รายงานเชิงวชิ าการ
ขนุ ช้างขุนแผน ตอน กำเนดิ พลายงาม
เสนอ
ครูณฐั รภิรมณ์ วราสินธ์
ผู้จัดทำ
นางสาว ปณั ฑิตา พวงดอกไม้ เลขที่ ๒๑
นางสาว พรหมพร พลคอ้ เลขที่ ๒๓
นางสาว ภัคศริ าภรณ์ จนั ทมาศ เลขที่ ๒๕
นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๕/๑๐
รายงานนเ้ี ป็นสว่ นหนง่ึ ของวชิ าภาษาไทยพนื้ ฐาน (ท๓๒๑๐๒)
ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรยี นศรีราชา อำเภอศรรี าชา จงั หวดั ชลบุรี
รายงานเชิงวิชาการ
ขนุ ช้างขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม
เสนอ
ครณู ัฐรภิรมณ์ วราสินธ์
ผูจ้ ดั ทำ
นางสาว ปัณฑิตา พวงดอกไม้ เลขท่ี ๒๑
นางสาว พรหมพร พลคอ้ เลขท่ี ๒๓
นางสาว ภคั ศริ าภรณ์ จันทมาศ เลขที่ ๒๕
นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๕/๑๐
รายงานน้เี ป็นสว่ นหนึง่ ของวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน
(ท๓๒๑๐๒)
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
โรงเรียนศรรี าชา อำเภอศรรี าชา จังหวดั ชลบุรี
ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ท๓๒๑๐๒ รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยมี
จุดประสงค์ เพื่อการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม ซึ่งรายงานน้ี
มีเนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลายงามซึ่งเป็นลูกของนางวันทอง เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักเนื้อเรื่องย่อขุนช้าง
ขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักลักษณะของตัวละครในเรื่อง เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักคุณค่า
ดา้ นวรรณศลิ ปใ์ นเร่ือง และเพ่ือให้ผู้เรยี นไดร้ ู้จักคณุ ค่าดา้ นสังคมในเรอื่ ง
กลุ่มผู้จัดทำได้เลือก หัวข้อนี้ในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้า ในครั้งนี้ เนื่องมาจากเป็นเรื่องท่ี
น่าสนใจ รวมถึงมีความสนใจ ในวรรณคดีเรื่องนี้อยู่เป็นอย่างมาก กลุ่มผู้จัดทำจะต้องขอขอบคุณ
ครูณัฐรภิรมณ์ วราสินธ์ ผู้ให้ข้อแนะนำ แนวทางการศึกษา และเพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดย
ตลอด กลมุ่ ผู้จดั ทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน นักเรียน หรือผู้ที่กำลังสนใจ
ข้อมูลในเรื่องดงั กล่าว
คณะผู้จัดทำ
สารบญั ข
คำนำ หน้า
สารบัญ ก
ความเป็นมา ขุนช้างขุนแผน ข
ประวัตผิ ้แู ต่ง ๑
ลกั ษณะคำประพันธ์ ๑
เนอ้ื เรือ่ งย่อ ๒
ตัวละคร ๓๑
คุณค่าที่ไดร้ ับ ๓๒
๓๔
- ด้านเน้อื หา ๓๔
- ดา้ นวรรณศิลป์ ๓๕
บรรณานุกรม ๓๖
๑
ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน กำเนดิ พลายงาม
ความเป็นมา ขนุ ชา้ งขนุ แผน
เรอื่ งขุนชา้ งขนุ แผน มผี สู้ นั นษิ ฐานวา่ เป็นเร่อื งจรงิ ที่เกดิ ขน้ึ ในแผน่ ดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเล่า
กนั ตอ่ ๆมาจนกลายเปน็ นยิ ายพื้นเมืองของเมืองสุพรรณบุรี ต่อมาได้มผี นู้ ำเร่ืองขุนช้างขุนแผนมาแต่งเป็นกลอน
เสภาเพื่อใช้ในการขับเสภา จึงทำให้เรื่องนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้น ครั้นเสียกรุงแล้วบางตอนก็สูญ
หายไป บางตอนยังมีต้นฉบับเหลืออยู่ เรื่องไม่ติดต่อกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ
ให้กวหี ลายคนช่วยกันรวบรวมและแตง่ ขึ้นเรยี กว่า เสภาหลวง
การชุมนุมกวีครั้งนั้นจึงเป็นการประกวดฝีปากเชิงกลอนอย่างเต็มที่ ทำให้เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน มี
ความไพเราะเพราะพริ้งมากอย่างไร ก็ตามได้มีนักขับเสภาระยะหลังได้แต่งเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นอีก
หลายสำนวนเพื่อใช้ขับเสภาเป็นตอน ๆ ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ หอพระสมุดวชิรญาณได้ชำระหนังสือเสภาเรื่องขุน
ช้างขุนแผนข้ึนเพราะมีเสภาเร่ืองขนุ ช้างขุนแผนหลายฉบบั ทงั้ ฉบบั หลวงและฉบับราษฎรโดยมีสมเด็จกรมพระ
ยาดำรงราชานุภาพและกรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา ทรงเป็นประธานการชำระได้คัดเลือกเอาสำนวนท่ีดีที่สุดมา
รวมกนั จนครบทุกตอน บางตอนก็ไมส่ ามารถทราบนาม
ประวตั ผิ ู้แต่ง
พระสุนทรโวหาร นามเดมิ ภู่ หรือท่ีเรยี กกันทวั่ ไปวา่ สุนทรภู่ เป็นกวชี าวไทยทม่ี ชี ือ่ เสียงได้รับยกย่อง
เป็นเชกสเปียร์แห่งประเทศไทย เกดิ หลงั จากตัง้ กรุงรัตนโกสินทร์ได้ ๔ ปี และได้เขา้ รับราชการเป็นกวี
ราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อสิ้นรัชกาลได้ออกบวชเป็นเวลาร่วม ๒๐ ปี
ก่อนจะกลับเข้ารับราชการอีกครั้งในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นอาลักษณ์ใน
สมเดจ็ เจ้าฟ้าจฑุ ามณี กรมขนุ อศิ เรศรังสรรค์ ในสมัยรชั กาลที่ ๔ ได้เล่อื นตำแหนง่ เปน็ พระสนุ ทรโวหาร
เจา้ กรมอาลกั ษณฝ์ ่ายพระราชวังบวร ซ่งึ เปน็ ตำแหนง่ ราชการสดุ ทา้ ยก่อนส้ินชวี ิต
สุนทรภู่เป็นกวีที่มีความชำนาญทางด้านกลอน ได้สร้างขนบการประพันธ์กลอนนิทานและกลอนนิราศ
ขึ้นใหม่จนกลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางสืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผลงานที่มีชื่อเสียงของสุนทรภู่มี
มากมายหลายเรื่อง เช่น นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ เพลงยาวถวายโอวาท กาพย์พระไชยสุริยา และ พระ
อภยั มณี เป็นต้น
๒
ลกั ษณะคำประพนั ธ์
คำประพนั ธ์ทีใ่ ช้เป็น กลอนเสภา โดยเปน็ คำประพนั ธช์ นดิ หนึง่ ซงึ่ แต่งเพื่อใชข้ บั เพราะใช้เปน็ กลอนขับ
จึงกำหนดคำไม่แน่นอน มุ่งการขับเสภาเป็นสำคัญ จึงใช้คำ ๗ คำ ถึง ๙ คำ การส่งสัมผัสนอกเหมือนกับกลอน
สุภาพ แต่ไม่บงั คบั หรือหา้ มเสียงสงู ตำ่ ตามจำนวนคำแตล่ ะวรรคอยูใ่ นเกณฑก์ ลอน ๗-๙ คำ
ตอนที่ ๒๔ กำเนิดพลายงาม
๏ ครานนั้ วันทองผ่องโสภา อยู่เคหากบั ขุนช้างให้หมางหมอง
ไมม่ สี ุขทุกเวลานำ้ ตานอง ดว้ ยว่าทอ้ งสบิ เดือนไมเ่ คลื่อนคลา
จะคลอดบุตรสุดปวดให้รวดร้าว ตงึ หวั เหน่าเหนด็ เหนื่อยเม่ือยตน้ ขา
แสงหิง่ หอ้ ยพรอยพรายพรา่ งสายตา จะเรยี กหาเจา้ ขุนช้างให้หมางใจ
แตน่ วดนวดปวดมวนให้ปว่ นปนั่ สุดจะกลัน้ กลอกหนา้ น้ำตาไหล
พยงุ ท้องร้องเรียกพวกขา้ ไท จะขาดใจแล้วชว่ ยด้วยแมค่ ุณ
ขนุ ช้างตืน่ ฟ้นื ตัวหัวผงก เหน็ เมียตกใจผวาออกว้าว่นุ
ประคองนางพลางบนเอาตน้ ทุน อย่าท้อแท้แม่คุณจงแข็งใจ
พลางดทู ้องร้องว่าเออออกแล้วซิ ตงั้ สตอิ ารมณจ์ ะขม่ ให้
นางวนั ทองร้องเสือกกล้งิ เกลอื กไป ขุนชา้ งได้หมอนรองประคองคอ
เรียกหาขา้ คนอลหม่าน ๓
ใหไ้ ปรบั ยายสายกับยายยอ
เข้าถือท้องต้องถูกวา่ ลูกตำ่ บนนอกชานพวกผู้หญิงออกว่งิ สอ
ช่วยผันแปรแก้ไขใกลเ้ วลา แตล่ ว้ นหมอตำแยเซ็งแซ่มา
นางวนั ทองร้องไห้ใจจะขาด เอาหน้าคว่ำไขวข่ วางไปข้างขวา
อรุณฤกษ์เบิกสรุ ินทร์ทนิ กร บา้ งตำยาขยำส้มตม้ น้ำร้อน
พอพ้นท้องร้องแวน้ างแม่หวดี พอกรรมชวาตวาตะประทะถอน
ขุนชา้ งมองร้องอ้ายหนเู ป็นผ้ชู าย อทุ รคลอนเคล่ือนคลอดไม่วอดวาย
แล้วทอดเตาเขา้ ไฟไม่ไข้เจบ็ หนา้ ซีดอกสัน่ มงิ่ ขวัญหาย
ค่อยกล่อมเกลยี้ งเลี้ยงไว้จนใหญม่ า ทัง้ ยา่ ยายเย่ียมลูกให้หยูกยา
ไมค่ ลาดเคล่อื นเหมือนแมน้ ขุนแผนพ่อ ครนั้ จะเกบ็ ความกลา่ วยาวหนกั หนา
ท้งั จกุ ผมกลมกล่อมละมอ่ มดี กระท่ังอายุเจ้าได้เกา้ ปี
นางวันทองน้องคะนงึ ถงึ ขุนแผน เหลืองลอออวบอ้วนเปน็ นวลศรี
บอกบ่าวไพรใ่ หส้ ำเหนยี กเรยี กลกู ชาย ช่างพาทีฉอเลาะพูดเพราะพราย
๏ ฝา่ ยขนุ ช้างหมางจติ รใหค้ ิดแค้น ด้วยลูกแมน้ เหมือนเหลือเปน็ เชื้อสาย
เม่ือกระนน้ั เหมือนกูครนั้ ดไู ป ชอ่ื วา่ พลายงามน้อยแก้วกลอยใจ ฯ
อีแม่มันวันทองก็สองจิตร ลกู ขุนแผนมน่ั คงไมส่ งสัย
เรียกพ่อพลายคล้ายผัวอตี วั ดี กก็ ลับไพล่เหมือนพ่ออ้ายทรพี
พอวนั ทองน้องป่วยลงดว้ ยเคราะห์ ช่างประดษิ ฐ์ชอ่ื ลูกใหถ้ ูกท่ี
ทกุ ราตรตี รกึ ตราจะฆ่าฟัน
มาจำเพาะจะวิโยคให้โศกศลั ย์
๔
ฟังเสียงเงียบระงบั หลบั กลางวัน พลายงามน้นั นง่ั กับพ่อท่ีหอกลาง
ขุนชา้ งเห็นเปน็ ทีไม่มเี พื่อน แกลง้ ชี้เชอื นชกั พาลงมาลา่ ง
ใหข้ ีห่ ลังนั่งบ่าแล้ววา่ พลาง ไปชมช้างกวางทรายมีหลายพรรค์
ท้ังนกยงู ฝูงหงส์มันลงเกลือ่ น จบั ไก่เถ่ือนมาเลี้ยงฟงั เสยี งขนั
พูดให้เพลินเดนิ พลางกลางอรัญ แกลง้ ให้หมนั่ ดูแลฝูงแกกา
โพระดกนกงวั่ กระต้ัวเตน้ กระแตเล่นไม้โจนโผนผวา
เจา้ พลายงามถามพอ่ พดู จ้อมา ขุนชา้ งพาเลย้ี วไปปะไมซ้ ุง
เห็นลบั ล้ที ี่สงัดขัดเขมร สะบดั เบนเบือนเหวี่ยงลงเสยี งผลุง
ปะเตะซำ้ ต้ำผางเขา้ กลางพงุ ถีบกระทุ้งถองทุบเสยี งอบุ โอย
พลายงามร้องสองมือมันอุดปาก ด้นิ กระดากถลากไถลร้องไห้โหย
พอหลุดมือรื้อร้องวันทองโวย หมอ่ มพ่อโบยตีฉนั แทบบรรลัย
ไมเ่ หน็ แม่แลหานำ้ ตาตก ขุนชา้ งชกฉดุ คร่าไม่ปราศรยั
จนเหงอื่ ตกกระปรกประปรอมขนึ้ คร่อมไว้ หอบหายใจฮักฮกั เข้าหักคอ
พลายงามดิ้นสน้ิ เสยี งสำเนยี งรอ้ ง ยกแต่สองมอื ไหว้หายใจฝ่อ
มันหา้ มวา่ อย่าร้องก็ต้องรอ เรียกหม่อมพ่อเจ้าขาอย่าฆ่าเลย
จงเหน็ แก่แม่วนั ทองของลูกบ้าง พอ่ ขนุ ช้างใจบุญเจา้ คุณเอ๋ย
ชว่ ยฝังปลกู ลกู ไว้ใชเ้ ชน่ เคย ผงกเงยมันกท็ บุ หงุบลงไป
บีบจมูกจกุ ปากลากกระแทก เสยี งแอก๊ แอ๊กอ่อนซบสลบไสล
พอผีพรายนายขุนแผนผู้แว่นไว เข้ากอดไว้มิใหถ้ ูกลูกของนาย
ขนุ ชา้ งเห็นวา่ ทบั จนตับแตก ๕
แลว้ กล้งิ ขอนซ้อนทับให้ลบั กาย
๏ ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้าง เอาคาแฝกฝุ่นกลบให้ศพหาย
แลว้ เปา่ แก้แผลหายละลายเลือน ทำลอยชายชมป่ากลบั มาเรอื น ฯ
นางพรายบอกวา่ เราบ่าวขนุ แผน อตุ สา่ ห์ง้างขอนใหญใ่ หเ้ ขยื้อน
ไมม่ ว้ ยแลว้ แกว้ ตาอย่าอาวรณ์ เจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตนื่ นอน
แม่ของเจา้ เราจะบอกออกมารบั มาทำแทนเม่ือมนั ทบั ชว่ ยรบั ขอน
เจา้ พลายงามยามเย็นไมเ่ หน็ ใคร อย่นู ี่ก่อนเถิดนะเจ้าอย่าเศร้าใจ
จะไปเรือนเฟือนทางท่ีกลางป่า แลว้ หายวบั วู่วามตามวิสยั
เจา้ แหงนดสู รุ ยิ ฉ์ ายกบ็ ่ายคล้อย เทย่ี วรอ้ งไห้หาแม่ชะแง้คอย
เสยี แรงลกู ผูกใจจะได้พ่งึ นกึ นำ้ ตาหยดเหยาะลงเผาะผอย
โอม้ ีพ่อก็ไม่เหมือนเพอื่ นทงั้ ปวง ใหน้ กึ น้อยใจพ่อพดู ล่อลวง
ร้กู ระนมี้ ิอยากเรยี กพอ่ ดอก พ่อโกรธข้งึ สิง่ ไรเปน็ ใหญ่หลวง
เทีย่ วผนั แปรแลหาน้ำตาคลอ มีแต่ลวงลกู รกั ไปหกั คอ
ดคู รึ้มครึกพฤกษาปา่ สงัด จะไปบอกแม่วันทองให้ฟ้องพ่อ
จงั หรดี รอ้ งก้องเสียงเคยี งเรไร นกึ ระย่อเยอื กเย็นไม่เหน็ ใคร
ดเุ หว่าร้องมองเมียงวา่ เสยี งแม่ ไม่แกวง่ กวัดกา้ นกงิ่ ประวงิ ไหว
อย่นู แี่ น่แมจ่ ๋าจงมารบั ท้ังลองไนเรอ่ื ยแรแ่ วแววบั
๏ ฝ่ายพวกพรายกายสิทธฤิ ทธิรุตม์ ยืนชะแง้แลดเู งย่ี หตู รับ
วิ่งกระสับกระสนวนเวียนไป ฯ
เหมือนลมวดุ วู่หนึ่งถงึ ไหนไหน
๖
ไปเขา้ ฝนั วันทองถึงห้องใน เหมือนจะให้เหน็ ลูกคิดผกู พัน ฯ
๏ ครานั้นวนั ทองผ่องโสภา เมือ่ ลูกแก้วแววตาจะอาสัญ
คิว้ กระเหมน่ เปน็ ลางแต่กลางวัน ให้หวัน่ หวนั่ หววิ หววิ หิวหาวนอน
พอม่อยหลับคลับคล้ายเห็นพลายน้อย ขนุ ชา้ งถอ่ ยทบั ไวด้ ้วยไมข้ อน
ผวาฟ้นื ต่นื ตาใหอ้ าวรณ์ สะอน้ื ออ่ นในอกตกตะลงึ
พอแมงมุมอุ้มไข่ไต่ตีอก นางผงกเง่ียฟังดังผึงผึง
ประหลาดลางหมางจติ รคดิ คะนงึ รำลกึ ถงึ ลูกชายเจา้ พลายงาม
ลุกออกมาหาจบไม่พบเหน็ ที่เคยเล่นอยู่กบั ใครเที่ยวไต่ถาม
แต่อีดูกลูกครอกมนั บอกความ วา่ เห็นตามพ่อขุนชา้ งไปกลางไพร
นางแคลงผัวกลวั จะพาไปฆา่ เสยี น้ำตาเรีย่ เรี่ยตกซกซกไหล
ออกนอกรัว้ ตัวคนเดียวเท่ยี วเดินไป โออ้ าลยั เหลียวแลชะแง้เงย
เห็นคุ่มคุ่มพมุ่ ไม้ใจจะขาด พอ่ พลายงามทรามสวาดขิ องแมเ่ อ๋ย
เจ้าไปไหนไม่มาหาแม่เลย ท่ีโคกเคยว่ิงเล่นไม่เห็นตวั
ฤๅลม้ ตายควายขวิดงูพิษขบ ไฉนศพสาบสญู พ่อทูนหวั
ยง่ิ เยน็ ย่ำคำ่ คลุ้มชอ่มุ มัว ย่ิงเรม่ิ รัวเรียกร่ำระกำใจ
เสยี งซอ้ แซ้แกกาผวาว่อน จิง้ จอกหอนโหยหาทอี่ าศัย
จกั จ่นั เจื้อยร้องริมลองไน เสยี งเรไรหริ่งหริ่งท่ีก่งิ รงั
ทั้งเป็ดผปี ่ีแก้วแว่วแวว่ หวีด เสียงจงั หรดี กรีดแซ่ดังแตรสังข์
นางวนั ทองมองหาละลา้ ละลงั ฤๅผีบังซ่อนเรน้ ไม่เหน็ เลย
๗
จะบนหมสู รุ ารำ่ ว่าครบ ขอให้พบลกู ตวั ทนู หวั เอ๋ย
แล้วลดเลยี้ วเท่ยี วแลชะแง้เงย โอ้ทรามเชยหลากแล้วพ่อแก้วตา
ตะโกนเรยี กพลายงามทรามสวาดิ ใจจะขาดคนเดียวเท่ียวตามหา
สะอืน้ โอโ้ พลเ้ พลเ้ ดินเอกา สกุณานอนรังสะพรงั่ ไพร
เหน็ ฝูงนกกกบุตรยิง่ สดุ เศร้า โอล้ ูกเราไม่ร้วู า่ อยู่ไหน
ชะนีโหวยโหยหวนรัญจวนใจ ย่ิงอาลยั แลหานำ้ ตานอง
พอแว่วแว่วแจ้วเสียงสำเนยี งเรียก นกึ สำเหนียกหลายหนขนสยอง
ตรงเซิงซุ้มคมุ่ เคียงนางเมยี งมอง เหน็ ลูกรอ้ งไห้สะอ้ืนยนื เหลียวแล
ความดีใจไปกอดเอาลกู แก้ว แม่มาแล้วอย่ากลัวทนู หวั แม่
เป็นไรไม่ไปเรือนเทีย่ วเชอื นแช แมต่ ามแต่ตะวันบ่ายเหน็ หายไป ฯ
๏ เจา้ พลายนอ้ ยสร้อยเศร้าแลว้ เลา่ ว่า หม่อมพอ่ พาเวยี นวงให้หลงใหล
แล้วทุบถีบบบี จมูกของลกู ไว้ เอาขอนไม้ทับคอแทบมรณา
พอพวกพ้องของขุนแผนแลน่ มาชว่ ย จงึ ไมม่ ้วยแม่คุณบุญหนักหนา
ยังช้ำชอกยอกเหนบ็ เจ็บกายา พดู นำ้ ตาผอยผอยดว้ ยนอ้ ยใจ ฯ
๏ นางวันทองร้องไหใ้ จจะขาด โอ้ชาติน้ีมีกรรมจะทำไฉน
แล้วเลา่ ความตามจริงทุกสง่ิ ไป เจา้ มิใชล่ กู เต้าเขาจึงชงั
พ่อของเจ้านั้นฤๅชื่อขุนแผน เปน็ คนแคน้ กบั ขุนช้างแต่ปางหลัง
เอาทุกข์ร้อนก่อนเก่าเลา่ ให้ฟงั เดี๋ยวนี้ยังอยู่ในคุกเปน็ ทุกข์ทน
จึงจนใจไม่มีท่จี ะพงึ่ มันทำถึงสาหัสก็ขัดสน
ครัน้ จะฟ้องร้องเลา่ เรากจ็ น ๘
แตร่ ู้อยูว่ า่ ย่าทองประศรี
แม้นไปถงึ พ่ึงพาย่าพ่อพลาย แม้นไม่พน้ มือมนั จะอนั ตราย
แต่ทางน้ันวนั ครึ่งจงึ ถงึ บา้ น อยบู่ า้ นกาญจน์บรุ ีวดั เชิงหวาย
โอ้ใครเลา่ เขาจะพาเจา้ คลาไคล จะสบายบญุ ปลอดตลอดไป
๏ เจ้าพลายงามถามซักตระหนกั แน่ ทางกนั ดารเดนิ ดงจะหลงใหล
อา้ ยคนนี้มิใชพ่ ่อจะขอลา นางร้องไห้สะอนื้ กลนื นำ้ ตา ฯ
สงสารแต่แม่คุณของลกู แก้ว พลางบอกแมล่ ูกแสนแค้นหนกั หนา
เพราะพ่อเลีย้ งเดยี งสาไม่ปรานี ไปหาย่าอยบู่ ้านกาญจนบ์ ุรี
ไปส้ตู ายวายวางเสียข้างหน้า จะลับแลว้ ตายเปน็ ไม่เห็นผี
ขอลาแม่แตน่ น้ี บั ปีไป อย่ทู นี่ ชี่ ีวนั จะบรรลยั
โอพ้ อ่ คุณขุนแผนของลูกเอย๋ ด้วยเกิดมามีกรรมจะทำไฉน
ต้องติดคุกทุกข์ทเุ รศเวทนา แลว้ รอ้ งไห้หวนคิดถงึ บิดา
๏ นางวันทองร้องไห้จติ รใจหาย เม่ือไรเลยลกู จะได้ไปเห็นหนา้
โอล้ ูกแกว้ แววตาจะลาไป เจา้ ครวญครำ่ รำ่ ว่าด้วยอาลัย ฯ
จะเลย้ี วหลงวงวกระหกระเหิน กอดเจ้าพลายงามน้อยละห้อยไห้
โอ้ยากเยน็ เข็ญใจกะไรเลย หนทางป่าคา่ ไม้พอ่ ไม่เคย
เดี๋ยวนเี้ ลา่ เจ้าจะพรากไปจากแม่ เจา้ จะเดินไปถกู ฤๅลูกเอ๋ย
พลางสว้ มสอดกอดแอบไวแ้ นบกาย เพราะกรรมเคยพรากสัตวใ์ หพ้ ลดั พราย
แม่จะแลเห็นใครน่าใจหาย
สะอ้ืนไหไ้ มว่ ายฟายนำ้ ตา ฯ
๏ จนจวนค่ำน้ำค้างลงพรา่ งพราย ๙
อ้ายศัตรูรู้ความจะตามมา
แลว้ พากันดัน้ ดดั ไปวดั เขา ปลอบลกู ชายพลายน้อยเสนหา
แลว้ เล่าความตามจรงิ ทุกส่งิ ไป แม่จะพาเจา้ ไปฝากขรัวนากไว้
เอาลกู อ่อนซ่อนไวเ้ สยี ในหอ้ ง เหน็ สมภารคลานเขา้ ไปกราบไหว้
ท่านขรัวครูผู้เถา้ ว่าเอาวะ เจา้ คณุ ไดโ้ ปรดด้วยช่วยธุระ
ถา้ หากว่ามาคน้ จนถึงห้อง เผ่อื พวกพอ้ งเขามาหาอย่าให้ปะ
ฆา่ ลกู เลี้ยงเอ้ียงดกู ูไมเ่ คย ไวธ้ รุ ะเถดิ อยา่ กลัวที่ผัวเลย
๏ นางวนั ทองหมองหมางไมส่ ร่างทุกข์ กูมิถองก็จงว่าสีกาเอ๋ย
เหน็ จวนคำ่ จำลาทัง้ อาลยั อยา่ ทุกข์เลยลุงจะช่วยลกู อ่อนไว้ ฯ
พอเข้าไปในรวั้ ด่าผัวโผง กระหมวดจกุ ลูกยานำ้ ตาไหล
แต่ชาติน้มี ีกรรมจึงจำเปน็ ลงบนั ไดเดินด่วนดว้ ยจวนเยน็
ข้นึ บนเรือนเหมือนใจจะจากร่าง อ้ายตายโหงหกั คอไม่ขอเหน็
เข้าในหอ้ งหมองอารมณ์ไมส่ มประดี ไดช้ ายเชน่ น้ีมาเป็นสามี
คิดถงึ ลูกผูกพันให้หวั่นอก เหน็ ขนุ ช้างชิงชังผินหลงั หนี
โอ้ลูกเอ๋ยเคยนอนแตก่ ่อนไร เหน็ แตท่ ี่นอนเปลา่ ย่ิงเศร้าใจ
อย่หู ลัดหลดั พลดั พรากไปจากแม่ นำ้ ตาตกผอยผอยละห้อยไห้
โอพ้ ลายงามทรามสวาดจิ ะคลาศแคล้ว จนเจ้าได้สบิ ปเี ขา้ นี่แลว้
๏ ฝ่ายขนุ ช้างครางเคราอ้ายเจา้ เล่ห์ แม่ยังแลเห็นแต่ฟกู ของลูกแก้ว
เสยี งแจ้วแจ้วเจ้าวันทองนองน้ำตา ฯ
เมาโมเยยิ้มกร่ิมอยู่ริมฝา
๑๐
เสยี งวนั ทองรอ้ งไหจ้ ดุ ไฟมา ส่องดหู น้านง่ั เคียงบนเตียงนอน
ทำไถลไถ่ถามเปน็ ความหยอก ฤๅหนามยอกเจ็บปว่ ยจะช่วยถอน
พลางรับขวัญวันทองร้องละคร เจา้ ทุกขร์ ้อนรำคาญประการใด ฯ
๏ นางวนั ทองข้องขัดสะบัดหนา้ ขนุ ช้างรำทำทา่ เขา้ ควา้ ไขว่
นางผลกั พลิกหยิกข่วนวา่ กวนใจ ไฮ้อะไรนี่เลา่ เฝ้าเซา้ ซี้
ลูกขา้ หายตายเป็นไม่เห็นศพ อย่ามากลบรอยเสือเบือ่ บัดสี
เจา้ พาไปในป่าพนาลี แล้วก็มพิ ามาว่ากะไร ฯ
๏ ขนุ ชา้ งฟังช่างแก้อีแม่เจา้ ข้าเมาเหล้าหลับซบสลบไสล
ใครบอกเจา้ เล่าว่าขา้ พาไป หลอ่ นไม่ไดต้ ามขา้ ผ่าเถิดซิ
เม่อื กลางวันยังเห็นเล่นไม้หึง่ กบั อ้ายอึง่ อีดูกลูกอปี ิ
แลว้ วา่ เจา้ เลา่ กช็ า่ งน่ังมึนมิ ว่าแล้วสอิ ย่าให้ลงไปดิน
ลกู ปะหล่ำกำไลใส่ออกกลบ ฉวยวา่ พบคนร้ายอ้ายคอฝนิ่
มันจะทุบยบุ ยบั เหมือนกบั รนิ้ งา้ งกำไลไปกนิ เสยี แล้วกรรม
แลว้ แกเ้ ก้อเรอ่ ออกไปนอกห้อง ตะโกนรอ้ งเรียกข้ามาด่าพร่ำ
ไปเทยี่ วตามถามหาถงึ ทา่ นำ้ ไม่พบทำถอนใจกลบั ไปเรือน
รินสรุ ามาดื่มลืมสติ อุตริร้องไหใ้ ครจะเหมือน
ข้นึ หอขวางกลางแจ้งเหน็ แสงเดือน โอ้พอ่ เพื่อนชีวิตของบิตุรงค์
แกล้งรอ้ งร่ำคร่ำครวญทำหวนโหย ละโอดโอยเอกทุ้มจนลุ่มหลง
ถึงท่อนปลายกรายเกรนิ่ เป็นเดนิ ดง ปกี เจา้ อ่อนร่อนลงในดงเตย
แลว้ รูต้ วั กลัวเมียร้องเสียใหม่ ๑๑
เสียงออ้ แอแ้ ผ่กายนอนหงายเงย
๏ นวลนางวนั ทองค่อยย่องย่าง เจา้ จำไกลพ่อแลว้ ลกู แกว้ เอย๋
สะอน้ื อั้นพนั ผูกถงึ ลกู ชาย จนลืมเลยซบเซาดว้ ยเมามาย ฯ
จงึ เย็บไถใ้ ส่ขนมกับสม้ ลม้ิ เห็นขนุ ชา้ งหลบั สมอารมณ์หมาย
แหวนราคาห้าช่ังทองบางตะพาน จนพลัดพรายเพราะผวั เป็นตัวมาร
ไปอย่บู า้ นท่านย่าจะหายาก ท้ังแชอ่ ่มิ จันอบั ลูกพลบั หวาน
แล้วน่งั นกึ ตรกึ ตราน้ำตายอ้ ย ลว้ นต้องการเก็บใสใ่ นไถน้ ้อย
๏ จะกลา่ วถึงพลายงามทรามสงสาร เมื่ออดอยากอย่างไรได้ใชส้ อย
พวกศิษยเ์ ณรเถนชตี ้นชว่ ยฝนไพล รำคาญคอยสรุ ยิ าจะคลาไคล ฯ
แล้วสมภารทา่ นก็หลบั ระงบั เงียบ พ่งึ สมภารอยู่ในหอ้ งนั่งรอ้ งไห้
เพราะแม่ลกู ผกู จิตรคดิ ถึงกัน มาลบู ไล้แผลท่มี ันตีรนั
ดุเหวา่ ร้องซอ้ งเสียงสำเนียงแจว้ ย่งิ เย็นเยียบเยือกใจเม่ือไกข่ นั
สะดงุ้ ใจไหววับทงั้ หลับตา เฝา้ ใฝ่ฝันเฟือนแลเหน็ แมม่ า
ครัน้ ร้สู ึกนกึ ได้ใหล้ ะห้อย ใหแ้ วว่ แวว่ วา่ วันทองรอ้ งเรยี กหา
จนเคาะระฆงั หง่ังเหงง่ เสยี งเครงครน้ื ร้องขานขาสดุ เสียงแตเ่ ท่ยี งคืน
๏ นางวนั ทองร้องไห้เม่อื ใกล้รุ่ง เจา้ พลายน้อยนิ่งนอนถอนสะอนื้
ด้วยวดั เขาเขา้ ใจเคยไปเจน สมภารต่ืนเตือนสตี ้นสวดมนต์เกน ฯ
แลว้ ถอื ไถ้ใส่ขนมผ้าห่มห้มุ น้ำคา้ งฟุ้งฟ้าแดงเปน็ แสงเสน
โจงกระเบนมัน่ เหมาะห่มเพลาะดำ
ออกยา่ งดุม่ เดินเหยา่ ก้าวถลำ
ลงจากเรือนเชอื นมาข้างท่านำ้ ๑๒
ถงึ วัดเขาเช้าตรูด่ ลู กู น้อย
จะน่งั หยดุ พูดจาจะชา้ การ แลว้ รบี รำ่ เดนิ ตรงเข้าดงตาล
ให้ขนมส้มสูกแกล่ ูกรัก เหน็ มาคอยนั่งท่านา่ สงสาร
หนทางบา้ นกาญจน์บุรีตรงนีแ้ ล ลาสมภารพามาปา่ สะแก
อตุ สา่ ห์ไปให้ถึงเหมือนหนง่ึ ว่า สงสารนักจะร้างไปหา่ งแม่
จงหมายม่งุ ทุ่งกวา้ งตามทางเกวียน จำให้แน่นะอยา่ หลงเทยี่ ววงเวียน
แลว้ เกลา้ จุกผูกไถท้ ่ใี ส่ของ ใหค้ ณุ ยา่ เปน็ อาจารย์สอนอ่านเขยี น
แลว้ กอดลูกผูกใจจะไกลกัน ที่โลง่ เลีย่ นลดั ไปในไพรวนั
ขอเดชะพระไพรข้าไหว้กราบ ให้แหวนทองทกุ สง่ิ ทำม่ิงขวญั
ทั้งปเู่ จ้าเขาเขนิ ขอเชญิ พา สะอ้ืนอัน้ ออกปากฝากเทวา
ทั้งพ่อคุณขุนแผนแสนวเิ ศษ ช่วยกำราบเสือสงิ หม์ หงิ สา
ช่วยลูกชายพลายงามเม่ือยามจน ไปถึงย่าอย่าใหห้ ลงเทย่ี ววงวน
นางครวญครำ่ รำ่ วา่ นำ้ ตาตก บงั เกิดเกศแก้วตาสถาผล
แมอ่ ุ้มทอ้ งครองเล้ยี งถึงเพยี งน้ี ใหร้ อดพ้นภัยพาลถงึ กาญจน์บุรี
เคยกนิ นอนวอนแม่ไม่แหห่าง เหมือนหนึง่ อกพพุ องเปน็ หนองฝี
ทั้งจุกไรใครเล่าจะเกลา้ พนั ไดส้ ิบปีเศษแลว้ จะแคล้วกนั
นับปีมิได้มาเห็นหนา้ แม่ จะอ้างว้างเปลา่ ใจในไพรสัณฑ์
โอเ้ สยี ชาตวิ าสนาแมอ่ าภัพ จะนบั วันนับเดือนไปเลื่อนลับ
จะห่างแหหายเหมือนเม่ือเดือนดบั
ให้ยอ่ ยยบั ยากแคน้ แสนระยำ
จะมผี วั ผัวก็พลดั กำจัดจาก ๑๓
มามลี กู ลูกกจ็ ากวิบากกรรม
๏ เจา้ พลายงามความแสนสงสารแม่ จนแสนยากอยา่ งน้แี ล้วมหิ นำ
แลว้ กราบกรานมารดาด้วยอาลยั สะอ้นื ร่ำรนั ทดสลดใจ ฯ
แต่ครงั้ นีม้ ีกรรมจะจำจาก ชำเลอื งแลดหู น้านำ้ ตาไหล
เท่ียวหาพ่อขอให้ปะเดชะบุญ ลูกเตบิ ใหญค่ งจะมาหาแม่คณุ
แมร่ ักลูกลูกก็รู้อยู่วา่ รกั ตอ้ งพลัดพรากแม่ไปเพราะไอ้ขนุ
จะกนิ นอนวอนว่าเมตตาเตอื น ไม่ลืมคุณมารดาจะมาเยอื น
แมว่ ันทองของลกู จงกลบั บ้าน คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แมน้ เหมอื น
จะกม้ หน้าลาไปมิไดก้ ลวั จะจากเรือนร้างแม่ไปแตต่ วั
๏ นางกอดจูบลูบหลังแลว้ สั่งสอน เขาจะพาลวา้ ว่นุ แม่ทูนหวั
พอ่ ไปดีศรสี วัสดกิ ำจดั ภยั แมอ่ ย่ามวั หมองนักจงหักใจ ฯ
ลูกผู้ชายลายมอื นนั้ คือยศ อำนวยพรพลายน้อยละห้อยไห้
แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จนเติบใหญย่ งิ่ ยวดได้บวชเรยี น
ลูกก็แลดแู มแ่ ม่ดูลูก เจา้ จงอตสา่ หท์ ำสม่ำเสมยี น
สะอ้ืนร่ำอำลาดว้ ยอาลัย จะจากเจยี นใจขาดอนาถใจ
เหลยี วหลงั ยงั เห็นแม่แลเขมน้ ต่างพนั ผกู เพยี งว่าเลือดตาไหล
แต่เหลยี วเหลียวเลีย้ วลับวบั วญิ ญาณ์ แล้วแขง็ ใจจากนางตามทางมา
๏ นางวนั ทองหมองมัวกลัวขนุ ช้าง แม่กเ็ หน็ ลูกน้อยละห้อยหา
โอเ้ ปลา่ ตาต่างสะอื้นยนื ตะลึง ฯ
ไมเ่ หมือนอย่างคนทัง้ ปวงมันหวงหงึ
๑๔
ออกชายทุง่ มุ่งเมินเดนิ ตะบงึ กลับมาถึงเรือนรำ่ ระกำตรอม
ทุกเยน็ เช้าเศรา้ หมองเฝา้ ร้องไห้ ด้วยอาลัยพลายงามทรามถนอม
ถึงยามกินสิ้นรสสู้อดออม จนซบู ผอมผวิ พรรณทุกวนั คนื ฯ
๏ เจ้าพลายงามตามทางไปกลางทุ่ง เขม้นม่งุ เขาเขินเดนิ สะอน้ื
ออกหลังบา้ นตาลตะคุ่มเป็นพุ่มพื้น รม่ รน่ื รังเรยี งเคยี งตะเคยี น
ต้นแคคางกรา่ งกระทุ่มชอุ่มออก ท้ังชอ่ ดอกดูไสวเหมือนไมเ้ ขียน
เจ้าพลายเพลนิ เดินพลางตามทางเกวียน ตลอดเลี่ยนลมเร่อื ยเฉือ่ ยเฉ่อื ยมา
ถึงโคกฆ้องหนองสะพานบา้ นกะเหรีย่ ง เหน็ โรงเรยี งไรฝ่ ้ายทง้ั ซ้ายขวา
พริกมะเขือเหลืองามอร่ามตา สาลกิ าแก้วกินแลว้ บินฮือ
เหน็ ไก่เตีย้ เขีย่ ค้ยุ ที่ขยุ ไผ่ กระโชกไล่ลดเลีย้ วมนั เปรยี วปรื๋อ
พบนกยงู ฝงู ใหญไ่ ล่กระพือ มนั บนิ หวอื โหร่ อ้ งคะนองใจ
จนเหนด็ เหนื่อยเม่ือยข้อใหท้ ้อแท้ คดิ ถงึ แมว่ ันทองแล้วร้องไห้
พระสรุ ิยาสายณั ห์ลงไรไร เหมอื นจติ รใจเจา้ จะขาดลงรอนรอน
พอจวนพลบพบฝงู จงิ้ จอกน้อย ว่งิ รอ่ ยร่อยตามเขาแลว้ เหา่ หอน
แสยงเส้นโลมาใหอ้ าวรณ์ ถึงดงดอนแดนบา้ นกาญจนบ์ รุ ี
เหน็ วัดร้างข้างเขาดูเกา่ แก่ ยงั มแี ตร่ ปู พระชินสหี ์
โบสถโ์ บราณบานประตูยังดดู ี พอราตรีกราบไหว้อาศัยนอน
ครนั้ รุ่งเชา้ เอาขนมท้ังส้มลม้ิ พอกนิ อิ่มแล้วออกเดนิ เนนิ สงิ ขร
ถึงบา้ นกร่างทางคนเขาหาบคอน เหน็ เด็กตอ้ นควายองึ คะนึงไป
ไมร่ ู้ความถามเหลา่ พวกชาวบ้าน ๑๕
เด็กบา้ นนอกบอกเลา่ ใหเ้ ขา้ ใจ
มะยมใหญใ่ นบา้ นกินหวานนกั ว่าเรอื นทา่ นทองประศรีอยู่ท่ีไหน
พอฉวยไดไ้ อ้ขิกหยกิ เสียยับ แกอยู่ไร่โนน้ แน่ะยังแลลับ
ถา้ ลกู ใครไปเลน่ แกเห็นเข้า กไู ปลกั บ่อยบ่อยแกคอยจบั
มาถามหาวา่ ไรช่างไม่กลวั รา้ ยเหมอื นกับผเี ส้ือแกเหลือตัว
๏ เจ้าพลายงามถามแจง้ แลว้ แกลง้ วา่ แกจบั เอานมยานฟดั กระบานหวั
จะขน้ึ ลกั หักห่อให้พอการ แกจบั ตัวตตี ายยายนมยาน ฯ
พวกเด็กเด็กดใี จไปสหิ วา เอ็งช่วยพาเราไปชมมะยมหวาน
บา้ งเหน็บหน้าผา้ นงุ่ เกีย้ วพงุ พัน มาสู่ทา่ นทง้ั ส้นิ กินดว้ ยกัน
พอถึงบา้ นทา่ นยายทองประศรี ซ่อนข้าวปลาปล่อยควายแล้วผายผัน
เจ้าพลายงามขามจติ รยังคดิ แคลง หวั เราะกันกจู ะหอ่ ใหพ้ อแรง
ดูเงียบเชียบเลียบรอบรมิ ขอบรวั้ พวกเดก็ ชีเ้ รือนให้แลว้ แอบแฝง
ประตหู ับยบั ยัง้ ยืนฟังไป ค่อยลัดแลงเลง็ แลมาแต่ไกล
รวู้ ่าคนบนนนั้ น่ังป่นั ฝ้าย ไม่เห็นตัวท่านย่านา่ สงสัย
ข้ึนมะยมห่มลอ้ ทำตอแย เสยี งแตไ่ นออดแอดแรดแรแร
จึงจะบอกออกตามเนื้อความลับ จะอบุ ายบอกความตามกระแส
แลว้ เมียงมองย่องดอดเข้าลอดร้วั ใหท้ า่ นแลเหน็ เรามาเอาตวั
แลว้ พยกั กวักเรยี กอ้ายเด็กเด็ก ไดอ้ ยู่กับยา่ กำเนดิ บงั เกดิ หัว
ค่อยแฝงตัวข้ึนบนต้นมะยม
ลกู เลก็ เล็กหลบลอบค่อยหมอบกม้
ระวงั ตัวกลัวยายเถ้าเจ้าคารม ๑๖
๏ คราน้นั ทา่ นยายทองประศรี
ใหพ้ วกเหลา่ บ่าวไพร่ไปไรน่ า เก็บมะยมซุบซิบกระหยิบตา ฯ
แต่ขุนแผนแสนสนทิ ต้องตดิ คุก กบั ยายปลียายเปลอย่เู คหา
จนซูบผอมตรอมใจมาหลายปี ตามประสาเพศบา้ นกาญจนบ์ ุรี
แตห่ ูไวได้ยนิ มะยมหล่น ไม่มสี ขุ เศร้าหมองทองประศรี
เห็นเดก็ เดก็ เล็ดดลอดดอดเข้ามา อยแู่ ต่ท่ีในห้องนองน้ำตา
ลงบนั ไดอา้ ยเด็กเล็กเล็กวง่ิ เปน็ ทำวนแหวกมองตามช่องฝา
ชกโคตรเคา้ เหล่ากอเอาพอเพียง แกฉวยคว้าไมต้ ระบองค่อยมองเมยี ง
มองเขม้นเหน็ ลูกหวั จกุ น้อย แกไล่ท้ิงด่าทอมันล้อเถียง
อยา่ แอบองิ น่ิงน่งั ต้งั เทพนม พอแว่วเสียงอยู่บนตน้ มะยม
๏ เจา้ พลายงามคร้ามพร่ันขยั้นหยุด เหมอ่ ้ายจ้อยโจรปา่ ดา่ ขรม
จึงวา่ ฉานหลานดอกบอกให้รู้ ลงมาก้มหลังลองตระบองกู ฯ
ทองประศรีชหี้ น้าว่าอุเหม่ ความกลัวสุดแสนกลัวตวั เป็นหนู
มาเถดิ มาย่าจะให้ไม้ตระบอง อนั ที่อยู่เมืองสุพรรณบ้านวันทอง
เจา้ พลายงามความกลวั จนตัวสนั่ อา้ ยเจา้ เล่ห์หลานข้ามันน่าถอง
แล้วนกึ วา่ ย่าตวั กลัวอะไร แกคอยจ้องจะทำใหห้ นำใจ
๏ ทองประศรตี หี ลงั เสียงดงั ผึง หยดุ ขยน้ั อยู่ไม่กล้าลงมาได้
มาแตไ่ หนลูกไทยฤๅลูกจีน โจนลงไปกราบยา่ ทีฝ่ า่ ตีน ฯ
จะมัดมึงกูไม่ปรบั เอาทรัพยส์ ิน
เฝา้ ลักปีนมะยมห่มหกั ราน
๑๗
เจ้าพลายน้อยคอยหลบแล้วนบนอบ ฉันเจ็บบอบแล้วยา่ เมตตาหลาน
ขา้ เปน็ ลกู พอ่ ขนุ แผนแสนสะท้าน ขา้ งฝา่ ยมารดาชื่อแมว่ นั ทอง
จะมาหายา่ ช่อื ทองประศรี อย่าเพ่อตฉี ันจะเลา่ ความเศร้าหมอง
ย่าเขม้นเห็นจริงทิ้งตระบอง กอดประคองรบั ขวัญกลนั้ นำ้ ตา
แล้วดา่ ตวั ช่วั เหลอื ไม่เชื่อเจา้ ขนื ตีเอาหลานรักเปน็ หนักหนา
จนหัวหอ้ ยพลอยนอพ่อนน่ี า แลว้ พามาข้ึนเรือนเตือนยายปลี
ชว่ ยฝนไพลใหเ้ หลวเร็วเร็วเข้า อเี ปลเอาขันล้างหน้าออกมานี่
แกตกั นำ้ ร่ำรดหมดราคี ชว่ ยขัดสโี ซมขม้นิ สิน้ เป็นชาม
แลว้ ทาไพลให้หลานสงสารเหลือ มานัง่ เส่อื ลันไตปราศรัยถาม
เจา้ ช่อื ไรใครบอกออกเน้ือความ จงึ ไดต้ ามขึ้นมาถึงย่ายาย ฯ
๏ เจา้ พลายน้อยสร้อยเศรา้ แล้วเลา่ เรอ่ื ง แต่อยูเ่ มืองสุพรรณเหมือนมัน่ หมาย
แมว่ ันทองครองเลยี้ งไว้เคยี งกาย ให้ชื่อพลายงามน้อยแก้วกลอยใจ
ให้ไหวบ้ ญุ ขนุ ช้างเหมือนอยา่ งพ่อ มันลวงลอ่ หลานหลงไมส่ งสัย
พาหลานเที่ยวเลย้ี วทางไปกลางไพร เอาขอนไมท้ ับคอแทบมรณา
แมจ่ ึงบอกออกวา่ พ่อชอื่ ขนุ แผน ขุนชา้ งแคน้ เคอื งคิดริษยา
อยไู่ ม่ไดใ้ นสุพรรณจงึ ดั้นมา ขอพึง่ บุญคุณยา่ ประสาจน ฯ
๏ ทองประศรีตีอกชกผางผาง ทุดอ้ายช้างชาติข้าอ้ายหน้าขน
ลูกอเี ถ้าเทพทองคลองน้ำชน จะฆ่าคนเสยี ท้ังเปน็ ไม่เอน็ ดู
ทำราวเจ้าชีวิตกคู ดิ ฟ้อง ให้มนั ตอ้ งโทษกรณจ์ นอ่อนหู
๑๘
แกบน่ ว่าดา่ รำ่ ออกพรำ่ พรู พอ่ มาอย่บู ้านยา่ แล้วอย่ากลัว
แมน้ อ้ายขนุ วุ่นมาวา่ เปน็ ลกู มนั มิถูกนมยานฟดั กระบานหัว
พลางเรียกอไี หมท่ีในครวั เอาแกงคัว่ ขา้ วปลามาใหก้ ิน
พอบ่ายเบีย่ งเสยี งละวา้ พวกข้าบ่าว ทั้งมอญลาวเลกิ นาเขา้ มาสิ้น
บ้างสุมไฟใสค่ วนั กันยุงริ้น ตามท่ีถ่ินบ้านนอกอยู่คอกนา ฯ
๏ คร้ันพลบค่ำยำ่ ฆ้องทองประศรี เรียกยายปลยี ายเปลเขา้ เคหา
เย็บบายศรนี มแมวจอกแกว้ มา ใสข่ า้ วปลาเปร้ยี วหวานเอาพานรอง
เทียนดอกไม้ไข่ข้าวมะพร้าวพรอ้ ม น้ำมันหอมแป้งปรงุ ฟุ้งทั้งห้อง
ลูกปะหล่ำกำไลไขออกกอง บอกวา่ ของพอ่ เจ้าแตเ่ ยาวม์ า
เอาสอดใสใ่ หห้ ลานสงสารเหลือ ด้วยหนอ่ เนอ้ื นึกรักเป็นหนักหนา
เหมือนพอ่ แผนแสนเหมอื นไม่เคลอ่ื นคลา ทงั้ หตู าคมสนั เป็นมนั ยับ
พลางเรยี กหาขา้ คนมาบนหอ ใหน้ ่ังตอ่ ต่อกนั เป็นอันดบั
บายศรตี ้งั พรั่งพร้อมน้อมคำนับ เจรญิ รับมิง่ ขวญั รำพันไป ฯ
๏ ขวญั พ่อพลายงามทรามสวาดิ มาชมภาชนะทองอนั ผ่องใส
ลว้ นของขวัญจันทน์จวงพวงมาลยั ขวญั อย่าไปป่าเขาลำเนาเนนิ
เห็นแต่เนอ้ื เสือสงิ ห์ฝูงลงิ คา่ ง จะอา้ งวา้ งเวยี นวกระหกระเหิน
ขวัญมาหาย่าเถิดอยา่ เพลดิ เพลนิ จงเจริญร้อยปอี ย่ามภี ยั
แล้วจุดเทยี นเวียนวงสง่ ให้บา่ ว มนั โห่กราวเกรียวลนั่ สน่ันไหว
คอยรับเทยี นเวียนสง่ เป็นวงไป แลว้ ดบั ไฟโบกควันให้ทนั ที
๑๙
มะพร้าวอ่อนป้อนเจา้ ทงั้ ขา้ วขวญั กระแจะจนั ทนเ์ จิมหน้าเป็นราศี
ใหส้ าวสาวลาวเวยี งที่เสยี งดี มาซอปี่อ้อซัน้ ทำขวญั นาย ฯ
๏ พอ่ เม้ือเมืองดง เอาพงเป็นเหยา้ อดึ ปลาอดึ ขา้ ว ขวัญเจ้าตกหาย
ขวัญออ่ นร่อนเร่ ว้าเหวส่ ่กู าย อยูป่ ลายยางยงู ท้องทุ่งท้องนา
ขวญั เผอื เมื้อเมนิ ขอเชิญขวัญพอ่ ฟังซอเสียงอ้อ ขวญั พอ่ เจา้ จา๋
ขา้ วเหนียวเต็มพ้อม ข้าวปอ้ มเต็มปา่ ขวัญเจา้ จงมา สู่กายพลายเอย ฯ
๏ แล้วพวกมอญซอ้ นซอเสยี งออ้ แอ้ ร้องทะแยย่องกระเหนาะย่ายเตาะเหย
ออระน่ายพลายงามพ่อทรามเชย ขวัญเอย๋ กกกะเนยี งเกรยี งเกลิง
ให้อยดู่ ีกินดมี เี มยี สาว เนยี งกะราวกนตะละเลิงเคลง่ิ
มวยบามาขวญั จงบันเทงิ จะเปิงยีอ่ ิกะปปิ อน
ทองประศรีดใี จให้เงินบาท เห็นแต่ทาสพร่ังพร้อมลอ้ มสลอน
ถงึ เวลาพาเจา้ เขา้ ท่นี อน มฟี กู หมอนม้งุ มา่ นสำราญใจ ฯ
๏ เจ้าพลายงามถามยา่ วา่ พ่อแผน ตอ้ งคบั แคน้ เคอื งเข็ญเปน็ ไฉน
ไมเ่ คยคุน้ คุณยา่ ชว่ ยพาไป พอหลานไดเ้ ห็นหน้าบดิ าตวั
ได้ฟงั หลานทา่ นย่านำ้ ตาตก สะอื้นอกอาดรู วา่ ทนู หวั
พอ่ เอ็งย่าว่าไรเขาไมก่ ลวั เพราะเมามัวเมียลาวนางชาววงั
ไปทูลขอพระองค์ทรงพระโกรธ ให้ลงโทษทนทุกขใ์ ส่คกุ ขัง
แต่ไมต่ ้องจองจำอยู่ลำพัง ถงึ สบิ ปีแล้วยังไม่พ้นเลย
รงุ่ พรงุ่ นส้ี ยิ ่าจะพาเจ้า ไปหาเขาอยูท่ ่ีทบั รมิ หบั เผย
ให้พ่อเหน็ เย็นอารมณไ์ ดช้ มเชย ๒๐
๏ เหน็ แสงทองหมองจิตรคดิ ถึงลูก
ใสข่ า้ วปลาผา้ ผอ่ นท่อนสไบ พูดจนเลยลมื หลบั ระงับไป ฯ
ทง้ั ปูนยาสาคแู ลพลูหมาก สง่ั บ่าวผูกช้างสปั คับใหญ่
อ้ายกลุ าตาหลอเปน็ หมอควาญ กบั ไต้ไฟฟักแฟงแตงนำ้ ตาล
ลงบางขามขา้ มบา้ นสะพานโขลง จะไปฝากขนุ แผนแสนสงสาร
สองวันครงึ่ ถงึ กรงุ อยธุ ยา แล้วพาหลานขน้ึ ชา้ งตามทางมา
๏ จะกล่าวฝ่ายนายขุนแผนที่แสนทุกข์ ออกทุ่งโลง่ เลี้ยวทางไปข้างขวา
อยู่หับเผยเคยสะอาดขาดสำอาง ลงเดนิ พาพลายงามไปตามทาง ฯ
ผมยาวเกล้ากระหวดั ตัดไมเ่ ข้า แตต่ ดิ คุกขัดข้องให้หมองหมาง
อยู่เปลา่ เปล่าเล่ากจ็ นพน้ กำลัง จนผอมซบู รปู ร่างดรู ุงรงั
ให้นางแก้วกิรยิ าชว่ ยทารัก เหตุด้วยเขาคงทนทง้ั มนตร์ขลัง
ใบละบาทคาดได้ดว้ ยง่ายดาย อตุ สา่ ห์นั่งทำการสานกระทาย
พอมารดามาถึงทับรบั เขา้ ห้อง ขนุ แผนถกั ขอบรัดกระหวดั หวาย
เห็นลูกชายพลายงามถามทนั ใด แขวนไวข้ ายทั้งเรือนออกเกลื่อนไป
๏ ทองประศรีชแ้ี จงแถลงเล่า ท้งั ขา้ วของผคู้ นขนมาให้
แล้วบอกความตามท่ีมศี ตั รู นีล่ ูกใครหนา้ ตานา่ เอ็นดู ฯ
เข้าส้วมสอดกอดจบู แลว้ ลบู หลัง น่ลี กู เจา้ แลว้ เปน็ ไรไหว้เสยี หนู
แคน้ ขุนช้างดงั จะด้นิ ส้นิ ชวี า ขุนแผนร้รู ับขวญั กลนั้ น้ำตา
น้ำตาพรั่งพรง่ั พรายท้ังซ้ายขวา
มนั ชะล่าชะเลยจนเคยตัว
ฉดุ คร่าพาวนั ทองไปครองคู่ ๒๑
ทง้ั ลกู เตา้ เอาไปฆ่าเหมือนม้าวัว
วนั นีค้ ่ำจำจะไปให้ถงึ บา้ น เห็นว่ากูถอื สตั ย์ไม่ตัดหัว
ลูกผูช้ ายตายไหนก็ตายไป หมายว่ากลัวแลว้ กระมังอ้ายจังไร
๏ ทา่ นย่าทองประศรวี า่ อีพ่อ สบั กระบานหัวเชอื ดให้เลือดไหล
ไปฆ่าผีดีกว่าฆา่ ขุนชา้ ง ขัดใจฮดึ ฮัดกัดฟันฟาง ฯ
ลูกของเจ้าเลา่ ก็มาหาเจ้าแล้ว แมจ่ ะขอทานทัดเหมือนขัดขวาง
จงฟังแม่แตเ่ ท่านน้ั แลว้ กันไป จะสืบสร้างบาปกรรมไปทำไม
ลกู ของเจ้าเล่าแมจ่ ะรบั เลย้ี ง ใชเ่ ชอื้ แถวเจา้ ยังมีอยทู่ ่ีไหน
ทก่ี รว้ิ โกรธโทษกรณ์จะผ่อนคลาย พอ่ จะได้ภาวนารกั ษากาย
โบราณทา่ นสมมตุ ิมนุษยน์ ้ี ชว่ ยกล่อมเกลย้ี งเลี้ยงไว้ไดถ้ วาย
ท่ที กุ ข์โศกโรคร้อนค่อยผอ่ นปรน คราวเคราะหร์ า้ ยเจา้ จงเจียมเสง่ยี มตน
๏ ครานน้ั ขนุ แผนแสนสุภาพ ยากแลว้ มใี หม่สำเร็จถงึ เจ็ดหน
ลูกเห็นแต่แม่คณุ คอ่ ยอุ่นใจ คงจะพ้นโทษทัณฑ์ไม่บรรลัย ฯ
อนั ตำรับตำราสารพัด ก้มกราบมารดาน้ำตาไหล
ถ้าลมื หลงตรงไหนไขออกดู ชว่ ยสอนใหพ้ ลายงามเรยี นความรู้
แลว้ ลบู หลังสั่งความพลายงามนอ้ ย ลูกเก็บจดั แจงไวท้ ี่ในตู้
รสู้ ง่ิ ไรกไ็ ม่สู้ร้วู ิชา ทง้ั ของครขู องพ่อตอ่ กันมา
เรายากแล้วแก้วตาอยา่ ประมาท เจา้ จงค่อยร่ำเรียนเขียนคาถา
ไปเบ้อื งหน้าเตบิ ใหญจ่ ะใหค้ ุณ
ทงั้ ส้นิ ญาตสิ น้ิ เชือ้ จะเกื้อหนุน
ทุกวันนมี้ ีแตย่ ่ายังการุญ ๒๒
จงนึกวา่ ยา่ เหมอื นกับแม่พ่อ
อนั พ่อนีม้ ิได้อยู่ใกล้เคยี ง พอ่ พงึ่ บญุ เถิดลกู ได้ปลกู เล้ียง
พลางกอดพลายงามแอบไว้แนบอก ถึงดา่ ทอเทา่ ไรอย่าไดเ้ ถียง
โอม้ กี รรมทำไว้แต่ไรมา ไมไ่ ดเ้ ลี้ยงลูกแล้วนะแก้วตา
มาหาพ่อพ่อไมม่ ีสงิ่ ไรผูก น้ำตาตกพร่างพรายทั้งซา้ ยขวา
อย่หู อกปืนยนื ยงคงกระพัน พอเห็นหนา้ ลูกแล้วจะแคลว้ กนั
๏ เจา้ พลายงามความแสนสงสารพ่อ ยงั แตล่ กู ประคำจะทำขวญั
รับประคำร่ำว่าประสาใจ ไดป้ อ้ งกนั กายาข้างหน้าไป ฯ
ไดต้ กั น้ำตำขา้ วทุกเช้าคำ่ น้ำตาคลอคลอตกซกซกไหล
ใหพ้ อ่ พน้ ทนทุกข์แล้วลูกยา ฉนั จะใคร่อยู่ดว้ ยช่วยบิดา
๏ ขุนแผนแสนสวาดิจะขาดจิตร ทพ่ี อทำฟนื ผักจะหักหา
นา่ สงสารทา่ นยา่ พลอยอาลัย จะอตุ สา่ หเ์ ลา่ เรยี นคอ่ ยเพียรไป ฯ
ขุนแผนว่าจะอยู่ดูไม่ได้ กะจิริดรวู้ า่ จะหาไหน
เหมือนกบั นรกตกทง้ั เปน็ น้ำตาไหลพรากพรากเพราะยากเยน็
แตพ่ ่อน้ที า่ นเจ้ากรมยมราช ในคุกใหญม่ ันยากแคน้ ถึงแสนเข็ญ
คนทง้ั หลายนายมุลก็ค้นุ เคย มไิ ด้เวน้ โทษทัณฑ์สักวันเลย
ท้งั ขา้ วปลาสารพันทุกวันนี้ อนญุ าตให้อยทู่ บั ในหับเผย
ค่อยเบาใจไม่พกั ตอ้ งตกั ตำ เขาละเลยพ่อไม่ต้องถูกจองจำ
พระหมนื่ ศรีเธอชว่ ยชบุ อปุ ถัมภ์
คณุ ทา่ นลำ้ ลน้ ฟ้าดว้ ยปรานี
ถา้ แม้นเจา้ เล่าเรียนความรไู้ ด้ ๒๓
ถวายตวั พระองค์ทรงธรณี
๏ พลายงามน้อยสรอ้ ยเศร้ารบั เจา้ คะ จะพาไปพึ่งพระจมน่ื ศรี
ต่างพดู จาพาทีคอ่ ยดีใจ จะได้มีเกยี รตยิ ศปรากฏไป ฯ
ทองประศรสี งั่ ความว่ายามค่ำ ดีฉนั จะพากเพยี รเรียนให้ได้
ขุนแผนแสนสะท้านไหว้มารดา จนจวนใกลโ้ พลเ้ พลถ้ ึงเวลา
ตามย่ามาพ้นทับท่ีหับเผย แม่จะจำจากพ่อแกว้ ไปแลว้ หนา
ทั้งขนุ แผนแสนสวาดิเพยี งขาดใจ พลายงามลาพ่อลูกผูกอาลยั
ไปข้ึนชา้ งข้างวดั ทา่ การ้อง ไม่ลืมเลยเหลียวหนา้ นำ้ ตาไหล
ออกขา้ มทุ่งกรงุ ศรีอยุธยา ตา่ งอาลัยแลลับวบั วญิ ญาณ์
๏ อนั เร่อื งราวกล่าวความพลายงามน้อย พอเดือนส่องแสงสว่างกลางเวหา
ทั้งขอมไทยได้สนิ้ กย็ นิ ดี รบี กลบั มาถึงบ้านกาญจน์บุรี ฯ
ปถั มังต้งั ตัวนะปดั ตลอด ค่อยเรียบร้อยเรียนรูค้ รูทองประศรี
หัวใจกรดิ อิทธิเจเสนห่ ก์ ล เรยี นคมั ภรี พ์ ุทธเพทพระเวทมนตร์
เข้าในห้องลองวชิ าประสาเด็ก แลว้ ถอนถอดถูกต้องเป็นลอ่ งหน
มหาทะมื่นยืนยงคงกระพัน แล้วเล่ามนตร์เสกขมน้ิ กนิ นำ้ มัน
แล้วทำตัวหวั ใจอติ ปิ ิโส แทงจนเหล็กแหลมลู่ยู่ขย้ัน
สะกดคนมนตร์จงั งงั กำบังกาย ทัง้ เลขยนั ตล์ ากเหมือนไม่เคลื่อนคลาย
ท้งั เรียนธรรมกรรมฐานนิพพานสตู ร สะเดาะโซ่ตรวนได้ดงั ใจหมาย
เมฆฉายสรู ย์จันทร์ขยนั ดี
ร้องเรียกภตู พรายปราบกำราบผี
ผกู พยนต์ห่นุ หญ้าเข้าราวี ๒๔
จนอายุพลายงามสิบสามขวบ
ดว้ ยเน้ือแตกแรกรนุ่ ละมุนตา ทองประศรีสอนหลานชำนาญมา
นัยนต์ ากลมคมขำดดู ำขลับ ดขู าวอวบอว้ นท้วนเปน็ นวลหน้า
ทองประศรดี ีใจไลฤ่ กษย์ าม กิรยิ าแยม้ ยิม้ หงิมหงมิ งาม
จะโกนจุกสกุ ดิบขึ้นสบิ คำ่ ใครแลรับรักใครป่ ราศรยั ถาม
พวกเพื่อนบ้านวานมาผา่ หมากพลู ไดส้ บิ สามปีแลว้ หลานแกว้ กู
ทั้งหม้อเงนิ หม้อทองสำรองตง้ั แกทำนำ้ ยาจีนต้มตีนหมู
อัฒจันทรช์ ั้นพระกต็ ระเตรียม บา้ งปัดปเู ส่ือสาดลาดพรมเจยี ม
ถงึ วนั ดีนมิ นต์ขรวั เกิดเถา้ มที ัง้ สงั ข์ใสน่ ้ำมนต์ไว้จนเป่ียม
พอพณิ พาทย์คาดตระสาธุการ ตามธรรมเนียมฆ้องกลองฉลองทาน
นงั่ สวดมนตจ์ นจบพอพลบคำ่ อยู่วัดเขาชนไกใ่ กล้กบั บ้าน
ผ้ชู ายเสียดเบยี ดสาวชาวละวา้ ท่านสมภารพาพระสงฆ์สิบองคม์ า
ผหู้ ญิงหยิกตะกายผชู้ ายทับ ก็ซัดน้ำมนตส์ าดเสียงฉาดฉ่า
จนอหี ังคลงั่ ใจถบี ไอด้ ำ เสียงเฮฮาฮึดฮัดเม่ือซดั น้ำ
ทองประศรดี ีใจว่าใครแพ้ เสยี งหนบุ หนบั เหนาะแหนะแขยะขยำ
แล้วใหห้ ลานผลัดผา้ มาเกก้ ัง ลุกขน้ึ ปลำ้ กนั ออกอึงเสียงตึงตัง
ขรวั เกดิ แลมองเห็นทองประศรี สนกุ แนแ่ ลว้ อ้ายดำปลำ้ อหี งั
เจ้าขรัวย่าอ้าปากนำ้ หมากพรู เข้าไปน่งั กราบกรานสมภารครู
ถามว่านล่ี ูกใครเลา่ ไอห้ นู
เล่าให้รแู้ ต่ตน้ มาจนปลาย
เด๋ียวนเี้ ล่าเจา้ ขุนแผนยังติดคุก ๒๕
ทา่ นขรวั ครูดูพ่อของออพลาย
๏ ท่านขรวั ครูรู้เรอ่ื งให้เคืองแคน้ น่ีโกนจกุ แลว้ จะได้ไปถวาย
เมือ่ ความรกู้ ูสอนเจ้าหลอ่ นไว้ เคราะห์จะคลายเคล่ือนบา้ งฤๅอยา่ งไร ฯ
อ้ายเจ้าชกู้ ูไดว้ า่ มาแต่กอ่ น ทุดอ้ายแผนถอ่ ยแทไ้ ม่แก้ไข
หัวเราะพลางทางเอกเขนกอิง ยงั ว่ิงไปเข้าคุกสนกุ จริง
เหน็ น่ารักลักขณะก็ฉลาด จะทุกขร์ ้อนอ่อนหเู พราะผ้หู ญิง
ถ้าถงึ วันชน้ั โชคโฉลกยาม พินจิ นิง่ ดกู ายเจา้ พลายงาม
แต่ท่เี มยี เสยี ถนัดปัตนิ จะมวี าสนาดขี ี่คานหาม
แตอ่ ้ายนี่ขหี้ ลงจะงงงวย ก็ตอ้ งตามลกั ษณะว่าจะรวย
แลว้ ท่านขรวั หวั ร่อวา่ ออหนู ตัวตำหนริ ูปขาวเป็นสาวสวย
ก็แต่วา่ อายสุ ิบแปดปี ต้องถูกด้วยละโมบโลภโลกีย์
ทัง้ เมียสาวชาวเหนอื เป็นเช้อื แถว มันเจา้ ชู้เกินการหลานอีศรี
อนั อ้ายขนุ แผนพ่อของออพลาย จะได้ท่ีหม่ืนขุนเป็นมุลนาย
นับแตน่ ม้ี สี ขุ ไม่ทุกขร์ ้อน อีน่นั แล้วมันจะมาพาฉบิ หาย
ทองประศรีดใี จไหว้เจา้ คุณ จะพน้ ปลายเดือนยี่ในปีกุน
สมภารรบั กลบั มายังอาวาส ได้เตียงนอนนัง่ เก้าอีเ้ ป็นทีข่ นุ
หาเสภามาทั่วทต่ี ัวดี ชว่ ยแบ่งบญุ ให้ได้ฟนื้ คนื สักที
ดูทำนองพองคอเสยี งอ้อแอ้ เสยี งพณิ พาทย์พวกพอ้ งทองประศรี
ท่านตามีช่างประทดั ถนดั รบ
พวกคนแกช่ อบหูวา่ รจู้ บ
ตารองศรดี ีแต่ขันรู้ครันครบ ๒๖
แล้วนายทั่งดังโดง่ เสียงโว่งโวก
ฝา่ ยนายเพชรเมด็ มากลากช้าช้า กรับกระทบทำหลอกแลว้ กลอกตา
สว่ นนายมาพระยานนทค์ นตลก วา่ กระโชกกระชน้ั ขันหนักหนา
ตาทองอยรู่ วู้ า่ ภาษาลาว ตง้ั สามวาสองศอกเหมอื นบอกยาว
ครัน้ รุ่งเช้าเจ้าพลายกโ็ กนจุก ว่าหยกหยกหยาบช้าคนฮาฉาว
จนผมยาวเจา้ ได้ตดั มหัดไทย แล้วส่งกราวเชิดเพลงโหนง่ เหนง่ ไป
เดชะบุญทลู ขอพ่อพ้นโทษ เป็นพ้นทุกข์พ้นรอ้ นนอนหลับใหล
แตน่ ่ิงนกึ ตรึกตราจนราตรี คดิ จะใครไ่ ปเป็นข้าฝา่ ธลุ ี
ทำคลึงเคล้าเฝา้ วอนด้วยอ่อนหวาน เหมือนไดโ้ ปรดบิดาเป็นราศี
จะไดเ้ ฝ้าเจา้ ชวี ิตชิดชอบพอ เข้าขา้ งทนี่ อนย่าน้ำตาคลอ
๏ ทองประศรดี ใี จให้อนญุ าต พรุ่งนี้หลานจะลาไปหาพ่อ
จะได้ชว่ ยพ่อแม่คิดแกก้ นั ทูลขอเผ่ือจะโปรดทีโ่ ทษทณั ฑ์ ฯ
ย่าจะให้ไปส่งจนถงึ พอ่ เจา้ เชอื้ ชาติพงศ์พลายจงผายผัน
ตามแต่บญุ วาสนาบารมี ตามกตญั ญเู ถิดประเสรฐิ ดี
มลี ูกเตา้ เล่าก็ทำให้ซ้ำทกุ ข์ จงึ พาต่อไปหาพระหม่ืนศรี
โรคกซ็ ้ำชำ้ บอบท้งั หอบไอ อันยา่ นนี้ บั วนั จะบรรลัย
เจา้ จงจำตำราทย่ี ่าสอน ไม่มสี ขุ สักเวลานำ้ ตาไหล
ยา่ จะใหไ้ อ้พลดั ไอ้ปดั ไอ้ปู ใครจะไดเ้ ผาผีก็มิรู้
จะถาวรเพ่ิมยศไม่อดสู
เขา้ ไปอยูต่ ดิ ตามทัง้ สามคน
พอถือร่มสมปักตักน้ำท่า ๒๗
พดู จนดึกตรึกการกับหลานตน
๏ ร้สู ึกกายยายทองประศรียา่ หุงขา้ วปลาสารพัดไม่ขดั สน
ทงั้ หวานคาวข้าวปลาสารพนั แล้วหลบั จนแจ่มแจง้ แสงตะวัน ฯ
พลายงามลายา่ ช่วยอวยสวัสดิ เอาเงินผ้าเส้อื ใสใ่ นกำปั่น
ข้ึนขห่ี ลงั พังสะเทินเดนิ ตามทาง ขนขน้ึ บรรทุกสัปคบั ชา้ ง
ไปหาพ่อพอพบนง่ั นบนอบ ไดฤ้ กษ์พาสารพัดไม่ขดั ขวาง
เจา้ พลายนอ้ ยค่อยเลา่ ให้เข้าใจ ไม่แรมค้างขา้ มทุ่งถึงกรงุ ไกร
๏ ขนุ แผนแสนสวาดอิ นญุ าตว่า ขุนแผนสอบไตถ่ ามความสงสัย
พอ่ พงศ์พลายหมายศึกอย่านึกกลัว ลูกจะใคร่ให้พระนายถวายตวั ฯ
แล้วซกั ไซ้ไตถ่ ามถึงความรู้ จงอตุ ส่าหส์ ืบตระกลู เถดิ ทนู หวั
ทเี ขา้ ออกบอกความตามอุบาย จะพาตัวเจ้าไปให้พระนาย
พอเสียงฆอ้ งกลองย่ำเข้าค่ำพลบ ให้ท่องดูไดส้ มอารมณห์ มาย
ชวนลกู ชายพลายงามตามกนั มา สอนลกู ชายอย่จู นสนธยา
ขนึ้ บันไดไฟอรา่ มถามพวกบา่ ว ถึงเดนิ พบผู้ใดไมเ่ ห็นหน้า
ตรงมาหอรอรั้งย้ังหยุดมอง ไปเคหาพระหม่ืนศรีทีร่ ิมคลอง
ด้วยรกั ใครใ่ จซื่อถือวา่ เพื่อน พอรู้ข่าววา่ สบายค่อยคลายหมอง
ขนุ แผนพาลูกไปนัง่ ไหว้เธอ หม่นื ศรรี อ้ งเรียกวา่ มาสิเกลอ
๏ ขุนแผนบอกออกว่าลูกเจ้าวันทอง ไมบ่ ากเบอื นหน้าหนดี ีเสมอ
ถามว่าเออนน่ั ใครท่ีไหนมา ฯ
ทีม่ ที ้องเกือบแกม่ าแต่ปา่
เอาความหลังทง้ั นั้นพรรณนา ๒๘
ดว้ ยไมม่ ีท่เี หน็ แต่เปน็ โทษ
เปน็ ทีพ่ งึ่ จึงมาจงการุญ จะพามามอบไวใ้ ห้เจ้าคณุ
อันวชิ ายา่ สอนลกู อ่อนแล้ว พระนายโปรดช่วยเหลือทัง้ เกื้อหนนุ
ถ้ากะไรไดช้ อ่ งเห็นชอบกล เอาแตบ่ ุญเถดิ พอ่ เจ้าเม่อื คราวจน
๏ พระหมืน่ ศรดี ใี จปราศรัยทัก เห็นคลอ่ งแคล่วการศึกพอฝกึ ฝน
เป็นขา้ เฝา้ เจ้าชวี ิตอยา่ คิดครา้ ม ชว่ ยผ่อนปรนโปรดถวายเจ้าพลายงาม ฯ
ไว้ธุระจะถวายชว่ ยบ่ายเบ่ียง ดูแหลมหลกั ลูกทหารชาญสนาม
ทก่ี นิ อยู่ผู้คนของเรามี มสี งครามเมือ่ ไรคงไดด้ ี
ขุนแผนเลา่ เจ้าก็รู้อยวู่ ่ารัก ให้ชบุ เล้ยี งลูกรกั เป็นศักดศิ รี
กเ็ อน็ ดูอยวู่ า่ เกลอถงึ เธอจน อย่เู รือนนีน้ ่ังนอนไมร่ ้อนรน
แตส่ ดุ ชว่ ยดว้ ยวา่ อาญาหลวง จนเจยี นจกั แหลน่ ตายดว้ ยหลายหน
จริงนะเจา้ เราก็คดิ ทุกคนื วัน ที่ขดั สนสารพดั ไม่ขัดกัน
๏ นายขนุ แผนแสนชนื่ ให้ต้ืนอก ต่อได้ทว่ งทกี ่อนจะผ่อนผัน
สกู้ ลืนกลำ้ นำ้ ตาแลว้ ว่าพลาง คงชว่ ยกันไปกวา่ กายจะวายวาง ฯ
จนยากเยน็ เป็นโทษถงึ โหดไร้ อตุ สา่ ห์ยกมือไหว้มิไดห้ มาง
ก็หมายม่นั กตัญญูถึงอย่คู ุก พอ่ เหมอื นอย่างพอ่ แมช่ ่วยแก้ทุกข์
อันลกู ชายพลายงามตามแต่พ่อ ยังส่งให้ข้าวปลาเปน็ ผาสกุ
พลางลูบหลังสง่ั ลูกผูกอาลัย กราบพ่อทุกทุกคนื ค่อยชนื่ ใจ
ลูกจะขอกราบลาช้าไม่ได้
พอ่ จะไปก่อนแลว้ นะแก้วตา
อยูพ่ ่งึ บุญคุณพ่อต่อไปเถิด ๒๙
แล้วลงเรอื นเดือนสวา่ งกระจา่ งตา
๏ ครานั้นจม่ืนศรเี สาวรกั ษร์ าช จะประเสรฐิ สมหวังเป็นฝ่ังฝา
จะเป็นขา้ จอมนรินทร์ปน่ิ นคร ก็กลบั มาหบั เผยทเ่ี คยนอน ฯ
พระกำหนดกฎหมายมีหลายเลม่ เรยี กพลายงามทรามสวาดิมาสั่งสอน
กรมศักดิหลักชยั พระอัยการ อยา่ น่งั นอนเปล่าเปล่าไมเ่ ข้าการ
แลว้ ใหร้ ู้สภุ าษติ บณั ฑิตพระรว่ ง เก็บไว้เตม็ ตู้ใหญไ่ ขออกอา่ น
ราชาศัพทร์ ับส่งั ให้บังควร มนเทยี รบาลพระบัญญัติตดั สำนวน
ทไี่ มส่ ู้รู้อะไรผู้ใหญ่เด็ก ตามกระทรวงผดิ ชอบคิดสอบสวน
เสยี ตระกลู สูญลบั อปั ระมาณ รู้จงถว้ นถไี่ วจ้ งึ ไดก้ าร
นี่ตัวเจ้าเหล่ากอทั้งพ่อแม่ มหาดเล็กสามต่อพอ่ ลูกหลาน
แลว้ จดั แจงหอ้ งหับใหห้ ลับนอน เพราะเกียจครา้ นคร่ำคร่าเหมือนพร้ามอญ
๏ ครานน้ั พลายงามทรามสวาดิ อย่าเชือนแชอตุ สา่ ห์จำเอาคำสอน
อย่บู า้ นพระหม่นื ศรยี นิ ดีครัน ไมอ่ าวรณเ์ ธอชว่ ยเลย้ี งเปน็ เท่ียงธรรม์ ฯ
เธอเขา้ เฝ้าเจา้ ก็นง่ั บังไมด้ ดั แหลมฉลาดเลขผาปญั ญาขยนั
คอ่ ยรู้กิจผิดชอบรอบคอบไป ทกุ คืนวันตามหลงั เข้าวงั ใน
ครัน้ อย่บู า้ นอา่ นคำพระธรรมศาสตร์ คอยฟงั ตรสั ตรกึ ตราอชั ฌาสยั
ค่อยชื่นช่มุ หนุม่ ตะกอดูฟอ้ แฟ้ ดว้ ยมิได้คบเพื่อนเทยี่ วเชอื นแช
เขาไปหามาสไู่ มร่ ู้เกย้ี ว ตำรบั ราชสงครามตามกระแส
นางสาวแส้ใสใ่ จจะใครพ่ บ
แต่พอเหลียวเห็นผู้หญงิ กว็ ่ิงหลบ
อุตสา่ หเ์ พยี รเรยี นดูจนรู้ครบ ๓๐
๏ ครานนั้ ทา่ นพระจมนื่ ศรี
จึงจัดแจงแตง่ ธปู เทยี นดอกไม้ ร้ขู นบธรรมเนยี มก็เจียมใจ ฯ
นุ่งถมปกั ชักกลีบจีบสลับ ถึงวนั ดีได้ช่องก็ผ่องใส
พวกข้าคนอลหม่านถือพานตาม จะเขา้ ไปทลู ถวายเจา้ พลายงาม
ถึงพระลานวานเขาพวกชาวท่ี คร้ันเสรจ็ สรรพสำราญข้ึนคานหาม
ถือพานทองรองธูปเทยี นดอกไม้ เจ้าพลายงามตามหลังเข้าวงั ใน
ใหพ้ ลายงามตามไปน่ังตรงต้ังของ ท่คี อ่ ยมกี ริ ยิ าอชั ฌาสัย
ฝ่ายขา้ เฝา้ เจา้ พระยาเวลาจวน ยกเขา้ ไปเตรียมต้ังพอบงั ควร
นงุ่ ถมปักชักชายกรายกรีดเล็บ ตามทำนองพระหมื่นศรีสัง่ ถถ่ี ้วน
พอเวลานาทีถ้วนสโ่ี มง ตา่ งกช็ วนกันเขา้ มาหน้าพระโรง
๏ ครานน้ั พระองค์ผู้ทรงเดช ผา้ กราบเหนบ็ แนบหน้าดูอ่าโถง
สถิตแทน่ แวน่ ฟ้าโอฬาฬาร เขา้ พระโรงพร้อมหนา้ ข้าราชการ ฯ
ห้ามแหนแน่นหนนุ ละมุนหมอบ มงกฎุ เกศอยธุ ยามหาสถาน
ระเรอ่ื ยรบั ขับร้องทำนองใน ดังวิมานเมืองฟา้ สรุ าลัย
ยามกลางวันนัน้ ก็ออกพระโรงรตั น์ งามประกอบกริ ยิ าอชั ฌาสัย
ท้งั เหนอื ใต้ไพรีไม่มมี า สำราญราชหฤทัยทกุ เวลา
ด้วยเดชะบญุ ญาอานุภาพ มีแต่ตรัสสรวลสนั ตท์ รงหรรษา
แตบ่ รรดาข้าเฝา้ เหลา่ เสนี สำราญใจไพรฟ่ า้ ประชาชี
มีแตล่ าภมาประมูลพูนภาษี
ใครทำดีได้ประทานถึงพานทอง ฯ
๓๑
๏ ฝา่ ยพระจมื่นศรเี สาวรักษร์ าช อภวิ าทบาทมลู ทลู ฉลอง
ขอเดชะพระกรณุ าฝ่าละออง ดอกไมธ้ ูปเทยี นทองของพลายงาม
บตุ รขนุ แผนแสนสะท้านหลานทองประศรี ความรมู้ ีเรียบราบไมห่ ยาบหยาม
จะขอรองมลุ ิกาพยายาม พลางกราบสามทีสดับตรบั โองการ ฯ
๏ ครานน้ั สมเดจ็ พระพันวษา เหลอื บเหน็ หน้าพลายงามความสงสาร
จะออกโอษฐโปรดขนุ แผนแสนสะทา้ น แต่กรรมนั้นบันดาลดลพระทัย
ใหเ้ คล้ิมพระองค์ทรงกลอนละครนอก นึกไม่ออกเวยี นวงใหห้ ลงใหล
ลืมประภาษราชกิจที่คดิ ไว้ กลับเขา้ ในแท่นที่ศรีไสยา ฯ
๏ อนั เรอ่ื งราวกลา่ วความพลายงามสวาดิ เป็นมหาดเล็กแล้วค่อยแกล้วกลา้
อยดู่ ้วยพระหมน่ื ศรผี ู้ปรีชา เฝ้าเวลาเชา้ เยน็ ไมเ่ ว้นวนั
มลุ นายถว้ นหน้ากป็ รานี มไิ ด้มีใครรังเกยี จเดยี ดฉนั ท์
ถึงว่าท่านจางวางทัง้ สองนัน้ ก็ฝากตัวกลวั ทั่นทุกคนไป ฯ
เนื้อเรื่องย่อ
นางวนั ทองไดค้ ลอดลกู ขณะท่อี ย่กู ับขนุ ช้างออกมาคนนึง ช่ือว่า พลายงาม ซ่งึ ตอนแรกขุนชา้ งเข้าใจว่า
เป็นลูกของตัวเองแต่ในที่สุดเมื่อพลายงามโตมาจนอายุ ๙ ขวบ พลายงามมีหน้าตาเหมือนขุนแผนมาก ดังน้ัน
ขุนช้างพยายามหลอกพลายงามไปฆ่าในป่า โดยการเอาขอนไม้ไปทับ แต่ว่าโหงพรายของขุนแผนมาช่วยเอาไว้
จึงไม่ตาย แล้วโหงพรายจึงไปกระซิบบอกนางวันทองให้ทราบเรื่องท่ีขุนช้างจะฆ่าพลายงาม นางจึงรีบออกไป
ตามหาลูกด้วยความละห้อยโหย จนในที่สุดไปพบพลายงามกำลังร้องไห้และพลายงามเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ถูก
ขุนชา้ งทำรา้ ย นางจึงบอกความจริงแก่ลูกว่าบิดาท่แี ท้จริงคือขนุ แผน ซ่ึงในขณะนนั้ ถูกจำคุกอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้พลายงามคงอยู่บ้านกับมารดาต่อไปไม่ได้ วันทองตัดสินใจนำลูกไปฝากไว้ที่วัดก่อนนางวัน
ทองพาพลายงามไปฝากไว้กับสมภาร ช่ือขรวั นาคคืนนน้ั เป็นครัง้ แรกท่ีพลายงามอยหู่ า่ งบา้ น ท้ังใจยังหวั่นหวาด
กับเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นพลายงามนอนไม่ใคร่หลับตลอดคืน สุดท้ายในวันรุ่งขึ้น นางวันทองก็เลยส่งพลายงามไป
๓๒
อยู่กับย่าที่กาญจนบุรี เมื่อถึงเมืองกาญจนบุรี บ้านทองประศรีมีมะยมหวานที่เด็ก ๆ ชอบไปขโมย และนาง
ทองประศรีคอยจับเสมอ พลายงามจงึ ให้เด็กเหล่านี้เป็นมัคคุเทศก์พาไปขึ้นมะยมต้นนั้นพร้อมกบั เด็กๆ ในที่สุด
ทองประศรีจึงลงจากเรือนไล่เด็กกระจุยไปตีไม่ว่าลูกเต้าเหล่าใคร แม้พลายงามจะบอกว่าเป็นหลานมาจาก
สุพรรณก็ไม่ฟังเสียง พลายงามโดดลงจากต้นมะยมมากราบตีน ก็ไม่วายโดนกระบองของนางทองประศรี
เมือ่ ทราบวา่ เป็นหลานของตนก็ฝนไพลให้ทา อาบน้ำอาบทา่ ให้เรียบรอ้ ยด้วยความรัก พลายงามถามย่าถึงเร่ือง
พ่อ ทองประศรีเล่าว่าติดคุกมา ๑๐ ปีแล้ว รุ่งเช้าก็ขึ้นช้างพาหลานไปหาพ่อที่อยุธยา เดินทาง ๒ วันครึ่งจึงถึง
นางทองประศรีแนะให้รู้จักพลายงาม และเล่าเรื่องขุนช้างทำร้ายขุนแผนโกรธมากคิดจะไปฆ่าขุนช้าง แต่ทอง
ประศรีให้สติและห้ามไว้ หลังจากนั้นขณะที่พลายงามอยู่กับนางทองประศรีผู้เป็นย่า ทำให้พลายงามได้เรียน
วิชาตา่ ง ๆ เร่อื งราวก็ผา่ นเลยไปจนพลายงามโตเป็นหนุม่
ตัวละคร
ขุนแผน
ขุนแผนเดมิ ชือ่ พลายแกว้ เปน็ บุตรของขนุ ไกรพลพ่ายและนางทองประศรีมีรปู ร่างหนา้ ตางดงามคมสนั
สตปิ ัญญาเฉลยี วฉลาด ด้วยลกั ษณะนิสยั เป็นคนเจา้ ชูแ้ ละมีคารมคมคาย จึงง่ายต่อการพชิ ิตใจหญงิ สาว
ทีผ่ ่านเขา้ มาในชีวติ ของพลายแก้ว
พลายแก้วมีดาบฟ้าฟื้นเป็นอาวุธประจำตัว พาหนะคู่ใจ คือ ม้าสีหมอก ได้บวชเณรและเรียนวิชาที่วัด
ส้มใหญแ่ ลว้ ย้ายไปเรียนต่อทวี่ ัดปา่ เลไลย์ จนสุดทา้ ยไปเปน็ ศิษยส์ มภารคง วัดแค มีความรูท้ างโหราศาสตร์
ปลุกผีอยู่ยงคงกระพันคาถามหาละลวยทำให้ผู้หญิงรักตลอดจนวิชาจากตำรับพิชัยสงคราม และยังมี
ความสามารถเทศน์ได้ ไพเราะจับใจอีกด้วย ต่อมาสึกจากเณรแล้วแต่งงานกับนางพิมพาลาไลย ไม่นานก็ถูก
เรียกตัวไปเป็นแม่ทัพรบกับเชียงใหม่ ครั้นได้ชัยชนะกลับมาก็ได้เป็นขุนแผนแสนสะท้านแต่ปรากฏว่า ภรรยา
แต่งงานใหม่กบั ขุนช้าง ภายหลังขุนแผนตอ้ งโทษถูกจำคุกถึง ๑๕ ปี จึงพ้นโทษ และทำสงครามกับเชียงใหม่อีก
ครัง้ เม่อื ชนะกลบั มากไ็ ดต้ ำแหนง่ เปน็ พระสรุ นิ ทรฤๅไชย เจ้าเมอื งกาญจนบรุ ี
๓๓
ขนุ ชา้ ง
ขุนชา้ งมลี ักษณะรูปชว่ั ตัวดำ หวั ล้านมาแตก่ ำเนิด นิสัยเจา้ เล่ห์เพทบุ ายเป็นบตุ รของขนุ ศรีวชิ ัยและนาง
เทพทองซ่ึงมีฐานะรำ่ รวยมาก ขนุ ชา้ งแม้จะเกดิ มาเป็นลูกเศรษฐีแต่ก็อาภัพถูกแมเ่ กลียดชงั เพราะอับอายที่มีลูก
หัวล้าน จึงมักถูกแม่ด่าว่าอยู่เสมอและไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็จะเป็นที่ขบขันล้อเลียนของชาวบ้านทั่วไปเสมอ
พอเป็นหนุ่มก็ได้นางแก่นแก้วเป็นภรรยาอยู่ด้วยกันได้ปีกว่านางก็ตาย จึงหันมาหมายปองนางพิมพิลาไลยแต่
นางไม่ยินดีด้วยและได้แต่งงานกับพลายแก้ว แต่ขุนช้างก็ยังไม่ลดความพยายามคงใช้อุบายจนได้แต่งงานกับ
นางสมใจปรารถนา ข้อดีของขุนช้าง คือรักเดียวใจเดียวและเลีย้ งดูนางวันทองเป็นอย่างดีท่าให้นางวันทองเริ่ม
เห็นใจขุนช้าง
นางวันทอง
นางพิมพลิ าไลย หรอื นางวนั ทองเป็นหญิงรูปงามแตป่ ากจัดเป็นบุตรของพนั ศรโยธาและนางศรีประจัน
ต่อมาได้แต่งงานกับพลายแก้วซึ่งภายหลังมีลูกชายด้วยกัน คือ พลายงาม และได้เปลี่ยนชื่อเป็นนางวัน ต่อมา
นางถูกแม่บังคับใหแ้ ต่งงานใหม่กับขุนช้างท่าให้ถกู ประนามว่าเป็นหญิงสองใจ นางวนั ทองเป็นคนท่ีไม่กล้าท่ีจะ
ตัดสินใจ เมื่อมีคดีฟ้องร้องถึงสมเด็จพระพันวษา ซึ่งพระองค์ให้นางเลือกว่าจะอยู่กับใครแต่นางตัดสินใจไม่ถกู
จึงถูกสัง่ ประหารชีวติ นางวันทองมลี ักษณะสาวชาวบา้ นจึงเปน็ คนซ่ือ ไมค่ ่อยฉลาดเท่าใดนกั ท่าอะไรก็ท่าตาม
ประสาหญิงชาวบ้าน แต่สังคมไทยมีความจ่ากัดให้ผู้หญิงอยู่ในกรอบของประเพณีจึงท่าให้ดูเหมือนว่านางวัน
ทองไมร่ ักนวลสงวนตัว
๓๔
อย่างไรก็ตาม นางวันทองก็ยังมีภาพลักษณ์ด้านดีที่เห็นได้ชัด คือ ความละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นใน
เรอ่ื ง การรบั รูถ้ งึ ความดขี องผอู้ ่นื ทป่ี ฏบิ ตั ติ ่อนาง ดงั จะเหน็ ไดจ้ าก ถงึ แมน้ างจะไม่ไดร้ ักขุนชา้ งแต่ด้วยความดี
ของขุนชา้ งและความผูกพันที่อยู่กนั มา ๑๕ ปี ทำให้นางเป็นห่วงเป็นใยความทุกข์สุข และความรสู้ ึกของขุนช้าง
ไม่น้อย นางวันทองยังเป็นแม่ที่ดี คือเมื่อเห็นลูกกำลังกระท่าผิดก็ไม่เหน็ ดีเห็นงามด้วย ดังจะเห็นได้จากตอนที่
พลายงามบุกขึ้นเรือนขุนช้างในยามวิกาล นอกจากนี้นางวันทองยังเป็นคนกล้าที่จะยอมรับชะตากรรมของ
ตัวเอง มนี ำ้ ใจเมตตา และให้อภัยโดยไมเ่ คยี ดแค้น
พลายงาม
พลายงาม มีตำแหน่งราชการเป็น จมื่นไวยวรนาถ ซึ่งมักเรียกสั้น ๆ ว่า พระไวยหรือหมื่นไวย เป็นลูก
ของขุนแผนกับนางวันทอง แต่ไปคลอดที่บ้านของขุนช้าง ยิ่งโตพลายงามก็ยิ่งละหม้ายคล้ายขุนแผนมาก มี
อปุ นิสัยความสามารถคล้ายขุนแผน ขอ้ ดีของพลายงาม คือ มีความสามารถในการออกรบท่าศึกสงคราม พลาย
งามมีความกตัญญูตอนที่พลายงามไปช่วยพ่อขุนแผนที่คุกโดยอาสาขอให้พ่อขุนแผนไปทัพด้วยและได้ชัยชนะ
กลบั มา ทา่ ให้พระพนั วษายกโทษให้ ขอ้ เสียของพลายงาม คือ เป็นถึงขนุ นางแตป่ ระพฤตติ วั ไม่เหมาะสม คือ
ตอนที่ว่าพลายงามบุกขึ้นเรื่อนขุนช้างในยามวิกาลเพื่อที่จะลักพาตัวแม่วันทองมาอยู่ดว้ ยทำให้ขนุ ช้างโกรธ จึง
ฟ้องถวายฎีกาและยังมีความเจา้ ชู้ตอนทีว่ ่าพลายงามได้นางสรอ้ ยฟ้าและนางศรีมาลาเป็นเมียแตเ่ จ้าชู้น้อยกวา่
ขุนแผน
คุณค่าทไี่ ดร้ ับ
ด้านเน้ือหา
- ความรักของแม่ทม่ี ีต่อลูก
- พ่อแม่ทกุ คนยอ่ มรกั ลกู ยอมเสียสละเพือ่ ลูกได้
- การศกึ ษาเปน็ สิ่งสำคัญ ซึ่งในสมัยกอ่ นเด็กผู้ชายจะตอ้ งไปเรยี นหนังสอื ทว่ี ดั
- การเดนิ ทางในสมัยกอ่ นจะใช้การเดนิ เทา้
๓๕
- สะทอ้ นความเชื่อเรอ่ื งไสยศาสตร์ เลยี้ งดผู ีพราย
- เห็นความสมั พนั ธร์ ะหว่างมนษุ ยก์ บั ธรรมชาติ
ดา้ นวรรณศิลป์
- มกี ารใช้คำสมั ผสั ในท่แี พรวพราว
ดุเหว่ารอ้ งมองเมียงวา่ เสยี งแม่ ยนื ชะแง้แลดเู ง่ยี หูรับ
- เปรียบเทยี บให้เห็นภาพ
โพระดกนกง่ัวกระตวั้ เต้น กระแตเลน่ ไมโ้ จนโผนผวา
เจา้ พลายงามถามพอ่ พดู จอ้ มา ขุนช้างพาเล้ยี วไปปะไมซ้ งุ
เหน็ ลับล้ีทส่ี งดั ขดั เขมร สะบัดเบนเบือนเหวี่ยงลงเสยี งผลงุ
ปะเตะซ้ำตำ้ ผางเข้ากลางพงุ ถีบกระทงุ้ ถองทุบเสยี งอุบโอย
พลายงามรอ้ งสองมอื มนั อุดปาก ดิ้นกระดากถลากไถลร้องไห้โหย
พอหลุดมอื รอ้ื รอ้ งวนั ทองโวย หมอ่ มพอ่ โบยตีฉันแทบบรรลัย
ไมเ่ ห็นแม่แลหาน้ำตาตก ขุนช้างชกฉดุ คร่าไม่ปราศรัย
จนเหงอ่ื ตกกระปรกประปรอมขน้ึ ครอ่ มไว้ หอบหายใจฮกั ฮักเขา้ หกั คอ
- มสี ำนวนไทยปรากฏ
ฝ่ายขนุ ชา้ งหมางจติ รใหค้ ิดแคน้ ลูกขุนแผนม่ันคงไม่สงสัย
เมอ่ื กระน้ันเหมอื นกคู รั้นดไู ป กก็ ลับไพลเ่ หมือนพอ่ อา้ ยทรพี
อีแมม่ นั วันทองกส็ องจติ ร ชา่ งประดษิ ฐ์ชื่อลูกให้ถกู ที่
เรียกพอ่ พลายคลา้ ยผวั อตี ัวดี ทกุ ราตรตี รึกตราจะฆ่าฟัน
๓๖
บรรณานกุ รม
รื่นฤทัย สัจจพันธุ์. เลา่ เร่ือง ขุนช้างขุนแผน ฉบับสมบรู ณ.์ พมิ พ์ครง้ั ที่ ๓. กรงุ เทพฯ : พิมพค์ ำ, ๒๕๕๐.
หลกั สตู รศลิ ปศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าภาษาไทย. “ขุนชา้ งขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม.”
(ออนไลน)์ . แหลง่ ที่มา : https://human.yru.ac.th/thai_ba/page/248. ๑๔ มีนาคม,
๒๕๖๔.
thanasak. “ขุนชา้ งขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม.” (ออนไลน)์ . แหล่งท่ีมา :
https://sites.google.com/site/thanasak5815066001128/. ๑๔ มีนาคม, ๒๕๖๔.