คําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๑ ตัดสินเกี่ยวกับป ญหาข$อกฎหมาย คดีหมายเลขดําที่ ผบ ๖๒๔/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๒๘๖๖/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ! ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕) นาย พ. โจทก, บริษัท ก. ผู0ร0อง นาย อ. กับพวก จําเลย ป.วิ.พ. นําบทบัญญัติว!าด0วยการบังคับคดีมาใช0แก!วิธีการชั่วคราวก!อนพิพากษา การบังคับให0บุคคลภายนอก ชําระหนี้ตามสิทธิเรียกร0อง มาตรา ๒๕๙, ๓๒๑ พ.ร.บ. ล0มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๑๒ (๙) พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู0บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ การที่ผู0ร0องต0องส!งเงินตามคําสั่งอายัดของศาลมิใช!หนี้ที่ผู0ร0องมีต!อเจ0าหนี้อื่น แต!เป?นการกระทํา ที่จําเป?นเพื่อให0การดําเนินการค0าตามปกติของผู0ร0องสามารถดําเนินต!อไปได0ตามที่บัญญัติไว0 ใน พ.ร.บ. ล0มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๑๒ (๙) ตอนท0าย ดังนั้น การที่ผู0ร0องทราบคําสั่ง อายัดของศาลแล0วไม!ดําเนินการส!งเงินตามคําสั่งอายัดของศาล จึงต0องด0วยหลักเกณฑ,ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๒๑, ๒๕๙ ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู0บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ ที่บัญญัติให0อํานาจไว0 โจทก,ในฐานะเจ0าหนี้ตามคําพิพากษาอาจร0องขอให0ศาลบังคับแก!ผู0ร0องนั้นเสมือนหนึ่งว!าเป?นลูกหนี้ ตามคําพิพากษาก็ได0 ------------------------------ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก,ฟHองขอให0จําเลยที่ ๑ ในฐานะผู0กู0 และจําเลยที่ ๒ ในฐานะผู0ค้ําประกัน ชําระหนี้เงินกู0พร0อมดอกเบี้ย พร0อมกับยื่นคําร0องขอคุ0มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต0นไต!สวนแล0ว มีคําสั่งให0อายัดเงินที่จําเลยที่ ๑ มีสิทธิได0รับจากบริษัท ก. เป?นจํานวนเงินไม!เกิน ๓๔๙,๖๐๐ บาท โดยให0บริษัท ก. นําเงินจํานวนดังกล!าวมาวางศาล ให0โจทก,วางเงินประกันค!าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาท ก!อนออกหมาย ผู0ร0องยื่นคําร0องว!า จําเลยที่ ๑ อยู!ระหว!างถูกหักเงินเดือนส!งสหกรณ,ออมทรัพย, พ. เพื่อชําระหนี้ เงินกู0 ผู0ร0องจึงมีเหตุขัดข0องไม!สามารถส!งเงินของจําเลยที่ ๑ ตามคําสั่งศาลได0 ศาลชั้นต0นมีคําสั่งยกคําร0อง เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๔ ผู0ร0องอุทธรณ,คําสั่งดังกล!าวของศาลชั้นต0นและวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ, ๒๕๖๕ ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ แผนกคดีผู0บริโภคมีคําพิพากษายืนตามคําสั่งศาลชั้นต0น ต!อมาเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ศาลชั้นต0นมีคําสั่งให0บังคับคดีกับผู0ร0องเสมือนผู0ร0อง เป?นลูกหนี้ตามคําพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ!ง มาตรา ๓๒๑ ประกอบมาตรา ๒๕๙
ผู0ร0องอุทธรณ, ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ แผนกคดีผู0บริโภค วินิจฉัยว!า คดีมีปLญหาต0องวินิจฉัยตามอุทธรณ,ของผู0ร0องว!า คําสั่งของศาลชั้นต0นเป?นคําสั่งที่ชอบด0วยกฎหมายหรือไม! ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ โดยมติที่ประชุมใหญ! เห็นว!า การที่ผู0ร0องต0องส!งเงินตามคําสั่งอายัดของศาลมิใช!หนี้ที่ผู0ร0องมีต!อเจ0าหนี้อื่น แต!เป?นการกระทํา ที่จําเป?นเพื่อให0การดําเนินการค0าตามปกติของผู0ร0องสามารถดําเนินต!อไปได0ตามที่บัญญัติไว0 ในพระราชบัญญัติล0มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๑๒ (๙) ตอนท0าย ดังนั้น การที่ผู0ร0องทราบคําสั่ง อายัดของศาลแล0วไม!ดําเนินการส!งเงินตามคําสั่งอายัดของศาล จึงต0องด0วยหลักเกณฑ,ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ!ง มาตรา ๓๒๑, ๒๕๙ ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู0บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ ที่บัญญัติให0อํานาจไว0 โจทก,ในฐานะเจ0าหนี้ตามคําพิพากษาอาจร0องขอให0 ศาลบังคับแก!ผู0ร0องนั้นเสมือนหนึ่งว!าเป?นลูกหนี้ตามคําพิพากษาก็ได0 ที่ศาลชั้นต0นมีคําสั่งให0บังคับคดี กับผู0ร0องเสมือนผู0ร0องเป?นลูกหนี้ตามคําพิพากษาจึงชอบแล0ว ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ เห็นพ0องด0วย อุทธรณ, ของผู0ร0องฟLงไม!ขึ้น พิพากษายืน ค!าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ,ให0เป?นพับ ------------------------------ ปLณณพร สมทบสุข – ย!อ ปรีชา ปNติโกศล – ตรวจ
คําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๑ ตัดสินเกี่ยวกับป ญหาข$อกฎหมาย คดีหมายเลขดําที่ ผบ ๕๗๙/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๒๙๑๗/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ" ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๕) ธนาคาร อ. โจทก- นาย น. กับพวก จําเลย ป.วิ.พ. แก1ไขข1อผิดพลาดเล็กน1อย มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู1บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ โจทก-บรรยายมาในคําฟ=องและมีคําขอท1ายฟ=องกับส"งเอกสารแทนการสืบพยานว"า จําเลยทั้งสอง ต1องร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ยอัตราร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE (ปFจจุบัน MLR เท"ากับ ๖.๕๐๐ ต"อปE) ซึ่งเท"ากับ ๗.๖๕ ต"อปE จากต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=อง เปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จแก"โจทก- ซึ่งศาลชั้นต1นได1วินิจฉัยคําฟ=องประกอบเอกสารที่โจทก-อ1าง ส"งต"อศาลแล1ว แต"คําพิพากษาศาลชั้นตันกลับระบุว"า โจทก-ฟ=องขอให1บังคับจําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ยอัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัด จากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จแก"โจทก- และพิพากษาให1จําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ยอัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัด จากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จแก"โจทก- เห็นได1ว"าศาลชั้นต1นทําคําพิพากษาให1จําเลยทั้งสอง รับผิดชําระดอกเบี้ยไม"ถูกต1อง เห็นสมควรแก1ไขคําพิพากษาของศาลชั้นต1นในส"วนของดอกเบี้ยให1ถูกต1อง อันเปJนการแก1ไขข1อผิดพลาดเล็กน1อยหรือข1อผิดหลงเล็กน1อยอื่น ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู1บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ ------------------------------ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก-ฟ=องขอให1บังคับจําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท และดอกเบี้ยอัตราร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE (ซึ่งปFจจุบัน MLR เท"ากับ ๖.๕๐๐ ต"อปE) หรืออัตรา ร1อยละ ๗.๖๕ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จ แก"โจทก- ศาลชั้นต1นพิพากษาให1จําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท แก"โจทกพร1อมดอกเบี้ยอัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=อง (ฟ=องวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐) กับให1จําเลยทั้งสองร"วมกันใช1ค"าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก- โดยกําหนด ค"าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท คําขออื่นให1ยก โจทก-ยื่นคําร1อง ขอให1ศาลชั้นต1นแก1ไขคําพิพากษาเนื่องจากคําพิพากษาพิมพ-ผิดเปJนให1จําเลย ทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท แก"โจทก-พร1อมดอกเบี้ยอัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE โดยขอให1
แก1ไขอัตราดอกเบี้ยเปJนอัตราร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE ศาลชั้นต1นมีคําสั่งว"า ไม"อนุญาต ยกคําร1อง โจทก-ยื่นคําร1องฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ขอแก1ไขคําพิพากษาในลักษณะเดียวกันอีกในลักษณะ เดียวกันอีก ศาลชั้นต1นมีคําสั่งว"า โจทก-เคยยื่นคําร1องขอแก1ไขคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑ แล1ว ศาลมีคําสั่งไม"อนุญาต โจทก-มิได1อุทธรณ-คําสั่งดังกล"าว ให1ยกคําร1อง โจทก-อุทธรณ- ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ แผนกคดีผู1บริโภค วินิจฉัยว"า คดีมีปFญหาต1องวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทก-ว"า มีเหตุสมควรแก1ไขคําพิพากษาของศาลชั้นต1น ในส"วนดอกเบี้ยจากอัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE เปJนร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE (ปFจจุบัน MLR เท"ากับ ๖.๕๐๐ ต"อปE) ซึ่งเท"ากับ ๗.๖๕ ต"อปE หรือไม" ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ โดยมติที่ประชุมใหญ" เห็นว"า โจทก-บรรยายมาในคําฟ=องและมีคําขอท1ายฟ=องกับส"ง เอกสารแทนการสืบพยานว"า จําเลยทั้งสองต1องร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ย อัตราร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE (ปFจจุบัน MLR เท"ากับ ๖.๕๐๐ ต"อปE) ซึ่งเท"ากับ ๗.๖๕ ต"อปE จากต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จแก"โจทก- ซึ่งศาลชั้นต1น ก็ได1วินิจฉัยคําฟ=องประกอบเอกสารที่โจทก-อ1างส"งต"อศาลดังกล"าวแล1ว แต"คําพิพากษาศาลชั้นต1น กลับระบุว"า โจทก-ฟ=องขอให1บังคับจําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ย อัตราร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระ เสร็จแก"โจทก- และพิพากษาให1จําเลยทั้งสองร"วมกันชําระเงิน ๕๔๓,๔๕๔.๓๘ บาท พร1อมดอกเบี้ยอัตรา ร1อยละ ๑๕.๓ ต"อปE ของต1นเงิน ๕๓๘,๔๐๖.๗๒ บาท นับถัดจากวันฟ=องเปJนต1นไปจนกว"าจะชําระเสร็จ แก"โจทก- จึงเห็นได1ว"าศาลชั้นต1นทําคําพิพากษาให1จําเลยทั้งสองรับผิดชําระดอกเบี้ยไม"ถูกต1อง ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ แผนกคดีผู1บริโภคเห็นสมควรแก1ไขคําพิพากษาของศาลชั้นต1นในส"วนของดอกเบี้ย ให1ถูกต1อง อันเปJนการแก1ไขข1อผิดพลาดเล็กน1อยหรือข1อผิดหลงเล็กน1อยอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ"ง มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู1บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ อุทธรณ-ของโจทก-ฟFงขึ้น พิพากษาแก1เปJนว"า ให1จําเลยทั้งสองร"วมกันชําระดอกเบี้ยในอัตราร1อยละ MLR บวก ๑.๑๕ ต"อปE (ปFจจุบัน MLR เท"ากับ ๖.๕๐๐ ต"อปE) ซึ่งเท"ากับ ๗.๖๕ ต"อปE นอกจากที่แก1ให1เปJนไปตามคําพิพากษา ศาลชั้นต1น ค"าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ-ให1เปJนพับ ------------------------------ ศิโรรัตน- อินทฤทธิ์ – ย"อ ปรีชา ปEติโกศล – ตรวจ
คําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๑ ตัดสินเกี่ยวกับป ญหาข$อกฎหมาย คดีหมายเลขดําที่ ผบ ๗๒๗/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๓๒๖๘/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ" ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕) บริษัท ก. โจทก, นาย ศ. จําเลย ป.พ.พ. การนับอายุความ อายุความ มาตรา ๑๙๓/๑๒, ๑๙๓/๓๐ สัญญาเช"าซื้อกําหนดเงื่อนไขการบอกกล"าวทวงถามให<ชําระค"าเช"าซื้อที่ค<างชําระและบอกเลิก สัญญาไว<โดยชัดเจนว"า ถ<าผู<เช"าซื้อผิดนัดชําระเงินราคาเช"าซื้อรายงวด ๓ งวด ติด ๆ กัน และเจ<าของ ได<มีหนังสือบอกกล"าวผู<เช"าซื้อให<ชําระเงินรายงวดที่ค<างชําระภายในเวลาอย"างน<อย ๓๐ วัน นับตั้งแต" วันที่ผู<เช"าซื้อได<รับหนังสือบอกกล"าวและผู<เช"าซื้อละเลยเสียไม"ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล"าวนั้นให<เจ<าของ มีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได< จากข<อความดังกล"าวย"อมแสดงว"าเมื่อผู<เช"าซื้อไม"ชําระค"าเช"าซื้อภายในกําหนด ๓๐ วัน นับจากวันที่ได<รับหนังสือบอกกล"าวถือว"าสัญญาเช"าซื้อเปBนอันเลิกกัน เช"นนี้ สิทธิเรียกร<อง ของผู<ให<เช"าซื้อหรือโจทก,ย"อมบังคับให<ผู<เช"าซื้อรวมถึงจําเลยผู<ค้ําประกันให<รับผิดส"งมอบรถที่เช"าซื้อคืน หากคืนไม"ได<ให<ใช<ราคาแทน กับหนี้ค"าขาดประโยชน,ได<เมื่อสัญญาเช"าซื้อสิ้นสุด ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๑๒ ซึ่งมีอายุความ ๑๐ ปD ตามมาตรา ๑๙๓/๓๐ หาใช"นับแต"วันที่ผู<เช"าซื้อผิดนัดชําระ ค"าเช"าซื้องวดแรกดังที่จําเลยให<การและศาลชั้นต<นวินิจฉัยไม" โจทก,มีหนังสือบอกกล"าวให<ผู<เช"าซื้อชําระหนี้ และบอกเลิกสัญญา และผู<เช"าซื้อได<รับหนังสือดังกล"าววันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ครบกําหนด ๓๐ วัน คือ วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เช"นนี้ ถือว"าสัญญาเช"าซื้อเลิกกันนับแต"วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เมื่อนับจาก วันดังกล"าวถึงวันฟIองวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ จึงยังไม"เกิน ๑๐ ปD คดีโจทก,จึงไม"ขาดอายุความ ------------------------------ โจทก,ฟIองขอให<บังคับจําเลยส"งมอบรถยนต,ที่เช"าซื้อคืนโจทก,ในสภาพเรียบร<อยใช<การได<ดี หากส"งคืนไม"ได<ให<ใช<ราคาแทน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร<อมดอกเบี้ยอัตราร<อยละ ๗.๕ ต"อปD นับแต"วันฟIอง เปBนต<นไปจนกว"าจะส"งมอบรถยนต,คืนหรือใช<ราคาแทนจนครบถ<วน กับให<จําเลยชําระค"าเสียหาย เปBนค"าใช<สอยรถยนต,โดยมิชอบนับแต"วันผิดนัดชําระค"าเช"าซื้อถึงวันฟIอง เปBนเงิน ๑๗๕,๐๐๐ บาท พร<อมดอกเบี้ยอัตราร<อยละ ๗.๕ ต"อปD นับแต"วันฟIองจนกว"าจะชําระเสร็จ และค"าเสียหายในลักษณะ เดียวกันต"อไปเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟIองเปBนต<นไปจนกว"าจะส"งมอบรถยนต,ที่เช"าซื้อคืน หรือใช<ราคาแก"โจทก,จนครบถ<วน จําเลยให<การขอให<ยกฟIอง ศาลชั้นต<นพิพากษายกฟIอง ค"าฤชาธรรมเนียมให<เปBนพับ โจทก,อุทธรณ,
ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ แผนกคดีผู<บริโภค วินิจฉัยว"า คดีโจทก,ขาดอายุความหรือไม" ศาลอุทธรณ, ภาค ๑ โดยมติที่ประชุมใหญ" เห็นว"า สัญญาเช"าซื้อกําหนดเงื่อนไขการบอกกล"าวทวงถามให<ชําระค"าเช"าซื้อ ที่ค<างชําระและบอกเลิกสัญญาไว<โดยชัดเจนว"า ถ<าผู<เช"าซื้อผิดนัดชําระเงินราคาเช"าซื้อรายงวด ๓ งวด ติด ๆ กัน และเจ<าของได<มีหนังสือบอกกล"าวผู<เช"าซื้อให<ชําระเงินรายงวดที่ค<างชําระภายในเวลาอย"างน<อย ๓๐ วัน นับตั้งแต"วันที่ผู<เช"าซื้อได<รับหนังสือบอกกล"าวและผู<เช"าซื้อละเลยเสียไม"ปฏิบัติตามหนังสือ บอกกล"าวนั้นให<เจ<าของมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได< จากข<อความดังกล"าวย"อมแสดงว"าเมื่อผู<เช"าซื้อไม"ชําระ ค"าเช"าซื้อภายในกําหนด ๓๐ วัน นับจากวันที่ได<รับหนังสือบอกกล"าวถือว"าสัญญาเช"าซื้อเปBนอันเลิกกัน เช"นนี้ สิทธิเรียกร<องของผู<ให<เช"าซื้อหรือโจทก,ย"อมบังคับให<ผู<เช"าซื้อรวมถึงจําเลยผู<ค้ําประกันให<รับผิด ส"งมอบรถที่เช"าซื้อคืน หากคืนไม"ได<ให<ใช<ราคาแทน กับหนี้ค"าขาดประโยชน,ได<เมื่อสัญญาเช"าซื้อสิ้นสุด ตามนัยประมวลกฎหมายแพ"งและพาณิชย, มาตรา ๑๙๓/๑๒ ซึ่งมีอายุความ ๑๐ ปD ตามมาตรา ๑๙๓/๓๐ หาใช"นับแต"วันที่ผู<เช"าซื้อผิดนัดชําระค"าเช"าซื้องวดแรกดังที่จําเลยให<การและศาลชั้นต<นวินิจฉัยไม" โจทก,มีหนังสือบอกกล"าวให<ผู<เช"าซื้อชําระหนี้และบอกเลิกสัญญา และผู<เช"าซื้อได<รับหนังสือดังกล"าววันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ครบกําหนด ๓๐ วัน คือ วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เช"นนี้ ถือว"าสัญญาเช"าซื้อ เลิกกันนับแต"วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เมื่อนับจากวันดังกล"าวถึงวันฟIองวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ จึงยังไม"เกิน ๑๐ ปD คดีโจทก,จึงไม"ขาดอายุความ ที่ศาลชั้นต<นวินิจฉัยว"าคดีโจทก,ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ ไม"เห็นพ<องด<วย อุทธรณ,ของโจทก,ฟNงขึ้น สําหรับปNญหาว"า โจทก,มีสิทธิเรียกร<องราคาใช<แทนรถที่เช"าซื้อได<เพียงใดนั้น เห็นว"า เมื่อสัญญา เช"าซื้อเลิกกันคู"สัญญาแต"ละฝPายจําต<องให<อีกฝPายหนึ่งกลับคืนสู"ฐานะดังที่เปBนอยู"เดิม กล"าวโดยเฉพาะ ฝPายผู<เช"าซื้อจะต<องคืนรถที่เช"าซื้อให<แก"ผู<ให<เช"าซื้อ ในกรณีที่คืนรถไม"ได<จะต<องใช<ราคาแทน ซึ่งราคา ที่ใช<แทนนี้หมายถึงราคารถที่แท<จริง ดังนั้น หากจําเลยซึ่งเปBนผู<ค้ําประกันและยอมรับผิดอย"างลูกหนี้ร"วม กับผู<เช"าซื้อไม"คืนรถที่เช"าซื้อให<แก"โจทก, จําเลยต<องใช<ราคารถที่เช"าซื้อแท<จริงแก"โจทก,เท"านั้น สําหรับการ คํานวณราคาใช<แทนต<องพิจารณาจากเงินลงทุนของโจทก,หรือราคาเงินสดของรถที่เช"าซื้อ หักออกด<วย ค"าเช"าซื้อที่ผู<เช"าซื้อชําระมาแล<ว โดยไม"รวมภาษีมูลค"าเพิ่มและผลประโยชน,ตอบแทนที่โจทก,มีสิทธิได<รับ ในระหว"างสัญญา เมื่อพิจารณาคําเสนอขอทําสัญญาเช"าซื้อช"องยอดจัดระบุจํานวนเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท จึงถือได<ว"าโจทก,ใช<เงินลงทุนในการให<เช"าซื้อ ๑๗๐,๐๐๐ บาท เงินลงทุนจํานวนดังกล"าวถือว"าเปBนราคา เงินสดของรถที่เช"าซื้อตามสัญญาเช"าซื้อ อย"างไรก็ตาม ภายหลังทําสัญญาเช"าซื้อผู<เช"าซื้อชําระค"าเช"าซื้อ ให<โจทก,แล<ว ๒ งวด กรณีจึงต<องนําเงินค"าเช"าซื้อที่ผู<เช"าซื้อชําระมาแล<วโดยไม"รวมภาษีมูลค"าเพิ่มและ ผลประโยชน,ตอบแทนที่โจทก,มีสิทธิได<รับในระหว"างสัญญา หักออกจากเงินลงทุนของโจทก, ราคารถ ชดใช<แทนคงเหลือเพียง ๑๖๐,๕๕๕ บาท หาใช" ๑๗๐,๐๐๐ บาท ดังที่โจทก,ฟIองและมีคําขอไม" ปNญหาว"า โจทก,มีสิทธิเรียกร<องค"าขาดประโยชน,ได<เพียงใดนั้น เห็นว"า โจทก,ไม"ได<ประกอบธุรกิจ ให<เช"ารถยนต, แต"ประกอบธุรกิจให<เช"าซื้อก็เพื่อต<องการผลประโยชน,ตามสัญญาเช"าซื้อเท"านั้น ทั้งการ ให<เช"ารถโดยปกติไม"เปBนการแน"ชัดว"าสามารถนํารถที่เช"าซื้อออกให<บุคคลอื่นเช"าจะได<ค"าเช"าในอัตรา ดังกล"าวทุกวัน เมื่อคํานึงถึงอัตราค"าเช"าเฉลี่ยต"อเดือน ทั้งวันที่มีผู<มาเช"าและวันที่อาจไม"มีผู<มาเช"าซึ่งโจทก, จะไม"ได<ค"าเช"าในวันนั้นและประโยชน,ได<เสียของโจทก,ในการประกอบกิจการให<เช"าซื้อ กับทรัพย,สินที่เช"าซื้อ เปBนรถยนต,ส"วนบุคคล รถใช<แล<วระยะทางที่ใช<แล<ว ๑๓๔,๕๒๑ กิโลเมตร เช"นนี้ ค"าขาดประโยชน, ที่โจทก,ขอมาเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท นั้นสูงเกินไป ศาลอุทธรณ,ภาค ๑ แผนกคดีผู<บริโภค เห็นสมควร กําหนดค"าขาดประโยชน,ให<แก"โจทก,เปBนเงินเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท นับจากวันผิดนัดถึงวันฟIองโจทก,ขอ
มาเพียง ๒๕ เดือน จึงกําหนดให<ตามขอ รวมเปBนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท อย"างไรก็ตามรถยนต,ที่เช"าซื้อ ย"อมต<องเสื่อมสภาพไปตามปกติของการใช< การที่โจทก,เรียกเอาค"าขาดประโยชน,นับถัดจากวันฟIอง โดยไม"มีระยะเวลาสิ้นสุด ย"อมเกินเลยผิดความจริง ไม"เปBนธรรมแก"ผู<เช"าซื้อและจําเลย ประกอบกับ ภายหลังผู<เช"าซื้อผิดนัดไม"ชําระค"าเช"าซื้อตั้งแต"วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ แต"โจทก,ปล"อยเวลาผ"านไป เกือบสิบปDจึงฟIองบังคับตามสัญญาเช"าซื้อและสัญญาค้ําประกัน โดยไม"ปรากฏเหตุขัดข<อง พฤติการณ, ถือได<ว"าการใช<สิทธิของโจทก,ผู<ประกอบธุรกิจในการบังคับชําระหนี้ไม"ได<กระทําด<วยความสุจริต โดยคํานึงถึงมาตรฐานทางการค<าที่เหมาะสมภายใต<ระบบธุรกิจที่เปBนธรรมตามความในมาตรา ๑๒ แห"งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู<บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงเห็นควรไม"กําหนดค"าขาดประโยชน,นับถัดจาก วันฟIองให<โจทก,โดยบทกฎหมายดังกล"าว อนึ่ง ดอกเบี้ยราคาใช<แทนรถเช"าซื้อและค"าขาดประโยชน,ที่โจทก,ขอมาอัตราร<อยละ ๗.๕ ต"อปD นับแต"วันฟIองนั้น อัตราดอกเบี้ยที่โจทก,ขอมากรณีดังกล"าว ไม"ต<องด<วยสัญญาเช"าซื้อและถือว"าหนี้เงิน ดังกล"าวมิได<กําหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดกันไว<โดยนิติกรรม จึงต<องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ"งและ พาณิชย, มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง (ที่แก<ไขใหม") และดอกเบี้ยราคาใช<แทนรถที่เช"าซื้อนั้นต<องคิดตั้งแต"เวลา อันเปBนฐานที่ตั้งแห"งการประมาณราคา คือวันที่อ"านคําพิพากษาศาลอุทธรณ,ภาค ๑ มีคําพิพากษา ตามความในมาตรา ๒๒๕ หาใช"คิดตั้งแต"วันฟIองตามที่โจทก,ขอมาไม" พิพากษากลับ ให<จําเลยส"งมอบรถยนต,คันที่เช"าซื้อคืนโจทก,ในสภาพเรียบร<อยใช<การได<ดี หากส"งคืนไม"ได<ให<ใช<ราคาแทน ๑๖๐,๕๕๕ บาท พร<อมดอกเบี้ยอัตราร<อยละ ๓ ต"อปD หรืออัตราดอกเบี้ย ลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงการคลังอาจปรับเปลี่ยนโดยตราเปBนพระราชกฤษฎีกา บวกด<วยอัตรา เพิ่มร<อยละ ๒ ต"อปD นับแต"วันที่อ"านคําพิพากษาศาลอุทธรณ,ภาค ๑ เปBนต<นไปจนกว"าจะชําระเสร็จ กับให<จําเลยใช<ค"าขาดประโยชน, ๕๐,๐๐๐ บาท พร<อมดอกเบี้ยอัตราร<อยละ ๓ ต"อปD หรืออัตราดอกเบี้ย ลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงการคลังอาจปรับเปลี่ยนโดยตราเปBนพระราชกฤษฎีกา บวกด<วยอัตรา เพิ่มร<อยละ ๒ ต"อปD นับแต"วันฟIอง (ฟIองวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔) เปBนต<นไปจนกว"าจะชําระเสร็จ แต"ดอกเบี้ยดังกล"าวข<างต<นทุกช"วงเวลาต<องไม"เกินอัตราร<อยละ ๗.๕ ต"อปD ตามคําขอของโจทก, คําขออื่นให<ยก ค"าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให<เปBนพับ ------------------------------ ปNณณพร สมทบสุข – ย"อ ปรีชา ปDติโกศล – ตรวจ
คําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๑ ตัดสินเกี่ยวกับป ญหาข$อกฎหมาย คดีหมายเลขดําที่ อ ๑๒๔๒/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๓๓๒๖/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ!ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๕) พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก- นาย ส. จําเลย ป.อ. กฎหมายยกเลิกความผิด เพิ่มโทษกรณีทั่วไป มาตรา ๒ วรรคสอง, ๙ จําเลยในคดีนี้เคยต9องคําพิพากษาถึงที่สุดให9ลงโทษจําคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน ฐานผลิตยาเสพติด ให9โทษในประเภท ๕ (พืชกระท!อม) ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๙๔๑/๒๕๕๙ ของศาลจังหวัด อ!างทอง ภายในเวลาห9าป?นับแต!วันพ9นโทษ จําเลยกระทําความผิดคดีนี้ ซึ่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให9โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งใช9บังคับวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ มาตรา ๓ ให9ยกเลิกความใน (๕) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๗ แห!ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให9โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ถึงมาตรา ๘ ให9ยกเลิก มาตรา ๕๘/๒, วรรคสามของมาตรา ๗๕, วรรคสองของมาตรา ๗๖, วรรคสามและวรรคสี่ของ มาตรา ๗๖/๑ และวรรคสองของมาตรา ๙๒ ตามลําดับ ซึ่งมีผลให9การผลิตพืชกระท!อมเพื่อจําหน!าย ไม!เปEนความผิด อันเปEนกรณีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทําเช!นนั้นไม!เปEน ความผิดต!อไป และให9ผู9ที่ได9กระทําการนั้นพ9นจากการเปEนผู9กระทําความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคสอง จําเลยจึงไม!มีความผิดฐานผลิตพืชกระท!อมเพื่อจําหน!าย แม9ต!อมามี พ.ร.บ. ให9ใช9ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๔ (๑๒) ให9ยกเลิก พ.ร.บ. ยาเสพติดให9โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ แต!ไม!มีผลต!อการบังคับใช9 พระราชบัญญัติฉบับนี้อยู!ก!อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช9บังคับ ดังนั้น กรณีจึงไม!อาจนําความผิดฐานผลิตยาเสพติดให9โทษในประเภท ๕ (พืชกระท!อม) ตามคําฟHองมาเปEนเหตุ เพิ่มโทษจําเลยได9 ที่ศาลชั้นต9นเพิ่มโทษจําเลยมานั้น จึงไม!ชอบด9วยกฎหมาย ------------------------------ โจทก-ฟHองขอให9ลงโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๐, ๙๑, ๙๒, ๒๘๘,๓๗๑, ๓๗๖ พระราชบัญญัติอาวุธปKน เครื่องกระสุนปKน วัตถุระเบิด ดอกไม9เพลิง และสิ่งเทียม อาวุธปKน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔, ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ริบลูกกระสุนปKนออโตเมติกของกลางและ เพิ่มโทษจําเลยตามกฎหมาย จําเลยให9การรับสารภาพข9อหามีอาวุธปKนและเครื่องกระสุนปKนไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับ ใบอนุญาต ข9อหาพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาตและโดยไม!มี
เหตุสมควร และข9อหายิงปKนซึ่งใช9ดินระเบิดโดยใช!เหตุในเมือง หมู!บ9านหรือที่ชุมนุมชน ส!วนข9อหาอื่น ให9การปฏิเสธ แต!รับว!าเปEนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีที่โจทก-ขอให9เพิ่มโทษ ศาลชั้นต9นพิพากษาว!า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ (ที่ถูก มาตรา ๒๙๗ (๘)), ๓๗๑, ๓๗๖ พระราชบัญญัติอาวุธปKน เครื่องกระสุนปKน วัตถุระเบิด ดอกไม9เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปKน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคสาม, ๗๒ ทวิ วรรคสอง การกระทําของจําเลยเปEนความผิดหลายกรรมต!างกัน ให9ลงโทษทุกกรรมเปEนกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานทําร9ายร!างกายจนเปEนเหตุให9ผู9ถูกกระทําร9ายรับอันตราย สาหัสและฐานยิงปKนซึ่งใช9ดินระเบิดโดยใช!เหตุในเมือง หมู!บ9านหรือที่ชุมนุมชน เปEนการกระทํากรรมเดียว เปEนความผิดต!อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานทําร9ายร!างกายจนเปEนเหตุให9ผู9ถูกกระทําร9ายรับอันตราย สาหัสซึ่งเปEนกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุก ๖ ป? ฐานมีอาวุธปKนที่เปEนของผู9อื่นซึ่งได9รับใบอนุญาตให9มีและใช9ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปKน ไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับใบอนุญาต จําคุก ๖ เดือน ฐานพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาตและโดยไม!มีเหตุสมควรเปEนการกระทํากรรมเดียวเปEนความผิด ต!อกฎหมายหลายบท ให9ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปKนฯ ซึ่งเปEนกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุก ๖ เดือน เพิ่มโทษจําเลยหนึ่งในสามตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ฐานทําร9ายร!างกายจนเปEนเหตุให9ผู9ถูกกระทําร9ายรับอันตรายสาหัส เปEนจําคุก ๘ ป? ฐานมีอาวุธปKนที่เปEนของผู9อื่นซึ่งได9รับใบอนุญาตให9มีและใช9ตามกฎหมายและ เครื่องกระสุนปKนไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับใบอนุญาต เปEนจําคุก ๘ เดือน ฐานพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาต เปEนจําคุก ๘ เดือน จําเลยให9การรับสารภาพ ฐานมีและพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาตและโดยไม!มีเหตุ สมควรเปEนประโยชน-แก!การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให9กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานมีอาวุธปKนที่เปEนของผู9อื่นซึ่งได9รับใบอนุญาตให9มีและใช9ตามกฎหมายและเครื่องกระสุน ปKนไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับใบอนุญาต คงจําคุก ๔ เดือน ฐานพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาต คงจําคุก ๔ เดือน รวม ๓ กระทง จําคุก ๘ ป? ๘ เดือน ริบลูกกระสุนปKนออโตเมติกของกลาง ข9อหาอื่นให9ยก จําเลยอุทธรณ-ขอให9ลดโทษ ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ วินิจฉัยว!า ที่ศาลชั้นต9นกําหนดโทษและลดโทษให9แก!จําเลยกึ่งหนึ่ง ในความผิดฐานมีอาวุธปKนและพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาต นับว!าเหมาะสมและปรานีแก!จําเลยมากแล9ว ส!วนความผิดฐานทําร9ายร!างกายจนเปEนเหตุให9ผู9ถูกกระทํา ร9ายรับอันตรายสาหัส เมื่อพิเคราะห-พฤติการณ-และความร9ายแรงแห!งคดีแล9วเห็นว!า ศาลชั้นต9นกําหนด โทษให9จําคุก ๖ ป? ก!อนเพิ่มโทษหนักเกินไป ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ เห็นควรแก9ไขให9เหมาะสมแก!รูปคดี อุทธรณ-ของจําเลยฟPงขึ้นบางส!วน
อนึ่ง คดีนี้โจทก-บรรยายฟHองว!า เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ จําเลยเคยต9องคําพิพากษา ถึงที่สุดให9ลงโทษจําคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน ฐานผลิตยาเสพติดให9โทษในประเภท ๕ (พืชกระท!อม) ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๙๔๑/๒๕๕๙ ของศาลจังหวัดอ!างทอง จําเลยพ9นโทษวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ ภายในเวลาห9าป?นับแต!วันพ9นโทษ จําเลยกระทําความผิดคดีนี้ ขอให9เพิ่มโทษจําเลยตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ และศาลชั้นต9นได9เพิ่มโทษจําเลยตามขอ ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ โดยมติ ที่ประชุมใหญ! เห็นว!า พระราชบัญญัติยาเสพติดให9โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งใช9บังคับวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ มาตรา ๓ ให9ยกเลิกความใน (๕) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๗ แห!งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให9โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ถึงมาตรา ๘ ให9ยกเลิกมาตรา ๕๘/๒, วรรคสามของมาตรา ๗๕, วรรคสองของมาตรา ๗๖, วรรคสามและวรรคสี่ของมาตรา ๗๖/๑ และวรรคสองของมาตรา ๙๒ ตามลําดับ ซึ่งมีผลให9การผลิตพืชกระท!อมเพื่อจําหน!ายไม!เปEนความผิด อันเปEนกรณีบทบัญญัติ ของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทําเช!นนั้นไม!เปEนความผิดต!อไป และให9ผู9ที่ได9กระทําการนั้น พ9นจากการเปEนผู9กระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรคสอง จําเลยจึงไม!มีความผิด ฐานผลิตพืชกระท!อมเพื่อจําหน!าย แม9ต!อมามีพระราชบัญญัติให9ใช9ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๔ (๑๒) ให9ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติดให9โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ แต!ไม!มี ผลต!อการบังคับใช9พระราชบัญญัติฉบับนี้อยู!ก!อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช9บังคับ ดังนั้น กรณีจึงไม!อาจนําความผิดฐานผลิตยาเสพติดให9โทษในประเภท ๕ (พืชกระท!อม) ตามคําฟHองมาเปEนเหตุ เพิ่มโทษจําเลยได9 ที่ศาลชั้นต9นเพิ่มโทษจําเลยมานั้น จึงไม!ชอบด9วยกฎหมาย ปPญหานี้เปEนข9อกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร9อย ศาลอุทธรณ-ภาค ๑ มีอํานาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก9ไขเสียให9ถูกต9อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง พิพากษาแก9เปEนว!า ให9ลงโทษสําหรับความผิดฐานทําร9ายร!างกายจนเปEนเหตุให9ผู9ถูกกระทําร9าย รับอันตรายสาหัส จําคุก ๓ ป? ฐานมีอาวุธปKนที่เปEนของผู9อื่นซึ่งได9รับใบอนุญาตให9มีและใช9ตามกฎหมาย และเครื่องกระสุนปKนไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับใบอนุญาต จําคุก ๖ เดือน ฐานพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับใบอนุญาต จําคุก ๖ เดือน จําเลยให9การรับสารภาพฐานมีและ พาอาวุธปKน ลดโทษให9กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานมีอาวุธปKนที่เปEน ของผู9อื่นซึ่งได9รับใบอนุญาตให9มีและใช9ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปKนไว9ในครอบครองโดยไม!ได9รับ ใบอนุญาต คงจําคุก ๓ เดือน ฐานพาอาวุธปKนไปในเมือง หมู!บ9าน หรือทางสาธารณะโดยไม!ได9รับ ใบอนุญาต คงจําคุก ๓ เดือน รวม ๓ กระทง คงจําคุก ๓ ป? ๖ เดือน ยกคําขอให9เพิ่มโทษ นอกจากที่แก9 ให9เปEนไปตามคําพิพากษาศาลชั้นต9น ------------------------------ วัชระ สินจังหรีด – ย!อ ปรีชา ป?ติโกศล – ตรวจ
คําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๑ ตัดสินเกี่ยวกับป ญหาข$อกฎหมาย คดีหมายเลขดําที่ คผบ ๑๓๐/๒๕๖๔ คดีหมายเลขแดงที่ คร ๑๐๘/๒๕๖๕ บริษัท ม. โจทก$ นาย ส. จําเลย ป.วิ.พ. ไกล+เกลี่ยก+อนฟ.อง มาตรา ๑๔๓ ในคดีที่คู+ความประสงค$ทําสัญญาประนีประนอมยอมความหลังจากที่ศาลชั้นต7นมีคําพิพากษาแล7ว เมื่อยังไม+มีการอุทธรณ$เพื่อให7คดีขึ้นสู+ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ พิจารณาพิพากษา จึงไม+อยู+ในอํานาจของ ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ ที่จะพิพากษาตามยอมให7ได7 ------------------------------ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก$ฟ.องขอให7จําเลยชําระเงิน ๓๘๒,๗๔๑.๗๐ บาท พร7อมดอกเบี้ยอัตราร7อยละ ๗.๕ ต+อปA ของต7นเงิน ๓๗๔,๙๖๐ บาท นับถัดจากวันฟ.องเปDนต7นไปจนกว+าจะชําระเสร็จ ศาลชั้นต7น พิพากษาให7จําเลยชําระเงิน ๔,๙๖๐ บาท พร7อมดอกเบี้ยในอัตราร7อยละ ๕ ต+อปA ของต7นเงินดังกล+าว นับถัดจากวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เปDนต7นไปจนกว+าจะชําระเสร็จแก+โจทก$ ค+าฤชาธรรมเนียม ให7เปDนพับคําขออื่นนอกจากนี้ให7ยก โจทก$ยื่นคําร7องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ$รวม ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๓ ศาลชั้นต7นอนุญาตให7ขยายถึงวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ต+อมาวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ โจทก$ยื่นคําร7องต+อศาลชั้นต7นขอให7ศาลออกนั่งพิจารณาคดี เพื่อทําสัญญาประนีประนอมยอมความหลังศาลมีคําพิพากษา โดยยื่นมาพร7อมกับสัญญาประนีประนอม ยอมความซึ่งศาลชั้นต7นได7อธิบายคําพิพากษาศาลชั้นต7นให7จําเลยฟHง จําเลยยืนยันประสงค$ทําสัญญา ประนีประนอมยอมความ ศาลตรวจสัญญาประนีประนอมยอมความแล7ว เห็นว+า ไม+ขัดต+อกฎหมาย จึงให7 คู+ความทั้งสองฝKายลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความต+อหน7าศาล และศาลได7ลงลายมือชื่อ ในสัญญาประนีประนอมยอมความด7วยแล7ว โดยคู+ความทั้งสองฝKายขอให7ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ มีคําพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ได7เสนอ ศาลชั้นต7นจึงให7รวบรวมถ7อยคําสํานวนพร7อมสัญญาประนีประนอมยอมความส+งมายัง ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ เพื่อพิจารณาและพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ พิเคราะห$แล7ว ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ โดยมติที่ประชุมใหญ+ เห็นว+า คดีนี้ยังไม+มีการอุทธรณ$เพื่อให7 คดีขึ้นสู+ศาลอุทธรณ$ภาค ๑ พิจารณาพิพากษา จึงไม+อยู+ในอํานาจของศาลอุทธรณ$ภาค ๑ ที่จะพิพากษา ตามยอมให7ได7 จึงมีคําสั่งให7ยกคําร7องของโจทก$ ค+าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให7เปDนพับ ------------------------------ กวีศักดิ์ ก7องเวลา – ย+อ ปรีชา ปAติโกศล– ตรวจ