ความหมายของแผนงาน
จัดทาโดย
นางสาวนธิ ากร มณพี รหม
รหัส 6319050037
รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าการวางแผนกลยทุ ธ์และการจัดการ
หลกั สูตรศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา
ภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2563
คณะศึกษาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ สาขาวชิ าบริหารการศึกษา
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่
แนวคดิ เกย่ี วกบั การวางแผน
เป็นหนา้ ที่ของผบู้ ริหารทุกระดบั ท่ีตอ้ งวางแผนเพอื่ ใชเ้ ป็นบรรทดั ฐานในการปฏิบตั ิงาน และเป็น
แนวทางเพ่อื มุ่งสู่ผลสาเร็จที่คาดหวงั ในอนาคต ดงั มีผกู้ ล่าวไวว้ ่า การปฏิบตั ิงานจะประสบผลสาเร็จ
มากหรือนอ้ ยเพยี งใด ข้ึนอยกู่ บั การวางแผน และถา้ วางแผนดี กเ็ ท่ากบั ปฏบิ ตั ิงานสาเร็จไปแลว้ กว่า
คร่ึง
ความหมายของการวางแผน
การวางแผน คือ การหาทางเลือกท่ีดีที่สุดในการปฏิบตั ิงาน โดยใชป้ ัจจยั ต่างๆและมี เหตุผลเพ่อื ให้
การดาเนินงานในอนาคตเป็ นไปโดยเรี ยบร้อยและมีประสิทธิภาพท่ีสุด
การวางแผน คือ กระบวนการของการพจิ ารณาตดั สินใจล่วงหนา้ ว่าจะทาอะไร อยา่ งไร มีการเลอื ก
วตั ถุประสงค์ นโยบาย โครงการ และวิธีปฏิบตั ิเพ่ือใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงคน์ ้นั อยา่ งไร
การวางแผน หมายถึง กระบวนการกาหนดวตั ถุประสงค์ สาหรับช่วงเวลาขา้ งหนา้ และกาหนดส่ิงท่ี
จะกระทาต่างๆ เพ่ือใหบ้ รรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์
การวางแผน เป็นกระบวนการเกย่ี วกบั การคิดและการตดั สินใจที่ละเอยี ดออ่ น และตอ้ งกระทาให้
เสร็จส้ิน ก่อนจะมกี ารดาเนินกิจกรรม
การวางแผน หมายถงึ วธิ ีการในการไปถงึ เป้ าหมาย
การวางแผน หมายถึง กระบวนการพิจารณาตดั สินใจในปัจจุบนั ว่าจะทาอะไร ทาโดยใคร และทา
เพื่ออะไร สาหรับการปฏิบตั ิการท่ีอาจเกิดข้ึนในอนาคต
ความสาคญั ของการแผน
1. ช่วยลดการสูญเสียจากการทางานซ้าซอ้ น
2. ทาใหม้ กี ารกาหนดขอบเขตในการทางานท่ีแน่นอน และมีนโยบายท่ีชดั เจน
3. ช่วยใหผ้ บู้ ริหารสามารถเตรียมรับสถานการณ์ท่ีไม่แน่นอน และความยงุ่ ยากที่อาจเกิดข้ึนใน
อนาคต ตลอดจนป้ องกนั การขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้นึ ในหน่วยงาน
4. การวางแผนเป็นเครื่องมือในการบริหารของผบู้ ริหาร เพอื่ ใหก้ ารดาเนินงานประสบ ผลสาเร็จ
อยา่ งมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ประหยดั เวลา และทรัพยากร
5. การวางแผนจะช่วยใหเ้ กิดการประสานสมั พนั ธภ์ ายในองคก์ ร ทาใหก้ ารปฏบิ ตั ิเป็นไปดว้ ยความ
ราบร่ืนและสามารถตรวจสอบความสาเร็จของเป้ าหมายได้
คุณภาพของการวางแผนจะมีมากหรือนอ้ ยเพยี งใด ข้ึนอยกู่ บั การวเิ คราะห์ความถกู ตอ้ งของสิ่งต่างๆ
ต่อไปน้ี
1. รู้วา่ กจิ การมีทรัพยากรที่แทจ้ ริงอยมู่ ากหรือนอ้ ยเพยี งใด
2. รู้วา่ กิจการขณะน้ียนื อยู่ ณ จุดใด ท่ีแลว้ มาสภาพของกิจการเป็นอยา่ งไรเคยประสบความสาเร็จ
หรือลม้ เหลวมาอยา่ งไรบา้ งและเกิดข้ึนเพราะเหตุใด
3. รู้ว่าอนาคตธุรกิจตอ้ งการอะไร เช่น ช่ือเสียง การเจริญเติบโต การเป็นธุรกิจผนู้ า เป็นตน้
4. รู้สถานการณ์รอบ ๆตวั ในขณะที่ทางานวางแผน ว่ามีสภาพเป็นอยา่ งไรธุรกิจจุดอ่อนจุดแขง็
อยา่ งไร สถานการณ์ภายนอกจะก่อใหเ้ กิดผลไดผ้ ลเสียต่อกิจการอยา่ งไร
5. สามารถทานายสถานการณ์ในอนาคตไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง หรือมีความใกลเ้ คียงความจริงมากหรือ
นอ้ ยเพยี งใด
ความหมายของแผน
แผน แบบพมิ พเ์ ขียวทก่ี าหนดการจดั สรรทรัพยากร ตารางการปฏบิ ตั ิงานและกิจกรรมที่สาคญั อน่ื ๆ
เพอื่ มุง่ ไปสู่การบรรลเุ ป้ าหมาย
แผน คือ แนวปฏบิ ตั ิทก่ี าหนดไวล้ ว่ งหนา้ ซ่ึงตอ้ งเก่ียวขอ้ งกบั การกระทา อนาคต และความตอ้ งการ
ของบุคคลและองคก์ ร
แผน คือ ผลที่ไดจ้ ากการวางแผน
แผน คือ ส่ิงที่กาหนดข้ึนและถือเป็นแนวดาเนินการ
จากความหมายของแผนท่กี ล่าวมาพบวา่ แผน คือ ผลท่ีเกิดจากการวางแผนหรืออาจกลา่ วอีกนยั หน่ึง
วา่ “การวางแผน” คือกิจการรมหรือการกระทาที่ก่อใหเ้ กิด “แผน” ซ่ึงอาจกระทาข้ึนเป็นลายลกั ษณ์
อกั ษร แบบเป็นทางการหรือไมเ่ ป็นทางการกไ็ ด้
ประเภทของการวางแผน (Types of Planning)
การจาแนกประเภทของการวางแผน ข้ึนอยกู่ บั บรรทดั ฐานท่ีนามาใชใ้ นการจาแนกและจดั แบ่ง
ประเภท เพ่ือใหง้ ่ายต่อการทาความเขา้ ใน และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการใชง้ าน ประเภทของการ
วางแผนเหลา่ น้นั ไดแ้ ก่
นโยบายองค์กร
1. การจาแนกประเภทของการวางแผนตามระดบั ของการบริหารงานองคก์ ร การวางแผน
ประเภทน้ีจะสามารถจาแนกไดเ้ ป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ การวางแผนกลยทุ ธ์ การวางแผนยทุ ธวธิ ี และ
การวางแผนปฏบิ ตั กิ าร
1.1 การวางแผนกลยทุ ธ์ (Strategic Planning) เป็นการวางแผนท่ีถกู จดั ทาข้ึนโดยผบู้ ริหารระดบั สูง
เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั เป็นหมายกลยทุ ธข์ ององคก์ รแลว้ ประสานไปยงั ผบู้ ริหารระดบั กลาง และระดบั
ล่าง ทาใหก้ ารวางแผนกลยทุ ธม์ ลี กั ษณะการบริหารแบบลงล่าง (Top-Dow Planning) ท่ีผบู้ ริหาร
ระดบั สูงมีบทบาทสาคญั ท่ีสุด การวางแผนกลยทุ ธจ์ ะกลา่ วถงึ ขอบเขตกวา้ งๆ ของการจดั กจิ กรรม
ขององคก์ ร ซ่ึงตอ้ งครอบคลมุ ทรัพยากรท้งั หมดท่ีองคก์ รมอี ยตู่ ลอดจนการพยากรณ์สภาวะแวดลอ้ ม
ท้งั ภายในและภายนอก เป้ าหมายของการวางแผนกลยทุ ธ์ โดยทว่ั ไปจะมงุ่ เนน้ ใหอ้ งคก์ ร
เจริญเติบโตและดารงอยไู่ ดใ้ นอนาคต กบั การช่วยเพมิ่ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ดาเนินงานขององคก์ ร
1.2 การวางแผนยทุ ธวิธี (Tactical Planning) เป็นการวางแผนที่เกิดจากการ
กระทาร่วมกนั ระหว่างผบู้ ริหารระดบั สูงกบั ผบู้ ริหารระดบั กลางเพ่อื ใหอ้ งคก์ รธุรกิจกา้ วไปสู่
ผลสาเร็จท่ีวางไว้ ซ่ึงเป็นไปตามเป้ าหมายยทุ ธวิธีและสอดคลอ้ งกบั แผลกลยทุ ธ์ แผนยทุ ธวธิ ี จะมี
ลกั ษณะเฉพาะเจาะจง และเป็นกิจกรรมท่ตี อ้ งกระทาโดยหน่วยงานยอ่ ยซ่ึงอยภู่ ายในองคก์ ร การ
วางแผนยทุ ธวธิ ีตอ้ งอยภู่ ายใตข้ อบเขตกาหนดของแผนกลยทุ ธ์ แต่แผนยทุ ธวธิ ีจะทาหนา้ ที่ในการ
ผสมผสานสอดคลอ้ งระหว่างแผนกลยทุ ธ์ ซ่ึงถกู สร้างข้ึนโดยผบู้ ริหารระดบั สูง กบั แผนปฏบิ ตั ิการ
ซ่ึงเป็นแผนระดบั ล่างและมกั เป็นแผนระยะส้นั เขา้ ดว้ ยกนั โดยเนน้ ใหค้ รอบคลุมในส่ิงที่มี
ความสาคญั ท้งั หมด เช่น ค่าใชจ้ ่าย รายไดเ้ วลา และเคร่ืองมอื เครื่องใช้
1.3 การวางแผนปฏิบตั กิ าร (Operational Plans) ใชอ้ ธิบายเป้ าหมายในการ
ปฏิบตั ิงานขององคก์ รในลกั ษณะท่ีเป็นหนา้ ที่เฉพาะของหน่วยงาน หรือมลี กั ษณะท่ีเป็นงานท่ีตอ้ ง
ทาเป็นประจาวนั ต่อวนั การวางแผนปฏบิ ตั ิการเป็นหนา้ ที่ของผบู้ ริหารระดบั ล่างท่ีจะตอ้ งกระทา
ตามเป้ าหมายปฏบิ ตั ิการ และใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธวธิ ี และแผนกลยทุ ธ์ แผนปฏิบตั ิการ และให้
สอดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธวิธี และแผนกลยทุ ธ์ แผนปฏิบตั ิการจึงมีลกั ษณะการวางแผนระยะส้นั ซ่ึงมกั
เกี่ยวขอ้ งกบั ปัจจยั ต่าง ๆภายในองคก์ ร ซ่ึงเป็นทรัพยากรท่ีผบู้ ริหารสามารถควบคุมได้
2. การจาแนกประเภทของการวางแผนตามระยะเวลา (Planning Time Frames) การ
วางแผนโดยอาศยั ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิงานตามแผนเป็นเคร่ืองพิจารณาสามารถจะจาแนกแผน
ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภทไดแ้ ก่
2.1 การวางแผนระยะยาว (Long range Planning) เป็นการวางแผนในระดบั กลยทุ ธโ์ ดยมีเป้ าหมาย
เพ่อื เชื่อมโยงการบริหารและการปฏิบตั กิ ารภายในองคก์ รเขา้ กบั สภาวะแวดลอ้ มปกติ การวางแผน
ระยะยาย จะคานึงถงึ อนาคตขา้ งหนา้ ไม่ต่ากวา่ 5 ปี ข้ึนไป แมว้ า่ การวางแผนระยะยายจะต้งั อยบู่ น
ความไม่แน่นอนของสถานการณ์แวดลอ้ ม แต่หลายๆ องคก์ รกส็ ามารถชา้ กรวางแผนระยะยาวให้
เป็นประโยชน์ต่อองคก์ รได้ เช่น ใชก้ ารวางแผนระยะยาวในการพฒั นาทกั ษะและฝีมือของแรงงาน
เพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการใชแ้ รงงานในอนาคตผบู้ ริหารบริษทั ซีรอกซใ์ ชก้ ารวางแผนระยะ
ยาวสาหรับการสร้างสรรคส์ ายผลิตภณั ฑใ์ หม่ ที่จะสนบั สนุนเป้ าหมายกลยทุ ธข์ ององคก์ ร ในการ
สร้างความเป็นหน่ึงของโลกในธุรกจิ กระบวนการเอกสาร และวางแผนใชเ้ วลาถงึ 10 ปี ในการ
พฒั นาดา้ นการตลาดของเทคโนโลยดี า้ นเอกสารและใสการสร้างสรรคเ์ คร่ืองจกั รคอมพวิ เตอร์
ดิจิตอลแบบต้งั โต๊ะ เพื่อใชง้ านดา้ นเอกสารสาเนามี่มีความเร็วสูงและมีคุณภาพสูง
2.2 การวางแผนระยะปานกลาง (Intermediate Range Planning) การวางแผนระยะปานกลาง จะ
ครอบคลุมเวลาในการดาเนินงานตามแผนต้งั แต่ 1 ปี ถึง 5 ปี แผนระยะปานกลางจึงทาหนา้ ที่เป็น
ส่ือกลางประสานระหว่างแผนระยะยาวกบั แผนระยะส้นั เพือ่ ใหก้ ารปฏบิ ตั ิงานภายในองคก์ ร
เป็นไปตามยทุ ธวิธี และเป้ าหมายยทุ ธวธิ ีท่ีวางไว้ บางคร้ังองคก์ รธุรกิจบางแห่ง อาจรวมเอาการ
วางแผนระยะส้นั และการวางแผนระยะปานกลางเขา้ ดว้ ยกนั โดยมเี ป้ าหมายในการทากาไร ของ
องคก์ ารเป็นหลกั หรือาจใชว้ ธิ ีวางแผนะรยะปานกลางเพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาหรือสาหรับ
การขยายกจิ การ และขยายกาลงั การผลติ โดยใชช้ ่วงเวลา 1 ปี ถงึ 5 ปี เป็นเกณฑ์
2.3 การวางแผนระยะส้นั (short range Planning) เป็นการวางแผนเพอื่ ใหค้ รอบคลุมและเป็นไปตาม
เป้ าหมายปฏบิ ตั ิการหรือแผนปฏบิ ตั ิการทว่ี างไวโ้ ดยปกติ แผนระยะส้นั จะตอ้ งสอดคลอ้ งและ
เป็นไปในทิศทางเดียวกนั กบั แผนระยะยาว ระยะเวลาสาหรับการวางแผนระยะส้นั มกั เป็นช่วงเวลา
ของการดาเนินงานในปัจจุบนั ซ่ึงถอื เอาช่วงเวลาภายในเวลา 1 ปี เป็นเกณฑ์ แผนระยะส้นั จะชว่ ยให้
การบริหารการปฏิบตั ิงานประจาวนั เป็นไปดว้ ยความราบรื่นเรียบร้อย
3. การจาแนกประเภทของการาวางแผนตามหนา้ ท่ีดาเนินงาน (Functional Planning) การ
วางแผนโดยจาแนกตามหนา้ ท่ีดาเนินงาน สามารถจาแนกแผนออกไดเ้ ป็น 5 ชนิด ไดแ้ ก่
3.1 แผนแม่บท (Master Plan) เป็นแผนที่เกิดจากการรวมแผนท้งั หมดภายในองคก์ รเขา้ ไว
ดว้ ยกนั เพื่อใหเ้ ห็นถึงโครงสร้างโดยรวม ของการปฏบิ ตั ิงานภายในองคก์ ร และใชเ้ ป็นแม่แบบใน
การวางแผนระดบั รองลงไปของกิจการ
3.2 แผนหนา้ ที่ (Functional Plan) เป็นแผนท่ีถกู วางข้ึนเพ่ือเฉพาะเจาะจงใชก้ บั กลุ่มงาน แผนปฏิบตั ิ
งานจะเป็นแผนยอ่ ยท่ีอยใู่ นแผนใหญ่ท่ีเรียกวา่ แผนแม่บท แผนปฏบิ ตั ิงานจะช่วยใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิทราบว่า
หน่วยงานจะตอ้ งทาอะไร ทาอยา่ งไร และทาเพื่ออะไร ตลอดจนแสดง เป้ าหมายสุดทา้ ยที่คาดหวงั
เม่อื ปฏิบตั ิตามแผนทุกอยา่ งหมดแลว้
การจาแนกการวางแผนตามหนา้ ที่น้ี สามารถจาแนกแผนยอ่ ยออกไดเ้ ป็นแผนดา้ นบคุ ลากร แผน
ดา้ นการผลิตแผนดา้ นการตลาด และแผนดา้ นการเงิน
3.2.1 การวางแผนดา้ นบคุ คล (Human Resource Planning ) เป็นการคาดคะเนความตอ้ งการใช้
บุคลากร ซ่ึงถือเป็นทรัพยากรมนุษยท์ ี่มคี ่าขององคก์ รธุรกิจ เพ่อื ใหม้ ีความเหมาะสมสอดคลอ้ ง
ระหว่างบุคลากรและงานขององคก์ รท้งั ในปัจจุบนั และในอนาคต
3.2.2 การวางแผนดา้ นการผลติ (Production Planning) คือ กระบวนการในการกาหนดชนิดและ
ปริมาณของทรัพยากรที่จาเป็นตอ้ งใชเ้ พ่ีอการผลิต โดยมีเป้ าหมายเพ่ือใหเ้ กิดการสูญเสียทรัพยากร
กาลงั ผลติ แรงงานที่ใช้ และเวลาในการผลติ ใหน้ อ้ ยที่สุด แต่ก่อใหเ้ กิดประสิทธิผลดีที่สุดตาม
เป้ าหมายท่ีวางไว้
3.2.3 การวางแผนดา้ นการตลาด (Marketing Planning) คือ กระบวนการในการกาหนดเป้ าหมาย
และวธิ ีการ เพื่อการตลาดปฏบิ ตั ิการทางการตลาดใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จตามที่คาดหวงั และ ก่อใหเ้ กิด
ผลตอบแทนอยา่ งคุม้ ค่า น่าพอใจโดยใชท้ รัพยากรอยา่ งมีประสิทธิภาพ การวางแผนทางดา้ น
การตลาด ทาไดห้ ลายวิธี เช่น การวางแผนเพือ่ เพมิ่ ยอดขาย เพอ่ื ขยายส่วนแบ่งตลาด และเพื่อเพมิ่ ผล
กาไร เป็นตน้
3.2.4 การวางแผนดา้ นการเงิน (Financial Planning) คือกระบวนการในการพิจารณาเพอื่ จดั สรร
ทรัพยากรทางการเงินท่กี ิจการมีอยเู่ พอ่ื ก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ในขณะเดียวกนั ก็พจิ ารณาเพ่ือ
แสวงหาแหล่งเงินทุนท่ีก่อใหเ้ กิดตน้ ทุนและความเสี่ยงต่า เพ่อื นามาใชป้ ระโยชน์ภารในธุรกิจอยา่ ง
มปี ระสิทธิภาพการวางแผนดา้ นการเงินน้ีจะมลี กั ษณะเป็นการวางแผนดา้ นสนบั สนุน เพอ่ื แผนอ่ืนๆ
ดาเนินไปไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3.3 แผนงานโครงการ (Project) เป็นแผนที่องคก์ รทาข้ึนเพอ่ื ตอบสนองนโยบาย เก่ียวกบั กิจกรรม
ใหญ่ขององคก์ รเฉพาะคร้ัง (เป็นกิจกรรมท่ีนาน ๆทาที มใิ ช่ทาเป็นประจาสมา่ เสมอ) ซ่ึงตอ้ งใช้
ปัจจยั เป็นจานวนมาก จากหน่วยงานต่าง ๆขององคก์ รหลาย ๆหน่วยงาน การวางแผนงานโครงการ
จะช่วยใหห้ น่วยงานยอ่ ยแต่ละหน่วยงานรู้หนา้ ที่ และความรับผดิ ชอบของตน มกี ารประสาน
สมั พนั ธอ์ นั ดี ซ่ึงจะทาใหง้ านบรรลุเป้ าหมายที่วางไวไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3.4 แผนสรุป (Comprehensive Plan) เป็นแผนท่ีจดั ทาข้ึนเพ่ือสรุปรวมแผนหนา้ ที่ตลอดจนแผนงาน
โครงงานที่องคก์ รกระทา โดยอาจจาแนกเป็นหมวดหมู่ หรือจาแนกตามขอบเขตของงานหรือระดบั
ความซบั ซอ้ นในการปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหง้ ่ายต่อการทาความเขา้ ใจ การวางแผนประเภทน้ี จะเห็นไดช้ ดั ใน
การวางแผนบริหารประเทศของรัฐบาล ตวั อยา่ งเช่น แผนสาธารณสุข แผนการจดั การศกึ ษา เป็นตน้
3.5 แผนกิจกรรม (Activity Planning) เป็นแผนที่จดั ทาข้ึนเพ่อื แสดงใหเ้ ห็นตารางเวลาของการ
ปฏบิ ตั ิงาน (Schedule) แผนกิจกรรมจะแสดงใหเ้ ห็นว่า แต่ละหน่วยงานยอ่ ยในองคก์ รมหี นา้ ท่ี
รับผดิ ชอบในการดาเนินกิจกรรมอะไร ในช่วงเวลาใดบา้ ง กิจกรรมน้นั จะเริ่มตน้ เมื่อไร และจะตอ้ ง
ดาเนินกจิ กรรมต่อเน่ืองกบั หน่วยงานใด บา้ งหรือไม่ เพือ่ ใหง้ านน้นั แลว้ เสร็จบรรลุผลสาเร็จตาม
เป้ าหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ
4. การจาแนกประเภทของการวางแผนตามความถ่ีของการนาแผนไปใช้ (Repetitiveness Use Plan)
การจาแนกประเภทของแผนวธิ ีน้ี จะแบ่งแผนออกได้ เป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ แผนหลกั และแผนใช้
เฉพาะคร้ัง
4.1 แผนหลกั (Standing Plan) (หรืออาจเรียกไดว้ ่าแผนยนื พ้นื แผนถาวร หรืแผนประจา) เป็น
แนวคิด หลกั การ หรือแนวทางปฏิบตั ิในการกระทากิจกรรมบางอยา่ งภายในองคก์ ร ซ่ึงตอ้ งมกี าร
กระทาซ้าบ่อยๆ แผนหลกั หรือแผนประจาน้ี จะถกู นามาใชไ้ ดห้ ลาย ๆคร้ังโดยไมม่ กี ารกาหนดอายุ
(ข้ึนอยกู่ บั การเปลยี่ นแปลงสภาวการณ์ท้งั ภายในและภายนอกเป็นเกณฑ)์ แผนหลกั หรือแผนประจา
จึงตอ้ งเป็นเคร่ืองมือสาหรับผบู้ ริหารในการตดั สินใจแกไ้ ขปัญหาระหว่างฝ่ ายต่าง ๆแผน
หลกั หรือแผนประจาประกอบดว้ ย
- นโยบาย เป็นขอ้ ความ หรือสิ่งท่ีเขา้ ใจง่ายเป็นท่ียอมรับและเป็นแนวทางสาหรับการ
ตดั สินในและปฏิบตั ิ
- ระเบียบวิธีปฏบิ ตั ิ (Procedures) เป็นข้นั ตอนวิธีปฏิบตั ิงานที่เลอื กหรือกาหนดไวเ้ ป็น
มาตรฐาน สาหรับการดาเนินงานในอนาคต เพื่อใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย และวตั ถุประสงคร์ ะเบียบ
ปฏบิ ตั ิจะใชม้ ากสาหรับการดาเนินงานในระดบั แผนกซ่ึงมหี นา้ ท่ีในทางปฏิบตั ิโดยตรง
ความแตกต่างระหวา่ งนโยบายกบั ระเบียบวิธีปฏิบตั ิจะอยทู่ ่นี โยบายเป็นเร่ืองของการวางหลกั ปฏิบตั ิ
ทวั่ ๆ ไป ส่วนระเบียบวธิ ีปฏิบตั ิจะบอกใหท้ ราบวา่ จะตอ้ งทาอะไร ทาอยา่ งไรเพอื่ ใหส้ มั ฤทธ์ิผล
ดงั น้นั จึงมีผกู้ ล่าว่า ระเบียบปฏิบตั ิ คือ แผนซ่ึงกาหนดแนวปฏบิ ตั ิที่เฉพาะเจาะจงภายในนโยบายที่
วางไว้
- กฎ (Rule) หมายถึง แผนงานประจาที่มคี วามเฉพาะเจาะจง จาเป็นตอ้ งปฏบิ ตั ิ กฎจะ
ช้ีใหเ้ ห็นถึงวธิ ีปฏบิ ตั ิงานโดยไม่มกี ารลาดบั เหตกุ ารณ์ กฎอาจเป็นหรือไมเ่ ป็นส่วนหนี่งของวธิ ี
ปฏบิ ตั ิก็ได้ และถา้ นโยบายท่ีนามาใชไ้ มเ่ ปิ ดโอกาสใหผ้ กู้ ราไดใ้ ชด้ ุลพินิจในการปฏิบตั ิงานแลว้ ถกู
เรียกว่ากฎทนั ที
4.2 แผนใชเ้ ฉพาะคร้ัง (Single-Use Plan) หมายถึง แผนท่ีเตรียมข้ึนอยา่ งเฉพาะเจาะจงกบั เหตกุ ารณ์
ที่เกิดข้ึนเพยี งคร้ังเดยี วแลว้ จะไมม่ โี อกาสเกิดข้ึนอกี (one time Goal ) เมื่อบรรลผุ ลตามท่ีกาหนด
แลว้ จะเลกิ ใชแ้ ผนน้นั ๆ แต่ถา้ สถานการณ์เอ้อื อานวยจะนากลบั มาใชใ้ หมอ่ กี ก็ได้ แผนประเภทน้ี
ไดแ้ ก่
4.2.1 โปรแกรมหรือ แผนงาน (Program) เป็นแผนที่ถกู จดั ใหอ้ ยใู่ นลาดบั สูงสุดของแผนใชเ้ ฉพาะ
คร้ัง (การวางแผนและควบคุมการบริหาร)โปรแกรมจะครอบคลมุ กิจกรรมท่ีคาดว่าจะตอ้ งกระทา
ท้งั หมด หรือเพือ่ ใชก้ บั สถานการณ์ที่ค่อนขา้ งยงุ่ ยากและสลบั ซบั ซอ้ นในการแกป้ ัญหา
(Management) เพ่ือใหม้ กี ารใชท้ รัพยากรอยา่ งเหมาะสม และประหยดั ส่ิงที่ผบู้ ริหารควรกระทาใน
การวางโปรแกรม ไดแ้ ก่
- ทาใหก้ ิจกรรมท้งั หลายมีข้นั ตอน
- เรียงลาดบั ข้นั ตอนว่าอะไรควรทาก่อน อะไรควรทาหลงั
- วา่ งแผนวา่ ใครเป็นผกู้ ระทากจิ กรรมใจแต่ละข้นั ตอนน้นั
- ประมาณการทรัพยากรที่มี ใหเ้ พียงพอในการปฏบิ ตั ิงานแต่ละข้นั
- ประมาณการทรัพยากรท่ีมี ใหเ้ พยี งพอในการปฏบิ ตั ิงานแต่ละข้นั
- ประมาณเวลาที่จาเป็นในการปฏบิ ตั ิงานแต่ละข้นั
- เตรียมเคร่ืองมือสนบั สนุนงานแต่ละข้นั
4.2.1.1 โครงการ (Project) เป็นการวางแผนท่ีใชก้ บั เหตุการณ์ท่ีไม่ค่อยมคี วามยงุ่ ยากหรือ
สลบั ซบั ซอ้ น โครงการจึงมีลกั ษณะเป็นแผนงานยอ่ ยท่ีมคี วามเฉพาะเจาะจง
4.2.1.2 แผนรายละเอยี ด (Detailed Plan) เป็นแผนแสดงการดาเนินงานอยา่ ง
ละเอยี ดทุกข้นั ตอน และมลี กั ษณะเป็นแผนระยะส้นั
4.2.1.3 งานเฉพาะกจิ พเิ ศษ (Special Task) เป็นแผนกิจกรรมสาหรับเหตุการณ์
เฉพาะหนา้ ท่ีอาจเกิดข้ึน และตอ้ งรีบแกไ้ ขอยา่ งปัจจุบนั ทนั ด่วนเป็นกรณีพิเศษ บางคร้ังอาจเรียกว่า
แผนฉุกเฉิน (Contingency Plan)
5. การจาแนกประเภทของการวางแผนตามขอบเขตครอบคลุมของแผน (Scope of Planning )วิธีน้ี
จะจาแนกแผนออกไดเ้ ป็น วตั ถปุ ระสงค์ นโยบาย ระเบียบวธิ ีปฏิบตั ิ วธิ ีการทางาน มาตรฐาน
งบประมาณ แผนงาน
5.1 วตั ถุประสงค์ (Objective) จดั เป็นแผนลกั ษณะหน่ึงเพราะเป็นกิจกรรมหลกั ในกิจกรรมต่างๆ ที่
เกี่ยวเนื่องกบั การวางแผน นอกจากน้ีการกาหนดวตั ถปุ ระสงคต์ อ้ งอาศยั การพยากรณ์ การคาดเดา
และการตดั สินใจในอนาคต ซ่ึงเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเน่ืองกบั การวางแผน
5.2 นโยบาย (Policy) เป็นแผนซ่ึงกาหนดขอบเขตของแนวปฏบิ ตั ิไวอ้ ยา่ งกวา้ ง ๆ เพ่อื ใหเ้ ลือก
ตดั สินใจ และการตดั สินใจภายใตน้ โยบาย จะช่วยใหบ้ รรลเุ ป้ าหมายและวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีตอ้ งการ
นโยบายจึงจดั เป็นแผนรอง หรือแผนปฏิบตั ิชนิดหน่ึง
5.3 ระเบียบวธิ ีปฏบิ ตั ิ (Procedure) เป็นลกั ษณะของแผนชนิดหน่ึงที่เกี่ยวขอ้ งกบั การกาหนดแนว
ปฏิบตั ิที่เฉพาะเจาะจง และเป็นการลาดบั เหตุการณ์ท่ีตอ้ งกระทาภายใตข้ อบเขตของนโยบาย
5.4 วิธีการทางาน (Method) เป็นลกั ษณะของแผนชนิดหน่ึงท่ีบอกใหท้ ราบแนวทางการปฏิบตั ิงานที่
ละเอียดสมบูรณ์กวา่ ระเบียบวธิ ีปฏิบตั ิ วธิ ีการทางานจะพบเห็นในหน่วยงานปฏบิ ตั ิซ่ึงตอ้ งแจกแจง
ถึงกรรมวธิ ีท่ีบุคลากรจะตอ้ งกระทาทุกข้นั ตอนโดยละเอยี ด
5.5 มาตรฐาน (Standard) เป็นลกั ษณะของแผนซ่ึงกาหนดข้ึนเพอื่ ใชว้ ดั และเปรียบเทียบ
5.6 งบประมาณ (Budget) คือ แผนซ่ึงตอ้ งประกอบดว้ ยขอ้ ความแสดงผลท่ีคาดหมายลว่ งหนา้ เป็น
ตวั เลขในรูปของตวั เงิน เวลา จานวนหรืออื่น ๆ ภายในระยะเวลาที่กาหนด ในบางองคก์ รจะให้
ความสาคญั ของแผนงบประมาณมากที่สุด
5.7 แผนงาน (Program) คือ แผนพเิ ศษซ่ึงเกิดจากการผสมผสานแผนปฏบิ ตั ิการ ที่เหมือนๆ กนั เขา้
ดว้ ยกนั แผนงานส่วนใหญ่จะมีลกั ษณะเป็นร่างคร่าว ๆเกี่ยวกบั กิจกรรม อปุ กรณ์ และผลสมั ฤทธ์ิท่ี
คาดหวงั
ข้อจากดั ของการวางแผน (Limit of Planning)
แมก้ ารวางแผนจะมีประโยชน์ต่อการปฏบิ ตั ิงานทุกระดบั แต่การวางแผนก็ยงั มขี อ้ จากดั ซ่ึงจะทาให้
แผนดอ้ ยประสิทธิภาพลง ขอ้ จากดั เหล่าน้นั ไดแ้ ก่
1. ความแมน่ ตรงถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ในอนาคต ดงั ที่กลา่ วแลว้ จากกระบวนการวางแผนวา่ จะตอ้ งเริ่ม
จากการศึกษาสภาวะแวดลอ้ มท้งั ภายในและภายนอกองคก์ ร เพื่อใหท้ ราบถงึ จุดอ่อนจุดแขง็ ภายใน
ตลอดจนโอกาสและอุปสรรคท่ีเกดิ ข้ึนและมอี ิทธิพลต่อ องคก์ รจากภายนอก เพอ่ื นมาใชเ้ ป็น
สมมุติฐานสาหรับการพยากรณ์หรือการคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคต สาหรับการวางแผนและการ
ตดั สินใจทางการบริหาร ถา้ ผลของการคาดเดามีความแมน่ ตรง ถกู ตอ้ ง องคก์ รกจ็ ะมสี ิทธิท่ีจะยนื
หยดั อยใู่ นยทุ ธจกั รธุรกิจไดอ้ ยา่ งสง่าผา่ เผยและภาคภมู ใิ จ แต่ถา้ การพยากรณ์ หรือการคาดเดาผดิ
ความแม่นตรง ก็จะก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อการบริหารและการดาเนินงาน
2. กีดก้นั ความคดิ ริเริ่มและสร้างสรรค์ กระบวนการวางแผนท้งั หลายมกั กระทาข้ึนโดยผบู้ ริหารแลว้
จึงนาไปบงั คบั ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิปฏิบตั ิตามแผนโดยเคร่งครัดโดยไมม่ ีการแสดงความคดิ เห็นจึงเท่ากบั เป็น
การปิ ดก้นั ความคดิ ของผปู้ ฏิบตั ิ
3. ก่อใหเ้ กิดปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสถานการณฉ์ ุกเฉินควรจะตอ้ งมกี ารแกไ้ ขปัญหาอยา่ ง
รวดเร็ว แต่การวางแผนจาเป็นตอ้ งใชเ้ วลา ดงั น้นั ในสถานการณ์ดงั กลา่ วจึงทาใหเ้ กิดการลา่ ชา้
4. เสียค่าใชจ้ ่ายสูง
5. คุณค่าของแผนมจี ากดั ในกรณีที่มกี ารโยกยา้ ยเปล่ียนแปลง ตาแหน่งทาใหแ้ ผนที่เคยถกู กาหนด
ไวแ้ ละยงั ไมบ่ รรลจุ ุดประสงคใ์ นทางปฏิบตั ิตอ้ งถกู ยกเลิก
ลกั ษณะของการวางแผนทดี่ ี
1. มีความคลอ่ งตวั (Flexibility) ลกั ษณะของแผนที่ดีตอ้ งมคี วามคลอ่ งตวั สูง สามารถ
เปล่ียนแปลงใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์และสภาวะแวดลอ้ ม ตลอดจนโอกาสใหม่ ๆ ท่ีเกิดข้ึนได้
2. มคี วามครอบคลุม (Comprehensiveness ) ลกั ษณะของแผนมที ้งั ที่เฉพาะเจาะจง และแผนรวม
กิจกรรมท้งั มวลในองคก์ ร ดงั น้นั แผนหลกั หรือแผนระยะยาวควรเป็นที่รวมของกจิ กรรมยอ่ ยๆ
ท้งั หลายในองคก์ ร หรือแผนระยะส้นั ท้งั หมดเขา้ ไวโ้ ดยมุ่งใหบ้ รรลุเป้ าหมาย หรือวตั ุประสงคห์ ลกั
ขององคก์ ร
3. ระยะเวลาแผน (Time Spam) แผนที่ดีควรมีกาหนดระยะเวลาการเร่ิมตน้ และการสิ้นสุดของแผน
ไวอ้ ยา่ งขดั เจนวา่ จะทาอะไร เม่ือไร และจะส้ินสุดกจิ กรรมน้นั เม่อื ไร
4. มีความคุม้ ค่า (Cost Effectiveness) แผนท่ีดีควรมตี น้ ทุนต่ากวา่ ผลที่จะไดร้ ับจากการใชแ้ ผนน้นั
โดยยดื หลกั การประหยดั และก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด
5. มคี วามชดั เจน (Celerity or Specificity) แผนท่ีดีตอ้ งกาหนดไวอ้ ยา่ งชดั เจนว่า ใครจะเป็น
ผรู้ ับผดิ ชอบ ทาอะไร ทาเมื่อไร ทาทีไหน ทาอยา่ งไร และทาเพื่ออะไรอยา่ งละเอยี ด เพื่อใหก้ ารา
แผนไปใชป้ ฏิบตั ิสามารถกระทาไดป้ ระสานสอดคลอ้ งอยา่ งต่อเน่ือง
6. เป็นรูปแบบตามพธิ ีการ (Formality) แผนที่ดีตอ้ งจดั วางข้ึนโดยผา่ นข้นั ตอนกระบวนการต่าง ๆ
อยา่ งครบถว้ นซ่ึงจะทาใหเ้ ป็นท่ียอมรับของคนในองคก์ ร
7. มเี หตุมผี ล (Rationality) แผนที่ดีจะตอ้ งถกู กาหนดข้ึนอยา่ งมเี หตุมผี ลเป็นท่ียอมรับของบุคลากร
ทุกคนในองคก์ ร และสามารถปฏบิ ตั ิใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงคไ์ ดจ้ ริง
8. มีความสอดคลอ้ ง (Relevance) แผนที่ดีจะตอ้ งอยใู่ นกรอบของวตั ถปุ ระสงค์ และนโยบายท่ี
กาหนดไว้
9. มลี กั ษณะปกปิ ด (Confidentiality) แผนที่ดีจะตอ้ งเปิ ดเผยรายละเอียดเฉพาะผทู้ ี่รับผดิ ชอบในการ
ปฏิบตั ิ และผทู้ ี่ไดร้ ับอนุญาตเท่าน้นั เพือ่ ป้ องกนั คู่แข่งขนั ทางธุรกิจ
10. มลี กั ษณะเนน้ อนาคต (Future Oriented) เพราะวา่ การวางแผนคือการะบวนการต่าง ๆในการ
ตดั สินใจในปัจจุบนั เพื่อการปฏิบตั กิ ารในอนาคต ดงั น้นั แผนที่ดีจึงตอ้ งมงุ่ เนน้ การตอบสนองการ
ปฏิบตั ิภายใตส้ ถานการณ์ต่าง ๆในอนาคตอยา่ งมีประสิทธิภาพ
11. มคี วามต่อเนื่อง (Continuous Process) แผนที่ดีตอ้ งมงุ่ เนน้ การปฏิบตั ิอยา่ งต่อเนื่องตลอดจนการ
ต่อเนื่องของแผน และการบริหารเพือ่ ใหอ้ งคก์ รกา้ วไปขา้ งหนา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
การวางแผนกลยทุ ธ์
การวางแผนทวั่ ไปและการวางแผนกลยทุ ธ์ ยอ่ มมคี วามแตกต่างกนั ทาใหต้ อ้ งศึกษาเพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจ
ความหมายของการวางแผนกลุ ยทุ ธด์ งั น้ี
„ การกระทาใด ๆ ท่ีมผี ลต่อการเพิม่ ความแขง็ แกร่ง หรือความมน่ั คงของบริษทั เมอ่ื เทียบกบั
บริษทั คู่แข่งขนั
„ กระบวนการที่ทาใหธ้ ุรกิจสามารถเอาชนะค่แู ข่งขนั ทางการคา้ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท่ีสุด ภายใตเ้ งื่อนไขทรัพยากรท่ีมอี ยู่
„ การคิดอยา่ งมรี ะบบ ความเชื่อมนั่ และการเอาใจใส่ในงานที่ทา เพือ่ นาไปสู่การ วเิ คราะห์
หาเหตุผลที่สามารถเจาะจงเขา้ ถงึ แก่นของปัญหาอยา่ งแทจ้ ริง เพื่อสร้างความไดเ้ ปรียบทางธุรกิจ ต่อ
ค่แู ข่งขนั
„ การแสวงหาวธิ ีการเอาชนะค่แู ข่งขนั โดยหลีกเลี่ยงการกระทาในสิ่งเดียวกบั คู่แข่งขนั ทา
„ กระบวนการของการคิดและตดั สินใจในปัจจุบนั วา่ จะมวี ธิ ีการอยา่ งไรท่ีจะทาให้
องคก์ ารมีชยั ชนะเหนือค่แู ข่งขนั และบรรลุผลสาเร็จตามเป้ าหมายท่ีวางไวภ้ ายใตส้ ถานการณ์
แวดลอ้ ม
„ การกาหนดข้นั ตอนและทิศทางดาเนินงานในระยะยายท่สี ามารถปฏิบตั ิไดจ้ ริงภายใตก้ าร
คาดเดาสถานการณ์แวดลอ้ มในอนาคต ท้งั ภายในและภายนอก
„ การวางแผนใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มท้งั ภายในและภายนอกสถานประกอบการ
โดยพิจารณาท้งั ขอ้ จากดั และโอกาส ตลอดจนทรัพยากรท่มี อี ยเู่ พือ่ กาหนดทิศทางในการดาเนิน
ธุรกิจ
ความแตกต่างของการวางแผนทว่ั ไปและการแผนเชิงกลยทุ ธ์
การวางแผนทวั่ ไป การวางแผนเชิงกลยทุ ธ์
มุมมอง
จุดเร่ิมตน้
เป้ าหมาย
สถานการณ์แวดลอ้ ม
ความเส่ียง
หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
การจดั ลาดบั ความสาคญั
การวดั ผลการปฏิบตั ิงาน พิจารณาจุดออ่ นจุดแขง็ ภายใน
พจิ ารณาปัญหาปัจจุบนั
ตอบคาถามวา่ “ทาอยา่ งไร?” วตั ถปุ ระสงคข์ ององคก์ รทต่ี ้งั ไวจ้ ึงจะบรรลุผลสาเร็จสร้างความ
แขง็ แกร่งของบริหารภายใน
จะถกู กาหนดข้นึ ในขณะที่ปัจจยั ต่างๆสามารถควบคุมไดท้ ้งั หมด
ต่า ผบู้ ริหารระดบั กลาง,ลา่ ง แน่นอน ทาไดง้ ่ายกว่า พิจารณาโอกาสและอปุ สรรคจากสถานการณ์
ภายนอกร่วมกบั ภายใน
คานึงถึงความอยรู่ อดขององคก์ รในระยะยาว
ตอบคาถามว่า “ทาอยา่ งไร?”จึงจะเอาชนะค่แู ข่งขนั ภายนอกได้
ตอบคาถามว่า “มอี ะไรท่ีองคก์ รควรจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ?”
สร้างความไดเ้ ปรียบทางธุรกิจต่อค่แู ข่งขนั
หลีกเลี่ยงการกระทาในส่ิงเดียวกบั ทค่ี ู่แข่งขนั ทา
ขยายโอกาสของการไดเ้ ปรียบทางธุรกิจใหม้ ากข้ึน
ถกู กาหนดข้ึนในขณะที่ปัจจยั ต่างๆ ยงั อยใู่ นสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
สูง
ผบู้ ริหารระดบั สูง
ไมแ่ น่นอน
ทาไดย้ ากกวา่
กระบวนการวางแผนเชิงกลยทุ ธ์ (Strategic Planning Process)
กระบวนการวางแผน คือ กระบวนการในการทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั สภาวะแวดลอ้ ม
องคก์ รท้งั ภายในและภายนอก วตั ถุประสงคแ์ ละเป้ าหมายท่ีคาดหวงั เพ่อื ใหอ้ งคก์ ารเป็นและไปให้
ถงึ ในอนาคต วธิ ีการเพอื่ นาไปสู่จดุ หมายท่ีตอ้ งการและการปฏิบตั ิที่คาดหวงั เพือ่ ใหบ้ รรลุ
จุดม่งุ หมายน้นั ส่ิงเหล่าน้ีคือ กระบวนการในการวางแผนซ่ึงประกอบดว้ ย
1. การต้งั ขอ้ สมมุติฐานเก่ียวกบั อนาคต ไดแ้ ก่ กระบวนการในการพิจารณา วิเคราะห์ ตดั สินใจ และ
คาดเดา เกยี่ วกบั สภาวะแวดลอ้ มภายในและภายนอกองคก์ ร ท้งั ในปัจจุบนั ตลอดจนโอกาสความ
น่าจะเป็นท่ีเป็นไปไดใ้ นการเกิดเหตกุ ารณ์ในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สงั คม
การเมือง ซ่ึงก่อใหเ้ กิดโอกาสและขอ้ จากดั ซ่ึงมีผลกระทบต่อจุดอ่อนและจุดแขง็ ขององคก์ ร เพ่อื
แสวงหาทิศทาง วิธีการนาไปสู่ความสาเร็จตามเป้ าหมายทตี่ ้งั ไว้
2. การกาหนดวตั ถุประสงค์ คือ การหาคาตอบของคาถามท่วี ่า วสิ ยั ทศั น์และภารกิจขององคก์ รคือ
อะไร ? ขณะน้ีองคก์ รยนื อยู่ ณ จุดไหน ? ในอนาคตตอ้ งการใหอ้ งคก์ รเป็นอยา่ งไร ? อะไรคือ
เป้ าหมายพ้นื ฐานและอะไรคือเป้ าหมายเฉพาะ ? การกาหนดวตั ถปุ ระสงคจ์ ะทาใหเ้ ห็นเป้ าหมายท่ี
ชดั เจน และทาใหว้ างแผนไดช้ ดั เจน แม่นตรง ต่อเป้ าหมายท่ีวางไว้
3. การกาหนดกลยทุ ธแ์ ละการพฒั นากลยทุ ธ์ จดั เป็นการคน้ หาวิธีการเพื่อใหบ้ รรลุผลสาเร็จตามที่
วางไวโ้ ดยอาศยั ปัจจยั ท้งั ภายในและภายนอก ตลอดจนจุดออ่ นและจุดแข็งขององคก์ รเป็นพ้ืนฐาน
ในการพฒั นาตดั สินใจ เพ่อื เลือกกลยทุ ธท์ ่ีดีท่ีสุดเพอ่ื เป็นการวางแผนและปฏบิ ตั ิการ
4. การกาหนดเป้ าหมาย ซ่ึงเป็นจุดมุ่งหมายเฉพาะของหน่วงงาน ซ่ึงเป้ าหมายจะตอ้ งมีลกั ษณะท่ี
สามารถวดั ไดเ้ ป็นตวั เลขและ สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคร์ ะยะยาวขององคก์ ร
5. การกาหนดแผนปฏบิ ตั ิงาน แผนปฏิบตั ิงานจะเกิดข้ึนควบคู่กบั เป้ าหมายและ กลยทุ ธ์ เพื่อใหม้ กี าร
จดั สรรทรัพยากรอยา่ งคุม้ ค่าและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการลาดบั ข้นั ตอนของการปฏบิ ตั ิงาน
อยา่ งชดั เจนว่าจะทาอะไร ในช่วงเวลาใด จะตอ้ งใชท้ รัพยากรอะไรบา้ งและปริมาณเท่าใด งานน้นั ๆ
จะแลว้ เสร็จเมอ่ื ใด เป็นตน้ การกาหนดแผนปฏิบตั ิงานจะทาใหส้ ามารถตรวจสอบผลการดาเนินงาน
ไดว้ า่ งานน้นั ดาเนินไปไดเ้ พยี งใด มปี ัญหาอปุ สรรคอะไรท่ีขดั ขวางและจะแกป้ ัญหาอปุ สรรค
เหลา่ น้นั ไดอ้ ยา่ งไรเพื่อใหส้ าเร็จลุลว่ งตามแผน
6. การปฏบิ ตั ิตามแผน คือ ข้นั ตอนของการดาเนินงานตามแผนที่วางไวเ้ พอื่ หาคาตอบวา่ แผนที่วาง
ไวจ้ ะก่อใหเ้ กิดประสิทธิผลหรือไม่ มากหรือนอ้ ยเพียงใด และอะไรคือ ปัญหาอปุ สรรคขวางก้นั มิให้
การดาเนินงานประสบผลสาเร็จตามที่คาดหวงั ตลอดจนหาวิธีการในการแกไ้ ขปัญหาใหล้ ลุ ว่ ง
7. ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั คือ การประเมินผลการดาเนินงาน และสรุปผลการประเมินน้นั ๆ ว่าเป็นไปตาม
แผนที่วางไวห้ รือไม่เพราะเหตุใด เพ่อื แสวงหาวธิ ีการในการแกไ้ ขปรับปรุงและพฒั นาใหด้ ีข้ึน
ต่อไป
ข้อจากดั ของการวางแผนกลยทุ ธ์
1. เป็นการวางแผนภายใตส้ ถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
2. มีลกั ษณะเป็นการวางแผนจากบนลงลา่ ง (Top-down) ซ่ึงข้ึนกบั ความคิดเห็นของผบู้ ริหาร
3. เป็นการวางแผนในปัจจุบนั เพ่อื การปฏิบตั ิในอนาคต ซ่ึงสถานการณ์ท้งั หลายเกิดจากการคาดเดา
ล่วงหนา้ ของผบู้ ริหาร
การล้มเหลวของการวางแผนกลยทุ ธ์
สาเหตุของความลม้ เหลวของการวางแผนเชิงกลยทุ ธอ์ าจเกิดข้ึนจากปัจจยั ต่อไปน้ี
1. ขาดการระดมความคิดและประสานงาน
แผนกลยทุ ธต์ อ้ งมีลกั ษณะของการประสานกนั ระหวา่ งผบู้ ริหารกบั พนกั งานโดยมกี ารประสานจาก
บนลงลา่ ง (Top down) ในลกั ษณะของการระดมความคิด (Brainstorming) และมกี ารประสานจาก
ลา่ งข้ึนบน (Bottom top)ในลกั ษณะของการปฏิบตั ิการ ถา้ กรว่างแผนกลยทุ ธข์ าดการประสาน
สมั พนั ธร์ ะหวา่ งผบู้ ริหารและพนกั งาน อาจทาใหเ้ ป้ าหมายและทิศทางที่วางไวไ้ มส่ อดคลอ้ งกบั
ความเป็นจริงทาใหไ้ ม่สามารถนาไปสูผ้ ลสาเร็จได้
2. ขอ้ มลู ข่าวสารไม่ถกู ตอ้ ง
แผนกลยทุ ธจ์ ะเป็นแผนระยะยาวทว่ี างไวก้ ่อนการปฏิบตั ิจริงอาจยายนานถึง 10-15 ปี วิสยั ทศั นท์ ี่
แม่นตรงของผบู้ ริหาร จึงมคี วามสาคญั ขอ้ มลู ข่าวสารท่ีผบู้ ริหารไดร้ ับ จะมอี ิทธิพลต่อการสร้าง
วิสยั ทศั น์ ถา้ ขอ้ มลู ข่าวสารท่ีผบู้ ริหารไดร้ ับไมถ่ กู ตอ้ งแมน่ ตรง จะทาใหว้ สิ ยั ทศั นข์ องผบู้ ริหาร
ผดิ พลาดไป องคก์ รจึงไม่อาจประสบผลสาเร็จไดต้ ามที่หวงั
3. อปุ สรรคจากค่านิยมขององคก์ ร
องคก์ รแบบเก่าท่ีไม่สามารถปรับตวั ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์แวดลอ้ มไมเ่ ปิ ดกวา้ งยอมรับการ
เปลี่ยนแปลงจากภายนอกบุคลากรมลี กั ษณะ ปิ ดก้นั และอยกู่ บั ตวั เองโดยไม่มกี ารพฒั นา จะเป็น
อุปสรรคทาใหอ้ งคก์ ารไมส่ ามารถกา้ วไปสู่ความสาเร็จที่ตอ้ งการได้
4. อปุ สรรคจากความลาเอียงและความเห็นแก่ตวั
การวางแผนกลยทุ ธส์ ่วนหน่ึงมาจากการวเิ คราะหจ์ ุดออ่ นจดุ แข็งภายใน บุคลากร ผรู้ ่วมทาแผนกกล
ยทุ ธ์ มอี ทิ ธิพลต่อขอ้ มลู และการตดั สินใจ “อคติ”และความลาเอียงอาจมีผลใหก้ ารตดั สินใจในจุด
แขง็ จุดอ่อนผดิ พลาดไปทาใหไ้ ด้ ขอ้ มลู ที่ไมแ่ ม่นตรง