ชีวประวัติ ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร (ฉบับปรับปรุง) ผู้เรียบเรียงนายประสาร ธาราพรรค์ คุณหญิงจัน คุณหญิงมุก ชาวเมืองถลาง เป็นแบบอย่าง ความกล้าหาญ สตรีสยาม ชาญฉลาด มีไหวพริบ จิตงดงาม ทุกเขตคาม เลื่องลือชื่อ บันลือไกล เป็นเหตุการณ์ ยุคสมัย รัชกาลที่ 1 ชนซาบซึ้ง วีรสตรี เกินขานไข แม่ทัพพม่า ชื่อยี่วุ่น มั่นหมายใจ ยึดถลางไว้ ตีคงง่าย ไม่อาทร
พระยาถลาง ถึงแก่กรรม ก่อนมีศึก ทุกฝ่ายนึก เมืองถลาง ยากผันผ่อน สองพี่น้อง รวมคนถลาง รบราญรอน ทุกขั้นตอน วางแผนไว้ ไทยมั่นคง ใช้กลศึก พวกพม่า สุดคาดคิด รักษ์ชีวิต รักษ์เมืองถลาง มั่นสูงส่ง รอดปลอดภัย ทั้งบ้านเมือง ยั้งยืนยง ไทยด ารง คงชาติไว้ ให้ยืนนาน ไทยชนะศึก เมืองถลาง เพราะสตรี พร้อมยอมพลี แลกเลือดเนื้อ สุดห้าวหาญ ประวัติศาสตร์ บันทึกไว้ เป็นต านาน ชนกล่าวขาน สองพี่น้อง ปกป้องไทย รัชกาลที่ 1 ทรงทราบเหตุ ทรงยกย่อง ชนร่วมซ้อง สดุดี ต่างเลื่อมใส ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร บันดาลใจ ให้หญิงไทย รักษ์ชาติไว้ นิรันดร์กาล ............................................ ประสาร ธาราพรรค์ ประพันธ์
ชีวประวัติ ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มี ประวัติศาสตร์ มายาวนาน แต่ที่ส าคัญที่สุด คือ วีรกรรมของคุณหญิงจันและคุณหญิงมุกในเหตุการณ์สงครามเก้าทัพที่ เกิดขึ้น ในปี พ.ศ. 2328 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 โดยพม่าแบ่งกองทัพยกไป ตีเมืองกระบี่ ระนอง ชุมพร ไชยา ตลอดลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนั้นกองทัพกรุงเทพฯ ยังติดพันการศึกที่กาญจนบุรีจึงยกมาช่วยไม่ ทัน พม่ายกทัพเรือมาตีได้ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า แล้วเลยไปตั้งค่ายล้อมเมือง ถลางไว้ ขณะนั้นพระยาถลางถึงแก่กรรมยังไม่ได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่ ภริยาเจ้า เมืองถลางชื่อจัน กับน้องสาวชื่อมุก ได้คิดอ่านกับกรรมการทั้งปวงตั้งค่าย ใหญ่ขึ้น 2 ค่าย ป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ พม่าล้อมเมืองอยู่เดือน เศษ จนหมดเสบียงจึงเลิกทัพกลับไป” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แต่งตั้งให้คุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรี ส่วนคุณหญิงมุกได้รับ พระราชทานแต่งตั้งเป็นท้าวศรีสุนทร
ชีวประวัติท้าวเทพกระษัตรีหรือจัน ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวเทพกระษัตรีหรือคุณหญิงจัน เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยาราวปี พุทธศักราช 2280 รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 (สมเด็จพระที่นั่ง สุริยาศน์ อัมรินทร์ หรือ พระเจ้าเอกทัศ) เป็นบุตรีคนแรกของของเจ้า เมืองถลาง ซึ่งเจ้าเมืองถลางมีชื่อเรียกตามถิ่นที่ตั้งของเมืองถลางสมัยนั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านตะเคียนว่า จอมร้างบ้านตะเคียน มารดาชื่อนางหม้าเสี้ย มี เชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรี จันมีมีพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน อีก 4 คน คือ มุก หมา อาด และเรือง คุณหญิงจันเป็นผู้ประกอบด้วยความงาม มีอัธยาศัยสุภาพอ่อนโยน และมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวสมกับเป็นบุตรของจอมร้างบ้านเคียน จึง เป็นที่สนิทเสน่าหาของบิดามารดาและวงศ์ญาติทั้งหลาย เมื่อบิดามารดา
แก่เฒ่า คุณหญิงจันก็ได้รับภาระปกครองผู้คนบ่าวไพร่ และดูแลการงาน ภายในครอบครัวแทนบิดามารดาโดยสิทธิ์ขาดเพราะเป็นพี่คนโต เมื่อจอมร้างเจ้าเมืองถลางบ้านตะเคียน บิดาของคุณหญิงจันและคุณ มุกได้ถึงแก่กรรมลง นายอาดน้องชายของคุณหญิงจันและคุณมุกจึงได้ เป็นเจ้าเมืองถลางคนต่อมา แต่ต่อมาพระยาถลาง (อาด) ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเจริญวัยบิดามารดาก็ได้จัดการแต่งงานให้กับหม่อมศรีภักดีภูธร บุตรจอมนายกองเมืองนครศรีธรรมราช มีธิดา 1 คน คือแม่ปราง และ บุตรชาย 1 คน คือนายเทียน (ต้นสกุล ประทีป ณ ถลาง) หลังจากคลอด นายเทียน หม่อมภักดีภูธรเสียชีวิตลง และเมื่อหม่อมศรีภักดีถึงแก่ กรรม คุณหญิงจันได้กลับมาเมืองถลาง คุณหญิงจันอยู่เป็นหม้ายจนกระทั่งแต่งงานครั้งที่สองกับพระยาพิมล อัยา (ขัน) ภายหลังเป็นพระยาสุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) อดีตเจ้าเมือง กระชุมพร มีบุตรชายหญิงอีก 3 คน คือ ทอง จุ้ย และเนียม พระพิมล (ขัน) สามีของคุณหญิงจัน“ต้องความ” จึงแยกจาก คุณหญิงจัน ย้ายไปเป็นเจ้าเมืองพัทลุงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง ภายใต้การ ป ก ค ร อง ข องเ จ้ าพ ร ะ ย าน ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช (หนู) แ ห่ง ชุมนุ ม นครศรีธรรมราช
พญาถลางเทียน ต้นตระกูล ประทีป ณ ถลาง จนกระทั่งเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จยกทัพเข้าตีชุมนุม นครศรีธรรมราชได้ส าเร็จ พระพิมลขันสามีของคุณหญิงจันจึงได้เป็นเจ้า เมืองถลาง ในขณะที่นายทองพูน บุตรของจอมเฒ่าบ้านตอน ได้เป็นพระ ปลัดเมืองถลาง และนายเทียน บุตรชายของคุณหญิงจันกับสามีคนก่อน ได้ด ารงต าแหน่งเป็น"เจ้าเมืองภูเก็จ"ปกครองเมืองภูเก็จท่าเรือ (บ้าน ท่าเรือ ต าบลศรีสุนทรในปัจจุบัน)
เจ้าพระยาอินทรวงศา ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยาอิน ทรวงศามาเป็นผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองภาคใต้ฝั่งทะเลตะวันตกอยู่ที่เมือง ปากพระ นายฟรานซิส ไลท์ (Francis Light) พ่อค้าชาวอังกฤษ เดินทาง มายังเกาะถลางเพื่อตั้งสถานีการค้าในพ.ศ. 2308 ฟรานซิส ไลท์ ได้หญิง ลูกครึ่งถลาง-โปรตุเกสเป็นภรรยา และมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับพระ พิมลขันและคุณหญิงจัน ต่อมานายฟรานซิส ไลท์ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระยา ราชกปิตัน หรือ "พระยาราชกปิตันเหล็ก" เมื่อสิ้นสุดยุคสมัยกรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2325 ทางกรุงเทพฯได้ส่งพระยาธรรมไตรโลกยกทัพลงมายังปาก พระเพื่อปราบเจ้าพระยาอินทรวงศา เจ้าพระยาอินทรวงศาหลบหนีข้ามฝั่งจากเมืองปากพระมาเกาะ ถลาง เจ้าพระยาอินทรวงศาเมื่อสู้ทัพของพระยาธรรมไตรโลกไม่ได้จึงฆ่า ตัวตายพระยาธรรมไตรโลกมีค าสั่งให้จับกุมคุณหญิงจันด้วยข้อหาบาง
ประการ (อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เจ้าพระยาอินทรวงศา) ไปสอบสวน ที่เมืองปากพระ เมื่อคุณหญิงจันถูกคุมตัวไปถึงเมืองปากพระ คุณหญิงจันในขณะนั้นยังถือว่าเป็นเชลยศึก ได้หนีข้ามช่องปากพระ เข้ามายังเมืองถลาง ผ่านบ้านไม้ขาว บ้านสาคู และบ้านเคียน อันเป็นที่ตั้ง เมืองถลาง รูปวาดพระราชวังของพระเจ้าปดุง ที่เมืองอมระปุระ โดยทูตชาวอังกฤษ ชื่อ Michael Symes ในปี พ.ศ. 2328 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 หลังจากการสถาปนา กรุงเทพมหานครเป็นราชธานีได้เพียงสามปี พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่าแห่ง ราชวงศ์โก้นบอง ได้มีพระราชโองการให้ยกทัพเข้าโจมตีอาณาจักรสยาม เป็นจ านวนเก้าทัพมาจากหลายทิศทาง
สงครามเก้าทัพ พงศาวดารไทยรบพม่าของกรมพระยาด ารงราชานุภาพระบุไว้ว่าพม่า ยกทัพมา 144,000 จัดกระบวนเป็นเก้าทัพคือ
ทัพที่ 1 แบ่งย่อยเป็นสองทัพ 1.นัดมีแลง,แปดตองจา,นัดจักกีโบ,ตองพะยุงโบ,ปะเลิงโบคุมพลตี เมืองชุมพร เมืองไชยา 2.ยี่วุ่น,บาวาเชียง,แวงยิงเดชะ,บอกินยอตีเมืองถลาง รวมจ านวนคน ทั้งหมด 10,000 ตีหัวเมืองฝ่ายใต้ ทัพที่ 2 อนอกแฝกคิดหวุ่นเป็นแม่ทัพถือพล 10,000 มาตั้งที่เมือง ทวาย เดินทัพเข้าด่านบ้องตี้ตีราชบุรี เพชรบุรีไปบรรจบกับทัพที่หนึ่งที่ ชุมพร ทัพที่ 3 หวุ่นคยีสะโดะศิริมหาอุจจะนาเจ้าเมืองตองอูเป็นแม่ทัพถือ พลสามหมื่นยกมาทางเชียงแสน มาตีเมืองล าปาง สวรรคโลก สุโขทัย พิษณุโลกลงมาบรรจบกับทัพใหญ่ที่กรุงเทพ ทัพที่ 4 เมียนหวุ่นแมงยีมหาทิมข่องเป็นแม่ทัพถือพล 11,000 ยก มาตั้งทัพที่เมาะตะมะเป็นทัพหน้าที่จะเข้าสู่ด่านเจดีย์สามองค์ ทัพที่ 5 เมียนเมหวุ่นเป็นแม่ทัพถือพล 5,000 มาตั้งที่เมาะตะมะ เป็นทัพหนุน ทัพที่ 6 ตะแคงกามะราชบุตรที่ 2 (ศิริธรรมราชา) เป็นแม่ทัพถือพล 12,000 มาตั้งที่เมืองเมาะตะมะเป็นทัพหน้าของทัพหลวงที่จะยกเข้า กรุงเทพทางด่านเจดีย์สามองค์ ทัพที่ 7 ตะแคงจักกุราชบุตรที่ 3 (สะโดะมันซอ)เป็นแม่ทัพถือพล 11,000 มาตั้งที่เมาะตะมะเป็นทัพหน้าที่สองของทัพหลวง ทัพที่ 8 พระเจ้าปดุงเป็นจอมพลน าทัพหลวง 50,000 ทัพที่ 9 จอข่องนรทาเป็นแม่ทัพ
การจัดก าลังทัพฝ่ายไทยจัดแบ่งเป็นสี่ทัพออกรับศึกคือ ทัพที่ 1 ให้พระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์เป็นแม่ ทัพ ถือพล 15,000 ไปตั้งขัดตาทัพพม่าที่นครสวรรค์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทัพที่ 2 เป็นทัพใหญ่น าทัพโดยสมเด็จพระอนุชาธิราชสมเด็จพระ บวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ยกพล 30,000 ไปตั้งรับทัพพระเจ้าปดุงที่เมืองกาญจนบุรี
ทัพที่ 3 น าโดยเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์(บุญรอด)และพระยายมราช น าพล 5,000 ไปตั้งอยู่ที่เมืองราชบุรี คอยรักษาเส้นทางล าเลียงเสบียง ของทัพหลวง และคอยป้องกันพม่าที่จะยกมาจากทางใต้ ทัพที่ 4 เป็นทัพหลวงก าลังพล 20,000 ตั้งมั่นอยู่ที่กรุงเทพ เป็น กองหนุนถ้าทัพใดรับศึกไม่ไหวก็จะยกไปช่วย และคอยเป็นก าลังรักษา พระนครทัพทั้งสี่นี้ยกออกไปตั้งรับพม่าตามจุดยุทธศาสร์ต่างๆที่พม่าจะยก เข้ามา เพื่อสกัดกั้นทัพพม่ามิให้ยกมาได้ถึงตัวพระนคร การศึกที่แหลม มลายูฝ่ายใต้ การศึกสงครามครั้งนี้ท้ายสุดชัยชนะเป็นของไทย ศึกถลาง พม่าแบ่งกองทัพ ให้ยี่หวุ่นแม่ทัพใหญ่คุมก าลัง เข้าตีหัวเมืองทาง ชายฝั่งทะเลตะวันตก ตีเมืองกระบี่ ระนอง ชุมพร ไชยา ตลอดลงไปถึง เมืองนครศรีธรรมราช ขณะนั้นกองทัพกรุงเทพฯ ยังติดพันการศึกที่ กาญจนบุรี"...ฝ่ายกองทัพพม่าซึ่งพระเจ้าอังวะให้ยกลงไปตีหัวเมืองไทย
ฝ่ายตะวันตกตามชายทะเลนั้นก็ยกกองทัพบกเรือลงไปพร้อมกันอยู่ ณ เมืองมะริด แต่เดือนอ้าย ปีมะเส็ง สัปตศก (พ.ศ. 2328) คุณหญิงจันได้เดินทางกลับมายังเมืองถลาง ดังปรากฏในจดหมาย ของคุณหญิงจันถึงนายฟรานซิส ไลท์ เมื่อพ.ศ. 2330 ว่า "...เมื่อพ่มาญก มานั้น พญาธรัมไตรยโลกให้เก้าะเอาต้อตูฃาลงไปไวณ่ปากพระ ครันพ่ มาญกมาตียปากพระได้ กลับแล้นขินมาณ่บาน..." ในเวลานั้นพระยาถลาง (พิมลขัน) ล้มป่วยอยู่ นายฟรานซิส ไลท์ ได้แจ้งเตือนแก่คุณหญิงจันว่า พม่าก าลังยกทัพลงมาเมืองถลาง ดังปรากฏในจดหมายที่คุณหญิงจันเขียน ถึงนายฟรานซิส ไลท์ เมื่อธันวาคมพ.ศ. 2328 หนังสือท่านผู้หญิง มาถึงลาโตก ด้วยมีหนังสือไปนั้นได้แจ้งแล้ว ครั้น จะเอา หนังสือเรียนแก่พญาถลาง พญาถลางป่วยหนักอยู่ แลซึ่งว่ามา ค้าขายณเมืองถลางขาดทุนหนักหนาช้านานแล้ว นั้นเห็นธุระของลาโตก อยู่ แต่หากว่าลาโตกมีเมตตา เอ็นดูข้าเจ้าจึงเปลืองทุนเป็นอันมากทรมาน อยู่ ด้วยความเอ็นดู แลซึ่งว่าแต่งก าปั่นแล้วจะลากลับไป แลมีราวข่าวว่า พม่าจะมาตีเมืองถลาง ท่านพญาถลางเจ็บหนักอยู่ ถ้าพม่ายกมาจึงข้าเจ้า จะได้ลาโตกเป็นหลักที่ยึดต่อไป.. ในเวลานั้นพระยาถลาง (พิมลขัน) สามีของคุณหญิงจันได้ถึงแก่กรรม ลงในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2328 เมื่อพระพิมลขันเจ้าเมืองถลางถึงแก่กรรม ลง ยังไม่มีการแต่งตั้งเจ้าเมืองคนใหม่ คุณหญิงจันภรรยาหม้ายของพระ พิมลขัน และคุณมุกน้องสาวของคุณหญิงจัน รวมทั้งพระปลัดถลาง (ทอง พูน) หลวงเพชรภักดีฯยกกระบัตรเมืองถลาง และเมืองภูเก็จ (เทียน) บุตรชายของคุณหญิงจัน เตรียมการป้องกันเมืองถลาง และได้รับอาวุธ จากฟรานซิส ไลท์
แกงวุ่นแมงยี่ แม่ทัพใหญ่จึงให้ยี่วุ่น เป็นนายทัพถือพล 3,000 กับ นายทัพนายกองทั้งปวง ยกทัพเรือลงไปทางทะเลไปตีเมืองถลาง แล้วให้ เนมโยคุงนรัดเป็นทัพหน้า กับนายทัพนายกองทั้งปวงถือพล 2,500 ยก ทัพบกมาทางเมืองกระบุรี เมืองระนอง เข้าตีเมืองชุมพร ตัวแกงวุ่นแมงยี่ แม่ทัพใหญ่ถือพล 4,500 ยกหนุนมาทั้ง 2 ทัพ เป็นคน 7,000..." "...ฝ่ายยี่วุ่นแม่ทัพเรือพม่าก็ยกทัพเรือลงไปตีเมืองตะกั่วป่าตะกั่วทุ่ง แตก แล้วยกไปถึงเกาะถลาง ให้พลทหารขึ้นบกเข้าตั้งค่ายล้อมเมืองถลาง ไว้เป็นหลายค่าย เมื่อกองทัพพม่าไปถึงเมืองนั้น พระยาถลางถึงแก่กรรมเสียก่อนแล้ว ยังหาได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่ไม่ ข่าวทัพเรือพม่าบุกโจมตี กอปรกับเจ้าเมือง ถลางเสียชีวิตเป็นข่าวร้ายที่ท าร้ายจิตใจชาวเมืองถลางให้อยู่ในความ หวาดกลัว ไม่มีที่พึ่งหมดหวัง
วัดพระนางสร้าง พลังใจทั้งมวลกลับตั้งมั่นด้วยจิตใจที่เข็มแข็งของคุณหญิงจันและคุณ มุกน้องสาวคิดอ่านกับกรมการทั้งปวงเกณฑ์ไพร่พลตั้งค่ายใหญ่สองค่าย โดยได้น าก าลังจากบ้านสาคู บ้านในยาง บ้านดอน บ้านไม้ขาว บ้านแขนน บ้านลิพอนบ้าน เหรียงมาเตรียมการรบ ณ ค่ายข้างวัดพระนางสร้าง ป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ
ฝ่ายถลางและพม่าต่อสู้กัน ฝ่ายถลางยิงปืนใหญ่ใส่พม่า คุณหญิงจันและคุณมุกตั้งค่ายที่วัดพระนางสร้าง มีปืนใหญ่ชื่อแม่นาง กลางเมือง ส่วนพระยาปลัด (ทองพูน) ตั้งค่ายที่ทุ่งนางดัก มีปืนใหญ่ชื่อว่า พระพิรุณสังหาร ทัพเรือพม่ายกพลขึ้นบกที่ท่าตะเภา น าไปสู่การรบที่ ถลาง พม่าตั้งค่ายที่นาโคกกับนาบ้านกลาง ฝ่ายถลางและพม่าต่อสู้กัน ฝ่ายถลางยิงปืนใหญ่ใส่พม่และสามารถตรึงฝ่ายพม่าไว้ดึงเวลาได้หลายวัน เป็นผลให้เสบียงอาหารของพม่าลดน้อยลง และวางแผนให้กลุ่มผู้หญิง แต่งตัวคล้ายทหารไทย เอาไม้ทองหลางเคลือบดีบุกมาถือแทนอาวุธ ท าที ยกขบวนเข้าเมืองถลางในช่วงดึกลวงพม่าว่าเมืองถลางมีก าลังมาเสริมทุก คืน ท าให้พม่าคาดการณ์กองก าลังเมืองถลางผิดพลาด การศึกครั้งนี้กิน เวลายาวนานถึง 1 เดือนเศษ ก าลังพม่าทั้งอ่อนล้าและขาดเสบียงอาหาร เมื่อพม่าตั้งพลเข้าโจมตีถูกฝ่ายเมืองถลางระดมยิงปืนเล็กปืนใหญ่ น าเอา ดินประสิวไปโปรยในกองทัพพม่ายิงคบเพลิงเข้าไปผสมตามยุทธวิธีพระ
พิรุณสังหาร ครั้นเมื่อชาวเมืองถลางยิงปืนใหญ่แม่นางกลางเมืองถูกต้น ทองหลางหน้าค่ายพม่าหักลง อนุสรณ์สถาน ทุ่งถลางชนะศึก มีบุคคลที่ส าคัญเข้าสู้รบกับพม่า ประกอบด้วย ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และบุคลส าคัญอีก 7 ท่าน พ่อเทียน แม่ปราง แม่ทอง พ่อ จุ้ย พ่อเนียม พ่อทองพูน พ่อทองเพ็ง ตลอดจนชาวบ้านเมืองถลาง กองทัพพม่าระส่ าระสายเสียขวัญ การรบด าเนินไปเป็นเวลา
ประมาณหนึ่งเดือน และพม่าแตกทัพไปเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 แรม 14 ค่ า ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1147 ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 เป็นวันถลางชนะศึก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท หลังจากที่พม่าพ่ายแพ้ถอยไปแล้วนั้น จ้าวเมืองภูเก็จ (เทียน) บุตร ของคุณหญิงจันได้น าใบบอกข้อราชการเรื่องศึกเมืองถลางไปกราบทูลกรม พระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทที่เมืองสงขลา พระปลัดเมืองถลาง (ทอง พูน) ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าเมืองถลาง และนายเทียนขึ้นเป็นพระยา ทุ ก ข ร าษฎ ร์เ มื อง ถ ล าง ห ลัง จ า ก สิ้น สุ ด สง ค ร า ม เ ก้ าทัพ แ ล้ ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยา สุรินทรราชา (จันทร์ จันทโรจวงศ์) เป็นผู้ส าเร็จราชการหัวเมืองภาคใต้มี หน้าที่ดูแล"พระราชทรัพย์"หรือดีบุก
และเมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาสุริ นทรราชาน าท้องตรามาแต่งตั้งคุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกะษัตรี คุณมุก เป็นท้าวศรีสุนทร ส่วนพระยาถลาง (ทองพูน) เจ้าเมืองถลางคนใหม่นั้น ได้รับพระราชทานพานทองเป็นกรณีพิเศษ จึงได้รับสมยานามว่า"พระยา ถลางเจียดทอง"
ประวัติท้าวศรีสุนทร คุณมุก ส่วนท้าวศ รีสุนทรหรือมุก เกิดในสมัยกรุงศ รีอยุธย าราวปี พุทธศักราช 2280 รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 (สมเด็จพระที่นั่ง สุริยาศน์อัมรินทร์ / พระเจ้าเอกทัศ) เป็นบุตรีของเจ้าเมืองถลาง ซึ่งมี ชื่อเรียกตามถิ่นที่ตั้งของเมืองถลางสมัยนั้นซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านตะเคียนว่า จอม ร้างบ้านตะเคียน มารดาชื่อนางหม้าเสี้ย มีเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรี ท้าวศรี สุนทรมุก เป็นน้องสาวของท้าวเทพกษัตรีจัน ท่านมีพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน อีก 4 คน คือ จัน หมา อาด และเรือง ท้าวศรีสุนทร มุก รายละเอียดไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ของท้าวศรีสุนทรมุก บ้างว่าสมรสกับอาจ เป็นพระปลัดแต่ไม่มีบุตร ด้วยกัน และบ้างก็ว่าท่านน่าจะมิได้สมรส ดังนั้นในส่วนของรายละเอียด หลักฐานที่ปรากฏ จึงเป็นเรื่องราวของท้าวเทพกระษัตรีเสียเป็นส่วนใหญ่
เมื่อจอมร้างบ้านเคียนบิดาของท่านผู้หญิงจัน และท่านผู้หญิงมุก ได้ ถึงแก่กรรมลง พระถลางอาดบุตรชายซึ่งเป็นน้องชายท่านผู้หญิงจันได้ ครองเมืองถลาง ครองได้ไม่นานก็ถูกผู้ร้ายยิงตาย หลังสมเด็จพระเจ้ากรุง ธนบุรีปราบก๊กพระยานครได้ประมาณ 7 ปี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) เป็นเจ้าเมืองถลาง ครั้นเมื่อพระยา สุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) เจ้าเมืองถลางถึงแก่อนิจกรรม กองทหารจาก เมืองหลวงที่ยึดค่ายปากพระได้เข้าเกาะตัวจับกุมท่านผู้หญิงจันเป็นเชลย ศึกไปที่ค่ายปากพระ ในข้อกล่าวหาอ้างว่าสามีเป็นหนี้แผ่นดิน ส่วนท้าวศรีสุนทร หรือคุณมุกนั้น ไม่ปรากฏว่าถึงแก่กรรมเมื่อใด
นายฟรานซิส ไลท์ ผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือคุณหญิงจัน นายฟรานซิส ไลท์ นายฟรานซิส ไลท์ ย้ายออกจากเกาะถลางไปอาศัยอยู่เกาะปีนังหรือ เกาะหมากในพ.ศ. 2329 ครอบครัวของคุณหญิงจันและนายฟราน ซิส ไลท์ ยังคงติดต่อกันผ่านทางจดหมายหกฉบับที่เขียนระหว่างพ.ศ. 2328 ถึงพ.ศ. 2331 หลังจากสงครามเก้าทัพ คุณหญิงจันและครอบครัว ประสบกับความล าบาก ดังจดหมายที่แม่ปรางธิดาของคุณหญิงจันได้ เขียนถึง ฟรานซิส ไลท์ ในพ.ศ. 2331 ว่า "...แลข้าพระเจ้าทุกวันนีใด ความทุก ยากอยูนักหนา..." ความสัมพันธ์ระหว่างพระยาถลาง (ทอง พูน) และพระยาทุกขราษฎร์ (เทียน) บุตรชายของคุณหญิงจันไม่สู้ดีนัก ดังจดหมายของพระยาทุกขราษฎร์ (เทียน) ถึงฟรานซิส ไลท์ เมื่อพ.ศ. 2330 ว่า "...ทุกวันนี ฯข้าฯกับเจาพญาถลาง ก่อวีวาดกันหาปกกตีย กันใหม..." (ทุกวันนี้ข้าพเจ้ากับเจ้าพญาถลางก็วิวาทกันหาปกติกันไม่)ท้าว
เทพกะษัตรี (คุณหญิงจัน) ได้เดินทางไปยังกรุงเทพฯในพ.ศ. 2331 ท้าว เทพกะษัตรี (คุณหญิงจัน) ได้ถวายบุตรสาวคือทองมาหรือแม่ทองเป็นเจ้า จอมทอง แล ะถ ว ายบุต รช ายคือน ายเนียนเป็นมห าดเ ล็ก ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ จนกระทั่งเมื่อพระยาทุกข ราษฎร์ (เทียน) ได้ฟ้องร้องความผิดของพระยาถลาง (ทองพูน) ต่อทาง กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้พระยาถลาง (ทองพูน) ถูกเรียกตัวไปสอบสวนและ ถึงแก่กรรมที่กรุงเทพฯ พระยาทุกขราษฎร์ (เทียน) บุตรชายของคุณหญิง จัน ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามเจ้าเมืองถลางคน ใหม่ ได้รับสมยานามว่า "พระยาถลางหืด" โดยมีนายเรือง น้องชายของ ท้าวเทพกะษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นพระยาปลัดเมืองถลาง ต่อมาเจ้า จอมทองได้ประสูติพระธิดาคือพระองค์เจ้าอุบลในพ.ศ. 2334 ในพ.ศ. 2335 พระยาเพชรคีรีฯ (เทียน) เจ้าเมืองถลาง เขียนจด หมายถึงฟรานซิส ไลท์ ว่ามารดาของตนคือคุณหญิงจันนั้นชราและล้ม ป่วย ส่วนแม่ปรางนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว "...โตกทานใดเอนดูแกคุนมารดา ด้วยเทีด ด้วยทุกวันนีก่แกลงกว่ากอร แลวก่ขัดสนไมสบายเหมือรแตกอร แลวแมปรางกต้ายเสียแล้ว..." ท้าวเทพกะษัตรี หรือคุณหญิงจัน ถึงแก่ กรรมเมื่อพ.ศ. 2335 ด้วยอายุ 57 ปี ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกฯ
พระยาราชกปิตัน หรือฟรานซิสไลท์ จากศึกถลางครั้งนี้แม้บ้านเมืองจะรอดจากการยึดครองของพม่าไป ได้ แต่ก็มีสภาพบอบช้ าจากภัยสงครามอย่างมาก ท่านผู้หญิงจันต้อง รับภาระกอบกู้สถานการณ์ทุกด้าน ตั้งแต่การจัดหาข้าวปลาอาหารส าหรับ ชาวเมือง ไปจนถึงการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ การท ามาหากินซึ่งมีการ ท าเหมืองแร่ดีบุกเป็นส าคัญ ท้าวเทพกระษัตรีหรือท่านผู้หญิงจันในฐานะ ภริยาเจ้าเมืองถลาง ได้มีหนังสือไปถึงพระยาราชกปิตัน หรือฟรานซิสไลท์ เจ้าเมืองปีนังแจ้งข่าวเรื่องศึกพม่า และขอความอนุเคราะห์เรื่องเสบียง อาหารของชาวเมืองที่ก าลังขาดแคลน ดังนี้ "หนังสือท่านผู้หญิงจ าเมริน มายังท่านพญาราชกปิตันเหล็กก็ให้แจ้ง ด้วยมีหนังสือฝากให้แก่นายเรือ ตะหน้าวถือมาเถิงเป็นใจความว่า เมื่อท่านอยู่ ณ เมืองบังลา รู้ข่าวไป ว่า พม่ายกมาตีเมืองถลาง จะได้เมืองถลางประการใด แลตูข้าลูกเต้าทั้ง ปวงจะได้ไปด้วยหรือประการใดมิแจ้ง ต่อท่านมาถึงเมืองไซ รู้ไปว่าเมือง ถลางไม่เสียแก่พม่า แลตูข้าลูกเต้าทั้งปวงอยู่ดีกินดี ค่อยวางใจลงใน หนังสือ มีเนื้อความเป็นหลายประการนั้นขอบใจเป็นหนักหนา พระ
คุณท่านหาที่สุดมิได้ แลอยู่ทุกวันนี้ ณ เมืองถลาง พม่าตีบ้านเมืองเป็น จลาจลอดข้าวปลาอาหารเป็นหนักหนา ตูข้ายกมาตั้งท าดีบุก อยู่ ณ ตะ ป า ได้ดีบุกบ้างเล็กน้อย เอาซื้อข้าวแพง ได้เท่าใดเอาซื้อสิ้นเท่านั้น..." อนึ่ง ตูข้าได้จัดดีบุกสิบภารา เป็นส่วนเจ้าลิบแปดภารา ส่วนตูข้าสอง ภารา จัดให้มาแก่ท่าน และเจ้าลิบนั้นได้แต่งให้จีนเฉียวพี่ชาย และตูข้าได้ แต่งนายแช่มจินเสมียนอิ่ว คุมเอาดีบุกไปถึง ท่านให้ช่วยจัดซื้อข้าว ให้ อนึ่ง ถ้าข้าว ณ เกาะปุเหล้าปีนังขัดสน ขอท่านได้ช่วยแต่งให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดไปช่วยจัดซื้อข้าว ณ เมืองไซ ถ้าได้ข้าวแล้วนั้น ขอท่านได้ช่วยแต่ง สุหลุป ก าปั่นเอามาส่งให้ทัน ณ เดือนสิบเอ็ด เห็นว่าจะได้รอดชื่อเห็นหน้า ท่านสืบไป..." จากหลักฐานดังกล่าวจะเห็นได้ว่าในฐานะเป็นภริยาเจ้าเมือง ท้าว เทพกระษัตรีต้องรับภาระช่วยเหลือหน้าที่ราชการของสามีทั้งในการ ปกครอง การติดต่อซื้อขายกับพ่อค้าชาวต่างชาติ ทั้งในยามปกติและใน ยามที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะขาดแคลนเสบียงอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากการ ศึกสงคราม ทั้งนี้เพื่อช่วยในการฟื้นฟูและบรรเทาความอดอยากของ ราษฎร ด้วยการเร่งรัดให้ชาวเมืองช่วยกันผลิตดีบุกเพื่อน าไปซื้อขาย แลกเปลี่ยนกับข้าว และอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมการป้องกันการ รุกรานจากข้าศึกที่อาจจะเข้ามารุกรานอีก
ท้าวเทพกระษัตรีได้น าบุตรสาวถวายตัวเป็นบาทบริจาริการัชกาลที่ 1 ท้าวเทพกระษัตรีหรือท่านผู้หญิงจันนั้น เป็นสตรีที่มีความชาญ ฉลาด มีไหวพริบ และมีความกล้าเกินกว่าสตรีทั่วไปในยุคสมัยเดียวกันดัง จะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่พยายามรักษาสิทธิ และเกียรติยศชื่อเสียงใน ฐานะทายาทของตระกูลเจ้าเมืองถลางไว้อย่างเต็มความสามารถ เมื่อทาง กรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งเจ้าพระยาสุรินทราชา(จันทร์ จันทโรจวงศ์) ให้มา เป็นผู้ส าเร็จราชการเมืองถลาง และหัวเมืองในภาคใต้อีก 8 หัวเมือง ท้าว เทพกระษัตรีซึ่งหมายมั่นว่าจะให้บุตรชายขึ้นเป็นเจ้าเมืองแต่พลาดโอกาส จึงพาบุตรธิดาคือ พระยาทุกขราษฎร์เทียน จุ้ย เนียม และทองเดิน ทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ดังมีหลักฐานในหนังสือของท่านและบุตรชายมีไปถึงพระราช กปิตันพรรณนาเหตุการณ์และการเตรียมการเพื่อเข้าไปเฝ้า ณ กรุงเทพมหานคร ดังนี้ "...หนังสือข้าพเจ้าท่านผู้หญิงปราณีบัติมายังโตกพญาท่านด้วย ณ เดือนแปดข้างแรมนี้ ข้าพเจ้าจะเข้าไปกรุงเป็นแน่ แต่จะมาทางเมืองตรัง
ถ้าข้าพเจ้ามาถึงเกาะตะลิโบงแล้ว จะให้พญาทุกราชกับพ่อจุ้ยมากราบ เท้าพญานายท่าน จะขอพึ่งชื่อของท่านสักสามสิบสี่ภารา จะได้เอาเข้าไป แก้ไข ณ กรุง... แลพญานายท่านได้เห็นดูแก่ข้าพเจ้าเช่นนี้ด้วยเถิด ข้าพเจ้าหามีผู้ใดเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่แล้ว ยังเห็นหน้าแต่ท่านแห่งเดียว และให้โตกพญานายท่านช่วยจัดปืนสะตันสัก 50 บอก ผ้าขาวก้านแย้ง ลายเครือ ผ้าขาวอุเหมาเนื้อดี ผ้าขาวกาษาหน้าทอง หน้าจั่ว ผ้าลาย ดอกต่างกัน ผ้าเข้มขาบ โหมดตาด ผ้าด าเนื้อดี แพรดาไหรสี ต่างกัน น้ ามันจัน น้ ากุหลาบ... ข้าพเจ้าว่ากล่าว คิดอ่านออกมาให้พญา ทุกราชท าการ ณ เมืองถลาง ดูสักครั้ง... ในการเข้าเฝ้าครั้งนั้น ท้าวเทพกระษัตรีได้น าบุตรสาวชื่อ ทอง เข้า ถวายตัวเป็นบาทบริจาริการัชกาลที่ 1 และได้รับพระมหากรุณาให้เป็น เจ้าจอม ต่อมาได้มีพระราชธิดา 1 องค์ พระนามว่า พระองค์เจ้าหญิง อุบล ส่วนบุตรชายคือ พระยาทุกขราษฎร์ ได้รับพระมหากรุณาโปรด เกล้าฯ ให้เป็นพระยาเพชรคิรีศรีพิชัยสงครามรามค าแหง เจ้าเมืองถลาง และต่อมาได้เป็นผู้ช่วยเจ้าพระยาสุรินทราชา ผู้ส าเร็จราชการ 8 หัว
เมือง เพื่อแบ่งเบาภาระอีกต าแหน่งหนึ่งด้วย นอกจากนี้บุตรชายชื่อจุ้ย ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยายกรบัตร บุตรชายชื่อเนียม ได้ถวายตัวเป็น มหาดเล็กวังหลวง นับว่าท้าวเทพกระษัตรีสามารถท าหน้าที่ในการสร้าง ความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างอ านาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่น กับการปกครองส่วนกลาง โดยเฉพาะราชส านักเป็นผลส าเร็จอย่างดียิ่ง นับว่าประวัติการต่อสู้ของวีรสตรีเมืองถลาง คือ ท้าวเทพกระษัตรีและ ท้าวศรีสุนทรนั้น เป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นว่าบทบาทของหญิงไทยนั้น ต้องท าหน้าที่ทุกอย่างได้ทั้งในยามบ้านเมืองเป็นปกติหรือในยามคับขัน เพื่อเป็นการยกย่องวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ให้จารึกในจิตใจลูกหลานเมืองถลางและของชาวไทย ทางการได้ตั้งนาม สถานที่ตั้งเมืองถลางเมื่อครั้งศึกพม่าว่า ต าบลเทพกระษัตรี และให้รวม ต าบลท่าเรือ กับต าบลลิพอนตั้งเป็นต าบลชื่อว่า ศรีสุนทร นอกจากนี้ในปี พุทธศักราช 2510 ยังได้สร้างอนุสาวรีย์ของวีรสตรีแห่งเมืองถลาง ไว้ที่ จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นเครื่องหมายและอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญของ สตรีในประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกแห่งหนึ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี- ท้าวศรีสุนทร อนุสาวรีย์ของทั้งสองท่านตั้งอยู่ที่วงเวียนสี่แยกท่าเรือ ต าบลศรี สุนทร อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 จากหลักฐาน ส าคัญในจดหมายเหตุเมืองถลาง 6 ฉบับ เพื่อเป็นการเสริมและสนอง พระราชด าริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จเปิด ถนนสายถลาง ที่ได้พระราชทานนามว่า ถนนเทพกระษัตรี และได้มีการ ตั้งชื่อต าบลในภูเก็ต 2 ต าบลตามท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร คือ ต าบลเทพกระษัตรี และต าบลศรีสุนทรโดยจะมีการจัดงานร าลึกถึงท่าน ทุกปี
วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ประกอบ พิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทรเสด็จฯ ประกอบพิธีปิด ทองและทรงเจิมช่อฟ้าอุโบสถวัดเจริญสมณกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จังหวัดกราบบังคมทูลเบิกตัวผู้มีจิตศรัทธาทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบทุน ก่อสร้างอุโบสถ พระครูสถิตบุญญารักษ์ รองเจ้าอาวาสวัดเจริญสมณกิจ ถวายพระพิมพ์ทรงมีพระราชด ารัสเกี่ยวกับนโยบายพระศาสนาเสด็จฯ ประกอบพิธีเปิด ”ศูนย์บริการโลหิต ตึกเลิศโภคารักษ์” ณ โรงพยาบาล วชิระภูเก็ต หลังจากนั้น เมื่อวันจันทร์ 16 เมษายน 2516 พระบาทสมเด็จพระ เ จ้ า อ ยู่หั ว รั ช ก า ลที่ 9 พ ร้ อ ม ด้ ว ย ส ม เ ด็ จพ ร ะน าง เ จ้ า สิ ริ กิ ต์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ เสด็จฯ ประทับ เครื่องบินพระที่นั่งถึงสนามบินภูเก็ตทรงมีพระราชปฏิสันถารกับ ข้าราชการและประชาชนเสด็จฯ วางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ท้าวเทพ กระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร เสด็จฯ ท่าเรือบริษัทไทยซาร์โก้ เสด็จประทับ เรือหลวงจันทรเยี่ยมราษฎร ณ เกาะนาคาน้อย ทรงพระราชทานเสื้อผ้า และสิ่งของแก่คนชรา เสด็จ ฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกครั้ง และตลอดเวลาจนถึงปัจจุบันพระองค์ทรงมี พระมหากรุณาธิคุณต่อชาวภูเก็ตมาโดยตลอด น ามาซึ่งความปลาบปลื้ม ปิติของพสกนิกรชาวภูเก็ตสืบไป ....................................
แหล่งข้อมูลอ้างอิง ท้าวเทพกระษัตรี วัฒนธรรม พัฒนาการ ทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และ ภูมิปัญญา จังหวัดภูเก็ต วีรสตรีไทย สารานุกรมไทยส าหรับเยาวชนฯ เล่ม 21 ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร วีรสตรีแห่งเมืองถลาง โดย นางสาวบุหลง ศรีกนก ศึกถลาง พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 สมเด็จฯกรมพระยาด ารงราชานุภาพ ประวัติมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ กรรมการประวัติศาสตร์มูลนิธิ ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ประวัติท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เทพสตรี-เทพกระษัตรี โดย ศ.จ านงค์ ทองประเสริฐ guru.sanook.com kanchanapisek.or.th/kp6/sub/ phuketindex.com https://sites.google.com https://th.wikipedia.org www.siamsouth.com www.trueplookpanya.com ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ