The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติและประโยชน์เทนนิส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ประวัติและประโยชน์เทนนิส

ประวัติและประโยชน์เทนนิส

ประวตั ิและประโยชนเทเบลิ เทนนสิ

ประวัตเิ ทเบิลเทนนิส
เทเบิลเทนนิสหรือทค่ี นทัว่ ๆ ไปเรยี กวา “ ปงปอง ” นัน้ เองซงึ่ มีรากฐานมาจากกีฬาเทนนิส แตไ ม

มหี ลักฐานแนช ดั วา ประเทศใดในส่ปี ระเทศคือ อังกฤษ อเมริกา อนิ เดยี และ อฟั ริกาใต เปน ประเทศตน กําเนดิ กฬี า
เทเบิลเทนนสิ จากหนงั สือประวตั กิ ีฬา Frank Menke ไดสันนษิ ฐานวาเก่ียวกบั กาํ เนดิ ของเทเบลิ เทนนิสไว 2
ประการ คือ

1. กีฬาในรม ของเทนนิส เร่ิมเลน คร้ังแรกในรัฐแมสซาชูเซตส
2. สันนษิ ฐานวานายทหารชาวองั กฤษซงึ่ ไปประจําอยทู อ่ี นิ เดยี ไดเคยเลนกีฬาเทเบิลเทนนิสเปนกีฬา
กลางแจงมากอน
ดังน้ันพอสรุปไดว า ชาวอังกฤษไดเลนกฬี าเทเบิลเทนนสิ เปน กฬี าในรมแทนเทนนสิ ต้ังแตป  ค.ศ.
1850
ป ค.ศ. 1890 ในประเทศอังกฤษมกี ารโฆษณาเกย่ี วกบั อุปกรณก ารเลนเทเบิลเทนนิสมาแลวการเลน
ในสมยั นน้ั ใชไ มธ รรมดาตกี ับลกู ซงึ่ ทาํ ดวยไมก อกหรอื ยางแข็ง และมกั จะหมุ ดว ยผาเพอ่ื ไมใหเ กดิ อันตราย แลว ใชไม
กระดานเปน เน็ต
ป ค.ศ. 1900 เจมส กบิ บ ( Mr. James Gibb ) ชาวอเมรกิ นั ไดม กี ารพฒั นาการเลนเทเบลิ เทนนสิ
ไดน าํ ลูกเทเบลิ เทนนิสท่ที ําจากเซลลลู อยดม าใชใ นประเทศองั กฤษแทนลูกไมกอ กหรือยางแข็ง จากการใชล ูกเซลลู
ลอยด ซึ่งภายในมีลักษณะกลวง เมื่อลูกเซลลลู อยดม ากระทบไมต จี ะเกดิ เสยี ง “ ปง ” และเมือ่ ลกู เซลลูลอยดไ ป
กระทบกบั พืน้ โตะ เกิดเสียง “ ปอง ” เพราะเหตุนี้เองจึงไดต ั้งชื่อกีฬาชนิดนว้ี า “ ปง ปอง ”
ป ค.ศ. 1902 อ.ี ซ.ี กูด ( Mr. E.C. Good ) ชาวอังกฤษไดประดษิ ฐไมเ ทเบิลเทนนิสท่หี มุ ดวย
ยาง ซ่งึ ทําใหก ารตีมีประสทิ ธิภาพกวา ไมธ รรมดา สามารถบังคบั ลกู ไดดกี วา กฬี าประเภทนจ้ี ึงเปน ท่ีนยิ มของบุคคล
ทัว่ ไปในหลายประเทศเนื่องจากเลน งาย อปุ กรณห างายราคาถูก และเกิดความสนกุ สนานนา ดู ประเทศท่สี ง เสริม
กีฬาน้ีไดพ ยายามปรับปรงุ แกไ ขใหด ีขึ้น เชน อเมรกิ า ซง่ึ เปน ผูค ิดคน ลกู เซลลลู อยดข้นึ มา ฮังการี คดิ คน การ
เสริ ฟ ลูกแบบกระดอน อังกฤษ ผูซ่งึ คิดคน ไมห มุ ยางออกมาใช เยอรมนั นี เปนทส่ี งเสรมิ การจัดการแขง ขนั และ
ปรับปรุงกฎกตกิ าการเลนตา งๆ ญีป่ นุ และจีนไดพฒั นาการจบั ไมแบบธรรมดา มาเปนการจับไมแบบจับปากกาหรือ
ท่ีเรยี กวา “ไมจนี ”
ป ค.ศ.1921 สมาคมปง ปองไดตง้ั ข้ึนในองั กฤษ แตต อมาไดม กี ารเปลยี่ นชอ่ื เปน สมาคมเทเบลิ
เทนนสิ แหงประเทศองั กฤษ ตอ มาประเทศตาง ๆ กเ็ รมิ่ มกี ารกอ ต้ังสมาคมของประเทศตนขน้ึ ตามลําดบั และไดมี
การจดั การแขง ขันเทเบลเทนนสิ โดย ไอเวอร มอนทาเจอร ( Iver Monthagor ) บุตรชายของคณุ หญิง สเวยธ ลงิ
( Sweyling ) ขณะท่ีศกึ ษาอยูที่มหาวิทยาลยั ออ กฟอรด ไดเกดิ ความสนใจเทเบลิ เทนนิส โดยมีเพื่อนๆ นิสติ สนใจเขา
รว มแขง ขนั กนั ในไมช าการแขง ขนั ระหวางมหาวิทยาลยั ครงั้ แรก ระหวางมหาวทิ ยาลัยออกฟอรดและมหาวิทยาลยั
เคมบรดิ จก ็เรม่ิ มขี น้ึ และเปน ความคดิ ริเริ่มของ ไอเวอร มอนทาเจอร ( Iver Monthagor ) ในการน้ีไดใชชอ่ื วา
"สเวยล่ิง คัพ" โดยตง้ั ตามชือ่ ของมารดา ซึ่งไดก ลายเปน รางวัลนานาชาติทนี่ กั ปง ปองใฝฝนท่ีสุด

ป ค.ศ.1926 ไดจ ดั ตง้ั สภากรรมการเทเบิลเทนนิสของโลกกอ ตง้ั ขึ้น โดยมสี ํานกั งานตัง้ อยใู น
ประเทศอังกฤษ ภายหลงั ไดเ ปลย่ี นช่อื เปน สหพนั ธเ ทเบลิ เทนนสิ นานาชาติ ( International Table Tennis
Federation ) โดยมอี ักษรยอ วา I.T.T.F. ซึง่ กอตั้งอยา งเปน ทางการเมอ่ื ค.ศ.1939 ประกอบดว ยชาติตา งๆ มากกวา
30 ชาติ

ประวตั ิกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ในประเทศไทย

สําหรบั ในประเทศไทย คนไทยรจู กั คุน เคยและเลนกีฬาเทเบิลเทนนสิ กันมานานแลว แตโ ดยท่ัวไป
มกั รูจกั กนั ในชอื่ วา “ ปง ปอง ” มากกวา ชื่อเทเบลิ เทนนิส อยางไรกต็ ามไมป รากฏหลกั ฐานแนชัดวาใครเปน ผนู ําเขา
มาและเรม่ิ เลน กนั ครัง้ แรกเมือ่ ใด แตสนั นิษฐานวาคงมกี ารเลนแขง ขันตลอดจนมกี ารเรยี นการสอนเทเบิลเทนนสิ กัน
ในประเทศ
ไทยมาไมน อ ยกวา 30 ปแ ลว ในป พ.ศ. 2500 ไดมกี ารจดั ตง้ั สมาคมเทเบลิ เทนนิสสมคั รเลนแหง ประเทศไทยขนึ้
และไดจัดใหม กี ารแขงขนั เทเบิลเทนนสิ กนั อยา งกวางขวางแพรหลายมากขนึ้ ทงั้ ภายในประเทศและระหวางประเทศ
แมวากฬี าเทเบลิ เทนนิสจะเปน กฬี าเลก็ ๆ แตบ ทบาทและความสําคญั ของกีฬาเทเบิลเทนนิสมิไดดอ ยไปกวากีฬาใหญ
ๆ เลย ดังจะเหน็ ไดวา ในระยะปลายป พ.ศ. 2515 ประเทศไทยไดส ง นกั กีฬาเทเบลิ เทนนสิ ไปทาํ การแขงขัน เพอื่
สรางความสมั พันธท างการคากับนักกฬี าของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี เปนตน มา ทําใหป ระเทศไทยและ
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี มีการติดตอ กันเชนดังเดิมไดอกี นับวากีฬาเทเบลิ เทนนิสมีบทบาทสําคัญตอ
ประเทศไทยมาก

ประโยชนแ ละคณุ คา ของกีฬาเทเบลิ เทนนสิ
การเลน เทเบลิ เทนนสิ กอ ใหเ กดิ ประโยชนแ ละคณุ คา แกผ เู ลน มากมายหลายประการดว ยกนั ซงึ่ พอจะ

จาํ แนกประโยชนแ ละคณุ คาท่ีไดรับจากการเลนเทเบิลเทนนิสออกไดเ ปน 4 ดาน คือ
1. ประโยชนแ ละคณุ คาทางดานรา งกาย ไดแ ก
1.1 ทําใหร างกายแข็งแรงพอเหมาะ เพราะเปน กฬี าทเ่ี ลน งา ย เลนก็ไมหนกั และไมเบา
เกนิ ไปมีการเคลอ่ื นไหวอยางเหมาะสมในการสรา งความแขง็ แรงขน้ั พืน้ ฐาน
1.2 ทําใหรา งกายมคี วามวองไว ปราดเปรียว เพราะเปนกีฬาทีม่ ีการเลนท่รี วดเร็ววองไว
1.3 ชวยฝกหดั ใชส ายตาใหว องไวมองเห็นการเคล่อื นไหวไดร วดเร็ว
1.4 ชวยฝก หัดการใชแขน ขา ลําตวั และสวนอน่ื ๆ ของรางกายใหสมั พนั ธก ันไดด ีย่ิงขน้ึ
1.5 ทําใหร างกายมรี ปู รา งไดสัดสวนพอเหมาะ เพราะเปนกีฬาที่มกี ารเคลอ่ื นไหวรา งกาย
ทกุ สว น และไมห กั โหม
2. ประโยชนแ ละคณุ คาทางดา นจิตใจ และอารมณ ไดแก
2.1 ทําใหมีความสนกุ สนานรา เริง เพราะการเลน เทเบิลเทนนิส เปนการเลน ที่เรา ใจตลอด
2.2 ทาํ จิตใจแจม ใส สดช่นื กระปรก้ี ระเปรา เพราะเปนกฬี าท่ีเคล่อื นไหวและกระตอื รือรน
2.3 ชว ยใหเ กดิ สมาธใิ นการปฏิบัตงิ าน เพราะการเลน ตองมคี วามมั่นคงของอารมณ และ
จติ ใจไมวอกแวก เชน การเสริ ฟลูก
2.4 กอใหเ กดิ ความรูสกึ ที่ดตี อบคุ คลอน่ื มีจติ ใจหนักแนนและไมเกดิ อารมณเ สียไดงาย

3. ประโยชนแ ละคณุ คา ทางดา นสงั คม ไดแก
3.1 ทําใหรูจกั เพื่อนมากขึ้น โดยใชเทเบลิ เทนนสิ เปน สือ่
3.2 ทําใหเ กดิ ความสามัคคีในหมคู ณะ
3.3 ทําใหเ กดิ ความเขา ใจซ่ึงกันและกนั ระหวางวัย เพราะเปนกฬี าที่เลน ไดท ุกเพศและวยั
3.4 ชว ยสรา งชื่อเสียงใหแ กตนเอง สถาบนั และสังคม

4. ประโยชนและคุณคา ทางดานสังคม ไดแ ก
4.1 ชว ยลดคาใชจ า ย เปน การประหยดั เพราะเปนกฬี าท่เี ลนไดงา ย อปุ กรณก ารเลนราคาถกู
4.2 สะดวกในการเลน และจดั การแขงขัน ทําใหไ ดตอ งเสียคา ใชจ า ยเกี่ยวกบั สถานที่เลน
และการจดั แขง ขนั มากมายเชนกีฬาประเภทอ่ืน

ลกั ษณะของกฬี าเทเบลิ เทนนิส
การเลนเทเบิลเทนนิสจดั เปน กฬี าประเภทบคุ คล และไมใ ชกีฬาประเภทปะทะกนั นอกจากนยี้ งั

เลนไดงาย เปน การเลน ท่ปี ระกอบดว ยผูเลน 2 ฝา ย แตละฝา ยจะยืนทางดานหวั โตะ รูปส่เี หล่ยี มผืนผา ในมือของผู
เลน ทั้งสองฝา ยจะตอ งถือไมตซี ึ่งมีลักษณะกลมแบน สว นทเ่ี ปน ดามจับจะสั้น เรมิ่ ดาํ เนินการเลน โดยผลัดกนั สง ลกู
ดวยการตใี หตกลงพน้ื โตะ ในแดนของตวั เองกอ นทจ่ี ะขามตาขา ยซงึ่ ขึงแบง คร่ึงโตะ ตามยาวไปตกลงในแดนของฝา ย
ตรงขาม แลวฝายตรงขามจงึ ตลี ูกขามตาขา ยยอ นกดลบั ใหไ ปตกในแดนของอกี ฝา ยหน่ึง สลบั กนั ตลี ูกขามตาขา ยกัน
ไปมาเชน นี้ จนกวา จะมีฝายหนึง่ ฝา ยใดทาํ ใหลกู เสยี คือ ไมส ามารถตีลกู ใหเ ปนไปตามกตกิ ากาํ หนดได เชน ทํา
ใหลกู ตดิ ตาขา ยหรอื ลกู ตกนอกพื้นโตะ หรือลกู ตกพนื้ โตะดา นใดดานหน่ึงเกนิ กวาหนึ่งครง้ั เปน ตน ฝายที่ไมไดทาํ
ใหล กู เสยี จะไดค ะแนน 1 คะแนน กตกิ าใหม ฝา ยใดไดคะแนนถงึ 11 คะแนน ( เกา 21 คะแนน ) กอ นจะเปน
ฝา ยชนะ และถามีคะแนนเทา กนั ที่ 10 คะแนน ( เกา 20 คะแนน ) จนกวา ฝายใดจะทาํ คะแนนชนะอกี ฝายหนึ่ง
อยางนอ ย 2 คะแนน จึงจะเปนฝายชนะ การทผ่ี เู ลน ทาํ คะแนนเทากันที่ 10 คะแนน ( เกา 20 คะแนน ) เราเรียกวา
“ การดิวส ” โดยท่ัวไปนยิ มเลนกนั 3 ใน 5 เกม หรือ 4 ใน 7 เกม ฝายใดชนะ 2 ใน 3 เกม หรอื 3 ใน 5 เกม หรือ 4
ใน 7 เกม ในการเลนตองมกี ารผลัดกนั สง ลกู ฝายละ 2 คร้ัง ( เกา 5 คร้ัง ) สลบั กนั จนกวาฝา ยใดจะชนะ

อุปกรณการเลน
1. โตะ เปน โตะรูปสี่เหล่ยี มผนื ผา พ้ืนผิวโตะ เรียบเสมอกนั ทาดว ยสีเขม และเปนสีดานไม

สะทอ นแสงมีขนาดกวา ง 5 ฟตุ ( 1.52 เมตร ) ยาว 9 ฟุต ( 2.74 เมตร ) สูงจากพ้ืนดิน 2 ฟุต 6 นิ้ว ( 76
เซนติเมตร )

2. ตาขายและเสา ตอ งมีตาขายดา ยหรอื ไนลอนขงึ ตงึ กับหลกั เสา ขวางโตะตามความกวา งของโตะ
และแบงคร่ึงโตะ ตามความยาวออกเปนสองสว นเทา ๆ กนั ตาขายตองสงู จากพื้นโตะ 6 นว้ิ ( 15.25 เซนตเิ มตร )
และยื่นออกนอกโตะ ทางดา นขางดานละ 6 นวิ้ ( 15.25 เซนติเมตร )

3. ลูกเทเบลิ เทนนิส เปน รูปทรงกลมภายในกลวง ทําดวยเซลลลู อยด หรอื พลาสตกิ มสี ีขาวหรอื สี
เหลืองผิวลูกเรียบ มีเสนผา ศนู ยก ลางไมน อ ยกวา 1.46 นิ้ว ( 3.71 เซนตเิ มตร ) และไมเกิน 1.5 น้วิ ( 3.81
เซนติเมตร) นาํ้ หนกั ระหวาง 2.40 – 2.53 กรัม และเสนรอบวงระหวาง 4.5 – 4.75 นว้ิ ( 11.43 – 12.01 เซนตเิ มตร )

4. ไมเทเบลิ เทนนสิ สวนตวั ไมตอ งทาํ ดว ยไมแ บนแข็ง และมีความหนาเทากนั ตลอด สวนดา ม
ไมก็ทําดวยไมเ ชนเดยี วกนั ทั้งตัวไมแ ละดามไมจ าํ กดั ขนาดและนาํ้ หนัก อยา งนอ ยทีส่ ดุ 85 % ของความหนาของ
ไมจะตองทําดวยไมธ รรมชาติ ตวั ไมอ าจใชแ ผน ยางเม็ดธรรมดาหนาไมเ กนิ 0.08 นิว้ ( 2 มลิ ลิเมตร ) หรอื แผน
ยางเม็ดแบบมีฟองนา้ํ รองรับ หนาไมเกิน 0.16 นิว้ ( 4 มลิ ลิเมตร ) ทาบตดิ หนา ไมได ไมเทเบลิ เทนนสิ ดา นหนง่ึ ตอ ง
เปนสแี ดง สวาง อีกดา นหน่ึงตอ งเปนสดี าํ และตอ งไมเปน สสี ะทอ นแสง

5. เคร่อื งแตง กายในการเลน ควรใชเสอ้ื แขนสน้ั กางเกงขาส้นั ถงุ เทาและรองเทา ผา ใบ จะทําให
สะดวกและเกิดความคลอ งแคลว ในการเลน ไมควรใชผาสอี อนในการเลนเทเบลิ เทนนสิ เพราะจะทาํ ใหมองเหน็ ลูก
ไดไมชดั เจน ปกตจิ ะใชเ สอื้ ผา สเี ขมหรอื สีหมน ๆ

****************************

การดูแลรกั ษาอุปกรณเทเบลิ เทนนสิ

ผเู ลนกีฬาทุกคนจาํ เปนจะตอ งรูจกั เกบ็ และดูแลรักษาอุปกรณเทเบิลเทนนิสอยา งถูกตอ งและระมดั ระวังไม
ใหชาํ รดุ สูญหายโดยงา ย เพ่ือประสิทธิภาพในการเลน และยังเปนการปลกู ฝงนิสยั ความมรี ะเบยี บใหก บั ผูเลน ซ่ึงมี
หลักปฏบิ ตั ิดังนี้

1. ควรมหี อ ง หรือตูเก็บอุปกรณแยกออกจากกนั เปน สัดสว นอยา งเพียงพอ
2. ควรมกี ารตรวจสภาพของอปุ กรณเทเบิลเทนนิสท้ังหมด ทงั้ กอ นเลน และหลังเลน ถาหากมี

อปุ กรณช ํารดุ ควรดําเนินการซอมแซมเสยี กอ นทีจ่ ะนําไปใช
3. ควรเกบ็ ไมเ ทเบิลเทนนิสไวในถุงหรือกลอ งใสไ มเทเบิลเทนนสิ ใหม ิดชดิ เพ่ือปองกนั ความชื้น
4. หนา ไมเ ทเบลิ เทนนสิ นิยมใชแ ผน ยางปด ทาบไวทงั้ สองดา น จงึ ไมค วรใหไ มเทเบิลเทนนสิ ตาก

แดดหรือเก็บไวใ นที่รอน เพราะจะใหใ หแ ผนยางทตี่ ดิ กบั หนา ไมเ สือ่ มคณุ ภาพได
5. ถา แผนยางทต่ี ดิ ไมเทเบลิ เทนนสิ แยกหรอื หลดุ จากไม ตองใชก าวทาไมท าติดทนั ที
6. กอ นและหลังการเลนทุกครั้ง ควรทําความสะอาดไมเ ทเบิลเทนนสิ ดวยแอลกอฮอล
7. เมอื่ ยางท่ีติดหนา ไมเสื่อมคณุ ภาพควรรบี เปล่ียนใหมท ันที
8. ไมค วรใหผอู น่ื นาํ ไมเทเบลิ เทนนสิ ไปใช หรือใชไมเ ทเบลิ เทนนิสรวมกบั ผอู น่ื
9. ไมว างส่งิ ของหรือวัตถหุ นัก ๆ ทบั บนไมเ ทเบิลเทนนสิ
10. อยาใชไ มเทเบิลเทนนสิ เคาะหรอื กระแทรกกบั โตะ เพราะนอกจากจะทาํ ใหไ มเ สียแลว ยงั เปน การ
11. เสยี มารยาทในการเลนอีกดว ย
12. เสา ขาโตะ ทีเ่ ปน โลหะควรทาดว ยสีกนั สนิม
13. ตาขา ย และลกู ปงปอง ควรใชผาสะอาดเชด็ ใหแ หง
14. พ้ืนโตะ ควรเช็ดดวยผา ชุบนํา้ แลว บดิ ใหห มาด ๆ เชด็ แลว เชด็ ดว ยผา แหงอกี ครง้ั แลว ทิง้ ไวใ ห

แหงกอ นเก็บ และควรเกบ็ โตะ เทเบิลเทนนิสไวใ นรมอยาใหโดนแดดและฝน
15. การวางโตะ เทเบิลเทนนสิ ซอนกันควรหนั หนาโตะเขาหากนั
16. ไมค วรใชโตะเทเบลิ เทนนิสวางสิง่ ของอนื่ ๆ หรอื นาํ ไปใชง านอื่น

การดูแลรกั ษาอุปกรณกอใหเ กิดประโยชนต อผเู ลน คอื

1. ประหยดั คา ใชจา ย ไมต อ งเสยี เงนิ ซอ มแซม หรือซื้อใหมอยเู สมอ
2. ทําใหอปุ กรณมีอายกุ ารใชงานไดนาน ทนทานกวา ปกติ
3. ทาํ ใหอ ปุ กรณอ ยใู นสภาพทใ่ี ชง านไดดี และมีประสิทธภิ าพเทา เทยี มของใหม
4. ทาํ ใหเลน ไดด ว ยความปลอดภยั ไมเ กดิ การแตกหกั หรือเกดิ อบุ ตั ิเหตไุ ด

***********************************

ความปลอดภัยในการเลน เทเบิลเทนนสิ

การเลน เทเบลิ เทนนิส ดเู ผิน ๆ แลวไมนา จะมีอันตรายใด ๆ แตถาผูเลน ขาดความระมดั ระวังในการเลนขาด
ความรูเกย่ี วกบั เรื่องความปลอดภยั ในการเลน ก็อาจจะเกดิ อันตรายจากการเลนได ลกั ษณะของอันตรายจากการ
เลน เทเบิลเทนนสิ มีสาเหตุทเี่ กดิ ขึน้ มีดังน้ี

สาเหตุทเ่ี กดิ ความไมป ลอดภยั
1. เกดิ ขน้ึ จากสถานทีบ่ รเิ วณขอบโตะเทเบลิ เทนนิสมีสิง่ กดี ขวางตา ง ๆ เชน โตะ เกา อว้ี างเกะกะ
ท่นี ่งั ของคนดู มมี ุมหรอื สว นท่ยี ่นื ออกมาเกะกะ เปน ตน
2. ผเู ลนเคล่ือนไหวไลล กู ชนกับมุมโตะ
3. การวงิ่ ชนกนั เองระหวางผูเลนฝายเดยี วกนั ในการเลนประเภทคู
4. ไมพ ลดั หลดุ จากมอื ผเู ลน ไปโดนตวั เองหรือผูอืน่
5. รองเทาหลวม คบั หรือพื้นแข็งจนเกินไป ทาํ ใหเ คลอ่ื นไหวไมสะดวกและเจบ็ เทา
6. เคร่ืองแตง กายรมุ รา ม หลวมจนเกินไป อาจไปเกี่ยวกับมมุ โตะ ดึงรงั้ ใหเสียหลกั ลมได

หลกั ความปลอดภยั ในการเลน เทเบิลเทนนสิ
1. สวมเครอ่ื งแตง กายที่เหมาะสมรัดกุม เชน เส้อื ยืด กางเกงขาส้นั
2. เลือกใชร องเทาผา ใบหรือรองเทาพนื้ ยาง ไมคบั จนเกนิ ไป
3. อบอุนรา งกายใหเ พียงพอและทุกสว นของรา งกาย เพือ่ ชว ยใหก ลามเนือ้ เตรียมพรอมทจ่ี ะทาํ งาน
4. ฝก หดั ทกั ษะขนั้ พ้นื ฐานของการเลนเทเบิลเทนนสิ ใหเ กดิ ความชาํ นาญ และหมน่ั ฝกซอมอยเู สมอ
5. ควรเชด็ เหงอ่ื ท่ีเปยกอยูเสมอ เพ่อื ชว ยใหจับไมไดก ระชับมอื ย่ิงขน้ึ
6. การเลนประเภทคู ควรทําความเขาใจ และฝก ซอมทิศทางการเคลอ่ื นไหวของกนั และกัน
7. ระมัดระวงั ในการถอื ไมตี และเลือกไมตีทแ่ี ขง็ แรงสมบูรณไมชาํ รุด ดามไมห กั งา ย
8. ควรจดั บรเิ วณสนามรอบ ๆ โตะเทเบิลเทนนสิ ใหปราศจากสิ่งกดี ขวางใหห า งจากโตะ ไมน อ ย
กวา 5 เมตร
9. พ้ืนสนามแขง ขนั ตอ งทาํ ความสะอาดอยูเสมอ ไมมนั ล่ืนหรอื เปย กนํ้า ควรเชด็ ใหแ หง อยเู สมอ
10. ควรตรวจอุปกรณก ารเลน ไมวาจะเปนไม เสาตาขาย หรอื โตะใหอ ยใู นสภาพทใ่ี ชเ ลน ได
11. จดั ใหผ ดู ูอยใู หห า งจากโตะ แขงขนั ใหม ากท่สี ุด
******************************************

มารยาทของผูเลนและผดู ทู ีด่ ี

การเลนกีฬาทกุ ประเภท ทง้ั ผเู ลนและผูดจู ําเปนตองมมี ารยาทในการเลนและการแขง ขัน เพอื่ ใหก ารเลน
และการแขง ขนั สําเรจ็ ลลุ วงไปดวยดไี ดร ับประโยชนต รงตามวัตถปุ ระสงค กอใหเกดิ ความสนกุ สนานทั้งผูเลน และ
ผูดูทดี่ ี

มารยาททดี่ ขี องผเู ลน เทเบิลเทนนสิ

1. กอ นการแขง ขนั หรอื แขงขนั เสร็จส้ินแลว ควรแสดงออกซึ่งมติ รภาพดว ยการจบั มือและทกั ทาย
ปราศรัยกนั อยา งสุภาพ

2. แตงกายใหเ หมาะสมรัดกุม สภุ าพเรยี บรอย และสะอาด
3. ผูเลนไมควรยบิ ยืมไมต ีหรืออุปกรณต าง ๆ ของผอู ืน่ มาเลน โดยไมจ ําเปน
4. ในระหวางการแขง ขนั ตองพยายามควบคุมอารมณใหสขุ ุมเยือกเย็น ไมหวัน่ ไหวงา ย ๆ
5. ผูเ ลน จะตอ งมคี วามรู ความเขา ใจ และปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บ และกตกิ าการแขง ขันอยาง

เครงครดั
6. ควรแสดงความยินดีหรือชมเชยดวยการปรบมอื เมือคแู ขง ขนั เลนไดดกี วา
7. ควรใหเ กียรติผตู ดั สินดว ยการยอมรับ และเชอ่ื ฟง คําตดั สนิ หากสงสัยใหปฏบิ ัติตามกติกาท่ี

วางไว
8. ไมว า จะเปนแพหรอื ผูชนะ ไมค วรแสดงอาการดใี จหรือเสียใจจนเกนิ ไป
9. หากเลนผิดพลาดเกดิ ขนึ้ ควรกลาวคาํ ขอโทษดวยการยกมอื หรอื ย้ิมแยมแจมใสอยา งบริสทุ ธใิ์ จ
10. ขณะทําการแขง ขนั ควรตง้ั ใหม ่นั ไมค วรฟง คาํ ย่วั ยุจากผูดหู รือกองเชียร หรอื อ่ืน ๆ
11. มคี วามตัง้ ใจในการฝกซอ มอยางสม่าํ เสมอ และมีระเบียบวินัย เชื่อฟงผฝู กสอน
12. ผูเลนท่ีดตี อ งมนี ้าํ ใจเปน นักกีฬา รแู พ รูชนะ รอู ภยั มกี ริ ิยาวาจาทสี่ ภุ าพตอคูแขงขนั
มารยาทที่ดขี องผูด เู ทเบลิ เทนนสิ
1. ผูดูควรมคี วามรคู วามเขาใจในกฎ ระเบยี บ กตกิ าการแขง ขันเปน อยา งดี
2. ควรใหเกยี รตแิ กนกั กฬี าแลชะผูตัดสิน ดว ยปรบมอื ตอนรบั เมอ่ื ผเู ลน และผูตัดสนิ ลงสนาม
3. ผดู ตู อ งใหเ กียรติ และยอรับคาํ ตดั สินของผูตดั สิน
4. ผูดจู ะตอ งไมแ สดงทาทาง สงเสียงยว่ั ยุ ใหผ เู ลนเสียสมาธิ หรอื เกดิ การทะเลาะวิวาทกัน
5. ผดู ตู องไมแ สดงกริ ยิ าท่ีไมส ภุ าพ ใชวตั ถสุ ่ิงขวางปานกั กฬี า กรรมการผูตดั สิน และผูช มดว ยกนั
6. ไมสง เสียงโหรอง หรือแสดงกริ ิยาทา ทางเยย หยนั เมอื่ ผูเลนเลน ผิดพลาดและผูตดั สินผิดพลาด
7. ควรนั่งชมการแขงขันดว ยความเรียบรอ ย ไมส ง เสียงเอะอะหรือกลาวคําหยาบ
8. ใหค วามรว มมอื กบั เจา หนา ที่ เม่อื เกดิ เหตกุ ารณว นุ วายขน้ึ ในสนามแขงขนั

********************************

การจับไมเ ทเบิลเทนนสิ

การจะเลนเทเบิลเทนนสิ ใหไดด ี ควรจะเรม่ิ ตนดว ยการจับไมท่ีถกู ตอง ผูเลน จาํ เปนตอ งศกึ ษา
และเรียนรวู ิธีการจบั ไมต ใี หถกู วธิ ี มีความถนดั มีความชาํ นาญ สามารถตี และบงั คบั ทิศทางของลกู ไดแ มน ยาํ
แนนอนในทกุ ทกั ษะทัง้ ลูกหยอด ลูกตบ และลกู เสิรฟ ทาํ ใหการเลน มีประสทิ ธภิ าพดีขนึ้ การจบั ไมท ่ถี กู ตองมี
ลกั ษณะทีส่ ําคญั คอื เมือ่ วางมือจับไมแ ลวจะรูส กึ สะดวกสบาย งา ยในการขยบั ไมใ หเคลอ่ื นไหวไปในทิศทางท่ี
ตองการ และทําใหเ กดิ ความม่ันใจในการเลน ผเู ลนทเบลิ เทนนสิ จะตอ งศกึ ษาวิธกี ารจับไมใ หถูกตอ ง การจบั ไม
เทเบิลเทนนสิ ทน่ี ยิ มมี 2 แบบ

1. การจับไมแ บบธรรมดา ( Shakehand Grip ) หรอื บางทีเรยี กวา การจับไมแบบขวางหรอื
แบบจบั มอื ลกั ษณะการจบั ไมแบบนคี้ อื

จับไมแ บบธรรมดา จบั ไมแ บบธรรมดา จบั ไมแบบธรรมดา อกี ลกั ษณะหนง่ึ คอื นิ้วช้ี

1.1 นว้ิ หัวแมม ือควรอยูตรงกลางของไม ชีไ้ ปทางหัวไม งอหัวแมมอื เลก็ นอ ย เพอื่
สะดวกตอ การตีลกู หลักมือ

1.2 น้ิวชีป้ ลอ ยตามสบายติดกบั ไมอกี ดา นหน่ึง นว้ิ ตอ งผอ นคลายอยตู ลอดเวลาอาจ
ปลอยน้ิวใหอ ยูท่ขี อบไม แตไ มค วรใหงอหรือโคง ตามรปู ไม ถานิ้วชย้ี าวกวา ปกตใิ หเลอ่ื นนว้ิ ช้สี ูงขึน้ อกี เล็กนอ ย

1.3 นว้ิ ทเี่ หลือทั้งสามนิ้วควรติดแนน กบั ดา มจบั
2. การจบั ไมแ บบจบั ปากกา ( Penholder Grip ) หรือบางทเี รยี กวา การจับแบบไมจ ีน

การจบั ไมแ บบจบั ปากกา ดานหนา มือ การจบั ไมแ บบจบั ปากกา ดา นหลังมอื

ลกั ษณะการจบั ไมแ บบจบั ปากกาน้ี คือ ใชม ือจบั ดามไมใ หอยูระหวางงามมือของน้ิวชแ้ี ละนวิ้

หวั แมม อื โดยนว้ิ ทง้ั สองนี้จะทาบอยบู นไมด านท่ีใชตลี ูก ปลายนิ้วทัง้ สองอาจชดิ หรือแยกจากกัน
เล็กนอ ยกไ็ ด สวนน้ิวทเี่ หลอื ใชเ ปน นว้ิ รบั ไมอ ยอู กี ดา นหนึ่ง

ขอ ดแี ละขอ เสยี ของการจับไมแบบธรรมดาและแบบจบั ปากกา

ขอดขี องการจบั ไมแ บบธรรมดา
1. ผเู ลน ไมต อ งเคล่ือนทีม่ ากก็สามารถเหวย่ี งแขนตีลูกไดท ้ังหนา มอื และหลังมือ
2. ผเู ลน สามารถใชไ มตลี ูกไดสองดาน ท้ังหนา มือ และหลังมอื
3. ผูเ ลนสามารถตีลูกไดใ นวงกวาง มมี มุ ในการควบคมุ ลกู ไดก วา ง

ขอ เสยี ของการจับไมแ บบธรรมดา
1. ผูเลนจะเปลี่ยนหนา ไมจ ากหนามอื เปน หลงั มือไดชา
2. ผเู ลนจะเลนลูกหรอื ตีลกู ไดช า เพราะตองเสียเวลายกไม และเง้อื ไมเปนวงกวาง

ขอดขี องการจบั ไมแบบจับปากกา
1. ผเู ลนสามารถจะตีลูกไดเร็วกวา
2. ผูเลนสามารถจะใชหนา ไมดานเดียวตลี กู ไดท ้งั หนา มือ และหลังมอื อยา งรวดเรว็
3. ผเู ลนไมต อ งเสยี เวลาพลิกขอ มอื และแขนเพ่ือเปล่ียนหนา ไมตีลูก

ขอเสยี ของการจับไมแ บบจับปากกา
1. ผเู ลนจะตอ งเคล่ือนทตี่ ลี กู มากขึ้น
2. ผูเลนจะสามารถตีลกู ไดในวงแคบเทานัน้
******************************

ฝกการสรางความคนุ เคยกบั ลกู ปงปอง

ฝก การสรางความคนุ เคยกบั ลกู ปง ปอง
- ใหเดก็ หดั โยนลกู ปง ปองเลน ไมวา จะทัง้ โยนไปมา , โยนให

ลกู ปงปองกระเดงแลว ใหเดก็ ๆ พยายามจบั ลกู ปงปองใหได หรอื โยน
ลกู กระทบขา งฝา ฯลฯ ซงึ่ แบบฝก นต้ี องการใหเด็ก ๆ ไดค นุ เคยกบั
จงั หวะการกระดอนของลูกปง ปอง รวมถึงไดสังเกตทิศทางของลกู
ปง ปองเมือ่ กระทบกับสง่ิ ตา งๆ โดยการฝก จะใหเด็กๆ ยนื เลนหรือน่งั
เลน กบั ลกู ปง ปองกไ็ ด

ฝก การตลี ูกดา นแบค แฮนด
- ฝกใหเดก็ ๆ หดั ตลี กู ปง ปองดว ยดานแบคแฮนด ใหเดก็ ๆ

น่งั ลงกบั พน้ื (ดังรูป) โดยใหอีกฝายหนง่ึ กลงิ้ ลูกไปกบั พน้ื และใหอ ีกฝา ย
หนึ่งหดั ตีลกู ปง ปองใหโดนโดยใชด านแบคแฮนดใ นการตลี ูก

ฝกการตลี กู ดา นโฟรแ ฮนด
- ทํานองเดียวกนั เราสามารถฝกใหเด็กๆ หัดตลี กู ดว ยดานโฟร

แฮนดเชน เดียวกนั กบั การฝก ตดี า นแบค แฮนดขา งตน ซึ่งการฝกลักษณะ
เชนนี้จะชว ยใหเ ดก็ เริ่มเรียนรกู ารใชไมปงปองตีลูกดว ยดานแบค แฮนด
และโฟรแ ฮนด เดก็ ๆ จะรูสกึ วา การเรมิ่ เลน ปง ปองนั้นไมใ ชส ิง่ ที่ยากเลย

ฝก การเดาะลกู ปง ปองแบบตา งๆ
- จากน้ัน..เราสามารถฝกใหเดก็ ๆ หดั เดาะลกู ปง ปองในลกั ษณะ

ตา งๆ ไมวา จะเปนการใชด านแบค แฮนดเดาะลกู , ใชโฟรแฮนดเ ดาะลกู
หรอื อาจจะเลย้ี งลูกใหอยบู นหนา ไมโดยไมใ หลกู ตกลงพื้นกไ็ ด ซ่งึ แบบ
ฝกนี้มวี ตั ถปุ ระสงคเพ่อื ฝก ใหเดก็ ๆ
ฝก การควบคมุ ลกู ปงปองใหได โดยผคู วบคมุ การฝก สามารถประยกุ ษรูปแบบการฝกตา งๆ ไดอ ยาง
มากมาย แตขอ สาํ คญั สําหรบั ผสู อนก็คอื การทจี่ ะตอ งไมเครง ครดั กับการฝก เดก็ ๆ ในวัยนจ้ี นเกนิ ไป ควรจะสอนให
เดก็ ๆ ไดม ีความสนกุ สนานกับการฝก ปง ปองมากกวา จะใหเ ดก็ การความรูสกึ ทีซ่ ีเรยี สกับกฬี าชนดิ น้ี เพราะหาก
เด็กๆ เกดิ ความรสู กึ เชน นี้ จะทาํ ใหเกดิ ความเบอ่ื หนายและจะเลิกเลน ไปในท่สี ุด
ฝก ใหรูจ ักการตีลกู ดว ยโฟรแฮนดแ ละแบค แฮนด

- หลังจากที่เดก็ ๆ ชํานาญการเดาะลกู แลว ผูฝก สอนสามารถ
เปลี่ยนแบบฝกมาเปน ใหเ ดก็ ๆ หัดตีลกู ดวยโฟรแฮนด โดยใหเด็กๆ อกี
คนหน่งึ โยนลกู ปง ปองใหอ กี คนหนึ่งตีลูกโดยใชด า นโฟรแฮนดและ
ดา นแบค แฮนดส ลบั กนั ไปมา

ฝกการตลี กู ปง ปองกับผนังดว ยดานแบคแฮนด
- จากนน้ั ลองใหเดก็ ๆ หดั ตลี กู ปง ปองกับผนงั โดยการนั่ง

เริม่ ตนจากการใชด านแบค แฮนดกอน(ดังรูป) พยายามใหเดก็ ๆ ตโี ตไ ด
หลายๆ ลูกข้นึ

ฝกการตลี ูกปง ปองกับผนงั ดว ยดา นโฟรแฮนด
- และตามดว ยการฝก ตนี ่ังตโี ตก บั ผนังดว ยดานโฟรแฮนด และ

เมือ่ เดก็ ๆ เกิดความคลอ งและชํานาญขนึ้ แลว ผคู วบคมุ การฝกสามารถ
ประยกุ ษใหเ ดก็ ๆ น่ังตีโตก ับผนงั โดยสลับการตีดว ยแบคแฮนดและโฟร
แฮนดสลับกันไป

ฝกการตโี ตก บั ผนงั ดว ยการยนื
- จากนัน้ ใหเด็กๆ เปลย่ี นจากการน่ังเปนการยืนตีโตก บั กําแพง

โดยใชฝ ก ตีโตโ ดยใชท้ังดานแบค แฮนดและโฟรแฮนดสลบั กันไป

ฝก ตลี กู ไปขา งหนา
- ฝกใหเดก็ ๆ ตลี กู ไปขา งหนา โดยการปลอ ยลูกปงปองตกพืน้

กอ นและคอ ยต(ี ดงั รูป) โดยสามารถฝกใหตไี ดทง้ั ดา นแบคแฮนดแ ละ
โฟรแ ฮนด

ฝก ตีโตไ ปมากลางอากาศ
- เมื่อเด็กๆ เกิดความชาํ นาญมากย่ิงขึ้นแลว ควรหัดใหเ ดก็ ๆ

ตลี กู โตไป-มากลางอากาศโดยไมใ หลกู ปง ปองตกลงพน้ื ดนิ ซงึ่ สามารถ
ฝก ตโี ตไ ดท ้งั ดานโฟรแฮนดและแบค แฮนดส ลบั ไปมา

เพ่ิมเกมสใ หเ ดก็ ๆ เพอ่ื ความสนกุ สนานในการฝก
- เมือ่ เด็กๆ เกดิ ความชํานาญมากขนึ้ ควรหาเกมสตางๆ มาให

เดก็ ๆ ฝกกนั ทัง้ นว้ี ตั ถปุ ระสงคใ นการฝกเด็กในวยั นี้เพอ่ื ใหเ ด็กเกิดความ
สนกุ สนานมากกวา จะฝก แบบเอาเปน เอาตาย แบบฝกในวยั นจี้ งึ ควรเนน
ไปท่เี บสกิ ตางๆ เพ่อื ใหเดก็ ๆ เกิดทกั ษะในการควบคุมลูกปง ปอง รวม
ถึงไดเรยี นรจู ังหวะและคุยเคยกบั เกมสปง ปองมากขนึ้

เกมสเกา อด้ี นตรี
- หาเกมสตา งๆ มาใหเ ดก็ ๆ ไดฝ ก เพื่อความสนุกสนานเพลดิ

เพลนิ ซึง่ อาจเปด เสยี งเพลงประกอบการฝกไปดว ยกไ็ มผดิ อะไร

เกมสปง ปอง-วอลเลย
- ลองแบง ขางใหเดก็ ๆ ไดต ีลกู ปง ปองขา มตาขายกนั อาจจะใช

แผงก้ันแบงออกเปน 2 ฝา ย และใหเด็กๆ ตีโตข ามไปมา ลองฝกแบบนี้
เดก็ ๆ ไมส นกุ และยงั เบือ่ อกี กไ็ มร ูจะวาอยางไรแลว ครับ

ปงปอง-บอลลนู
- หาลูกโปงมาใหเดก็ ๆ ตีบา ง กค็ งไมเ หน็ เปน ไรนะครับ

ฝกตีแบบมเี ปา หมายและกาํ หนดจุดใหล กู โดน
- ลองหาขวดหรือสง่ิ ของตางๆ มาใหเ ดก็ ตลี ูกปงปองไปใหโ ดน
(เหมือนกบั การยิงปน ลมในงานวดั ) บางก็ดีนะครับ แบบฝก น้จี ะฝก ให
เด็กไดม ีเปาหมายในการตีลูกปง ปองไปซงึ่ เดก็ ๆ จะเกดิ ความสนกุ สนาน
และเกิดความชาํ นาญโดยไมร ูตวั

ฝก กําหนดจุดกระทบบนผนัง
- เราสามารถกําหนดจดุ ใหเดก็ ๆ ตีโตบนผนังได( ดังรูป)โดยให

เดก็ ตีโตก ับกําแพงสลับดา นแบค แฮนด- โฟรแฮนดไ ปมา หรือจะให
เด็กๆ ผลดั กันตีคนละทกี ็ประยกุ ษใชไ ดเชน กนั ครับ

หาเกมสม าเลน กันอกี ดกี วา
- เกมสตางๆ เหลา นล้ี วนมปี ระโยชนตอ การฝก ปงปองในวนั

เดก็ ๆ ทัง้ นน้ั เดก็ ๆ จะเกดิ ความชํานาญข้นึ โดยไมรูตวั และเมือ่ เราฝก
เดก็ เหลาน้ีในเบสิกตา งๆ ทีส่ ูงขนึ้ คณุ จะรสู กึ วาไดว า เดก็ ๆ จะเกดิ การ
พัฒนาไดเ รว็ กวาเด็กที่ไมเคยผา นการฝก แบบนม้ี ากอนเลย

เลน เกมสตอ กนั ดกี วา
- แบง พื้นออกเปนส่ีสว นเทา ๆ กัน จากน้ันใหเด็กๆ ตลี ูกปงปอง

ไปตามชอ งตางๆ โดยจะตไี ปชอ งไหนกไ็ ด ทดลองเลนดนู ะครบั เดก็ ๆ
ท่ีไดเ ลน เกมสน้ีจะเกิดสมาธใิ นการเตรียมพรอ มที่จะตลี กู ปง ปองตลอด
เวลา รวมถึงจะไดเ กดิ ความคิดในการตีลูกไปอยางไรเพอ่ื ใหเ พอ่ื นๆ รับ
ไปไดอกี ดว ย

ฝก ตปี ง ปองบนพืน้ กอ นฝก บนโตะ
- การฝก แบบนีจ้ ะชว ยใหเดก็ ๆ ไดเกดิ การเรียนรเู กย่ี วกับกีฬา

ปงปองไดเรว็ ขึ้นกวานําเด็กไปฝกตีปงปองบนโตะ ปงปองจรงิ ทันที

โตะ อาหารก็นาํ มาทาํ เปนโตะ ปง ปองไดน ะ
- โตะ เรยี นหนงั สอื โตะ อาหาร ก็สามารถนํามาทําเปน โตะ

ปงปองสําหรบั เด็กๆ หดั เลนกอ นได ทั้งนโี้ ตะ เหลานี้จะไมม ขี นาดที่
ใหญเกนิ ไปนนั่ เอง ซ่ึงจะทําใหเดก็ ๆ หดั ตีปงปองไดงา ยขนึ้

ฝกตีปง ปองโดยมคี รฝู กปอ นหรอื ใชเ ครือ่ งยิงปอ น
- เม่อื เด็กๆ พรอ มทีจ่ ะเลนกบั โตะปงปองจริงๆ ควรจะมคี รฝู ก

เปน ผูทค่ี อยปอ นลูกจะดกี วา เพราะหากปลอ ยใหเดก็ ๆ เลนกันเอง จะทาํ
ใหเกดิ ความชํานาญไดช า และไมม ีผทู ่คี อยบอกขอ บกพรองของเดก็ ๆ
แตละคน

********************************************

การยืนเตรยี มพรอ มและการเคลื่อนไหว

ทาทางการยืนเตรียมพรอมในการเลนเทเบลิ เทนนสิ นับวา มสี ว นสําคัญตอ การเลนมาก เพราะ
การเลนเทเบิลเทนนสิ นนั้ จําเปนตอ งมีการเคลอื่ นไหวไปทวั่ ทุกสวนของรา งกาย การอยใู นทายนื ทถี่ กู ตองจะทําให
ตลี ูกไดถ นัดไมต อ งเคลอ่ื นไหวมาก กลับตัวเอ้ยี วตวั ไดเ ร็ว และถา เปนการเลนประเภทคู ก็จะทําใหผ เู ลน ฝายเดียว
กันเลนไดค ลองตวั ผูเลน ทั้งสองสามารถเลนประสานกนั ไดด ี และไมชนกนั เองซึง่ มีหลกั ปฏิบัตใิ นทายืนเตรยี ม
พรอ มทีถ่ กู ตอ งดังน้ี

1. ทายนื เตรยี มพรอม การเลน ประเภทเดยี ว มดี ังน้ี

ทายนื เตรยี ม การจบั ไมแ บบ ทา ยนื เตรยี ม การจับไมแ บบจับ

ผูเลนควรยืนตรงกลางโตะใหหางจากโตะ ประมาณ 1- 2 ฟตุ การยนื ใหเ ทา ใดเทา หนึ่งอยูห นา
เล็กนอ ย แยกเทา ใหห างออกจากกันกวา งประมาณ 1 ชวงไหล เขาท้งั สองขางงอเลก็ นอย ลําตวั โนม ไปขางหนา
นํ้าหนกั ตวั อยูบนเทาทง้ั สองขา ง ไหลอยูในทาทสี่ บายลดต่ําลงไปขา งหนา ไหลตอ งไมยกข้ึนหรอื เกร็ง มอื ขางที่
ถือไมอยขู างหนาระดับเอวและหางจากตวั พอสมควร มอื ขา งทไี่ มถือไมกางออกยกขนึ้ สูงกวา ขอ ศอกเล็กนอ ย เพ่ือ
ชว ยในการทรงตัว การยืนควรยนื ดว ยปลายเทา หรอื เทาเปน พรอมท่จี ะเคลื่อนท่ไี ปขางหนา ขา งหลัง และดา น
ขางไดต ลอดเวลา สายตามองท่ลี ูกเทเบิลเทนนิสตลอดเวลา

2. ทายนื เตรยี มพรอ ม การเลน ประเภทคู มีดงั น้ี
ทา ยนื เตรยี มพรอ มเมือ่ เลนประเภทคู

เหมอื นกับ ทา ยนื เตรยี มพรอ มเม่ือเลน ประเภท
เดียวทกุ ประการ จะมขี อ แตกตางกนั ทก่ี ารเลน
ประเภทคนู น้ั ผเู ลนจะตองผลัดกันเลนคนละ
ครั้ง และการเลน ประเภทคูน นั้ ลูกแรกจะรบั
ทีแ่ ดนขวาเสมอ ดังนน้ั ผเู ลน คนแรกจะยนื
เตรียมพรอ มอยูที่โตะดา นแดนขวา และผเู ลน
คนทส่ี องจะยืนเย้ืองไปขา งหลังทางซายมือเล็กนอย เมือ่ ผเู ลนคนแรกรับลกู แลว ลกู ตอมาผูเ ลน คนที่สองจะตอง
เปน ผูเ ลน สลบั กนั ไปดงั นี้เสมอ ปญหาของการเลนประเภทคจู งึ อยทู ก่ี ารเขา และการออก เพอื่ รับลกู จากฝา ยตรง
ขา ม การฝก เพือ่ ใหเกดิ ความชํานาญและมคี วามสมั พนั ธก นั จึงเปน สิง่ สําคัญมาก

การเคลอื่ นทขี่ องเทา
การเคลอื่ นท่ตี ลี กู คอื การเคล่อื นยายรางกายไปยงั ตาํ แหนง ที่เหมาะสมที่จะทําใหส ามารถตลี ูกได

อยางมีประสิทธิภาพ การเคลอ่ื นยายรางกายไดดีจาํ เปนจะตอ งมกี ารเคลื่อนยา ยเทา ไดด ดี ว ย การทจี่ ะตลี กู ไดอ ยา ง
ถูกตองนนั้ จะทําไดกต็ อเมื่อเทา พาตัวใหเ คล่อื นทีไ่ ปอยใู นตาํ แหนงทีส่ มั พนั ธกับลกู ทุกครัง้

ทา การเคลอ่ื นท่ีตลี กู ท่นี ยิ มใชใ นปจจุบนั มี 4 แบบ คอื

1. แบบกาวเทาเดียว หรือเทาใดเทา หนงึ่ เปน หลัก
ในขณะทตี่ ีลกู ใหใ ชเ ทาใดเทาหนึ่งเปน หลกั อีกเทา

หนึ่งกาวไปขา งหนา ขางหลัง ขา งซาย ขา งขวา เพยี ง
กาวเดยี ว เพอื่ กาวไปยงั ตําแหนงทเ่ี หมาะสม การกาว
เทา เดียวเหมาะสําหรบั ใชกับการรบั ลกู ท่ีอยูใ กลตวั

2. แบบยา ยกา ว หรือกาวเทา นาํ ลากเทา ตาม
ใชเทา ขา งทล่ี กู จะมาทิศทางทางดานนั้น กา ว

ไปขางซา ย ขา งขวา ขางหนา ขา งหลัง ตามทิศทางท่ี
ลูกมาหน่ึงกาวแลวใชเ ทาอีกขางหนึ่งลากตามไป โดยท่วั
ไปใชรับลกู ที่หา งตวั ไมม ากนัก

3. แบบไขวเ ทา
ใชเ ทา หนึง่ กาวไขวผานไปขางหนาของอีก

เทาหนึ่งแลว จึงกา วอกี เทา หน่ึงตาม โดยท่วั ไปใชรบั ลกู ที่
พงุ มาดา นขางโตะ หรอื เปนมมุ กวางมาก ๆ

4. แบบกระโดด
ใหใชเทา ออกแรงยนั พน้ื แลวกระโดดขน้ึ สอง

เทาลอยจากพื้น ซ่ึงอาจเคลื่อนทไี่ ปทางดา นซายหรอื
ทางดา นขวา ดานหนา หรอื ดา นหลงั พรอ ม ๆ กันตาม
ทิศทางท่ีลูกมาโดยทว่ั ไปใชรับลกู ที่ท่ีพุง มาเร็วและคอ น
ขางหา งจากตัวผูร ับ
*********************************

ทักษะการตีลูกเทเบลิ เทนนสิ

ทักษะการตลี ูก
การตลี กู คอื การใชแรงจากแขนทอนลาง และขอ มือบงั คบั ใหไมตไี ปกระทบลกู ปง ปองตรง

กง่ึ กลางไมพอดี ว่งิ ไปตามทศิ ทางทีต่ องการไดอ ยางถูกตอง และแมน ยํา การตีลูกในการเลนเทเบลิ เทนนสิ จะตอ ง
ปฏบิ ตั ใิ หถ ูกตอง โดยใหลูกลอยขา มตาขายจากฝง ตรงขามมาตกลงพื้นโตะ ของฝายเรากอ น จงึ จะใชไมต ีลกู นน้ั ให
ขา มตาขา ยไปยงั ฝงตรงขามได

การตลี กู มคี วามสมั พันธก ับการจับไมต ี การจับไมต ที ถี่ กู ตอ งจะชวยใหก ารตมี คี วามถนดั คลอ งตวั
สามารถจะตีและบงั คบั ทิศทางของลูกใหไปตามท่ีตอ งการได

การตลี กู ดว ยการจับไมแ บบธรรมดา
1. การตลี กู หนามือ เมอื่ ลกู มาไมต รงตัว
การจับไมแ บบธรรมดาเพอ่ื ตีลกู ทม่ี าไมตรงตวั ดว ยลกู หนามือ คอื การใชห นา ไมด า นน้วิ หวั

แมมอื เขาตีกระทบลกู ทมี่ าทางดานทีไ่ มถ นดั

วธิ ีปฏบิ ตั ิ จังหวะท่ี 1 ยนื อยูใ นทาเตรยี มพรอ ม สายตาจองจับอยูท ล่ี ูกตลอดเวลา
จงั หวะที่ 2 เมือ่ ลกู ลอยขามตาขา ยมา ใหบดิ ลาํ ตวั เฉพาะทอ นบนเหว่ียงแขนท่ีถือไมไ ปทาง

ดานทไ่ี มถนดั ขอ ศอกกางเลก็ นอ ย สว นแขนอกี ขางหนึ่งยกขนึ้ เพื่อการทรงตวั
จงั หวะที่ 3 เมอื่ ลูกกระดอนข้นึ มา ใหเหวีย่ งไมขนานกับพ้ืน กลับไปขา งหนาเพ่ือตีลกู ให

ไมปะทะกบั ลกู ในลกั ษณะหนาไมต้งั ฉากกับพื้น โดยใชแ รงสง จากแขนทอนลา ง
และขอมอื
จังหวะที่ 4 เม่อื ไดต ีลกู ไปแลวใหเ หว่ียงแขนตามไปเล็กนอย แลว กลับสูทาเตรียมพรอม

2. การตีลูกหลังมอื เมอ่ื ลกู มาไมต รงตัว
การจับไมแ บบธรรมดาเพื่อตีลกู ทีม่ าไมต รงตวั ดว ยลกู หลงั มือ คอื การใชห นาไมด า นนิว้ ชเี้ ขา ตี

กระทบลูกทีม่ าทางดา นทีไ่ มถ นดั

วธิ ปี ฏิบตั ิ จงั หวะท่ี 1 ยืนอยูในทา เตรยี มพรอ ม สายตาจองจับอยทู ่ลี ูกตลอดเวลา
จังหวะท่ี 2 เมื่อลกู ลอยขา มตาขา ยมา ใหบิดลาํ ตวั เฉพาะทอ นบนเหว่ยี งแขนทถี่ ือไมไ ปทาง
ดานท่ไี มถนดั สว นแขนอกี ขางหน่ึงยกขน้ึ เพ่ือการทรงตวั
จงั หวะที่ 3 เมอ่ื ลูกกระดอนขึ้นมา ใหเ หว่ียงไมข นานกบั พ้ืน กลับไปขา งหนาเพื่อตีลูกใหไม
ปะทะกบั ลกู ในลักษณะหนาไมตงั้ ฉากกับพื้น โดยใชแรงสงจากแขนทอนลาง
และขอ มือ
จังหวะที่ 4 เมอ่ื ไดตลี ูกไปแลว ใหเ หวีย่ งแขนตามไปเลก็ นอ ย แลวกลบั สูทาเตรียมพรอ ม

3. การตีลูกหลงั มอื เมอื่ ลกู มาตรงตัว

วิธปี ฏิบตั ิ จังหวะที่ 1 ยืนอยใู นทาเตรยี มพรอ ม สายตาจองจับอยทู ี่ลกู ตลอดเวลา
จงั หวะท่ี 2 เมื่อลกู ลอยขา มตาขา ยมา ใหเหว่ียงแขนทอ นลาง ดงึ ไมเขา หาลําตวั ใหห นา ไม
ดา นหลังมอื เตรยี มปะทะลกู ใหหนา ไมต ้ังฉากกบั พน้ื กางขอ ศอกออกเล็กนอย
สว นแขนอีกขางหน่ึงยกขน้ึ เพือ่ การทรงตัว
จงั หวะท่ี 3 เมื่อลกู กระดอนขน้ึ มา ใชข อมือดันไมอ อกไปขางหนา เพอื่ ตีลกู ขนานกับพน้ื โตะ
จงั หวะท่ี 4 เมอ่ื ไดต ลี ูกไปแลวใหเ หวี่ยงแขนตามไปเล็กนอ ย แลว กลบั สทู าเตรยี มพรอ ม

การตีลกู ดว ยการจับไมแ บบปากกาหรอื ไมจ ีน
1. การตีลูกหนามอื เมือ่ ลูกมาไมต รงตวั
การจบั ไมแบบปากกาเพือ่ ตลี ูกท่ีมาไมตรงตวั ดวยลกู หนามอื คอื การใชหนาไมตลี ูกทีม่ าทาง

มอื ท่จี บั ไมอ ยู

วิธปี ฏบิ ตั ิ จังหวะท่ี 1 ยืนอยใู นทา เตรยี มพรอม สายตาจองจับอยูที่ลูกตลอดเวลา
จังหวะที่ 2 เม่ือลูกลอยขามตาขายมา ใหบ ิดลําตัวเฉพาะทอ นบนพรอมกับเหวยี่ งแขนที่ถอื
ไมไปทางดา นท่ถี นดั ใหหวั ไมหนั ออกดานขาง หนาไมต ัง้ ฉากกบั พนื้ สว น
แขนอกี ขางหนึ่งยกขนึ้ เพือ่ การทรงตวั
จังหวะท่ี 3 เมอื่ ลูกกระดอนขนึ้ มา ใหเ หวย่ี งไมขนานกับพื้น กลับไปขา งหนา เพือ่ ตีลูกให
ไมปะทะกับลูกในลกั ษณะหนาไมตง้ั ฉากกับพ้ืน โดยใชแ รงสงจากแขนทอน
ลางและขอ มอื
จังหวะที่ 4 เม่ือไดตีลกู ไปแลว ใหเหวีย่ งแขนตามไปเลก็ นอย แลว กลับสูท า เตรยี มพรอ ม

2. การตลี ูกหลังมอื เมอื่ ลกู มาไมต รงตวั
การจบั ไมแบบปากกาเพอ่ื ตีลูกท่ีมาไมต รงตวั ดว ยลูกหลงั มือ คอื การใชห นาไมตีลกู ท่ีมาทางดา น
มอื ทไ่ี มไ ดจ ับไมอยู

วธิ ปี ฏิบตั ิ จงั หวะท่ี 1 ยืนอยูในทาเตรยี มพรอ ม สายตาจอ งจับอยูท่ีลูกตลอดเวลา
จงั หวะที่ 2 เมื่อลูกลอยขามตาขา ยมา ใหบ ดิ ลาํ ตวั เฉพาะทอ นบนพรอ มกบั เหว่ยี งแขนทถี่ อื
ไมไ ปทางดานทีไ่ มถนัด ตัง้ หนาไมหันหนา เขา หาลูก สว นแขนอกี ขา งหน่งึ
ยกขนึ้ เพื่อการทรงตวั

จงั หวะท่ี 3 เมอ่ื ลูกกระดอนขึน้ มา ใหเหว่ียงไมขนานกับพน้ื กลบั ไปขางหนา เพอื่ ตีลกู ให
หนา ไมป ะทะกับลูกในลกั ษณะหนาไมต ้งั ฉากกบั พื้นโดยใชแ รงสง จากแขนทอ น
ลางและขอมือ

จังหวะท่ี 4 เมอื่ ไดตีลูกไปแลว ใหเ หว่ียงแขนตามไปเลก็ นอ ย แลว กลับสูท า เตรยี มพรอ ม
3. การตีลูกหลังมอื เมอื่ ลกู มาตรงตัวผตู ี

วิธปี ฏบิ ตั ิ จงั หวะที่ 1 ยืนอยใู นทา เตรยี มพรอ ม สายตาจอ งจับอยูท่ีลกู ตลอดเวลา
จังหวะท่ี 2 เมอื่ ลกู ลอยขา มตาขายมา ใหเหวีย่ งแขนทอ นลาง ดงึ ไมเ ขา หาลาํ ตวั ใหห วั ไม
หนั ออกทางดา นขางทไี่ มถ นดั กางขอศอกออกเล็กนอย สว นแขนอกี ขา งหน่งึ
ยกขนึ้ เพ่อื การทรงตวั
จงั หวะท่ี 3 เมื่อลูกกระดอนขน้ึ มา ใหใ ชข อ มือและแขนทอ นลา งดันไมอ อกไปขา งหนาเพ่อื
ตีลูกใหขนานกบั พืน้ โตะใหห นาไมป ะทะกบั ลกู ในลักษณะหนา ไมต้งั ฉากกับพน้ื
จังหวะที่ 4 เมื่อไดตีลกู ไปแลวใหเ หวย่ี งแขนตามไปเลก็ นอย แลวกลบั สูทา เตรียมพรอ ม

****************************************

ทักษะการตีโตล กู ตามทศิ ทางท่ีลูกมา

ทักษะการตโี ตลกู
การตโี ตลกู ตามทิศทางที่ลกู มาไดถ กู ตองแมนยํา มปี ระสทิ ธิภาพไดด นี นั้ ตอ งอาศัยปจ จยั ตาง ๆ

หลายประการท่ีจะชว ยใหก ารตโี ตล กู ใหเ ปนไปดว ยดดี ังน้ี
1. การยืนเตรยี มพรอ มทีถ่ ูกตอ ง ซ่งึ จะชว ยใหผูเลน สามารถเคลื่อนที่เขา -ออก เพื่อตโี ตลูกได

อยา งถกู แคลว คลอ งวองไว ครอบคลมุ พื้นท่ีไดท ้ังหมด และตีโตลูกไดทนั ตอเหตุการณทกุ ดาน ไมว า ลกู จะมาใน
ทิศทางใดก็ตาม

2. การจับไมท ถ่ี ูกตอ งถูกวธิ ี ไมว าจะเปนการจบั ไมแ บบธรรมดาหรอื การจบั ไมแ บบปากกา ถา
สามารถตี และบงั คับทศิ ทางของลูกไดอ ยา งแมน ยาํ ในทกุ ลกั ษณะ ท้ังลกู หยอด ลกู ตบ ลกู เฉอื น และปฏบิ ัติได
อยางแคลว คลอ งวอ งไว

3. การคาดการณลวงหนา ของทศิ ทางทลี่ ูกว่งิ มา ผเู ลนตองสามารถคาดการณลวงหนา วา เม่ือ
ฝายตรงขามตีลกู หนา มือ แลว ลูกจะขา มตาขา ยมาตกยงั แดนท่อี ยทู างดา นหนา มอื ของเราเชนกนั ทิศทางของลกู ที่
จะว่ิงมานนั้ จะเปน แนวเฉียงหรอื เปน แนวทแยงมุมของโตะ

4. การใชส ายตามองตามลกู ผเู ลนจะตอ งใชสายตามองตามลูกตลอดเวลาทัง้ กอนตลี กู และ
ภายหลังตีลกู ไปแลว อวยั วะตา ง ๆ ทาํ งานประสานสัมพนั ธก ันไดด ี ต้ังแตก ารเคลื่อนที่ การใชมอื ตลี กู การใช
สายตากะระยะในการตลี กู ไดจงั หวะถกู ตอ งและแมนยาํ

5. การสังเกตทศิ ทางและตาํ แหนง ของลกู ผูเ ลนที่สามารถสงั เกตทศิ ทาง และตําแหนงของลกู
ไดถกู ตอ ง จะชว ยใหสามารถเตรียมพรอ มทจี่ ะตลี ูกนนั้ ไดใ นจงั หวะทพ่ี อดี การสงั เกตทิศทางของลกู ใหปฏบิ ตั ิ
ตามขอ 3 สว นการสงั เกตตาํ แหนง ของลูกที่จะลงสพู ้นื โตะนนั้ สามารถพจิ ารณาจากลักษณะของหนาไมใ นการ
ตลี กู ของฝายตรงขา ม เชน ถา ฝา ยตรงขามหงายหนา ไมขน้ึ ขณะตลี กู ลูกจะลอยขา มมาเปน วถิ ีโคง มาตกบรเิ วณ
หลงั โตะ แตถ าฝายตรงขามควา่ํ หนา ไมข ณะตลี กู ลกู จะพงุ เลยี ดตาขา ย และตกในบริเวณกลางโตะ ผเู ลน ท่ี
สามารถจะกะตาํ แหนงท่ลี ูกตกไดด จี ะชว ยใหสามารถเคลือ่ นท่ีเพือ่ จะตลี ูกไดใ นจังหวะทพ่ี อดี

6. การเคลอ่ื นทเี่ ขา ตลี ูก ผูเ ลน ทสี่ ามารถสงั เกตทศิ ทาง และตาํ แหนง ของลกู ตกไดด แี ละถกู ตอ ง
จะชวยใหส ามารถเคล่ือนท่ไี ปยงั ตาํ แหนง นัน้ ๆ เพ่ือทจี่ ะตลี ูกไดในจงั หวะที่พอดี

7. การเงอื้ ไม ผเู ลนสามารถจะสงั เกตทศิ ทาง และตาํ แหนงของลูกทจ่ี ะมาไดแ นนอนแมน ยํา
ก็จะชว ยใหสามารถเง้ือไมไ ปในทิศทางทล่ี กู จะมา และตีลกู ไดใ นจังหวะทพ่ี อดี ตามปกตกิ ารตลี ูกปงปอง ควร
เง้ือไมเ ปนวงแคบ ๆ เพ่อื ใหต ีลกู ที่วงิ่ มาอยางรวดเรว็ ไดท นั ถาเง้อื ไมเปนวงกวา งเกินไปอาจจะตีลกู ไมท นั

8. การจดั หนาไม ผูเลน ที่สามารถจัดหนา ไมห รอื ปรับหนา ไมไ ดถกู ตอ งจะชวยบงั คับทศิ ทาง
ของลกู ใหว ิง่ ไปตามทศิ ทางทตี่ องการไดอยา งแมนยํา ผูเลน ทย่ี งั ไมช ํานาญพอควรต้งั หนา ไมใ หตรง เพอื่ ตีลกู
ใหข า มตาขายไปตกในแดนตรงขา มไดก อน

การตีโตล กู ตามทิศทางทม่ี าดวยการจบั ไมแ บบธรรมดา
1. ลูกตกใกลต าขาย
1.1 ลกู ตกใกลตาขา ยทางดา นหนา มอื ของผรู บั

วธิ ปี ฏิบตั ิ 1.1.1 จากทา เตรียมพรอ ม สายตาจับอยูท ่ีลกู
1.1.2 ใหเหยียดแขนเหว่ยี งไมไ ปขา งหลังดานขวา หนั หนามือเขา หาลูก พรอมกบั กา ว

เทา ขวาไปขา งหนาเฉยี งออกดา นนอกเลก็ นอย
1.1.3 เม่อื ลูกกระดอนข้ึนมาใหเหวยี่ งแขนมาขา งหนา ตีลกู หนา มอื โดยอาศัยแรงสง

จากไหลข อ ศอก ขอมือ เหวี่ยงไมก ระทบลกู ขา มตาขายไป

1.2 ลูกตกใกลต าขายทางดานหลงั มอื ของผรู ับ

วธิ ีปฏบิ ตั ิ 1.2.1 จากทา เตรียมพรอม สายตาจบั อยทู ีล่ ูก
1.2.2 ใหเ หวีย่ งแขนขวาไปขา งหนา ทางดา นซายของลาํ ตวั หนั หลังมือเขา หาลูก

พรอมกบั กาวเทา ซา ยไปขางหนา เฉยี งออกดา นนอกเล็กนอ ย
1.2.3 เมื่อลกู กระดอนขึ้นมาใหเ หวยี่ งแขนมาขางหนาตลี กู หนา มอื โดยอาศยั แรงสง

จากแขนทอนลา ง ขอ มือ เหว่ียงไมก ระทบลูกขามตาขายไปฝง ตรงขา ม

2. ลกู ตกหลงั โตะ ในแนวเสน หลงั
2.1 ลูกตกหลงั โตะพงุ ออกทางดานหนา มือของผรู บั ปฏบิ ัตเิ ชนเดียวกบั การตีลูกหนา

มอื ดว ยการจับไมแ บบธรรมดา ดงั ไดก ลา วมาแลว แตเพ่มิ การถา ยนํา้ หนกั ตวั ไปทางทจี่ ะตี ขณะเหวยี่ งไมต ลี กู จะ
ชวยทาํ ใหมีแรงเหวยี่ งดีข้นึ ในการตี

2.2 ลกู ตกหลงั โตะพุงออกทางดานหลังมอื ของผรู บั ปฏิบตั ิเชนเก่ยี วกับการตลี กู หลัง
มอื ดว ยการจับไมแบบธรรมดา ดงั ไดก ลาวมาแลว แตเ พิ่มการถา ยน้าํ หนกั ตวั ไปทางที่จะตี ขณะเหวย่ี งไมตลี ูกจะ
ชว ยทาํ ใหมแี รงเหวยี่ งดีขึ้นในการตี

3. ลกู ตกกลางโตะในแนวเสนขาง
3.1 ลกู ตกกลางโตะ พงุ ออกแนวเสน ขา งดานหนา มือของผูรับ

วิธีปฏบิ ตั ิ 3.1.1 จากทา เตรียม สายตาจบั อยทู ี่ลกู
3.1.2 ใหเหวี่ยงไมไ ปขา งหลังดานขวามือ หนั ดา นหนา ไมเขาหาลกู พรอ มกบั กวา เทา
ซายผานหนาเทาขวาเฉียงไปขา งหนา ถา ยนา้ํ หนักตวั ไปฝง ตรงขาม
3.13 ใหเหว่ยี งไมก ระทบลกู สง ลูกขา มตาขายไปฝง ตรงขา ม

3.2 ลูกตกกลางโตะพงุ ออกแนวเสน ขา งทางดา นหลงั มอื ของผูรบั

วธิ ปี ฏบิ ตั ิ 3.2.1 จากทา เตรยี ม สายตาจับอยูทีล่ ูก
3.2.2 ใหเ หว่ียงไมไปทางดา นซายมือ หนั ดา นหลังมอื เขาหาลูก พรอ มกบั กวาเทาขวา

ผา นหนาเทาขวาเฉยี งไปขา งหนา ถายนํา้ หนกั ตวั ไปทเี่ ทา หนา
3.2.3 ใหเหวีย่ งไมก ระทบลูก สง ลกู ขามตาขายไปฝงตรงขาม

การตีโตลกู ตามทิศทางทีม่ าดวยการจบั ไมแ บบปากกา
1. ลูกตกใกลต าขาย
1.1 ลกู ตกใกลตาขายทางดานหนามอื ของผรู บั

วธิ ปี ฏบิ ตั ิ 1.1.1 จากทา เตรียมพรอ ม สายตาจบั อยูท ี่ลูก
1.1.2 ใหเหวีย่ งไมไปขา งหลงั ดา นขวา หนั หนา มอื เขา หาลูก หวั ไมหันลงพน้ื เฉยี ง

ออกดา นนอกเลก็ นอย พรอ มกับกาวเทาขวาไปขางหนา เฉยี งออกดานนอก
เล็กนอ ย
1.1.3 ใหเหว่ยี งไมกระทบลกู ใหล อยขา มตาขา ยไปฝง ตรงขาม

1.2 ลกู ตกใกลตาขา ยทางดานหลงั มือของผูรับ

วิธีปฏิบตั ิ 1.2.1 จากทาเตรยี มพรอม สายตาจับอยูท่ีลูก
1.2.2 ใหเหว่ียงไมไ ปทางดานซา ยมือ หนั หนาไมม ือเขา หาลูก หัวไมหนั ลงพื้นเฉียง
ออกดานนอกเลก็ นอ ย พรอมกับกวาเทา ซายไปขา งหนาเฉยี งออกดา นนอก
เลก็ นอย
1.2.3 ใหเ หวี่ยงไมก ระทบลกู สงลกู ขา มตาขายไปฝง ตรงขา ม

2. ลกู ตกหลงั โตะ ในแนวเสนหลัง
2.1 ลูกตกหลงั โตะพุงออกทางดา นหนา มอื ของผูรับ ปฏบิ ัติเชน เดยี วกับการตลี กู หนา

มือดว ยการจับไมแบบปากกา ดังไดกลาวมาแลว แตเพม่ิ การถา ยนา้ํ หนกั ตัวไปทางดานทจี่ ะตี เพื่อชว ยใหมีแรง
เหวีย่ งดขี น้ึ ในการตี

2.2 ลูกตกหลงั โตะพงุ ออกทางดา นหลังมอื ของผรู บั ปฏิบัตเิ ชน เดยี วกบั การตลี ูกหลงั
มอื ดว ยการจบั ไมแ บบปากกา ดังไดก ลาวมาแลว แตเ พิ่มการถายน้ําหนกั ตวั ไปทางดา นทจี่ ะตีขน้ึ อกี เพอ่ื ชว ยให
มีแรงเหวี่ยงดขี ึ้นในการตี

3. ลูกตกกลางโตะพงุ ออกแนวเสน ขา ง
3.1 ลูกตกกลางโตะ พงุ ออกแนวเสน ขางทางดา นหนามอื ของผรู บั

วิธปี ฏบิ ตั ิ 3.1.1 จากทาเตรียม สายตาจบั อยูท่ลี กู
3.1.2 ใหเหว่ียงไมไปขางหลังดา นขวามอื หนั ดา นหนา ไมเขา หาลูก พรอ มกบั กวา เทา
ซา ยผานหนา เทา ขวาเฉยี งไปขา งหนา นํา้ หนกั ตัวอยทู ี่เทาหนา
3.13 ใหเ หวย่ี งไมก ระทบลกู ใหลกู ลอยขา มตาขา ยไปฝง ตรงขาม

3.2 ลูกตกกลางโตะ พงุ ออกแนวเสนขางทางดานหลงั มอื ของผูรบั

วิธปี ฏิบตั ิ 3.2.1 จากทาเตรยี ม สายตาจับอยทู ล่ี กู
3.2.3 ใหเ หวี่ยงไมไ ปทางดานซายมอื เฉยี งไปขา งหนา หันหนาไมเขาหาลกู พรอม

กา วเทา ขวาผา นหนา เทา ซา ยเฉยี งไปขา งหนา ถา ยนา้ํ หนกั ตวั ไปที่เทาหนา
3.2.3 ใหเ หว่ียงไมก ระทบลกู ใหล ูกลอยขามตาขายไปฝง ตรงขาม

*********************************************

ทักษะการสงลกู เทเบลิ เทนนสิ

ทักษะการสง ลกู
การสงลกู หรอื การเสิรฟ ลกู เปน เทคนคิ ขัน้ แรกของการเลน เทเบลิ เทนนสิ การสงลกู ที่ดีจะชว ยให

ไดคะแนนอยา งงายดาย ในทางตรงกนั ขา มการสง ท่ีไมดจี ะเปนการเพ่มิ คะแนนใหกบั ฝายตรงขา ม ฉะนนั้ ผูเ ลน
ทกุ คนควรฝก การสงลูกใหชาํ นาญจากทางาย ๆ ไปหาทายาก ๆ ตามข้ันตอน

ลักษณะของการสงลกู ทถ่ี กู ตอ ง
การสงลูกท่ถี ูกตองจะตอ งประกอบดวยลักษณะตาง ๆ ดงั น้ี คอื
1. การถอื ลกู ตองวางลูกอยบู นกลางฝามือขา งทีไ่ มไดถ อื ไม แบมือออกใหนิ้วท้ังสเ่ี รยี งชดิ ตดิ

กันนวิ้ หวั แมม ือแยกออกเปน อสิ ระ ยกขน้ึ เหนือระดับแนวพน้ื โตะ และอยูนอกเสนสกดั ทีต่ อ ออกไปทง้ั สองขาง
และอยูใ นลักษณะนง่ิ

2. โยนลกู ขนึ้ ผสู ง ตอ งโยนลกู ขน้ึ จากกลางฝามือ ใหลกู ลอยตรงขน้ึ ไปในอากาศใหผูตดั สนิ
เหน็ อยางชัดเจน

3. การตลี ูก เม่อื ผสู งโยนลกู ขนึ้ ไปในอากาศแลว จะตองใชไ มตลี กู ใหตกลงในแดนของตนเอง
กอนทีจ่ ะขา มขายไปตกลงในแดนของฝายตรงขา ม ในขณะท่ไี มส มั ผัสลูก ลูกจะตองอยูนอกแนวเสนสกัด

การสง ลกู ดวยการจับไมแ บบธรรมดาดว ยมอื ขวา
1. การสงลกู หนา มอื ดว ยการจับไมแ บบธรรมดา

วธิ ีปฏิบตั ิ จงั หวะที่ 1 ทายนื เตรียมพรอม ใหเ ทา ซา ยอยูขางหนาเอยี งไหลซา ยเขาหาโตะ พรอมกับยนื่
มือซา ยไปขา งหนา ขอศอกชิดลําตวั ลกู ปงปองอยูกลางฝา มือ แขนทอ นลา งขนานกับพน้ื มือขวาท่ีถอื ไมช ไี้ ป
ทางเดียวกับมอื ซาย ใหหวั ไมช้อี อกไปดา นขา ง หนั หนาไมเ ขา หาลกู แขนทอนลา งและไมข นานกบั พนื้ ตามองที่
ลูกตลอดเวลา

จังหวะที่ 2 โยนลูกขึ้นตรง ๆ พรอมกบั เหวีย่ งแขนขวาท่ถี อื ไม และบิดลําตวั ไปขางหลงั
จังหวะที่ 3 เหวย่ี งแขนขวามาตีลกู ใหถูกตรงกลางหนาไม ควํ่าหรอื หงายหนา ไมเ ลก็ นอ ย

ในขณะทีไ่ มส ัมผัสลกู ลูกจะตอ งอยูน อกแนวเสนสกัด ตลี ูกใหตกในแดนของ
ตนกอ น เมอ่ื ตีลกู ไปแลว ควรผอ นมือตามไปดวยเลก็ นอ ย
2. การสงลกู หลงั มือดว ยการจับไมแ บบธรรมดา

วธิ ปี ฏบิ ตั ิ จังหวะที่ 1 ทายืนเตรยี มพรอม ใหเ ทา ขวาอยูขางหนาเอียงไหลขวาเขาหาตาขา ยพรอ มกับ
ยื่นมือซายข้ึนขา งหนาเขาหาโตะ แขนทอ นลา งขนานกับพน้ื ลูกปง ปองอยูกลางฝามอื ยกขนึ้ เหนือแนวระดบั พืน้
โตะ มอื ขวาทถ่ี อื ไมเ หวย่ี งไปทางไหลซา ย หันหนาไมดา นหลงั มอื เขา หาตาขา ย ใหหวั ไมชี้ออกไปดา นขาง ตามอง
ที่ลูกตลอดเวลา

จงั หวะท่ี 2 โยนลกู ขึ้นตรง ๆ พรอ มกับเหว่ียงแขนขวาทีถ่ อื ไม และบิดลําตวั ไปทางซา ย
จงั หวะท่ี 3 เหวยี่ งแขนขวามาตลี กู ใหถ กู ตรงกลางหนา ไม คว่าํ หรือหงายหนา ไมเลก็ นอ ย

ในขณะทไ่ี มสัมผัสลกู ลกู จะตองอยนู อกแนวเสน สกดั ตลี ูกใหต กในแดนของ
ตนกอ น เมือ่ ตลี ูกไปแลวควรผอ นมือตามไปดวยเลก็ นอย
การสงลกู ดว ยการจับไมแ บบปากกาหรือไมจีนดว ยมอื ขวา

1. การสง ลกู หนา มอื ดว ยการจบั ไมแ บบถอื แบบปากกา

วิธปี ฏบิ ตั ิ จงั หวะที่ 1 ทา ยนื เตรยี มพรอ ม ใหปฏบิ ัตเิ ชน เดียวกบั การสง ลกู หนามือดว ยการจับไมแ บบ
ธรรมดา แตเ ปลยี่ นเปน การจบั ไมแบบปากกา

จงั หวะที่ 2 โยนลูกขนึ้ ตรง ๆ พรอ มกับเหว่ยี งแขนขวาทถี่ ือไม และบดิ ลาํ ตวั ไปขางหลงั
จงั หวะท่ี 3 เหวีย่ งแขนขวามาตีลกู ใหถ กู ตรงกลางหนา ไม ควา่ํ หรอื หงายหนาไมเ ล็กนอย

ในขณะทไ่ี มสมั ผสั ลูก ลูกจะตองอยูนอกแนวเสน สกัด ตลี กู ใหต กในแดนของ
ตนกอ น เมื่อตลี กู ไปแลวควรผอ นมือตามไปดว ยเลก็ นอ ย

2. การสงลกู หลงั มอื ดว ยการจบั ไมแ บบปากกา

วิธีปฏิบตั ิ จงั หวะที่ 1 ทา ยืนเตรยี มพรอ ม ใหป ฏบิ ัติเชนเดียวกบั การสงลกู หลงั มอื ดวยการจับไมแ บบ
ธรรมดา แตเปลยี่ นเปนการจบั ไมแ บบปากกา

จงั หวะที่ 2 โยนลกู ขนึ้ ตรง ๆ พรอมกบั เหว่ยี งแขนขวาท่ถี อื ไม และบดิ ลําตวั ไปทางซาย
จงั หวะท่ี 3 เหวยี่ งแขนขวามาตีลกู ใหถ ูกตรงกลางหนาไม คว่ําหรือหงายหนาไมเลก็ นอย

ในขณะทไี่ มส ัมผสั ลูก ลกู จะตอ งอยูนอกแนวเสน สกัด ตลี กู ใหตกในแดนของ
ตนกอน เม่ือตลี กู ไปแลวควรผอ นมอื ตามไปดวยเลก็ นอ ย

*********************************

ทกั ษะการตบลูก

ทักษะการตบลกู
การตบลกู คอื การใชไมตลี ูกใหขามตาขายพุงลงโตะ ของฝา ยตรงขา มอยางรุนแรง และรวดเรว็

ยากตอการตโี ตลกู กลบั การตบลูกจะใชหลกั ของการตีลกู หมุนขน้ึ ใหร ุนแรง และรวดเรว็ กวาการตลี กู หมุนขนึ้
การตบลกู ทด่ี ีควรใหม กี ารเคลอื่ นไหวของทานทางนอยทส่ี ดุ

ประโยชนของการตบลูก
1. ผเู ลน ทีส่ ามารถตบลูกไดรนุ แรงและรวดเร็ว จะทําใหฝ า ยตรงขามรบั ลกู ไมไ ด มโี อกาสได
คะแนนไดงา ย
2. ผเู ลน ทส่ี ามารถตบลกู ไดแมน ยํา รุนแรง และรวดเร็ว จะทําใหฝา ยตรงขา มเสียหลกั ใน
การรบั ลกู เกิดการผดิ พลาดไดง า ย
3. การตบลูกเปน เทคนคิ ของการเลนของฝา ยรกุ ทีจ่ ะบกุ ใหฝ า ยตรงขามต้งั ตวั ไมตดิ ไม
สามารถจะตีลกู โตก ลบั ไปได
4. การตบลกู ที่เดด็ เดี่ยวรวดเรว็ และสามารถตบลกู ไดทกุ กรณจี ะเปน การทาํ ลายขวญั ของฝาย
ตรงขา มไปในตวั
การตบลกู ดว ยการจบั ไมแ บบธรรมดาดว ยมอื ขวา
1. การตบลกู หนา มือดว ยการจบั ไมแบบธรรมดา

วธิ ีปฏิบตั ิ
จงั หวะที่ 1 ทายืนเตรียมพรอ ม จบั ไมด ว ยมอื ขวาแบบธรรมดา ใหเ หว่ียงไมพ รอมกับหมุน
ตวั ไปขางหลงั ทางดา นหนามอื เพอ่ื ตลี ูก ใหไ หลซา ยหันเขาหาตาขา ย หวั ไมช อ้ี อก
ขนานกบั พน้ื ตามองอยทู ่ลี กู ตลอดเวลา
จังหวะที่ 2 เมอื่ ลูกกระดอนขึน้ สงู สุด ใหเหวยี่ งไมพ รอ มกับบิดลําตัวไปขางหนา คว่ําหนา ไม
ลงเลก็ นอย การเหวย่ี งไมใ หเหว่ียงจากขางลา งขน้ึ ขา งบนกระทบลกู ดา นหลังตรง
สวนบน ลูกจะพงุ ไปแรงและหมนุ ขึ้น
จงั หวะที่ 3 เม่อื ตีลูกไปแลว ใหเ หวยี่ งไมตามไปเลก็ นอย แลว กลับสูท า เตรยี มพรอม

2. การตบลกู หลังมือดวยการจับไมแ บบธรรมดา

วธิ ีปฏิบตั ิ
จังหวะท่ี 1 ทา ยนื เตรยี มพรอ ม จบั ไมดว ยมอื ขวาแบบธรรมดา ใหเหว่ยี งไมพรอมกบั หมุนตวั
ไปขา งหลังทางดานหลงั มือเพอ่ื ตลี ูก ใหไ หลขวาหันเขาหาตาขาย หวั ไมชี้ออกดาน
นอกขนานกบั พ้ืน ตามองอยทู ่ลี ูกตลอดเวลา
จงั หวะท่ี 2 เม่อื ลกู กระดอนข้นึ สูงสุด ใหเหวย่ี งไมพรอ มกบั บิดลาํ ตัวไปขา งหนา คว่ําหนา ไมล ง
เลก็ นอย การเหว่ยี งไมใ หเหวีย่ งจากลางขนึ้ บนกระทบลกู ดานหลังตรงสว นบน ลกู
จะพงุ ไปแรงและหมุนข้นึ
จงั หวะที่ 3 เม่ือตีลูกไปแลว ใหเหวีย่ งไมต ามไปเล็กนอ ย แลวกลบั สทู า เตรียมพรอ ม

การตบลกู ดว ยการจับไมแ บบปากกาดว ยมือขวา
1. การตบลกู หนา มอื ดว ยการจับไมแ บบปากกา

วธิ ีปฏิบตั ิ
จังหวะที่ 1 ทายืนเตรียมพรอม จบั ไมด วยมือขวาแบบปากกา ใหเหว่ยี งไมพ รอ มกับหมุนตวั ไป
ขางหลงั ทางดา นหนามือเพอื่ ตีลูก ใหไ หลซายหนั เขา หาตาขาย หวั ไมช ต้ี ่ําลง ตามอง
อยูท ลี่ กู ตลอดเวลา

จงั หวะที่ 2 เมอ่ื ลกู กระดอนข้นึ สูงสุด ใหเ หวย่ี งไมพรอมกับบดิ ลําตัวไปขางหนา ควา่ํ หนา ไมล ง
เลก็ นอ ย การเหวีย่ งไมใ หเหวยี่ งจากขางลางขน้ึ บน กระทบลกู ดานหลังตรงสว นบน
ลกู จะพงุ ไปแรงและหมนุ ขนึ้

จังหวะที่ 3 เมือ่ ตลี ูกไปแลว ใหเ หวย่ี งไมต ามไปเลก็ นอย แลวกลับสูทา เตรียมพรอ ม

2. การตบลกู หลังมือดว ยการจบั ไมแ บบปากกา

วธิ ปี ฏิบตั ิ
จงั หวะท่ี 1 ทายืนเตรียมพรอ ม จับไมด วยมือขวาแบบปากกา ใหเหวีย่ งไมพ รอ มกับหมนุ ตวั ไป
ขางหลงั ทางดานหลงั มือเพือ่ ตีลกู ใหไ หลข วาหันเขา หาตาขาย หวั ไมช ตี้ ํ่าลง ตามอง
อยทู ่ีลกู ตลอดเวลา
จังหวะที่ 2 เมอื่ ลกู กระดอนขน้ึ สูงสดุ ใหเ หวยี่ งไมพ รอ มกบั บิดลาํ ตัวไปขางหนา คว่ําหนา ไมล ง
เลก็ นอย การเหวยี่ งไมใ หเ หว่ยี งจากลา งขนึ้ บนกระทบลูกดา นหลงั ตรงสว นบน ลกู จะ
พุงไปแรงและหมนุ ขึ้น
จงั หวะที่ 3 เมอ่ื ตลี กู ไปแลว ใหเหวี่ยงไมตามไปเลก็ นอย แลวกลบั สูทา เตรยี มพรอม

ทกั ษะการตบลกู ไกลโตะ
การตบไกลโตะ คอื การตบลูกท่ีตกไกลตาขา ยไปจนเกอื บถงึ ขอบโตะ ดา นหลงั ผตู บตอ งยืนอยู

หางจุดทลี่ กู กระดอนขึน้ มาอยา งนอ ย 2 ฟตุ แลว เหวี่ยงไมต บลูก

การตบลกู ไกลโตะดวยการจบั ไมแ บบปากกาดวยมอื ขวา
1. การตบลกู หนา มอื ดวยการจบั ไมแ บบปากกา

วิธปี ฏิบตั ิ
จังหวะท่ี 1 ทา ยืนเตรียมพรอม จบั ไมดว ยมอื ขวาแบบปากกา กาวเทา ขวาเฉียงไปทางดา น
หลงั ใหเ หวีย่ งไมพ รอมกบั หมุนตวั ไปขา งหลังทางดานหนามือเพ่ือตีลูก ใหไหลซาย
หนั เขาหาตาขาย กะระยะใหล าํ ตวั อยูหางจากจดุ กระดอนประมาณ 2 ฟตุ ตามอง
อยทู ่ลี กู ตลอดเวลา
จงั หวะท่ี 2 เมื่อลกู กระดอนขึ้นสูงสุด ใหเหวยี่ งไมพรอ มกบั บิดลําตวั ไปขางหนา ควาํ่ หนา ไมล ง
เลก็ นอย การเหวี่ยงไมใ หเหวี่ยงจากขางลา งขนึ้ บนเฉยี งไปทางซาย กระทบลูกดาน
หลังตรงสว นบนลกู จะพงุ เปนแนวโคง และหมุนขน้ึ
จังหวะท่ี 3 เมอื่ ตีลูกไปแลว ใหเ หว่ียงไมตามลกู เฉยี งไปทางซา ยมือแลวกลับสทู าเตรยี มพรอม

2. การตบลูกหลังมอื ดว ยการจับไมแบบปากกา

วิธีปฏบิ ตั ิ
จังหวะท่ี 1 ทายืนเตรียมพรอม จับไมด ว ยมอื ขวาแบบปากกา กา วเทาซายเฉียงไปทางดานหลัง
ใหเหว่ียงไมพ รอมกับหมนุ ตวั ไปขา งหลังทางดา นหลงั มอื เพ่อื ตีลกู ใหไหลข วาหัน
เขา หาตาขาย กะระยะใหลําตวั อยหู า งจากจดุ กระดอนประมาณ 2 ฟุต ตามองอยู
ทลี่ ูกตลอดเวลา

จงั หวะที่ 2 เมือ่ ลกู กระดอนข้นึ สูงสุด ใหเหวย่ี งไมพ รอมกับบดิ ลําตวั ไปขางหนา คว่ําหนาไม
ลงเล็กนอ ย การเหวีย่ งไมใ หเ หวย่ี งจากขางลางขนึ้ บนเฉยี งไปทางขวา กระทบลูก
ดานหลงั ตรงสว นบนลกู จะพุงเปนแนวโคง และหมนุ ขนึ้

จงั หวะที่ 3 เมอ่ื ตลี กู ไปแลว ใหเ หว่ียงไมต ามลกู เฉยี งไปทางขวามือแลว กลบั สทู า เตรียมพรอ ม
ทกั ษะการตบลกู ใกลโ ตะ

การตบใกลโ ตะ คือ การตบลกู ที่ตกใกลต าขา ย แตอยูหา งไกลผตู บ ผตู บจะตอ งกาวเทาเขา ไป
ชิดโตะแลวจึงตบลูก

การตบลกู ใกลโ ตะ ดวยการจับไมแ บบปากกาดว ยมอื ขวา
1. การตบลกู หนา มอื ดวยการจับไมแบบปากกา

วธิ ีปฏิบตั ิ
จงั หวะท่ี 1 ทายืนเตรียมพรอม จับไมดวยมือขวาแบบปากกา กา วเทาซายไปขาหนาใหลาํ ตัวอยู
ชิดโตะ เหวี่ยงไมพ รอมกับหมุนตวั ไปขา งหลงั ทางดานหนา มือเพ่อื ตีลูก ใหไหลซ าย
หันเขาหาตาขา ย ตามองอยูท ล่ี กู ตลอดเวลา
จงั หวะท่ี 2 เมอ่ื ลูกกระดอนขน้ึ สงู สุด ใหเ หวยี่ งไมพรอมกับบิดลาํ ตัวไปขา งหนา ตวัดขอ มอื ตลี ูก
ใหห นา ไมกระทบลูกดา นหลัง ควา่ํ หนาไมเ ล็กนอย ลกู จะพุง เปน แนวโคง และ
หมนุ ขนึ้
จงั หวะท่ี 3 เมื่อตลี กู ไปแลวใหเ หวีย่ งไมต ามลกู เฉยี งไปทางซา ยมอื แลวกลบั สทู าเตรียมพรอม
2. การตบลกู หลังมือดว ยการจับไมแ บบปากกา

วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
จงั หวะที่ 1 ทายืนเตรียมพรอม จับไมดวยมือขวาแบบปากกา กา วเทาขวาไปขา งหนาใหล าํ ตวั
อยชู ดิ โตะ เหว่ียงไมพรอมกบั หมนุ ตวั ไปขางหลังทางดา นหลังมือเพอื่ ตลี กู ใหไหล
ขวาหนั เขาหาตาขาย ตามองอยทู ี่ลูกตลอดเวลา
จังหวะที่ 2 เมือ่ ลูกกระดอนข้ึนสูงสุด ใหเ หวย่ี งไมพ รอ มกับบดิ ลาํ ตวั ไปขา งหนา ตวัดขอมอื
ตลี ูก ใหห นาไมก ระทบลกู ดานหลงั คว่าํ หนาไมล งเล็กนอย ลูกจะพุงเปน แนว
โคงและหมนุ ขน้ึ
จังหวะที่ 3 เมื่อตีลกู ไปแลว ใหเหว่ียงไมต ามลกู เฉียงไปทางขวามือแลว กลับสูทาเตรยี มพรอ ม

**********************************

ใบความรู

กติกาเทเบิลเทนนสิ

1. โตะ เทเบลิ เทนนิส
1.1 พ้ืนหนา ดานบนของโตะเรยี กวา “พ้นื ผิวโตะ ” จะเปน รปู สี่เหลยี่ มผนื ผามคี วามยาว 2.74 เมตร

( 9 ฟุต) ความกวาง 1.525 เมตร ( 5 ฟตุ ) และจะตอ งสูงไดร ะดับ โดยวัดจากพนื้ ท่ีตัง้ ขน้ึ มาถงึ พืน้ ผิวโตะสูง 76
เซนติเมตร ( 2 ฟุต 6 นวิ้ )

1.2 พนื้ ผวิ โตะใหรวมถงึ ขอบบนสดุ ของโตะ แตไ มรวมถงึ ดา นขางของโตะทอี่ ยตู ํ่ากวาขอบบนสุด
ของโตะ ลงมา

1.3 พนื้ ผวิ โตะอาจทําดวยวสั ดใุ ดๆ กไ็ ด แตจ ะตองมคี วามกระดอนสม่ําเสมอ เมอื่ เอาลูกเทเบลิ เทน
นิสมาตรฐานทง้ิ ลงในระยะสงู 30 เซนตเิ มตร ลูกจะกระดอนข้ึนมาประมาณ 23 เซนติเมตร

1.4 พน้ื ผิวโตะ จะตองเปน สีเขมสมํา่ เสมอและเปนสีดานไมสะทอนแสง ขอบดา นบนของพ้ืนผวิ
โตะ ทง้ั 4 ดา นจะทางดว ยสขี าว มคี วามกวาง 2 เซนตเิ มตร เสนของพนื้ ผิวโตะ ดานยาว 2.74 เมตรทง้ั สองขา งเรียกวา
“เสน ขาง” เสน ของพนื้ ผิวโตะ ดา นกวาง 1.525 เมตร ทงั้ สองขางเรยี กวา “เสน สกดั ”

1.5 พ้ืนผวิ โตะจะถูกแบง ออกเปน สองแดนเทาๆ กนั กน้ั ดว ยเน็ตซ่ึงขงึ ต้งั ฉากกับพ้นื ผวิ โตะ และ
ขนานกับเสน สกดั โดยตลอด

1.6 สาํ หรับประเภทคู ในแตละแดนจะถูกแบง ออกเปนสองสวนเทา ๆ กันดว ยเสน สีขาวขนาดกวาง
3 มลิ ลิเมตร โดยขีดขนานกับเสนขางเรยี กวา “เสน กลาง” และใหถอื วา เสน กลางนี้เปนสว นหนงึ่ ของคอรต ดานขวา
ของโตะดว ย

1.7 ในการแขง ขันระดบั มาตรฐานสากลโตะเทเบิลเทนนสิ ทใี่ ชสาํ หรับแขง ขันจะตอ งเปน ย่ีหอ และ
ชนดิ ทไี่ ดร บั การรบั รองจากสหพนั ธเทเบลิ เทนนสิ นานาชาติเทาน้ัน และในการจัดการแขงขันจะตอ งระบุสีของโตะ ท่ี
จะใชแ ขงขันลงในระเบียบการแขงขันดว ยทกุ ครงั้

2. สวนประกอบของเนต็
2.1 สว นประกอบของเน็ตจะประกอบไปดว ย ตาขา ย ทีแ่ ขวนและเสาตัง้ รวมไปถึงท่ีจบั ยดึ กับโตะ

เทเบลิ เทนนิส
2.2 ตาขายจะตองขงึ ตึงและยึดดวยเชอื กซ่ึงผกู ติดปลายยอดเสา ซึ่งตั้งตรงสงู จากพื้นผวิ โตะ15.25

เซนติเมตร ( 6 นว้ิ ) และยื่นออกไปจากเสน ขางของโตะ ถงึ ตัวเสาตานละ 15.25 เซนตเิ มตร( 6 นว้ิ )
2.3 สว นบนสุดของตาขายตลอดแนวยาว จะตอ งสงู จากพนื้ ผิวโตะ 15.25 เซนติเมตร
2.4 สว นลางสดุ ของตาขา ยตลอดแนวยาวจะตอ งอยชู ดิ กบั พื้นผวิ โตะ และสวนปลายสุดของตาขาย

ทงั้ สองดานจะตอ งอยชู ดิ กบั เสาใหม ากทส่ี ดุ เทา ที่เปน ไปได
2.5 ในการแขง ขนั ระดับมาตรฐานสากล เน็ตที่ใชสาํ หรบั แขง ขนั จะตองเปนยหี่ อ และชนิดที่ไดร บั

การรบั รองจากสหพนั ธเ ทเบิลเทนนสิ นานาชาตเิ ทานน้ั และจะตอ งเปน สีเดยี วกันกับโตะทใี่ ชแ ขงขนั

3. ลูกเทเบลิ เทนนสิ
3.1 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะตองกลมและมเี สนผา ศนู ยก ลาง 40 มิลลิเมตร
3.2 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะตอ งมนี าํ้ หนัก………..กรมั
3.3 ลกู เทเบลิ เทนนสิ จะตองทําดวยเซลลลู อยดหรือวสั ดุพลาสตกิ อน่ื ใดทค่ี ลายคลึงกนั มสี ีขาว

สเี หลอื ง หรือสีสม และเปนสีดาน
3.4 ลกู เทเบิลเทนนิสที่ใชส ําหรับแขง ขันจะตองเปน ยหี่ อ และชนดิ ทไ่ี ดร บั การรบั รองจากสหพนั ธ

เทเบลิ เทนนสิ นานาชาตเิ ทานน้ั และจะตอ งระบสุ ขี องลูกทจี่ ะใชแ ขง ขนั ลงในระเบียบการแขง ขันทกุ ครั้ง

4. ไมเทเบลิ เทนนสิ
4.1 ไมเ ทเบิลเทนนิสจะมรี ูปรา ง ขนาด หรือน้ําหนกั อยา งไรกไ็ ด แตห นาไมจ ะตองแบนเรียบและ

แขง็
4.2 อยางนอ ยทีส่ ดุ 85% ของความหนาของไม จะตองทาํ ดว ยไมธรรมชาติ ชนั้ ท่อี ดั อยตู ิดภายใน

หนา ไม ซ่ึงทาํ ดวยวัสดอุ ่ืนใด เชน คารบอนไฟเบอร , กลาสไฟเบอร หรือกระดาษอัดจะตองมคี วามหนาไมเ กิน 7.5 %
ของความหนาทั้งหนาไมหรือไมเกิน 0.35 มิลลิเมตร สดุ แทแ ตกรณใี ดจะมคี านอ ยกวา

4.3 หนาไมเ ทเบิลเทนนิสดา นท่ีใชใ นการตีลกู จะตอ งมีวัสดุปดทับ วัสดุนนั้ จะเปน ยางเมด็ ธรรมดา
แผนเดียวกนั โดยหนั เอาเม็ดออกมาดา นนอกและไมมีฟองน้าํ รองรับ แผนยางชนิดน้เี มือ่ ปดทับหนา ไมแ ละรวมกับ
กาวแลว จะตอ งมีความหนาท้ังสน้ิ ไมเกิน 2 มลิ ลเิ มตร หรอื แผนยางแผน เดยี วกันชนดิ มฟี องนาํ้ รองรับโดยจะหนั เอา
เมด็ อยูด า นในหรือเอาเมด็ อยูดานนอกก็ได ยางชนิดน้ีเม่อื ปดทบั หนาไมแ ละรวมกบั กาวแลวจะตอ งมีความหนาท้งั สิน้
ไมเ กิน 4 มลิ ลิเมตร

4.3.1) แผน ยางเม็ดธรรมดา จะตองเปนชน้ิ เดียวและไมมีฟองน้ํารองรบั จะทําดว ยยางหรอื
ยางสังเคราะห มเี มด็ กระจายอยูอยา งสมํ่าเสมอไมนอ ยกวา 10 เม็ดตอ 1 ตารางเซนติเมตร และไมมากกวา 50 เม็ดตอ 1
ตารางเซนติเมตร

4.3.2) แผนยางชนดิ มีฟองน้าํ ประกอบดวยฟองนา้ํ ชน้ิ เดียวปดคลมุ ดว ยแผนยางเม็ดธรรม
ดาช้นิ เดยี ว ซง่ึ ความหนาของแผนยางธรรมดานจ้ี ะตอ งมคี วามหนาไมเ กิน 4 มิลลเิ มตร

4.4 วัสดปุ ดทับหนาไมจ ะตองปดทบั คลมุ หนาไมด า นนน้ั ๆ และจะตองไมเ กินขอบของหนาไมออก
ไป ยกเวน สวนทใี่ กลกบั ดา มจบั ท่ีสุดและท่วี างนว้ิ อาจจะหมุ หรอื ไมหุมดวยวัสดใุ ด ๆ ก็ได ซง่ึ อาจจะถูกพจิ ารณาวา
เปน สว นหน่ึงของดามจับ

4.5 หนา ไมเ ทเบลิ เทนนสิ ชนั้ ภายในหนาไมและชั้นของวสั ดปุ ดทับตางๆ หรือ
กาวจะตอ งสมาํ่ เสมอและมคี วามหนาเทากนั ตลอด

4.6 หนาไมเ ทเบลิ เทนนิสดา นหน่งึ จะตอ งเปนสีแดงสวา ง และอีกดานหนง่ึ จะตองเปน สีดํา โดยไม
คาํ นงึ วาหนาไมน น้ั จะใชต ลี ูกเทเบิลเทนนิสหรอื ไม และจะตอ งมสี กี ลมกลนื อยางสมาํ่ เสมอไมส ะทอนแสง ตามขอบ
ของไมเทเบลิ เทนนิสจะตอ งไมเปนสีสะทอนแสงหรอื มสี ว นหนงึ่ สว นใดเปนสขี าว

4.7 วสั ดทุ ี่ปดทับหนาไมสําหรบั ตีลูกเทเบลิ เทนนสิ จะตองมเี ครอ่ื งหมายการคาของบรษิ ทั ฯ ผผู ลติ
ย่ีหอ รุน และเคร่อื งหมาย ITTF แสดงไวอ ยางชัดเจนใกลกบั ขอบของหนา ไม โดยจะตอ งเปนช่อื ยห่ี อ และชนิด ทไ่ี ด

รบั การรับรองจากสหพนั ธเ ทเบิลเทนนสิ นานาชาติ ครัง้ หลังสุดเทานั้น
4.8 สาํ หรับกาวทมี่ สี ว นประกอบของสารพษิ จะไมอ นญุ าตใหใชทาลงบนหนาไมเ ทเบิลเทนนสิ

ผเู ลน จะตองใชก าวแผนสําเร็จรูป หรอื กาวทไ่ี ดร ับการรบั รองจากสหพันธเ ทเบลิ เทนนสิ นานาชาติเทา น้นั
4.9 การเปลย่ี นแปลงเล็กนอยของความสม่าํ เสมอของผวิ หนาไมหรอื วสั ดุปด ทบั หรือความไมสม่ํา

เสมอของสีหรือขนาด เนอื่ งจากการเสียหายจากอุบัตเิ หตุ การใชง านหรือสีจาง อาจจะอนญุ าตใหใ ชไ ด โดยมีเงื่อนไข
วา เหตเุ หลานั้นไมไดเ ปล่ียนแปลงอยา งสาํ คญั ตอ คณุ ลกั ษณะของผิวหนาไมห รอื ผิววสั ดปุ ด ทบั

4.10 เมือ่ เร่ิมการแขง ขนั และเมอ่ื ใดกต็ ามท่ผี เู ลนเปล่ียนไมเ ทเบิลเทนนิสระหวางการแขง ขัน ผเู ลน
จะตอ งแสดงไมเ ทเบลิ เทนนิสท่ีเขาเปลี่ยนใหกับคแู ขง ขนั และกรรมการผตู ัดสนิ ตรวจสอบกอ นทกุ ครง้ั

4.11 เปน ความรบั ผดิ ชอบของผเู ลนท่จี ะตองม่นั ใจวาไมเ ทเบิลเทนนสิ น้ันถกู ตอ งตามระเบียบและ
กตกิ า

4.12 ในกรณีทม่ี ปี ญหาเกี่ยวกบั อปุ กรณการเลน ใหอ ยูในดลุ ยพนิ ิจของผชู ีข้ าด

5. คําจาํ กดั ความ
5.1 การตีโต หมายถงึ ระยะเวลาทลี่ ูกอยใู นการเลน
5.2 ลูกอยใู นการเลน หมายถึง เมื่อลกู เทเบลิ เทนนิสไดหยดุ นง่ิ บนฝามอื อสิ ระกอนการสงลกู ใน

จงั หวะสดุ ทา ย จนกระท่งั ลกู นนั้ ถกู ส่งั ใหเปนเล็ทหรอื ไดคะแนน
5.3 การสง ใหม ( LET ) หมายถึง การตโี ตท่ไี มมีผลไดค ะแนน
5.4 การไดค ะแนน หมายถงึ การตโี ตที่มีผลไดค ะแนน
5.5 มือทถ่ี อื ไม หมายถงึ มือในขณะทถ่ี ือไมเทเบลิ เทนนิส
5.6 มอื อิสระ หมายถึง มือในขณะทีไ่ มไ ดถ ือไมเ ทเบิลเทนนิส
5.7 การตลี กู หมายถงึ การท่ีผูเลน สมั ผัสลกู ดวยไมเ ทเบิลเทนนิสขณะทถ่ี อื อยูหรือสมั ผสั ลกู ตัง้ แต

ขอมือของมือในขณะทถ่ี ือไมลงไป
5.8 การขวางลกู หมายถงึ ขณะท่ีลกู กําลังอยใู นการเลน และฝายตรงขามตลี กู มาโดยลกู นั้นยังไมไ ด

กระทบแดนของอกี ฝา ยหนึ่ง ปรากฏวาผเู ลนหรือสง่ิ ใด ๆ ท่ีเขาสวมใสหรือถึออยขู องผเู ลน ฝายน้นั ไดส ัมผสั ถกู ลูก
ขณะทล่ี ูกนน้ั ยังไมผา นพน้ื ผิวโตะและยังไมพนเสน สกดั หรือผา นพ้ืนผิวโตะ แลว แตลกู นน้ั ยังอยูในพืน้ ทีบ่ นโตะ

5.9 ผสู ง หมายถึง ผทู ี่ตลี กู เทเบิลเทนนสิ เปนครง้ั แรกในการตีโต
5.10 ผรู บั หมายถึง ผทู ี่ตีลกู เทเบลิ เทนนสิ เปนคร้งั ทีส่ องในการตโี ต
5.11 ผูตดั สิน หมายถงึ ผทู ่ีถูกแตงต้ังขน้ึ เพ่ือควบคุมการแขงขนั
5.12 ผชู ว ยผูตัดสนิ หมายถึง ผูท่ีถูกแตงตัง้ ข้นึ เพอ่ื ชวยผตู ดั สนิ ในการตดั สิน
5.13 สง่ิ ใดๆ ทผ่ี ูเลน สวมใสห รอื ถอื อยู หมายถึง ส่งิ ใดๆ ก็ตามท่ีผเู ลนสวมใสห รอื ถอื อยูต้งั แตเ รมิ่
การตีโต
5.14 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะถกู พจิ ารณาวาผานขา มหรือออมหรอื ลอดสว นประกอบของเนต็ ถา ลูกนน้ั
ไดขา มผานเนต็ ไปแลวและกระดอนกลับดว ยแรงหมุนของมันเอง หรอื ผา นดานขางหรอื ดานใตของสว นประกอบ
ของเนต็ ดานนอกโตะ

5.15 เสน สกัด หมายรวมถึง เสนสมมุตทิ ล่ี ากตอ ออกไปจากเสนสกดั ทั้งสองดานดว ย

6. การสง ลกู ที่ถกู ตอง
6.1 เม่ือเรมิ่ สง ลกู ลกู เทเบลิ เทนนิสตอ งวางเปน อิสระอยูบนฝา มือของมอื อสิ ระ โดยแบบฝา มือออก

และลูกตอ งหยุดนง่ิ โดยลกู นั้นตอ งอยหู ลังเสนสกดั และอยูเ หนือระดบั พนื้ ผิวโตะ
6.2 ในการสงลูก ผสู งจะตองโยนลูกขน้ึ ขางบนดวยมือใหใ กลเคยี งกับเสน ตง้ั ฉากและใหสูงจากจดุ

ที่ลูกออกจากฝามือไมน อยกวา 16 เซนตเิ มตร โดยลกู ที่โยนข้ึนไปนนั้ จะตองไมเ ปนลกู ที่ถูกทาํ ใหหมุนดว ยความต้งั ใจ
6.3 ผสู งจะตีลูกไดข ณะท่ลี ูกเทเบลิ เทนนสิ ไดล ดระดบั ลงจากจดุ สูงสดุ แลว เพอ่ื ใหลูกกระทบแดน

ของผสู งกอนแลว ขา มหรอื ออ มตาขายไปกระทบแดนของฝา ยรบั สาํ หรับประเภทคู ลูกเทเบลิ เทนนสิ จะตองกระทบ
ครง่ึ แดนขวาของผสู งกอนแลวขามตาขา ยไปกระทบคร่ึงแดนขวาของฝา ยรบั

6.4 ทง้ั ลกู เทเบลิ เทนนิสและไมเ ทเบิลเทนนิสจะตอ งอยเู หรือพน้ื ผิวโตะตลอดเวลาทีเ่ รม่ิ ทําการสง
ลูกจนกระท่งั ไมไ ดก ระทบลกู แลว

6.5 ในการสงลูก ขณะทลี่ กู กระทบหนา ไมจ ะตองอยนู อกเสนสกดั ทางดา นผสู ง หรือนอกอาณาเขต
เสน สมมตุ ิทตี่ อออกไปจากเสนสกัด และตองไมเ ลยสว นทไี่ กลทส่ี ดุ ของลําตวั ออกไปทางดา นหลงั โดยวดั จากเสน
สกดั ยกเวน แขน ศรีษะ หรือขา

6.6 เปนความรับผดิ ชอบของเลนที่จะตองสงลกู ใหผ ตู ดั สินหรอื ผชู ว ยผตู ัดสนิ เห็น และตรวจสอบ
ถึงการสง ลูกนน้ั วา ถูกตอ งตามกตกิ าหรือไม

6.6.1) ถา ผูตดั สนิ สงสัยในลักษณะการสงลูก แตท ั้งเขาและผูชวยผูตัดสนิ ไมมนั่ ใจวา ผสู ง
ไดส ง ลกู ถกู ตามกตกิ า ในโอกาสแรกของแมทซน้นั จะเตือนผูส ง โดยยังไมไดต ดั คะแนน

6.6.2) สาํ หรบั ในคร้งั ตอ ไปในแมทซเดียวกนั นน้ั หากผสู ง คนเดมิ ยงั คงสงลกู ท่เี ปน ขอ
สงสยั ในทํานองเดยี วกัน หรือลกั ษณะนา สงสัยอ่ืนๆ อกี ผูสง จะเสียคะแนนทนั ทโี ดยไมม กี ารเตอื น

6.6.3) หากผสู งไดสงลูกผดิ กตกิ าอยางชัดเจน ผูสงจะเสยี คะแนนทนั ทโี ดยไมมกี ารเตอื น
6.7 ผูส ง ลูกอาจไดร บั การอนโุ ลมไดบา ง หากผูสงคนนัน้ แจง ใหผ ตู ัดสินทราบถงึ การหยอ น
สมรรถภาพทางรา งกาย จนเปนเหตใุ หไมสามารถสงลูกไดถ ูกตองตามกตกิ า ท้ังนตี้ องแจง ใหผตู ดั สนิ ทราบกอนการ
แขงขนั ทกุ ครงั้

7. การรับท่ีถกู ตอง
7.1 เม่อื ลกู เทเบิลเทนนิสไดถูกสงหรือตีโตไ ปตกลงในแดนฝา ยครงขามถกู ตองแลว ฝา ยรบั ตีลกู

ขามหรือออ มตาขา ยกลบั ไปเพื่อใหล กู กระทบอกี แดนหนงึ่ โดยตรง หรือสัมผัสสวนใดสวนหนง่ึ ของเน็ตแลว ตกลงใน
แดนฝายตรงขา ม

8. ลําดบั การเลน
8.1 ประเภทเด่ยี ว ฝา ยสง ไดส งลูกอยา งถกู ตอ ง ฝายรับจะตโี ตก ลบั ไป หลงั จากนั้นฝา ยสง และฝา ยรับ

จะผลัดกันตโี ต

8.2 ประเภทคู ผูสง ลูกของฝายสง จะสงลกู ไปยงั ฝายรับ ผรู บั ของฝายรับจะตอ งตีลกู กลับแลว คขู อง
ฝา ยสง จะตีลกู กลบั ไป จากนน้ั คขู องฝา ยรบั กจ็ ะตีลกู กลับไปเชน นสี้ ลับกันในการโตล ูก

9. ลกู ทใี่ หส งใหม LET
9.1 การตโี ตซึ่งถอื ใหเปน การสงใหม จะตองมีลกั ษณะดังนี้
9.1.1) ถาลูกท่ีฝา ยสงไดสงไปกระทบสว นตางๆ ของเน็ต แลวขา มไปในแดนของฝา ยรับ

โดยถูกตอง หรือสง ไปกระทบสว นตา งๆ ของเนต็ แลว ผรู บั หรอื คฝู ายรับขวางลกู หรอื ตลี กู กอ นท่ลี กู จะตกกระทบแดน
ของเขาในเสน สกัด

9.1.2) ในความเห็นของผตู ดั สิน ถา ลูกทส่ี งออกไปแลว ฝา ยรับหรือคูของฝา ยรบั ยงั ไม
พรอมที่จะรบั โดยมขี อ แมวา ฝายรับหรือคขู องฝายรบั ไมพยายามตีลูก

9.1.3) ในความเหน็ ของผตู ัดสนิ หากมีเหตรุ บกวนนอกเหนือการควบคุมของผูเลน จนทํา
ใหก ารสง การรบั หรอื การเลน นั้นเสยี ไป

9.1.4) ถา การเลน ถกู ยุตโิ ดยผตู ดั สินหรือผชู วยผูตัดสิน
9.1.5) ในประเภทคู ถาผเู ลนสง ลูกหรอื รบั ลูกสงผดิ ลาํ ดับ
9.2 การเลน อาจถูกยตุ ิลงในกรณตี อ ไปน้ี
9.2.1) เพอื่ แกไ ขขอผิดพลาดในลําดับการสง ลูก การรบั ลกู หรอื การเปลีย่ นแดน
9.2.2) เมือ่ การแขงขันไดถ กู กําหนดใหใ ชร ะบบการแขงขนั แบบเรง เวลา
9.2.3) เพอื่ เตือนหรือลงโทษผเู ลน
9.2.4) ในความเหน็ ของผตู ัดสิน หากเห็นวา สภาพการเลน ถูกรบกวนอนั จะเปน

ผลตอ การเลน

10. ไดค ะแนน
10.1 นอกเหนอื จากการตโี ตจะถกู สั่งใหเปนเลท็ LET ผเู ลนจะไดค ะแนนจากกรณดี ังตอไปนี้
10.1.1) ถา ผเู ลน ฝา ยตรงขา มไมส ามารถสงลกู ไดอยางถกู ตอง
10.1.2) ถาผูเลน ฝา ยตรงขามไมสามารถรบั ลกู ไดอ ยา งถกู ตอ ง
10.1.3) ถาผเู ลน ฝา ยตรงขา มตีลูก สมั ผสั ถกู ส่งิ ใดๆ นอกเหนือจากสวนประกอบของเนต็
10.1.4) ถาผูเลน ฝายตรงขา มตีลกู ขา มผานเสนสกดั ของเขาโดยไมไดส มั ผสั กับพนื้ ผวิ โตะ
10.1.5) ถาผเู ลน ฝา ยตรงขามขวางลูก
10.1.6) ถาผเู ลน ฝายตรงขามตีลกู ติดตอกนั สองครง้ั
10.1.7) ถาผเู ลน ฝา ยตรงขามตลี กู ดว ยหนาไมท ไ่ี มถ กู ตอ งตามกตกิ า
10.1.8) ถาผูเลน ฝา ยตรงขามหรือสงิ่ ใดๆ ท่ีผูเลนฝา ยตรงขา มสวมใสห รอื ถอื อยทู าํ ใหพน้ื
ผิวโตะ เคลอื่ นที่
10.1.9) ถา ผเู ลน ฝา ยตรงขา มหรอื สง่ิ ใดๆ ท่ีผเู ลน ฝา ยตรงขามสวมใสห รอื ถืออยสู ัมผัสถูก
สว นตางๆ ของเนต็

10.1.10) ถา มืออสิ ระของผเู ลนฝา ยตรงขา มสัมผสั ถูกพน้ื ผิวโตะ
10.1.11) ในประเภทคู ถา ผเู ลน ฝายตรงขามตลี กู ผดิ ลําดับ
10.1.12) ในระบบการแขง ขนั แบบเรงเวลา ถาเขาหรอื คขู องเขาสามารถตโี ตก ลับไปได

อยา งถกู ตองครบ 13 ครงั้

11. เกมการแขงขัน
11.1 ผเู ลน หรือคูเลนทท่ี าํ คะแนนได 11 คะแนนกอ น จะเปน ฝายชนะ ยกเวน ถาผูเลน ทั้งสองฝา ยทํา

คะแนนได 10 คะแนนเทากนั จะตองเลน ตอไปโดยฝา ยใดทาํ คะแนนไดม ากกวาอกี ฝา ยหนึง่ 2 คะแนน จะเปน ฝายชนะ

12. แมทซก ารแขงขัน
12.1 ในหนึ่งแมทซป ระกอบดว ยผชู นะ 3 ใน 5 เกม หรือ 4 ใน 7 เกม
12.2 การแขง ขนั จะตองดาํ เนินไปอยางตอ เนอ่ื ง ยกเวน ผเู ลน ฝายหนง่ึ ฝา ยใดหรือทง้ั สองฝายขอ

สิทธิในการหยดุ พกั ระหวา งจบเกม ซึ่งการพกั ระหวา งจบเกมจะพกั ไดไมเ กนิ 1 นาที

13. ลาํ ดบั การสง การรับ และแดน
13.1 สทิ ธใิ นการเลอื กเสริฟ เลอื กรับ และเลือกแดน จะใชว ิธีการเสย่ี งทาย โดยผชู นะในการเส่ียง

ตองเลอื กเสรฟิ หรือ เลือกรับกอ น หรือเลอื กแดน
13.2 เมื่อผูเลน หรอื คขู องผเู ลน ไดเลอื กอยางหนึ่งอยา งใดแลว ผูเ ลน หรือคูเลน อกี ฝายหนงึ่ จะเปน

ฝายเลอื กในหัวขอทเ่ี หลอื อยู
13.3 เม่ือผูสง ไดสงลกู ครบ 2 คร้งั ฝายรบั จะกลายเปนผสู ง บาง จากนนั้ ทง้ั สองฝายจะผลัดกนั สง ลูก

ฝา ยละ 2 คร้ัง จนกระทงั่ จบเกมการแขงขัน หรือจนกระท่งั ทัง้ สองฝา ยทําคะแนนได 10 คะแนนเทากนั หรอื เมื่อนาํ
ระบบการแขงขันแบบเรงเวลามาใช การสง จะผลัดกนั สง ฝายละ 1 ครั้ง

13.4 ในเกมแรกของประเภทคู ฝา ยซึ่งมสี ิทธิ์ในการสงลกู กอนจะตองเลือกวา ใครจะเปน ผสู ง กอ น
จากนนั้ ฝายรบั จะเลือกผทู ี่จะเปน ผรู บั สาํ หรับในเกมถดั ไปของแมทซน ั้นฝายสงในเกมสนัน้ จะเปน ผูเลอื กสง กอ นบา ง
โดยสง ใหกบั ผทู สี่ งใหเขาในเกมกอนหนานนั้ เอง

13.5 ในประเภทคู ลาํ ดับการเปลี่ยนสงคือ เมอ่ื ผสู ง ไดสงลกู ครบ 5 ครั้งแลว ผรู ับจะกลายเปนผสู ง
บาง โดยสงใหก บั คูข องผูท่สี ง ลกู ใหเขา

13.6 ผูเลนหรือคูเลน ท่ีเปน ฝายสงลกู กอนในเกมแรกจะเปน ฝายรับลกู กอ นในเกมตอ ไป สลับกัน
จนจบแมทซ และในเกมสุดทา ยของประเภทคู ฝา ยรบั จะตอ งเปลี่ยนเปน ผูร บั ทนั ทเี มอ่ื ฝายใดฝายหนึ่งทําคะแนนได
6 คะแนน

13.7 ผเู ลน หรอื คูเ ลน จะตองเปล่ียนแดนทันที เมื่อการแขง ขันในแตล ะเกมสน้ิ สุดลง สลบั กันจน
จบแมทซและในการแขง ขนั เกมสุดทายผูเ ลน จะตอ งเปล่ยี นแดนทนั ทเี มื่อฝายใดฝายหน่งึ ทําคะแนนได 6 คะแนน

14. การผดิ ลาํ ดบั ในการสง การรับ และแดน
14.1 ถา ผูเลนสง หรือรบั ลูกผดิ ลาํ ดับ กรรมการผูต ดั สนิ จะยุติการเลนทันทีทไ่ี ดคน พบขอ ผดิ พลาด

และทําการเรมิ่ เลนใหม โดยผูเลน และผรู ับทค่ี วรจะเปน ผูสง และผูรับตามลําดับทีไ่ ดจ ัดไวตั้งแตเรมิ่ การแขงขนั ของ
แมทซน ัน้ ตอ จากคะแนนที่ทําได สําหรับในประเภทคหู ากไมสามารถทราบถึงผูสงและผูร ับทถ่ี ูกตอง ลาํ ดับในการสง
จะถูกจัดใหถกู ตอ ง โดยคูท ่ีมสี ิทธส์ิ งในครัง้ แรกของเกมทคี่ น พบขอผดิ พลาดนนั้

14.2 ถา ผูเลน ไมไดเปลยี่ นแดนกนั เม่อื ถึงคราวตอ งเปลยี่ นแดน กรรมการผตู ดั สินจะยุติการเลนทัน
ทที ี่ทราบ และจะเร่ิมเลนใหมโดยเปลยี่ นแดนกนั ใหถ กู ตอ งตามลําดับท่ีจดั ไวต ้ังแตเร่มิ การแขงขันของแมทซน ้นั ตอ
จากคะแนนทไี่ ด

14.3 กรณใี ดๆ กต็ าม คะแนนท้ังหมดซ่ึงท่ีทําไวก อนท่ีจะคน พบขอผดิ พลาดใหถือวา ใชไ ด

15. ระบบการแขง ขันเรง เวลา
15.1 ระบบการแขง เรง เวลาจะถกู นาํ มาใชถาเกมการแขง ขนั ในเกมนั้นไมเ สรจ็ ส้นิ ภายในเวลา 15

นาที ยกเวน ในกรณที ีผ่ เู ลน หรือคูเ ลนทั้งสองฝายมคี ะแนนไมน อ ยกวา 19 คะแนน จะแขงขนั ตามระบบเดมิ หรอื จะใช
ระบบการแขง ขนั เรงเวลากอนครบกําหนดเวลากไ็ ด ถาผูเลน หรือคเู ลนท้งั สองฝายตองการ

15.1.1) ถา ลูกอยูในระหวางการเลน และครบกําหนดเวลาแขงขนั พอดี การเลน นน้ั จะถูก
ยุตลิ งโดยกรรมการผูต ัดสนิ และจะเร่มิ เลนใหมด ว ยการสงลกู โดยผเู ลนซึ่งเปนผูสงลกู อยกู อ นทก่ี ารตโี ตน ัน้ ถกู ยตุ ิลง

15.1.2) ถาลกู ไมไดอ ยูในระหวา งการเลน และครบกําหนดเวลาแขงขันพอดี การเลน นนั้
จะเร่ิมเลนใหมดว ยการสงลกู โดยผูเลนท่ีเปนฝายรับลกู อยกู อ นท่ีเวลานั้นจะสิน้ สดุ ลง

15.2 หลังจากน้ัน ผเู ลนแตละคนจะเปลี่ยนกันสงลกู คนละคร้งั จนกระทง่ั จบเกมการแขง ขันและใน
การตโี ตหากผรู บั หรือคูเลนฝา ยรับสามารถตีโตกลับมาอยางถกู ตอ งครบ 13 คร้งั ฝา ยสงจะเสีย 1 คะแนน

15.3 เมอ่ื ระบบการแขงขนั เรง เวลานํามาใชใ นเกมใดแลว ในเกมที่เหลอื ของแมทซน ั้นๆ ใหใ ช
ปฎบิ ตั ติ อไปจนกระทง่ั จบแมทซน น้ั

16. เครอื่ งแตง กาย
16.1 เสอื้ ผา ที่ใชแ ขงขัน ปกตจิ ะประกอบไปดว ยเสอ้ื แขนสนั้ กางเกงขาสั้นหรอื กระโปรง ถงุ เทา

และรองเทา แขง ขนั สวนเส้ือผาชนิดอ่ืนๆ เชน บางสวนหรอื ท้ังหมดของชุดวอรม จะไมอนญุ าตใหใสใ นระหวาง
แขง ขนั ยกเวนไดร บั อนญุ าตจาผชู ข้ี าด สาํ หรบั ในการแขงขันระดบั ภายในประเทศใหผ ูเขาแขงขนั สอดชายเสือ้ ไวใ น
กางเกงหรอื กระโปรงทกุ ครั้ง และเส้อื แขง ขนั จะตอ งมปี กเทา นน้ั

16.2 นอกจากแขนเส้อื และปกของเสอื้ แขงขนั แลว สีสว นใหญข องเสื้อแขงขัน กางเกง หรือ
กระโปรง จะตองเปน สที แี่ ตกตางกนั กบั ลกู เทเบิลเทนนสิ ทใ่ี ชในการแขง ขนั อยา งชัดเจน

16.3 บนเสอื้ แขง ขันอาจมีเครอื่ งหมายใดๆ ไดดงั นี้
16.3.1) เครอ่ื งหมายหรือตัวอักษรท่ีแสดงสังกดั สโมสรทม่ี ิใชเ ปน การโฆษณาบนดานหนา

หรือดา นขา งของเส้ือแขงขนั บรรจใุ นพน้ื ทไี่ ดไ มเกนิ 64 ตารางเซ็นตเิ มตร
16.3.2) ดา นหลงั ของเสอ้ื แขง ขัน อาจมีหมายเลขหรอื ตวั อกั ษรแสดงสงั กดั หรอื แสดง

ถงึ แมทซก ารแขงขัน
16.3.3) เสอื้ ผาอาจสามารถโฆษณาในขนาดทกี่ ําหนพดไวต ามขอ 18.6

16.4) หมายเลขประจาํ ตวั ของผูเลน ทตี่ ิดบนหลงั เสอ้ื จะตอ งอยูตรงกลางของหลังเสือ้ โดยมขี นาด
ใหญไดไมเกิน 600 ตา-รางเซ็นติเมตร และมีความเดน ชดั เหนือโฆษณา

16.5 การทาํ เครือ่ งหมายหรอื การเดนิ เสนใดๆ บนดานหนา หรอื ดานขางของเสอื้ ผาหรอื วัสดใุ ดๆ
เชน เคร่ืองประดบั ทสี่ วมใสจ ะตองไมจับตาหรอื สะทอนแสงไปยังสายตาของฝายตรงขาม

16.6 รูปแบบของเสอื้ ผา ชดุ แขง ขนั ตวั อักษรหรือการออกแบบใดๆ จะตองเปน รปู แบบทเี่ รียบรอ ย
ไมท าํ ใหเ กมนนั้ เส่อื มเสยี

16.7 สําหรับปญ หาใดๆ ท่เี กย่ี วกบั ระเบียบขอบังคบั ของชดุ แขงขนั ใหอยใู นดลุ ยพนิ จิ ของ
ผูช้ีขาด

16.8 ในการแขงขันประเภททีมและในการแขงขนั ประเภทคู นักกฬี าท่ีมาจากสังกัดเดยี วกันจะตอง
แตง กายใหมสี แี ละรปู แบบทีเ่ หมอื นกนั เทาทจ่ี ะเปน ไปได ยกเวน ถุงเทา และรองเทา

16.9 ในการแขงขนั ระดบั นานาชาติ นกั กฬี าทงั้ 2 ฝา ยจะตอ งแตงกายดว ยสีที่แตกตางกนั เพอ่ื งา ยตอ
การสงั เกตของผชู ม

16.10 หากผเู ลนหรือทมี ไมส ามารถตกลงกนั ไดใ นกรณีชดุ แขง ขันทเ่ี หมอื นกัน จะใชว ธิ กี ารจบั
ฉลาก

17. สภาพของสนามแขงขนั
17.1 มาตรฐานของพ้นื ทแ่ี ขง ขนั จะตอ งมคี วามยาวไมน อ ยกวา 14 เมตร กวางไมน อ ยกวา 7 เมตร

และสูงไมนอ ยกวา 4 เมตร
17.2 พน้ื ท่กี ารแขง ขนั จะถูกลอมไวโดยรอบ ซง่ึ ท่ีปดลอมหรือแผงกน้ั จะมขี นาดสงู ประมาณ 75

เซนติเมตร แยกพืน้ ทกี่ ารแขงขนั ออกจากผชู ม โดยแผงกนั้ ทั้งหมดจะตอ งมีสพี ้นื เดยี วกนั และมสี ีเขม
17.3 ในกาแขงขนั ระดบั โลกหรอื โอลิมปค ควาสวางอขงแสงเม่อื วัดจากพืน้ ผิดโตะแลว จะตองมี

ความเขม ของแสงโดยสมา่ํ เสมอไมน อยกวา 1000 ลักซ และแสงสวา งในสว นอื่นๆ ของพนื้ ที่สนามแขงขนั จะตอ งมี
ความเขม ของแสงไมนอยกวา 500 ลกั ซ สาํ หรับการแขง ขันระดับอืน่ ๆ ความสวางบนพน้ื ผิดโตะจะตองไมน อ ยกวา
600 ลกั ซ และพ้นื ท่ีสนามแขง ขันไมน อยกวา 400 ลกั ซ

17.4 แหลงกาํ เนิดแสงสวา งจะตองอยูสงู กวา พนื้ สนามไมน อ ยกวา 4 เมตร
17.5 ฉากหลังโดยทว่ั ๆ ไป จะตอ งมืด ไมม ีแสงสวางจากแหลง กําเนิดไฟอืน่ หรือแสงจากธรรมชาติ
ผานเขามาตราชอ งหรือหนา ตาง
17.6 พื้นสนามแขงขนั จะตอ งไมเปน สสี วางหรอื สะทอ นแสง และจะตอ งไมเปน อิฐ คอนกรตี หรอื
หิน สําหรบั การแขงขันระดบั โลกหรือระดบั โอลมิ ปค พน้ื สนามแขงขนั จะตองเปน ไมหรือวัสดุยางสังเคราะหท ไี่ ดร บั
การรับรองจากสหพันธเทเบลิ เทนนสิ นานาชาติ ITTF เทา นัน้

18. การโฆษณา
18.1 การโฆษณาภายในพน้ื ทก่ี ารแขงขนั สามารถทําไดเ ฉพาะบนอปุ กรณการแขงขนั โดยไมม กี าร

ตอ เติมออกมาเปน พเิ ศษ

18.2 การโฆษณาภายในพน้ื ทีแ่ ขง ขันตองไมใ ชห ลอดนีออนหรือแสงสวางสตี างๆ
18.3 ตัวอกั ษรหรอื สญั ลักษณภ ายในที่ปด ลอ มหรอื แผงก้นั ลกู จะตอ งไมเ ปนสขี าวหรอื สีเหลอื ง
และจะตองมีสีไมม ากกวา 2 สี โดยมคี วามสูงไมเกนิ 40 เซนตเิ มตร
18.4 การโฆษณาบนโตะแขง ขนั อนุญาตใหเฉพาะดานขา งและดานหลังตรงขอบโตะ เทานนั้ ซง่ึ
แตล ะโฆษณาจะมขี นาดใหญไ ดไ มเกิน 200 ตารางเซ็นตเิ มตร สาํ หรบั การโฆษณาทต่ี ดิ เปน การถาวรจะตดิ ไดเ ฉพาะ
เครื่องหมายการคา สญั ลกั ษณ หรือชื่อของชนิด และรุน เทา น้นั คณะกรรมการจัดการแขงขนั อาจจะตดิ โฆษณาชว่ั
คราวไดบนขอบโตะ ดานหลังและขอบโตะดานขางแตล ะดา นๆ ละ 1 ชิน้
18.5 การโฆษณาบนเกาอีห้ รอื โตะผูต ดั สนิ หรือบนเครื่องใชอ่นื ๆ ภายในพน้ื ทก่ี ารแขง ขนั จะตอ งมี
ขนาดใหญไ มเ กนิ 750 ตารางเซ็นติเมตร
18.6 การโฆษณาบนเส้ือผา ของผเู ลน มขี อ จาํ กดั ดังนี้

18.6.1) สัญลักษณห รือช่อื เคร่อื งหมายการคา จะมขี นาดใหญไดไ มเกิน 24 ตารางเซนติ
เมตร

18.6.2) บนเสื้อแขงขันสามารถมกี ารโฆษณาไดไ มเกนิ 3 ชน้ิ โดยจะตองแยกจากกันอยา ง
ชดั เจนบนดา นหนา หรือดา นขางของเสอ้ื แขงขัน ซึ่งการโฆษณาจะมพี ้นื ที่รวมกันแลวไมเ กิน 160 ตารางเซนตเิ มตร

18.6.3) บนกางเกงหรอื กระโปรงแขงขนั สามารถมีโฆษณาไดไ มเกนิ 2 ช้นิ โดยจะตอง
แยกออกจากกนั อยางชัดเจน ซึ่งการโฆษณาจะมพี นื้ ทรี่ วมกันไมเ กนิ 80 ตารางเซนตเิ มตร

18.6.4) ดานหลงั ของเสอ้ื แขงขัน สามารถมีโฆษณาไดไ มเกนิ 1 ชิ้น และมขี นาดใหญไ ด
ไมเกิน 200 ตารางเซนติเมตร

18.7 การโฆษณาบนหมายเลขทต่ี ดิ บนดานหลงั ของผเู ลน จะมีขนาดใหญไดไมเกนิ 100 ตาราง
เซนตเิ มตร

18.8 การโฆษณาบนเสอื้ ผาของกรรมการผตู ัดสิน จะมขี นาดใหญไ ดไ มเ กิน 40 ตารางเซนตเิ มตร
18.9 ในการแขงขนั ระดบั นานาชาติ บนผเู ลน จะตองไมม กี ารโฆษณาผลติ ภัณฑบ ุหร่ี เคร่อื งด่ืมทีม่ ี
แอลกอฮอล หรือยาที่ เปนอนั ตราย

19. เจา หนา ท่ีทเี่ กี่ยวกบั การตดั สนิ

19.1 ผชู ข้ี าด
19.1.1) ผูชีข้ าดจะตอ งถกู แตง ตงั้ ข้ึนในการแขงขันแตละครัง้ เพอ่ื ควบคมุ การแขงขัน โดย

ช่อื และท่ีตดิ ตอจะตองเปน ทีท่ ราบแกผ เู ขา รวมการแขงขันหรอื หัวหนา ทมี ตา งๆ พอสมควร
19.1.2) ผชู ้ขี าดมีหนาทร่ี บั ผิดชอบดงั น้ี
19.1.2.1 มหี นาทเี่ กย่ี วกับการจับฉลากแบง สาย
19.1.2.2 จัดทําตารางและกาํ หนดโตะแขงขนั
19.1.2.3 แตง ตัง้ เจาหนา ทใี่ นการแขงขนั เชน ผตู ัดสนิ ผูชว ยผตู ดั สนิ ฯลฯ
19.1.2.4 ตัดสนิ ปญหาในเรอ่ื งของการตคี วามตามกติกาหรอื ขอบังคับตางๆ รวม

ไปถึงขอ บังคับเกยี่ วกบั เสอื้ ผา อปุ กรณก ารแขง ขันและสภาพของสนามแขง ขัน

19.1.2.5 ตดั สินวาผูเ ลน จะสวมชดุ วอรมลงแขง ขนั ไดหรอื ไม
19.1.2.6 ตัดสินวาจะยตุ กิ ารเลน เปนการฉกุ เฉนิ ไดหรือไม
19.1.2.7 ตัดสินวาผเู ลนจะออกนอกพื้นทก่ี ารแขง ขันในระหวา งการแขงขันได
หรือไม
19.1.2.8 ตดั สินวา ผูเ ลน จะฝก ซอมไดเ กินตามเวลาตามที่กาํ หนดไว ไดห รือไม
19.1.2.9 มีหนา ทท่ี จี่ ะใชมาตรการลงโทษสําหรับผูท่ีประพฤตผิ ดิ มารยาทหรือ
ละเมดิ ขอบังคบั อน่ื ๆ
19.1.2.10 มหี นา ทตี่ รวจสอนคุณสมบัตขิ องผูเลนใหเ ปน ไปตามระเบยี บการแขง ขนั
19.1.2.11 ตดั สินวา จะใหผ ูเ ลนฝกซอ มทีใ่ ดขณะยตุ กิ ารเลนฉุกเฉนิ
19.1.2.12 มีหนา ท่ีในการอบรมเจา หนา ที่ผตู ดั สนิ ฯลฯ
19.1.3) หากหนาทต่ี างๆ ทกี่ ลา วมา คณะกรรมการจัดการแขงขันไดมอบหมายใหบคุ คล
ใดบคุ คลหน่ึงทาํ หนา ท่แี ทน หนาที่ ช่อื และทีต่ ดิ ตอของบคุ คลน้ันจะตองเปน ทราบแกผ ูเ ขารวมการแขง ขันหรอื หัว
หนาทีมตา งๆ ตามสมควร
19.1.4) ผชู ี้ขาดหรอื ผูทีม่ ีหนา ที่รบั ผดิ ชอบรองลงไป จะตอ งอยู ณ ท่แี ขง ขันตลอดเวลาการ
แขง ขัน
19.1.5) ผชู ี้ขาดสามารถท่ีจะลงทําหนา ทแี่ ทนผตู ดั สนิ ผูช ว ยผูตัดสนิ หรอื เจา หนา ทน่ี บั ครง้ั
ไดท กุ โอกาส แตจ ะไมส ามารถเปลี่ยนแปลงคําตดั สนิ ของผูตดั สนิ หรอื ผูชว ยผูตัดสนิ ทไ่ี ดตดั สนิ ไปแลวในปญ หาที่
เกิดขนึ้ เกย่ี วกบั ขอเทจ็ จริง

19.2 ผตู ดั สนิ
19.2.1) ผตู ดั สินจะถกู แตง ตัง้ ขึน้ ในแตละแมทซ โดยจะนั่งหรือยนื ตรงดานขา ง

ของโตะ ในแนวเดียวกนั กบั เนต็ และหา งจากโตะประมาณ 2-3 เมตร
19.2.2) ผูตดั สนิ มีหนา ท่รี บั ผดิ ชอบ ดงั นี้
19.2.2.1 ตรวจอุปกรณแ ละดแู ลสภาพความเรียบรอ ยของสนามแขงขนั และราย

งานตอผชู ขี้ าดทันทีทส่ี ภาพสนามบกพรอง
19.2.2.2 ทําหนา ทใี่ นการสุม เพื่อเลอื กลูกเทเบลิ เทนนสิ ในกรณีท่ผี ูเลน ไมส ามารถ

ตกลงกันได
19.2.2.3 ทาํ หนาที่ในการเสย่ี ง เพ่อื ใหผเู ลนเลือกสง เลือกรับ หรอื เลือกแดน
19.2.2.4 ตัดสินใจผอ นผนั ในการสง ลกู ของผเู ลน ทห่ี ยอนสมรรถภาพทางรางกาย
19.2.2.5 ควบคุมลาํ ดับการสง การรับ การเปลย่ี นแดน และแกไ ขในกรณีท่ผี ดิ
พลาด
19.2.2.6 ตดั สินผลของการตีโตวา ไดคะแนนหรอื เล็ท
19.2.2.7 ทาํ หนา ท่ใี นการขานคะแนนและใชส ัญญาณมอื ตามขอ 19.2.3
19.2.2.8 เปนผูแนะนาํ ระบบการแขง ขันแบบเรง เวลา

19.2.2.9 ควบคมุ การแขง ขันใหเปนไปอยา งตอเนือ่ ง
19.2.2.10 ควบคุมการแนะนาํ หรอื การสอนของผเู ลน และมารยาทความประพฤติ
ของผูเลน ใหเปน ไปตามกติกา
19.2.3) ผูต ัดสินจะใชสญั ญาณมือเพอ่ื ชวยในการตดั สินควบคูไปกบั การขานคะแนนดงั นี้
19.2.3.1 เม่อื ไดค ะแนน ผูต ดั สนิ จะกาํ มอื โดยหนั หนา มือออก ยกกาํ ปน ขน้ึ มา
ระดบั หัวไหลด านของฝายที่ไดค ะแนน
19.2.3.2 ในตอนเร่ิมเกมหรือในการเปลย่ี นสง ผูตัดสนิ จะผายมอื ไปยังแดนหรือ
ฝายน้ันๆ
19.2.3.3 เม่อื การแขงขนั เปนเลท็ ผูตดั สนิ จะยกมือไปขา งหนา เหนอื ศรษี ะ เพือ่
แสดงวาการตนี ั้นหยดุ ลง
19.2.3.4 เม่ือลกู ถูกขอบดานบนโตะ ผูต ดั สนิ จะช้ีมอื ไปยงั จุดทีล่ ูกสมั ผัสถูกขอบโตะ
19.2.3.5 ขณะเปล่ยี นแดนในครึง่ เกมสุดทา ย ผูตัดสนิ จะไขวมือทัง้ 2 ขางในระดับ
อก เพื่อใหผเู ลน เปลย่ี นแดน

19.3 ผชู วยผตู ดั สนิ
19.3.1) ผชู ว ยผูต ดั สนิ จะถูกแตง ตั้งขึน้ ในแตละแมทซ จาํ นวน 1-2 คน โดยนั่ง

ตรงขา มกับผตู ดั สนิ ในกรณีท่มี ผี ูชว ยผตู ดั สิน 1 คน จะนัง่ แนวเดยี วกนั กบั เน็ต หากมผี ูช ว ยผตู ดั สนิ 2 คน แตล ะคนจะ
น่งั แนวเดียวกนั กบั เสนสกดั แตละดาน

19.3.2) ผูชว ยผตู ัดสินมหี นา ท่ตี ัดสนิ วา ลูกเทเบิลเทนนิสสัมผสั ถุกขอบโตะ หรือไม ในดาน
ท่ีใกลท ี่สุดกับตนเอง

19.3.3) ท้งั ผูตัดสนิ และผูชวยผตู ดั สินอาจจะตดั สนิ ใจดงั น้ี
19.3.3.1 พิจารณาลักษณะการสง ลกู ของผูเ ลนวา ถกู ตอ งตามกติกาหรอื ไม
19.3.3.2 ในการสงลูก ลูกนน้ั สัมผสั ถูกเนต็ หรือไม
19.3.3.3 พิจารณาวา ผเู ลนขวางลกู หรือไม
19.3.3.4 ในขณะแขงขนั มีสงท่เี ขา มารบกวนอนั จะมีผลตอ การแขงขนั หรือไม
19.3.3.5 รักษาเวลาในการฝก ซอ ม ในการเลน หรือในขณะหยดุ พัก

19.3.4) การตดั สินใดๆ ของผูตดั สินและผชู วยผตู ัดสนิ ตามขอ 19.3.3) จะตองไมกา วกายตอ
หนาทข่ี องเจาหนาที่อ่ืนๆ ทีแ่ ตงตั้งขน้ึ อยา งเปนทางการ

19.3.5) ถา แตง ตั้งผูชวยผูตัดสนิ 2 คน ผชู วยผตู ดั สนิ ทจ่ี ะทาํ หนา ทต่ี ามขอ 19.3.2 , 19.3.3.1
และ 19.3.3.3 และในการขานอนื่ ๆ ทอ่ี ยูใ กลกับโตะ และผูเลนในดานของเขา

19.3.6) ในการแขงขันระบบเรงเวลา หากมีผูช วยผตู ัดสิน1 คน จะตอ งแตงต้ังเจาหนาทนี่ บั
จํานวนครง้ั ข้นึ มาตา งหาก ถา มีผูชวยผตู ดั สิน 2 คน ผูชว ยผตู ัดสินจะเปน ผนู ับจาํ นวนครั้ง โดยผนู บั คอื ผชู ว ยผตู ดั สินท่ี
อยูใกลก ับผเู ลน ที่เปน ฝา ยรับ

20. การประทว ง
20.1 จะไมมกี ารตกลงกนั เองของผเู ลนหรอื หัวหนาทมี ท่ีจะเปล่ียนแปลงคําตัดสนิ ของผูต ดั สนิ หรอื

เจา หนา ท่ี ในกรณีท่เี กมการแขงขันเกดิ ปญหาขนึ้ ตามขอ เทจ็ จริง หรือเปลีย่ นแปลงการตคี วามตามกตกิ าหรอื กฎ
ขอบงั คับของผชู ข้ี าด หรือเปลยี่ นแปลงการดําเนนิ การจัดซงึ่ อยใู นความรบั ผิดชอบของคณะกรรมการจดั การแขงขนั

20.2 การประทว งจะตอ งไมค ัดคานตอการตดั สนิ ของผตู ดั สนิ หรือเจา หนาทใี่ นกรณีปญ หาท่ีเกิดขนึ้
ตามขอเท็จจริง หรอื ประทว งในการตดั สินของผชู ข้ี าดในกรณีที่เกยี่ วกับการตคี วามตามกตกิ าหรอื กฎขอบังคบั

20.3 การประทว งเก่ยี วกับการตดั สินของผตู ดั สินในกรณเี กย่ี วกับการตีความในปญ หาของกตกิ า
หรอื กฎขอ บงั คับ ใหทําการประทวงตอ ผูชขี้ าด และการตดั สนิ ของผูช้ีขาดถือวา ส้นิ สุด

20.4 การประทว งเก่ียวกบั การตดั สินของผชู ีข้ าดในกรณีเก่ยี วกับปญหาของการจดั การแขง ขนั
นอกเหนือจากกตกิ าหรอื กฎขอบังคบั ใหท าํ การประทวงตอ คณะกรรมการจัดการแขง ขนั และการตัดสินของ
คณะกรรมการจดั การแขงขันถอื วาส้นิ สดุ

20.5 การแขงขันประเภทบุคคล การประทว งจะทาํ ไดเ ฉพาะผเู ลนซงึ่ เปน คูก รณใี นแมทซทปี่ ญ หา
ไดเ กิดขนึ้ และในการแขง ขนั ประเภททีม การประทว งจะทาํ ไดเ ฉพาะหวั หนา ทมี ซึ่งเปน คูกรณใี นแมทซทีป่ ญ หาเกิด
ขึ้นเทา นั้น

20.6 ปญหาการตคี วามตามกตกิ าหรอื กฎขอบังคบั ท่ีเกดิ จากการตัดสนิ ของผูช ี้ขาดหรือปญหาของ
การจัดการแขงขันหรอื ดําเนินการแขงขนั ที่เกดิ ขน้ึ จากการตดั สนิ ของคณะกรรมการจดั การแขง ขัน ผเู ลน หรอื หวั หนา
ทมี อาจจะประทวงผานตน สังกดั หรอื สโมสรของตนไปยงั สมาคมกไ็ ด สําหรับการพิจารณาของสมาคมจะพิจารณาหา
ขอปฏบิ ัติสาํ หรับการตัดสนิ ตอไปในอนาคต แตท ้งั น้จี ะไมม ผี ลตอ คําตดั สินในคร้งั ทผ่ี านมาใดๆ ซงึ่ ไดด าํ เนินการไป
แลวโดยผชู ้ขี าดหรือคณะกรรมการจดั การแขง ขนั ท่รี บั ผดิ ชอบ

21. การดําเนินการแขง ขัน
21.1 ผเู ลน จะไดร บั อนุญาตใหฝกซอมบนโตะแขง ขนั เปนเวลาไมเ กนิ 2 นาที กอ นการแขง ขนั

สําหรบั ในชวงเวลาระหวา งการแขงขนั จะไมส ามารถทาํ การฝกซอมได ซึ่งการฝก ซอ มนอกเหนือจากทก่ี ลาวมาอาจจะ
ขยายออกไปไดโ ดยการอนุญาตของผชู ข้ี าด

21.2 ถา แมทซการแขงขนั ไมสามารถเร่ิมไดเน่อื งจากผเู ลน ไมส ามารถตกลงกนั ไดใ นการเลอื กลกู
แขง ขนั ผูตดั สินจะเปน ผเู ลอื กใหโ ดยวิธกี ารสุม และถาผเู ลนยงั ปฏิเสธอยูอาจจะถูกปรับเปนแพโดยผูช้ขี าด

21.3 ในระหวางการแขงขนั ผูตัดสินอาจจะอนญุ าตใหหยดุ เพือ่ ทําการเช็ดเหงื่อไดในชว งเวลาอนั
สั้นที่สุดเทาที่จําเปนซึง่ จะสามารถทําไดเ มอื่ ครบทกุ ๆ 5 คะแนนเทานน้ั และเมือ่ ขณะเปล่ียนแดนกนั ในเกมสุดทาย

21.4 ถาไมเทเบิลเทนนิสของผเู ลนหักในระหวางการแขงขัน ผเู ลนจะตองเปล่ยี นไมอ ันใหมทันที
ดว ยไมของผูเลนทน่ี าํ ติดตวั เขา มาในพ้นื ทกี่ ารแขง ขันหรือไมทถ่ี กู สง ใหกับผูเลนในพน้ื ทกี่ ารแขง ขนั กไ็ ด

21.5 ผูเลนจะไดร ับอนญุ าตอยา งมเี หตุผลทจ่ี ะตรวจสอบอุปกรณทีเ่ ปล่ยี นใหมอนั เกิดจากการชํารดุ
เชน ไมเทเบลิ เทนนสิ หรอื ลกู เทเบลิ เทนนิสทชี่ ํารุด แตก็จะไมมากไปกวาการฝกตโี ต 2-3 ครัง้ กอนการเลน ใหม

21.6 ผูเลน จะตอ งวางไมเ ทเบลิ เทนนสิ ของเขาบนโตะ แขงขัน ระหวา งชว งหยดุ พกั ระหวางเกม

21.7 ผูเลนจะตองอยใู นพืน้ ทก่ี ารแขง ขันหรือใกลพ นื้ ทีก่ ารแขงขนั ตลอดเวลาการแขงขันนน้ั โดย
ในการหยุดพกั ระหวา งเกมผเู ลน จะตองอยใู นระยะไมเกิน 3 เมตร ของพืน้ ทกี่ ารแขงขัน ภายใตการควบคมุ ของ
ผตู ดั สิน การออกนอกระยะดังกลาวสามารถทําไดโ ดยตอ งไดรบั อนุญาตจากผูชข้ี าด

22. การยตุ ิการเลนฉกุ เฉนิ
22.1 ผชู ขี้ าดอาจจะอนญุ าตใหย ุติการเลน ชว่ั คราวในชวงเวลาอันสั้นที่สุด ซงึ่ จะไมเ กิน 10 นาที ถา

ผเู ลนไมส ามารถเลน ไดเนื่องจากอุบัติเหตุ โดยมีเง่อื นไขวา ในความเห็นของผชู ้ีขาดการยตุ กิ ารเลนชวั่ คราวนน้ั ไมนา
จะทาํ ใหผูเลนหรอื คเู ลน ฝา ยตรงขามเสยี เปรียบเกนิ ควร

22.2 การยุตกิ ารเลนช่ัวคราวจะไมอ นญุ าตสาํ หรบั ความไมพ รอ มของรา งกายทเ่ี กดิ ขน้ึ ในขณะแขง
ขนั หรอื คาดวา จะเกิดขึน้ กอ นการแขง ขนั จะเริม่ ขนึ้ เชน ความออนเพลยี ตะคริว หรอื ความไมส มบูรณข องผเู ลน เหลา
นจ้ี ะไมอนุญาตใหเปน การยตุ กิ ารเลนฉกุ เฉนิ การยุติการเลนฉกุ เฉินจะยุตใิ นกรณที เี่ กดิ ขน้ึ จากอบุ ตั ิเหตุเทาน้ัน เชน
การบาดเจ็บเนือ่ งจากหกลม

22.3 ระหวางการยตุ ิการเลนฉกุ เฉิน ผูชข้ี าดอาจจะอนญุ าตใหผเู ลนทาํ การฝก ซอมบนโตะ แขงขนั
น้ันรวมไปถงึ โตะ แขงขนั อนื่ ๆ ได

23. การแนะนําผเู ลน หรือการสอนผเู ลน
23.1 ในการแขง ขันประเภททีม ผเู ลน จะไดร บั คําแนะนําหรอื การสอนจากใครกไ็ ด แตใ นการแขง

ขันประเภทบคุ คลผูเ ลน หรือคเู ลน จะไดร ับการสอนจากบคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ เทานั้น ซ่งึ จะตองแจง ใหผตู ดั สินทราบ
กอ นการแขง ขนั ถา บุคคลท่ีไมม หี นาทีท่ ี่ไดร บั การแตง ต้งั มาทาํ การสอน ผตู ัดสนิ จะใชใ บแดงไลบุคคลนัน้ ออกจาก
บรเิ วณพน้ื ท่ีแขงขัน

23.2 ผูเลนจะไดรบั การสอนในระหวา งหยุดพกั ระหวางจบเกม หรอื ระหวางชวงหยดุ พกั การเลน
ชัว่ คราวทไี่ ดรับอนญุ าตเทานนั้ หากมบี คุ คลสอนผูเลนในขณะแขง ขนั ผตู ัดสินจะใชใ บเหลอื งและเตอื นบคุ คลน้ันไม
ใหกระทาํ เชน นัน้ อกี และแจง ใหทราบวา ในคร้ังตอ ไปจะใหออกจากบริเวณพืน้ ทีแ่ ขง ขนั

23.3 หลงั จากผตู ัดสินไดเ ตือนแลว หากมบี คุ คลในทีมหรอื บุคคลอื่นท่ที าํ การสอนอยางผดิ กตกิ าอีก
ผูตัดสนิ จะใชใบแดงไลออกจากพนื้ ทีก่ ารแขง ขนั ไมวา เขาจะเปน ผถู กู เตือนมากอ นหนานนั้ หรอื ไมก ็ตาม

23.4 ในการแขงขนั ประเภททมี ผูสอนทถี่ ูกไลอ อกจากพนื้ ทีแ่ ขงขันจะไมส ามารถกลับเขา มาไดอ ีก
จนกระทง่ั จบการแขง ขันประเภททมี ยกเวน เขาผูนน้ั ตอ งลงทาํ การแขง ขัน สําหรับประเภทบคุ คลผสู อนไมส ามารถ
กลบั เขามาไดอ ีกจนกระทง่ั จบการแขง ขนั แมทซนัน้

23.5 ถา ผสู อนปฏิเสธทีจ่ ะออกจากพน้ื ทกี่ ารแขงขัน หรือกลับเขา มาในพนื้ ทก่ี ารแขง ขนั กอ นท่กี าร
แขงขันจะเสร็จสิน้ ผูตัดสินจะยุตกิ ารเลนและรายงานตอ ผชู ้ขี าดทันที

24. ความประพฤติ
24.1 ผูเลนและผูฝกสอน จะตอ งไมทาํ กตกิ าหรอื ความประพฤติทไ่ี มด ีอนั จะมผี ลตอ ฝา ยตรงขาม

หรอื ผูชม หรือทําใหเกมการแขงขันเกดิ ความเสียหาย ความประพฤติดังกลา ว เชน จงใจทําใหลกู แตก,เคาะโตะ ดว ย
ไมเทเบิลเทนนสิ ,พดู คาํ หยาบ หรือจงใจตะโกนดว ยเสยี งดงั อนั ควร, แกลง ตลี กู เทเบิลเทนนิสใหอ อกจากพนื้ ท่ีแขงขนั
หรอื การไมเ คารพเช่อื ฟงผตู ดั สนิ และเจาหนา ที่ ตลอดจนละเมดิ ขอ บังคับในการสอนผูเลนระหวางการแขงขนั

24.2 เมอื่ ผูตัดสินไดพิจารณาแลวเห็นวาผูเ ลนหรือผูฝก สอนทําความประพฤติไมด ดี ัง
กลา ว ผูต ัดสนิ จะใหใ บเหลืองและเตือนถึงการลงโทษหากยังกระทาํ อยูอกี สาํ หรบั ในประเภทคู การเตอื นผเู ลน คน
หนึง่ หมายถงึ มผี ลตอทง้ั 2 คนดว ย

24.3 หลงั จากท่ไี ดรบั การเตือนแลว ถาผเู ลน ยงั กระทําลกั ษณะดังกลาวอกี หรอื ลกั ษณะอ่ืน ๆ อีก
ผตู ดั สนิ จะให 1 คะแนนแกฝ ายตรงขา ม หลงั จากนน้ั หากยงั กระทาํ อยูอ ีกผตู ดั สินจะใหคะแนน 2 คะแนนแกฝาย
ตรงขาม ซงึ่ ในการใหคะแนนแตละคร้งั ผูตดั สนิ จะใชใ บเหลอื งและใบแดงชูขึน้ พรอ มกนั ท้ังนีย้ กเวนกรณี 24.5

24.4 หลังจากผูแ นะนาํ หรือผูสอนไดรบั การเตอื นแลว แตย ังกระทาํ อยอู ีก ผตู ัดสินจะไลเขาออกจาก
พ้ืนท่ีโดยใชใ บแดง ซึง่ เขาจะกลบั มาไมไ ดจนกวาการแขง ขนั ในประเภททมี นนั้ ไดเสร็จสิน้ ลงหรือจบการแขง ขนั ใน
คูน น้ั สาํ หรบั ประเภทบคุ คล ท้ังนยี้ กเวน กรณีขอ 24.5

24.5 ถาผูเลนไดถูกลงโทษในเรื่องเกี่ยวกับความประพฤตโิ ดยใหค ะแนนแกฝ ายตรงขาม 2 ครัง้ แลว
แตยังกระทาํ อยอู ีก หรือเม่ือใดกต็ ามทีผ่ ูเลน หรือผูสอนทําการละเมดิ อยางรายแรง ผูตดั สนิ จะยุตกิ ารเลน และรายงาน
ตอ ผชู ้ีขาดทันที

24.6 ผูช ีข้ าดอาจจะใชมาตรการทางวินัยแกผ ูเลน ภายใตด ลุ ยพนิ ิจของเขาสําหรับความประพฤติท่ี
ไมสมควร กา วรา ว ฯลฯ โดยอาจจะไลผ เู ลนออกจากแมทซก ารแขง ขนั ในประเภทนั้นๆ หรือการแขง ขนั ท้ังหมดโดย
การใชใ บแดง แมว าผตู ัดสินจะรายงานใหทราบหรือไมก ต็ าม

24.7 ถาผเู ลน ถกู ไลอ อก 2 ครง้ั ในประเภททีม หรือ 2 ครงั้ ในประเภทบคุ คลในแมทซน้นั ผเู ลน จะ
ถกู ออกจากการแขง ขันในประเภททมี หรอื ประเภทบคุ คลในแมทซนนั้ โดยอัตโนมตั ิ

24.8 ถา พบวา ผเู ลน ไดเปลย่ี นไมเทเบิลเทนนิสของเขาในระหวา งการเลนโดยไมแ จงใหผ ตู ัดสนิ
และฝายตรงขา มทราบ ผตู ดั สนิ จะยุตกิ ารเลน และรายงานตอ ผชู ข้ี าดทันที ในโอกาสแรกผชู ้ขี าดจะเตอื นผูเ ลน หากยัง
กระทําอีกจะถกู ปรบั เปนแพโ ดยผชู ข้ี าด

25. การแขงขนั ประเภททมี
25.1 ในการแขงขนั ประเภททมี จะทาํ การแขงขนั แบบ SWAYTHLING CUP หรอื CORBILLON

CUP หรอื ระบบอื่นๆ ซ่งึ จะตองระบลุ งในระเบยี บการแขงขันนัน้ ๆ
25.2 การแขงขนั แบบ SWAYTHLING CUP จะตอ งประกอบดวยผเู ลน 3 คน โดยกอ นการแขงขัน

หัวหนาทีมจะตอ งมาจบั ฉลากเสย่ี งวาทีมใดจะไดท มี A,B,C หรอื X,Y,Z
25.2.1) ลาํ ดับการแขงขันแบบ SWAYTHLING CUP มดี งั น้ี
คทู ี่ 1 A - X
คทู ี่ 2 B – Y
คูท ี่ 3 C – Z
คูท ่ี 4 A – Y
คทู ี่ 5 B – X

25.2.2) การแขง ขนั แตละคจู ะแขง ขนั รผู ลแพชนะ 2 ใน 3 เกม และทีมแมทซจ ะถือผลแพ
ชนะ 3 ใน 5 คู

25.3 การแขง ขันแบบ CORBILLION CUP จะประกอบดว ยผเู ลน 2 , 3 หรอื 4 คน โดยกอนการ
แขง ขนั หัวหนา ทีมจะตอ งมาจับฉลากเสยี่ งวา ทมี ใดจะไดท มี A,B,C หรอื X,Y,Z

25.3.1) ลาํ ดับการแขง ขันแบบ CORBILLION CUP มดี ังน้ี
คทู ่ี 1 A – X
คทู ี่ 2 B – Y
คทู ่ี 3 ประเภทคู
คทู ่ี 4 A – Y
คทู ่ี 5 B – X

25.3.2) การแขงขันแตล ะคูจ ะเปนการแขง ขันประเภทเด่ยี ว ยกเวน ในคูที่ 3 เปน การแขง ขัน
ประเภทคู ซึง่ ประเภทคูนี้จะสง รายชอื่ หลังจากการแขง ขนั ประเภทเด่ยี วคูท่ี 2 เสร็จสนิ้ ลงแลว กไ็ ด โดยจะตองเปน
ผเู ลน ทีม่ ชี อ่ื อยใู นทมี

25.3.3) การแขง ขันแตล ะคูจ ะแขง ขนั รูผ ลแพชนะ 2 ใน 3 เกม และทีมแมทซจะถือผลแพ
ชนะ 3 ใน 5 คู

25.3.4) เมื่อจบการแขง ขนั ในแตละคู ผูเลน จะสามารถหยุดพักไดไ มเ กนิ 5 นาที
26. การแขง ขนั แบบแพค ดั ออก

26.1 จาํ นวนตําแหนง ของระบบการแขง ขันแพค ดั ออกจะตอ งมีจาํ นวนเปน 2 เทา เชน 2 , 4 , 8 ,
16 , 32 เปนตน

26.2 ถา จาํ นวนผูเลนมีนอยกวา ตาํ แหนง ใหใ ส ชนะผาน (BYE) เพิม่ เขาไปในรอบแรก
26.3 ถาจํานวนผเู ลนมีมากกวา ตาํ แหนง ใหใ สร อบคดั เลอื ก (QUALIFIERS)
26.4 การชนะผา น (BYE) หรือการคดั เลือก (QUALIFIERS) จะตอ งกระจายอยูอยางสม่าํ เสมอ
โดยการชนะผา น (BYE) จะตอ งอยกู ับมอื วางอนั ดับแรก
26.5 การวางมอื อันดบั

26.5.1) ผูเลนท่ีมฝี มอื ดตี ามอนั ดบั จะตอ งถูกวางตวั เพือ่ ไมใหพ บกนั กอ นทจ่ี ะถงึ รอบ
สดุ ทา ยของการแขง ขัน

26.5.2) ผูเ ลน ทีม่ จี ากสโมสรเดยี วกันจะถูกจบั แยกกนั ใหแ ยกกนั ใหห างท่ีสุดเทาท่จี ะเปน
ไปได เพ่อื ไมไ หพบกนั กอ นทจี่ ะถงึ รอบสดุ ทา ยของการแขง ขนั

26.5.3) ผูเ ลน มือวางอันดบั 1 จะถูกจดั ใหอ ยบู นสุด ผเู ลน มืออนั ดบั 2 ถกู จดั ใหอยลู างสดุ
ผูเลนมอื วางอนั ดับ 3 - 4 จะจับฉลากระหวางผูเลนมือ 1 - 2

26.5.4) ผูเ ลนมอื วางอนั ดบั 5 – 8 จะจับฉลากอยรู ะหวางผเู ลน ตามขอ 26.5.3
26.5.5) ผูเลน มอื วางอนั ดบั 9 – 16 จะจับฉลากอยรู ะหวา ง ผูเลนตามขอ 26.5.4 ตามลําดับ

27. กาํ หนดการแขง ขนั
27.1 ในการแขง ขนั ระดับภายในประเทศ ผเู ลน จะตองทําการแขง ขนั ตามทก่ี ําหนด หากเลยเวลา

แขงขนั ใหปรบั เปน แพโดยผูช ้ขี าด ดงั น้ี
27.1.1) ประเภทบุคคล ใหเ วลา 5 นาที นบั จากกาํ หนดเวลาแขงขนั หรือหากเลยกาํ หนด

เวลาแขงขันแลว ใหน บั จากเวลาที่เรียกลงทําการแขง ขัน
27.1.2) ประเภททมี ใหเวลา 15 นาที นบั จากกําหนดเวลาแขงขันหรือหากเลยกาํ หนดเวลา

แขง ขนั แลว นบั จากเวลาทีเ่ รยี กมาจบั ฉลาก คือโดยจะตองมผี เู ลนอยางนอย 2 คนในการแขง ขนั ระบบ CORBILLION
CUP และจะตอ งมีผูเลน อยางนอ ย 3 คน ในการแขงขันระบบ SWAYTHLING CUP

27.2 เวลาทีร่ ะบุไวตามขอ 27.1.1 , 27.1.2 นี้ อาจอนญุ าตขยายออกไปไดโดยการอนญุ าตของ
ผูช้ขี าด

28. การคิดคะแนนในการแขง ขนั แบบวนพบกนั หมด
28.1 ในการแขง ขนั แบบวนพบกนั หมด ผเู ลนหรือทีมภายในกลมุ นน้ั ตอ งแขงขนั พบกนั ทกุ ทีมโดย

ผูชนะ จะได 2 คะแนน ผแู พจ ะได 1 คะแนน และผทู ่ไี มแ ขง ขนั หรอื แขงขนั ไมเสร็จสิน้ จะได 0 คะแนน และการจัด
อนั ดับจะดูผลจากคะแนนแมทซนี้เปน อนั ดบั แรก

28.2 ถา ผเู ลน / ทีมท่ีมีคะแนนแมทซเ ทากนั ตั้งแต 2 คน / ทีมขึ้นไป การจดั อันดบั ใหด ผู ลการ
แขง ขันเฉพาะคน / ทมี ทีม่ คี ะแนนเทา กันเทานน้ั โดยใชผลแพชนะของบคุ คล (สําหรับประเภททมี ) เกม หรือ คะแนน
ตามลําดับจนกวา จะไดขอยุติ ซ่งึ วธิ กี ารคดิ คะแนนในแตล ะขนั้ ตอนใหใชค ะแนนได หารดว ยคะแนนเสยี

28.3 ในการคดิ คะแนนตามขน้ั ตอนหากมีหน่ึงหรือมมี ากกวาหนง่ึ ในกลุม น้นั แสดงผลตางขณะท่ี
สว นอน่ื ๆ ยงั มคี ะแนนเทากันอยู ผลการแขง ขนั ของผทู ี่เทา กนั นนั้ จะถกู คํานวณยอ ยตอ ไปตามลําดับ คือ ผลบุคคล
(สาํ หรบั ประเภททีม)จาํ นวนเกม คะแนนในเกม

28.4 หากคดิ คะแนนตามขอ 28.1 , 28.2 และ 28.3 แลว ยังมีคะแนนเทา กันอีกใหใ ชว ธิ ีการจับฉลาก
***********************************


Click to View FlipBook Version