วัดพระมหาธาตุ
วรมหาวิหาร
นครศรีธรรมราช
บทนำ
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีสถานที่สำคัญมากมายหนึ่งใน
สถานที่ที่สำคัญคือวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารหรือที่
ชาวนครเรียกกันว่าวัดพระมหาธาตุเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
และเป็นมิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชเเละยังมี
ประเพณีที่สำคัญประจำทุกปีก็คือประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในวัน
สำคัญทางศาสนา
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1
ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 4
วัดพระธาตุ นครศรีธรรมราช 7
ประเพณีเเห่ผ้าขึ้นธาตุ 10
สถานที่สำคัญ 11
- ตัวอย่างภาพสถานที่สำคัญ
จัดทำโดย
นางสาวฐิติวดา วาระเพียง เลขที่18
ม.5/7
นางสาวกตัญชลี เวินชุม เลขที่19
ม.5/7
นางสาวปภาวรินท์ ประสมทรัพย์ เลขที่20
ม.5/7
ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมเรียกว่า วัดพระบรมธาตุ เป็นวัดใหญ่ ตั้ง
อยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ ค่อนมาทางทิศใต้ เนื้อที่ 25 ไร่ 2 งาน มี
ถนนราชดำเนินตัดผ่านหน้าวัด เข้าใจว่าเดิมคงเป็นถนนโบราณ ประวัติ การ
สร้างวัดไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดนอกจากประวัติจากตำนานที่กล่าวถึง
การก่อสร้างพระมหาธาตุซึ่งเป็นเอกสารที่ี่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าภายหลัง
เหตุการณ์จริงเป็นเวลายาวนานมากหลักฐานทางเอกสารที่ชัดเจนปรากฏขึ้น
ในสมัยรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์กล่าวว่าวัดนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์
จำพรรษาต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีรา
เมศวร อุปราชปักษ์ใต้ทรงพระสงฆ์จากวัดเพชรจริก มาดูแล รักษาวัด และ
คราวที่รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสเมืองนคร ได้โปรดพระราชทานนามวัดว่า
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ประวัติ จากตำนานที่เล่า เรื่องการก่อสร้าง
พระบรมธาตุมีหลายสำนวนสามารถประมวล เนื้อหาได้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้า
เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เมืองต่าง ๆ ในแว่นแคว้นชมพูทวีปได้แบ่งพระบรม
สารีริกธาตุไปเก็บรักษาเคารพบูชามีเมืองหนึ่งชื่อเมืองทนธบุรีได้พระทันต
ธาตุมาเก็บรักษาไว้ต่อมามีกษัตริย์จากเมืองอื่นยกทัพมาเพื่อขอแบ่งพระ
ทันตธาตุกษัตริย์สิงหราชเจ้าเมืองทนธบุรีเห็นว่าจะรักษาเมืองไว้มิได้จึงให้
พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทนทกุมารพระธิดาและพระโอรสอัญเชิญพระ
ทันตธาตุลงเรือหนีไปลังกา เผอิญเรือกำปั่นถูกพายุพัด เรือแตกทั้งสองพระ
องค์มาขึ้นฝั่ง ณ หาดทรายแก้ว แล้วฝังพระทันตธาตุไว้ เรื่องราวดำเนินต่อ
ไปจนทั้งสองพระองค์ได้กลับไปลังกา โดยมีพระทันตธาตุสวน หนึ่งยังฝัง
อยู่ที่หาดทรายแก้วต่อมาพระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้มาพบพระทันตธาตุ และ
โปรดให้ สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและสร้าง
เมือง ณ หาดทรายแก้ว จนสำเร็จเมืองดังกล่าวก็คือ เมืองนครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุเจดีย์ก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช
ซึ่งเชื่อกันว่าเดิมเป็นเจดีย์แบบอิทธิพลศิลปะศรีวิชัยคือเป็นเจดีย์ทรงมณฑป
มีหลังคาเป็นสถูปห้ายอดคล้ายพระบรมธาตุเจดีย์ที่อำเภอไชยาจังหวัด
สุราษฎร์ธานีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 ต่อมาพระสถูปแบบศรีวิชัย
ทรุดโทรมลงจึงได้มีการสร้างเจดีย์องค์ใหญ่ทรงลังกาซึ่งเป็นเจดีย์องค์
ปัจจุบันครอบไว้เชื่อกันว่าในขณะนั้นคือราวพุทธศตวรรษที่18อิทธิพลพุทธ
ศาสนาแบบลังกาในดินแดนนครศรีธรรมราชเข้มแข็งมากนครศรีธรรมราช
จึงได้รับอิทธิพลทั้งศาสนาและศิลปกรรมจากลังกา ศาสตราจารย์หม่อมเจ้า
สุภัทรดิศ ดิศกุลทรงวินิจฉัยว่าพระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบัน มีลักษณะคล้าย
เจดีย์กิริเวเทระในเมืองโบโลนนารุวะ ประเทศ ศรีลังกา สร้างในสมัยพระเจ้า
ปรากรมพาหุมหาราช ราวต้น พุทธศตวรรษที่ 18 พระบรมธาตุเจดีย์ ก็
ควรสร้างหลังจากนั้นมากส่วนสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ภายในวัดพระมหา
ธาตุฯ ล้วนเป็นของที่สร้างขึ้นใน สมัยอยุธยาเป็นส่วนใหญ่จะ มีสิ่งก่อสร้าง
ในสมัย ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บ้าง เช่น วิหารทับเกษตร
วิหารพระแอด เป็นต้น
วัดพระธาตุ นครศรีธรรมราช
วัดพระธาตุ นครศรีธรรมราช
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า วัดพระธาตุ โบราณสถาน
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นมิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกช
นทั้งหลายสัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ
พระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเนื่องจากเป็นที่
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศ จด
ทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง
ของภาคใต้
พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบทรงระฆังคว่ำ มีจุดเด่นที่ยอด
เจดีย์ ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ จากความเชื่อ เล่าสืบตอบกันมาว่า องค์พระธาตุประกอบ
ด้วยทองรูปพรรณและของมีค่ามากมายจรดปลายเจดีย์ ซึ่งสิ่งของมีค่า เหล่านี้พุทธ
ศสานิกชนนำมาถวาย แด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ตนได้พบกับนิพพาน จาก
คำขวัญประจำ จังหวัดเมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุ
อุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปข้อความว่า พระธาตุทอง
คำ จึงหมายถึง ยอดเจดีย์ทองของพระบรมธาตุ นั่นเอง และหากใครต้องการ ชม
ยอดพระธาตสีทองเหลืองอร่ามอย่างใกล้ชิด มีบริการกล้องส่องทางไกลให้ใช้บริการ
สนนราคาแล้ว แต่ตกลง กันว่าจะชื่นชมความงดงามนั้นนานเพียงใด ด้วยความมีชื่อ
เสียงและศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุเจดีย์ ดึงดูดให้ผู้คน จากทั่วสารทิศแวะมากราบ
ไหว้ขอพรคู่ไปกับ พิธีปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง คือ การนำผ้าขึ้นธาตุ
ตำนานเชื่อว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุ และบนขอพรใน เรื่องใด จะ
ขอให้หายเจ็บหายไข้ขอให้ได้ลูกขอเรื่องการงานการเรียนสิ่งนั้นก็จะเป็น
จริงดังหวัง มีเรื่องเล่าว่า มีชายคน หนึ่งประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้ รักษา
เท่าไหร่ก็ ไม่หาย สุดท้ายพ่อแม่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมาบนและนำผ้าขึ้น
ธาตุที่ พระบรมธาตุขอให้ลูกชายหายจากอาการป่วยและหากหายจะให้มา
บวชที่วัดพระธาตุ ในไม่ช้าชายหนุ่มคนดังกล่าว ก็หายวันหายคืน จน
กลับมาเดินได้เป็นปกติในทุกปีช่วงวันมาฆและวันวิสาขบูชาจะจัดงานแห่
ผ้าขึ้นธาตุซึ่งถือเป็น งาน บุญประจำปีที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศมาร่วม
สร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่นี้ความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งขององค์พระบรม
ธาตุคือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่อง
กระทบไปทางใด ซึ่งยังไม่มี ใครหาคำตอบได้ว่าเป็น เพราะอะไร จาก
ความมหัศจรรย์นี้ ท.ท.ท. จึงให้เจดีย์นี้เป็น 1 ใน unseen Thailand
ของเมืองไทย
นอกจากพระบรมธาตุเแล้วเจดีย์องค์เล็กที่รายล้อมรอบองค์พระธาตุ
มากมายเป็นสิงที่แปลกตาแก่นักท่องเที่ยวที่ได้พบเห็นเจดีย์นี้เรียกว่า
องค์เจดีย์บริวาร ซึ่งมีทั้งหมด149องค์เจดีย์บริวาร คือ เจดีย์ที่ลูกหลาน
บรรพบุรุษ ได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อยๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติ ผู้ล่วง
ลับไปแล้วโดยอธิษฐานว่าขอให้ญาติของตนได้มาเกิดในศาสนาของ
พระพุทธองค์อีกครั้งในภพหน้า นอกจากความหัศจรรย์ของ พระธาตุ
ไร้เงาแล้วเจดีย์บริวารที่เรียงรายล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเป็นสิ่ง
มหัศจรรย์ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นจากที่ใดเช่นกัน
ประเพณีเเห่ผ้าขึ้นธาตุ
ประเพณีเเห่ผ้าขึ้นธาตุ
ประเพณีผ้าขึ้นธาตุ หมายถึง การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรม
ธาตุเจดีย์ในวันสำคัญทางศาสนา ชาวนครได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินตาม
กำลังศรัทธานำเงินที่ได้ไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นแถวยาวนับพันหลาแล้วจัด
เป็นขบวนแห่ผ้าขึ้นห่มพระบรมธาตุเจดีย์ ผ้าที่ขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์
เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (หรือ พระบต) นิยมใช้สีขาว สีเหลือง สีแดง สำหรับผ้าสี
ขาวนิยมเขียนภาพเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติเสด็จออกบรรพชา
ตรัสรู้ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นเอกลักษณ์ประจำ
เมืองนครศรีธรรมราช แก่นแท้อยู่ที่การบูชาพระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด โดยใช้
องค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นตัวแทน
ตามตำนานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุมีว่า ในสมัยที่พระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้า
ศรีธรรมโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังดำเนินการ
สมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น คลื่นได้ซัดผ้าแถบยาวชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนเรื่อง
ราวพุทธประวัติ (เรียกว่า พระบฎ หรือ พระบต) ขึ้นที่ชายหาดปากพนัง จึงนำ
ผ้าผืนนั้นไปถวายพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์จึงรับสั่งให้ซักจนสะอาด
แต่ลายเขียนพุทธประวัติก็ไม่ลบเลือนยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการจึงรับสั่งให้
ประกาศหาเจ้าของได้ความว่าชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง จะเดินทางไปลังกา เพื่อนำ
พระบฎไปถวายเป็นพุทธบูชาพระทันตธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้ว แต่เรือถูกมรสุม
ซัดแตกที่ชายฝั่งเมืองนครมีรอดชีวิต 10 คนส่วนพระบฏถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง
ปากพนังพระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะนำขึ้นไปห่ม
พระบรมธาตุเจดีย์เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุเจ้าของพระบฎที่รอด
ชีวิตก็ยินดีด้วยจึงโปรดให้ชาวเมืองนครจัดเครื่องประโคมแห่แหนผ้าห่มโอบ
ฐานพระบรมธาตุเจดีย์ จึงเป็นประเพณีประจำเมืองนครสืบมาจนทุกวันนี้
สถานที่สำคัญ
พระวิหารหลวง (พระอุโบสถ)
วิหารพระมหาภิเนษกรณ์ หรือวิหารพระทรงม้า
วิหารเขียน หรือวิหารพระเขียน
วิหารโพธิ์ลังกา และ ต้นศรีมหาโพธิ์
วิหารพระกัจจายนะ หรือวิหารพระแอด
วิหารพระปัญญา
พระเจดีย์ราย รอบพระบรมธาตุ
พระบรมธาตุเจดีย์
วิหารสามจอม หรือวิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช
วิหารทับเกษตร หรือพระระเบียงตีนธาตุ
วิหารพระระเบียง หรือวิหารคด
วิหารธรรมศาลา
วิหารโพธิ์พระเดิม
มณฑปพระพุทธบาทจำลอง
อนุสาวรีย์พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทันทกุมาร
อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมโศกราช
อนุสาวรีย์แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาวแม่เจ้าอยู่หัว)
ตัวอย่างภาพสถานที่สำคัญ
พระศรีศากยมุนีศรีธรรม
ราชในพระวิหารหลวง
วิหารพระระเบียง หรือวิหารคด
วิหารพระกัจจายนะ หรือวิหารพระแอด
นครศรีเมืองเก่าเขาสวยยังรวยหาด
มีพระธาตุยอดทองในท้องถิ่น
ส่ งแสงทองส่ องสว่างกลางธานินทร์
งามมีศิ ลป์ประวัติศาสตร์พระธาตุนคร