The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระประวัติ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ(ฉบับปรับปรุง)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharaphan.prasan, 2022-11-24 02:52:48

พระประวัติ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ(ฉบับปรับปรุง)

พระประวัติ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ(ฉบับปรับปรุง)

พระประวตั ิ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
ปวงชนทราบ ความสามารถ มากหลากหลาย
การศกึ ษา การปกครอง พัฒนม์ ากมาย
ทรงม่ันหมาย สรา้ งชาตไิ ทย สขุ ทว่ั กนั
ทรงโดดเด่น ประวตั ศิ าสตร์ โบราณคดี
ทงั้ ชวี ี ถวายงาน องค์นรงั สรรค์
การตา่ งประเทศ การสาธารณสุข พัฒนเ์ รว็ พลนั
รเู้ ทา่ ทนั ชาติตะวันตก ทกุ เหตกุ ารณ์

เพชรประดบั พระมหาพชิ ยั มงกฎุ ชนยกยอ่ ง
เกยี รติเกรกิ กอ้ ง ครู่ าชนั วางรากฐาน
รชั กาลที่ 5 ทรงเชอื่ ถอื ทา่ นยาวนาน
ชนกลา่ วขาน พระบดิ า แหง่ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
พระนพิ นธ์ มผี ลงาน อยา่ งยอดเยีย่ ม
ลว้ นเตม็ เป่ยี ม คณุ ภาพ เกนิ ขานไข
สาสน์ สมเด็จ นทิ านโบราณคดี เยี่ยมเกนิ ใคร
เรือ่ งยงิ่ ใหญ่ ทรงนิพนธ์ ขตั ตยิ พนั ธกรณี
ทรงนิพนธ์ เพ่ือปลกุ พระทัย รัชกาลท่ี 5
เหน็ คณุ คา่ ของพระองค์ สมศกั ดศิ์ รี
รบั ผดิ ชอบ ประเทศชาติ ประชาชี
ท่วั ธาตรี ไทห้ นา้ ท่ี ลดเภทภัย
กรมพระยาดารงฯ รกั ศกั ดศ์ิ รี ทา่ นยงิ่ นกั
ชนประจกั ษ์ พระจริยวัตร เหมาะสมัย
พระเกยี รตคิ ณุ ลว้ นรา่ ลือ ระบอื ไกล
นา้ พระทัย มนั่ หมายให้ ชาตมิ น่ั คง

............................................

ประสาร ธาราพรรค์ รอ้ ยกรอง

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ได้ทรง
ประกอบพระกรณียกิจด้าน ต่าง ๆ และทรงเป็นท่ีไว้วางพระราชหฤทัยใน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเชษฐา ถึงขนาดตรัสชมว่า
ทรงเป็นเสมือน "เพชรประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ" พระองค์ทรงพระปรีชา
สามารถในด้านการศึกษา การปกครอง การต่างประเทศ การสาธารณสุข
หลักรัฐประศาสนศาสตร์เปรียบเทียบ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และ
ศิลปวัฒนธรรม ทรงได้รับพระสมัญญานามเปน็ "พระบิดาแหง่ ประวตั ศิ าสตร์
และโบราณคดีไทย" และ "พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย" ทรงเป็นองค์
ผู้อานวยการก่อต้ังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนนายร้อยตารวจ
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพ ศิรินทร์ โรงเรียนยุพราช
วิทยาลัย เม่ือวันท่ี 21 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ที่ประชุมใหญ่ขององค์การ
การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้

ประกาศถวายสดุดีให้พระองค์ทรงเป็นบุคคลสาคัญของโลกคนแรกของ
ประเทศไทย ในฐานะ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย และวันท่ี
27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ วันที่ 1 ธันวาคม ของ
ทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ของพระองค์ เป็นวันดารงราชา
นภุ าพ

เจา้ จอมมารดาชุ่ม พระมารดา และกรมพระยาดารงราชานภุ าพ
พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ มี

พระนามเดมิ วา่ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร (อ่านว่า ดิด-สะ-
วอ-ระ-ก-ุ มาร) เปน็ พระราชโอรสพระองคท์ ่ี 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยหู่ ัว และเป็นพระองค์เดียวท่ีประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม ท.จ.ว.
ณ พระบรมมหาราชวัง เม่ือวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ได้รับ
พระราชทานพระนามจากพระบิดาในวันสมโภชเดือนและข้ึนพระอู่ โดยมี

รายละเอียดว่า "สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดิน
สยามผพู้ ระบดิ า ขอตั้งนามกุมารบุตรท่ีเกิดแต่ชุ่มเล็กเป็นมารดานั้น และซ่ึง
คลอดในวันเสาร์ แรม 9 ค่า เดือน 7 ปีจอจัตวาศกนั้น ว่าดังนี้ พระเจ้าลูก
เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร นาคนาม ขอจงเจริญชนมายุ วรรณ สุข พล
ปฏิภาณ สรรพสิรสิ วสั ดพิ พิ ฒั นมงคลทกุ ประการ สน้ิ กาลนานต่อไปเทอญ"

ชาววังออกพระนามโดยลาลองว่า "พระองค์เจา้ ดศิ วรกุมาร หรือ เสดจ็
พระองคด์ ศิ " โดยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัวทรงนาเอานามของ
พระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่ม
มาต้ังพระราชทาน เน่ืองจากทรงพระราชดาริวา่ ทา่ นเป็นคนซื่อตรง

การศึกษา

มสิ เตอร์ฟรานซสิ ยอรช์ แพตเตอรส์ นั
ทรงไดร้ บั การศึกษาขน้ั ตน้ โดยศึกษาภาษาไทยจากคุณแสงเสมียนและ
คณุ ปาน ราชนิกลู ธดิ าของสมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ศกึ ษาภาษา
บาลีในสานักพระยาปริยัติธรรมธาดา (เป่ียม) และหลวงธรรมานุวัติจานง
(จุย้ ) ศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวงโดยมิสเตอร์ฟรานซิส ยอร์ช แพต
เตอร์สันเป็นพระอาจารย์ ซ่ึงท่านเป็นหลานชาของหลวงรัถยาพิบาลบัญชา
ซึ่งรับราชการดารงตาแหน่งผู้บังคับบัญชาการกองโปลิศ (กรมตารวจ)ของ
สยามเปน็ ท่านแรก
พ.ศ. 2418 ขณะพระชันษา 13 ปี ผนวชเป็นสามเณรท่ีวัดพระศรีรัตน
ศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
เป็นพระอปุ ัชฌาย์ และประทับจาพรรษาท่ีวัดบวรนเิ วศราชวรวหิ าร

พ.ศ. 2420 ทรงสาเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก ได้รับ
พระราชทานยศเป็นนายร้อยตรีทหารมหาดเลก็ บังคับกองแตรวง ขณะพระ
ชนั ษา 15 ปี
สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ เปน็ องคต์ น้ ราช
สกลุ ดศิ กลุ โดยมพี ระโอรสและพระธดิ ารวมทงั้ หมด 37 องค์ เปน็ ชาย 14
องค์ เปน็ หญงิ 23 องค์ มีหม่อม 11 ทา่ น ได้แก่

1. หมอ่ มเฉื่อย (สกลุ เดมิ ยมาภยั )
2. หมอ่ มนวม (สกลุ เดมิ โรจนดศิ )
3. หมอ่ มลาดวน (สกลุ เดมิ วสนั ตสิงห์) ธดิ าหลวงอนรุ กั ษภ์ เู บศร์ (สงิ โต

วสนั ตสงิ ห)์
4. หมอ่ มแสง (สกลุ เดมิ ศตะรตั น์) ธดิ าพระดารงราชานุภาพ

5. หมอ่ มเจมิ (สกลุ เดมิ สนธิรตั น์) ธิดาพระยาอุไทยมนตรี (ทมิ สนธริ ตั น์)
6. หมอ่ มอบ (สกุลเดมิ สขุ ไพบลู ย์)
7. หมอ่ มหลวงใหญ่ (เดมิ หมอ่ มหลวงลาดวน อิศรเสนา) ธดิ าหมอ่ มเทวาธิ

ราช (หมอ่ มราชวงศแ์ ดง อิศรเสนา)
8. หมอ่ มหยาด (สกลุ เดิม กลมั พากร) ธดิ าพระจานงคอ์ ักษร (เปลยี่ น กลมั

พากร)
9. หมอ่ มเปา๋
10. หมอ่ มเยอ้ื น
11. หมอ่ มเพมิ่ (สกลุ เดมิ สขุ ไพบูลย์)

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั และสมเด็จฯ กรมพระยาดารงฯ

ด้วยเดชะบญุ ญา ภนิ หิ ารแหง่ คา

สัตยข์ า้ จงได้สา ฤทธ์ิดงั มโนหมาย

ขอจงวราพาธ บรมนาถเรง่ เคล่ือนคลาย

พระจติ พระวรกาย จงผ่องพน้ ทห่ี ม่นหมอง

ขอจงสาเร็จรา ชะประสงคท์ ที่ รงปอง

ปกขา้ ฝา่ ละออง พระบาทใหส้ ามคั คี

ขอเหตทุ ขี่ นุ่ ขดั จะวบิ ัตเิ พราะขนั ตี

จงคลายเหมอื นหลายปี จะลมื เลกิ ละลายสญู

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์
ขัตติยพันธกรณี ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเพื่อเป็นการปลุก
พระทัยให้ทรงนึกถึงความสาคัญของพระองค์เอง ท่ีมีต่อประเทศชาติและ
ประชากรชาวสยาม

การรับราชการ

ทรงดารงตาแหน่งท่ีสาคัญทางการทหารและพลเรือน เช่น เจ้า
พนักงานใหญ่ ผู้บัญชาการทหารบก อธิบดีกรมศึกษาธิการ (ตาแหน่ง
เทยี บเท่าเสนาบดี) องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสนาบดีกระทรวง
มุรธาธร นายกราชบัณฑิตยสภา องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และอภิรัฐมนตรีในพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจา้ อย่หู ัว รายละเอยี ดการรับราชการของพระองคม์ ดี งั น้ี

พ.ศ. 2422 ได้รับพระราชทานพระยศเป็นนายร้อยโท ผู้บังคับ
การทหารมา้ ในกรมทหารมหาดเล็กและในปเี ดยี วกนั นไ้ี ดร้ บั พระราชทานยศ
เป็น นายร้อยเอก ราชองค์รักษ์ประจาพระองค์พระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั ขณะพระชนั ษา 17 ปี

พ.ศ. 2423 ได้รับพระราชทานพระยศเลื่อนเป็นนายพันตรี ผู้สนอง
พระบรมราชโองการ วา่ การกรมทหารมหาดเลก็

พ.ศ. 2424 โปรดเกล้าฯ ใหย้ ้ายไปสงั กัดกรมทหารปืนใหญ่ ซ่ึงเรียกกัน
ในสมัยนั้นว่า "กรมกองแก้วจินดา" ทรงจัดตั้งโรงเรียนพระตาหนักสวน
กหุ ลาบ

พ.ศ. 2425 ผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
และประทับจาพรรษาท่ีวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา

พ.ศ. 2428 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็นผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก
และได้รับพระราชทานพระยศเป็นนายพันโท

พ.ศ. 2429 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าทรงโปรดให้จัดตั้ง
กรมแผนท่ีขึ้น ทรงเข้ารับราชการในกรมแผนท่ี ก่อนจะย้ายไปบังคับบัญชา
กรมกองแก้วจินดา และมีบทบาทอย่างสูงในการจัดการการศึกษาในระยะ
เร่ิมแรก ความดีความชอบทาให้ทรงได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นกรมหมื่น
ดารงราชานุภาพใน พ.ศ.2429 ดังที่ปรากฏในคาประกาศสถาปนา ซึ่งมี
ความตอนหนง่ึ วา่ “...พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวทรงพระราชดารวิ า่ พระเจ้า
น้องยาเธอพระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ได้ทรงศึกษาวิชาการทหารมาในกรม
ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ แตย่ งั ทรงพระเยาว์ โดยเลอ่ื นยศขน้ึ โดยลาดับ
จนถงึ เป็น เลฟแนนต์เกอแนล และเป็นผู้รับพระบรมราชโองการบังคับการ
ในกรมทหารมหาดเล็กมาช้านาน ได้ทรงรักษาราชการตามตาแหน่ง
เรียบร้อย ม่ันคงมิได้มีเหตุการณ์อันใด ซ่ึงเป็นที่เสื่อมทราม และได้ทรงรับ
ตาแหน่งเป็นที่เอดเดอแมป์หลวง ได้รับราชการเบ็ดเสร็จต่างๆเป็นอันมาก

เนอื งนิตย์ อนึง่ กรมแผนท่ีซงึ่ ได้รบั โปรดเกล้าฯ ตงั้ ขน้ึ ไวส้ าหรับฝึกหดั คนไทย
ทาแผนท่ีในราชอาณาเขต แต่ก่อนยังไม่เป็นการมั่นคงเรียบร้อย ได้โปรด
เกลา้ ฯใหท้ รงจดั การเพ่ิมเติมข้ึนให้เป็นการเรียบร้อยม่ันคง นับเป็นกรมหน่ึง
ซ่ึงตั้งขึ้นใหม่ ก็ได้ทรงพระอุตสาหะจัดการให้เป็นการแข็งแรงเรียบร้อยขึ้น
กวา่ แต่ก่อน และการสร้างสมเครอ่ื งศตั ราวุธสาหรบั พระนครกไ็ ดโ้ ปรดเกลา้ ฯ
ให้ทรงบังคบั บัญชากองแก้วจนิ ดาทาราง ทาแทน่ ปืน จัดปืนใหญ่เก่าใหม่ ซ่ึง
ยังจะใช้ราชการได้มาทารางซ่อมแปลงของเก่า ต้ังเรียบเรียงประจาโรงไว้
สาหรบั ราชการแผน่ ดนิ เป็นการเรียบร้อยแกป่ ระโยชนร์ าชการเป็นอนั มาก

ภายหลังได้รับกระแสพระราชดาริและพระบรมราชโองการให้ตั้ง
โรงเรียนสาหรับพระบรมวงศานุวงษ์และบุตรข้าราชการ ตลอดจนโรงเรียน
ราษฎรก็ทรงพระอุตสาหะดาริตริตรองจัดการตั้งโรงเรียนและตรวจตราให้
การเล่าเรียนแพร่หลายกว้างขวางขึ้น จัดการให้มีวิธีที่จะสอบไล่หนังสือ
นักเรยี นซ่งึ ไมไ่ ดเ้ คยมมี าแต่กอ่ น ....”

พ.ศ. 2430 โปรดเกลา้ ฯ ให้เปน็ ผบู้ ญั ชาการทหารบก
พ.ศ. 2430 เปน็ องคมนตรี
พ.ศ. 2431 ไดร้ บั พระราชทานยศนายพลตรี
พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายจากงานฝา่ ยทหารไปปฏบิ ตั งิ านทาง
พลเรอื น ทรงเปน็ ผกู้ ากับการ กรมธรรมการ

พ . ศ . 2 4 3 3 โ ป ร ด เ ก ล้ า ฯ ใ ห้ เ ล่ื อ น ขึ้ น เ ป็ น อ ธิ บ ดี ก ร ม
ศึกษาธิการ ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงปฏิบัติหน้าที่ทางการศึกษาอยู่ในช่วง
ระยะเวลาส้ันเพียงประมาณ 3 ปี (พ.ศ. 2333 - 2335) แต่พระองค์ ทรงมี
พระดาริริเริ่มเป็นเย่ียมในพระกรณียกิจด้านน้ีหลายประการ กล่าวคื อ

1. ทรงเริ่มงานจัดการศึกษาเป็นครั้งแรก เม่ือพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนสภาพ "โรงเรียนทหาร
มหาดเลก็ " ซง่ึ เปน็ โรงเรียนฝึกสอนวิชาทหารให้แก่นายร้อย นายสิบ ในกรม
ทหารมหาดเลก็ มาเปน็ โรงเรียนสาหรบั พลเรือน มชี ือ่ เรยี กว่า "โรงเรียนพระ
ตาหนัก สวนกุหลาบ" และพระองค์ทรงดารงตาแหน่งผู้จัดการโรงเรียน

2. ในขณะที่ทรงดารงตาแหน่งอธิบดีกรมธรรมการ ได้ทรงจัดวาง
ระเบยี บการบรหิ ารราชการของกรมและโรงเรียน กลา่ วคือ ทรงวางระเบียบ
ข้อบังคับตาแหน่งหน้าที่เสมียน พนักงาน ในการเข้ารับราชการ การเล่ือน

ตาแหน่ง ลาออก ลงโทษ ตลอดจนทรงกาหนดให้มีการตรวจสอบและ
ร า ย ง า น ผ ล ต ร ว จ โ ร ง เ รี ย น ทั้ ง ใ น ก รุ ง แ ล ะ หั ว เ มื อ ง ข อ ง พ นั ก ง า น ด้ ว ย

3. ทรงขยายการศึกษาโดยอาศัย "วัด" ซ่ึงเป็นสถานที่ถ่ายทอดวิชา
ความรู้ และอบรมศีลธรรมให้แก่ราษฎรมาแต่โบราณ และ "วัดมหรรณพา
ราม" เป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกทที่ รงจัดตง้ั ขน้ึ การศึกษาลกั ษณะนไ้ี ดข้ ยาย
ออกไปอย่างกว้างขวางทั่วกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา และเม่ือทรงปรับปรุง
หลักสูตรและวิธีการสอน ตลอดจนจัดพิมพ์ตาราเรียนเรียบร้อยแล้ว ได้ทรง
ขยายการศึกษาออกไปสู่ราษฎรตามหัวเมืองต่าง ๆ โดยทรงจัดต้ัง โรงเรียน
หลวงขึ้นทัว่ ประเทศ เมือ่ ปี พ.ศ. 2435

4. ทรงริเริ่มจัดให้มีการตรวจสอบตาราเรียนและออกประกาศรับรอง
ทั้งน้ีเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ และความสามารถอย่างเหมาะสม และทรง
กาหนด ให้มีการปรับปรงุ หลกั สูตรตาราเรยี นข้ึนใหม่ คือ ตาราแบบเรยี นเร็ว

โรงเรยี นฝกึ หัดขา้ ราชการพลเรือน

5. ทรงจัดต้ัง "โรงเรียนฝึกหัดข้าราชการพลเรือน" เม่ือ พ.ศ. 2442
ในขณะที่ทรงดารงตาแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงต่อมา ใน พ.ศ.
2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เปล่ียนชื่อเป็น "โรงเรียนมหาดเล็ก" และเปล่ียนเป็น "จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั " ในเวลาต่อมา

หอพระสมดุ วชริ ญาณ
6. ทรงปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของหอพระสมุด
วชิรญาณ ซ่ึงเป็นหอสมุดแห่งเดียวในพระนคร เช่น ทรงกาหนดให้มีการ
แตง่ ต้ัง คณะกรรมการดาเนินงาน จัดงบประมาณสาหรบั ซือ้ หนังสอื กาหนด
ระเบียบวิธกี ารยมื และการเปน็ สมาชิก เป็นตน้

สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
ฉายทห่ี อ้ งทางานเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย

พ.ศ. 2435 - 2458 พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว รัชกาล
ที่ 5 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ได้มีพระบรมราชโองการต้ัง
กระทรวงมหาดไทย เม่ือวนั ที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2435 ทรงมอบหมาย
ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ เป็นองค์ปฐม
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์ทรงมี
บทบาทสาคัญย่ิงในการก่อต้ังและปฏิรูปการจัดระเบียบการปกครอง
ภายในประเทศ และการบรหิ าราชการของกระทรวงมหาดไทยกลา่ วคอื

1. ทรงจัดการบังคับบญั ชางานภายในกระทรวง ให้มรี ปู แบบเปน็ ระบบ
ราชการชดั เจนข้นึ มลี าดับขน้ั การบงั คบั บญั ชา มีการแบ่งงานและเลือกสรรผู้
มีความสามารถเข้ารับราชการ โดยการจัดสอบคัดเลือก ตลอดจนออก
ระเบียบวินัยต่างๆ เช่น เลิกประเพณีให้ข้าราชการทางานอยู่ท่ีบ้าน

กาหนดให้มีการประชุมข้าราชการทุกวัน กาหนดเวลาการทางานตลอดจน
จดั ระเบียบสง่ ร่าง เขยี น และเก็บหนงั สือราชการ เป็นตน้

2. ทรงจัดระบบการปกครองส่วนภูมิภาค ซ่ึงเรียกว่า "ระบบ
เทศาภิบาล" ไดเ้ ป็นผลสาเรจ็ และนับว่าเป็นผลงานสาคัญท่ีสุดของพระองค์
โดยทรงรวมหวั เมอื งต่างๆ จดั เขา้ เป็น "มณฑล"และมี "ข้าหลวงเทศาภิบาล"
เป็นผู้บังคับบัญชา อยู่ในอานาจของเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยอีกช้ันหน่ึง
สาหรบั การแบ่งเขตย่อยลงไปเป็น จังหวดั อาเภอ ตาบล และหมบู่ ้านนัน้ ใน
พ.ศ.2440 ได้ออก "พระราชบัญญัตลิ ักษณะการปกครองทอ้ งที่"บงั คบั ใชพ้ ระ
ราชอาณาจกั ร

3. พระกรณยี กจิ ดา้ นการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทส่ี าคญั อกี ประการหน่ึง
คอื ทรงริเรมิ่ จัดตง้ั "การสขุ าภบิ าลหัวเมอื ง" ใน พ.ศ. 2448 โดยรเิ รม่ิ จัดตง้ั

"การสขุ าภบิ าลหัวเมืองทต่ี าบลท่าฉลอม จังหวดั สมทุ รสาคร เปน็ แหง่ แรก
และนบั เปน็ การปพู นื้ ฐานการปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่

พ.ศ. 2437 ดารงตาแหนง่ รฐั มนตรีสภา 29 สงิ หาคม พ.ศ. 2444 ได้รบั
พระราชทานพระยศนายพลโท

หอพระสมดุ วชิรญาณสาหรบั พระนคร

พ.ศ. 2458 ดารงตาแหนง่ นายกหอพระสมดุ วชิรญาณสาหรบั พระนคร
พ.ศ.2466 ทรงไดร้ บั โปรดเกลา้ แตง่ ตง้ั เปน็ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร
กรรมการสภาการคลงั กรรมการองคมนตรีตรวจจดั งบประมาณแผน่ ดนิ และ
เปน็ นายพลเอก
พ.ศ. 2468 ทรงไดร้ บั โปรดเกลา้ แตง่ ตงั้ เปน็ อภิรฐั มนตรสี ภา ทรงไดร้ บั
การสถาปนาเลอ่ื นขนึ้ เปน็ กรมหลวงดารงราชานภุ าพใน พ.ศ.2442 เปน็ กรม
พระใน พ.ศ.2454และเปน็ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารง
ราชานภุ าพใน พ.ศ.2472
พ.ศ. 2469 ดารงตาแหนง่ นายกราชบณั ฑติ ยสภา

งานวรรณกรรม

ผลงานนพิ นธส์ มเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
1.ชมุ นมุ พระนิพนธ์ 60 เรอ่ื ง
2.พระนพิ นธ์ตานาน 46 เรอื่ ง
3.พระนพิ นธป์ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละทอ่ งเทย่ี ว 47 เรอื่ ง
4.พระนพิ นธช์ ีวประวัติ 120 เรอื่ ง
5.นทิ านโบราณคดี 21 เรอื่ ง
6.สาสน์ สมเดจ็ 55 เรอ่ื ง
7.พระกวนี พิ นธ์ 92 เรอ่ื ง

8.บทความภาษาต่างประเทศ 5 เรอ่ื ง
9.พระนิพนธค์ านาและอธบิ าย 595 เรื่อง
เสดจ็ ประทบั ตา่ งประเทศชว่ งเปลย่ี นแปลงการปกครอง

สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ ฉายกบั พระธดิ า 3 องค์
ทป่ี ระทบั ดว้ ยกนั ทปี่ นี งั

ได้แก่ ม.จ.พนู พศิ มยั , ม.จ.พลิ ยั เลขา และ ม.จ.พัฒนายุ
เมื่อเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คณะราษฎรจึงเกิดความ
ระแวงสงสัยไม่ไว้วางพระทัยเกรงจะกรมพระยาดารงจะก่ออันตรายให้เกิด

แก่รฐั บาลประชาธิปไตย พระองคจ์ งึ ทรงตดั สนิ พระทยั เสดจ็ ไปประทับที่ปนี งั
พรอ้ มพระธดิ า 3 พระองค์ เป็นการถาวร โดยทรงให้เหตุผลกับพระธิดาและ
คนใกลช้ ิดว่า “—พอ่ ยงั มลี ูกศษิ ย์และเพื่อนฝงู มากทว่ั พระราชอาณาจกั ร เขา
ไมม่ าหากด็ ูเป็นอกตัญญู ถ้ามากจ็ ะถกู หาวา่ เปน็ พวกเจ้า เราให้สุขเขาไม่ได้ก็
อย่าให้ทุกข์เขาเลย ไปเสียให้พ้นดีกว่าเราก็สบาย เขาก็สบาย—“ความ
ยากลาบากในการดารงชีพที่ปีนังไม่ได้ทาให้สมาชิกในราชสกุลดิศกุลทรงย่อ
ท้อ ทุกพระองค์ทรงเข้มแข็งและรักษาพระเกียรติยศแห่งราชสกุลตลอด
ระยะเวลายาวนานถงึ 10 ปี ท่ปี ระทับ ณ ที่น้ัน

สมเดจ็ ฯ เจ้าฟา้ กรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ์

สมเด็จฯ กรมพระยาดารงฯ ทรงใช้เวลาว่างและหาความสุขส่วน
พระองค์ด้วยการอ่านเขียนและบันทึกความรู้ต่าง ๆ ทั้งศิลปะ วรรณคดี
อักษรศาสตร์ สถาปัตยกรรมไทย โบราณคดี ประวัติศาสตร์ รัฐประศาสน
ศาสตร์ และวัฒนธรรม ในรูปจดหมายโตต้ อบกับสมเดจ็ ฯ เจา้ ฟ้ากรมพระยา
นริศรานวุ ัดตวิ งศ์ ปัจจุบันได้รวบรวมตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในนามของหนังสือ

ชดุ สาส์นสมเด็จตลอดระยะเวลาทีป่ ระทับ ณ ปนี ัง ทรงต้องระวงั พระองค์ใน
ทุก ๆ ด้าน ด้านพระนิพนธ์หนังสือโต้ตอบกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยา
นริศฯ ก็จะไม่ทรงพระนิพนธ์เก่ียวข้องไปถึงการเมืองไม่ว่าจะในแง่มุมใด
ท้ังสิ้น และจะไม่ทรงพบปะกับคนไทยที่เดินทางมาเที่ยวปีนัง แม้จะเป็นคน
เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แต่จะทรงต้อนรับหากผู้นั้นเสด็จหรือมาหา
พระองค์ท่ีท่ีประทับ ทั้งนี้เพราะทรงตระหนักพระทัยดีว่า รัฐบาลไทยยังคง
ระแวงและเกรงบารมีพระองค์อยู่ จึงไม่ทรงปรารถนาจะนาความเดือดร้อน
ไปให้ผู้ใด แม้จะเป็นการไปเพ่ือพบปะพูดคุยกันด้วยความระลึกถึง แต่หาก
ผใู้ ดไปพบพระองค์ ณ บ้านซินนามอน กจ็ ะไดร้ บั การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ซนิ นามอนฮอลล์ ทปี่ ระทบั ของสมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพในปีนงั

นายมงั กร สามเสน
วันหนึ่งตนกูมะหะหมัด เจ้าเมืองไทร เชิญเสด็จพระองค์ไปเสวย
กลางวัน ขณะเสด็จลงเรือข้ามฟากทะเลไปเมืองไทรพบ นายมังกร สามเสน
ในเรือข้ามฟาก นายมงั กรได้กราบทลู พระองคว์ า่ “ขา้ พระพทุ ธเจ้าอยากเชญิ
เสด็จกลับกรุงเทพฯ เพราะมีคนแนะนาสภาว่า ให้ตัดเงินเดือนเจ้านายท่ีไป
อยู่ต่างประเทศ เว้นแต่กรมพระนครสวรรค์ เพราะเขาให้ท่านไป
ขา้ พระพุทธเจ้ารดู้ ีวา่ ฝ่าบาทไม่ใช่เจ้านายที่มั่งมี จึงไม่อยากเห็นทรงลาบาก
ในเวลาทรงพระชราแล้ว—” ไม่ว่าคากราบทูลของนายมังกรจะมีความ
ปรารถนาดีต่อพระองค์หรือไม่ก็ตาม แต่ความหมายท่ีแฝงอยู่ในคากราบทูล
นั้น หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยทรงบันทึกถึงผลที่เกิดไว้อย่างละเอียดว่า “—
เวลานนั้ พระชันษาเสด็จพอ่ 78 ปี ท่านพระพักตร์แดง ยืดพระองค์ตรง และ
ตรัสวา่ ‘ขอบใจคณุ มาก แตก่ รมดารงซอื้ ไมไ่ ด้ดว้ ยเงนิ ถ้าจะให้คุกเขา่ ลงเพ่ือ
เงินแลว้ ไมก่ ลบั ’ และยังทรงกล่าวตอ่ กบั นายมังกรวา่ ‘—ฉันมมี ากก็ใช้มากมี
น้อยก็ใช้น้อย อายุถึงปูนนี้แล้วเหตุใดจะเอาวันเหลือข้างหน้าอีก 2-3 วันมา

ลบวันข้างหลังท่ีได้ทามาแลว้ เสยี เล่า—‘”Žพระดารัสท่ีตรสั น้ัน บ่งบอกอย่าง
แจ่มชัดถึงพระอุปนิสัย ความรักศักด์ิศรีเกียรติยศยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง
แต่สาหรบั ผู้ทไ่ี ม่เข้าใจไมร่ ูจ้ ักคาวา่ ศักด์ิศรหี รือเกียรตยิ ศ ก็คงยากท่ีจะเข้าใจ
ความหมายที่ตรสั

ทีป่ นี งั ทรงดารงพระชนมชพี อย่างประหยัดมัธยัสถ์ตามภาวะเศรษฐกิจ
ของครอบครัวซ่ึงค่อนข้างฝืดเคือง เพราะตลอดพระชนมชีพไม่ทรงเคย
ประกอบกิจการอื่นนอกจากรับราชการ เบี้ยบานาญ ก็ถูกปรับลดลง
ครั้งแล้วคร้ังเล่าจนเหลือเพียงเดือนละ 960 บาท เงินปีอันเป็นเงิน
พระราชทานปีละ 6,000 บาท เบ้ียหวัดของพระธิดาองค์ละ 80 บาทต่อปี
เฉล่ียแล้วท้ังครอบครัวมีรายได้ตกเดือนละ 1,480 บาท ประมาณ 640
เหรียญ จากเงินจานวนนี้เองท่ีต้องทรงดาเนินพระชนมชีพในแต่ละเดือน มี
ค่าเช่าบ้านซินนามอนฮอลล์เดือนละ 110 เหรียญ นอกน้ันเป็นค่าใช้จ่าย
เลี้ยงดูสมาชิกในบ้าน 16 คน คือ พระองค์ 1 พระธิดา 3 พระองค์ที่ทรง
ติดตามไปรับใช้ใกล้ชิด คือ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลย
เลขา และหมอ่ มเจา้ หญิงพัฒนายุ ผู้ตามเสด็จอีก 5 คน คนรับใช้หญิง 3 คน
ชาย 2 คน คนขบั รถและคนทาสวนอีกอย่างละ 1 คน สมเด็จฯ กรมพระยา
ดารงฯ เสด็จประทบั ท่ปี นี งั 9 ปีเศษ จึงเสด็จกลับเพราะโรคพระหทยั พกิ ารท่ี
ทรงเป็นอยู่กาเริบ หม่อมเจ้าพิสิษฐ์ดิศพงษ์ พระโอรสพระองค์หนึ่งได้ติดต่อ
รัฐบาลไทย และกองทัพญ่ีปุ่นขอรับสมเด็จฯ กรมพระยาดารงฯ เสด็จ
กลบั มารักษาพระองคท์ ีป่ ระเทศไทย ได้เสดจ็ กลบั ถึงประเทศไทยในวนั ที่ 16
ตลุ าคม พ.ศ. 2485

สมเด็จฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ตลอดพระชนมชีพของพระองค์
ทรงทมุ่ เทให้กบั การสนองพระเดชพระคุณพระมหากษัตริยไ์ ทยถึง 3 รัชสมัย
จงรกั ภักดีตอ่ ผนื แผน่ ดนิ ไทย แม้เม่อื ทรงมอี ันตอ้ งเสด็จไปประทับในตา่ งแดน
อย่างลาบากยากแค้น แต่พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ก็ไม่เคย
เปล่ียนแปลง ทรงรักษาพระเกียรติยศและทุ่มเทพระสติปัญญาให้กับงานที่
เป็นประโยชน์แก่บา้ นเกดิ เมอื งนอนของพระองค์จนตลอดพระชนมชีพ

สิ้นพระชนม์

วงั วรดศิ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ เริ่มประชวร
ด้วยโรคพระหทัยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2484 จึงเสด็จกลับมารักษา
พระอาการประชวรในประเทศไทย (ก่อนหน้าน้ันทรงประทับอยู่ ณ เกาะ
ปีนงั ภายหลงั เหตกุ ารณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475)

พระอาการทรงและทรุดเรื่อยมาจนสิ้นพระชนม์เม่ือวันที่ 1 ธันวาคม
พ.ศ. 2486 ท่ีวังวรดิศ ถนนหลานหลวง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
ปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร สิริรวมพระชันษา
81 ปี

...................................................

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

จกั รกฤษณ์ นรนติ ิผดุง,(2506),สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารง
ราชานภุ าพ กบั กระทรวงมหาดไทย ,พระนคร:

รจุ น์ มณั ฑริ า,(2545),ชีวติ และงานนกั ปกครองที่ยงิ่ ใหญ่
กรมพระยาดารงราชานภุ าพ, กรงุ เทพมหานคร : สานักพมิ พน์ า้ ฝน

รมณนี ยฉัตร แกว้ กริ ิยา ,สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชา
นภุ าพกบั งานการศกึ ษา, (กรงุ เทพมหานคร : มูลนธิ ิ สมเดจ็ ฯ กรม
พระยาดารงราชานภุ าพ, 2543) , หนา้ 5.

ส.ศวิ รกั ษ,์ พิจารณาในกรมดารงฯเม่ือพระชนมค์ รบ 150,
(กรงุ เทพมหานคร : ศึกษติ สยาม, 2555) , หนา้ 1.

สายชล สัตยานรุ กั ษ์ , “สมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพ การสร้าง
อตั ลกั ษณเ์ มอื งไทยและชน้ั ของชาวสยาม”

วารสาร ศลิ ปวัฒนธรรม. (กรงุ เทพมหานคร : ศลิ ปวฒั นธรรม, 2546),
หนา้ 26.

www.damrong.org
www.dla.go.th
www.moi.go.th › portal › page
www.silpa-mag.com
www.stabundamrong.go.th › web › damrong
th.wikipedia.org › wiki
wiki.kpi.ac.th
ขอขอบคณุ ภาพและข้อมลู จากเวบ็ ไซตต์ ่างๆ


Click to View FlipBook Version