กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ ปี พ.ศ.2378 พระองค์เจ้าลักขณานุคุณก็สิ นพระชนม์ลง เห็นจะไม่มีใคร กล้ารับ อุปการะสุนทรภู่ สุนทรภู่ขอย้ายจากวัดมหาธาตุ ฯ มาจ้าพรรษาอยู่ ณ "วัดสระเกศ" เพื่อจะได้อยู่ใกล้กับมารดา (ช้อย) ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2377 และเก็บศพไหว้บ้าเพ็ญกุศล โดยยังมิได้ฌาปนกิจ ต่อมาสุนทรภู่ได้สึก ออกมาเป็นฆราวาสต้องตกยากอีกครั งหนึ่ง จากหนังสือ ชีวิตและงานของสุนทร ภู่ พระนิพนธ์กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ หน้า 39 ได้กล่าวถึงดังนี สุนทรภู่พึ่ง พระบารมีพระองค์เจ้าลักขณานุคุณอยู่ได้ไม่ช้านาน พอถึง พ.ศ.2378 พระองค์ ท่านสิ นพระชนม์ สุนทรภู่กลับอนาถายิ่งกว่าคราวก่อน นัยว่าถึงไม่มีบ้านเรือนจะ อาศัย ลอยเรือเที่ยวจอดตามสวน หาเลี ยงชีพด้วยรับจ้างเขาแต่งบทกลอนกับท้า การค้าขายต้องตกทุกข์ได้ยากครั งส้าคัญที่สุดในชีวิต หมดที่พึ่ง ยากจนเป็นที่สุด แม้แต่บ้านจะอยู่ก็ไม่มี ต้องว้าเหว่เกือบจะกลายเป็นคนหลักลอย ต้องอยู่เรือท้า การค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ พายเรือเข้าไปขายในเลือกในสวนตามคลองในแม่น ้า เจ้าพระยา มีความเป็นอยู่อย่างพ่อค้าเรือเร่ ขายสินค้าเบ็ดเตร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ
และในเวลาเดียวกันได้ขายฝีปากในการแต่งบทกลอนใครนิยมชมชื่นศิลปะของ ท่านก็มาขอคัดลอกเรื่องของท่านไปอ่านคิดค่าจ้างให้ตามสมควร วรรณกรรมของ ท่านในยุคตกอับนี่คือ ลักษณวงศ์ สุภาษิตสอนหญิง และราชนิติ" ปี พ.ศ.2379 สุนทรภู่ ออกเดินทางไปพระแท่นดงรัง เมืองสุพรรณบุรี เพราะข่าวลือที่ว่าเมืองสุพรรณ มีแร่ชนิดหนึ่งที่สามารถเอามาแปรเป็นทองค้าได้ สุนทรภู่ไปโดยอาศัยผู้อื่นไป สุนทรภู่กลับมาบวชอีกครั ง พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ที่วัดเทพธิดาราม
ปีที่สุนทรภู่สึกมีข้อโต้แย้งกันมากกว่าสุนทรภู่สึกปีใด อาทิ ชมนาด เส วิกุล กล่าวไว้ในหนังสือประวัติชีวิตและผลงานของสุนทรภู่ เกี่ยวกับปีที่สุนทรภู่ สึก หน้า 180 ดังนี "เป็นเวลา 9 ปี ที่สุนทรภู่ไปพึ่งพระบารมีสมเด็จพระเจ้าน้อง ยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ณ พระราชวังเดิมนับแต่ได้สึกในพ.ศ.2385 และได้ตามเสด็จมาอยู่ ณ วังหน้า และต่อมาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั งเป็น "เจ้ากรมอาลักษณ์" ฝ่าย พระราชวังบวรสถานมงคล มีบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" นอกจากนี นาย ธนิต อยู่โพธิ์ ได้กล่าวไว้ในเชิงอรรถ ท้ายหน้า 38 จากหนังสือ ชีวิตและงานของ สุนทรภู่ พระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาด้ารงราชานุภาพ ข้อความดังนี "เข้าใจว่า สุนทรภู่บวชอยู่ราว 18-20 พรรษา หรือมิฉะนั นต้องบวชสองหน รวมทั ง นาย เจือ สตะเวทิน ได้กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง "สุนทรภู่" ข้อความดังนี "อันชีวิตของ สุนทรภู่นั นย่อมเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าเคยตกอับจนถึงกับต้องไปพายเรือขายของ อยู่ตอนหนึ่งเมื่อพิจารณาดูศักราชต่าง ๆ ประกอบแล้วท้าให้น่าเชื่อว่าจะบวชสอง
หนดังผลการวิจัยของกรมศิลปากรคงไม่ใช่บวชคราวเดียวตลอด ปีพ.ศ.2367- 2385 เป็นแน่ เพราะถ้าบวชคราวเดียวตลอดเราจะขาดชีวิตสุนทรภู่ตอนตกยาก ไป นายธนิต อยู่โพธิ์ นายธนิต อยู่โพธิ์ นอกจากนั นยังมีข้อมูลกล่าวถึงการบวชและการสึกของสุนทรภู่ท่านหาก สึกคงสึกไปไม่นานและกลับมาบวชอีกครั งโดยมีหลักฐาน จากหนังสือชีวิตและ งานของสุนทรภู่ พระนิพนธ์กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ บันทึกเรื่องผู้แต่งนิราศ พระแท่นดงรัง ของธนิต อยู่โพธิ์ กล่าวไว้ว่า ปีวอกอัฐศก ตรงกับ พ.ศ.2379 ซึ่ง เป็นปีเริ่มสร้างวัดเทพธิดาราม ปรากฏตามจดหมายเหตุโหร ฉบับ พระยา ประมูลธนรักษ์ (หน้า 51) ว่า "ปีวอก จ.ศ. 1179 (พ.ศ. 2379) เดือน 7 พระองค์
วิลาศ (กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ) สร้างวัดบ้านพระยาไกร สวนหลวง (คือวัด เทพธิดา)" เข้าใจว่าการสร้างวัดเทพธิดาเสร็จลงเมื่อ พ.ศ. 2382 เพราะปรากฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชด้าเนินผูกพัทธสีมาใน พ.ศ. นั น สุนทรภู่อยู่ในสมณเพศ และคงจะได้มาอยู่จ้าพรรษา ณ วัดเทพธิดาในปี ผูกพัทธสีมา หรือถัดมาอีกปีหนึ่ง เพราะกล่าวไว้ในเรื่อง "ร้าพันพิลาป" ว่า "โอ้ยามนี ปีขาลสงสารวัด เคยโสมนัสในอารามสามเวสา" ปีขาลที่ว่านี ตรงกับ พ.ศ.2385 แสดงว่าสุนทรภู่บวชมาจนถึง พ.ศ. นี ถ้า ลาเพศก่อน พ.ศ. 2379 ก็ต้องไม่ได้ไปอยู่วัดเทพธิดา แต่มีหลักฐานว่า ท่าน สุนทรภู่ได้ไปอยู่วัดนี ด้วยและอาจลาเพศ หรือด้าริจะลาเพศในปีขาลนี เอง เพราะกล่าวต่อไปว่า "สิ นกุศลผลบุญกรุณา จะจ้าลาเลยลับไปนับนาน" วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง)
พระสุนทรภู่เมื่อกลับจากเมืองสุพรรณบุรี ท่านได้มาจ้าพรรษาอยู่ ณ วัด สระเกศ ครั นต่อมา พ.ศ. 2383 กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพพระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาอุปถัมป์ พระสุนทรภู่ได้ ย้ายจากวัดสระเกศมาจ้าพรรษาอยู่ ณ วัดเทพธิดาราม ซึ่งวัดนี มีนามเดิมว่า วัด บ้านพระยาไกรสวนหลวง สุนทรภู่เมื่ออยู่วัดเทพธิดารามได้แต่งนิทานค้ากลอน เรื่องพระอภัยมณี แต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพเดือนละ 1 เล่มสมุดไทย ตามรับสั่ง สมเด็จพระน้องยาเธอกรมขุนอิสเรศรังสรรค์ (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว)
ปีพ.ศ.2385พระสุนทรภู่ได้แต่งร้าพันพิลาป อันเนื่องจากความฝันของท่าน และสุนทรภู่ได้รับการอุปถัมภ์จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพและสมเด็จพระน้องยา เธอกรมขุนอิสเรศรังสรรค์อีกด้วย ปี 2385 สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ปี 2388 กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพก็สิ นพระชนม์ ท้าให้สุนทรภู่ขาดเจ้านาย ทรงมีพระเมตตาต่อตนอีกพระองค์หนึ่ง ปี พ.ศ.2392 สุนทรภู่เดินทางไปเมืองเพชรบุรีโดยไปท้าธุระส่วนพระองค์ ให้กับสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิสเรศรังสรรค์
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั น ณ วันพุธ เดือน 5 ขึ น 1 ค่้า ตรงกับ (วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุได้ 63 พรรษากับอีก 11 วัน ทรงอยู่ในราชสมบัติ 27 ปี ขณะนั น สมเด็จเจ้าฟ้าชาย มงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์พงศาอิศวรกษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร (ท่านฟ้าใหญ่) ยังทรง ผนวชอยู่ ณ "วัดบวรนิเวศ" นานถึง 27 ปี จึงต้องทรงลาผนวชออกมารับราช สมบัติ เสด็จขึ นครองราชย์ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และทันทีที่พระองค์เสด็จขึ นครองราชย์ก็โปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เป็น "พระเจ้าแผ่นดิน" อีก พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว" โปรดฯ ให้เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)
สุนทรภู่กลับเข้ารับราชการ สุนทรภู่เมื่อสิ นรัชกาลที่ 3 หลังในปี พ.ศ.2394 พระบาทสมเด็จพระปิ่น เกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการ ในต้าแหน่งพระสุนทร โวหารจางวางกรมพระยารักษ์ในสังกัดวังหน้า แปลก..สุนทรภู่ตายที่ไหน..เมื่อไร..ไม่มีหลักฐาน จากประวัติของสุนทรภู่ จะมีรายละเอียดการเกิดของท่าน ดังนี ท่านเกิด เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2329 ตรงกับวันจันทร์ เดือน 8 ขึ น จะเห็นได้ว่าวันเกิด ของท่านมีการแสดงรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์อย่างยิ่ง ซึ่งหนังสือที่เขียนถึง ประวัติของสุนทรภู่จะยกมาอ้างอิงเสมอ แต่หากเราต้องการทราบเกี่ยวกับวัน ตายหรือสถานที่ที่สุนทรภู่เสียชีวิต เราจะรู้สึกแปลกใจทันที เหตุใด วัน เดือน ปี และสถานที่ที่สุนทรภู่เสียชีวิต จึงไม่ปรากฏหลักฐานอ้างอิงแน่นอนอีกทั งหนังสือ
ที่มีการเขียนถึงชีวประวัติของท่านหลายเล่มมีการกล่าวถึงทั ง ปี พุทธศักราชและสถานที่ที่ท่านเสียชีวิตอย่างเลื่อนลอยขาดหลักฐานเท่าที่ควร และบางเล่มยังเสนอเนื อหาขัดแย้งกันอีกด้วย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาประวัติ สุนทรภู่ จะขอยกข้อความที่กล่าวถึงการตายของสุนทรภู่จากหนังสือ ต่าง ๆ ดังนี กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ 1. กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือ"ชีวิตและงาน สุนทรภู่" ได้กล่าวถึงการตายของสุนทรภู่ดังนี "สุนทรภู่ถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ 4 เมื่อปีเถาะ พ.ศ.2398 อายุ 70 ปี" จะเห็นได้ว่า ชีวประวัติเกี่ยวกับเรื่องปี พุทธศักราชที่สุนทรภู่เสียชีวิต กรมพระยาด้ารงฯทรงเขียนไว้อย่างสั นที่สุด วัน เดือน และสถานที่ไม่ทรงกล่าวถึงเลย แต่อย่างไรก็ตาม ปีพุทธศักราชที่สุนทรภู่
เสียชีวิตพระองค์ทรงเขียนไว้ มีอิทธิพลความเชื่อถืออย่างสูงต่อนักเขียน ชีวประวัติสุนทรภู่อย่างมาก อาทิ งานของเจือ สตะวาทิน งานของมานิต หล่อ พานิช งาน ของชมนาด เสวิกุล งานของกตัญญู ชูชื่น พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) 2. พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) จากหนังสือ "200 ปี สุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่" ได้กล่าวถึงบั นปลายชีวิตของสุนทรภู่ เมื่อออกจาก ราชการไปซื อที่สวนปลูกบ้านอยู่ที่ต้าบลบาง ละมาด ริมวัดเรไร เยื องวัดเชิง เลน อยู่ที่บ้านสวนจนตลอดชีวิตเมื่อถึงแก่กรรมมีอายุ 80 ปีเศษ
อาจารย์เปลื อง ณ นคร 3. อาจารย์เปลื อง ณ นคร ได้กล่าวถึงการตายของสุนทรภู่ไว้ในบทความ เรื่อง "ใครแต่งนิราศวัดเจ้าฟ้า สุนทรภู่ หรือ เณรหนูฟัด"ในหนังสือ ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ 2572 ซึ่งเขียนไว้ว่า "ท่านจันทร์ (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ) บอกว่า น.ม.ส. (กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์) พูดให้ท่านฟัง ว่า สุนทรภู่ตายที่พระราชวังเดิมที่ห้องใกล้ ๆ กับพระยามณเฑียร (บัว) ซึ่งเป็น พ่อเลี ยงของสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ แต่บางรายก็บอกว่าไปตายที่คลองบางหลวง โดยบอกว่าสุนทรภู่ไปท้าสวนอยู่ที่นั่น"
เทพ สุนทรศารทูล เทพ สุนทรศารทูล 4. เทพ สุนทรศารทูล เรียบเรียงหนังสือเรื่อง "ชีวประวัติ พระสุนทรภู่ (ภู่ ภู่เรือหงส์)" กล่าวถึงการตายของสุนทรภู่ ดังนี "พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัวสวรรคต เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2408 สุนทรภู่ก็หมดที่พึ่งต้อง ออกไปอยู่บ้านแถวฝั่งธนบุรี(ตามที่บางท่านว่า) แต่บางทีก็อยู่ในวังหน้า ต่อไป โดยอาศัยใบบุญอยู่กับกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ พระราชโอรสของ พระปิ่นเกล้าฯ จนกระทั่งถึงแก่กรรมตามเจ้านายไปเมื่อ พ.ศ.2410 อายุ 81 ปี ที่ว่าสุนทรภู่ถึงแก่อนิจกรรมใน พ.ศ.2410 อายุ 81 ปีนั น ไม่มีหลักฐานอย่างอื่น ยืนยันนอกจากอาศัยหลักวิชาโหราศาสตร์ที่ว่า•ดวงชะตาสุนทรภู่ที่มีดาว พฤหัสบดีอยู่ราศีเมษ เป็นราชาโชคเป็นปทุมเกณฑ์ พระราชาอุปถัมภ์แล้ว ดาว อังคารเป็นอายุกุมลุคนากับดาวศุกร์ คู่มิตรในราศีกรกฎเช่นนี จะต้องพยากรณ์ ว่าอายุยืนเกิน 80 ปี จึงว่าสุนทรภู่อายุ 81 ปี ถึงแก่อนิจกรรมก่อนพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวเพียง 1 ปี เมื่อไม่มีหลักฐาน อย่างอื่น จึงต้องมีอายุเลย 80 ปีแน่นอน ข้าพเจ้าจึงตั งทฤษฎีใหม่ว่าสุนทรภู่อายุ 81 ปี ที่ว่านี ก็ว่าอย่างเกรงใจโหราจารย์ ทั งหลายเต็มที่แล้ว หากจะสรุปการตายของสุนทรภู่จากหนังสือต่าง ๆ ที่มีการเขียนถึง สรุปได้ดังนี 1. สุนทรภู่ตายเมื่อไร ปรากฏว่าวันกับเดือนไม่มีการกล่าวอ้างถึงมีแต่ปี พุทธศักราชเท่านั น ซึ่งแยกปีพุทธศักราชที่สุนทรภู่เสียชีวิต เป็น 2 ฝ่าย คือ ปี พ.ศ.2398 กับ ปี พ.ศ.2410 หรือสุนทรภู่เสียชีวิตเมื่ออายุ 70 ปี กับ สุนทรภู่ เสียชีวิตอายุ 80 ปีขึ นไป 2. สุนทรภู่ตายที่ไหน ความคิดเห็นแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ เสียชีวิตในเขต ประราชฐานกับเสียชีวิตที่บ้านสวน
3. สุนทรภู่ตายเมื่อไร ที่ไหน ยังไม่มีบทสรุปจนกระทั่งทุกวันนี สุนทรภู่ ตายเพราะเหตุใดสุนทรภู่จะป่วยตายหรือแก่เฒ่าตายไปตามวัยไม่มีหลักฐาน อ้างอิง หรือมีการกล่าวถึงเลย วรรณกรรมสุนทรภู่ นิราศ 9 เรื่อง (นิราศพระแท่นดงรัง เข้าใจว่าไม่ใช่ส้านวนสุนทรภู่) มีดังนี
1. นิราศเมืองแกลง แต่งเมื่อคราวพ้นโทษเวนจ้า ครั งที่ 1 เรื่องแม่จัน บันทึกการเดินทางไปเยี่ยมบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง (ต้น พ.ศ. 2350) 2. นิราศพระบาท บันทึกการเดินทางไปเที่ยวพระบาท สระบุรี คราวตาม เสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์พระโอรสของกรมพระราชวัง และหลังจากแยกกับแม่ จันแล้ว (ปลาย พ.ศ.2350) 3. นิราศภูเขาทอง แต่งในสมัยรัชการที่ 3 ตอนออกบวช หลังจากถูกกลั่น แกล้งให้ออกจากวัดราชบูรณะ (พ.ศ.2371) 4. นิราศสุพรรณบุรี แต่งคราวเดินทางไปแสวงโชคเรื่องเล่นแร่แปรธาตุ นิราศเรื่องนี แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ (พ.ศ.2374) 5. นิราศวัดเจ้าฟ้า แต่งเมื่อคราวเดินทางไปค้นหายาอายุวัฒนะ ที่วัดเจ้า ฟ้าอากาศนาถนรินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ศ.2375) 6. ร้าพันพิลาป แต่งเมื่อคราวจ้าพรรษาอยู่วัดเทพธิดา 7. นิราศอิเหนา แต่งตอนพึ่งพระบารมีพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ 8. นิราศพระประธม แต่งคราวไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อได้พึ่งพระบารมีพระปิ่นเกล้าฯ และกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพแล้ว (พ.ศ.2375) 9. นิราศเมืองเพชร แต่งคราวรับอาสาเจ้านายไปท้ากิจธุระที่เมืองเพชรบุรี (พงศ.2388-2392)
นิทานกลอน 5 เรื่อง มีดังนี 1. โคบุตร เข้าใจว่าแต่งก่อนนิราศเมืองแกลง 2. พระอภัยมณี เข้าใจว่าตอนต้นแต่งในสมัยรัชกาลที่ 2 ตอนถูกเวนจ้า และแต่งต่อตอนตกยากในสมัยรัชกาลที่ 3 และตอนจบสมบูรณ์ เมื่อได้พึ่งพระ บารมีกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ 3. สิงห์ไกรภพ แต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (ตอนต้นแต่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาล ที่ 2) 4. พระไชยสุริยา แต่งเป็นกาพย์คราวจ้าพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดา
5. ลักษณวงศ์ แต่งตอนตกยาก สุภาษิต 3 เรื่อง มีดังนี 1. สวัสดิรักษา แต่งถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ คราวเป็นพระอาจารย์สอน หนังสือ 2. เพลงยาวถวายโอวาท แต่งถวายเจ้าฟ้ากลาง 3. สุภาษิตสอนหญิง แต่งคราวตกยาก
บทเสภา 2 เรื่อง มีดังนี 1. เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนก้าเนิดพลายงาม แต่งในสมัยรัชกาลที่ 2 2. พระราชพงศาวดาร แต่งในรัชกาลที่ 4
บทเห่กล่อม 4 เรื่อง คือ 1. เห่กล่อมเรื่องพระอภัยมณี 2. เห่กล่อมเรื่องโคบุตร 3. เห่กล่อมเรื่องกากี 4. เห่กล่อมเรื่องจับระบ้า
บทละคร 1 เรื่อง มีดังนี 1. อภัยณุร าช แต่งถ ว ายพ ระองค์เจ้าดวงป ระภ าพ ระ ร าช ธิด า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ......................................................................................
แหล่งข้อมูลค้นคว้าอ้างอิง กตัญญู ชูชื่น. พ่อภู่ ครูกวี ศรีสยาม, กรุงเทพฯ : ส้านักพิมพ์โอเดียนสโตร์. 2529. กนกรัตน์ สิงหพงษ์. “สุนทรภู่ขี เมาจริงหรือ” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 มิถุนายน 2523. กมล การกุศล (รองศาสตราจารย์). “หลาน เมืองระยอง น้องเมืองเพชร” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 9 กรกฎาคม 2529. กาญจนาคพันธุ์. ภูมิศาสตร์สุนทรภู่. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น, 2515. . “ขอร่วมสัมมนาช้าระต้นฉบับนิราศเมืองเพชรฉบับใหม่” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 กันยายน 2529. จันทร์จิรายุ รัชณี (หม่อมเจ้า). “พ่อแม่สุนทรภู่อยู่ไหน, ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2529. เจือ สตะเวทิน. สุนทรภู่. กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. 2530. ชมนาด เสรีกุล. ประวัติชีวิตและผลงานของสุนทรภู่. กรุงเทพฯ : อ้านวยสาส์น, 2533. ชะลอ ช่วยบ้ารุง “จากขุนศรีสังหารพ่อของสุนทรภู่ถึงอานามสยายยุทธ” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 10 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2532. ด้ารง เฉลิมวงศ์ “ขุนศรีสังหารพ่อของสุนทรภู่” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 9 ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2531. ด้ารงราชานุภาพ. สมเด็จเจ้าพระยา. ชีวิตและงานของสุนทรภู่. กรุงเทพฯ : คลังวิทยา, 2506.
ธวัช ปุณโฌทก. “ถามใจสุนทรภู่ว่าท่านยอมรับญาติฝ่ายเมืองเพชร หรือเมืองแกลง” ศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2529. ทองแถม นาคจ้านง. “สุนทรภู่รอรู้ไปรอบโลก : ศึกจากพระอภัยมณี” ปีที่ 10 ฉบับที่ 9 กรกฎาคม -2532. เทพ สุนทรภู่ศารทูล. ชีวประวัติสุนทรโวหาร (ภู่ ภู่เรือหงส์) กรุงเทพฯ : พระนารายณ์, 2533. เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์. “ถึงลับตัวก็แต่ชื่อเขาลือฉาว” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2529. ประพันธ์ พลเสวก. “ตามเส้นทางนิราศเมืองแกลงของ “สุนทรภู่” หลังเหตุการณ์จริง 180 ปี” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2529. เปลื อง ณ นคร. “ใครแต่ง ? นิราศวัดเจ้าฟ้า สุนทรภู่ หรือเณรหนูพัด” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ 2532. พ.ณ. ประมวลมารค. “โอ้บาปกรรมน ้านรกเจียวอกเรา” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 มิถุนายน 2523. พระครู ไพบูลวิริยคุณ. “พงษ์เผ่าเหล่ากอมหากวี สุนทรภู่” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2529. มานิต หล่อพินิจ. ประวัติชีวิตและผลงานสุนทรภู่ กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ทิพย์วิสุทธิ์. ม.ป.ป. “แม่ของสุนทรภู่อยู่เพชรบุรี แต่พ่อเป็นคนกรุงเก่า” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2529. ระวัง ชวนชม “ดวงชะตาสุนทรภู่” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 กันยายน 2529.
ล้อม เพ็งแก้ว. “สุนทรภู่อยู่ในสกุลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 6 เมษายน 2529. วินัย ภู่ระหงษ์. “พระอภัยมณีพระเอกศิลปิน” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2529. วีระศักดิ์ บุญหลง. “ตามรอยสุนทรภู่ไปบ้านกร่้าเมืองแกลง” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 10 ฉบับที่ 8 มิถุนายน 2532. ส. พลายน้อย. “บิดาสุนทรภู่ ขุนศรีสังหาร อาสาวิเศษซ้ายไม่มีในท้าเนียบ” ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2531. เสนีย์ วิลาวรรณ. ประวัติวรรณคดีและการประพันธ์. กรุงเทพฯ : ส้านักพิมพ์วัฒนาพาณิชย์. www.bangkokideaeasy.com/informations/attt/files. www.finearts.go.th https://th.wikipedia.org/wiki/พระสุนทรโวหาร(ภู่) https://www.facebook.com www.silpathai.net/ชีวิตรักสุนทรภู่ https://sites google.com/site ขอขอบคุณเนื อหาและภาพจากเว็บไซต์ต่างๆ -------------------------------------------------