The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชประวัติ รัชกาลที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharaphan.prasan, 2022-10-11 09:23:16

พระราชประวัติ รัชกาลที่ 3

พระราชประวัติ รัชกาลที่ 3

- พ.ศ. 2372 เจ้าพระยาราชสบภาวดี )สิงห์ สิงหเสนี( จับเจา้ อนบวงศ์ จัดส่งลง
มากรบงเทพฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็น เจ้าพระยาบดินทรเดชา ท่ีสมบห
นายก

- กาเนดิ สงฆ์ธรรมยตบ ิกนกิ าย
- โปรดเกล้าใหท้ าการสงั คายนาเป็นภาษาไทย
- ทรงบรู ณปฏิสงั ขรณว์ ัดวาอารามหลายแห่ง และสร้างวัดใหม่ คือ
วัดเทพธดิ าราม วัดราชนัดดา วัดเงลิมพระเกียรติ และวัดพระเชตบ
พนฯลฯได้ตง้ั โรงเรียนหลวง (วัดพระเชตบพน( ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อ
สอนหนังสอื ไทยแก่เด็กในสมยั นี้ และได้ถือกาเนิดนิกายธรรม
ยบติขึ้น โดยพระวชิรญาณเถระ )เจ้าฟ้ามงกบฏ( ขณะท่ีผนวชอยู่ได้
ทรงศรัทธาเลื่อมใสในจริยาวัตรของพระมอญ ชื่อ ซาย งายา
พทบ ธฺ วโส จึงได้ทรงอปบ สมบทใหม่ เม่ือ พ.ศ. 2372 ได้ตั้งคณะธรรม
ยบติขึ้นในปี พ.ศ. 2376 แล้วเสด็จมาประทับท่ีวัดบวรนิเวศวิหาร
และตงั้ เปน็ ศนู ย์กลางของคณะธรรมยตบ ิ
- พ.ศ. 2373พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงต้ังให้เจ้าพระยา
พระคลัง )ดศิ บนบ นาค( เปน็ ว่าท่ีสมหบ พระกลาโหม
- พ.ศ. 2374
- ทาการบูรณะวดั พระเชตพบ นวิมลมงั คลาราม ใช้เวลา 16 ปีในการ
สร้าง
- เกดิ น้าท่วมใหญ่ในพระราชอาณาจักร

- พ.ศ. 2375 ประธานาธิบดีแจคสัน แห่งสหรัฐอเมริกา ส่งเอ็ดมันต์ โร
เบริ ต์ เข้ามาขอเจรญิ พระราชไมตรที าการค้ากับไทย
- พ.ศ. 2376 ญวนเกิดกบฏ โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา
)สงิ ห์ สงิ หเสนี( เปน็ แมท่ ัพใหญ่ผู้สาเรจ็ ราชการไปรบกับญวน
- พ.ศ. 2377

หวย ก.ข.
- ออกหวย ก.ข. เปน็ คร้งั แรก
- ญวนได้สง่ พระอไบ ทยราชามาปกครองเขมร
- พ.ศ. 2378 เกิดภาวะเงนิ ฝดื เคอื ง
- พ.ศ. 2380 หมอบรัดเลย์ คดิ ตัวพิมพ์อกั ษรไทยข้ึนใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้
หมอหลวงไปหัดปลูกฝกี บั หมอบรดั เลย์
- พ.ศ. 2381 เกดิ กบฏ หวนั หมาดหลี ที่หัวเมืองไทรบบรี

- พ.ศ. 2382 ทรงประกาศห้ามสูบฝ่ิน เพ่ือส่งเสริมศีลธรรมในบ้านเมือง
และ มีการเผาฝ่ิน และ โรงยา ฝิ่น พร้อม มีการปราบอั้งย่ีซึ่งค้าฝิ่น
เหล่านัน้
- พ.ศ. 2385 หมอบรดั เลย์ พิมพป์ ฏทิ ินภาษาไทยขนึ้ เป็นครั้งแรก
- พ.ศ. 2386 เกดิ สรบ ิยบปราคาเตม็ ดวงขึ้นในวันท่ี 21 ธันวาคม พ.ศ. 2386
แนวคราสมดื พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง กรบงเทพฯเห็นเป็นชนิดบางส่วน
82%
- พ.ศ. 2389 ญวนขอหย่าทพั กบั เจา้ พระยาบดนิ ทรเดชา )สงิ ห์ สงิ หเสนี(
โปรดเกลา้ ฯ ให้สร้างโลหะปราสาทวดั ราชนัดดาราม
- พ.ศ. 2390 ทรงอภิเษกให้นักองค์ด้วงเป็นพระบาทสมเด็จพระนโรดม
หริรกั ษ์รามาธิบดีครองกรบงกมั พชู า
- พ.ศ. 2391 ญวนขอเจริญพระราชไมตรีดังเดิม กองทัพเจ้าพระยา
บดินทรเดชา )สงิ ห์ สงิ หเสนี( กลับกรงบ เทพฯ
- พ.ศ. 2392 มเี หตกบ ารณส์ าคญั ดังนี้

- กองทพั เจ้าพระยาบดินทรเดชา )สิงห์ สิงหเสนี( และ เจ้าพระยา
พระคลงั )ดิศ บนบ นาค( ปราบองั้ ยี่ ท่ี งะเชิงเทรา
- เกิดอหวิ าตกโรคระบาด มีคนตายมากกว่า 30,000 คน ซึ่งรวมถึง
เจา้ พระยาบดินทรเดชา )สิงห์ สิงหเสนี(
- พ.ศ. 2393 องั กฤษ และสหรัฐฯ ขอแก้สนธสิ ญั ญา
- พ.ศ. 2394 เสด็จสวรรคต เมือ่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394รวมพระชนมายบ
ได้ 64 พรรษา ดารงอยใู่ นราชสมบัติ 27 ปี

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวเสด็จสวรรคต

พระทน่ี งั่ จกั รพรรดมิ าน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จสวรรคต ณ พระท่ีน่ัง
จักรพรรดิมาน องค์ข้างตะวันตก เม่ือวันพบธ เดือน 5 ขึ้น 1 ค่า ตรงกับวันที่ 2
เมษายน พ.ศ. 2394 เวลา 8 นาฬิกา สริ พิ ระชนมายไบ ด้ 63 พรรษา 2 วัน รวม
เวลาท่ีทรงครองอยู่ในสิรริ าชสมบัตเิ ป็นเวลา 26 ปี 8 เดอื น มีพระราชบตบ ร 22
พระองค์ พระราชบบตรี 29 พระองค์ ทรงมิได้สถาปนาผู้ใดขึ้นเป็นพระบรม
ราชนิ ี คงมแี ต่เพยี งเจ้าจอมมารดา และสนมเอกเทา่ น้นั

พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

อยา่ งที่ทราบกันดวี า่ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3น้ัน
ทรงเป็นพระเชษฐา)พช่ี าย(ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล
ที่4 แต่ท้ังสองพระองค์น้ันไม่ได้ประสูติจากมารดาคนเดียวกัน ดังจะกล่าวคือ
รัชกาลที่3(พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าชายทับ( ทรงประสูติจาก พระสนม
เอก คือ เจา้ จอมมารดาเรยี มรัชกาลท่ี4(สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้ามงกบฎ(

ทรงประสูติจาก พระอัครมเหสี คือ สมเด็จพระนางเธอ เจ้าฟ้าบบญรอด เมื่อ
พระเจา้ อย่หู วั รชั กาลท่ี2ไดส้ วรรคตลงกเ็ กิดปัญหาขน้ึ เนอื่ งจากพระองค์มิได้ตั้ง
ผูใ้ ดใหเ้ ป็นรัชทายาทสืบราชบัลลงั ก์ แต่ตามกฎมณเฑียรบาลแลว้ พระราชโอรส
ท่ีประสูติจากพระอัครมเหสีย่อมมีศักด์ิและสิทธิ์เหนือพระราชโอรสทั้งปวง
ดังน้นั ราชบลั ลงั กค์ วรจะตกแก่พระจอมเกลา้ ฯ

ในขณะนั้นพระองค์ยังทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศบวกกับพระองค์ไม่
ค่อยมคี วามรเู้ กย่ี วกับราชการงานเมอื ง ตา่ งกบั พระนง่ั เกล้าฯถงึ จะเปน็ พระราช
โอรสที่เกิดจากสนมแต่ก็เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่อายบห่างจากพระจอม
เกล้าฯถึง17ปีเรียนรู้การค้าขายกับต่างชาติมีประสบการณ์ทางราชการงาน
เมอื งมากมาย จึงทาให้พระราชวงศ์และเสนาบดีมีขบนนางผู้ใหญ่ในราชสานักมี

มติเห็นชอบให้ถวายราชสมบัติแก่พระนั่งเกล้าฯ เป็นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี3
ตลอดการครองราชยน์ นั้ พระนงั่ เกล้าฯ พระองค์ทรงบริหารราชการแผ่นดินให้
มีความสงบรม่ เย็นมีการตดิ ต่อคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศเจรญิ รดบ หน้าไปด้วยดี ใน
ด้านส่วนพระองค์น้ัน พระองค์มิทรงมีพระภรรยาเจ้าและไม่สถาปนาผู้ใดให้
ดารงตาแหน่งพระอัครมเหสีตามโบราณราชประเพณีเลย เหมือนเป็นนัยว่า
พระองค์ต้ังพระทัยที่จะให้สายการสืบราชบัลลังก์กลับไปท่ีพระจอมเกล้าฯผู้มี
สทิ ธ์ิในการขนึ้ ครองราชย์มาแต่เดิม เพราะถ้าหากพระน่งั เกล้าฯทรงมีพระอัคร
มเหสี พระราชโอรสท่ีประสูติก็จะมียศเป็นเจ้าฟ้า จึงเกรงว่าพระจอมเกล้าฯ
อาจจะไม่มีสทิ ธใ์ นราชบัลลังกด์ ังนั้นเม่ือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จสวรรคตลง พระราชวงศ์และเสนาบดีจึงมีมติเห็นชอบให้ถวายราชสมบัติ
กลับคืนแก่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกบฎ จึงได้ให้สมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาประยรบ วงศ์ไปเขา้ เฝา้ กราบบงั คมทลู เชญิ เจา้ ฟา้ มงกฎบ ซง่ึ ขณะนนั้ ผนวช
อยู่ ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าอยู่หัวรัชการท่ี4 สืบต่อไปที่สาคัญทรงเป็น
พระเจา้ แผ่นดินท่ีไม่ยอมสวมมงกบฎ พระองค์ท่านรับพระมหามงกบฎไว้ แต่มิได้
สวม แต่ทรงมีรับสั่งว่า '' เก็บเอาไว้ให้เขา '' ซึ่งหมายถึง เจ้าฟ้ามงกบฎ )
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ) และได้รักษาวาจาสัตย์น้ี
ไว้ ตลอดรชั กาลของพระองค์ รวมทั้งไม่ยอมมีตาแหน่ง บรมราชินี คงมีแต่เจ้า
จอมเท่านั้น ทั้งน้ีเพ่ือมิให้มีการสืบราชสมบัติในสายของพระองค์ ซ่ึงแสดงให้
เห็นถึงคาสัตย์ ที่ว่า จะรักษาราชสมบัติไว้ให้เจ้าฟ้ามงกบฎ เม่ือพระองค์
ส้นิ พระชนม์แลว้ ) จากหนงั สือเหตบเกิดในแผน่ ดนิ (

"เหตใบ ดรชั กาลที่ 3 จงึ ไม่ทรงแต่งต้งั รัชทายาท"

รัชกาลท่ี 3 ไม่มีพระอัครมเหสี และไม่มีพระราชโอรสที่ประสูติแต่พระ
มเหสปี ระเดน็ อยทู่ ่ีวา่ "เหตใบ ดรชั กาลท่ี 3 จงึ ไมท่ รงแตง่ ตัง้ รัชทายาท"เน่ืองจาก
ทรงมพี ระราชอานาจโดยธรรมท่ีจะแต่งต้ังและมอบบรรดาศักด์ิให้กับพระราช
โอรสทั้ง 2 คือ พระองค์เจ้าโกเมน และพระองค์เจ้าอรรณพ ยกขึ้นก็สามารถ
กระทาได้ แต่พระองค์ทรงวางเงย มีผเู้ สนอความคิดเหน็ วจิ ารณ์ไวด้ งั นี้

1. ในฐานะพระราชบิดาย่อมต้องมีพระราชประสงค์ให้พระราชโอรสได้
เปน็ รัชทายาทตอ่ แต่อาจจะไม่แน่พระทยั ถงึ พระปรชี าสามารถในการ
ปกครองบ้านเมืองตอ่ ไป

2. อา้ งถงึ หนงั สอื พระราชดาริทางการเมอื ง กลา่ ววา่ "มิชชันนารีอเมริกนั
ช่ือ ยอน เทเลอร์ โจนส์ กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ให้พระราชโอรสองค์หนึ่งเป็นรัช
ทายาท แตข่ นบ นางทงั้ หลายไมเ่ ห็นชอบตามพระราชประสงค์"

หมอบรดั เล
3. ส่วนหมอบรัดเล มิชชันนารีชาวอเมริกัน ให้ความเห็นว่า "เหมือนว่า

พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา้ ฯ มพี ระราชประสงค์จะสละราชสมบัติให้
พระราชโอรสท้ังสองพระองค์ ทรงพระนามว่า พระองค์เจ้าโกเมน
และพระองคเ์ จ้าอรรณพ เพ่อื ใหท้ ้งั สองพระองคท์ รงครองราชย์สมบัติ
ร่วมกัน โดยพระน่ังเกล้าฯ ทรงเสด็จออกผนวช แต่เมื่อพระองค์นา
พระราชดารินไ้ี ปตรสั ปรึกษาขนบ นางระดบั สงู ขนบ นางจงึ กราลทูลวา่ ถา้
พระองค์สละราชบัลลังก์แล้ว ก็ยังมีพระบรมวงศานบวงศ์องค์อื่นที่
สมควรจะได้ข้ึนครองราชย์มากกว่าพระราชโอรสสองพระองค์ท่ีทรง
กลา่ วพระนาม.."หมอบรัดเลยังไดก้ ล่าวไว้อกี วา่ พระนัง่ เกล้าฯ ไม่ทรง

กล้าตัดสินพระทัย เกรงว่าจะเกิดความผิดพลาด จนกลายเป็น
สงครามกลางเมอื ง

4. ในส่วนชองจดหมายเหตบ เซอร์ แฮร่ีออด )เจ้าเมืองสิงคโปร์ ที่มาร่วม
สังเกตการณ์ดูสบริยบปราคาที่หว้ากอ( กล่าวว่า "พระบาทสมเด็จพระ
น่ังเกล้าฯ มีพระราชประสงค์ให้พระราชบบตรของพระองค์เป็นผู้รับ
ราชสมบตั ิ แตพ่ วกสกบลใหญ่ของทา่ นผูส้ าเรจ็ ราชการแผน่ ดนิ ทั้ง 2 คอื
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยบรวงศ์ )ดิศ( และสมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาพิชัยญาติ )ทัต( ได้ขัดต่อการท่ีจะทรงแต่งตั้งนั้น ."
จนเม่ือพระอาการพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ถึง
แก่พระชนม์มายบ ทรงโปรดให้พระยาราชสบภาวดี )โต กัลยาณมิตร(

และพระยาพพิ ัฒน์ )บญบ ศรี บรบ ณศริ ิ( เขา้ เฝ้า และทรงปรารถนาถงึ ผู้ที่
ดารงตาแหน่งพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปว่า "ถ้าพระองค์จะทรง
แตง่ ตั้งเจ้านายพระองคใ์ ดพระองค์หนึง่ ขึน้ เปน็ รชั ทายาทตามพระราช
หฤทยั แต่ขบนนางส่วนใหญ่ไม่พอใจเจ้านายที่พระองค์ทรงแต่งต้ังแล้ว
กอ็ าจจะทาให้เกดิ ความรา้ วงานไมส่ ามัคคีกนั ดังนั้นพระองคจ์ งึ มพี ระ
ราชดารัสสัง่ ให้เจา้ พระยาพระคลัง )ดิศ( พระยาศรีพิพัฒน์ )ทัต( และ
พระยาราชสบภาวดี )โต( ไปประชบมปรึกษากับบรรดาขบนนาง
ทั้งหลาย ถ้ามีความเห็นว่าเจ้านายพระองค์ใดมีพระคบณสมบัติ
ประกอบด้วย- วัยวบฒิปรีชา- รอบรู้ราชานบวัตร- เป็นศาสนูปถัมภก-
ยอยกพระบวรพบทธศาสนา- ปกป้องไพร่ฟ้า อาณาประชาราษฎร-
รักษาแผน่ ดินให้เป็นสบขเหล่าน้ีได้ ก็ให้ขบนนางทั้งหลายพร้อมใจกันยก
เจ้านายพระองค์นั้นข้ึนเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไป "ทั้งน้ีก่อนท่ี
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าฯ จะสวรรคต ในวันท่ี 11 กบมภาพันธ์
2393 ทรงมีพระราชดารัสเรียกให้ พระยาศรีสบริยวงศ์ )ช่วง( จางวาง
มหาดเลก็ เขา้ เฝ้า เพ่ือตรสั ถามขบนนางทงั้ หลายได้ลงความเหน็ กันหรือ
ยังว่า เจ้านายพระองค์ใดเป็นผู้สมควรจะได้ขึ้นครองราชย์ต่อจาก
พระองค์พระยาศรีสบริยวงศ์ )ช่วง( กราบทูลว่า เม่ือได้รับพระราช
กระแสพระบรมราชโองการแล้ว ต่างมีความเศร้าโศกเสียใจ แต่พระ
อาการประชวรนั้นหมอหลวง ยังคงสามารถรักษาให้หายได้ จึงยังไม่
เห็นความจาเป็นท่ีจะเลือกรัชทายาทในเวลาน้ันพระบาทสมเด็จพระ
นั่งเกล้าฯ โปรดให้พระยาศรีสบรยิ วงศ์ )ช่วง( ขยับเข้าใกล้องค์และทรง

อนบญาตให้ลูบพระวรกาย และมีพระราชดารัส ดังน้ี"..ร่างกายท่ีทรบด
โทรมถึงเพียงนี้แล้ว หมอเขาว่าจะยังหายอยู่ ไม่เห็นด้วยเลย การ
แผ่นดินไปข้างหน้า ไม่เห็นผู้ใดที่จะรักษาแผ่นดินได้ กรมขบนเดชเล่า
ท่านก็เป็นคนพระกรรณเบา ใครจะพูดอะไรท่านก็เชื่อง่าย จะเป็น
ใหญ่เป็นโตไม่ได้ กรมขบนพิพิธ เล่า ก็ไม่รู้จักการงาน ปัญญาก็ไม่
สอดคล้องไปได้ คิดแต่จะเล่นอย่างเดียว ที่สติปัญญาพอจะรักษา
แผ่นดินได้อยู่ ก็จะเห็นแต่ท่าน ฟ้าใหญ่ ท่านฟ้าน้อย ๒ พระองค์ ท่ี
รังเกียจอยู่ว่า ท่านฟ้าใหญ่ถืออย่างมอญ ถ้าเป็นเจ้าแผ่นดินก็จะให้
พระสงฆ์ห่มผ้าอย่างมอญเสียหมดท้ังแผ่นดินดอกกระมังท่านฟ้าน้อย
เล่ามีสติปัญญารู้วิชาการช่างและการทหารต่าง อยู่ แต่ไม่พอใจทา
ราชการ รักแต่การเล่นสนบกเท่านั้น เพราะงะนั้นจึงมิได้ทรงอนบญาต
กลวั เจ้านายข้าราชการเขาจะไม่ชอบใจ จึงโปรดอนบญาตให้ตามใจคน
ท้ังปวง สบดแต่จะเห็นสมควรพร้อมเพรียงกัน”คัดจากพระราช
พ ง ศ า ว ด า ร ง บั บ เ จ้ า พ ร ะ ย า ทิ พ า ก ร ว ง ศ์
และท้ายท่ีสบดแล้วก็เป็นไปตามพระราชโองการคือ ให้เหล่าเสนาบดี
ประชมบ คัดเลอื กอย่างพร้อมเพรียงกันเพราะการได้ขึ้นครองราชย์ด้วย
วิธอี เนกชนนิกรสโมรสรสมมติเป็นสง่ิ ท่สี งู คา่ และถกู ต้องสายเลอื ดตรง
หรืออ้อมไม่มีความหมายเท่าการได้รับมติของเจ้านายและขบนนาง
เพราะเป็นสงิ่ ที่องค์ปฐมใช้อบดช่องโหว่ของการแย่งชิงราชบัลลังก์สมัย
อยบธยา รัชกาลที่3 เองท่านก็ขึ้นครองราชย์ด้วยวิธียินยอมพร้อมใจ
ของขนบ นาง

ดงั นัน้ เหตผบ ลเรอ่ื งการไมต่ ้งั พระโอรสก็คือ
1. พระโอรสท่ีพอจะมีความสามารถคือ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์

สน้ิ พระชนมไ์ ปก่อน ไม่นับพระองค์เจ้าลักขนานบคบณ ซึ่ง รัชกาลที่ 3 โปรดมาก
กย็ ังไมไ่ ด้ทรงกรมและส้นิ พระชนม์ไปกอ่ นเช่นกัน

กรมหมื่นอัปสรสดบ าเทพ
2. เรื่องการตั้งพระมเหสี เน่ืองจากพระมารดาของกรมหมื่นอัปสรสบดา
เทพ และพระองค์เจ้าลักขนานบคบณ ได้เสียชีวิตไปก่อน ร. 3 ท่านก็ไม่ได้โปรด
เจา้ จอมมารดาคนไหนเป็นพเิ ศษ เพราะกรมหมนื่ อปั สรสบดาเทพ ดูแลเร่อื งฝ่าย
ใน หากยกเจา้ จอมมารดาสกั คนขน้ึ มา ก็จะไปแย่งหน้าทีข่ องพระธิดาคนโปรด

3. เหลือพระโอรสที่ทรงกรมและรับใช้ใกล้ชิด ได้แก่ พระองค์
อรรณพ หากดูงานกรมสังฆการีท่อี งค์อรรณพดแู ลก็ไมไ่ ดค้ บมฐานกาลงั การลอื
ว่าองค์อรรณพ อาจได้ขึ้นครองราชย์ ก็มาจากความหวาดระแวงของอีกฝ่าย
หนึ่ง จงึ ไมน่ ่าเช่ือถอื

เจ้าพระยาบดินทรเดชา
4. ขบนนางที่เป็นฐานอานาจของ ร. 3 คือ เจ้าพระยาบดินทรเดชา เจ้า
คณบ ผใู้ หญ่ได้เสียชีวติ ไปก่อนทา่ น 2 ปี จงึ ยงั เหลอื แต่สายบบนนาค ปลายรัชกาล
ได้เร่ิมเปลี่ยนเข็มทิศไปยังเจ้าฟ้ามงกบฎ เพราะจมื่นไวยวรนารถ )ช่วง( ท่านมี
ความนยิ มฝรง่ั ชาติองั กฤษเชน่ เดียวกัน

5. อังกฤษเริ่มแทรกแซงการเมืองไทย โดยเขียนข่าวลงหนังสือพิมพ์ฝร่ัง
ในสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะหลังจากเซอร์เจมส์บรูก ล้มเหลวในการเจรจา
เขาไดท้ ิ้งความเหน็ ไวว้ า่ จะรอการผลดั แผ่นดิน อังกฤษจึงทาทกบ วถิ ีทางเพือ่ ให้
แผ่นดินใหม่เป็นของเจ้านายองค์ใดก็ได้ท่ีนิยมฝรั่ง เร่ืองราวเก่ียวกับ ร. 3 ท่ี
ออกมาเป็นข่าวจึงให้ภาพว่าเป็นกษัตริย์หัวโบราณ ไม่ใช่ crown prince มา
แต่แรก และไมม่ อี านาจตัง้ ใครเปน็ ผสู้ ืบทอดได้ และภาพของเจา้ ฟ้ามงกบฎ และ
เจ้าฟา้ นอ้ ย กถ็ ูกทาใหด้ ีเลศิ เพราะหากเป็นสององค์น้ี ก็จะทาให้อังกฤษได้ผล
ประโยชน์

6.ความขัดแย้งในหมู่ขบนนาง ระหว่างกล่บมเช้ือสายจีนกับกลบ่มท่ีนิยมฝร่ัง
ในนโยบายเกี่ยวกับอังกฤษและผลประโยชน์ ฝ่ายจีนสนับสนบนให้แข็งข้อต่อ
อังกฤษ แต่ฝ่ายนิยมฝร่ัง ให้ประนีประนอม สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่กับ
บบตรชายอยู่ฝ่ายหลัง ส่วนฝ่ายจีนท่ีมีพระยาราชสบภาวดี)โต( และเจ้าสัว
ทั้งหลายยังมีฐานอานาจไม่พอ เมื่อฝ่ายบบนนาคหนบนให้ประนีประนอมกับฝรั่ง
เจา้ ฟ้ามงกบฎจึงเปน็ ทางเลือก

7. ความขัดแย้งในหมู่สงฆ์ ระหว่างนิกายเดิมกับธรรมยบติ ต้องมองย้อน
ในยบคน้ันว่า การทาให้สงฆ์แตกแยกน้ันเป็นเรื่องที่บาปมาก ร. 3 ท่านไม่อยาก
ได้ชื่อว่า มีส่วนสร้างบาปให้แก่ส่วนรวม ท่านได้มอบจีวร และขอให้กรม
พระปรมานบชิตฯ ประธานสงฆ์ นง่บ หม่ แบบเดิม กรมพระปรมาฯ ท่านกร็ ับไว้ห่ม
ทันที สิ่งน้ีมีส่วนทาให้วชิรญาณภิกขบ ต้องทาปฏิญาณที่จะไม่ทาให้สงฆ์
แตกแยก งะน้ันความเห็นของ ร. 3 เกีย่ วกบั เจ้าฟา้ มงกบฎจึงมีเหตผบ ลรองรับ

พระบาทสมเดจ็ นง่ั เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรบณาธิคบณต่อประเทศ
อยา่ งอเนกอนนั ต์ ด้วยเม่อื ทรงข้ึนครองสริ ิราชสมบัตติ ้องเผชญิ กบั ปญั หาตา่ ง
มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภัยคบกคามจากประเทศมหาอานาจตะวันตก ภาวะ
เศรษฐกิจตกต่า แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงแก้ไขปัญหาต่าง ให้ผ่านพ้น
ไปได้ด้วยดี จนฐานะของประเทศดีขึ้นอย่างมาก ทรงติดต่อค้าขายกับ
ตา่ งประเทศ ทาให้มรี ายไดเ้ ขา้ ประเทศอย่างมาก ทาให้มเี งินในการปฏิสังขรณ์
อารามตา่ ง ในส่วนการปอ้ งกนั ประเทศ ทรงทม่บ เทพระวรกายปกปอ้ งอิทธิพล
ท่ีเข้ามารบกรานประเทศทรงข้ึนครองราชย์สมบัติ ทรงได้ประกอบพระราช
กรณยี กจิ ดา้ นต่าง นาความเจรญิ มาสู่ประเทศชาติเปน็ อยา่ งยิง่

คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 31 มีนาคมของทบกปีเป็น วันระลึก
พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจา้ อยูห่ ัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า หรือ วันเจษฎา
บดินทร์ เป็นวันสาคัญของชาติ แต่ไม่ถือเป็นวันหยบดราชการ และเห็นชอบให้
ให้ถวายพระราชสมัญญาว่า “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” แปลว่า “พระเจ้า
แผ่นดนิ ผู้เป็นใหญ่”

.....................................................

แหลง่ ขอ้ มลู อ้างองิ

https://www.facebook.com
http://www.kingrama3.or.th
https://www.m-culture.go.th
https://www.pranangklao.go.th
http://www.resource.lib.su.ac.th
https://docs.google.com
https://siamrath.co.th
https://sites.google.com
https://th.wikipedia.org › wiki

ขอขอบคณบ ภาพและขอ้ มูลจากเวบ็ ไซตต์ า่ ง


Click to View FlipBook Version