The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวฤทัยทิพย์ สืบสิงห์ 611103130206
นางสาวมนัสนันท์ ทำบุญ 611103130208
นางสาวมานิตา รอบแคว้น 611103130219

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manita robkwaen, 2020-03-24 03:39:33

พฤติกรรมการใช้เงินของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

นางสาวฤทัยทิพย์ สืบสิงห์ 611103130206
นางสาวมนัสนันท์ ทำบุญ 611103130208
นางสาวมานิตา รอบแคว้น 611103130219

1

พฤติกรรมการใชเ้ งินของนกั ศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

นางสาวฤทยั ทพิ ย์ สบื สงิ ห์ 611103130206
นางสาวมนสั นันท์ ทำบญุ 611103130208
นางสาวมานติ า รอบแควน้ 611103130219

รายงานนเ้ี ป็นสว่ นหนึ่งของรายวชิ า สารสนเทศเพอ่ื การเรียนรู้ (GEHU๑๐4)
คณะมนุษศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2562

2

พฤติกรรมการใช้เงินของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์

นางสาวฤทยั ทิพย์ สืบสิงห์ 611103130206
นางสาวมนสั นันท์ ทำบญุ 611103130208
นางสาวมานิตา รอบแคว้น 611103130219

รายงานน้เี ป็นสว่ นหนึ่งของศกึ ษาวชิ า สารสนเทศเพอ่ื การเรยี นรู้
คณะมนุษศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562



คำนำ

รายงานเรือ่ งพฤตกิ รรมการใช้เงนิ ของนักศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จดั ทำขนึ้ เพ่ือ
ศึกษาพฤติกรรมการใช้เงินของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เนื่องจากการใช้เงินของ
นกั ศกึ ษาในปจั จุบนั มีความสำคญั ต่อการดำเนินชีวติ ของนกั ศกึ ษา เพราะนักศึกษาแต่ละคณะและแต่
ละช้ันปีมีพฤติกรรมทีแ่ ตกต่างกนั จึงได้ทำการสำรวจขึน้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้เงนิ ของนักศกึ ษา
ในมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์

เนื้อหารายงานฉบับนี้ประกอบด้วยความหมายของพฤติกรรมการใช้เงินของนักศึกษา
ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของ
นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ทุกคณะและชั้นปีที่ 1-4 ความมุ่งหมายของการสำรวจ
พฤติกรรมการใช้เงนิ ของนกั ศึกษา เพื่อเปรยี บเทียบพฤติกรรมการใช้เงินของนักศึกษาของแต่ละคณะ
และแต่ละชั้นปี ว่ามีพฤติกรรมการใช้เงินในด้านใดมากที่สุดและเพื่อให้นักศึกษาทราบถึงพฤติกรรม
การใชเ้ งนิ ของตนเอง

ผู้จัดทำขอบขอบคุณอาจารย์นงลกั ษ์ ยุทธศิลปะเสวี ที่กรุณาให้ความรู้และข้อเสนอแนะใน
การทำรายงานฉบับนีแ้ ละขอขอบคุณบรรณารักษ์และเจ้าหน้าทีห่ ้องสมุดที่ได้ให้ความสะดวกในการ
คน้ คว้าหาขอ้ มูลเพ่ือประกอบการทำรายงานจนสำเร็จลุลว่ งด้วยดี

ฤทยั ทพิ ย์ สบื สิงห์
มนสั นันท์ ทำบญุ
มานติ า รอบแควน้
18 มีนาคม 2563



สารบญั

คำนำ หน้า
สารบัญ

สารบัญตาราง ข
พฤติกรรมการใช้เงนิ ของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์ ค
1
ความหมายพฤติกรรมการใช้เงนิ 1
2
พฤติกรรมการใช้เงนิ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยตา่ งๆ 4
พฤตกิ รรมการใช้เงินของนกั ศึกษามหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ 5
5
3.1 ขอ้ มลู มหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์ 11
3.1.1 ประวัติมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ 14
๓.1.2 นโยบายบรหิ ารสถาบัน 20
23
3.1 3 คณะและสาขาในมหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
3.1.4 จำนวนนักศึกษาในมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์ 23
24
3.2 ผลการสำรวจพฤติกรรมการใชเ้ งนิ ของนักศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภฏั 25
เพชรบูรณ์ 26
27
3.2.1 ข้อมลู ผู้ทำแบบสำรวจ 28

3.2.2 ข้อมลู ผปู้ กครอง 29
3.2.3 รายไดข้ องนักศกึ ษาตอ่ เดอื น 31
32
3.2.4 คา่ ใช้จ่ายในด้านตา่ งๆตอ่ เดอื น 34
3.2.5 วิธีแก้ปญั หาของนกั ศกึ ษาเมือ่ เงนิ ไมพ่ อใช้
3.2.6 เปรยี บเทียบความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาที่ไดร้ ับทนุ การศกึ ษา

กบั ไม่ไดร้ บั ทุนการศกึ ษา
3.2.7 เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้จา่ ยเงินของนกั ศกึ ษาแตล่ ะช้ันปี

3.3 สรุปผล
บรรณานกุ รม

ภาคผนวก



สารบญั ตาราง

ตารางที่ จำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ หน้า
1 จำนวนและร้อยละของนักศึกษาจำแนกตามลักษณะสว่ นบคุ คล (n = 120) 20
2 23
3 จำนวนและร้อยละของผปู้ กครองนักศกึ ษาจำแนกตามลักษณะสว่ นบุคคล 24
(n = 120)
4 25
จำนวนและร้อยละรายรับของนักศกึ ษาจำแนกตามลกั ษณะส่วนบคุ คล
5 (n = 120) 26
จำนวนและรอ้ ยละของนักศึกษา จำแนกตามประเภทของค่าใช้จา่ ยต่างๆ
6 27
(n = 120)
7 จำนวนและร้อยละของนักศกึ ษา จำแนกตามประเภทการแก้ไขปัญหาของ 28

8 นกั ศกึ ษา (n = 120) 29
เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหวา่ งนักศึกษาท่ีได้รบั ทุนการศกึ ษากับไมไ่ ดร้ ับ
ทุนการศึกษา ของนักศึกษามหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์ (n = 120)

เปรียบเทยี บพฤตกิ รรมการใช้จ่ายเงินของนกั ศึกษาแต่ละช้ันปี (n = 120)

สารบญั ภาพ ง

ภาพที่ หน้า
1 ป้ายมหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ 5
2 ดอกอินทนิล 8
3 สญั ลักษณป์ ระจำสถาบัน 9
4 แผนผงั ของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ 10
5 คณะครศุ าสตร์ 14
6 คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 15
7 คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 16
8 คณะวทิ ยาการจดั การ 17
9 คณะเทคโนโลยีการเกษตร 18



พฤตกิ รรมการใช้เงนิ ของนักศกึ ษามหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์

การใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยของนักศึกษา เป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับนักศึกษาที่ไม่เคย
บริหารเงินของตัวเอง เนื่องจากตอนอยู่มัธยมศึกษาสามารถขอเงินผู้ปกครองได้ทุกเมื่อตามต้องการ
แต่เมื่อได้สอบเข้ามหาวทิ ยาลัยก็ตอ้ งมีการปรับตัวในหลายๆด้าน โดยเฉพาะปี ๑ ที่ต้องปรับตัวอยา่ ง
มากทง้ั เร่ืองของการเรียน เพ่ือน เงนิ และอ่นื ๆอีกมากมาย ซึง่ คณะผู้จดั ทำจึงได้สนใจศกึ ษาพฤตกิ รรม
การใชเ้ งินของนกั ศึกษาในมหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เพือ่ ศกึ ษาเกยี่ วกับรายรับทไ่ี ดจ้ ากผปู้ กครอง
หรือนักศึกษามีอาชพี เสรมิ ระหวา่ งเรียน และนักศึกษาบางคนกม็ ที นุ การศกึ ษา ซ่งึ พฤติกรรมการใช้เงิน
ของนักศึกษาในแตล่ ะคณะ ชั้นปี ก็มพี ฤติกรรมการใช้เงนิ ทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป การจัดทำแบบสอบถาม
ขึ้นเพื่อได้รูถ้ ึงพฤติกรรมการใช้เงินของนักศึกษา สามารถที่เปรียบเทียบถึงการใช้เงินของแต่ละคณะ
ในมหาวิทยาลยั และเพอ่ื ใหน้ กั ศึกษาไดร้ ู้ถงึ การใชเ้ งินของตวั นักศึกษาเอง

๑. ความหมายพฤติกรรมการใชเ้ งิน
บุณยะกฤต หะสิตะพงษ์ (2557 ) ได้อธิบายว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายที่พึงประสงค์นั้น

นักศึกษาควรยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีวิตอยา่ ง
จรงิ จงั ควรใช้เงนิ ทีผ่ ปู้ กครองสง่ เสยี ใหอ้ ย่างผมู้ ีปญั ญา พงึ คิดเสมอว่าทกุ บาททุกสตางค์เป็นหยาดเหง่ือ
แรงกายของบดิ ามารดาท่แี ฝงไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความหวัง ถึงแมน้ ักศึกษาจะตกอยู่ใน
ภาวะขาดแคลนยังไม่มีอาชีพที่สามารถหารายได้เองได้ ก็ไม่ควรกระทาการใดที่ไม่สุจริต ไม่เล่นการ
พนัน ไมด่ ่มื สุรา ทจ่ี ะทำร้ายร่างกายและเสยี เงนิ โดยเปล่าประโยชน์ คา่ ใชจ้ า่ ยฟุ่มเฟือยก็ควรตัดท้ิงไป
อย่าฟุ้งเฟ้อตามกระแสโฆษณาหรือความต้องการ ในใจอดออมเสียตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวัน
ขา้ งหนา้

พฤติกรรมในการใช้จา่ ยในกลุม่ นักศกึ ษาไทยในปัจจุบันนั้นส่วนใหญฟ่ ุ่มเฟือยไมร่ ู้ตัว คือไม่รู้
ว่าตวั เองเป็นคนฟมุ่ เฟอื ย เพราะเกิดมาพรอ้ มกับความฟมุ่ เฟอื ยจนคดิ ว่าการประหยัดคือความตระหน่ี
ชอบซอื้ ของท่ีไม่จำเป็น ซึ่งมสี าเหตมุ าจากหลายๆอย่าง เช่น กลยทุ ธ์เพ่อื สร้างแรงจงู ใจของผูข้ าย การ
หลั่งไหลของวัฒนธรรมจากสื่อต่างประเทศ การติดต่อสื่อสารอย่างฉับไวในโลกไร้พรมแดน ทำให้
พฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ทั้งเรื่องการแต่งกาย การเลือกคบเพื่อน การใช้เวลา รวมถึงทัศนคติในการ
ดำเนินชีวิต ขาดวิจารณญาณและความยั้งคิดในการใช้จ่าย ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่มี
ความฟุม่ เฟอื ย เกนิ ความจำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิต ปัจจบุ ันสอื่ ตา่ งๆโดยเฉพาะโทรทัศนไ์ ด้ครอบงำผู้คน
เกือบทง้ั ประเทศ ให้เปน็ พวกวตั ถนุ ยิ มกนั ไปเสียหมดแล้ว คือทำใหเ้ นน้ เรื่องสวยเร่ืองงาม เน้นไปทีเ่ รื่อง
ทางเพศ เน้นวัตถุสิ่งของที่มีราคาแพง เช่น การซื้อสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า แว่นตา นาฬิการาคา
แพง การใช้เครือ่ งสำอางจากต่างประเทศ การบรโิ ภค การใช้เครื่องมอื ส่อื สาร เคร่อื งใชอ้ ิเล็กทรอนิกส์
การบริโภคแอลกอฮอล์ บุหรี่ และการเที่ยวสถานเริงรมย์ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อ
คุณภาพชีวติ ของนักศกึ ษาอาจทำใหน้ กั ศกึ ษาตัดสนิ ใจผิดพลาด หารายไดด้ ้วยวธิ กี ารที่ผิดศลี ธรรมและ



กฎหมาย เช่น เข้าไปยุ่งเก่ียวกับการพนัน ยาเสพติด และการค้าประเวณีได้ และจะนำไปสู่ปัญหาต่อ
เศรษฐกจิ และสังคมได้

2. พฤตกิ รรมการใช้เงนิ ของนกั ศึกษามหาวิทยาลยั ตา่ งๆ
จากการศกึ ษางานวจิ ยั เกี่ยวกบั พฤติกรรมการใช้เงินของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ต่างๆ มี

งานวจิ ัยท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดงั นี้
วัชรา สขุ แท้, ศิริมา วงศแ์ หลมทอง และธนชั ฌา ภัยพยบ (2562) ศึกษาพฤติกรรมการใช้

จ่ายเงินของนักศึกษาพยาบาล กรณีศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวรรค์ประชารักษ์
นครสวรรค์ โดย ครอบคลมุ ในเรือ่ งรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน การใช้จา่ ยเงนิ ดา้ นการเรียน อาหาร
ค่าใช้จ่าย ส่วนตัวและนันทนาการ ความสัมพันธ์ระหวา่ งพฤตกิ รรมการใช้จ่ายเงินระหว่างนักศึกษาที่
ได้รับ ทุนการศึกษาและไม่ได้รับทุนการศึกษา กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์
บัณฑิต จำนวน 258 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลีย่
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับเงินจากผู้ปกครองน้อยกว่า 3,000 บาทต่อเดือน มี ค่าใช้จ่าย
ด้านการเรียน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายเก่ียวกบั อาหาร 2,001-3,000
บาทตอ่ เดือน ค่าใช้จา่ ยส่วนตวั 1,001 - 2,000 บาทต่อเดือน และค่าใชจ้ ่ายด้าน นันทนาการ น้อย
กวา่ หรอื เทา่ กับ 1,000 บาทต่อเดือน

สยานนท์ หุนันต์ (๒๕๖๑) ศึกษาพฤติกรรมการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลของนักศึกษา
วิทยาลัย ดุสิตธานี พัทยา โดยวิเคราะห์จากปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทีเ่ กีย่ วกับการบริหารจัดการ
เงนิ ่วนบุคคลของ นกั ศึกษาทม่ี ีผลต่อพฤติกรรมการบริหารจัดการเงิน่วนบุคคล โดยการใชแ้ บบอบถาม
จากนักศกึ ษาจำนวน 364 คน และวิเคราะห์จากคา่ สถิตดิ งั น้ี คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละ ่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และค่า Chi-Square ด้านปัจจัย่วนบุคคล พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับพฤติ
กรรมการบริหารจัดการเงิน่วน บุคคลมากทีุ่ดถึง 4 ด้าน คือ ด้านวิธีการบริหารจัดการเงินว่ นบคุ คล
ด้านวัตถุประสงค์ในการบริหารจัด การเงิน่วนบุคคล ด้านแนวทางในการบริหารจัดการเงนิ ว่ นบุคคล
และด้านบุคคลท่ีมีอิทธิพลต่อการบรหิ าร จัดการเงิน่วนบุคคล ที่ระดับนยั สำคัญ 0.05 ด้านปัจจัยท่ี
เกี่ยวกับการบริหารจดั การเงนิ ว่ นบคุ คลของนักศึกษาทง้ั 4 ด้าน พบวา่ มีค่าเฉล่ียอยูท่ ่ี 3.40 ซึ่งส่งผล
อยใู่ นระดับมาก โดยเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายด้าน พบว่า ชอ่ งทางการทำธุรกรรมทางการเงินมีผลต่อการ
บรหิ ารจดั การเงิน่วนบุคคลของนักศึกษาสูงท่ีสุด มีคา่ เฉล่ียเทา่ กบั 3.75 ซ่ึงสง่ ผลอยู่ในระดับมาก และ
เม่อื พิจารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ ื่อต่าง ๆ เชน่ โทรทัศน์ อนิ เทอรเ์ น็ต แอพพลเิ คชนั่ มอื ถอื มผี ลต่อการ
บริหารจดั การเงินสว่ นบคุ คลของนกั ศกึ ษาสูงท่ีสดุ มีค่าเฉลีย่ เท่ากบั 4.01 อยใู่ นระดับมาก



มลธิชา วังกาว (๒๕๕๘) ศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับชั้นปที ี่ 1-3 ที่ขอกู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมเพ่ือการศกึ ษา
ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ จำแนกตามเพศ ในภาพรวม นักศึกษาเห็นว่าเป็น
พฤติกรรมการใชจ้ ่ายเงนิ กองทุนใหก้ ู้ยืมเพอื่ การศกึ ษา อยู่ในระดับปานกลางทั้งเพศชาย และเพศหญิง
เมือ่ พจิ ารณาเป็นรายด้านท้ังเพศชาย และเพศหญิง นกั ศกึ ษา เห็นว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินกองทุน
ให้กูย้ ืมเพอ่ื การศึกษา ด้านคา่ ใช้จา่ ยที่เกยี่ วเนื่องกบั การศึกษา อยู่ใน ระดับมาก และด้านค่าใช้จ่ายท่ีจ
าเป็นในครองชีพระหว่างการเรียน ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด อยู่ในระดับปาน กลาง ด้านค่าใช้จ่ายที่
เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากจำนวน 3 ข้อ และมี
ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 2 ข้อ สำหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก เรียงลำดับ
ค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย ดงั นค้ี า่ ชุดนักเรียน ชุดฝกึ ปฏบิ ัติ รองลงมาค่าค่าสมดุ คา่ หนงั สอื ค่าปากกา
ดินสอยางลบ ไม้บรรทัด และจัดทำรายงาน ค่าหมึกปรินท์เตอร์ค่าจ้างพิมพ์งาน ตามลำดับ ด้าน
ค่าใชจ้ ่ายท่จี าเป็นในการครองชีพระหว่างการเรยี น คา่ ใชจ้ ่ายเบ็ดเตล็ด ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล พบว่า
เพศชาย มีพฤตกิ รรมและปัญหาการใช้จ่ายเงนิ กองทนุ ใหก้ ู้ยืมเพอ่ื การศกึ ษา ดา้ นค่าใช้จา่ ยที่จ าเป็นใน
การครองชีพระหว่างการเรียน ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ในภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง เมื่อพิจารณา
เป็นราย ข้อ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก จำนวน 3 ข้อ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง 3 ข้อและมี
คา่ เฉลี่ยอยใู่ นระดับ นอ้ ย จำนวน 6 ข้อ สำหรบั ข้อท่มี คี ่าเฉล่ียสงู สดุ 3 อันดบั แรก เรยี งล าดบั คา่ เฉลี่ย
จากมากไปหาน้อย ดังนี้ ค่าอาหาร รองลงมาค่าเช่าที่พักและค่าสบู่ ค่าน้ำยาสระผม ค่ายาสีฟัน
ตามลำดับ

ทัศไนย สุนทรวิภาต ศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และพฤติกรรม
การใช้จ่ายตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียง ของกลุ่มนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยได้ใช้
แบบสอบถามเก็บขอ้ มูลจาก กล่มุ ตวั อย่างที่เป็นนกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐและ
เอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จาํ นวน 441 คน และใชส้ ถิตกิ ารวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวจิ ยั พบว่า การสื่อสารในครอบครวั แบบปกป้องสามารถทาํ นายปริมาณการเปิดรับส่ือประเภท
โทรทศั น์ของนักศกึ ษาในเขต กรงุ เทพมหานครได้เป็นอันดับหนง่ึ ในขณะท่ีลักษณะมุ่งอนาคตควบคุม
ตนสามารถทํานายปริมาณการ เปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ได้เป็นอันดับหนึ่ง และการมีแบบอย่างจาก
เพื่อนสามารถทํานายปริมาณการเปิดรับ สื่ออินเทอร์เน็ตได้เป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ความรู้ท่ี
เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทํานาย เจตคติที่ดีต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายตามหลัก
เศรษฐกจิ พอเพียงของนักศกึ ษาในเขตกรุงเทพมหานครได้เปน็ อันดบั หน่ึง และเจตคติที่ดตี อ่ พฤติกรรม
การใช้จ่ายตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทํานายพฤติกรรมการ ใช้จ่ายตามหลักเศรษฐกิจ
พอเพียงของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครได้เปน็ อันดับหนึง่ ทั้งน ี้ ผลการวิจัย สามารถสรุปเป็น
ข้อเสนอแนะเพ ่ื อการพฒั นา คือ ผู้ควบคมุ นโยบายภาครฐั ควรส่งเสริมให้มกี ารผลิตเน้ือหา ในรูปแบบ
ที่หลากหลายท่ีสามารถนําเสนอความรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ง่ายต่อการทําความเข้าใจ
และชวนให้ติดตามอย่างตอ่ เนื่อง ผา่ นสื่ออนิ เทอรเ์ นต็ สอ่ื สังคมออนไลน์และสอ่ื โทรทัศน์



3. พฤตกิ รรมการใชเ้ งนิ ของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์
นักวิจัยนำเสนอข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมการใชเ้ งินของนักศึกษามหาวทิ ยาลัยราชภฏั

เพชรบรู ณ์ 2 ประเดน็ ดงั น้ี
3.1 ข้อมลู มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
3.1.1 ประวัติมหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
๓.1.2 นโยบายบรหิ ารสถาบนั
3.1 3 คณะและสาขาในมหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์
3.1.4 จำนวนนกั ศึกษาในมหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์
3.2 ผลการสำรวจพฤตกิ รรมการใช้เงินของนักศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
3.2.1 ขอ้ มลู ผู้ทำแบบสำรวจ
3.2.2 ขอ้ มูลผปู้ กครอง
3.2.3 รายไดข้ องนักศกึ ษาตอ่ เดอื น
3.2.4 ค่าใชจ้ ่ายในด้านตา่ งๆต่อเดอื น
3.2.5 วธิ ีแกป้ ญั หาของนกั ศกึ ษาเม่อื เงนิ ไม่พอใช้
3.2.6 เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษากับไม่ได้รับ

ทุนการศกึ ษา
3.2.7 เปรียบเทียบพฤตกิ รรมการใชจ้ ่ายเงนิ ของนกั ศึกษาแต่ละชั้นปี

3.3 สรุปผล



3.1 ขอ้ มูลมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์

ภาพที่ 1 ปา้ ยมหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์
ท่ีมา (https://bit.ly/3afCacC)

3.1.1 ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
1. ประวตั ิการกอ่ ตง้ั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์
เมอื่ ปี พ.ศ. 2514 นายจำรูญ ปิยมั ปตุ ระ ผ้วู ่าราชการจงั หวดั เพชรบูรณ์ ร่วมกับ

พ่อค้าประชาชน และสมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการขอจัดตั้งวิทยาลัยครูขึ้น โดยอ้างเหตุผล ดังนี้ (สำนักวางแผนและพฒั นาสถาบนั
ราชภฏั เพชรบรู ณ์, 2542)

1. จงั หวัดเพชรบูรณก์ ำลงั เรง่ พฒั นาทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษาน้ันยัง
ขาดแคลนครูเปน็ จำนวนมาก

2. จังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งอยู่ในใจกลางของประเทศ และมีจังหวัดอื่น ๆ
ล้อมรอบถึง 7 จังหวัด คือ พิษณุโลก พิจิตร ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ ขอนแก่น และเลย ได้จัดต้ัง
สถาบนั ชันสูงข้ึนแลว้ นกั เรียนจากจังหวัดไกลเ้ คียงจะเดินทางมาศึกษาได้อยา่ งสะดวก

3. จงั หวดั มีทีด่ ินจะมอบให้หลายร้อยไรเ่ ปน็ ที่ดนิ ในเขตผงั เมอื ง ตามพระราช
กฤษฎีกา พ.ศ.2484 ออกในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธกิ าร
จึงไดส้ ่งกรมการฝกึ หดั ครู มาสำรวจทำแผนผังทด่ี ิน ซึ่งติดถนนสายสระบรุ ี - หลม่ สกั ห่างจากตัวเมือง
ไปทางทศิ เหนือประมาณ 3 กโิ ลเมตร มีเนอื้ ทีป่ ระมาณ 856 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา

กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วอนุมัติให้สร้างวิทยาลัยครูขึ้นที่จังหวัด
เพชรบูรณ์ โดยประกาศตั้งเมื่อวนั ที่ 29 กันยายน 2516 และได้แต่งตั้งให้ นายน้อย สีป้อ อาจารย์
เอกวทิ ยาลัยครพู บิ ูลสงคราม พิษณโุ ลก มารักษารชการในตำแหน่งอาจารยใ์ หญ่ วทิ ยาลัยครูเพชรบรู ณ์
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2516 และได้รับนักศึกษารุ่นแรกในปกี ารศึกษาในเขตจังหวัดเพชรบรู ณ์และ
จงั หวัดพิจติ ร



วันที่ 19 สิงหาคม 2518 มีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู
พุทธศักราช 2518” วิทยาลัยครูจึงได้รับการยกฐานะเป็นสถาบันอุดมการณ์ศึกษาสังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2527 มปี ระกาศใช้ “พระราชบญั ญัตคิ รู (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2527” มี
ผลให้วิทยาลยั ครสู ามารถผลิตบัณฑิตสาขาวิชาชพี อ่นื ทไ่ี มใ่ ช่วิชาชีพครู

พ.ศ. 2528 สภาการฝึกหัดครูไดก้ ำหนดขอ้ บงั คับวา่ ดว้ ยกลมุ่ วิทยาลัยครูให้
เรียกกลุ่มวิทยาลัยครู ซึ่งประกอบด้วยวิทยาลัยครู ซึ่งประกอบด้วยวิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ วิทยาลัย
พิบูลสงคราม วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ละวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม วิทยาลัยครูกำแพงเพชร ว่าสห
วทิ ยาลยั พุทธชนิ ราช สำนักงานสหวทิ ยาลัยตัง้ อยู่ท่ีวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม

พ.ศ. 2535 โดยกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการได้นำความกราบ
บังคับทูลพระกรุณาขอพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และ

พระองค์ท่านก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า “สถาบันราชภัฏ” แก่
วิทยาลัยครู 36 แห่ง วิทยาลัยครูเพชรบูรณ์จึงมีชื่อใหม่ว่า “สถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์” ซึ่งแนวโน้ม
จะต้องปรับเปลี่ยนสภาพใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญัตสิ ถาบนั ราชภฏั มาตรา 7 คอื ใหส้ ถาบนั ราชภัฏ
เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยเพ่ือพัฒนา
ท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัยให้การบริการทาง
วิชาการแกส่ งั คม ทำนุบำรงุ ศลิ ปวัฒนธรรม ผลิตครสู ่งเสรมิ วทิ ยฐานะครูและบคุ คลากรประจำการ

สถาบันราชภัฏเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาชาวิชาการศึกษา สาขาวิชา
วิทยาศาสตร์ และสาขาศิลปศาสตร์ ให้กับนักเรียนทั้งภาคปกติและนักศึกษาบุคลากรประจำการ
(กศ.บป.) ระดับอนุปรญิ ญา ปริญญาตรี 2 ปี (หลงั อนุปริญญา) และปริญญาตรี 4 ปี

พ.ศ. 2540 สถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์ทูลเกล้าภูมิพลอดุยเดชฯ ได้ลงพระ

ปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เรมิ่ ใชพ้ ระราชบัญญตั ิสถาบนั ราชภฏั เมอื่ วันที่ 25 มกราคม
2538

พ.ศ. 2540 สถาบันราชภฏั เพชรบูรณท์ ลู เกล้าฯ ถวายปรญิ ญาวทิ ยาศาสตร
ดษุ ฏีบัณฑติ กิตติมศกั ด์สิ าขาวิชาวิทยาศาสตร์ โปรแกรมวิชาวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ แดพ่ ระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช

พ.ศ. 2541 สถาบันราชภฏั เพชรบรู ณท์ ูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฏีบัณฑิต
กิตติศักดิ์ แดพ่ ระราชวงค์ 4 พระองค์

ทลู เกล้าฯ ถวายปรญิ ญาศิลปศาสตรดษุ ฏบี ัณฑติ กิตติมศกั ด์ิ สาขาวิชาศิลปะ
ศาสตร์ สายศิลปกรรมและศิลปประยุกต์ โปรแกรมวิชาศิลปกรรม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ
บรมชนิ นี าถ



ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาครุศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชา
การศึกษา สายเทคนิคการศึกษาโปรแกรมวิชาการบรหิ ารการศึกษาแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมงกฎุ ราชกมุ าร

ทูลเกลา้ ฯ ถวายปรญิ ญาครศุ าสตรดุษฎบี ัณฑิตกิตตศิ กั ด์ิ สาขาวชิ าการศึกษา
สายเทคนิคการศึกษาโปรแกรมวิชาการศึกษานอกระบบแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรม
ราชกมุ ารี

ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาชา
วิทยาศาสตร์ สายวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โปรกรมวิชาเคมี แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจา้ ฟา้ จุฬาภรณ์วลยั ลักษณ์อัครราชกุมารี

พ.ศ. 2542 ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎบี ัณฑิตกิตติศักด์ิ แด่
พระเจา้ วรวงศเ์ ธอพระองค์เจา้ โสมสวลี พระวรราชาทินดั ดามาตุ

ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟา้ กลั ยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครนิ ทร์

๒. ภารกิจของสถาบนั
1. ใหก้ ารศกึ ษาวิชาการและวชิ าชพี ขน้ั สูง
2. ทำการวจิ ยั
3. บรกิ ารวิชาการแก่สังคม
4. ปรับปรงุ ถา่ ยทอดและพฒั นาเทคโนโลยี
5. ทำนุบำรงุ ศลิ ปวฒั นธรรม
6. ผลิตครูและสง่ เสริมวิทยฐานะครู



๓. ดอกไม้ประจำสถาบัน
ดอกอนิ ทนิลเปน็ ดอกไม้ประจำสถาบันมหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์

ภาพที่ 2 ดอกอนิ ทนิล
ทีม่ า (https://bit.ly/2WE6iui)
4. สปี ระจำสถาบนั
สมี ่วง
๕. ปรัชญาของสถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์
ปัญญา เสฏฐา ปัญญาเปน็ สงิ่ ประเสรฐิ สุด
๖. ปณิธานของสถาบนั ราชภฏั เพชรบูรณ์
สถาบันราชภฏั เพชรบูรณ์ เพมิ่ พูนคณุ ธรม เลิศล้ำปัญญา อดุ มศึกษาเพอ่ื
พัฒนาท้องถน่ิ



๗. สัญลักษณ์ประจำสถาบัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ภูมิพลอดลุ ยเดชฯ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ

พระราชทานสญั ลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏเพชรณ์ เม่อื วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538

ภาพที่ 3 สญั ลักษณป์ ระจำสถาบนั
ทม่ี า (https://bit.ly/3dnunex)

นาม “สถาบันราชภัฏ” สีของสญั ลกั ษณ์
สง่ิ แวดล้อมที่สวยงาม สนี ำ้ เงนิ แทนค่า สถาบนั พระมหากษตั รยิ ผ์ ู้ใหก้ ำเนิดและพระราชทาน

แห่ง สีเขยี ว แทนคา่ แหลง่ ท่ตี ง้ั ของสถาบนั ฯ 36 แหลง่ ในแหลง่ ธรรมชาติและ
พระเจ้าอยู่หัวฯ
สที อง แทนค่า ความเจรญิ รุ่งเรืองทางปัญญา
สีส้ม แทนค่า ความรุง่ เรอื งของศลิ ปวฒั นธรรมท้องถนิ่ ทีก่ ้าวไกลใน 36

สีขาว แทนค่า ความคิดอันบริสทุ ธข์ิ องนกั ปราชญ์ แห่งพระบาทสมเด็จ

๑๐

๙. สถานที่ต้ัง

ภาพที่ 4 แผนผังของมหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์
ทีม่ า (https://bit.ly/2WDadaB)

83 หมู่ 5 ถนนสระบรุ ี – หลม่ สกั ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จงั หวัด
เพชรบูรณ์ 6700

โทรศัพท์ (056) 711396 , 721583
โทรสาร (056) 722217
อินเตอร์เน็ต http: //www.pcru.ac.th
ตง้ั อยรู่ มิ ถนนสายสระบุรี - หลม่ สัก ทางดา้ นทศิ ตะวันตก ห่างจากตัวเมอื งไป
ทางทิศเหนอื 3 กโิ ลเมตร มพี ้ืนท่ีทั้งหมด 856 ไร่ งาน 57 ตารางวา

๑๑

๓.1.2 นโยบายบริหารสถาบนั
1. ด้านการจัดการศึกษา
1.1 สง่ เสริมการจัดการศึกษาในระดับปรญิ ญาตรีปริญญาโทสาขาวิชาตา่ ง ๆ

ตาม
1.2 สง่ เสรมิ การผลิตบณั ฑิตด้าน
1.3 ส่งเสริมบรรยากาศทางวิชาการแกท่ ้องถิ่นโดยจดั สภาพแวดล้อมในสถาบัน

ให้เอ้ือ
1.4 พัฒนางานดา้ นวชิ าการตา่ งๆโดยเปา้ หมายโดยเน้นเรอ่ื งคณุ ภาพชีวิต และให้

มีห้องปฏิบัตกิ ารและเครื่องมอื อปุ กรณแ์ ละเทคโนโลยีทที่ นั สมยั
1.4.1 สรา้ งเครอื ข่ายการเรยี นรูด้ ้านสารสนเทศ ระหว่างสถาบันท้งั ภายใน

และตา่ งประเทศ
1.4.2 สง่ เสรมิ ใหน้ ักศกึ ษามีทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ านจากสถานการณจ์ ริง

อย่างครบวงจร
1.4.3 ส่งเสริมการผลิตใหม้ ีปริมาณเพียงพอ มคี ุณภาพคุณธรรมและ

จริยธรรม
2. ด้านการวิจัย
2.1 ส่งเสริมบุคลากรภายในและนอกสถาบนั ให้มศี ักยภาพสงู และมเี จตคตทิ ่ีดีใน

การทำงานวิจัย
2.2 พฒั นาสำนักวิจยั ให้มีบทบาทในการประสานงานและประสานความรว่ มมือ

ระหว่างนกั วิจยั ดว้ ยกัน
2.3 สง่ เสริมให้บุคลากรในสถาบันได้ทำงานวจิ ัยในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ทุกด้านท่ี

มีผลตอ่ การพฒั นาเหน็ คณุ
3. ด้านการบรกิ ารวิชาการความต้องการของทอ้ งถ่นิ และสงั คม
3.1 พฒั นาศูนยป์ ฏิบตั กิ ารอดุ มศึกษาเพ่อื วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

สงิ่ แวดลอ้ มสาขาพัฒนาท้องถิ่นบรหิ ารธุรกจิ และการจดั การภาษาต่างประเทศ
3.2 ส่งเสรมิ ความร่วมมือกับองคก์ รตา่ ง ๆ และสาขาอ่นื ตามความตอ้ งการของ

ทอ้ งถนิ่ ทงั้ ภาครฐั และเอกชนเพอ่ื บริการวชิ าการ
3.3 พฒั นางานวชิ าการให้มีความต่อการแสวงหาความร้หู ลากหลายทั้งใน

รปู แบบวิธกี ารกลุ่ม
4. ดา้ นการปรบั ปรงถ่ายทอดเทคโนโลยี
4.1 สง่ เสริมให้ศนู ย์วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

๑๒

5. ด้านการผลิตครแู ละส่งเสรมิ วทิ ยฐานะครู
4.2 นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปรบั ปรุงถา่ ยทอดและพัฒนา

เทคโนโลยี
4.3 สง่ เสรมิ ให้ประชาชนในท้องถิ่นเหน็ คณุ คา่ และร่วมมือกนั รกั ษาสิ่งแวดลอ้ ม

รจู้ ักนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการดำรงชีวิตอยา่ งชาญฉลาด
5. ด้านการทำนบุ ำรงุ ศิลปวฒั นธรรมใจและสวัสดกิ ารมากขึน้
5.1 สง่ เสรมิ ให้มีการศกึ ษาคน้ คว้าวิจยั ข้อมลู ทางศิลปวัฒธรรมประเพณที ้องถิ่น

เป็นการสบื สานวัฒนธรรม บูรณาการจดั การเรียนการสอนและบริการทอ้ งถ่ิน
5.2 สง่ เสรมิ ให้ความรว่ มมือกบั หนว่ ยงานสถาบันแบบมีสว่ นร่วมเพื่อมุ่งสู่ความ

คลอ่ งตัวตา่ งๆในการจัดกิจกรรมทางศิลปวฒั นธรรมและความเปน็ เลศิ ของสถาบันอุดมศึกษาเพอื่
ท้องถ่นิ พฒั นาทอ้ งถ่ิน

5.3 สนับสนุนให้สถาบนั มีการพัฒนาระบบขอ้ มลู ได้แก่ คน งบประมาณ
เครือ่ งมือ วสั ดุ อุปกรณ์ กระบวนการ จดั เก็บขอ้ มูลดว้ ยระบบทีท่ นั สมยั

5.4 สง่ เสริมแลกเปลี่ยนเผยแพร่สารสนเทศใหส้ ามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทัง้
ผลงานทางศิลปวฒั นธรรมทงั้ ในประเทศและภายในศนู ย์สำนกั คณะและระหว่างสถาบันต่างประเทศ

6. ดา้ นการผลติ ครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู
6.1 ผลิตครทู ม่ี ีทักษะทางกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการสร้างองค์ความรู้

ใหมโ่ ดยประยุกตท์ ฤษฎหี ลกั การกับข้อเท็จจรงิ ในบรบิ ทของสังคมไทย
6.2 ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตสำนกึ ในการรักษาและสืบทอดวฒั นธรรมท้องถนิ่
6.4 ส่งเสรมิ ให้นกั ศกึ ษาครูมีจติ สำนึกในการรกั ษาสบื ทอดศิลปวัฒนธรรม

ท้องถิ่นวทิ ยาศาสตร์ประยุกต์ทำหนา้ ท่ีตามภารกจิ ของสถาบนั

๑๓

7.ด้านการบริหาร
7.1 ส่งเสรมิ บุคลากรใหพ้ ัฒนาด้านชวี ิตอยา่ งชาญฉลาดความรู้คณุ วฒุ ิและ
ตำแหนง่ ทางวชิ าการให้เพ่มิ สูงข้นึ สถาบนั จะสนบั สนุนดว้ ยขวัญกำลัง
7.2 จดั หาอาจารยแ์ ละเจ้าหน้าที่ ท่ีมีความร้คู วามสามารถเพียงพอตอ่ การ
พัฒนาสถาบนั
7.3 ปรบั ปรุงระดับและรปู แบบการบริหารสถาบันแบบมีสว่ นรว่ มเพอื่ มุ่งสู่
ความคลอ่ งตวั และความเปน็ เลิศของสถาบันอดุ มศกึ ษา เพอ่ื พัฒนาท้องถ่นิ

1) พัฒนางานบรกิ าร เพอ่ื สนับสนนุ ระบบข้อมลู ไดแ้ ก่คนงบประมาณ
เครอื่ งมือกิจการต่าง ๆ ของสถาบันใหม้ ีความเพยี งพอรวดเรว็ และถูกตอ้ ง

2) จัดตัง้ และพฒั นาเครือขา่ ยสารสนเทศ ใหส้ ามารถแลกเปลี่ยนขอ้ มูลทงั้
ภายในศูนย์ สำนัก และระหวา่ งสถบัน

3) สนบั สนนุ ใหม้ กี ารพัฒนาองค์กรดา้ นตา่ ง ๆ ท้ังรปู แบบและวธิ ีการ
ดำเนินงานของสถาบัน

๑๔

3.1 3 คณะและสาขาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์
คณะครุศาสตร์

ภาพที่ ๕ คณะครุศาสตร์
ท่ีมา (https://bit.ly/2J7WtfV)

เป็นคณะแรกในการจัดตั้งวิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ โดยทำหน้าที่ในการผลิตครูรุ่น
แรกในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งได้รับวุฒิ ปกศ.ต้น และมีการพฒั นามาโดยลำดบั ปัจจุบันคณะครุศาสตร์มี
ภารกจิ ตาม พ.ร.บ.สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ในการผลติ บณั ฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษา บริการวิชาแก
ชุมชน วิจัย ปรับปรุง ถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลิตครูและส่งเสริมวิทยาฐานะครูและทำนุบำรุง
ศลิ ปวฒั นธรรม ซง่ึ คณะครุศาสตรม์ สี าขาท่ีเปดิ การสอน ดงั น้ี

ปริญญาตรี 4 และ 5 ปี
สาขาวิชา พลศกึ ษา
สาขาวชิ า ภาษาไทย
สาขาวิชา คณิตศาสตร์
สาขาวชิ า ภาษาอังกฤษ
สาขาวิชา การศึกษาปฐมวยั
สาขาวิชา วทิ ยาศาสตรท์ ว่ั ไป

๑๕

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพที่ ๖ คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทีม่ า (https://bit.ly/2UdMEUh)

คณะวิทยาศาสตร์ ต้งั ขน้ึ ตามพระราชบัญญัตวิ ทิ ยาลยั พ.ศ. 2518 และประกาศ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ซึ่งออกตาม พ.ร.บ. ฉบับดงั กลา่ วมภี ารกิจใน การจัดการศกึ ษาระดับอุดมศึกษา
สาชาวิชาการศึกษา และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ได้พัฒนามาโดยลำดับ ทั้งในด้านบุคลากร อาคาร
สถานที่ พัสดคุ รภุ ณั ฑ์ มีสำนักต้ังอยทู่ ี่ อาคาร 4 ซึง่ คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีมีสาขาที่เปิดการ
สอน ดังนี้

ปริญญาตรี 4 ปี
สาขาวิชา เคมี
สาขาวิชา ฟิสิกส์
สาขาวชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศ
สาขาวชิ า วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์
สาขาวิชา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดลอ้ ม
สาขาวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
สาขาวิชา คณิตศาสตร์
สาขาวิชา ชีววิทยา
สาขาวิชา สาธารณสขุ ศาสตร์
สาขาวิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร

๑๖

คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์

ภาพท่ี ๗ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
ท่ีมา (https://bit.ly/3boly2e)

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เป็นส่วนราชการหนึ่ง ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรก
เมื่อ พ.ศ. 2520 ตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 จัดการศึกษาสาขาวิชาการศึกษา และได้
พัฒนาเพิ่มการสอนในสาขาวิชาศิลปะศาสตร์ มาจนถึงปัจจบุ ันมสี ำนักงานต้ังอยู่อยู่ท่ีอาคาร 3 คณะ
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีอาจารย์ที่เชียวชาญมีความพรอ้ มในการสอน การให้บริการทางใน
สาขาตา่ ง ๆ ข้ึนตามความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น ซ่ึงคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มสี าขาท่เี ปิดการ
สอน ดงั น้ี

ปริญญาตรี 4 ปี
สาขาวิชา นติ ิศาสตร์
สาขาวชิ า ภาษาอังกฤษ
สาขาวิชา ภาษาองั กฤษธุรกิจ
สาขาวชิ า สารสนเทศศาสตร์
สาขาวชิ า ศลิ ปกรรม
สาขาวิชา รฐั ประศาสนศาสตร์
สาขาวชิ า รฐั ศาสตร์ (การเมอื งการปกครอง)
สาขาวชิ า รัฐศาสตร์ (การเมอื งท้องถนิ่ )
สาขาวิชา ดนตรแี ละการแสดง
สาขาวิชา พัฒนาสงั คม
สาขาวิชา นาฏศิลปแ์ ละศิลปะการแสดง

๑๗

คณะวิทยาการจัดการ

ภาพท่ี ๘ คณะวทิ ยาการจัดการ
ท่ีมา (https://bit.ly/39iHMkN)

คณะวิทยาการจัดการตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. วิทยาลัย พ.ศ. 2518 และประกาศ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ซงึ่ ออกตาม พ.ร.บ. ฉบับดงั กล่าวคณะวิทยาการจัดการได้พัฒนาทั้งในด้าน การ
บริหารและวิชาการมีบุคลากร วัสดุครุภัณฑ์เพิ่มข้ึนตามลำดับ สามาถจัดการสอนและให้บริการทาง
วิชาการแก่ชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมีสำนักงานตั้งอยู่ที่อาคาร 2 ซึ่งคณะ
วทิ ยาการจัดการมสี าขาทเ่ี ปดิ การสอน ดงั น้ี

ปริญญาตรี 4 ปี
สาขาวชิ า เศรฐศาสตร์
สาขาวิชา การประชาสมั พนั ธ์
สาขาวชิ า บัญชี
สาขาวชิ า การจัดการ
สาขาวิชา การตลาด
สาขาวชิ า การจัดการทรพั ยากรมนุษย์
สาขาวชิ า การท่องเท่ียวและการโรงแรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
สาขาวิชา นเิ ทศศาสตร์ (การส่อื สารดจิ ทิ ลั )

๑๘

คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร

ภาพท่ี ๙ คณะเทคโนโลยีการเกษตร
ท่ีมา (https://bit.ly/39iHMkN)

คณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็นคณะที่พัฒนามาจากภาควิชาเกษตรศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 7 โดยได้รับจัดสรรงบประมาณ
2536 และไดร้ ับความเหน็ ชอบในการแบ่งส่วนราชการจากคณะกรรมการสถาประจำสถาบันราชภัฏ
เพชรบูรณ์ เมื่อ การประชุมครั้งที่ 3/2540 วันที่ 13 พฤษภาคม 2540 คณะกรรมการบริการ
สถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้เห็นชอบให้คณะเทคโนโลยีการเกษตร ดำเนินการในรูปของคณะเต็ม
รปู แบบตั้งแต่ปีการศึกษา 2540 เปน็ ตน้ มา ซงึ่ คณะเทคโนโลยกี ารเกษตรมีสาขาท่ีเปิดการสอน ดงั นี้

ปรญิ ญาตรี 4 ปี
สาขาวชิ า เกษตรศาสตร์ (พืชศาสตร์)
สาขาวชิ า เทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม (เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อตุ สาหกรรม)
สาขาวิชา เทคโนโลยีอตุ สาหกรรม (เทคโนโลยไี ฟฟา้ อุตสาหกรรม)
สาขาวิชา เทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เทคโนโลยีการผลิต)
สาขาวชิ า เทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมก่อสร้าง)
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (สัตวศาสตร์)
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (การจัดการการเกษตร)
สาขาวิชา เทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์)
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (คหกรรมศาสตร์)
สาขาวชิ า ออกแบบผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม

๑๙

สาขาวชิ า วศิ วกรรมคอมพิวเตอร์
สาขาวิชา วิศวกรรมการผลติ และการจดั การ
สาขาวิชา เทคโนโลยีการผลติ
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (เพาะเลีย้ งสัตวน์ ้ำ)
สาขาวชิ า เทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม (เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร)์
สาขาวชิ า เทคโนโลยวี ิศวกรรมโยธา
ปรญิ ญาตรี ๕ ปี
สาขาวิชา การงานอาชพี และเทคโนโลยี
(สำนักวางแผนและพฒั นาสถาบนั ราชภัฏเพชรบูรณ์. 2542).

๒๐

3.1.4 จำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชบูรณ์ ทุกคณะและทุกชั้นปี มีทั้งหมด

4,794 คน สามารถแยกได้ตามคณะ สาขา และชนั้ ปไี ดต้ ามตารางท่ี ดังน้ี

ตารางท่ี 1 จำนวนนักศกึ ษาในมหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์

ระดับปริญญาตรี จำนวนนกั ศึกษา
คณะครศุ าสตร์
185
สาขาวชิ า พลศึกษา 118
สาขาวชิ า ภาษาไทย 274
สาขาวชิ า คณติ ศาสตร์ 266
สาขาวิชา ภาษาองั กฤษ 287
สาขาวชิ า การศึกษาปฐมวยั 217
สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ท่ัวไป รวม 1,347

คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 30
สาขาวิชา เคมี 31
สาขาวิชา ฟสิ ิกส์ 1
สาขาวชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศ 57
สาขาวิชา วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ 45
สาขาวชิ า วทิ ยาศาสตร์สิง่ แวดล้อม 31
สาขาวชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารอาหาร 56
สาขาวิชา คณติ ศาสตร์ 69
สาขาวชิ า ชีววิทยา 188
สาขาวิชา สาธารณสุขศาสตร์ 36
สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวม 544

๒๑

ตารางที่ 1 จำนวนนกั ศกึ ษาในมหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ (ตอ่ )

ระดบั ปรญิ ญาตรี รวม จำนวนนกั ศกึ ษา
คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ รวม
125
สาขาวชิ า นิติศาสตร์ 121
สาขาวิชา ภาษาองั กฤษ 89
สาขาวิชา ภาษาองั กฤษธุรกจิ 13
สาขาวชิ า สารสนเทศศาสตร์ 65
สาขาวชิ า ศิลปกรรม 251
สาขาวชิ า รัฐประศาสนศาสตร์ 467
สาขาวชิ า รัฐศาสตร์ (การเมอื งการปกครอง) 40
สาขาวชิ า รัฐศาสตร์ (การเมอื งท้องถนิ่ ) 27
สาขาวชิ า ดนตรีและการแสดง 66
สาขาวิชา พฒั นาสังคม 25
สาขาวชิ า นาฏศิลป์และศิลปะการแสดง 1,289

คณะการจัดการ 33
สาขาวิชา เศรฐศาสตร์ 20
สาขาวชิ า การประชาสัมพนั ธ์ 278
สาขาวิชา บญั ชี 209
สาขาวิชา การจดั การ 105
สาขาวิชา การตลาด 53
สาขาวิชา การจัดการทรพั ยากรมนุษย์ 106
สาขาวิชา การท่องเทย่ี วและการโรงแรม 49
สาขาวิชา คอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ 11
สาขาวิชา นิเทศศาสตร์ (การสื่อสารดิจทิ ัล) 864

๒๒

ตารางท่ี 1 จำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ (ต่อ) จำนวนนกั ศกึ ษา

ระดับปริญญาตรี 74
คณะเทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม 1

สาขาวชิ า เกษตรศาสตร์ (พืชศาสตร์) 45
สาขาวิชา เทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 11
อุตสาหกรรม) 41
สาขาวิชา เทคโนโลยอี ุตสาหกรรม (เทคโนโลยไี ฟฟ้าอุตสาหกรรม) 40
สาขาวชิ า เทคโนโลยีอตุ สาหกรรม (เทคโนโลยกี ารผลิต) 24
สาขาวชิ า เทคโนโลยีอตุ สาหกรรม (เทคโนโลยีอตุ สาหกรรมกอ่ สรา้ ง) 6
สาขาวชิ า เกษตรศาสตร์ (สัตวศาสตร์) 81
สาขาวชิ า เกษตรศาสตร์ (การจัดการการเกษตร) 21
สาขาวชิ า เทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เทคโนโลยอี ิเล็กทรอนิกส)์ 50
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (คหกรรมศาสตร์) 69
สาขาวชิ า ออกแบบผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม 59
สาขาวิชา วิศวกรรมคอมพวิ เตอร์ 11
สาขาวชิ า วิศวกรรมการผลิตและการจดั การ 52
สาขาวิชา เทคโนโลยีการผลติ 7
สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ (เพาะเล้ียงสตั วน์ ้ำ) 158
สาขาวชิ า เทคโนโลยอี ุตสาหกรรม (เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์) 4,794
สาขาวชิ า เทคโนโลยีวศิ วกรรมโยธา
สาขาวชิ า การงานอาชีพและเทคโนโลยี

รวม

๒๓

3.2 ผลการสำรวจพฤติกรรมการใชเ้ งินของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์
3.2.1 ขอ้ มูลผูท้ ำแบบสำรวจ
กล่มุ ตวั อยา่ งส่วนมากเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเพศหญงิ คดิ เปน็ ร้อยละ

75.8 และเพศชาย รอ้ ยละ 24.2 กลุ่มตัวอย่างศึกษาอยู่ในชนั้ ปีท่ี ๒ มากที่สดุ คดิ เป็นรอ้ ยละ 69.2
รองลงมา คือ ช้นั ปีท่ี 1 ร้อยละ 24.2 น้อยที่สดุ คอื ช้นั ปีท่ี 4 รอ้ ยละ 1.7 ดังแสดงในตารางท่ี 2

ตารางที่ 2 จำนวนและร้อยละของนักศกึ ษาจำแนกตามลกั ษณะส่วนบคุ คล (n = 120)

ลักษณะส่วนบุคคล จำนวน (คน) รอ้ ยละ (%)

เพศ 21 24.2
ชาย 91 75.8
หญิง
73 60.2
คณะ 12 10
ครศุ าสตร์ 19 15.8
มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ 9 7.5
7 5.8
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิทยาการจดั การ 29 24.2
เทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม 83 69.2
ชน้ั ปี 65
ปี 1 2 1.7
ปี ๒
ปี ๓
ปี 4

๒๔

3.2.2 ขอ้ มลู ผู้ปกครอง
กลุ่มตัวอย่างส่วนมากอาชีพของบิดาและมารดาของนักศึกษา เป็นเกษตรกร

โดยอาชีพของบิดาคิดเป็นร้อยละ 52.1 และอาชีพของมารดา ร้อยละ 51.3 และรายได้ของ
ครอบครัวต่อเดือนส่วนมากมีรายได้ที่ น้อยกว่า 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 51.3 ดังแสดงใน
ตารางท่ี 3

ตารางท่ี 3 จำนวนและรอ้ ยละของผ้ปู กครองนักศึกษาจำแนกตามลกั ษณะส่วนบคุ คล (n = 120)

ลักษณะส่วนบคุ คล จำนวน (คน) ร้อยละ (%)

อาชีพบดิ า 62 52.1
เกษตรกร 23 19.3
ลกู จ้างช่ัวคราว/รับจา้ งทวั่ ไป 21 17.6
ขา้ ราชการ/พนกั งานรฐั วสิ าหกิจ/ พนักงานราชการ 13 19.8
อื่นๆ
60 51.3
อาชพี มารดา 31 26.5
15 12.8
เกษตรกร 11 9.6
ลูกจ้างชว่ั คราว/รบั จ้างทว่ั ไป
ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ/ พนักงานราชการ 27 51.3
อื่น ๆ 54 22.5
รายไดข้ องครอบครัวตอ่ เดอื น 23 12.8
นอ้ ยกว่า 10,000 บาท 16 9.6
10,001 – ๒0,000 บาท
20,001 – 30,000 บาท
มากกว่า ๓0,000 บาท

๒๕

3.2.3 รายได้ของนกั ศึกษาต่อเดอื น
กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษาได้รายรับจากผู้ปกครองต่อเดือนมากที่สุดช่วง

1,001 – 2,000 บาท โดยคิดเป็นรอ้ ยละ 33.3 นักศกึ ษาสว่ นมากไม่มรี ายไดเ้ ป็นของตนเอง โดยคิด
เปน็ รอ้ ยละ 56.7 และนกั ศกึ ษาไดร้ บั ทนุ การศึกษา โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละ 63.7 ดังแสดงในตารางท่ี 4

ตารางที่ 4 จำนวนและรอ้ ยละรายรับของนักศึกษาจำแนกตามลักษณะสว่ นบคุ คล (n = 120)

ลกั ษณะสว่ นบคุ คล จำนวน (คน) ร้อยละ (%)

รายรบั ที่ได้จากผู้ปกครองตอ่ เดือน 14 11.7
40 33.3
น้อยกว่า 1,000 บาท 21 17.5
1,001 – 2,000 บาท 20 16.7
2,001 – 3,000 บาท 8 6.7
3,001 – 4,000 บาท 13 10.8
4,001 – 5,000 บาท 4 3.3
มากกวา่ 5,000 บาท
ไมไ่ ด้รับ 27 22.5
มรี ายไดเ้ ป็นของตนเอง 13 10.8
น้อยกว่า 1,000 บาท 5 4.2
1,001 – 2,000 บาท 2 1.7
2,001 – 3,000 บาท 00
3,001 – 4,000 บาท 5 4.2
4,001 – 5,000 บาท 68 56.7
มากกว่า 5,000 บาท
ไมไ่ ด้รับ 76 63.3
มีทนุ การศึกษา 44 36.7
ได้รบั ทนุ การศกึ ษา
ไม่ได้รบั ทนุ การศึกษา

๒๖

3.2.4 ค่าใชจ้ ่ายในด้านต่างๆตอ่ เดอื น
กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีรายจ่ายด้านการเรียนน้อยกว่า 1,000 บาท

โดยคิดเป็นรอ้ ยละ 55 กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนกั ศึกษามีรายจ่ายด้านอาหาร 1,001 – 2,000 บาท
โดยคิดเป็นร้อยละ 50 กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีรายจ่ายด้านค่าใช้จ่ายส่วนตัว น้อยกว่า
1,000 บาท โดยคิดเป็นร้อยละ 50 กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีรายจา่ ยดา้ นนนั ทนาการ น้อย
กวา่ 1,000 บาท โดยคิดเปน็ รอ้ ยละ 81.7 ดงั แสดงในตารางท่ี 5

ตารางที่ 5 จำนวนและรอ้ ยละของนักศกึ ษา จำแนกตามประเภทของคา่ ใช้จา่ ยตา่ งๆ (n = 120)

ลกั ษณะส่วนบุคคล จำนวน (คน) ร้อยละ (%)

ด้านการเรียน 66 55
น้อยกว่า 1,000 บาท 38 31.7
1,001 – 2,000 บาท 12 10
2,001 - 3,000 บาท 4 3.3
มากกว่า 3,000 บาท
37 30.8
ดา้ นอาหาร 60 50
น้อยกว่า 1,000 บาท 17 14.2
1,001 – 2,000 บาท 65
2,001 - 3,000 บาท
มากกวา่ 3,000 บาท 60 50
37 30.8
ดา้ นค่าใชจ้ า่ ยส่วนตวั 18 15
น้อยกว่า 1,000 บาท 5 4.2
1,001 – 2,000 บาท
2,001 - 3,000 บาท 98 81.7
มากกวา่ 3,000 บาท 18 15
3 2.5
ดา้ นนนั ทนาการ 1 0.8
น้อยกวา่ 1,000 บาท

1,001 – 2,000 บาท
2,001 - 3,000 บาท
มากกว่า 3,000 บาท

๒๗

3.2.5 วธิ ีแกป้ ัญหาของนกั ศกึ ษาเม่ือเงินไมพ่ อใช้
กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีเงินออมต่อเดือน น้อยกว่า 1,000 บาท โดย

คิดเป็นร้อยละ 65.8 กลุ่มตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีเงินที่ได้พอใช้ โดยคิดเป็นร้อยละ 71.9 กลุ่ม
ตวั อยา่ งสว่ นมากนกั ศึกษามวี ธิ ีการแก้ปัญหาเมอื่ เงินไม่พอใช้คือ ขอเงนิ จากผูป้ กครองเพ่ิม โดยคิดเป็น
รอ้ ยละ 43.8 ดังแสดงในตารางท่ี 6

ตารางท่ี ๖ จำนวนและร้อยละของนกั ศกึ ษา จำแนกตามประเภทการแก้ไขปญั หาของนกั ศกึ ษา
(n = 120)

ลกั ษณะส่วนบคุ คล จำนวน (คน) ร้อยละ (%)

เงินออมตอ่ เดอื น 79 65.8
น้อยกว่า 1,000 บาท 18 15
1,001 – 2,000 บาท 5 4.2
2,001 - 3,000 บาท 1 0.8
มากกว่า 3,000 บาท 17 14.2
ไมม่ ี
64 71.9
เงินทไ่ี ด้เพยี งพอหรอื ไม่ 25 28.1
พอใช้
ไมพ่ อใช้ 39 43.8
33 37.1
วธิ กี ารแก้ปญั หาเม่ือเงนิ ไม่พอใช้ 11 12.4
ขอเงนิ จากผู้ปกครองเพมิ่ 6 5.7
หารายไดพ้ เิ ศษ
ใช้เงินเก็บ
อืน่ ๆ

๒๘

3.2.6 เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษากับไม่ได้รับ
ทนุ การศกึ ษา

ผลการเปรียบเทยี บพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของนักศึกษาทไ่ี ดร้ ับทุนการศึกษา
และนกั ศกึ ษาท่ีไมไ่ ดร้ ับทุนการศึกษา กลมุ่ นักศกึ ษาตวั อย่างมีค่าใชจ้ ่ายเกี่ยวกับการเรียนมากที่สุดคือ
ช่วง น้อยกว่า 1,000 บาท โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 50 และนักศึกษาท่ี
ไม่ได้รับทุนการศกึ ษา คดิ เป็นรอ้ ยละ 59 คา่ ใช้จ่ายเก่ยี วกบั อาหารมากทส่ี ดุ คือชว่ ง 1,001 – 2,000
บาทโดยนักศึกษาท่ีได้รับทุนการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 55.26 และนักศึกษาท่ีไม่ได้รับทุนการศึกษา
คิดเป็นร้อยละ 43.8 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวมากที่สุดคือช่วง น้อยกว่า 1,000 บาท โดย
นักศึกษาที่ไดร้ ับทนุ การศึกษา คิดเป็นร้อยละ 53.95 และนักศึกษาที่ไม่ได้รับทนุ การศึกษา คิดเป็น
ร้อยละ 43.1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับนันทนาการมากท่ีสุดคือช่วง น้อยกว่า 1,000 บาท โดยนักศึกษาที่
ไดร้ ับทนุ การศึกษา คดิ เป็นร้อยละ 78.95 และนกั ศกึ ษาทไี่ มไ่ ด้รบั ทนุ การศกึ ษา คิดเป็นร้อยละ 88.6
ดังแสดงในตารางที่ 7

ตารางท่ี 7 เปรียบเทียบความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนักศึกษาท่ีไดร้ ับทนุ การศกึ ษากับไมไ่ ด้รับทุนการศึกษา
ของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ (n = 120)

รายการ ได้รับทุน ไมไ่ ด้รบั ทุน
(n=76) (n=44)
ค่าใช้จา่ ยเกยี่ วกับการเรียน
น้อยกวา่ 1,000 บาท 38 (50) 26 (59)
1,001 – 2,000 บาท 25 (32.9) 12 (27.3)
2,001 - 3,000 บาท 10 (13.1) 3 (6.8)
มากกวา่ 3,000 บาท 3 (3.9) 3 (6.8)

ค่าใช้จา่ ยเก่ยี วกบั อาหาร 23 (30.26) 14 (31.8)
น้อยกว่า 1,000 บาท 42 (55.26) 19 (43.8)
1,001 – 2,000 บาท 10 (13.16) 7 (15.9)
2,001 - 3,000 บาท
มากกว่า 3,000 บาท 1 (1.3) 4 (9)

ค่าใช้จ่ายเกีย่ วกับของใช้ส่วนตัว 41 (53.95) 19 (43.1)
น้อยกว่า 1,000 บาท 22 (16.72) 14 (31.8)
1,001 – 2,000 บาท 8 (10.53) 10 (22.7)
2,001 - 3,000 บาท 1 (2.2)
มากกวา่ 3,000 บาท 1 (1.3)

๒๙

ตารางที่ 7 เปรียบเทียบความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนักศกึ ษาทไ่ี ดร้ บั ทุนการศึกษากับไมไ่ ดร้ ับทนุ การศึกษา
ของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ (n = 120) (ตอ่ )

รายการ ไดร้ ับทนุ ไมไ่ ด้รับทนุ
(n=76) (n=44)
ค่าใช้จา่ ยเกย่ี วกบั นันทนาการ
นอ้ ยกวา่ 1,000 บาท 60 (78.95) 39 (88.6)
1,001 – 2,000 บาท 15 (19.73) 2 (4.5)
2,001 - 3,000 บาท 3 (6.8)
มากกวา่ 3,000 บาท 0 (0) 0 (0)
0 (0)

3.2.7 เปรียบเทียบพฤติกรรมการใชจ้ า่ ยเงินของนักศกึ ษาแตล่ ะช้ันปี
ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของนักศึกษาแต่ละชั้นปี พบว่า

คา่ ใช้จา่ ย ดา้ นการเรยี นของกลุ่มตวั อย่างที่อยูช่ ้ันปีที่ 2 มีมากทสี่ ุด คอื นอ้ ยกว่า 1,000 บาท ชั้นปีที่
1 จำนวน น้อยกว่า 1,000 บาท ชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 .ใช้จ่ายน้อยที่สุด คือ น้อยกว่า 1,000
บาท ต่อเดอื น ค่าใช้จ่ายเกีย่ วกบั อาหารของกลุ่มตวั อยา่ งทกุ ชัน้ ปีไม่แตกตา่ งกัน ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอยู่
ใน ระหว่าง 2,001 - 3,000 บาทตอ่ เดอื น คา่ ใชจ้ ่ายเก่ียวกับกิจกรรมนันทนาการของกลุ่มตัวอย่าง
ทุก ชั้นปีไม่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอยู่ในช่วงน้อยกวา่ หรือเท่ากับ 1,000 บาทต่อเดือน
และคา่ ใช้จ่ายสว่ นตวั ของกลมุ่ ตวั อย่างทกุ ชน้ั ปี ไม่แตกตา่ งกนั เช่นกนั โดยอย่ใู นช่วง 1,001 - 2,000
บาทตอ่ เดอื น ดงั แสดงในตารางท่ี ๘

ตารางท่ี ๘ เปรยี บเทียบพฤติกรรมการใชจ้ ่ายเงินของนกั ศึกษาแตล่ ะชั้นปี (n = 120)

รายการ ช้ันปีที่ 1 ชน้ั ปีท่ี 2 ชน้ั ที่ปี ๓ ชัน้ ปีท่ี 4
(n=29) (n=83) (n=6) (n=2)
ค่าใช้จา่ ยเกีย่ วกับการเรียน
น้อยกวา่ 1,000 บาท 16 (55.1) 48 (57.8) 3 (50) 0 (0)
1,001 – 2,000 บาท 11 (37.9) 24 (28.9) 2 (33.4) 0 (0)
2,001 - 3,000 บาท
มากกว่า 3,000 บาท 1 (3.4) 6 (7.2) 1 (16.6) 2 (100)
1 (3.4) 2 (2.4) 0 (0) 0 (0)
คา่ ใช้จ่ายเกีย่ วกบั อาหาร
น้อยกว่า 1,000 บาท 15 (51.7) 33 (39.7) 3 (50) 0 (0)
1,001 – 2,000 บาท
2,001 - 3,000 บาท 9 (31) 49 (59) 3 (50) 2 (100)
มากกวา่ 3,000 บาท
4 (13.7) 15 (18) 0 (0) 0 (0)

1 (3.4) 5 (6.3) 0 (0) 0 (0)

๓๐

ตารางที่ ๘ เปรยี บเทยี บพฤติกรรมการใชจ้ ่ายเงินของนักศกึ ษาแต่ละช้ันปี (n = 120) (ตอ่ )

รายการ ชนั้ ปที ี่ 1 ชน้ั ปีท่ี 2 ช้ันที่ปี ๓ ชัน้ ปที ่ี 4
(n=29) (n=83) (n=6) (n=2)
ค่าใช้จา่ ยเก่ยี วกบั ของใช้สว่ นตัว
นอ้ ยกว่า 1,000 บาท 19 (65.5) 32 (38.5) 5 (83.4) 1 (50)
1,001 – 2,000 บาท 7 (24.1) 25 (30.1) 1 (16.6) 1 (50)
2,001 - 3,000 บาท 3 (10) 21 (25.3) 0 (0)
มากกว่า 3,000 บาท 4 (4.8) 0 (0) 0 (0)
0 (0) 0 (0)
คา่ ใช้จ่ายเกย่ี วกับนันทนาการ 75 (90.3) 2 (100)
น้อยกวา่ 1,000 บาท 15 (51.7) 13 (15.6) 6 (100) 0 (0)
1,001 – 2,000 บาท 6 (20.7) 2 (2.4) 0 (0) 0 (0)
2,001 - 3,000 บาท 1 (3.4) 1 (1.2) 0 (0) 0 (0)
มากกวา่ 3,000 บาท 0 (๐)
0 (0)

๓๑

3.3 สรปุ ผล
ผลการศึกษาข้อมูลรายรับและรายจ่ายของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏ

เพชรบูรณ์ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนมากเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ
75.8 และเพศชาย รอ้ ยละ 24.2 กลมุ่ ตวั อยา่ งศกึ ษาอยู่ในชน้ั ปีท่ี ๒ มากทส่ี ดุ คิดเป็นร้อยละ 69.2
รองลงมา คือ ชั้นปีที่ 1 ร้อยละ 24.2 น้อยที่สุด คือ ชั้นปีที่ 4 ร้อยละ 1.7 กลุ่มตัวอย่างส่วนมาก
อาชีพของบิดาและมารดาของนักศึกษา เป็นเกษตรกร โดยอาชีพของบิดาคดิ เป็นร้อยละ 52.1 และ
อาชีพของมารดา ร้อยละ 51.3 และรายได้ของครอบครัวต่อเดือนส่วนมากมีรายได้ที่ น้อยกว่า
10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 51.3 กลุ่มตวั อยา่ งส่วนมากนกั ศกึ ษาได้รายรับจากผู้ปกครองต่อเดือน
มากท่สี ุดชว่ ง 1,001 – 2,000 บาท โดยคิดเปน็ ร้อยละ 33.3 นกั ศกึ ษาส่วนมากไม่มีรายได้เป็นของ
ตนเอง โดยคิดเป็นร้อยละ 56.7 และนักศึกษาได้รับทุนการศึกษา โดยคิดเป็นร้อยละ 63.7 กลุ่ม
ตัวอยา่ งส่วนมากนักศึกษามีรายจ่ายด้านการเรียนนอ้ ยกว่า 1,000 บาท โดยคิดเปน็ ร้อยละ 55 กลุ่ม
ตวั อย่างสว่ นมากนักศกึ ษามรี ายจา่ ยด้านอาหาร 1,001 – 2,000 บาท โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละ 50 กลุ่ม
ตัวอย่างส่วนมากนักศึกษามีรายจ่ายดา้ นค่าใชจ้ ่ายส่วนตวั น้อยกว่า 1,000 บาท โดยคิดเป็นร้อยละ
50 กล่มุ ตัวอยา่ งส่วนมากนกั ศกึ ษามรี ายจ่ายด้านนันทนาการ นอ้ ยกว่า 1,000 บาท โดยคิดเป็นร้อย
ละ 81.7

ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของนักศึกษา ที่ได้รับ
ทุนการศึกษาและนกั ศึกษาท่ไี มไ่ ด้รบั ทุนการศกึ ษา กลมุ่ นักศึกษาตัวอย่างมีคา่ ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน
มากที่สุดคือช่วง น้อยกว่า 1,000 บาท โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 50 และ
นักศึกษาท่ไี มไ่ ด้รับทนุ การศกึ ษา คิดเปน็ รอ้ ยละ 59 คา่ ใชจ้ า่ ยเก่ยี วกับอาหารมากท่สี ดุ คอื ช่วง 1,001
– 2,000 บาทโดยนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 55.26 และนักศึกษาที่ไม่ได้รับ
ทนุ การศกึ ษา คิดเปน็ รอ้ ยละ 43.8 ค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั ของใชส้ ว่ นตัวมากที่สุดคอื ช่วง น้อยกว่า 1,000
บาท โดยนกั ศกึ ษาที่ได้รับทนุ การศึกษา คดิ เป็นร้อยละ 53.95 และนักศกึ ษาทไ่ี มไ่ ด้รับทุนการศึกษา
คิดเป็นร้อยละ 43.1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับนันทนาการมากที่สุดคือช่วง น้อยกว่า 1,000 บาท โดย
นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 78.95 และนักศึกษาที่ไม่ได้รบั ทุนการศึกษา คิดเป็น
ร้อยละ 88.6 ผลการเปรยี บเทียบพฤติกรรมการใช้จ่ายเงนิ ของนักศึกษาแต่ละชน้ั ปี พบว่า ค่าใช้จ่าย
ดา้ นการเรียนของกล่มุ ตวั อย่างท่อี ยชู่ นั้ ปที ี่ 2 มีมากทีส่ ดุ คือ น้อยกว่า 1,000 บาท ชน้ั ปที ี่ 1 จำนวน
น้อยกว่า 1,000 บาท ช้นั ปที ่ี 3 และช้นั ปที ่ี 4 .ใช้จ่ายน้อยที่สดุ คอื นอ้ ยกว่า 1,000 บาท ตอ่ เดือน
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารของกลุ่มตัวอย่างทุกชั้นปีไม่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอยู่ใน ระหว่าง
2,001 - 3,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมนนั ทนาการของกลุ่มตัวอย่างทุก ชั้นปีไม่
แตกต่างกัน โดยส่วนใหญจ่ ะใช้จ่ายอยู่ในชว่ งนอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กับ 1,000 บาทต่อเดือน และค่าใช้จ่าย
สว่ นตัวของกลมุ่ ตวั อย่างทกุ ช้นั ปี ไมแ่ ตกตา่ งกันเชน่ กัน โดยอยใู่ นชว่ ง 1,001 - 2,000 บาทต่อเดอื น

๓๒

บรรณานกุ รม

๓๓

บรรณานกุ รม

ทัศไนย สนุ ทรวภิ าต. (2558). การใชส้ ่ือและพฤติกรรมการใช้จ่ายตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
ของนกั ศึกษามหาวิทยาลัยในเขตกรงุ เทพมหานคร. วทิ ยานพิ นธ์. คณะนิเทศศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ.

บุณยะกฤต หะสิตะพงษ์. (2557). พฤติกรรมการใช้จ่ายนักศกึ ษาคณะบรหิ ารศาสตร์
มหาวิทยาลยั อุลราชธานี. [ออนไลน์]. สบื ค้นไดจ้ าก : https://bit.ly/39f8r2a.
(วนั ท่ีสืบค้นข้อมูล : 16 มีนาคม 2563).

มลธิชา วังกาวี. (2558). พฤตกิ รรมการใชจ้ า่ ยเงินค่าครองชีพของนักศกึ ษาระดับ
ประกาศนียบัตร วชิ าชีพระดบั ช้นั ปีท่ี 1-3 ท่ขี อก้ยู มื เงนิ กองทุนให้กยู้ ืมเพื่อการศึกษา
ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพายพั และบรหิ ารธรุ กจิ ปกี ารศึกษา 2558. วิจยั สถาบนั .
เศรษฐศาสตรบ์ ัณฑิต. วทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ายพั และบรหิ ารธรุ กิจ.

ยานนท์ หนุ นั ต์. (2561). พฤตกิ รรมการบรหิ ารจัดการเงินว่ นบคุ คลของนักศกึ ษาวิทยาลัย
ดุสติ ธานีพทั ยา. วารารวทิ ยาลัยดุสิตธานี. 12(2) : 369-383.

วัชรา สขุ แท้, ศิริมา วงศ์แหลมทอง และธนชั ฌา ภัยพยบ. (2562). พฤติกรรมการใชจ้ ่ายเงนิ ของ
นกั ศกึ ษาพยาบาล : กรณีศึกษาวทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สวรรคป์ ระชารักษ์
นครสวรรค.์ บัณฑติ ศึกษาปรทิ รรศน์ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์. 7(2) : 33-43

วางแผนและพัฒนาสถาบนั ราชภัฏเพชรบูรณ์, สำนัก. (2542). สถาบันราชภฏั เพชรบูรณ์.
เพชรบรู ณ์ : (ม.ป.พ).

๓๔

ภาคผนวก

๓๕

ภาคผนวก

แบบสำรวจพฤติกรรมการใชเ้ งนิ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

จดั ทำข้นึ เพอื่ การศึกษาประกอบการทำรายงานวิชาการ ในวชิ าสารสนเทศเพอื่ การเรยี นรู้

ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลผทู้ ำแบบสำรวจ
เพศ

ชาย
หญิง

คณะ
ครุศาสตร์
มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิทยาการจดั การ
เทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม

ชั้นปี
ปี 1
ปี 2
ปี 3
ปี 4
ปี 5

สว่ นท่ี 2 ข้อมลู ผปู้ กครอง
อาชพี บิดา

เกษตรกร
ลูกจา้ งชว่ั คราว/รบั จา้ งทวั่ ไป
ขา้ ราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ/ พนกั งานราชการ
อื่นๆ…

๓๖

อาชพี มารดา
เกษตรกร
ลกู จ้างชั่วคราว/รับจ้างท่ัวไป
ขา้ ราชการ/พนักงานรฐั วสิ าหกจิ / พนกั งานราชการ
อ่ืน ๆ

รายไดข้ องครอบครวั ครัวตอ่ เดือน
นอ้ ยกวา่ 10,000 บาท
10,001 - 20,000 บาท
20,001 - 30,000 บาท
มากกวา่ 30,000 บาทขึน้ ไป

สว่ นท่ี 3 รายได้ของนักศึกษาตอ่ เดอื น
รายรับที่ได้จากผ้ปู กครอง

น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1,000 บาท
1,001 - 2,000 บาท
2,001 - 3,000 บาท
3,001 - 4,000 บาท
4,001 - 5,000 บาท
มากกวา่ 5,000 บาท
ไม่ได้รับ

มรี ายได้เปน็ ของตนเอง (เช่น รายได้จากการขายของออนไลน์ รายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์ ฯลฯ)
น้อยกวา่ หรือเทา่ กบั 1,000 บาท

1,001 - 2,000 บาท
2,001 - 3,000 บาท
3,001 - 4,000 บาท
4,001 - 5,000 บาท
มากกว่า 5,000 บาท
ไมไ่ ด้รับ

๓๗

มที นุ การศึกษา (เช่น ทนุ การศึกษาของมหาวิทยาลยั กยศ. กรอ.)
ได้รบั ทนุ การศึกษา
ไมไ่ ดร้ ับทนุ การศึกษา

ส่วนที่ 4 คา่ ใช้จ่ายในดา้ นต่างๆตอ่ เดอื น
ดา้ นการเรยี น (อปุ กรณ์การเรียน หนงั สือเรียน)

นอ้ ยกว่าหรอื เท่ากบั 1,000
1,001 - 2,000
2,001 - 3,000
มากกว่า 3,000

ดา้ นอาหาร
น้อยกวา่ หรอื เท่ากบั 1,000
1,001 - 2,000
2,001 - 3,000
มากกวา่ 3,000

ด้านคา่ ใชจ้ า่ ยส่วนตวั (เคร่ืองสำอาง เส้ือผา้ ยา หอพัก น้ำมันรถ คา่ โดยสาร คา่ อินเตอรเ์ น็ต ฯลฯ)
นอ้ ยกวา่ หรือเท่ากับ 1,000
1,001 - 2,000
2,001 - 3,000
มากกวา่ 3,000

ดา้ นนนั ทนาการ (เชน่ ค่าต๋วั หนงั ค่าเกม ฯลฯ)
น้อยกวา่ หรือเท่ากบั 1,000
1,001 - 2,000
2,001 - 3,000
มากกว่า 3,000

๓๘

เงินออมตอ่ เดอื น
นอ้ ยกว่าหรือเท่ากับ 1,000
1,001 - 2,000
2,001 - 3,000
มากกวา่ 3,000
ไม่มี

เงินทไ่ี ดเ้ พยี งพอหรือไม่
พอใช้
ไม่พอใช้

สว่ นท่ี 5 วธิ กี ารแก้ปญั หาของนักศกึ ษาเม่ือเงนิ ไมพ่ อใช้
ทำอยา่ งไรเมอื่ เงินไมเ่ พียงพอ
ขอเงินจากผู้ปกครองเพิม่
หารายได้พเิ ศษ
ใชเ้ งินเกบ็
อ่ืน ๆ

๓๙

แบบสำรวจพฤติกรรมการใชเ้ งินของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
(คำตอบ 120 คน)

ส่วนท่ี 1 ข้อมูลผู้ทำแบบสำรวจ

๔๐

ส่วนท่ี 2 ขอ้ มูลผู้ปกครอง

๔๑

ส่วนที่ 3 รายไดข้ องนักศึกษาต่อเดอื น

๔๒

ส่วนที่ 4 ค่าใช้จา่ ยในด้านต่างๆต่อเดือน

๔๓

๔๔

ส่วนท่ี 5 วธิ ีการแก้ปัญหาของนักศึกษาเม่ือเงินไมพ่ อใช้


Click to View FlipBook Version