คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน
การสอนรายวชิ าโรงต้นกาลงั ไฟฟา้ ( ระดบั ปวส. )
วิทยาลยั เทคโนโลยี ดอนบอสโกสุราษฎร์
นางสาวณปภัช ทรพั ยอ์ ุปการ รหัส 6441040032
สาขาเทคโนโลยีไฟฟา้ วิทยาลัยเทคนคิ สุราษฎรธ์ านี สถาบันการอาชีวศกึ ษาภาคใต้
อ้างอิงรายวิชา : การเขียนรายงานในงานอาชพี รหัส : 20-4000-1101
ท่ีปรกึ ษา : ดร.สมหวัง ศภุ พล
สารบัญ หนา้
เรื่อง 3
4
สารบญั 5
6
บทที่ 1 การส่งจ่ายพลงั งานไฟฟา้ 7
ส่วนประกอบในระบบสง่ จ่าย 7
การไฟฟ้าในประเทศไทย 8
โครงจ่ายระบบจาหน่าย 9
ประเภทของโหลด
การผลิตไฟฟา้ เพ่อื ใชง้ าน 13
การผลติ ไฟฟา้ เพอ่ื ใชง้ าน 13
การเพ่ิมของโหลด 15
สรปุ 21
22
บทท่ี 2 โรงไฟฟา้ พลังงานนา 23
พลังงานนา 23
ชนดิ ของเข่ือนไฟฟา้ พลังงานนา
ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
หลักการทางานของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
ข้อดีของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
ขอ้ เสียของโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
สรปุ
สารบญั (ตอ่ ) หนา้
เรอื่ ง 28
28
บทท่ี 3 โรงไฟฟา้ พลงั งานไอนา 30
พลังงานไอนา 33
กระบวนการเกดิ ถ่านหนิ 34
ชนิดของถ่านหิน 35
สว่ นประกอบของโรงไฟฟา้ พลังงานไอนา 36
หลกั การทางานของโรงไฟฟา้ พลงั งานไอนา 36
ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังงานนา 39
ขอ้ เสยี ของโรงไฟฟ้าพลงั งานนา
สรปุ 41
45
การหาขอ้ มูล 49
ภาคผนวก 52
54
ภาคผนวก ก. แบบฝึกหดั ทา้ ยบทที่ 1 การส่งจา่ ยพลงั งานไฟฟ้า
ภาคผนวก ข. แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทที่ 2 โรงไฟฟ้าพลังงานนา
ภาคผนวก ค. แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 โรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
บรรณานุกรม
ประวัติผูจ้ ัดทา
บทที่ 1
การสง่ จา่ ยพลงั งานไฟฟา้
2
บทที่ 1
การสง่ จา่ ยพลังงานไฟฟา้
หัวข้อเร่อื ง ( Topics )
1. ส่วนประกอบในระบบสง่ จา่ ย 2. การไฟฟา้ ในประเทศไทย
3. โครงจ่ายระบบจาหน่าย 4. ประเภทของโหลด
5. การผลิตไฟฟา้ เพ่ือใชง้ าน 6. การผลิตไฟฟา้ เพอ่ื ใช้งาน
7. การเพิม่ ของโหลด 8. สรุป
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ( Behavioral Objectives )
1. อธิบายและสามารถเรียนรู้เขา้ ใจส่วนประกอบในระบบส่งจา่ ย
2. อธบิ ายและสามารถเรียนรเู้ ข้าใจการไฟฟ้าในประเทศไทย
3. อธบิ ายและสามารถเรียนรเู้ ข้าใจโครงจ่ายระบบจาหนา่ ย
4. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เข้าใจประเภทของโหลด
5. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เขา้ ใจการผลติ ไฟฟา้ เพื่อใช้งาน
6. อธิบายและสามารถเรยี นรู้เข้าใจการผลติ ไฟฟ้าเพื่อใชง้ าน
7. อธิบายและสามารถเรียนร้เู ขา้ ใจการเพิ่มของโหลด
8. มีคุณธรรมจริยธรรม แสดงเจตคติและพฤติกรรมลักษณะนิสัยในการปฏิบัติงาน
รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ ละเอียด รอบคอบ ปลอดภัย และทางาน
ร่วมกับผอู้ ื่นได้
3
สว่ นประกอบในระบบส่งจ่าย
train Moodle (ม.ป.ป.) ได้กล่าวถึง ระบบไฟฟ้ากาลงั โดยทวั่ ไปจะประกอบไปด้วยระบบการผลิต
ระบบการสง่ ระบบการจาหนา่ ย และระบบใช้กาลงั ไฟฟ้า โดยแตล่ ะระบบมลี กั ษณะดังนี
1. ระบบการผลิต (Generating System) หมายถึง ระบบที่มีหน้าท่ีเปล่ียนพลังงานรูปอื่น ๆ
มาเป็นพลังงานไฟฟ้า เช่น เปลี่ยนจากพลังงานศักย์ของนา หรือพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผา
ไหมข้ องเชอื เพลงิ มาเป็นพลงั งานในการขบั เคล่ือนเคร่ืองกาเหนิดไฟฟ้า
ภาพท่ี 1.1 ระบบการผลติ ไฟฟ้าในประเทศไทย
ระบบไฟฟ้ากาลังโดยท่ัวจะประกอบด้วย โรงจักรไฟฟ้าและเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ซ่ึงจะผลิต
กาลังไฟฟ้าออกมาท่ีแรงดันประมาณ 10-30 kV แล้วทาการแปลงระดับแรงดันสูงขึนท่ีลานไกไฟฟ้า
(Switch Yard) เพือ่ ท่เี ข้าสรู่ ะบบส่งจ่าย
2. ระบบการส่ง (Transmission System) หมายถึง ระบบการส่งพลังงานไฟฟ้าท่ีได้จาก
ระบบการผลติ ไปยังระบบการจาหนา่ ย เพ่อื จาหน่ายกาลังไฟฟา้ ใหแ้ ก่ผูใ้ ช้ไฟฟ้าต่อไป โดยจะทาการส่ง
ในระดับแรงดันสูงเพ่ือลดการสูญเสียพลังงานในสายส่งซ่ึงจะทาให้การส่งกาลังไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ
สงู ขนึ ระบบการส่งโดยท่ัวไปประกอบด้วยสายสง่ ไฟฟ้าแรงสูงและบริภณั ฑ์ท่ีใช้ส่งกาลงั ไฟฟา้ อ่นื ๆ
4
ภาพที่ 1.2 ระบบการสง่ จา่ ยและระบบจาหน่ายไฟฟ้าภายในประเทศไทย
3. ระบบการจาหน่าย (Distribution System) หมายถึง ระบบไฟฟ้าที่รับพลังงานไฟฟ้าจาก
ระบบการสง่ แล้วลดระดับแรงดันลงจากแรงดนั สูงให้เป็นแรงดนั ปานกลาง คอมพิวเตอรค์ ่ะเพอ่ื ท่ีจะให้
ระบบการใช้ไฟฟ้าต่อไประบบการจาหน่ายโดยทั่วไปประกอบด้วย สถานีจาหน่ายไฟฟ้าย่อย สาย
จาหน่ายแรงดนั ปานกลาง หมอ้ แปลงจาหน่าย และสายส่งแรงดันตา่
4. ระบบการใช้กาลังไฟฟ้า (Utilization System) หมายถึง ระบบไฟฟ้าที่รับกาลังไฟฟ้าจาก
ระบบการจาหน่ายที่มีระดับแรงดันปานกลางและทาการลดระดับแรงดันลงให้เป็นแรงดันต่า เคร่ือง
จา่ ยกาลงั ไฟฟา้ ใหก้ ับบรภิ ัณฑ์เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าตา่ ง ๆ
การไฟฟา้ ในประเทศไทย
หอ้ งไฟฟ้า (2546) ไดก้ ล่าวถึง ประเทศไทยมีหนว่ ยงานทีร่ ับผิดชอบ และเกย่ี วข้องกบั ระบบ
การผลติ และจ่ายไฟฟา้ กาลงั ใหญ่ ๆ รวม 3 หนว่ ยงานดังนี
1. การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟา้ ฝ่ายผลิต เป็นหน่วยงานรฐั วสิ าหกิจ
ท่ีมีหน้าท่ีในการวางแผนการเตรียมระบบไฟฟ้าของทังประเทศ เช่น สร้างโรงผลิตไฟฟ้าพลังนา,
พลังงานความร้อน จากกา๊ ซธรรมชาติ เปน็ ต้น
ภาพที่ 1.3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย
ระบบท่ีผลิตจะมีการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้าท่ีแรงดัน 500 กิโลโวลต์, 230 กิโลโวลต์ และ 115
กิโลโวลต์ ขายต่อการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในปัจจุบันการใช้กาลังไฟฟ้าได้
เติบโตอย่างรวดเร็วจนการสร้างโรงงานผลิตไฟฟา้ ไม่สามารถทาไดท้ นั ต่อการใชง้ าน โดยการไฟฟ้าฝา่ ย
ผลิตเพียงหน่วยเดียวจึงมีการเปิดบริษัทเอกชน ทาการสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าความร้อนร่วม (Co-
Generation Plant) โดยขายไฟฟ้าให้โรงงานอุตสาหกรรมภายในนิคมฯ พร้อมทังขายไอนา (5Steam)
นาเย็น (Chilled Water) เพ่ือทาความเย็น โดยทังไอนาและนาเย็นจะผลิตได้จากพลังงานส่วนเหลือ
ทงิ จากการผลติ ไฟฟ้า และเมื่อมีไฟฟ้าเหลือใชง้ านจึงจะขายต่อใหก้ ารไฟฟ้าฝา่ ยผลิต
2. การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้านครหลวงเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่
รบั ผิดชอบในการรบั ซือไฟฟ้าจากฝ่ายผลิต เพ่ือทาการส่งขายใหล้ กู ค้าทังเอกชน และหนว่ ยงานรัฐบาล
ภายในเขตกรุงเทพมหานคร, นนทบรุ ี, สมุทรปราการ
โครงจา่ ยระบบจาหนา่ ย
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (2560) ได้กล่าวถึง ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็น
โครงข่ายที่รวบรวมระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อทาการเปลี่ยนรูปพลังงานที่ไม่ใช่ไฟฟ้า
เป็นพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบท่ีต้องการ และส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ๆ ไปยัง
แหล่งหรือระบบใช้งานในรูปโครงข่ายปิดขนาดใหญ่ ซึ่งจะแปลงพลังงานไฟฟ้าเหล่านีไปใช้งานในรูป
ของพลังงานท่ีไม่ใช่ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้ากาลังใช้งานที่ดีนันจะต้องคานึงถึงระบบความปลอดภัย ความ
ม่ันคงแน่นอน ประสิทธิภาพเป็นท่ีน่าเช่ือถือ ราคาประหยัดเหมาะสมตามหลักเศรษฐศาสตร์และ
ผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม โดยเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับของสังคมท้องถ่ิน โครงสร้างของระบบ
ไฟฟ้ากาลงั ไม่วา่ จะเป็นระบบเล็กหรอื ระบบใหญ่ จะถกู แบ่งยอ่ ยออกเปน็ ระบบย่อยที่สาคัญไดแ้ ก่
1. ระบบผลติ กาลังไฟฟ้า ระบบการผลิตจะมีเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าจะทาหน้าทผ่ี ลิตกระแสไฟฟ้า
ด้วยระบบแรงดันระดับหน่ึง แล้วส่งผ่านไปหม้อแปลงกาลังเพ่ือเพ่ิมแรงดันให้สูงขึนแล้วส่งไปลานไก
ไฟฟา้ (switchyard)
ภาพท่ี 1.4 โครงสรา้ งระบบไฟฟ้ากาลงั
2. ระบบส่งกาลังไฟฟ้า ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆของระบบไฟฟ้ากาลังในประเทศไทยเป็น
ไฟฟา้ กระแสสลับ ความถ่ี 50 Hz ที่มีใชท้ งั ระบบ 1 เฟสแรงดนั ไฟฟา้ 220 V ตามอาคารบา้ นพักอาศัย
ทั่วไป และระบบ 3 เฟส แรงดันไฟฟ้า 380V ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และการส่งและจ่ายไฟฟ้าท่ี
ระดบั แรงดนั ไฟฟ้าขนาด 11 kV 22 kV 33 kV 69 kV 115 kV 230 kV และ 500 kV 6
ประเภทของโหลด
solarhub (ม.ป.ป.) ไดก้ ลา่ วถึง โหลดหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า เปน็ อปุ กรณต์ ่าง ๆ ที่ใชไ้ ฟฟา้ ในการ
ทางาน โหลดจะทาหน้าท่ีเปล่ียนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานรูปอื่น ๆ เช่น เสียง แสง ความร้อน
ความเย็น และการส่ันสะเทือน เป็นต้น โหลดเป็นคากล่าวโดยรวงมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดอะไรกไ็ ด้
เช่น ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ วิทยุ และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น โหลดแต่ละชนิดจะใชัพ
ลังงานไฟฟ้าไม่เทา่ กนั ซงึ่ แสดงดว้ ยคา่ แรงดัน กระแส และกาลงั ไฟฟ้าแบ่งได้ 2 ประเภทดังนี
1. โหลดหรืออุปกรณ์ท่ีใช้ไฟฟ้ากระแสตรง DC (Direct Current) ดังท่ีได้กล่าวมาก่อนหน้านี
ว่า แผงโซล่าเซลล์รับแสงอาทิตย์แล้วจะผลิตเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ดังนันหากเรามีอุปกรณ์ ที่ใช้ไฟฟ้า
DC ก็จะเป็นการดีเพราะเราจะได้ไมต่ ้องไปผา่ นอนิ เวอรเ์ ตอร์เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้า AC ซ่ึงกจ็ ะทาให้ไม่มี
การสูญเสียพลังงานในการแปลงไฟ แต่อาจต้องส่งต่อไฟฟ้า มายังตัวชาร์จเจอร์ และแบตเตอรี่ ก่อน
นาไปใช้งาน เพราะไฟฟ้าท่ีได้จากแผงโซล่าเซลล์ก็จริง แต่อาจมีแรงดันท่ีไม่สม่าเสมอ เพราะช่วงแดด
อ่อนหรือฟ้าครึม ค่าแรงดันไฟฟ้าท่ีได้อาจต่าเกินไป จนส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียได้ แต่ก็มีอุปกรณ์
ไฟฟ้าบางชนิดที่สามารถทางานได้ที่แรงดันต่าได้ ก็ต้องดูสเป็ค เป็นรายๆไปครับ สาหรับอุปกรณ์ท่ีใช้
ไฟฟ้า DC ที่น่านามาใช้ร่วมกับระบบโซล่าเซลล์ ก็เช่น หลอด LED DC , TV ใช้ไฟฟ้า DC , ป๊ัมน้าDC
ขนาดเล็ก ๆ ไมเ่ กนิ 1แรงมา้ ( แต่กเ็ ห็นมีบ้างทเ่ี กิน 1 แรงมา้ แตร่ าคาแพงมาก)
ภาพที่ 1.5 โหลดทางไฟฟา้ กาลงั
7
2. โหลดหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ AC (Alternating Current) ก็เป็นอุปกรณ์ไฟ้ฟ้า
ทั่วไปที่ใช้ตามบ้านเรา เช่น TV ตู้เย็น จาเป็นต้องใช้ ความสุขเล็กน้อยนี่ว่าจะถอย VDO มาฉายดู ซึ่ง
ถา้ นามาใชก้ บั ระบบโซลา่ เซลล์ กต็ อ้ งมีอปุ กรณอ์ ินเวอร์เตอร์เป็นตัวแปลงไฟจาก DC เป็น AC อุปกรณ์
บางอยา่ งเช่น มอเตอรห์ รือป๊ัมนาหรือคอมเพรสเซอร์ จะกินกระแสไฟฟ้าสูงมากขณะสตาร์ท หรือตอน
เริ่มทางาน อาจมากถึง 3-5 เท่าของช่วงปกติ ดังนันหากเป็นโหลดประเภทมอเตอร์ หรือปั๊มนา จะ
ออกแบบระบบอ๊อฟกริดแยกออกมาตา่ งหาก แล้วนาอนิ เวอร์เตอร์แบบซอฟท์สตาร์ท มาชว่ ยผอ่ นแรง
ให้กนิ กระแสตา่ ลง หรือใหแ้ รงดันคงที่ ขณะสตาร์ท
การผลิตไฟฟา้ เพื่อใช้งาน
ทรูปลกู ปัญญา (2564) ได้กลา่ วถึง การผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยทใ่ี ช้อยูใ่ นปัจจุบัน สามารถ
แบ่งออกเปน็ 2 ประเภทดังนี
1. ประเภทไม่ใชเ้ ชอื เพลิง
1.1 โรงไฟฟา้ พลงั นาจากนาในอ่างเก็บนา หรอื จากลาหว้ ยที่อยู่ในระดบั สูง
1.2 โรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาตจิ ากตน้ พลังงานท่ีไมห่ มดสนิ เชน่ พลงั งานแสงอาทิตย์ ลม
ความรอ้ นใตพ้ ิภพ
2. ประเภทใชเ้ ชือเพลิง
2.1 โรงไฟฟ้าพลังไอนา ใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านลิกไนต์ หรือนามันเตา เป็นเชือเพลิงให้
ความรอ้ นแกน่ าจนเดอื ดเปน็ ไอนา นาแรงดนั จากไอนามาใช้ในการผลติ ไฟฟา้
2.2 โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือนามันดีเซลมาสันดาป ทาให้เกิด
พลังงานกลตอ่ ไป โรงไฟฟา้ ประเภทนีได้แก่ โรงไฟฟา้ กงั หันแกส๊ ใช้กา๊ ซธรรมชาตหิ รอื นามันดีเซล พลงั
ความรอ้ นรว่ ม ใช้ก๊าซธรรมชาตหิ รอื นามนั ดีเซล โรงไฟฟ้าดเี ซล ใช้นามันดเี ซล
การเพ่มิ ของโหลด
illustrationprize (ม.ป.ป.) ได้กล่าวถึง ลักษณะของโหลดขึนอยู่กับปัจจัยโหลด, ปัจจัย
อุปสงค์, ปัจจัยความหลากหลาย, ปัจจัยพลังงานและปัจจัยการใช้ประโยชน์ของระบบ รายละเอียด
ของโหลดประเภทต่าง ๆมีการอธบิ ายไว้ดงั นี
1. โหลดอุปนยั คือโหลดอุปนัยใช้สนามแม่เหล็กสาหรบั ทางาน หม้อแปลงเครอ่ื งกาเนิดไฟฟา้
มอเตอร์เป็นตัวอย่างของการโหลด โหลดอุปนัยมีขดลวดที่เก็บพลังงานแม่เหล็กเมื่อกระแส8ผ่านมัน
คล่ืนปัจจุบันของโหลดอุปนัยจะล้าหลังคลื่นแรงดันไฟฟ้าและปัจจัยอานาจของโหลดอุปนัยก็ปกคลุม
ดว้ ย
2. โหลด Capacitive ในโหลด capacitive คลืน่ แรงดันคือนาคล่นื ปัจจบุ นั ตัวอยา่ งของโหลด
ตัวเก็บประจุคือธนาคารตัวเก็บประจุวงจรเร่ิมต้นมอเตอร์เหนี่ยวนาสามเฟสเป็นต้นตัวประกอบ
กาลังไฟฟา้ ของโหลดประเภทนันเปน็ ผู้นา
3. โหลดตัวต้านทาน คือโหลดตัวต้านทานจะขัดขวางการไหลของพลังงานไฟฟ้าในวงจรและ
แปลงเป็นพลังงานความร้อนเน่ืองจากพลังงานตกคร่อมเกิดขึนในวงจร หลอดไฟและฮีตเตอร์เป็น
ตัวอย่างของโหลดความต้านทาน โหลดความต้านทานใช้พลังงานในลักษณะเพื่อให้กระแสและคล่ืน
แรงดันยังคงอยู่ในเฟสเดียวกัน ดังนันตัวประกอบกาลังไฟฟ้าของโหลดตัวต้านทานจึงยังคงเป็น
เอกภาพ
แผนการผลิตพลงั งานในอนาคต
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (2561-2562) ได้กล่าวถึง แผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้า
ของประเทศ (Power Development Plan : PDP) เป็นแผนแม่บทในการผลติ ไฟฟ้าของประเทศ ว่า
ด้วยการจดั หาพลงั งานไฟฟ้าในระยะยาว 15 -20 ปี
เพ่ือสร้างความม่ันคงและความเพียงพอของกาลังการผลิตไฟฟ้า โดยคานึงนโยบาย พลังงาน
ของประเทศและปัจจัยต่าง ๆ ทังด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจ การกระจายการใช้เชือเพลิงในการผลิตไฟฟ้า กาลังผลิตไฟฟ้าสารองที่เหมาะสม การเพ่ิม
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นโยบายการพัฒนาพลังงานหมุนเวยี น ฯลฯ แผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้า
จะมีการทบทวนเป็นระยะ ๆ หรือทุก 1 - 2 ปี เพื่อพิจารณาปัจจยั ต่าง ๆ ว่ามีการเปล่ยี นแปลงไปจาก
สมมุตฐิ านเดิมหรอื ไม่ เพ่ือจดั ทาฉบบั ใหมห่ รอื ฉบบั ปรับปรงุ
9
สรปุ
1. ส่วนประกอบในระบบส่งจ่าย
1.1 ระบบการผลติ (Generating System)
1.2 ระบบการส่ง (Transmission System)
1.3 ระบบการจาหน่าย (Distribution System)
1.4 ระบบการใชก้ าลงั ไฟฟา้ (Utilization System)
2. การไฟฟ้าในประเทศไทย
2.1 การไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย (EGAT)
2.2 การไฟฟา้ นครหลวง (MEA)
2.3.การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค (PEA)
3. โครงจา่ ยระบบจาหน่าย
3.1 ระบบผลติ กาลงั ไฟฟา้
3.2 ระบบส่งกาลงั ไฟฟา้
4. ประเภทของโหลด
4.1 โหลดหรอื อุปกรณท์ ีใ่ ช้ไฟฟ้ากระแสตรง DC (Direct Current)
4.2 โหลดหรืออุปกรณท์ ใ่ี ชไ้ ฟฟ้ากระแสสลบั AC (Alternating Current) ก็
5. การผลิตไฟฟ้าเพือ่ ใชง้ าน
5.1 ประเภทไม่ใชเ้ ชือเพลิง
5.1.1 โรงไฟฟา้ พลงั นาจากนาในอา่ งเก็บนา หรือจากลาหว้ ย
5.1.2 โรงไฟฟา้ พลงั งานธรรมชาติจากตน้ พลงั งานท่ีไมห่ มดสิน 10
5.2. ประเภทใช้เชอื เพลงิ
5.2.1 โรงไฟฟ้าพลังไอนา
5.2.2 โรงไฟฟ้าพลงั ความรอ้ น
6. การเพมิ่ ของโหลด
6.1 โหลดอปุ นัย
6.2 โหลด
6.3 โหลดตัวต้านทาน คือโหลดตวั ต้านทานจะขัดขวางการไหลของพลงั งานไฟฟ้าใน
7.แผนการผลติ พลงั งานในอนาคต
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (2561-2562) ได้กล่าวถึง แผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้า
ของประเทศ (Power Development Plan : PDP) เป็นแผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่า
ด้วยการจดั หาพลงั งานไฟฟา้ ในระยะยาว 15 -20 ปี
บทท่ี 2
โรงไฟฟา้ พลังงานนา
12
บทท่ี 2
โรงไฟฟา้ พลงั งานนา
หัวข้อเร่ือง ( Topics )
1. พลงั งานนา
2. ชนดิ ของเขื่อนไฟฟ้าพลังงานนา
3. สว่ นประกอบของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
4. หลกั การทางานของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
5. ขอ้ ดีของโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
6. ข้อเสียของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
7. สรุป
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ( Behavioral Objectives )
1. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เข้าใจพลังงานนา
2. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เขา้ ใจชนดิ ของเขอ่ื นไฟฟ้าพลังงานนา
3. อธิบายและสามารถเรยี นรเู้ ข้าใจสว่ นประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
4. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เข้าใจหลักการทางานของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
5. อธิบายและสามารถเรยี นรู้เขา้ ใจข้อดี-ข้อเสยี ของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
6. มีคุณธรรมจริยธรรม แสดงเจตคติและพฤติกรรมลักษณะนิสัยในการปฏิบัติงาน
รับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ ละเอียด รอบคอบ ปลอดภัย และทางาน
ร่วมกับผอู้ ่ืนได้
13
พลังงานนา
พรวิวาห์ (2564) ไดก้ ลา่ วถงึ พลงั งานนาหมายถึง การเคลือ่ นทีข่ องนาจากทสี่ งู สู่ท่ตี ่า รปู แบบ
ท่ีคุ้นเคยคือ การสร้างเขื่อนเก็บกักนาเพ่ือสะสมพลังงานศักย์ เม่ือเปิดประตูที่ปิดกันทางเดินของนา
พลังงานศักยท์ ่สี ะสมอยู่ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ สามารถนาไปฉดุ กังหัน และต่อเชอื่ มเขา้ กบั เคร่ือง
กาเนิดไฟฟา้ เกดิ เป็นกระแสไฟฟ้าขึน
ภาพท่ี 2.1 พลงั งานนา
พลังงานของมวลนาที่เคลื่อนท่ี มนุษย์นามาใช้โดยได้มีการสร้างกังหันนา (Water
Wheel) เพื่อใช้ในการงานต่าง ๆ ในอินเดียและชาวโรมันก็ได้มีการประยุกต์ใช้เพื่อใช้ในการโม่แป้ง
จากเมล็ดพืชในจีนใช้พลังงานนาเพ่ือสร้าง Pot Wheel เพื่อใช้ในวิดนาเพ่ือการชลประทาน โดย
ในชว่ งทศวรรษ 1830 ซง่ึ เปน็ ยคุ ทกี่ ารสร้างคลองเฟ่ืองฟถู ึงขีดสดุ ก็ได้มีการประยุกตเ์ อาพลังงานนามา
ใช้เพ่ือขับเคล่ือนเรือขึนและลงจากเขา โดยอาศัยรางรถไฟที่ลาดเอียง (Inclined Plane Railroad :
Funicular) พลังงานนาเป็นพลังงานท่ีได้จากแรงอัดดันของนา เป็นการนาพลังงานจากแรงของนาที่
เคล่ือนท่ีหรือไหลจากบริเวณท่ีสูงกว่าลงสู่ตาแหน่งที่ต่ากว่า โดยอาศัยหลักการของแรงโน้มถ่วงของ
โลก พลังงานศักย์ของนาถูกเปล่ียนเป็นพลังงานจลน์อุปกรณ์ท่ีใช้ในการเปล่ียนนีคือกังหัน
นา (Turbines) นาที่มีความเร็วสูงจะผ่านเข้าท่อแล้วให้พลังงานจลน์ทาให้กังหันนาหมุนขับเครื่อง
กาเนดิ ไฟฟา้
ชนิดของเขือ่ นไฟฟ้าพลังงานนา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (2564) ได้กล่าวถึง โรงไฟฟ้าพลังนาที่เราเห็นเป็นภาพ
ของเข่ือนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยนัน ไม่ใช่ทุกแห่งจะมีวิธีการผลิตไฟฟ้าเหมือนกันทังหมด เน่ืองจาก
โรงไฟฟา้ พลังนาท่ตี ดิ ตงั อยตู่ ามเข่ือนต่าง ๆ ในประเทศไทยนนั แบ่งออกได้เปน็ 3 ประเภทดงั นี
14
1. โรงไฟฟา้ พลังนาจากอ่างเก็บนา (Conventional) โรงไฟฟ้าประเภทนีเป็นโรงไฟฟ้าท่ีน่าจะ
เห็นกันอย่างแพร่หลายมากท่ีสุด โดยมีหลักการทางานคือ กักเก็บนาท่ีอ่างเก็บนาของเขื่อน และเมื่อมี
ความต้องการไฟฟ้าเกิดขึนก็จะปล่อยนาจากอ่างเก็บนาผ่านเครื่องกาเนิดไฟฟ้า สาหรับลักษณะของ
โรงไฟฟา้ ประเภทนีจาเป็นตอ้ งจะมคี วามสูงระหวา่ งอ่างเก็บนา และทา้ ยนา
ภาพที่ 2.2 เข่ือนสิรกิ ิติ์ จ.อตุ รดิตถ์
โรงไฟฟ้าประเภทนีเน้นการชลประทานเป็นหลัก โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการนา เป็นผู้
กาหนดแผนการจัดสรรนาในแต่ละปี ขณะที่การผลิตไฟฟ้าเป็นจุดประสงค์รอง โรงไฟฟ้าประเภทนีใน
ประเทศไทยมีหลายแห่ง เช่น เข่ือนภูมิพล จ.ตาก เข่ือนสิริกิต์ิ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.
กาญจนบุรี
ภาพท่ี 2.3 เข่ือนภมู ิพล จ.ตาก
2. โรงไฟฟ้าพลังนาแบบนาไหลผ่านตลอดปี (Run-of-the-river) โรงไฟฟ้าประเภทนีไม่ได้มี
การกักเก็บนาไว้ทางต้นนา แต่ปล่อยให้นาไหลผ่านเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ดังนันเม่ือนาไหลผ่านก็จะผลิต
ไฟฟา้ ได้ทันที ซ่ึงหมายถงึ ว่า หากมีปริมาณพลังงานไฟฟ้าทผ่ี ลิตได้มากเกินไปก็จะไม่สามารถกักเก็บไว้
ได้ อาทิ เขือ่ นปากมูล จ.อุบลราชธานี
15
ภาพท่ี 2.4 เขื่อนปากมลู จ.อุบลราชธานี
3. โรงไฟฟ้าพลังนาแบบสูบกลับ (Pumped-Storage) การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังนาประเภทนี
เปรียบเสมือนได้กับเป็นแบตเตอร่ีพลังนา ซึ่งโดยหลักการการผลิตไฟฟ้านันเหมือนกับโรงไฟฟ้าจาก
อ่างเก็บนา ทว่า เคร่อื งกาเนิดไฟฟ้าประเภทนจี ะสามารถสบู นากลับขนึ ไปท่ีอา่ งเกบ็ นาด้านบนได้ เพื่อ
ปล่อยนาลงมาผลิตไฟฟ้าอีก วนแบบนีเรื่อยไป โดยโรงไฟฟ้าในไทยท่ีมีระบบนี ได้แก่ โรงไฟฟ้าลาตะ
คองชลภาวัฒนา จ.นครราชสมี า ทีเ่ ป็นโรงไฟฟ้าพลังนาแบบสูบกลับทุกเครื่อง เขื่อนภมู ิพล เครอื่ งที่ 8
และเขื่อนศรนี ครินทร์ เครือ่ งที่ 4 -5
ภาพท่ี 2.5 อ่างเก็บนาบนของโรงไฟฟ้าลาตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสมี า
ทังนี การเลือกว่าจะติดตังโรงไฟฟ้าประเภทใดนันต้องคานึงถึงภูมิประเทศที่ก่อสร้าง และการ
ชลประทานด้วย เนื่องจากว่าการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บนานันต้องใช้พืนท่ีมาก และต้องเป็นพืนที่ที่มี
ความเหมาะสมด้วย
สว่ นประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
Rongfifaphlangnganna (ม.ป.ป.) ไดก้ ล่าววา่ โรงไฟฟ้าพลังงานนามีสว่ นประกอบทคี่ วรรู้จัก
ดังต่อไปนี
16
ภาพที่ 2.6 อาคารรับนา
1. อาคารรบั นา (power intake) คืออาคารสาหรบั รับนาท่ไี หลจากอา่ งลงสู่ทอ่ ท่ีอยูภ่ ายในตัว
อาคาร เพอ่ื นาพลงั งานนาไปหมนุ กังหันและหมนุ เครือ่ งกาเนิดไฟฟ้า ภายในตวั อาคารจะมีห้องควบคุม
ระบบการไหลของนาและระบบการผลิตไฟฟ้า อาคารรับนาโดยท่วั ไปจะถูกสร้างไวใ้ กล้ๆ ตัวเขอ่ื น
ภาพที่ 2.7 ตะแกรง
2. ตะแกรง (screen) เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้ป้องกันเศษไม้ หรือวัตถุใดๆ ท่ีจะผ่านเข้าไปทาให้เกิด
การอดุ ตันของท่อส่งนา หรอื สร้างความเสียหายให้กับกังหนั
ภาพท่ี 2.8 อโุ มงคเ์ หนือนา
3. อุโมงค์เหนือนา (headrace) เป็นช่องสาหรับให้นาไหลเข้ามายังท่อส่งนาอยู่ภายในตัว
เข่ือน อโุ มงค์นจี ะอยใู่ นตวั อาคารรบั นามพี ืนทหี่ นา้ ตัดเปน็ รปู เกือกมา้ หรอื วงกลม ทาด้วยคอนกรีตเสริม
เหล็ก
17
ภาพที่ 2.9 ท่อส่งนา
4. ท่อส่งนา (penstock) เป็นท่อสาหรับรับนาจากเหนือเข่ือนและส่งต่อไปยังอาคารรับนา
เพ่อื หมุนกงั หันและเครื่องกาเนดิ ไฟฟ้า
ภาพที่ 2.10 อาคารลดแรงดันนา
5. อาคารลดแรงดันนา (surge tank) เปน็ อาคารทส่ี ร้างขึนเพ่ือควบคุมแรงดันของนาที่จะอัด
ใส่ภายในท่อส่งนา ซึ่งอาจทาให้ท่อหรือหัวฉีดนาเสียหายได้ โดยท่ัวไปจะสร้างอยู่ระหว่างตัวเข่ือนกับ
อาคารรับนาแตโ่ รงไฟฟา้ ที่อยูใ่ กล้กับตวั เขื่อนอยู่แล้ว ก็ไมจ่ าเป็นตอ้ งมอี าคารลดแรงดนั นานี
ภาพท่ี 2.11 ประตูนา
18
6. ประตนู า (wicket gate or guide vane) เป็นบานประตูทคี่ วบคมุ การไหลของนาทจี่ ะไหล
เข้าไปหมุนใบพัดของกังหัน ควบคุมโดยการปิดหรือเปิดประตูนานีให้นาไหลผ่านเข้าไปยังท่อส่งนาใน
อัตราท่ีเหมาะสม
7. กังหันนา (water turbine) เปน็ ตัวรบั แรงดนั ของนาทีไ่ หลมาจากท่อส่งนา โดยแรงดันนีจะ
ทาหน้าที่ฉีดหรือผลักดันให้กังหันหมุน ทาให้เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าออกมาได้ กังหัน
เป็นสว่ นประกอบท่ีสาคัญของโรงไฟฟ้าพลงั นา แบ่งได้ 3 ระเภทดังนี
ภาพที่ 2.12 กังหนั แบบแรงกระแทก
7.1 กังหันแบบแรงกระแทก (Impulse Turbine) กังหันแบบแรงกระแทกเป็นกังหันท่ี
หมุนโดยอาศัยแรงฉีดของนาจากท่อส่งนาที่รับนาจากที่สูง หรือหัวนาสูง ไหลลงมาตามท่อท่ีลดขนาด
ลงมายังหัวฉดี กระแทกถังหนั ไม่หมุน และตอ่ แกนกับเครือ่ งกาเนดิ ผลติ ไฟฟ้าออกไป
ภาพท่ี 2.13 กังหนั แบบแรงสะท้อน
7.2 กังหนั แบบแรงสะท้อน (Reaction Turbine) กังหันแบบแรงสะท้อนเปน็ กังหันท่ีหมุน
โดยใช้แรงดนั ของนาท่ีเกดิ จากความต่างระดบั ของนาด้านหน้าและดา้ นท้ายของกังหนั กระทาต่อใบพัด
ระดับด้านท้ายนาจะอยู่สูงกว่าระดับบนของปลายท่อปล่อยนาออกเสมอ กังหันชนิดนีเหมาะกับอ่าง
เกบ็ นาท่ีมีความสงู ปานกลางและตา่ กงั หนั แรงสะทอ้ น
19
ภาพท่ี 2.14 กังหนั เดเรียซ
7.3 กังหนั เดเรียซ (Deriaz Turbine) หรอื กังหันแบบทม่ี ีการไหลของนาในทศิ ทางทแยง
มมุ กบั แกน กงั หนั แบบนีใชก้ บั กรณีที่มหี วั นาสงู ส่วนของใบพดั จะเคลอื่ นท่ีได้เม่ือมีนาไหลผ่าน และมี
ลกั ษณะคล้าย ๆ กับกงั หนั ฟรานซิส
ภาพที่ 2.15 ทอ่ รับนา
8. ทอ่ รบั นา (draft tube) เปน็ ท่อรบั นาหลงั จากท่นี าผ่านออกมาจากกังหัน เพอ่ื นานาออกไป
ยังทา้ ยนา ท่อรบั นานจี ะอยู่บริเวณส่วนหลังของกงั หนั
ภาพที่ 2.16 ทางนาล้น
20
9. ทางนาลน้ (spill way) คอื ทางระบายนาออกจากอ่างเก็บนา ในกรณที ่นี าในอ่างมีระดับสูง
เกินไป ทางนาล้นจะต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะให้ปริมาณนาสูงสุดท่ีระบายออก สามารถระบายออกได้
ทนั เพือ่ ป้องกนั ไมใ่ ห้เกดิ ความเสียหายแก่เขื่อน
ภาพท่ี 2.17 เครอื่ งกาเนดิ ไฟฟ้า
10. เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า (generator) เปน็ อุปกรณส์ าหรับเปลย่ี นพลงั งานกลจากการหมุนของ
กังหนั มาเปน็ พลังงานไฟฟา้ โดยใช้หลกั การของขดลวดตดั ผา่ นสนามแมเ่ หลก็
ภาพที่ 2.18 หม้อแปลง
11. หม้อแปลง (transformer) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีใช้สาหรับแปลงแรงดัน ไฟฟ้าที่ผลิตได้
จากเครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟ้า ใหเ้ ปน็ ไฟฟ้าทม่ี แี รงดันสูงเพ่อื สง่ เขา้ สรู่ ะบบสายส่งต่อไป
21
หลกั การทางานของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
POWER PANT 2 (ม.ป.ป.) ได้อธิบายหลกั การของโรงไฟฟ้าพลังงานไวด้ ังนี
1. หลักการทางานคือสร้างเขื่อนหรืออ่างเกบ็ นา ให้มรี ะดบั นาสูงกวา่ ระดับของโรงไฟฟ้า
2. ปล่อยนาปรมิ าณทต่ี อ้ งการไปตามท่อสง่ นา เพ่ือไปยังโรงไฟฟา้ ท่ีอยตู่ า่ กว่า
3. พลังนาจะไปหมนุ เพลาของกังหันนาท่ตี ่อกบั เพลา ของเคร่อื งกาเนิดไฟฟ้า ทาใหโ้ รเตอร์
หมนุ เกดิ การเหนย่ี วนาขึนในเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ได้พลังไฟฟ้าเกดิ ขนึ
ภาพที่ 2.19 เคร่อื งกาเนิดไฟฟา้
ไฟฟา้ พลงั นา คอื ไฟฟา้ ท่ีเกิดจากพลังนา โดยใช้พลังงานจลนข์ องนาซงึ่ เกิดจากการปล่อยนา
จากทสี่ ูงหรอื การไหลของนา หรือการขนึ -ลงของคลืน่ ไปหมนุ กังหันนา (Turbine) และเครอ่ื งกาเนดิ
ไฟฟา้ โดยพลงั งานทไี่ ด้จากไฟฟ้าพลงั นานี ขนึ อยู่กับปริมาณนา ความแตกต่างของระดบั นา และ
ประสทิ ธิภาพของกงั หันนาและเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า กาลังไฟฟา้ และพลงั งานจากพลงั นา สามารถ
คานวณได้จากสมการ ดงั นี
22
รูปท่ี 2.20 โครงสร้างพลงั งานไฟฟ้า
ขอ้ ดีของโรงไฟฟา้ พลังงานนา
สรุ ยิ นั ต์ (ม.ป.ป.) ได้กล่าวว่าขอ้ ดีของโรงไฟฟ้าพลังงานนาไว้ดังนี
1. ค่าใช้จ่ายในการดาเนนิ งานต่า สามารถผลติ พลงั งานไฟฟ้าได้ดว้ ยราคาถูก คา่ ใช้จา่ ยในการ
ซอ่ มแซมบารงุ รักษาต่า
2. สามารถเดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทันที ใช้เวลาจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ ภายในเวลา
4 – 5 นาที การเพ่ิมหรือลดพลังงานทาให้รวดเร็ว สามารถจัดให้เข้ากับการเปล่ียนแปลง โดยไม่เสีย
ประสทิ ธิภาพ
3. เป็นโครงการเอนกประสงค์สามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ผลิตพลังงานไฟฟ้า การ
ชลประทาน การปอ้ งกนั นาท่วม การคมนาคมทางนา การเลยี งสตั วน์ า และสตั วป์ า่ ฯลฯ
4.ไมส่ ินเปลืองเชือเพลิง ไมม่ ีควันเสีย, เขม่า หรือก๊าซพิษ คา่ เก็บรกั ษาเชือเพลิง ค่าจากัดของ
เสยี จึงไมม่ ี
5. มีความแน่นอนในการใช้งาน ประสิทธิภาพของโรงจักรไฟฟ้าไม่เปล่ียนแปลงมากตามอายุ
การใช้งานเพราะเคร่อื งกาเนดิ ไฟฟ้าหมนุ ด้วยความเร็วตา่ อุณหภูมิใชง้ านต่า
23
ข้อเสยี ของโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
สรุ ยิ นั ต์ (ม.ป.ป.) ไดก้ ล่าวว่าขอ้ เสยี ของโรงไฟฟา้ พลงั งานนาไวด้ ังนี
1. การลงทนุ ในระยะแรกตอนสรา้ งโรงไฟฟา้ และเขื่อนสูงมาก
2. ใช้เวลานานประมาณ 4 – 5 ปี ในการสารวจหาบรเิ วณทต่ี งั และระยะเวลาในการก่อสร้าง
3. การผลิตไฟฟ้าขึนอยู่กับสภาวะของนาฝนท่ีจะตกลงสู่อ่างเก็บนา ซ่ึงไม่ค่อยแน่นอนถ้าปีใด
ฝนน้อยอาจมีปัญหาในการผลิตไฟฟ้าได้
4. อาจกระทบต่อสิง่ แวดล้อม เชน่ ปา่ ไม้ ท่ีอยอู่ าศัย ที่ทากิน โบราณวตั ถุ ฯลฯ
5. สว่ นมากโรงไฟฟ้าจะอยู่หา่ งไกลจากชมุ ชนอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้าทาให้ต้อง
เสียค่าใชจ้ า่ ยสูงในเรือ่ งของสายส่งไฟฟา้ -นอกจากนยี ังมีพลังงานสูญเสียในสายส่งดว้ ย
สรปุ โรงไฟฟา้ พลงั งานนา
1.โรงไฟฟ้าพลังงานนา เป็นโรงไฟฟ้าที่นิยมสร้างขึนระหว่างเขา 2 ลูก หรือบริเวณท่ีมีนาไหล
ผา่ น โดยวธิ กี ารสรา้ งเข่ือนแบ่งออกได้ 3 ประเภทดังนี
1.1 โรงไฟฟา้ พลังนาจากอา่ งเก็บนา (Conventional)
1.2 โรงไฟฟ้าพลงั นาแบบนาไหลผ่านตลอดปี (Run-of-the-river)
1.3 โรงไฟฟ้าพลังนาแบบสบู กลับ (Pumped-Storage)
2. โรงไฟฟ้าพลังงานนาทงั 3 ประเภทนมี สี ่วนประกอบอยทู่ ังหมด 11 ส่วนดังนี
2.1 อาคารรบั นา
2.2 ตะแกรง (screen)
2.3 อโุ มงค์เหนือนา (headrace)
2.4 ท่อสง่ นา (penstock)
2.5 อาคารลดแรงดนั นา (surge tank)
24
2.6 ประตนู า (wicket gate or guide vane)
2.7 กังหนั นา (water turbine)
2.8 ท่อรับนา (draft tube)
2.9 ทางนาลน้ (spill way)
2.10 เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า (generator)
2.11 หมอ้ แปลง (transformer)
3. หลกั การทางานของโรงไฟฟ้าพลงั งานนา 3 ประเภทดงั นี
3.1 หลกั การทางานคือสร้างเขอื่ นหรืออ่างเกบ็ นา ใหม้ ีระดบั นาสูงกว่าระดบั ของโรงไฟฟ้า
3.2 ปล่อยนาปริมาณท่ตี ้องการไปตามท่อสง่ นา เพอื่ ไปยังโรงไฟฟา้ ท่ีอยตู่ ่ากว่า
3.3 พลงั นาจะไปหมนุ เพลาของกงั หันนาท่ีตอ่ กับเพลา ของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ทาใหโ้ ร
เตอร์ หมุน เกิดการเหนยี่ วนาขึนในเครื่องกาเนิดไฟฟ้า ได้พลงั ไฟฟา้ เกิดขึน
4. ข้อดีของโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
4.1 ค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานต่า สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ด้วยราคาถูก ค่าใช้จ่าย
ในการซอ่ มแซมบารงุ รกั ษาต่า
4.2 สามารถเดินเคร่ืองจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทันที ใช้เวลาจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ ภายใน
เวลา 4 – 5 นาที การเพิ่มหรือลดพลังงานทาให้รวดเรว็ สามารถจัดให้เข้ากับการเปล่ียนแปลง โดยไม่
เสียประสทิ ธภิ าพ
4.3 เป็นโครงการเอนกประสงค์สามารถใชป้ ระโยชน์ได้มากมาย เช่น ผลิตพลังงานไฟฟ้า
การชลประทาน การปอ้ งกนั นาทว่ ม การคมนาคมทางนา การเลียงสตั วน์ า และสตั ว์ปา่ ฯลฯ
4.4 ไม่สินเปลืองเชือเพลิง ไม่มีควันเสีย, เขม่า หรือก๊าซพิษ ค่าเก็บรักษาเชือเพลิง ค่า
จากัดของเสยี จงึ ไมม่ ี
4.5 มีความแนน่ อนในการใชง้ าน ประสิทธิภาพของโรงจกั รไฟฟา้ ไมเ่ ปลยี่ นแปลงมากตาม
อายุการใชง้ านเพราะเคร่อื งกาเนิดไฟฟ้าหมุนด้วยความเรว็ ตา่ อณุ หภมู ิใช้งานตา่
25
5. ขอ้ เสยี ของโรงไฟฟ้าพลงั งานนา
5.1 การลงทนุ ในระยะแรกตอนสร้างโรงไฟฟา้ และเข่ือนสูงมาก
5.2 ใชเ้ วลานานประมาณ 4 – 5 ปี ในการสารวจหาบริเวณท่ตี งั
5.3 การผลิตไฟฟ้าขึนอยกู่ ับสภาวะของนาฝนท่จี ะตกลงสู่อา่ งเก็บนา
5.4 อาจกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม เชน่ ป่าไม้ ทอ่ี ยู่อาศยั ท่ีทากิน โบราณวัตถุ ฯลฯ
5.5 สว่ นมากโรงไฟฟา้ จะอยหู่ ่างไกลจากชมุ ชนอยู่หา่ งไกลจากชมุ ชน
บทท่ี 3
โรงไฟฟา้ พลังงานไอนา
27
บทท่ี 3
โรงไฟฟา้ พลังงานไอนา
หัวขอ้ เรอื่ ง ( Topics )
1. พลงั งานไอนา
2. กระบวนการเกิดถา่ นหิน
3. ชนิดของถา่ นหิน
4. ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
5. หลักการทางานของโรงไฟฟา้ พลงั งานไอนา
6. ขอ้ ดขี องโรงไฟฟา้ พลังงานนา
7. ข้อเสียของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
8. สรุป
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ( Behavioral Objectives )
1. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เข้าใจพลงั งานไอนา
2. อธิบายและสามารถเรยี นรเู้ ข้าใจกระบวนการเกดิ และชนดิ ของถ่านหนิ
3. อธบิ ายและสามารถเรยี นรู้เขา้ ใจส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานไอนา
4. อธบิ ายและสามารถเรียนรเู้ ขา้ ใจหลักการทางานของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
5. อธบิ ายและสามารถเรียนรู้เขา้ ใจขอ้ ดี-ขอ้ เสียของโรงไฟฟา้ พลังงานไอนา
6. มีคุณธรรมจริยธรรม แสดงเจตคติและพฤติกรรมลักษณะนิสัยในการปฏิบัติงาน
รับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ ละเอียด รอบคอบ ปลอดภัย และทางาน
ร่วมกับผอู้ ่นื ได้
28
พลังงานไอนา
ครูตุ้ง (2564) ได้กล่าวว่าโรงไฟฟ้าพลังงานไอนา เป็นโรงจักรชนิดท่ีใช้ความร้อนจากการเผา
ไหม้ของเชือเพลิงทาให้นาในหม้อนาเปลี่ยนเป็นไอนา หลังจากนันจึงส่งเข้าสู่เรือนกังหัน เพื่อหมุน
กังหันโดยมีเพลาต่อร่วมอยู่กับเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า ทาให้ได้พลังงานไฟฟ้าไปใช้งาน ไอนาเม่ือขยายตัว
ในเรือนกังหันแล้ว จะออกสู่ภายนอกด้วยความดันต่า และถูกทาให้กลั่นตัวเป็นหยดนาในเคร่ือง
ควบแน่น (condenser) จากนันจะถูกปั๊มนาดูดส่งกลับไปยังหม้อนาเพื่อรับความร้อนอีกวนเวียนดังนี
ตลอดไป
ภาพท่ี 3.1 โรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
กระบวนการเกดิ ถ่านหนิ
กนกวรรณ (ม.ป.ป.) ได้กล่าวว่าซากพืชเม่ือตายทับถมซึ่งกันและกัน และถูกปิดทับด้วยชัน
ตะกอน จะจมตัวอย่างช้า ๆ ภายในเวลาค่อนข้างสัน (เช่น 5,000 ปี) ซากพืชจะเปล่ียนเป็นพีท
(peat) ต่อมาพีทได้รับความร้อน ความดันที่เพ่ิมขึนพร้อมกับตะกอน ทาให้พีทแปรสภาพไปเป็นถ่าน
หิน กระบวนดงั กล่าวเรยี กว่า การแปรสภาพไปเปน็ ถา่ นหิน
29
ภาพท่ี 3.2 กระบวนการเกิดถา่ นหนิ
ปัจจัยหลักท่ีส่งผลต่อการแปรสภาพ ไปเป็นถ่านหิน คือ อุณหภูมิ ความดัน (ความลึกของพีท
ที่จมตัว) และช่วงเวลาในการเกิดถ่านหิน ในระยะแรกซากพืชจะเปล่ียนไปเป็นพีท และเม่ือเวลาผ่าน
ไป พที จะเปลี่ยนไปเป็น ลกิ ไนต์ หรอื ถา่ นหนิ สนี าตาล ลิกไนตจ์ ดั เปน็ ถ่านหินที่มีค่าชันคุณภาพต่าสุด
เม่ือเปรียบเทียบกับถ่านหินประเภทอ่ืน ช่วงเวลาในการเกิดพีท จะเกิดในหน่วยพันปี แต่ช่วงเวลาใน
การเกิดลิกไนต์ จะใชเ้ วลาหลายลา้ นปี เมอ่ื เวลาผ่านไป (หลายล้านปี) ลิกไนต์(lignite) ทีเ่ กดิ ใต้ผิวโลก
จะได้รับอุณหภูมิ และความดันมากขึน ลิกไนต์ จะเปลี่ยนสภาพไปเป็น ซับบิทูมินัส
(subbituminous) บิทมู ินสั (bituminous) และแอนทราไซต์ (antracite) ตามลาดบั
ภาพท่ี 3.3 การแปรสภาพถ่านหิน
30
การแปรสภาพจากพีท ไปเป็นถ่านหิน คือ ลิกไนต์ ซับบิทูมินัส บิทูมินัส ซึ่งจัดเป็นการเกิด
ในช่วงของการเกิดหินตะกอน เนื่องจากช่วงเกิดใต้ผิวโลกของถ่านหินที่กล่าวมา เกิดท่ีความลึกไม่เกิน
6 กิโลเมตรจากผิวโลก และความร้อนไม่เกิน 180 องศาเซลเซียส ถ้าความลึกและอุณหภูมิมากกว่า
นี บิทูมินัส จะแปรสภาพไปเป็น แอนทราไซต์ และแกรไฟต์ ซึ่งจัดเป็นสภาพแวดล้อมของการเกิดหิน
แปร
ชนิดของถา่ นหิน
กระทรวงพลังงาน (2561 ) ได้กล่าวว่าถ่านหิน (coal) เป็นเชือเพลิงธรรมชาติ เกิดจากการ
สะสมตวั ตามธรรมชาติของซากพืชในแอ่งตะกอนนาตนื ถ่านหินเป็นหินตะกอนชนิดหนึ่งซ่ึงสามารถติด
ไฟได้ มีส่วนประกอบท่ีสาคัญคือ สารประกอบของคาร์บอน ซ่ึงจะมีอยู่ประมาณไม่น้อยกว่าร้อย
ละ 50 โดยปริมาณ ถ่านหินมีกาเนิดมาจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ท่ี
สลายตัวและสะสมอยู่ในลุ่มนาหรือแอ่งนาต่างๆ นับเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี เมื่อเกิดการ
เปลี่ยนแปลงของผิวโลกเช่น เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือมีการทับถมของตะกอนมากขึน ทา
ใหแ้ หลง่ สะสมตัวนนั ได้รับความกดดันและความรอ้ นท่ีมีอยภู่ ายในโลกเพ่ิมขนึ ซากพชื เหล่านนั กจ็ ะเกิด
การเปล่ยี นแปลงกลายเปน็ ถ่านหินชนิดตา่ งๆ
1. พีต (Peat) มีคาร์บอน 60%
ภาพท่ี 3.4 พีต
เปน็ ถ่านหินในขันเริ่มตน้ ของกระบวนการเกิดถ่านหิน ซากพชื บางส่วนยงั สลายตัวไมห่ มด และมี
ลักษณะให้เห็นเป็นลาต้น กิ่งหรือใบ มีสีนาตาลจนถึงสีดา มีความชืนสูง เมื่อนาพีตมาเป็นเชือเพลิง
ต้องผ่านกระบวนการไล่ความชืนหรือทาให้แห้งก่อน ความร้อนท่ีได้จากการเผาพีตสูงกว่าท่ีได้จาก
ไม้ ใช้เป็นเชือเพลิงเพื่อให้ความร้อนในบ้านหรือผลิตไฟฟ้า ข้อดีของพีตคือมีร้อยละของกามะถันต่า
กว่านามนั และถา่ นหนิ อื่น ๆ สว่ นมากจะพบในทรี่ าบนาท่วมถงึ พีตท่ีเปน็ ชนั หนามักจะพบในป่าพรุ
31
2. ลิกไนต์ (Lignite) มคี ารบ์ อน 55 - 60 %
ภาพที่ 3.5 ลกิ ไนต์
เปน็ ถา่ นหนิ ท่มี ีซากพชื สลายตัวหมด ไมเ่ ห็นโครงสรา้ งของพืช ลักษณะเนือเหนยี วและผิวดา้ น มี
สีเข้ม มีปริมาณออกซิเจนและความชืนต่า มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าพีต เม่ือติดไฟมีควันและเถ้าถ่าน
มาก ลิกไนต์ใช้เป็นเชือเพลิงสาหรับให้ความร้อน ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้บ่มใบยา แหล่ง
ลกิ ไนตท์ ีส่ าคญั คอื อาเภอแม่เมาะ จงั หวัดลาปาง
3. ซบั บทิ มู นิ ัส (Sub–bituminous)
ภาพที่ 3.6 ซับบิทมู นิ ัส
เป็นถ่านหินที่เกิดนานกว่าลิกไนต์ มีสีนาตาลจนถึงดา ลักษณะมีทังผิวด้านและผิวมัน มีทัง
เนือออ่ นรว่ นและแขง็ มีปรมิ าณออกซิเจนและความชืนต่า แตม่ ีปรมิ าณคาร์บอนสูงกวา่ ลกิ ไนต์ ใชเ้ ป็น
แหล่งพลงั งานสาหรบั ผลติ กระแสไฟฟา้ และอุตสาหกรรม
32
4. บทิ มู นิ สั (bituminous)
ภาพที่ 3.7 บทิ ูมนิ สั
เป็นถ่านหินที่เกิดนานกว่าซับบิทูมินัส มีเนือแน่นและแข็ง มีทังสีนาตาลจนถึงสีดา มีปริมาณ
ออกซเิ จนและความชนื ต่า แตม่ ีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าซบั บิทูมนิ ัส เม่ือเผาไหม้แลว้ จะให้ค่าความร้อน
สูง ใชเ้ ป็นเชือเพลิงในการถลงุ โลหะ และนามาเปน็ วตั ถุดิบเพ่ือเปลย่ี นเปน็ เชือเพลงิ เคมอี ่ืน ๆ ได้
5. แอนทราไซต์ (Anthracite)
ภาพที่ 3.8 แอนทราไซต์
เป็นถ่านหินที่มีการแปรสภาพสูงสุด เนื่องจากแรงกดดันและความร้อนใต้เปลือกโลกทาให้นา
และสารระเหยต่างๆในพืชหมดไปเหลือแต่คาร์บอน มีอายุการเกิดนานที่สุด มีสีดา ลักษณะเนือ
แน่น แข็ง และเป็นมัน มีปริมาณออกซิเจนและความชืนต่า แต่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าถ่านหินชนิด
อื่น จุดไฟติดยาก เม่ือติดไฟจะให้เปลวไฟสีนาเงินจาง ๆ มีควันน้อย ให้ความร้อนสูง และไม่มี
สารอินทรยี ์ระเหยออกมาจากการเผาไหม้
33
สว่ นประกอบของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
ครูตุ้ง (ม.ป.ป.) ส่วนประกอบของโรงไฟฟา้ พลงั ความร้อนกังหันไอนาอปุ กรณห์ ลักในโรงไฟฟ้า
ดงั นี
ภาพท่ี 3.8 หม้อกาเนิดไอนา
1. หม้อกาเนิดไอนา คือ เคร่ืองกาเนิดไอนาหรือหม้อไอนา (Boiler) เป็นอุปกรณ์หลักสาหรับ
การผลิตไอนา กระบวนการผลิตไอนาจะเริ่มต้นจากการเผาไหม้ในห้องเผาไหม้ ทาให้นาในหม้อไอนา
ระเหยกลายเป็นไอ เนอื่ งจากการระเหยของนาถูกจากดั อยู่ในพนื ทีข่ องหม้อนา จงึ ทาใหเ้ กิดความดันท่ี
นาไปใชป้ ระโยชน์ในกระบวนการผลติ หรอื ขับเคล่อื นเครอื่ งจกั รหรืออุปกรณต์ ่างๆ
2. เครื่องกังหันไอนา คือ เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์หรือเคร่ืองจักรที่ใช้ไอนาแรงดันสูงมาขับ
กังหนั ใหห้ มุนรอบเพลา
ภาพท่ี 3.9 เคร่ืองกาเนิดไฟฟา้
34
3. เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า (generator) เป็นอุปกรณ์สาหรับเปลี่ยนพลังงานกลจากการหมุนของ
กงั หนั มาเป็นพลงั งานไฟฟา้ โดยใช้หลักการของขดลวดตดั ผ่านสนามแมเ่ หลก็
ภาพท่ี 3.10 หม้อแปลง
4. หม้อแปลง (transformer) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีใช้สาหรบั แปลงแรงดัน ไฟฟ้าท่ีผลิตได้จาก
เครือ่ งกาเนิดไฟฟ้า ให้เปน็ ไฟฟา้ ทีม่ ีแรงดันสูงเพื่อส่งเข้าสรู่ ะบบสายสง่ ต่อไป
หลักการทางานของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
ครตู ุ้ง (ม.ป.ป.) ได้กลา่ งถงึ หลักการทางานของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนาไวด้ ังนี
1. ทาการเผาไหมเ้ ชอื เพลงิ เพื่อให้เกิดการสนั ดาปไดค้ วามร้อน
2. ความร้อนจะไปทาใหน้ ากลายเป็นไอนา และแรงดันไอนาจะทาการหมนุ กังหันไอนา
3. แกนของไอนาจะต่อกบั แกนของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า เกิดการเหน่ยี วนาทาใหไ้ ดก้ ระแสไฟฟ้า
4. เชือเพลิงที่จะนามาใช้ในประเทศไทยได้แก่ ลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันได้มีการนาเข้า
ถา่ นหินคณุ ภาพดคี ือ บิทมู ินสั มาใชเ้ ป็นเชอื เพลงิ ในตา่ งประเทศใช้เชือเพลงิ นิวเคลยี ร์
35
ภาพท่ี 3.11 หลกั การทางานของโรงไฟฟ้าพลังงานไอนา
ขอ้ ดีของโรงไฟฟา้ พลังงานไอนา
ครตู ุ้ง (ม.ป.ป.) ได้กลา่ วถงึ ขอ้ ดขี องโรงไฟฟา้ พลังงานไอนาดงั นี
1. มีการสัน่ สะเทือนขณะใชง้ านไม่มาก ทาให้การติดตังวางรากฐานเครอ่ื งงา่ ย
2. มีอตั ราสว่ นมวลนาหนกั ตอ่ ต้นกาลังนอ้ ย ทาใหส้ รา้ งได้ขนาดกะทดั รดั ใชพ้ นื ที่บรเิ วณตดิ ตัง
เครื่องไมม่ าก
3. คา่ ใชจ้ ่ายในการเดินเคร่ืองใช้งานตา่
4. มีความเร็วรอบในการทางานสูง สามารถต่อเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าได้โดยตรงกับเพลาของ
เคร่ืองกงั หนั ไดเ้ ลย
5. มอี ัตราการผลติ สูงถงึ 500 เมกะวตั ต์
36
ข้อเสียของโรงไฟฟ้าพลังงานไอนา
ครูตุ้ง (ม.ป.ป.) ไดก้ ลา่ วถึงขอ้ เสียของโรงไฟฟ้าพลังงานไอนาดังนี
1. ความต้องการไอนาสงู จะมีปญั หาถ้าไม่ใชเ้ คร่ืองควบแน่นช่วยในการกลั่นไอนา
2. ถ้าใช้ขบั เครื่องกาเนดิ ไฟฟ้าที่มกี าลงั การผลติ ตา่ กวา่ 400 เมกกะวตั ต์ ใหค้ ่าคอ่ นขา้ งต่า
3. ความเร็วรอบของเครื่องกังหันสูงเกินไป อาจใช้ขบั อุปกรณ์ชว่ ยอย่างอืน่ ไม่ไดโ้ ดยตรง ต้อง
ขบั ผา่ นชุดเฟืองทดเสยี ก่อน ทาใหส้ ญู เสียกาลงั งานไปบ้าง
4. ประสิทธิภาพจะไม่ดี ถา้ ใช้ไอนาท่ีมีอุณหภมู แิ ละความดัน ต่างจากที่ออกแบบไว้
สรปุ โรงไฟฟา้ พลงั งานไอนา
1. พลงั งานไอนา
การเผาไหม้ของเชือเพลงิ ทาใหน้ าในหมอ้ นาเปล่ยี นเปน็ ไอนา หลงั จากนนั จึงส่งเขา้ สู่
เรอื นกงั หัน เพื่อหมุนกังหนั โดยมเี พลาต่อร่วมอยู่กับเครื่องกาเนดิ ไฟฟา้ ทาให้ได้พลงั งานไฟฟา้ ไปใช้
งาน ไอนาเมอื่ ขยายตัวในเรือนกงั หันแลว้ จะออกสู่ภายนอกด้วยความดนั ต่า
2. กระบวนการเกิดถา่ นหนิ
การทับถมชองซากพชื เม่ือตายทับถมซึ่งกนั และกัน และถกู ปดิ ทับดว้ ยชนั ตะกอน จะ
จมตวั อย่างชา้ ๆ ภายในเวลาคอ่ นข้างสนั (เช่น 5,000 ปี) ซากพืชจะเปลยี่ นเป็นพที (peat) ต่อมาพีท
ได้รบั ความรอ้ น ความดันท่ีเพม่ิ ขนึ พร้อมกับตะกอน ทาให้พที แปรสภาพไปเป็นถา่ นหิน
3. ชนดิ ของถา่ นหิน
3.1 พีต (Peat) มีคารบ์ อน 60%
3.2 ลกิ ไนต์ (Lignite) มีคารบ์ อน 55 - 60 %
3.3 ซบั บิทูมินัส (Sub–bituminous)
3.4 บิทูมนิ สั (bituminous)
3.5 แอนทราไซต์ (Anthracite)
37
4. ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
4.1 หม้อกาเนดิ ไอนา
4.2 เคร่อื งกังหนั ไอนา
4.3 เคร่อื งกาเนิดไฟฟ้า
4.4 หม้อแปลง
5. หลกั การทางานของโรงไฟฟา้ พลงั งานไอนา
5.1 ทาการเผาไหมเ้ ชือเพลงิ เพอื่ ให้เกิดการสนั ดาปไดค้ วามรอ้ น
5.2 ความรอ้ นจะไปทาใหน้ ากลายเป็นไอนา และแรงดันไอนาจะทาการหมุนกังหันไอนา
5.3 แกนของไอนาจะต่อกับแกนของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า เกิดการเหนี่ยวนาทาให้ได้
กระแสไฟฟา้
5.4 เชือเพลิงที่จะนามาใช้ในประเทศไทยได้แก่ ลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันได้มีการ
นาเข้าถา่ นหนิ คณุ ภาพดีคือ บทิ มู นิ สั มาใช้เป็นเชอื เพลงิ ในตา่ งประเทศใชเ้ ชอื เพลิงนิวเคลียร์
6. ข้อดขี องโรงไฟฟ้าพลงั งานไอนา
6.1 มกี ารสัน่ สะเทอื นขณะใชง้ านไม่มาก ทาให้การตดิ ตงั วางรากฐานเครอื่ งงา่ ย
6.2 มีอตั ราส่วนมวลนาหนักต่อต้นกาลังน้อย ทาใหส้ ร้างได้ขนาดกะทัดรดั ใช้พนื ทบ่ี ริเวณ
ติดตังเครอ่ื งไมม่ าก
6.3 ค่าใชจ้ า่ ยในการเดินเคร่ืองใช้งานตา่
6.4 มคี วามเร็วรอบในการทางานสูง สามารถตอ่ เครอื่ งกาเนิดไฟฟ้าไดโ้ ดยตรง
6.5 มีอตั ราการผลติ สงู ถึง 500 เมกะวตั ต์
38
7.ขอ้ เสียของโรงไฟฟ้าพลังงานไอนา
7.1 ความต้องการไอนาสงู จะมีปัญหาถ้าไม่ใช้เครื่องควบแนน่ ช่วยในการกลนั่ ไอนา
7.2 ถ้าใช้ขับเคร่ืองกาเนดิ ไฟฟ้า ท่ีมีกาลงั การผลิตตา่ กว่า 400 เมกกะวัตต์
7.3 ความเรว็ รอบของเคร่ืองกงั หนั สงู เกินไป
7.4 ประสทิ ธภิ าพจะไม่ดี ถ้าใช้ไอนาที่มีอุณหภูมิและความดนั ต่างจากที่ออกแบบไว้
39
การหาข้อมลู
กนกวรรณ. (2564). กระบวนการเกิดถ่านหิน [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://dmf.go.th
/public/list/data/index/menu/630/mainmenu/630[2564, กนั ยายน 25]
กระทรวงพลังงาน. (2561). ชนิดของถ่านหิน [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://dmf.go.th/
public/list/data/index/menu/630/mainmenu/630/ [2564, กันยายน 25]
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. (2564). ชนิดของเขื่อนไฟฟ้าพลังงานนา [Online]. เข้าถึง
ได้จาก : https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article
&id=2517:art20180511-01&catid=49&Itemid=251 [2564, กันยายน 25]
40
การหาข้อมลู (ตอ่ )
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. (2560). โครงจ่ายระบบจาหน่าย [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.
mea.or.th/content/detail/82/3131/5269 [2564, กันยายน 25]
ครูตุ้ง. (2564). ข้อดีของพลังงานไอนา [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://elearnkrutung.
blogspot.com/2017/11/blog-post_96.html [2564, กนั ยายน 25]
ห้องไฟฟ้า. (2546). การไฟฟ้าในประเทศไทย [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://bit.ly/3fEZfKt
[2564, กนั ยายน 25]
41
ภาคผนวก ก แบบฝกึ หัดทา้ ยบทที่ 1
การสง่ จา่ ยพลังงานไฟฟ้า
ตอนที่ 1 จงเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องที่สดุ เพียงขอ้ เดยี ว
1.ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ามีก่รี ะบบ ข. 3 ระบบ
ก. 2 ระบบ
ค. 4 ระบบ ง. 5 ระบบ
2. ขอ้ ใดคอื ระบบสง่ จ่ายไฟฟ้า ข. ระบบส่ง
ก. ระบบการผลิต
ค. ระบบจา่ งกาลงั ไฟฟ้า ง. ถูกทุกข้อ
3. การไฟฟา้ ภายในประเทศไทยแบ่งออกเป็นกปี่ ระเภท
ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท
ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท
4.จากขอ้ 3 ใครเปน็ ผ้ผู ลติ กระแสไฟฟ้า ข. การไฟฟา้ นครหลวง
ก. การไฟฟา้ ฝ่ายผลิต ง. ถูกทุกขอ้
ค. การไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค
5. โรงไฟฟา้ ใดไมม่ ีในประเทศไทย ข. โรงไฟฟา้ นิวเคลยี ร์
ก. โรงไฟฟ้าพลงั งานนา ง. โรงไฟฟ้าดีเซล์
ค. โรงไฟฟา้ ไอนา
6.ข้อใดคือโหลดทางไฟฟ้า
ก. โหลดอปุ นยั ข. โหลด
ค. โหลดตวั ตา้ นทาน ง. ถูกทกุ ขอ้
42
7. โรงไฟฟา้ ใดมีแผนท่ีจะสร้างในจงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี
ก. โรงไฟฟา้ พลงั งานนา ข. โรงไฟฟา้ นิวเคลยี ร์
ค. โรงไฟฟ้าไอนา ง. โรงไฟฟ้าดเี ซล์
8. ปจั จบุ ันโรงไฟฟา้ ชีวมวลอย่ใู นอาเภอใดของจังหวัดสุราษฎรธ์ านี
ก. ท่าชนะ ข. ไชยา
ค. ทา่ ฉาง ง. พนุ พนิ
9. PEA คือการไฟฟา้ ใด
ก. การไฟฟ้าฝา่ ยผลิต ข. การไฟฟ้านครหลวง
ค. การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค ง. ถกู ทุกขอ้
10. EGAT คือการไฟฟ้าใด
ก. การไฟฟา้ ฝ่ายผลติ ข. การไฟฟ้านครหลวง
ค. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ง. ถกู ทกุ ข้อ
ตอนท่ี 2 จงตอบคาถามตอ่ ไปนีอย่างละเอียด
1. จงอธิบายส่วนประกอบของระบบส่งจา่ ย
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
43
2. จงอธบิ ายการไฟฟ้าภายในประเทศไทย
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
3. จงอธิบายโหลดทางไฟฟา้ ของระบบส่งจ่าย
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
4. จงอธิบายโครงสร้างระบบจาหนา่ ย
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
44
5. จงอธิบายแผนการผลติ ไฟฟา้ ของประเทศไทย ณ ปจั จุบัน
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
************************************************
45
ภาคผนวก ข แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทที่ 2
โรงไฟฟา้ พลังงานนา
ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบทถ่ี กู ต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ขอ้ ใดให้ความหมายของโรงไฟฟ้าพลังงานนาไดถ้ กู ต้อง
ก. การสร้างเขื่อนเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้า ข. การใช้นาประโยชน์สูงสดุ
ค. เป็นโรงไฟฟ้าท่ีสร้างกันระหวา่ งแมน่ า ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. ข้อใดไม่ใชผ่ ลเสยี ของโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
ก. ทาลายทอ่ี ยู่ของสัตว์ ข. ทาลายปา่ ไม้
ค. กักเกบ็ นา ง. ทาลายระบบนิเวศก์
3. โรงไฟฟ้าพลงั งานนามีก่ชี นดิ
ก. 3 ชนิด ข. 4 ชนดิ
ค. 5 ชนดิ ง. 6 ชนดิ
4.สว่ นประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานนากส่ี ่วน
ก. 7 สว่ น ข. 11 ส่วน
ค. 15 ส่วน ง. 21 สว่ น
5.สว่ นประกอบใดสาคญั ท่ดี ักขยะ
ก. ตะแกรง ข. ท่อส่งนา
ค. กงั หัน ง. ระบบหลอ่ เย็น
6.ขอ้ ใดคอื สมการเคมีของนา
ก. H2O ข. N
ค. P ง. ถกู ทกุ ขอ้
46
7. ข้อใดไมใ่ ช่ข้อดขี องโรงไฟฟา้ พลงั งานนา
. ก. คา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินงานต่า สามารถผลิตพลงั งานไฟฟ้าได้ด้วยราคาถูก ค่าใช้จา่ ยในการ
ซอ่ มแซมบารงุ รักษาตา่
ข. สามารถเดนิ เครอื่ งจา่ ยกระแสไฟฟา้ ได้ทันที ใช้เวลาจา่ ยไฟฟา้ เขา้ ระบบได้ ประสทิ ธภิ าพ
ค. เปน็ โครงการเอนกประสงค์สามารถใชป้ ระโยชน์ได้มากมาย
ง. ค่าใชจ้ ่ายในการสร้างสงู
8. ขอ้ ใดคอื ขอ้ เสียของโรงไฟฟา้ ชวี มวล
ก. คา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินงานต่า สามารถผลติ พลังงานไฟฟ้าได้ด้วยราคาถูก คา่ ใชจ้ ่ายในการ
ซอ่ มแซมบารุงรกั ษาตา่
ข. สามารถเดินเครือ่ งจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทนั ที ใชเ้ วลาจา่ ยไฟฟา้ เข้าระบบได้ ประสิทธิภาพ
ค. เป็นโครงการเอนกประสงค์สามารถใช้ประโยชนไ์ ด้มากมาย
ง. คา่ ใชจ้ ่ายในการสร้างสูง
9. draft tube หมายถงึ ข้อใด
ก. ตะแกรง ข. กงั หันไอนา
ค. ระบบนา ง. ท่อส่งนา
10. water turbine หมายถงึ ข้อใด
ก. ตะแกรง ข. กังหันนา
ค. ระบบควบคมุ ง. ระบบเชื่อมต่อการไฟฟา้
47
ตอนท่ี 2 จงตอบคาถามตอ่ ไปนีอย่างละเอยี ด
1. จงอธบิ ายความหมายของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
2. จงอธิบายส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
3. จงอธบิ ายหลักการทางานของโรงไฟฟ้าพลังงานนา
ตอบ______________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________