The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียนวิชา ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน พท12005

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ksnthaluangy63, 2022-10-18 03:54:47

แบบเรียนวิชา ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน พท12005

แบบเรียนวิชา ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน พท12005

45

ถ้าพ่อแม่ ผปู้ กครองเป็นคนดี มีนิสยั ดี เออื้ เฟื้อเผอ่ื แผ่ มีเมตตา มีความยตุ ธิ รรม มคี วามรัก ความ
สามคั คใี นครอบครวั เป็นแบบอย่างทดี่ ี กจ็ ะทาให้เด็กเอาอย่างในทางดี เป็นคนดีของพ่อแม่ ผูป้ กครอง สม
ความปรารถนาทุกประการ

ถ้าปรารถนาดี หวังดีต่อบตุ รหลาน อย่าเพียงแตจ่ ะให้ทุนการศึกษาอย่างเดยี ว ต้องทาตนใหเ้ ปน็
ตัวอย่างที่ดี เป็นบทเรียนทีม่ ีค่าของบุตรหลานดว้ ย แลว้ ความปรารถนาของเราก็จะสมหวัง

จาก “แสงธรรม” ของมลู นิธิ ก.ศ.ม.

การสรุปความ

1. ขัน้ อา่ น ฟงั และ คดิ จับแนวคิดไดด้ งั นี้
“ พ่อแม่ หาเงินทองมาให้ลูกเรียนอยา่ งเดยี วยงั ไม่พอ ต้องปฏบิ ตั ติ นเป็นตัวอย่างท่ีดีแก่ลกู ด้วยจงึ จะ

นับว่าไดใ้ หก้ ารศึกษาทถ่ี ูกต้องแก่ลูก”
2. ขัน้ เขยี น

2.1 ขอ้ ความทจี่ ดไวช้ ว่ ยจา
“การศึกษา เร่ืองสาคัญ–คนจะดจี ะชว่ั โง่ ฉลาดเพราะการศกึ ษา พ่อแมห่ าเงนิ มาใหล้ ูกเรียนเสียสละ
ควรยกย่องสิง่ ทมี่ ีค่าต่อเด็ก –บทเรียนจริยศกึ ษา คณุ ธรรม การปฏบิ ตั ิตนดีงาม เป็นตัวอยา่ งที่ดี รกั ลูกตอ้ งทา
ให้เปน็ ตวั อยา่ งที่ดีดว้ ย”
2.2 ข้อความทสี่ รุปแล้ว
“การศึกษามีความสาคัญต่อชีวติ เด็ก เพราะสามารถทาให้เด็กฉลาดและเป็นคนดีได้ พ่อแม่ทีร่ ักลูก
อยากให้ลุกเป็นคนดีน้ัน ไม่ควรจะพอใจเพียงการทาหน้าที่หาเงนิ มาให้ลกู เรียนเทา่ นั้น แต่ควรคานงึ ถึง
บทเรยี นจริยศกึ ษาอนั มคี ุณค่ายง่ิ ตอ่ ชวี ิตของเด็ก อนั ได้แกก่ ารทพี่ ่อแมเ่ ป็นผู้มคี ุณธรรมและปฏิบัตติ นเปน็
แบบอย่างในทางทีด่ งี ามแก่ลูกดว้ ย”

"เคล็ดลับวิธีจบั ประเดน็ และ จดโน้ตย่อ"
Posted by: ทองออนศ
Tagged in: Untagged

"เคลด็ ลับวธิ ีจับประเด็น และ จดโนต้ ยอ่ "เคล็ดลับวธิ จี ับประเด็นและจดโนต้ ยอ่ นี้เปน็ เทคนิคง่ายๆนักเรยี น
นักศกึ ษาสามารถนาไปปฏิบัติได้ทกุ คน ขอแต่เพียงเข้าใจเคลด็ ลับวิธีการเท่านั้นเอง หัวใจสาคัญของการจบั
ประเดน็ และจดโน้ตยอ่ คือ หม่ันฝึกจบั ประเดน็ ทกุ ครั้งท่ีได้อ่านหรอื ไดย้ ินไดฟ้ งั อะไรกต็ ามควรฝึกบอ่ ยๆ จนตดิ
เปน็ นสิ ัย การอา่ นเพอ่ื จับประเด็น เป็นสง่ิ ท่ฝี กึ กนั ได้ทุกคนหากมีความเพยี รพยายาม หากทา่ นสามารถจบั หลัก
นไี้ ดท้ า่ นย่อมพบกบั ความสาเร็จในการเลา่ เรียนศึกษาอยา่ งแน่นอนคนเราสว่ นใหญ่เมอ่ื อ่านหนังสือหรอื ไดย้ นิ ได้
ฟังอะไรแล้วมักจะไม่คอ่ ยรู้จักต้งั คาถาม เพ่ือกระตุ้นให้ความคิดทางาน หลายๆ คนอ่านหนงั สอื แล้วก็อ่านไป
เลย จาเรื่องราวได้แค่ครา่ วๆ ไม่ค่อยแม่นยาจบั ประเดน็ อะไรไมค่ ่อยได้ บางคนถึงกบั หลงประเด็นไปเลยก็มี
หัวใจของการจับประเดน็ คอื การฝึกหัดตง้ั คาถามกับตัวเองทุกครัง้ ท่ีอา่ นหนังสือ หรือเม่ือได้ฟังเรื่องราวตา่ งๆ
คาถามท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ คาถามว่า "อะไรคือประเดน็ สาคญั ของเรื่องน"ี้ หรอื "หวั ใจของเรือ่ งมนั อยูท่ ี่ตรงไหน"
หรอื "คนเขียนหนังสือเรอ่ื งน้ีเขาต้องการจะบอกอะไรกับเรา" หรอื "สาระสาคญั ของเร่ืองมันอยูต่ รงไหน" เปน็ ตน้

46

(ถ้าจะฝึกฝนให้จบั ประเดน็ ได้แมน่ ยาย่งิ ขึ้น ทา่ นควรจะเรยี นรวู้ ธิ ีทาความเข้าใจและจดจาเน้ือหา ให้คล่องแคลว่
เสียก่อน หรอื จะฝกึ ไปพร้อมๆ กนั กไ็ ด้) ท่านสามารถฝึกฝนเทคนคิ การจับประเด็นไดใ้ นชวี ิตประจาวนั เชน่ การ
อา่ นหนงั สอื พิมพ์หรือบทความต่างๆ หรือแม้กระท่งั บทความในอินเตอร์เน็ต ยกตวั อย่างเวลาท่านอ่าน
หนังสือพิมพ์ ก็อยา่ เพิง่ ไปดูทพ่ี าดหัวข่าว ให้อ่านเนอ้ื หาของขา่ วไปเลยพออ่านข่าวจบ ใหท้ า่ นตง้ั คาถามกับ
ตวั เองวา่ "ขา่ วน้คี วรจะพาดหวั ขา่ วว่าอยา่ งไร" น้ีเปน็ การฝกึ จบั ประเด็นที่ดวี ิธหี นง่ึ หรอื ในกรณีท่ีท่านได้อ่าน
บทความท่เี ปน็ ขอ้ ถกเถียง หรือข้อโต้แย้ง ไมว่ ่าจะหนงั สือพิมพ์หรอื จากกระดานขา่ วในอนิ เตอรเ์ น็ตพอทา่ น
อา่ นบทความท่เี ปน็ ขอ้ ขัดแย้งน้ันจบและทาความเข้าใจเนอ้ื หาเปน็ ทเ่ี รียบร้อยแล้ว กใ็ ห้ท่านตงั้ คาถามกบั ตัวเอง
ว่า "ประเดน็ ของปัญหามันอยู่ตรงไหน" คาตอบทต่ี อบปรากฏออกมาในใจของทา่ น นั่นคือ ประเดน็ ของปญั หาที
น้เี ม่ือเราจับประเดน็ ได้แลว้ ในการพูดคยุ แลกเปลย่ี นกจ็ ะมีเป้าหมายทช่ี ดั เจนไมค่ ลุมเครอื ไม่หลงประเดน็ อีก
ตอ่ ไป ในกรณนี ักเรยี นนักศึกษาทจี่ ะต้องดหู นังสอื ทบทวนเพอื่ เตรยี มตวั สอบไล่ ควรฝกึ หดั จับประเดน็ ให้
คลอ่ งแคล่วเรม่ิ ตน้ ด้วยการฝึกทาความเข้าใจในเนื้อหาตาราให้ไดเ้ สยี ก่อน เมื่อเข้าใจแลว้ ขั้นต่อไปกใ็ หฝ้ กึ ตัง้
คาถามกับตัวเองทุกครงั้ ที่อา่ นหนังสอื จบบทว่า " หวั ใจสาคญั ของบทเรียนแตล่ ะบทที่อา่ นมาน้ันมันอยทู่ ่ี
ตรงไหน" หรอื ประเดน็ ทีส่ าคัญทีส่ ดุ ของบทเรียนบทน้ีคืออะไร" ทีน้ีพอจบั ประเด็นแลว้ กใ็ ห้จดโนต้ ยอ่ ประเด็น
นั้นให้เปน็ ขอ้ ความส้ันๆ เก็บเอาไว้ทนี เ้ี วลาใกล้สอบก็ไม่ต้องไปทอ่ งหนังสอื ท้ังเล่มอีกต่อไป เพยี งแคท่ บทวน
ประเดน็ ทีจ่ ดโน้ตย่อไว้ในกระดาษเพียงไม่กีแ่ ผ่นก็เขา้ ใจไดห้ มดทัง้ เล่ม เวลาทบทวน แค่เราดโู น้ตยอ่ เพยี ง
ประโยคเดียว ความจาของเราก็จะทาหนา้ ทีข่ ยายแตกตัวออกเปน็ ความเข้าใจเนอ้ื หาได้เป็นหนา้ ๆ ทนี ้ถี า้ หากมี
ทีต่ รงไหนเราเกิดความรูส้ ึกคลุมเครือ หรือลังเลสงสัยเรากเ็ พียงแต่หยบิ หนังสือมาทบทวนดูเฉพาะตรงบทนั้นอีก
ครั้งหน่ึง ปัจจบุ ันเราอยู่ในยุคขา่ วสารขอ้ มูลเปน็ ยุคท่ีขา่ วสารขอ้ มลู หลงั่ ไหลมาจากทว่ั สารทิศจนท่วมทน้ หตู าไป
หมด คนที่เข้าใจเนือ้ หาสาระและจับประเด็นแมน่ จะเป็นคนท่ไี ดเ้ ปรยี บ เพราะสามารถรบั ขา่ วสารขอ้ มลู ได้
มากมาย ในขณะท่คี นอืน่ รับไม่ไหวสาระสาคัญของบทความน้ี คือใครตอ้ งการทจี่ ะเปน็ คนยคุ ข่าวสารข้อมูล คือ
มีความรเู้ ท่าทันขา่ วสารข้อมลู ทีห่ ลัง่ ไหลเขา้ มาอยตู่ ลอดเวลา ก็ควรจะพัฒนาตนใหเ้ ปน็ คนทส่ี ามารถทาความ
เขา้ ใจเนื้อหาไดร้ วดเร็วและจับประเด็นเรื่องราวข่าวสารตา่ งๆ ไดแ้ มน่ ยา และ "การหมนั่ ฝึกตัง้ คาถาม" คือหวั ใจ
สาคญั ทีส่ ุดในการฝึกจับประเดน็

(ท่มี า: กลมุ่ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย)

47

กจิ กรรมทา้ ยบทเรียน

คาสงั่ ให้ผู้เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถกู ต้อง

1. ประเดน็ หมายถึงอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..............................................

2. การสรุปความหมายถึงอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. ผู้เรียนมีขนั้ ตอนการสรุปความเรื่องท่ีฟังอยา่ งไรบา้ ง อธิบายให้เขา้ ใจ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. การจบั ประเด็นและสรปุ ความมีประโยชนต์ ่อการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั อยา่ งไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………................................................................................................................................................

48

ภาษาไทยกับชองทางการประกอบอาชีพ

คุณคาของภาษาไทย
ภาษาไทย นอกจากจะเปนภาษาที่ใชสื่อสารในชวี ติ ประจาวันของชาวไทยแลว ภาษาไทยยงั บงบอก

ถึงเอกลกั ษณความเปนไทย มาตงั้ แตโบราณกาลเปนภาษาที่ประดษิ ฐคดิ คนข้ึน โดยพระมหากษัตริยไทย ไมได
ลอกเลียนแบบมาจากภาษาอ่ืน หรือชาติอ่ืน ประเทศไทยมภี าษาไทย เปนภาษาประจาชาติ ซึง่ ถอื ไดวาเป็น
ประเทศท่ีมศี ิลปะ วัฒนธรรมทางภาษา กลาวคอื เปนภาษาท่ี ไพเราะ สภุ าพ ออนหวาน แสดงถงึ ความนอบ
น้อม มีสัมมาคารวะ นอกจากน้ยี ังสามารถนามาเรียบ เรียง แตงเปนคาประพนั ธประเภทรอยแกว รอยกรอง
นยิ าย นิทาน วรรณคดี และบทเพลงตางๆ ได อยางไพเราะ ทาใหเพลดิ เพลิน ผอนคลายความตงึ เครียดใหกับ
สมอง แมชาวตางชาติก็ยงั ชน่ื ชอบ ในศลิ ปะวัฒนธรรมไทยของเรา

ดังน้นั พวกเราชาวไทย จงึ ควรเห็นคุณคา เห็นความสาคัญและรวมกนั อนรุ ักษ ภาษาไทยไวใหชนรุ
นหลงั ไดศกึ ษาเรียนรู และสืบทอดกันตอๆ ไป เพ่ือใหภาษาไทยของเราอยูคูกับ ประเทศไทยและคนไทย
ตลอดไป

ความสาคัญของภาษาไทย
ภาษาไทยมีความสาคัญและกอใหเกดิ ประโยชนหลายประการเชน
1. เปนพ้นื ฐานในการศึกษาเรียนรูและแสวงหาความรู บรรพบุรษุ ไดสรางสรรค สะสม อนุรักษและ

ถ่ายทอดเปนวฒั นธรรมจนเปนมรดกของชาติ โดยใชภาษาไทยเปนส่ือ ทาใหคนรุน หลังไดใช้ภาษาไทยเปน
เครอ่ื งมอื ในการแสวงหาความรู ประสบการณ เลอื กรบั ส่งิ ท่ีเปนประโยชนมาใช ในการพฒั นาตนเอง พัฒนา
สตปิ ญญา กระบวนการคือ การวิเคราะห วพิ ากษ วจิ ารณ การแสดง ความคดิ เห็น ทาใหเกิดความรูและ
ประสบการณท่ีงอกงาม

2. เปนพนื้ ฐานในการศกึ ษาตอในระดับทสี่ ูงขึ้น เชน ศึกษาตอในระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ระดับอดุ มศึกษา เปนตน ลวนตองใชภาษาไทยเปนพื้นฐานในการศกึ ษาตอ่

3. เปนพื้นฐานในการประกอบอาชพี หรือพัฒนาอาชีพ การบันทึกเร่ืองราวตางๆ การจดบันทึก การ
อ่าน การฟงการดู ทาใหเกิดประสบการณเห็นชองทางการประกอบอาชีพ

ภาษาไทยกบั ชองทางการประกอบอาชพี
การศึกษาและเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย นับเปนพ้นื ฐานสาคญั ในการประกอบอาชีพ หากมีการฝกฝน

เพิ่มพนู ทกั ษะดานตางๆ เชน การฟง การพดู การอาน และการเขยี น กจ็ ะสามารถใช ประโยชนจากภาษาไทย
ไปประกอบอาชีพได

ในการประกอบอาชีพตางๆ น้ัน ลวนตองใชภาษาไทยเปนพ้ืนฐาน การไดฟง ไดอาน ไดเขียนจดบนั ทกึ
ตัวอยางเรื่องราวตางๆ จะทาใหไดรับความรูและขอมลู เกยี่ วกบั อาชีพตางๆ ทาให มองเห็นชองทางการ
ประกอบอาชีพ ชวยใหตดั สนิ ใจประกอบอาชีพไดอยางม่ันใจ

นอกจากน้ยี งั เปน ขอมลู ที่จะชวยสงเสรมิ ใหบุคคลผูที่มีอาชพี อยูแลว ไดพัฒนาอาชีพของตนใหเจรญิ
กา้ วหนาอีกดวย นอกจากน้ียังสามารถใชการฟง การดู และการอานเปนเครื่องมือทจี่ ะชวยใหผเู รียน มขี อมูล
ขอเท็จจริง หลกั ฐาน เหตุผล ตัวอยางแนวคิดเพ่ือนาไปใชในการวิเคราะห วจิ ารณ และ ตดั สนิ ใจแกปญหา
ต่างๆ รวมทงั้ ตัดสนิ ใจในการประกอบอาชีพไดเปนอยางดี

49

ชองทางการประกอบอาชพี
วิชาชพี ท่ใี ชภาษาไทย เปนทักษะพน้ื ฐานในการประกอบอาชพี ไดแก อาชีพนักพูด นกั เขียนท่ีตองใช

ทกั ษะการพูด และการเขยี นเปนพ้ืนฐาน เชน
1. ผปู ระกาศ
2. พธิ กี ร
3. นักจดั รายการวิทยุ
4. นกั เขียนโฆษณาประชาสัมพนั ธ
5. นกั ขาว
6. นักเขยี นประกาศโฆษณาขาวทองถนิ่
7. นักเขยี นบทความ
ทัง้ น้ี ในการตดั สินใจเลือกอาชพี ตางๆ ขึ้นอยูกบั ความถนดั ความสามารถและ ประสบการณท่ีแตละ

คนไดส่ังสมมา รวมท้ังตองมีการฝกฝนเรยี นรูเพิ่มเติมดวย

การเพ่ิมพนู ความรูและประสบการณดานภาษาไทยเพอ่ื การประกอบอาชพี
ผูเรียนทม่ี องเห็นชองทางการประกอบอาชีพแลว และในการตัดสินใจเลือกอาชพี จาเปนตอง ศกึ ษา

เรยี นรูเพิม่ เติม เพ่ือเพ่ิมพนู ความรูและประสบการณ นาไปประกอบอาชีพไดอยางมีประสิทธิภาพ

การศกึ ษาเรยี นรูเพิ่มเตมิ อาจทาไดหลายวิธี ตาม
1. ศึกษาตอในระดบั ทส่ี งู ขึ้น
2. ศึกษาตอ เรียนรูเพ่ิมโดยเลือกเรียนในรายวิชาเลอื กตางๆ ท่สี านักงาน กศน. จัดทาไวให
ความตองการ
3. ฝกฝนตนเองใหมที ักษะ มีประสบการณเพิม่ มากข้นึ เชน อาชพี พธิ ีกร ควรฝกทกั ษะดาน

3.1 การมบี ุคลิกภาพทดี่ ี
3.2 การพดู ในท่ชี ุมชน
3.3 มารยาทในการพดู

50

กจิ กรรมการเรียนรู้

คาชแี้ จง: ใหผ้ ู้เรียนตอบคาถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ให้ผู้เรยี นบอกความหมายของคาต่อไปนี้ การสื่อสาร หมายถึง

............................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................................. .................
............................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. ...................................

เทคโนโลยี หมายถึง

............................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................................. .................
............................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. ...................................
............. .................................................................................................................................................

เทคโนโลยกี ารสื่อสาร หมายถึง

........................................................................................... ...................................................................
........................................................................................................... ................. ..................................
........................................................................................................................... ............................... ....
........................................................................................................................................... ...................
........................................................................................................................................................... ...
................................................................................................................................................................
........... ................................................................................................................. ..................................
........................... ...................................................................................................................................

2. ประเภทของเทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร แบง่ ออกเป็นก่ีรูปแบบอะไรบา้ ง

................................................................................................................................................................
.............. .............................................................................................................. ..................................
.............................. .............................................................................................. ..................................
.............................................. ................................................................................................................
.............................................................. .............................................................. ..................................
.............................................................................. ................................................................................

51

3. ให้ผเู้ รยี นบอกประโยชนแ์ ละโทษของเทคโนโลยีสื่อสารมาเป็นขอ้ ๆ

................................................................................................................................................................
.............. .............................................................................................................. ..................................
.............................. .............................................................................................. ..................................
.............................................. ................................................................................................................
.............................................................. .............................................................. ..................................
.............................................................................. ..................................................... ...........................
.............................................................................................. ................................................................
.............................................................................................................. ................................................

4. จงยกตวั อย่างอาชพี ท่ีใชภาษาไทย โดยเฉพาะทกั ษะการพูด และการเขียนเปนพื้นฐาน

............................................................................................................................. ...................................
.............. ................................................................................................................................................
.............................. .............................................................................................. ..................................
.............................................. ................................................................................................................
.............................................................. ................................................................................................
.............................................................................. .............................................. ..................................
.............................................................................................. ............................................................... .
.............................................................................................................. ................................................

52

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาสง่ั จงเลอื กคาตอบท่ถี ูกที่สุด 6. การไม่ตง้ั ใจฟงั เปน็ ปัญหาทางดา้ นใด
1. ข้อใดหมายถงึ ข่าวสารทีเ่ กี่ยวกบั ความคดิ หรือ ก. วจั นภาษา
เหตุการณ์ ท่ีเกิดข้ึนแลว้ ส่งต่อ ข. อวจั นภาษา
ก. ผรู้ ับสารหรือผู้ฟงั ค. เทศภาษา
ข. ผู้ส่งสาร ง. กาลภาษา
ค. สอ่ื
ง. สาร 7. การตดิ ตอ่ สื่อสารหมายความวา่ อย่างไร
ก. กระบวนการแลกเปล่ยี นข้อมูล ข่าวสารเชิงวัจ
2. ขอ้ ใดไม่เกยี่ วข้องกับองคป์ ระกอบของการ นะ
สอ่ื สาร ข. กระบวนการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสารเชงิ อวจั
ก. ผู้สง่ สาร นะ
ข. ผ้รู บั สาร ค. กระบวนการแลกเปล่ยี นข้อมูล ข่าวสาร
ค. นติ ยสาร เชิงอวจั นะ โดยใชส้ ญั ลักษณ์
ง. สาร ง. กระบวนการแลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสารระหวา่ ง
บุคคลตอ่ บุคคลหรือบุคคลต่อกลุม่ โดยใช้สัญลักษณ์
3. ข้อใดเป็นวตั ถปุ ระสงค์ของการสอื่ สารข้อมลู
ก. เพือ่ กระจายข้อมลู ให้แพร่หลาย 8. Message หมายถึงข้อใด
ข. เพือ่ สืบสานวฒั นธรรมดา้ นภาษา ก. ผูร้ ับขอ้ มูล
ค. เพือ่ ให้ผรู้ บั สารเขา้ ใจข้อมูลของผูส้ ่งสาร ข. ช่องทางการส่ือสาร
ง. เพื่อให้เกิดการพฒั นาตวั กลางการสื่อสาร ค. ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ง. สื่อ
4. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบสื่อหรอื ช่องทางการ
สอื่ สาร 9. Receivers หมายถงึ ข้อใด
ก. ภาษาพดู ก. ผู้สง่ ขอ้ มูล
ข. ภาษาเขยี น ข. ขอ้ มลู ข่าวสาร
ค. ท่าทาง ค. ผู้รบั ขอ้ มลู
ง. เสยี งรบกวน ง. ผู้รับส่ง

5. “ดีใจดว้ ยนะ ปีนเี้ ธอได้รับรางวลั เรยี นดีอีกแลว้ ” 10. การพูดในลักษณะใดเปน็ การพดู จูงใจใหผ้ ฟู้ ัง
ข้อความนี้ เปน็ การพูดแบบใด ยอมรบั ได้ดีท่สี ุด
ก. แนะนาตัว ก. พดู อ่อนนอ้ มถ่อมตน
ข. แสดงความยนิ ดี ข. พดู วิจารณแ์ ละให้ข้อคิดเห็น
ค. การกลา่ วขอบคุณ ค. พูดแสดงเหตผุ ลและขอ้ เท็จจรงิ
ง. แสดงความเสยี ใจ ง. พดู แสดงนา้ เสียงและลลี าท่นี ่าฟงั

53

เฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรยี น
รายวิชาภาษาไทยในชีวติ ประจาวัน (พท12005 ) ระดับประถมศึกษา

1. ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ข 6. ก 7. ง 8. ค 9. ค 10. ค

54

บรรณานกุ รม

ภาษาไทย : คาแสลง http://awwow.blogspot.com/2013/01/blog-post_7.html สบื คน้ เมอ่ื
วันที่ 24 พฤศจกิ ายน 2560

หนงั สือเรียนสาระความรูพื้นฐาน รายวชิ าภาษาไทย ระดับประถมศกึ ษา ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2554
เอกสารทางวิชาการหมายเลข 1/2555 กลมุ่ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั

หนังสือเรยี นสาระความร้พู นื้ ฐาน รายวชิ าเลอื ก การสอ่ื สารในชีวติ ประจาวัน ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชยี งใหม่

55

คณะผู้จดั ทา

ทป่ี รึกษา ผู้อานวยการ กศน.อาเภอเมอื งพจิ ติ ร
1. นางสาวอรทัย จารุภัทรพาณิชย์ ครูชานาญการพิเศษ
2. นางสาวอัจฉรา อ่อนลออ
ครศู ูนยก์ ารเรียนชมุ ชน
ผู้จดั ทา
นางสาวมธุรส เฉลิมสงิ ห์ ครูศนู ย์การเรยี นชมุ ชน
ครู กศน.ตาบล
รวบรวม/เรียบเรียง/จดั พมิ พ์/พสิ ูจน์อกั ษร
นางสาวมธุรส เฉลิมสงิ ห์ ครศู ูนย์การเรยี นชุมชน
นางปราณี โรจน์อรณุ

ออกแบบปก/รปู เล่ม
นางสาวมธรุ ส เฉลิมสิงห์

ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองพจิ ติ ร
สานกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวดั พิจติ ร

สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กระทรวงศึกษาธกิ าร


Click to View FlipBook Version