The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ธุรกิจอาหารญี่ปุ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by punch13.kanyarat, 2023-02-05 05:16:50

ธุรกิจอาหารญี่ปุ่น

ธุรกิจอาหารญี่ปุ่น

ธุรกิจ อาหารญี่ปุ่น ในประเทศไทย รหัสวิชา I30202 รายวิชา การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้


คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) นี้จัดทำ ขึ้นเพื่อประกอบการเรียนใน รายวิชาการศึกษาค้นคว้าเเละสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I30202 ผู้จัดทำ ได้ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยเเบ่งเป็นหัวข้อ ใหญ่ๆ เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นได้ง่าย ขึ้นโดยผ่านทางหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และมีความน่าสนใจขึ้นเพราะมีความ สวยงามชวนอ่านชวนดู ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ อ่านและผู้ที่สนใจอ่านไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้


สารบัญ บั เรื่อง หน้า คำ นำ สารบัญ การเริ่มต้นธุรกิจและการวิเคราะห์ 1 การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และอุปสงค์ (SWOT Analysis) 2 การวิเคราะห์เพื่อการกำ หนดกลุ่มธุรกิจ (BCG Matrix) 3 การวิเคราะห์กลยุทธ์ (TOWS Matrix) 4 การวิเคราะห์ทำ เลและกำ หนดกลุ่มเป้าหมาย 5 ทิศทางการเติบโตของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย 5 ต้นทุนและการคำ นวณต้นทุน 6-7 การคำ นวณต้นทุนอาหาร 8 การคำ นวณต้นทุนจากสต็อกสินค้า 9 การจดทะเบียนร้านอาหาร 10 การจดทะเบียนพาณิชย์แบบนิติบุคคล 11 ใบอนุญาตและการขออนุญาตธุรกิจร้านอาหาร 12-13 ข้อมูลผลการสำ รวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย 14-15 บรรณานุกรม 16


ในปัจจุบันมีการแข่งขันมากมายทางธุรกิจ สิ่งที่ธุรกิจไม่ชอบคือ ความเสี่ยง โดยเฉพาะโอกาสในการล้มเหลว ซึ่ง วิธีที่ผู้คนนิยม และให้ความสนใจคือการทำ Feasibility study 3 หลักหรือการศึกษาความเป็นไปได้ ในบทความ นี้จะพาไปดูว่า Feasibility Study 3 หลัก คืออะไร มีข้อดีอย่างไร และหากอยากเริ่มต้นต้องรู้อะไรบ้าง Feasibility Study 3 หลักคือการศึกษาความเป็นไปได้ทางโครงการต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ทางธุรกิจให้ประสบความสำ เร็จ ธุรกิจหลายแห่งใช้ Feasibility Study เป็นองค์ประกอบสำ คัญของการดำ เนิน งาน โดยมีข้อดีคือมีประโยชน์ต่อการประเมินศักยภาพขององค์กรถึงความสามารถในการปฏิบัติงานให้ครอบคลุม ในทุกด้านก่อนจะเริ่มต้น จำ เป็นต้องศึกษา และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ 6 ด้านคือ 1) ความเป็นไปได้ด้านตลาดหรืออุปสงค์ (Market or Demand Feasibility) เช่น ความเป็นไปได้ของสินค้าและ บริการของธุรกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาด 2) ความเป็นไปได้ด้านเทคนิค (Technical Feasibility) ศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีที่ต้องใช้ในการผลิต ที่เหมาะสมกับขนาดของโครงการ 3) ความเป็นไปได้ด้านการเงิน (Financial Feasibility) เน้นการวิเคราะห์ศักยภาพด้านการเงินของธุรกิจไม่ว่าจะ เป็นเงินลงทุนหรือการบริหารกระแสเงินสดที่เหมาะสมของโครงการ 4) ความเป็นไปได้ด้านเศรษฐกิจ (Economic Feasibility) พิจารณาถึงเรื่องต้นทุนและผลตอบแทนทางการเงิน จากโครงการ ที่ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานโครงการ 5) ความเป็นไปได้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Feasibility) ต้องดูว่าโครงการมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มากน้อยแค่ไหนหรือไม่มีเลย 6) ความเป็นไปได้ด้านกฎหมาย (Law & Regulation Feasibility) การศึกษาผลกระทบด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับสินค้าหรือบริการ นอกจากจะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในธุรกิจในภาพรวมได้แล้วยังใช้เป็นแนวทางในการดำ เนินโครง งานแต่ละขึ้นตอนเพื่อให้ผลลัพธ์ตอนสุดท้ายมีประสิทธิภาพโดยไม่สูญเสียทรัพยากรไปอย่างสูญเปล่า และคุ้มค่า ต่อการลงทุน การเริ่ม ริ่ ต้น ต้ ธุร ธุ กิจ กิ และการวิเคราะห์


ก่อนการเริ่มต้นธุรกิจต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำ มาประกอบการตัดสินใจก่อนจะเริ่มธุรกิจ SWOT เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และสามารถนำ มาปรับใช้ในด้านธุรกิจ และทำ ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงถูก เรียกว่า SWOT Matrix ถูกสร้างขึ้นโดย Albert Humphrey ซึ่งประกอบด้วย 1. Strengths (จุดแข็ง) 2. Weakness (จุดอ่อน) 3. Opportunities (โอกาส) 4. Threats (อุปสรรค) การวิเคราะห์ SWOT ให้มีประสิทธิภาพควรร่วมมือกันในองค์กร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สามารถนำ ไปใช้ได้ จริง และควรประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันดังนั้นจึงควรประเมินและวิเคราะห์ทุก ๆ 6-12 เดือน ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์สินค้าซูชิร้านABC การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และอุปสงค์ (SWOT Analysis)


การวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจตามแนวทางกลุ่มที่ปรึกษาแห่งบอสตัน Boston Consultation Group ใช้แบ่งกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ และการตัดสินใจจัดสรรทรัพยากร โดยถือเกณฑ์ส่วนครองตลาดเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของ หน่วยธุรกิจ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ การวิเคราะห์เพื่อการกำ หนดกลุ่มธุรกิจ (BCG Matrix) https://www.popticles.com ดาว (Star) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโต และส่วนบ่งการตลาดสูง ผลิตภัณฑ์อยู่ในช่วงกำ ลังเติบโต มีความต้องการในตลาดมาก ทำ รายได้ และกำ ไรให้กับธุรกิจได้อย่างโดดเด่น จึงควรกำ หนดเป้าหมายที่จะรักษาจุด เด่น จะต้องรักษาส่วนครองตลาด และรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ และไม่จำ เป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อหาลูกค้าใหม่ วัวนม (Cash Cow) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเจริญเติบโตของตลาดต่ำ แต่ส่วนแบ่งของการตลาดสูง ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่แต่ยังสามารถทำ กำ ไรได้เรื่อย ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คงตัวมานาน เป็นหน่วยธุรกิจ ที่มีความมั่นคงแต่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ต้องลงทุนเพื่อรักษาส่วนครองตลาด หน่วยธุรกิจนี้จะสร้างเงินสดให้ได้มาก ควรมีการจัดทำ โปรโมชั่นใหม่ๆเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ เครื่องหมายคำ ถาม (Question marks) เป็นหน่วยธุรกิจที่มีส่วนครองตลาดต่ำ แต่อยู่ในตลาดที่มีการเติบโต สูง ซึ่งทำ ให้ธุรกิจต้องการเงินทุนจำ นวนมากเพื่อลงทุนแข่งกับกิจการที่เข้มแข็งกว่า ซึ่งความเสี่ยงในการประสบ ความสำ เร็จก็มีสูงมากเช่นกัน ถ้าทำ การตลาดสำ เร็จก็จะได้รับการส่งเสริมให้เป็นดาว สุนัข (Dog) เป็นหน่วยธุรกิจที่มีอยู่ในตลาดที่ที่การเติบโตต่ำ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำ กำ ไรและมักจะขาดทุน โอกาสก้าวหน้ามีน้อยทำ ให้หน่วยธุรกิจนี้ควรได้รับการสนับสนุนเพียงเพื่อให้สามารถคงอยู่ได้เท่านั้นหรือควรจะตัด ผลิตภัณฑ์นี้ออกไปหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่


มีการต่อยอดมาจาก SWOT Analysis เมื่อนำ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกมาจับคู่กันจะทำ ให้เกิดกลยุทธ์ 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. กลยุทธ์เชิงรุก (SO) เป็นการจับคู่ระหว่าง Strength และ Opportunity (ใช้จุดแข็งร่วมกับโอกาส) กลยุทธ์ในส่วนนี้มี ความสำ คัญอย่างมากต่อการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่เน้นสร้างผลลัพธ์ที่ให้ประโยชน์สูงสุด ผ่านการวิเคราะห์ จุดแข็งของธุรกิจร่วมกับโอกาสที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากบางครั้ง จุดแข็งของเราเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างที่ต้องการ จึงจำ เป็นต้องมองถึงโอกาสใน ปัจจุบันหรือโอกาสที่กำ ลังจะมาถึง เพื่อให้การดำ เนินธุรกิจเป็นไปอย่างก้าวกระโดด หรือที่เรียกกันว่า “ถูกจุด ถูกเวลา” 2. กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) เป็นการจับคู่ระหว่าง Weakness และ Opportunity (ใช้โอกาสลดจุดอ่อน)ทุกธุรกิจล้วนมีจุดอ่อน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องกระบวนการดำ เนินงาน หรือการที่ธุรกิจยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาด โดยบางครั้งการอุดจุดอ่อนอาจเป็นเรื่อง ของจังหวะเวลา ที่จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจแก้ไขจุดอ่อนหรือลดทอนจุดอ่อนของตัวเองลงไปได้ เช่น ช่วง Lock down ที่ผ่านมา จากสถานการณ์ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อร้านอาหารเปิดใหม่อย่างหนักหน่วง เพราะจุดอ่อนเดิมคือร้านหน้าใหม่มีคนรู้จัก น้อยอยู่แล้ว พอต้องถูกปิดหน้าร้านยิ่งเสียโอกาสสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสของบริการ Online Food Delivery ที่มาแรง โดยเฉพาะช่วงโควิดที่คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ทำ ให้ร้านอาหารหน้าใหม่กลุ่มนี้ สามารถปิดจุดอ่อนเรื่องการที่ยังไม่เป็นที่ รู้จัก ด้วยการหันไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และวางกลยุทธ์โฆษณาร้านบนสื่อออนไลน์มากขึ้น 3. กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST) เป็นการจับคู่ระหว่าง Strength และ Threat (ใช้จุดแข็งรับมืออุปสรรค) เป็นการใช้จุดแข็งที่มีอยู่ มาป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรบุคคลหรือเครื่องมือในองค์กรก็ตาม เนื่องจาก หลายองค์กรที่กำ ลังเติบโตอย่างมาก มักมีความต้องการใช้จุดแข็งเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกเพียงอย่างเดียว จนอาจมองข้าม การนำ จุดแข็งมาเตรียมรับมือกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น 4. กลยุทธ์เชิงรับ (WT)เป็นการจับคู่ระหว่าง Weakness และ Threat (แก้ไขจุดอ่อนและเลี่ยงอุปสรรค) กลยุทธ์แบบนี้จะแตก ต่างจากอีก 3 กลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากมีไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา ไม่ได้ใช้เพื่อหวังมุ่งไปข้าง หน้า แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรับที่มีไว้เพื่อพยุงสถานการณ์ของที่เกิดขึ้นไม่ให้แย่ลง ด้วยการพยายามบรรเทาปัญหาหรือหลีกเลี่ยงไม่ ให้ปัญหาเกิดเพิ่มขึ้น การวิเคราะห์กลยุทธ์ (TOWS Matrix) https://greedisgoods.com/


การวิเคราะห์ทำ เลและกำ หนดกลุ่มเป้าหมาย ทำ เลยังเป็นหนึ่งในสิ่งสำ คัญในการเปิดร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นการเปิดขายหน้าร้านหรือแพลตฟอร์ม ออนไลน์ สำ หรับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงจำ พวกนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ นักธุรกิจ ไปจนถึงผู้บริหาร หรือผู้มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 ขึ้นไป ดังนั้นการวิเคราะห์ ทำ เลในการขายอยู่ใกล้แหล่งคนทำ งาน สถานศึกษา หรือคอนโดมิเนียม ก็จะมีโอกาสขายได้สูง โดยปกติมักจะมี ห้างสรรพสินค้า หรือ Community mall เปิดอยู่ใกล้ ๆ แหล่งนี้ ซึ่งจากการสำ รวจหากมีงบประมาณมาก จำ นวนหนึ่งการเช่าร้านใน Community mall ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าลงทุนหรือหากมีงบประมาณอย่าง จำ กัดการเช่าตึก หรือ Food truck ก็เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากการขยายตัวของตลาด อาหารญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างมูลค่าแต่ละปีอย่างมหาศาล ทิศทางการเติบโตของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดให้บริการในเมืองไทยมากกว่า 2,000 แห่ง โดยจำ นวนนี้เป็นเพียงเฉพาะร้าน อาหารที่ลงทะเบียนบริษัท นับว่าเป็นอันดับ 5 ของโลกรองจากสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้และไต้หวันและยังมีแนวโน้มที่ จะโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10-15 % เพราะพื้นฐานของผู้บริโภคที่มั่นใจในความเป็น Health food และยิ่ง กระแสนี้แรงขึ้นเท่าไหร่ทิศทางการเติบโตของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยก็ยิ่งขยายตัวได้มากขึ้นเท่านั้นและ เกิดการแข่งขันกันกันภายในตลาดมากก็ทำ ให้ราคาถูกลงจนสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับการ สนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในด้านการลดภาษีวัสดุและวัตถุดิบต่าง ๆ ทำ ในธุรกิจ และ Franchise ต่าง ๆ มีกำ ไรที่สูงขึ้น เนื่องจากที่คนญี่ปุ่นเข้ามาทำ งานในประเทศไทยเป็นจำ นวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำ ให้ร้านอาหาร ญี่ปุ่นในไทยมีแนวโน้มที่จะเกิดร้านอาหารเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น เช่น ร้านซูชิ ร้านเนื้อย่าง บุฟเฟต์อาหารอาหาร ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งอาหารญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับสูงมากจากคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไป หลังหดตัวจากสถานการณ์โควิดต่อเนื่อง 2 ปีแต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้แพลตฟอร์ม Delivery ใน การสั่งอาหารออนไลน์เพิ่มขึ้น อีกทั้งราคาที่พุ่งสูงขึ้นกดดันกำ ลังซื้อของผู้บริโภคให้ลดลงในวงกว้าง ส่งผลหนักใน กลุ่มผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และรายย่อย เนื่องจากการแข่งขันทางธุรกิจที่สูง และเกิดปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2565 ร้านอาหารยังมีอีกหลายปัจจัยที่ท้าทาย และส่งผลกระทบต่อการดำ เนินธุรกิจ


ต้นทุนและการคำ นวณต้นทุน ต้นทุนเป็นปัจจัยในการดำ เนินธุรกิจชนิดหนึ่งที่ต้องนำ มาประกอบเพื่อให้เกิดธุรกิจจะใช้ปริมาณต้นทุนที่ แตกต่างกันไปขึ้นอยู่ว่าธุรกิจนั้นจะเล็กหรือใหญ่ ซึ่งในการผลิตสินค้า และบริการต้องอาศัยวัสดุและวัตถุดิบใน การผลิต ดังนั้นผู้บริหารต้องรู้จักบริหารวัสดุ และวัตถุดิบให้มีคุณภาพเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำ และเพื่อให้ธุรกิจเกิด กำ ไรสูงสุด ต้นทุนคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อก่อให้เกิดสินค้า และบริการ ซึ่งจำ แนกได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับ การนำ มาใช้ แบ่งเป็น 9 ลักษณะแต่ที่นิยมใช้ในการจำ แนกต้นทุนมีเพียง 4 ลักษณะดังนี้ 1.จำ แนกตามลักษณะส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ 1.1 วัตถุดิบ ถือเป็นส่วนประกอบสำ คัญในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจะแบ่งเป็น วัตถุดิบทางตรง และทางอ้อม 1.2 ค่าแรงงาน คือค่าจ้างคนทำ งานในการผลิตสินค้านั้น โดยเป็นค่าแรงงานทางตรง และค่าแรงงานทางอ้อม 1.3 ค่าใช้จ่ายในการผลิต คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการผลิตไม่เกี่ยวกับวัตถุดิบ และค่าแรงซึ่งเกิดขึ้นในการดำ เนิน งานการผลิตของกิจการนั้น ๆ 2.จำ แนกต้นทุนตามพฤติกรรมของต้นทุน 2.1 ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่จะผันแปรไปตามปริมาณสินค้าโดยมีการใช้สัดส่วนของวัตถุดิบ และแรงงานที่ชัดเจน 2.2 ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นคงที่ไม่ว่าจะมีการผลิตมากขึ้นหรือน้อยลงก็ตามทุกกิจการมีต้นทุนคงที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะขายได้หรือไม่ก็ตาม 2.3 ต้นทุนผสม มี 2 ประเภทคือ ต้นทุนกึ่งผันแปร และต้นทุนกึ่งคงที่ ต้นทุนกึ่งผันแปรจะเป็นจำ พวกค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องจักร ฯลฯ


4.จำ แนกต้นทุนตามลักษณะของปัญหาเพื่อการตัดสินใจ 4.1 ต้นทุนจม คือต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นต้นทุนที่เกิดจากการตัดสินใจในอดีตหรือจ่ายไปแล้วใน อดีต ไม่มีผลต่อการตัดสินใจในปัจจุบัน 4.2 ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ คือต้นทุนที่ประหยัดได้หากมีการตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง 4.3 ต้นทุนเสียโอกาส คือผลตอบแทนที่ได้รับหรือค่าใช้จ่ายที่จะต้องสูญเสียไปเมื่อเลือกตัดสินใจ 4.4 ต้นทุนส่วนแตกต่าง คือต้นทุนที่ผู้บริหารจะนำ มาพิจารณาถึงความแตกต่างและเลือกตัดสินใจ 4.5 ต้นทุนเพิ่มต่อหน่วย คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณขึ้น 1 หน่วย หรือลดปริมาณลง 1 หน่วย และนำ มาพิจารณาว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด ต้นทุนและการคำ นวณต้นทุน 3.จำ แนกต้นทุนตามหน้าที่ในกิจการ 3.1 ต้นทุนของฝ่ายผลิต คือต้นทุนที่เกิดขึ้นในการผลิตสินค้าและฝ่ายงานผลิตทั้งหมด 3.2 ต้นทุนของฝ่ายขายและการตลาด คือต้นทุนที่เกี่ยวกับกิจการการขาย เช่น ค่าโฆษณา 3.3 ต้นทุนของฝ่ายการเงิน คือต้นทุนที่เกิดจากการจัดหาเงินทุนมาใช้ในกิจการ 3.4 ต้นทุนของฝ่ายบริหาร คือต้นทุนที่เกิดขึ้นในการดำ เนินกิจการ การควบคุม การสั่งงาน


การคำ นวณต้นทุนอาหาร The best of การคำ นวณ คือการคำ นวณ “น้ำ หนัก” กับค่าใช้จ่ายที่เสียไป ต้องตั้งมาตรฐานว่าแต่ละเมนู ใช้วัตถุดิบอะไรบ้างในปริมาณเท่าไหร่ แบ่งออกเป็น 5 อย่างดังนี้ 1. ต้นทุนอาหาร (cost of good) ควรตั้งไว้ที่ 35% โดยจะใช้การคำ นวณสูตรของอาหารจานนั้น ๆ เช่น ราเม็ง 1 ถ้วย ใช้วัตถุดิบกี่ชนิด คำ นวณออกมาเป็นต้นทุนต่อ 1 ถ้วย เป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งใน 1 ถ้วยต้นทุนไม่ ควรเกิน 35% ของราคาขาย ตัวอย่างการคำ นวณราเม็ง 1 ถ้วย เส้น 15 กรัม 50 บาท หมู 13 กรัม 25 บาท ผัก 5 บาท เครื่องปรุง 3 บาท รวมต้นทุน 128 บาท 2. ต้นทุนแรงงาน (cost of Labol) ควรตั้งไว้อยู่ที่ 15% หากขายได้วันละ 5,000 บาท* 20 วัน รวมเป็นจำ นวนเงิน 100,000 บาท ต้นทุนและค่าแรงจะอยู่ที่ 15,000 ซึ่งจะเป็นค่าแรงของเราเองและพนักงาน 3. ค่าน้ำ ค่าไฟ ควรตั้งไว้อยู่ที่ 5% 4. ต้นทุนค่าเช่าอยู่ที่ 15% 5. ค่าอื่น ๆ ควรตั้งไว้ที่ 10%


หลังจากนั้นคำ นวณวัตถุดิบที่ใช้ทำ จำ นวนจานต่อจาน ซึ่งจำ เป็นจะต้องเก็บข้อมูลทุกวัน วัตถุดิบที่ใช้ไปทั้งหมด = ต้นทุนอาหารต่อจาน จำ นวนจานที่ขายไป การคำ นวณต้นทุนจากสต็อกสินค้า 1. สินค้าคงคลังเริ่มต้น ดูว่าวัตถุดิบในต้นเดือนในสต็อกมีเท่าไหร่ 2. สินค้าคงคลังที่ซื้อเพิ่ม ดูว่าในแต่ละเดือนซื้อวัตถุดิบเพิ่มเท่าไหร่ 3. สินค้าคงคลังตอนจบ วันที่จบเดือนให้นับวัตถุดิบทั้งหมดในสต็อกสินค้าอีกรอบ สินค้าคงคลังเริ่มต้น + สินค้าคงคลังที่ซื้อเพิ่ม - สินค้าคงคลังตอนจบ จะได้จำ นวนวัตถุดิบที่ใช้ไปทั้งหมด


การจดทะเบียนร้านอาหารถือเป็นสิ่งสำ คัญที่ต้องทำ เมื่อเริ่มต้นธุรกิจอาหาร ไม่ควรมองข้ามการ จดทะเบียนร้านอาหารเพื่อให้เปิดขายได้อย่างถูกกฎหมาย และเปิดเผยนอกจากนั้นยังสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับร้านค้า ซึ่งการจดทะเบียนการค้ามี 2 รูปแบบคือบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล การจดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดา สำ หรับร้านอาหารทั่วไปที่มีขนาดเล็ก-กลาง เหมาะสำ หรับร้านที่มีเจ้าของกิจการคนเดียว ธุรกิจ ครอบครัว แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนมีดังนี้ 1. สำ เนาบัตรประชาชนและสำ เนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการ 2. ถ้าเจ้าของกิจการไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่ตั้งร้านอาหารให้เตรียมเอกสารเหล่านี้ 2.1 หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่ 2.2 สำ เนาทะเบียนบ้านที่แสดงให้เห็นว่าผู้ให้คามยินยอมเป็นเจ้าของบ้าน หรือสำ เนาเช่า 3. แผนที่แสดงที่ตั้ง และสถานที่สำ คัญบริเวณใกล้เคียง 4. หนังสือมอบอำ นาจ กรณีเจ้าของสถานที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง 5. สำ เนาบัตรประจำ ตัวประชาชนของผู้รับมอบอำ นาจ (ถ้ามี) 6. ค่าธรรมเนียนการจดทะเบียน 50 บาท 7. คำ ขอจดทะเบียน http://www.dbd.go.th/download/downloads/01_tp/form_tp.pdf สำ หรับการจดทะเบียนร้านอาหารแบบบุคคลธรรมดา ต้องจดภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มเปิดกิจการและ สามารถยื่นจดได้ที่ 1. ในเขตกรุงเทพฯ ยื่นจดทะเบียนได้ที่สำ นักงานเศรษฐกิจการคลัง สำ นักการคลัง กรุงเทพมหานคร และ สำ นักงานเขตทุกแห่ง 2. สำ หรับต่างจังหวัด ยื่นจดทะเบียนได้ที่เทศบาลองค์การบริหารส่วนตำ บล ที่ร้านอาหารของคุณตั้งอยู่ การจดทะเบียนร้านอาหาร


การจดทะเบียนแบบนิติบุคคลมีความซับซ้อนกว่าการจดแบบรูปแบบธรรมดา จึงเหมาะกับธุรกิจ ขนาดใหญ่ ต้องขยายสาขาและมีหุ้นส่วนหลายคน ซึ่งจะมีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ร้านอาหารต้องทำ ตาม เช่น การทำ บัญชี การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1. สำ เนาบัตรประชาชนของหุ้นส่วนทุกคน 2 สำ เนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนทุกคน 3. หนังสือหรือสัญญาการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบุคคล 4. หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่ 5. สำ เนาทะเบียนบ้านที่แสดงให้เห็นว่าผู้ให้ความยินยอมเป็นเจ้าของบ้าน หรือสำ เนาสัญญาเช่า 6. แผนที่แสดงสถานที่ตั้งร้าน และสถานที่สำ คัญบริเวณใกล้เคียง 7. หนังสือมอบอำ นาจ กรณีเจ้าของกิจการไม่ได้มาด้วยตนเอง 8. สำ เนาประจำ ตัวประชาชนของผู้รับมอบอำ นาจ 9. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 50 บาท 10. คำ ขอจดทะเบียนhttp://www.dbd.go.th/download/downloads/01_tp/form_tp.pdf สามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่ 1. ในเขตกรุงเทพฯ ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่สำ นักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกระทรวงพาณิชย์ 2. ต่างจังหวัด สามารถยื่นจดได้ที่พาณิชย์จังหวัด การจดทะเบียนพาณิชย์แบบนิติบุคคล


ธุรกิจอาหารนอกจากจะต้องจดทะเบียนแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมีคือใบอนุญาต ในทาง กฎหมายธุรกิจถือเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค จึงมีกฎหมายว่า ผู้ใดที่จะจัดตั้งสถานที่จำ หน่าย อาหารหรือสถานที่สะสมอาหารต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นก่อน สถานที่จำ หน่ายอาหาร เป็นสถานที่ในการปรับปรุงอาหาร และจำ หน่ายอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ ศูนย์อาหาร โรงอาหาร รวมถึงแผงลอย ฯลฯ สถานที่สะสมอาหาร สถานที่จัดเก็บอาหารที่มีทั้งของสด ของแห้ง เพื่อที่ผู้บริโภคจะได้นำ ไปประกอบ อาหาร เป็นวัตถุดิบการปรุงอาหาร เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำ สิ่งที่ต้องทำ ในลำ ดับต่อมาคือ การทำ หนังสือรับรองการแจ้งหรือการขอใบอนุญาต ซึ่งจะแบ่งตาม พื้นที่ประกอบกิจการ มีดังนี้ พื้นที่ประกอบกิจการ - พื้นที่ประกอบกิจการไม่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องยื่นเรื่องขอรับ ‘หนังสือรับรองการแจ้ง’โดยมีค่า ธรรมเนียม 1,000 บาท - พื้นที่ประกอบกิจการเกิน 200 ตารางเมตร ต้องยื่นเรื่องขอรับ “ใบอนุญาต” มีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับพื้นที่ เอกสารที่ต้องเตรียมสำ หรับผู้ขอรับใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้ง 1. สำ เนาบัตรประจำ ตัวประชาชน 2. สำ เนาทะเบียนบ้าน 3. สำ เนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งร้านอาหาร 4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอรับเป็นนิติบุคคล) 5. สำ เนาบัตรประชาชนของผู้แทนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอรับเป็นนิติบุคคล) 6. หนังสือมอบอำ นาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสำ เนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำ นาจและผู้รับมอบ อำ นาจ (กรณีผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำ ขอด้วยตนเอง) 7. ผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์ของพนักงานผู้สัมผัสอาหาร 8. แผนที่สังเขปแสดงสถานที่ตั้งสถานประกอบการ ใบอนุญาต และการขออนุญาตธุรกิจร้านอาหาร


สถานที่การยื่นคำ ขอใบอนุญาตหรือขอหนังสือรับรองการแจ้ง - สำ นักงานเขตของกรุงเทพมหานคร - สำ นักงานองค์การบริหารส่วนตำ บล - สำ นักงานเทศบาลสำ หรับร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล - สำ นักงานเมืองพัทยา ขั้นตอนการขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้ง 1. ติดต่อที่สำ นักงานเขตที่ตั้งของร้านอาหาร 2. กรอกแบบฟอร์ม สอ.1 ตามที่เจ้าหน้าที่จัดให้ (ใบอนุญาตสถานที่จำ หน่ายอาหาร หรือ หนังสือรับรองการ จัดตั้ง) 3. เมื่อกรอกแบบฟอร์มเสร็จเรียบร้อย ยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ 4. เมื่ออนุมัติให้ออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการจัดตั้ง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้มารับเอกสาร พร้อมกับ ชำ ระค่าธรรมเนียมภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง ซึ่งใบอนุญาตจะมีอายุเพียง 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้ในเขตนั้น ๆ โดย การต่อ “ใบอนุญาต” สามารถยื่นคำ ขอต่อแบบ สอ.5 เมื่อชำ ระค่าธรรมเนียมแล้วจะสามารถประกอบ กิจการต่อได้ ส่วนหนังสือรับรองการแจ้ง ไม่ต้องยื่นคำ ขอต่ออายุรายปีแต่ต้องชำ ระค่าธรรมเนียมทุกปี หากใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งหาย หากสูญหาย, ถูกทำ ลาย, หรือชำ รุด ต้องยื่นคำ ขอต่อเจ้าหน้าที่สำ นักเขตนั้น ๆ เพื่อขอรับใบแทนใบ อนุญาต หรือหนังสือรับรองแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สูญหาย ถูกทำ ลาย หรือชำ รุด ใบอนุญาต และการขออนุญาตธุรกิจร้านอาหาร


ข้อมูลผลการสำ รวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย แนวโน้มจำ นวนร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารที่มีเพิ่มขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจำ นวนร้าน อาหารญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัย ดังนี้ 1. วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นที่แพร่หลายมากขึ้น 2. การขยายฐานลูกค้าโดยการเพิ่มความหลากหลายด้านราคา 3. การเพิ่มขึ้นของศูนย์การค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด


ข้อมูลผลการสำ รวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย


บรรณานุกรม · ใบอนุญาตร้านอาหาร https://www.cooking.in.th/restaurant77/ · การคำ นวณต้นทุนร้านอาหาร https://thaiwinner.com/restaurant-cost/ · การจดทะเบียนร้านอาหาร https://www.wongnai.com/ · SWOT https://thewisdom.co/content/what-is-swot-analysis · Feasibility Study https://thaiwinner.com/feasibility-study/ · BCG Matrix https://www.popticles.com/ · TOWS Matrix https://greedisgoods.com/tows · ข้อมูลการสำ รวจ และการกระจายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่น https://www.jetro.go.jp/ext_images/thailand/food/JapaneseRestaurantsSurveyTH2021.pdf


Click to View FlipBook Version