The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงาน สานบรรจุภัณฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ingfa1981, 2021-10-17 06:58:57

โครงงาน สานบรรจุภัณฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณิต

โครงงาน สานบรรจุภัณฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณิต

โครงงานคณติ ศาสตร์
เรื่องสานผลติ ภณั ฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณิต

โดย

1.เดก็ หญิงจารวี แดงกลาง
2.เด็กหญิงชนกิ านต์ สุขใจ
3. เดก็ หญงิ ศรินทิพย์ เกตุลา

ครูทป่ี รึกษา 1. นางอุมาพร พมิ พ์ภกั ดี
2. นางสาวอนงค์ ศิริมา

โรงเรียนบ้านไผ่ สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25

รายงานฉบบั นี้เป็ นส่วนประกอบของโครงงานคณติ ศาสตร์

ประเภทบรู ณาการความรู้ในคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น
เนื่องในงานศิลปหัตถกรรมนกั เรียน คร้ังท่ี 68ประจาปี การศึกษา 2561



บทคัดย่อ

โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผส่ วยดว้ ยคณิตเป็นการนาความรู้เก่ียวกบั
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ บรู ณาการเขา้ กบั ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เพอื่ ใหเ้ กิดผลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไม้
ไผ่ ทางคณะทางานไดน้ าความรู้ทางคณิตศาสตร์เร่ือง รูปแบบรูปเรขาคณิต ความคลา้ ย และการ
แปลงทางเรขาคณิตมาช่วยในการออกแบบและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่ สามารถ
ออกแบบและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่ผสมผสานกบั ลายพ้ืนฐานโบราณท่คี วรคา่ แก่
การอนุรกั ษ์ ให้เป็นผลติ ภณั ฑท์ ีท่ รงคุณคา่ เป็นผลิตภณั ฑท์ ใี่ ชใ้ นวถิ ชี ีวิตประจาวนั และเป็นการเพม่ิ
มูลค่าของผลติ ภณั ฑใ์ นทอ้ งถน่ิ คณะทางานเขา้ ใจและสามารถสร้างสรรคช์ ิ้นงานท่สี ่ือสารในเชิง
คณิตศาสตร์ไดม้ ากข้นึ อีกท้งั สามารถอธิบายให้เพอื่ นนกั เรียนในหอ้ งเรียน ชุมนุม และผูส้ นใจได้
เขา้ ใจถึงการออกแบบและประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ซ่ึงเป็นช้ินงานสร้างสรรค์ ทรงคณุ คา่ ใน
ชีวติ ประจาวนั และคณุ คา่ ทางดา้ นจิตใจ เป็นผลงานทีม่ ีความสวยงาม ทาไดง้ า่ ย และสามารถทาได้
จริง อีกท้งั เป็นการสืบทอดมรดกทางภมู ปิ ัญญาควรค่าแก่การอนุรักษต์ อ่ ไป

วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน
1. เพอื่ ศึกษาและประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่
2. เพ่ือนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจดั ทาช้ินงาน
ผลิตภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่
3. เพอ่ื ร่วมอนุรกั ษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทางภมู ิปัญญา
4. เพ่อื ใหน้ กั เรียนมเี จตคติทด่ี ีตอ่ วิชาคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์

ผลการดาเนนิ งาน
จากการดาเนินงานตามโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สานผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่สวยดว้ ยคณิต

พบว่า ประสบผลสาเร็จและบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคด์ งั น้ี
1. มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การจกั สาน และสามารถออกแบบประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑจ์ าก
การจกั สานไมไ้ ผไ่ ด้
2. สามารถนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจดั ทาชิ้นงาน
ผลิตภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่
3. ร่วมอนุรกั ษแ์ ละสืบสานการจกั สานใหเ้ ป็นมรดกทางภมู ปิ ัญญา
4. นกั เรียนมเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ วิชาคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์



กติ ติกรรมประกาศ

โครงงานคณิตศาสตร์ เร่ือง สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผส่ วยดว้ ยคณิตประสบความสาเร็จ
ไดด้ ว้ ยความช่วยเหลือจากบคุ คลหลายทา่ น คณะทางานขอขอบคณุ นกั เรียนโรงเรียนบา้ นไผ่ ท่ีให้
ความช่วยเหลอื ในการจดั ทาผลงาน ขอขอบคณุ คณุ ครูอุมาพร พิมพภ์ กั ดีคุณครูอนงค์ ศิริมา ครูท่ี
ปรึกษาโครงงานท่คี อยดแู ล ใหค้ าแนะนาช้ีแนะแนวทางเป็นอยา่ งดี และใหก้ าลงั ใจอยา่ งใกลช้ ิด
คณุ ตาสมพงษ์ ศิริมาท่ีถ่ายทอดความรู้ภมู ปิ ัญญาในการจกั สานและคณุ ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ทุกทา่ นที่ให้กาลงั ใจเป็นอยา่ งดีมาโดยตลอด

คณะผจู้ ดั ทามคี วามซาบซ้ึงใจในความกรุณาของทกุ ทา่ นเป็นอยา่ งมาก นอกจากน้ี
ขอขอบพระคณุ ดร.วทญั ญู ภชู าดา ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นไผ่ ที่ให้การสนบั สนุนในเร่ือง
งบประมาณและเป็นกาลงั ใจในการจดั ทาโครงงานจนสาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี

คณะผจู้ ดั ทา
30 สิงหาคม 2561

สารบัญ หน้า

เรื่อง ข
บทคดั ยอ่ 1
กิตตกิ รรมประกาศ 1
บทที่ 1 บทนา 2
2
ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงาน 3
วตั ถปุ ระสงค์ 12
ขอบเขตของการศึกษา 18
บทที่ 2 เอกสารทเี่ ก่ียวขอ้ ง 19
บทที่ 3 วิธีดาเนินการ 20
บทท่ี 4 ผลการดาเนินการ 21
บทท่ี 5 สรุปผลการดาเนินการ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก

1

บทท่ี 1
บทนา

ทม่ี าและความสาคัญของโครงงาน
การจกั สาน เป็นงานศิลปหตั ถกรรมอยา่ งหน่ึง คิดคน้ ข้ึนโดยมนุษยเ์ พ่อื ใชส้ ร้างเคร่ืองมือ

เครื่องใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ผลิตโดยการสอด ขดั และสานของวสั ดทุ ี่มลี กั ษณะเป็นเส้น เป็นริ้วเพอ่ื ให้
ไดล้ วดลายทส่ี วยงาม การจกั สานไมไ้ ผเ่ ป็นภมู ปิ ัญญาสืบทอดกนั มาต้งั แต่บรรพบุรุษ ท่แี สดงใหเ้ ห็น
ถงึ ภูมิปัญญาอนั เฉลียวฉลาดของคนในทอ้ งถน่ิ ชนบท ทีส่ ามารถนาอปุ กรณ์ทม่ี อี ยตู่ ามธรรมชาตมิ า
ประยกุ ตเ์ ป็นวตั ถดุ ิบเพอื่ ประดิษฐ์เคร่ืองใช้ในการดารงชีวิตประจาวนั โดยเนน้ ประโยชนใ์ ชส้ อยเป็น
หลกั

คณะผจู้ ดั ทาอาศยั อยใู่ นอาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่ อยใู่ นชุมชนท่ีมีการปลกู ตน้ ไผ่
เกือบทกุ หมบู่ า้ น คณะผจู้ ดั ทาจึงเกิดความสนใจในงานจกั สานไมไ้ ผ่ เพอ่ื เรียนรู้วิธีการนาไมไ้ ผ่ท่ีมอี ยู่
ในหมบู่ า้ นมาออกแบบและประดิษฐผ์ ลติ ภณั ฑจ์ ากการสานไมไ้ ผ่ให้ทนั สมยั ตามสมยั นิยมโดยอยู่
บนพ้ืนฐานของลายสาน ผสมผสานตามความคิดและจินตนาการของสมาชิก การออกแบบ
ผลิตภณั ฑน์ ้นั ทางกลมุ่ ไดน้ าความรู้เร่ือง แบบรูป ความรู้พ้นื ฐานทางเรขาคณิตรูปเรขาคณิต ความ
คลา้ ย การแปลงทางเรขาคณิต มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจกั สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ที่
สวยงาม แต่ยงั คงความเป็นเอกลกั ษณข์ องลายสานน้นั เพื่อการจกั สานจะไดไ้ ม่สูญหายไป เป็น
ผลงานท่มี สี วยงาม ทาไดง้ า่ ย ไม่ยากอยา่ งท่ีหลาย ๆ คนคิดและสามารถทาไดจ้ ริง อีกท้งั เป็นการ
สืบทอดภูมปิ ัญญาควรค่าแกก่ ารอนุรักษไ์ ว้

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ศึกษาและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่
2. เพอ่ื นาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจดั ทาช้ินงาน
ผลติ ภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่
3. เพื่อร่วมอนุรกั ษแ์ ละสืบสานการจกั สานใหเ้ ป็นมรดกทางภูมิปัญญา
4. เพือ่ ให้นกั เรียนมเี จตคติที่ดีตอ่ วชิ าคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์

ขอบเขตของการศึกษา 2

1. ศึกษาความรู้เก่ียวกบั การจกั สานและประดิษฐผ์ ลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่โดยการ

ไปศึกษาจากวิทยากรในทอ้ งถิ่น ตารา เอกสาร และสืบคน้ ทางอนิ เตอร์เน็ต

2. ศึกษาเน้ือหาวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง แบบรูป ความรู้พ้นื ฐานทางเรขาคณิตรูปเรขาคณิต

ความคลา้ ย และการแปลงทางเรขาคณิต

3. ชิ้นงานสร้างสรรคท์ ค่ี ณะผูจ้ ดั ทาข้ึนใชล้ วดลาย ลายชะลอมในการจกั สานเป็น

ผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ ไดแ้ ก่ ชะลอม กระจาด กระเป๋ าชะลอม ผอบชะลอมตะกร้า กลอ่ งใส่

ของ เป็นตน้

4. บรู ณาการชิ้นงานกบั วชิ าอนื่ เพอ่ื การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั และเป็นการ

สร้างสรรคผ์ ลงานที่ทรงคุณค่า เป็นอนุรักษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทาง

ภมู ปิ ัญญา

5. ระยะเวลาในการดาเนินงาน คือ ระหวา่ งวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2561ถงึ 31สิงหาคม2561

ผลทีค่ าดว่าจะได้รับ
1. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การจกั สานไมไ้ ผแ่ ละไดผ้ ลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่
2. สามารถนาความรู้ทางคณิตศาสตร์เร่ือง รูปแบบ รูปเรขาคณิต ความคลา้ ย และการ
แปลงทางเรขาคณิต มาประยกุ ตใ์ ช้ในการออกแบบและประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่
ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์
3. ไดร้ ่วมอนุรักษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทางภมู ปิ ัญญา
4. นกั เรียนมเี จตคติทดี่ ีต่อวิชาคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์

บทท่ี 2 3
เอกสารที่เกย่ี วข้อง
ในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สานผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่สวยดว้ ยคณิตคณะทางาน
ไดศ้ กึ ษาขอ้ มูลและเน้ือหา ดงั ต่อไปน้ี
1. การจกั สาน
2. แบบรูป
3. พ้นื ฐานความรู้ทางเรขคณิต
4. รูปเรขาคณิต
5. ความคลา้ ย
6. การแปลงทางเรขาคณิต

1.การจักสาน
การจกั สาน เป็นงานศิลปหถั กรรมอยา่ งหน่ึงคิดคน้ ข้ึนโดยมนุษยเ์ พ่ือใชส้ ร้างเครื่องมอื

เคร่ืองใชใ้ นชีวิตประจาวนั ผลติ ข้นึ โดยการสอด ขดั และสานของวสั ดุทีม่ ลี กั ษณะเป็นเส้น เป็นริ้ว
เพือ่ ให้ไดล้ วดลายทส่ี วยงาม ประกอบกนั ข้นึ เป็นเครื่องจกั สานในรูปแบบและลวดลายตา่ ง ๆ

จกั เป็นการเตรียมวสั ดุทจ่ี ะใช้ในการจกั สาน โดยนาวสั ดมุ าทาใหเ้ ป็นเสน้ เป็นแฉก
หรือเป็นริ้ว เพือ่ ความสะดวกในการสาน การจกั ตอกเป็นงานข้นั แรกทส่ี าคญั ในการทาเครื่องจกั
สาน เพราะลกั ษณะของตอกจะตอ้ งประสานกบั ลวดลายและรูปทรงของเคร่ืองจกั สานดว้ ย

สาน เป็นข้นั ตอนถดั จากการจกั ถอื วา่ เป็นข้นั ตอนท่ีสาคญั มาก เป็นขบวนการทางความคดิ
สร้างสรรคแ์ ละฝีมอื ของมนุษยเ์ ป็นหลกั ซ่ึงมมี าชา้ นานแลว้ และสืบต่อกนั มาจนถงึ ปัจจบุ นั การสาน
ของคนไทยน้นั จะสานดว้ ยรูปแบบและลวดลายแบบใดข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะการนาไปใชง้ านและความ
นิยมของแตล่ ะทอ้ งถิ่น

1.1)ไม้ไผ่ พนั ธ์ุทีใ่ ช้ในงานจักสาน
ไมไ้ ผ่ (Bamboo) เป็นวตั ถดุ ิบจากธรรมชาติท่ีนิยมนามาทาเครื่องจกั สานกนั แพร่หลายท่ีสุด
เพราะมีทว่ั ไปแทบทุกภาคของประเทศ ไมไ้ ผ่ในประเทศไทยมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคณุ สมบตั ทิ ่ี
สามารถนามาใชท้ าเครื่องจกั สานไดด้ ีแตกตา่ งกนั ไป โดยท่ีนิยม คือ
ไม้ไผ่สีสีสุก นิยมนามาทาเคร่ืองจกั สาน เพราะมีผวิ สวย เน้ือหนา และแขง็ ลาตน้ ตรง นามา
ทาเครื่องจกั สานและใชป้ ระโยชนไ์ ดห้ ลายอยา่ ง
ไม้ไผ่ซาง เป็นไมข้ นาดกลาง ปลอ้ งยาว เน้ืออ่อน ข้ึนทวั่ ไปในภาคเหนือ นิยมนามาทาเป็น
เครื่องจกั สานไดด้ ี
ไม้ไผ่บงหรือไผ่ตง ไมข้ นาดใหญ่ ลาตน้ ตรง ไมม่ หี นาม นามาทาเป็นเคร่ืองจกั สานไดด้ ี

4

2) เครื่องมือจกั สาน ไดแ้ ก่
2.1)มีด เคร่ืองมือสาหรบั แปรรูปวตั ถุดิบจาก
ธรรมชาตมิ าเป็นวสั ดสุ าหรับทาเคร่ืองจกั สาน

2.2)มดี ตอก ใชส้ าหรับจกั ตอกหรือเหลาตวั มีดจะส้ัน
กว่าดา้ ม เพราะในการจกั หรือเหลาตอกจะใช้
ดา้ มสอดเขา้ ไประหวา่ งแขนกบั ลาตวั เพอื่ ให้จกั
หรือเหลาตอกไดส้ ะดวก
2.3)เหล็กหมาดปลายแหลม ใชไ้ ชหรือแงะเคร่ืองจกั
สานเพ่อื ร้อย ผูกโครงสร้าง ผกู ขอบ หรือเจาะ

3) ข้นั ตอนการจกั สาน

3.1) การเตรียมวตั ถุดิบ การเตรียมไมไ้ ผ่ เลอื กลาตน้ ทีม่ คี วามตรง ลาปลอ้ งยาว ผิวเรียบเป็น
มนั หลงั จากตดั ออกมาจากกอ นามาแช่น้าตลอดท้งั ลาเพอื่ ใหไ้ มไ้ ผม่ คี วามสดและป้องกนั มด
ปลวก มอด เจาะไช เมอ่ื จะนามาใชง้ านจึงตดั เอาตามขนาดทต่ี อ้ งการมาผา่ ออกแลว้ นาไป จกั เป็น
ตอกแลว้ ตากแดดให้แห้ง

3.2) การสาน ข้นั ลงมือสานจะตอ้ งรู้วา่ ควรใชล้ ายสานแบบใดสาหรับเคร่ืองจกั สานแตล่ ะ
ชนิดเช่น กระบุงใชล้ ายสาม กระดง้ ใชล้ ายขอ ช่างจกั สานทมี่ ีความชานาญ มากจะสามารถสานลาย
ตา่ งๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและคลอ่ งแคล่ว เป็นระเบียบ และสวย การสาน เป็นข้นั ตอนทย่ี าก และตอ้ งใช้
ความละเอียดมากทีส่ ุด เร่ิมจากการกอ่ ฐานดา้ นลา่ งดว้ ยเสน้ ตอกสองชนิดคือ ตอกยนื (ตอก-ต้งั ) ซ่ึง
จะมีลกั ษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทวั่ ๆ ไป และตอกนอน (ตอกสาน) ท่ีมขี นาดกวา้ งเท่ากนั
เทา่ กนั ท้งั เส้นตากปกติ เหตทุ ต่ี อกยนื มีลกั ษณะพเิ ศษ เน่ืองมาจากเมอ่ื สานเสร็จจะไดต้ ะกร้าทม่ี ีฐาน
เลก็ และค่อยๆบานข้นึ บริเวณปาก

3.3)ถกั และพนั เม่อื สานตวั เรียบร้อย
2.4) การรมควนั เป็นข้นั ตอนสุดทา้ ยของการสานเพอื่ เพม่ิ ความแขง็ แรง สวยงาม แกเ่ ครื่อง
จกั สานดว้ ยหวาย

4. ลวดลายการจักสาน 5

4.1) ลายขัดเป็นวิธีการสานแบบพ้ืนฐานทเ่ี ก่าแก่ทส่ี ุด ลกั ษณะของลายขดั เป็นการสร้างแรง

ยดึ ระหวา่ งตอก ดว้ ยการขดั กนั เป็นรูปมมุ ฉาก ระหว่างแนวต้งั กบั แนวนอน โดยใชต้ อกยืน หรือตอก

แนวต้งั หรือตอกยนื สอดขดั กบั ตอกแนวนอน โดยยกข้ึนเส้นหน่ึง ขม่ หรือขดั ลงเสน้ หน่ึง สลบั กนั ไป

ลายขดั น้ีใชส้ านเคร่ืองจกั สานไดห้ ลายชนิด และมกั ใชร้ ่วมกบั ลายชนิดอ่ืน เพอ่ื ให้ไดร้ ูปทรงตาม

ตอ้ งการ

4.2)ลายทแยง เป็นวิธีสานท่ีใชต้ อกสอดขดั กนั ในแนวทแยง (diagonal) ไม่มเี สน้ ต้งั และเส้น
นอนเหมือนลายขดั แตจ่ ะสานสอดขดั กนั ตามแนวทแยง เป็นหกเหลย่ี มต่อเชื่อมกนั ไปเร่ือยๆ คลา้ ย
รวงผ้ึง ลายชนิดน้ี จึงมกั สานโปร่ง เช่น ลาย ตาเขง่ ลายชะลอม ลายหวั สุ่ม ลายเกล็ดเต่า และลาย
เฉลว ลายชนิดน้ีมกั ใชส้ านภาชนะโปร่ง เช่น เข่ง ชะลอม หรือใชส้ านประกอบกบั ลายอน่ื เช่น สาน
เป็นส่วนบนของหมวกหรือหัวสุ่มเพราะ สามารถสานกระจายออกจากศนู ยก์ ลางไดด้ ี กอ่ นท่ีจะสาน
ลายขดั หรือลายอ่นื ประกอบเป็นส่วนของเคร่ืองจกั สานต่อไป

6

4.3)ลายขดหรือถกั เป็นการสานท่ีใชก้ บั วสั ดุท่ีไมส่ ามารถคงรูปอยไู่ ดด้ ว้ ยตนเอง เช่น หวาย
ยา่ นลิเภา ปอผกั ตบชวาวสั ดุเหลา่ น้ีตอ้ งสานดว้ ยการขดหรือถกั ไดแ้ ก่ การถกั เป็นเส้น แลว้ ขดเป็นวง
กระจาย ออกจากศูนยก์ ลางแลว้ ถกั เช่ือมกนั เป็นช้นั ๆ ใหไ้ ดร้ ูปทรงตามตอ้ งการ หรือสานโดยใช้
วสั ดุอืน่ เป็นโครงก่อน แลว้ ถกั หรือสานพนั ยึดโครงเหลา่ น้นั ให้เป็นรูปทรงตามโครงสร้างท่ขี ้ึน

4) ลายอสิ ระ เป็นการสานท่ไี มม่ แี บบแผนตายตวั ข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการของผสู้ าน ทจี่ ะคิด
ประดิษฐข์ ้ึนเองให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตน ลายประเภทน้ีมกั สานข้นึ ตามความตอ้ งการ
ของผูส้ านและแบบแผนทสี่ ืบทอดกนั มา ในแต่ละทอ้ งถ่ิน เช่น การสานของเลน่ ดว้ ยใบตาล ใบลาน
ใบมะพร้าว เป็นรูปสตั วต์ ่างๆ เช่น ปลา ตะเพียน ตก๊ั แตน นก หรือสานเป็นของเล่น ประเภท
เคร่ืองประดบั ของเดก็ เช่น สานเป็น เข็มขดั แหวน กาไล

2. แบบรูป (Pattern)

แบบรูปเป็นการแสดงความสัมพนั ธข์ องส่ิงตา่ งๆทม่ี ลี กั ษณะสาคญั บางอยา่ งร่วมกนั อยา่ งมี
เง่อื นไข ซ่ึงสามารถอธิบายความสัมพนั ธ์เหล่าน้นั ไดโ้ ดยใชก้ ารสังเกต การวเิ คราะห์ หาเหตุผล
สนบั สนุนจนไดบ้ ทสรุปอนั เป็นที่ยอมรบั ได้ โดยทวั่ ไปในคณิตศาสตร์จะพบเห็นการใชแ้ บบ
รูปในเรื่องของจานวน รูปภาพ รูป เรขาคณิตจากแบบรูปของจานวนเราสามารถเขียนแสดง
ความสมั พนั ธโ์ ดยใชต้ วั แปร และสมบตั ิของการเท่ากนั สร้างสมการเพือ่ ใชแ้ กป้ ัญหาได้ จากเงอื่ นไข
ขา้ งตน้ สรุปไดว้ ่า

แบบรูป (Patterns) หมายถงึ รูปร่าง หรือลกั ษณะของสิ่งต่าง ๆที่นามาประกอบกนั ตาม
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่ิงเหล่าน้นั

3. พืน้ ฐานทางเรขาคณิต 7

3.1จดุ และเส้นตรง

จดุ และเส้นตรงเป็นคาท่ไี ม่มนี ิยามและจุดใชส้ าหรับบอกตาแหน่ง ส่วนเส้นตรงมคี วามยาวไม่จากดั

ลกั ษณะและสัญลกั ษณ์

A จุด A เขียนแทนดว้ ย A

เส้นตรง AB เขียนแทนดว้ ย AB

AB

สมบตั ขิ องจดุ และเส้นตรง
1. มเี ส้นตรงเพียงเสน้ เดียวเทา่ น้นั ท่ีลากผ่านจุดสองจุดทก่ี าหนดให้

2. เส้นตรงสองเสน้ จะตดั กนั ทจี่ ดุ จดุ เดียวเท่าน้นั
3.2 ส่วนของเส้นตรง

ส่วนของเสน้ ตรง คือ ส่วนหน่ึงของเส้นตรงที่มีจดุ ปลายสองจดุ
A B เสน้ ตรง AB เขยี นแทนดว้ ย AB หรือ AB

3.3 รังสี
รังสี คอื ส่วนหน่ึงของเส้นตรงท่มี จี ุดปลายเพียงจดุ เดียว

B A รังสี AB เขียนแทนดว้ ย AB หรือ A เป็นจุดปลาย

A B รงั สี BA เขียนแทนดว้ ย BA หรือ B เป็นจดุ ปลาย
( AB และ BA ถอื วา่ เป็นคนละรังสีกนั เพราะมจี ุดปลายคนละจดุ )

3.4 มมุ
มมุ คอื รังสีทมี่ ีจดุ ปลายเป็นจดุ เดียวกนั เรียกรงั สีสองเส้นน้ีว่าแขนของมุม

และเรียกจดุ ปลายทเี่ ป็นจุดเดียวกนั น้ีว่า เป็นจดุ ยอดมุม
B มมุ BAC เขยี นแทนดว้ ย BAˆC หรือ CAˆB
AB และ AC เป็นแขนของมมุ , A เป็นจดุ ยอดมุม

AC

4. รูปเรขาคณิต 8

รูปเรขาคณิต (Geometric Form) มีรูปทแ่ี น่นอน มาตรฐานสามารถวดั หรือคานวณไดง้ ่าย

มีกฎเกณฑ์ ไดแ้ ก่

4.1) รูปเรขาคณิตสองมติ ิ รูปเรขาคณิตสองมติ ิ แบ่งตามลกั ษณะของดา้ น หรือ ขอบของรูปน้นั

เช่น รูปสามเหลย่ี ม รูปสี่เหลย่ี ม รูปหลายเหลีย่ ม หรือ รูปวงกลม เป็นตน้

ตวั อยา่ งรูปเรขาคณิตสองมิติ

รูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหลีย่ ม รูปหลายเหล่ียม รูปวงกลม
4.2) รูปเรขาคณติ สามมิติ เป็นรูปเรขาคณิตทรงสามมติ ิทมี่ ฐี านหรือหนา้ ตดั เป็นรูปทรง
ตา่ งๆเช่น รูปทรงกระบอก รูปทรงกลม รูปพีระมิด รูปปริซึม รูปกรวย เป็นตน้
ตวั อย่างรูปเรขาคณิตสามมติ ิ

รูปทรงกระบอก รูปทรงกลม รูปพีระมดิ รูปปริซึม

5. ความคล้าย
รูปเรขาคณิตสองรูปเป็นรูปท่ีคลา้ ยกนั เม่ือรูปเรขาคณิตท้งั สองน้นั มีรูปร่างเหมือนกนั

โดยอาจมขี นาดเท่ากนั หรือแตกต่างกนั ก็ได้

9
6. การแปลงทางเรขาคณติ

การแปลงทางเรขาคณิต เป็นการเปลย่ี นตาแหน่งของรูปเรขาคณิต โดยลกั ษณะและขนาด
ของรูปยงั คงเดิม การเปลี่ยนตาแหน่งของรูปเรขาคณิต ทาไดโ้ ดยการเลื่อนขนานการสะทอ้ น และ
การหมนุ
การเลื่อนขนาน (Translation or Slide)

การเลือ่ นขนานบนระนาบเป็นการแปลงทางเรขาคณิตทีม่ กี ารเลอ่ื นจดุ ทกุ จดุ ไปบนระนาบ
ตามแนวเสน้ ตรงในทศิ ทางเดียวกนั และเป็นระยะทางทเี่ ท่ากนั ตามทก่ี าหนดในการบอกทศิ ทางและ
ระยะทางของการเลอื่ นขนานจะใชเ้ วกเตอร์เป็นตวั กาหนดเช่นเวกเตอร์ OP เขยี นแทนดว้ ย OP
ซ่ึง OP จะมีทิศทางจากจุดเริ่มตน้ O ไปยงั จดุ สิ้นสุด P และมีขนาดเทา่ กบั ความยาวของOP ดงั รูป

B B'

CP c'
P'

A A'

OP

จากรูปจะไดว้ า่ AA , BB ,CC และ PP จะขนานกบั OP และ AA = BB =CC = PP =OP
การสะท้อน (Reflection or Flip)

การสะท้อนเป็นการเคล่ือนจุดใดๆบนรูปตน้ แบบ (Pre-image) ไปบนภาพท่ไี ดจ้ ากการ
แปลง (image)ผ่านเสน้ สะทอ้ นโดยทรี่ ะยะห่างระหวา่ งจุดใดๆบนรูปตน้ แบบไปยงั เส้นสะทอ้ นจะ
เท่ากบั ระยะห่างจากจดุ น้นั ๆบนภาพทเี่ กิดจากการสะทอ้ นไปยงั เส้นสะทอ้ น

การหมนุ (Rotation or Turn)

การหมนุ จะตอ้ งมรี ูปตน้ แบบจุดหมุนและขนาดของมมุ ที่ตอ้ งการในรูปน้นั การหมนุ เป็น
การแปลงทจ่ี บั คจู่ ุดแตล่ ะจดุ ของรูปตน้ แบบกบั จุดแต่ละจดุ ของรูปท่ไี ดจ้ ากการหมุนโดยที่จุดแตล่ ะ
จดุ บนรูปตน้ แบบเคลือ่ นท่ีรอบจุดหมนุ ดว้ ยขนาดของมมุ ทกี่ าหนดจุดหมุนจะเป็นจุดทอ่ี ยนู่ อกรูป
หรือบนรูปก็ไดก้ ารหมนุ จะหมุนทวนเข็มนาฬกิ าหรือตามเขม็ นาฬิกากไ็ ดโ้ ดยทวั่ ไปเมือ่ ไมร่ ะบไุ ว้
การหมนุ รูปจะเป็นการหมุนทวนเขม็ นาฬิกา

บทที่ 3 10
วิธีการดาเนินการ

ในการศกึ ษาโครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผส่ วยดว้ ยคณิตมขี ้นั ตอนการ
ดาเนินงานดงั น้ี

1. ข้นั ตอนการดาเนินการ
2. ปฏทิ นิ การดาเนินงาน
3. วธิ ีดาเนินการออกแบบและจดั ทาผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่
1. ข้นั ตอนการดาเนนิ การ
1.1จดั ต้งั กลุ่มโครงงานคณิตศาสตร์ซ่ึงประกอบดว้ ยสมาชิก 3 คน มกี ารประชุมวางแผน
เพ่อื กาหนดหัวขอ้ เร่ือง และแบ่งหนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ
1.2สรุปเร่ืองทจ่ี ะศกึ ษา ซ่ึงทางกลุ่มไดล้ งความเห็นว่าการจกั สานจากไมไ้ ผ่ในทอ้ งถิน่
น่าสนใจในการศกึ ษาเพราะมีรูปแบบทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั วชิ าคณิตศาสตร์สามารถสร้างสรรคท์ าใหเ้ กิด
ช้ินงานและเพ่มิ มลู คา่ ใหผ้ ลติ ภณั ฑใ์ นทอ้ งถน่ิ อกี ท้งั เป็นการอนุรักษแ์ ละสืบสานการจกั สานใหเ้ ป็น
มรดกทางภูมิปัญญา
1.3 ปรึกษาครูท่ปี รึกษา ร่วมกนั วเิ คราะห์ วางแผน หาแนวทางในการดาเนินงาน
1.4 ศกึ ษาการลวดลายการจกั สานและการจดั ทาผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผจ่ ากวทิ ยากรภมู ิปัญญา
ทอ้ งถ่ินทบี่ า้ นโนนขา่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น
1.5 กาหนดรูปแบบของการจดั ทาผลติ ภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่โดยให้สมาชิกศึกษาคน้ ควา้ จากตารา
และสืบคน้ ทางอนิ เตอร์เนต็
1.6 ดาเนินงานออกแบบจกั สานและจดั ทาผลติ ภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่
1.7 สรุปผลการดาเนินงาน
1.8 ประชุมอภิปรายปัญหาต่าง ๆ ร่วมกบั ครูทีป่ รึกษาเพอื่ รับฟังความคิดเห็นและนาไป
ปรับปรุงแกไ้ ข
1.9 จดั ทารายงานโครงงานคณิตศาสตร์ฉบบั สมบูรณ์
1.10 นาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ใหน้ กั เรียนและผสู้ นใจ

2. ปฏทิ ินการดาเนินงาน 11

ที่ รายการ ระยะเวลา ผ้รู ับผดิ ชอบ

1 ศึกษาวธิ ีทาโครงงานคณิตศาสตร์ 2-3 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

2 ประชุม วางแผนการจดั ทาโครงงาน 4 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

3 คดิ หัวขอ้ โครงงานคณิตศาสตร์ 5 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

4 เขยี นเคา้ โครง 6 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

5 แบ่งหนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบ 9 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

6 วางแผนการดาเนินงาน 10 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

7 ศึกษาความรู้เกี่ยวกบั การจกั สานและ 11-13 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

วิธีทาผลติ ภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่

8 ศึกษาความเช่ือมโยงของการจกั สาน 16-17 กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

ลวดลาย และเน้ือหาคณิตศาสตร์

9 นาเสนอครูทป่ี รึกษา 18กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา/

ครูท่ีปรึกษา

10 จดั หาวสั ดุอุปกรณส์ าหรับทา 19-20กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

โครงงาน

11 ดาเนินการจดั ทาโครงงาน 23-31กรกฎาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

12 เขียนรายงานโครงงานคณิตศาสตร์ 1-3 สิงหาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

13 นาเสนอครูท่ีปรึกษา 6-7 สิงหาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา/

ครูท่ปี รึกษา

14 แกไ้ ข ปรับปรุง 8-9 สิงหาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

15 ส่งรายงานฉบบั สมบูรณ์ 10 สิงหาคม 2561 คณะผจู้ ดั ทา

12

2. วิธีดาเนินการออกแบบและประดิษฐ์ผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่
คณะผจู้ ดั ทาไดน้ าลายจกั สาน ช่ือลาย ลายชะลอม มาออกแบบและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่

เหตุผลเพราะลายชะลอมเป็นลายทแยงท่ใี ชต้ อกขดั กนั ในแนวทแยง ไมม่ ีเสน้ ต้งั ฉากและเสน้ นอน
แต่จะสานขดั กนั ตามแนวทแยงเป็นหกเหลีย่ ม เช่ือมกนั ไปเร่ือยๆคลา้ ยรวงผ้งึ ลายชนิดน้ีจึงมกั สาน
โปร่ง จึงเหมาะสมและงา่ ยท่ีจะนามาผลติ เป็นผลติ ภณั ฑภ์ ณั ฑส์ าหรับใส่ของเช่น ใส่ผลไม้ ใส่
เครื่องครวั ใส่ของต่างๆ และนามาประยกุ ตเ์ ป็นของชาร่วย ห่อของขวญั แบบไทยๆไดด้ ว้ ย

ลายชะลอม

2.1) วสั ด-ุ อุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการทาผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ มีดงั น้ี
1. ไมต้ อก
2. มดี
3. กรรไกร
4. ที่หนีบ
5. ถุงมือ
6. เชือกไนลอ่ น
7. น้า กระบอกฉีด กะละมงั
8. ลิบบ้ินตกแต่งเพื่อความสวยงาม

2.2) วิธีการสานลายชะลอม
1. นาไมต้ อกทีจ่ กั สาเร็จมาแช่น้าประมาณ 30 นาที เพื่อใหไ้ มต้ อกมคี วามออ่ นนุ่ม
2. นาไมต้ อก 2 เส้นมาวางไขวก้ นั เป็นรูปตวั X
3. นาไมต้ อกอกี สองเส้นสานขดั ดา้ นบนและดา้ นล่าง
4. นาไมต้ อกสานขดั 3 ทศิ ทางให้ไดด้ า้ นละ 4 เส้น รวมเป็นไมต้ อกท้งั หมด 12 เสน้
5. จะเห็นว่าไมต้ อกทกุ เสน้ จะขดั กนั ธรรมดา ยก 1 ขา้ ม 1 จะไดร้ ูปหกเหลี่ยมเป็นจดุ
ศนู ยก์ ลาง 1 รูป และมีรูปหกเหลยี่ มลอ้ มลอ้ ม จานวน 6 รูปลอ้ มรอบ
6. ทาไปเร่ือยๆตามขนาดของฐานผลติ ภณั ฑท์ ่ตี อ้ งการ ก่อนทจ่ี ะข้ึนรูปทรงของสิ่งท่ี
จะประดิษฐ์

วธิ ีการสานลายชะลอม 13

2.3 วธิ ีการประดษิ ฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ 14
1) ผลติ ภณั ฑ์ : ชะลอม

2) ผลิตภณั ฑ:์ ถาดกระจาด

3) ผลิตภณั ฑ:์ กลอ่ ง 15

4) ผลิตภณั ฑ์ : ตะกร้า

บทที่ 4 16
ผลการดาเนินงาน

ผลการดาเนินงาน โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่สวยดว้ ยคณิต คณะ
ผูจ้ ดั ทาขอเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ตามวตั ถุประสงค์ ดงั น้ี

1) การศกึ ษาและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่
2) การนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจดั ทาชิ้นงานผลิตภณั ฑ์

จากไมไ้ ผ่
3) การร่วมอนุรกั ษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทางภมู ปิ ัญญา
4) นกั เรียนมีเจตคติทด่ี ีต่อวชิ าคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์

ในการจดั ทาโครงงานคร้งั น้ี คณะผูจ้ ดั ทาไดน้ าความรู้เร่ือง แบบรูป ความรู้พ้ืนฐานทาง
เรขาคณิต รูปเรขาคณิต ความคลา้ ย และการแปลงทางเรขาคณิต มาประยกุ ตป์ ระดิษฐ์ผลติ ภณั ฑไ์ ม้
ไผ่ ประกอบในการเรียนรู้วชิ าคณิตศาสตร์ ทาให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหาวชิ าคณิตศาสตร์ได้
ชดั เจนมากข้นึ และเห็นประโยชน์ของการเรียนรู้โดยการปฏิบตั จิ ริง บรรลุวตั ถุประสงคด์ งั น้ี
1) การศึกษาและประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากการจกั สานไม้ไผ่

จากการศึกษาการจกั สานพบวา่ ลายชะลอม เป็นลายทแยงที่ใชต้ อกขดั กนั ในแนวทแยง ไม่มี
เสน้ ต้งั ฉากและเส้นนอน แต่จะสานขดั กนั ตามแนวทแยงเป็นหกเหลยี่ ม เชื่อมกนั ไปเร่ือยๆคลา้ ย
รวงผ้ึง เป็นลายท่สี ามารถนามาออกแบบและประดิษฐผ์ ลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ได้ ลายชนิดน้ีจึงมกั สาน
โปร่ง เหมาะสมและงา่ ยท่ีจะนามาผลิตเป็นผลิตภณั ฑส์ าหรบั ใส่ของซ่ึงคณะผจู้ ดั ทาไดป้ ระดิษฐ์
ผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่ ไดแ้ ก่ ชะลอม ถาด ตะกร้า กระเป๋ า กล่อง เป็นตน้

17

2) การนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ต์ใช้ในการออกแบบและจัดทาชิ้นงานผลิตภณั ฑ์จาก

ไม้ไผ่

การศึกษาความรู้ทางคณิตศาสตร์ เราสามารถใช้ความรู้เรื่องแบบรูป ความรู้พ้นื ฐานทาง

เรขาคณิต รูปเรขาคณิต ความคลา้ ย และการแปลงทางเรขาคณิต เพื่อนามาประยกุ ตส์ ร้างสรรค์

ผลงาน โดยพบวา่ การใช้จานวนเส้นตอกทีน่ ามาจกั สานมีแบบรูปสัมพนั ธ์กบั รูปหกเหลีย่ มที่

เกิดข้ึน ดงั แสดงในตาราง

จานวน จานวน

รูปหกเหลย่ี ม จานวนตอก แบบรูป รูปหกเหลย่ี ม แบบรูป

ที่เป็นขอบ(รูป) (เส้น) ทซี่ อ้ นกนั (รูป)

16 0

2 12 1

3 18 2

4 24 3

5 30 4

.. . . .

.. . . .

.. . . .

n 6n - - n-1

18
3) การร่วมอนุรักษ์และสืบสานการจกั สานให้เป็ นมรดกทางภมู ิปญั ญา

ศกึ ษาความรู้เก่ียวกบั การจกั สานจากวทิ ยากรทอ้ งถ่ิน นายสมพงษศ์ ิริมา ทบี่ า้ นโนนขา่ ซ่ึง
เป็นหมู่บา้ นที่มีการจกั สานไมไ่ ผ่ เรียนรู้วิธีการนาไมไ้ ผท่ ่ีมีอยใู่ นหมู่บา้ นมาออกแบบและประดิษฐ์
ผลติ ภณั ฑจ์ ากการสานไมไ้ ผใ่ หท้ นั สมยั ตามสมยั นิยมโดยอยบู่ นพ้นื ฐานของลายสาน ผสมผสาน
ตามความคดิ และจินตนาการ แต่ยงั คงความเป็นเอกลกั ษณ์ของลายสานน้นั เพื่อการจกั สานจะไดไ้ ม่
สูญหายไป อกี ท้งั เป็นการร่วมอนุรักษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาไดอ้ กี ทาง
หน่ึง
4)นักเรียนมเี จตคตทิ ่ีดีต่อวชิ าคณิตศาสตร์และรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์

คณะทางานเขา้ ใจและสามารถสร้างสรรคช์ ้ินงานทีส่ ื่อสารในเชิงคณิตศาสตร์ไดม้ ากข้นึ
มีเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ วชิ าคณิตศาสตร์วา่ คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การสร้างสรรค์ การ
แกป้ ัญหาและการใชเ้ หตุผล อกี ท้งั สามารถอธิบายให้เพ่ือนนกั เรียนในหอ้ งเรียน ชุมนุม และ
ผสู้ นใจไดเ้ ขา้ ใจถงึ การออกแบบและประดิษฐ์ผลิตภณั ฑไ์ มไ้ ผซ่ ่ึงเป็นช้ินงานสร้างสรรค์ ทรงคณุ ค่า
ในชีวติ ประจาวนั และคุณค่าทางดา้ นจิตใจ อีกท้งั เป็นการรู้จกั การใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์
สามารถสร้างเป็นรายไดไ้ ดด้ ว้ ย

ผลงานการประดิษฐ์ผลิตภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่

บทที่ 5 19
สรุปผล และข้อเสนอแนะ

สรุปผล

โครงงานคณิตศาสตร์ เร่ือง สานผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผส่ วยดว้ ยคณิตเป็นการนาความรู้เก่ียวกบั
ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ บรู ณาการเขา้ กบั ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เพอ่ื ใหเ้ กิดผลิตภณั ฑจ์ ากการจกั สานไม้
ไผ่ ทางคณะทางานไดน้ าความรู้ทางคณิตศาสตร์เร่ืองแบบรูป รูปเรขาคณิต ความคลา้ ย และการ
แปลงทางเรขาคณิตมาช่วยในการออกแบบและประดิษฐ์ผลิตภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่สามารถ
ออกแบบและประดิษฐ์ผลิตภณั ฑจ์ ากการจกั สานไมไ้ ผ่ผสมผสานกบั ลายพ้ืนฐานโบราณทคี่ วรค่าแก่
การอนุรักษ์ ให้เป็นผลิตภณั ฑท์ ที่ รงคณุ คา่ เป็นผลติ ภณั ฑท์ ใี่ ชใ้ นวิถีชีวติ ประจาวนั และเป็นการเพิม่
มลู คา่ ของผลิตภณั ฑใ์ นทอ้ งถนิ่ คณะทางานเขา้ ใจและสามารถสร้างสรรคช์ ้ินงานทสี่ ่ือสารในเชิง
คณิตศาสตร์ไดม้ ากข้นึ อกี ท้งั สามารถอธิบายให้เพือ่ นนกั เรียนในห้องเรียน ชุมนุม และผสู้ นใจได้
เขา้ ใจถงึ การออกแบบและประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผซ่ ่ึงเป็นช้ินงานสร้างสรรค์ ทรงคณุ ค่าใน
ชีวติ ประจาวนั และคุณค่าทางดา้ นจิตใจ เป็นผลงานที่มีความสวยงาม ทาไดง้ ่าย และสามารถทาได้
จริง อกี ท้งั เป็นการสืบทอดมรดกทางภมู ปิ ัญญาควรค่าแกก่ ารอนุรกั ษต์ อ่ ไปส่งผลให้การดาเนินงาน
บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ดงั น้ี

1. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การจกั สาน และสามารถออกแบบประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑจ์ าก
การจกั สานไมไ้ ผไ่ ด้

2. สามารถนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและจดั ทาช้ินงาน
ผลิตภณั ฑจ์ ากไมไ้ ผ่ได้

3. ร่วมอนุรกั ษแ์ ละสืบสานการจกั สานให้เป็นมรดกทางภูมปิ ัญญา
4. นกั เรียนมีเจตคติท่ีดีต่อวชิ าคณิตศาสตร์และรู้จกั การใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์

ข้อเสนอแนะ
1. ควรออกแบบและประดิษฐผ์ ลิตภณั ฑจ์ ากการสานไมไ้ ผ่ในลวดลายแบบอนื่ ๆ เพ่อื ความ

สวยงามและคงทนมากยงิ่ ข้นึ
2. ผลติ ภณั ฑท์ ีส่ ร้างสรรคข์ ้ึนสามารถนาไปสร้างเป็นหน่ึงโรงเรียนหน่ึงผลติ ภณั ฑเ์ พอื่ สร้าง

รายไดต้ ่อไป

บบรรณานุกรม 20

ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร. คณติ ศาสตร์กบั ศิลป์ . เอกสารประกอบ
การเรียนวิชาคณิตศาสตร์

ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั . (2544). หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้
พนื้ ฐาน คณิตศาสตร์ เล่ม 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี2
ตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551. พมิ พค์ ร้งั ท่ี 1.
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั . (2544). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้
พ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ เล่ม 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่3
ตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพค์ ร้ังท่ี 1.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ รุ ุสภา ลาดพร้าว.
สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) โครงงานคณิตศาสตร์ สานกั พมิ พ์ บริษทั เดอะมาสเตอร์
กรุ๊ป แมนเนจเมน้ ท์ จากดั . ม.ป.ท.
สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) โครงงานชนะการประกวดกล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ช่วงช้ันท่ี 3 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1-3. สานกั พิมพ์ บริษทั พฒั นาคุณภาพวิชาการ(พว.) จากดั .

กรุงเทพมหานคร.2554.
สุวรกาญจนมยรู . โครงงานคณติ ศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา. พมิ พค์ ร้งั ท่ี 4. สานกั พมิ พไ์ ทยวฒั นา

พานิช จากดั . กรุงเทพมหานคร.2555.

https://www.google.co.th/

ภาคผนวก

1)ชะลอม 22
2) กระจาด
3) กลอ่ ง

4) ตะกร้า

23

5) กระเป๋ า
5) ผลิตภณั ฑ์ : ตะกร้า

24

สรุปแบบสอบถามความพึงพอใจทมี่ ีต่อโครงงานคณติ ศาสตร์
เรื่อง สานผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณิต
*******************************

1. จานวนผู้ตอบแบบสอบถาม
นกั เรียนจานวน 200 คน

2. ร้อยละของความพงึ พอใจทีม่ ีต่อโครงงานคณิตศาสตร์ เร่ือง สานผลติ ภัณฑ์ไม้ไผ่สวยด้วยคณติ

ที่ รายการประเมนิ ระดบั ความพึงพอใจ
5 4 321
1 เขา้ ใจวตั ถุประสงคข์ องโครงงาน 87.5 8.5 2.5 1.0 0.5
2 เป็นโครงงานทมี่ ีความน่าสนใจ 82.5 13.0 4.0 0.5 0
3 เป็นโครงงานท่สี ่งเสริมความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 91 8 0.5 0.5 0
4 เป็นโครงงานทม่ี ีความเหมาะสมกบั ระดบั ของผจู้ ดั ทา 90.5 7 1.5 1.0 0
5 เป็นโครงงานทส่ี ื่อความหมายชดั เจน 85.5 8.5 4.0 2.0 0
6 สมาชิกในกล่มุ มคี วามกระตอื รือร้นรับผดิ ชอบ 87.0 8.8 3.5 0.5 0.5
7 มีการนาเสนอและเผยแพร่ผลงานแกผ่ ูส้ นใจ 84 11.5 2.5 1.0 1.0
8 เป็นโครงงานทม่ี ีการบูรณาการและประยกุ ตเ์ ขา้ กบั วถิ ชี ีวิตใน 95 4.0 1.0 0 0

ทอ้ งถน่ิ 94.0 4.0 4.0 0 0
9 เป็นโครงงานทร่ี ่วมอนุรักษแ์ ละสืบสานมรดกทางภมู ปิ ัญญา 95 3.0 2.0 0 0
10 มีความพึงพอใจต่อโครงงานคณิตศาสตร์เรื่อง มดั หม่ี มดั ลาย
89.2 7.8 2.2 0.6 0.2
สวยดว้ ยคณิต
รวม

จากตารางพบว่า โดยภาพรวมความพงึ พอใจท่มี ีต่อโครงงานคณิตศาสตร์ เร่ือง สานผลติ ภณั ฑ์ไม้ไผ่
สวยด้วยคณิตอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 89.2
เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ จดั อนั ดบั ความพงึ พอใจโดยเรียงจากมากไปนอ้ ย 3 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่
อนั ดับ 1 เป็นโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการและประยกุ ตเ์ ขา้ กบั วถิ ีชีวิตในทอ้ งถ่ิน และ มคี วามพึง

พอใจต่อโครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง มดั หม่ี มดั ลายสวยดว้ ยคณิต
อนั ดับ 2 เป็นโครงงานท่รี ่วมอนุรักษแ์ ละสืบสานมรดกทางภมู ปิ ัญญา
อนั ดับ 3 เป็นโครงงานทส่ี ่งเสริมความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์


Click to View FlipBook Version