The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติท้าวสุรนารี(คุณหญิงโม) (ฉบับปรับปรุง)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharaphan.prasan, 2022-11-04 09:25:44

ชีวประวัติท้าวสุรนารี(คุณหญิงโม) (ฉบับปรับปรุง)

ชีวประวัติท้าวสุรนารี(คุณหญิงโม) (ฉบับปรับปรุง)

ชวี ประวตั ิทา้ วสรุ นารี (คณุ หญงิ โม) (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

23 มีนา วันแหง่ ชัยชนะ ท้าวสรุ นารี
วรี สตรี เมอื งโคราช แสนกลา้ หาญ
ไทยทงั้ ชาติ ลว้ นยกยอ่ ง มาชา้ นาน
สรา้ งผลงาน กอู้ สิ รภาพ เพื่อชาตไิ ทย
ปี 2369 ประวตั ศิ าสตร์ ไดจ้ ารกึ
ถงึ การศกึ จากเวียงจนั ทน์ นัน้ ยิง่ ใหญ่
เจา้ อนุวงศ์ ยดึ โคราช ลาวกาชยั
มากปจั จยั ไทยพา่ ยแพ้ ไรป้ อ้ งกัน
กองทัพลาว ยดึ นคร ราชสมี า
บงั เอญิ วา่ ทา่ นเจา้ เมอื ง ไปขขุ นั ธ์

คณุ หญิงโม เมยี เจา้ เมอื ง วางแผนพลนั
หญงิ พรอ้ มกัน มอมเหลา้ ลาว เมาเปน็ เบอื
ถงึ เวลา เขา้ เข่นฆา่ ลาวอลหมา่ น
เปน็ ตานาน ความกลา้ หาญ นางบญุ เหลอื
โยนคบไฟ ใสด่ นิ ปนื ลาว อยา่ งเหลือเชอ่ื
เปน็ เร่ืองเหนือ ความคาดหมาย ลาววายชนม์
ทงุ่ สมั ฤทธิ์ ลาวพา่ ยแพ้ ทงั้ กองทพั
ลาวยอ่ ยยบั แพห้ ญงิ ไทย นคี่ อื ผล
เหลา่ ชาวไทย ร่วมเขน่ ฆ่า ลาวทกุ คน
ลาวอบั จน หนสี บั สน พา่ ยแพไ้ ป
พระนง่ั เกลา้ ฯ ทรงทราบเรอ่ื ง คณุ หญิงโม
เรอ่ื งอกั โข วางแผนการ ลา้ สมัย
แตง่ ตง้ั ยศ ทา้ วสรุ นารี ให้เกริกไกร
ยอดหญิงไทย ใจนักสู้ กบู้ า้ นเมอื ง
ในทกุ ปี มจี ดั งาน นอ้ มราลึก
เพ่ือสานกึ บญุ คญุ ไว้ ใหล้ อื เลอื่ ง
ท้าวสรุ นารี เมอื งโคราช นามกระเด่อื ง
ไทยรงุ่ เรอื ง เพราะหญงิ ไทย มาชา้ นาน

...........................................................................

ประสาร ธาราพรรค์ รอ้ ยกรอง

ประวตั ทิ า้ วสรุ นารี (คณุ หญงิ โม)

ท้าวสุรนารี วีรสตรีไทย วีรกรรมของท่านยังเป็นท่ีกล่าวขานมาจวบจน
ปัจจุบันอีกทั้งเป็นที่เคารพศรัทธาย่ิงของชาวนครราชสีมา และประชาชนชาว
ไทย ทกุ วนั ท่ี 23 มนี าคม ของทกุ ปอี นั เป็นวนั ท่ีจารกึ ในประวตั ิศาสตร์ชาติไทย
วา่ เป็นวนั แห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ทมี่ ีชยั ชนะขับไล่กองทัพของเจ้าอนุวงศ์
แหง่ เวียงจันทนไ์ ด้ ในวรี กรรมทงุ่ สมั ฤทธ์ิ เมอ่ื ปี 2369

ท้าวสุรนารี(คุณหญิงโม) หรือที่ชาวโคราชเรียกกันอย่างติดปากว่า
“ย่าโม” คุณงามความดีของท่านเป็นที่ประจักษ์อยู่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย
และได้รับพระมหากรุณายกย่องมาต้ังแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 3 เป็นต้นมา

ทา้ วสุรนารี มีนามเดมิ ว่า "โม" (แปลว่า ใหญ่มาก) หรือ ท้าวมะโหโรง เปน็
ชาวเมืองนครราชสีมาโดยกาเนิด เกิดในตระกูลผู้ดีเก่าในสมัยพระเจ้ากรุง
ธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช เกิดเม่ือ ปีระกา พ.ศ. 2314 เป็นธิดาของ

นายก่ิมและนางบุญมา มีพี่สาวหน่ึงคนช่ือ แป้นนาผล ไม่มีสามี จึงอยู่ด้วยกัน
จนวายชนม์ มีน้องชายหน่ึงคน ชื่อ จุก (ภายหลังได้เป็นเจ้าเมืองพนมซร็อก
ต่อมามีการอพยพชาวเมืองพนมซร็อกมาอยู่ริมคูเมืองนครราชสีมาด้านใต้ จึง
เอาชื่อเมืองพนมซร็อกมาต้ังชื่อ บ้านพนมศรก ต่อมาเรียกเพ้ียนเป็นบ้านสก
อยหู่ ลงั สถานีรถไฟชมุ ทางถนนจิระจนทุกวนั น้ี)

วดั พระนารายณม์ หาราช (วัดกลางนคร) นครราชสมี า
คุณหญิงโม มีนิวาสถานอยู่ ณ บ้านตรงกันข้ามกับวัดพระนารายณ์
มหาราช (วดั กลางนคร) ทางทิศใต้ของเมอื งนครราชสีมา
เมื่อปี พ.ศ. 2339 โม เม่ืออายุได้ 25 ปี ได้แต่งงานสมรสกับนาย
ทองคาขาว พนกั งานกรมการเมืองนครราชสมี า ตอ่ มานายทองคาขาว ได้เลื่อน
บรรดาศักด์ิเป็น "พระภักดีสุริยเดช" ตาแหน่งรองปลัดเมืองนครราชสีมา นาง
โม จึงได้เป็น คุณนายโม และต่อมา "พระภักดีสุริยเดช" ได้เล่ือนเป็น "พระยา

สุริยเดช" ตาแหน่งปลัดเมืองนครราชสีมา คุณนายโมจึงได้เป็น คุณหญิง
โม ชาวเมืองนครราชสีมาเรียกท่านท้ังสองเป็นสามัญว่า "คุณหญิงโม" และ
"พระยาปลดั ทองคา" คุณหญิงโมเป็นผู้มสี ตปิ ญั ญาหลกั แหลม เล่นหมากรุกเกง่
มีความชานาญในการขี่ช้าง ข่ีม้า มีม้าตัวโปรดสีดา และมักจะพาลูกหลานไป
ทาบญุ ท่ีวดั สระแก้วเปน็ ประจาเสมอ

รปู หลอ่ นางสาวบญุ เหลอื ถือคบเพลงิ
ท่านไม่มีทายาทสืบสายโลหิต ชาวเมืองนครราชสีมาท้ังหลายจึงพากัน
เรยี กแทนตัวคณุ หญงิ โมว่า “แม่” มีผู้มาฝากตวั เปน็ ลูก-หลานกบั คุณหญงิ โมอยู่
มาก ซึง่ เปน็ กาลงั และอานาจส่งเสรมิ คุณหญิงโมให้ทาการใด ๆ ได้สาเร็จเสมอ
หน่ึงในลูกหลานคนสาคัญที่มีส่วนร่วมกับคุณหญิงโม เข้ากอบกู้เมือง
นครราชสีมาจากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ คือ นางสาว
บญุ เหลอื

นางสาวบุญเหลือ เป็นบุตรีของ หลวงเจริญ กรมการผู้น้อยแห่งเมือง
นครราชสีมา ครอบครัวของหลวงเจริญ มีความใกล้ชิดสนิทสนม และเคารพ
นับถือ พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา และคุณหญิงโม เป็นอันมาก อีกทั้งพระ
ยาปลัดเมือง และคุณหญิงโม ไม่มีบุตร และธิดา จึงได้รัก และเอ็นดูนางสาว
บญุ เหลอื ดจุ วา่ เปน็ ลูกหลานแท้ ๆ

พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั

ในปี พ.ศ.2369 รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา้ เจา้ อย่หู ัว เจ้าอนุวงศ์
บุตรเจ้าศิริบุญสารผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้างและเวียงจันทร์ เจ้า
อนวุ งศ์ หรือเรียกกนั เป็นสามัญว่า เจา้ อนุ ตามท่ีกลา่ วถงึ ในพระราชพงศาวดาร
น้ี เป็นบตุ รพระเจ้าบญุ สาร เสด็จข้ึนครองนครเวยี งจนั ทน์ ต่อจากเจา้ อินทวงศ์
เป็นผู้มีความสวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ มาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล้านภาลัย ลงมาเฝา้ และรับทาราชการต่างๆ จนเป็นที่สนิทชิดชอบพระ
ราชอัธยาศัยจนมาถงึ สมัยรชั กาลท่ี 3 พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจ้าอยู่หวั ได้

ทรงโปรดให้ทรงจัดพระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพของพระราชบดิ าคอื
รัชกาลท่ี 2 บรรดาเจ้าเมืองประเทศราชหรือผู้แทนจะต้องเดินทางมาถวาย
บังคมพระบรมศพ เพ่ือเป็นการแสดงความเคารพและในครั้งนั้น เจ้าอนุวงศ์
(เจ้าเมืองเวียงจันทร์) ได้เดินทางมาถวายพระเพลิง พระบรมศพด้วยตนเอง
พร้อมผู้ตดิ ตามอกี มากมาย ในขณะ ท่พี านกั อยู่ใน กรุงเทพฯนัน้ พระเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 3) ทรงขอแรงให้ไพล่พลของเจ้าอนุวงค์ ให้ไปช่วยตัดไม่ต้นตาลท่ี
เมือง สพุ รรณบรุ ี ไม่จากัดจานวนเสร็จแล้วให้ลากเข็นมาที่ สมุทรปราการ เจ้า
อนุวงค์ได้ทาตามรบส่ังจนสาเร็จเป็นที่โปรดปราน จนทาให้ เจ้าอนุวงค์ทะนง
ตัวว่าเป็นคนโปรดของพระเจ้าอยู่หัว และเคยช่วยทาศึกกับพม่าท่ีเมืองเชียง
แสน 2362 ถงึ 2 คร้ัง และปราบพวกกบฎขา่ ท่ีเมอื งจาปาศกั ดิ์ ตอน จะทลู ลา
กลับ หน้าพระที่นั่ง เจ้าอนุวงศ์ได้ทูลขอครอบครัวชาวเวียงจันทร์ ที่เคยเป็น
เชลยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้า อยู่หัวไม่
ประทานเน่ืองจากทรงเห็นชาวลาวมาตั้งหลักแหล่งดีแล้ว ถ้ากลับไปจะไป
กอ่ ตงั้ เปน็ ปกึ แผ่นละก่อเหตุใหเ้ ดอื ดร้อนอีกในเมอื งไทย

อนสุ าวรยี เ์ จา้ อนวุ งศ์ ณ เมอื งเวียงจนั ทน์

เรื่องน้ีเปน็ เหตใุ หเ้ จ้าอนวุ งศ์มคี วามอัปยศ ตง้ั แตก่ ลบั ไปถงึ เมืองแล้วกต็ รกึ
ต ร อ ง ท่ี จ ะ คิ ด ก า ร เ ป็ น ก บ ฏ คิ ด ก า ร ใ ห ญ่ ย ก ทั พ ม า ป ร ะ ทุ ษ ร้ า ย เ ข้ า ม า ตี
กรุงเทพมหานคร จึงให้หาอุปราช ราชวงศ์ สุทธิสารกับท้าวเพ้ียขุนนางผู้ใหญ่
มาปรกึ ษาวา่ ทีก่ รงุ เทพฯเดย๋ี วน้ีมแี ต่เจ้านายเดก็ ๆ ขนุ นางผู้ใหญ่ก็น้อยตัว ฝีมือ
ทัพศึกกอ็ อ่ นแอ ทั้งเจ้าพระยานครราชสีมาก็ไม่อยู่ หัวเมืองรายทางก็ไม่มีท่ีกีด
ขวางการเป็นท่ีหนักหนาแล้ว ไม่ควรเราจะเป็นเมืองขึ้น ชาวอังกฤษก็มา
รบกวนอยู่เราจะยกทัพไปตเี อากรุงก็เหน็ จะไดโ้ ดยง่าย..."

หอพระแกว้ เวยี งจนั ทน์ ทท่ี รดุ โทรมลงเม่อื คราวศกึ เจ้าอนวุ งศ์
ภาพลายเสน้ วาดโดย เดอ ลาปอรท์

มีบันทึกเหตุการณ์ซ่ึงเป็นลางร้ายก่อนเจ้าอนุวงศ์จะยกกองทัพออกจาก
เมืองเวียงจันทน์ว่า "...เม่ือ ณ เดือน 6 ปีจออัฐศก (พ.ศ.2369) เวลากลางวัน
เกิดลมพายุใหญ่พัดช่อฟ้าใบระกา หอพระแก้วพระบางหลังคาเรือนอนุหักไป
เป็นอันมาก เรือนภรรยาอนุทลาย 5 หลัง แต่เรือนราษฎรชาวบ้านหักพัง

ประมาณ 40 -50 หลัง ครั้นมาถึงเดือน 11 ขึ้น 14 ค่า 15 ค่า เจ้าอนุวงศ์ยัง
เกณฑ์กองทัพอยู่น้ัน บังเกิดดาวพฤหัสบดีขึ้นทางทิศทักษิณเมื่อเวลาดึก
ประมาณ 2 ยามเศษ เกิดแผ่นดินไหวที่เมืองเวียงจันทน์ ถ้วยชามส่ิงของ
รูปพรรณกระทบกัน คร้ันรุ่งสว่างข้ึนเห็นแผ่นดินแยกออกในกาแพงท้ายเมือง
ยาวประมาณ 2 วา กว้างประมาณศอกเศษ ลึกประมาณเส้นเศษ เจ้าอนุวงศ์
เห็นดังน้ัน จึงหาโหรมาดูว่าดีหรือร้ายประการใด จะยกกองทัพลงไปตีกรุงจะ
ปราชยั หรือมชี ัย โหรทานายวา่ เหตุนี้ร้ายนกั จะปราชัย..."แม้โหรทานายเช่นน้ัน
แต่เจ้าอนุวงศ์ก็ยังคงมุ่งม่ันที่จะยกทัพมาตีกรุงเทพฯ เจ้าอนุวงศ์เองน้ันเกณฑ์
กองทัพเมอื งเวยี งจันทน์ ยกขา้ มแม่น้าโขงมาตง้ั อยบู่ ้านพันพรา้ ว ฝึกหัดกองทพั
อยู่ ส่วนทัพหน้าให้เจ้าราชวงศ์คุมคนยกล่วงมาถึงเมืองนครราชสีมา หลังจาก
เบิกเสบียงจากเมืองนครราชสีมาแล้วก็ยกทัพล่วงหน้าไปเมืองสระบุรี จากนั้น
เจา้ อนุวงศ์กบั เจ้าสทุ ธิสารราชบุตรกย็ กทพั ตามลงมาถึงเมอื งนครราชสมี า

การเตรียมกาลังเข้ามาตีกรุงเทพฯ ครั้งน้ันเจ้าอนุวงศ์ได้ไปเกลี้ยกล่อม
บรรดาหัวเมืองต่างๆ ให้เข้าร่วมด้วย เจ้าเมืองใดขัดขืนก็ฆ่าเสีย มีเจ้าเมือง
กาฬสินธุ์ เป็นต้น ราษฎรและเจ้าเมืองอื่นๆ พากันกลัวอานาจยอมเข้าด้วย

หลายเมือง เมื่อเห็นว่ามีกาลังมากพอ ก็ให้ยกกองทัพไปพร้อมกันท่ีเมือง
นครราชสมี า

เจ้าอนุวงศ์ใช้อุบายหลอกลวงเจ้าเมืองตามรายทาง โดยปลอม ท้องตรา
พระราชสีห์ ว่า ไทยขอให้เจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาช่วยรบกับอังกฤษ ซึ่งยกทัพเรือ
จะมาตีกรุงเทพๆ จึงไม่มีผู้ใดขัดขวางวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2369 เจ้า
อนุวงศ์ยกทัพมาถึงเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านและ มีความอุดม
สมบูรณ์ ในขณะท่ีเจ้าพระยามหานครราชสีมา ไม่อยู่ และพระยาปลัดเมือง
นครราชสีมาไปราชการเมืองขุขันธ์ กองทพั เจา้ อนุวงศ์มาถงึ จึงเข้ายดึ เมอื ง ยดึ
ทรัพย์สินและให้เพี้ยรามพิชัยหรือพระยารามพิชัย กวาดต้อนชาวเมืองไปเป็น
เชลยศึก เดินทางกลับไปเวียงจันทร์ก่อน ส่วนเจ้าอนุวงศ์เดินทัพต่อไปยัง
สระบรุ เี พ่อื เข้ากรุงเทพๆในบรรดาเชลยศึกมคี ณุ หญงิ โมรวมอยดู่ ว้ ย คณุ หญงิ โม
เป็นหญิงที่ฉลาดหลักแหลมรู้ทันว่า เจ้าอนุวงศ์หลอกลวง คุณหญิงโมออก
อุบายให้ทหารเวียงจันทร์ ตายใจ โดยให้หญิงไทยที่ถูกต้อนเป็นเชลยยั่วยวน

หน่วงเหน่ียวทหารให้เดินทัพช้าลง วางแผนให้พวกผู้หญิง หลอกขอมีด จอบ
เสียม มาใชซ้ อ่ มเกวียนและทาอาหาร แท้จริงแล้วกลบั นามีด จอบ เสยี มนัน้ มา
ลอบตัดไมเ้ ปน็ อาวุธแอบซ่อนไว้

ระหว่างท่ีกองทัพเจ้าอนุวงศ์ และทหารลาว หยุดพักค้างแรมระหว่าง
เดินทางไปเวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เม่ือวันที่ 4
มีนาคม พ.ศ. 2369 คุณหญิงโม ร่วมกับ นางสาวบุญเหลือ และหลวงณรงค์
สงคราม หัวหน้าชาวเมือง ได้ใช้กลอุบาย โดยให้ชาวเมืองเลี้ยงสุราอาหารแก่
ทหารลาวท่ีควบคุมตัวมา เม่ือทหารเจ้าอนุวงศ์หลงกลกินเหล้าเมายาจนขาด
สตเิ กือบหมดกองทพั

23 มีนาคม 2369 เมื่อได้โอกาสอันเหมาะสมแล้ว กาลังชาวโคราชที่ทุ่ง
สัมฤทธิ์ทั้งชาย และหญิง ก็แย่งอาวุธโจมตีเข่นฆ่าทหารลาวจนล้มตายเป็น
จานวนมาก

ฝ่ายนางสาวบุญเหลือ ขณะน้ันอยู่ใกล้ท่ีพักของ เพี้ยรามพิชัย เม่ือได้ยิน
เสียงโห่ร้องก็ทราบทันทีว่าแผนการดังกล่าวได้เริ่มข้ึนแล้ว นางสาวบุญเหลือ
จึงได้โผตัวเข้าขว้าดาบของเพ้ียรามพิชัย โดยหมายฆ่าชีวิตให้ได้ แต่ไม่สาเร็จ
เพ้ียรามพิชัยว่องไวกว่าจึงฉวยดาบคืนไดไ้ ปเสยี กอ่ น นางสาวบญุ เหลอื กผ็ ละตวั
ถอยห่างออกมาทันที และว่ิงออกไปอย่างรวดเร็ว เพ้ียรามพิชัยว่ิงตามไป
นางสาวบุญเหลือคิดข้ึนได้ว่ามีเกวียนบรรทุกดินดาจอดพัก และอยู่ไม่ไกลถ้า
ทาลายได้ก็จะได้ผลตามคาสั่งคุณหญิงโม จึงวิ่งตรงไปยังกองไฟคว้าได้ฟืนจาก
กองไฟท่ีมีไฟตดิ อยู่ วง่ิ ตรงเขา้ หากองเกวยี นบรรทุกกระสนุ ดนิ ดา เพย้ี รามพชิ ยั
ซง่ึ ในมอื ถอื ดาบจวนเจียนจะถงึ นางสาวบญุ เหลือ นางจึงตัดสนิ ใจเอาดนุ้ ฟืนจุด
เขา้ ทีถ่ ุงดนิ ปนื ทาให้เกิดระเบดิ ขึน้ พรอ้ มกันในระยะเวลาอันสัน้ ทาให้นางสาว
บุญเหลอื เพี้ยรามพิชยั และผู้อน่ื ๆ ตลอดทง้ั พาหนะที่อยู่บรเิ วณนั้นแหลกสลาย
กนั หมดสนิ้

รปู หลอ่ หญงิ ชายชาวโคราชเขา้ รบศกึ กับกองทัพเวยี งจันทน์

ชวี ติ แมบ่ ญุ เหลือก็ดบั ลง ด้วยความเสียสละ ด้วยความรักชาติ ยิ่งกว่ารัก
ชีวิตตนเอง การตายของนางสาวบุญเหลือผู้นี้ จึงสมควรได้ถูกจารึกไว้ว่าเป็น
ยอดวีระสตรีอีกผหู้ นงึ่ เหตกุ ารณใ์ นครั้งนั้น นางสาวบุญเหลือได้เสียสละพลีชีพ
ด้วยการนาไม้ฟืนจากกองไฟ ว่ิงหลอกล่อทหาร ตรงไปยังกองเกวียน กระสุน
ดินประสิวของกองทัพทหารลาว จนเกิดการระเบิด แสงเพลิงแดงฉานไปท่ัว
ท้องท่งุ สมั ฤทธ์ิ ด้วยการตดั สนิ ใจดว้ ยปฏิภาณอนั หา้ วหาญ เดด็ เดี่ยวในวรี กรรม
ครั้งนี้ ของนางสาวบุญเหลือ ยังคงประทับแน่นอยู่ในความทรงจา ของ
ลกู หลานชาวนครราชสมี าตลอดไมร่ ้ลู ืม

ในหลักฐานร่วมสมัยอย่างจดหมายเหตุนครราชสีมาระบุบคาให้การขุน

โอฐบนั ทกึ ในใบบอกว่า "เวลาเชา้ ตรู่ พระยาปลัด พระยายกกระบัตร กรมการ
ต่างคนตา่ งยิงปนื คนละนัด พวกครวั กเ็ ขา้ ฟนั แทง ทง้ั พระสงฆ์ เถร เณร ผหู้ ญงิ
ในครัว หนุนโห่ร้องไล่อ้ายลาวแตก" และ คาให้การอ้ายพระยานรินทร์แม่ทัพ
ลาวท่ถี ูกจบั อา้ งพระราชดารสั เจ้าอนุวงศว์ ่า "อ้ายอนุบอกข้าพเจ้าว่าครัวเมือง
โคราชซึง่ ให้เพยี้ รามพชิ ัยคุมไพร่ 200 คนไปถึงบ้านสัมริด พวกครัวฆ่านายไพร่

ตายเสียหมดแล้ว ให้อ้ายสุทธิสารคุมไพร่ 2,000 คน มีปืน 200 บอกยกไปรบ
กับครัวโคราช ณ บ้านสาริด อ้ายสุทธิสารแตกหนีมา พวกครัวฆ่านายไพร่ตาย
เป็นอันมาก" มีการกล่าวถึงวีรกรรมของคุณหญิงโม ในเหตุการณ์ดังกล่าว ใน

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ 3 และ จดหมายเหตเุ ร่อื งปราบ
กบฏเวียงจนั ทน์

กรมพระราชวังบวรมหาศกั ดพิ ลเสพย์ พระยาราชสภุ าวด(ี สงิ ห์ สงิ หเสน)ี

ฝ่ายกรงุ เทพฯรู้ข่าวกองทัพเจ้าอนุวงศ์ช้ากว่าท่ีควรจะเป็น เพราะกองทัพ
กรุงเทพฯได้ข่าวเมื่อกองทัพเจ้าอนุวงศ์มาต้ังมั่นที่นครราชสีมา และส่งกอง
ลาดตระเวนหาข่าวมาถึงสระบุรีแล้ว ซึ่งนับว่าใกล้กรุงเทพฯอย่างย่ิง เม่ือ
พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา้ เจ้าอยู่หัวทรงทราบข่าวศึกแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้
กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์เป็นแม่ทัพใหญ่ยกทัพจากสระบุรีขึ้นไป
และให้พระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี) ยกทัพไปทางอาเภอปักธงชัยแล้ว
ตรงไปสมทบกนั ทนี่ ครราชสมี า กองทัพท้งั 2 สามารถตีทพั ลาวแตกพ่ายไป

ส่วนเจ้าอนุวงศ์และครอบครัวหลบหนีไปพึ่งเวียดนาม เม่ือยึดเวียงจันทน์
ไดแ้ ล้ว กรมพระราชวงั บวรฯ โปรดใหส้ รา้ งเจดยี ์ปราบเวียง และให้พระยาราช
สุภาวดีกวาดครัวเวียงจันทน์ พร้อมทั้งอัญเชิญพระบาง พระแทรกคา พระฉัน
สมอ พระเสริม พระสุก พระใส พระแก่นจันทน์ พระเงินหล่อ พระเงินบุ พระ
สรงนา้ และพระพทุ ธรปู ศลิ าเขยี ว (พระนาคสวาดเิ รอื นแกว้ ) มากรงุ เทพฯ ด้วย
พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เล่ือนพระยาราชสุภาวดี
เปน็ เจ้าพระยาราชสภุ าวดี ท่ีสมหุ นายก

ใน พ.ศ. 2370 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีกลับไปตีเมือง
เวยี งจนั ทน์อีกเพ่อื ทาลายเมอื งเวียงจนั ทนใ์ ห้ส้นิ พระยาพิชัยสงครามคุมทหาร
300 นาย ข้ามแมน่ ้าโขงไปดลู าดเลาได้ความว่าจักรพรรดิเวียดนามให้ข้าหลวง
พาเจ้าอนุวงศ์และเจ้าราชวงศ์กลับมาขอสวามิภักด์ิฝ่ายไทยอีกคร้ัง ครั้นรุ่งขึ้น
เจ้าอนุวงศ์และเจ้าราชวงศ์กลับยกพวกเข้าโจมตีทาร้ายทหารไทยล้มตายเป็น

อันมาก เจา้ พระยาราชสุภาวดเี หน็ พวกเวยี งจันทน์ตามมาไล่ฆ่าฟันถึงชายหาด
หน้าเมอื งพนั พรา้ ว ก็ทราบว่าเกิดเหตุร้าย จึงขอกาลังเพิ่มเติมจากเมืองยโสธร
เจ้าอนุวงศ์ให้เจ้าราชวงศ์นากาลังพลข้ามตามมาและปะทะกับทัพไทยที่บ้าน
บกหวาน แขวงเมืองหนองคาย เกิดการตอ่ สู้กนั ถึงข้นั ตะลมุ บอน แมท่ พั ทงั้ สอง
ฝา่ ยได้รบกนั ตัวตอ่ ตัวจนถงึ ขน้ั บาดเจ็บ ผลปรากฏว่าฝ่ายเจ้าราชวงศล์ า่ ถอยไป
กองทัพเจ้าพระยาราชสุภาวดีจึงได้เร่งติดตามกองทัพลาวไปจนถึงเมืองพัน
พรา้ วก็ปรากฏว่ากองทพั ลาวขา้ มแมน่ า้ โขงไปแลว้

เจ้าอนวุ งศถ์ กู จบั กมุ ส่งตวั มากรงุ เทพฯ
ด้านเจ้าอนุวงศ์เห็นเหตุการณ์เป็นดังน้ันก็คิดว่าจะสู้ไม่ได้แน่ จึงพา
ครอบครัวหนีไปพึ่งเวียดนามอีกครั้ง แต่เจ้าน้อยเมืองพวนก็ได้จับกุมตัวเจ้า
อนุวงศ์กับครอบครัวส่งมาท่ีกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯ ให้เอาตัวเจ้าอนุวงศ์ใส่กรงเหล็กประจานไว้หน้า พระที่นั่ง
สุทไธสวรรย์ หลังจากน้ันไม่นานเจา้ อนุวงศ์ก็สิน้ พระชนม์ สริ ิพระชนมายไุ ด้ 61
พรรษา นับเวลาในการเสด็จครองราชยไ์ ด้ 23 ปี หลังจากนัน้ เปน็ ตน้ มา กไ็ มไ่ ด้
มีการโปรดเกล้าฯให้แต่งตั้งพระองค์ใดเลยในราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์
ขึ้นมาเป็นกษัตริย์แต่อย่างใด ส่วนกรุงเวียงจันทน์นั้นได้ถูกทาลายจนไม่เหลือ

สภาพของเมืองหลวง คงเหลือวัดสาคัญเพียงไม่ก่ีวัด เช่น วัดพระแก้ว และวัด
สีสะเกดเท่านั้นหลังจากเจ้าอนุวงศ์ส้ินพระชนม์อาณาจักรล้านช้างก็ถึงกาล
อวสานสน้ิ สดุ ลงในท่ีสดุ

วีรกรรมท่คี ณุ หญงิ โม ไดป้ ระกอบข้ึนท่ีทุ่งสัมฤทธิ์คร้ังนี้เมื่อความทราบไป
ถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
สถาปนาคุณหญิงโม ข้ึนเป็น ท้าวสุรนารี เมื่อ วันท่ี 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370
เม่ือคุณหญิงโมมอี ายุได้ 57 ปี พรอ้ มกบั พระราชทานเครื่องยศอย่างสมเกยี รติ

กอู่ ัฐทิ า้ วสรุ นารี วดั พระนารายณม์ หาราช

ท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2395 (เดือน 5 ปี
ชวด จัตวาศก จศ. 1214) สิรริ วมอายุได้ 81 ปเี มอื่ ทา้ วสุรนารี ถงึ แกอ่ สัญกรรม
เม่ือปีพุทธศักราช 2395 อายุ 81 ปี เจ้าพระยามหิศราธิบดีผู้เป็นสวามี ได้
ฌาปนกจิ ศพ และสร้างเจดีย์บรรจอุ ฐั ิไว้ ณ วดั ศาลาลอยซ่งึ ท้าวสุรนารีได้สร้าง
ไว้

สถปู บรรจอุ ฐั ทิ ้าวสุรนารี

เม่อื เวลาผา่ นไปเจดียช์ ารุดลง พลตรีเจ้าพระยาสิงหเสนี (สอาด สิงหเสนี)
คร้ันเม่ือยังเป็น พระยาประสิทธิศัลการ ข้าหลวงเทศาภิบาล ผู้สาเร็จราชการ
เมืองนครราชสีมา องคมนตรี และรัฐมนตรี ได้บริจาคทรัพย์สร้างกู่ขนาดเล็ก
บรรจุพระอัฐิท้าวสุรนารีขี้นใหม่ท่ีวัดกลาง (วัดพระนารายณ์มหาราช) สร้าง
เสร็จเม่ือวันท่ี 7 มิถุนายน ร.ศ.118 (พ.ศ. 2442)

พระยากาธรพายัพทศิ (ดสิ อินทรโสฬส)
ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั นครราชสีมา

พระยากาธรพายพั ทิศ (ดสิ อนิ ทรโสฬส) ผู้วา่ ราชการจงั หวดั นครราชสีมา
นายพันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) ผู้บังคับการมณฑลทหารบก
ท่ี 5 พร้อมดว้ ยขา้ ราชการ และประชาชนชาวนครราชสมี า ได้พร้อมใจกนั สรา้ ง
อนสุ าวรีย์ทา้ วสรุ นารีด้วยสมั ฤทธ์ิ

ศาสตราจารย์ ศลิ ป์ พรี ะศรี พระเทวาภนิ มิ มิต(ฉาย เทยี มศิลปไชย)
ทางกรมศิลปากรได้มอบให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ
ร่วมกับ พระ เทวาภินิมมิต (ฉาย เทียมศิลปไชย) ประติมากรเลื่องช่ือใน
สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ท้ังได้อัญเชิญอัฐิของท่านนามาบรรจุไว้ท่ี
ฐานรองรบั และประดิษฐานไว้ ณ ทีห่ น้าประตชู มุ พล

ประตชู มุ พลในอดตี

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหล่อด้วยทองแดงรมดา สูง 1.85 เมตร หนัก 325
กโิ ลกรัม ตง้ั อยูบ่ นฐานไพที ส่เี หล่ียมย่อมุมไม้สิบสองซ่ึงบรรจุอัฐิของท่าน แต่ง
กายด้วยเคร่ืองยศท่ีได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รชั กาลที่ 3 นุ่งผ้าจบี ยกทองคาดเขม็ ขดั หม่ สไบเฉยี งบ่า สวมตมุ้ หู สวมตะกรุด
พิสมรมงคล 3 สายทับสไบ นิ้วก้อยนิ้วนางท้ังสอง สวมแหวนน้ิวละวง มือขวา
กุมดาบ ด้ามดาบจาหลักลายสอดอยู่ในฟักจาหลักลาย ปลายจรดพื้น มือซ้าย
เท้าสะเอวหันหน้าเฉยี งซ้ายเล็กน้อย ก้มหน้าหน่อยๆ มาทางทิศตะวันตก ทาง
กรุงเทพฯ นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรี คนแรกของประเทศ เร่ิม
ก่อสร้างในปี 2476 แล้วเสร็จ และ มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์เม่ือวันท่ี 15
มกราคม พ.ศ. 2477

เมือ่ วนั ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2524 เวลา 14.00 น.
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ นี าถ ไดเ้ สด็จพระราชดาเนนิ วางพวงมาลา

ณ อนสุ าวรยี ท์ า้ วสุรนารี

“ทา้ วสรุ นารี เป็นผ้ทู เ่ี สียสละเพ่ือให้ประเทศชาตไิ ดอ้ ย่รู อดปลอดภัยควรท่ี
อนุชนรุน่ หลัง จะไดร้ ะลกึ ถึงคุณงามความดีของทา่ นบา้ นเมอื งทกุ วนั นเ้ี ปน็ สง่ิ ท่ี
ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคีรู้จักหน้าท่ี ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการความเรียบร้อยความสงบ เป็นปัจจัย
สาคัญทาให้ชาติกลับปลอดภัยอีกคร้ังหนึ่งแม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและ
รอบโลก จะผันผวนและ ล่อแหลมมากแตถ่ ้าทุกคนเข้มแขง็ สามัคคี กล้าหาญ
และเอ้อื เฟอ้ื ตอ่ กนั ชาติกจ็ ะมน่ั คง”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน เม่ือวันท่ี 5
เมษายน พ.ศ. 2524 เวลา 14.00 น. ณ อนุสาวรียท์ า้ วสรุ นารี

………………………………………………………………….

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

จารกึ ประวตั กิ ารสรา้ งอนสุ าวรยี ท์ า้ วสรุ นารี (หลงั อนสุ าวรยี ท์ า้ วสรุ นารี), เทศบาลนคร
นครราชสมี า, นครราชสมี า, 2530

จากเวยี งจนั ทนถ์ งึ บางกอกตามรอยเจา้ อนวุ งศ์ คล่ีปมประวตั ศิ าสตรไ์ ทย-ลาว
นติ ยสาร สารคดี ฉบบั ท่ี 291 พฤษภาคม 2552, หนา้ 138-141

จดหมายเหตุเรอ่ื งปราบกบฏเวียงจนั ทน์
ฐานขอ้ มลู บคุ คลสาคญั " ทา้ วสรุ นารี ", สานกั วทิ ยบรกิ าร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั

นครราชสมี า
ราชกจิ จานุเบกษา, ประกาศกรมศลิ ปากร เรอื่ ง กาหนดจานวนโบราณสาหรบั ชาติ,

เล่มท่ี 54, เลม่ ท่ี 2285
รายการพนิ จิ นคร ตอน นครราชสมี า...รากแหง่ นครายา่ โม ตานานของคนโคราช :

4 มกราคม พ.ศ. 2553 ทางทวี ไี ทย
หนงั สอื ตอ้ งหา้ ม. ฐานขอ้ มลู การเมอื งการปกครอง สถาบนั พระปกเกลา้ . สบื คน้

19 มกราคม 2556.
https://th.wikipedia.org/wiki/ทา้ วสรุ นารี
www.nakhonkorat.com/..
https://sites.google.com/.../prawati-thaw-sur-nari-ya-m.
deklearning.blogspot.com/
https://www.paiduaykan.com
https://www.museumthailand.com
kanchanapisek.or.th
deklearning.blogspot.com
https://www.koratcolla.com
ขอขอบคุณเน้อื หาภาพจากเวปไซตต์ า่ งๆ

……………………………………………….


Click to View FlipBook Version