The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharaphan.prasan, 2023-02-26 09:17:10

ประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี

ประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี

เมืองจันทบุรี ประสาร ธาราพรรค์ 1.พระเจดีย์ที่น้้าตกพลิ้ว อลงกรณ์เจดีย์


อลงกรณ์เจดีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พระ นางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอัครมเหสี ได้โปรดปรานให้สร้างเจดีย์ท้า ด้วยศิลาแลงขึ้น ที่บริเวณหน้าผาด้านหน้า น้้าตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2419 เพื่อเป็นที่ ระลึกในการเสด็จประพาส น้้าตกพลิ้ว ด้วยกัน และพระราชทานนามว่า “อลงกรณ์ เจดีย์” (นักประวัติศาสต์รค้นคว้าหลักฐานภายหลังพบว่าร.๕ ทรงพระราชทานนาม ว่า “จุลศิรจุมพฏเจดีย์” ซึ่งกรมศิลปากรได้ให้เปลี่ยนชื่อแล้ว)พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด น้้าตกพลิ้ว เป็นอย่างยิ่ง และได้เสด็จประพาสหลาย คราว โปรดมาก ถึงกับมีพระราชด้ารัสว่า “เราได้เห็นน้้าตกอย่างนี้มาสองสามแห่ง คือที่ปีนัง เกาะช้าง และสีพยา เห็นไม่มีที่ ไหนจะงามกว่าที่นี่เลย ถ้าจะให้เรานั่งดูอยู่ยังค่้าก็แทบจะได้ด้วยเย็นสบายจริง” 2.พระเจดีย์ที่น้้าตกคลองนารายณ์ พระเจดีย์ที่น้้าตกคลองนารายณ์อยู่ที่ต้าบลคลองนารายณ์ ห่างจากตัวเมือง จันทบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร น้้าตกอยู่ห่างจากถนนใหญ่สายจันทบุรี-ตราด


ประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พล.3 (คลองนารายณ์) จากนั้นเดินเท้าไปอีก 2.5 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบชื้นก็จะถึงน้้าตกคลองนารายณ์ ซึ่ง เป็นน้้าตกขนาดกลางไหลลดหลั่นจากผาชันสูง 25 เมตร น้้าใสสะอาดและมีน้้ามาก ตลอดปี เหมาะส้าหรับผู้ที่ชอบการเดินป่าชมความงามของพฤกษาชาติและน้้าตก อ่างศาล อยู่เลยจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติมาประมาณ 300 เมตร บริเวณข้างล้าธารจะพบศาลตั้งอยู่ ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของปร้าที่ประทับ และจุลสีห์จุมพต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสร้าง ไว้กลางล้าธารเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ปัจจุบันเหลือเพียงร่อยรอยบริเวณที่เคยเป็น พระเจดีย์ เพราะได้ถูกระแสน้้าพัดพังไปเมื่อปี 2517 อ่างสรงหรืออ่างหงส์ อยู่เลยจากอ่างศาลประมาณ 200 เมตร มีลักษณะเป็น น้้าตกเล็กๆ ไหลลงมาจากหน้าผาหินเป็นทางคล้ายหางหงส์ ในอดีตบริเวณแอ่งน้้า กว้าง ในหลวงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทั้งสองพระองค์ทรงลงสรงน้้า ณ อ่างสรง แห่งนี้ ถ้้าพระนารายณ์ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นถ้้าที่มีล้าธารน้้าใส บริสุทธิ์ไหลออกมา แหล่งน้้าแห่งนี้ถือเป็นแหล่งน้้าศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 18 แห่งของ ประเทศที่ใช้ในพิธีมูรธาภิเษกในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ปัจจุบันหินได้ถล่ม ลงมาปิดปากถ้้าแต่ยังคงมีน้้าไหลออกมาอยู่ตลอดปี


3. เจดีย์อิสรภาพที่เขาแหลมสิงห์ “เจดีย์อิสรภาพ เจดีย์ทรงลังกาที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่เขาแหลมสิงห์” เจดีย์อิสรภาพ เป็นส่วนหนึ่งของเขตวนอุทยานเยาแหลมสิงห์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสหเทพ จัด งานฉลองเมืองจันทบุรี หลังฝรั่งเศสคืนดินแดง ชาวจันทบุรีได้ร่วมกันก่อสร้างองค์ พระเจดีย์ ครอบพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งพระพิพิธพ่อเมืองตราดสร้างไว้บนป้อม ไพรี พินาศ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการถอนก้าลังกองทหารฝรั่งเศสที่แหลมสิงห์ ต่อมาได้รับ การซ่อมแซมจนมีสภาพเช่นในปัจจุบัน


4. ป้อมไพรีพินาศสร้างเมื่อใด ป้อมไพรีพินาศ ตั้งอยู่บนเขาแหลมสิงห์ หมู่ 1 ต้าบลบางกะไชย อ้าเภอแหลม สิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นป้อมที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2377 เพื่อเตรียมรับศึกญวณที่อาจจะยกมาทางทะเล แต่เดิม ไม่มีชื่อจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสมณฑล จันทบุรี ทรงพระราชทานนามป้อมนี้ว่า ป้อมไพรีพินาศ ซึ่งอยู่คู่กับป้อมพิฆาฏข้าศึก (ป้อมพิฆาตปัจจมิตร) [1] ป้อมสร้างขึ้นบริเวณปากแม่น้้า อยู่บนเขาแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นเขาขนาดเล็ก ทาง ฝั่งตะวันตกของแม่น้้าจันทบุรี มีความสูงจากระดับน้้าทะเลประมาณ 172 เมตร บริเวณหินชายฝั่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับสิงโตหมอบ (จึงเรียกว่า "แหลมสิงห์") บน เขาแหลมสิงห์เป็นท้าเลที่เหมาะกับการตั้งป้อมปืน สามารถมองเห็นข้าศึกที่เข้ามา ทางทะเลได้แต่ไกล


5. ป้อมพิฆาตปัจจามิตร สร้างเมื่อใด เดิมชื่อป้อมพิฆาฏข้าศึก สร้างขึ้นพร้อมกันกับป้อมไพรีพินาศ สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2377 อยู่บริเวณปากแม่น้้า จันทบุรี ทางฝั่งตะวันออก (ฝั่งตรงข้ามกันกับป้อมไพรีพินาศ) ปัจจุบันป้อมนี้ไม่มีให้ เห็นแล้ว เพราะในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดเมืองจันทบุรี** ได้รื้อป้อมแล้วน้าอิฐมา สร้างเป็นตึกแดงทับตรงที่เคยเป็นป้อมพิฆาตปัจจามิตรนั่นเอง 6. คุกขี้ไก่ คุกขี้ไก่ หรือ ป้อมฝรั่งเศส เป็นคุกโบราณ เมื่อปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสได้เข้ามา ยึดครองจังหวัดจันทบุรี และได้สร้างคุกขี้ไก่นี้ขึ้นมาเพื่อกักขังนักโทษชาวไทยที่ได้ ต่อต้านกับชาวฝรั่งเศสที่มาอยู่ในประเทศไทยนี้ แต่ไม่เคยได้ใช้ พร้อมกับการสร้าง ตึกแดง ชั้นบนเป็นที่เลี้ยงไก่ส้าหรับถ่ายมูลใส่หัวนักโทษข้างล่าง คุกขี้ไก่มีลักษณะ


เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจุตรัสลอบเหลี่ยม มีขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 10 เมตร ที่ตั้ง ของคุกขี้ไก่อยู่หมู่ที่ 1 ต้าบลปากแหลมสิงห์ อ้าเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี นักประวัติศาสตร์บางส่วนแย้งว่าอาคารแห่งนี้ไม่ได้สร้างเป็นคุก แต่สร้างเพื่อ ใช้เป็นป้อมสังเกตการณ์คู่กับตึกแดง มีชื่อว่า ป้อมฝรั่งเศส 7. พระยาตากยาตราทัพจากรุงศรีอยุธยาไประยองวันที่เท่าไร ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2309 (นับแบบปัจจุบัน พ.ศ. 2310) ซึ่งตรงกับวัน เสาร์ ขึ้น 4 ค่้า เดือนยี่ จุลศักราช 1128 ปีจอ อัฐศก ประมาณสามเดือนก่อนการ เสียกรุงศรีอยุธยาฯ พระยาตากเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงต้องเสียทีแก่พม่า จึง ตัดสินใจร่วมกับพระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพิชัยราชา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี พร้อมด้วยพลทหารไทยและจีนราว 500 คน มีปืนเพียงกระบอกเดียว แต่ช้านาญด้านอาวุธสั้น ยกออกไปตั้งกองก้าลังที่วัดพิชัยสงคราม ทางตะวันออก ของเกาะเมืองอยุธยา และยกก้าลังออกจากค่ายวัดพิชัยฯในคืนนั้น ตีฝ่าวงล้อม ทหารพม่าไปทางทิศตะวันออก ไปทางบ้านข้าวเม่า เมื่อพระยาตากเดินทัพถึงสาม บัณฑิตในเวลาเที่ยงคืนสองยามเศษ ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา สว่างโชติ ช่วงจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล 8. พระยาตากยาตราทัพจากระยองไปจันทบุรีวันที่เท่าไรไปที่ไหน พักที่ใดบางใช้ เวลากี่วัน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2310 เจ้าตากเดินทัพจากระยองผ่านแกลงเข้าบ้าน พลอยแหวนบางกระจะ มุ่งยึดจันทบุรี


9. บ้านพลอยแหวนหรือกะจะหัวแหวน เรียกบ้านพลอยแหวนไม่ใช่อกะจะหัวแหวน ส้าหรับจุดที่พบพลอยเมืองจันท์เป็นแห่งแรก ๆ นั้น เล่ากันว่า “อยู่บริเวณ เขาพลอยแหวน เชื่อเรียกนี้กันมานานนมตั้งแต่ครั้งโบร่้าโบราณ 10. ประตูช้างอยู่ที่ใด ไม่มีหลักฐานอ้างอิงพบยึดถือเป็นบทสรุปได้ 11.วัดแก้วริมเมืองอยู่ที่ไหน "..เสด็จประทับ ณ วัดแก้วริมเมืองจันทบูร จึงให้พลทหารตั้งล้อมพระวิหาร วัดแก้ว แล้วเสด็จประทับอยู่ที่นั้น.."


หลังจากนั้น พระราชพงศาวดารไม่ได้บอกว่า พระองค์เสด็จไปพิกัดอื่น จึงท้า ให้พอจะอนุมานได้ว่า พระองค์ทรงปักหลัก ตั้งทัพอยู่ที่วัดแก้วริมเมือง ค้าว่า 'ริม เมือง' จึงท้าให้เราสันนิษฐานว่า วัดนี้อยู่ใกล้แนวก้าแพงเมืองจันทบุรีจากนั้น พระองค์ทรงสั่งให้ทุบหม้อข้าว เพื่อเตรียมเข้าตีเมืองจันทบุรี 12. พระยาตากพักที่วัดบ้านแก้วกี่วัน หลักฐานอ้างถึงไม่แจ้งชัด 13. วัดพลับบางกะจะ สถานที่ทุบหม้อหรือไม่ ไม่ใช่ 14. บริเวณเขาโบสถ์ ซอยเจดีย์ ม.5 ต.ท่าช้าง ใช่ที่ทุบหม้อข้าวหรือไม่ ไม่ใช่


15. ประวัติเมืองขลุงมีความเป็นมาอย่างไร ขลุง เป็นอ้าเภอหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ค้าว่า "ขลุง" หมายถึงพื้นที่ลุ่ม น้้าท่วม ถึง เดิมชาวขลุงมีอาชีพท้านาและประมง ปัจจุบันมีการปลูกผลไม้อย่างเป็นล่้าเป็น สัน ตามต้านานเล่ากันว่าชาวพื้นเมืองมีเชื้อสายจาก "ชอง" มีภาษาพูดเป็นภาษา ชองซึ่งแตกต่างจากภาษาเขมรและไทย 16. พระยาตากเดินทัพไปรวบรวมเรือที่ตราด ผ่านขลุงหรือไม่ ไม่ผ่าน


17.ประวัติชาวคริสต์กับเมืองจันทบุรีมีความเป็นมาอย่างไร โบสถ์คริสต์เมืองจันทบุรี อยู่คู่กับชุมชนชาวไทยเสื้อสายเวียดนามมากว่า 300 ปี โดย ก่อน พ.ศ.2254 ช่วงปลายรัชสมัยของพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา มี ชาวญวณกลุ่มหนึ่งราว 130 คน อพยพมาทางเรือ เพื่อมาตั้งรกรากอยู่ริมฝั่งแม่น้้า จันทบูรในปัจจุบัน ชาวญวณเหล่านี้เป็นชาวคาทอลิกหรือผู้นับถือศาสนาคริสต์ ที่ ถูกกดขี่เบียดเบียนทางศาสนา หลวงพ่อท่านหนึ่ง ชื่อ บาดหลวงเฮิ้ต ท้าหน้าที่ดูแล ในการเดินทางเข้ามาประเทศไทย ราวปี พ.ศ.2273 (หรือ 281 ปีก่อน) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้เกิดเหตุการณ็ วุ่นวายขึ้นในชุมชนของชาวเวียดนามที่จันทบุรี เนื่องจากทางฝ่ายปกครองมีความไม่ ไว้วางใจผู้คนในชุมชนแห่งนี้ จึงจับกุมให้ไปอยู่ที่เมืองหลวง หรือกรุงศรีอยุธยา บางส่วนได้หลบหนีเข้าป่า หลังจากนั้นอีกราว 20 ปี เมื่อเหตุการณ์สงบ ชาวเวียดนามที่แยกย้ายกัน หลบหนีจึงมารวมตัวกันใหม่ โดยมีบาดหลวงทางฝ่ายคริสต์จักรเป็นตัวตั้งตัวตีให้


กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง โบสถ์คริสต์มีการก่อสร้างและโยกย้ายไปมาอยู่ในย่านนี้อยู่หลายครั้ง อัน เนื่องจากในสมัยแรกๆนั้นสร้างด้วยไม้ หรือไม้ผสมมุงจากบ้าง จึงทรุดโทรมไปตาม กาลเวลา ปัจจุบันนับเป็นโบสถ์หลังที่ 5 โดยย้ายมาจากฝั่งทางทิศตะวันตกของ แม่น้้าจันทบุรี(หรือแม่น้้าจันทบูร) มีสะพานเชื่อมไปมาหาสู่กันได้ ต่อมาชาวคริสต์ในจันทบุรีค่อยๆเติบโตขึ้นตามล้าดับ และมีจ้านวนศาสนิกชน เพิ่มมากขึ้น จึงได้สร้างโบสถ์ใหม่แบบถาวรเพื่อรองรับการขยายตัว และโบสถ์เห็น อยู่นี้นับเป็นหลังที่ 5 ในช่วงระยะเวลาราว 300 ปี ปัจจุบันโบสถ์คริสต์เมืองจันท์ หรือโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ได้รับการ กล่าวขานว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี โดยเฉพาะคริสตชนที่ก่อก้าเนิดขึ้นมาในถิ่น นี้ และ่อยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน 18. พระยาตากไปรวบรวมไพร่พลที่ใดบ้าง ที่ระยอง ที่จันทบุรี


19. วัดบ้านขอมวัดร้างอยู่ที่ใด ม.7 ต้าบลท่าช้าง อ้าเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 20. วัดเพนียดวัดร้าง มีความเป็นมาอย่างไร ประวัติความเป็นมา เพนียด เป็นชุมชนโบราณ ที่พบหลักฐานทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ที่ส้าคัญจากจารึกภาษาขอม อายุราว พ.ศ. 800-1000 ได้กล่าวว่า บริเวณที่ตั้งโบราณสถานเพนียดนั้น เดิมเป็นที่ตั้งเมืองจันทบุรีในยุคแรก ซึ่งขอมถือ


เป็นแหล่งอารยธรรมที่ส้าคัญเมืองหนึ่งของอาณาจักรกัมพูชา โดยมีเจ้าผู้ครองนคร ท้าการปกครองอย่างเป็นอิสระ ได้มีการติดต่อกับอินเดียและรับเอาวัฒนธรรมของ อินเดียเข้ามาใช้ในวิถีชีวิต เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเรือส้าเภาผ่านไปมาค้าขายกับ จีน และอินเดีย ดังนั้นชาวพื้นเมืองก็คือชาวชองและชาวขอม ลักษณะทั่วไป สภาพ พื้นที่เป็นที่ลาดเทไปสู่ที่ราบลุ่มต่้าริมล้าน้้าจันทบุรี โดยมีล้าน้้าคลองนารายณ์ และ คลองสระบาป ไหลลงมาจากเขาสระบาป ลงไปเชื่อมกับแม่น้้าจันทบุรี เส้นทางน้้า เหล่านี้คงจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่ส้าคัญในอดีตอีกทั้งยังสร้างความอุดมสมบูรณ์ ในการเพาะปลูกท้าให้เกิดสภาพที่เหมาะสมอย่างมากในการตั้งชุมชนซึ่งน่าจะเป็น ชุมชนขนาดใหญ่ สันนิษฐานจากขนาดของเมืองโบราณ และปริมาณวัตถุที่พบ จ้านวนมาก และหลายยุคสมัย โบราณสถานเมืองเพนียดมีผังเมืองเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 1,000 เมตร ยาวประมาณ 2,000 เมตร แนวก้าแพง เมืองโบราณและคูน้้าเกือบทั้งหมดในปัจจุบันถูกเกลี่ยลงจนไม่สามารถสังเกตได้ เท่าที่หลงเหลืออยู่ เป็นแนวคันดินด้านทิศใต้ของเมือง มีความสูงราว 3เมตร มี ความยาวราว 50 เมตร ส่วนแนวก้าแพงเมืองด้านทิศเหนือเดิมถูกถนนสุขุมวิทตัด ผ่านบางส่วน พื้นที่ภายในเมืองโบราณปัจจุบันเป็นบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยด้านทิศตะวันออกของเมืองพื้นที่ส่วนใหญ่มีการขุดยกร่องเพื่อท้าสวนผลไม้ ส่วน ที่ลุ่มบริเวณด้านทิศตะวันตกเป็นพื้นที่ท้านา โดยถัดจากแนวก้าแพงเมืองด้านทิศ ตะวันตกออกมาจะเป็นที่ลุ่มต่้ามากเช่นบริเวณบ้านศาลาแดง ในหน้าน้้าจะมีน้้า ท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง หลักฐานที่พบ 1. พบจารึกเพนียด 1 ขนาดกว้าง 49 ซม. สูง 47 ซม. หนา 16.5 ซม. ท้าด้วยศิลาทราย จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ ภาษา สันสกฤตและเขมร ปัจจุบันอยู่ที่หอพระสมุดวชิรญาณ กองหอสมุดแห่งชาติ


กรุงเทพมหานคร 2. โบราณวัตถุ เป็นหินแกะสลัก เป็นรูปและลวดลายต่าง ๆ เช่น ราหูอมจันทร์ เทวรูปหรือรามสูรย์ และเศษถ้วยชามต่าง ๆ ปัจจุบันเก็บไว้ที่วัดทอง ทั่ว เส้นทางเข้าสู่เมืองเพนียด จากตัวเมืองจันทบุรีไปตามถนนสุขุมวิท (ทางหลวง หมายเลข 3) ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านเพนียดและวัดทองทั่ว ประมาณ 1 กิโลเมตร โบราณสถานเมืองเพนียดจะอยู่ห่างจากวัดทองทั่วไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 300 เมตร 21. ทับหลังที่บ้านเพนียดกับที่วัดโบสถ์ เมืองเพนียดหรือเมืองกาไวเป็นเมืองโบราณในจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันตั้งอยู่ ในพื้นที่ต้าบลคลองนารายณ์ อ้าเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เชิงเขาสระบาป ติดล้าน้้าสาขาซึ่งไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทย ลักษณะผังเมืองคล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี คันดินล้อมรอบ พื้นที่ราว 1,600 ไร่ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 18 พบหลักฐาน จารึก จ้านวน 3 หลัก คือ 1. จารึกวัดทองทั่ว – ไชยชุมพล (อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12) 2. จารึกเพนียด 1 (อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15) 3. จารึกเพนียด 52 (อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15) และหลักฐานมากมาย เช่น พระ หริหระแบบพนมดา (อายุราว พ.ศ.1080 – 1150) ทับหลังในสมัยต่างๆ โดยเฉพาะ แบบถาลาบริวัต (พ.ศ.1150) ซึ่งเป็นลักษณะทางด้านศิลปกรรมของวัฒนธรรมเขมร โบราณที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียอันเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ 12


22. ประวัติศาสตร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ อ.โปงน้้าร้อน อ.สอยดาว มี่ที่ใดบ้าง การศึกษาแบบแผนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณ อ้าเภอโป่งน้้าร้อน จังหวัดจันทบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาล้าดับสมัยทาง วัฒนธรรมในบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทุบรี มีการ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการส้ารวจแหล่งโบราณคดี จ้านวน 6 แหล่ง และจากการขุด ค้น จ้านวน 2 แหล่ง การก้าหนดอายุใช้วิธีการศึกษาเปรียบเทียบโบราณวัตถุ ลักษณะเด่น โดยน้าแหล่งโบราณคดีที่พบจากส้ารวจ แหล่งโบราณคดีบ้านคลอง บอนที่ด้าเนินการขุดค้น มาเปรียบเทียบกับแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี อ้าเภอพนัส นิคม จังหวัดชลบุรี การวิเคราะห์แบบแผนการตั้งถิ่นฐาน ใช้ปัจจัยทางด้านธรณี สัณฐานเป็นหลัก ผลการศึกษา พบว่าเมื่อประมาณ 6,000 ปีมาแล้ว มีคนก่อน ประวัติศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือหินกะเทาะ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวภายในถ้้า บน เขาหินปูนที่ลาดเชิงเขา ในบริเวณอ้าเภอโป่งน้้าร้อน ต่อมา เมื่อประมาณ 4,000 ปี มาแล้ว ยังมีการใช้พื้นที่ภายในถ้้าบนเขาหินปูนอยู่ แต่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ แผนการตั้งถิ่นฐาน มีการย้ายลงมาอยู่บนพื้นที่ราบลอนคลื่นและลอนชัน เป็นกลุ่ม ชนที่ใช้เครื่องมือหินขัด ภาชนะดินเผา รูปแบบการตั้งถิ่นฐานเป็นแบบเป็นกึ่งถาวร มีอายุร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี สมัยต่อมา ประมาณ 2,000 – 1,500 ปีมาแล้ว มีร่องรอยการใช้โลหะ พบว่ามีแบบแผนการตั้งถิ่นฐานในหลากหลายธรณี สัณฐาน ได้แก่ ที่ราบเชิงเขา ที่ราบลอนลูกคลื่นและลอนชัน และลานตะพักล้าน้้า ระดับต่้า ต่อมาสมัยประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐานมักจะพบในบริเวณลานตะพักล้า น้้าระดับต่้า


23. ประวัติบ้านหัววัง ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เมื่อได้เมืองจันทบุรีเป็นเมืองขึ้นแล้ว ต่อมามีการย้ายตัว เมืองเดิมที่เชิงเขาสระบาป ต้าบลคลองนารายณ์ มาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหัววัง ต้าบลพุงทลายเดิม(ปัจจุบันเป็นต้าบลจันทนิมิต) ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้้า จันทบุรี เหตุผลที่ต้องย้ายเมืองมาตั้งใหม่ เพราะเมืองเดิมอยู่ติดกับภูเขาสระบาป ยากที่จะขยายเมืองออกไปให้ใหญ่โตกว่าเดิมได้ และเมืองใหม่ที่บ้านหัววังนี้อยู่ใกล้ กับแม่น้้า สะดวกต่อการคมนาคมและหาน้้าใช้ หลักฐานการสร้างเมืองที่นี่คือ บริเวณนี้เดิมยังมีเค้าซากเมืองเก่าเหลืออยู่ และเคยมีผู้ขุดพบพระพุทธรูป หรือส่วน ของพระพุทธรูปในบริเวณบ้านหัววัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2511-2512 ก็มีผู้ขุดพบ ส่วนของพระพุทธรูปอีก ทางทิศเหนือของที่ดินที่ก่อสร้างเป็นศูนย์การค้าในเขต ต้าบลจันทนิมิต 24. ท้าไมเรียกว่าบ้านหัวแหลม บ้านหัวแหลม ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เป็นพื้นที่ยื่นสู่ท้องทะเล เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ อยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมงบ้านหัวแหลม ได้หา เลี้ยงชีพด้วยการออกเรือหาปลามาตั้งแต่อดีต ประวัติของเจดีย์บ้านหัวแหลม ซึ่ง เป็นเจดีย์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวประมง...


25. ชองเมืองจันทบุรีมีที่ใดบ้าง เขาสระบาป จันทบุรีเริ่มมีการตั้งเมืองครั้งแรก หน้าเขาสระบาป ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ? ชาวชอง? หรือชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร? เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้ง รกรากอยู่ในป่าฝั่งตะวันออก บริเวณจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด โดยเฉพาะ บริเวณรอยต่อจันทบุรี-ตราด ซึ่งเป็นแหล่งของป่าและสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์ ใน สมัยก่อนชาวชองด้ารงชีพด้วยการเก็บของป่าออกมาขาย แต่ในปัจจุบันพื้นที่ป่าลด น้อยลงเพราะถูกหักร้างเพื่อท้าสวน ท้าไร่ ถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน ตลอดจนการเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พรานป่าอย่างชาวชองจึงต้อง เปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นแรงงานในเมือง บางส่วนกลายเป็นชาวนาชาวไร่ ชุมชนของ ชาวชองในปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นบริเวณบ้านคลองพลู กิ่งอ้าเภอเขาคิชฌกูฏ 26. อัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่วัดทองทั่วจริงหรือ ไม่จริง 27. เพนียดเมืองโบราณ ขอมปกครองใช่หรือไม่ ใช่


28. วัดโบสถ์เมือง ประวัติความเป็นมาอย่างไร วัดโบสถ์เมือง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้้า จันทบุรีในต้าบลตลาด อ้าเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี วัดโบสถ์เมือง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2395 และน่าจะสร้างขึ้นมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยสังเกตจากใบเสมาหินทรายขาว อุโบสถ และเจดีย์ทรงลังกา นอกจากนี้ยังมีการค้นพบทับหลังอันเป็นศิลปะบาปวนตอน ปลาย พ.ศ. 1510–1630 รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว 29. เครื่องปั้นดินเผาที่โป่งน้้าร้อน ยุคใด ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 30. พบโครงกระดูกมนุษย์ที ต.โป่งน้้าร้อน อ.โป่งน้้าร้อน ยุคใด ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ........................................................... ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ต่างๆ


Click to View FlipBook Version