึ ษา ความสมั พนั ธ์ของการนิเทศการศกึ ษากับการบริหารการศกึ ษา สามารถ
นิเทศ กากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบโดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายและสามารถ
พฒั นาระบบการนเิ ทศการศกึ ษาให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลง
ศกึ ษานเิ ทศก์ จะต้องเปน็ ผู้มีมาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณว์ ิชาชพี สาระความรู้
สมรรถนะและมาตรฐานการปฏิบตั ิงานของผู้ประกอบวชิ าชีพศึกษานิเทศก์ สรปุ ไดด้ งั นี้
9) การพฒั นาวิชาชพี จะต้องเปน็ ผู้มีความรเู้ กย่ี วกบั สภาพงาน คณุ ลักษณะ และ
มาตรฐาน วิชาชีพศึกษานิเทศก์ ทักษะในการแสวงหาความรู้ในบริบทของการเปลี่ยนแปลง การจัดการความรู้
เกี่ยวกับ การนิเทศการศึกษา กฎหมายและระเบียบที่เก่ียวข้องกับการศึกษาและมีสมรรถนะในการสร้างศรัทธา
ผู้รบั การนิเทศเพอ่ื ใหต้ ระหนักและเหน็ ประโยชน์การนเิ ทศ สร้างความกา้ วหน้าและพฒั นาวชิ าชีพอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
10) การนเิ ทศการศึกษา โดยจะตอ้ งมีความรู้เกี่ยวกบั หลักการ แนวคดิ แนวปฏิบัติ
เก่ียวกับ การนิเทศ ผู้นา ภาวะผู้นา และภาวะผู้นาทางวิชาการ จิตวิทยาการนิเทศและการสื่อสาร กลวิธีการ
ถ่ายทอด ความรู้ แนวคิด ทฤษฎี และผลงานทางวิชาการ การเสริมแรง การสร้างพลังอานาจและการพัฒนา
ศักยภาพครู และมีสมรรถนะในการใช้เทคนิคการนิเทศอย่างหลากหลายด้วยความเป็นกัลยาณมิตร และสร้าง
วฒั นธรรมใน การพฒั นางานวชิ าการ และนาสูก่ ารเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
11) แผนและกิจกรรมการนิเทศ จะตอ้ งเป็นผมู้ คี วามรู้เกี่ยวกับนโยบายการศึกษาและ
การ เชื่อมโยงระบบการศึกษากับระบบอื่นในสังคม การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาแผนการ
นิเทศตามบริบทมหภาคและภมู สิ ังคม และการจัดทาแผนปฏบิ ตั กิ ารนิเทศ โครงการ และ การนาสู่การปฏิบัตแิ ละ
มีสมรรถนะท่ีสามารถวางแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา และพฒั นาแผนการนเิ ทศท่ี นาสู่การปฏบิ ตั ิไดจ้ ริง พรอ้ ม
ท้งั ประเมินและปรับปรงุ แผนการนิเทศ
12) การพฒั นาหลกั สตู รและการจดั การเรยี นร้เู ป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับหลกั การ แนวคิด
ใน การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน รู้จักคิดวิเคราะห์ และสร้างสรรค์งานได้และการวดั
และการประเมินผลการเรียนรู้และมีสมรรถนะ ในการสร้าง ใช้ ประเมิน และปรับปรุงหลักสูตร และนิเทศเพื่อ
พฒั นาหลักสตู ร การจัดการเรยี นรู้ และการวดั ประเมนิ ผล
13) การวิจยั ทางการศกึ ษา เปน็ ผู้มคี วามรเู้ กยี่ วกบั หลักการ แนวคิด แนวปฏิบตั ใิ นการ
26
วิจยั การใชแ้ ละผลิตงานวจิ ัยเพ่อื พฒั นานวตั กรรมการนิเทศ และมีสมรรถนะทส่ี ามารถดาเนนิ การวิจยั เพอื่ พัฒนา
คณุ ภาพการศึกษา และสามารถนาผลการวิจยั ไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
14) นวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา มีความร้เู กี่ยวกับ หลกั การ
แนวคิด การออกแบบสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการ
สื่อสาร และมีสมรรถนะในการประยุกต์ใช้ และการประเมินส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการเรยี นรู้
มี ความสามารถใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การสอ่ื สาร
15) การประกนั คุณภาพการศึกษา มีความรเู้ กย่ี วกบั การบริหารจดั การการศึกษา และ
ระบบ การประกันคุณภาพการศึกษาท้ังภายในและภายนอก และมีสมรรถนะท่ีสามารถบริหารจดั การการศึกษา
และ นาผลการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาไปใชเ้ พอ่ื พัฒนาสถานศกึ ษา
16) คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ เป็นผมู้ คี วามรู้เก่ยี วกบั หลักธรรมาภิบาล
และ ความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม และจริยธรรมของวิชาชีพศึกษานิเทศก์จรรยาบรรณของวิชาชีพที่คุรุสภา
กาหนด มสี มรรถนะในการปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างที่ดี มีจิตส านึกสาธารณะและเสยี สละใหส้ ังคม และปฏิบัติตน
ตาม จรรยาบรรณของวชิ าชพี
การสืบสานศาสตรพ์ ระราชาสกู่ ารพฒั นาที่ย่งั ยืน เป็นกระบวนการนาศาสตร์พระราชา ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิให้
เกิดผล หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการนาความรู้ในศาสตร์ทั้ง ๓ ด้าน หรือ ๓ มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
และส่ิงแวดลอ้ ม ส่กู ารพฒั นาประเทศให้ม่ันคงยงั่ ยืนไปส่กู ารปฏิบัตจิ รงิ หรือเดินตามรอยเท้าพ่อ ในการปฏบิ ัติตน
ปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยงั่ ยืน ประกอบด้วย การนาองค์ความรู้ ด้านการกาหนด เป้าหมายของ
การเรียนร้หู รอื การพัฒนางาน องค์ความรดู้ า้ นเนือ้ หา ความรูจ้ ากโครงการพระราชดาริ และอ่นื ๆ รวมทงั้ การนา
องค์ความรใู้ นวิธที รงงานมาใชใ้ นการดาเนินชวี ิต การทางานของบุคคล ครอบครวั ชุมชน หรอื ขององคก์ ร มูลนธิ ิ
หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่าง ๆ เพ่ือการพัฒนาตนเอง พัฒนางานดาเนินชีวิต ดาเนินงานในหน้าที่
ความรับผิดชอบด้วยองค์ความรู้ตามศาสตร์พระราชา หรือเรียกอีกอย่างหนงึ่ ว่า “เดินตาม รอยเท้าพ่อ สานต่อ
งานทพี่ อ่ ทา”
“ศาสตร์พระราชา คอื การลงไปศกึ ษาเรียนรู้จากชุมชน ให้ชมุ ชนบอกว่าปัญหาคือ อะไร ความตอ้ งการ
ของประชาชนคืออะไร โดยต้องคานึงถึงความต่อเนื่องและยั่งยืน” ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าเป้าหมายในการพัฒนา
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ ๙ คอื การพัฒนาทีย่ ่ังยืนเพื่อปรับปรุงชีวติ ความเป็นอยู่ของคน โดย
ไม่ทาลายส่ิงแวดล้อม ให้คนมีความสุข โดยต้อง คานึงเรื่องสภาพภูมศิ าสตร์ ความเชื่อทางศาสนา เช้ือชาติ และ
ภูมหิ ลังทางเศรษฐกิจ สงั คม แมว้ ่าวิธีการพัฒนา มหี ลากหลาย แต่ทสี่ าคญั คือการพฒั นาจะต้องมีความรัก ความ
ห่วงใย ความรับผิดชอบ และการเคารพในเพื่อนมนษุ ย์จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเก่ียวข้องกับมนุษยชาติ และเป็น
เร่อื งของจิตใจ
การนาหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๙ มาเป็นแนวทางใน การปฏบิ ตั ิงาน
ไดด้ ังนี้
1) เป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตประจาวัน ให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในหน่วยงานได้อย่างมี
ความสขุ
27
2) ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายท่ีไม่จาเป็น ลดความฟุ่มเฟือย รู้จักคาว่า “พอ” โดยไม่
เบียดเบียนท้ังตนเองและผอู้ ่นื
3) มีความสขุ และความพอใจกับงานที่ปฏิบัติ กับชวี ติ ท่ีพอเพยี ง ยดึ ทางสายกลางในการดาเนิน
ชีวิต
4) พยายามใชท้ รัพยากรทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการปฏิบัตงิ าน และชวี ติ ประจาวนั อยา่ งประหยดั เพ่อื ให้
เกดิ ประโยชน์มากท่สี ดุ
5) ควรมีการวางแผนการทางานประจาวันให้ดี โดยพิจารณาถึงงานท่ีค้างจากวนั ก่อน งานทยี่ งั
ไม่เสร็จในวันน้ี และงานท่ีต้องทาในวันต่อไป โดยให้มีการเขียนรายการของงานที่ต้องปฏิบัติลงในแผ่นกระดาษ
หรอื สมุดบันทึกประจาวัน ท้ังนคี้ วรระบใุ หช้ ดั เจน วา่ มงี านอะไรบ้างท่ีต้องทาให้วนั นน้ั ๆ
6) ควรมีการบริหารเวลาโดยจัดล าดับความสาคัญของงาน ซึ่งในแต่ละวันมีงานหลายอย่าง
ดังน้ัน ควรจัดลาดับความสาคัญของงานว่าจะทาอะไร ก่อน – หลัง เพ่ือให้มีความเหมาะสมกับเวลา (มูลนิธิชัย
พั ฒ น า . จุ ด เ ร่ิ ม ต้ น แ น ว คิ ด เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ยง . สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ที่ 20 พ ฤ ศ จิ ก า ย น 2561. จ า ก
http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html)(ฤทธิไกร ไชยงาม.
ศาสตร์พระราชา _ 01 : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ(๑). สืบค้นเม่ือวันท่ี 20
พฤศจกิ ายน 2561. จาก https://www.gotoknow.org/posts/591192.)
กระบวนการนิเทศ (Supervise) เปน็ กระบวนการท่คี รอบคลมุ การดูแล การควบคุม และการ
กากับ เพ่อื ช่วยเหลือให้ผรู้ ับการนิเทศสามารถปฏิบตั งิ านพฒั นาการศึกษาได้อยา่ งมคี ุณภาพ เป็นไปตามแผนงาน
และ กาหนดการทว่ี างไว้ ซึง่ จาเป็นต้องแสดงข้นั ตอนการดาเนินการและเครอ่ื งมือในแต่ละข้นั ตอนใหช้ ัดเจน โดย
ใช้กระบวนการนเิ ทศ แบบ 4C (เป็นกระบวนการนิเทศท่ไี ด้จากงานวิจัยของ พทั ธนันท์ พูนประสทิ ธิ์, 2555) ไดแ้ ก่
ประสานสรา้ งมติ ร (Coordinate : C1) ร่วมคดิ ร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรไู้ ปดว้ ยกนั (Co-Learning :
C3) สร้างสรรค์ผลงาน (Create : C4) เพ่ือพฒั นารปู แบบ กระบวนการนเิ ทศแบบร่วมพฒั นาการจดั การเรียนรู้
โดยนอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพือ่ เสริมสร้างกระบวนการคิด ของศูนย์การศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอแมพ่ ริก
จากนโยบายและจุดเน้นการดาเนนิ งาน สานักงาน กศน. ประจาปีงบประมาณ 2564 ข้อที่ 6
ด้านบุคลากรระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 6.4 การกากับ นิเทศติดตามประเมนิ
และรายงานผล
5) สรางกลไกการกากบั นเิ ทศ ติดตาม ประเมนิ และรายงานผลการดาเนินงานการศึกษานอก
ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหเชื่อมโยงกบั หนวยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือขายทั้งระบบ
2) ใหหนวยงานและสถานศึกษาทเ่ี กี่ยวของทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกากับ ตดิ ตามและ
รายงานผลการนานโยบายสูการปฏิบตั ิ ใหสามารถตอบสนองการดาเนนิ งานตามนโยบายในแตละเรือ่ งไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ
6) สงเสรมิ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และส่อื อน่ื ๆ ทเี่ หมาะสม เพ่อื การ
กากับ นิเทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผล อยางมปี ระสิทธิภาพ
28
7) พัฒนากลไกการตดิ ตามประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการตามคารับรองการปฏบิ ตั ิราชการ
ประจาปของหนวยงาน สถานศกึ ษา เพอ่ื การรายงานผลตามตวั ชีว้ ัดในคารับรองการปฏบิ ัตริ าชการประจาป ของ
สานักงาน กศน.ใหดาเนนิ ไปอยางมปี ระสิทธภิ าพ เปนไปตามเกณฑ วธิ กี าร และระยะเวลาทกี่ าหนด
8) ใหมกี ารเชือ่ มโยงระบบการนเิ ทศในทกุ ระดับ ทัง้ หนวยงานภายในและภายนอกองคกร ต้งั
แตสวนกลาง ภูมภิ าค กลุมจังหวดั จังหวดั อาเภอ/เขต และตาบล/แขวง เพ่ือความเปนเอกภาพในการใชขอมูล
และการพัฒนางานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
จากหลกั การ ทฤษฎี แนวคิดในการพฒั นา ดงั กลา่ ว ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอแม่พริก จึงไดพ้ ัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศแบบรว่ มพฒั นาการจัดการเรียนรโู้ ดยน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้บริหารพัฒนากระบวนการนิเทศแบบ 4C โดยน้อมนาหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ครูสามารถออกแบบ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาสื่อ/นวัตกรรม วัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ สอดคล้องกับกิจกรรมฐาน
การเรียนรู้ อันจะส่งผลผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเพ่ิมข้ึน และมีอัตลักษณ์ อยู่อย่างพอเพียง มีหลักคิดใน
การดาเนินชีวติ อยใู่ นสังคมอยา่ งมคี วามสขุ
ตัวช้วี ัดที่ 3 การออกแบบและแนวทางการพัฒนา
การพัฒนาการนเิ ทศการศึกษา โดยการใช้รปู แบบกระบวนการนเิ ทศแบบ 4C ร่วมกบั หลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน(N-NET)
3.1 บคุ ลากรทเี่ กีย่ วขอ้ งในการพฒั นาเคร่ืองมือการนิเทศการศกึ ษา ดังนี้
1.) นางจันทนี อนิ นันชัย ตาแหน่ง ผอู้ านวยการ กศน. อาเภอแมพ่ รกิ
2.) ว่าที่ ร.ต.ปฏพิ ล สวุ รรณลพ ตาแหนง่ ครู
3.) นางสาวปรชิ าติ ก้านบวั ไชย ตาแหนง่ ครูผู้ช่วย
แนวทางการใชร้ ูปแบบการนิเทศการศึกษา
บทบาทของผ้นู เิ ทศ
โดยผู้นิเทศจะต้องศกึ ษารายละเอยี ดและทาความเขา้ ใจ รปู แบบการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนารปู แบบ
กระบวนการนิเทศแบบ 4C โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดงั น้ี
1. ผู้นิเทศเป็นผู้ประสานงาน แนวปฏิบัติการดาเนินการนิเทศการศึกษา โดยยึดแนวทางความเป็น
กัลยาณมติ รสรา้ งความสมั พันธท์ ีด่ โี ดยใหก้ าลงั ใจผ่านชอ่ งทางการสอื่ สารที่เหมาะสม
2. ผ้นู ิเทศกระตนุ้ ให้ครูแสดงความรู้และประสบการณ์เดิมของตนเองแล้วให้คาชี้แนะท่เี หมาะสมซึ่งเป็น
การปรับความรู้ ความเขา้ ใจให้ถูกต้อง สอดคลอ้ งกับสภาพ บรบิ ทในปจั จบุ ัน
3. ผู้นิเทศให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัด
กระบวนการเรียนรู้ในฐานการเรียนรทู้ ี่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคัญ
4. ส่งเสริม สนับสนุนให้คาปรึกษาผู้รับการนิเทศนาความรู้ท่ีได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้ในฐานการเรียนรู้
29
บทบาทของผรู้ ับการนิเทศ
รับฟังการชี้แจงรายละเอียดจากผู้นิเทศ และศึกษาจุดประสงค์และวธิ ีการออกแบบการจัดกิจกรรมการ
เรียนรูใ้ นฐานการเรยี นรู้ตามแผน ให้มคี วามรูแ้ ละเข้าใจ เพ่อื นาไปใช้ในการออกแบบ วางแผนการจัดการเรียนรู้
ตามหลักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อื เสริมสรา้ งกระบวนการคิด ผูร้ บั การนเิ ทศแสดงบทบาท ดังน้ี
1. ทาความเข้าในข้ันตอนของแผนฐานการเรยี นรู้
2. ปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนในแตล่ ะกจิ กรรมร่วมกบั ผนู้ ิเทศตามลาดบั
3. ปรบั ปรงุ พัฒนาตนเองทั้งดา้ นความรู้ ความเข้าใจและการปฏบิ ตั ิ เพ่อื ให้สามารถจัดการเรยี นรู้
ใหส้ อดคลอ้ งกับหลกั สตู รการศึกษาและแผนฐานการเรยี นรู้ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
4. ถอดบทเรียน ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
5. ยอมรับผลการประเมินจากผนู้ เิ ทศและร่วมแสดงความคิดเห็นเพือ่ หาแนวทางการสง่ เสริมและ
การปรับปรงุ แกไ้ ข
6. ประเมนิ ความความพงึ พอใจที่มีตอ่ การนิเทศ
ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามเคร่ืองมือการนิเทศโดยพิจารณาปรับปรุงหรือยืดหยุ่นแผนงาน/กิจกรรมได้
ตามความเหมาะสมแต่กิจกรรมนัน้ ๆจะต้องสามารถทาให้ผู้รับการนิเทศได้รับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจและ
นาความรู้ไปใช้ในการพัฒนารูปแบบการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนา รูปแบบกระบวนการนิเทศ แบบร่วม
พฒั นาการจัดการเรียนรโู้ ดยน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื เสรมิ สร้างกระบวนการคิดต่อไป
กระบวนการนิเทศ (Supervise : S) กระบวนการนิเทศตามรปู แบบการนเิ ทศการศึกษา เพือ่
พฒั นารปู แบบกระบวนการนเิ ทศแบบรว่ มพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยน้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือเสริมสร้างกระบวนการคิด ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยอาเภอแมพ่ รกิ โดย ใช้กระบวนการนิเทศแบบ 4C ได้แก่ ประสานสร้างมติ ร (Coordinate : C1) รว่ มคิด
ร่วมทา (Collaborate : C2) เรียนรู้ไปด้วยกนั (Co-Learning : C3) สร้างสรรค์ผลงาน (Create : C4) ดังน้ี
กระบวนการนิเทศ ข้นั ตอน/กิจกรรมการนิเทศ สือ่ /เคร่อื งมอื การนเิ ทศ
บทบาทผนู้ ิเทศ บทบาทผู้รับการนิเทศ
ประสานสร้างมิตร 1. ประสานกลมุ่ เป้าหมาย - ศึก ษาข้อ มูลร า ย ง า น การประสานผา่ นกลุ่ม
(Coordinate : C1) เพอ่ื แจง้ กรอบการ ผลสัมฤทธิ์ของผเู้ รยี น ไลน์ หรือ ช่องทางอ่นื ท่ี
ดาเนนิ การนเิ ทศ - จัดเตรียมเอกสารการรู้ เหมาะสม
เพ่ือนาไปใช้ในการรับการ
นิเทศ
ร่วมคิดร่วมทา 2.จัดประชุม/อบรม/จดั - วเิ คราะห์ผลสมั ฤทธข์ิ อง - รายงานผลสัมฤทธ์ิของ
(Collaborate:C2) กิจกรรมการ สร้างความรู้ ผู้เรยี น ผู้เรียน
ความเขา้ ใจรว่ มกัน ในเร่ือง - จดั ทาแผนยกระดับ -แบบสรปุ ผลการ
2.1 การวเิ คราะห์ผลสมั ฤทธิ์ ผลสัมฤทธขิ์ องผู้เรียน วิเคราะห์ เพอ่ื จดั ทา
ของผเู้ รียน และแนวทางการ แผน
30
กระบวนการนิเทศ ขนั้ ตอน/กิจกรรมการนเิ ทศ สอื่ /เคร่อื งมอื การนเิ ทศ
บทบาทผูน้ ิเทศ บทบาทผรู้ ับการนเิ ทศ
นาไปใช้เพื่อ ยกระดบั - การออกแบบการจดั การ - ชดุ อบรมการ
ผลสมั ฤทธ์ขิ องผเู้ รียน เรยี นร้ทู ่ีสอดคล้องกบั ออกแบบ และเค้า
2.2 การออกแบบ จัดทา บรบิ ทและความต้องการ โครงการเขยี นแผนการ
แผนจดั การเรียนรูเ้ พ่ือ ของผเู้ รียน เรียนรู้
ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการ - จัดทาแผนการจัดการ
เรียน เรยี นรู้ ครอบคลมุ การ
เรยี นรตู้ ามแผนการ
ลงทะเบียนเรยี น
เรียนรู้ไปด้วยกัน 3. การเยี่ยมการจัดกจิ กรรม จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แบบบนั ทกึ การนิเทศ
(Co-Learning: C3) การเรียนรู้ การสังเกต การ แผนฐานการเรียนรู้
จดั การเรียนรู้ การพูดคยุ
ซกั ถาม แลกเปลี่ยนเรยี นรู้
หรือผ่านชอ่ งทาง Line ,
Facebook หรืออ่ืนๆ
สร้างสรรค์ผลงาน 4. แลกเปล่ียนเรยี นรู้ สรปุ ผลการจัดกิจกรรมการ - แบบสรุปผลงาน
(Create : C4) เกย่ี วกับผลการจัดการ เรียนรู้ จุดเด่น/ จุดทคี่ วร - ข้อเสนอแนะเพื่อการ
เรยี นรู้ตามแผนฐานการ พัฒนา พัฒนา
เรยี นรู้ และสรุปผล
3.2 เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการนเิ ทศ
เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ัยประกอบด้วย
1. แบบบันทึกการนิเทศผลการดาเนินงานการศึกษานอกระบบข้ันพื้นฐาน ด้วยกระบวนการ
นิเทศแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี น(N-NET)
3.3 การสร้างเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการนิเทศ
1. แบบบนั ทึกการนิเทศผลการดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบขนั้ พ้ืนฐาน ดว้ ยกระบวนการนิเทศแบบ
4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี น(N-NET) ขอ้ โดยมขี ้ันตอนการสร้างดังนี้
1. ศึกษาการสรา้ งแบบประเมินการนเิ ทศ
31
2. ศึกษาหลักสูตร เอกสาร ตารา ขอบข่าย ประเด็นการนิเทศ และกาหนดจุดประสงค์การนิเทศ
โดยใหส้ อดคล้องกบั สภาพปญั หาและคชวามตอ้ งการในการพฒั นา
3. สรา้ งแบบบนั ทึกการนิเทศผลการดาเนินงานการศึกษานอกระบบข้ันพื้นฐาน ดว้ ยกระบวนการ
นิเทศแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข 3 หลกั การ 4 มิติ
4. นาแบบบันทึกการนิเทศท่ีสร้างข้ึนเรียบร้อยแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญจานวน ๓ ท่าน ด้านการสอน
จดั การเรียนการสอน ด้านเทคนิควิธีสอน ดา้ นการวัดและประเมินผล ดา้ นเศรษฐกิจพอเพียง
และด้านการนิเทศติดตาม เพ่ือตรวจสอบด้านความเท่ียงตรงตามโครงสร้าง (construct
validity) ความชัดเจน ความถูกต้องเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ และความสอดคล้องด้วยดัชนี
ความสอดคล้อง (Index of Item Objectives Congruence : IOC) โดยกาหนดเกณฑ์การ
พจิ ารณา
เห็นวา่ สอดคล้อง ใหค้ ะแนน +1
ไมแ่ นใ่ จ ให้คะแนน 0
เหน็ วา่ ไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1
การวเิ คราะหข์ อ้ มูลความเหมาะสมสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ดชั นคี วาม
สอดคล้อง (IOC) คานวณค่าตามสูตร
IOC R
N
R = ผลรวมคะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ชยี่ วชาญ
N = จานวนผเู้ ชีย่ วชาญ
ผ้เู ช่ยี วชาญประกอบด้วย
1. นางสาวสมพร เอย่ี มสาอาง ศกึ ษานิเทศกช์ านาญการ
2. นางสาวไข่แก้ว ปวงคาคง วิทยากรอิสระ ด้านการขับเคลื่อนหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
3. นางสาวมะลิวรรณ ศรีแก้ว ขา้ ราชการครู
5. นาข้อมูลท่ีรวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคานวณหาค่า IOC โดยใช้ดัชนีความ
สอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence) ของผู้เชี่ยวชาญมาคานวณค่าดัชนี
ความสอดคลอ้ ง แล้วเลอื กค่าดชั นคี วามสอดคล้องตง้ั แต่ ๐.๕ ขึน้ ไป
32
ตัวช้ีวัดท่ี 4 การมีส่วนรว่ มในการพัฒนา
ผู้บรหิ าร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษา มกี ารประชมุ นาเสนอรายงานผลการปฎิบัตงิ านประจาปีที่
ผ่าน และรายงายผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (n-net) วิเคราะห์
วางแผนเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยผู้บริหาร ครู ผู้เรียน ชุมชนและเครือข่าย ได้จัด
ประชาคม/ประชุม เพื่อศึกษาความตอ้ งการพฒั นาผูเ้ รียนทีส่ อดคลอ้ งกับบริบทของแต่ละตาบล
ผู้บริหาร และคณะครู เข้ารับการอบรมพัฒนาบุคลากรในการออกแบบ การจัดการเรียนรู้ สร้าง
เครอื่ งมอื และเพอื่ พัฒนานวตั กรรมในการบริหารจัดการของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
อาเภอแมพ่ ริก ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชนและผู้รู้ ภมู ปิ ัญญา ร่วมกันกิจกรรมการเรยี นรู้ เพือ่ ถ่ายทอด
องคค์ วามรู้ให้กับนักศกึ ษา
นกั ศึกษา เข้ารว่ มกิจกรรมตา่ งๆ/การจดั การเรยี นรขู้ องครผู ู้สอน พร้อมท้ังมีส่วนรว่ มในการออกแบบการ
จัดการเรียนร้ขู องครใู ห้มีความสอดคล้องกับสภาพปญั หา/ความต้องการของนักศกึ ษา
คณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการให้คาปรกึ ษาในการดาเนินกิจกรรมต่าง/การจัดการเรยี นรู้
ของสถานศึกษา ให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการนิเทศภายในสถานศึกษา ร่วมตรวจสอบผลการ
ดาเนนิ งานในรูปแบบคณะกรรมการ และร่วมกันประเมินผล สรุปรายงานเพือ่ ปรับปรุง พฒั นาการดาเนนิ งาน
ชุมชน เป็นเคร่ือข่าย เป็นแหล่งเรียนรู้ ในการดาเนินกิจกรรมต่าง/การจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา
เอ้ือเฟื้อสถานท่ี และวิทยากรในท้องถิ่นท่ีมีความรู้ความชานาญในเรื่องต่างๆ เพื่อมาให้ความรู้กับนักศึกษา
ของกศน.อาเภอแมพ่ รกิ
ตัวชี้วัดท่ี 5 การนาไปใช้
กระบวนการนเิ ทศภายในสถานศึกษาเปน็ รปู แบบกระบวนการวางแผนกิจกรรมทไี่ ด้จากการวิเคราะห์
จะเปน็ ไปเพือ่ แก้ปญั หาการเรยี นการเรียนรู้ทงั้ สิ้น โดยมีขั้นตอน ดงั นี้
ข้ันที่ 1 การวเิ คราะห์บริบท ศึกษาสภาพปัจจบุ นั ปญั หา และความต้องการ
1.1 วเิ คราะห์บริบท วิเคราะห์ขอ้ มลู จากตัวบง่ ชคี้ ุณภาพต่าง ๆ
ก. วิเคราะห์ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ทกุ ช้ันเรยี น
ข. วิเคราะห์การอ่านออก เขียนไดก้ ารคดิ คานวณพน้ื ฐานของผู้เรียน
ค. วิเคราะหก์ ารผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้
ง. วเิ คราะห์สขุ ภาพผู้เรยี น
จ. วิเคราะห์คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคข์ องผ้เู รียน
1.2 สารวจความต้องการ
1.3 ลาดบั ความสาคัญของปัญหา ความต้องการ
33
1.4 วเิ คราะห์หาสาเหตุของปญั หา จัดลาดบั ความสาคญั ของปัญหา กาหนดทางเลอื กในการแก้ปัญหา
ดาเนินงานตามความตอ้ งการ
ก. วิเคราะหส์ าเหตขุ องปัญหา
ข. จัดลาดบั ความสาคัญของสาเหตุ กาหนดทางเลือกในการแก้ปญั หา
ค. การดาเนินการตามความตอ้ งการ
ขน้ั ท่ี 2 การวางแผน
2.1 กาหนดกิจกรรมและรายละเอยี ดของกจิ กรรม
2.2 การจดั ทาโครงการนิเทศภายในสถานศกึ ษา
ข้ันที่ 3 การปฏิบตั ิการนิเทศ แบ่งเป็น 2 ส่วน
สว่ นที่ 1 ปฏบิ ัตติ ามกิจกรรมการพัฒนาครู
ก. การพัฒนาครดู ้านความรู้ด้านต่างๆ
ข. การพฒั นาการจัดกิจกรรมการเรียนรูก้ ารใชส้ ือ่ เทคโนโลยีชว่ ยสอนโดยเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ
ค. การกากบั แนะนาการปฏิบัตงิ านตามภารงาน
ส่วนท่ี 2 ประเมินผลการปฏบิ ตั ิตามโครงการ
ก. ด้านปรมิ าณ
ข. ดา้ นคุณภาพ
ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผล ปรับปรงุ พัฒนา
1. ประเมินการดาเนินงานทุกขั้นตอน/ปรบั ปรงุ พฒั นา
2. ประเมินกระบวนการ/ปรบั ปรุงพฒั นา
3. ประเมินความพงึ พอใจของครู
ขั้นที่ 5 สรุปรายงานผลการดาเนินการ/นเิ ทศ
ตวั ชวี้ ัดที่ 6 การประเมนิ และการปรับปรุง
1. เคร่ืองมือการนิเทศ ท่ีผ่านกระบวนการวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องด้วยดัชนีความสอดคล้อง
(Index of Item Objectives Congruence : IOC) โ ดยหาคว ามเท่ียง ตร ง ตาม โ คร ง ส ร้ า ง
(construct validity) ความชดั เจน และความถกู ต้องเหมาะสมของภาษาทีใ่ ช้
2. แบบประเมินความพงึ พอใจ
3. สรปุ การนเิ ทศ และนาผลไปปรบั ปรงุ พัฒนา
34
องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลท่ีเกิดขึ้นจากการดาเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการจัดการ
เรยี นรูข้ องสถานศกึ ษา จานวน 9 ตัวช้ีวัด
ผลทีเ่ กิดข้ึนกบั สถานศกึ ษา
1. ข้อมลู สารสนเทศของสถานศึกษา
1.1 วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ประเมินสถานภาพสถานศึกษา เพื่อกาหนดวิสัยทัศน์ภารกิจ
เปา้ หมาย คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
1.2 จัดทาโครงสร้างหลักสูตร สาระต่าง ๆ ท่ีกาหนดให้มีในหลักสูตรสถานศึกษา และ
ออกแบบแผนการเรยี นรู้ประจาฐานการเรยี นรู้
1.3 นาหลกั สูตรไปใช้ในการจดั การเรียนการสอน
1.4 นิเทศ กากบั ติดตาม การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ภายในสถานศกึ ษา
1.5 ปรับปรุง พัฒนา และเผยแพร่
การดาเนินงาน/การบรหิ ารจัดการของสถานศึกษา
จัดทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาและ แผนปฏิบตั ิการประจาปมี ีคาส่งั มอบหมาย
งาน ในรปู ของคณะกรรมการนเิ ทศภายในสถานศึกษามีแผนการนเิ ทศ กากับตดิ ตาม การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ดาเนนิ การนิเทศ ติดตาม อย่างต่อเนื่องสรปุ รายงานผล เพื่อปรับปรงุ พัฒนาเปน็ ระยะ
การมเี ครอื ขา่ ยการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศึกษา
สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจให้กบั บุคลากรทกุ คนในสถานศึกษา ร่วมวางแผน รว่ มดาเนินกจิ กรรมอย่าง
ต่อเนือ่ ง
ชมุ ชน เครอื ข่าย คณะกรรมการสถานศกึ ษา มีความรู้ คววามเข้าใจและมสี ่วนรว่ มกันการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ นเิ ทศ กากบั ติดตาม รว่ มกันอย่างตอ่ เนื่อง
มีการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ และถอดบทเรยี น องค์ความรูร้ ่วมกันกับชมุ ชน ภาคีเครือข่ายของแต่ละ
กศน.ตาบล โดยการจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนเวยี นไปแต่ละฐานการเรียนร้ใู นตาบล
สรปุ การแลกเปล่ียนผลการปฎิบัตงิ านเพอ่ื สะทอ้ นผลและแนวทางการพฒั นาต่อไป โดยการจัด
ประชุมบุคลากร กศน.อาเภอแม่พรกิ และเครอื ข่าย เพื่อการพัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั
การยอมรับทม่ี ตี อ่ สถานศึกษา
ผบู้ รหิ ารยอมรบั และให้การสนับสนนุ การพฒั นานวตั กรรมดา้ นการนิเทศการศกึ ษา
ครูผสู้ อนยอมรบั และให้ความรว่ มมอื ในการดาเนินงานการพฒั นาตามนวัตกรรมทร่ี ่วมกันสร้างสรรค์
แนวทางการพัฒนาขึ้น
นกั ศึกษามสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ตามนวตั กรรมอยา่ งตอ่ เน่ือง
ภาคี เครือข่ายและชมุ ชนใหก้ ารสนบั สนุน มีส่วนรว่ มในการเป็นวทิ ยากรให้ความรู้ แหลง่ เรยี นรู้
ให้กับนกั ศึกษาในการพฒั นานวตั กรรม
ครู นกั ศึกษา และภาคเี ครอื ขา่ ย มีความพงึ พอใจในระดับดีขน้ึ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ 80
35
ผลที่เกิดขึ้นกบั ครูผู้สอน
1. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
1.1 มกี ารนารายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติดา้ นการศกึ ษานอกระบบ
โรงเรียน(N-net) ของแต่ละระดับ ในรายวิชาที่ต่ากว่าระดับประเทศ มาวิเคราะห์เพื่อวางแผน ออกแบบการ
จัดการเรยี นรู้
1.2 กาหนดค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น วิเคราะห์สภาพความต้องการ สร้าง
ฐานการเรียนรู้ที่สอดคลอ้ งกับผูเ้ รียน
1.3 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนฐานการเรียนรู้ บูรณาการให้สอดคล้อง
กับมาตรฐานรายวิชาที่ลงทะเบียนเรยี น
1.6 ใชห้ ลกั การการนิเทศ และ ทฤษฎี 4C ร่วมกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1.5 มีแผนการจัดกิจกรรมโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยบูรณาการเข้ากับการพัฒนา
นวตั กรรมในฐานการเรียนรู้ ท่มี อี งคป์ ระกอบของแผนการเรียนรู้ครบถว้ นและผ่านการตรวจสอบแผนการเรียนรู้
กอ่ นนาไปใชจ้ รงิ ไดร้ ับการตรวจสอบวา่ มีความถกู ตอ้ ง เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตามแผนฐานการเรียนรู้ ผู้เรียนมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการ
เรยี นรู้ ใช้สอื่ นวัตกรรม เทคโนโลยีมาประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายมกี ารกากบั นิเทศ
ตดิ ตาม เพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ มีการปรับปรุงและพฒั นากจิ กรรมการเรียนรอู้ ยา่ งต่อเนือ่ ง
การพฒั นาส่ือการเรียนรู้
ครูมีการออกแบบและพัฒนาส่ือนวัตกรรมการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ เหมาะสมและ
สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบ เลือกใช้สื่อ นวัตกรรม แหล่งเรียนรู้
สอดคล้องกับผู้เรียนและกิจกรรมการเรียนร้ทู ี่จัดข้ึน พร้อมท้ังรว่ มกันผลิตและพฒั นาคุณภาพของส่ือ นวัตกรรม
และแหล่งเรียนรู้ มีการประเมินการใช้ส่ือ โดยการมีส่วนร่วมของผู้เรียน นาผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนา
ปรับปรุงสื่อการเรยี นรใู้ ห้มีคุณภาพ
การวดั และประเมนิ ผล
มเี ครอ่ื งมอื วิธีการวัด ประเมนิ ผลทส่ี อดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์ของนวัตกรรมสรา้ งและ
พัฒนาคุณภาพของเคร่ืองมือท่ีใช้ในการวัด ประเมินผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรกู้ าเกณฑ์การประเมินท่ีชัดเจน
ในกิจกรรมแต่ละฐานการเรียนรู้ ใช้ผลของการวัดและประเมินผล ในการออกแบบ วางแผน และดาเนินการ
พัฒนา คุณภาพทางการศึกษา ท้ังด้านการบริหาร การจดั การเรียนรู้ การกากับ นเิ ทศ ติดตามอยา่ งเป็นระบบ
และต่อเน่ือง ร่วมกันวิเคราะห์ผลสรุปการวัดและประเมินผล นาสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอยา่ งต่อเน่ือง
ผลทเี่ กิดขนึ้ กบั ผเู้ รยี น
1. ผู้เรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ
โรงเรียน (N-NET)ในแตล่ ะรายวชิ าเพมิ่ ข้นึ
ความสุข 36
ชีวิตประจาวันได้
2. ผู้เรียนมีอัตลักษณ์ อย่อู ย่างพอเพยี ง มีหลักคดิ ในการดาเนนิ ชีวิตอยู่ในสงั คมอย่างมี
3. ผู้เรียนสามารถบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับกิจกรรมใน
37
แบบบันทกึ การนเิ ทศผลการดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบขั้นพน้ื ฐาน
ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ 4C ร่วมกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มติ ิ
เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น(N-NET)
คาช้ีแจง ให้ศึกษานิเทศก์หรือผู้รับผิดชอบการนเิ ทศ สอบถาม สัมภาษณ์ ผู้รับผิดชอบการดาเนินงาน ครูผู้สอน
และผู้ท่เี กย่ี วขอ้ ง สังเกตสภาพจริง สถานที่ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ตรวจเอกสารโครงการ หลกั สูตร ส่อื ฯลฯ
แล้วบันทกึ ภาพ สภาพทีพ่ บ (จดุ เดน่ - จุดทค่ี วรพัฒนา) และข้อนเิ ทศ พรอ้ มท้ังขอ้ เสนอแนะ เพือ่ การพัฒนาลงใน
แบบบันทกึ การนิเทศ
กศน.อาเภอ..................................................กศน.ตาบล/ศรช./ศศช. ................................................................
ผู้รบั การนิเทศ.......................................................................................................................................................
ประเดน็ การนิเทศ สอดคล้องกับ สภาพที่พบ ระดับคะแนน
หลกั ปรัชญา 54321
ของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
1. ประสานสร้างมิตร (Coordinate)
1.1 มกี ารประสานแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ความรู้
หลักสตู ร
1.2 มคี วามมุ่งมั่นในการนาหลพั กสูตร คุณธรรม
ไปใช้อย่างมีประสทิ ภิ าพ
1.3 เนื้อหาของหลกั สูตรสอดคลอ้ งกับ ความ
บริบท สภาพความตอ้ งการ ความ พอประมาณ
จาเป็นของชุมชน และยุทะศาสตรก์ าร
พัฒนาจังหวัด/ทอ้ งถน่ิ
1.4 มกี ารแจ้งวัตถุประสงค์ของ มีเหตุผล
หลักสตู รในการนาไปใช้
1.5 กระบวนการพฒั นาหลักสูตร ภูมคิ มุ กัน
เปน็ ไปตามขน้ั ตอนของการพฒั นา
หลักสูตร มีความนา่ เช่อื ถอื มี
การศึกษาวเิ คราะหข์ อ้ มลู /ร่าง
ประเด็นการนิเทศ สอดคลอ้ งกับ สภาพท่พี บ 38
หลกั ปรชั ญา
หลกั สูตร/ตรวจสอบคณุ ภาพและนา ของเศรษฐกจิ ระดบั คะแนน
หลกั สตู รไปใช้
พอเพียง 54321
2. ร่วมคิดรว่ มทา (Collaborate)
2.1 มกี ารวิเคราหร์ ายงานผลการ ความรู้
ทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ดา้ น
การศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET)
2.2 มกี ารนาผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลไป ภูมคิ ุ้มกนั
ใช้ในการจดั แผนการสอนเพอ่ื ยกระดับ
ผลสมั ฤทธ์ทางการเรยี นของผ้เู รียน
2.3 มกี ารออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ความ
ท่สี อดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาของผู้เรยี น พอประมาณ
2.4 ครูจดั กระบวนการเรียนรตู้ าม มีเหตุผล
แผนการจัดการเรียนรู้เพ่ือยกระดบั
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
2.5 ครมู ีการตดิ ตามช่วยเหลือผ้เู รยี น คณุ ธรรม
อยา่ งเป็นระบบ
2.6 มีการจัดกิจกรรมการพัฒนาผู้เรยี น มีเหตุผล
พรอ้ มทง้ั สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ของผู้เรียน
เพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
2.7 มกี ารบันทกึ หลงั สอนท่ีเน้นปัญหา ภูมคิ ุม้ กนั
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และมี
การนาผลไปปรับปรุงแกไ้ ข
ประเด็นการนเิ ทศ สอดคลอ้ งกับ สภาพทีพ่ บ 39
หลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ ระดบั คะแนน
พอเพียง 54321
2.8 มกี ารวจิ ยั ในชัน้ เรียนทส่ี อดคล้อง ภมู ิคมุ้ กัน
กับสภาพปัญหาเช่ือมโยงกับบันทกึ การ
สอนและชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี น
การสอน
3. เรียนร้ไู ปดว้ ยกนั (Co-Learning) ภูมคิ ้มุ กัน
3.1 สถานศกึ ษามีการสรุปรายงานผล ภมู คิ ุ้มกัน
การดาเนินงานเมือ่ สิ้นสดุ ภาคเรียน ภูมิคุ้มกนั
และนาสรปุ รายงานผลของครมู าศึกษา ภูมคิ มุ้ กัน
วิเคราะห์และกาหนดแนวทางแกไ้ ข ภูมิค้มุ กัน
ปรับปรุง พัฒาหรือไมอ่ ยา่ งไร
3.2 มกี ารอบรมดจิ ทิ ัลพน้ื ฐานให้ครู
และบุคลากรกศน. เพอ่ื ใช้ในการ
จัดการเรียนรู้ และการสร้าง
กระบวนการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง
3.3 มกี ารพัฒนาครกู ศน.ตน้ แบบการ
เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร
3.4 มีการพัฒนาครแู ละผูเ้ รยี นมนการ
ใชเ้ ทคโนโลยที างการศกึ ษา Google
Classroom/E-Learning MOOC
3.5 มกี ารนเิ ทศตดิ ตามผลการ
ดาเนินงาน
ประเดน็ การนิเทศ สอดคลอ้ งกบั สภาพท่พี บ 40
หลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจ ระดบั คะแนน
พอเพียง 54321
3.6 มีการนาผลจากการนิเทศไป ภมู ิคมุ้ กนั
ปรับปรุงพัฒนา
4. สร้างสรรค์ผลงาน (Create)
4.1 สื่อที่ใชม้ ีความหลากหลาย ความ
เหมาะสมกบั เนอ้ื หา ทันสมัย กระตุ้น พอประมาณ
ความสนใจผูเ้ รยี น
4.2 ส่ือที่ใช(้ Google Classroom/ ความ
สอื่ อนไลน์/Clip/สือ่ แบบเรียน/ผรู้ ู้ พอประมาณ
ฯลฯ)เหมาะสมกบั กจิ กรรมการเรียนรู้/
กลมุ่ ผู้เรียนทีห่ ลากหลาย
4.3 สถานศกึ ษามีการประกาศ ความรู้
หลกั เกณฑ์การวัด ประเมนิ ผลตาม
หลักสูตรสถานศกึ ษา
4.4 มีการออกแบบวิธีการวัดผล ความรู้
ประเมนิ ผลดว้ ยวิธกี ารทหี่ ลากหลาย
ตามธรรมชาตวิ ชิ า ตรงตามจดุ ประสงค์
การเรยี นรู้ท่กี าหนด
4.5 จานวนผเู้ รยี นเขา้ สอบปลายภาค ความรู้
คิดเปน็ ร้อยละเท่าใดเทยี บกับจานวนผู้
ลงทพเบียนของครแู ตล่ ะคน
41
สอดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงท้งั 4 มติ ิ ดงั น้ี
ประเดน็ การนิเทศ สภาพท่ีพบ
1. ด้านวตั ถุ/เศรษฐกิจ
- มีสื่อการสอนท่ีมีประสิทธภิ าพ
- สามารถใช้สอ่ื การสอนได้อยา่ งคมุ้ คา่
2. ดา้ นสังคม
- ครูมกี ารแลกเปล่ียนรู้รว่ มกนั เพ่ือยกระดบั
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
- ครแู ละผู้เรยี นมปี ฏิสมั พันธท์ ี่ดีต่อกนั
3. ด้านสงิ่ แวดลอ้ ม
- สภาพแวดลอ้ มเอ้ือต่อการเรียนรู้
(สะอาด,ร่มร่นื ,ปลอดภยั )
4. ด้านวฒั นธรรม
-ใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิน่ /ภูมิปญั ญา
ทอ้ งถิ่น/วิทยากรทอ้ งถน่ิ ตรงตามรายวิชา
ของผ้เู รียน
เกณฑ์การประเมนิ ผล ………………………………….ผ้ปู ระเมิน
124 – 140 ระดับคณุ ภาพ ดมี าก
100 – 123 ระดับคณุ ภาพ ดี เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 5 คะแนน
75 – 99 ระดบั คณุ ภาพ ปานกลาง พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน
52 – 75 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน
28 – 51 ระดบั คณุ ภาพ ควรปรบั ปรุง พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตบิ างครั้ง ให้ 1 คะแนน
สรุปการประเมินผล พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตบิ างครง้ั และไมช่ ัดเจน
ดมี าก ดี ปานกลาง
พอใช้ ควรปรับปรงุ
42
ตารางวิเคราะห์เคร่ืองมือเชงิ ความตรงกบั วตั ถปุ ระสงคโ์ ดยผูเ้ ชยี่ วชาญ ( IOC )
แบบบนั ทกึ การนิเทศผลการดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบขัน้ พน้ื ฐานด้วยกระบวนการนเิ ทศแบบ 4C
ร่วมกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข 3 หลกั การ 4 มิติ
เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน(N-NET)
คาชี้แจง ขอใหท้ า่ นผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านท่ีมีต่อเครื่องมอื แบบบันทกึ การนเิ ทศผลการ
ดาเนินงานการศึกษานอกระบบข้ันพ้ืนฐานด้วยกระบวนการนิเทศแบบ 4C ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(N-NET) โดยใส่เครื่องหมาย ( )
ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพรอ้ มเขียนข้อเสนอแนะท่ีเปน็ ประโยชนใ์ นการนาไปพิจารณาปรบั ปรุงตอ่ ไป
เกณฑ์การตดั สนิ ของผู้เชย่ี วชาญ
+1 หมายถงึ แน่ใจว่าข้อคาถามสามารถวัดได้ตรงกบั เน้ือหาและวัตถุประสงค์
0 หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าข้อคาถามสามารถวัดไดต้ รงกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์
-1 หมายถึง แน่ใจว่าขอ้ คาถามวดั ไดไ้ ม่ตรงกบั เน้ือหาและวตั ถุประสงค์
ความสอดคล้องของประเด็นการนิเทศ ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ
-1 0 1
1. ประเด็นการนิเทศสอดคล้องกับกระบวนการ
นเิ ทศ(ทฤษฎี 4C ,หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง)
2. ประเด็นการนิเทศเหมาะสมกับผู้ประเมิน
3. ประเด็นการนิเทศสอดคล้องเหมาะสมกับ
วตั ถุประสงค์ของนวัตกรรม
4. ประเด็นการนิเทศเหมาะสมกับผู้รับการ
ประเมิน
5. ประเด็นการนเิ ทศสอดคล้องกับสภาพปัญหาท่ี
พบและความตอ้ งการในการพัฒนา
6. ออกแบบแบบประเมินการนิเทศได้เหมาะสม
กบั ทฤษฎกี ารนิเทศ
43
ความสอดคล้องของประเดน็ การนิเทศ ความคดิ เห็น ข้อเสนอแนะ
-1 0 1
7. แบบประเมินการนิเทศออกแบบได้เหมาะสม
กบั การใชง้ าน
8. ใช้ภาษาได้เหมาะสม
9. เน้อื หาในการประเมนิ มคี วามเหมาะสม
10. เกณฑ์ระดับการปร ะเมินที่ใช้มีความ
เหมาะสม
(ผูเ้ ช่ยี วชาญ)...........................................................................
ตาแหน่ง...........................................................................
44
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจต่อแบบการนิเทศงานการศึกษานอกระบบข้ันพน้ื ฐาน
ดว้ ยกระบวนการนเิ ทศแบบ 4 C รว่ มกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข 3 หลกั การ 4 มิติ
เพ่อื พฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น (N-NET)
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่พริก จงั หวดั ลาปาง
สว่ นท่ี 1 รายละเอยี ดการนานวตั กรรมไปใช้
ผู้บรหิ าร
ศกึ ษานิเทศก์
ครู
ผู้เรียน
สว่ นท่ี 2 ความพงึ พอใจในการนานวตั กรรมไปใช้
คาชแ้ี จง : โปรดใส่เครื่องหมาย ลงในชอ่ งที่ตรงกับความคดิ เหน็ ของท่านมากทสี่ ุด
รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ
1. ความสอดคล้องของนวตั กรรมกับจดุ ประสงค์ในการ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ดุ
นาไปใช้งานจริง
2. ความเหมาะสมของนวัตกรรมกบั ผใู้ ชน้ วตั กรรม
3. ประโยชนใ์ นการใช้นวตั กรรม
4. ความสะดวกในการใช้นวัตกรรม
5. ความปลอดภัยในการใช้นวัตกรรม
6. ความเหมาะสมของนวตั กรรมในภาพรวม
ปัญหาและอุปสรรคของการนานวัตกรรมไปใช้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะในการพัฒนา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กศน.อาเภอแมพ่ รกิ
ภาคเรยี นที่ 2/2563