The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายสุนันท์ เหมมัน 6419050079

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sh2992829, 2021-11-19 23:00:51

นายสุนันท์ เหมมัน 6419050079

นายสุนันท์ เหมมัน 6419050079

BENCHMARKING

รหสั วิชา 905 – 502
หลกั การและทฤษฎกี ารบรหิ ารการศกึ ษา
Principle and Theory of Educational

Administration
โดย

นายสนุ นั ท์ เหมมนั
รหัสนกั ศกึ ษา 6419050079

เสนอ
ดร.เชาวนี แกว้ มโน
หลักสตู รบรหิ ารการศกึ ษา มหาวิทยาลยั หาดใหญ่

ความนา

Benchmarking คอื กระบวนการแลกเปลย่ี นความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแลกเปลยี่ นวิธปี ฏบิ ตั ทิ ีเ่ ป็นเลศิ (Best
Practices) กับองคก์ รอนื่ ภายใตก้ ฎกตกิ าสากลโดยมแี นวคดิ วา่ องค์กรใดองคก์ รหน่ึงน้นั ไม่ไดเ้ กง่ ไปทุกเรื่องมอี งคก์ รที่เกง่ กว่าในบาง
เร่ืองดังนั้นการศึกษาจากประสบการณ์ตรงขององคก์ รอ่ืนแลว้ นามาประยุกตใ์ ห้เหมาะสม จะช่วยประหยดั เวลาและลดการดาเนินงาน
แบบลองผิดลองถูกทาให้ทราบถงึ ศกั ยภาพหรอื ขีดความสามารถที่แท้จรงิ ขององคก์ รของตนเองทาให้สามารถเพ่ิมประสิทธิภาพ
ในการทางาน และเพม่ิ ศักยภาพในการแขง่ ขัน

Benchmarking จึงเป็นเส้นทางลัดสู่ความเป็นเลศิ อย่างก้าวกระโดด ผลท่ีไดร้ ับจากการทา Benchmarking คือทาให้รู้ว่าใคร
หรือองคก์ รใดเป็นผ้ปู ฏบิ ัตไิ ด้ดีทีส่ ุดและมวี ธิ ปี ฏิบตั ิอย่างไร เพือ่ องคก์ รอื่นจะนามาปรับปรงุ ผลการดาเนนิ งานของตนโดยเลือกสรร
และนาวธิ ีปฏบิ ตั ทิ ่ีเปน็ เลศิ เหลา่ น้ันไปประยุกตใ์ ช้ในกระบวนการทางานของตนเองซ่ึงไม่ใชก่ ารลอกเลยี นแบบแต่เปน็ การสร้างสรรค์
ผลงานใหม่ๆอันเกิดจากการเรียนรู้

ปจั จุบันเรือ่ งทีไ่ ด้รบั ความนยิ มในการทา Benchmarking ไดแ้ ก่ เรอ่ื งเทคโนโลยีระบบสารสนเทศเร่อื งการฝกึ อบรมพฒั นา
พนกั งานเรื่องการจดั การเอกสารควบคุมเรอ่ื งความพึงพอใจของลกู ค้าเรื่องการจัดการทรัพยากรบคุ คลเป็นตน้
บทความนีจ้ งึ เปน็ การสรา้ งความเข้าใจวธิ ีการทา Benchmarking อย่างเป็นระบบเพ่อื สามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั องค์กรของตนเองได้
ในเรื่องท่สี นใจต่อไป

สารบญั สารบัญ

เร่ือง หนา้

1. ความหมายของ Benchmarking , Benchmark ................................. 1
และ Best Practices
2. ประเภทของ Benchmarking .................................. 4

2.1การแบ่งประเภทตามวตั ถุประสงค์ของการทา Benchmarking .................................. 10
2.2 การแบง่ ประเภทตามผู้ทเ่ี ราไปเปรยี บเทยี บด้วย
แนวทางการทา Benchmarking .................................. 13
.................................. 15
1.การทา Benchmarking แบบกลมุ่ ...................................18
2.การทา Benchmarking แบบเดย่ี ว .................................. 25
3. ขนั้ ตอนการเตรียมความพร้อมของการทา Benchmarking .................................. 27
(Preparation Stage)
4. กรณศี กึ ษาขัน้ ตอนการทา Benchmarking ของ Xerox Corporation
5. จรรยาบรรณของการทา Benchmarking (Code of Conduct)
6. บทสรปุ
7. การนา Benchmarking มาใชใ้ นสถานศึกษา

ความหมายของ Benchmarking,
Benchmark และ Best Practices

ความหมายของ Benchmarking,
Benchmark และ Best Practices

เพ่อื เป็นการสรา้ งความเขา้ ใจทต่ี รงกัน ความหมายของคาวา่ Benchmarking, Benchmark และ Best
Practices สามารถสรปุ ไดด้ ังน้ีคือ

Benchmarking

Benchmarking คือวิธกี ารในการวัดและเปรียบเทยี บ ผลติ ภณั ฑ์ บรกิ ารและวธิ ีการปฏิบัตกิ ับองคก์ รทีส่ ามารถทาได้
ดกี ว่าเพอ่ื นาผลของการเปรียบเทยี บมาใช้ในการปรับปรงุ องคก์ รของตนเองเพอ่ื มงุ่ สคู่ วามเปน็ เลิศในธุรกิจ

Benchmarking

คือเกณฑเ์ ปรียบเทียบสมรรถนะ ที่ให้ความสาคญั ในเรือ่ งของการวดั เปรียบเทยี บความสามารถโดยมีนัยทีแ่ สดงถงึ ว่าผทู้ ่ี
ดที ีส่ ดุ หรือเก่งทีส่ ดุ คือต้นแบบทผ่ี ู้อนื่ จะใช้วดั เพ่อื เปรียบเทียบความสามารถของตนเอง

Best Practice

คือวิธีการปฏิบัติท่ีทาให้องค์กรประสบความสาเร็จหรือคือการปฏิบัติท่ีนาให้
องค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยมีคุณลักษณะท่ีสาคัญ คือมีแนวปฏิบัติท่ีเป็นเลิศอย่าง
เหน็ ไดช้ ดั มีสว่ นสาคญั ทท่ี าใหผ้ ลการดาเนินงานเป็นเลศิ ได้รบั การยอมรบั จากบคุ คล
หรอื องค์กรทเ่ี ช่ือถอื ได้รบั การยอมรบั จากลกู ค้าและผูส้ ่งมอบเป็นจานวนมากทาซ้าได้
แสดงผลลัพธเ์ ชิงปรมิ าณทเ่ี ป็นท่ียอมรับ/วัดผลได้

ประเภทของ Benchmarking

ประเภทของ Benchmarking ไดเ้ ป็น 2 ประเภทหลกั ๆ คอื

1. การแบง่ ประเภทตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการทา Benchmarking
2. การแบง่ ประเภทตามผทู้ เ่ี ราไปเปรยี บเทยี บดว้ ย

1. การแบง่ ประเภทตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการทา Benchmarking

การแบง่ ประเภทหลักตามวตั ถุประสงคข์ องการทา Benchmarking สามารถแบ่งเป็นประเภท
ยอ่ ยที่เฉพาะเจาะจง ได้ 4 ประเภทยอ่ ย คือ

-Performance Benchmarking (Result Benchmarking)
-Process Benchmarking
-Product Benchmarking (Customer Satisfaction Benchmarking)
-Strategy Benchmarking

Performance Benchmarking (Result Benchmarking)
เป็นการเปรยี บเทียบเฉพาะผลของการปฏิบตั งิ านหรอื ตัวชี้วดั ระหว่างเราและ

คู่เปรยี บเทยี บ เพ่อื ดูความสามารถในการปฏิบัตขิ องกจิ กรรมหรอื ผลลพั ธ์การทางาน
ของกระบวนการตา่ งๆ ว่าเป็นอย่างไร

เป็นการเปรียบเทยี บตัวเลขเพ่ือบอกใหอ้ งค์กรรบั ทราบวา่ ขณะนี้สถานการณ์
ขององคก์ รเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนจุดแขง็ ตรงไหน

Process Benchmarking
เป็นการเปรยี บเทยี บกระบวนการทางานหรอื วธิ ีการปฏิบัตงิ านระหว่างองค์กรเรากบั องค์กร

อ่ืนโดยเนน้ การเรียนรวู้ ิธีการปฏิบตั ทิ ดี่ จี ากองค์กรอ่ืนเพ่ือนามาปรับปรุงองค์กรของตนเอง
เป็นท่ีนิยมมากเพราะก่อใหเ้ กิดนวัตกรรมและการเปล่ียนแปลงใหม่ๆ สามารถท่ีจะตอบ

คาถามไดว้ า่ องค์กรท่มี กี ารปฏิบตั ิทด่ี นี น้ั เขาทาได้อย่างไร
เป็นทมี่ าของการคน้ หาวิธีการปฏิบัติท่ดี ีทสี่ ุด (Best Practices) สามารถทาได้ทัง้

กระบวนการธรุ กิจกระบวนการสนับสนนุ และกระบวนการบรหิ ารจัดการ

Product Benchmarking (Customer Satisfaction Benchmarking)
เป็นการเปรยี บเทียบความพึงพอใจของลูกค้าวา่ ลูกค้ามคี วามพึงพอใจสูงสุดในคุณลักษณะใด

ของสินคา้
นิยมทาในสนิ ค้ากลมุ่ ทเี่ ป็นเทคโนโลยีหรือสินค้าบรกิ ารทตี่ ้องตามแฟช่ัน

Strategy Benchmarking
เป็นการเปรยี บเทียบกลยทุ ธร์ ะหวา่ งองค์กรเรากับองค์กรทปี่ ระสบความสาเรจ็ ในด้านการวาง

กลยุทธ์
ส่วนใหญจ่ ะเป็นองคก์ รท่มี ีประวัติความอย่รู อดมายาวนานหรือประสบความสาเร็จด้านธุรกิจ

อยา่ งตอ่ เน่ือง

2.การแบง่ ประเภทตามผทู้ ี่เราไปเปรยี บเทียบดว้ ย

การแบง่ ประเภทหลกั ตามผทู้ เี่ ราไปเปรียบเทียบด้วยในการทา Benchmarking สามารถ
แบง่ เป็นประเภทยอ่ ยทเ่ี ฉพาะเจาะจง ได้ 4 ประเภทยอ่ ยคอื

-Internal Benchmarking
-Competitive Benchmarking
-Industry Benchmarking
-Generic Benchmarking (Functional Benchmarking)

Internal Benchmarking
เป็นการเปรยี บเทียบตัววัดหรอื ความสามารถในการปฏบิ ัติกบั ผ้ทู อ่ี ยู่ภายในองค์กรเดียวกนั หรือ

ภายใต้กล่มุ บรษิ ัทในเครือเดียวกัน
พบทว่ั ไปในองคก์ รชัน้ นาที่มีเครือขา่ ยทว่ั โลก
สว่ นใหญ่จะนาไปสู่การสร้างมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน (Work Standard) ให้แก่องค์กรและกลุม่

ภายในองค์กร
เน่ืองจากทกุ หน่วยงานจะเรียนรวู้ ิธปี ฏิบตั ิจากผู้ทเ่ี ก่งกว่า และสร้างรปู แบบที่เป็นวธิ ีการปฏิบตั ิท่ดี ี

ท่สี ดุ (Best Practices) ของกลุม่ ข้นึ มาซ่ึงจะกลายเป็นมาตรฐานท่ที กุ หน่วยงานหรอื ทกุ องค์กรในกลุ่มต้อง
ปฏิบัตติ าม

Competitive Benchmarking
เป็นการทา Benchmarking กบั ผูท้ ีเ่ ป็นคู่แขง่ (Competitor) โดยตรง
เป็นการแลกเปล่ียนท่ีอยูใ่ นระดับพ้ืนฐานของความสบายใจกันทั้งสองฝา่ ย
ให้ผลในเชิงของการชีบ้ อกองค์กรถงึ ตาแหน่งของตนในธรุ กจิ น้ันๆและช้บี อกถึงส่ิงทเ่ี ป็นจุดอ่อน

จุดแขง็ ของตนมากกว่าการเรยี นรูท้ ่ีจะก่อใหเ้ กิดนวตั กรรมการปรับปรงุ

Industry Benchmarking
เป็นการเปรียบเทียบกับผู้ท่ีอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกนั ไมใ่ ช่ผูท้ ี่เป็นคูแ่ ข่งขนั โดยตรง
เพราะกระบวนการทางธุรกิจมคี วามคล้ายคลึงกันในบางส่วนทีส่ ามารถเปรียบเทียบกันได้

เน่ืองจากอยู่ในอตุ สาหกรรมเดียวกัน
Generic Benchmarking (Functional Benchmarking)

เป็นการทา Benchmarking กบั องคก์ รใดก็ตาม ทีม่ คี วามเป็นเลศิ ในกระบวนการทางานนนั้ ๆ
ท่ีอาจมีธรุ กจิ ที่แตกตา่ งจากเราโดยส้ินเชงิ

เป็นการมงุ่ หวงั ท่ีจะคน้ หาผู้มีความเป็นเลศิ (Best Practices) จริงๆของกระบวนการจากธุรกจิ ทัง้ หมด
เป็นการกอ่ ให้เกดิ นวัตกรรมการปรับปรงุ ใหมๆ่ ไดด้ ที ีส่ ุด ให้ความรูใ้ หม่ๆและใหม้ มุ มองใหมๆ่

แนวทางการทา Benchmarking

แนวทางการทา Benchmarking สามารถเลอื ก
ทาได้ 2 แนวทางคอื

1.แนวทางการทา Benchmarking แบบกลุ่ม
2.แนวทางการทา Benchmarking แบบเดี่ยว

1.แนวทางการทา Benchmarking แบบกลุ่ม

เป็นการทา Benchmarking โดยเขา้ ไปรวมกลุ่มกับองค์กรอ่ืนที่มคี วามต้องการจะ
ทา Benchmarking เหมอื นกนั

ทาใหป้ ระหยดั เวลาในการดาเนินการเป็นการสรา้ งเครอื ขา่ ยการแลกเปล่ียนข้อมูลท่ดี ี
แต่ตอ้ งฟังเสยี งข้างมากของทุกองค์กรในกลุม่ ว่าต้องการเนน้ หรือทา Benchmarking
ในเร่ืองไหน แบบไหน
หากหวั ข้อ Benchmarking ทีก่ ล่มุ ตอ้ งการทาไม่ตรงกับความตอ้ งการของเราเทา่ ที่ควรประโยชนท์ ่ี
ไดร้ บั ก็อาจจะนอ้ ยลงไป

2.แนวทางการทา Benchmarking แบบเด่ียว
เป็นการท่ีองค์กรสามารถเลือกหวั ข้อท่ีตนเองมคี วามสนใจท่จี ะทา Benchmarking ได้

สามารถเลือกผ้ทู ี่จะเป็นคู่เปรยี บเทียบได้แตข่ ้นึ อยู่กบั ว่าองค์กรที่เราไปขอเปรยี บเทียบด้วยนั้นมี
ความประสงค์จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเราหรือไม่

ขนั้ ตอนการเตรยี มความพรอ้ มของการ
ทา Benchmarking (Preparation Stage)

ขนั้ ตอนการเตรยี มความพร้อมของการทา Benchmarking ประกอบไปด้วย
-ความม่งุ ม่นั จริงจงั ของผู้บรหิ ารระดับสงู และการสนับสนนุ ในเร่ืองทรพั ยากร
-การแต่งตงั้ ผู้รับผดิ ชอบระดับสูง
-การใหก้ ารฝึกอบรมผูท้ ่ีเกยี่ วข้อง
-การเลอื กวิธกี ารการทา Benchmarking (เดย่ี วหรือกลุ่ม)
-ความพร้อมของทมี งานรวมถึงความเขา้ ใจและปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณของ

การทา Benchmarking (Code of Conduct)
-การประชาสมั พันธ์ภายในองคก์ ร

ความมุ่งม่นั จรงิ จงั ของผบู้ รหิ ารระดบั สงู และการสนับสนนุ ในเร่ืองทรัพยากร
ผู้บรหิ ารตอ้ งมีความมุ่งมน่ั และเอาจรงิ ในการนา Benchmarking มาปรับปรงุ

องคก์ รมกี ารใหน้ โยบายทชี่ ดั เจน การติดตามผลอย่างใกลช้ ดิ การช่วยแก้ปัญหา/อปุ สรรค
ที่อาจจะเกิดข้นึ
ผู้บริหารให้การสนบั สนนุ ในเร่อื งทรัพยากร

การทา Benchmarking ตอ้ งใช้ปัจจัยทั้งในด้านกาลงั เงิน คน และเวลาในการทา
กิจกรรมผบู้ ริหารต้องสามารถจดั สรรทรพั ยากรดังกล่าวมาใชใ้ นการดาเนินกิจกรรมได้
อยา่ งเพียงพอ

การแตง่ ตง้ั ผรู้ บั ผดิ ชอบระดบั สงู
มกี ารแต่งตง้ั ผู้รบั ผิดชอบระดบั สูง (Benchmarking Sponsor) ทาหนา้ ทส่ี นบั สนนุ

การทางานของทีม กากับดูแล และให้ความช่วยเหลอื แกท่ ีมและประสานงานระหวา่ งผบู้ ริหาร
ระดบั สงู และทมี ทางานในการรายงานความคบื หนา้ ของผลการทางานเป็นระยะๆ
การใหก้ ารฝึกอบรมผูท้ เ่ี กีย่ วข้อง

เพ่อื ให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจและสามารถดาเนินงานภายใต้กรอบความเขา้ ใจและ
ทศิ ทางเดียวกนั

การเลอื กวธิ กี ารการทา Benchmarking (เดย่ี วหรือกลมุ่ )
หากเป็นแบบกลมุ่ ต้องเข้าไปรวมกลุ่มกบั องค์กรอ่นื หากเป็นแบบเด่ยี วกต็ อ้ งวางแผนว่า

จะเร่มิ ต้นดาเนินการอย่างไร
ความพรอ้ มของทมี งานรวมถงึ ความเขา้ ใจเขา้ ใจและปฏบิ ัตติ ามจรรยาบรรณของการทา
Benchmarking (Code of Conduct)

เป็นการพิจารณาว่าบุคลากรมคี วามพรอ้ มมากนอ้ ยเพยี งไรมกี ารจัดลาดับความสาคญั ของ
กิจกรรมต่างๆ ท่ีมีอยู่เสียก่อน

ทีมงาน Benchmarking ควรทาความเขา้ ใจศึกษาถงึ จรรยาบรรณของการ
ทา Benchmarking กอ่ นที่จะเร่มิ ดาเนินการปฏิบตั ิ
การประชาสมั พนั ธภ์ ายในองคก์ ร

เป็นการให้ความรู้และเนน้ ย้าประเด็นสาคญั ว่าทาไมต้องทา Benchmarking องค์กรและ
พนักงานจะไดป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรและเป็นการสรา้ งความรสู้ ึกของการมสี ่วนร่วมในการดาเนินงาน
ต้ังแตเ่ ร่มิ ต้น

กรณีศกึ ษาขนั้ ตอนการทา Benchmarking
ของ Xerox Corporation

องค์กรทนี่ าเอา Benchmarking มาใชเ้ ป็นองค์กรแรกคือ Xerox Corporation ประเทศสหรฐั อเมริกา
เน่ืองจาก Xerox เป็นบรษิ ทั ชัน้ นาในเร่ืองการผลิตเคร่อื งถ่ายเอกสารขณะนั้นประสบปัญหาการตลาดอยา่ ง
รุนแรงไมส่ ามารถแขง่ ขันกับบรษิ ัทผผู้ ลติ เคร่ืองถา่ ยเอกสารจากประเทศญ่ีปนุ่ ท่ีมรี าคาสินค้าทต่ี ่ากว่าและมี
คุณภาพดกี ว่า

Xerox จึงตอ้ งค้นหาเคร่ืองมอื เพ่ือการปรับปรุงองค์กร และ Benchmarking คอื เคร่ืองมือหลกั
ที่ Xerox เลือกใช้

ท้ายท่สี ดุ ทาให้ Xerox สามารถกลับมาเป็นผู้ทางการตลาดได้อีกครง้ั ในเวลาท่ีรวดเรว็ ตอ่ มา
บริษทั ชั้นนาใหญ่ๆไดส้ นใจและนา Benchmarking มาเป็นเคร่อื งในการพัฒนาองค์กร เชน่ AT&T,
Dupont, General Electric, General Motor, Miliken, Motorola เป็นตน้

ข้นั ตอนการทา Benchmarking ของ Xerox Corporation ประกอบดว้ ย 4 ข้นั ตอนหลัก คือ
1.การวางแผน (Planning)
2.การวิเคราะห์ (Analysis)
3.การบูรณาการ (Integration)

4.การปฏบิ ตั ิ (Action)

1.การวางแผน (Planning)
ขัน้ ตอนหลักการวางแผน (Planning) ประกอบดว้ ย 3 ขั้นตอนยอ่ ย คอื
-Identify what is to be Benchmarked (เป็นการกาหนดหวั ข้อการทา Benchmarking)
-Identify Comparative Companies (เป็นการกาหนดองค์กรทีเ่ ปรยี บเทียบ)
-Determine Data Collection Method & Collect Data (เป็นการกาหนดวิธีการเก็บข้อมลู

และรวบรวมข้อมูล)

2.การวเิ คราะห์ (Analysis)
ขน้ั ตอนหลักการวิเคราะห์ (Analysis) ประกอบดว้ ย 2 ขน้ั ตอนยอ่ ย คือ
-Determine Current Performance Gap ( เป็นการหาช่วงห่างระหวา่ งตัวเรากับองค์กร

ทีเ่ ราไปเปรียบเทียบ)
-Project Future Performance Levels (การคาดคะเนความแตกต่างกับคู่เปรยี บเทียบ

ทจี่ ะเกิดข้นึ ในอนาคต)

3.การบรู ณาการ (Integration)
ข้ันตอนหลกั การบรู ณาการ (Integration) ประกอบดว้ ย 2 ข้นั ตอนยอ่ ย คือ
-Communicate Benchmark findings & gain Acceptance
-Establish Functional Goals

เป็นขัน้ ตอนของการนาผลทีไ่ ดจ้ ากการวิเคราะหข์ ้อมลู มาส่ือใหผ้ เู้ กีย่ วขอ้ งยอมรบั และต้งั เปา้ หมายใน
การปรบั ปรงุ รว่ มกัน

4.การปฏบิ ตั ิ (Action)
ข้ันตอนหลกั การปฏิบตั ิ (Action) ประกอบดว้ ย 3 ขัน้ ตอนย่อย คอื
-Develop Action Plans (เป็นการนาผลของการรวบรวมข้อมลู ทั้งหมด มาจดั ทาเป็น

แผนปฏบิ ตั กิ ารทีช่ ัดเจน)
-Implement Specific Actions & Monitor Progress (เป็นการนาแผนไปสู่การปฏิบัติ

และการควบคมุ และกากับดูแลให้ผลเป็นไปตามแผนท่วี างไว้)
-Recalibrate Benchmarks (เป็นการสอบทวนผลโดยเทียบคา่ กับผทู้ ่ีดีที่สดุ หรือคู่

เปรยี บเทยี บ)

จรรยาบรรณของการทา Benchmarking
(Code of Conduct)

The International Benchmarking Clearinghouse, American
Productivity & Quality Center (APQC) ซ่งึ เป็นหน่วยงานของ
ประเทศสหรฐั อเมรกิ าทที่ าหนา้ ที่รณรงค์สง่ เสริมการเพ่มิ ผลผลติ และ
คุณภาพ รวมทงั้ กจิ กรรมการทา Benchmarking ได้บัญญัตจิ รรยาบรรณ
ของการทา Benchmarking ข้นึ มา ประกอบดว้ ย 8 หวั ขอ้ ดงั นี้ คือ

1.หลกั การดา้ นกฎหมาย (Principle of Legality)
ประกอบไปด้วย
-หากมขี ้อสงสัยว่าการดาเนินการจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไมใ่ หป้ รกึ ษาทีป่ รึกษาดา้ น

กฎหมายกอ่ น
-หลีกเลยี่ งการสนทนาหรอื กจิ กรรมใดๆ ที่อาจนาไปสู่ผลประโยชนจ์ ากการกีดกนั ทางธุรกิจ

การวางแผนการตลาด และ/หรอื การหาลูกคา้ การกาหนดราคา การตกลงซ้อื ขายการประมูลหรอื การ
ให้สินบน และไม่แลกเปล่ยี นข้อมูลในเร่ืองต้นทุนกับคแู่ ข่งหากตน้ ทนุ ดังกล่าวเป็นส่วนหน่ึงของการ
กาหนดราคา

-ละเว้นการใช้วธิ ีการทไ่ี มเ่ หมาะสมในการได้มาซ่ึงความลับทางธุรกิจซ่งึ รวมทง้ั การเปิดเผย
ความลบั หรือการทาให้ความลับถกู เปิดเผยและจะตอ้ งไม่เปิดเผยหรือใช้ความลับทางธุรกิจทไ่ี ดม้ า
อย่างไม่ถูกตอ้ งดว้ ย

-ในฐานะที่ปรึกษาหรือองค์กรที่ทา Benchmarking จะต้องปกปิดแหลง่ ทมี่ าของข้อมูลก่อน
จงึ จะสามารถนาขอ้ มูลท่ีได้จากการทา Benchmarking เปิดเผยใหผ้ อู้ ่นื ทราบได้

2.หลกั การดา้ นการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู (Principle of Exchange)
ประกอบไปด้วย
-เต็มใจในการแลกเปล่ียนข้อมลู ในรปู แบบและชนิดเดียวกนั กับทีข่ อจากค่เู ปรียบเทียบ
-ต้องชี้แจงและส่อื วัตถปุ ระสงค์และความคาดหวังให้ชดั เจนต้ังแตต่ ้นเพ่อื ไม่ให้เกิด

ความเข้าใจผดิ และเพ่ือใหเ้ กิดประโยชนร์ ว่ มกนั ในการแลกเปลย่ี นข้อมูล
-แลกเปลี่ยนขอ้ มูลทเี่ ป็นจริงและสมบูรณ์

3.หลกั การด้านความลบั (Principle of Confidentiality)
ประกอบไปด้วย
-รักษาขอ้ มูลทไ่ี ด้รับจากการทา Benchmarking เป็นความลบั และจะตอ้ งไม่เปิดเผยข้อมลู ท่ี

ไดร้ ับให้ผ้ทู ่ีไมเ่ ก่ียวข้องกับการทา Benchmarking นน้ั ๆ ก่อนได้รับการยนิ ยอมจากองค์กรที่ใหข้ อ้ มลู
-ไมเ่ ปิดเผยช่อื ขององค์กรที่ทา Benchmarking ดว้ ยใหผ้ ู้อ่นื ทราบโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าตจาก

องคก์ รนนั้ ๆ กอ่ น

4.หลกั การดา้ นการใช้ขอ้ มลู (Principle of Lese)
ประกอบไปดว้ ย
-ใชข้ ้อมลู ทไ่ี ด้จากการทา Benchmarking ตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีแจ้งแก่คู่เปรียบเทียบ
-การใช้หรือส่อื ขอ้ มูลหรือวธิ ีปฏบิ ัติท่มี ีช่ือคู่เปรียบเทยี บอยู่ดว้ ยนน้ั จะต้องไดร้ บั อนญุ าตจาก

คูเ่ ปรยี บเทยี บกอ่ น
-ไม่นารายช่อื บุคคลทตี่ ิดตอ่ หรอื ขอ้ มูลในการตดิ ต่อท่ไี ดจ้ าก International

Benchmarking Clearinghouse ไปใช้เพ่ือวัตถุประสงคอ์ ่นื นอกเหนือจากการ
ทา Benchmarking และสรา้ งเครือข่าย

5.หลกั การดา้ นการตดิ ตอ่ (Principle of Contact)
ประกอบไปดว้ ย
-เคารพวฒั นธรรมองค์กรของคเู่ ปรียบเทียบและดาเนินการตามขน้ั ตอนที่ตกลงรว่ มกนั
-ติดตอ่ ผา่ นบุคคล/ชอ่ งทางท่คี ู่เปรยี บเทียบกาหนดใหถ้ า้ คเู่ ปรียบเทียบต้องการ
-ในกรณีทีต่ อ้ งการเปลี่ยนผรู้ ับผิดชอบในการตดิ ตอ่ จะตอ้ งไดร้ ับการยนิ ยอมจากคู่

เปรียบเทยี บด้วย
-ไมเ่ ปิดเผยช่อื ของบุคคลทตี่ ดิ ต่อก่อนได้รับการยนิ ยอมจากบุคคลดังกล่าว
-หลีกเล่ยี งการเปิดเผยช่ือบคุ คลที่ตดิ ต่อในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนญุ าตจากบุคคล

ดงั กล่าว

6.หลกั การด้านการเตรยี มตวั (Principle of Preparation)
ประกอบไปดว้ ย
-ตอ้ งเตรียมตัวให้พร้อมกอ่ นติดต่อกบั คู่เปรียบเทยี บเพ่ือแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมุ่งมั่นในการ

ทา Benchmarking อย่างมปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธิผล
-เตรยี มตัวให้พรอ้ มลว่ งหนา้ ก่อนแลกเปล่ียนขอ้ มูลเพ่ือจะไดใ้ ช้เวลาของคู่เปรียบเทียบอย่าง

คมุ้ คา่ ท่สี ดุ
-สง่ กาหนดการและคาถามใหค้ ่เู ปรียบเทียบก่อนการไปเย่ียมชมเพ่ือชว่ ยใหค้ ู่เปรียบเทียบมี

เวลาเตรียมตวั

7.หลักการด้านการทาใหส้ าเรจ็ (Principle of Completion)
ประกอบไปด้วย
-ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงท่ีทากบั คเู่ ปรยี บเทียบให้ทนั เวลา
-ทา Benchmarking ให้เสรจ็ เรียบรอ้ ยตามทตี่ กลงรว่ มกบั คู่เปรียบเทียบ

8.หลกั การดา้ นความเขา้ ใจและการปฏบิ ตั ิ (Principle of Understanding and Action)

ประกอบไปดว้ ย
-เขา้ ใจถึงส่ิงท่ีคเู่ ปรยี บเทียบตอ้ งการให้เราปฏบิ ตั ิต่อเขา
-ปฏิบตั ิต่อคเู่ ปรียบเทียบตามท่เี ขาต้องการ
-เข้าใจและใชข้ ้อมูลตามวธิ ีการที่ค่เู ปรียบเทยี บต้องการใหใ้ ช้

บทสรปุ

การใช้ Benchmarking เป็นเคร่อื งมือในการพัฒนาองค์กรทาให้องคก์ รสามารถต้งั เปา้ หมายที่
ตรงกบั ความเป็นจริงไดส้ ามารถเพ่มิ ผลติ ภาพขององค์กร ทาให้องคก์ รมองตวั เองไดด้ ขี ้นึ ทาใหอ้ งค์กร
ได้ทราบถงึ สมรรถนะของตนเองเม่ือเทียบกับองค์กรอ่ืนอีกทั้งเป็นการกระต้นุ ใหพ้ นักงานเกิดการ
ปรับปรุงเปลย่ี นแปลงกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ องค์กรในดา้ นการสรา้ งความพงึ พอใจของลูกคา้ การลด
ระยะเวลาในการผลิต/ใหบ้ รกิ าร การลดของเสยี การเพ่มิ ประสิทธภิ าพในการทางานการสง่ มอบ และ
การลดตน้ ทนุ

นนั่ คือการนา Benchmarking มาใช้เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาองค์กรต้องสามารถเข้าใจถึงกระบวนการ
อย่างนอ้ ย 4 ขัน้ ตอน คือ

-UNDERSTANDING เป็นการสร้างความเขา้ ใจในหลักการ วิธกี าร และผลท่ีจะไดร้ บั ขององค์กรและบคุ ลากร
รวมถงึ ผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ท้ังหมด

-MIRROR&FUNCTION เป็นการสะทอ้ นภาพกระบวนการทงั้ กระบวนการหลักและสนับสนนุ ขององค์กร ทา
ใหม้ องเหน็ ภาพโครงสรา้ งองคก์ รภาพของกิจกรรมกระบวนการและข้อมลู ในองค์กร ผงั กระบวนการทางธรุ กิจ
(Business Process Mapping) การทางานและหนา้ ทีค่ วามรบั ผิดชอบในแต่ละบทบาท

-TIME&ANALYSIS เม่ือทราบกระบวนการทางธรุ กิจและกจิ กรรมท่ีเช่ือมต่อกันในกระบวนการแลว้ การ
วิเคราะหอ์ งค์ประกอบต่างๆ ที่ใชท้ ง้ั หมดในกจิ กรรมทาใหส้ ามารถสรปุ ไดว้ า่ จดุ ทค่ี วรปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดขี ้นึ
น้ันอยู่ท่ใี ดในกระบวนการ

-IMPROVEMENT เป็นการปรบั ปรงุ องคก์ รโดยนาเคร่ืองมือการพัฒนาองค์กรต่างๆ มาใช้
เชน่ Benchmarkingโดยมองทป่ี ระเดน็ สาคญั คอื เราอยู่ทีไ่ หน? ใครเก่งทสี่ ดุ ? เขาทาไดอ้ ยา่ งไร?และทาอยา่ งไรให้
ดกี วา่ เขา?



น่นั คอื การนา Benchmarking มาใช้เป็นเคร่อื งมือในการพัฒนาองค์กรตอ้ งสามารถเข้าใจถึง
กระบวนการอย่างนอ้ ย 4 ข้นั ตอน คือ

-UNDERSTANDING เป็นการสรา้ งความเข้าใจในหลักการ วธิ ีการ และผลทีจ่ ะไดร้ ับขององคก์ รและ
บุคลากรรวมถึงผ้มู สี ่วนได้สว่ นเสียทัง้ หมด

-MIRROR&FUNCTION เป็นการสะท้อนภาพกระบวนการทั้งกระบวนการหลกั และสนับสนนุ ของ
องค์กร ทาให้มองเห็นภาพโครงสร้างองคก์ รภาพของกิจกรรมกระบวนการและข้อมลู ในองค์กร ผัง
กระบวนการทางธรุ กิจ (Business Process Mapping) การทางานและหนา้ ทีค่ วามรบั ผิดชอบในแต่ละ
บทบาท

-TIME&ANALYSIS เม่ือทราบกระบวนการทางธรุ กิจและกิจกรรมท่ีเช่อื มต่อกนั ในกระบวนการแลว้
การวิเคราะห์องคป์ ระกอบต่างๆ ท่ีใชท้ ั้งหมดในกิจกรรมทาใหส้ ามารถสรุปไดว้ า่ จุดทีค่ วรปรับปรุงหรือพัฒนา
ให้ดขี ้ึนน้ันอยู่ท่ีใดในกระบวนการ

-IMPROVEMENT เป็นการปรบั ปรุงองค์กรโดยนาเคร่อื งมือการพัฒนาองค์กรต่างๆ มาใช้
เชน่ Benchmarkingโดยมองทป่ี ระเดน็ สาคัญ คอื

“เราอยทู่ ไี่ หน? ใครเกง่ ทสี่ ุด? เขาทาไดอ้ ยา่ งไร?และทาอยา่ งไรใหด้ กี วา่ เขา?”

การนา Benchmarking มาใช้
ในสถานศึกษา

ในวงการตา่ งๆท้งั วงการธุรกิจ รฐั วิสาหกจิ รฐั บาล หรือแม้กระท่งั ร้านคา้ ทั่วๆไป
จาเป็นตอ้ งมกี ารปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงไปส่สู ่งิ ทด่ี ีข้ึนอยูต่ ลอดเวลา ในการนี้จาเป็นตอ้ ง
เร่ิมตน้ จากกระบวนการ Benchmark กบั ผู้ท่ดี กี วา่ หรอื ดที สี่ ุดเป็นอันดับแรก ซ่ึงวงการบรหิ าร
ทวั่ ไปต่างยอมรับกันว่า Benchmark เป็นขัน้ ตอนมาตรฐานสากลทท่ี าได้โดยงา่ ย วง
การศึกษากเ็ ช่นเดียวกนั สถานศึกษาเป็นหน่วยงานที่รบั ผดิ ชอบจดั การศึกษา และเพ่อื ใหก้ าร
พฒั นางานเพ่ือเขา้ สู่มาตรฐานท้งั 3 ดา้ น คอื มาตรฐานดา้ นการบริหารโรงเรียน มาตรฐาน
ด้านการเรยี นการสอน และมาตรฐานดา้ นคุณภาพนักเรียน ได้อย่างมคี ณุ ภาพ ผบู้ ริหาร
โรงเรยี น ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผเู้ กยี่ วขอ้ ง จึงควรแสวงหาเทคนิค วธิ ีการท่ี
ถูกต้อง มาประยกุ ต์ใช้ให้เหมาะสมกบั สถานการณต์ ามสภาพแวดลอ้ มของแตล่ ะทอ้ งถ่ิน และ
Benchmark คอื วธิ ีการหน่ึงที่จะนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานศึกษาเพ่ือเขา้ ส่มู าตรฐานที่กาหนด
ได้

บทบาทของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาในการทา Benchmarking

ผ้บู รหิ ารเป็นบคุ คลทีม่ ีความสาคญั ตอ่ การดารงอยู่และพัฒนาการของสถานศึกษา
สถานศึกษาจะเขา้ สมู่ าตรฐานทัง้ 3 ดา้ นหรือล้มเหลวข้ึนอยู่กบั ความร้คู วามสามารถของผู้บรหิ าร
สถานศึกษาโดยตรง เพราะการตดั สินใจและแก้ไขปัญหาของผบู้ ริหารจะกระทบในวงกว้างแก่
สถานศกึ ษาเช่นเดียวกบั งานอ่ืนๆภายในสถานศึกษา การทา Benchmark จะประสบผลสาเรจ็ ไมไ่ ดห้ าก
ขาดความเข้าใจและการสง่ เสริมจากผู้บริหาร ซ่งึ ทีผ่ ู้บริหารควรมีบทบาทสาคญั ดงั น้ี(อา้ งถงึ ณฏั ฐ
พนั ธ์ เขจรนนั ทน,์ 2544: 107-109)

1. การริเร่ิม ผ้บู ริหารสถานศกึ ษาจะตอ้ งเป็นผูน้ าในการเปลี่ยนแปลงและสรา้ งนวตั กรรมใหมข่ อง
สถานศึกษา

2. การสสี ่วนรว่ ม ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาควรมสี ่วนร่วมทั้งทางตรงและทางออ้ ม ในการสร้างองคก์ ารเรียนรู้
โดยเฉพาะการเป็นสว่ นสาคญั ในการวางแผนและดาเนินการของสถานศึกษา
3. การส่งเสริม ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาต้องว่งเสรมิ แลละสนบั สนนุ การดาเนินการของโครงการพัฒนา
สถานศึกษาอยา่ งเตม็ ท่ีทั้งทางตรงและทางออ้ มโดยการสนับสนนุ ท้ังในด้านงบประมาณ ทรัพยากร การ
ใหค้ วามสาคญั และกาลงั ใจแกบ่ ุคลากรในสถานศึกษา
4. การเป็นตน้ แบบ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดใี นการดาเนินการและการ
นาแนวทางใหมามาปฏิบัติ มเิ ช่นนั้นบคุ ลากรในสถานศึกษาอาจมองไม่เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมหรอื ไม่
กลา้ ท่จี ะปฏบิ ัติงานตามแนวใหม่
5. เปิดโอกาส ผู้บรหิ ารสถานศึกษาต้องให้โอกาสแก่บุคลากรในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและทดลอง
ส่ิงใหม่ๆ ตลอดจนยอมรับตอ่ ความผดิ พลาดทอี่ าจเกิดข้นึ ซ่ึงจะเป็นส่วนสาคญั ของการเรียนรูแ้ ละ
ประสบการณข์ องสถานศกึ ษา
6. ตดิ ตามผล ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาตอ้ งแสดงความใสใ่ จ และม่งุ ม่ันในการสรา้ งองค์การเรียนรู้ ติดตาม
ผลการดาเนินงานอย่างต่อเน่ือง เพ่ือทีจ่ ะสามารถให้คาแนะนาจะทาการปรับปรงุ ได้อยา่ งเหมาะสม
ตลอดจนสรา้ งความเช่อื มั่นในเชิงจติ วทิ ยาแก่บุคลากรในสถานศึกษา

ประโยชนข์ องการทา Benchmarking

เน่ืองจาก Benchmarking เป็นการเนน้ ความสาคญั ไปยังกระบวนการ ( Process )ท่ี
สาคัญๆ ในทางธรุ กจิ ของแต่ละองค์กร ซ่งึ พอลล์ เจมส์ โรแบร์(2543: 20-21) ใหเ้ หตุผลใน
การทา Benchmarking ว่า Benchmark จะช่วยปรับปรงุ ผลการปฏบิ ัติงานขององค์กรได้
เป็นอย่างดี การวจิ ยั และการเปรียบเทยี บกระบวนการทางธุรกิจกับองค์กรทีไ่ ด้รบั การยอมรบั
วา่ ดีท่สี ุด (best-in-class) จะให้ประโยชนม์ หาศาลในระยะเวลาอันส้นั เช่นเดียวกับ ณัฏฐ
พันธ์ เขจรนนั ทน(์ 2544: 55-56) ท่ีมีความคดิ เหน็ สอดคลอ้ งกนั ว่า Benchmark จะมี
ความสาคัญต่อองค์กรธุรกจิ 4 ประการ คือ
1. การ Benchmark ทาให้ธรุ กิจรู้จักตนเองจากการวัดผลการดาเนินงาน เปรยี บเทยี บกับ

องคก์ รอ่ืนท่ีมีการดาเนินงานท่ีดี (ที่สดุ )
2. การ Benchmark เป็นแนวทางในการพฒนาตนเองอยา่ งเป็นระบบตอ่ เน่ืองและเป็น

รูปธรรมทส่ี ามารถวัดและตรวจสอบได้ มใิ ช่แค่เพยี งนึกหรอื คิดเอาเองเท่านั้น
3. การ Benchmark เป็นการสงั่ สมความรู้ ทกั ษะ และ ประสบการณท์ ี่จะเป็นประโยชน์ ใน

การแก้ปัญหาขององค์กรในอนาคต
4. การ Benchmark มใิ ชเ่ ทคนิคการปฏิบตั กิ ารเพ่ือสร้างคุณภาพ ประสทิ ธิภาพและผลติ

ภาพในการผลิตและบรกิ ารเทา่ นั้น แตจ่ ะเป็นเคร่อื งมอื ในระดบั กลยทุ ธท์ ีจ่ ะพฒั นา
ศักยภาพ แสดงความสามารถในการแขง่ ขันขององค์กร

บรรณานกุ รม

บุญดี บญุ ญากิจ และ กมลวรรณ ศิริพานิช (2548) Benchmarking : ทางลดั สคู่ วามเป็นเลศิ ทางธุรกจิ .สถาบันเพ่ิมผลผลติ แหง่ ชาติ
พีรศักด์ิ วรสุนทโรสถ (2542) Benchmarking :ทฤษฎีบรหิ ารทีก่ ลมกลนื Benchmarking และ TQM. บรษิ ทั พีระเซลแอนด์เซอร์วิสจากัด
American Productivity & Quality Center (1996) Benchmarking : Pure and Simple, A Quick Guide to Benchmarking. Texas,
American Productivity & Quality Center
Bengt Karlof and Svante Ostblom (1993) Benchmarking : A Signpost to Excellence in Quality and Productivity. John Wiley
& Sons
Robert C. Camp (1995) Business Process Benchmarking. ASQC Quality Press
Sylvia Codling (1998) Benchmarking. Powel
Tony Bendell, Louise Boulter & Paul Goodstadt (1998) Benchmarkingfor Competitive Advantage. Pitman Publishing


Click to View FlipBook Version