The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนเกี่บวกับนักวิทยาศาสตร์​ที่ค้นพบการสังเคราะห์แสง​

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sasinreein47, 2023-08-24 21:40:53

หนังสือภาพการ์ตูนสังเคราะห์แสง​

ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนเกี่บวกับนักวิทยาศาสตร์​ที่ค้นพบการสังเคราะห์แสง​

การค้น ค้ พบ กระบวนการสัง สั เคราะห์แ ห์ สง


กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) เป็น กระบวนการสร้างอาหาร ของพืชสีเขียว โดยมีคลอโรฟิลล์ทำ หน้า น้ ที่ดูด พลังงานแสงจากดวงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนสาร วัตถุดิบคือน้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ เป็น น้ำ ตาลกลูโคส น้ำ และ แก๊สออกซิเจน โดยกระบวนการสังเคราะห์แสงนั้นเริ่มมีทฤษฎี มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่17 มาเรื่อยๆจนถึง ปัจจุบันได้มีนักวิทยาศาสตร์มากมาย ทฤษฎีการสังเคราะห์แสง การสังเคราะห์ด้วยแสง ไปชมกันเลยยย!! สมการการสังเคราะห์ด้วยแสง


ชุมนุม นุ วิทยาศาสตร์ วันนี้พวกเราจะมา ศึกษาทฤษฎีการ สังเคราะห์แสงกัน หัวหน้า น้ แล้วเราจะศึกษาในหัวข้ออะไรละ เราจะศึกษาเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ที่ ค้นคว้าเรื่องนี้และทฤษฏีของพวกเขากัน โดยเราจะแบ่งเป็นแต่ละศตวรรษ และจะเลือกแค่คนสำ คัญก่อน


ศตวรรษที่ 17


Van Helmont ทดลองปลูก ลู ต้นหลิว น้ำ หนัก นั 2.3 กิโลกรัม รั ลงในกระถางที่มีดิ มี ดินอยู่ 90 กิโลกรัม รั เป็น เวลา 5ปี ผลการทดลองพบว่า ว่ ต้นหลิวมีน้ำ มี น้ำ หนักเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ 77 กิโลกรัม รั ในขณะที่น้ำ หนักของดิน หายไปเพีย พี ง 0.057 กิโลกรัม รั เท่านั้น นั้ สรุป รุ ผลการทดลอง : น้ำ หนัก นั ที่เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ ของพืช พื มาจากน้ำ (ล้มล้างความเชื่อ ชื่ เดิมดิๆ ที่เข้า ข้ใจว่า ว่ พืชไ พื ด้สารอาหารทั้ง ทั้ หมดมาจากดิน)


ในปัจจุบันนี่อาดไม่ได้เป็นการทดลอง ที่หน้า น้ ทึ่งแต่ในสมัยนั้นมันคงเจ๋งมาก น่าทึ่งมากเขาใช้เวลาทดลองถึง 5 ปีเลย ฉันคิดมาตลอดว่าต้นไม้กิน ดินเข้าไป แต่นี่ดูเป็นแค่การปลูกต้นไม้ ธรรมดาเองนะ ถึงศตวรรษที่18จะมีแค่คนเดียวแต่ก็ เป็นก้าวแรกของวิทยาศาสตร์เลยละ


ศตวรรษที่ที่ ที่ที่ 18


Jan ingenhousz Jan ingen-houszได้ค้นพบอีกว่าในสภาพที่มีแสง พืชดูดแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไป และทำ การปล่อยแก๊สออกซิเจน ออก มา โดยที่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ดูดเข้าไป ถูกเอาไปสร้าง เป็นสารอินทรีย์ (น้ำ หนักที่เพิ่มขึ้นของพืช)


การสังเคราะห์แสงงั้นหรอซับซ้อน กว่าที่คิดแหะ แล้วทำ ไมสีเขียวถึงช่วยทำ ให้ อากาศดีกันนะ แสดงว่าถ้าตัวชั้นมีสีเขียวอากาศ รอบตัวชั้นก็จะดีขึ้นสินะ คนกับต้นไม้ไม่เหมือนกันหรอกนะและเหตุผล ที่ต้นไม้ทำ ให้อากาศดีได้เพราะการแลกเปลีย นก๊าสจากการสังเคราะห์ด้วยแสงไงละ สังเคราะห์...อะไรนะฟังดูยากจัง


ศตวรรษที่19


Nicholas de Saussure และพบว่า น้ำ หนักแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ พืชดูดเข้าไป มีค่าน้อ น้ ยกว่าน้ำ หนักของพืชที่เพิ่มขึ้น N.d. Saussure จึง เพิ่มเติมข้อสรุปว่า สารอินทรีย์ที่ถูกสร้างขึ้น (น้ำ หนักที่เพิ่มขึ้น) ของพืช นอกจากจะมาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังมาจากน้ำ ที่พืชรับเข้า ไปด้ว Nicolas de Soussure


ชั้นชักจะสับสนแล้วนะเนี่ย วิทยาศาสตร์นี่ยากจังเลย แสดงว่าน้ำ หนักของพืชไม่ได้มาจาก แค่สารอาหารส่วนเดียวสินะ อ่าวไม่เห็นเหมือนกับคน แรกเลย ความรู้ทางวิทยาศาสตร์นะสามารถเปลี่ยนแปลง ได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับหลักฐานที่ค้นพบขึ้นใหม่ นี่แหละความสุดยอดของวิทยาศาสตร์ แต่นั้นก็เป็นเสน่ห์ของ วิทยาศาสตร์นะ


Joseph Pelletier and Joseph Caventou คลอโรฟิลล์”สกัดได้ครั้งแรก โดย Joseph Bienaimé Caventou เภสัชกร และ Pierre Joseph Pelletier นัก เคมีชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1817


ชั้นเคยอ่านเจอในหนังสือแต่ก็ ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก คลอโรฟิลล์คือสิ่งที่พืชใช้สังเคราะห์ แสงใช่ไหมนะ หะ! ชั้นไม่เห็นจะรู้จักเลย ใช้แล้วละคลอโรฟิลล์ เป็นสารอินทรีย์สี เขียวมีหน้า น้ ที่ช่วยในกระบวนการ สังเคราะห์แสงขอพืช ชั้นคงต้องไปศึกษาข้อมูลมา ให้มากกว่านี้แล้วแฮะ


Julius Sachs พบว่าพืชที่ได้รับแสงสว่างจะมีแป้ง ป้ หรือสารพวก คาร์โบไฮเดรต แต่พืชที่อยู่ในที่มืดปราศจากแป้ง ป้ การค้นพบนี้ยืนยันว่า แป้ง ป้ หรือสารพวก คาร์โบไฮเดรตเป็นผลผลิตของขบวนการ สังเคราะห์แสง


โห! มันฝรั่งหรอชั้นชอบกินนะ มันอร่อยมาก แสดงว่าอาหารของ พืชก็คือแป้ง ป้ สินะ โห! แป้ง ป้ หรอนึ้กแล้วก็หิว เลย รู้ไหมพืชบางชนิดจะสะสมอาหารไว้ ในราก ทำ ให้รากมีขนาดใหญ่และ แปลกมากเช่นมันฝรั่งไงละ นี้นายไปหิวมาจากไหนเนี่ย


ศตวรรษที่20


Robin Hill ทดลองโดยการ สกัดเอาคลอโรพลาสต์จากผักโขมมา และแบ่งใส่ใน หลอดทดลอง 2 หลอด หลอดแรกเติมเกลือเฟอริกลงไป (Fe3+) และ หลอดที่สอง ไม่เติมเกลือเฟอริก จากนั้นให้แสงกับคลอโรพลาสต์เหล่า นั้น ผลการทดลองพบว่า หลอดแรกที่เติมเกลือเฟอริกลงไป (Fe3+) เกิด แก๊สออกซิเจน และเกลือเฟอรัส (Fe2+) ส่วนหลอดที่สองที่ไม่เติมเกลือ เฟอริก ไม่มีการผลิตแก๊สออกซิเจน เรียก ปฏิกิริยาการแตกตัวของน้ำ และให้อิเล็กตรอนกับสารอื่นๆ ว่า Hill reaction


ชั้นเคยอ่านเจอในหนังสือแต่ก็ ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก คลอโรฟิลล์คือสิ่งที่พืชใช้สังเคราะห์ แสงใช่ไหมนะ หะ! ชั้นไม่เห็นจะรู้จักเลย ใช้แล้วละคลอโรฟิลล์ เป็นสารอินทรีย์สี เขียวมีหน้า น้ ที่ช่วยในกระบวนการ สังเคราะห์แสงขอพืช ชั้นคงต้องไปศึกษาข้อมูลมา ให้มากกว่านี้แล้วแฮะ


Daniel Arnon ทดลองเพื่อพิสูจน์ว่ น์ ว่ า การผลิตน้ำ ตาล และ แก๊สออกซิเจน ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทดลองโดยการ สกัดเอาคลอโรพลาสต์จากผักโขมมา และแบ่งใส่ในหลอดทดลอง จากนั้นเติม NADPH ATP และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป (แต่ไม่ได้ให้แสงกับคลอโร พลาสต์เหล่านั้น ) ผลการทดลองพบว่า คลอโรพลาสต์สามารถผลิตน้ำ ตาลได้ โดยที่มีสารตั้งต้นเป็น NADPH ATP และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยสามารถเกิดขึ้นในสภาพที่ไม่มีแสงก็ได้ สรุปผลการทดลอง : การผลิตน้ำ ตาล และ แก๊สออกซิเจน ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน การผลิตแก๊สออกซิเจนต้องมีแสง และมีตัวรับอิเล็กตรอนจากการแตกตัวของน้ำ นั้นก็ คือ NADP+ การผลิตน้ำ ตาลไม่จำ เป็นต้องมีแสง แต่ต้องมีสารตั้งต้น ได้แก่ NADPH ATP และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (แต่ NADPH และ ATP เกิดมาจากกระบวนการที่ใช้แสงนะครับ)


ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือแต่ก็ ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก คลอโรฟิลล์คือสิ่งที่พืชใช้สังเคราะห์ แสงใช่ไหมนะ หะ! ฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย ใช่แล้วละคลอโรฟิลล์ เป็นสารอินทรีย์สี เขียวมีหน้า น้ ที่ช่วยในกระบวนการ สังเคราะห์แสงขอพืช ฉันคงต้องไปศึกษาข้อมูลมา ให้มากกว่านี้แล้วแฮะ


กระบวนการ สัง สั เคราะห์แ ห์ สง กระบวนการสัง สั เคราะห์แ ห์ สงคือ? แสง(LIGHT) (CHLOROPHYLL)คลอโรฟิลฟิล์ กระบวนการสังสัเคราะห์ด้ห์ ด้ วยแสง (photosynthesis) เป็น กระบวนการสร้า ร้ ง อาหารของพืชพืสีเสีขียขีว โดยมีคมีลอโรฟิลฟิล์ทำ หน้าที่ดูด ดู พลังงานแสงจากดวง อาทิตย์แย์ล้วเปลี่ยนสารวัตวัถุดิ ถุดิบคือน้ำ และแก๊สคาร์บร์อนไดออกไซด์ ให้เ ห้ป็น น้ำ ตาลกลูโ ลู คส น้ำ และ แก๊สออกซิเซิจน เป็นปัจจัยจัที่สำ คัญมากในการสร้า ร้ งอาหารของพืชพืจึง จึ เรียรีกกระบวนการ สร้า ร้ งอาหารของพืชพืว่า ว่ “การสังสัเคราะห์ด้ห์ ด้ วยแสง (photosynthesis)” ซึ่ง ซึ่ เป็นกระบวนการเดียวที่นำ พลังงานแสงมาเปลี่ยนวัตวัถุดิ ถุดิบ คือ แก๊ส คาร์บร์อนไดออกไซด์และน้ำ ให้เ ห้ป็นพลังงานเคมีใมีนรูปของสารประกอบ อินทรีย์รีหย์รือรืสารประกอบที่มีคมีาร์บร์อนเป็นองค์ประกอบ เป็นสารสีเสีขียขีวมีหมีน้าที่สำ คัญในการดูด ดู ชับชัพลังงานแสงมาใช้ใช้ น กระบวนการสังสัเคราะห์ด้ห์ ด้ วยแสง ดังดันั้นนั้ส่ว ส่ นที่มีสีมีเสีขียขีวของพืชพืเช่น ช่ ใบ กลีบเลี้ยง ลำ ต้น ผลที่มีเมีปลือกสีเสีขียขีว หรือรืแม้แ ม้ ต่รากอากาศของกล้วยไม้ ที่มีสีมีเสีขียขีวก็สามารถเกิดการสังสัเคราะห์ด้ห์ ด้ วยแสงได้ สรุป


โรงเรียรีนสาธิตธิมมส(ฝ่ายมัธมัยม) GRADE 11 CLASS 7 รายชื่อ ชื่ สมาชิก ชิ นาย ปัณปัณวิชวิญ์ สัตสัยฺสุขสุยิ่งยิ่ รับรัผิดผิเนื้อนื้เรื่อรื่ง นายพชร พุดดี รับรัผิดผิชอบเนื้อนื้เรื้อรื้ง นายธนภัทร ศรีหรีามาตร์ วาดภาพ นายศศินทร์ หรี่อิ รี่ อินทร์ จัดจัเรียรีงข้อข้ความและลำ ดับดัหน้าน้ www.eschool.com นายพศวีร์วีร์มุ่ง มุ่ งาม ตกแต่งสไลด์อด์ย่าย่งเชี่ย ชี่ วชาญ ภคพล นันนันิยนิงค์ ทำ ข้อข้มูลเกี่ยวกับทฤษฎี


Click to View FlipBook Version