The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นางปัทมา ชนะสงคราม, 2023-06-22 00:28:11

นิตยสารสาระวิทย์ โดย สวทช. ฉบับที่ 123 เดือนมิถุนายน 2566

Sarawit-Issue123

51 มิถุนายน 2566 ภาพเคลื่อนไหวที่เห็นคือแบบจำ�ลองของการโคจรรอบ จุดศูนย์กลางมวลของทั้งโลกและดวงอาทิตย์ และเพื่อให้เห็นการ เคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของดวงอาทิตย์ แบบจำ�ลองนี้ฉันได้เพิ่มขนาดและ มวลของดาวเคราะห์มากกว่าค่าความเป็นจริงของโลกไปเสียเยอะ แต่เรายังแทบไม่เห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ แน่นอนว่าระบบสุริยะ ยังมีดาวเคราะห์อื่นนอกจากโลกอีก ถ้าอยากทดลองดูผลของ ดาวเคราะห์อื่นต่อการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ว่าเป็นอย่างไร ลองเข้าไปเล่นกันได้ที่ https://astro.unl.edu/classaction/animations/extrasolarplanets/ca_extrasolarplanets_starwobble. html จะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อเพิ่มดาวเคราะห์ดวงใหญ่ ๆ หนัก ๆ อย่างพวกดาวพฤหัสบดีหรือดาวเสาร์เข้าไป การเคลื่อนที่ของ ดวงอาทิตย์ปรากฏเห็นได้เด่นชัด แต่...อย่าลืมภารกิจหลัก ของเราล่ะ สิ่งที่เราต้องการคือดาวเคราะห์หินขนาดกะทัดรัด ไม่ใกล้ไม่ไกลจากดาวฤกษ์ ให้พออุ่น ๆ คล้ายโลกของเรา เพื่อจะ ได้มีโอกาสเจอสิ่งมีชีวิต แล้วมันจะเป็นไปได้ไหมนะ ?! นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียว ขั้นต่อมาคือ แล้วจะวัดความเร็วนี้ อย่างไรดี นาฬิกาจับเวลากับการนับปากเปล่าคงไม่แม่นยำ�พอ เราต้องมีตัวช่วย ถ้ายังจำ�กันได้เรื่องปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ หรือปรากฏการณ์ที่แหล่งกำ�เนิดคลื่นมีการเคลื่อนที่สัมพัทธ์กับ ผู้สังเกต แล้วส่งผลให้ความถี่หรือความยาวคลื่นที่ถูกส่งออกมา จากแหล่งกำ�เนิดนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไปเมื่อวัดจากผู้สังเกต (หาก สงสัยเปิดอ่านสาระวิทย์ในศิลป์ ในฉบับที่ 112 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 กันได้นะ) เราอาจใช้เส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนแอลฟามาเป็น ตัวอย่างการคำ�นวณได้ โดยเจ้าเส้นสเปกตรัมนี้เป็นเส้นที่เกิดขึ้น เมื่ออิเล็กตรอนของไฮโดรเจนดูดหรือคายพลังงานแล้วมีการ เคลื่อนที่ระหว่างชั้นพลังงานที่ 2 กับ 3 ทำ�ให้เกิดเส้นสเปกตรัม ที่มีความยาวคลื่นเท่ากับ 656 นาโนเมตร เส้นเหล่านี้ช่วยให้ นักดาราศาสตร์วิเคราะห์องค์ประกอบของดาวฤกษ์และจัด ประเภทออกมาได้ตามอุณหภูมิ เส้นเหล่านี้มีประโยชน์ก็เพราะเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ มันจะทำ�หน้าที่คล้ายตำ�แหน่งอ้างอิง เมื่อความยาวคลื่นถูกยืด ออกหรือหดลง เราก็ใช้วัดเปรียบเทียบได้ว่าเคลื่อนไปมากแค่ไหน ปรากฏการณ์นี้ทำ�ให้นักดาราศาสตร์หาความเร็วการเคลื่อนที่ ของดาวฤกษ์ผ่านการตรวจวัดสเปกตรัมของดาว แล้วคำ�นวณ ปริมาณการเคลื่อนไป (Doppler shift) ของเส้นสเปกตรัม โดยระยะการเคลื่อนของเส้นสเปกตรัม จะสัมพันธ์กับความเร็ว เชิงรัศมีด้วยสมการ จะเห็นได้ว่า การจะตรวจจับการเคลื่อนไปของสเปกตรัม เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์โลกที่มี ต่อดวงอาทิตย์ จะต้องใช้อุปกรณ์วัดที่มีความละเอียดสูงระดับ เศษเสี้ยวของนาโนเมตรเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่เอเลี่ยนที่ต้องการตรวจจับโลก ถ้ามนุษย์เรา ต้องการหาดาวเคราะห์คล้ายโลกก็ต้องเจออุปสรรคนี้เช่น เดียวกัน และทางออกก็คือสร้างอุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูง มาก ๆ หรือเลือกเป้าหมายเป็นดาวเคราะห์ที่มวลมากขึ้นมาหน่อย เพื่อตรวจวัดผลที่แสดงชัดมากขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงดาวเคราะห์ ที่เราตรวจวัดได้จะต้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่และไม่เข้าเกณฑ์ ดาวเคราะห์คล้ายโลกอย่างที่ต้องการ หรือเราอาจเลือกดูระบบ ที่มีดาวฤกษ์ขนาดเล็กลงมาหน่อย ขั้นที่ว่าดาวเคราะห์มวลน้อย ก็แสดงผลให้เห็นชัดเจนได้ อย่างไรก็ตามวิธี radial velocity นี้มีประโยชน์อย่างมากในการ เก็บข้อมูลสำ�คัญอย่างมวลขั้นต่ำ� คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ไปจนถึงความเบี้ยวของวงโคจร (eccentricity) นักดาราศาสตร์ ใช้วิธีนี้เก็บรวบรวมข้อมูลระบบดาวนอกระบบสุริยะมาแล้วเป็น จำ�นวนมาก จึงนับเป็นวิธีการสำ�คัญในการสำ�รวจดาวเคราะห์นอก ระบบที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน แล้วฉบับหน้าฉันจะมาเล่าให้ฟังว่าอีก 2 วิธีที่เหลือจะเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร ฉบับนี้ขอลาไปพักร้อนต่อก่อนนะ บ๊ายบาย สาระวิทย์ ในศิลป์


52 มิถุนายน 2566 อ๋อ มันเป็น อย่างนีนี่เอง ้ “ไทยโทคาแมก-1” เครื่่�องจำำ ลองนิิวเคลีียร์์ฟิิวชััน ระดัับงานวิิจััย ยัังไม่่ไช่ ่ ระดัับโรงไฟฟ้้า พลัังนิิวเคลีียร์์ฟิิวชััน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีคนส่งมาถามเยอะในช่วงนี้ อยากให้อธิบายเกี่ยวกับข่าวที่ว่า ไทยกำ�ลังสร้าง “ดวงอาทิตย์ดวงใหม่” เป็นดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ที่จะเป็นแหล่ง พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตสำ�หรับคนไทย จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเหมือนที่เกิดบน ดวงอาทิตย์ สามารถนำ�ไปใช้กับอุตสาหกรรมได้มากมาย เป็นพลังงานสะอาด ลดโลกร้อน นำ�ไป ทดแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปแบบเดิม ฯลฯ !? by อาจารย์เจษฎ์ https://www.facebook.com/OhISeebyAjarnJess/


53 มิถุนายน 2566 อ๋อ มันเป็น อย่างนีนี่เอง ้ ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายให้คนทั่วไปฟังก็ประมาณนั้นครับ แต่ถ้า ให้ชัดเจนขึ้นก็คือ เรากำ�ลังได้รับความช่วยเหลือจากจีนในการ ลองสร้าง “เครื่องโทคาแมก (tokamak)” ขนาดเล็กขึ้นเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเรียนรู้และทำ�วิจัยเกี่ยวกับปฏิกิริยา นิวเคลียร์ฟิวชัน (nuclear fusion) และตอนนี้ก็ได้ทดลองเดิน เครื่องสร้างกระแสพลาสมาได้สำ�เร็จเป็นครั้งแรกแล้ว ซึ่งเครื่องโทคาแมกนี้่ยังต้องพัฒนาอีกเพื่อการนำ�ไปใช้ ประโยชน์เชิงวิจัยด้านต่าง ๆ และยังอีกไกลมากที่จะพัฒนาให้เป็น เครื่องขนาดใหญ่ที่จะเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าจริง ๆ ได้ครับ เมื่อเทียบกับเครื่องอื่น ๆ อย่างเครื่อง SPARC ของสถาบัน MIT แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่วิทยาศาสตร์ไทยเราจะมี อุปกรณ์ไฮเทคมาติดตั้งและนำ�ไปใช้กับงานวิจัยอื่น ๆ ต่อไป เหมือนอย่างที่เรามีเครื่องกำ�เนิดแสงซินโครตรอน (synchrotron) ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแม้จะมีขนาดเล็กกว่าเครื่องอื่น ๆ ของ สถาบันวิจัยระดับโลก แต่เราก็นำ�มาใช้ประโยชน์ด้านการทำ�วิจัย กันหลากหลายเรื่องเลยทีเดียว เครื่องไทยโทคาแมก-1 (TT-1) นั้นดำ�เนินการสร้างและ พัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) โดย ได้รับมอบตัวเครื่องโทคาแมกมาจากสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ (ASIPP) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อใช้วิจัยการใช้ประโยชน์จาก การจำ�ลองปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน สร้างพลาสมาขึ้นมาในเครื่อง คล้ายกับปฏิกิริยาที่เกิดตามธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ มีน้ำ�หนัก มากกว่า 84 ตัน ติดตั้งในอาคารปฏิบัติการเครื่องโทคาแมค ณ สำ�นักงานใหญ่ของ สทน. อำ�เภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ติดตั้งเสร็จเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ด้วยความ ร่วมมือระหว่าง สทน., ASIPP และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้ว ได้ดำ�เนินการเกี่ยวกับระบบแหล่งจ่ายกำ�ลัง (power supply) จนเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 หลังจากนั้นได้ปรับแต่งและทดสอบการเดินเครื่อง และเมื่อ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566 ได้ทดลองเดินเครื่องกระตุ้นให้ ก๊าซไฮโดรเจนแตกตัว กระทั่งเข้าสู่สถานะพลาสมาได้สำ�เร็จเป็น ครั้งแรก ซึ่งการเดินเครื่องครั้งแรกนี้สร้างกระแสพลาสมาได้ 2,200 แอมแปร์ เป็นเวลานาน 5 มิลลิวินาที ขั้นต่อไปจะทดลองเพิ่มกำ�ลังการเดินเครื่องให้เข้าสู่ระดับ ปกติที่ควรทำ�ได้ คือสร้างกระแสพลาสมาระดับ 50,000 แอมแปร์ ให้นาน 100 มิลลิวินาที ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 นี้ ในอนาคต สทน. จะออกแบบสร้างเครื่องโทคาแมกขึ้นมาเอง โดยใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กตัวนำ�ยิ่งยวด (superconducting magnet) เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงขึ้นสำ�หรับ กักเก็บพลาสมา คาดว่าจะสร้างพลาสมาระดับ 10 ล้านองศาเซลเซียสได้ นิวเคลียร์ฟิวชันเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำ�คัญต่อมนุษยชาติ และจะนำ�ไปสู่ยุคใหม่ของการผลิตพลังงานของชาวโลกต่อไป นิิตยสารสาระวิิทย์์ @SarawitNSTDA • บริิษััทด้้านสื่่�อ/ข่่าวสาร


54 มิถุนายน 2566 ปั้นนำ้เป็นปลา ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ปลาแมงป่่อง ปลาสิิงโต ปลาในอัันดัับย่่อยปลาแมงป่่อง สิิงโต (suborder Scorpaenoidei) เป็็นปลาทะเลขนาดเล็็กถึึงกลางที่่มีีความ ใกล้ชิ้ ิดกัับวงศ์์ปลาเก๋า๋ กะรััง (family Serranidae) มีหัีัวโตและบริิเวณ ส่่วนหััวและกระดููกแก้้มมีีหนาม ปากกว้า้ง ลำำ�ตััวป้้อม ครีีบแผ่่กว้า้ง บางชนิิดมีีพััฒนาการของผิิวหนัังให้้เป็็นเส้้นหรืือแผ่่นยื่่นยาว ออกมา ครีีบหลัังและครีีบก้้นมีีก้้านครีีบแข็็งแหลมคมและมัักมีี ต่่อมพิิษ หลายชนิิดมีีพิิษแรง อาจบาดเจ็็บสาหััสได้้ เช่่น ปลาหิิน ปลาสิิงโต ครีีบท้้องอยู่่บริิเวณอกหรืือใกล้้คอ เกล็็ดเล็็ก เป็็นขอบ หยัักละเอีียดหรืือเรีียบผสมกััน ว่่ายน้ำำ�ช้้า ๆ และมัักนอนนิ่่ง ๆ บนหน้าดิ้ ินหรืือฝัังตััวเพื่่อรอเหยื่่อ พบมากในเขตร้้อน หลายชนิิด เป็็นปลาสวยงาม ในประเทศไทยพบ 5 วงศ์์ได้้แก่่ วงศ์์ปลาหิิน (Family Synanceiidae) แมงป่่องครีีบยาว Apistus carinatus ใต้คางมีหนวดยาว 2 คู่ ครีบอกยาวถึงคอดหาง มีสีดำ� ขนาดโตสุดมีความยาว 10 เซนติเมตร ปลาหิินแนวปะการััง Synancea verrucosa นับเป็นปลาที่มีพิษแรงที่สุดของโลกชนิดหนึ่ง แมงป่่องเทา Minous monodactylus ก้้านครีีบท้้องอัันแรกเป็็นเส้้นยาว ขนาดโตสุุดมีีความยาว 10 เซนติิเมตร มีลักษณะหัวใหญ่ มีหนาม ตาเล็กโปนและมักหน้าหัก ช่องเหงือกแคบ ผิวหนังหนาและเป็นปุ่ม ไม่มีเกล็ด ครีบหลังมี ก้านแข็งแหลมและมักมีต่อมพิษ ครีบอกใหญ่กว้าง สีลำ�ตัวคล้ำ� มีลายเลอะ ทำ�ให้แลดูคล้ายก้อนหิน อาศัยตามชายฝั่งและแนว ปะการังในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พบน่านน้ำ�ไทยราว 12 ชนิด ตัวอย่างเช่น หััวโขนกำำมะหยี่่� Acanthosphex leurynnis ใต้คางมีหนวดสั้น 1 อัน ขนาดโตสุดมีความยาว 4 เซนติเมตร วงศ์์ปลาหััวโขนกำ ำ มะหยี่่� (Family Aploactinidae) วงศ์์ปลาแมงป่่องครีีบยาว (Family Apistidae) เป็นปลาทะเลขนาดเล็ก หัวโต ลำ�ตัวแบนข้าง ครีบหลัง แบ่งเป็น 3 ตอน ตอนหน้าสุดมีก้านครีบยกสูง ครีบท้องเล็ก เป็นเส้นสั้น ผิวเรียบไม่มีเกล็ดแต่ดูคล้ายเป็นขุย เป็นปลาอยู่หน้าดิน พบ 6 ชนิดในไทย เช่น


55 มิถุนายน 2566 ปั้นนำ้เป็นปลา วงศ์์ปลาช้้างเหยีียบ (Family Platycephalidae) วงศ์์ปลาหััวโขนเล็็ก (Family Tetrarogidae) หางควาย Platycephalus cultellatus หางมีลายเป็นเส้นหนาสีดำ�ขนานกัน ขนาดโตสุด มีความยาว 36 เซนติเมตร เป็นปลาน่าหม่ำ�พบในท้องตลาด เป็นปลาทะเลขนาดเล็ก หัวโต ลำ�ตัวแบนข้าง ครีบหลังตอนหน้ามีก้านครีบใหญ่กว่าตอนหลังชัด มีครีบอก ขนาดใหญ่ บางชนิดมีลักษณะที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ส่วนมากมักจะอาศัยและหากินบริเวณพื้นท้องน้ำ� พบ 8 ชนิด ในไทย เช่น เป็นปลาทะเลขนาดกลาง ลำ�ตัวยาวและแบนลง ส่วนหัวแบนราบ จะงอยปากแหลม มีสันแข็ง ที่ขอบของกระดูกส่วนหัวเป็นหนาม เรียงเป็นแถว ลำ�ตัวเพรียวไปทางหาง ครีบอกใหญ่ เกล็ดแบน ขอบสาก มีเส้นข้างลำ�ตัวสมบูรณ์ ครีบหลังแยกออกเป็นสองตอน โดยครีบหลังตอนสองยาวกว่าตอนแรก ครีบท้องอยู่ตำ�แหน่งอก ลำ�ตัวด้านบนมีสีน้ำ�ตาลเข้มจนถึงน้ำ�ตาลดำ� ด้านท้องเป็นสีอ่อน มีจุดและลวดลายแตกต่างกัน ในไทยพบ 18 ชนิด เช่น หััวโขนเล็็ก ผีีเข้้าผีีออก Vespicula trachynoides ครีบหลังแยกเป็นสองตอน มีก้านครีบแข็งหลายอัน ครีบท้องใหญ่ ขนาดโตสุดมีความยาว 4 เซนติเมตร ช้้างเหยีียบด่่าง Rogadius pristiger ครีบท้องมีขีดประสีคล้ำ�เล็กน้อย ขนาดโตสุดมีความยาว 8 เซนติเมตร ช้้างเหยีียบครีีบใส Suggrundus macracanthus ครีบหลังใส มีจุดจางเล็กน้อย ขนาดโตสุดมีความยาว 10 เซนติเมตร ช้้างเหยีียบหางเรีียว Grammoplites scaber ครีบหลังมีจุดสีคล้ำ�กระจาย คอดหางเรียว ขนาดโตสุดมีความยาว 8 เซนติเมตร ช้้างเหยีียบครีีบดวง Rogadius asper ครีบท้องมีดวงดำ�กระจาย ครีบหลังตอนหน้ามีปื้นสีคล้ำ� ขนาดโตสุดมีความยาว 10 เซนติเมตร ปลาในสกุลอื่น ๆ นอกจากสกุล Platycephalus มักมีขนาดเล็ก พบปนมากับกองปลาเป็ด เช่น


56 มิถุนายน 2566 บ้านนักคิด Sci Quiz กิิฟต์์เซต I Love Science (สมุุดโน้้ต+ดิินสอ+เลนส์์ทวิิทรรศน์์) จำำนวน 1 รางวััล เห็็ดนกยููง เห็็ดระโงกหิิน เห็็ดโคน เห็็ดระโงกขาว ขวดน้ำำ � NSTDA จำำนวน 1 รางวััล รางวััลประจำำฉบัับที่่� 123 หน้้า ฝนวนมา ปััญหาจากการบริิโภคเห็็ดพิิษก็็กลัับมาระบาดอีีกครั้้�งฮะ เพราะว่่า เจ้้าเห็็ดกิินได้้กัับเห็็ดพิิษหลายชนิดนี่่ ิหน้�้าตาคล้้ายกัันมาก ๆ บางชนิดกิินแล้ว้ ถึึงตาย หลายชนิิดก็็ทำำ ให้้ป่่วยหนัักถึึงเข้้าโรงพยาบาลได้้ ถ้้าเราไม่่ชััวร์์ ไม่่เชี่่�ยวชาญ ก็็ต้้องไม่่หาชิิมนะฮะ ฉบัับนี้้�คุุณผู้้อ่่านช่่วยบอกเหมีียวหน่่อยว่่าเห็็ดต่่าง ๆ เหล่่านี้้� ชนิิดไหนกิินได้้ ชนิิดไหนเป็็นเห็็ดพิิษฮะ เห็็ดหััวกรวด ครีีบเขีียว เห็็ดถ่่าน ครีีบเทีียน เห็็ดถ่่าน เห็็ดหมวกจีีน


57 มิถุนายน 2566 หมดเขตส่งคำตอบ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566 คำ ตอบจะเฉลยพร้อมประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล ในสาระวิทย์ ฉบับที่ 124 สำ หรับของรางวัล เราจะจัดส่งไปให้ทางไปรษณีย์ ส่งคำตอบมาร่วมสนุกได้ที่ กองบรรณาธิการสาระวิทย์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สำ นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 หรือส่งทางโทรสารหมายเลข 0 2564 7016 หรือทาง e-mail ที่ [email protected] อย่าลืมเขียนชื่อ ที่อยู่ มาด้วยนะฮะ ผู้้ได้้รัับรางวััลประจำำฉบัับที่่� 122 กิิฟต์์เซต World Scientists ได้้แก่่ คุุณศศิิวิิมล เกตุุแก้้ว กิิฟต์์เซต I Love Science ได้้แก่่ คุุณสิิรััส สุุลััญชุุปกร คุุณพิิ มพ์์สรรค์์ เกิิดโภคา ไปดููเฉลยของฉบัับที่่�แล้้วกัันฮะ ว่่าถิ่� ่นที่่�อยู่่อาศััย ของสััตว์์ในคำำถามนั้้�นอยู่่ที่่�ใดบ้้าง


58 มิถุนายน 2566 Q: ทำำไม “เนื้้� อสััตว์์เพาะเลี้้� ยง” จึึงมีีความจำำเป็็นสำำหรัับโลกในยุุคปััจจุุบัันและอนาคต โน้ตความรู้ฉบับย่อจากการพูดคุยกับแขกรับเชิญใน Podcast รายการ Sci เข้าหู ของนิตยสารสาระวิทย์ ซึ่งเป็น รายการที่รวบรวมผู้คนในแวดวงวิทยาศาสตร์มาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ในประเด็นที่น่าสนใจ เกาะติดกระแส วิทยาศาสตร์ไทยและวิทยาศาสตร์โลกไปพร้อมกัน ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน ทางเฟซบุ๊กเพจ นิตยสารสาระวิทย์ หรือติดตามย้อนหลังที่ https://www.nstda.or.th/sci2pub/podcast-sci-in-ear/ Sci เข้าหู โน้ตความรู้ฉบับย่อ ปริทัศน์ เทียนทอง ฟัังบทสััมภาษณ์์เต็็มได้้ที่่� เนื้้อ � สััตว์์เพาะเลี้้�ยงเกิิดขึ้้�น เพื่่�อหวัังแก้้ปััญหาความ ต้้องการเนื้้�อสััตว์์ที่่�เพิ่่�มสููงขึ้้�น รวมทั้้�ง การที่่กระบวนการ�ทำำ ฟาร์์มเลี้้ยง�สััตว์์แบบ เดิิมต้้องใช้้ทั้้�งพลัังงาน น้ำำ � และที่่�ดิิน ซึ่่�งส่่งผลต่่อการปล่่อยก๊๊าซเรืือนกระจก นอกจากนี้้�ยัังมีีปััญหาทางจริิยธรรมใน การเลี้้ยง�สััตว์์เพื่่�อนำำเนื้้อมาบ�ริิโภคอีีกด้้วย ในอนาคตเราอาจไม่่มีีพื้้�นที่่�และทรััพยากร ที่่�จะผลิิตเนื้้�อสััตว์์ให้้เพีียงพอต่่อความ ณภััทร ตััณฑิิกุุล นัักวิิจััยด้้านสเต็็มเซลล์์และ การเพาะเลี้้�ยงเนื้้�อเยื่่�อ ผู้้�ชนะ FameLab Thailand 2019 NSTDA Podcast รายการ Sci เข้้าหูู EP7 เนื้้�อสััตว์์เพาะเลี้้�ยง อาหารแห่่งอนาคต https://www.nstda.or.th/sci2pub/sci-in-ear-ep7/ ต้้องการของมนุุษย์์ที่่�เพิ่่�มขึ้้�นอย่่างต่่อเนื่่�อง โดยมีีการคาดการณ์์ว่่าปริิมาณการบริิโภคเนื้้�อสััตว์์ของมนุุษย์์จะเพิ่่�มขึ้้�นอีีกเท่่าตััว ในปีี พ.ศ. 2593 ดัังนั้้�นเราต้้องการตััวเลืือกใหม่่โดยใช้้เทคโนโลยีีเข้้ามาช่่วย การผลิิตเนื้้�อให้้ห้้องแล็็บช่่วยตอบโจทย์์ และเป็็นอีีกหนึ่่�ง ทางเลืือกที่่�เป็็นไปได้้ เพราะผลิิตเนื้้�อได้้ครั้้�งละมาก ๆ โดยที่่�เราไม่่ต้้องไปฆ่่าวััวเป็็นหมื่่�น ๆ ตััว จึึงเป็็นเรื่่�องที่่�จะตอบโจทย์์ต่่อความ ต้้องการของผู้้�บริิโภค ประกอบกัับภาวะโลกร้้อนที่่�อาจจะร้้อนจนส่่งผลกระทบต่่อการปลููกพืืชและเลี้้�ยงสััตว์์ ภััยน้ำำ � ท่่วมก็็เป็็นอีีกปััญหาสำำคััญ ไม่่เพีียงแต่่ พื้้�นที่่�เพาะปลููกและเลี้้�ยงสััตว์์พื้้�นที่่�อยู่่อาศััยของมนุุษย์์ก็็อาจจะกระทบด้้วย หรืือมีีเหตุุการณ์์ดิิสรััปต์์แรง ๆ อย่่างโควิิด 19 ส่่งผลให้้โรงงานหรืือโรงเชืือดอาจจะต้้องโดนปิิด อย่่างเช่่นกรณีีที่่�เคยเกิิดขึ้้�นใน สหรััฐอเมริิกามาแล้้ว โดยความคิิดเห็็นส่่วนตััวอยากให้้ภาคเอกชน ภาครััฐบาล และประชาชนทั่่�วไปได้้ทราบว่่าหลายประเทศได้้มีีการผลิิตจนออกมาจำำหน่่าย แล้้ว ไม่่อยากให้้ประเทศไทยยึึดติิดอยู่่กัับเกษตรกรรมแบบดั้้�งเดิิมเพีียงอย่่างเดีียว เพราะประเทศเรามีีทรััพยากรเพีียงพอต่่อ การบริิโภคของประชาชน อยากให้้เกิิดการพััฒนาและมีีส่่วนร่่วมในตรงจุุดนี้้�ด้้วย


59 มิถุนายน 2566 https://www.facebook.com/SarawitNSTDA https://www.facebook.com/SarawitNSTDA https://www.facebook.com/SarawitNSTDA https://www.facebook.com/SarawitNSTDA ติดต่อกองบรรณาธิการสาระวิทย์ ได้ทางอีเมล [email protected] ที่อยู่ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ (MPC) สำ นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำ บลคลองหนึ่ง อำ เภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 ใบสมัครสมาชิก สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ลิงก์ https://forms.gle/jnj86w6J58Y9Nqqb8 หรือ Scan QR Code สาระวิทย์เป็นนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-magazine) รายเดือน มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งของไทยและต่างประเทศ ให้แก่กลุ่มผู้อ่านที่เป็นเยาวชนและประชาชนทั่วไปที่สนใจในเรื่องดังกล่าว โดยดาวน์โหลดได้ฟรีที่ www.nstda.or.th/sci2pub/ หรือบอกรับเป็นสมาชิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จัดทำ�โดย ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ข้อความต่าง ๆ ที่ปรากฏในนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้เป็นความเห็นโดยอิสระของผู้เขียน สำ นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไม่จำ เป็นต้องเห็นพ้องด้วย ภาพประกอบที่ใช้ในเล่มอยู่ภายใต้สิทธิ์ใช้งานจาก Shutterstock.com นิติยสารสาระวิทย์ิ ์ คำ คม นักวิทย์ ดร.นำาชัย ชีววิวรรธน์ - ไฮน์ริช เรอห์เรอร์ - - Heinrich Röhrer - วิทยาศาสตร์หมายถึงการที่ตลอดเวลานั้น เราต้องเดินไต่ลวดที่ขึงอยู่ระหว่างศรัทธาที่มืดบอดกับความอยากรู้อยากเห็น; ระหว่างความเชี่ยวชาญกับความคิดสร้างสรรค์; ระหว่างอคติกับความเปิดกว้าง; ระหว่างประสบการณ์กับความศักดิ์สิทธิ์; ระหว่างความทะเยอทะยานกับความหลงใหล; และระหว่างความอหังการกับความเชื่อมั่น - กล่าวโดยสรุปคือ ระหว่างวันนี้ที่คร่ำาคร่ากับพรุ่งนี้ที่เอี่ยมอ่อง Science means constantly walking a tightrope between blind faith and curiosity; between expertise and creativity; between bias and openness; between experience and epiphany; between ambition and passion; and between arrogance and conviction – in short, between and old today and a new tomorrow. ไฮน์ริช เรอห์เรอร์ (6 มิถุนายน พ.ศ. 2476 – 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556) ไฮน์ริช เรอห์เรอร์ เป็นนักฟิสิกส์ชาวสวิส เขาร่วมกับ แกร์ท บินนิช (Gerd Binnig) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน คิดค้นกล้องจุลทรรศน์แบบหัวส่องกราด (scanning tunneling microscope) ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดแรก ๆ ที่นำามาใช้งานทางด้านนาโนเทคโนโลยี ผลงานนี้ทำาให้ทั้งสองได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1986 ร่วมกับ แอ็นสท์ รูสคา (Ernst Ruska) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันผู้คิดค้นกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ที่่�มาภาพ : https://commons. wikimedia.org/wiki/File:Rohrer.jpg


60 มิถุนายน 2566 Sci Gallery Poisonous Mushroom เห็็ดพิิษ เห็็ดในธรรมชาติิหลายชนิิดเป็็น เห็็ดพิิษที่่�หน้้าตาดููคล้้ายกัับเห็็ด กิินได้้ ระดัับความรุุนแรงของ พิิษมีตั้้ ีงแ�ต่่ทำำ ให้มึ้ ึนเมา เจ็บป่็ว่ย จนถึึงขั้้�นเสีียชีีวิิต หนึ่่� งในเห็็ด พิิษอัันตรายร้้ายแรงที่่พบม�ากใน ประเทศไทยคืือ เห็็ดกลุ่่ม� ระโงกหิิน หรืือเห็็ดระงาก สกุุล Amanita


Click to View FlipBook Version