50
แห่งมาซิโดเนียไดย้ กกองทพั ผ่านทางเอเชียกลางเขา้ มาจนถึงลุ่มแม่น้าสินธุ ส่งผลให้การนับถือเทพเจา้
แนวคิดต่างๆ และรูปแบบศิลปกรรมของกรีกแพร่หลายมาในเอเชีย ดงั เช่น การสร้างพระพุทธรูปเป็ นรูป
บุคคล รวมท้งั แนวคิดในเรื่องระบบวรรณะ การเมืองการปกครอง
การขยายอานาจทางการสงครามที่ส่ งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน คือ
สงครามครูเสด ซ่ึงเป็ นสงครามระหวา่ งชาวคริสตใ์ นยโุ รปกบั ชาวมุสลิมในตะวนั ออกกลาง ทาใหช้ าวยุโรป
ไดพ้ บเห็นความเจริญของโลกตะวนั ออกในดินแดนที่ไปทาสงครามและมีความต้องการสินคา้ จากโลก
ตะวนั ออกมากข้ึน ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 13 กองทพั มองโกลไดข้ ยายอานาจไปถึงยุโรปตะวนั ออกทาใหพ้ ้ืนที่
ของตะวนั ออกและตะวนั ตกของจีนเช่ือมต่อถึงกัน ประกอบกับปัจจยั ท่ีทาให้การติดต่อระหว่างโลก
ตะวนั ออกกบั โลกตะวนั ตกเพิ่มมากข้ึน ไม่วา่ จะเป็นการเผยแผศ่ าสนา
การผจญภัยของชาวยุโรป การแสวงหาโชคลาภ การสืบคน้ และศึกษาทางดา้ นศาสนาท่ีสาคญั เช่น
เหตุการณ์การแสวงบุญของเห้ียนจงั (พระถงั ซมั จง๋ั ) การเดินทางของมาร์โคโปโล
การเผยแผ่ศาสนา เช่น การเผยแผศ่ าสนาอิสลามไปยงั ทวปี ยุโรปและเอเชีย การเผยแผศ่ าสนาคริสต์
ไปยงั ทวปี เอเชีย โดยเฉพาะจีน ญ่ีป่ ุน และประเทศตา่ ง ๆ ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
ผลของการติดต่อระหว่างโลกตะวนั ตกกบั โลกตะวนั ตก
การแลกเปลี่ยนสินค้า เช่น ผา้ ไหม เคร่ืองป้ันดินเผาประเภท Porcelain ของจีน ซ่ึงเป็ นสินคา้ ที่นิยม
ในหมู่ชาวตะวนั ตกช้นั สูงอยา่ งชาวโรมนั เครื่องเทศ พริกไทย สาหรับปรุงและถนอมอาหารจากหมู่เกาะใน
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตเ้ ป็ นที่นิยมของชาวตะวนั ตก ส่วนสินคา้ ตะวนั ตกท่ีเป็ นที่นิยมในตะวนั ออก เช่น มา้
กระเบ้ืองจากเปอร์เซีย
การรับและแลกเปลี่ยนความเจริญทางด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในยคุ โบราณและยคุ กลาง ดูเหมือนวา่
โลกตะวนั ออกจะมีความเจริญกา้ วหนา้ มากกวา่ โดยเฉพาะจีน ซ่ึงเป็นชาติแรกท่ีประดิษฐเ์ ขม็ ทิศ กระดาษและ
แท่นพิมพ์ จนไดร้ ับการยกยอ่ งเป็ นศูนยก์ ลางความเจริญของโลก ชาวอินเดียคิดสัญลกั ษณ์แทนตวั เลขใน
ระบบเลขฐานสิบ ทศนิยม การคานวณหาพ้ืนที่ซ่ึงชาวอาหรับได้รับไปเผยแพร่ในยุโรป ในยุคต่อมาชาติ
ตะวนั ตกกลบั มาเป็ นผูน้ าทางดา้ นเทคโนโลยีและวิทยาการดา้ นต่าง ๆ เน่ืองมาจากเกิดเหตุการ์สาคญั อย่าง
การปฏิวตั ิอุตสาหกรรม การปฏิวตั ิทางวทิ ยาศาสตร์ ทาใหค้ วามเจริญทางตะวนั ตกขยายสู่โลกตะวนั ออก เช่น
เครื่องกลไก เครื่องจกั ร อาวธุ เป็นตน้
ความมัน่ คงทางเศรษฐกจิ ทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงทางสงั คม การติดต่อระหวา่ งโลกตะวนั ออกกบั
โลกตะวนั ตกส่งผลใหเ้ กิดการพฒั นาเทคโนโลยดี า้ นต่าง ๆ และทาใหก้ ารคา้ ขยายตวั เพิ่มข้ึน ส่งผลใหพ้ อ่ คา้ ที่
มีฐานะร่ารวยสามารถปรับเปล่ียนสถานะทางสังคมและมีบทบาททางการเมืองเพ่ิมข้ึน สังคมเมืองเติบโต
ขยายตัวเพ่ิมมากข้ึน เกิดการสร้างสรรค์งานทางด้านศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ เช่น สถาปัตยกรรม
ประติมากรรม
51
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
เหตุการณ์สาคัญทางประวตั ศิ าสตร์ทม่ี ีผลต่อโลกปัจจุบัน
เหตุการณ์สาคญั ในสมยั กลาง (ค.ศ. 476-1492)
สมยั กลางเริ่มต้งั แต่อาณาจกั รโรมนั ล่มสลายลงในปี ค.ศ. 476 เพราะการรุกรานจากอนารยชนเผา่
เยอรมนั จากน้นั ศาสนาคริสตเ์ ขา้ มามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชนอยา่ งมากสมยั กลางสิ้นสุดเมื่อเริ่มมี
การปฏิวตั ิวทิ ยาศาสตร์และการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
1 สภาพทว่ั ไป มีลกั ษณะดงั น้ี
1) เป็นสมยั ท่ียโุ รปแตกเป็นอาณาจกั รเลก็ ๆ ปกครองกนั แบบกระจายอานาจเกิดอาณาจกั ร
ตา่ ง ๆ มากมายซ่ึงตอ่ มาจะพฒั นาเป็นรัฐชาติ
2) ระบอบการปกครองเป็นแบบกษตั ริยแ์ ตอ่ านาจอยกู่ บั ขนุ นางมากกวา่
3) สภาพสังคมขาดความมน่ั คงมีศึกสงครามมากมายประชาชนตอ้ งหาความคุม้ ครองจาก
ขนุ นางเกิดระบบอุปถมั ภแ์ ละศกั ดินาในยโุ รป
4) สภาพสังคมที่วุน่ วายทาให้ประชาชนหันมาพ่ึงพาศาสนาคริสต์เพ่ือปลอบประโลมใจ
ส่งผลให้สถาบนั สันตะปาปาและคริสตจกั รทรงอานาจและอิทธิพลอย่างมากประชาชนมีชีวิตอยู่ด้วย
ความหวงั วา่ จะไปเสวยสุขกบั พระเจา้ บนสวรรคห์ รือมุง่ หวงั ชีวติ ที่ดีกวา่ ในภายหนา้
2 สภาพสังคม มีลกั ษณะดงั น้ี
1) ลทั ธิฟิ วดลั หรือระบบศักดนิ าสวามิภกั ด์ิ (Feudal System) สงั คมสมยั กลางเป็นสงั คมใน
ลทั ธิฟิ วดลั ซ่ึงสังคมในสังคมมีความสัมพนั ธ์แบบเจา้ ของที่ดิน (Lord) กบั ผูร้ ับมอบให้ถือกรรมสิทธ์ิท่ีดิน
(Vassal) ที่ดินเป็ นพ้ืนฐานความผูกพนั ผูท้ ี่รับมอบท่ีดินตอ้ งรับใช้และมีความจงรักภกั ดีต่อเจา้ ของที่ดิน
สงั คมสมยั กลางประกอบดว้ ยกลุ่มชนต่าง ๆ กนั ดงั น้ี
แผนผงั ระบบศักดินา
52
1. ชนช้นั ปกครองไดแ้ ก่ พระมหากษตั ริย์ ขนุ นาง อศั วิน พวกน้ีส่วนใหญ่เป็ นพวกเจา้ ของ
ที่ดิน มีความเป็นอยหู่ รูหราฟ่ ุมเฟื อย อยตู่ ามปราสาทหรือคฤหาสน์ท่ีตนมีอานาจสิทธ์ิขาด
2. สามญั ชนประกอบดว้ ยชาวนาอิสระคือชาวนาที่เป็ นเจา้ ของที่ดินขนาดเล็กส่วนทาสท่ีติด
ท่ีดิน ( Serf) ก็คือ ชาวนาที่อาศยั อยู่ตามที่ดินผืนใหญ่ของเจ้าของที่ดิน ทามาหาเล้ียงชีพภายใต้อานาจ
สิทธ์ิขาดและการคุม้ ครองของเจา้ ของท่ีดิน
3. พระมีบทบาทมากในสังคมสมยั กลางเน่ืองจากวดั เป็นศูนยก์ ลางของชุมชนเป็นศูนยก์ ลาง
ของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาของประชาชน
ภาพแสดงสังคมศักดินาในยุโรปสมัยกลาง
2) ศาสนาคริสต์ การสูญสลายของจกั รวรรดิโรมันตะวนั ตก ทาให้เกิดอาณาจกั รเล็ก
อาณาจกั รนอ้ ย ของอารยชน ลกั ษณะการกระจดั กระจายทางการเมืองดงั กล่าว เป็ นผลใหศ้ าสนจกั รมีอานาจ
มากท้งั ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ศาสนจกั รไดร้ ับการจดั ต้งั ข้ึนคลา้ ยอาณาจกั ร สันตะปาปาท่ีกรุง
โรมมีอานาจสูงสุดมีพระที่อยูใ่ นฐานะรอง ๆ ลงมาทาหนา้ ที่ต่าง ๆ ตามเขตการปกครองเช่นพระในหมู่บา้ น
จะเป็นผเู้ ก็บภาษีและส่ังสอนประชาชน
สงครามครูเสด (Crusade war)
สงครามครูเสด เป็ นสงครามศาสนาซ่ึงเกิดจากความทะเยอทะยานขององค์พระสันตะปาปา ท่ี
ต้องการจะตีเอาเมืองเยรูซาเล็ม เมืองศกั ด์ิสิทธ์ิของศาสนาคริสต์ท่ีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของมุสลิม
กลบั คืนมาเป็ นของศาสนาคริสต์ จึงเกณฑ์บงั คบั ใหก้ ษตั ริยใ์ นยุโรปกรีฑากองทพั คริสเตียนไปตีเอาเมืองคืน
มาใหไ้ ด้ แต่ก็ไดร้ ับการต่อตา้ นอยา่ งหนกั จากชาวมุสลิมซ่ึงกษตั ริยท์ ี่ย่งิ ใหญ่ คือ ซาลาดิน สงครามใหญ่ ๆ มี
9 คร้ังกินเวลายาวนานเกือบ 197 ปี
สาเหตุของสงครามครูเสด
1. การแยง่ ชิงเมืองเยรูซาเล็มซ่ึงเป็ นสถานที่สาคญั ของชาวคริสต์และชาวอิสลามโดยเฉพาะวิหาร
แห่งเมืองเยรูซาเลม็ ซ่ึงเป็นศาสนสถานสาคญั ท่ีตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของมุสลิม ดงั น้นั ชาวคริสตจ์ ึงอยาก
ไดค้ รอบครอง จึงมีการรณรงคใ์ หม้ ีการต่อตา้ นมุสลิมอนั เป็นการเร่ิมตน้ สงครามของท้งั สองศาสนา
53
2. การพยายามของท้งั ผูน้ บั ถือศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามในการท่ีจะขยายอิทธิพลเหนือกนั
และกนั จึงนาไปสู่สญั ญาณความขดั แยง้ ข้ึน
3. การเกิดความแตกแยกในยุโรปซ่ึงอาจทาให้เกิดความอ่อนแอ พระสันตะปาปาประมุขแห่ง
คริสตจกั รจึงปลุกระดมใหท้ พั ไปทาสงครามกบั ชาวมุสลิมแทนเพื่อใหช้ าวคริสตม์ ีความสามคั คี มีความเป็ น
อนั หน่ึงอนั เดียวกนั
4. ความเจริญรุ่งเรืองทางดา้ นการคา้ ของชาวมุสลิมท่ีสามารถคุมการคา้ ระหวา่ งยุโรปกบั เอเชียใตท้ า
ใหช้ าวคริสตจ์ ึงตอ้ งทาสงครามเพอ่ื หยดุ ย้งั ความเจริญกา้ วหนา้
ผลจากการทาสงครามครูเสด เป็นสงครามทางศาสนาที่สร้างความเสียหายมากที่สุดมีระยะเวลานาน
ถึง 200 ปี และทาสงครามกนั ถึง 9 คร้ังระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11 -13 ค.ศ 1096-1291 และเม่ือสงคราม
สิ้นสุดลงทาใหเ้ กิดความสมั พนั ธ์ทางการคา้ ระหวา่ งโลกตะวนั ตกและโลกตะวนั ออกมากข้ึน
การฟื้ นฟูศิลปะวทิ ยาการ (Renaissance )
การฟ้ื นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance ) ระหว่างคริสตศ์ ตวรรษท่ี 14-17 เป็ นยุคที่ชาวยุโรปมีการ
ฟ้ื นฟูศิลปะวิทยาการต่าง ๆ ของกรีกและโรมนั กลบั มาศึกษาอีกคร้ังหน่ึงเป็ นยุคท่ียกยอ่ งให้เห็นคุณค่าของ
มนุษยโ์ ดยเนน้ มนุษยน์ ิยม (Humanism ) มากยง่ิ ข้ึนสนใจในวิชาศิลปะศาสตร์ เพื่อปลดปล่อยจิตวญิ ญาณให้
เป็นอิสระจากการควบคุมของศาสนจกั ร การฟ้ื นฟูศิลปะวทิ ยาการเกิดข้ึนในอิตาลีเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็ น
ศูนยก์ ลางทางการคา้ มีการติดตอ่ คา้ ขายกบั กรีกและเป็นท่ีต้งั ของอาณาจกั รโรมนั
สาเหตุของการฟื้ นฟูศิลปะวทิ ยาการ สรุปไดด้ งั น้ี
1 การฟ้ื นตวั ของเศรษฐกิจของยุโรป ทาให้ประชาชนมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีข้ึนจึงหนั มาให้ความ
สนใจทางศิลปะมากข้ึน
2 มีการประดิษฐแ์ ทน่ พิมพข์ องโยฮนั กูเตน เบอร์ก ชาวเยอรมนั ในปี ค.ศ. 1448 ทาใหม้ ีความรู้แขนง
ตา่ ง ๆ เช่น ทางดา้ นวรรณกรรมและปรัชญา เป็นตน้ แพร่หลายมากข้ึน
3 การล่มสลายของกรุงโรมซ่ึงเป็ นเมืองหลวงของโรมนั ตะวนั ออกในปี ค.ศ. 1453 เน่ืองจากถูก
รุกรานโดยพวกออตโตมนั เตอร์ก
อารยธรรมในยุคฟื้ นฟูศิลปะวทิ ยาการของยุโรป สรุปไดด้ งั น้ี
1 ดา้ นสถาปัตยกรรม สมยั ฟ้ื นฟูศิลปะวิทยาการ หรือเรเนซองส์ เป็ นลกั ษณะของอาคารแบบกรีก
และโรมนั เป็ นหลงั คารูปโดมแบบโรมนั และการมีเสาขนาดใหญ่แบบกรีก เช่น วิหารของสานกั วาติกนั
เป็นตน้ ศิลปิ นที่มีชื่อเสียงเช่น บรามพั เต (Bra Mvante)
2 ดา้ นประติมากรรม เป็นการป้ันรูปที่แสดงถึงสรีระร่างกายซ่ึงเป็นความงดงามของมนุษยม์ ีลกั ษณะ
ของการเคล่ือนไหวตามธรรมชาติ ศิลปิ นที่สาคญั คือ ไมเคิล แอนเจโล (Michael Angelo)
3 ดา้ นการละครมีการประยุกตเ์ ร่ืองราวในบทละครกรีกและโรมนั มาใชเ้ ป็ นแนวละครสุขนาฏกรรมโดยมี
ความเจริญรุ่งเรืองมากท่ีสุดในประเทศองั กฤษและในฝรั่งเศส
54
4 ดา้ นวรรณกรรม สมยั ฟ้ื นฟูศิลปวทิ ยาการจะไดร้ ับอิทธิพลทางดา้ นความคิดมาจากปรัชญาของกรีก
และโรมนั เป็ นงานประพนั ธ์ในยคุ น้ีมีร้อยแกว้ และร้อยกรองท่ีเน้ือหาของเปตราก ยโู ทเบียของเซอร์โทมสั
มอร์ (Sir Thomas More)
5 ดา้ นจิตรกรรม ในยคุ ฟ้ื นฟูศิลปวทิ ยาการจะเป็นภาพเขียนที่มีลกั ษณะเหมือนจริงมากที่สุดแสงดว้ ย
แนวคิดมนุษยนิยมท่ีให้ความรู้สึก ภาพท่ีมีช่ือเสียง คือ ภาพอาหารม้ือสุดทา้ ยและภาพโมนาลิซ่า ผทู้ ี่วาด คือ
เลโอนาร์โด ดา วนิ ชี
ภาพอาหารม้ือสุดทา้ ย ภาพโมนาลิซ่า
เส้นเวลาแสดงเหตุการณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตร์
55
เหตุการณ์สาคญั ในสมยั ใหม่จนถึงสมัยปัจจุบนั (ค.ศ. 1492-ปัจจุบนั )
การค้นพบและการสารวจทางทะเล
การสารวจทางทะเล จากการที่ชาวยุโรปได้ผ่านยุคมืดตอ้ งตกหยุดใตอ้ ิทธิพลของคริสตจกั รเป็ น
เวลานานเขา้ สู่ยคุ ฟ้ื นฟูศิลปวิทยาการระหวา่ ง ค.ศ. 1350- 1650 ชาวยุโรปไดม้ ีการศึกษาศิลปวฒั นธรรมของ
กรีกและโรมนั อีกคร้ังหน่ึง ทาใหม้ ีความสนใจเร่ืองธรรมชาติและเร่ืองจกั รวาลมากข้ึน
ปัจจัยทม่ี ผี ลต่อการสารวจทางทะเลของชาติตะวนั ตก มีดงั น้ี
1 การท่ีมีความรู้ทางด้านการเดินเรือและแผนท่ีที่มีความถูกต้องแม่นยา ทาให้ชาติตะวนั ตกมี
ศกั ยภาพในการเดินเรือมากข้ึน เป็นแรงผลกั ดนั ท่ีสาคญั ใหเ้ กิดการสารวจทางทะเล
2 ความตอ้ งการท่ีจะมาติดต่อคา้ ขายกบั จีน อนั เป็ นผลมาจากบนั ทึกของมาร์โคโปโล ซ่ึงเป็ นพ่อคา้
ชาวอิตาลีที่เดินทางเขา้ มาคา้ ขายกบั จีนสมยั เจงกีสข่านไดบ้ รรยายถึงความร่ารวยของจีน เป็นแรงบนั ดาลใจที่
สาคญั อยา่ งมาก
3 ความตอ้ งการสินคา้ ประเภทพริกไทย อบเชย และเคร่ืองเทศ ซ่ึงเป็ นสินคา้ ท่ีมีมากในทวีปเอเชีย
ชาวยโุ รปตอ้ งการอยา่ งมาก
4 การคน้ หาเส้นทางที่จะติดต่อกบั โลกตะวนั ออก เนื่องจากเส้นทางที่ก้ันระหว่างยุโรปกับโลก
ตะวนั ออกถูกพวกเตอร์ก ซ่ึงเป็ นชาวมุสลิม ตดั ขาดต้งั แต่ปี ค.ศ. 1453 อนั เป็ นผลมาจากการทาสงคราม
ครูเสดระหว่างชาวยุโรปท่ีนับถือศาสนาคริสต์และชาวมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามในยุคกลาง เป็ น
แรงผลกั ดนั ที่ทาใหช้ าติตะวนั ตกตอ้ งการติดต่อกบั โลกตะวนั ออกโดยตรง
5 การเผยแผ่ศาสนาคริสตใ์ นดินแดนต่าง ๆทว่ั โลกหนั มานับถือศาสนาคริสต์ มีหมอสอนศาสนา
เดินทางไปยงั ดินแดนตา่ ง ๆ ทว่ั โลกเพ่ิมมากข้ึนเรื่อย ๆ
6 ความตอ้ งการทาส เพื่อมาทางานในที่ดินของตนโดยเฉพาะชาวแอฟริกาที่มีร่างกายแขง็ แรงเป็นที่
ตอ้ งการของชาวยโุ รปอยา่ งมาก
ผลทเี่ กดิ จากการขยายอทิ ธิพลของชาตติ ะวนั ตก อนั เนื่องมาจากการสารวจทางทะเล
1 การคา้ ระหวา่ งโลกตะวนั ตกและโลกตะวนั ออก มีการขยายตวั เพ่ิมมากข้ึนอยา่ งรวดเร็ว ถือเป็นการ
ปฏิวตั ิทางการคา้ โดยยโุ รปเป็ นที่ผลิตสินคา้ สาเร็จรูปดินแดนอ่ืนเป็ นตลาดรองรับสินคา้ และแหล่งวตั ถุดิบท่ี
จะนาไปผลิตสินคา้
2 มีการเผยแผห่ ลกั ธรรมคาสอนของคริสตศ์ าสนาออกไปอยา่ งกวา้ งขวางในดินแดนต่าง ๆ ทว่ั โลก
โดยหมอสอนศาสนาชาวตะวนั ตกทาใหม้ ีผมู้ ีชนช้นั พ้นื เมืองเปลี่ยนศาสนามานบั ถือศาสนาคริสตเ์ พิ่มข้ึน
3 เกิดการล่าอาณานิคมของชาติตะวนั ตก ซ่ึงเป็ นผลมาจากการสารวจทางทะเลเพ่ือเป็ นสถานท่ีและ
ระบายประชากรของตน รวมถึงเป็ นแหล่งวตั ถุดิบในการผลิตสินคา้ ให้กบั ประเทศของตนซ่ึงชาติตะวนั ตก
ขยายอิทธิพลทางดา้ นการเมืองการปกครอง
56
4 การคน้ พบดินแดนใหม่จากการท่ีสเปนเดินทางสารวจทางทะเล โดย คริสโตเฟอร์โคลมั บสั คน้ พบ
ดินแดนในโลกตะวนั ออกรวมถึงองั กฤษ ฝร่ังเศสและชาติมหาอานาจตะวนั ตกอื่น ๆไดม้ ีการคน้ พบดินแดน
ต่าง ๆ จานวนมากข้ึน
5 มีพฒั นาการทางดา้ นเทคโนโลยขี องการต่อเรือที่เพิ่มสูงข้ึน ทาใหช้ าวยุโรปสามารถเดินทางไปยงั
ดินแดนต่าง ๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและมีความสะดวกมากยงิ่ ข้ึน
แผนที่แสดงเสน้ ทางการสารวจทางทะเลของนกั เดินเรือโปรตุเกตและสเปนคนสาคญั
การปฏิรูปศาสนา (Reformation)
การปฏิรูปศาสนา เกิดข้ึนในศตวรรษที่ 16 ในทวปี ยโุ รป ซ่ึงเป็ นช่วงของปลายยคุ กลางซ่ึงถือเป็นยคุ
มืดที่คริสตจกั รมีอิทธิพลปกครองไปทว่ั ยุโรปการปฏิรูปศาสนาเริ่มโดย มาร์ตินลูเทอร์ เม่ือปี ค.ศ. 1517 ซ่ึง
เป็ นพระและอาจารยส์ อนท่ีเทววทิ ยาท่ีวิกเต็มเบิร์ก ประเทศเยอรมนั ไดม้ อบขอ้ เสนอเพื่อการปฏิรูปศาสนา
95 ขอ้ แก่ศาสนจกั รเพื่อแกไ้ ขความเส่ือมโทรมของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และสถาบนั สันตะปาปา
เน่ืองจากลูเธอร์มองวา่ สันตะปาปาหมกมุ่นในทางโลก ละเลยหนา้ ท่ีธรรม มุ่งหาประโยชน์ให้กบั ตนเองและ
พวกพอ้ งซ่ึงผลก็คือ ลูเธอร์ถูกประกาศให้เป็ นคนนอกรีดตอ้ งหลบซ่อนตวั อยเู่ ป็ นเวลานาน และไดต้ ้งั นิกาย
ลูเธอรันข้ึนในเยอรมนั ซ่ึงเป็ นนิกายโปรเตสแตนต์ไม่ข้ึนกบั ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ทาให้เกิดความ
ขดั แยง้ ข้ึนอย่างมากในคริสต์ศาสนาและเหตุการณ์ดาเนินมาถึงปี ค. ศ. 1648 ท้งั สองฝ่ ายจึงไดม้ าทาสัญญา
สันติภาพเวสตฟ์ าเลียตอ่ กนั ถือเป็นการสิ้นสุดความขดั แยง้
สาเหตุทส่ี าคญั ซึ่งนาไปสู่การปฏิรูปศาสนาในยโุ รป สรุปไดด้ งั น้ี
1 ประชาชนในยุโรปตอ้ งการกา้ วพน้ จากอานาจการครอบงาของคริสตจกั รท่ีปกครองยุโรปมาเป็ น
เวลานาน โดยใชร้ ะบบศกั ดินาท่ีนาโดยชนช้นั กลางท่ีกลา้ ทา้ ทายอานาจของศาสนจกั ร
2 การเผยแผห่ ลกั ธรรมของศาสนาคริสตอ์ ยา่ งกวา้ งขวางในสื่อต่าง ๆทาให้ประชาชนมีความเขา้ ใจ
ในหลกั ธรรมคาสอนของศาสนาอยา่ งลึกซ้ึง จึงไมจ่ าเป็นตอ้ งเชื่อคาสอนของพระอีกต่อไป
3 การเส่ือมศรัทธาของประชาชนต่อสถาบนั สันตะปาปาซ่ึงเป็ นสถาบนั หลกั ของศาสนจกั รอนั
เน่ืองมาจากการทุจริตและการปฏิบตั ิตนไม่อยใู่ นศีลธรรมอนั ดีของสันตะปาปา
57
4 การที่ศาสนจกั รไม่ยอมปรับปรุงองคก์ รเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน การงมงายใน
การประกอบพิธีกรรมที่ใช้เคร่ืองรางของขลงั หรือการท่ีตอ้ งให้พระผูป้ ระกอบพิธีกรรมการใช้คมั ภีร์เป็ น
ภาษาลาติน ซ่ึงลว้ นไมเ่ ป็นการตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนท้งั สิ้น เป็นสาเหตุสาคญั ท่ีนาไปสู่การ
ปฏิรูปศาสนา
ผลของการปฏริ ูปศาสนา สรุปไดด้ งั น้ี
1 ทางดา้ นการเมือง การปฏิรูปศาสนาในคริสตศ์ ตวรรษที่ 16 ทาให้ระบบศกั ดินาที่ปกครองยุโรป
ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก เนื่องจากผูถ้ ูกปกครองลุกข้ึนมาเรียกร้องสิทธิของตนเองจาก
ผปู้ กครอง ส่งผลทาใหเ้ กิดความวนุ่ วายและอานาจของผปู้ กครองสน่ั คลอนอยากมาก
2 ทางดา้ นศาสนาเกิด การปฏิรูปศาสนาไปทวั่ ยโุ รปโดยในปี ค. ศ. 1517 เกิดการแยกนิกายออกจาก
คาทอลิกมาเป็ นนิกายโปรเตสแตนต์โดย มาร์ติน ลูเธอร์ ชาวเยอรมนั เป็ นนิกายท่ีไม่ยอมรับในอานาจของ
สนั ตะปาปา และนาการเปล่ียนแปลงมาสู่ชาวคริสต์ นอกจากน้นั ยงั เกิดการปฏิรูปศาสนาในองั กฤษเป็นตน้
เส้นเวลาแสดงเหตุการณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตร์
การปฏิวตั ิวทิ ยาศาสตร์ (Science revolution)
เกิดข้ึนในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 17 เป็ นกระบวนการเปล่ียนแปลงวถิ ีชีวติ ของมนุษยจ์ ากเดินที่เช่ือมนั่ ใน
อานาจเหนือธรรมชาติมาเป็ นการเอาชนะธรรมชาติ
ปัจจัยทก่ี ่อให้เกดิ การปฏิวตั ิทางวทิ ยาศาสตร์
1 การฟ้ื นฟูศิลปวทิ ยาการทาใหม้ นุษยเ์ ริ่มคิดคน้ วทิ ยาการต่างๆเพ่อื เอาชนะธรรมชาติ
2 การพฒั นาทางเทคโนโลยโี ดยเฉพาะเกี่ยวกบั การพิมพ์
3 การสารวจดินแดนโพน้ ทะเลและการติดต่อกบั โลกตะวนั ออก ทาให้มีการแลกเปล่ียนความรู้
ระหวา่ งการสร้างความเชื่อมน่ั ใหก้ บั มนุษยม์ ากข้ึน
ผลของการปฏวิ ตั วิ ทิ ยาศาสตร์
1 ก่อใหเ้ กิดความรู้และความเจริญกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการต่าง ๆ
2 นาไปสู่การคน้ ควา้ ทดลองในดา้ นตา่ ง ๆ ทาใหเ้ กิดความรู้ใหม่ ๆ มากข้ึน
3 ทาใหม้ นุษยเ์ ชื่อมน่ั ในสติปัญญาและความสามารถของตน จึงกลา้ ท่ีจะหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม
58
4 ทาใหม้ นุษยเ์ ช่ือมนั่ ในความกา้ วหนา้ และพฒั นาเทคโนโลยใี หม้ ีความกา้ วหนา้ มากข้ึน
5 ทาใหช้ าว เป็นผทู้ ี่ช่างสงั เกต ชอบคน้ ควา้ และคิดคน้ ทางวทิ ยาศาสตร์อยเู่ สมอ
การค้นพบทางวทิ ยาศาสตร์ทส่ี าคัญ
เส้นเวลาแสดงเหตุการณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตร์
59
การปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรม (Industrial revolution)
การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมซ่ึงเริ่มข้ึนในปี ค. ศ. 1760 หมายถึงการประดิษฐค์ ิดคน้ และพฒั นาเคร่ืองจกั ร
มาใช้ในอุตสาหกรรม ใช้เคร่ืองจกั รในการผลิตซ่ึงสามารถทาการผลิต ไดท้ ีละเป็ นจานวนมาก ทาให้มี
ผลผลิตเพิม่ ข้ึนท้งั ชนิดและปริมาณ
ภาวการณ์ก่อนการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม สภาพสังคมและเศรษฐกิจก่อการเกิดปฏิวตั ิอุตสาหกรรมที่
สาคญั มีดงั น้ี
1 เกษตรกรรม ในช่วงคริสต์ศตวรรษท่ี 18 การผลิตทางการเกษตรมุ่งท่ีจะนาผลผลิตมาใชบ้ ริโภค
ภายในบา้ นเรือนและทอ้ งถ่ิน ซ่ึงไดผ้ ลผลิตไม่มากนกั โดยใช้เคร่ืองมือการเกษตรง่าย ๆ และใช้แรงงานคน
แรงงานสัตวใ์ นไร่นาเป็นส่วนใหญ่
2 เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ในการเกษตรหรือการดาเนินชีวิต ใชเ้ คร่ืองมือทุ่นแรงน้อย และลา้ สมยั และ
แบบด้งั เดิม
3 สภาพเศรษฐกจิ การคา้ ยงั ไมพ่ ฒั นา มีการแลกเปล่ียนสินคา้ ระหวา่ งกนั นอ้ ย การคมนาคมขนส่งยงั
ไม่พฒั นาโดยใชเ้ กวยี น เรือเจียว เรือพาย ใชร้ ถเทียบมา้ เป็นตน้
ลักษณะของการปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็ นการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมแบบค่อยเป็ นค่อยไป
โดยมีการคิดสิ่งประดิษฐต์ ่าง ๆ ข้ึนอยูอ่ ยา่ งต่อเน่ืองเป็ นเวลานานนบั ร้อยปี ต้งั แต่ตอนปลายคริสตศ์ ตวรรษที่
18 ถึงคริสตศ์ ตวรรษท่ี 19 โดยเร่ิมจากองั กฤษแลว้ แผข่ ยายไปยงั ประเทศอื่น ๆ
สาเหตุของการปฏิวตั ิอตุ สาหกรรม
1 การสารวจดินแดนทางทะเลและการแสวงหาอาณานิคม ชาวยโุ รปไดแ้ ล่นเรือออกสารวจดินแดน
ทางทะเลและยึดดินแดนต่าง ๆ ที่ไดค้ น้ พบและสารวจเขา้ ไวเ้ ป็ นอาณานิคมของประเทศตน ดินแดนเหล่าน้ี
ไดก้ ลายเป็นท้งั ตลาดระบายสินคา้ และแหล่งวตั ถุดิบ
2 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระยะน้ีมีนกั วิทยาศาสตร์และนกั ประดิษฐ์ได้
สร้างประดิษฐก์ รรมใหม่ๆข้ึนมากมาย
3 วิถีการเมืองในยุโรป ในยุโรปไดม้ ีการเปล่ียนแปลงทางการเมืองไปสู่สภาพที่มีเสถียรภาพและ
ความมน่ั คงยงิ่ ข้ึน
4 การเพ่มิ จานวนประชากร ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 18 ประชากรส่วนใหญ่ในทวปี ยุโรปมีสภาพความ
เป็ นอยูด่ ีข้ึนมีมาตรฐานการครองชีพสูงข้ึนแต่ขณะเดียวกนั จานวนประชากรไดเ้ พิ่มข้ึนอยา่ งรวดเร็วซ่ึงมีผล
ทาใหค้ วามตอ้ งการเคร่ืองอุปโภคบริโภคในชีวิตประจาวนั เพ่ือเพ่ิมจานวนมากข้ึนตลาดสินคา้ อุตสาหกรรม
ไดข้ ยายตวั อยา่ งรวดเร็วข้ึน
60
ความก้าวหน้าในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ในช่วงคริสต์ศตวรรษท่ี 18-19 จะมีนกั วิทยาศาสตร์หรือ
นักประดิษฐ์ได้คิดค้นประดิษฐ์กรรมใหม่ๆข้ึนมาหลายชนิดโดยในระยะแรกในปี ค.ศ. 1760 -1860
ท่ีสาคญั คือ
พฒั นาการของการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
61
ผลของการปฏวิ ตั ิอุตสาหกรรม
ผลต่อสังคม
1 การเพ่ิมข้ึนของจานวนประชากร ความเจริญในวงการแพทยแ์ ละสาธารณสุข จากการปฏิวตั ิ
อุตสาหกรรมทาให้ประชากรเพิ่มจานวนมากข้ึนอยา่ งรวดเร็ว และส่งผลต่อการอพยพยา้ ยถิ่นคร้ังใหญ่ของ
มนุษย์
2 สมาคมไดเ้ กิดสมาคม หรือองคก์ ร เพ่ือช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในช่วงที่น้ีหลายองคก์ ร
3 การเพม่ิ จานวนของกรรมกรชาวชนบทท่ีไม่มีการศึกษาไม่มีที่ดินสมบตั ิอพยพเขา้ มาหางานทาใน
เมืองที่เป็ นแหล่งอุตสาหกรรมมากข้ึน
4 แหล่งเสื่อมโทรม ชุมชนเมืองท่ีเป็ นแหล่งอุตสาหกรรม มีสภาพสกปรก ซ่ึงเกิดจากผอู้ พยพเขา้ มา
หางานทา
5 ความแตกต่างของชนช้นั ในสังคม ความแตกต่างในชีวติ ความเป็นอยขู่ องชนช้นั กลาง ไดแ้ ก่ พอ่ คา้
และนายทุนกบั ชนช้นั กรรมาชีพ หรือลูกจา้ งมีมากข้ึน
6 เด็กและผหู้ ญิงถูกใชแ้ รงงานอยา่ งไม่เป็ นธรรมถูกเอารัดเอาเปรียบจากชนช้นั นายทุนมากข้ึน และ
เกิดความไมป่ ลอดภยั ในการทางาน
ผลต่อเศรษฐกจิ
1 ชนช้นั กลางมีอานาจมาก ซ่ึงชนช้นั กลาง หมายถึงผูป้ ระกอบการคา้ นกั ธุรกิจ และช่างเทคนิคท่ี
ไม่ใช่กรรมกรเขา้ มามีบทบาททางการเมืองการปกครองโดยพยายามเรียกร้องใหพ้ วกตนมีสิทธิทางการเมือง
มากข้ึน
2 การต่อสู้ทางการเมืองของชนช้ันกรรมกร กรรมกรเร่ิมคิดหาวิธีเลื่อนฐานะของตนโดยอาศยั
การเมืองเป็นหลกั จึงร่วมมือกนั ต้งั สหภาพแรงงานเพือ่ เรียกร้องสวสั ดิการและเพม่ิ คา่ จา้ งแรงงานจากนายทุน
3 ความจาเป็ นในการมีกาลงั ทหาร การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมไดก้ ่อให้เกิดการสร้างอานาจทางทหาร
เพอ่ื ปกป้องคุม้ ครองตลาดการคา้ ของตน
4 การขยายตวั ของลทั ธิจกั รวรรดินิยม หลายประเทศในยโุ รปไดก้ ลายเป็ นประเทศอุตสาหกรรม จึง
ตอ้ งแสวงหาแหล่งวตั ถุดิบและการตลาดระบายสินคา้ เพ่ิมข้ึน ท้งั ในเอเชีย และแอฟริกา เป็ นผลใหป้ ระเทศ
มหาอานาจขดั แยง้ และแยง่ ชิงผลประโยชนก์ นั เอง
เส้นเวลาแสดงเหตุการณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตร์
62
การปฏิวตั อิ เมริกนั (American revolution)
แนวคิดประชาธิปไตยของยุโรปไดข้ า้ มไปมีอิทธิพลยงั ดินแดนอาณานิคม 13 แห่งขององั กฤษใน
ทวีปอเมริกาเหนือ องั กฤษจดั การปกครองอาณานิคมโดย ให้สิทธิปกครองตนเอง แต่การที่องั กฤษตกั ตวง
ผลประโยชน์ และควบคุมการคา้ ของอาณานิคม ทาให้เกิดสงครามประกาศอิสรภาพในปี ค.ศ. 1776 โดยมุ่ง
หมายมาเฉพาะประกาศเป็ นประเทศอิสรภาพเท่าน้นั แต่ยงั แสดงถึงความตอ้ งการมีรัฐบาลปกครองตามแบบ
ชาวอเมริกนั
ภายหลงั การปฏิวตั ิไดม้ ีการร่างรัฐธรรมนูญเป็ นหลกั ในการปกครองประเทศ โดยไดร้ ับแนวคิดทาง
การเมืองจาก จอห์น ลอค ที่ชื่อวา่ สญั ญาประชาคม และทฤษฎีการแบ่งแยกอานาจของมองเตสกิเออร์ มาเป็ น
พ้ืนฐานระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเป็ นลาดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของ
ประธานาธิบดีอบั ราฮมั ลินคอล์น ไดเ้ ลิกทาส ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนโดยไม่จากดั ผวิ ประชาธิปไตย
ของสหรัฐอเมริกามีการแบ่งแยกอานาจระหวา่ งอานาจบริหาร อานาจนิติบญั ญตั ิ และอานาจตุลาการอย่าง
ชดั เจน ประธานาธิบดีไดร้ ับการเลือกต้งั จากประชาชนอยใู่ นวาระ 4 ปี รัฐสภามาจากการเลือกต้งั เช่นกนั ท้งั
วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และมีศาลสูงประกอบด้วยผู้พิพากษา 9 นาย ได้รับการแต่งต้ังจาก
ประธานาธิบดี โดยความเห็นชอบของวฒุ ิสมาชิกเป็นผใู้ ชอ้ านาจตุลาการ
การประกาศอสิ รภาพของสหรัฐอเมริกา
สาเหตุของการประกาศอสิ รภาพของอเมริกา
1 ความไมพ่ อใจของชาวอาณานิคมต่อประเทศองั กฤษ ท่ีเอาเปรียบทางดา้ นการคา้ โดยหา้ มมีการ
แข่งขนั กบั เมืองแม่ โดยองั กฤษพยายามแสวงหาผลประโยชนท์ างการคา้ กบั อาณานิคมแต่เพยี งฝ่ ายเดียว
2 เกิดปัญหาความขดั แยง้ ระหวา่ งเจา้ อาณานิคม คือองั กฤษกบั ชาวอาณานิคม เร่ืองความไม่เป็ น
ธรรมในการปกครองและการเรียกเก็บภาษีท่ีสูงจากชาวอาณานิคม สร้างความเดือดร้อนเป็นอยา่ งมาก
การดาเนินการประกาศอิสรภาพ เม่ือวนั ท่ี 11 มิถุนายนพ. ศ. 1776 ไดม้ ีการประชุมสภาภาคพ้ืนทวีป
คร้ังที่ 2 ได้ลงนามในคาประกาศอิสรภาพ เม่ือวนั ท่ี 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 ซ่ึงถือเป็ นวนั ชาติของ
สหรัฐอเมริกาและไดท้ าสงครามกบั องั กฤษ จนถึงปี ค.ศ. 1781 จึงยตุ ิลงโดยกองทพั ของชาวอาณานิคมเป็ น
ฝ่ ายชนะ และมีการเจรจากนั ข้ึนและไดล้ งนามในสนธิสัญญาปารีส (Treaty of Paris ) เม่ือวนั ที่ 3 กนั ยายน
ค.ศ. 1783 ซ่ึงองั กฤษยอมรับรองเอกราชของสหรัฐอเมริกา
การปฏิวตั ิฝร่ังเศส (French revolution)
สาเหตุทน่ี าไปสู่การปฏวิ ตั ิฝร่ังเศส ค. ศ. 1789 สรุปไดด้ งั น้ี
1 สาเหตุทางสังคมและการเมืองการปกครอง การปฏิวตั ิฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 นบั เป็นเหตุการณ์ซ่ึง
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองปัจจยั ที่นาไปสู่การปฏิวตั ิไดแ้ ก่ความเหลื่อมล้า
ทางสังคมโดยการแบ่งพลเมืองออกเป็นชนช้นั อภิสิทธ์ิ
2 สาเหตุทางเศรษฐกจิ จากการท่ีมีระบบเศรษฐกิจท่ีลา้ หลงั และการเกิดวกิ ฤตการณ์ทางการเงินของ
ประเทศที่สืบเนื่องมาจากการทาสงครามภายนอกประเทศ รวมถึงการใชจ้ ่ายอยา่ งฟ่ ุมเฟื อยของราชสานกั มี
63
ส่วนทาให้ฐานะการเงินของประเทศทรุดตวั ลงทุกขณะมีการเก็บภาษีประชาชนเพ่ิมข้ึน รวมท้งั ยงั ตอ้ งเผชิญ
กบั ปัญหาการเกบ็ เก่ียวที่ไม่ไดผ้ ล
ผลของการปฏิวตั ฝิ ร่ังเศสทมี่ ตี ่อชาวโลก
1 แนวคิดทางการเมือง การปฏิวตั ิฝรั่งเศสเป็ นเหตุการณ์ที่สร้างและเผยแพร่หลกั การของแนวทาง
การเมืองใหม่ ๆ เช่น เสรีนิยม ชาตินิยม ออกไปอยา่ งกวา้ งขวางกลายเป็นแรงบนั ดาลใจใหเ้ กิดการปฏิวตั ิ
2 เปลี่ยนแปลงสถาบันการเมืองการปกครองและสังคม การปฏิวตั ิฝรั่งเศส มีผลทาให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยม์ าเป็ นระบอบประชาธิปไตย การปฏิวตั ิฝรั่งเศส
ปี ค. ศ. 1789 จึงนบั ไดว้ า่ เป็นการเร่ิมตน้ ยคุ ใหมข่ องการเมืองโลก
ความขดั แย้งและความร่วมมือในคริสต์ศตวรรษท่ี 20 จนถึงปัจจุบนั
ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 ประเทศทวั่ โลกมีความสัมพนั ธ์กนั ในเชิงความขดั แยง้ และความร่วมมือ การ
แข่งขนั กนั แสวงหาอาณานิคม ความขดั แยง้ ระหว่างประเทศคร้ังสาคญั ในช่วงคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 ไดแ้ ก่
สงครามโลกคร้ังท่ี 1 สงครามโลกคร้ังท่ี 2 และสงครามเยน็
สงครามโลกคร้ังที่ 1 ค.ศ 1914-1918 (World war 1)
สาเหตุของสงครามโลกคร้ังท่ี 1 เกิดจากปัญหาตอ่ ไปน้ี
1 หากคาบสมุทรบอลข่าน เกิดจากโซเวียตและออสเตรีย-ฮงั การีตารางแข่งขนั แยง่ ชิงผลประโยชน์
เหนือคาบสมุทรบอลขา่ นซ่ึงอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของตุรกี
2 ปัญหาลัทธิชาตินิยม ต้งั แต่คริสต์ศตวรรษท่ี 16 ชาวยุโรปเกิดความคิดชาตินิยมอย่างรุนแรง
ประเทศต่าง ๆ ถือวา่ ชนชาติของตนดีกวา่ ชาติอื่น ๆ ขณะเดียวกนั ชนกลุ่มนอ้ ยก็เกิดความรู้สึกชาตินิยมและ
ตอ้ งการแยกตนเป็นประเทศเอกราช เช่น ชนกลุ่มนอ้ ยท่ีอยใู่ ตก้ ารปกครองของออสเตรีย-ฮงั การี
3 ลัทธิจักรวรรดินิยม ความเจริญก้าวหน้าหลงั การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมและความสาเร็จในการ
แสวงหาอาณานิคมทาใหช้ าติมหาอานาจยโุ รปตอ้ งการขยายดินแดนแสวงหาวตั ถุดิบ จึงเกิดการขยายตวั ของ
ลทั ธิจกั รวรรดินิยมและความขดั แยง้ ระหวา่ งชาติมหาอานาจ
4 การแข่งขันด้านแสนยานุภาพ การแข่งขนั ของประเทศต่าง ๆ ทาให้จาเป็ นตอ้ งสะสมอาวุธและ
แสนยานุภาพทางทหาร ทาใหส้ ถานการณ์ตึงเครียด
5 การขยายตัวของระบบพันธมิตรทางทหาร ความหวาดระแวงฝ่ ายตรงข้ามทาให้ประเทศ
มหาอานาจตอ้ งรวมกลุ่มกนั ทางทหารเป็ น 2 กลุ่มคือกลุ่มทริเปิ ล อลั ไลแอนซ์ (Triple Alliance) หรือกลุ่ม
ไตรภาคี ประกอบดว้ ย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮงั การีและอิตาลี และกลุ่มทริเปิ ล อองตองต์ (Triple Entente) หรือ
กลุ่มสมั พนั ธมิตร ประกอบดว้ ย องั กฤษ ฝรั่งเศส โซเวยี ตทาใหส้ ถานการณ์ในยโุ รปทวคี วามตึงเครียดมากข้ึน
6 ลทั ธิกระหายสงคราม ผนู้ าหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ออสเตรีย-ฮงั การี มีความกระหายสงคราม
เพราะคิดวา่ สงคราม คือ การตอ่ สู้เพื่อความอยรู่ อดของมนุษย์ และมนุษยท์ ่ีเขม้ แขง็ ที่สุดเทา่ น้นั ที่จะอยรู่ อดได้
ตามความเชื่อของลทั ธิดาร์วนิ ในทฤษฎีแห่งความอยรู่ อดของผทู้ ่ีแขง็ แรงที่สุด
64
ชนวนของสงคราม
ชนวนสงครามเกิดข้ึนเมื่อวนั ที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 อาร์ชดุ๊กฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ (Archduke
Francis Ferdinand) มกุฎราชกุมารแห่งจกั รวรรดิออสเตรีย-ฮงั การี และพระชายาถูกกฟั ริโล ปรินซิป (Gavrilo
Princip) ชาวบอสเนียซ่ึงมีเช้ือสายเซิร์บลอบปลงพระชนม์ รัฐบาลของออสเตรีย-ฮงั การีตอ้ งการยุติการ
เคลื่อนไหวของพวกสลาฟในเซอร์เบียไดย้ ่ืนคาขาดให้เซอร์เบียปฏิบตั ิตาม แต่เซอร์เบียปฏิบตั ิไดไ้ ม่ครบทุก
ขอ้ ออสเตรีย-ฮงั การีจึงประกาศสงครามกบั เซอร์เบียในวนั ที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914
พระชายาถูกกฟั ริโล ปรินซิป (Gavrilo Princip)
ผลของสงครามโลกคร้ังที่ 1
1 ฝ่ ายสัมพนั ธมิตรไดร้ ับชยั ชนะ
2 มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพหลายฉบบั ซ่ึงลงโทษฝ่ ายผูแ้ พส้ งครามอยา่ งหนกั สัญญาท่ี
สาคญั คือสนธิสญั ญาแวร์ซาย
3 มีการก่อต้งั องค์กรสันนิบาตชาติข้ึนเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ระหว่างประเทศเพื่อป้องกนั
ไม่ให้เกิดสงครามอีก แต่สันนิบาตชาติประสบความลม้ เหลวเนื่องจากประเทศสมาชิกไม่ปฏิบตั ิตามกฎของ
องคก์ รสันนิบาตชาติ
สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ค.ศ 1939-1945 (World war 11)
สาเหตุของสงครามโลกคร้ังท่ี 2 เกิดจากปัญหาต่อไปน้ี
1 สนธิสัญญาทไ่ี ม่เป็ นธรรม สนธิสัญญาแวร์ซายและสนธิสัญญาอื่น ๆไดล้ งโทษผูก้ ่อสงครามโลก
คร้ังที่ 1 อย่างหนกั และไม่เป็ นธรรม เช่น การเสียค่าปฏิกรรมสงคราม การเสียดินแดน การถูกจากดั กาลงั
ทหารและเศรษฐกิจทาใหป้ ระเทศผแู้ พส้ งครามเกิดความเจบ็ แคน้ และไมพ่ อใจ
2 ความแตกแยกของลัทธิการปกครอง ในขณะท่ีสหรัฐอเมริ กาซ่ึงปกครองโดยระบอบ
ประชาธิปไตยตอ้ งการให้ระบอบเผด็จการซ่ึงเป็ นตวั เหตุให้เกิดสงครามโลกคร้ังที่ 1 หมดไปจากโลกแต่
65
โซเวียตกลบั มีการปกครองเผด็จการซ้ายจดั คอมมิวนิสต์ ส่วนเผด็จการขวาจดั ทางทหารก็แข็งแกร่งข้ึนใน
ประเทศเยอรมนี อิตาลีและญี่ป่ ุน ซ่ึงเกิดความขดั แยง้ และการเผชิญหนา้ ในวงการเมืองระหวา่ งประเทศ
3 ปัญหาเศรษฐกิจ ผลจากการเกิดสงครามโลกคร้ังท่ี 1 ทาให้ท้งั ประเทศผูแ้ พแ้ ละชนะสงครามตอ้ ง
ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ต่างฝ่ ายต่างแข่งขนั กนั ฟ้ื นฟูเศรษฐกิจและใช้มาตรการต่าง ๆ ทาให้
เศรษฐกิจโลกทรุดต่าลงไปอีกจนเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่าทว่ั โลกในปี ค.ศ. 1929 -1933
4 ปัญหาดินแดนและอาณานิคม การที่ฝ่ ายประชาธิปไตยประกอบด้วย องั กฤษ ฝรั่งเศสและ
สหรัฐอเมริกา ยงั มีดินแดนอาณานิคมปกครองอยอู่ ีกมาก ในขณะท่ีฝ่ ายเผด็จการ เยอรมนี อิตาลีและญ่ีป่ ุนมี
นอ้ ยมากฝ่ ายประชาธิปไตยจึงตอ้ งการคงการมีดินแดนอาณานิคม และไมต่ อ้ งการเปลี่ยนแปลงสภาพ
5 ความไม่ร่วมมือของประเทศมหาอานาจ เนื่องจากกลุ่มประเทศมหาอานาจประชาธิปไตยไม่
ร่วมมือกนั อย่างจริงจงั ในการสกดั ก้นั ความทะเยอทะยานของฝ่ ายประเทศเผด็จการ แต่ต่างมีนโยบายที่
ขดั แยง้ กันเพ่ือรักษาผลประโยชน์ของตน ทาให้เปิ ดโอกาสแก่ฝ่ ายเผด็จการซ่ึงได้ทาการขยายอานาจ
ตลอดเวลาโดยไม่มีประเทศใดขดั ขวาง
6 ความล้มเหลวขององค์การสันนิบาตชาติ เนื่องจากการท่ีสหรัฐอเมริกาไม่เขา้ เป็ นสมาชิกการไม่มี
กองกาลงั ประจาของตนเองการไม่สามารถจดั การกบั ประเทศท่ีฝ่ าฝื นกฎบตั รของสันนิบาตชาติได้ เช่น ญ่ีป่ ุน
อิตาลี และเยอรมนี และการท่ีเยอรมนีไม่ยอมปฏิบตั ิตามสนธิสญั ญาแวร์ซาย
สถานการณ์ของสงคราม
หลังจากที่เยอรมนีละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายใน ค.ศ. 1935 และเร่ิมรุกรานประเทศต่าง ๆ ใน
ค.ศ. 1939 เยอรมนีบุกโปแลนด์ท่ีปฏิเสธการคืนฉนวนโปแลนด์บางส่วนและเมืองดาน ท้งั ยงั ไม่ยอมถอน
ทหารจากโปแลนด์ตามที่อังกฤษเรียกร้อง อังกฤษกับฝร่ังเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี จึงเกิด
สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ข้ึน
อดอล์ฟ ฮัตเลอร์
66
ผลของสงครามโลกคร้ังท่ี 2
1 ยโุ รปและญปี่ ่ ุนเสียหายอย่างหนัก ทาใหฐ้ านะผนู้ าผนู้ าของประเทศตา่ งๆในยโุ รปตกต่าอยา่ งมาก
2 เกดิ การก่อต้งั องค์การสหประชาชาติ และลทั ธิล่าอาณานิคมสิ้นสุดลง
3 เกิดประเทศใหม่ ๆ ที่ไดร้ ับเอกราชและประเทศต่างๆที่เคยตกเป็นเมืองข้ึนไดผ้ า่ นการเรียกร้องเอก
ราชจากเมืองแมจ่ นประสบความสาเร็จ
4 โลกเขา้ สู่ยคุ สงครามเยน็
ตารางเปรียบเทียบความคล้ายคลงึ และความแตกต่างของสงครามโลกคร้ังท่ี 1 และคร้ังท่ี 2
สาระ สงครามโลกคร้ังท่ี 1 สงครามโลกคร้ังท่ี 2
1 สาเหตุของคราม ความทะเยอทะยานของมหาอานาจกลาง ความทะเยอทะยานของฝ่ ายอกั ษะนาโดย
นาโดยเยอรมนี ต้องการครอบครอง เยอรมนีอิตาลีและญี่ป่ ุนที่ต้องการครอง
ดินแดนในยโุ รป โลก
2 ช น ว น ร ะ เ บิ ด ข อ ง การลอบสังหารมงกุฎราชกุมารของ กรณีพิพากฉนวนโปแลนด์
สงคราม ออสเตรียฮงั การี
3 ประเทศคู่สงคราม ฝ่ ายมหาอานาจกลาง ฝ่ ายอกั ษะ
หลกั คลา้ ยคลึงกนั เยอรมนี ออสเตรีย-ฮงั การี ตุรกี เยอรมนี อิตาลี ญี่ป่ ุน
ฝ่ ายสัมพนั ธมิตร ฝ่ ายสัมพนั ธมิตร
องั กฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ญ่ีป่ ุน ไทย องั กฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา รัสเซีย
อิตาลี
4 บทบาทของ เป็ นตัวแปรสาคัญในการทาให้ฝ่ าย เป็ นตัวแปรสาคัญในการทาใ ห้ฝ่ าย
สหรัฐอเมริกา สัมพนั ธมิตรประสบชยั ชนะ สมั พนั ธมิตรประสบชยั ชนะ
5 สาเหตุการเขา้ ร่วมรบ ขอ้ อา้ งที่เยอรมนีจมเรือโดยสาร ลูซิทาเนีย ญ่ีป่ ุนบุกโจมตีฐานทพั เรืออ่าวเพิร์ลในหมู่
ของสหรัฐอเมริกา ท่ีมีชาวอเมริกนั จานวนมาก เกาะฮาวายของสหรัฐอเมริกา
6 ความเสียหาย ผเู้ สียชีวติ ประมาณ 8.5 ลา้ นคน ผเู้ สียชีวติ มากกวา่ 15 ลา้ นคน
7 ผลหลงั สงคราม -เกิดสนธิสัญญาสันติภาพแวร์ซาย -เกิดองคก์ ารสหประชาชาติ
- เกิดองคก์ ารสนั นิบาตชาติ -สิ้นสุดลทั ธิล่าอาณานิคม
-ยโุ รปเสียหาย -ยโุ รปและญ่ีป่ ุนเสียหาย
-สหรัฐอเมริ กาข้ึนเป็ นมหาอานาจ
-เกิดสงครามเยน็
67
สงครามเยน็ (The cold war)
สงครามเยน็ หมายถึง ภาวะท่ีประเทศมหาอานาจฝ่ ายโลกเสรีกบั ฝ่ ายคอมมิวนิสตต์ อ้ งเผชิญหนา้ กนั
เกิดปัญหาความขดั แยง้ ต่าง ๆ ทาให้โลกตกอยู่ในความตึงเครียด ประเทศมหาอานาจท้งั สองฝ่ าย ไดแ้ ก่
สหรัฐอเมริกากบั สหภาพโซเวียตซ่ึงมีอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจแตกต่างกนั มีการแข่งขนั กนั
สะสมอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธอื่น ๆ จะไม่มีการทาสงครามในสนามรบแต่อย่างใด นอกจากใช้สงคราม
จิตวทิ ยา สงครามตวั แทน การทูตและการโฆษณาชวนเช่ือโจมตีซ่ึงกนั และกนั ผา่ นทางส่ือมวลชนแขนงต่างๆ
สาเหตุของสงครามเยน็
1 ความแตกต่างของประเทศมหาอานาจสองค่ายท้ังทางด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมืองการ
ปกครอง โดยสารอเมริกาเป็ นผนู้ าของฝ่ ายโลกเสรีประชาธิปไตยและสหภาพโซเวียตเป็ นชาติผูน้ าของโลก
คอมมิวนิสตต์ า่ งฝ่ ายต่างแขง่ ขนั อานาจกนั ในเวทีการเมืองของโลก
2 ความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากันคร้ังแรกของประเทศมหาอานาจท้ังสอง คือ กรณีการถอนตวั
จากประเทศเยอรมนี ภายหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 สิ้นสุดลง สหภาพโซเวยี ตไม่ยอมถอนตวั จากการยดึ ครอง
ดินแดนของเยอรมนีตะวนั ออก จึงเกิดความขดั แยง้ ซ่ึงกนั และกนั อย่างรุนแรง ทาให้ฝ่ ายโลกเสรีเกิดความ
หวาดระแวงภยั คุกคามจากประเทศคอมมิวนิสตโ์ ซเวยี ต
ผลกระทบของสงครามเยน็
ภาวะของสงครามเยน็ ทาให้โลกแบ่งกลุ่มออกเป็ น 3 ค่ายใหญ่ ๆ ตามความแตกต่างในลทั ธิการเมือง
และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ต่างฝ่ ายต่างพยายามแสวงหาพนั ธมิตรเขา้ มาร่วมเป็ นฝ่ ายเดียวกนั กบั ตน
ดงั น้ี
1 กลุ่มประเทศโลกเสรี ภายใตก้ ารนาของสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาให้การช่วยเหลือฟ้ื นฟู
เศรษฐกิจยุโรปตะวนั ตกภายหลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2โดยการจดั ต้งั แผนการมาร์แชลในปี ค.ศ. 1948 และ
สร้างความร่วมมือทางการทหารโดยการจดั ต้งั องค์การนาโต้ (NATO) เมื่อปี ค.ศ. 1951
2 กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ ภายใตก้ ารนาของสหภาพโซเวียต โดยสหภาพโซเวียตไดจ้ ดั ต้งั กลุ่ม
โคเมคอน (COMECON) ในปี ค. ศ. 1949 เพ่ือให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ยุโรปตะวนั ออก และ
องค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact Organization) ในปี ค.ศ 1955 เพ่ือตอบโตก้ ารรวมกลุ่มทาง
ทหารของฝ่ ายโลกเสรี
3 กลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ ฝ่ ายใด (NAM) ประกอบดว้ ยประเทศโลกที่สามหรือประเทศกาลงั พฒั นา
ภายใตก้ ารริเร่ิมจดั ต้งั ของผนู้ าอนิ เดยี อนิ โดนีเซีย อยี ปิ ต์ และยโู กสลาเวยี มีนโยบายท่ีจะอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติ
ไม่เขา้ ร่วมเป็ นพนั ธมิตรทางการทหารกบั ฝ่ ายใด กลุ่มประเทศน้ีมีบทบาทอยา่ งมากในการช่วยผ่อนคลาย
ความตึงเครียดของสงครามเยน็ ในขณะน้นั
68
เส้นเวลาแสดงเหตกุ ารณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตร์
69
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
สถานการณ์สาคัญของโลกในคริสต์ศตวรรษท่ี 21
เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001 และความขัดแย้งทางด้านศาสนาและเชื้อชาติ
ความขดั แย้งทางด้านศาสนา
ปัญหาความขดั แยง้ ทางศาสนาเป็ นปัญหาหน่ึงท่ีทาให้โลกตอ้ งเผชิญกบั ความรุนแรงและสงคราม
ตลอดระยะเวลาอนั ยาวนานในประวตั ิศาสตร์โลก
สาเหตุของปัญหาความขัดแย้งทางศาสนา มีดงั นี้
1 ความเชื่ออคติที่วา่ ศาสนาของตนดีกวา่ ศาสนาอื่น
2 การพยายามเผยแผศ่ าสนาของตนดว้ ยวธิ ีการต่างๆไปกระทบกบั ศาสนาอ่ืนท่ีเป็นเจา้ ของพ้นื ท่ีเดิม
3 ปัญหาจากสงครามขยายดินแดนทาใหด้ ินแดนศกั ด์ิสิทธ์ิของศาสนาหน่ึงไปตกอยใู่ นดินแดนของ
คนท่ีนบั ถือศาสนาอ่ืนๆเช่นกรณีเมืองเยรูซาเลม็ ในดินแดนปาเลสไตน์อนั เป็ นตน้ กาเนิดของสงครามครูเสด
4 การกล่าวอา้ งตีความคมั ภีร์คาสอนของศาสนาตนวา่ การทาสงครามศกั ด์ิสิทธ์ิเป็ นสิ่งท่ีถูกตอ้ งเพ่ือ
ปกป้องผลประโยชนป์ ระชาชนและศาสนาของตน
กรณคี วามขดั แย้งทางศาสนาทส่ี าคัญ มีดังนี้
1 สงครามครูเสด เป็นความขดั แยง้ ระหวา่ งศาสนาคริสตแ์ ละอิสลามในประวตั ิศาสตร์โลกสมยั กลาง
เพื่อแยง่ ชิงเมืองศกั ด์ิสิทธ์ิเยรูซาเล็มซ่ึงอยูใ่ นการยึดครองอาณาจกั รมุสลิม สงครามทากนั ยาวนานกวา่ 100 ปี
ในศึกคร้ังน้ีถึง 9 คร้ัง
2 กรณอี นิ เดียและปากสี ถาน เป็นความขดั แยง้ ระหวา่ งศาสนาฮินดูและอิสลาม นอกจากจะเป็นความ
ขดั แยง้ ทางการเมืองกรณีปากีสถานขอแยกตวั เป็ นเอกราชจากอินเดียแล้ว ยงั มีปัจจยั ทางศาสนาอยู่ด้วย
เนื่องจากประชากรของปากีสถานนับถือศาสนาอิสลาม ในขณะท่ีประชากรส่วนใหญ่ของอินเดียนับถือ
ศาสนาฮินดู
3 กรณไี อร์แลนด์เหนือกบั อังกฤษ เป็ นความขดั แยง้ ระหว่างศาสนาคริสต์นิกายโรมนั คาทอลิกและ
นิกายโปรเตสแตนต์ เนื่องจากรัฐบาลองั กฤษซ่ึงนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ต้องการให้
ไอร์แลนดเ์ หนือ ซ่ึงเป็นแควน้ ในปกครองเปลี่ยนการนบั ถือนิกายโรมนั คาทอลิกมาเป็ นนิกายโปรแตสแตนท์
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ชาวไอริสไมย่ อมจึงเกิดสงครามก่อการร้ายตอ่ ตา้ นในนามขบวนการไออาร์เอ (IRA)
4 กรณอี นิ เดยี และศรีลงั กา เป็นความขดั แยง้ ระหวา่ งศาสนาฮินดูของชาวอินเดียและศาสนาพุทธของ
ชาวศรีลงั กา อนั มีปัญหาการแบ่งแยกดินแดนของกระบวนการพยคั ฆท์ มิฬอีแลม ซ่ึงเป็นชาวทมิฬจากอินเดีย
ที่เขา้ ไปแยง่ ชิงดินแดนในเกาะศรีลงั กา
ผลกระทบของปัญหาความขัดแย้งทางศาสนา มีดงั น้ี
1 การสูญเสียชีวติ และความแตกแยกของคนในสงั คม
70
2 นาไปสู่ความแตกแยกทางสงั คม วฒั นธรรม และการเมืองของประเทศชาติ
3 เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในรูปของความเสียหายทางทรัพยส์ ิน การสูญเสียความเชื่อมน่ั การ
ลงทุนทางเศรษฐกิจ
4 ปัญหาความขดั แยง้ ทางศาสนาถูกนาไปเช่ือมโยงวา่ เป็นสาเหตุของปัญหาการก่อการร้าย
การก่อการร้าย (Terrorism)
ก่อการร้าย หมายถึง การใชค้ วามรุนแรงเพื่อเป้าหมายทางการเมือง ศาสนา หรืออุดมการณ์อยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงโดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือทาใหส้ าธารณะตกอยใู่ นความหวาดกลวั เป็ นการกระทาที่จงใจหรือไม่ใส่
ใจต่อความปลอดภยั ของผคู้ นที่ไมเ่ ก่ียวขอ้ งและกระทาโดยองคก์ รที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐใด ๆ
ความสาคัญของปัญหาการก่อการร้าย
การก่อการร้ายถือว่าเป็ นภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวเป็ นอย่างย่ิงในยุคโลกาภิวฒั น์นับต้ังแต่
เหตุการณ์ผูก้ ่อการร้ายจ้ีเคร่ืองบิน และบงั คบั พุ่งเขา้ ชนตึก ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ (world trade center ) ณ
กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวนั ท่ี 11 กนั ยายน ค.ศ 2001 (9/11) สถานการณ์ดงั กล่าวทาให้
นกั วิเคราะห์อนาคตทว่ั โลกประเมินสถานการณ์ในศตวรรษท่ี 21 วา่ เป็ นศตวรรษแห่งชะตากรรมขา้ มชาติ
และการก่อการร้ายเหมือนกนั กบั ศตวรรษที่ 20 ท่ีถูกมองวา่ เป็ นศตวรรษแห่งสงครามเยน็ และศตวรรษที่ 19
ท่ีถูกมองวา่ เป็นศตวรรษของการล่าอาณานิคม
เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001
เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001 เกิดข้ึนในสหรัฐอเมริกา 3 เหตุการณ์ ภายในเวลา 1
ช่วั โมง ของเช้าวนั ที่ 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001 จากการกระทาของผูก้ ่อการร้ายท่ีใช้เคร่ืองบินโดยสารเป็ น
เคร่ืองมือเพ่ือทาลายขวญั กาลงั ใจ และความมนั่ คง ปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ ินของชาวอเมริกนั
1 เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง767 ของสายการบินอเมริกนั แอร์ไลน์ พร้อมดว้ ยผโู้ ดยสารพุง่ เขา้ ชน ตึก
เวลิ ดเ์ ทรด เซ็นเตอร์ 1(Word Trad Center 1) ในมหานครนิวยอร์ก
2 เคร่ืองบินโดยสารโบอิ้ง767 ของสายการบินยูไนเตด็ แอร์ไลน์พุ่งเขา้ ชนตึกเวลิ ดเ์ ทรด เซ็นเตอร์ 2
(Word Trad Center 2) ซ่ึงเป็นตึกคูแฝดกบั ตึกแรกในมหานครนิวยอร์ก
3 เคร่ืองบินโดยสารโบอิ้ง757 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ พุ่งเขา้ ชนอาคารเพนตากอน
(Pentagon) ท่ีกรุงวอชิงตนั ดี.ซี. ซ่ึงเป็นที่ทาการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา
สาเหตุของเหตุการณ์ 11กนั ยายน ค.ศ.2001
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเช่ือวา่ ผูท้ ่ีอยูเ่ บ้ืองหลงั เหตุการณ์ก่อการร้ายคร้ังน้ี คือ โอซามะ บินลาเดน( Osama bin
Laden) หวั หนา้ ขบวนการ อลั เคดา หรือ อลั กออิดะห์( Al Qa ida) ซ่ึงเป็นองคก์ ารก่อการร้ายท่ีมีเครือข่ายทว่ั
โลก และมุ่งตอ่ ตา้ นสหรัฐอเมริกาและโลกตะวนั ตกโดยตรง
สาเหตุการก่อการร้ายคร้ังน้ี คือการดาเนินนโยบายดา้ นการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ขดั ขวาง
และไม่เป็นมิตรต่อโลกอาหรับ 2 ประการคือ
71
1 การขยายอิทธิพลเขา้ แทรกแซงในภูมิภาคตะวนั ออกกลาง เพ่อื มุง่ ผลประโยชน์ในทรัพยากรน้ามนั
ซ่ึงกลุ่มทุนจากบริษทั อุตสาหกรรมน้ามนั ของชาวอเมริกนั เขา้ ไปลงทุนจานวนมหาศาล
2 การสนบั สนุนรัฐบาลอิสราเอลในกรณีความขดั แยง้ กบั ชาติอาหรับในปัญหาดินแดนปาเลสไตน์
ทาใหก้ ลุ่มประเทศอาหรับและขบวนการก่อการร้ายไม่พอใจ จึงแสดงปฏิกิริยาตอ่ ตา้ นสหรัฐอเมริกา
ผลกระทบของเหตุการณ์ 11กนั ยายน ค.ศ.2001
เหตุการณ์การก่อวินาศกรรม อยู่ในช่วงสมยั ของ ประธานาธิบดี จอร์จ ดบั เบิลยู บุช (George W.
Bush) มีผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาและโลก ดงั น้ี
1 ความสูญเสียในชีวิตและทรัพยส์ ินเป็ นจานวนมาก มีผูเ้ สียชีวิตประมาณ 2,000 คน และคว าม
เสียหายในทรัพยส์ ินประมาณ 100,000 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐฯ
2 ผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ทาใหก้ ารขยายตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศชะลอตวั ลง
3 ขวญั กาลงั ใจคนอเมริกาตกต่า ความเช่ือมนั่ ในความยงิ่ ใหญข่ องชนชาติอเมริกาลดถอยลง แต่ทาให้
เกิดพลงั ชาตินิยมในหมูป่ ระชาชนอยา่ งกวา้ งขวาง
4 ประชาชนใหก้ ารสนบั สนุนรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในการรักษาความมนั่ คงภายในและความมนั่ คง
ของชาติมากข้ึน เช่นในการให้ประธานาธิบดีมีอานาจมากข้ึนในการป้องกันปัญหาการก่อการร้าย ซ่ึง
สหรัฐอเมริกาถือวา่ เป็นศตั รูที่มองไม่เห็น
5 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาใชเ้ หตุการณ์การก่อวินาศกรรมดงั กล่าว เป็ นขอ้ อา้ งเพื่อการปราบปรามลทั ธิ
การก่อการร้าย โดยไดร้ ับการสนบั สนุนในงบประมาณดา้ นการทหารจากรัฐสภา เช่นส่งกองกาลงั ทหารเขา้
ทาสงครามในอฟั กานิสถาน ค.ศ. 2001 และทาสงครามยดึ อิรัก ค.ศ. 2003
ผลกระทบต่อสังคมโลก
1 ทาใหล้ ทั ธิการก่อการร้ายขยายตวั อยา่ งกวา้ งขวาง มีการก่อวนิ าศกรรมเพือ่ ทาลายผลประโยชน์ชาติ
พนั ธมิตรของสหรัฐอเมริกา เช่น องั กฤษ ออสเตรเลียในภูมิภาคตา่ งๆ ดงั กรณีการก่อวนิ าศกรรมสถานบนั เทิง
ในเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เม่ือเดือน ตุลาคม ค.ศ. 2002 โดยขบวนการก่อการร้าย กลุ่มเจมาห์ อิสลา
มิยาห์ หรือ เจไอ (J.I) มีผเู้ สียชีวติ กวา่ 200 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวออสเตรเลียและชาติตะวนั ตก
2 ทาใหโ้ ลกเกิดความตึงเครียดและหวาดกลวั จากภยั ก่อการร้าย ซ่ึงนิยมใชค้ วามรุนแรงทาลายชีวิตผู้
บริสุทธ์ิอยา่ งโหดร้าย โดยเฉพาะขนวนการ อลั เคดา ของโอซามะ เบลาดิน ซึงมีนโยบายต่อตา้ นสหรัฐอเม
ริกา อิสราเอลและชาติพนั ธมิตร รวมท้งั รัฐบาลประเทศมุสลิมที่นิยมตะวนั ตก
ในตน้ คริสต์ศตวรรษท่ี 21 ความขดั แยง้ ระหว่างประเทศที่สาคญั มีผลกระทบต่อประเทศต่างๆทว่ั โลก คือ
ปัญหาการก่อการร้ายขา้ มชาตินาไปสู่ความรุนแรงของเหตุการณ์ 11 กนั ยายน ค.ศ. 2001 ทาใหส้ หรัฐอเมริกา
สูญเสียชีวิตพลเมืองและทรัพยส์ ินอยา่ งใหญ่หลวง และชาวอเมริกนั ตระหนกั ว่าชีวิตของตนอาจตกอยู่ใน
ภาวะเส่ียงภยั ไดไ้ ม่วา่ จะอยู่ในประเทศ หรือนอกประเทศก็ตามสหรัฐอเมริกาจึงประกาศแข็งกร้าวที่จะทา
สงครามต่อตา้ นการก่อการร้าย และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกบั สหรัฐอเมริกาในการปราบปราม
การก่อการร้ายโดยเฉพาะขบวนการ อลั เคดา ที่มี นายโอซามา บินลาเดน เป็นผนู้ า
72
สหรัฐอเมริกากล่าวอา้ งว่า ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผูน้ าอิรักให้การช่วยเหลือขนวนการ
อลั เคดา และกล่าวหาวา่ อิรักครอบครองและซุกซ่อนอาวุธที่มีอานุภาพทาลายลา้ งสูงไว้ สหรัฐอเมริกาจึง
จาเป็ นตอ้ งใช้กองกาลงั ทหารกบั อิรักเพื่อทาลายระบอบการปกครองของประธานาธิบดี ซัดดมั ฮุสเซน
สหรัฐอเมริกายงั เห็นว่าอิรักอยู่ในแกนนาแห่งความชว่ั ร้าย ที่มีอิหร่านและเกาหลีเหนือรวมอยู่ดว้ ย ภารกิจ
ของสหรัฐอเมริกาคือ การจดั การกบั ประเทศที่ไม่เป็ นประชาธิปไตยเหล่าน้ีอย่างเด็ดขาด สงครามจึงเป็ น
แนวทางที่สหรัฐอเมริกาเห็นวา่ ควรทา เพราะมาตรการกดดนั ทางการทูตหรือเจรจาต่อรองคงใชไ้ ม่ไดผ้ ลกบั
อิรัก
นโยบายแข็งกร้าวของสหรัฐอเมริกาในการใชส้ งครามดาเนินการกบั อิรักไดส้ ร้างความขดั แยง้ และ
ตึงเครียดระหว่างประเทศ แมอ้ งั กฤษจะสนบั สนุนสหรัฐอเมริกาแต่ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีนก็ไม่เห็นดว้ ย
สหประชาชาติก็ให้ความเห็นว่าการเปิ ดฉากโจมตีอิรักของสหรัฐอเมริกาไม่สอดคล้องกับกฎบัตร
สหประชาชาติ ตามมาตราท่ี 42 และ 52
อย่างไรก็ตามสหรัฐอเมริกาก็ตดั สินใจโจมตีอิรัก เม่ือวนั ท่ี 20 มีนาคม ค.ศ. 2003 โดยไม่รอ
ฉนั ทานุมตั ิของคณะมนตรีความมน่ั คงแห่งสหประชาชาติ และไม่สนใจต่อเสียงคดั คา้ นของนานาประเทศ
สหรัฐอเมริกาอา้ งว่าการทาสงครามเพ่ือปลดอาวุธอิรัก เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีพนั ธะที่ตอ้ งทามาต้งั แต่
สงครามอ่าวเปอร์เซีย ค.ศ. 1991 แต่อิรักต่อตา้ นการปลดอาวธุ มาโดยตลอดและเพื่อทาลายอานาจเผด็จการ
ของซดั ดมั ฮุสเซน ที่กดข่ีและริรอนเสรีภาพของประชาชน ต้งั แต่ ค.ศ. 1979
หลงั การยุติปฏิบตั ิการทางทหารในอิรักเมื่อวนั ที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 สหรัฐอเมริกาได้ฟ้ื นฟู
บูรณะอิรักเพื่อให้เป็ นประเทศประชาธิปไตยซ่ึงข้นั ตอนการสร้างสันติภาพและฟ้ื นฟูอิรักต้องใช้เวลา
พอสมควร สงครามอิรักช้ีใหเ้ ห็นถึงความขดั แยง้ ที่เกิดข้ึนเป็นปัญหาสาคญั ที่ทุกประเทศตอ้ งร่วมมือกนั แกไ้ ข
เพราะสงครามและความรุนแรงไมใ่ ช่แนวทางที่เหมาะสมของการแกป้ ัญหา การใชอ้ านาจของสหรัฐอเมริกา
ไม่สามารถทาให้โลกมีเสถียรภาพได้ เพราะขบวนการก่อการร้ายที่ขยายบทบาทไปทว่ั โลกและก่อความ
รุนแรงมากข้ึนทาใหป้ ัญหาความขดั แยง้ ยงั คงดารงสืบต่อไป ประชาคมโลกและสหประชาชาติตอ้ งมีบทบาท
73
มากข้ึนในการเมืองระหวา่ งประเทศ เพ่ือร่วมกนั สร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเสมอภาคและความยตุ ิธรรม
มากข้ึน
ประธานาธิบดซี ัดดัม ฮุสเซน
หลังจากเหตุการณ์ 9/11 เกิดข้ึนแล้ว หลายประเทศพฒั นาและประเทศกาลังพฒั นายงั คงเป็ น
เป้าหมายของการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ซ่ึงคร่าชีวิตผูบ้ ริสุทธ์ิไปเป็ นจานวนมาก เหตุการณ์อนั เป็ นท่ี
ประจกั ษท์ ่ีผา่ นมา เช่น การระเบิดในเมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวนั ท่ี 12 ตุลาคม ค.ศ. 2002 การเกิด
ระเบิดรถไฟในกรุงมาดริด ประเทศสเปน เม่ือวนั ท่ี 11 มีนาคม 2004 การเกิดระเบิดในกรุงลอนดอน เมื่อวนั ที่
7 กรกฎาคม 2005 รวมไปถึงการเกิดสงครามในอฟั กานิสถานที่เริ่มตน้ ข้ึนหลงั จากตึกเวลิ ดเ์ ทรดเซ็นเตอร์ ถูก
ถล่มไดไ้ ม่นาน และยงั คงมีความต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบนั ตามมาดว้ ยสงครามอิรักภาค 2 จนสหรัฐอเมริกา
และองั กฤษสามารถโค่นลม้ ซดั ดมั ฮุสเซน และจดั ต้งั รัฐบาลพลเรือนไดเ้ ม่ือวนั ที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 2004
ภาวะโลกร้อน (Global Warming)
ภาวะโลกร้อน หมายถึง การท่ีอุณหภูมิเฉล่ียของอากาศบนโลกสูงข้ึน ไมว่ า่ จะเป็นอากาศบริเวณใกล้
ผวิ โลกและน้าในมหาสมุทร
สาเหตุท่ีทาให้เกิดภาวะโลกร้อนเน่ืองจากก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มข้ึนจากการทากิจกรรมต่างๆ ของ
มนุษยท์ ้งั ทางตรงและทางออ้ ม ทางตรงเช่น การเผาผลาญ ถ่านหินและเช้ือเพลิง การใชส้ ารเคมีที่มีส่วนผสม
ของก๊าซเรือนกระจก และโดยทางออ้ ม คือ การตดั ไมท้ าลายป่ า การเกษตรกรรมและอื่นๆ อีกมากมาย จึงทา
ใหก้ ๊าซเรือนกระจกเหล่าน้ีลอยข้ึนไปรวมตวั กนั อยบู่ นช้นั บรรยากาศของโลก รังสีของดวงอาทิตยไ์ ม่สามารถ
สะทอ้ นกลบั ออกไปในปริมาณที่เหมาะสมได้ เพราะถูกก๊าซเรือนกระจกกกั เก็บไวอ้ ุณหภูมิของโลกค่อย ๆ
สูงข้ึนเร่ือย ๆ
ปรากฏการณ์เรือนกระจก
ปรากฏการณ์เรือนกระจก หมายถึง การท่ีช้นั บรรยากาศของโลกกระทาตวั เสมือนกระจกท่ียอมให้
รังสีคล่ืนส้ันจากดวงอาทิตยผ์ ่านทะลุลงมายงั ผิวพ้ืนโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคล่ืนยาวที่โลกคายออกไป
ไมใ่ หห้ ลุดออกนอกบรรยากาศ กา๊ ซเรือนกระจกท่ีสาคญั ไดแ้ ก่
74
1 กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดจาก การเผาไหมเ้ ช้ือเพลิง โรงงานอุตสาหกรรม และการตดั ไมท้ าลาย
ป่ า
2 กา๊ ซมีเทน เกิดจาก การยอ่ ยสลายซากสิ่งมีชีวติ ในพ้นื ที่ที่มีน้าขงั เช่น นาขา้ ว
3 ก๊าซไนตรัสออกไซด์ เกิดจาก อุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริกในกระบวนการผลิต และการใช้ป๋ ุย
ไนโตรเจนในการเกษตรกรรม
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
1 ระดบั น้าทะเลข้ึนสูง อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพ่ิมสูงข้ึน จะส่งผลให้น้าแข็งท่ีข้วั โลกละลาย และ
ระดบั น้าทะเลเฉลี่ยสูงข้ึน ซ่ึงจะส่งผลกระทบ ไดแ้ ก่ การสูญเสียที่ดินการกดั เซาะและการพงั ทลายของชายฝ่ัง
ในส่วนของพ้ืนที่ท่ีจะไดร้ ับความเสียหายมากท่ีสุด คือหมู่เกาะเล็กๆ เช่น หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย และ
ทะเลแคริเบียน รวมถึงสามเหลี่ยมปากแมน่ ้าในพ้ืนที่ราบลุ่มแมน่ ้า
นอกจากน้ี ระดบั น้าทะเลที่ข้ึนสูงยงั ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ชายฝั่ง เช่น การสูญเสีย
พ้ืนที่ ป่ าชายเลน ซ่ึงเป็ นแหล่งท่ีอยูอ่ าศยั ของสัตวน์ ้านานาชนิด การรุกล้าของน้าเค็มเขา้ สู่แหล่งน้าจืดท่ีจะ
ส่งผลเสียต่อการเกษตร และจากการที่น้าทะเลหนุนจะยงั ทาใหเ้ กิดน้าลน้ ตลิ่งและทว่ มบา้ นเรือนอีกดว้ ย
2 สภาพอากาศรุนแรง เมื่ออุณหภูมิเฉล่ียของโลกเพิ่มสูงข้ึน ภยั ธรรมชาติต่างๆมีแนวโนม้ วา่ จะเกิด
บ่อยคร้ัง และรุนแรงมากย่งิ ข้ึน เช่น ภยั แลง้ ไฟป่ า พายุไตฝ้ ่ นุ โซนร้อน น้าท่วม และการพงั ทลายของช้นั ดิน
เป็นตน้ ตวั อยา่ งท่ีเห็นไดช้ ดั ของปรากฎการณ์เหล่าน้ี ไดแ้ ก่ พายไุ ซโคลนที่เขา้ ถล่ม รัฐโอริสสา ในประเทศ
อินเดีย และคร่าชีวติ ผคู้ นนบั หมื่นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2542 พายเุ ฮอริเคนในรัฐฟอริดา้ พายทุ อนาโดใน
สหรัฐ ประเทศญ่ีป่ ุนเจอพายใุ ตฝ้ ่ ุน 10 ลูก ในปี พ.ศ. 2548 พายเุ ฮอริเคนแคทรีนา ในนิวออร์ลีนส์ เกิดข้ึนพายุ
น้ีมีความเร็วลม 240 กิโลเมตรต่อชวั่ โมงค่าความเสียหาย 1,450,000 ลา้ นบาท ผคู้ นเสียชีวติ นบั พนั ราย สภาวะ
คลื่นความร้อน (Heat Wave) ในเดือนสิ งหาคม พ.ศ. 2542 ท่ีทาลายพืชผลการเกษตรในแถบ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา และทาให้มีผเู้ สียชีวิต 140 คน รวมท้งั ปรากฎการณ์น้าท่วม
ใหญใ่ นจีน ความแหง้ แลง้ รุนแรงในซูดาน และเอธิโอเปี ย ตลอดช่วงปี พ.ศ. 2542-43 เป็นตน้
3 ปะการังฟอกสี สีสันที่สวยงามของ ปะการัง น้นั มาจากสาหร่ายเซลลเ์ ดียวขนาดเล็กที่พ่ึงพาอาศยั
อยใู่ นเน้ือเยอ่ื ช้นั ในของปะการัง หากอุณหภูมิของน้าทะเลเพิม่ สูงข้ึน อนั เน่ืองมาจากภาวะโลกร้อน เพยี ง 2-3
องศาเซลเซียส สาหร่ายน้ันจะตายไป เม่ือปะการังไม่มีอาหาร ปะการังก็จะตายและกลายเป็ นสีขาว
ปรากฎการณ์น้ีเรียกวา่ ปะการังฟอกสี หรือการเปลี่ยนสีของปะการัง การศึกษาวิจยั ที่สถาบนั สมุทรศาสตร์
แห่งฟลอริดา้ (Florida Institute of Oceanography) ระบุวา่ เกิดการฟอกสีของปะการังสูงสุดในช่วงหลายสิบปี
ที่ผา่ นมาในออสเตรเลีย จีน ญ่ีป่ ุน ปานามา ไทย มาเลเซีย ฟิ ลิปปิ นส์ อินเดีย อินโดนีเซีย เคนยา ประเทศใน
บริเวณทะเลแดง เปอโตริโก จาไมกา้ โดยเฉพาะ แนวปะการัง Great Barrier Reef นอกชายฝั่งออสเตรเลีย ซ่ึง
เป็นแหล่งอาศยั ของปะการังพนั ธุ์หายากที่ใกลส้ ูญพนั ธุ์
4 ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ภยั ธรรมชาติที่เกิดข้ึนอย่างรุนแรง เช่น ภาวะน้าท่วม และคลื่น
ร้อน ลว้ นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษยท์ ้งั ทางตรงและทางออ้ ม เช่น อุณหภูมิที่สูงข้ึนจะทาใหย้ ุงลาย
75
ซ่ึงเป็ นพาหะนาไขม้ าลาเรียและไขเ้ ลือดออกขยายตวั เพิ่มข้ึน ส่งผลให้มีผูป้ ่ วยด้วยโรคมาลาเรียเพิ่มข้ึน
ประมาณ 50-80 ลา้ นคนต่อปี โดยเฉพาะในเขตศูนยส์ ูตรและเขตร้อน เช่นเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
โครงการส่ิงแวดล้อมของสหประชาชาติ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะกระทบกระบวนการผลิต
อาหาร สุขอนามยั และก่อใหเ้ กิดปัญหาดา้ นสังคมและเศรษฐกิจตามมา สิ่งเหล่าน้ีกจ็ ะยง่ิ ก่อใหเ้ กิดปัญหาดา้ น
สุขภาพท่ีเกิดข้ึนในประเทศเขตร้อนช้ืน เช่น โรคทอ้ งร่วง โรคขาดอาหาร โรคหอบหืดและโรคภูมิแพอ้ ่ืนๆ
ย่ิงไปกว่าน้ันอุณหภูมิท่ีสูงข้ึน จะลดปริมาณน้าสารอง และเพิ่มปริมาณจุลชีพเล็กๆ ในอาหารและน้า
ก่อใหเ้ กิดโรค เช่น โรคอาหารเป็นพิษ
ผลกระทบของภาวะโลกร้อนดังกล่าว ก่อใหเ้ กิดความเสียหายท่ีรุนแรง โดยจะเกิดกบั กลุ่มประเทศ
กาลงั พฒั นาที่ยากจนรุนแรงมากที่สุด เน่ืองจากประเทศกาลงั พฒั นาโดยเฉพาะเป็ นประเทศเกษตรกรรม
ผลผลิตทางการเกษตรท่ีลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวน และจะส่งผลกระทบท่ีรุนแรงต่อปริมาณอาหาร
สารอง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศท่ีตอ้ งพ่งึ พาการส่งออกสินคา้ ทางการเกษตรเป็นหลกั
วกิ ฤตการณ์พลงั งานและส่ิงแวดล้อม
วกิ ฤตการณ์นา้ มนั
วิกฤตการณ์น้ามัน ทาให้หลายประเทศท่ีใช้น้ามนั เร่ิมวิตกวา่ น้ามนั ดิบสารองของโลกลดน้อยลง
และกาลงั การผลิตน้ามนั โลกอาจใกลถ้ ึงจุดสูงสุด (Peak oil) เม่ือถึงจุดสูงสุดแลว้ ปริมาณการผลิตน้ามนั จะ
เริ่มลดลง มีราคาสูงและยากลาบากในการนามาใช้ ทาให้ประเทศต่างๆเร่ิมคิดหาวิธีการท่ีจะใชพ้ ลงั งานใหม้ ี
ประสิทธิภาพเพม่ิ ข้ึนและเริ่มหนั มาพ่ึงพา พลงั งานทดแทน ท่ีไดจ้ ากแหล่งธรรมชาติและพลงั งานสังเคราะห์
ทุกชนิด ที่สามารถนามาใช้ได้อย่างไม่จากัดและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อม การนาแก๊ส
ธรรมชาติสาหรับยานยนต์ที่เรียกว่า NGV มาใช้แทนน้ามนั ในการขนส่งก็เป็ นทางเลือกหน่ึงที่ช่วยลด
ผลกระทบจากราคานา้ ทนั ทสี่ ูงขึน้
ปัจจุบนั ประเทศต่างๆทวั่ โลกไดก้ าหนดแผนยทุ ธศาสตร์พลงั งานทดแทนข้ึนในประเทศของตน การ
ตื่นตวั ในการใช้พลงั งานทดแทนยงั ขยายขอบเขตจากระดบั ชาติและนานาชาติไปสู่ชุมชนและทอ้ งถิ่นใน
ประเทศต่างๆทว่ั โลกดว้ ย ด้งั น้นั การลดปริมาณการใช้น้ามนั ลงและหันมาใช้พลงั งานทดแทน รวมท้งั หา
แหล่งพลงั งานใหม่ๆ ตลอดจนการสร้างจิตสานึกในการใชพ้ ลงั งานร่วมกนั ทวั่ โลก จึงเป็ นแนวทางของการ
แกไ้ ขภาวะวฤิ ตการณ์น้ามนั ได้
ในปัจจุบนั ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มโลกที่อยู่ในภาวะวิกฤตมีหลายประการและมีสาเหตุที่แตกต่างกัน
สาเหตุหลกั ที่สาคญั คือ การเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจโลก ทาให้ความตอ้ งการบริโภคทรัพยากร
จานวนมากประมาณวา่ ระหวา่ ง ค.ศ. 1987-2007 ประชากรโลกเพมิ่ ข้ึนเป็น 3 เท่าแต่ผลที่ตามมาคือ การเกิด
ปัญหาการบริโภคทรัพยากรเป็ นจานวนมาก ระบบนิเวศเกิดสูญเสียความสมดุล ซ่ึงส่งผลกระทบต่อสังคม
สิ่งแวดลอ้ ม และสภาพเศรษฐกิจ วกิ ฤตการณ์ดา้ นส่ิงแวดลอ้ มโลก มีดงั น้ี
1. การเปล่ียนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก (ภาวะโลกร้อน และช้นั โอโซนถูกทาลาย)
2. มลพิษทางอากาศ
76
3. หมอกควนั และฝนกรด
4. ปรากฏการณ์เรือนกระจก
5. ปารกฏการณ์เอลนิโญ
6. การละลายของธารน้าแขง็ และภาวะน้าท่วม
7. การเพมิ่ ข้ึนของขยะเทคโนโลยี
ปรากฏการณ์เอลนิโญ เป็ นสภาพแปรปรวนของลมฟ้าอากาศที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิ กตอนใต้
ประมาณเดือนธนั วาคม ซ่ึงเป็นช่วงเวลาที่ซีกโลกใตเ้ ป็นฤดูร้อน
ลกั ษณะความแปรปรวนไดแ้ ก่ อุณหภูมิบนพ้ืนผวิ น้าในมหาสมุทรแปซิฟิ กทางซีกโลกใตเ้ พ่ิมสูงข้ึน
ดินแดนท่ีเคยมีฝนตกกลบั แหง้ แลง้ บางพ้ืนที่มีฝนตกหนกั จนน้าทว่ ม และดินแดนบางแห่งกลบั มีอุณหภูมิของ
อากาศเพ่มิ สูงข้ึนเร่ือยๆ สภาพความผนั ผวนของอากาศดงั กล่าวไมอ่ าจคาดการณ์ไดล้ ่วงหนา้ วา่ จะเกิดข้ึนท่ีใด
และมีลกั ษณะอยา่ งไร
ดินแดนท่ีไดร้ ับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ ไดแ้ ก่ ภาคใตข้ องสหรัฐอเมริกา ประเทศเปรู
บริเวณชายฝ่ังมหาสมุทรแปซิฟิ กดา้ นตะวนั ตกของทวปี ออสเตรเลีย หมูเ่ กาะอินโดนีเซียและประเทศตา่ งๆใน
เอเชียใต้
ช่ือท่ีเรียกตามสถานที่เกิดของ เอลนิโญ อาจพบช่ือเป็นอยา่ งอื่นดงั น้ี
1 ลานิญา(La Nina) เกิดแถบเส้นศูนยส์ ูตร หมู่เกาะประเทศอินโดนีเซีย
2 เอนโซ(ENSO) เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิ ก ทางซีกโลกใต้
ผลกระทบของปรากฏการเอลนิโญท่ีมีต่อโลก
1 ลกั ษณะภูมิอากาศเปล่ียนแปลง เช่น เกาะบางแห่งในประเทศ อินโดนีเซียท่ีเคยมีฝนตกชุกกลบั
กลายเป็นพ้นื ที่อบั ฝนและเกิดไฟไหมป้ ่ า รวมท้งั อุณหภูมิในภูมิภาคอ่ืนๆเพิ่มสูงข้ึนเป็นตน้
2 อุณหภูมิของ กระแสน้าในมหาสมุทร เพ่ิมสูงข้ึน และพ้ืนที่ของกระแสน้าอุ่นในมหาสมุทร
แปซิฟิ กขยายกวา้ งมากข้ึน ทาใหส้ ัตวน์ ้าท่ีปรับตวั ไมท่ นั จะตายจานวนมากและส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหาร
ของมนุษย์
3 ภยั ธรรมชาติ เอลนิโญทาให้เกิดฝนตกหนกั ในพ้ืนท่ีที่เคยแห้งแลง้ จนน้าท่วมฉับพลนั สูญเสียท้งั
ชีวติ ผคู้ นและทรัพยส์ ิน และบางพ้ืนที่กลบั มีความแหง้ แลง้ อยา่ งหนกั
4 อุณหภูมิของน่านน้ามหาสมุทรสูงข้ึน เคยมีปรากฏวา่ อุณหภูมิเหนือผวิ น้าของมหาสมุทรแปซิฟิ ก
ในแถบเส้นศูนยส์ ูตรเพิ่มข้ึนจากเดิมเพยี ง 1 องศาเซลเซียล ทาใหเ้ กิดพายฝุ นกระหน่าอยา่ งรุนแรงในประเทศ
ชิลี เกิดฝนตกหนกั จนมีผเู้ สียชีวติ จานวนมาก
5 พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะพืชอาหารท่ีมีอายุส้ันตามฤดูกาล เช่นขา้ ว
ขา้ วโพด ขา้ วสาลี ฯลฯ เน่ืองจากฝนไมต่ กตอ้ งตามฤดูกาล ฝนทิ้งช่วง หรือน้าท่วม
77
6 ความสมดุลของระบบนิเวศตามธรรมชาติสูญเสียไป เน่ืองจากความแปรปรวนของสภาพ
ภูมิอากาศและอุณหภูมิของน่านน้า ยอ่ มส่งผลกระทบต่อสัตวน์ ้าและส่ิงมีชีวิตในทะเล และทรัพยากรประมง
ของมนุษย์
ข้อตกลงระหว่างประเทศเกยี่ วกบั ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ขอ้ ตกลงและพนั ธกรณีระหวา่ งประเทศดา้ นทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มท่ีสาคญั แบ่งออก ได้ 4 กลุ่ม
ดงั น้ี
1 ความตกลงระหวา่ งประเทศท่ีสาคญั เก่ียวกบั การคุม้ ครองช้นั บรรยากาศ เช่น พิธีสารมอนทรีออล
วา่ ดว้ ยสารทาลายช้นั โอโซน ค.ศ. 1987 อนุสัญญาสหประชาชาติวา่ ดว้ ยการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ค.ศ.1992 และพธิ ีสารเกียวโต ค.ศ.1997 เป็นตน้
2 ความตกลงระหวา่ งประเทศท่ีสาคญั เกี่ยวกบั ดา้ นสารเคมีและของเสียอนั ตราย เช่นอนุสัญญาบา
เซลว่าด้วยการควบคุมและการเคลื่อนยา้ ยและกาจดั ของเสียอันตรายข้ามแดน ค.ศ.1989 อนุสัญญา
สตอกโฮลม์ วา่ ดว้ ยสารมลพิษตกคา้ งยาวนาน ค.ศ.1995 อนุสัญญารอตเตอร์ดมั วา่ ดว้ ยกระบวนการแจง้ ขอ้ มูล
สารเคมีล่วงหน้าสาหรับสารเคมีอนั ตราย และ สารเคมีป้องกนั กาจดั ศตั รูพืช บางชนิดในการคา้ ระหว่าง
ประเทศ ค.ศ.1998
3 ความตกลงระหวา่ งประเทศท่ีสาคญั ดา้ นความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยการคา้
ระหวา่ งประเทศซ่ึงชนิดพนั ธุ์สัตวแ์ ละพืชป่ าใกลส้ ูญพนั ธุ์ ค.ศ.1975 อนุสัญญาวา่ ดว้ ยความหลากหลายทาง
ชีวภาพ ค.ศ.2004 พิธีสารคาร์ตาเฮนาวา่ ดว้ ยความปลอดภยั ทางชีวภาพ ค.ศ.2005 เป็นตน้
4 ความตกลงระหวา่ งประเทศท่ีสาคญั ทางเศรษฐกิจ เช่นองคก์ ารคา้ โลก ค.ศ.1995 ความร่วมมือทาง
เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิ ก ค.ศ. 1989 ขอ้ ตกลงการคา้ เสรี คณะกรรมาธิการแม่น้าโขง ค.ศ.1995 เป็ น
ตน้
วกิ ฤตการณ์เศรษฐกจิ ค.ศ. 2008
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ค.ศ. 2008 หรือ วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์เกิดข้ึนในประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อวนั ที่ 16 กนั ยายน ค.ศ. 2008 หลงั จากท่ี เลห์แมน บราเธอร์ส านิชธนกิจอบั ดบั 4 ของสหรัฐอเมริกาและ
ของโลกประกาศลม้ ละลายได้เพียง 2 วนั ต่อมาธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาตอ้ งเขา้ ไปแกไ้ ขด้วยการ
ปล่อยกูอ้ ยา่ งเร่งด่วนใหก้ บั บริษทั อเมริกนั อินเตอร์เนชน่ั แนลกรุ๊ป ซ่ึงเป็ นบริษทั ประกนั รายใหญ่ที่สุดของ
โลก
สาเหตุวกิ ฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์
1. วกิ ฤต "แฮมเบอร์เกอร์" ก็คือสหรัฐอเมริกามีทุนไหลเขา้ ไปในประเทศมากเกินไปจนลน้ ออกไปใน
ภาคอสังหาริมทรัพย์ ทาให้เกิด ฟองสบู่ เก็งกาไรกนั ข้ึน ตน้ เหตุที่ทาให้สหรัฐอเมริกามีเงินทุนไหลเขา้ มาก
และไดม้ าในราคาต่ากวา่ ชาวโลกอื่นๆ ก็เน่ืองจากเงินดอลลาร์ของสหรัฐเป็ นเงินสกุลหลกั ซ่ึงเป็ นที่เชื่อถือ
ของชาวโลกมายาวนาน นโยบายกระตุน้ เศรษฐกิจหลงั เหตุการณ์ 1 กนั ยายน 2001 ท่ีคนในสหรัฐกูเ้ งินผอ่ น
78
บา้ นกนั ไดง้ ่ายเกิดการเกง็ กาไรจนเป็ นฟองสบู่ นกั คา้ เงินรับ จานอง อสงั หาริมทรัพย์ โดยไมก่ งั วลวา่ ฟองสบู่
อสังหาริมทรัพย์ จะแตกและเช่ือวา่ ระยะต่อไปราคาบา้ นมีแนวโนม้ สูงข้ึนคุม้ กบั การลงทุน
2. คือ ความโลภใน ธุรกิจการจานอง mortgage ผูท้ าธุรกิจไม่วา่ ธนาคารเพื่อที่อยูอ่ าศยั สถาบนั การเงิน
บริษทั ประกนั ภยั วานิชธนกิจ ฯลฯ คิดประดิษฐ์ตราสารไม่วา่ จะเป็ นหุ้นกู้ หุ้นหรือ อนุพนั ธ์ (derivatives)
ประหลาดๆ ออกมากมายหลายตวั ท่ีไม่มีใครเขา้ ใจ ถึงผลกระทบหากวา่ มนั มีการผนั ผวนไปในทางลบ ตรา
สารเหล่าน้ีใชก้ นั อยา่ งกวา้ งขวาง เน่ืองจากให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงและป้องกนั ความเสี่ยงไดใ้ นระดบั
หน่ึง
3. ความไม่รู้ของคนซ้ือตราสารใหม่ๆ (ลงทุน) เพราะให้ผลตอบแทนสูงและดูปลอดภยั แต่ไม่เขา้ ใจ
ทอ่ งแท้
โลกกบั ผลกระทบจากวกิ ฤตแฮมเบอร์เกอร์
วิกฤตเศรษฐกิจโลกในคร้ังน้ี นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรงท่ีสุดในรอบ 70 ปี แลว้
ยงั กาลงั จะส่งผลกระทบต่อระบบโลกโดยรวมต่อระบบการเมืองโลก ต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะต่อ
บทบาทของมหาอานาจในโลก
ผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกา และตะวนั ตก
ผลกระทบที่สาคญั ท่ีสุดต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกคือ ทาใหอ้ านาจของสหรัฐฯ และตะวนั ตกตกต่าลงทาให้
บางประเทศอ่อนแอลง และบางประเทศเขม้ แขง็ ข้ึน ประเด็นทางยทุ ธศาสตร์ที่สาคญั ที่สุด คือ ทาใหอ้ านาจ
ของสหรัฐฯ ตกต่าลง ได้ทาลายช่ือเสียงของอเมริกาในฐานะผูน้ าโลกลง ถือเป็ นความพ่ายแพท้ าง ภูมิ
รัฐศาสตร์คร้ังย่ิงใหญ่ของตะวนั ตก ในอนาคตตะวนั ตกคงจะไม่มีทรัพยากรท่ีจะทาให้สามารถเล่นบทบาท
เป็ นผูน้ าโลกได้ ความอ่อนแอของตะวนั ตกในคร้ังน้ี ไดช้ ้ีชดั วา่ ระบบโลกกาลงั จะแปรเปล่ียนจากระบบ 1
ข้วั อานาจท่ีมีสหรัฐฯเป็นศูนยก์ ลาง ไปเป็นระบบหลายข้วั อานาจท่ีมีมหาอานาจอ่ืน ๆ มีบทบาทมากข้ึน
ผลกระทบต่อสถานการณ์เป็ นผนู้ าในระบบเศรษฐกิจโลกของสหรัฐฯ เห็นไดจ้ ากการประชุมสุดยอด
G20 ซ่ึงได้ช้ีให้เห็นถึงบทบาทท่ีลดลงของสหรัฐฯ และอิทธิพลท่ีเพ่ิมข้ึนของมหาอานาจเศรษฐกิจใหม่มี
แนวโน้มว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะทาให้สหรัฐฯ และยุโรป จะตอ้ งให้ความสนใจกบั การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ภายในประเทศ ซ่ึงจะทาใหบ้ ทบาทในเวทีโลกลดลง และความยงุ่ ยากของวกิ ฤตการเงินจะทาใหต้ ะวนั ตกไม่
สามารถผลกั ดนั ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ในเวทีโลกได้
วกิ ฤตเศรษฐกิจโลก คราวน้ีบางประเทศกเ็ ป็นโอกาสทองและเป็นการเปล่ียนวกิ ฤตใหก้ ลายเป็นโอกาส
ดงั เช่น ประเทศ จีนถือว่าอยู่ในสถานะท่ีดี เพราะจีนมีระบบการเงินท่ีเป็ นระบบปิ ดจึงไม่ได้รับผลกระทบ
มากนกั จากวิกฤตการเงินโลก เงินทุนสารองระหว่างประเทศของจีนมีมากมายมหาศาลถึงสองลา้ นลา้ น
เหรียญ จึงทาให้จีนกลายเป็ นประเทศท่ีมีสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และในขณะท่ีสภาพ
เศรษฐกิจของเกือบทุกประเทศจะติดลบเกือบหมด แต่เศรษฐกิจในปี น้ีของจีนจะโตถึง 8.5 เปอร์เซ็นตแ์ ละจีน
กจ็ ะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ซ่ึงพลงั อานาจทางเศรษฐกิจของจีนท่ีเพมิ่ ข้ึน กจ็ ะ
ทาให้บทบาทและอิทธิพลของจีนในระบบโลกเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ จีนสามารถดาเนินนโยบายการทูตในเชิงรุก
79
โดยเฉพาะกบั ประเทศกาลงั พฒั นาทว่ั โลก เพื่อส่งออกตวั แบบการพฒั นาเศรษฐกิจของจีน จีนจะอยู่ใน
สถานะที่จะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ประเทศยากจน และจะเขา้ ไปลงทุนในภูมิภาคต่าง ๆ ทวั่ โลก
โดยเฉพาะในสาขาท่ีเกี่ยวกบั ทรัพยากรธรรมชาติซ่ึงจีนมีความตอ้ งการอยา่ งมาก จีนกาลงั มีอิทธิพลเพ่ิมข้ึน
เร่ือย ๆ โดยเฉพาะในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และจีนกก็ าลงั จะขยายอิทธิพลสู่ภูมิภาคอื่น ๆ ในอนาคต
ผลกระทบต่อการค้าของโลก
ผลกระทบต่อการคา้ ของโลก โดยมีแนวโน้มว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐฯซ่ึงอาจนาไปสู่ภาวะ
เศรษฐกิจถดถอยจะทาใหก้ ระแสนโยบาย ปกป้องทางการคา้ ของสหรัฐฯเพ่ิมสูงข้ึนอยา่ งมาก
ผลกระทบของวกิ ฤตแฮมเบอร์เกอร์ ไดเ้ ร่ิมส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศต่างๆ ไปยงั ตลาด
สหรัฐอเมริกาแล้ว ความตอ้ งการการนาเขา้ สินคา้ ของสหรัฐอเมริกากาลงั ลดลงอย่างชดั เจน อาทิ บริษทั
Kubota ของญี่ป่ ุนซ่ึงส่งออกรถแทรคเตอร์ไปยงั ตลาดสหรัฐอเมริกา ยอดส่งออกลดลง 5% และคงจะลดลง
เพ่ิมมากข้ึน สาหรับในจีน การส่งออกสินคา้ ส่ิงทอไปสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 20% อยา่ งไรก็ตามผลกระทบ
ของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์จะข้ึนอยูก่ บั วา่ ประเทศน้นั ๆ พ่ึงพาการส่งออกไปยงั ตลาดสหรัฐอเมริกา มากนอ้ ย
เพียงใด ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่จะพ่ึงพาการส่งออกไปยงั ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็ นส่วนใหญ่ไม่วา่ จะเป็ น
ญี่ป่ ุน จีน มาเลเซีย สิงคโ์ ปร์ และไทย
80
บรรณานุกรม
คณะกรรมการบริหารวชิ าบูรณาการ.(2545). มรดกอารยธรรมโลก. กรุงเทพฯ:สานกั พมิ พ์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .คณะอกั ษรศาสตร์.(2533). อารยธรรมสมยั โบราณ – สมยั กลาง. กรุงเทพฯ:
สานกั พมิ พจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ชาติชาย พณานานนท.์ (2553) .ประวตั ศิ าสตร์สากล ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4-6. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พแ์ มค็ .
ประสิทธ์ิ เอ้ือตระกูลวทิ ย.์ (2559) ประวตั ิศาสตร์สากล ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4-6. . กรุงเทพฯ :
สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์.
วณี า ศรีธญั รัตน.์ (2545).อารยธรรมตะวนั ออกและตะวนั ตก.กรุงเทพฯ:ศิลปาบรรณาคาร.
สัญชยั สุวงั บุตร และคณะ. (2559) ประวตั ศิ าสตร์สากล ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4-6. (พมิ พค์ ร้ังท่ี 4) กรุงเทพฯ :
สานกั พมิ พอ์ กั ษรเจริญทศั น์
อุทิศ จึงนิพนธ์สกลุ . (2537) คู่มือเตรียมสอบสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6.
กรุงเทพฯ : สานกั พิมพอ์ มรการพิมพ์