The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนที่ 7 การแยกสารโดยใช้โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ernginthiraseeonsaeng, 2023-11-25 11:05:52

แผนที่ 7 การแยกสารโดยใช้โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

แผนที่ 7 การแยกสารโดยใช้โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

แผนการจัดการเรียนรูที่7 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2566 หนวยการเรียนรูที่ 6 การแยกสาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การแยกสารโดยใชโครมาโทกราฟแบบกระดาษ เวลา 2 ชั่วโมง ครูผูสอน นางสาวอินทิรา สีออนแสง โรงเรียนกุดจับประชาสรรค 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของสสารกับโครงสราง และแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ม.2/1 อธิบายการแยกสารผสมโดยระเหยแหง การตกผลึก การกลั่นอยางงาย โครมาโทกราฟแบบ กระดาษ การสกัดดวยตัวทำละลาย โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแหง การตกผลึก การกลั่นอยางงาย โครมาโทกราฟแบบกระดาษการสกัด ดวยตัวทำละลาย 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การแยกสารผสมใหเปนสารบริสุทธิ์ทำไดหลายวิธีขึ้นอยูกับสมบัติของสารนั้น ๆ การระเหยแหงใชแยก สารละลายซึ่งประกอบดวยตัวละลายที่เปนของแข็งในตัวทำละลายที่เปนของเหลว โดยใชความรอนระเหยตัวทำ ละลายออกไปจนหมดเหลือแตตัวละลาย การตกผลึกใชแยกสารละลายที่ประกอบดวยตัวละลายที่เปนของแข็งใน ตัวทำละลายที่เปนของเหลว โดยทำใหสารละลายอิ่มตัว แลวปลอยใหตัวทำละลายระเหยออกไปบางสวน ตัว ละลายจะตกผลึกแยกออกมาการกลั่นอยางงายใชแยกสารละลายที่ประกอบดวยตัวละลายและตัวทำละลายที่ เปนของเหลวที่มีจุดเดือดตางกันมาก วิธีนี้จะแยกของเหลวบริสุทธิ์ออกจากสารละลายโดยใหความรอนกับ สารละลาย ของเหลวจะเดือดและกลายเปนไอแยกจากสารละลาย แลวควบแนนกลับเปนของเหลวอีกครั้ง ขณะที่ของเหลวเดือด อุณหภูมิของไอจะคงที่ โครมาโทกราฟแบบกระดาษเปนวิธีการแยกสารผสมที่มีปริมาณ นอยโดยใชแยกสารที่มีสมบัติการละลายในตัวทำละลายและการถูกดูดซับดวยตัวดูดซับแตกตางกัน ทำใหสารแต ละชนิดเคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับไดตางกัน สารจึงแยกออกจากกันได อัตราสวนระหวางระยะทางที่สาร องคประกอบแตละชนิดเคลื่อนที่ไดบนตัวดูดซับกับระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่ได เปนคาเฉพาะตัวของสาร แตละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูดซับหนึ่ง ๆ การสกัดดวยตัวทำละลายเปนวิธีการแยกสารผสมที่มีสมบัติการ ละลายในตัวทำละลายที่ตางกัน โดยชนิดของตัวทำละลายมีผลตอชนิดและปริมาณของสารที่สกัดได การสกัดโดย การกลั่นดวยไอน้ำ ใชแยกสารที่ระเหยงาย ไมละลายน้ำ และไมทำปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารที่ระเหยยาก โดยใชไอน้ำเปนตัวพา


3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายการแยกสารโดยโครมาโทกราฟแบบกระดาษได (K) 2. แยกสารโดยโครมาโทกราฟแบบกระดาษได (P) 3. คำนวณอัตราการเคลื่อนที่ของสาร (Rf) ได (P) 4. มีความรับผิดชอบในการทำงาน (A) 4. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 1. การสังเกต 2. การใชจำนวน 3. การจัดกระทำและสื่อความหมายขอมูล 4. การลงความเห็นจากขอมูล 5. การตีความหมายขอมูลและลงขอสรุป 1. ดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและการแกปญหา 2. ดานการสื่อสาร สารสนเทศและการรูเทาทันสื่อ 3. ดานความรวมมือ การทำงานเปนทีมและภาวะผูนำ 4. ดานการทำงาน การเรียนรู และการพึ่งตนเอง 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค - มีวินัย - ใฝเรียนรู - มุงมั่นในการทำงาน 6. สาระการเรียนรู การแยกสารสามารถทำไดหลายวิธีขึ้นอยูกับสมบัติของสาร ไดแก โครมาโทกราฟแบบกระดาษใชแยก สารที่เคลื่อนที่บนกระดาษดวยอัตราเร็วตางกัน เนื่องจากมีความสามารถในการละลายตางกัน และความสามารถ ในการดูดซับของตัวดูดซับตางกัน ตัวดูดซับสามารถนำมาหาอัตราการเคลื่อนที่ของสาร (Rf) ไดจากสูตร อัตราการเคลื่อนที่ของสาร = ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่ 7. กระบวนการจัดการเรียนรู กระบวนการเรียนรู วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ 1 สรางความสนใจ (Engagement) 1. นักเรียนตอบคำถามเพื่อกระตุนความสนใจ ในประเด็นตอไปนี้ 1.1 จากวิธีการแยกสารที่ผาน ๆ มา ทั้งการระเหยแหง การตกผลึก และการกลั่น สามารถใชแยก สารที่มีปริมาณมากได แตถาสารมีปริมาณนอย (นอยกวา 1 มิลลิลิตร) นักเรียนจะสามารถแยกสารไดอยางไร (ใช การแยกสารโดยโครมาโทกราฟแบบกระดาษ)


ขั้นที่ 2 สำรวจและคนหา (Exploration) 1. นักเรียนแบงกลุม ออกเปน 4 กลุม 2. นักเรียนศึกษาวิธีการดำเนินสูกิจกรรมที่ 6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษไดอยางไร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 หนา 88 แลวลงมือทำกิจกรรม ขั้นที่ 3 อธิบายความรูและลงขอสรุป (Explanation) 1. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลการทำกิจกรรมที่ 6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษได อยางไร หนาชั้นเรียน 2. นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายผลกิจกรรมที่ 6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษได อยางไร เพื่อใหไดขอสรุปดังนี้ 2.1 การแยกสารโดยโครมาโทกราฟแบบกระดาษมีหลักการอยางไร (สารแตละชนิดมีความสามารถ ในการละลายในตัวทำละลาย และถูกดูดซับบนตัวดูดซับไดแตกตางกัน จึงเคลื่อนที่ไปในระยะทางที่แตกตางกัน ทำใหสามารถแยกสารตาง ๆ ออกจากกันได) 2.2 ตัวทำละลายและตัวดูดซับมีหนาที่ในการแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษอยางไร (ตัวทำละลายทำหนาที่ละลายและพาสารใหเคลื่อนที่ สวนตัวดูดซับทำหนาที่ดูดซับสารและเปนตัวกลางใหสาร เคลื่อนที่) 2.3 เมื่อนำกระดาษกรองที่มีจุดสีจุมลงในน้ำ จุดสีแตละสีมีการเปลี่ยนแปลงอยางไร (เมื่อนำ กระดาษกรองที่มีจุดสีจุมลงในน้ำ จุดสีแตละสีเคลื่อนที่ขึ้นไปบนกระดาษกรอง และมีแถบสีตาง ๆ ปรากฏบน กระดาษกรอง) 2.4 เมื่อจุมกระดาษกรองในน้ำและสารละลายเอทานอล จุดสีแตละจุดมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน หรือแตกตางกันอยางไร (เมื่อจุมกระดาษกรองในน้ำและเอทานอล จุดสีแตละจุดมีการเปลี่ยนแปลงแตกตางกัน คือเมื่อจุมกระดาษกรองในน้ำ จะเห็นองคประกอบของสีกระจายอยูหางจากจุดเริ่มตนมากกวาเมื่อจุมกระดาษ กรองในเอทานอล จำนวนองคประกอบของสีและระยะทางที่องคประกอบของสีเคลื่อนที่ไดแตกตางกัน) 3. นักเรียนเรียนรูเพิ่มเติมจากเกร็ดนารูเรื่องคา Retention factor (คา Rf) และการใชประโยชนจากคา Rf ในการวิเคราะหและระบุชนิดของสาร ในหนังสือเรียนหนา 91 4. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาแสดงวิธีการหาคา Rf ของแตละกลุมที่ไดจากการทำกิจกรรม ขั้นที่ 4 ขยายความรู (Elaboration) 1. นักเรียนตอบคำถามในประเด็นตอไปนี้ 1.1 โครมาโทกราฟแบบกระดาษมีประโยชนอยางไรบาง (โครมาโทกราฟแบบกระดาษใชแยกสารที่มี ปริมาณนอย ใชวิเคราะหจำนวนองคประกอบอยางนอยที่มีอยูหรือองคประกอบทั้งหมดในสารมีสี และยังใช วิเคราะหสารไมมีสีบางชนิดได แตตองทำใหมีสีหรือใชเครื่องมือวิทยาศาสตรอื่น ๆ ดวย เพื่อใหมองเห็นตำแหนง ของแถบสีของสารที่ไมมีสี)


ขั้นที่ 5 ประเมินผล (Evaluation) 1. ตรวจสอบจากการตอบคำถามในชั้นเรียน 2. ตรวจสอบจากกิจกรรมที่กิจกรรมที่ 6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษไดอยางไร 3. ตรวจสอบโดยสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอหนา ชั้นเรียน 8. สื่อการเรียนรู/แหลงเรียนรู 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เลม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. 2. แบบบันทึกกิจกรรม กิจกรรมที่ 6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟแบบกระดาษไดอยางไร 3. อุปกรณในการทำกิจกรรม 9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑที่ใชในการประเมิน 1. อธิบายการแยกสาร โดยโครมาโทกราฟแบบ กระดาษได (K) การตอบคำถามในชั้นเรียน และตรวจกิจกรรมที่ 6.3 คำถามในชั้นเรียน กิจกรรมที่ 6.3 ไดคะแนนไมต่ำกวารอยละ 70 ถือวาผาน 2. แยกสารโดยโครมาโท กราฟแบบกระดาษได (P) การตอบคำถามในชั้นเรียน และตรจแบบบันทึก กิจกรรมที่ 6.3 คำถามในชั้นเรียน แบบบันทึกกิจกรรมที่ 6.3 ไดคะแนนไมต่ำกวารอยละ 70 ถือวาผาน 3. คำนวณอัตราการ เคลื่อนที่ของสาร (Rf) ได (P) การแสดงวิธีการคำนวณ หนาชั้นเรียน การคำนวณอัตราการ เคลื่อนที่ของสาร (Rf) ไดคะแนนไมต่ำกวารอยละ 70 ถือวาผาน 4. มีความรับผิดชอบใน การทำงาน (A) แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑการประเมินอยูใน ระดับดีขึ้นไป


10. บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนมีความรูความเขาใจ (K) ……………………………….………………………………..………..…………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………….…………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…….. 2. นักเรียนมีความรูเกิดทักษะ (P) …………………………………………………….………………………………..……. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนมีเจตคติ คานิยม คุณธรรมจริยธรรม (A) ………………………………………………..………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไข ........................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………..………………………. ................................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................................. (นางสาวอินทิรา สีออนแสง) ผูสอน


บันทึกผลการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู ไดรับการพิจารณาจากฝายวิชาการแลว เสนอผูบริหาร ไมมีขอเสนอแนะ ขอเสนอแนะ………………………………………………………………………………..………………………………… ลงชื่อ .................................................. หัวหนาวิชาการ (นายสมศักดิ์ วรรณขาม) วันที่................................................... เสนอผูบริหาร รับทราบ ไมมีขอเสนอแนะ ขอเสนอแนะ………………………………………………………………………………..………………………………… ลงชื่อ .......................................... ผูอำนวยการโรงเรียน (นายศักดิ์ชัย พนารัตน) วันที่...................................................


กิจกรรมที่6.3 แยกสารโดยวิธีโครมาโทรกราฟแบบกระดาษไดอยางไร จุดประสงค สังเกตและอธิบายการแยกสารที่มีสีโดยวิธีโครมาโทรกราฟแบบกระดาษ วัสดุและอุปกรณ 1. ปากกาเมจิกสีตาง ๆ 7. ไมบรรทัด 2. น้ำ 8. ดินสอ 3. สารละลายเอทานอล 9. ฝากลองพลาสติกหรือกระดาษแข็ง 4. บีกเกอรขนาด 250 cm3 10. เทปใส 5. กระดาษกรองหรือกระดาษโครมาโทกราฟ 11. จานกระดาษหรือภาชนะอื่น ๆ 6. กรรไกร วิธีการดำเนินกิจกรรม 1. ตัดกระดาษกรองใหเปนรูปสีเหลี่ยมผืนผากวาง 2 เซนติเมตร ยาว 9 เซนติเมตร จานวน 2 แผน 2. ใชดินสอขีดเสนบางๆ หางจากปลายดานลางของกระดาษกรอง 1 เซนติเมตร และขีดอีกเสนหนึ่งใหหางจาก เสนเดิม 5 เซนติเมตร ดังภาพ ก 3. ใชปากกาเมจิกจุดสีบนกระดาษกรองใหไดจุดสีเขมขนาดเล็กที่เสนดินสอดานลางของกระดาษกรองแผนที่ 1 ดังภาพ ข รอใหรอยหมึกแหง หากสียังไมเขมอาจแตะสีที่จุดเดิมซ้ำเพื่อใหไดสีที่เขมกวาเดิม


ตารางบันทึกผลการทดลอง ชนิดของตัวทำละลาย ผลการแยกสีของหมึก สีดำ ติดภาพผลการทดลอง สีน้ำเงิน น้ำ สารละลายเอทานอล


อภิปราย/สรุปผลการทดลอง ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. คำถามทายกิจกรรม 1. เมื่อนำกระดาษกรองที่มีจุดสีจุมลงในน้ำ จุดสีแตละสีมีการเปลี่ยนแปลงอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 2. จุดสีแตละสีมีองคประกอบเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร ทราบไดอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 3. องคประกอบของจุดสีแตละองคประกอบสามารถเคลื่อนที่ไปไดแตกตางกันหรือไมอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 4. เมื่อจุมกระดาษกรองในน้ำและเอทานอล จุดสีแตละจุดมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันหรือแตกตางกันอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 5. ตัวทำละลายมีผลตอการแยกองคประกอบของสีหรือไมอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version