The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นการแสดงชุดนึงที่มีอยู่ในเรื่อง ศกุนตลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by baifern_2543, 2021-03-16 05:50:22

ทุษยันต์ตามกวางดำ

เป็นการแสดงชุดนึงที่มีอยู่ในเรื่อง ศกุนตลา

Keywords: ศกุนตลา

นางสาว เฟิ รน์ ธญั ญธนานนั ต์ 6181163055
การสรา้ งสรรคผ์ ลงานจากวรรณกรรมเรอื่ ง : ศกุนตลา

ชอ่ื ผลงานสรา้ งสรรค:์ ทุษยนั ตต์ ามกวางดา

ผูส้ รา้ งสรรคผ์ ลงาน

นางสาว เฟิรน์ ธญั ญธนานนั ต์ รหสั นกั ศึกษา 6181163055 คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
สาขาวชิ านาฏยศิลป์ ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา

1. ท่มี าและความสาคญั

ในบรรดา “นางในวรรณคดพี ระราชนิพนธร์ ชั กาลที่ ๖” เชอื่ แน่วา่ “ชอื่ ” ของนางศกุนตลานา่ จะเป็นทคี่ นุ้ หูของคน
ไทยมากทสี่ ุดชอื่ หนึ่ง นอกจากน้ีหลายคนคงพอจะรูจ้ กั เรอ่ื งราวของนางบา้ งแลว้ วา่ ศกุนตลาเป็นธดิ าของพระมหาฤๅษี
วศิ วามติ รกบั นางอปั สรเมนกาซง่ึ ถกู พระอนิ ทรส์ ง่ มาทาลายตบะของพระฤๅษนี นั่ เอง ดว้ ยเหตนุ ้ีหลงั จากทมี่ ารดาคลอด
นางออกมาจงึ ไดท้ ้ิงนางไวโ้ ดยมฝี งู นกคอยดูแล เป็นทม่ี าของชอ่ื “ศกุนตลา” หมายถึง นางนกเล้ียง ตอ่ มาเมือ่
พระกณั วะฤๅษีมาพบเขา้ จงึ ไดน้ ามาเล้ยี งดูในฐานะธิดาบุญธรรม นางศกุนตลาเจรญิ วยั ข้ึนก็มรี ูปโฉมงดงามตามทบ่ี ท
พระราชนิพนธพ์ รรณนาไวว้ า่

“ดผู วิ สินวลละอองออ่ น มะลิซอ้ นดูดาไปหมดส้นิ
สองเนตรงามกวา่ มฤคิน นางน้ีเปนป่ิ นโลกา
งามโอษฐด์ งั ใบไมอ้ อ่ น งามกรดงั ลายเลขา
งามรูปเลอสรรขวญั ฟ้ า งามยงิ่ บุปผาเบง่ บาน
ควรฤๅมานุง่ คากรอง ควรแตเ่ ครอื่ งทองไพศาล
ควรแตเ่ ปนยอดนงคราญ ควรคผู่ ผู้ า่ นแผน่ ไผท”

ความงามลา้ เลศิ น้ีทาใหน้ างไดพ้ บรกั กบั “ทา้ วทษุ ยนั ต”์ กษตั รยิ แ์ หง่ หสั ตนิ าปุระซงึ่ เสด็จตามกวางดาจนหลงทาง
มายงั อาศรมของพระกณั วะฤๅษี ทงั้ สองมสี มั พนั ธร์ กั อยา่ งลกึ ซ้งึ ทางใจและกาย ทา้ วทุษยนั ตจ์ งึ มอบธามรงค์ (แหวน)
ใหน้ างเป็นเครอ่ื งแทนความรกั กอ่ นเสด็จกลบั บา้ นเมอื งไปเตรยี มการอภิเษกนางเป็นมเหสี ทวา่ ระหวา่ งทที่ า้ วทษุ ยนั ต์
จากไป นางศกนุ ตลาก็เป็นทุกขม์ ากกระทง่ั จติ ใจไมอ่ ยกู่ บั เน้อื กบั ตวั จนมิไดต้ อ้ นรบั “พระฤๅษที ุรวาส” ผูม้ าเยือน
อาศรมของพระกณั วะ พระฤๅษีทุรวาสเจา้ โทสะจงึ สาปนางใหส้ วามจี ดจานางไมไ่ ด้ ภายหลงั เมอื่ คลายโกรธก็กลา่ วแก้
ใหท้ า้ วทษุ ยนั ตจ์ านางไดเ้ องเมอ่ื ไดเ้ ห็นของทมี่ อบใหน้ างไวเ้ ป็นทร่ี ะลกึ

ตอ่ มาฤๅษกี ณั วะไดส้ ง่ ตวั นางศกุนตลาซง่ึ กาลงั ตง้ั ครรภใ์ หไ้ ปสรู่ าชสานกั ของทา้ วทุษยนั ต์ แตใ่ นระหวา่ งทางไดท้ า
ธามรงคข์ องทา้ วทุษยนั ตห์ ลน่ ลงในแมน่ า้ ปลาใหญต่ วั หน่ึงกลนื แหวนนน้ั ไวใ้ นทอ้ ง สง่ ผลใหท้ า้ วทษุ ยนั ตจ์ านางไมไ่ ด้
เมือ่ ไดพ้ บกนั กลางทอ้ งพระโรงเมอื งหสั ตนิ าปุระ นางศกุนตลาจงึ นอ้ ยใจถึงแกบ่ รภิ าษตดั พอ้ สวามกี ่อนตง้ั ใจจะจากไป
แตโ่ สมราตมหาดเลก็ ของทา้ วทษุ ยนั ตก์ ลบั ทลู เตอื นไวว้ า่ ใหร้ อดลู กั ษณะของบุตรในครรภน์ างศกุนตลาเมอื่ คลอด
ออกมากอ่ นวา่ จะมีลกั ษณะของมหาบุรุษหรอื ไม่ ทุษยนั ตจ์ งึ มอบหนา้ ทใ่ี หโ้ สมราตจดั การ เมอ่ื เห็นนางรา่ ไหเ้ สยี ใจจงึ
เกิดความสงสยั และตดั สนิ ใจตงั้ สตั ยาธิษฐานใหม้ ลี างปรากฏหากสงิ่ ทน่ี างพูดเป็นความสตั ย์ ปรากฏวา่ มีนางอปั สร
เหาะลงมาอุม้ นางศกนุ ตลาหายไป

หลงั จากทนี่ างศกุนตลาไปแลว้ ชาวประมงซง่ึ จบั ปลาทกี่ ลนื ธามงรงคข์ องนางศกุนตลาไดก้ ถ็ กู นาตวั มาเฝ้ าทา้ วทษุ ยนั ต์
เมอ่ื ทา้ วทุษยนั ตไ์ ดเ้ หน็ แหวนจากในทอ้ งปลาความทรงจาของพระองคต์ อ่ นางอนั เป็นทร่ี กั จงึ ไดก้ ลบั คนื มาทาใหเ้ สยี
พระทยั มาก สุดทา้ ยพระอนิ ทรช์ ว่ ยเหลอื ใหท้ งั้ สองไดก้ ลบั มาพบกนั อกี ครงั้ หลงั จากใหท้ า้ วทุษยนั ตไ์ ปปราบอสรู กาลเน
มี นางศกนุ ตลาจงึ ไดอ้ ภิเษกเป็นมเหสีแหง่ หสั ตินาปุระโดยสมบูรณ์ สว่ นโอรสของนาง ไดแ้ ก่ ทา้ วภรต ผเู้ ป็นบรรพ
บุรุษของกษตั ริยใ์ นตานานอนิ เดยี ทงั้ หลาย รวมถึงกษตั ริยป์ าณฑพและเการพผกู้ ่อสงครามมหาภารตยุทธ

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ทรงมพี ระบรมราชาธิบายทม่ี าของบทพระราชนิพนธเ์ รอ่ื งน้ีวา่ “เรอ่ื ง
ศกุนตลาน้ี ตน้ เรอื่ งอยุใ่ นมหาภารต เปนเรอ่ื งเกรด็ อนั หน่ึง (หรอื เรยี กตามภาษาสนั สกฤตวา่ “อุปาขยฺ าณ” มีนาม
ปรากฏวา่ “ศกุนตฺ โลปาขยฺ าณ”...ตอ่ มาภายหลงั ยคุ มหาภารต มีจนิ ตกวชี อ่ื กาลทิ าส ไดเ้ กบ็ ความมานิพนธข์ ้ึนเป็น
เรอื่ งลครชนิดทเ่ี รยี กวา่ “นาฏะกะ” คอื เปนคาพากยค์ าเจรจาคลา้ ยๆ โขนของเรา” แมจ้ ะทรงนาตวั เรอ่ื งนิทานมาจาก
บทละครเรอื่ งอภิชญาณศากุนตลมั (Abhijñānaśākuntalam) ของกาลทิ าสฉบบั แปลภาษาองั กฤษของเซอรว์ ิ
ลเลยี ม โจนส์ เทยี บเคยี งกบั ฉบบั ของเซอรโ์ มนิแยร์ วลิ เลียมส์ ทวา่ พระองคก์ ็รบั สง่ั อยา่ งชดั เจนวา่ “การแตง่ บทลคร
เรอื่ งศกุนตลาเปนภาษาไทยน้ี ฃา้ พเจา้ ตงั้ รูปตามใจฃา้ พเจา้ เอง คอื ใหเ้ หมาะแก่การจะเลน่ เปนลครอยา่ งไทยได้ ไมไ่ ด้
ดาเนินตามแบบนาฏกะฉบบั เดมิ แตห่ าไดค้ ดิ เพ่ิมเตมิ ขอ้ ความอนั ใดลงไปโดยอาเภอใจนอกเรอื่ งไม”่ ยิ่งไปวา่ นน้ั ยงั
ทรงใหร้ ายละเอยี ดอกี ดว้ ยวา่ “ศกุนตลาเปนนาฏะกะซงึ่ ชาวยโุ รปตน่ื เตน้ กนั มากกวา่ ทุกเรอื่ ง” อนั น่าจะเป็นสาเหตุ
หนึ่งทที่ รงพระราชนิพนธ์ “แปลแตง่ ” บทละครสนั สกฤตเรอ่ื งน้ีเป็นบทละครไทย

ทงั้ น้ีความนา่ สนใจของตวั ละครนางศกุนตลาในบทพระราชนิพนธป์ ระการหนึ่งมาจากการทนี่ างเป็น “ตน้ วงศ”์ ของ
กษตั รยิ ท์ งั้ ปวง กระทงั่ การเรยี กชอ่ื ประเทศอนิ เดยี วา่ “แดนภารตะ-ภารตวรรษ-ภารตประเทศ” ก็สบื เนื่องมาแตน่ าม
ของ “ทา้ วภรต” โอรสของนางศกุนตลากบั ทา้ วทุษยนั ตน์ ่ีเอง

แรกสุดเม่ือพิจารณาจากชาตกิ าเนิด เหน็ ชดั วา่ นางศกุนตลามกี าเนิดทส่ี ูงสง่ กลา่ วคอื เป็นเช้อื สายของบุคคลผเู้ ป็นทง้ั
กษตั ริยแ์ ละมหาฤๅษอี ยา่ ง “พระวศิ วามิตร” ซง่ึ โดยตวั ของพระวศิ วามติ รผูน้ ้ีก็เรยี กไดว้ า่ ยงิ่ ใหญแ่ ละแกรง่ กลา้ จน
สามารถขา้ มจากฐานะ “ราชฤๅษ”ี (ฤๅษวี รรณะกษตั รยิ )์ สู่ “พรหมฤๅษี” (ฤๅษีวรรณะพราหมณซ์ ง่ึ เป็นระดบั สูงสุด
ของฤๅษีทง้ั ปวง) เทยี บเทา่ กบั พระมหาฤๅษวี สิษฐโ์ อรสของพระพรหมผเู้ ป็นหวั หนา้ ของฤๅษีทง้ั ปวงเลยทเี ดยี ว สว่ น
มารดาของนางก็ไดแ้ ก่ “นางอปั สรเมนกา” ผทู้ รงทิพยภาวะและความงามเป็นเลศิ

ใชแ่ ตจ่ ะมีกาเนิดสูงสง่ และมีความงามลา้ เลศิ ทก่ี ลา่ วถึงไปแลว้ เทา่ นน้ั ในดา้ นอปุ นิสยั นางศกุนตลาก็ถือวา่ เป็น “สตรผี ู้
เดด็ ขาด” รวมถึงฉลาดในการเจรจาซงึ่ เป็นลกั ษณะสาคญั ของนางกษตั รยิ ์ กลา่ วคอื เมื่อทา้ วทุษยนั ตไ์ มม่ ที ที า่ วา่ จะ
ระลกึ ไดว้ า่ นางเป็นใคร นางก็กลา้ บรภิ าษพระองคก์ ลางทอ้ งพระโรงและตดั สนิ ใจจากไปโดยไมร่ า่ ไรขอรอ้ ง

“ทรงภพ ผเู้ ปนโปรพฦๅสาย

พระองคเ์ องไมม่ ยี างอาย พดู ง่ายยอ้ นยอกกลอกคา

มาหลอกชมดมเลน่ เสียเปลา่ ๆ ท้งิ ฃา้ คอยสรอ้ ยเศรา้ ทงั้ เชา้ คา่

เดด็ ดอกไมไ้ ปดมชมจนชา้ ไมต่ อ้ งจดจานาพา

เหมือนผรู้ า้ ยยอ่ งเบาเฃา้ ลกั ทรพั ย์ กลวั เขาจบั วง่ิ ปรอ๋ ไมร่ อหนา้

จงทรงพระเจรญิ เถิดราชา ฃา้ ขอลาแตบ่ ดั น้ีไป”

ยิง่ ไปกวา่ นน้ั สบื เน่ืองจากเหตกุ ารณน์ ้ีในบทละครเรอ่ื งศกุนตลายงั ไดเ้ นน้ ยา้ ภาพลกั ษณค์ วามเป็น “สตรผี ูบ้ รสิ ุทธ์ิ
ผดุ ผอ่ ง” ของนางดว้ ยเหตกุ ารณท์ โ่ี สมราตมหาดเล็กของทา้ วทุษยนั ตต์ ง้ั สตั ยาธิษฐานใหม้ ีสง่ิ บง่ บอกวา่ นางศกุนตลา
มีไดท้ ูลความเทจ็ ก็ปรากฏวา่ มนี างอปั สรมารบั นางหายไปอยกู่ บั พระกศั ยปเทพบดิ รและพระนางอทิติเทพมารดร
ความสาคญั ของบทพระราชนิพนธเ์ รอ่ื งศกุนตลานอกจากจะเป็นเพราะพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงนา
ตวั เรอ่ื งมาจากบทละครของกาลิทาส กวเี อกของอนิ เดยี แลว้ บทพระราชนิพนธเ์ รอ่ื งน้ียงั เป็นวรรณคดอี นิ เดยี เรอื่ ง
แรกทพี่ ระองคท์ รงนามาเผยแพรใ่ นวงวรรณคดไี ทย ประกอบดว้ ยภาษาวรรณศิลป์ อนั งดงามไพเราะผสานกบั เน้ือ
เรอ่ื งทสี่ นุกสนาน ทงั้ ยงั ทรงดดั แปลงวรรณคดนี ิทานเรอ่ื งน้ีเป็นสานวนตา่ งๆ อกี หลายสานวน

แหลง่ ทม่ี า
ภาษาไทย
ประเทือง ทนิ รตั น.์ ศกุนตลา: การศึกษาเชงิ วเิ คราะหท์ ม่ี าและความสมั พนั ธก์ บั ฉบบั ตา่ งๆ. วทิ ยานิพนธอ์ กั ษรศาสตร

มหาบณั ฑิต(วรรณคดเี ปรยี บเทียบ) บณั ฑติ วทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2526.
มงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ วั , พระบาทสมเด็จพระ. ศกนุ ตลาสานวนตา่ งๆ พระราชนิพนธข์ องพระบาทสมเด็จพระรามาธบิ ดี

ศรสี นิ ทรมหาวชริ าวุธ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ แผน่ ดนิ สยาม หมอ่ มเจา้ ดลุ ภากร วรวรรณ จดั พิมพเ์ น่ืองในงาน
พระราชทาน

เพลงิ ศพหมอ่ มสริ ี วรวรรณ ณ อยุธยา ณ เมรุวดั ธาตุทอง วนั ที่ 15 มนี าคม 2521. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
ครุ ุสภา

ลาดพรา้ ว, 2521.
ศกั ดศ์ิ รี แยม้ นดั ดา. ภารตนิยาย. กรุงเทพฯ: แมค่ าผาง, 2547.

2. วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือศึกษาบทบาทตวั ละครทษุ ยนั ตแ์ ละกวางดาจากวรรณคดเี รอื่ ง ศกุนตลา จงี นามาสรา้ งสรรคเ์ ป็น

นาฏยศิลป์ ไทยและนาฏยศิลป์ ตะวนั ตก ชุด ทษุ ยนั ตต์ ามกวางดา
3. ขน้ั ตอนการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน

1. กระบวนการสรา้ งแนวความคดิ
2. กระบวนการผลิตผลงาน
กระบวนการสรา้ งแนวความคิด

กระบวนการสรา้ งแนวความคิดเป็ นสิ่งจาเป็ นอนั ดบั แรกในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานทางดา้ นนาฏยศิลป์
ตะวนั ตกโดยในเบ้ืองตน้ ตอ้ งพิจารณาจากวตั ถุประสงคแ์ ละขอ้ มูลที่ไดร้ บั เป็ นพ้ืนฐาน ซงึ่ การแสดงชุด “ทุษยนั ตต์ าม
กวางดา” มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อสรา้ งสรรคผ์ ลงานทางดา้ นนาฏยศิลป์ ตะวนั ตกและเผยแพรใ่ หก้ ารแสดงรูปแบบน้ีเป็นท่ี
นิยมและแพรห่ ลายในวงการนาฏศลิ ป์ และยงั เป็นแนวทางใหเ้ กิดงานช้ินใหมข่ ้ึนอกี ดว้ ย

กระบวนการผลติ ผลงาน

เม่ือผา่ นกระบวนการในการสรา้ งแนวคดิ และจนิ ตนาการภาพของผลงานในระดบั ท่ีมีความเป็ นไปไดแ้ ลว้ จงึ เขา้ สู่
กระบวนการผลิตผลงานดว้ ยวธิ ีการประมวลขอ้ มูลท่ีไดแ้ ละ กาหนดรูปแบบ กาหนดขอบเขต กาหนดองคป์ ระกอบ
ของการแสดงจากนน้ั จงึ ออกแบบทา่ ทางและการเคลอื่ นไหวทางดา้ นนาฏยศลิ ป์ ดงั น้ี

1. การศึกษาประมวลขอ้ มลู

การศึกษาประมวลขอ้ มูลน้ีผูส้ รา้ งสรรคผ์ ลงานไดเ้ ลือกใชว้ ธิ ีการอา่ นวรรณคดีไทยเร่ืองศกุนตลา จากนน้ั จึงทา
การตรวจสอบความเพียงพอและความถูกตอ้ งของขอ้ มูลทง้ั หมดและตอ้ งมีความสอดคลอ้ งกบั แนวคิดของผลงานท่ี
ตอ้ งการสรา้ งสรรค์ โดยขอ้ มูลดงั กลา่ วสามารถสรุปไดด้ งั น้ี

1.ขอบเขตเน้ือหา

ศึกษาบทบาทตวั ละครทษุ ยนั ตแ์ ละกวางดาจากวรรณคดเี รอ่ื ง ศกุนตลา

2. ขอบเขตการแสดง

ผสู้ รา้ งสรรคต์ อ้ งการนาเสนอผลงานการแสดงในรูปแบบของนาฏศิลป์ ไทยและนาฏศิลป์ ตะวนั ตกโดยใชผ้ แู้ สดง
จานวน 2 คน ผชู้ าย 1 คน และผหู้ ญิง 1 คน ใชร้ ะยะเวลาในการแสดงประมาณ 8 นาที

3. รูปแบบการแสดง

ผสู้ รา้ งสรรคผ์ ลงานไดก้ าหนดรปู แบบของการแสดงชุด “ทุษยนั ตต์ ามกวางดา” โดยกาหนดใหอ้ ยูใ่ นรูปแบบ
นาฏศิลป์ ไทยและนาฏศลิ ป์ ตะวนั ตก โดยใชน้ กั แสดงนกั แสดงจานวน 2 คน ผชู้ าย 1 คน ผหู้ ญิง 1 คน ใชร้ ะยะเวลาใน
การแสดงประมาณ 8 นาที

จากการประมวลขอ้ มลู ดงั กลา่ ว ผสู้ รา้ งสรรคผ์ ลงานจงึ ไดก้ าหนดรูปแบบการแสดงออกเป็น 3 ชว่ ง ดงั น้ี

ชว่ งที่ 1 ผแู้ สดงใชท้ า่ นาฏยศิลป์ ตะวนั ตกเพ่ือสอื่ ความหมายถึงการเดนิ ออกมาจากฉาก

ชว่ งท่ี 2 ผแู้ สดงรา่ ยราเพ่ือสอ่ื ความหมายถงึ การฆา่

ชว่ งท่ี 3 ผแู้ สดงใชท้ า่ นาฏยศิลป์ ตะวนั ตกกลบั เขา้ ฉาก

4.โครงสรา้ งท่ารา
ชอ่ื ทา่ การเดนิ สอื่ ถึง การเดนิ หมายถึง เดนิ
ชอื่ ทา่ การฆ่า สอ่ื ถึง การฆ่า หมายถึง ฆา่

ชอ่ื ทา่ การเดนิ (กวางดา) สอื่ ถงึ การเดนิ หมายถึง เดนิ
ชอ่ื ทา่ การลอ่ (กวางดา) สอ่ื ถงึ การลอ่ หมายถึง ลอ่

5.โครงสรา้ งเครอื่ งแต่งกาย

แนวคดิ ในการออกแบบ มสี ว่ นประกอบของกวางดา 8 ช้นิ ทษุ ยนั ตม์ ีสว่ นประกอบ 10 ช้นิ เชน่ การแตง่ กายยนื
เครอ่ื ง ตวั พระ (ทุษยนั ต)์ สมี ว่ งและแดง

สว่ นกวางดา แตง่ กายตามลกั ษณะตามรูปภาพประกอบ แตจ่ ะเป็นสีดา

ศรี ษะดา้ นหลงั

6.โครงสรา้ งดนตรี
ใชด้ นตรปี ระกอบตามแบบของตน้ ฉบบั (ในอนิ เทอรเ์ น็ตไมม่ ีขอ้ มูลแนบมาให)้
7.อุปกรณป์ ระกอบการแสดง (ถา้ มี)
ใชศ้ รและลูกธนปู ระกอบการแสดง
8.โอกาสในการแสดง
ไดท้ กุ โอกาส งานมงคล งานอวมงคล

9. ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั

1.ไดผ้ ลงานสรา้ งสรรคน์ าฏยศลิ ป์ ไทยและนาฏยศลิ ป์ ตะวนั ตก ชดุ ทษุ ยนั ตต์ ามกวางดา จากวรรณคดี
ศกนุ ตลา

2.ไดป้ ระสบการณต์ รงในการทางานสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งเป็นระบบ

10. รายการอา้ งองิ

ขอ้ มลู จาก :

https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fkingchulalongkorn.car.chula.ac.th%2Fth%2Farticle%2
Fsakultara%3 Ffbclid%3 DIwAR3 8 ki4 1 _7 cDGwZ7 asic_vjD4 7 OmzRoZhhbD-BSiEra2 3 oTjZxj-
NphSr5 k&h=AT1 _P-N5 LEdy7 O_9 dy5 9 pVmcjQ5 wm9 5 gV-
LiTz9XcOXlDap675foYmKCEEry51Ms16iJuSvNwKRP7O_rBs70vXUDvqwxFSBcfDBoj3Wi_40Van7
zh8Ob1qEWHnbp72nF-vfnaQ

รูปภาพชดุ facebook “fern thanyathananan”


Click to View FlipBook Version