The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปิยธิดา า., 2020-10-25 03:25:16

ilovepdf_merged (3)

ilovepdf_merged (3)

1



หัวข้อโครงงาน : สำรวจสำเหตุของผ้ปู ่วยเบำหวำน

ประเภทโครงงาน : โครงงำนสำรวจ

ผูน้ าเสนอโครงงาน : นำงสำวปิยธดิ ำ กันทะวัฒ ช้ันมธั ยมศึกษำปที ี่ 4/1 เลขที1่ 3

นำงสำวจุฬำรตั น์ มูลแดง ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ี่ 4/1 เลขท1ี่ 9

ครูท่ีปรกึ ษาโครงงาน : คุณครดู ลฤดี บุญยะรัตน์

ปกี ารศกึ ษา : 2563

บทคัดยอ่

จำกผลกำรสำรวจพบว่ำ ตรงกบั สมมติฐำนทตี่ ง้ั ไวค้ ือ คนในชมุ ชนบ้ำนโรงช้ำงจำนวน 50 คน พบว่ำมีผทู้ ่ี
ป่วยเป็นโรคเบำหวำนจำนวน 10 คนคิดเปน็ ร้อยละ 20 ผทู้ ่เี ป็นโรคเบำหวำนส่วนใหญม่ พี ฤตกิ รรมที่เป็นสำเหตขุ อง
กำรเกดิ โรคเบำหวำน คือ ผู้ปว่ ยส่วนใหญจ่ ะเป็นเพศหญงิ มรี ะดบั นำ้ ตำลในเลือดสงู เป็นเวลำนำน กนิ จกุ จิก(ชอบ
กนิ ของไม่มปี ระโยชน์ เชน่ ขนม ของทอด ของมนั ) เปน็ โรคอ่นื ๆก่อนจะเป็นโรคเบำหวำน รับประทำนอำหำรรสจดั
และมคี วำมเครยี ด/วิตกกังวล ซง่ึ สำเหตหุ ลกั ๆของกำรเป็นโรคเบำหวำนมำจำกกำรทผ่ี ู้ป่วยมรี ะดับน้ำตำลในเลอื ด
สงู เปน็ เวลำนำน อนั เนอ่ื งมำจำกกำรรับประทำนอำหำรทม่ี ีรสชำตหิ วำน ของทอด ของมนั หรือกำรกนิ จุกจกิ ดงั น้ัน
เพ่อื ลดสำเหตกุ ำรเกิดโรคเบำหวำนเรำควรหลีกเล่ยี งพฤติกรรมข้ำงต้น



กติ ตกิ รรมประกาศ

ในการทาโครงงานสารวจสาเหตขุ องผู้ปว่ ยเบาหวาน สาเรจ็ ลุร่วงดว้ ยความช่วยเหลอื อย่างดจี าก คณุ ครูดลฤดี
บญุ ยะรัตน์ ทค่ี อยให้คาปรึกษาเกี่ยวกบั โครงงาน ซงึ่ เปน็ ครูผสู้ อนจากกลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์ และใหค้ าปรกึ ษา
แนะนาเป็นอยา่ งดี และยังคอยช่วยเหลอื เรอื่ งอปุ กรณต์ า่ งๆ

ขอขอบคุณชาวบา้ น บา้ นโรงชา้ งท่ใี หค้ วามรว่ มมอื ในการสารวจ และความสนบั สนนุ ทาใหโ้ ครงงานประสบ
ความสาเรจ็ ขอขอบคณุ เพอ่ื นทกุ คนท่คี อยชว่ ยเหลอื ทงั้ หาขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู และขอบคุณกาลงั ใจดๆี จากผู้ท่ี
ความเมตตากรุณา เช่น บดิ า มารดา คุณครทู กุ ท่าน ทมี่ ีสว่ นผลกั ดันให้มีแรงบันดาลใจในการทจ่ี ะทาโครงงาน
สารวจสาเหตขุ องผปู้ ่วยเบาหวาน ซึ่งผจู้ ดั ทาโครงงานน้มี ีความซาบซงึ้ อย่างยงิ่ และขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

คณะผู้จดั ทา

สารบญั

เร่ือง หน้า
บทคดั ยอ่ ก
กิตติกรรมประกาศ ข
บทที่ 1ท่มี าและความสาคัญ 1
1
-ความเป็นมาและความสาคัญ 1
-วตั ถปุ ระสงค์ 1
-ปญั หา 1
-สมมติฐาน 1
-ขอบเขตการศึกษา 1
-ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ 2
บทที่ 2เอกสารทเี่ ก่ียวขอ้ ง 2-5
-เอกสารทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 6
บทท่ี3วิธีการดาเนนิ งาน 6-7
-วิธกี ารดาเนนิ งาน 8
บทท4ี่ ผลการดาเนินงาน 8-11
-ผลการดาเนินงาน 12
บทที่ 5สรุปผล 12
-สรปุ ผล 12
-ขอ้ เสนอแนะ 13
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

1

บทท่ี 1
บทนำ

ทม่ี ำและควำมสำคญั
สงั คมไทยในปัจจบุ นั มวี ิถชี วี ติ ทีต่ า่ งออกไปจากเดมิ ทงั้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเรอื่ งอาหาร

การกิน ซึ่งคนในสังคมมีการนาเทคโนโลยแี ละสง่ิ อานวยความสะดวกมาประกอบการทาอาหาร มกี ารรับ
วฒั นธรรมต่างชาตเิ ขา้ มาหลากหลายด้าน รวมถงึ เรื่องการกนิ จึงทาใหส้ งั คมไทยในปจั จบุ นั มีอาหารทีแ่ ปลกใหม่
หลากหลาย ทงั้ ของคาวและของหวาน ทง้ั มีประโยชน์และไมม่ ปี ระโยชน์ ซง่ึ อาหารการกนิ เปน็ สาเหตุหลกั ๆที่
ทาใหเ้ กิดโรคต่างๆ ซงึ่ หนงึ่ ในน้ันกค็ ือ โรคเบาหวาน
วัตถุประสงค์

1.เพื่อศึกษาท่มี อี ัตราการทาใหเ้ กิดโรคเบาหวานมากท่สี ุด
2.เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ วธิ กี ารลดอตั ราการเกิดโรคเบาหวาน
3.เพอ่ื ฝึกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรร์ วมถึงการทางานเป็นกลุ่ม
ปัญหำ
เนอ่ื งจากคนในทอ้ งถ่นิ เป็นโรคเบาหวานกนั เยอะ ซง่ึ มปี จั จยั มาจากหลายสาเหตุ จึงตอ้ งการหาสาเหตุ
ท่ที าใหเ้ กิดโรคเบาหวานเพื่อลดอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนในทอ้ งถิน่

สมมติฐำน
ถา้ สาเหตหุ ลกั ของการเกดิ โรคเบาหวานเกดิ จากการพฤติกรรมการรบั ประทานอาหารทไี่ มต่ รงเวลา

รับประทานอาหารทีไ่ ม่มปี ระโยชน์ ดังนัน้ จะมผี ปู้ ว่ ยเบาหวานท่มี พี ฤติกรรมดงั กล่าว คดิ เป็น ร้อยละ80
ขอบเขตกำรศกึ ษำ

ประชาชนที่อาศยั อยูใ่ นบ้าน โรงช้าง
ประโยชน์ที่คำดว่ำจะไดร้ บั

1.ไดท้ ราบถึงสาเหตุทีม่ อี ัตราการทาใหเ้ กิดโรคเบาหวานมากทสี่ ุด
2.ไดท้ ราบถึงวธิ กี ารลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน
3.ไดฝ้ ึกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรร์ วมถึงการทางานเป็นกลมุ่

2

บทที่ 2

เอกสำรและโครงงำนทเ่ี กีย่ ว

โรคเบำหวำน (Diabetes Mellitus: DM)
เปน็ ภาวะทีร่ า่ งกายมนี ้าตาลในเลือดสงู กว่าปกติ เนอ่ื งจากการขาดฮอร์โมนอินซลู ิน (Insulin) หรอื การ

ดื้อตอ่ ฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ สง่ ผลใหก้ ระบวนการดดู ซมึ นา้ ตาลในเลอื ดให้เป็นพลงั งานของเซลล์ในร่างกายมีความ
ผดิ ปกตหิ รอื ทางานไดไ้ ม่เตม็ ประสทิ ธิภาพ จนเกดิ นา้ ตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยใหร้ า่ งกายอยู่ใน
สภาวะนี้เปน็ เวลานานจะทาใหอ้ วยั วะต่าง ๆ เส่ือม เกดิ โรคและอาการแทรกซ้อนข้ึน
จากขอ้ มลู ของสหพนั ธเ์ บาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF) พบผปู้ ว่ ย
โรคเบาหวานทวั่ โลกราว 425 ลา้ นคนในปี 2560 และคาดการณ์วา่ จะมจี านวนผู้ป่วยด้วยโรคนม้ี ากถงึ 629
ล้านคนในปี 2588 สาหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เปน็
โรคเบาหวานร้อยละ 8.3 หรอื หมายความวา่ ใน 100 คน จะพบคนทปี่ ่วยเปน็ โรคเบาหวานประมาณ 8 คน
และจานวนมากกว่าครง่ึ ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน สถติ กิ ารพบผปู้ ่วยด้วยโรคน้ยี ังมจี านวนมากขึ้น
เร่ือย ๆ จนทาใหต้ อ้ งมีการรณรงค์อย่างตอ่ เนื่องถงึ ภัยร้ายของโรค เพราะเปน็ โรคเร้อื รงั ทรี่ ักษาไมห่ ายขาด มี
โอกาสเสีย่ งตอ่ โรคแทรกซอ้ นลุกลามใหญโ่ ตจนต้องสญู เสียอวยั วะท่ีสาคัญของรา่ งกาย ทางสหพนั ธ์เบาหวาน
นานาชาติ และองคก์ ารอนามยั โลก (WHO) จึงได้กาหนดใหว้ นั ท่ี 14 พฤศจิกายนของทกุ ปเี ป็นวันเบาหวานโลก
เพ่อื ให้ตระหนักถงึ ความสาคัญของโรคน้ี
ในปัจจบุ นั ประเทศไทยยดึ หลกั เกณฑ์ตามสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรฐั อเมรกิ าในการจาแนกผปู้ ว่ ย
โรคเบาหวานด้วยการตรวจปริมาณน้าตาลในเลอื ด หากผลการตรวจหลงั งดอาหารและเครอ่ื งดม่ื มีนา้ ตาลอยู่
กระแสเลือดไมเ่ กิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซลิ ิตร แสดงว่าระดบั นา้ ตาลในเลอื ดปกติ ทง้ั นีร้ ะดบั นา้ ตาลในเลือดยงั
บง่ บอกถงึ ภาวะเสย่ี งต่อการเป็นเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึง่ ผู้ทอี่ ยใู่ นกลมุ่ เสยี่ งต่อภาวะเปน็ เบาหวาน
สามารถพฒั นาการเกิดโรคเบาหวานประเภทท่ี 2 (เบาหวานท่เี กิดจากการทต่ี บั ออ่ นผลติ ฮอร์โมนอินซลู ินได้ไม่
เพยี งพอตอ่ การใช)้ โรคหวั ใจ และโรคหลอดเลอื ดในสมองในอนาคตไดง้ า่ ยขึน้

3

อำกำรของโรคเบำหวำน
โรคเบาหวานในระยะแรกจะไม่แสดงอาการผดิ ปกติ บางรายอาจตรวจพบโรคเบาหวานเมอื่ พบ

ภาวะแทรกซอ้ นข้ึนแลว้ อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนดิ อาจมคี วามคลา้ ยกนั ซงึ่ อาการท่ีพบสว่ นใหญ่ คือ
กระหายนา้ มาก ปากแหง้ ปสั สาวะบอ่ ย หวิ บอ่ ย นา้ หนกั ลดหรือเพมิ่ ผิดปกติ สายตาพรา่ มวั เห็นภาพไมช่ ดั
ร้สู ึกเหนอื่ ยง่าย มอี าการชาโดยเฉพาะมือและขา บาดแผลหายยาก เปน็ ต้น ทง้ั น้ี อาการของโรคเบาหวาน
ประเภทที่ 1 จะเกิดขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ ในขณะทโี่ รคเบาหวานประเภทท่ี 2 จะแสดงอาการแบบคอ่ ยเป็นค่อยไป
สว่ นโรคเบาหวานขณะตง้ั ครรภ์มักเกิดขน้ึ ในชว่ งอายคุ รรภป์ ระมาณ 24-28 สปั ดาห์ล
สำเหตขุ องโรคเบำหวำน

โรคเบาหวานมีหลายประเภท สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ เบาหวานประเภทท่ี 1 (Type
1 Diabetes) เกดิ จากตบั อ่อนไมส่ ามารถผลิตฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ ได้ เบาหวานประเภทท่ี 2 (Type 2 Diabetes)
เกิดจากการทต่ี ับออ่ นผลิตฮอรโ์ มนอินซูลินไดไ้ มเ่ พยี งพอตอ่ การใช้ หรือเกดิ ภาวะการดื้ออนิ ซลู นิ (Insulin
Resistance) และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) ซึ่งเป็นโรคเบาหวานทพ่ี ัฒนาขนึ้ ระหวา่ ง
การต้งั ครรภจ์ ากการเปลย่ี นแปลงฮอรโ์ มน โดยที่ผปู้ ่วยไมเ่ คยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน
นอกจากโรคเบาหวานทงั้ 3 ประเภทแลว้ ยังมโี รคเบาหวานทพ่ี บได้ไม่บ่อยอย่างโรคเบาหวานทเ่ี กิดจาก
กรรมพันธ์ุหรือแบบโมโนเจนกิ (Monogenic Diabetes) อีกทงั้ ยงั มโี รคเบาหวานจากสาเหตุอนื่ ๆ เชน่ การใช้
ยา หรือเกดิ จากโรคชนิดอ่นื อย่างโรคซสิ ตกิ ไฟโบรซสิ (Cystic Fibrosis) ด้วย

4

กำรวนิ ิจฉยั โรคเบำหวำน

แพทย์จะสอบถามอาการผ้ปู ว่ ย ประวัติการเจบ็ ปว่ ยของผู้ป่วยและของบคุ คลในครอบครัว และการ
ตรวจรา่ งกาย และทส่ี าคญั ต้องอาศัยการตรวจเลือด เพ่อื ดรู ะดับน้าตาลในเลอื ดเปน็ หลัก โดยมวี ธิ ีการวเิ คราะห์
ระดบั นา้ ตาลในเลอื ดหลายวิธี ไดแ้ ก่
การตรวจระดบั น้าตาลในเลอื ดเวลาใดกไ็ ด้ (Random/Casual Plasma Glucose Test)
การตรวจระดบั น้าตาลในเลือดหลงั อดอาหารอยา่ งนอ้ ย 8 ชั่วโมง (Fasting Plasma Glucose: FPG)
การตรวจนา้ ตาลเฉลย่ี สะสม หรือฮโี มโกลบนิ เอ วัน ซี (Hemoglobin A1c: HbA1c)
การทดสอบการตอบสนองของฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ ต่อระดบั นา้ ตาลในเลอื ด (Oral Glucose Tolerance Test:
OGTT)
หากผปู้ ่วยไม่มอี าการของโรคเบาหวานชดั เจน คือ หิวนา้ มาก ปัสสาวะบอ่ ยและมาก นา้ หนกั ตวั ลดลง โดยท่ไี ม่
มีสาเหตุ การตรวจดว้ ยวธิ ที ัง้ หมดข้างตน้ จาเปน็ ตอ้ งมีการตรวจซ้าอย่างนอ้ ย 1 ครง้ั ดว้ ยวธิ ใี ดวิธีหนึง่ อกี ครงั้ หน่งึ
เพอ่ื ยืนยนั ผลการวินิจฉยั
กำรรักษำโรคเบำหวำน

การรกั ษาผปู้ ่วยเบาหวานในประเภทท่ี 1 จาเป็นตอ้ งไดร้ บั ฮอรโ์ มนอนิ ซลู ินเข้าไปทดแทนในรา่ งกาย
ดว้ ยการฉดี ยาเป็นหลกั ควบคูไ่ ปกบั การคุมอาหารและออกกาลงั กายทเ่ี หมาะสม ในขณะท่ีโรคเบาหวาน
ประเภทท่ี 2 หากเปน็ ในระยะแรก ๆ สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารทเ่ี หมาะสม การออกกาลัง
และควบคมุ นา้ หนกั หากอาการไมด่ ขี ึ้น แพทยอ์ าจให้ยาควบคู่ไปดว้ ยหรือฉดี อินซลู ินเข้าไปทดแทนเช่นเดียวกับ
โรคเบาหวานชนดิ ที่ 1
สาหรับผูเ้ ปน็ โรคเบาหวานขณะต้งั ครรภ์ ควรเข้าฝากครรภ์กบั แพทยต์ งั้ แต่ในระยะแรก พรอ้ มท้ังควบคมุ อาหาร
ที่รบั ประทานและออกกาลังกายตามคาแนะนาของแพทย์
นอกจากน้ี ในกรณีทีผ่ ปู้ ว่ ยเกดิ แผลเบาหวานข้ึนทเ่ี ทา้ แพทยอ์ าจใหผ้ ้ปู ่วยใสอ่ ปุ กรณป์ อ้ งกันแผล เชน่ รองเทา้
สาหรับผู้ป่วยเบาหวาน เฝือก หรอื ผา้ พันแผล เป็นต้น หากแผลเรม่ิ มีลกั ษณะรุนแรงข้นึ แพทย์อาจวางแผนการ
รกั ษาตามเหมาะสมขึ้นอยู่กบั ระดับความรนุ แรงของแผลเบาหวานท่เี ปน็ ทง้ั นี้ หากรกั ษาแลว้ อาการไม่ดขี น้ึ
แพทยอ์ าจตอ้ งตดั อวัยวะทง้ิ เพื่อปอ้ งกันอาการลุกลาม

5

ภำวะแทรกซ้อนของโรคเบำหวำน

โรคเบาหวานเปน็ โรคทสี่ ่งผลใหผ้ ูป้ ว่ ยมรี ะดับนา้ ตาลในเลือดสงู มากกว่าปกติ หากไม่มกี ารควบคุมใน
เรอื่ งของการรบั ประทานอาหารและดูแลรกั ษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปลอ่ ยให้ระดบั น้าตาลในเลอื ดสูงข้ึนเป็น
เวลานาน จะสง่ ผลต่อเสน้ เลอื ดทนี่ าสารอาหารไปเลยี้ งอวัยวะในร่างกายจนนาไปสู่ภาวะแทรกซอ้ นตา่ ง ๆ ท้งั
โรคแทรกซอ้ นชนดิ ทเ่ี กิดกบั เส้นเลือดขนาดเล็ก เช่น เบาหวานขนึ้ ตา โรคไต เป็นต้น หรือโรคแทรกซอ้ นชนิดที่
เกิดกับเสน้ เลอื ดขนาดใหญ่ เชน่ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลอื ดแดงส่วนปลายอุดตนั เป็นต้น
รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนทร่ี ะบบประสาทและทส่ี ามารถทาใหผ้ ู้ป่วยตอ้ งสญู เสียอวยั ะบางสว่ น นอกจากนสี้ ตรมี ี
ครรภท์ ่ีเปน็ โรคเบาหวานจะเพิ่มความเสย่ี งตอ่ ภาวะครรภเ์ ปน็ พิษ การแทง้ บุตรได้

กำรป้องกนั โรคเบำหวำน

สิ่งสาคญั ของการปอ้ งกนั โรคเบาหวานทกุ ชนิด คือ ต้องคอยหมนั่ ระวังระดบั น้าตาลในเลือดและ
คอเลสเตอรอลใหอ้ ยเู่ กณฑป์ กติ เนน้ การรบั ประทานอาหารท่ีมีประโยชนแ์ ละสารอาหารครบถ้วน มกี ากใยสงู
หลกี เล่ียงการดม่ื แอลกอฮอล์ และการสูบบหุ ร่ี รวมถงึ การออกกาลงั กายอยา่ งสมา่ เสมอ หากเป็นสตรมี คี รรภ์
ควรเข้ารบั การฝากครรภต์ ัง้ แต่เนิน่ ๆ พบแพทยต์ ามนัดอยา่ งสม่าเสมอ และได้รบั การตรวจคดั กรองเบาหวาน
หากมคี วามเส่ียง เพ่ือสามารถตรวจพบโรคเบาหวานไดใ้ นระหว่างการตง้ั ครรภ์

6

บทที่ 3
วธิ ีกำรดำเนินงำน

ในการจัดทาโครงงานสารวจสาเหตุของการเปน็ เบาหวาน ผจู้ ดั ทาไดท้ าตามขัน้ ตอนดงั น้ี

ขั้นตอนกำรทำงำน วัน/เดอื น/ปี
1/7/63
1.คิดหัวข้อโครงงานเพอ่ื นาเสนอครทู ปี่ รึกษา
โครงงาน 14/7/63
2.ศกึ ษาข้อมูลทเ่ี กยี่ วกับเรอื่ งโรคเบาหวาน

3.ศึกษาข้อมลู เละสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน 21/7/63
เพิม่ เตมิ เพอ่ื ทาแบบสอบถาม 28/7/63

4.เริม่ ทาแบบสอบถาม

5.จดั ทารปู เล่มบทท1่ี -2 11/8/63

6.เริ่มทาการสารวจโดยการแจกแบบสอบถามใน 18/8/63-22/9/63
ชมุ ชนบา้ นโรงชา้ ง 23/9/63
29/9/63
7.ทาบทที3่ -5
และสรปุ ผลการดานนิ งาน

8.จดั ทารปู เลม่ และ E-book

9.จัดทาบอรด์ เพอื่ นามาประกอบการนาเสนองาน 1/10/63

10.นาเสนอขอ้ มูล 5/10/63

แบบสอบถำม 7
เกยี่ วกบั ผปู้ ่วยเบำหวำน
ไมใ่ ช่
ข้อมลู เบอ้ื งตน้ ไม่เปน็ เบาหวาน

เป็นเบาหวาน

เพศ

หญิง ชาย

อำยุ

30-39 40-49 50-59

60-69 70-79 80-89

ขอ้ มูล ใช่

1.รบั ประทานอาหารครบ 5หมู่
2.ออกกาลงั กายอย่างสมา่ เสมอ(อย่างน้อยสัปดาหล์ ะ1-2ครงั้ )
3.ดม่ื แอลกอฮอล์
4.รบั ประทานข้าวกลอ้ ง
5.มีความเครยี ด/วิตกกังวล
6.เข้ารบั การตรวจระดบั น้าตาลในเลอื ดอยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1ครง้ั
7.น้าหนักพอดตี ามคา่ ดชั นีมวลกาย
8.เครือญาตเิ ปน็ โรคเบาหวาน
9.กินจุกจกิ (ชอบกนิ ของไมม่ ปี ระโยชน์ เช่น ขนม ของทอด ของ
มนั )

10.เป็นโรคอ่นื ๆ
11.รับประทานยาท่มี ผี ลข้างเคยี งต่อตบั
12.มีระดับน้าตาลในเลือดสูงเปน็ เวลานาน
13.มคี วามดนั โลหติ สงู
14.ไดร้ ับการผ่าตัดตับออ่ น
15.รับประทานอาหารรสจดั

8

บทที่ 4

ผลกำรดำเนินงำน

ในการทาแบบสอบถามในครง้ั นจี้ ะใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกับการดาเนนิ ชีวติ ของคนในชมุ ชนบา้ นโรงช้างซงึ่ มที งั้
การดาเนินชวี ิตของผทู้ ีป่ ว่ ยเปน็ โรคเบาหวานและผทู้ ่ีไมป่ ่วยเป็นโรคเบาหวานโดยมกี ารสอบถามขอ้ มลู ดงั
แบบสอบถามตอ่ ไปนี้

ตำรำงสรปุ แบบสอบถำม

ผู้ป่วยทเี่ ป็นโรคเบำหวำน จำนวน 10 คน

เพศ อำยุ 30-39 3
40-49 3
หญงิ 8 50-59 4
ชำย 2 60-69
70-79
80-89

ข้อมูล ใช่(คน) ไมใ่ ช่(คน)
9 1
1.รบั ประทานอาหารครบ 5หมู่ 9 1
2.ออกกาลงั กายอย่างสมา่ เสมอ(อย่างนอ้ ยสัปดาหล์ ะ1-2คร้ัง) 1 9
3.ด่ืมแอลกอฮอล์ 3 7
4.รบั ประทานข้าวกล้อง 1 9
5.มคี วามเครียด/วิตกกังวล 10
6.เขา้ รบั การตรวจระดบั นา้ ตาลในเลอื ดอย่างน้อยปลี ะ 1ครง้ั 8 2
7.นา้ หนักพอดตี ามค่าดัชนีมวลกาย 5 5
8.เครอื ญาตเิ ป็นโรคเบาหวาน 7 3
9.กินจกุ จกิ (ชอบกนิ ของไมม่ ปี ระโยชน์ เชน่ ขนม ของทอด ของ
มัน) 64

10.เป็นโรคอืน่ ๆ

9

11.รับประทานยาท่มี ผี ลขา้ งเคยี งต่อตบั 55
12.มรี ะดบั นา้ ตาลในเลือดสงู เป็นเวลานาน 82
13.มีความดนั โลหิตสูง
14.ได้รับการผา่ ตดั ตับออ่ น 10
15.รับประทานอาหารรสจัด 28
82

สรปุ แบบสอบถำมผู้ป่วยโรคเบำหวำนท่ีป่วยเป็นโรคเบำหวำน
1.เป็นเพศหญงิ เฉล่ยี รอ้ ยละ 80
2. อายปุ ระมาณ 60-69 เฉล่ยี รอ้ ยละ 40
3.รบั ประทานอาหารครบ 5หมู่ เฉลี่ยร้อยละ 90
4.ออกกาลงั กายอย่างสม่าเสมอ(อยา่ งนอ้ ยสัปดาหล์ ะ1-2คร้งั ) เฉลย่ี รอ้ ยละ 90
5.ไม่ดม่ื แอลกอฮอล์ เฉลยี่ ร้อยละ 90
6.ไม่รบั ประทานข้าวกลอ้ ง เฉล่ียรอ้ ยละ 60
7.ไม่มีความเครียด/วติ กกงั วล เฉล่ยี รอ้ ยละ 90
8.เข้ารับการตรวจระดบั นา้ ตาลในเลอื ดอย่างน้อยปลี ะ 1ครงั้ เฉลย่ี ร้อยละ 100
9.น้าหนกั พอดีตามค่าดัชนมี วลกาย เฉล่ยี รอ้ ยละ 80
10.เครอื ญาตเิ ปน็ โรคเบาหวาน เฉลี่ยร้อยละ 50
11.กนิ จกุ จกิ (ชอบกินของไมม่ ปี ระโยชน์ เช่น ขนม ของทอด ของมัน) เฉลี่ยรอ้ ยละ 70
12.เป็นโรคอน่ื ๆ เฉลี่ยร้อยละ 60
13.ไม่รบั ประทานยาที่มผี ลขา้ งเคยี งตอ่ ตบั เฉล่ียรอ้ ยละ 50
14.มีระดบั น้าตาลในเลือดสงู เป็นเวลานาน เฉล่ียรอ้ ยละ 80
15.ไม่มีความดนั โลหิตสูง เฉล่ียรอ้ ยละ 100
16.ไม่ได้รับการผ่าตัดตับออ่ น เฉลย่ี ร้อยละ 80
17.รบั ประทานอาหารรสจดั เฉลีย่ รอ้ ยละ 80

ตำรำงสรปุ แบบสอบถำม 10

ผู้ป่วยท่ไี มเ่ ปน็ โรคเบำหวำนจำนวน 40 คน 2
4
เพศ อำยุ 30-39 3
40-49 1
หญิง 8 50-59
ชำย 2 60-69
70-79
80-89

ข้อมลู ใช่(คน) ไมใ่ ช่(คน)
9 1
1.รบั ประทานอาหารครบ 5หมู่ 9 1
2.ออกกาลังกายอย่างสมา่ เสมอ(อยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ1-2ครั้ง) 2 8
3.ดื่มแอลกอฮอล์ 3 7
4.รบั ประทานข้าวกลอ้ ง 10
5.มคี วามเครยี ด/วิตกกงั วล 8 2
6.เข้ารับการตรวจระดบั น้าตาลในเลอื ดอยา่ งน้อยปีละ 1ครงั้ 7 3
7.น้าหนกั พอดีตามค่าดัชนีมวลกาย 3 7
8.เครอื ญาตเิ ป็นโรคเบาหวาน 1 9
9.กินจกุ จกิ (ชอบกนิ ของไมม่ ปี ระโยชน์ เชน่ ขนม ของทอด ของ
มนั ) 37
19
10.เปน็ โรคอ่ืนๆ
11.รับประทานยาท่ีมผี ลขา้ งเคยี งตอ่ ตบั 10
12.มีระดับนา้ ตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน 19
13.มีความดนั โลหิตสงู
14.ได้รับการผ่าตดั ตับออ่ น 10
15.รบั ประทานอาหารรสจัด 37

11

สรปุ แบบสอบถำมผู้ปว่ ยโรคเบำหวำนทไ่ี ม่ป่วยเป็นเป็นโรคเบำหวำน
1.เปน็ เพศหญงิ เฉล่ียรอ้ ยละ 80
2. อายุประมาณ 40-49 เฉลี่ยรอ้ ยละ 40
3.รบั ประทานอาหารครบ 5หมู่ เฉล่ียรอ้ ยละ 90
4.ออกกาลงั กายอยา่ งสมา่ เสมอ(อยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ1-2ครงั้ ) เฉลย่ี รอ้ ยละ 90
5.ไม่ดืม่ แอลกอฮอล์ เฉลย่ี รอ้ ยละ 8
6.ไม่รบั ประทานข้าวกลอ้ ง เฉล่ยี ร้อยละ 70
7.มคี วามเครียด/วิตกกงั วล เฉลีย่ ร้อยละ 100
8.เข้ารับการตรวจระดบั น้าตาลในเลือดอย่างน้อยปีละ 1ครง้ั เฉล่ียร้อยละ 80
9.น้าหนกั พอดีตามคา่ ดชั นีมวลกาย เฉล่ียรอ้ ยละ 70
10.ไม่เป็นเครอื ญาตเิ ปน็ โรคเบาหวาน เฉลี่ยร้อยละ 70
11.ไม่กินจกุ จกิ (ชอบกนิ ของไมม่ ปี ระโยชน์ เชน่ ขนม ของทอด ของมัน) เฉลยี่ รอ้ ยละ 90
12.ไม่เปน็ โรคอื่นๆ เฉล่ียร้อยละ 70
13.ไมไ่ ด้รบั ประทานยาทมี่ ีผลข้างเคียงต่อตบั เฉลยี่ รอ้ ยละ 90
14.ไม่มรี ะดบั นา้ ตาลในเลือดสงู เป็นเวลานาน เฉลย่ี รอ้ ยละ 100
15.ไม่มคี วามดนั โลหติ สงู เฉลีย่ รอ้ ยละ 90
16.ไม่ไดร้ ับการผา่ ตัดตบั ออ่ น เฉล่ยี ร้อยละ 100
17.ไม่รบั ประทานอาหารรสจัด เฉลย่ี รอ้ ยละ 70

12

บทที่ 5

สรปุ ผล และขอ้ เสนอแนะ

จากการสารวจพบวา่ ตรงตามสมมตฐิ านคอื สาเหตุของการเปน็ โรคเบาหวานสว่ นใหญม่ าจากการกนิ
ของทอด ของมนั คดิ เป็นรอ้ ยละ 80 การสารวจคนในชมุ ชนบา้ นโรงชา้ งเกย่ี วกบั โรคเบาหวาน สามารถแบง่ ผ้คู น
ไดเ้ ปน็ 2 กล่มุ ไดแ้ ก่ผู้ทป่ี ว่ ยเปน็ โรคเบาหวาน และผทู้ ่ไี ม่ปว่ ยเปน็ โรคเบาหวาน ไดข้ ้อสรุปเกี่ยวกบั สาเหตุการ
เป็นโรคเบาหวาน คอื ผู้ปว่ ยทีเ่ ปน็ โรคเบาหวานส่วนใหญม่ ีพฤติกรรมการกินอาหารจุกจิก เฉลีย่ รอ้ ยละ 70
และ มีระดบั นา้ ตาลในเลอื ดสูงเปน็ เวลานาน เฉลย่ี รอ้ ยละ 80 ซึ่งต่างจากพฤติกรรมของผทู้ ไี่ มป่ ่วยเปน็
โรคเบาหวาน ทมี่ คี า่ เฉล่ียของพฤตกิ รรมการกนิ จุกจกิ เฉลย่ี เพยี ง รอ้ ยละ10 และมรี ะดบั น้าตาลในเลือดสงู เป็น
เวลานานเพยี ง ร้อยละ 10

ข้อเสนอแนะ

1.สาเหตกุ ารเกิดโรคเบาหวานแตล่ ะพนื้ ทีอ่ าจแตกต่างกนั ไปดงั นั้นเราควรเพ่มิ ข้อมลู แบบสอบถามให้
ละเอยี ดมากข้นึ

2.เพ่ือความแมน่ ยาควรเพอื่ พนื้ ท่ใี นการสารวจเพือ่ จะได้ขอ้ มลู ของสาเหตกุ ารเป็นโรคเบาหวานได้
แม่นยามากข้นึ

13

บรรณำนกุ รม

หวั ขอ้ : ขอ้ มลู เกรย่ี วกับโรคเบาหวาน
https://www.pobpad.com/

โรคเบาหวาน?fbclid=IwAR1FLxayJaDiclETUukLa5x85ztUYsayRxQxieFeo3hszLazRYNvHzHsOmw
https://www.sanook.com/health/2725/?fbclid=IwAR1rcMrpNSNtkPET1BJlbHT4svO9P00

dkypAcwKG7Bvd6ZKEmGsQoESvcFA
https://www.bangkokhospital-chiangmai.com/สาระสขุ ภาพและกจิ กรรม/

โรคเบาหวาน/?fbclid=IwAR2_Qjw1APxh99FZi56QAf06htM_rs6to9rWlCfLCgcvC1P_puqaa3nQpfg

14

ภำพผนวก

15

16

17

ภาพผนวก







1


Click to View FlipBook Version