คมู อื การปฏบิ ตั งิ านจดั เก็บรายได
เทศบาลเมืองบางแกว
คาํ นํา
ดวยเทศบาลเมืองบางแกว เปนหนว ยงานทองถน่ิ ทมี่ อี าํ นาจหนาทใี่ นการจดั เกบ็ รายได ซ่งึ
จะตอ งจัดเกบ็ เองประกอบดว ย ภาษีโรงเรือนและทด่ี นิ ภาษีบํารุงทอ งท่ี ภาษปี า ย และภาษีที่ดนิ และสิง่ ปลูก
สราง โดยการจดั เกบ็ รายไดท ุกประเภทจะมีประสทิ ธิภาพไดนัน้ จะตองครอบคลมุ ถงึ ขนั้ ตอนกจิ กรรมท่จี ะ
ดาํ เนนิ การจดั เกบ็ รายไดดวย คมู ือการปฏิบตั งิ านจัดเกบ็ รายได มสี าระสําคัญของความเปน มาและ
ความสาํ คญั ในการจดั ทําคูมือ วตั ถปุ ระสงค ขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ าน หนาทค่ี วามรบั ผิดชอบ เพื่อใหการจดั เกบ็
รายไดท ุก ประเภทดําเนนิ การเปน ไปดวยความเรียบรอย ถกู ตอง ทนั ตามกาํ หนดระยะเวลา และมี
ประสทิ ธิภาพดยี ่งิ ข้ึนตอไป หวงั เปนอยา งย่ิงวาคมู อื นจี้ ะเปนประโยชนตอ ผูปฏบิ ัติ งานดานการจดั เก็บรายได
ผูร บั บรกิ าร ผูมสี ว นไดเ สยี ใหส ามารถเพมิ่ ความรคู วามเขาใจ และเพิ่มประสทิ ธิภาพของงานไดเปนอยางดี
ฝายพฒั นาและจดั เก็บรายได
กองคลงั เทศบาลเมอื งบางแกว
1. ความเปนมาและความสาํ คญั ในการจัดทาํ คมู อื
ดว ยคณะผบู ริหารเทศบาลเมืองบางแกว มีนโยบายเรงรัดการจดั เกบ็ รายได ใหท วั่ ถึงและ เปน
ธรรมโดยคํานึงถึงสภาวะดา นสังคม เศรษฐกจิ เหตุการณตาง ๆ ทเ่ี กิดข้นึ ในปจ จุบันมาเปน แนวทางใน การ
จดั เก็บภาษี โดยมใิ หเกดิ ผลกระทบตอ การชําระภาษีของประชาชนในตําบลบางแกว ดงั นนั้ เพอ่ื ใหสอดคลองกับ
นโยบายและแผนปฏิบตั ิการจดั เก็บรายได คณะทาํ งานจึงไดจ ดั ทาํ คูม อื ปฏิบตั งิ านของฝา ยพัฒนาจัดเก็บรายได
ข้นึ เพ่อื เพิ่มประสทิ ธิภาพการจัดเก็บรายได โดยนําคมู อื ปฏิบัติงาน ไปเปน เคร่ืองมือหนึง่ ในการพัฒนาบคุ ลากร
ของฝายพัฒนาและจดั เก็บรายได เพอ่ื ใชเปนแหลงขอมูลในการศกึ ษาหาความรูและแนวทางการปฏิบัติงานได
อยา งถกู ตอ ง สามารถลดการตอบคาํ ถาม ลดเวลาการสอนงาน ลดเวลาการทาํ งาน และลดขอผิดพลาดในการ
ทดลองปฏบิ ตั งิ าน หรอื เปน แหลง ขอ มูลใหบ ุคคลภายนอก ไดทราบกระบวนการปฏบิ ัตงิ าน ซึง่ คูม อื ปฏิบัติงาน
จัดเกบ็ รายไดป จ จุบนั ไดม ีการปรบั ปรงุ ระเบียบ คําสง่ั หนงั สอื สงั่ การและมรี ะบบสารสนเทศเขา มาใชใ น
กระบวนการปฏบิ ัตงิ านเพ่มิ ขน้ึ จึงจา เปน ตองจัดทาํ คูมอื ปฏิบัตงิ านขน้ึ เพือ่ ใหการปฏิบตั งิ านเปน ไปในแนวทาง
เดียวกนั
2. วตั ถปุ ระสงค
2.1 เพือ่ ใหม คี ูมือการปฏบิ ตั งิ าน ท่เี ปนมาตรฐานมงุ ไปสกู ารบริการอยา งมปี ระสิทธิภาพ
2.2 เพื่อเปนเครือ่ งมอื การเรียนรูดว ยตนเอง ใหผ ทู เี่ ขามาปฏบิ ัติงานสามารถปฏบิ ัตงิ านไดโ ดยลดการ
ตอบคําถาม ลดเวลาในการสอนงาน ลดขอ ผดิ พลาดหรือความขดั แยงท่ีอาจจะเกิดในการทาํ งานและสามารถ
พฒั นาการทาํ งานใหเปน มอื อาชพี ได
2.3 เพ่ือเปนแหลงขอ มูลใหบคุ คลภายนอก สามารถเขา ใจ และใชประโยชนจากกระบวนงานท่มี อี ยู
เพอ่ื ขอรบั บรกิ ารท่ีตรงกับความตองการได
3. ขอบเขต
การจัดทาํ คมู ือปฏิบัติงานจดั เก็บรายได เพือ่ ใชในการปฏิบัตงิ านเฉพาะฝายพัฒนาและจัดเก็บรายได
คอื กระบวนการจัดเก็บภาษีประเภทตา งๆ ดงั ตอ ไปนี้
1. ภาษีบาํ รงุ ทองท่ี
2. ภาษีโรงเรือนและที่ดนิ
3. ภาษปี าย
4. ภาษีทีด่ นิ และส่ิงปลูกสรา ง
4 .กระบวนการจดั เกบ็ ภาษี
ภาษีบํารุงทองที่
ภาษีบํารงุ ทองที่ หมายถึง ภาษที ีเ่ ก็บจากเจาของท่ีดนิ ไมวา จะเปนบคุ คลธรรมดาหรือนิตบิ คุ คล ซงึ่ มี
กรรมสทิ ธ์ิในท่ีดนิ การย่ืนแบบแสดงรายการเพอ่ื เสยี ภาษีบาํ รงุ ทองท่โี ดยเจา ของท่ดี นิ ท่ีอยใู นเขต เทศบาลเมือง
บางแกว ใหไ ปยนื่ แบบแสดงรายการทด่ี ิน (แบบ ภ.บ.ท. 5) ณ ทีท่ ําการ เทศบาลเมอื ง บางแกว ภายในเดือน
มกราคมปแรก ที่มีการตรี าคาปานกลางทด่ี ิน และทุกๆ 4 ป จะมกี ารยน่ื แบบ แสดงรายการท่ีดนิ และประเมิน
ใหม และชําระภาษภี ายในเดอื น มกราคม – เมษายน ของทุกป กรณเี ปนเจา ของทดี่ นิ รายใหม หรือ มีการ
เปล่ียนแปลงจา นวนที่ดนิ จะตอ งย่ืนแบบแสดงรายการ ภายใน 30 วนั นบั ต้งั แตว ันที่มีการเปลยี่ นแปลง ผมู ี
หนาํ ทเ่ี สยี ภาษบี ํารงุ ทองท่ี ผูทีเ่ ปน เจาของทดี่ นิ ในวนั ที่ 1 มกราคมของปใ ด มหี นาํ ที่เสียภาษีบาํ รุงทอ งท่ีในป
น้นั และตลอดไป จนกวา จะเปลยี่ นแปลงเจาของที่ดิ น กําหนดระยะเวลาการยนื่ แบบแสดงรายการเพือ่ ชําระ
ภาษีบํารงุ ทองท่ี ใหเจา ของทีด่ นิ ซึ่งมีหนาที่เสยี ภาษีบํารุงทองทยี่ ่นื แบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท. 5) ณ ทีท่ ํา
การเทศบาลเมอื งบางแกว ภายในเดอื นมกราคม ของปแรกทีม่ ีการตีราคาปานกลางของท่ีดิน
หลกั ฐานทตี่ องนาํ ไปแสดงเพื่อชาํ ระภาษีบาํ รงุ ทองที่
1. บัตรประจําตวั ประชาชน
2. ใบเสรจ็ รับเงนิ ปทีผ่ านมา (ในกรณที ไ่ี ดชาํ ระภาษบี าํ รุงทอ งทมี่ าแลว )
3. สาํ เนาทะเบยี นบาน
4. หลกั ฐานทแ่ี สดงถงึ การเปน เจา ของทีด่ นิ ตามท่กี ฎหมายกําหนด เชน โฉนด,น.ส.3. , ส.ค.1 ฯ
5. หนงั สือรับรองหา งหุนสวนบรษิ ัท
6. หนงั สือมอบอาํ นาจกรณที ี่ใหผูอ่นื มาทําการแทน
กรณีท่เี ปน การเสยี ภาษีในปท ี่ไมใชป ท่ยี น่ื แบบ ภ.บ.ท.5 ทอ นทีม่ อบใหเ จา ของทดี่ ินหรอื ใบเสรจ็ รับเงิน
คาภาษีปสดุ ทา ยใหนํามาดวย
ขนั้ ตอนการชาํ ระภาษบี าํ รุงทองที่
1. การย่ืนแบบแสดงรายการที่ดิน กรณผี ทู เี่ ปน เจาของทีด่ ินตัง้ แตวันท่ี 1 มกราคม ของปท่มี กี ารตี
ราคาปานกลางทดี่ นิ
- ผมู ีหนาท่ีเสยี ภาษหี รอื เจา ของทด่ี นิ ยื่นแบบแสดงรายการทีด่ ิน (ภบท.5) พรอมดว ย
หลกั ฐานที่ตองใชตอเจาหนา ทพ่ี นกั งานประเมนิ ภายในเดือนมกราคมของปท ่มี กี ารประเมนิ ราคาปานกลาง
ของที่ดนิ
- เจา พนักงานประเมนิ จะทําการตรวจสอบและคาํ นวณคา ภาษแี ลว แจง การประเมิน (ภ.บ.ท.
9 หรือ ภ.บ.ท.10) ใหผูม ีหนาท่เี สยี ภาษหี รอื เจา ของท่ดี ินทราบวาจะตอ งเสยี ภาษเี ปน จาํ นวนเงนิ เทา ใดภายใน
เดอื นมีนาคม
- ผูมีหนาที่เสียภาษหี รือเจาของที่ดนิ จะตอ งเสยี ภาษีภายในเดอื นเมษายนของทกุ ป เวนแต
กรณที ี่ไดรับใบแจงใบประเมนิ หลงั เดือนมนี าคม ตอ งชาํ ระภายใน 30 วนั นับแต วนั ทไี่ ดร บั แจง การประเมนิ
2. การยื่นแบบแสดงรายการทด่ี ิน กรณเี ปนเจา ของทดี่ ินรายใหมห รือจาํ นวนเนอื้ ท่ดี ินเดมิ
เปล่ียนแปลงไป
- เจาของทด่ี นิ ที่ไดมีการเปลยี่ นแปลงจํานวนเน้อื ท่ีดนิ หรือเปน ผูไดรับโอนที่ดินข้นึ ใหม ตอ ง
ยื่นแบบแสดงรายการทีด่ นิ หรือยน่ื คา รอ งขอเปลยี่ นแปลงจํานวนท่ดี ินตอเจาพนักงานประเมินภายในกาํ หนด
30 วัน นับแตวันไดรบั โอนหรอื มีการเปลย่ี นแปลง โดยใหแ บบ ภ.บ.ท.5 หรอื ภ.บ.ท.8 แลวแตก รณี
- เมือ่ เจา หนาทไี่ ดร ับแบบแลว จะออกใบรบั ไวใ หเปนหลักฐาน
- เจา พนักงานประเมนิ จะแจง ใหเ จาของทีด่ ินทราบถึงจานวนเงินท่ีจะตองเสยี ภาษใี นปตอไป
จาํ นวนเทา ใด
3. การยื่นแบบแสดงรายการทดี่ นิ กรณีเปลี่ยนแปลงการใชท ีด่ ินอนั เปนเหตใุ หการลดหยอน
เปลี่ยนแปลงไปหรอื มเี หตอุ ยา งอนื่ ทําใหอตั ราภาษีบาํ รงุ ทองทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป
- เจา ของทด่ี นิ ยืน่ คารอ งตามแบบ ภ.บ.ท.8 พรอ มดวยหลักฐานท่ตี องใชต อ เจา พนักงาน
ประเมินภายใน 30 วัน นับแตวนั ทีม่ กี ารเปลย่ี นแปลงการใชท ่ดี นิ
- เจา พนักงานประเมนิ จะออกใบรับให
- เจา พนักงานประเมินจะแจงใหเ จา ของทด่ี นิ ทราบวา จะตอ งเสยี ภาษีในปตอ ไปจํานวน เทา ใด
- การขอชาํ ระภาษบี าํ รุงทอ งทีใ่ นปถ ัดไปจากปทม่ี กี ารประเมนิ ราคาปานกลางของทด่ี นิ ให
ผูรับประเมนิ นาํ ใบเสร็จรับเงนิ ของปก อ นพรอมกับเงนิ ไปชําระภายในเดือนเมษายน ของทุกป
เงินเพิ่ม
เจา ของที่ดินผมู ีหนาทีเ่ สียภาษีบาํ รุงทองทต่ี อ งเสยี เงินเพ่มิ ในกรณีและอัตราดงั ตอ ไปนี้
1. ไมย ืน่ แบบแสดงรายการทด่ี ินภายในกําหนด ใหเ สียเงนิ เพ่ิมรอ ยละ 10 ของคา ภาษีบํารงุ ทอ งท่ี
เวน แตก รณเี จา ของทดี่ ินไดย่นื แบบแสดงรายการท่ดี ินกอนทีเ่ จาพนกั งานประเมินจะไดแจงใหทราบถงึ การละ
เวน นั้น ใหเสียเงินเพิม่ รอยละ 5 ของคา ภาษบี ํารงุ ทอ งท่ี
2. ย่นื แบบแสดงรายการที่ดินโดยไมถกู ตองทาํ ใหจ ํานวนเงนิ ท่ีจะตอ งเสียภาษีบาํ รงุ ทองท่ลี ดนอ ยลง
ใหเ สยี เงินเพ่ิมรอ ยละ 10 ของคา ภาษีบาํ รุงทองทที่ ่ีประเมนิ เพิ่มเตมิ เวนแตก รณที ่เี จาของทีด่ นิ ไดม าขอ แกไ ข
แบบแสดงรายการที่ดนิ ใหถ กู ตอ งกอนทเ่ี จาพนักงานประเมนิ แจงการประเมนิ
3.ช้เี ขตแจงจํานวนทด่ี นิ ไมถูกตองตอเจา พนักงานสาํ รวจ โดยทาํ ใหจา นวนเงินท่จี ะตอ งเสยี ภาษบี าํ รุง
ทองที่ลดนอ ยลงใหเ สียภาษีเงนิ เพ่มิ อีก 1 เทา ของภาษบี าํ รงุ ทอ งท่ปี ระเมนิ เพิ่มเติม
4. ไมช าํ ระภาษบี าํ รงุ ทองทีภ่ ายในเวลาที่กําหนด ใหเสียเงนิ เพิม่ รอ ยละ 24 ตอ ป หรอื รอ ยละ 2 ตอ
เดือน ของจํานวนเงนิ ท่ีตองเสียภาษบี ํารงุ ทอ งทีเ่ ศษของเดอื นใหนับเปนหนึง่ เดือน และไมนาํ เงินเพิ่มเตมิ ตาม
ขอ 1 – ขอ 4 มารวมคาํ นวณดวย
บทกาํ หนดโทษตามพระราชบัญญัตภิ าษบี าํ รุงทองที่
1.ผใู ดแจงขอ ความอนั เปนเท็จ ใหถอยคาํ เท็จ ตอบคาํ ถามดว ยถอ ยคา อนั เปนเท็จ หรือนาํ
พยานหลกั ฐานเทจ็ มาแสดงเพื่อหลกี เลย่ี งหรือพยายามหลีกเล่ียงการเสยี ภาษีบํารุงทอ งท่ี ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ
ไมเ กิน 6 เดือน หรือ ปรบั ไมเ กิน 2,000 บาท หรอื ทงั้ จําทงั้ ปรบั
2.ผใู ดจงใจไมมาหรือยอมช้เี ขตหรือไมย อมแจงจาํ นวนเน้ือทดี่ ินตองระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ 1 เดือน
หรือ ปรบั ไมเกนิ 1,000 บาท หรือทง้ั จาํ ท้งั ปรบั
3.ผูใดฝา ฝน คําส่งั ของเจา พนกั งานซึ่งสง่ั ใหมาใหถ อ ยคาํ หรอื สงบัญชีหรือเอกสารมาตรวจสอบ หรอื สง่ั
ใหป ฏิบัติการเทาทจ่ี ําเปนเพือ่ ประโยชนใ นการเรงรัดภาษีบาํ รงุ ทองที่คางชาํ ระหรอื ไมมาใหถอ ยคาํ หรอื ไม สง
เอกสารอันควรแกเ ร่อื งมาแสดงตามหนงั สือเรียก ตอ งระวางโทษจําคุกไมเ กนิ 1 เดอื น หรอื ปรบั ไมเกนิ
1,000 บาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั
การอทุ ธรณ
ถาเจา ของที่ดนิ ไมเหน็ พอ งดวยกับราคาปานกลางที่ดิน หรือไมไดรับแจง การประเมินภาษบี ํารงุ ทองที่
แลว เหน็ วา การประเมินนั้นไมถ ูกตอ งมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณตอ ผวู า ราชการจงั หวดั ได โดยอทุ ธรณผา นเจา พนกั งาน
ประเมนิ ภายใน 30 วนั นบั แตว นั ท่ปี ระกาศราคาปานกลางของท่ดี นิ หรอื วันทไ่ี ดร ับแจงประเมิน แลว แตกรณี
การอุทธรณไ มเปนการทุเลาการเสียภาษีบํารุงทอ งที่ เวน แตจะไดรับอนุมัตจิ ากผวู า ราชการจังหวดั ใหข อคาํ
วินิจฉัยอุทธรณห รือคาํ พิพากษาของศาล ผอู ทุ ธรณม ีสทิ ธอิ ุทธรณคาํ วินจิ ฉัยของผูวาราชการจังหวัดตอศาล
ภายใน 30 วัน นบั แตว นั ทไี่ ดรับ แจง วนิ จิ ฉัยอุทธรณ
การขอคนื ภาษบี ํารุงทอ งท่ี
ผูเ สยี ภาษีบาํ รงุ ทองทโ่ี ดยไมมีหนาท่ีตอ งเสยี หรือเสียเกนิ กวาทค่ี วรจะตองเสยี ผนู น้ั มีสิทธขิ อรบั คืน
ภายใน 1 ป ไดโ ดยยน่ื คารอ งขอคนื ภายใน 1 ป นบั แตว นั ท่ีเสียภาษบี ํารงุ ทองที่
ภาษโี รงเรือนและท่ีดิน
ภาษีโรงเรือนและทดี่ นิ หมายถึง ภาษที ่ีจัดเกบ็ จากโรงเรอื น หรอื สงิ่ ปลกู สรางอื่นๆ กบั ท่ดี นิ ใช ตอ เนอื่ ง
กับโรงเรือน หรอื สิง่ ปลูกสรา งน้นั ผูมีหนาทตี่ องเสยี ภาษโี รงเรือนและท่ีดิน ผูทเี่ ปนเจาของทรพั ยส นิ โรงเรอื น
สิง่ ปลกู สรา ง ตกึ อาคาร หรอื สง่ิ ปลกู สรางอืน่ ฯลฯ ในเขต เทศบาลเมืองบางแกว ซ่ึงหาผลประโยชนโ ดยใชเ ปน
สถานประกอบการพาณชิ ยตา งๆ ใหเ ชา หรอื ใหผ อู ่นื อยู อาศัยหรือแสวงหารายไดซ ง่ึ อยใู นขายตอ งชา ระภาษี
โรงเรือนและที่ดินกบั เทศบาลเมืองบางแกว กําหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสยี ภาษโี รงเรอื นและ
ท่ีดนิ เจาของทรพั ยส ินยน่ื แบบแสดงรายการเพ่อื เสยี ภาษโี รงเรอื นและท่ดี ิน (ภ.ร.ด. 2) ณ ท่ีทําการเทศบาล
เมืองบางแกว ภายในเดือนกุมภาพันธของทกุ ป
หลกั ฐานท่ีตอ งนา ไปแสดง
1. สําเนาโฉนดท่ดี ิน /น.ส.3 / น.ส.3.ก /ส.ค.1 หรือเอกสารสิทธอ์ิ น่ื ๆ
2. บตั รประจาํ ตัวประชาชนของผูมหี นา ทเ่ี สียภาษี
3. สาํ เนาทะเบยี นบาน
4. ทะเบยี นการคา, ทะเบยี นพาณชิ ย, ใบอนญุ าตกอ สรา งอาคาร
5. ใบเสร็จรบั เงินของปท ่ีลว งมาแลว
6. หนงั สอื มอบอาํ นาจกรณีใหผ ูอน่ื ทําการแทน
7. แผนที่ตัง้ ของโรงเรอื นและท่ดี นิ หรือสิ่งปลกู สรางทเี่ สยี ภาษี
ขนั้ ตอนการชาํ ระภาษีโรงเรอื นและทดี่ ิน
1. ผมู ีหนา ที่เสยี ภาษโี รงเรือนและทดี่ ินย่นื แบบแสดงรายการทรพั ยส นิ เพ่ือเสียภาษีโรงเรอื นและที่ดนิ
(ภ.ร.ด.2)พรอมดวยหลกั ฐาน ณ ทท่ี าํ การเทศบาลเมอื งบางแกว ภายในเดือนกุมภาพนั ธ ของทุกป
2. พนักงานเจาหนา ทจี่ ะทาํ การตรวจสอบความสมบูรณแ บบแสดงรายการภาษโี รงเรอื นและทดี่ นิ
(ภ.ร.ด.2)
3. เจาหนาทีป่ ระเมนิ ประเมินคารายปแ ละคา ภาษีท่ีตองเสีย
4. พนกั งานเก็บภาษแี จง การประเมนิ (ภ.ร.ด.8) ใหผทู ม่ี หี นาท่เี สียภาษีทราบวา จะตองเสียภาษี
เปนจํานวนเงนิ เทา ใด
5. ผูมหี นาที่เสียภาษีเม่ือไดรบั แจง การประเมินแลวจะตอ งนา เงนิ คา ภาษีไปชําระภายใน 30 วนั
นบั ถดั จากวันทไ่ี ดร ับแจงการประเมิน มิฉะน้นั ตองเสยี เงนิ เพิม่
อัตราคา ภาษโี รงเรอื นและท่ีดิน
1. ผูรบั ประเมินชาํ ระภาษีปล ะครั้งตามคารายป
2. อัตรารอยละ 12.5 ของคารายป
เงนิ เพ่มิ ภาษโี รงเรือนและทีด่ ิน ผมู ีหนาท่เี สียภาษโี รงเรือนและที่ดิน เมอ่ื ไดรบั แจงการประเมนิ แลว
จะตองนาํ เงนิ คา ภาษีตองไป ชําระภายใน 30 วนั นบั แตวนั ถดั จากทไี่ ดรับแจงประเมินมิฉะนนั้ ตอ งเสียเงนิ เพ่มิ
1. ชําระไมเกิน 1 เดือน นบั แตวันพน กาํ หนดใหเ สยี เงินเพม่ิ รอยละ 2.5 ของคา ภาษี
2. ชําระเกนิ 1 เดือน แตไ มเ กิน 2 เดอื น ใหเ สียเงนิ เพ่มิ รอยละ 5 ของคา ภาษี
3. ชําระเกนิ 2 เดือน แตไมเกนิ 3 เดือน ใหเสยี เงนิ เพ่ิมรอยละ 7.5 ของคา ภาษี
4. ชําระเกิน 3 เดอื น แตไมเ กิน 4 เดือน ใหเสียเงนิ เพมิ่ รอยละ 10ของคา ภาษีการชําระคา ปรบั ผูใด
ไมยน่ื แบบแสดงรายการชาระภาษีตอเจาหนา ท่ีภายในกําหนดยกเวนแตจ ะมีเหตุสุดวสิ ยั มคี วามผดิ ตองระวาง
โทษปรับไมเกิน200 บาท
บทกาํ หนดโทษตามพระราชบัญญตั ภิ าษีโรงเรือนและทดี่ นิ
1. ผใู ดละเลยไมแ สดงขอ ความในแบบพิมพเ พือ่ แจง รายการทรัพยสินตามความเปน จริงตามความรู
เห็นของตนใหครบถวน และรับรองความถกู ตอ งของขอ ความดงั กลาวพรอมทง้ั ลงวันที่ เดือน ป และลายมือ ช่ือ
ของตนกํากบั ไว เวนแตจะมเี หตสุ ุดวสิ ยั ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินสองรอ ยบาท
2. ผใู ดละเลยไมป ฏบิ ัติตามหมายเรยี กของพนักงานเจา หนา ท่ี ไมแจงรายการเพมิ่ เตมิ รายละเอียด ไม
นําพยานหลกั ฐานมาแสดงหรอื ไมต อบคําถามเม่ือพนักงานเจา หนาท่ีซกั ถาม หรอื ไมตอบคําถามเมื่อ พนกั งาน
เจา หนา ทีซ่ กั ถามผรู ับประเมินในเรือ่ งใบแจงรายการ ตองระวางโทษปรับไมเกินหารอ ยบาท
3. ผใู ดยืน่ ขอ ความเทจ็ หรือใหถอ ยคาเท็จ หรือตอบคา ถามดว ยคาํ อนั เปน เท็จ หรือนาํ พยานหลักฐาน
เทจ็ มาแสดง เพือ่ หลกี เลีย่ งหรือจดั หาทางใหผอู นื่ หลีกเลีย่ งการคาํ นวณคา รายปแหง ทรัพยส ินของตนตามทคี่ วร
หรอื โดยความเปน เท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉอโกงโดยอบุ าย โดยวิธีการอยาง หนงึ่ อยา งใดทัง้ สิ้นท่ีหลีกเลยี่ ง
การคาํ นวณคา รายปแ หง ทรัพยส นิ ของตนตามที่ควรก็ดี ตอ งระวางโทษจาคกุ ไมเ กนิ 6 เดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ
500 บาท หรอื ทั้งจําท้ังปรับ
การอุทธรณภาษีโรงเรือนและทดี่ ิน
เม่ือผูเสยี ภาษไี ดรับแจง การประเมินแลว ไมพ อใจในการประเมนิ ของพนกั งานเจาหนาท่โี ดยเห็นวา
คาภาษีสูงเกนิ ไป หรอื ประเมนิ ไมถกู ตองกม็ ีสิทธิอทุ ธรณตอ คณะผบู รหิ ารทอ งถ่ินตามแบบท่ีกําหนด(ภ.ร.ด. 9)
ภายใน 15 วัน นบั แตว ันทไี่ ดร บั แจงการประเมนิ และเม่ือไดรบั แจงผลชข้ี าดแลว ยังไมเ ปนทีพ่ อใจกม็ สี ทิ ธิ
ฟอ งรองตอ ศาลไดภ ายใน 30 วัน นับแตวันทไ่ี ดร บั แจงความใหทราบคาชข้ี าด
ภาษีปาย
ภาษีปาย หมายถงึ ปา ยทแ่ี สดงชอ่ื ยห่ี อ หรอื เคร่อื งหมายที่ใชใ นการประกอบการคา หรือประกอบ
กจิ การอืน่ เพื่อหารายได หรอื โฆษณาการคา หรือกิจการอื่น เพือ่ หารายไดไมว าจะแสดง หรอื โฆษณาไวท ่ี วัตถุ
ใดๆ ดวยอักษร ภาพ หรอื เครือ่ งหมายทีเ่ ขียน แกะสลัก จารกึ หรอื ทาใหปรากฏดวยวธิ อี นื่
ผมู หี นาท่ีเสยี ภาษีปาย
1. เจาของปาย
2. ในกรณที ไ่ี มม ีผยู ื่นแบบแสดงรายการภาษีปาย หรอื เมอื่ พนักงานเจาหนา ที่ไมอาจหาตัวเจาของ
ปา ยนั้นไดใ หถอื วาผูครอบครองปายนน้ั เปนผูเ สยี ภาษปี า ยถา ไมอ าจ หาตัวผูครอบครองปา ยนั้นไดใหถ อื วา
เจาของหรอื ผคู รอบครองอาคารหรอื ทด่ี นิ ที่ปา ย
กําหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการเพ่อื ชําระภาษีปาย
1. ใหเ จาของหรือครอบครองปา ย ย่ืนแบบแสดงรายการภาษปี ายไดที่เจา พนักงานจัดเก็บรายได กอง
คลงั เทศบาลเมอื งบางแกว อําเภอบางพลี จังหวดั สมทุ รปราการ ภายในเดอื นมกราคม - มนี าคม ของทุกป
2. ผูใ ดตดิ ตั้งปายอันตองเสียภาษหี ลงั เดอื นมนี าคมหรอื ติดต้ังปา ยใหมแ ทนปา ยเดิมหรอื เปลย่ี นแปลง
แกไขพน้ื ทปี่ าย ขอความ ภาพ อันเปน เหตุใหตอ งเสียภาษเี พ่มิ ขน้ึ ใหย่ืนแบบแสดงรายการภาษี ปา ยใหมภ ายใน
15 วัน นบั ตัง้ แตว นั ท่ีตดิ ตงั้ หรอื เปลีย่ นแปลงแกไข
3. ในกรณที ี่มีการโอนยาย (เปลย่ี นเจาของ) ใหผ ูรบั โอนแจง การรบั โอนเปน หนงั สอื ตอ เจา หนาที่ของ
เทศบาลเมืองบางแกว ภายใน 30 วนั นับตั้งแตวนั รับโอน
หลกั ฐานท่ีตองนาํ ไปแสดงเพื่อเสียภาษปี า ย
1. บัตรประจาํ ตัวประชาชน
2. ทะเบยี นการคา ,ทะเบียนพาณชิ ย
3. ใบเสร็จรับเงินปท ผ่ี านมา (ในกรณีที่ไดช า ระภาษีปายมาแลว )
4. สาํ เนาทะเบยี นบา น
5. ทะเบยี นภาษีมูลคา เพิ่ม
6. หนงั สอื รบั รองหางหนุ สวนบรษิ ทั
7. ใบอนญุ าตติดตง้ั ปายหรือใบเสรจ็ รับเงนิ จากรานทําปา ย
ข้ันตอนการชาํ ระภาษีปา ย
1. ผูมีหนาที่ตองเสยี ภาษีปายยน่ื แบบแสดงรายการภาษปี า ย(ภ.ป.1)พรอ มหลักฐาน
2. ผเู สียภาษีตอ งมาชําระเงนิ คาภาษปี ายภายใน 15 วนั นบั แตว นั ไดแ จง การประเมนิ มิฉะนนั้
ตอ งเสยี เงินเพ่มิ
อตั ราภาษีปาย
1. ปายอกั ษรไทยลวน ใหคิดอตั รา3 บาท : 500 ตารางเซนตเิ มตร
2. ปา ยอักษรไทยปนกบั อักษรตางประเทศ หรอื ปนกับภาพ หรือเครอื่ งหมายอ่นื ใหคิดอตั รา
20บาท :500 ตารางเซนตเิ มตร
3. ปายตอไปนใ้ี หค ดิ อตั รา 40 บาท: 500 ตารางเซนติเมตร
ก. ปา ยที่ไมมอี ักษรไทย ไมวา จะมภี าพเคร่ืองหมายใดๆ หรือไม
ข. ปา ยทมี่ ีอกั ษรไทยบางสว น หรอื ทัง้ หมดอยใู ตหรือตํา่ กวาอักษรตางประเทศ
4. ปายตาม 1, 2, 3 เมือ่ คํานวณพน้ื ที่ของปายแลวถา มอี ัตราทต่ี อ งเสยี ภาษีตาํ่ กวา ปา ยละ
200 บาท ใหเสยี ภาษีปายละ 200 บาท
5. กรณีปายที่ติดต้ังปแ รก คิดภาษีเปนรายงวด งวดละ 3 เดือน
งวดที่ 1 เร่มิ ต้งั แตเดือน มกราคม - มีนาคม คดิ ภาษี 100%
งวดที่ 2 เรม่ิ ตัง้ แตเดอื น เมษายน - มิถนุ ายน คิดภาษี75%
งวดท่ี 3 เรมิ่ ต้ังแตเดอื น กรกฎาคม – กันยายน คิดภาษี 50%
งวดท่ี 4 เร่ิมตัง้ แตเ ดือน ตุลาคม – ธนั วาคม คิดภาษี 25%
เงนิ เพิม่ ผมู หี นา ท่ีเสียภาษปี ายจะตองเสียเงินเพิม่ ในกรณแี ละอตั ราดังตอไปน้ี
1. ไมย นื่ แบบแสดงรายการภาษีปา ยภายในเวลาทก่ี ําหนดใหเสียเงินเพมิ่ รอยละสิบของคา ภาษี ปาย
เวนแตก รณเี จาของปา ยไดย่นื แบบแสดงรายการภาษีปายกอนทีพ่ นกั งานเจา หนา ทจี่ ะไดแ จงใหท ราบถงึ การละ
เวนนัน้ ใหเ สยี เงินเพม่ิ รอ ยละหาของคาภาษี
2. ยนื่ แบบแสดงรายการภาษปี ายโดยไมถกู ตอ งตองตามจํานวนเงินท่ตี อ งเสยี ภาษีปา ยลดนอ ยลง ให
เสยี เงนิ เพ่ิมรอ ยละสบิ ของคาภาษปี ายที่ประเมนิ เพิ่มเติม เวน แตก รณีเจา ของปา ยไดมาขอแกไ ขแบบแสดง
รายการภาษปี ายใหถ ูกตอ งกอนเจา พนักงานเจาหนาท่แี จง การประเมนิ
3.ไมช าระภาษปี า ยภายในเวลาทกี่ ําหนด ใหเสยี เงินเพิม่ รอ ยละสองตอเดอื นของคา ภาษีปา ยเศษของ
เดือนนับเปน หน่งึ เดอื นท้งั นีไ้ มใหน าํ เงินเพ่มิ ตามขอ 1 และ ขอ 2 มาคํานวณเปนเงนิ เพ่ิมตามขอน้ีดวย
บทกําหนดโทษตามพระราชบัญญตั ภิ าษปี าย
ผูใ ดแจงขอ ความอนั เปน เท็จ ใหถ อ ยคา เท็จ ตอบคําถามดวยถอยคําอนั เปน เท็จ หรอื นําพยานหลักฐาน
เทจ็ มาแสดงเพือ่ หลกี เลย่ี งหรอื พยายามหลีกเล่ียงการเสียภาษีปาย ตองระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ 1 ป หรอื
ปรบั ตั้งแต 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรบั
1. ผใู ดจงใจไมย ืน่ แบบแสดงรายการภาษปี า ยตองระวางโทษปรับตัง้ แต 5,000 บาท ถึง 50,000
บาท
2. ผูใดไมแจงการรับโอนปายหรอื ไม แสดงรายการเสียภาษปี ายไว ณ ทีเ่ ปดเผยในสถานท่ี ประกอบ
กิจการ ตอ งระวางโทษปรบั ตั้งแต 1,000 บาท ถงึ 10,000 บาท
3. ผูใดขดั ขวางการปฏิบตั ิงานของพนกั งานเจาหนา ที่ หรือไมป ฏิบตั ติ ามคําสง่ั ของพนักงาน เจาหนา ที่
ซ่งึ สงั่ ใหมาใหถ อ ยคา หรือใหส ว นบญั ชหี รือเอกสารเก่ยี วกบั ปายมาตรวจสอบภายในกําหนดเวลาอนั สมควรตอง
ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ 6 เดือน หรือปรบั ตง้ั แต 1,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือ ทัง้ จาํ ทั้งปรบั
การอุทธรณก ารประเมินภาษปี า ย
เมือ่ ผูเสียภาษีไดแจงการประเมิน (ภ.ป. 3) แลว เห็นวาการประเมินนน้ั ไมถ ูกตองมีสทิ ธอิ ุทธรณการ
ประเมินตอผบู รหิ ารทอ งถนิ่ หรอื ผูไ ดร บั มอบหมาย โดยตองยนื่ อทุ ธรณภ ายใน 30 วัน นบั แตท ่ไี ดร ับแจง คาํ
วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ ผอู ุทธรณมีสิทธอิ ทุ ธรณค าํ วนิ ิจฉัยของผูบริหารทอ งถิน่ ตอ ศาลภายใน 30 วนั นับแตว ันรบั แจง
คําวนิ ิจฉยั อทุ ธรณ
การขอคืนเงินภาษปี า ย
ผูเ สยี ภาษปี า ยโดยไมม หี นาท่ตี องเสยี ภาษีหรอื เสยี เกนิ กวา ทีค่ วรจะตอ งเสีย ผูนัน้ มสี ิทธขิ อรับเงินคืนได
โดยยืน่ คํารอ งขอคืนภายใน 1 ป นบั แตว นั ท่ีเสยี ภาษีปาย
ภาษีทดี่ นิ และส่ิงปลูกสราง
ทรพั ยส ินที่ตอ งเสียภาษี คือ ทดี่ นิ หรือสงิ่ ปลกู สราง
๑.ทดี่ ิน หมายความวา พน้ื ดนิ และใหหมายความรวมถงึ พน้ื ทที่ ี่เปน ภูเขาหรอื ทม่ี นี ํา้ ดวย (แมน ํา้ และ
ทะเลไมถอื เปนท่ีดินตามพระราชบญั ญตั ิน้)ี ทด่ี ินที่ตอ งเสียภาษี ไดแก
(๑) ท่ีดินที่เปน กรรมสิทธิ์ของบุคคลธรรมดาหรอื นิติบุคคล เชน โฉนด ตราจอง ตราจอง
ท่ีตราวาไดทาํ ประโยชน
(๒) ท่ดี นิ ท่ีไมเปน กรรมสทิ ธ์ิของบคุ คลธรรมดาหรอื นติ ิบคุ คล แตอ ยูใ นความครอบครอง
ของบุคคลธรรมดาหรือนติ ิบุคคล เชน นส.๓ , นส.๓ ก และ นส.๓ ข สปก. ๔ , ก.ส.น., ส.ค.๑, นค.๑, นค.๓
ส.ท.ก.๑ ก, ส.ท.ก.๒ ก, นส.๒ (ใบจอง) และทด่ี ินอันเปน ทรัพยส นิ ของรฐั ซงึ่ มกี ารเขาไปครอบครองหรือ ทาํ
ประโยชน ฯลฯ เปนตน
2.สง่ิ ปลกู สรา ง หมายความวา โรงเรือน อาคาร ตึก หรอื ส่ิงปลกู สรา งอยา งอน่ื ท่ีบคุ คลอาจ เขา อยู
อาศยั หรือใชส อยได หรือท่ใี ชเ ปน ท่ีเก็บสนิ คาหรอื ประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณชิ ยกรรม และให
หมายความรวมถงึ หองชุดตามกฎหมายวา ดว ยอาคารชุดท่ีไดอ อกหนงั สือแสดงกรรมสิทธ์ิหองชดุ แลว หรอื แพ
ทบ่ี คุ คลอาจใชอยอู าศยั ไดห รือท่มี ไี วเพื่อหาผลประโยชนดวย นิยามคําวา สงิ่ ปลกู สรา งตามพระราชบญั ญัตนิ มี้ ี
เจตนารมณทตี่ างออกไปจากนิยามของคําวา “โรงเรือนหรือส่ิงปลกู สรางอยางอ่นื ตามพระราชบญั ญัติภาษี
โรงเรือนและทีด่ ิน พทุ ธศักราช 2475 ดังนั้น การพจิ ารณาวาอะไรเปน สิง่ ปลกู สรางจึงไมพ จิ ารณารวมถงึ
เครือ่ งจกั รซ่ึงเปนสว นควบของโรงเรอื นแตอ ยา งใด กรณีส่ิงปลูกสรางท่อี ยรู ะหวา งกอสรางยังไมแลวเสรจ็ และ
ยังไมสามารถใชป ระโยชนไ ดไ มถ ือ เปนสิ่งปลูกสรางท่ตี อ งเสียภาษีตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
ทรัพยสนิ ทอี่ ยูใ นขายไดร ับการยกเวนภาษี
พระราชบัญญตั ภิ าษที ่ีดนิ และส่ิงปลูกสรา ง พ.ศ. 2562 ไดก ําหนดรายละเอยี ดของทรัพยสินท่ไี ดรับ
การยกเวนไมต องเสยี ภาษที ่ีดินและสิ่งปลกู สรา งไวใ นมาตรา 8 ดังน้ี
1.ทรัพยส ินของรฐั หรือหนว ยงานของรฐั ซงึ่ ใชในกิจการของรัฐหรือของหนว ยงานของรัฐ หรอื ใน
กิจการสาธารณะที่มไิ ดใ ชห าผลประโยชน เชน ทด่ี นิ ของมหาวทิ ยาลยั ซึ่งไดร บั การบรจิ าคแตยังมไิ ดใช
ประโยชนใ นกิจการของมหาวิทยาลัย หรอื ที่ดินของการไฟฟาฝายผลิตแหง ประเทศไทยท่ียังมไิ ดใ ชป ระโยชน
ในกิจการของหนวยงาน เปนตน
2.ทรัพยส ินทเ่ี ปน ที่ทาํ การองคก ารสหประชาชาติ ทบวงการชาํ นัญพิเศษขององคการสหประชาชาติ
หรือองคก ารระหวา งประเทศอื่น ซง่ึ ประเทศไทยมขี อ ผกู พนั ที่ตอ งยกเวนภาษีใหต ามสนธิสัญญา หรือความตก
ลงอน่ื ใด เชน ท่ีดินและอาคารทที่ ําการองคก ารสหประชาชาติ เปนตน
3.ทรพั ยสินทเ่ี ปนทท่ี าํ การสถานทูตหรือสถานกงสลุ ของตางประเทศ ซึง่ เปนไปตามหลักถอยที ถอย
ปฏบิ ตั ิตอ กัน เชน ทด่ี ินและอาคารท่ีเปน ท่ีต้งั ของสถานทตู ตางๆ เปนตน
4.ทรัพยส ินของสภากาชาดไทย เชน ท่ีดนิ และอาคารของสถานเสาวภา เปน ตน
5.ทรพั ยส นิ ท่ีเปนศาสนสมบตั ิไมวาของศาสนาใดที่ใชเฉพาะเพ่อื การประกอบศาสนกจิ หรือกิจการ
สาธารณะ หรือทรัพยส ินท่เี ปนท่ีอยูของสงฆ นกั พรต นกั บวช หรอื บาทหลวง ไมวาศาสนาใด หรือทรัพยสนิ ที่
เปน ศาลเจาทม่ี ิไดใชหาผลประโยชน เชน ที่ดนิ และสิ่งปลกู สรา งภายในวดั ซ่ึงใชป ระกอบศาสนกิจ เปน ตน
6.ทรัพยส นิ ที่ใชเ ปน สสุ านสาธารณะหรอื ฌาปนสถานสาธารณะทมี่ ิไดรับประโยชนตอบแทน เชน ท่ฝี ง
ศพท่ไี มคดิ คา บริการ เปนตน
7.ทรัพยส นิ ท่เี ปน ของมูลนิธหิ รอื องคก ารหรอื สถานสาธารณกศุ ลตามทร่ี ัฐมนตรีวาการ
กระทรวงการคลงั ประกาศกาํ หนด เฉพาะทม่ี ไิ ดใ ชหาผลประโยชน จงึ จะไดร บั การยกเวน ภาษที ดี่ ินและ
สิง่ ปลูกสราง เชน ทีด่ นิ และสง่ิ ปลกู สรา งของมลู นธิ ิ หรอื สมาคม ตามประกาศกระทรวงการคลัง กําหนดให
ทรัพยส นิ ของมูลนิธหิ รือองคก ารหรือสถานสาธารณกศุ ลตามประกาศกระทรวงการคลงั วาดว ยภาษเี งนิ ไดแ ละ
ภาษีมลู คา เพ่มิ ท่อี อกตามความในมาตรา 47 (7) (ข) แหง ประมวลรัษฎากร เฉพาะทีม่ ไิ ดใชห าผลประโยชน
8.ทรัพยสินของเอกชนเฉพาะสวนท่ไี ดยนิ ยอมใหทางราชการจดั ใหใชเ พอ่ื สาธารณประโยชนต าม
หลกั เกณฑแ ละเงือ่ นไขที่รัฐมนตรวี าการกระทรวงการคลังประกาศกาํ หนด เชน ทรพั ยส นิ ท่ีประชาชนใน
องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ไดใ ชป ระโยชนรวมกัน โดยองคกรปกครองสวนทองถ่นิ และเจาของทรพั ยสิน
รวมกันจดั ทาํ ขอ ตกลงใหใ ชท รพั ยส ินเพอื่ สาธารณะประโยชนเปนหนังสอื ลงลายมอื ชอื่ ท้ังสองฝาย และยินยอม
ใหอ งคกรปกครองสวนทอ งถ่ินใชเ พื่อสาธารณะประโยชนต ลอดทัง้ ปภาษี รวมทง้ั ตองปด ประกาศความยินยอม
ใหใ ชทรพั ยส นิ เพอื่ สาธารณะ ณ ทที่ าํ การขององคกรปกครองสวนทอ งถิน่ และในท่ีซ่งึ ทรัพยส นิ นต้ี ง้ั อยู
9.ทรพั ยส วนกลางท่ีมไี วเ พอื่ ใชห รอื เพ่อื ประโยชนร วมกันสาํ หรบั เจา ของรวมตามกฎหมายวา ดว ย
อาคารชดุ เชน สระวา ยนา้ํ หองฟตเนส และสวนสาธารณะในพืน้ ทีส่ วนกลางของอาคารชดุ เปนตน
10.ท่ดี นิ อนั เปนสาธารณูปโภคตามกฎหมายวาดวยการจดั สรรที่ดิน เชน ถนน สวน หรือ สนามเด็ก
เลน เปน ตน
11.ท่ีดนิ อันเปน พน้ื ท่สี าธารณปู โภคตามกฎหมายวา ดวยการนคิ มอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย เชน
ถนนในเขตนคิ มอตุ สาหกรรม
12.ทรพั ยสินอ่ืนตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง เชน ทรัพยสินพระมหากษัตรยิ เฉพาะทีไ่ มไดใ ชห า
ผลประโยชน ทรพั ยสนิ ของรฐั วสิ าหกจิ ทอี่ ยรู ะหวา งการพัฒนาและยงั ไมไดใ ชห าผลประโยชน ทรัพยส นิ ที่เปน
โครงสรา งพ้ืนฐานดา นคมนาคม เปนตน ท้ังนี้ ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี .. (พ.ศ. ....) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ิ ภาษที ่ดี นิ และส่งิ ปลูกสรา ง พ.ศ. 2562กาํ หนดใหย กเวน
ฐานภาษี
ฐานภาษี คอื มูลคา ทัง้ หมดของทีด่ นิ หรือส่งิ ปลูกสรา ง โดยการคาํ นวณมูลคา ของทด่ี ินหรือสิง่ ปลกู สราง
เปน ไปตามราคาประเมนิ ทุนทรพั ยข องอสังหาริมทรัพยเพ่ือเรยี กเก็บคา ธรรมเนยี มจดทะเบยี นสทิ ธิ และนติ ิ
กรรมตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทค่ี ณะอนกุ รรมการประจําจังหวัดกาํ หนดโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการกาํ หนดราคาประเมินทนุ ทรพั ย
ราคาประเมินทนุ ทรพั ยทดี่ นิ สงิ่ ปลกู สรา ง หรือส่งิ ปลูกสรา งที่เปน หองชดุ
ราคาประเมินทนุ ทรัพยท่ีดนิ ส่งิ ปลูกสราง หรือสง่ิ ปลกู สรางทเี่ ปน หองชดุ คือ ราคาประเมินทุน ทรัพย
ของอสังหาริมทรัพยเพอื่ เรยี กเก็บคาธรรมเนียมจดทะเบียนสทิ ธิและนิตกิ รรมตามประมวลกฎหมายทีด่ ิน ท่ี
คณะอนุกรรมการประจาํ จังหวัดกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกาํ หนดราคาประเมินทนุ ทรพั ย
และเปน บัญชที ่อี งคก รปกครองสว นทอ งถ่ินไดรับแจงจากกรมธนารักษห รอื สาํ นกั งาน ธนารักษพ้นื ทแ่ี ลวแต
กรณี ตามมาตรา ๓๖ (มาตรา 38 แหงพระราชบญั ญตั ิการประเมินราคาทรัพยส นิ เพอื่ ประโยชนแหงรฐั พ.ศ.
2562 กาํ หนดใหบ รรดาบทบญั ญตั ิแหงกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอบังคับ ประกาศ คําส่ังหรอื มตคิ ณะรัฐมนตรี
ใดทีอ่ าง ถงึ ราคาประเมนิ ทุนทรัพย คณะกรรมการกาํ หนดราคาประเมนิ ทุนทรัพย และคณะอนกุ รรมการ
ประจาํ จงั หวัด ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ใหถ อื วาบทบญั ญัติแหง กฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ บงั คบั ประกาศ
คําส่ังหรือมติ คณะรัฐมนตรีน้ันอา งถึง ราคาประเมินทรพั ยส ิน คณะกรรมการ และคณะกรรมการประจาํ
จงั หวดั ตาม พระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพยส ินเพอื่ ประโยชนแ หง รฐั พ.ศ. 2562)
ผมู หี นาท่เี สยี ภาษี
1.บุคคลธรรมดาหรอื นติ ิบุคคลซงึ่ เปน เจา ของที่ดนิ หรอื สงิ่ ปลูกสรา ง เชน ทรัพยสินของพรรค การเมือง
ซง่ึ เปน นติ ิบคุ คลตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา ดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ทรพั ยส ินของ
บริษัทจํากดั หางหนุ สวนจํากดั หรือบรษิ ัทมหาชนจาํ กัด เปน ตน
๒. ผูครอบครองหรอื ทาํ ประโยชนใ นที่ดนิ หรอื ส่งิ ปลกู สรา งอนั เปน ทรัพยสนิ ของรัฐ ไมว า จะเปน การ
เขาไปทาํ ประโยชนหรอื ครอบครองโดยชอบดวยกฎหมายหรอื ไม เชน กรมธนารกั ษนาํ ทรัพยส ินไปใหเ ชา ผเู ชา
ในฐานะผูครอบครองทรพั ยสินของรฐั เปน ผมู ีหนา ทีเ่ สียภาษี
๓. ผมู หี นาทช่ี าํ ระภาษแี ทน ไดแก
(1) ผูจัดการมรดกหรือทายาท ในกรณผี ูเสียภาษีถึงแกค วามตาย
(2) ผจู ัดการทรพั ยสิน กรณีท่ีผูเ สยี ภาษเี ปนผไู มอ ยูตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย วาดวย
สาบสูญ
(3) ผูแ ทนโดยชอบธรรม ผอู นบุ าลหรือผพู ทิ กั ษ ในกรณีทผี่ ูเ สยี ภาษเี ปน ผเู ยาว คนไรค วามสามารถ
หรอื คนเสมือนไรความสามารถ
(4) ผแู ทนของนติ บิ คุ คล ในกรณที ผ่ี ูเสยี ภาษีเปนนิตบิ คุ คล ท้งั นี้ จะตอ งมหี นงั สือมอบอาํ นาจเปน
หลกั ฐานมาแสดงตอองคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ เพอื่ เกบ็ ไวเปนหลกั ฐานดวย
(5) ผูช ําระบัญชี ในกรณที ่ีผเู สยี ภาษีเปน นติ บิ ุคคลเลิกกันโดยมีการชาํ ระบญั ชี
(6) เจา ของรวมคนใดคนหนงึ่ ในกรณที ที่ รัพยส ินที่ตองเสยี ภาษเี ปนของบุคคลหลายคนรวมกนั
4. กรณที ่ีทดี่ ินและสิ่งปลกู สรางบนท่ดี นิ นน้ั เปนของตา งเจาของกัน ใหเจาของทีด่ นิ และเจาของ สง่ิ
ปลูกสรางนน้ั เปนผูเ สียภาษี กรณที ี่ดนิ หรือสงิ่ ปลกู สรางทต่ี นเปน เจาของ เชน เอกชนเชา ท่ดี ินของสาํ นักงาน
ทรัพยสนิ พระมหากษัตรยิ เ พอื่ ปลกู สรางบา นอยอู าศัยบนทีด่ นิ ของสาํ นกั งานทรัพยส ินพระมหากษัตรยิ
สํานักงานทรพั ยสนิ พระมหากษัตริยเ ปนผูเสียภาษเี ฉพาะในสว นของทีด่ ิน และเอกชนเปนผูเสยี ภาษเี ฉพาะใน
สว นของสิง่ ปลูกสรางที่ตนเปน เจา ของ
การปด ประกาศและการสง บัญชรี ายการท่ีดนิ และสงิ่ ปลกู สรางใหผเู สียภาษี
หลงั จากองคก รปกครองสว นทองถิน่ จัดทาํ บัญชีรายการท่ีดนิ และส่ิงปลูกสรา งแลว ใหองคก รปกครอง
สวนทอ งถิน่ ดําเนนิ การ ดังน้ี
1. ปดประกาศบญั ชีรายการทดี่ นิ และสิ่งปลูกสรางไวทสี่ าํ นกั งานหรือทีท่ ําการขององคกรปกครอง
สวนทองถ่นิ หรือสถานท่ีอืน่ ตามทีเ่ ห็นสมควรภายในเขตองคกรปกครองสว นทองถ่ิน เชน ในเขตชุมชน ฯลฯ
เปน เวลาไมนอยกวา 30 วัน เพ่อื ใหประชาชนตรวจสอบ ตามมาตรา 28
2. สง ขอมลู ที่ดินและสิง่ ปลูกสรางตามบญั ชรี ายการทดี่ ินและสง่ิ ปลูกสรา งใหแ กผเู สียภาษี โดยสง ทาง
ไปรษณียล งทะเบยี นตอบรบั หรอื ดาํ เนนิ การผา นทางสอื่ อเิ ล็กทรอนิกส ทั้งน้ี เปนไปตามทอ่ี งคก รปกครองสวน
ทองถิน่ กาํ หนด
3. ขอมูลรายการทด่ี ินและสง่ิ ปลูกสรางทีส่ ง ใหแกผ เู สียภาษีจะตอ งปรากฏลําดับเดียวกบั ท่ีประกาศใน
บัญชรี ายการทด่ี ินและส่ิงปลูกสรา ง
การแกไ ขบญั ชรี ายการทีด่ ินและสิ่งปลกู สราง
การแกไ ขบญั ชรี ายการทดี่ นิ และสิ่งปลกู สรางสามารถดาํ เนนิ การได 2 แนวทาง ดงั น้ี
1. องคก รปกครองสว นทองถิ่นตรวจสอบพบวาบญั ชีรายการที่ดนิ และสงิ่ ปลูกสรางไมถ ูกตอง
ตามความเปนจรงิ ผูบรหิ ารทอ งถิน่ มีอํานาจสั่งแกไ ขเพิ่มเตมิ บัญชรี ายการทด่ี ินและส่ิงปลูกสรางได
2. ผูเ สียภาษีตรวจสอบรายการขอ มลู ท่ีดินและส่งิ ปลกู สรางของตนเองแลว เหน็ วา ไมถ กู ตอง เชน
ขนาด ท่ดี ินและส่งิ ปลกู สราง หรือลกั ษณะการใชประโยชน ไมตรงตามความเปน จรงิ ใหย ืน่ คํารอ งตอผบู ริหาร
ทองถ่นิ เพ่อื ขอแกไ ขบัญชีรายการที่ดินและส่ิงปลกู สราง และใหผ บู ริหารทอ งถิ่นดําเนินการ ดงั น้ี
2.1 มคี ําสัง่ ใหเ จาพนกั งานสาํ รวจดําเนินการตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ หากพบวา ไมถ กู ตอ งจรงิ
ใหเจาพนักงานสํารวจรายงานใหผ บู รหิ ารทองถ่ินทราบ
2.2เจาพนกั งานสาํ รวจแกไ ขเพมิ่ เติมบัญชรี ายการทีด่ ินและส่งิ ปลกู สราง 2.๓ แจง ผลการ
ดําเนนิ การใหผ เู สียภาษีทราบภายใน 30 วนั นบั แตว นั ทไ่ี ดร บั คํารองจากผูเสียภาษี
การแจง เปล่ยี นแปลงการใชประโยชนในทีด่ นิ และส่ิงปลกู สรา ง
1. ภายหลงั จากที่เจาพนักงานสาํ รวจสํารวจรายการที่ดนิ และส่งิ ปลกู สรางแลว ผเู สยี ภาษีได
เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนในทีด่ นิ หรอื ส่งิ ปลกู สรา ง มผี ลทําใหท่ดี ินหรอื ส่งิ ปลูกสรางตอ งเสียภาษี ในอัตราที่
สูงขนึ้ หรือลดลง ใน 4 กรณี ดงั น้ี
1.1 กรณีเปลย่ี นแปลงจากการใชประโยชนใ นการประกอบเกษตรกรรม เปนการใชประโยชน
เปน ที่ อยอู าศยั หรอื ใชประโยชนอน่ื นอกจากเปน ทีอ่ ยูอาศยั หรอื ทง้ิ ไววา งเปลาหรือไมไดท ําประโยชนตามควร
แกสภาพ
1.2 กรณีเปลยี่ นแปลงจากการใชป ระโยชนเปนทอ่ี ยอู าศัย เปนการใชป ระโยชนใ นการ
ประกอบ เกษตรกรรม หรือใชประโยชนอืน่ นอกจากการประกอบเกษตรกรรม หรอื ท้ิงไวว า งเปลาหรือไมไดท ํา
ประโยชนต าม ควรแกส ภาพ
1.3 กรณีเปล่ยี นแปลงจากการใชประโยชนอืน่ นอกจากการประกอบเกษตรกรรม หรือเปนท่ี
อยู อาศัย เปนการใชประโยชนใ นการประกอบเกษตรกรรม หรอื เปนทอี่ ยอู าศยั หรือทงิ้ ไววางเปลาหรือไมไ ดทํา
ประโยชนต ามควรแกส ภาพ
1.4 กรณีเปลีย่ นแปลงจากการทิ้งไวว า งเปลา หรอื ไมไดท าํ ประโยชนตามควรแกส ภาพ เปน
การใช ประโยชนใ นการประกอบเกษตรกรรม หรอื เปน ทอ่ี ยอู าศัย หรอื ใชป ระโยชนอนื่ นอกจากการประกอบ
เกษตรกรรม หรอื เปนที่อยูอาศยั เชน เดิมเจาของท่ดี นิ ทง้ิ ทดี่ ินไวว า งเปลา ตอมานาํ ที่ดนิ ไปใหเชา และผูเ ชา
ประกอบเกษตรกรรม เปนกรณที ผี่ ูเสยี ภาษเี ปลีย่ นแปลงการใชประโยชนท าํ ใหต อ งเสยี ภาษลี ดลง ผเู สียภาษี
ตองแจงเปลีย่ นแปลงการ ใชประโยชนต อ องคกรปกครองสว นทอ งถน่ิ ภายใน 60 วัน นบั แตว ันทีม่ กี าร
เปลีย่ นแปลง ตามแบบแจง เปลยี่ นแปลงการใชป ระโยชน เพ่อื ทีอ่ งคกรปกครองสว นทอ งถ่ินจะไดแ กไข
ฐานขอ มลู
2. การเปลยี่ นแปลงการใชประโยชนจ ะมผี ลตอการประเมนิ ภาษีในปตอไป เชน กรณีเจา ของท่ีดิน
เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนในที่ดินและสงิ่ ปลูกสรา งกอนปท จ่ี ะเร่มิ การจดั เกบ็ ภาษใี นป 2563เชน วันท่ี 1
มกราคม – วนั ที่ 30 พฤศจิกายน ป 2562 เจา ของทีด่ นิ ท้ิงท่ดี นิ ไววา งเปลาไมไดท าํ ประโยชน ตอมาวนั ที่ 1
ธนั วาคม 2562 เจาของที่ดนิ นําท่ดี ินไปใหเ ชา และผูเ ชา ประกอบเกษตรกรรม เจา ของที่ดินจะตองแจง
เปลีย่ นแปลงการใชป ระโยชนภ ายในวนั ที่ 29 มกราคม 2563 เพื่อองคกรปกครองสวนทองถนิ่ จะไดแ กไ ข
บัญชีรายการทดี่ ินและส่ิงปลกู สราง และประเมินภาษที ี่ดนิ และสิ่งปลกู สรางในป 2563 ตามการ
ใชประโยชนใ นการประกอบเกษตรกรรม หรอื กรณีการเปล่ียนแปลงการใชป ระโยชนเ กิดข้ึนในป 2563 จะมี
ผลตอ การประเมินภาษีตามการใชประโยชนใ นป 2564
การประเมินภาษี
สวนที่ 1 ฐานภาษี คือ มลู คาท้งั หมดของทดี่ นิ หรือสง่ิ ปลูกสรา ง โดยการคํานวณมลู คา ของท่ดี นิ หรือ
สง่ิ ปลูกสราง เปน ไป ตามหลกั เกณฑ ดังนี้ (มาตรา 32)
(1) ทด่ี นิ ใหใชร าคาประเมนิ ทนุ ทรัพยท ด่ี นิ เปน เกณฑใ นการคํานวณ
(2) ส่ิงปลูกสราง ใหใ ชร าคาประเมินทนุ ทรพั ยสงิ่ ปลูกสรา งเปนเกณฑใ นการคํานวณ
(3) สิง่ ปลูกสรา งทีเ่ ปน หอ งชุด ใหใ ชราคาประเมนิ ทนุ ทรัพยห อ งชดุ เปน เกณฑในการคํานวณ
การยกเวน มลู คา ของฐานภาษี
ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินหกั มลู คาของฐานภาษีออกกอ นที่จะนาํ ไปคํานวณภาษี หากเขา
หลกั เกณฑดงั ตอไปนี้
1. ทด่ี ินหรอื สิง่ ปลกู สรางทเ่ี จา ของซ่งึ เปน บคุ คลธรรมดาใชประโยชนใ นการประกอบเกษตรกรรมอยู
ในเขตองคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ใด ใหไ ดร บั ยกเวน มลู คาของฐานภาษขี องท่ีดนิ หรือสิ่งปลูกสรางนั้นรวมกนั ไม
เกนิ 50 ลา นบาท โดยมีวธิ ีการคาํ นวณ ดงั นี้
(1.1) กรณีเปน เจา ของแปลงเดียว ใหนาํ มลู คาของท่ดี นิ และสง่ิ ปลกู สรา งนน้ั หกั ดว ย 50 ลา น
บาท สวนท่เี หลอื คอื มลู คา ของฐานภาษี หากมูลคา ของฐานภาษที ีค่ ํานวณไดดังกลาวมมี ลู คานอ ยกวาหรือ
เทากบั ศูนย ใหม ูลคา ของฐานภาษดี งั กลาวเทากับศูนย
(1.2) กรณเี ปนเจาของมากกวา 1 แปลง ใหนาํ มลู คา ท่ดี นิ และส่ิงปลูกสรา งน้นั หักดวย 50 ลาน
บาท โดยใหห ักมลู คา ของที่ดนิ และสิง่ ปลูกสรา งของแปลงทีม่ มี ูลคาสูงสุดกอนแลว หกั มูลคาของทีด่ ิน และสิ่ง
ปลูกสรา งทมี่ ีมลู คาสงู ในลําดับรองลงมาตามลาํ ดบั เมื่อหกั ครบ 50 ลา นบาทแลว มูลคา ทรพั ยสนิ ทเ่ี หลอื แตล ะ
แปลงคือมูลคาของฐานภาษี หากมลู คา ของฐานภาษดี งั กลา วมีมลู คานอยกวา หรอื เทากับศนู ย ใหม ลู คา ของ
ฐานภาษีดังกลาวเทากับศนู ย
2. ท่ดี ินและสิง่ ปลกู สรา งทเี่ จา ของซงึ่ เปนบคุ คลธรรมดาใชเปนทีอ่ ยูอ าศัยและมชี อื่ อยใู นทะเบยี นบา น
ในวันที่ 1 มกราคมของปภาษีนั้น ใหไดร ับยกเวนมลู คา ของฐานภาษีไมเกนิ 50 ลานบาท โดยมวี ิธกี ารคาํ นวณ
คือ ใหน ํามลู คา ของทีด่ นิ และสิ่งปลกู สรางหักดว ย 50 ลานบาท สว นทีเ่ หลือคือมูลคา ของฐานภาษี หากมลู คา
ของฐานภาษที ค่ี ํานวณไดดังกลา วมมี ลู คา นอ ยกวาหรอื เทา กบั ศูนย ใหม ลู คาของฐานภาษีดงั กลาวเทากับศนู ย
3. กรณีท่บี คุ คลธรรมดาเปน เจา ของสิง่ ปลูกสราง แตไมไ ดเ ปนเจา ของท่ีดนิ และใชส่ิงปลกู สรางดังกลา ว
เปน ท่อี ยูอาศัยและมชี อื่ อยูใ นทะเบยี นบาน ใหไดรับยกเวนมูลคาของฐานภาษีไมเ กนิ 10 ลา นบาท โดยมีวธิ กี าร
คํานวณ คอื ใหนํามูลคาของสิ่งปลกู สรางนัน้ หกั ดวย 10 ลานบาท สว นท่ีเหลอื คือมลู คา ของฐานภาษี หาก
มลู คาของฐานภาษีทีค่ ํานวณไดด งั กลา วมมี ลู คานอ ยกวาหรอื เทากับศนู ย ใหมูลคาของฐานภาษีดงั กลาวเทา กบั
ศนู ย
อัตราภาษี
1. เพดานอัตราภาษีแยกตามการใชประโยชนไดด ังนี้
1.1 ท่ดี ินหรือสง่ิ ปลูกสรา งทีใ่ ชประโยชนในการประกอบเกษตรกรรม อตั ราภาษไี มเ กนิ รอย
ละ 0.15 ของฐานภาษี
1.2 ท่ีดนิ หรือสิง่ ปลกู สรางท่ีใชประโยชนเ ปน ท่ีอยอู าศัย อัตราภาษไี มเกนิ รอ ยละ 0.3
ของฐานภาษี
1.3 ทด่ี ินหรือสง่ิ ปลูกสรางท่ีใชประโยชนอ น่ื นอกจาก ( 1) หรอื (2) อัตราภาษีไมเกินรอ ยละ
1.2 ของฐานภาษี
1.4ทด่ี ินหรอื สิ่งปลกู สรางทีท่ ้งิ ไววางเปลา หรอื ไมไดทําประโยชนตามควรแกสภาพอัตราภาษี
ไมเกินรอยละ1.2 ของฐานภาษี
2. อตั ราท่ใี ชจดั เก็บจรงิ ใน 2 ปแรก คอื ป พ.ศ. 2563 และป พ.ศ. 2564 จะใชอตั ราภาษีตาม
มูลคาของฐานภาษี ดงั น้ี
3. ต้งั แตป 2565 อัตราท่ใี ชในการจดั เก็บจะถูกกาํ หนดโดยตราเปน พระราชกฤษฎกี า กรณีท่ี องคก ร
ปกครองสวนทองถน่ิ ใดประสงคจะจัดเกบ็ ภาษใี นอัตราทีส่ งู กวา พระราชกฤษฎกี าสามารถดาํ เนนิ การได โดยตรา
ขอ บัญญตั ิทองถน่ิ กําหนดอตั ราภาษีท่ีใชจดั เก็บภายในเขตองคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ นัน้ ได แตตอ งไม เกนิ
อัตราทก่ี ําหนดตามมาตรา 37 โดยมีข้ันตอนดาํ เนนิ การ ดงั นี้
3.1 ในการตราขอบัญญัตทิ อ งถนิ่ ขององคก รปกครองสวนทอ งถิน่ ยกเวนกรงุ เทพมหานคร
กอ นการลงนามใชบังคบั ขอบัญญตั ิทอ งถ่นิ ใหผ บู ริหารทองถิน่ เสนออัตราภาษตี ามรางขอ บญั ญัตทิ อ งถน่ิ
ใหค ณะกรรมการภาษที ่ีดินและสิ่งปลกู สรางประจําจงั หวัดใหค วามเห็นชอบกอน เมอ่ื คณะกรรมการภาษีท่ดี ิน
และส่งิ ปลูกสรางประจําจังหวัดเห็นชอบกับอตั ราภาษีแลว ใหผ บู รหิ ารทอ งถนิ่ ลงนามใชบ ังคับขอบัญญัตทิ อ งถน่ิ
ตอ ไปได
3.2 กรณที ี่คณะกรรมการภาษีทด่ี ินและส่ิงปลูกสรา งประจําจงั หวดั ไมเ ห็นชอบกับอตั ราภาษี
ใหส งความเหน็ เกย่ี วกับอตั ราภาษคี นื ผบู ริหารทองถ่นิ เพือ่ เสนอสภาทอ งถ่นิ ดําเนนิ การแกไขอตั ราภาษตี าม
ความเห็นของคณะกรรมการภาษีท่ีดินและส่งิ ปลูกสรา งประจาํ จังหวัด หรือพิจารณายืนยันดวยคะแนนเสยี งไม
นอยกวาสองในสามใหแ ลวเสรจ็ ภายใน 30 วัน นับแตวนั ท่ไี ดร บั ความเหน็ เกยี่ วกบั อตั ราภาษีคืนจาก
คณะกรรมการภาษีท่ีดินและสิง่ ปลกู สรา งประจําจังหวดั หากสภาทองถนิ่ ดาํ เนนิ การแกไขไมแลวเสรจ็ หรือสภา
ทองถิ่นพจิ ารณายนื ยนั ดวยคะแนนเสียงนอยกวาสองในสามของจํานวนสมาชกิ สภาทอ งถิ่นท้งั หมดเทา ท่ีมีอยู
การแจงการประเมนิ ภาษีทด่ี นิ และส่ิงปลูกสรา ง
1. ใหอ งคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ แจง การประเมินแกผูเสียภาษีภายในเดอื นกุมภาพันธข องทกุ ป ทัง้ น้ี
พระราชบัญญตั ภิ าษีทีด่ นิ และสงิ่ ปลูกสรา ง พ.ศ. 2562 ไมไดกาํ หนดใหอ งคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ สามารถ
ประเมินภายหลังเดอื นกมุ ภาพนั ธไ ด ดังนนั้ องคก รปกครองสว นทองถน่ิ จงึ ควรระมดั ระวังแจง การ ประเมนิ ให
ทนั ภายในระยะเวลาท่กี าํ หนด โดยหนงั สอื แจง ประเมนิ ใหเปน ไปตามแบบทกี่ ําหนด พรอ มสง รายละเอียดการ
คํานวณภาษใี หผูเสยี ภาษีทราบดว ย
2. การสง หนงั สือแจง ประเมิน ใหเจา หนา ที่สงใหแกผ เู สียภาษโี ดยตรง หรือสง ทางไปรษณยี
ลงทะเบียนตอบรับ โดยใหสง ณ ภูมิลําเนาหรอื ถิ่นท่ีอยูหรือสถานทที่ ําการของบุคคลนัน้ ในระหวา งเวลา
พระอาทิตยข ึ้นถึงพระอาทติ ยตกหรอื ในเวลาทาํ การของบุคคลน้ัน ถาไมพบผูเสียภาษี ณ ภูมลิ าํ เนาหรอื ถิน่ ท่อี ยู
หรือสถานทท่ี ําการของผเู สียภาษีจะสง ใหแ กบ คุ คลใดซง่ึ บรรลุนิติภาวะแลว และอยู ณ ภมู ลิ าํ เนาหรือถิน่ ท่ีอยู
หรอื สถานท่ที าํ การท่ีปรากฏวาเปน ของผูเสียภาษนี นั้ กไ็ ด
3. ถา ไมสามารถสง หนงั สือได ใหป ดหนงั สอื ในทท่ี ่ีเหน็ ไดงาย ณ ภูมิลาํ เนาหรือถน่ิ ท่อี ยหู รือ สถานทีท่ าํ
การของผูเ สียภาษนี นั้ หรือลงประกาศแจง ความในหนังสือพมิ พก ไ็ ด เม่ือเวลาลวงพน ไปไมน อ ยกวา 7 วนั นบั
แตว ันทไี่ ดด ําเนนิ การดงั กลา ว ใหถ ือวาผูเสียภาษีไดร บั หนังสือนัน้ แลว
4. กรณีทอ่ี งคก รปกครองสวนทองถ่ินพบวามีการประเมินภาษีผดิ พลาดหรอื ไมครบถว น องคกร
ปกครองสวนทองถ่นิ มีอาํ นาจทบทวนการประเมนิ ภาษีใหถูกตองตามทผี่ เู สียภาษมี หี นา ทตี่ อ งเสยี ภาษีได โดย
ทบทวนไดเ พียง 3 ป นับแตวันสุดทา ยแหง กาํ หนดเวลาการชาํ ระภาษี โดยมีขั้นตอน ดงั น้ี
(1) กรณที ตี่ อ งชาํ ระเพ่มิ เตมิ ใหอ งคกรปกครองสว นทอ งถิน่ แจงการประเมินใหแ กผ เู สยี ภาษี
และใหผเู สยี ภาษชี ําระภาษที ่ตี องเสยี เพิม่ เติมโดยไมตองเสยี เบยี้ ปรบั หรือเงินเพิม่ ภายใน 30 วนั นบั แตว นั ที่
ไดรับแจงการประเมนิ
(2) กรณีทมี่ กี ารชําระภาษไี วเ กนิ กวาจาํ นวนที่จะตอ งเสยี ใหองคก รปกครองสวนทอ งถิน่ มี
หนังสอื แจง ใหผเู สียภาษีทราบภายใน 15 วนั นบั แตว ันที่ตรวจสอบพบวา มีการประเมินภาษีผิดพลาด เพอ่ื ให
มา รบั เงนิ ทีช่ ําระเกนิ คนื ภายใน 1 ป นับแตว ันทไ่ี ดรับหนงั สอื แจง
การรับชําระภาษีที่ดินและสง่ิ ปลูกสราง
1. เมอื่ องคกรปกครองสวนทอ งถิน่ มีหนงั สอื แจงการประเมนิ แกผ ูเสยี ภาษีภายในเดอื น กมุ ภาพนั ธแลว
ผูเสยี ภาษตี อ งนาํ เงินมาชําระตอ พนักงานเก็บภาษภี ายในเดือนเมษายน ณ สาํ นักงานเทศบาลท่ที าํ การของ
องคก ารบรหิ ารสวนตาํ บลสํานักงานเขต ศาลาวา การเมอื งพัทยา ที่ทําการขององคก รปกครองสวน ทองถนิ่ ทม่ี ี
กฎหมายกาํ หนด หรือสถานทอ่ี ่นื ท่ีผบู ริหารทองถิ่นกําหนด โดยใหถอื วันทีพ่ นกั งานเก็บภาษี ลงลายมือชือ่ ใน
ใบเสรจ็ รบั เงินเปนวนั ทชี่ าํ ระภาษี
2. องคก รปกครองสวนทองถ่ินจะมอบใหสว นราชการรบั ชาํ ระภาษีแทนองคกรปกครองสวนทอ งถิน่ ก็
ได โดยใหองคกรปกครองสวนทอ งถิ่นทาํ ความตกลงเปนหนงั สือกบั สว นราชการนน้ั และใหสว นราชการทร่ี ับ
ชําระภาษี แทน สามารถหักคา ใชจ า ยในอตั รารอ ยละ 3 ของภาษที ี่รบั ชาํ ระไวแ ทนได โดยใหถ อื วาวนั ที่
เจาหนาท่ีของสวนราชการ หรอื หนว ยงานของรัฐซึ่งไดร ับมอบหมายลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงนิ เปน วันที่
ชําระภาษี
3. ผูเ สยี ภาษีอาจชําระภาษโี ดยทางไปรษณยี ล งทะเบียนตอบรับ หรือโดยการชําระผานธนาคาร หรอื
โดยวธิ กี ารอ่ืนใด เชน ชาํ ระภาษีผานจดุ บริการ เปนตน กรณีชําระภาษที างไปรษณียล งทะเบยี นตอบรับ โดยสง
ธนาณัติ ตัว๋ แลกเงินไปรษณยี เชค็ ธนาคาร หรอื เช็คท่ธี นาคารรับรองสั่งจา ยใหแกอ งคกรปกครองสวนทองถ่นิ
ใหถ อื วาวันท่หี นวยงาน ใหบริการไปรษณียป ระทับตราลงทะเบียนเปนวันท่ชี าํ ระภาษี กรณีชาํ ระโดยผา นทาง
ธนาคารหรอื วธิ ีการอ่นื ใด ใหถอื วา วันทีธ่ นาคารไดรับเงินคาภาษีหรอื วนั ทมี่ กี ารชาํ ระเงินคาภาษีผานจัดบรกิ าร
เปน วนั ท่ีชําระภาษี
การผอนชําระภาษี
ผเู สียภาษีจะขอผอนชาํ ระภาษกี ไ็ ด โดยวงเงินที่จะขอผอ นชําระจะตองมีจาํ นวนต้ังแต 3,000 บาท
ข้นึ ไป และตอ งทําเปนหนงั สอื ยน่ื ตอองคกรปกครองสว นทอ งถ่ินภายในเดือนเมษายน ซึ่งกําหนดเวลาในการ
ผอน ชําระใหแ บงไดไมเ กิน 3 งวด ๆ ละ เทา ๆ กัน ดงั นี้
งวดท่ี 1 ชาํ ระภายในเดือนเมษายน
งวดที่ 2 ชาํ ระภายในเดือนพฤษภาคม
งวดท่ี 3 ชาํ ระภายในเดือนมถิ ุนายน
การเรง รดั ภาษีคา งชําระ
ถาผูเสยี ภาษีไมชาํ ระภาษภี ายในเดือนเมษายน หรอื ไมชําระภาษีภายในระยะเวลาทข่ี อผอ นชาํ ระ
หรอื ไมชําระภาษภี ายใน 30 วัน นบั แตว ันทไ่ี ดร ับแจง การประเมินเพ่ิมเตมิ ใหถอื เปนภาษีคา งชาํ ระ ท่ีจะตอง
ติดตามเรง รดั ภาษคี า งชาํ ระดังกลา ว โดยใหอ งคกรปกครองสวนทอ งถนิ่ ดาํ เนนิ การ ดงั น้ี
1. มีหนังสือแจง เตือนผูเสยี ภาษีที่มภี าษคี างชําระภายในเดอื นพฤษภาคมของป เพ่อื ใหมาชาํ ระ ภาษี
คา งชาํ ระ พรอ มเบย้ี ปรบั และเงินเพิ่ม
2. ถาผเู สียภาษไี มม าชาํ ระภายในระยะเวลาทกี่ ําหนดในหนังสอื แจง เตอื น ใหองคกรปกครอง สวน
ทอ งถิ่นแจง รายการภาษคี างชําระใหส าํ นักงานทดี่ ินหรือสาํ นักงานท่ีดนิ สาขา ซ่งึ ทด่ี ินหรือส่ิงปลกู สรางอยใู น
เขตทองทข่ี องสํานกั งานท่ีดนิ หรอื สาํ นักงานทส่ี าขานน้ั ทราบ เพ่อื ใชเปน ขอ มูลในการจดทะเบยี นสิทธแิ ละ
นิติกรรมโอนกรรมสทิ ธิ์หรอื สทิ ธิครอบครองในท่ดี นิ และอสังหาริมทรพั ยตอ ไป
3. การจดทะเบียนสทิ ธิและนติ ิกรรมโอนกรรมสทิ ธ์ิหรอื สทิ ธิครอบครองในที่ดินหรอื สิ่งปลูกสรา งตาม
พระราชบญั ญัตินีจ้ ะทาํ ไมไ ด หากปรากฏหลกั ฐานจากองคกรปกครองสว นทอ งถิ่นวา มีภาษีคา งชาํ ระสาํ หรับ
ท่ดี นิ หรือส่งิ ปลกู สรา งน้นั ดงั นั้น หากตอ มาผูเ สยี ภาษไี ดมาชําระภาษีคางชาํ ระพรอมเบีย้ ปรับ และเงนิ เพมิ่ แลว
องคก รปกครองสว นทอ งถิน่ จะตองรีบดาํ เนินการแจง ใหส าํ นกั งานทดี่ นิ หรือสํานกั งานที่ดนิ สาขาทราบ เพอ่ื
ถอนการอายัดดงั กลาวตอไป
การคดิ เบ้ียปรบั และเงนิ เพิ่ม
ถาผเู สียภาษไี มม าชาํ ระภาษภี ายในระยะเวลาที่กําหนด จะตอ งเสยี ภาษีคา งชําระรวมทัง้ เบ้ยี ปรบั และ
เงนิ เพมิ่ ดงั น้ี
1. ถา ผูเสยี ภาษมี ิไดม าชําระภาษภี ายในเวลาท่ีกาํ หนด แตตอมาไดม าชําระภาษกี อนทีจ่ ะไดร ับ
หนังสือแจงเตือน ใหคิดเบ้ยี ปรับรอ ยละ 10 ของจาํ นวนภาษีคางชาํ ระ
2. ถาผูเสียภาษมี าชาํ ระภาษีภายในระยะเวลาทีก่ ําหนดในหนังสือแจงเตือน ใหค ดิ เบีย้ ปรับรอยละ 20
ของจํานวนภาษีคา งชําระ
3. ถา ผเู สียภาษีมาชาํ ระภาษภี ายหลังจากท่กี าํ หนดในหนังสือแจงเตอื น ใหค ดิ เบยี้ ปรบั รอยละ 40
ของจํานวนภาษคี า งชําระ
4. ผูเ สยี ภาษีทีม่ ไิ ดชําระภาษีภายในเวลาทีก่ ําหนด ใหเ สยี เงินเพิ่มอีกรอยละ 1 ตอเดอื นของ จาํ นวน
ภาษคี างชาํ ระ เศษของเดอื นใหน ับเปน 1 เดอื น โดยใหเ รมิ่ นับเมอื่ พนกาํ หนดเวลาชําระภาษจี นถึงวันทม่ี ี การ
ชําระภาษี แตไ มใ หเ กินกวาจาํ นวนภาษีทตี่ องชําระ
5. กรณที ผ่ี ูบรหิ ารทอ งถิน่ ใหข ยายกําหนดเวลาชําระภาษี และไดม กี ารชาํ ระภาษีภายใน กําหนดเวลา
ที่ขยายใหน้ัน ใหค ิดเงินเพมิ่ ลดลงเหลือรอ ยละ 0.5 ตอ เดอื นหรอื เศษของเดือน
6. เบยี้ ปรบั อาจงดได ในกรณีทดี่ ินและสิง่ ปลูกสรางถูกยดึ หรืออายัดตามกฎหมาย โดยผูมีหนา ที่ เสยี
ภาษจี ะตองยน่ื คาํ รองเปน หนงั สอื ตอ ผบู รหิ ารทอ งถนิ่ เพอื่ ของดเบี้ยปรบั ของภาษีที่คางชําระ และให ผบู รหิ าร
ทองถิน่ มอี ํานาจส่ังงดเบี้ยปรับนับแตวันทศี่ าลหรือเจาหนาทีผ่ ูม ีอาํ นาจตามกฎหมายมคี ําสงั่ ใหยดึ อายัด ที่ดิน
หรือสิ่งปลกู สรางแลว แตก รณี
การขอรบั เงินคนื
กรณีท่ีผูเสียภาษเี สยี ภาษีโดยไมม ีหนาท่ตี องเสยี หรอื เสียภาษเี กนิ กวาจํานวนทีต่ องเสยี ไมวาโดย
ความผิดพลาดของตนเองหรือจากการประเมินขององคกรปกครองสว นทองถนิ่ ผนู ัน้ มีสทิ ธิไดรบั เงนิ คนื โดย
ดาํ เนินการ ดังนี้
1. ผเู สยี ภาษียน่ื คาํ รองตอผบู ริหารทอ งถิ่นภายใน 3 ปน ับแตวันทีช่ ําระภาษี พรอมท้งั สงเอกสาร
หลักฐาน หรือคาํ ชีแ้ จงใด ๆ ประกอบคํารองดว ย
2. ผบู ริหารทองถนิ่ พจิ ารณาใหแ ลวเสรจ็ และแจง ผลการพิจารณาคํารองใหผ ยู น่ื คาํ รองทราบ ภายใน
90 วนั นบั แตว ันที่ไดร ับคาํ รอ ง
3. ถา ผบู ริหารทอ งถ่นิ เห็นวาผยู ืน่ คาํ รอ งมีสทิ ธิไดรับเงินคืน ใหผ ูบ ริหารทอ งถิ่นมีคาํ สง่ั คืนเงนิ ใหแ กผู
ยืน่ คาํ รอ ง โดยแจง ใหผยู ื่นคํารองทราบภายใน 15 วนั นับแตว ันท่ไี ดมคี ําสัง่
4. กรณที ่ผี ูบรหิ ารทองถน่ิ เหน็ วา องคกรปกครองสวนทอ งถนิ่ ประเมินภาษีผิดพลาด ใหผบู รหิ าร
ทอ งถนิ่ ส่งั ใหด อกเบ้ยี แกผ ไู ดรับคืนเงินในอัตรารอ ยละ 1 ตอเดือน หรือเศษของเดือนของเงินที่ไดร ับคืนโดยไม
คิดทบตน นบั แตวันทย่ี นื่ คํารอ งขอรับคนื เงนิ จนถงึ วนั ทค่ี ืนเงิน แตต อ งไมเ กินจาํ นวนเงินที่ไดร บั คนื
5. ถาผูย น่ื คํารอ งไมมารบั เงินคืนภายใน 1 ป นบั แตว นั ท่ไี ดร ับแจง ใหเ งนิ น้ันตกเปนขององคกร
ปกครองสว นทอ งถน่ิ
การอทุ ธรณกา รประเมนิ ภาษี
ผเู สยี ภาษรี ายใดไดร ับแจง การประเมนิ แลวไมเห็นดว ยกบั การประเมนิ ตามมาตรา 44 ประเมนิ
เพ่ิมเตมิ ตามมาตรา 53 หรอื การเรยี กเกบ็ ภาษีตามมาตรา 61 เนอื่ งจากเหน็ วา การประเมนิ ภาษีหรอื การเรียก
เกบ็ ภาษไี มถูกตอง มีสิทธิคัดคานและขอใหผ ูบริหารทองถ่นิ พิจารณาทบทวนการประเมินหรอื การเรยี กเก็บภาษี
ได โดยมขี นั้ ตอนดําเนนิ การ ดังน้ี
1. ผูเสียภาษยี ่ืนคํารองตอ ผบู รหิ ารทอ งถนิ่ ภายใน 30 วนั นบั แตไ ดรับแจง การประเมนิ ภาษหี รอื การ
เรียกเกบ็ ภาษี
2. ผูบรหิ ารตองพิจารณาใหแลว เสรจ็ ภายใน 60 วนั นบั แตวันท่ีไดร บั คํารอ งดงั กลา ว และแจงคําสง่ั
พรอ มดวยเหตุผลเปนหนังสือไปยงั ผเู สียภาษีโดยไมชกั ชา
3. หากผบู ริหารทอ งถนิ่ พิจารณาไมแลว เสรจ็ ภายใน 60 วนั จะถือวา ผูบรหิ ารทองถ่นิ เห็นชอบกบั คํา
รอ งของผเู สียภาษี
4. กรณที ี่ผบู รหิ ารทอ งถ่ินเหน็ ชอบกบั คาํ รอ งของผูเสียภาษี ใหแ จงจํานวนภาษที จ่ี ะตองเสยี เปน
หนงั สอื ไปยงั ผเู สยี ภาษี และใหผเู สียภาษีมารับชําระภาษีคนื ภายใน 15 วัน นบั แตว ันทไ่ี ดรับหนังสือแจง
ดังกลา ว
5. กรณที ผ่ี บู ริหารทอ งถนิ่ พจิ ารณาไมเ หน็ ชอบกบั คํารองของผูเสยี ภาษี ผเู สยี ภาษมี ีสทิ ธิอุทธรณตอ
คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณการประเมนิ ภาษี โดยย่ืนอุทธรณต อผูบรหิ ารทองถน่ิ ภายใน 30 วนั นับแต
วนั ทไี่ ดรบั หนงั สือแจง
6. ใหผบู รหิ ารทอ งถนิ่ สง คําอุทธรณไ ปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณก ารประเมนิ ภาษภี ายใน
15 วัน นบั แตวนั ท่ไี ดรบั คาํ อุทธรณดังกลา ว
7. คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณก ารประเมนิ ภาษมี ีอํานาจออกหนงั สอื เรียกผูอทุ ธรณหรอื บุคคลซึ่ง
เกี่ยวของ มาใหถอ ยคาํ หรอื ใหส งเอกสารหรอื หลกั ฐานใดมาแสดงได โดยใหเวลาไมนอ ยกวา 15 วนั นับแต
วันที่ ไดรับหนังสอื เรยี ก หากผูอุทธรณไ มป ฏบิ ัตติ ามหนงั สอื เรียก โดยไมม เี หตผุ ลอนั สมควร คณะกรรมการ
พจิ ารณา อทุ ธรณการประเมนิ ภาษีจะยกอุทธรณน นั้ ก็ได
8. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณการประเมนิ ภาษีตองวินิจฉัยอทุ ธรณใ หแลวเสรจ็ ภายใน 60 วัน
นับแตว ันทีไ่ ดร ับแจง คําอุทธรณจ ากผบู ริหารทองถน่ิ และตอ งแจงคาํ วินจิ ฉยั อทุ ธรณพรอมดวยเหตผุ ลเปน
หนังสือไปยังผูอ ทุ ธรณภ ายใน 15 วนั นบั แตวันท่ีพจิ ารณาเสร็จ โดยจะเรียกเก็บภาษีเกินกวา จํานวนภาษีท่ีทาํ
การประเมนิ ไมไ ด เวนแตจะไดม กี ารประเมินภาษใี หม
9. หากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณก ารประเมนิ ภาษพี จิ ารณาไมแลวเสร็จภายในระยะเวลาท่ี
กําหนด อาจขยายระยะเวลาพิจารณาอทุ ธรณออกไปอีกได แตต อ งไมเกนิ 30 วัน นับแตว นั ทคี่ รบกาํ หนด
ระยะเวลา 60 วัน และใหมหี นังสอื แจงระยะเวลาท่ขี ยายออกไปพรอมกบั วันครบกาํ หนดระยะเวลา
ใหผ อู ทุ ธรณทราบดว ย
10. ในกรณีท่คี ณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณพจิ ารณาไมแลวเสรจ็ ภายในระยะเวลาท่ีขยายออกไป
ใหผูอ ุทธรณม สี ทิ ธิฟอ งเปน คดตี อศาลไดโ ดยไมต องรอฟง ผลการพิจารณาของคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ
การประเมินภาษี แตต อ งยื่นฟองตอ ศาลภายใน 30 วนั นับแตว นั พน กําหนดระยะเวลาดงั กลาว
11. กรณีท่คี ณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณการประเมนิ ภาษวี ินจิ ฉยั ใหค นื เงนิ แกผอู ทุ ธรณ ให แจง คาํ
วนิ ิจฉยั ใหผ ูบริหารทองถ่นิ เพือ่ ใหมีคาํ สัง่ คืนเงิน และแจง ใหผ อู ุทธรณท ราบภายใน 15 วัน นบั แต วันทไี่ ดม ี
คําสั่งคืนเงิน
12. ใหค ณะกรรมการพิจารณาอุทธรณก ารประเมนิ ภาษี สงั่ ผบู รหิ ารทอ งถน่ิ ใหด อกเบี้ยแกผไู ดร ับคืน
เงนิ ในอัตรารอยละ 1 ตอ เดอื นหรือเศษของเดือนของเงนิ ท่ไี ดร ับคืน โดยไมค ดิ ทบตน นับแตว ันท่ชี ําระภาษีถึง
วนั ท่มี คี ําวนิ จิ ฉยั ใหคืนเงิน แตต องไมเ กนิ จํานวนเงินทไ่ี ดรบั คืน
13. ถาผูอทุ ธรณไมมารบั เงนิ คืนภายใน 1 ป นบั แตวนั ที่ไดรบั แจง ใหเ งนิ น้ันตกเปน ขององคก ร
ปกครองสว นทองถ่ิน
14. ผูอ ุทธรณมีสทิ ธอิ ทุ ธรณคําวินจิ ฉยั ของคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณก ารประเมินภาษี โดยฟอง
เปนคดีตอ ศาลภายใน 30 วนั นบั แตว ันทไ่ี ดรับแจงคําวนิ ิจฉัยอุทธรณ
15. การคัดคา นและการอทุ ธรณ ไมเปน การทเุ ลาการชาํ ระภาษี เวนแตผูเ สียภาษีจะยนื่ คํารอ งตอ
ผบู ริหารทองถน่ิ ขอใหท ุเลาการชาํ ระภาษีไวก อน และผูบริหารทองถน่ิ มีคาํ ส่ังใหท ุเลาการชําระภาษีแลว
ในกรณนี ี้ ใหผบู รหิ ารทองถน่ิ มีคําสงั่ ใหทุเลาการชําระภาษีเฉพาะสวนตางที่เพิ่มขน้ึ จากจํานวนภาษที ี่ตองเสยี ใน
ปกอ น และจะส่ังใหวางประกันตามท่ีเห็นสมควรได
16. ในกรณีท่ีผูบริหารทอ งถิน่ ส่งั ใหทุเลาการชําระภาษไี วแ ลว ตอมาปรากฏวา ผเู สียภาษีไดก ระทาํ
การใด ๆ เพ่อื ประวงิ การชําระภาษี หรือจะกระทาํ การโอน ขาย จําหนา ย หรือยกั ยายทรัพยส นิ ท้ังหมดหรือ
บางสวนเพ่ือใหพ นอาํ นาจการยดึ หรืออายดั ผูบ รหิ ารทองถ่ินมีอํานาจเพิกถอนคําสั่งใหท เุ ลาการชําระภาษนี ั้นได
โทษทางอาญา
1. ผใู ดขัดขวางการปฏิบัตหิ นา ที่ของพนักงานสํารวจตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 หรอื ของ
ผบู ริหารทองถิน่ หรือเจา หนาที่ซ่ึงผบู รหิ ารทองถ่นิ มอบหมายตามมาตรา 63 (3) หรอื (4) ตองระวางโทษจาํ คุก
ไมเ กิน 6 เดอื น หรอื ปรับไมเกนิ หนงึ่ หมืน่ บาท หรือทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั
2. ผูใดไมป ฏิบตั ิตามหนงั สือเรยี กของผบู ริหารทองถ่นิ ตามมาตรา 29 หรอื ของพนักงานประเมิน ตาม
มาตรา 45 หรอื หนงั สือเรียกหรอื คําสั่งของผูบรหิ ารทองถ่นิ หรอื เจา หนา ทซ่ี ่ึงผูบ รหิ ารทอ งถิ่นมอบหมาย ตาม
มาตรา 63 (1) หรือ (2) ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กิน 2,000 บาท
3. ผใู ดไมแ จง การเปล่ยี นแปลงการใชป ระโยชนท่ดี นิ หรอื สิ่งปลูกสรางตามที่กาํ หนดไวใน มาตรา 33
ตองระวางโทษปรับไมเ กนิ 10,000 บาท
4. ผูใดขดั ขวางหรอื ไมปฏิบตั ิตามคาํ ส่งั ของผูบ รหิ ารทอ งถน่ิ ตามมาตรา 62 หรือทําลาย ยา ยไปเสยี
ซอ นเรน หรือโอนไปใหแ กบ ุคคลอน่ื ซง่ึ ทรัพยสนิ ทีผ่ บู รหิ ารทองถ่นิ มีคาํ สงั่ ใหยึด หรืออายดั ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กนิ 1 ป หรอื ปรบั ไมเกนิ สองหม่นื บาท หรอื ท้ังจาํ ทัง้ ปรับ
5. ผใู ดไมปฏบิ ัตติ ามหนังสอื เรียกของคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณการประเมินภาษตี าม มาตรา
80 ตอ งระวางโทษปรับไมเ กิน 2,000 บาท
6. ผใู ดแจง ขอ ความอันเปนเท็จหรอื นําพยานหลักฐานอนั เปน เท็จมาแสดงเพอ่ื หลีกเล่ยี งการเสยี ภาษี
ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ 2 ป หรือปรับไมเ กิน 40,000 บาท หรอื ท้งั จําทง้ั ปรับ
7. ในกรณที ่ีผูกระทําความผิดเปนนติ บิ คุ คล ถา การกระทาํ ความผิดของนติ บิ คุ คลน้นั เกิดจากการสงั่
การ หรือการกระทาํ ของกรรมการ หรอื ผูจ ดั การ หรอื บุคคลใดซ่ึงรับผดิ ชอบในการดาํ เนนิ งานของนิติบุคคลน้ัน
หรือ ในกรณที ่ีบคุ คลดังกลาวมีหนาท่ีตอ งสั่งการหรือกระทาํ การและละเวน ไมส งั่ การหรอื ไมก ระทําการจน
เปนเหตุใหนติ ิ บคุ คลนัน้ กระทําความผิด ผูนน้ั ตองรับโทษตามทีบ่ ญั ญัติไวส ําหรับความผิดน้ัน ๆ ดว ย
ความผิดตามขอ 1 , 2 , 3 และ 5 ใหผูบ ริหารทอ งถนิ่ หรอื ผูซ่งึ ผูบรหิ ารทอ งถน่ิ มอบหมายมอี ํานาจ
เปรียบเทยี บกาํ หนดคา ปรับได และเมอื่ ผกู ระทําความผิดชําระเงนิ คา ปรับตามจาํ นวนทเ่ี ปรยี บเทียบภายใน 30
วนั ใหถ ือวา คดเี ลิกกัน ถาผูกระทาํ ผดิ ไมยนิ ยอมตามทเี่ ปรียบเทียบ หรือเม่อื ยินยอมแลวไมช าํ ระเงนิ คาปรับ
ภายใน ระยะเวลาท่ีกําหนด ใหดาํ เนินคดตี อ ไป
เงนิ คาปรบั ทไ่ี ดจากการเปรยี บเทยี บตามพระราชบัญญตั ิน้เี กดิ ขน้ึ ในเขตองคก รปกครองสว นทองถ่นิ ใด
ใหต กเปน รายไดขององคก รปกครองสวนทองถิน่ น้นั
การรายงานขอมลู
1. ใหองคกรปกครองสวนทอ งถิ่นจัดสงขอ มูลรายงานสรปุ ผลการจดั เกบ็ ภาษท่ดี นิ และสงิ่ ปลกู สราง
ทีอ่ ยูในขายตองเสียภาษขี องปท ีผ่ า นมา ประกอบดว ย จํานวนผเู สียภาษี จํานวนเงินภาษที ่จี ัดเก็บได จาํ นวน
ผูคา งชาํ ระภาษี และจํานวนเงินภาษีคางชาํ ระ ใหแ กคณะกรรมการภาษที ดี่ นิ และสิง่ ปลกู สรา งประจําจงั หวัด
ภายในเดือนมกราคมของทุกป เพอ่ื รวบรวมและเสนอแนวทางการแกไ ขปญหาการจดั เก็บภาษใี หแก
กระทรวงมหาดไทยภายในเดอื นกมุ ภาพนั ธของทกุ ป โดยรายงานผา นระบบขอ มลู กลางองคกรปกครองสว น
ทองถน่ิ ที่กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถนิ่ จดั ทําขึน้
2. ใหกรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถิ่นประมวลผลขอ มูลทไ่ี ดรับแลวจัดสงขอมูลเฉพาะสวนท่ีเกี่ยวขอ ง
ใหก ระทรวงการคลงั และคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแ กอ งคกรปกครองสวนทอ งถน่ิ ภายในเดอื น
มีนาคมของทุกป