The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by oumonanong2805, 2022-10-23 19:16:52

บทที่ 1

บทนำ

1

บทที่ 1

บทนำ

ท่มี าและความสำคญั

ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อความหมายทีส่ ำคัญที่สุดของมนษุ ย์ ช่วยให้มนุษย์ได้เข้าใจตรงกันเป็นวิธีการใน
การแสดงใหผ้ อู้ น่ื ได้รถู้ ึงความคิด ความรู้สกึ และความต้องการของตนด้วยการใช้สัญลักษณ์ท่ีตกลงในกลุ่มชนน้ัน ๆ
ประเทศไทยใชภ้ าษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ และเปน็ สัญลักษณ์ในการส่อื สาร ประชาชนทุกคนต้องพูดเป็นและ
เข้าใจความหมาย โดยปกติแล้วภาษาไทยจะเป็นภาษาที่ใช้พูดใช้เขียนกันในโรงเรียน ครูและนักเรียนจะต้องใช้
ภาษาไทยในการเรียนการสอน (กรรณิการ์ พวงเกษม, 2553 : 3) ภาษาไทยจึงถือได้ว่าเป็นภาษาที่สำคัญที่สุด
สำหรับนักเรียนในทกุ ระดับชั้นที่จำเปน็ ต้องเรียนภาษาไทยและฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาได้อย่าง
ถูกต้อง ทั้งในการอ่าน การเขียน ไม่ใช่เฉพาะแตใ่ นความรูภ้ าษาไทยแต่ยังเป็นพื้นฐานการศึกษาในวิชาอ่ืน ๆ ด้วย
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงมีพระราชดำรัสที่แสดงให้เห็นถึง
ความสำคญั ของการเรียนการสอนภาษาไทย เน่อื งในการเปิดประชุมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ปัญหาการเรียนการ
สอนและการใช้ภาษาไทยในปัจจบุ ัน โดยมใี จความตอนหนึ่งว่า “ประเทศไทย คือประเทศหนงึ่ ในจำนวนไม่มากนัก
ท่มี ภี าษาของตนเองใช้และเรียกภาษาของตนเองได้อยา่ งภาคภมู ิว่าภาษาไทย ตามธรรมชาติภาษายอ่ มเปล่ียนแปลง
ไปตามกาลเวลาตามสถานการณใ์ นสงั คม อีกส่วนหนึ่งภาษามีความสำคัญถา่ ยทอดความรู้วฒั นธรรมของคนในชาติ
การเรียนการสอนภาษาจึงเป็นเรื่องสำคญั ...” (แพง ชนิ พงศ์, 2551 : ออนไลน์) ดงั นั้น คนไทยจำเปน็ ต้องตระหนัก
ถงึ ความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนต้องทำความเข้าใจและศึกษาหลักเกณฑท์ างภาษาและฝกึ ฝนให้มีทักษะการ
ฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสาร การเรียนรู้ การเสริมสร้างความ
เขา้ ใจอันดตี ่อกัน เพอื่ เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ (กรมวิชาการ, 2546 : 3 - 6)

จากทักษะทางภาษาท้ัง 4 ทักษะที่ได้กล่าวมานนั้ การอา่ นเป็นทกั ษะที่สำคัญและใชม้ า ในชวี ิตประจำวัน
สามารถใช้แสวงหาความรู้ วทิ ยาการตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ทนั สมยั ทันเหตกุ ารณ์ และนำความรู้ที่ได้จากการ
อ่าน ไปปรับประยุกต์ใช้แก้ปัญหา เป็นแนวทางการดำเนนิ ชีวิต เสริมสร้างบุคลิกภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม
และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า (ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก, 2543 : 1) การอ่านแบ่งออกเป็น 2

2

ประเภท คือ การอา่ นออกเสียง ซงึ่ สามารถแบง่ ได้ 3 แบบ ไดแ้ ก่ (1) การอ่านรอ้ ยแกว้ (2) การอา่ นร้อยกรอง และ
(3) การอ่านทำนองเสนาะ ประเภทที่สองคือ การอ่านในใจ แบ่งได้ 7 แบบ ได้แก่ (1) การอ่านแบบค้นคว้าหา
ความรู้ (2) การอ่านแบบจับใจความสำคัญ (3) การอ่านแบบหารายละเอียดทุกขั้นตอน (4) การอ่านเพื่อหา
รายละเอยี ดทุกคำเพื่อการปฏิบตั ิ (5) การอ่านแบบวเิ คราะห์วจิ ารณ์เพอ่ื หาเหตผุ ล (6) การอ่านแบบไตร่ตรองโดยใช้
วิจารณญาณเพื่อหาข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย สำหรับเลือกแนวทางปฏิบัติ และ (7) การอ่านแบบคร่าว ๆ เพื่อ
สงั เกตและจดจำ (วรรณี โสมประยรู , 2544 : 127)

การอ่านจับใจความสำคญั เปน็ ทกั ษะท่สี ำคญั ที่สดุ ในการแสวงหาความรู้ และจำเปน็ สำหรับการดำเนิน
ชีวติ เนื่องจากขอ้ มลู ข่าวสารในโลกยคุ ปัจจุบนั คนสว่ นใหญจ่ ะไดร้ บั ความรู้รวมไปถึงข้อมลู ขา่ วสารจากการอ่านเป็น
หลัก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ บทความ วารสาร หรือข้อมูลข่าวสารจากอินเทอรเ์ น็ต ล้วน
แต่เกยี่ วขอ้ งกบั การอา่ นจบั ใจความท้ังสนิ้ ซึ่งหากไมม่ ีทักษะในการอา่ นจับใจความแลว้ กจ็ ะไม่สามารถบอกไดว้ ่าเมื่อ
อา่ นแล้วไดอ้ ะไรจากเรอื่ งทอี่ า่ น หรือไม่สามารถวเิ คราะห์สรุปผลจากการอา่ นได้ ดงั นนั้ ในการจัดการเรียนการสอน
วิชาภาษาไทย ครูผู้สอนควรเพิ่มทักษะการอ่านจับใจความให้นักเรียนได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและเป็น
ระบบ ความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญช่วยให้อ่านหนงั สือได้รวดเร็ว จึงจำเป็นต้องฝึกฝนให้เกดิ ทักษะ
ความชำนาญไม่ว่าจะอ่านเรื่องอะไรหรืออ่านระดับไหนกต็ าม เพราะถ้าไม่สามารถจับใจความไดก้ ็ไมไ่ ด้ประโยชน์
จากการอ่าน (สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์, 2545 : 417) ความสำเร็จในการเรียนของนักเรียนประการหนึ่งอยู่ท่ี
ความสามารถในการอ่านจับใจความ เพราะหากนักเรียนอ่านไมเ่ ข้าใจและจับใจความไม่ได้จะทำให้เบื่อหน่ายต่อ
การเรียน และมีเจตคติที่ไมด่ ีต่อการอ่านทำให้ไม่เกิดนิสัยรักการอ่านตลอดจนส่งผลให้ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนต่ำ
ตามไปด้วย (ฐะปะนีย์ นาครทรรพ, 2549 : 115) ผู้ที่อ่านมากและสนใจอย่างจริงจังรู้จักคิดวิเคราะหส์ ิ่งที่อ่านไป
ด้วยจะสามารถนำความรู้ทอ่ี ่าน ไปประยกุ ตใ์ ช้ได้ทกุ โอกาส ซง่ึ จะเป็นการนำไปสูค่ วามสำเร็จได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

กระทรวงศึกษาธกิ ารได้กำหนดหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ให้กลุม่ สาระ
การเรยี นรูภ้ าษาไทยเป็นสาระการเรียนรู้ท่เี ปน็ เครอ่ื งมอื ในการเรียนรู้เพ่อื นำไปใช้ใน การดำรงชวี ิตและการส่ือสาร
โดยกำหนดให้ผู้เรยี นทกุ คนทกุ ช้ันได้เรยี นตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละสาระการเรยี นรู้ 5 สาระ คอื สาระที่ 1 การ
อ่าน สาระที่ 2 การเขียน สาระที่ 3 การฟังการดูและการพูด สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย และสาระที่ 5
วรรณคดีและวรรณกรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 37 - 38) เพื่อให้ผู้เรยี นได้ใช้ภาษาไทยในการรบั และส่ง
สารมีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิดความรู้ความเข้าใจความรู้สึกและทัศนะของตนเอง เพื่อ
แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจา
ต่อรองเพื่อขจดั และลดปัญหาความขดั แย้งต่าง ๆ การเลอื กรับหรือไม่รับขอ้ มูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความ
ถกู ตอ้ งตลอดจนการเลือกใช้วิธกี ารส่ือสารเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ ตนเองและสังคม

3

(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 6) ตลอดจนรัฐบาลไทยได้ประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นการ
รณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนาตนเองแล้ว ยังส่งผลถึง
พัฒนาการของสังคมไทยที่มีประชาชนเป็นพืน้ ฐานสำคญั จึงถือได้ว่าภาษาไทยนั้นเป็นสาระและทักษะที่สำคญั ใน
การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปแสวงหาความรู้และพัฒนาตนเองในชีวิตจริง (กรม
วชิ าการ, 2551 : 41)

จากสภาพปัญหาในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม ที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จะเห็นได้จากผลการทดสอบความรู้กลมุ่
สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ซงึ่ พบว่านกั เรียนมผี ลการประเมินอยใู่ นระดับตำ่ โดยเฉพาะสมรรถภาพทางด้านการอ่าน
จับใจความสำคญั ซึ่งหมายความว่านกั เรยี นส่วนใหญ่อ่านหนงั สือแลว้ ไม่เข้าใจเร่ืองราวอยา่ งแท้จริง และจากการท่ี
ไดส้ ังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่ผา่ นมานั้น พบว่านกั เรียนส่วนใหญไ่ ม่มนี ิสยั รักการอ่าน โดยเมือ่ ครูกำหนดเร่ืองที่
ใหอ้ า่ นหรือให้ข้อความท่ีมีความยาวแลว้ แลว้ ตอบคำถามตามที่ครูกำหนด นกั เรยี นจะอ่านไม่คลอ่ งและไม่เข้าใจใน
สาระสำคัญของเร่อื งทีอ่ า่ นและไมส่ ามารถสรุปความจากเรื่องท่ีอ่านได้ จึงเกิดความไมอ่ ยากอ่านส่งผลให้ขาดการใฝ่
เรยี น ใฝ่รู้ ซึ่งการที่นกั เรยี นยังไมส่ ามารถจบั ใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านไดจ้ ะเปน็ สาเหตุทำใหน้ กั เรียนไม่ประสบ
ความสำเร็จในการเรียนรู้รายวิชาอื่น ๆ ต่อไปอีกด้วย ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องหาเทคนิคและวิธีการจัดการเรยี นร้ทู ่ี
เน้นการอ่านใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพใหม้ ากขนึ้

ผวู้ จิ ัยจึงไดท้ ำการศกึ ษาถงึ รูปแบบเทคนิคและวธิ ีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีจะทำให้ผู้เรียนเกิด
ความรู้และทักษะในการอ่านมากขึ้น โดยพบว่าแนวทางการแก้ปญั หาในการอ่านจับใจความนั้น หากผู้เรียนไดร้ บั
การฝึกอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดทักษะการอ่านที่ดีได้ ดังนั้น การใช้แบบฝึกทักษะจึงมีความ
เหมาะสมตอ่ การจดั การเรียนการสอน เพราะเป็นการทบทวนเรอื่ งทีเ่ รยี นมาแล้ว ปจั จบุ ันครูส่วนใหญใ่ ช้แบบฝึกหัด
ที่มีอยูใ่ นหนังสือเรียนซึ่งแบบฝึกการอา่ นการเขียนจะมอี ยู่นอ้ ยมาก ครูจึงควรจะต้องสร้างแบบฝึกให้เหมาะสมกับ
เนื้อหา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและเกิดทักษะในเรื่องการอ่านการเขียน โดยคำนึงถึงความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคล ฝกึ จากงา่ ยไปยาก เพอื่ ใหน้ กั เรยี นสนใจมีกำลังใจ แบบฝึกทีใ่ ช้ควรเป็นแบบฝึกส้ัน ๆ เพื่อไม่ให้เบ่ือ
และต้องเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้เรียนเพราะจะทำให้สนใจและจดจำได้ดี แบบฝึกจึงนับว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาวิธีหนง่ึ
(กระทรวง ศึกษาธิการ, 2551 : 4) ซึ่งจากผลการวิจยั นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยของกองวิจัยการศึกษา
การศกึ ษา พบวา่ สื่อทท่ี ำใหน้ ักเรียนมีทักษะหรอื ความสามารถฟงั อา่ นเขียน คอื นวตั กรรมเสรมิ ทักษะและแบบฝึก
ทกั ษะ และสง่ิ ที่ทำให้ผ้เู รียนมีเจตคติต่อการเรียนสูงกว่าวิธีสอนที่ใช้กิจกรรมตามค่มู ือครู คือแบบฝึกทักษะเช่นกัน
นอกจากนั้นแบบฝึกทักษะก็จัดเป็นสื่อการเรียนรู้ประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนทักษะทาง
ภาษาเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้นักเรยี นเข้าใจบทเรยี นได้ดขี ึ้น เสรมิ สรา้ งทกั ษะทางภาษาไทยให้คงทนช่วยให้

4

นักเรียนเห็นความก้าวหน้าของตนเอง ตลอดจนทำให้ครูทราบข้อบกพร่องของนักเรียนเพื่อนำไปปรับปรุงได้
ทันทว่ งที ช่วยใหก้ ารเรยี นรขู้ องนักเรียนมีประสทิ ธิภาพยิ่งข้นึ (อดลุ ย์ ภูปลื้ม, 2539 : 24 - 25) และวธิ ีการการสอน
ที่จะช่วยให้การเรียนการสอน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ มีประสิทธิภาพนั้น ผู้วิจัยพบว่าการสอนโดยใช้
เทคนิคบันได 6 ขั้น เป็นเทคนคิ วธิ ีสอนอีกวิธีหนึง่ ทีม่ ขี ้ันตอนในการสอนอา่ นที่น่าสนใจ โดยมีขั้นตอนการสอนเรมิ่
จากข้ันอ่านเรือ่ งให้จบ ค้นพบคำสำคัญ บนั่ ทอนส่วนขยาย เติมคำเชอื่ มที่หายไป สงั เกตไว้คำขัดแย้ง พลิกแพลงได้
ทุกบทอ่าน ซึ่งผู้วิจัยเหน็ ว่าจะสามารถแก้ปญั หาการสอนอ่านจับใจความได้เป็นอยา่ งดี เพราะมีการเปิดโอกาสให้
ผู้เรียนได้คิดตีความและวิเคราะห์วิจารณ์จากเรื่องท่ีอ่านได้ ซึ่งจะช่วยสร้างนิสัยท่ีดีจาการอ่านอ่านแล้วอาจจับ
จุดสำคญั หรือประเดน็ ของเร่ืองท่ีอา่ นและขั้นแสดงความคดิ เหน็ ดงั ผลการวิจยั ของสุรศกั ด์ิ แยม้ อมุ่ (2564 : 86) ท่ี
ไดท้ ำการพฒั นาสมรรถนะการอ่านของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนบ้านอ่างทอง จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์
ด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านอ่างทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า
ผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาสมรรถนะการอ่านด้วยเทคนิคบนั ได 6 ขั้น ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15
คน มีคะแนนทดสอบก่อนเรยี นเฉลีย่ 5.26 คิดเปน็ รอ้ ยละ 52.6 และมคี ะแนนทดสอบหลงั เรยี นเฉลี่ย 7.33 คดิ เป็น
ร้อยละ 73.3 ซึ่งเพ่ิมขึน้ รอ้ ยละ 20.7 และผลการเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นเรยี นและหลังเรียนเรื่อง
การอ่านจับใจความสำคญั ด้วยเทคนิคบนั ได 6 ขัน้ ไดค้ ่าดัชนีประสิทธผิ ลของการจดั การเรยี นรู้ 0.43 และค่า t-test
= 3.41 ซึ่งมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั 0.1

จากเหตุผลและความสำคัญดงั ที่กลา่ วมาข้างต้น ผ้วู จิ ยั จงึ มคี วามสนใจที่จะนำแบบฝึกทักษะและเทคนิค
บันได 6 ข้นั มาพัฒนาความสามารถดา้ นการอา่ นจับใจความของนกั เรยี น ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ
มากยิง่ ขนึ้ และสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นมนี ิสยั รักการอ่านตลอดจนช่วยพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นของผเู้ รยี นใหส้ ูงข้ึน
ด้วย อีกทั้งยังเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในการพัฒนานักเรียนและเป็นข้อมลู
สารสนเทศในการค้นคว้าวจิ ยั ตอ่ ไป

5

วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย

1. เพ่อื พฒั นากจิ กรรมการเรยี นการสอน เร่อื ง การอา่ นจบั ใจความสำคัญ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้
แบบฝึกทักษะ ร่วมกบั เทคนคิ บันได 6 ขัน้ ทีม่ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะ
ร่วมกบั เทคนคิ บันได 6 ข้ัน ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ระหวา่ งก่อนเรยี นกับหลังเรียน

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ท่ีมตี ่อการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
เร่อื ง การอ่านจับใจความสำคญั โดยใช้แบบฝึกทักษะ ร่วมกับเทคนิคบันได 6 ขั้น

สมมติฐานของการวิจยั

1. กิจกรรมการเรียนการสอน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะ รว่ มกับเทคนิคบันได 6 ขัน้ มปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80

2. ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เร่ือง การอ่านจบั ใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะ รว่ มกบั เทคนคิ บันได 6
ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 หลังเรียนสงู กวา่ กอ่ นเรียน

3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เรื่อง
การอา่ นจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะ รว่ มกับเทคนคิ บนั ได 6 ข้นั มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากข้นึ ไป

ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากรทใี่ ชใ้ นการวิจัยคร้ังนี้ เป็นนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นหาชนะชยั วทิ ยาคม อำเภอ
มหาชนะชัย จงั หวัดยโสธร สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษาศรสี ะเกษ ยโสธร ปีการศึกษา 2565 จำนวน 7
หอ้ งเรยี น จำนวน 242 คน

2. กลุ่มตัวอยา่ งท่ใี ช้ในการวิจัยครั้งน้ี เปน็ นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3/7 โรงเรยี นมหาชนะชัย อำเภอ
มหาชนะชัย จังหวัดยโสธร สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร ปีการศึกษา 2565 จำนวน
45 คน ได้มาโดยวธิ ีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

3. เนอื้ หาท่ีใชใ้ นการสรา้ งแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิค
บันได 6 ขั้น และแบบฝึกทักษะ ได้แก่ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานพุทธศักราช 2551 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 สาระท่ี 1 การอ่าน มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้าง
ความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ 3 ระบุ
ใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลท่สี นับสนนุ จากเรอื่ งทอี่ า่ น ซึ่งแบ่งเนือ้ หาออกเป็น 2 ตอน คอื

6

3.1 หลักการอ่านจบั ใจความ
3.2 การปฏบิ ตั กิ ารอ่านจบั ใจความสำคัญ
4. ตวั แปร ท่ีศึกษา มดี ังนี้
4.1 ตัวแปรอิสระ คือ วิธีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึก
ทักษะ ร่วมกับเทคนิคบนั ได 6 ขั้น
4.2 ตวั แปรตาม คอื
4.2.1 ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น เรอื่ ง การอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรยี นทีเ่ รียนโดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะ รว่ มกับเทคนิคบันได 6 ข้นั
4.2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านจับใจความ
สำคญั โดยใช้แบบฝกึ ทักษะ รว่ มกับเทคนิคบนั ได 6 ข้นั
5. ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการศึกษา
ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการศกึ ษาครั้งน้ี คือ ปีการศึกษา 2565

นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ

1. เทคนิคบนั ได 6 ข้ัน หมายถงึ เทคนิคการอา่ นทีจ่ ะชว่ ยให้ผเู้ รยี นสามารถบอกแนวคิดสำคญั จากเร่ืองที่
อา่ นได้ เป็นแนวคดิ ที่อาจารย์เสกสันต์ ผลวัฒนะ อาจารยส์ าขาวชิ าภาษาไทย มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ไดก้ ลา่ วไว้
ในคู่มือฝึกอบรมพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จัดทำโดยสถาบัน
ภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบบันได 6 ขั้น หมายถึง กระบวนการ จัดการ
เรยี นรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้เทคนิคบนั ได 6 ขน้ั เรอื่ ง การอา่ นจับใจความ โดยมีลำดับข้ันตอน
กจิ กรรม มี 6 ข้ันตอน ดงั นี้

2.1 บันไดขน้ั ท่ี 1 “อา่ นเร่ืองใหจ้ บ” อ่านเรื่องราวเพือ่ ทำความเขา้ ใจภาพรวมของเนื้อหาทัง้ หมด
2.2 บนั ไดขน้ั ท่ี 2 “คน้ พบคำสำคัญ” พจิ ารณาหาคำสำคัญ (Key word) ของแตล่ ะย่อหน้า
2.3 บันไดข้นั ท่ี 3 “บน่ั ทอนตดั สว่ นขยาย” ตัดสว่ นขยายใจความสำคญั ทงิ้
2.4 บันไดขั้นที่ 4 “เติมคำเชื่อมที่หายไป” เติมคำเชื่อมส่วนขยายใจความสำคัญ เพื่อตัดส่วนขยาย
ใจความสำคัญท้ิง

7

2.5 บันไดขั้นที่ 5 “สังเกตไว้คำขัดแย้ง” สังเกตคำหรือกลุ่มคำแสดงความขัดแย้งหรือตรงขา้ มกันที่
ปรากฏในย่อหน้า

2.6 บนั ไดข้ันที่ 6 “พลกิ แพลงไดท้ กุ บทอา่ น”

3. แบบฝึกทักษะ หมายถึง เอกสารที่เป็นเครื่องมอื ทางการเรียนที่ครสู ร้างขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้
นักเรียนฝึกทำด้วยตนเองเพื่อจะได้มีทักษะหรือความชำนาญเพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้เรียนรู้ในภาคทฤษฎีหรือด้าน
เนื้อหาแล้ว และช่วยให้นักเรียนบรรลุจุดประสงค์การเรียนการสอนได้อย่างรวดเร็วถูกต้องส่งผลต่อการเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการเรียนการสอน

4. แบบฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านจับใจความ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หมายถึง เอกสารท่ีผู้วิจัยสร้างขึ้น
เพอ่ื ให้ผเู้ รียนได้ฝึกปฏิบตั ดิ า้ นการอ่านจบั ใจความ ของนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

5. แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แนวทางการดำเนินการจัดกิจกรรมที่ประกอบด้วยสาระสำคัญ
เนื้อหาสาระ กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินผล สื่อและนวัตกรรมที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ที่
ครูผู้สอนเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานช่วงชั้นเพื่อใช้ในการ
จดั การเรียนรู้

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้การอา่ นจับใจความ โดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะรว่ มกบั เทคนคิ บนั ได 6 ข้ัน หมายถึง การ
เรียนการสอนระหว่างครูกับนักเรียนที่ใช้ฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านจับใจความ ร่วมกับแผนการเรียนรู้โดยเทคนิค
บันได 6 ขั้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากเนื้อหาการอ่านจับใจความ แล้วนักเรียนได้ตอบคำถาม สรุปเรื่อง ลำดับ
เหตกุ ารณ์ของเรอ่ื ง และระบขุ ้อคิดทไี่ ดจ้ าก เน้อื เรือ่ ง หลักและวิธีการอ่านจับใจความ การอ่านนทิ าน การอ่านข่าว
การอา่ นโฆษณา และการอ่านบทความ

7. การอ่านจับใจความ หมายถึง การอ่านเพื่อจับประเด็นสำคัญของเรื่องเพื่อให้เข้าใจในเรื่องที่อ่าน
สามารถระบุสาระสำคัญ บอกขอ้ คิดและจดุ มุ่งหมายสำคัญพรอ้ มทัง้ สรุปความจากเรอ่ื งน้ัน ๆ ได้ ตลอดจนสามารถ
นำแนวคิดไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวัน

8. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ความเข้าใจ ทักษะและทัศนคติอันเกิดจากการเรียนรู้และ
ได้รับการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้ ซึ่งสามารถวัดได้โดยอาศัยเครื่องมือทางจิตวิทยาหรือ แบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทาการเรียนในการวิจัยครั้งนี้ได้จากการทดสอบหลังเรียนด้วยแผนการจัด

8

กิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง การอา่ นจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทกั ษะ เร่อื ง การอา่ นจับใจความ ชั้นมธั ยมศึกษา
ปีท่ี 3 รว่ มกับเทคนคิ บนั ได 6 ขนั้ ท่ีผวู้ จิ ยั สร้างข้นึ

9. ความพึงพอใจในการเรียนรู้ หมายถงึ ความร้สู กึ ชอบ พอใจ สนใจ หรอื มองเหน็ คณุ ค่า ความสำคัญ
ท่ีมตี ่อการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอา่ นจับใจความสำคญั โดย
ใช้แบบฝึกทกั ษะ เรอื่ ง การอ่านจับใจความ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ร่วมกับเทคนิคบนั ได 6 ข้นั

10. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง การวัดผลการเรียนรู้หลังจากที่ผู้เรียนเรียนจบ
เน้อื หา ซง่ึ เป็นแบบทดสอบท่สี ร้างข้นึ เป็นแบบปรนัย จำนวน 20 ข้อ

ประโยชน์ที่คาดจะไดร้ ับ

1. นักเรียนมคี วามสามารถดา้ นการอ่านจับใจความและผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนที่สงู ขน้ึ และมีเจตคติ
ตอ่ การเรียนภาษาไทยดา้ นการอา่ นจบั ใจความสำคัญ

2. ครูไดแ้ นวทางสำหรับการจัดการเรียนการสอนวิชาสอนภาษาไทย ในการพัฒนากจิ กรรม การเรียนรู้
เรื่อง การอ่านจับใจความสำคญั โดยใช้แบบฝึกทักษะ รว่ มกบั เทคนคิ บันได 6 ข้นั

3. ผู้บริหารและสถานศึกษาได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ในการบริหารการจัดการเรียนรู้ การพัฒนา
ทักษะทางด้านการอา่ นจับใจความสำคัญ ด้วยรูปแบบการสอนโดยแบบฝึกทักษะ ร่วมกับเทคนิคบันได 6 ขั้น ที่มี
ประสทิ ธภิ าพ


Click to View FlipBook Version