หลกั สูตรท้องถิ่น
เรื่อง ผ้าซ่ินไทยพวนนครนายก
สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6
โรงเรียนบ้านดงแขวน
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการประถมศึกษานครนายก
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐานกระทรวงศึกษาธิการ
ก
คานา
การจดั กิจกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รียน เป็ นสาคญั ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ท่ี๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๒๗ ใหค้ ณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กาหนดหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เพอ่ื ความเป็นไทยความเป็น
พลเมืองท่ีดีของชาติการดารงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพ่ือการศึกษาต่อ
ใหส้ ถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มีหนา้ ท่ีจดั ทาสาระของหลกั สูตรในส่วนท่ีเก่ียวกบั สภาพปัญหาใน
ชุมชนและสังคมภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เพอ่ื เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน
สังคม และประเทศชาติ โรงเรียนจาเป็นตอ้ งบริหารการใชห้ ลกั สูตรโดยใหค้ รูผสู้ อนจดั ประสบการณ์
การเรียนรู้ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผเู้ รียนและสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน
โรงเรียนบา้ นดงแขวน ตระหนกั ในความสาคญั ของการใชห้ ลกั สูตรใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ ของ
ผเู้ รียนและทอ้ งถ่ิน จึงไดด้ าเนินการสารวจความตอ้ งการของทอ้ งถ่ินในเร่ืองเรียนรู้ ที่สาคญั โดยจดั ทา
หลกั สูตรของทอ้ งถ่ินใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สาหรับประถมศึกษาปี ท่ี ๖ โดยนาพระราชบญั ญตั ิ
ระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ. ศ. ๒๕๔๖ กาหนดใหส้ านกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา มี
หนา้ ท่ีในการบริหาร จดั การศึกษาและพฒั นาสาระของหลกั สูตรการศึกษา ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
การพฒั นาหลกั สูตรของทอ้ งถิ่นคร้ังน้ี ไดร้ ับคาแนะนาจาก อาจารยธ์ วชินี โรจนาวี อาจารยท์ ่ี
ปรึกษาที่ใหข้ อ้ เสนอแนะในการพฒั นาหลกั สูตร อยา่ งดียง่ิ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสน้ี
คณะผจู้ ดั ทา
สารบัญ ข
คานา ก
สารบญั ข
หลกั การ 1-2
วิสัยทศั น์ 2
จุดม่งุ หมาย 2
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 3
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 4
โครงสร้างหลกั สูตร 5-6
อตั ราเวลาเรียน 6
คาอธิบายรายวิชา 7
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน 8-15
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั 16-21
แนวการจดั กิจกรรม 22
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ 22
การวดั และประเมินผล 23
แผนผงั มโนทศั น์การบูรณาการ 24
ภาคผนวก 25-29
1
หลกั สูตรท้องถิน่ เรื่องผ้าซิ่นไทยพวน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ท้ังหมด 8 กล่มุ สาระ สาหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6
1.หลกั การ
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 27 กาหนดใหส้ ถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มี
หนา้ ที่จดั ทาสาระของหลกั สูตรในส่วนที่เก่ียวกบั สภาพปัญหาในชุมชน และสังคม ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เพอ่ื เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ มาตรา 29
ใหส้ ถานศึกษาร่วมกบั บคุ คล ครอบครัว ชุมชน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน เอกชน องคก์ รเอกชน
องคก์ รวชิ าชีพ สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการและสถาบนั สังคมอื่น ส่งเสริมความเขม้ แขง็ ของ
ชุมชน โดยจดั กระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อใหช้ ุมชนมีการจดั การศึกษา อบรม มีการแสวงหา
ความรู้ ขอ้ มูลข่าวสาร และรู้จกั เลือกสรรภูมิปัญญาและวทิ ยาการต่าง ๆ เพ่อื พฒั นาชุมชน ใหส้ อดคลอ้ ง
กบั สภาพปัญหาและความตอ้ งการรวมท้งั วิธีการ สนบั สนุนใหม้ ีการแลกเปล่ียนประสบการณ์ พฒั นา
ระหวา่ งชุมชน ดงั น้นั สถานศึกษาจึงตอ้ งพฒั นาหลกั สูตรเฉพาะทอ้ งถิ่นเพ่ือเสริมสร้างความเขม้ แขง็ ของ
ชุมชน โดยการจดั การเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน เพ่ือใหผ้ เู้ รียนนา
ความรู้ประสบการณ์ไปพฒั นาตนเองครอบครัว ชุมชน และเพือ่ ปลกู ฝังใหผ้ เู้ รียนมีความรักภาคภมู ิใจ
ผกู พนั กบั ทอ้ งถิ่นของตน มาตรา 7 ไดบ้ ญั ญตั ิไวว้ า่ “ ในกระบวนการเรียนรู้ ตอ้ งมุ่งปลูกฝังจิตสานึกท่ี
ถูกตอ้ ง เก่ียวกบั การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
รู้จกั รักษาผลประโยชนส์ ่วนรวมและของประเทศชาติ รวมท้งั ส่งเสริมศาสนา ศิลปวฒั นธรรมของชาติ
การกีฬา ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทย และความรู้อนั เป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จกั พ่งึ ตนเอง มีความคิด
ริเริ่ม สร้างสรรคใ์ ฝ่รู้ และเรียนรู้ดว้ ยตนเองอยา่ งต่อเน่ือง ”
ปัจจุบนั การจดั การเรียนการสอนใหค้ วามสาคญั ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่นมากข้ึน เพ่ือใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้
เก่ียวกบั ทอ้ งถิ่นของตน สร้างความเชื่อมโยงการเรียนรู้กบั สภาพแวดลอ้ มในชีวติ จริง การเชื่อมโยง
ระหวา่ งการเรียนที่บา้ น โรงเรียนและชุมชน และเชื่อมโยงใหเ้ ขา้ กบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
พระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ร.9
2
ความวา่ “ ความพอเพยี ง ไมไ่ ดห้ มายความวา่ ทกุ ครอบครัวจะตอ้ งผลิตอาหารของตวั จะตอ้ งทอผา้ ใส่เอง
อยา่ งน้นั มนั เกินไป แตว่ า่ เป็นหมู่บา้ นหรือในอาเภอ จะตอ้ งมีความพอเพยี งพอสมควร บางส่ิงบางอยา่ ง
ท่ีผลิตไดม้ ากกวา่ ความตอ้ งการกข็ าย แต่ขายในท่ีไมห่ ่างไกลเท่าไหร่ไม่ตอ้ งเสียคา่ ขนส่งมากนกั ”
ในทอ้ งถ่ินที่ต้งั ของโรงเรียนบา้ นดงแขวน คนในทอ้ งถ่ินส่วนใหญ่อพยพมาจากนครเวียงจนั ทร์
ประเทศลาว มกั จะมีการแต่งกายท่ีเด่นชดั คือการใส่ผา้ ซ่ินไทยพวน ไปในวนั สาคญั ทางศาสนา หรืองาน
ประเพณี งานบญุ ตา่ ง ๆ ซ่ึงผา้ ซ่ินไทยพวนถือวา่ เป็ นภมู ิปัญญาในทอ้ งถิ่นท่ีควรส่งเสริมและสืบทอด
เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีโอกาสเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มคุณค่าใหก้ บั ผลิตภณั ฑ์ ร่วมกนั รักษาภูมิ
ปัญญาในทอ้ งถ่ินของตนไว้ โดยการเรียนรู้การทอผา้ ซ่ินไทยพวน
2.วิสัยทศั น์
หลกั สูตรทอ้ งถ่ิน เร่ือง ผา้ ซ่ินไทยพวน ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) มุ่งพฒั นาผเู้ รียนทกุ คนไดเ้ รียนรู้ภูมิหลงั วถิ ีการดารงชีวิต
เศรษฐกิจสังคม ศิลปะวฒั นธรรมของชาวไทยพวน การแต่งกายดว้ ยผา้ ซิ่นไทยพวน เพอ่ื ปลูกฝังให้
เยาวชนจงั หวดั นครนายก มีความรัก ความภาคภมู ิใจในฐานะพลเมืองจงั หวดั นครนายก และเป็นกาลงั
สาคญั ในการบารุงรักษาใหย้ งั่ ยนื ต่อไป
3.จุดม่งุ หมาย
1. เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเรื่อง ท่ีมา และการทอผา้ ซ่ินไทยพวน
2. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดเ้ ขา้ ใจวธิ ีและข้นั ตอนลงมือปฏิบตั ิการทอผา้ ซ่ินไทยพวน
3. เพ่อื ใหน้ กั เรียนมีนิสยั รักการทางานและทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้
4. เพื่อใหน้ กั เรียนมีความภาคภูมิใจในภมู ิปัญญาและความสามารถของบุคคลในทอ้ งถ่ิน
5. เพือ่ ใหน้ กั เรียนเห็นคุณค่าของการอนุรักษท์ รัพยากรในทอ้ งถิ่น
3
4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับ การส่งและวฒั นธรรมการใชภ้ าษาทอ้ งถิ่น
และภาษากลางในการส่ือสารแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร และประสบการณ์อนั เป็นประโยชนต์ อ่ การ
พฒั นาตนเองและสงั คม สร้างความเขา้ ใจอนั ดีดว้ ยการสื่อสารอยา่ งมีเหตผุ ลและมีประสิทธิภาพ ใน
สังคมทอ้ งถ่ินและสังคมชาติ
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอยา่ ง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคิดอยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื สร้างองคค์ วามรู้หรือสารสนเทศ
เพอ่ื การตดั สินใจเก่ียวกบั ตนเอง สังคมทอ้ งถิ่นและสงั คมชาติ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอปุ สรรคตา่ งๆ ที่เผชิญไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจ ความสมั พนั ธ์และ
การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ตา่ งๆในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ นการป้องกนั และ
แกป้ ัญหาและมีการตดั สินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึน ต่อตนเอง สังคม และ
ส่ิงแวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่างๆไปใชใ้ นการ ดาเนิน
ชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้ต่อเนื่อง การทางาน และการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม ดว้ ยการ
สร้างเสริมความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบคุ คล การจดั การปัญหาและความขดั แยง้ ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม
การปรับตวั ใหท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรม
ไมพ่ งึ ประสงค์ ที่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นต่าง ๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพฒั นาตนเองและสงั คม ในดา้ นการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ งเหมาะสมและมีคุณธรรม
4
5.คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์
หลกั สูตรสถานศึกษา เร่ือง ผา้ ซิ่นไทยพวน ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) มุ่งพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ เพอ่ื
สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสงั คม ไดอ้ ยา่ งมีความสุขในฐานะพลเมืองของจงั หวดั นครนายก ดงั น้ี
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต
3. มีวินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5
6.โครงสร้างหลกั สูตร
โครงสร้างหลกั สูตรท้องถนิ่ เร่ือง ผ้าซิ่นไทยพวน
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 เวลาเรียน 15 ชั่วโมง
หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
การ (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรู้ท่ี
1.ประวตั ิศาสตร์ของชาวไทยพวน 4 20
1 ความเป็นมาของผา้ ซิ่นไทย 2.เรียนรู้วฒั นธรรมไทยพวน 2 20
พวน 3.ประวตั ิความเป็นมาของผา้ ซิ่นไทยพวน
4.อา่ นบทความ เน้ือหา ขอ้ มูลที่เก่ียวกบั ผา้ ซิ่นไทยพวน
2 การยอ้ มผา้ ซิ่นไทยพวน 5.ความหมายและอธิบายลกั ษณะของผา้ ซิ่น
ไทยพวน
6.สานวน สุภาษิต คาพงั เพยที่เกี่ยวกบั ผา้
7.เลา่ ประวตั ิความเป็นมาในการสวมใส่ผา้ ซิ่นไทยพวน
ในทอ้ งถ่ิน
8.ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ผา้ ซ่ินเป็นภาษาองั กฤษ
9.เลา่ ถึงความเป็นมาของศิลปะการทอผา้ ผา่ นวถิ ีการ
ดาเนินชีวิตของคนในชุมชน
10.อธิบายเกี่ยวกบั ความสาคญั ลวดลายและความ
สวยงามของผา้ ซ่ินท่ีมีตอ่ ความเชื่อและความศรัทธา
ของคนในชุมชน
1.การเลือกสีในการยอ้ มผา้ ซิ่นไทยพวน
2.การเลือกใชว้ สั ดุธรรมชาติท่ีมีอยอู่ ยา่ งคุม้ คา่ ใหเ้ กิด
ประโยชนส์ ูงสุด
3.คดิ หาอตั ราส่วนของสีที่จะนามายอ้ มผา้
4.ใชอ้ ินเทอร์เน็ตในการสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั การเลือก
สีในการยอ้ มผา้
5.มีการเลือกใชส้ ีในการยอ้ มผา้ โดยใชว้ ธิ ีการกรองและ
การตกตะกอน
3 ข้นั ตอนในการทอผา้ ซ่ินไทย 1.คิดวิเคราะห์และแกโ้ จทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตร 4 6
พวน ขนาดความยาว และพ้ืนที่ ของผา้ ซ่ินไทยพวน 30
2.อธิบายลกั ษณะรูปเรขาคณิตที่ใชอ้ อกแบบลวดลาย 30
100
ผา้ ซิ่นไทยพวน
3.การออกแบบลายผา้ 2 มิติและ 3 มิติ
4.การเลือกใชส้ ีคู่ตรงขา้ มในการทอผา้ เพื่อความโดด
เด่นและสวยงามของเน้ือผา้
5.เขียนอธิบายวิธีการทอผา้ ในรูปแบบแผนผงั เพื่อ
ถา่ ยทอดกระบวนการทอผา้ ซ่ินไทยพวน
6.คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั เครื่องมือการทอผา้ ซ่ินไทยพวน
7.เขียนวิธีทาและการพูดบรรยายแนะนาผา้ ซ่ิน
ไทยพวน
8.แนวทางในการปรับปรุงผา้ ที่ชารุด
9.ใชค้ อมพวิ เตอร์ในการสัง่ งานการทอผา้ ดว้ ย
เทคโนโลยรี วมถึงการจดั จาหน่ายผา่ นเทคโนโลยี
4 การขายสินคา้ OTOP 1.การเขียนรายงานสินคา้ OTOP ผา้ ซิ่นไทยพวน 5
2.ทกั ษะการอ่านและการพดู ภาษาตา่ งประเทศในการ
อธิบายเก่ียวกบั ผา้ ซ่ินไทยพวน
3.สามารถอธิบายประโยคส้ันๆที่ใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั
ผา้ ซิ่นไทยพวนเป็นภาษาต่างประเทศ
4.สามารถพดู สื่อสารขายผา้ ซ่ินไทยพวนกบั
ชาวตา่ งชาติ
5.ฝึกขายสินคา้ ผา้ ซ่ินไทยพวน
6.คิดคานวณเปอร์เซ็นตข์ องยอดขายผา้ ซ่ินไทยพวน
รวม 15
7.อตั ราเวลาเรียน
อตั ราเวลาเรียนใชเ้ วลาท้งั หมดในการจดั กิจกรรมรวม 15 ชวั่ โมง
7
8.คาอธิบายรายวชิ า
หลกั สูตรสถานศึกษา เร่ือง ผ้าซ่ินไทยพวน จังหวดั นครนายก
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 เวลา 15 ช่ัวโมง
ศึกษาความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั ความเป็นมาของผา้ ซิ่นไทยพวน จงั หวดั นครนายก ลกั ษณะ
ของผา้ ซ่ินไทยพวน วสั ดุ อุปกรณ์และเคร่ืองมือต่าง ๆ ที่ใชใ้ นการทอผา้ ซิ่นไทยพวน แนวทางการ
อนุรักษว์ ฒั นธรรมการแต่งกายดว้ ยผา้ ซ่ินไทยพวนในทอ้ งถิ่น และข้นั ตอนการทอผา้ ซ่ินไทยพวน
โดยใชก้ ระบวนการทางานอยา่ งเป็นระบบ เห็นความสาคญั และประโยชนข์ องการทางาน
แลว้ นามาวิเคราะห์ วางแผน คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั การแสวงหาความรู้ดว้ ยวิธีการที่หลากหลาย
เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ เกิดทกั ษะ มีความรับผิดชอบ มุ่งมนั่ ในการทางาน พ่งึ พา
ตนเองโดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อเรียนจบรายวชิ าน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. อธิบายความเป็นมาและลกั ษณะของผา้ ซ่ินไทยพวนได้
2. ระบวุ สั ดุ อุปกรณ์และเคร่ืองมือต่าง ๆ ในการทอผา้ ซิ่นไทยพวนได้
3. ระบุชื่อวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถ่ินและประโยชนข์ องวสั ดุธรรมชาติในทอ้ งถิ่นได้
4. บอกแนวทางในการอนุรักษว์ สั ดุธรรมชาติท่ีใชใ้ นการยอ้ มสี และเอกลกั ษณ์ของผา้ ซ่ินไทยพวนได้
5. เลือกวิธีการยอ้ มสีและการทอผา้ ซ่ินไทยพวนได้
6. อธิบายข้นั ตอนการทอผา้ ซ่ินไทยพวนได้
7. ลงมือปฏิบตั ิในการทอผา้ ซิ่นไทยพวนแบบพ้ืนฐานได้
9.หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน
หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ จดุ ประส
/ตัวชี้วัด
1.ความเป็ นมาของ ภาษาไทย 1.นกั เรียนสามารถอ
ผา้ ซิ่นไทยพวน ท 1.1 ป.6/1,ป.6/2 ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ผา้ ซิ่น
2.นกั เรียนรูค้ วามหม
ลกั ษณะของผา้ ซ่ินไท
ท 2.1 ป.6/4 3.นกั เรียนสามารถเข
ท 4.1 ป.6/6 สานวน สุภาษิต คาพ
ท 5.1 ป.6/2 4.นกั เรียนสามารถบ
พงั เพยท่ีเกี่ยวกบั ผา้ ไ
5.นกั เรียนสามารถเล
สวมใส่ผา้ ซ่ินไทยพว
8
สงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานทแ่ี สดงผล การจัดกจิ กรรม
อา่ นบทความหรือเน้ือหา การเรียนรู้/ชิ้นงาน คาบเรียนที่ 1
นได้ 1.ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ประวตั ิศาสตร์
มายและสามารถอธิบาย -แผนผงั ความคดิ เก่ียวกบั และวฒั นธรรมของชาวไทยพวน
ทยพวนได้ ความเป็ นมาของชาวไทย 2.ให้นกั เรียนอ่านบทความและเน้ือหาขอ้ มูล
พวนและผา้ ซ่ินไทยพวน เก่ียวกบั ผา้ ซ่ินไทยพวน
ขียนเรียงความเก่ียวกบั -ภาพวาดสานวนสุภาษติ ที่ คาบเรียนท่ี 2
พงั เพยที่เก่ียวกบั ผา้ ได้ เก่ียวกบั ผา้ พร้อมท้งั บอก 1.อธิบายประวตั ิความเป็นมาของผา้ ซ่ินไทยพวน
บอกสานวน สุภาษิต คา ความหมาย 2.เล่าประวตั คิ วามเป็นมาในการสวมใส่ผา้ ซิ่น
ได้ -เรียงความสานวนสุภาษิต ไทยพวน
ล่าประวตั คิ วามเป็นมาในการ ที่เก่ียวกบั ผา้ 3.ให้นกั เรียนจบั กล่มุ สรุปความรู้เป็นแผนผงั
วนในทอ้ งถ่ินได้ เกี่ยวกบั วธิ ีการทอผา้ ซิ่นไทยพวน
คาบเรียนที่ 3
1.ใหน้ กั เรียนหาสานวนสุภาษติ ท่ีเกี่ยวกบั ผา้
พร้อมวาดภาพและบอกความหมาย
2.ให้นกั เรียนเขียนเรียงความเรื่องสานวน
สุภาษติ ที่เก่ียวกบั ผา้ ซิ่นไทยพวน
สังคมศึกษา ศาสนาและ ส 2.1 ป.6/3,ป.6/4 6.นกั เรียนศึกษาคน้ ค
วฒั นธรรม ไทยพวน
ส 4.1 ป.6/1,ป.6/2 7.นกั เรียนสืบคน้ เรีย
ภาษาตา่ งประเทศ ต 2.1 ป.6/1,ป.6/2 8.นกั เรียนสามารถอ
(องั กฤษ) ของผา้ ซิ่นไทยพวนไ
ศิลปะ ศ 1.1 ป.6/7 9.นกั เรียนสามารถให
ศ 1.2 ป.6/1,ป.6/2 พวนเป็นภาษาองั กฤ
10.นกั เรียนสามารถเ
รูปแผนผงั เพ่อื ถ่ายท
10.นกั เรียนสามารถเ
การทอผา้ ผา่ นวถิ ีการ
ชุมชน
11.นกั เรียนสามารถอ
ลวดลายและความส
เช่ือและความศรัทธา
เศรษฐกิจพอเพียง ศิลปะ ศ 1.1 ป.6/7 12.ให้นกั เรียนถา่ ยท
(เงื่อนไขความรู้) ผอู้ ื่นได้
ควา้ ประวตั ิศาสตร์ของชาว 9
ยนรู้วฒั นธรรมไทยพวน คาบเรียนที่ 4
อธิบายประวตั ิความเป็นมา 1.จดั กิจกรรมโดยนาวทิ ยากรในชมุ ชนมาให้
ได้ ความรู้เก่ียวกบั ศิลปะและลวดลายของผา้ ซ่ิน
หข้ อ้ มลู เก่ียวกบั ผา้ ซิ่นไทย ไทยพวน
ฤษได้ 2.นกั เรียนใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั ผา้ ซ่ินไทยพวนเป็น
เขยี นอธิบายวธิ ีการทอผา้ ใน ภาษาองั กฤษ
ทอดกระบวนการทอได้
เลา่ ถึงความเป็นมาของศิลปะ
รดาเนินชีวิตของคนใน
อธิบายเก่ียวกบั ความสาคญั
สวยงามของผา้ ซ่ินที่มีตอ่ ความ
าของคนในชุมชนได้
ทอดการทอผา้ ซ่ินไทยพวนให้
หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ จุดประส
/ตวั ชี้วัด
2.การยอ้ มผา้ ซ่ินไทย ศิลปะ 1.นกั เรียนเลือกสีใน
พวน สังคมศึกษา ศาสนาและ ศ 1.1 ป.6/1 2.นกั เรียนสามารถเล
อยา่ งคุม้ คา่ ใหเ้ กิดปร
วฒั นธรรม ส 3.1 ป.6/3
คณิตศาสตร์ ค 1.1 ป.6/11 3.นกั เรียนสามารถค
ว 2.1 ป.6/1 นามายอ้ มผา้
วทิ ยาศาสตร์และ ว 4.2 ป.6/3 4.นกั เรียนเลือกใชส้ ี
เทคโนโลยี กรองและการตกตะก
5.นกั เรียนใชอ้ นิ เทอ
เก่ียวกบั การเลือกสีใ
เศรษฐกิจพอเพียง สังคมศึกษา ศาสนาและ ส 3.1 ป.6/3 6.นกั เรียนยดึ หลกั เศ
(3ห่วง) วฒั นธรรม และสีจากธรรมชาต
7.นกั เรียนเลือกใชว้ สั
(ความพอประมาณ) สีเคมีเพ่ือลดตน้ ทนุ
(ความมีเหตผุ ล)
10
สงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานทแ่ี สดงผล การจดั กจิ กรรม
นการยอ้ มผา้ ซิ่นไทยพวนได้ การเรียนรู้/ชิ้นงาน คาบเรียนท่ี 5-6
1.แบ่งกลมุ่ นกั เรียนศึกษาและสารวจวสั ดุใน
ลือกใชว้ สั ดุธรรมชาติท่ีมีอยู่ -การทดลองและสรุปการ ทอ้ งถิ่นที่สามารถนามายอ้ มสีผา้ ได้
ระโยชนส์ ูงสุด ทดลองเก่ียวกบั สี การ 2.ให้นกั เรียนในกลุ่มสืบคน้ ขอ้ มูลการเลือกสีใน
กรองและการตกตะกอน การยอ้ มผา้ ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เน็ต
คดิ หาอตั ราส่วนของสีทจ่ี ะ 3.ผสู้ อนสาธิตการคดิ หาอตั ราส่วนของสีในการ
ยอ้ มผา้
สในการยอ้ มผา้ โดยใชว้ ธิ ีการ 4.ให้นกั เรียนทาการทดลองและสรุปการทดลอง
กอน เก่ียวกบั สี การกรองและการตกตะกอน
อร์เนต็ ในการสืบคน้ ขอ้ มลู
ในการยอ้ มผา้
ศรษฐกิจพอเพยี งโดยนาวสั ดุ
ติมาใช้
สดุและสีจากธรรมชาติแทน
ศิลปะ ศ 1.1 ป.6/1 8.นกั เรียนสามารถน
(มีภูมิคมุ้ กนั ) ว 2.1 ป.6/1 แทนสีเคมเี พ่ือลดกา
(ความมีเหตุผล) 9.นกั เรียน เรียนรู้กา
ปัญหาสีไม่สด/สีตก
วิทยาศาสตร์ และ 10.นกั เรียนเลือกใชว้
เทคโนโลยี สีเคมีเพ่ือลดตน้ ทนุ
(มีภมู ิคมุ้ กนั )
11.นกั เรียนนาสีท่ีได
เคมีเพ่ือลดการแกส้ า
12.นกั เรียน เรียนรู้ก
ปัญหาสีไมส่ ด/สีตก
11
นาสีที่ไดจ้ ากธรรมชาติมาใช้
ารแกส้ ารเคมจี ากสี
ารยอ้ มเพ่อื ลดและแกไ้ ข
ก
วสั ดุและสีจากธรรมชาติแทน
ดจ้ ากธรรมชาติมาใชแ้ ทนสี
ารเคมีจากสี
การยอ้ มเพอ่ื ลดและแกไ้ ข
ก
หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการ มาตรฐานการเรียนรู้ จดุ
เรียนรู้ /ตัวชีว้ ดั
3.ข้นั ตอนในการทอ 1.นกั เรียนสามาร
ผา้ ซ่ินไทยพวน คณิตศาสตร์ ค 2.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3 เก่ียวกบั ปริมาตร
ไทยพวนได้
ค2.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3 2.นกั เรียนสามาร
ออกแบบลวดลาย
ศิลปะ ศ 1.1 ป.6/3,ป.6/6,ป.6/7 3.นกั เรียนสามาร
ต 3.1 ป.6/1 4.นกั เรียนเลือกใช
ภาษาตา่ งประเทศ ง 1.1 ป.6/1 โดดเด่นและสวย
(องั กฤษ)
5.นกั เรียนรูค้ าศพั
การงานอาชีพ การทอผา้ ซ่ินไทย
6.นกั เรียนสามาร
แนะนาผา้ ซ่ิน
ไทยพวน
7.นกั เรียนรู้แนวท
12
ดประสงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานท่แี สดงผล การจัดกจิ กรรม
รถคิดวิเคราะห์และแกโ้ จทยป์ ัญหา การเรียนรู้/ชิน้ งาน คาบเรียนท่ี 7
ขนาดความยาว และพ้นื ท่ี ของผา้ ซิ่น 1.ผสู้ อนอธิบายลกั ษณะรูปเรขาคณิต
-ผลงานการออกแบบลายผา้ 2 2.ใหน้ กั เรียนสร้างสรรคอ์ อกแบบ
รถอธิบายลกั ษณะรูปเรขาคณิตท่ีใช้ มิติ , 3 มิติ จากรูปเรขาคณิต ลวดลายผา้ 2มิติ 3 มิติ โดยใชร้ ูป
ยผา้ ซ่ินไทยพวนได้ -สร้างคลิปวดิ ีโอแนะนา เรขาคณิต
ผา้ ซิ่นไทยพวน คาบเรียนที่ 8
รถการออกแบบลายผา้ 2 มิติและ 3 มิติ -สร้างเพจและเวบ็ ไซตใ์ นการ 1. ให้นกั เรียนฝึกแกโ้ จทยป์ ัญหา
ชส้ ีคูต่ รงขา้ มในการทอผา้ เพอ่ื ความ จดั จาหน่าย เกี่ยวกบั ปริมาตรรูปทรงของผา้ ซ่ิน
ยงามของเน้ือผา้ ไทยพวน
พทเ์ ก่ียวกบั เคร่ืองมือและวสั ดุ อุปกรณ์ 2.ผสู้ อนสาธิตวธิ ีการปรับปรุงผา้ ที่
ยพวน ชารุด
รถเขียนวิธีการทอและการพดู บรรยาย คาบเรียนท่ี 9
1.ใหน้ กั เรียนสืบคน้ คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั
ทางในการปรับปรุงผา้ ที่ชารุด เคร่ืองมือวสั ดุ อุปกรณ์ ในการทอผา้
2.ใหน้ กั เรียนเขียนวธิ ีการทอผา้ ซิ่น
ไทยพวนเป็นภาษาองั กฤษ
วทิ ยาศาสตร์และ ว 4.2 ป.6/4 8.นกั เรียนสามาร
เทคโนโลยี ทอผา้ ดว้ ยเทคโน
เทคโนโลยี
รถใชค้ อมพิวเตอร์ในการสั่งงานการ 13
นโลยรี วมถึงการจดั จาหน่ายผา่ น
3.ผสู้ อนมอบงานใหน้ กั เรียนจดั ทา
คลิปแนะนาผา้ ซ่ินไทยพวน
คาบเรียนท่ี 10
1.ผสู้ อนสาธิตวิธีการสร้างเพจ
เวบ็ ไซต์
2.นกั เรียนสร้างเพจและเวบ็ ไซตใ์ น
การจดั จาหน่าย
หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ จดุ ป
/ตัวชี้วัด
4.การขายสินคา้ OTOP ภาษาไทย 1.นกั เรียนสามารถ
ท 2.1 ป.6/2,ป.6/4 ไทยพวนได้
ภาษาต่างประเทศ ต 1.1 ป.6/2,ป.6/3 2.นกั เรียนมีทกั ษะ
(องั กฤษ) ภาษาต่างประเทศ
3.นกั เรียนสามารถ
เกี่ยวกบั ผา้ ซิ่นไทย
ต 4.1 ป.6/1 4.นกั เรียนสามารถ
ชาวตา่ งชาติ
การงานอาชีพ ง 2.1 ป.6/3 5.นกั เรียนสามารถ
ประสงค์การเรียนรู้ หลกั ฐานทแี่ สดงผล 14
ถเขยี นรายงานสินคา้ OTOP ผา้ ซ่ิน การเรียนรู้/ชิ้นงาน การจัดกจิ กรรม
-รวบรวมผลงานตา่ งๆเพ่อื คาบเรียนท่ี11
นาไปจดั นิทรรศการ 1.จดั ทารายงานสินคา้ OTOP และ
รวบรวมผลงานต่างๆเพือ่ นาไปจดั
ะการอ่านและการพดู นิทรรศการ
ศในการอธิบายเก่ียวกบั ผา้ ซิ่นไทยพวน
ถอธิบายประโยคส้นั ๆที่ใหค้ วามรู้ คาบเรียนที่ 12-13
ยพวนเป็นภาษาตา่ งประเทศ 1.จดั เตรียมความพร้อมดา้ นภาษา
เพอื่ ทาการขายสินคา้ OTOP
ถพดู ส่ือสารขายผา้ ซ่ินไทยพวนกบั คาบเรียนที่14
1.ผสู้ อนพานกั เรียนไปเขา้ ร่วมตลาด
สินคา้ OTOP ภายในชุมชน
2.นกั เรียนจดั แสดงผลงาน โดยพดู
ส่ือสารและจาหน่ายสินคา้ ผา้ ซิ่น
ไทยพวนใหก้ บั ชาวตา่ งชาติ
ถขายสินคา้ ผา้ ซิ่นไทยพวนได้ คาบเรียนท่ี15
1.ผสู้ อนใหน้ กั เรียนทาการคดิ
คานวณเปอร์เซ็นตย์ อดขาย
เศรษฐกิจพอเพยี ง คณิตศาสตร์ ค 1.1 ป.6/12 6.นกั เรียนคิดคาน
(เง่ือนไขคุณธรรม) ภาษาไทย ท 2.1 ป.6/2,ป.6/4 พวนได้
7.การใชห้ ลกั ธรรม
เหน่ียวจิตใจและใ
แนวทางในการดา
นวณเปอร์เซ็นตข์ องยอดขายผา้ ซิ่นไทย 15
มในพระพทุ ธศาสนาเป็นเครื่องยดึ 2.นกั เรียนรวบรวมผลงานท้งั หมด
ใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง เช่น ส่งผสู้ อน
าเนินชีวติ ประกอบอาชีพสุจริต
10.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
10.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สาระที่ มาตรฐาน
สาระท่ี 1 การอ่าน ท 1.1 ป.6/1 อ่านออก
ป.6/2 อธิบายค
สาระที่ 2 การเขยี น ท 2.1 ป.6/3 เขียนแผ
ป.6/4 เขียนเรีย
ป.6/7กรอกแบ
สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพดู ท 3.1 ป.6/1 พูดแสดง
ป.6/4 พูดรายง
สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษา ท 4.1 ป.6/6 วิเคราะห
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม ท 5.1 ป.6/2 เลา่ นิทาน
16
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
กเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ความหมายของคาประโยคและขอ้ ความทีเ่ ป็นโวหาร
ผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่อื ใชพ้ ฒั นางานเขียน
ยงความ
บบรายงานตา่ งๆ
งความรู้ความเขา้ ใจจดุ ประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟังและดู
งานเร่ือง หรือประเด็นท่ีศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ห์และเปรียบเทียบสานวนท่ีเป็นคาพงั เพยและสุภาษติ
นพ้นื บา้ นทอ้ งถ่ินตนเองและนิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถิ่นอน่ื
10.2 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน
สาระท่ี
ว 2.1 ป.6/1 อ
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ การใชแ้
ประจกั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.6/2 อ
ตรวจห
ป.6/3 ใ
10.3 กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สาระที่ มาตรฐาน ป.6/3
ป.6/4
สาระท่ี 2 หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม ส 2.1
และการดาเนินชีวติ ในสังคม
ส 3.1 ป.6/3
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ ส 4.1 ป.4/3
17
ตัวชีว้ ดั ช้ันปี
อธิบบายการเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยบิ ออก การร่อน
แม่เหลก็ ดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอนโดยใชห้ ลกั ฐานเชิง
กษ์ รวมท้งั ระบวุ ิธีแกป้ ัญหาในชีวติ ประจาวนั เก่ียวกบั การแยกสาร
ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายเพ่อื แกป้ ัญหาในชีวติ ประจาวนั
หาขอ้ ผิดพลาดของโปรงแกรมและแกไ้ ข
ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ในการคน้ หาขอ้ มลู อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วัดช้ันปี
แสดงออกถึงมารยาทไทยไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
อธิบายคณุ ค่าทางวฒั นธรรมท่ีแตกตา่ งกนั ระหว่างกลมุ่ คนในสังคมไทย
บอกวิธีและประโยชนข์ องการใชท้ รัพยากรอยา่ งยงั่ ยืน
แยกประเภทหลกั ฐานที่ใชใ้ นการศึกษาความเป็นมาของทอ้ งถ่ิน
10.4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มาตรฐาน ป.6/1
สาระท่ี ป.6/2
ง 1.1
สาระท่ี 1 การดารงชีวิตและครอบครัว
10.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มาตรฐาน
สาระท่ี
ค 1.1 ป.6/1 เ
สาระท่ี 1 จานวนและพชี คณิต
18
ตัวชี้วดั ช้ันปี
อภิปรายแนวทางในการทางานและปรบั ปรุงการทางานแต่ละข้นั ตอน
ใชท้ กั ษะการจดั การในการทางานและทกั ษะการทางานร่วมกนั
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
เปรียบเทียบเรียงลาดบั เศษส่วนและจานวนคละจากสถานการณ์ตา่ งๆ
สาระท่ี 2 การวดั ค 2.1 ป.6/1 แ
มิติประก
ป.6/2 แ
รูปหลาย
ป.6/3 แ
วงกลม
ค 2.2 ป.6/1 จ
ป.6/2 ส
ป.6/3 บ
19
แสดงวิธีกาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตรของรูปเราขาคณิตสาม
กอบดว้ ยทรงส่ีเหล่ียมมมุ ฉาก
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ความยาวรอบรูปและพ้นื ท่ีของ
ยเหล่ียม
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ความยาวรอบรูปของพ้นื ท่ขี อง
จาแนกรูปสามเหลี่ยมโดยพจิ ารณาจากสมบตั ิของรูป
สร้างรูปสามเหล่ียมเม่ือกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ
บอกลกั ษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตา่ งๆ
10.6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
สาระท่ี มาตรฐาน
สาระท่ี 1 ทัศนศิลป์ ศ 1.1 ป.6/3 สร้างง
แสงเงาและน
ศ 1.2 ป.6/2 อภิปร
ผลต่องานทศั
10.7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มาตรฐาน
สาระท่ี
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการ ต 1.1 ป.6/1 ปฎิบ
สื่อสาร
ป.6/2 อา่ นอ
หลกั การอ่าน
ป.6/3 เลือก
หรือเครื่องห
20
ตัวชี้วัดช้ันปี
งานทศั นศิลป์ จากรูปแบบ 2มิติ 3มิติ โดยใชห้ ลกั การของ
น้าหนกั
รายเก่ียวกบั อิทธิพลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาที่มี
ศนศิลป์ ในทอ้ งถิ่น
ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี
บตั ิตามคาสัง่ คาขอร้อง และคาแนะนาที่ฟังและอ่าน
ออกเสียงขอ้ ความนิทานและบทกลอนส้ันๆถกู ตอ้ งตาม
น
ก/ระบุประโยคหรือขอ้ ความส้ันๆตรงตามภาพสัญลกั ษณ์
หมานการอ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและ ป.6/4 บอก
วัฒนธรรม สนทนานิทา
ต 1.2 ป.5/1 พดู /เ
สาระท่ี 3 ภาษากบั ต 2.1 ป.6/1 พดู เข
ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่ม
สาระการเรียนรู้อ่ืน ต 3.1 ป.6/1 คน้ ค
จากแหล่งกา
สาระท่ี 4 ภาษากบั
ความสัมพนั ธ์กบั ชุมชน ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ า
และโลก สถานศึกษา
10.8 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มาตรฐาน
สาระที่
สาระท่ี 1 ชีวติ และ พ 2.1 ป.6
ครอบครัว กบั ผ
21
กใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟัง และอ่านบท
านง่ายๆและเรื่องเล่า
เขยี นตอบโตส้ ่ือสารระหวา่ งบคุ คล
ขยี นใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เพือ่ น และสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ วั
ควา้ รวบรวมคาศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อน่ื
ารเรียนรู้โดยนาเสนอโดยการพูด/การเขียน
าษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกิดข้นึ ในห้องเรียนและ
า
ตัวชี้วัดช้ันปี
6/1 อธิบายความสาคญั ของการสร้างและรักษาสมั พนั ธภ์ าพ
ผอู้ ่ืน
22
11.แนวการจัดกจิ กรรม
เพือ่ ใหก้ ารจดั กิจกรรมตามหลกั สูตรทอ้ งถ่ิน เร่ืองผา้ วิ่นไทยพวน ประสบความสาเร็จตาม
จุดมงุ่ หมายท่ีกาหนดไว้ จึงกาหนดแนวดาเนินการจดั กิจกรรมไวด้ งั น้ี
1. การจดั กิจกรรมใหย้ ดื หยนุ่ ตามสภาพและความเหมาะสมของทอ้ งถ่ิน
2. การจดั กิจกรรมโดยการยดึ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความสนใจและความถนดั ของผเู้ รียน
ใหโ้ อกาสนกั เรียนไดแ้ สดงความสามารถอยา่ งเทา่ เทียมกนั
3. ครูผสู้ อนเป็นผใู้ หค้ วามรู้ในเร่ืองเน้ือหาและภาคทฤษฎี และวิทยากรทอ้ งถิ่นท่ีมีความรู้ความชานาญ
ในการทาผา้ ซ่ินไทยพวน จะเป็นผใู้ หค้ วามรู้เสริมและคอยใหค้ าแนะนาในการลงมือปฏิบตั ิ
4. การจดั ตารางเรียนควรยดื หยนุ่ ตามเน้ือหาท่ีกาหนดแตล่ ะคร้ังเพื่อความสะดวกในการสอน ภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบตั ิ
5. จดั กิจกรรมโดยเนน้ กระบวนการกล่มุ
6. การจดั กิจกรรมภาคปฏิบตั ิโดยวิธีการใหว้ ทิ ยากรทอ้ งถิ่น สาธิตใหด้ ูแลว้ ใหน้ กั เรียนลงมือปฏิบตั ิตาม
7. การจดั กิจกรรมควรจดั ใหผ้ เู้ รียนมีโอกาสฝึกปฏิบตั ิอยา่ งต่อเน่ืองตามข้นั ตอน
8. เมื่อส้ินสุดการจดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนจดั แสดงผลงาน/นิทรรศการ
12.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. วทิ ยากรทอ้ งถ่ิน (แหลง่ เรียนรู้ประเภทบคุ คล)
2. เอกสาร ตารา เก่ียวกบั การทาผา้ ซิ่นไทยพวน
3. ผา้ ซิ่นไทยพวนชนิดต่างๆ
4. วสั ดุ อปุ กรณ์ ท่ีใชใ้ นการทาผา้ ซิ่นไทยพวน
5. ใบความรู้
6. ใบงาน
23
13.การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผลระหวา่ งเรียนและหลงั เรียนตามจุดมงุ่ หมายที่กาหนด โดยเนน้
ใหค้ รอบคลมุ ท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะการปฏิบตั ิงานของนกั เรียนดงั น้ี
เครื่องมือการวดั และประเมินผลไดแ้ ก่
1. แบบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเกณฑก์ ารวดั และประเมินผล นกั เรียนท่ีเรียนจบหลกั สูตรทอ้ งถ่ิน
เรื่อง ผา้ ซ่ินไทยพวน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หลงั เรียนผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80
2. แบบประเมินทกั ษะการปฏิบตั ิงานของนกั เรียน
เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล ทกั ษะการปฏิบตั ิงานของนกั เรียนโดยมีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทกั ษะการ
ปฏิบตั ิงานของนกั เรียน ดงั น้ี
ดีมาก ให้ 5 คะแนน
ดี ให้ 4 คะแนน
ปานกลาง ให้ 3 คะแนน
พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน
เกณฑใ์ นการประเมินทกั ษะการปฏิบตั ิงานของนกั เรียน ดงั น้ี
คา่ เฉล่ีย 4.50 –5.00 หมายถึง นกั เรียนมีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ในระดบั มากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.50 –4.49 หมายถึง นกั เรียนมีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ในระดบั มาก
คา่ เฉล่ีย 2.50 –3.49 หมายถึง นกั เรียนมีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ในระดบั ปานกลาง
ค่าเฉล่ีย 1.50 –2.49 หมายถึง นกั เรียนมีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ในระดบั นอ้ ย
ค่าเฉล่ีย 1.00 –1.49 หมายถึง นกั เรียนมีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ในระดบั นอ้ ยท่ีสุด
14.แผนมโนทศั น์การบูรณาการระหว่างกล่มุ ส
-การแสดงออกถงึ ความเปน็ ไทยพวน ส 2.1 ป.6/3 -มกี ารเลือกใช้สใี นการยอ้ มผา้
-ไดอ้ นุรกั ษว์ ฒั นธรรมไทยพวนทีไ่ ดร้ บั วฒั นธรรม มาจากลาวเชยี งขวาง เพ่ือดวู า่ เมอ่ื ซักแลว้ ผ้าจะสตี ก
ส 2.1 ป.6/4
-ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตในการสืบคน้
-อธบิ ายกลไกลการผลิตผ้าซนิ่ ไทยพวน ผลิตสินคา้ ให้มีคุณภาพ โดยคานึงถงึ ว 4.2 ป.6/3
ประโยชนท์ ผี่ ้ซู อ้ื จะได้รบั ส 3.1 ป.6/1 -ใชค้ อมพิวเตอร์ในการสงั่ งาน
-อธบิ ายบทบาทของผูซ้ ื้อท่ดี ีควรคานงึ ถึงประโยชน์ใช้สอยและความคุ้มคา่ ของสนิ คา้ จาหน่ายผ่านเทคโนโลยี ว 4
และบริการ ส 3.1 ป.6/2
-การเลือกใชว้ สั ดุธรรมชาตทิ ่มี อี ยูอ่ ย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส 3.1 ป.6/3
-ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP นวตั วิถี ของชาวบา้ นไทยพวน ส 3.2 ป.6/2
- ประวตั ิความเป็นมาของผา้ ซิ่นไทยพวน ส 4.1 ป.6/1 , ป.6/2
-คดิ หาอัตราสว่ นของสที จี่ ะนามาย้อมผ้า ค 1.1 ป.6/11
-คิดคานวณเปอรเ์ ซ็นตข์ องยอดขายผ้าซิน่ ไทยพวน ค 1.1 ป.6/12
-สามารถคดิ วิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั ปรมิ าตร ขนาด ความยาวและ
พื้นที่ของผา้ ซ่ินไทยพวน ค 2.1 ป.6/1 , ป.6/2 ,ป.6/3
-สามารถอธบิ ายลกั ษณะรูปเรขาคณติ ทีใ่ ชอ้ อกแบบลวดลายผ้าซน่ิ ไทยพวน
ค 2.2 ป.6/1 , ป.6/2 ,ป.6/3
-ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยนาวัสดแุ ละสีจากธรรมชาติมาใช้ -การเลอื กสีในการยอ้ มผ้า
-ในการทอผ้ามีการเลือกข
-การเลอื กใชว้ ัสดแุ ละสจี ากธรรมชาติแทนสีเคมเี พ่ือลดต้นทนุ และสีใหเ้ หมาะสม ศ 1.1
-การออกแบบลายผ้า 2 ม
-การนาสีท่ีไดจ้ ากธรรมชาติมาใช้แทนสีเคมเี พื่อลดการแกส้ ารเคมจี ากสี -มกี ารเลอื กใชส้ ีคู่ตรงข้าม
-เรียนรู้การยอ้ มเพอื่ ลดและแก้ไขปัญหาสีไมส่ ด/สตี ก สวยงามของเนื้อผ้า ศ 1.1
-สามารถเขียนอธิบายวิธ
-มกี ารถา่ ยทอดการทอผ้าซิน่ ไทยพวนมาต้ังแต่สมยั บรรพบุรุษจนถงึ ปจั จบุ ัน และใน กระบวนการทอได้ ศ 1.1
เรือ่ งของการทอผ้า การเลอื กสีและวสั ดุจากธรรมชาติเพือ่ เปน็ การประหยัดต้นทนุ และ -สามารถเลา่ ถึงความเปน็
สอดคลอ้ งกับหลักการ 3 ประการในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ดาเนินชวี ิตของคนในชมุ ช
-สามารถอธบิ ายเกย่ี วกบั
-การใชห้ ลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นเครอ่ื งยึดเหนย่ี วจิตใจและใชห้ ลักปรชั ญา สวยงามของผา้ ซิ่นทมี่ ตี ่อ
เศรษฐกจิ พอเพียง เชน่ แนวทางในการดาเนนิ ชวี ติ ประกอบอาชพี สจุ ริต ในชุมชน ศ 1.2 ป.6/2
สาระการเรียนรู้และเศรษฐกจิ พอเพยี ง 24
าโดยใช้วิธีการกรอง และการตกตะกอน -สามารถอา่ นบทความหรอื เน้อื หาข้อมลู เกยี่ วกบั ผ้าซน่ิ ได้ ท 1.1 ป.6/1
กหรอื ไม่ ว 2.1 ป.6/1 -รู้ความหมายและสามารถอธิบายลักษณะของผ้าซิน่ ท 1.1 ป.6/2
นขอ้ มูลเกีย่ วกับการเลอื กสีในการย้อมผ้า -การเขยี น(รายงานสินค้า OTOP ผา้ ซ่ินไทยพวน) ท 2.1 ป.6/2
-เขียนเรยี งความเก่ยี วกับสานวน สุภาษติ คาพังเพยทเ่ี ก่ียวกบั ผา้ ท 2.1 ป.6/4
นการทอผ้าด้วยเทคโนโลยรี วมถึงการจดั
4.2 ป.6/4 -สานวน สุภาษติ คาพังเพยที่เก่ียวกับผา้ ท 4.1 ป.6/6
-สามารถเลา่ ประวตั คิ วามเปน็ มาในการสวมใส่ผา้ ซ่ินไทยพวนในท้องถิน่
ท 5.1 ป.6/2
า ศ 1.1 ป.6/1 -มีทักษะการอ่านและการพูดภาษาต่างประเทศในการอธิบายเกย่ี วกับผ้าซ่นิ
ขนาด ปริมาณ คุณภาพผา้ เสน้ ดา้ ย ไทยพวน ต 1.1 6/2
ป.6/2 -สามารถอธิบายประโยคสัน้ ๆท่ีให้ความรู้เกย่ี วกับผ้าซน่ิ ไทยพวน
มิติ , 3 มิติ ศ 1.1 ป.6/3
มในการทอผา้ เพ่อื ความโดดเดน่ และ ต 1.1 ป.6/3
ป.6/6 -สามารถตอบคาถามเกย่ี วกับผา้ ซ่ินไทยพวนเป็นภาษาตา่ งประเทศได้
ธีการทอผ้าในรปู แผนผงั เพอ่ื ถ่ายทอด
ต 1.1 ป.6/4 6/1
ป.6/7
นมาของศลิ ปะการทอผ้าผา่ นวถิ กี าร -สามารถพดู คุยส่ือสารเกย่ี วกับผ้าซิ่นไทยพวนเป็นภาษาต่างประเทศ
ชน ศ 1.2 ป.6/1 ต 1.2 ป.6/1
บความสาคัญ ลวดลายและความ -มกี ารใหค้ าแนะนาการเกบ็ รักษาผา้ เปน็ ภาษาต่างประเทศ ต 1.2 ป.6/3
อความเช่อื และความศรทั ธาของคน
-ใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับผา้ ซน่ิ ไทยพวน ต 2.1 ป.6/1 , ป.6/2
-คาศพั ทเ์ ก่ียวกับเคร่ืองมือการทอผา้ ไทยพวน ต 3.1 ป.6/1
-การเขยี นวิธีทาและการพดู บรรยายแนะนาผา้ ซนิ่ ไทยพวน ต 3.1 ป.6/1
-สามารถพูดสอ่ื สารขายผ้าซนิ่ ไทยพวนกับชาวต่างชาติได้ ต 4.1 ป.6/1
-แนวทางในการปรบั ปรงุ ผ้าท่ชี ารดุ ง 1.1 ป.6/1
-กระบวนการทาผ้าซ่นิ ไทยพวน ง 1.1 ป.6/1 , ป.6/2
-การฝกึ ขายสนิ คา้ ผ้าซน่ิ ไทยพวน ง 2.1 ป.6/3
25
ภาคผนวก
26
ความรู้ที่เกย่ี วกบั เรื่องท่ศี ึกษา
ผา้ ซิ่นไทยพวน เป็นภูมิปัญญาการแตง่ กายของคนในทอ้ งถิ่น ที่ไดอ้ พยพมาจากนครเวียงจนั ทร์
ประเทศลาว ต้งั แตใ่ นช่วงรัชสมยั กรุงธนบุรีตอนปลาย มีวฒั นธรรมการแตง่ กายเด่นชดั ที่บรรพบรุ ุษไดอ้ นุรักษ์
ไวม้ ามากกวา่ 200 ปี ชาวไทยพวนนิยมสวมใส่ผา้ ซ่ินไทยพวนในวนั สาคญั ทางศาสนา งานประเพณี งานบุญตา่ ง
ซ่ึงถือเป็นเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมแห่งชุมชนและเป็นของดีประจาจงั หวดั นครนายก เน่ืองจากชาวไทยพวนมี
ความเช่ือการนบั ถือผแี ละส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิเพ่ือความเป็นสิริมงคลและศรัทธาในพระพุทธศาสนาท้งั ยงั เป็นผา้ ซ่ินที่
สามารถสวมใส่ไปในงานสาคญั หรือประเพณีตา่ ง ๆ เนื่องจากเป็นผา้ ที่ทอดว้ ยมือ ดูสวย ทนั สมยั ใส่สบาย
ไม่ร้อน ซกั แลว้ สีไม่ตก ถือเป็นภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นท่ีควรส่งเสริมและสืบทอด เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมีโอกาสไดเ้ รียนรู้
เกี่ยวกบั วฒั นธรรมและข้นั ตอนกระบวนการทอผา้ ซิ่นไทยพวนและร่วมกนั รักษาภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นตนไว้
โดยหลกั สูตรทอ้ งถิ่นของโรงเรียนบา้ นดงแขวน จงั หวดั นครนายก จดั ใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษา
ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ดงั น้ี
1.ประวตั ิความเป็นมาของชาวไทยพวน วฒั นธรรมและผา้ ซ่ินไทยพวน
2.การเลือกใชว้ สั ดุธรรมชาติท่ีมีในทอ้ งถ่ินใหเ้ กิดประโยชน์
3.ข้นั ตอนการยอ้ มและการทอผา้ ซ่ินไทยพวน รวมถึงการดูแลรักษาผา้
4.การจดั จาหน่ายสินคา้ ผา่ นเครือขา่ ยอินเตอร์เนต็
5.การศึกษาเกี่ยวกบั สินคา้ OTOP
6.การจดั นิทรรศการ
27
กจิ กรรมของนักเรียน
ภาพที่ 1 ภาพวาดสานวนสุภาษติ ท่ีเกี่ยวกบั ผา้ พร้อมท้งั บอกความหมาย
ภาพที่ 2 การทดลอง การยอ้ มสีโดยใชว้ ธิ ีการกรองและการตกตะกอน
28
ภาพท่ี 3 ออกแบบลายผา้ จากรูปเรขาคณิต
ภาพท่ี 4 การสร้างเวบ็ ไซต์
29
คณะผู้จัดทา
ชื่อ-สกุล : นางสาวชมยั พร ใยแกว้
ช่ือเลน่ : ก่ิง อายุ : 18 ปี
รหสั นกั ศึกษา : 6410121250001
นกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี 1
สาขาวิชาการประถมศึกษา
มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
ช่ือ-สกุล : นางสาววชิรญา ณ บางชา้ ง
ช่ือเลน่ : เพชร อายุ : 18 ปี
รหสั นกั ศึกษา : 6410121250006
นกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี 1
สาขาวชิ าการประถมศึกษา
มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
ชื่อ-สกลุ : นางสาวกานตส์ ินี พรหมประเสริฐ
ชื่อเลน่ : ครีม อายุ : 18 ปี
รหสั นกั ศึกษา : 6410121250029
นกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี 1
สาขาวิชาการประถมศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร