The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แหล่งอารยธรรมในทวีปเอเชีย ม.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Malai Giny, 2021-10-02 22:35:39

แหล่งอารยธรรมในทวีปเอเชีย ม.2

แหล่งอารยธรรมในทวีปเอเชีย ม.2

ออ

แหล่งอารยธรรมในทวปี เอเชีย
ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 2

ผู้จดั ทา
นางสาวมาลยั เกือ้ กจิ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

โรงเรียนมธั ยมวดั นายโรง
สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

คำนำ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เล่มน้ี เรียบเรียง
ข้ึนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม สาระที่ 4
ประวตั ิศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธ
ศกั ราช 2560)

โดยไดแ้ บ่งเน้ือหาออกเป็ น อารยธรรมจีน อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรม
อิสลาม และแหล่งมรดกโลกในทวีปเอเชียโดยแต่ละเน้ือหาได้มีการนาเสนอข้อมูล ตัวอย่างและ
ภาพประกอบรวมท้งั แหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ ท่ีไดแ้ นะนาใหน้ กั เรียนไปศึกษาเพ่ิมเติม

นางสาวมาลยั เก้ือกิจ

สำรบญั หน้ำ

แหล่งอำรยธรรมในทวปี เอเชีย 3
- อารยธรรมจีน 11
- อารยธรรมอินเดีย 13
- อารยธรรมเมโสโปเตเมีย 15
- อารยธรรมอิสลาม 8
- แหล่งมรดกโลกในทวปี เอเชีย
20
บรรณำนุกรม

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 2

แหล่งอำรยธรรมในทวปี เอเชีย

สำระกำรเรียนรู้
1. อารยธรรมจีน
2. อารยธรรมอินเดีย
3. อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
4. อารยธรรมอิสลาม
5. แหล่งมรดกโลกในทวปี เอเชีย
เอเชียเป็นทวปี ท่ีมีความสาคญั และเป็นแหล่งกาเนิดอารยธรรมที่สาคญั เช่น อารยธรรมจีน

อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมเมโสโป เตเมีย และอารยธรรมอิสลาม
1.อำรยธรรมจีน

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานท่ีสุดประเทศหน่ึง โดยหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่
สามารถคน้ ควา้ ไดบ้ ่งช้ีวา่ อารยธรรมจีนมีอายถุ ึง 5,000 ปี รากฐานท่ีสาคญั ของอารยธรรมจีนคือ การสร้าง
ระบบภาษาเขียน และการพฒั นาแนวคิดลทั ธิขงจื๊อ เมื่อประมาณ ศตวรรษท่ี 2 ก่อน คริสตศ์ กั ราช
ประวตั ิศาสตร์จีนมีท้งั ช่วงที่เป็นปึ กแผน่ และแตกเป็ นหลายอาณาจกั รสลบั กนั ไป ในบางคร้ังกถ็ ูกปกครอง
โดยชนชาติอ่ืน วฒั นธรรมของจีนมีอิทธิพลอยา่ งสูงต่อชาติอ่ืนๆ ในทวปี เอเชีย ซ่ึงถ่ายทอดโดยการอพยพ
การคา้ และการยดึ ครอง

อารยธรรมจีนก่อกาเนิดในบริเวณลุ่มแม่น้าหวางเหอ เป็นอารายธรรมที่ไดร้ ับอิทธิพลจากโลก
ภายนอกนอ้ ยมาก เน่ืองจากทิศตะวนั ออกติดมหาสมุทรแปซิฟิ ก ทิศใตเ้ ตม็ ไปดว้ ยเทือกเขาและป่ าดงดิบ
ทิศเหนือและตะวนั ตกเป็นทุ่งหญา้ ทะเลทราย และเทือกเขา ประกอบกบั จีนมีโลกทศั น์วา่ ตนเองเป็ น

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 3

ศูนยก์ ลางของโลกและเป็นแหล่งกาเนิดความเจริญ ทาให้จีนมองชาติอ่ืนๆ ท่ีไมย่ ดึ ถือธรรมเนียมจีนและวถิ ี
ชีวติ แบบจีนเป็น “พวกอนารยชน” ไมม่ ีวฒั นธรรม

อำรยธรรมจีนสมยั ก่อนประวตั ศิ ำสตร์ มแี หล่งอำรยธรรมทสี่ ำคญั 2 แหล่ง คือ
ล่มุ แม่น้ำหวำงเหอ พบความเจริญท่ีเรียกวา่ วฒั นธรรมหยำงเชำ ( Yang Shao Culture ) พบหลกั ฐาน
ท่ีเป็ นเครื่องป้ันดินเผามีลกั ษณะสาคญั คือ เคร่ืองป้ันดินเผาเป็นลายเขียนสี มกั เป็นลายเรขาคณิต พชื นก สตั ว์
ต่างๆ และพบใบหนา้ มนุษย์ สีท่ีใชเ้ ป็ นสีดาหรือสีม่วงเขม้ นอกจากน้ียงั มีการพิมพล์ ายหรือขดู สลกั ลายเป็ น
รูปลายจกั รสาน ลายเชือกทาบ
ลุ่มน้ำแยงซี ( Yangtze ) บริเวณมณฑลชานตุงพบ วัฒนธรรมหลงซำน ( Lung Shan Culture ) พบ
หลกั ฐานที่เป็ นเครื่องป้ันดินเผามีลกั ษณะสาคญั คือ เครื่องป้ันดินเผามีเน้ือละเอียดสีดาขดั มนั เงา คุณภาพดี
เน้ือบางและแกร่ง เป็นภาชนะ 3 ขา

เครื่องป้ันดินเผาหลงซาน เครื่องปันดินเผาหยางเชา
สมัยประวตั ิศำสตร์ของจีนแบ่งได้ 4 ยุค

1. ประวตั ิศาสตร์สมยั โบราณ เริ่มต้งั แต่สมยั ราชวงศช์ าง สิ้นสุดสมยั ราชวงศโ์ จว
2. ประวตั ิศาสตร์สมยั จกั รวรรดิ เริ่มต้งั แต่สมยั ราชวงศจ์ ิ๋น จนถึงปลายราชวงศช์ ิงหรือเช็ง
3. ประวตั ิศาสตร์สมยั ใหม่ เร่ิมปลายราชวงศเ์ ช็งจนถึงการปฏิวตั ิเขา้ สู่ระบอบสังคมนิยม
4. ประวตั ิศาสตร์ร่วมสมยั เร่ิมต้งั แตจ่ ีนปฏิวตั ิเปล่ียนแปลงการปกครองเขา้ สู่ระบอบสงั คม
นิยมหรือคอมมิวนิสตจ์ นถึงปัจจุบนั

อำรยธรรมจีนในสมยั รำชวงศ์ต่ำงๆ มีดังนี้
ราชวงศช์ าง เป็นราชวงศแ์ รกของจีน

o มีการปกครองแบบนครรัฐ
o มีการประดิษฐต์ วั อกั ษรข้ึนใชเ้ ป็นคร้ังแรก พบจำรึกบนกระดองเต่ำ และกระดูกววั เร่ืองที่
จารึกส่วนใหญเ่ ป็นการทานายโชคชะตาจึงเรียกวา่ “กระดูกเสี่ยงทำย”
o มีความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษ

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 4

ราชวงศโ์ จว
o แนวความคิดดา้ นการปกครอง เช่ือเรื่องกษตั ริยเ์ ป็น “โอรสแห่งสวรรค์ สวรรคไ์ ดม้ อบ

อานาจใหม้ าปกครองมนุษยเ์ รียกวา่ “อำณตั แิ ห่งสวรรค์
o เริ่มตน้ ยคุ ศกั ดินาของจีน
o เกิดลทั ธิขงจื๊อ ที่มีแนวทางในหลกั ปรัชญาท่ีใหค้ วามสาคญั ในเรื่องมนุษยธรรมและจารีต

ประเพณี สอนใหท้ ุกคนอยรู่ ่วมกนั ในสังคมดว้ ยความสงบสุข คือ
 มีแนวคิดแบบอนุรักษน์ ิยม
 เนน้ ความสัมพนั ธ์และการทาหนา้ ท่ีของผคู้ นในสังคม ระหวา่ งจกั รพรรดิกบั

ราษฎร บิดากบั บุตร พช่ี ายกบั นอ้ งชาย สามีกบั ภรรยา เพอ่ื นกบั เพ่ือน
 เนน้ ความกตญั ญู เคารพผอู้ าวโุ ส ใหค้ วามสาคญั กบั ครอบครัว
 เนน้ ความสาคญั ของการศึกษา

o เกดิ ลทั ธิเต๋ำ โดยเล่าจื๊อ ที่มีแนวทาง
 เนน้ การดาเนินชีวติ ท่ีเรียบง่าย ไมต่ อ้ งมีระเบียบแบบแผนพิธีรีตองใดใด
 เนน้ ปรับตวั เขา้ หาธรรมชาติ
 ลทั ธิน้ีมีอิทธิพลต่อศิลปิ น กวี และจิตรกรจีน

 คาสอนท้งั สองลทั ธิเป็นท่ีพ่งึ ทางใจของผคู้ น

จารึกอกั ษรบนกระดองเตา่ อกั ษรจีนจารึกบนกระดองเต่า

รำชวงศ์จิ๋นหรือฉิน

o จกั รพรรดิท่ียง่ิ ใหญ่สามารถรวมดินแดนของจีนใหเ้ ป็นจกั รวรรดิ เป็นคร้ังแรก
คือ พระเจ้ำชิวงั่ ตี่ หรือ จ๋ินซีฮ่องเต้ เป็นผสู้ ร้าง กำแพงเมืองจีน

o มีการใชเ้ หรียญกษาปณ์ มาตราชงั่ ตวง วดั

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 5

จ๋ินซีฮอ่ งเต้ กาแพงเมืองจีน

ทหารจีนตุก๊ ตาดินเผา

ภายในสุสานสมยั จิ๋นซีฮ่องเต้ มณฑลซี

รำชวงศ์ฮั่น อาน

o เป็นยคุ ทองดา้ นการคา้ ของจีน มีการคา้ ขายกบั อาณาจกั รโรมนั อาหรับ และอินเดีย โดย

เส้นทางการคา้ ท่ีเรียกวา่ เส้นทำงสำยแพรไหม (Silk Rood )

o ลทั ธิขงจื๊อ คาสอนถูกนามาใชเ้ ป็นหลกั ในการปกครองประเทศ

o มีการสอบคดั เลือกบุคคลเขา้ รับราชการเรียกวา่ จอหงวน

รำชวงศ์สุย

o เป็นยคุ แตกแยกแบ่งเป็นสามกก๊

o มีการขดุ คลองเช่ือมแม่น้าหวางเหอกบั แม่น้าแยงซี เพื่อประโยชนใ์ นดา้ นการ

คมนาคม

รำชวงศ์ถงั

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 6

o ไดช้ ื่อวา่ เป็นยคุ ทองของอารยธรรมจีน นครฉางอานเป็นศูนยก์ ลางของซีก
โลกตะวนั ออกในสมยั น้นั

o พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง พระภิกษุ (ถงั ซำจั๋ง) เดินทางไป
ศึกษาพระไตรปิ ฎก ในชมพูทวปี

o เป็นยคุ ทองของกวนี ิพนธ์จีน กวคี นสาคญั เช่น หวางเหวย่ หลี่ไป๋ ตูฝ้ ู้
o ศิลปะแขนงตา่ งๆมีความรุ่งเรือง

รำชวงศ์ซ้องหรือซ่ง
o มีความกา้ วหนา้ ดา้ นการเดินเรือสาเภา
o รู้จกั การใชเ้ ขม็ ทิศ
o รู้จกั การใชล้ ูกคิด
o ประดิษฐแ์ ท่นพมิ พห์ นงั สือ
o รักษาโรคดว้ ยการฝังเขม็

รำชวงศ์หยวน
o เป็นราชวงศช์ าวมองโกลท่ีเขา้ มาปกครองจีน ฮ่องเตอ้ งคแ์ รกคือ กุบไลข่ำน หรือ
หงวนสีโจว๊ ฮ่องเต้
o ชาวตะวนั ตกเขา้ มาติดต่อคา้ ขายมาก เช่น มาร์โคโปโล พอ่ คา้ ชาวเมือง
เวนีส อิตาลี

รำชวงศ์หมิงหรือเหมง็
o วรรณกรรม นิยมการเขียนนวนิยายที่ใชภ้ าษาพดู มากกวา่ การใชภ้ าษา
เขียนมี นวนิยายท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ สำมก๊ก ไซอวิ๋
o ส่งเสริมการสารวจเส้นทางเดินเรือทางทะเลสร้างพระราชวงั หลวงปักกิ่ง (วงั ตอ้ งหา้ ม)
รำชวงศ์ชิงหรือเช็ง
o เป็นราชวงศเ์ ผา่ แมนจู เป็นยคุ ที่จีนเส่ือมถอยความเจริญทุกดา้ น
o เร่ิมถูกรุกรานจากชาติตะวนั ตก เช่น สงครามฝิ่น ซ่ึงจีนรบแพอ้ งั กฤษ ทาใหต้ อ้ งลงนาม
ในสนธิสัญญานานกิง
o ปลายยคุ ราชวงศช์ ิง พระนางซูสีไทเฮาเขา้ มามีอิทธิพลในการบริหารประเทศมาก

จีนยคุ สำธำรณรัฐและยคุ คอมมิวนิสต์
ปลายยุคราชวงศช์ ิง ดร.ซุนยตั เซ็น จดั ต้งั สมาคมสันนิบาต เพ่ือลม้ ลา้ งราชวงศช์ ิงโดยประกาศ ลทั ธิ
ไตรรำษฎร์ ประกอบดว้ ย นโยบายปฏิวตั ิ คือ โค่นลม้ ราชวงศแ์ มนจูและจดั ต้งั รัฐบาลประชาชนจดั ต้งั รัฐบาล
ตามระบอบสาธารณรัฐ จดั สรรท่ีดินให้แก่ประชาชน และก่อต้งั พรรคชาตินิยมหรือพรรคก๊กมินตงั๋ ข้ึนใน
ท่ีสุด

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 7

ต่อมา ซุนยตั เซ็นไดร้ ่วมมือกบั ยวน ซีไข ทาการปฏิวตั ิลม้ ราชวงศช์ ิงไดส้ าเร็จเปล่ียนการปกครอง
เขา้ สู่ระบอบสาธารณรัฐ (จกั รพรรดิปูยี เป็ นกษตั ริยอ์ งค์สุดทา้ ยของจีน) มีการแย่งชิงอานาจของผูน้ าทาง
ทหารเรียกวา่ “ ยุคขนุ ศึก” ซุนยตั เซ็นไดเ้ สนอให้ ยวน ซีไข เป็ นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐจีนยวน ซีไข
คิดสถาปนาตนเองเป็ นจกั รพรรดิและร้ือฟ้ื นระบบศกั ดินา ดร.ซุนยตั เซ็นต้งั พรรคก๊กมินตงั๋ เม่ือยวน ซีไข
เสียชีวิตลง ดร.ซุนยตั เซ็นเป็ นประธานาธิบดี แต่เป็ นได้ไม่นานก็เสียชีวิตหลงั จากดร.ซุนยตั เซ็นเสียชีวิต
เจียงไคเช็คข้ึนเป็นผนู้ าพรรคก๊กมินตงั๋ และผนู้ าจีนแตร่ ัฐบาลเจียงไคเช็คประสบปัญหาฉอ้ ราษฎร์บงั หลวงกด
ขี่ราษฎร

จีนเกิดการปฏิวตั ิอีกคร้ังโดยพรรคคอมมิวนิสตจ์ ีนภายใตก้ ารนาของเหมา เจ๋อตุง รัฐบาลเจียงไคเช็ค
ต่อสู้กบั พรรคคอมมิวนิสต์แต่แพ้ต่อมาเหมา เจ๋อตุงสถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ปกครองด้วย
ระบอบคอมมิวนิสต์ มีการจดั ระเบียบสังคมใหม่ เรียกวา่ กำรปฏิวัติทำงวฒั นธรรม เพื่อต่อตา้ นจารีตศกั ดินา
แบง่ ชนช้นั

หลงั จาก เหมา เจ๋อตุง เสียชีวิต เติ้งเสี่ยวผงิ ข้ึนเป็ นผูน้ าจีนแทน ประกาศพฒั นาประเทศดว้ ย นโยบำย
สี่ทันสมัย คือดา้ นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การทหาร วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยอนุญาตให้ต่างชาติ
เขา้ มาลงทุนภายในประเทศ รวมท้งั ผอ่ นปรนวถิ ีการดาเนินชีวติ ของประชาชนให้คลายความเขม้ งวดลง

เหมา เจ๋อตุง อนุสาวรียว์ รี ชนปฏิวตั ิของจีน

ศิลปวฒั นธรรมของจีน

จิตรกรรม
มีวิวฒั นาการมาจากการเขียนตวั อกั ษรจีนจารึกบนกระดูกเส่ียงทายเพราะตวั อกั ษรจีนมีลกั ษณะ
เหมือนรูปภาพ
งานจิตรกรรมจีนรุ่งเรืองมากในสมยั ราชวงศฮ์ น่ั มีการเขียนภาพและแกะสลกั บนแผ่นหิน ที่นิยม
มากคือ การเขียนภาพบนผา้ ไหม ภาพวาดเป็นเร่ืองเล่าในตาราขงจื๊อพระพทุ ธศาสนาและภาพธรรมชาติ

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 8

สมยั ราชวงศถ์ งั มีการพฒั นาการใชพ้ ูก่ นั สีและกระดาษภาพส่วนใหญ่ไดร้ ับอิทธิพลจากพุทธศาสนา
และลทั ธิเต๋า

สมยั ราชวงศซ์ อ้ ง จิตรกรรมจดั วา่ เด่นมาก ภาพวาดมกั เป็นภาพมนุษยก์ บั ธรรมชาติ ทิวทศั น์ ดอกไม้

ปะติมำกรรม
ส่วนใหญ่เป็ นเคร่ืองป้ันดินเผามีอายเุ ก่าแก่ต้งั แต่ก่อนประวตั ิศาสตร์ ทาจากดินสีแดง มีลวดลาย แดง
ดา และขาวเป็นลวดลายเรขาคณิต
สมยั ราชวงศช์ าง มีการแกะสลกั งาชา้ ง หินอ่อน และหยกตามความเช่ือและความนิยมของชาวจีน ที่
เชื่อวา่ หยก ทาให้เกิดความเป็ นสิริมงคล ความสุขสงบ ความรอบรู้ ความกลา้ หาญ ภาชนะสาริดเป็ นหมอ้
สามขา
สมยั ราชวงศถ์ งั มีการพฒั นาเคร่ืองเคลือบดินเผาเป็ นเคลือบ 3 สีคือ เหลือง น้าเงิน เขียว ส่วนสีเขียว
ไข่กามีช่ือเสียงมากในสมยั ราชวงศ์ซ้อง ส่วนพระพุทธรูปนิยมสร้ำงในสมัยรำชวงศ์ถัง ท้งั งานหล่อสาริด
และแกะสลกั จากหิน ซ่ึงมีสัดส่วนงดงาม เป็ นการผสมผสานระหวา่ งศิลปะอินเดียและจีนที่มีลกั ษณะเป็ น
มนุษยม์ ากกวา่ เทพเจา้ นอกจากน้ีมีการป้ันรูปพระโพธิสตั วก์ วนอิม
สมยั ราชวงศเ์ หม็ง เครื่องเคลือบไดพ้ ฒั นาจนกลายเป็ นสินคา้ ออก คือ เคร่ืองลายครามและลายสีแดง
ถึงราชวงศช์ ิง เคร่ืองเคลือบจะนิยมสีสนั สดใส เช่น เขียว แดง ชมพู

สถำปัตยกรรม
กาแพงเมืองจีน สร้างในสมยั ราชวงศจ์ ๋ิน เพื่อป้องกนั การรุกรานของมองโกล
เมืองปักกิ่ง สร้างในสมยั ราชวงศห์ งวน โดยกุบไลข่าน ซ่ึงไดร้ ับการยกยอ่ งทางดา้ นการวางผงั เมือง
ส่วนพระราชวงั ปักก่ิงสร้างในสมยั ราชวงศเ์ หมง็
พระราชวงั ฤดูร้อน สร้างในสมัยราชวงศ์เช็ง โดยพระนางซูสีไทเฮา ซ่ึงเป็ นสถาปัตยกรรมที่
ผสมผสานระหวา่ งยโุ รปและจีนโบราณ

วรรณกรรม
สำมก๊ก สนั นิษฐานวา่ เขียนในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 14 เป็ นเร่ืองราวของความแตกแยกในจีนต้งั แต่ปลาย
สมยั ราชวงศจ๋ินจนถึงราชวงศฮ์ น่ั
ซ้องกงั๋ เป็ นเร่ืองประทว้ งสังคม เรื่องราวความทุกขข์ องผูค้ นในมือชนช้นั ผูป้ กครอง สะทอ้ นความ
ทุกขข์ องชาวจีนภายใตก้ ารปกครองของพวกมองโกล
ไซอวิ๋ เป็นเรื่องราวการเดินทางไปนาพระสูตรจากสวรรคท์ างตะวนั ตกมายงั ประเทศจีน
จินผิงเหมย หรือดอกบวั ทอง แต่งข้ึนในราวคริสต์ศตวรรษท่ี 16-17 เป็ นนิยายเกี่ยวกบั สังคมและ
ชีวติ ครอบครัว เป็นเร่ืองของชีวิตท่ีร่ารวย มีอานาจข้ึนมาดว้ ยเล่ห์เหล่ียม แต่ดว้ ยการทาชว่ั และผิดศีลธรรมใน
ที่สุดตอ้ งรับกรรม
หงโหลวเมิ่ง หรือ ควำมฝันในหอแดง เด่นท่ีสุดในคริสต์ศตวรรษท่ี 18 เร่ืองราวเต็มไปด้วยการ
แก่งแยง่ ชิงดี อิจฉาริษยากนั ผอู้ ่านจะรู้สึกเศร้าสลดต่อชะตาชีวติ ของพระเอกนางเอกเน้ือเรื่องสะทอ้ นให้เห็น

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 9

สังคมศกั ดินาของจีนท่ีกาลงั เส่ือมโทรมก่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมเขา้ สู่ยคุ ใหม่ บันทึกประวัติศำสตร์ ของ
ส่ือหม่าเฉียน

ภาพวาดพระถงั ซาจงั๋ เส้นทางสายแพรไหม

กำรถ่ำยทอดอำรยธรรมจีนสู่ดนิ แดนต่ำงๆ
อารยธรรมจีนแผข่ ยายขอบข่ายออกไปอยา่ งกวา้ งขวางท้งั ในเอเชียและยุโรป อนั เป็ นผลมาจากการ

ติดต่อทางการทูต การทาสงคราม การคา้ การศึกษา ตลอดจนการเผยแผศ่ าสนา อย่างไรก็ตามลกั ษณะการ
ถ่ายทอดแตกต่างกนั ออกไป ดินแดนที่เคยตกอยูภ่ ายใตก้ ารปกครองของจีนเป็ นเวลานาน เช่น เกาหลี และ
เวยี ดนาม จะไดร้ ับอารยธรรมจีนอยา่ งสมบูรณ์ ท้งั ในดา้ นวฒั นธรรม การเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณี การ
สร้างสรรค์ และการแสดงออกทางศิลปะ ท้งั น้ีเพราะราชสานักจีนจะเป็ นผูก้ าหนดนโยบายและบงั คบั ให้
ประเทศท้งั สองรับวฒั นธรรมจีนโดยตรง

ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ยกเวน้ เวียดนามยอมรับอารยธรรมจีนในลกั ษณะที่วา่ ดว้ ยเง่ือนไขของ
ผลประโยชน์ทางการคา้ ซ่ึงเห็นไดช้ ดั เจนคือ การยอมรับระบบบรรณาการของจีน

ในเอเชียใต้ ประเทศที่แลกเปลี่ยนวฒั นธรรมกับจีนอย่างใกล้ชิด คือ อินเดีย พระพุทธศาสนา
มหายานของอินเดียแพร่หลายเขา้ มาในจีนจนกระทงั่ เป็นศาสนาท่ีสาคญั ของชาวจีน นอกจากน้ีศิลปะอินเดีย
ยงั มีอิทธิพลตอ่ การสร้างสรรคศ์ ิลปะบางอยา่ งของจีน เช่น ประติมากรรมท่ีเป็นพระพทุ ธรูป

ส่วนภูมิภาคเอเชียกลางและตะวนั ออกกลางน้นั เนื่องจากบริเวณที่เส้นทางการคา้ สายแพรไหมผา่ น
จึงเสมือนเป็นส่ือกลางนาอารยธรรมตะวนั ตกและจีนมาพบกนั อารยธรรมจีนที่แพร่ขยายไป เช่น การแพทย์
การเล้ียงไหม กระดาษ การพิมพ์ และดินปื น เป็นตน้ ซ่ึงชาวอาหรับจะนาไปเผยแพร่แก่ชาวยโุ รปอีกต่อหน่ึง

จะเห็นไดว้ า่ ตลอดเวลาทางประวตั ิศาสตร์อนั ยาวนานของจีน ชาวจีนไดส้ ร้างสรรคอ์ ารยธรรมตา่ งๆ
จานวนมาก ความเจริญหลายอยา่ งของจีนไดถ้ ูกถ่ายทอดไปยงั ชาติอื่นๆ ท้งั ในเอเชียและยโุ รปและมีผลสาคญั
อยา่ งยง่ิ ตอ่ การพฒั นาการของชาติที่รับอารยธรรมจีนไปใชแ้ ละพฒั นาต่อไป

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 10

2.อำรยธรรมอนิ เดยี

อำรยธรรมล่มุ แม่นำ้ สินธุ (อำรยธรรมอินเดยี )

1. ท่ีต้ัง เดิมคือแม่น้าสินธุในประเทศอินเดีย เป็ นแม่น้าท่ีมีตน้ กาเนิดมาจากภูเขาหิมาลยั ทางตอน
เหนือ ปัจจุบนั คือประเทศปากีสถาน (แยกจากประเทศอินเดีย ปี พ.ศ. 2490) เนื่องจากความขดั แยง้ ดา้ น
ศาสนาท่ีชาวปากีสถานส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และชาวอินเดียเป็นชาวฮินดู

2. ควำมเจริญทสี่ ำคัญ
ความเจริญเกิดข้ึนเมื่อ 2,500 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราชหรือประมาณ 4,500 ปี มีเมืองท่ีเป็นศูนยก์ ลาง

ความเจริญคือ เมืองโมเฮนโจ-ดาโร (Mohenjo-Daro) เป็ นเมืองท่ีมีความโดดเด่นเรื่องการวางผงั เมืองที่เป็ น
ระเบียบ และเมืองฮารัปปา (Harappa) ปัจจุบนั อยูใ่ นปากีสถานเป็ นอารยธรรมที่เกิดจากการหล่อหลอมและ
ผสมผสานความเจริญของชนชาติต่าง ๆ ท่ีมาครอบครองจนกลายเป็ นอารยธรรมอินเดีย มีชนชาติสาคญั ที่
สร้างความเจริญคือ ชาวดราวเิ ดียน (ทมิฬ) ชาวอารยนั โดยไดส้ ร้างความเจริญที่สาคญั มีดงั น้ี

- มีการวางผงั เมืองที่เป็ นระบบระเบียบ บา้ นเรือนแตล่ ะหอ้ งมีหอ้ งน้า มีท่อระบายน้า มีการสร้าง
บา้ นสูงถึง 3 ช้นั วสั ดุก่อสร้างทาจากอิฐที่มีคุณภาพดีนบั เป็นภูมิปัญญาดา้ นสถาปัตยกรรมของชาวดราวเิ ดียน

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 ซากผงั เมืองโมเฮนโจ-ดาโร ในประเทศปากีสถาน
ท่ีมา : http://www.archaeologyonline.com/

Page 11

- การปกครองหลงั จากพวกอารยนั รบชนะดราวเิ ดียนก็ไดส้ ร้างอารยธรรมของตนข้ึนโดยมีรูปแบบ
การปกครองท่ีมีพระราชาเป็ นผูน้ าสูงสุดหรือเป็ นประมุข มีสภาช่วยในการปกครองและในสมยั จกั รวรรดิ
เมารยะ (332-184 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช) ไดม้ ีการเขียนตาราการเมืองการปกครองและความมนั่ คงของสังคม
บา้ นเมืองคือ “อรรถศาสตร์ หรือราชศาสตร์” แต่งโดยจาณักยะ เป็ นท่ีปรึกษาและเสนาบดีของพระเจ้า
จนั ทรคุปต์ และในสมยั ราชวงศค์ ุปตะ (ค.ศ. 320-535) สมยั พระเจา้ จนั ทรคุปตท์ ่ี 2 หรือพระเจา้ วิกรมาทิตย์ มี
การประมวลกฎหมายของพระมนู ซ่ึงมีอิทธิพลต่อประเทศต่างๆ ท่ีรับอารยธรรมอินเดียในเวลาต่อมา คือ
“คมั ภีร์ธรรมศาสตร์”

- การเกิดศาสนาสาคญั คือ ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู และศาสนาพุทธโดยสมยั พระเจา้ จนั ทรคุปต์
ไดส้ ถาปนาลทั ธิฮินดูเป็นศาสนาประจาชาติของอินเดีย และในสมยั ของพระเจา้ อโศกมหาราช หรือที่เรียกวา่
“สมยั พุทธกาล” ซ่ึงเร่ิมเมื่อประมาณ 300 ปี ก่อนคริสต์ศกั ราช เป็ นสมยั ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง และ
ต่อมาในสมยั พระเจา้ กษิณกะ (สมยั ราชวงศค์ นั ธาระ 200 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช- ค.ศ. 220) นบั ถือพุทธศาสนา
นิกายมหายาน และไดเ้ ผยแผไ่ ปยงั จีน ทิเบตและญี่ป่ ุนมรดกสาคญั ท่ีพระองคท์ รงสร้างไวค้ ือ “คติการสร้าง
พระพทุ ธรูปเป็นคร้ังแรก”

- ด้านศิลปะมีการสร้างสถูป เจดีย์ พระพุทธรูป ท่ีมีรูปแบบเฉพาะในแต่ละแห่ง เช่นในสมัย
พระเจา้ อโศกมหาราชได้ทรงโปรดสร้างพุทธศิลปะมากมาย เช่น พระสถูปท่ีสัญจี และรูปแกะสลกั ท่ีมี
ชื่อเสียง คือ หัวเสาหินของพระเจา้ อโศกมหาราช และสมยั พระเจา้ กษิณกะไดท้ รงสร้างพระพุทธรูปรุ่นแรก
เรียกวา่ พระพุทธรูปสมยั คนั ธาระ สมยั พระจา้ จนั ทรคุปตท์ ี่ 2 ในราชวงศค์ ุปตะพระพุทธรูปสมยั น้ีไดช้ ื่อว่า
สวยงามท่ีสุดของพุทธศิลปะอินเดีย และในสมยั น้ีมีภาพเขียนที่มีช่ือเสียง คือ ภาพเขียนพระโพธิสัตวท์ ี่ถ้า
อะชนั ตา (Ajanta) ซ่ึงเป็นสงั ฆารามในภาคกลางของอินเดีย

พระสถูปทสี่ ัญจี หวั เสำหินของพระเจ้ำอโศกมหำรำช พระพทุ ธรูปสมัยคันธำระ

- การเขียนวรรณกรรม สมยั พระจา้ จนั ทรคุปตท์ ่ี 2 ในราชวงศค์ ุปตะ เป็นสมยั ที่ดา้ นวรรณกรรมและ
ศิลปกรรมเฟ่ื องฟูมากและถือวา่ เป็ นยุคทองของวรรณกรรมคดีสันสกฤตกวีท่ีมีช่ือเสียง คือ กาลิทาส บท

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 12

ละครท่ีมีชื่อเสียงคือ “ศกุนตลา” และหนงั สือประเภทนิทานท่ีมีช่ือเสียง คือ “ปัญจะตนั ตระ” ซ่ึงเป็ นหนงั สือ
ที่พวกอาหรับไดน้ าไปแพร่หลายในยโุ รป

- ความเจริญดา้ นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็ นผรู้ ิเร่ิมใชเ้ ลขอารบิคและเลข 0 ก่อนดินแดนอื่น
และมีการใชม้ าจนถึงทุกวนั น้ี

- การก่อสร้างทชั มาฮาล สถาปัตยกรรมหินอ่อนท่ีสวยงามและมีช่ือเสียงของพระเจา้ ชาห์
จะฮาล กษตั ริยม์ ุสลิมที่มาปกครองอินเดีย สร้างเพ่อื เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักท่ีมีตอ่ พระนางมุมตสั มา
ฮาล พระมเหสี ปัจจุบนั เป็นส่ิงมหศั จรรยข์ องโลกยคุ ใหม่และไดข้ ้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลกเม่ือปี 2013

ทชั มำฮำล

สมยั ราชวงศโ์ มกุลหรือมุคลั เป็นราชวงศส์ ุดทา้ ยที่ปกครองอินเดีย (ค.ศ. 1526-1858) เป็นสมยั ท่ีพวก
มุสลิมเขา้ มาปกครองอินเดีย ราชวงศ์โมกุลเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมยั พระเจา้ อกั บาร์มหาราช (ค.ศ. 1556-
1605) มีการใช้ภาษาเปอร์เซียในราชสานัก และได้กลายมาเป็ นภาษาราชการในประเทศมุสลิม เช่น
ปากีสถาน ดา้ นศาสนาไดข้ จดั ความขดั แยง้ ทางศาสนาระหว่างพวกมุสลิมและฮินดู โดยต้งั ศาสนาใหม่ คือ
“ดินอีละฮี (Dinllahi)
3.อำรยธรรมเมโสโป เตเมยี (Mesopotamia)

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 13

เมโสโปเตเมียเป็ นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ท่ีสุดแห่งหน่ึง เมโสโปเตเมีย แปลว่า ดินแดน

ระหวา่ งแม่น้าสองสายคือ แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรทีส (ปัจจุบนั คือดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศอิรักและ
แมน่ ้าไหลลงสู่อ่าวเปอร์เซีย) ทาใหม้ ีลกั ษณะเป็นรูปโคง้ พระจนั ทร์เส้ียว เรียกวา่ “ดินแดนวงพระจนั ทร์เส้ียว
ไพบูลย”์ (Fertile Crescent) ระหวา่ งสองฝั่งแม่น้าท้งั สองสายเป็ นพ้ืนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การ
เพาะปลูก ทาใหก้ ลุ่มชนชาติต่างๆ เขา้ มาทามาหากินและสร้างอารยธรรมข้ึน รวมท้งั ถ่ายทอดอารยธรรมจาก
กลุ่มหน่ึงสู่กลุ่มหน่ึง ทาใหเ้ กิดอารยธรรมแบบผสม

ชนกลุ่มต่ำงๆทส่ี ร้ำงอำรยธรรมในดินแดนเมโสโปเตเมยี

สุเมเรียน เป็ นชนชาติที่เข้ามาสร้างอารยธรรมในดินแดนน้ีเม่ือประมาณ 4,000-2,500 ปี ก่อน
คริสตศ์ กั ราช ซ่ึงต้งั อยูใ่ นบริเวณภาคตะวนั ออกเฉียงใตข้ องที่ราบเมโสโปเตเมียที่เรียกวา่ “ซูเมอร์ (Sumer)”
ต่อมาชาวสุเมเรียนไดค้ ิดคน้ อกั ษรคูนิฟอร์มหรืออกั ษรล่ิม (Cuneiform) อกั ษรชนิดแรกของโลก ซิกกูแรต
เป็นวหิ ารขนาดใหญ่ เป็นทีประทบั ของเทพเจา้ ซิกกแู รตที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ซิกกูแรตแห่งนครเออร์

อะมอไรท์หรือบำบิโลน ไดส้ ร้างประมวลกฎหมายฮมั มูราบี (The Code Hammurabi) เป็ นกฎหมาย
ลายลักษณ์อกั ษรที่เก่าแก่ท่ีสุดในโลก มีบทลงโทษแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เพ่ือใช้เป็ นหลักในการ
ปกครองพวกบาบิโลนใหม่ (แคลเดียน) มีกษตั ริยท์ ่ียง่ิ ใหญ่ท่ีสุด คือ เนบูคดั เนซซาร์ (Nebuchadnezzar) ทรง
สร้างสวนลอยบาบีลอน (Babylon Hanging Gardens) ซ่ึงเป็ นสวนขนาดใหญ่ลดหลนั กนั ลงมา แต่ละช้นั ปลูก
ตน้ ไมน้ านาชนิด ถือเป็นส่ิงมหศั จรรย์ 1ใน 7 อยา่ งของโลกยคุ โบราณ

ฟิ นิเชียน ไดน้ าอกั ษรภาพของอียปิ ต์ที่พฒั นาแลว้ มาประดิษฐ์เป็ นพยชั นะ 22 ตวั ซ่ึงต่อมาชาวกรีก
นาไปพฒั นาเป็นภาษาละตินและกลายเป็ นตน้ กาเนิดของภาษาในยุโรป เช่นภาษาองั กฤษ และไดส้ ร้างเรือใบ
ขนาดใหญร่ วมท้งั เมืองทา่ ขนาดใหญ่ดว้ ย

ชำวเปอร์เซีย ไดน้ าศาสนาโซโรแอสเตอร์ (Zoroaster) เขา้ มาเผยแผ่และมีอิทธิพลต่อความเช่ือใน
ศาสนา เช่น คริสต์ และอิสลาม

กล่าวไดว้ า่ อารยธรรมเมโสโปเตเมียเป็ นอารยธรรมสาคญั ท่ีมีอิทธิพลต่อการพฒั นาอารยธรรมกรีก
และโรมนั ซ่ึงเป็นรากฐานสาคญั ของอารยธรรมตะวนั ตก

สวนลอยแห่งบำบโิ ลน ซิกกแู รต (วหิ ำรบูชำเทพเจ้ำ) อกั ษรคูนิฟอร์ม

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 14

4.อำรยธรรมอสิ ลำม
อารยธรรมอิสลาม เป็ น อารยธรรมท่ีเป็ นผลมาจากอิทธิพลของศาสนาอิสลาม อารยธรรมอิสลามมี

แหล่งกาเนิดในคาบสมุทรอาระเบีย ตอ่ มาไดถ้ ูกเผยแผไ่ ปยงั ภูมิภาคอ่ืน ๆ ของทวปี เอเชีย แอฟริกา และยโุ รป
ผ่านการคา้ การสงคราม และการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม โดยพวกนักสอนศาสนาที่เดินทางไปยงั ดินแดน
ตา่ งๆ อารยธรรมอิสลามท่ีสาคญั เช่น สถาปัตยกรรม จิตรกรรม วทิ ยาการความรู้แขนงต่างๆ ท้งั คณิตศาสตร์
แพทยศ์ าสตร์ ภูมิศาสตร์อกั ษรศาสตร์ ปรัชญา เป็นตน้

แหล่งกำเนิดอำรยธรรมอสิ ลำม

จุดเด่นของอารยธรรมอิสลามมีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. อารยธรรมดา้ นการศรัทธา คือการศรัทธาต่ออลั ลอฮ์ ต่อคมั ภีร์ของพระองค์ ต่อศาสนทูตของ
พระองค์ อารยธรรมอิสลาม เม่ือนาเอาการศรัทธามาเป็ นพ้ืนฐานหลกั แน่นอนยอ่ มมีเป้าหมายในคุม้ ครอง
ดูแลสถานภาพของตวั เอง ดว้ ยกาแพงแห่งความเท่ียงธรรมในดา้ นจิตวญิ ญาณโดยเฉพาจรรยาบรรณอนั ทรง
เกียรติน้ันถือได้ว่าเป็ นสารัฐถะหรือแก่แท้ของศาสนาท่ีมาจากพระผูเ้ ป็ นเจ้า เพราะจะไม่มีผลดีใดๆ ใน
วทิ ยาการที่ไร้ซ่ึงจรรยา ซ่ึงทุกศาสนาท่ีมาจากอลั ลอฮน์ ้นั ยอ่ มมีความสอดคลอ้ งกนั ในการใชใ้ ห้ปฏิบตั ิคุณ
งามความดี หลีกหนีจากกระทาความชวั่ การศรัทธาในอิสลามน้นั ไม่ไดข้ ดั กบั สติปัญญา เพราะอิสลามได้
ดาเนินอยบู่ นพ้ืนฐานของการใชส้ ติปัญญาในเร่ืองศรัทธาไปจนกระทงั่ การศรัทธาน้นั เด็ดเด่ียวมนั่ คงถึงแมว้ า่
อารยธรรมอิสลามจะเน้นเรื่องการศรัทธา แต่มนั มิได้ยกเลิกหรือละเลย ในเรื่องของวตั ถุ แถมยงั ให้การ
สนบั สนุนอยา่ งเตม็ ท่ีเนื่องจากมนั เป็นส่ิงสาคญั ในการสร้างความเจริญ
2. อารยธรรมด้านความเจริญกา้ วหน้าไม่มีการชะงกั งนั และไม่ล้าหลงั อิสลามได้ให้กาเนิดอารย
ธรรมน้ีข้ึนมาและไดเ้ จริญเติบโตข้ึนดว้ ยการต่อตา้ นสิ่งอธรรม การเอารัดเอาเปรียบ การชะงกั งนั ความ
ลา้ หลงั อิสลามมิไดห้ ้ามมุสลิมนาเอาสิ่งใหม่ ๆ หากส่ิงน้นั ไม่ขดั ต่อศาสนา รูปแบบ จริยธรรมของอิสลาม
คากล่าวอ้างของผูท้ ี่ต้องการทาลายอิสลามที่กล่าวว่าการศรัทธาน้ันขดั ต่อเป้าหมายความยุติธรรมของ
สงั คม คาอา้ งดงั กล่าวน้นั มนั ไม่เป็นความจริงแทจ้ ริงรูปแบบความยตุ ิธรรมของสังคมจะไมส่ มบูรณ์ นอกจาก
จะอยภู่ ายใตร้ ่มเงาของการศรัทธาเท่าน้นั อนั ศาสนาท่ีมาจากพระผเู้ ป็นเจา้ น้นั ทุกศาสนาเรียกร้องไปสู่การเห็น

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 15

อกเห็นใจกนั คนมงั่ มีจะตอ้ งจุนเจือคนขดั สนหรือ คนยากจนอนาถา ด้วยเหตุน้ีอิสลามจึงบญั ญตั ิการจ่าย
ซากาตเหนือมุสลิมท่ีมีความสามารถ

3. อารยธรรมท่ีมีคุณสมบตั ิยดื หยนุ่ และเปิ ดกวา้ ง กล่าวคืออารยธรรมอิสลามมิไดป้ ิ ดตวั เอง ทวา่ เป็ น
อารยธรรมท่ียดื หยุน่ มีท้งั การให้และการรับ อารยธรรมอิสลามไดใ้ หเ้ กียรติต่อมรดกของกลุ่มกราบไหวร้ ูป
ป้ัน ในวิชาและศิลปะแขนงต่างๆ และไม่ไดย้ ึดติดอยู่กบั มรดกเหล่าน้นั เพียงแต่วตั ถุเหมือนกบั การกระทา
ของบาทหลวงของคริสในช่วงแรกของสมยั กลาง อารยธรรมอิสลามเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่มีอยใู่ นมรดก
ของอารยธรรมตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็น อารยธรรมของกรีก เปอร์เซีย อินเดียและอารยธรรมอ่ืนๆ ในขณะเดียวกนั
อารยธรรมอิสลามมีจุดยนื ที่ประนีประนอมต่อ อารยธรรมของยวิ และคริสเตียน

4. อารยธรรมท่ีรักสันติภายใตร้ ่มเงาของสันติภาพน้นั เกิดการก่อสร้าง การประดิษฐ์ และการบูรณะ
และภายใตส้ ันติภาพเช่นกนั มนุษยร์ ู้สึกถึงความปลอดภยั ในชีวิต ทรัพยส์ ินและครอบครัว ซ่ึงเป็ นผลท่ี
นาไปสู่การงาน การผลิตอยา่ งมน่ั คง อิสลามจะทกั ทายกนั ดว้ ยสนั ติภาพท่ีแทจ้ ริง
5.แหล่งมรดกโลกในทวปี เอเชีย

มรดกโลก หมายถึง สถานที่ที่องคก์ ารการศึกษา วทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรมแห่ง
สหประชาชาติ (ยเู นสโก) คดั เลือกเพือ่ แสดงวา่ สถานที่น้นั มีความสาคญั ทางวฒั นธรรมหรือธรรมชาติ

 แหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวนั ออก เป็นส่ิงท่ีแสดงถึงการพฒั นาการทางดา้ นประวตั ิศาสตร์
ท่ีสาคญั ดงั น้ี

1. กาแพงเมืองจีน (The Great Wall) เป็นกาแพงท่ีสร้างใน
สมยั จกั รพรรดิฉินซื่อหวงต้ีหรือจ๋ินซีฮ่องเต้ เพื่อป้องกนั การรุกราน
ของพวกชนเผาต่างๆ อยู่ทางตอนเหนือของจีน หลงั จากน้ันมีการ
สร้างต่อเนื่องมาถึงสมยั ราชวงศห์ มิง ปัจจุบนั กาแพงเมืองจีนจดั เป็ น
1ใน 7 สิ่งมหศั จรรยข์ องโลก

2. พระราชวงั แห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศช์ ิงในเป๋ ยจ์ ิงและ
เสิ่ น ห ย าง (Imperial Palaces of the Ming and Qing Dynasties in
Beijing and Shenyang) เป็ นพระราชวงั ใหญ่ 2 แห่ง คือ พระราชวงั
ตอ้ งหาม (The Forbidden City) หรือ “กูก้ ง” และพระราชวงั โบราณกู้
กงเสิ่นหยาง โดยพระราชวงั ตอ้ งหามสร้างเมื่อ ค.ศ. 1406 เพื่อเป็ นท่ี
ประทบั และว่าราชการของจกั รพรรดิในราชวงศห์ มิงและราชวงศช์ ิง
ส่วนพระราชวงั โบราณกูก้ งเส่ินหยาง สร้างเม่ือ ค.ศ. 1625 เพื่อเป็ นห้องสมุดที่เก็บเอกสารหลกั ฐานสาคญั
ของการก่อต้งั ราชวงศช์ ิง

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 16

3. สุสานจ๋ินซีฮ่องเต้ (Mausoleum of the First Qin
Emperor) สร้างข้ึนในสมยั ฉินซ่ือหวงต้ืหรือจิ๋นซีฮอ่ งเต้ เพื่อใช้
บรรจุพระบรมศพของจกั รพรรดิ ทรัพยส์ มบตั ิต่าง ๆ รวมท้งั
ประติมากรรม กองกาลงั ทหาร นางสนมและนางกานลั รถมา้
และขนุ พลทหารจานวนมาก ท้งั น้ีสุสานแห่งน้ีเป็ นตวั แทนความ
ยงิ่ ใหญแ่ ละทรงอานาจของจิ๋นซีฮ่องเต้ (เมืองซีอาน มณฑลฉ่านซี)

4. พระราชวงั โปตาลาในลาซา (Historic Ensemble of the
Potala Palace, Lhasa)
เป็ นสัญลกั ษณ์สาคญั ของประวตั ิศาสตร์พระพุทธศาสนาในทิเบตและ
เป็ นศูนยก์ ลางการปกครองของทิเบต เร่ิมก่อสร้างในคริสตศ์ ตวรรษที่ 7
ในสมยั ของพระเจา้ ซงเชินต่อมามีการซ่อมแซมในคริสต์ศตวรรษท่ี 17
โดยดาไลลามะองค์ท่ี 5 เพื่อให้เป็ นป้อมปราการและสถานที่ศกั ด์ิสิทธ์ิ
ทางศาสนา การสร้างพระราชวงั มีลกั ษณะวงั ซ้อนวงั พระราชวงั นอก
เรียกว่า “พระราชวงั ขาว” ส่วนพระราชวงั ใน เรียกว่า “พระราชวงั แดง” ปัจจุบนั พระราชวงั โปดาลาเป็ น
พิพิธภณั ฑ์และสถานท่ีสักการะของพุทธศาสนิกชน ในพระราชวงั แดงยงั เป็ นส่วนที่ใช้ประกอบพิธีกรรม
ของชาวทิเบตจนถึงปัจจุบนั
5. เขตประวตั ิศาสตร์จยองจู (Gyeongju Historic Areas) กยองจู
เป็ นเมืองหลวงเก่าของอาณาจกั รชิลลา มีความสาคญั ต่อประวตั ิศาสตร์เกาหลี
ใตเ้ ป็ นอยา่ งมาก เน่ืองจากสิ่งก่อสร้างในเขตน้ีมีความงดงามดว้ ยพุทธศิลป์ ของ
เกาหลี ท้งั พระพุทธรูป วงั วดั และเจดีย์ ที่สร้างดว้ ยหินหรือไมท้ ี่มีอายุมากกวา่
1,000 ปี อีกท้งั เป็ นที่ต้งั ของหอดูดาวชอมแดซง ซ่ึงเป็ นยอดเขาดูดาวที่เก่าแก่
ท่ีสุดในเอเชียตะวนั ออก สร้างข้ึนราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 ในสมยั พระราชินี
ชอนตอกแห่งชิลลา

6. อนุสรณ์ทางประวตั ิศาสตร์เมืองนาระ (Ancient monuments
of Nara) นาระเป็นเมืองหลวงของญี่ป่ ุนระหวา่ งปี ค.ศ. 810-884 มีความเจริญ
ในฐานะเป็ นศูนยก์ ลางวฒั นธรรมโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ท่ีสาคญั ที่สุด
คือวดั โทไดจิ วดั ไมใ้ หญโ่ ตกวา้ งขวาง เป็นที่ประดิษฐานพระพทุ ธรูปไดบุทสึ
(Daibutsu) ซ่ึง เป็ นท่ีนบั ถือของชาวญ่ึปุนและมีขนาดใหญ่ท่ีสุดองคห์ น่ึงของ
ประเทศ

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 17

7. อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ ( Hiroshima Peace
Memorial Genbaku Dome) เรียกช่ืออีกอยา่ งวา่ “โดมปรมาณู” ต้งั อยทู่ ี่
เมืองฮิโระชิมะ เป็นโครงสร้างอาคารสถาปัตยกรรมท่ีเหลือเพียงอาคาร
เดียวในเมืองฮิโระชิมะท่ีถูกระเบิดนิวเคลียร์

 แหล่งมรดกโลกในเอเชียใต้
1. วดั มหาโพธ์ิที่พุทธคยา (Mahabodhi Temple Complex at Bodh
Gaya) เป็น 1ใน 4 สังเวชนียสถานที่สาคญั ในพระพทุ ธศาสนา เน่ืองจากเป็นท่ีต้งั
ของสถานที่ตรัสรู้ของพระพทุ เจา้ อยใู่ นประเทศอินเดีย

2. ป้อมอคั ระ (Agra Fort) ต้งั อยใู่ นประเทศอินเดีย เป็นป้อมหิน
ทรายสร้างเป็นกาแพงลอ้ มรอบพระราชวงั ของกษตั ริยโ์ มกุล ใน
คริสตศ์ ตวรรษ ที่ 16

3. ทชั มาฮาล (Taj Mahal) เป็นสุสานหินอ่อนสีขาว สร้างใน ค.ศ. 1632 และ
เสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1648 โดยจกั รพรรดิชาห์ จะฮาล แห่งราชวงศโ์ มกุล สร้างเพ่ือ
เป็ นอนุสรณ์สถานแห่งความรักของพระองค์กบั พระนางมุมตสั มาฮาล พระ
มเหสี เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหวา่ งเปอร์เซีย เอเชียกลาง และอิสลาม

4. ลุมพินี (Lumbini, the Birthplace of the Lord Buddha) เป็น 1
ใน 4 สงั เวชนียสถานที่สาคญั ในพระพทุ ธศาสนา เป็นสถานที่ประสูติ
ของพระพทุ ธเจา้ ต้งั อยใู่ นแควน้ อูธ ประเทศเนปาล

5. วดั ทองแห่งดมั บุลลา (Golden Temple of Dambulla) เป็ นสถานท่ีสาคญั
ในพระพุทธศาสนาของประเทศศรีลังกา ซ่ึงเป็ นสิ่งที่แสดงถึงศิลปะของ
เอเชียใตท้ ี่โดดเด่น สร้างข้ึนในราวศตวรรษท่ี 3 ก่อนคริสตศ์ กั ราช

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 18

 แหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้
1. เพตา (Petra) ต้งั อยใู่ นหุบเขาวาดี มูซา ประเทศจอร์เดน เป็นเมืองคาราวารของชาวนาบาเทียน

(Nabatean) เน่ืองจากท่ีต้ังนครเพตาอยู่บนเส้นทางการค้าโบราณระหว่าง
คาบสมุทรอาหรับกับอ่าวเปอร์เซียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมท้ังเป็ น
เส้นทางที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับกรุงดามัสกัสของซีเรีย เป็ นเมืองที่
ก่อสร้างจากการแกะสลกั ในหินธรรมชาติ เป็ นแหล่งโบราณคดีท่ีสะทอ้ นถึง
วฒั นธรรมตะวนั ออกกบั สถาปัตยกรรมเฮลเลนิสติก (Hellenistic) ของกรีก
2.เมืองโบราณคดีซามาร์รา (Samarra Archaeological City) เป็นเมืองหลวง
ของจกั รวรรดิฮบั บาสท่ียง่ิ ใหญ่ ต้งั อยบู่ นฝั่งแม่น้าไทกรีส ประเทศอิรัก เป็น
สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของอิสลามที่เผยแพร่ไปยงั ภูมิภาคอ่ืนในโลกมุสลิม
สถาปัตยกรรมที่สาคญั คือ มสั ยดิ ใหญ่และหอสูงรูปเกลียวที่สร้างข้ึนในพทุ ธ
ศตวรรษท่ี 14

 แหล่งมรดกโลกในเอเชียกลำง
1.สุสานของโคจา อาห์เหมด็ ยาซาวี (Mausoleum of Khoja Ahmed Yasawi) เป็ น
ท่ีฝังศพของโคจา อาห์เหม็ด ยาซาวี ซ่ึงเป็ นรัฐบุรุษและนักปราชญ์คนสาคญั
ในช่วงคริสตศ์ ตวรรษท่ี 12 ท่ีต้งั อยใู่ นเมืองเตอร์กิสถาน ประเทศคาซคั สถาน

2. ศูนยป์ ระวตั ิศาสตร์บูดารา (Historic Centre of Bukhara)
เป็นเมืองสาคญั เมืองหน่ึงในเอเชียกลางที่ต้งั อยบู่ นเส้นทางสายแพรไหม ท่ีมีอายุ
มากกวา่ 2,000 ปี โดยมีอนุสรณ์สถานที่สาคญั คือ สุสานฝังศพของอิสมาอิล
ซามานี และมาดราซาล ซ่ึงถืเป็นสถาปัตยกรรมมุสลิมชิ้นเอกในคริสต์
ศตวรรษท่ี 10

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ที่ 2 Page 19

บรรณำนุกรม

ณรงค์ พว่ งพิศและคณะ.(2553) ประวตั ศิ ำสตร์ ม.2 (พมิ พค์ ร้ังที่ 20) กรุงเทพฯ:สานกั พมิ พอ์ กั ษรเจริญทศั น์
นวลจนั ทร์ ตุลารักษ(์ 2547). ประวตั ิศำสตร์กำรต้ังถน่ิ ฐำนและพฒั นำชำตไิ ทย. กรุงเทพฯ:

สานกั พิมพโ์ อเดียนสโตร์.
ธีระ นุชเปี่ ยมและคณะ. (2556) ประวตั ิศำสตร์ ม.2 กรุงเทพฯ : บริษทั ซี.ว.ี แอล.การพิมพ์ จากดั .
พิชาติ แกว้ พวง. (2556) สังคมศึกษำ ม.2 . กรุงเทพฯ : บริษทั แปลนพริ้นทต์ ิ้ง จากดั .
วทิ ยา ปานะบุตร. (2554) สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ม.2 กรุงเทพฯ:พ.ศ.. พฒั นา จากดั .

https://www.youtube.com/watch?v=g9SGpnheXek&feature=emb_title
https://www.youtube.com/watch?v=juc3msgLMoc&feature=emb_title
https://www.youtube.com/watch?v=6LLMCKJYt3w&feature=emb_title
https://www.youtube.com/watch?v=xVf5kZA0HtQ&feature=emb_title
https://www.youtube.com/watch?v=IXrC3oDB80E&feature=emb_title

ประวตั ศิ ำสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษำ ปี ท่ี 2 Page 20

ออ


Click to View FlipBook Version