พฒั นาการของอาณาจักธนบุรี
ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 2
ผู้จดั ทา
นางสาวมาลยั เกือ้ กจิ
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
โรงเรียนมัธยมวดั นายโรง
สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
อ
คำนำ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เล่มน้ี เรียบเรียง
ข้ึนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม สาระท่ี 4
ประวตั ิศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพุทธ
ศกั ราช 2560)
โดยไดแ้ บ่งเน้ือหาออกเป็ น พฒั นาการของอาณาจกั ธนบุรี ภูมิหลงั ทางประวตั ิศาสตร์เมืองธนบุรี
ก่อน พ.ศ. 2310 การกอบกูเ้ อกราช การสถาปณากรุงธนบุรีเป็ นราชธานี ความเหมาะสมของกรุงธนบุรีเป็ น
ราชธานี พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ พฒั นาการดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม
พฒั นาการดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ การเส่ือมอานาจของอาณาจกั รธนบุรี บุคคลสาคญั สมยั ธนบุรี
โดยแต่ละเน้ือหาไดม้ ีการนาเสนอขอ้ มูล ตวั อยา่ งและภาพประกอบรวมท้งั แหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ ที่ไดแ้ นะนาให้
นกั เรียนไปศึกษาเพิ่มเติม
นางสาวมาลยั เก้ือกิจ
สำรบัญ 2
พฒั นำกำรของอำณำจักธนบุรี หน้ำ
-ภูมิหลงั ทางประวตั ิศาสตร์เมืองธนบุรีก่อน พ.ศ. 2310
-การกอบกูเ้ อกราช 3
-การสถาปณากรุ งธนบุรี เป็ นราชธานี 5
-ความเหมาะสมของกรุ งธนบุรี เป็ นราชธานี 7
-พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง 8
-พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ 9
-พฒั นาการดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม 10
-พฒั นาการดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ 10
-การเส่ือมอานาจของอาณาจกั รธนบุรี 12
-บุคคลสาคญั สมยั ธนบุรี 13
14
บรรณำนุกรม
18
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
3
พฒั นำกำรของอำณำจักรธนบุรี
พระยำตำกกบั เมืองธนบุรีศรีมหำสมุทร
กรุงธนบุรีเป็ นราชธานีไทยช่วงส้ันๆที่มีพระมหากษตั ริยท์ รงครองราชยเ์ พียงพระองค์เดียว คือ
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช หลงั จากท่ีพระเจา้ ตากสินทรงกอบกูอ้ ิสรภาพกรุงศรีอยธุ ยาจากพม่าไดส้ าเร็จ
แลว้ ทรงยา้ ยราชธานีมาอยู่ ณ ท่ีริมแม่น้าเจา้ พระยาฝ่ังตรงขา้ มกบั พระบรมมหาราชวงั ในปัจจุบนั ธนบุรีมี
ฐานะเป็ นจงั หวดั คู่กบั จงั หวดั พระนครหรือกรุงเทพมหานครปัจจุบนั โดยอยูค่ นละฝ่ังแม่น้าเจา้ พระยาเป็ น
เมืองฝาแฝดกนั มาก่อน แต่ต่อมาไดม้ ีการยุบรวมการปกครองธนบุรีเขา้ กบั พระนครหรือกรุงเทพฯ เพ่ือเป็ น
การขยายพ้ืนที่กรุงเทพฯให้กลายเป็ นกรุงเทพมหานครดงั ปัจจุบนั น้ี ปัจจุบนั ธนบุรีเป็ นเพียงเขตต่างๆ ของ
กรุงเทพมหานครเท่าน้นั แต่ก็ชักจะมีความเห็นบา้ งแลว้ ว่า น่าแยกจงั หวดั ธนบุรีออกจากกทม.เสียดีกว่า
เพราะการบริหารกทม.ที่ใหญ่โตเกินไปก็ชกั จะดูแลไม่ทวั่ ถึงเสียแลว้ ทาให้ธนบุรีเสียโอกาสของตวั เองไป
มาก สาหรับในดา้ นประวตั ิศาสตร์ก็เช่นเดียวกนั ดว้ ยเหตุที่ไม่ปรากฏวา่ ธนบุรีเป็ นอีกจงั หวดั หน่ึง จึงอาจจะ
ทาใหป้ ระวตั ิศาสตร์คลาดเคล่ือนไปจน
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
4
ภูมิหลงั ทำงประวตั ิศำสตร์เมืองธนบุรีก่อน พ.ศ. 2310
ภูมิหลงั ทางประวตั ิศาสตร์เมืองธนบุรีก่อน พ.ศ. 2310
หลังจากกรุงศรีอยุธย าต้องเสียแก่พม่าเม่ือ พ.ศ. 2310 แล้ว
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช ก็ไดท้ รงสถาปนาราชธานีแห่ง
ใหมข่ ้ึน พระราชทานนามวา่ “กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร” เมื่อจุล
ศกั ราช 1130 ปี ชวดสัมฤทธิศก ตรงกบั พ.ศ. 2310 จวบจนถึง
พ.ศ. 2325 นบั เป็ นเวลาแห่งราชธานีเพียง 15 ปี เท่าน้นั ขณะท่ีกรุงศรีอยุธยาทาสงครามกบั พม่าอยนู่ ้นั พระยา
ตากได้เห็นความอ่อนแอของสมเด็จพระเจา้ เอกทศั น์ และมองไม่เห็นหนทางที่จะเอาชนะขา้ ศึกได้ จึงไม่
อยากอยู่ร่วมปฏิบตั ิหนา้ ที่ราชการต่อไปบงั เกิดข้ึนหลายคร้ังดงั น้ีพระยาตากคุมทหารออกไปรบนอกเมือง
และสามารถรบชนะขา้ ศึกไดแ้ ต่ทางการไม่ส่งทหารมาเพิ่ม จึงตอ้ งเสียค่ายน้นั ไปอีกพระยาตากไดร้ ับบญั ชา
ให้ยกกองทพั เรือออกไปรบพร้อมกบั พระยาเพชรบุรีแต่พระยาตากเห็นวา่ พม่ามีพลที่มากกวา่ จึงห้ามไม่ให้
พระยาเพชรบุรีไปออกรบ แต่พระยาเพชรบุรีไม่เช้ือฟัง จึงออกไปรบ และเสียชีวติ ในสนามรบทาใหพ้ ระยา
ตากถูกกล่าวหาวา่ ทิ้งใหพ้ ระยาเพชรบุรีเป็นอนั ตราย 3 เดือนก่อนกรุงแตก พม่ายกกองมาปลน้ ทางเหนือของ
พระนคร พระเจา้ ตากเห็นการ จึงจาเป็ นตอ้ งขออนุญาตจากกรุงใหใ้ ช่ปื นใหญ่ แต่ทางกรุงไม่อนุญาตพระยา
ตากจึงคิดว่าถา้ ยงั เป็ นอย่างน้ี กรุงศรีอยุธยาจะตอ้ งแตกพระยาตากจึงตดั สินใจตีฝ่ าวงลอ้ มของพม่าออกไป
พร้อมกบั ขุนนางนายทหารผูใ้ หญ่ตีฝ่ าวงลอ้ มพม่า โดยนายทหารและขุนนางผูใ้ หญ่มี พระเชียงเงิน หลวง
พรหมเสนา หลวงพิชยั ราชา หลวงราชเสนา ขุนอภยั ภกั ดี และหม่ืนราชเสน่หา ออกไปต้งั ค่ายที่ วดั พิชยั เม่ือ
เสาร์ เดือนย่ี ข้ึน 4 ค่า ปี จอจุลศกั ราช 1128 ตรงกบั วนั ท่ี 3 มกราคมพ.ศ. 2310 พอไปถึงบา้ นสาบณั ฑิตเวลา
เท่ียงคืนเศษ ก็แลเห็นแสงเพลิงไหมจ้ ากพระนครเจา้ ตากทรงพิจารณาเห็นวา่ เมืองจนั ทบุรีเป็ นเมืองที่ใหญ่
และยงั อุดมสมบูรณ์ บา้ นเรือนเป็ นปกติสุขอยู่ เจา้ ตากจึงทรงเกล้ียกล่อมเมืองจนั ทบุรีให้มาช่วยกูเ้ อกราชพระ
ยาจนั ทบุรีรับคาไมตรีในช่วงแรก แต่แลว้ พระยาจนั ทบุรีกลบั ไปร่วมมือกบั ขุนรามหมื่นส้อง วางแผนลวงให้
เจา้ ตากยกกองทพั เขา้ ไปตีเมืองจนั ทบุรีแลว้ ค่อยกาจดั เสียในภายหลงั แต่พระยาตากทรงรู้ทนั จึงทรงหยุดย้งั
อยหู่ นา้ เมืองเม่ือเจา้ ตากทรงพจิ ารณาเห็นวา่ พระยาจนั ทบุรีหลงเชื่อคาของขนุ รามหมื่นส้อง ไม่ยอมออ่ นน้อม
ให้แลว้ จึงตรัสใหท้ หารท้งั ปวง เทอาหารทิ้งทุบหมอ้ ทุบต่อยหมอ้ แกงจนแหลกหมด แลว้ จึงตรัสวา่ วนั น้ีเรา
จะเอาเมืองจนั ทบุรีให้ได้ ไปหาขา้ วของกินกนั ในเมือง หากไม่ไดก้ ็จงตายเสียให้สิ้นดว้ ยกนั เถิดคร้ันตกดึก
ประมาณ3 นาฬิกา เจา้ ตากก็สามารถบุกเขา้ เมืองได้ ตรงกบั วนั ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เจา้ ตากจึงสามารถ
รวบรวมหวั เมืองตะวนั ออกไดแ้ ก่ ชลบุรี ระยอง จนั ทบุรี และตราดได้
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
5
เมื่อพระเจา้ ตากทรงขบั ไล่พม่าออกจากกรุงศรีอยธุ ยาแลว้ กร็ วบรวมผคู้ นทรัพยส์ มบตั ิ และสิ่งตา่ ง ๆ
ซ่ึงสุก้ีพระนายกองยงั มิไดน้ าไปยงั พม่า นากลบั มายงั ค่ายที่เมืองธนบุรี ปรากฏว่าท่ีเมืองลพบุรี มีพระบรม
วงศานุวงศ์ของราชวงศ์อยุธยามาพานักอยู่เป็ นจานวนมาก พระเจา้ ตากจึงส่ังให้คนไปอญั เชิญมายงั เมือง
ธนบุรีพระองค์ทรงขุดพระบรมศพของสมเด็จพระเจ้าเอกทศั น์ข้ึนมาถวายพระเพลิงตามราชประเพณี
ตอ่ จากน้นั พระองคก์ ท็ รงคิดท่ีจะปฏิสังขรณ์พระนครศรีอยธุ ยาใหก้ ลบั คืนเป็นดงั เดิม แต่แลว้ หลงั จากตรวจดู
ความพินาจของเมือง ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้อพยพผูค้ นเคลื่อนลงมาทางใต้ ต้งั ราชธานีใหม่ข้ึนท่ี
เมืองธนบุรีเรียกนามวา่ “กรุงธนบุรีศรีมหำสมุทร”
ศักยภำพของเมืองธนบุรีก่อนกำรสถำปณำรำชอำณำจักร
กำรกอบกู้เอกรำช
เมื่อคร้ังสมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบุรีรับราชการเป็นพระยาตากในระหวา่ งสงครามการเสียกรุงศรีอยุธยา
คร้ังที่สอง พระยาตากไดถ้ อนตวั จากการป้องกนั พระนครพร้อมกบั ทหารจานวนหน่ึงเพื่อไปต้งั ตวั โดยนา
ทพั ผา่ นบา้ นโพสามหาร บา้ นบางดง หนองไมซ้ ุง เมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรี พทั ยา สัตหีบ ระยอง โดย
กลุ่มผูส้ นับสนุนพระยาตากได้ยกย่องให้ให้เป็ น “เจ้าชาย” และตีได้เมืองจนั ทบุรีและตราด เมื่อเดือน
มิถุนายน พ.ศ. 2310
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
6
ในเวลาใกลเ้ คียงกนั ฝ่ ายกองทพั พม่าไดค้ งกาลงั ควบคุมในเมืองหลวงและเมืองใกลเ้ คียงประมาณ
3,000 คน โดยมีสุก้ีเป็ นนายกอง ต้งั ค่ายอยทู่ ี่บา้ นโพธ์ิสามตน้ พร้อมกนั น้นั พม่าไดต้ ้งั นายทองอินใหไ้ ปเป็น
ผดู้ ูแลรักษาเมืองธนบุรีไว้ อยา่ งไรก็ตาม ถึงแมว้ า่ อาณาจกั รอยุธยาจะสิ้นสภาพลงไปแลว้ แต่ยงั มีหวั เมืองอีก
เป็ นจานวนมากที่ไม่ไดร้ ับความเสียหายจากศึกสงคราม หวั เมืองเหล่าน้นั จึงต่างพากนั ต้งั ตนเป็ นใหญ่ในเขต
อิทธิพลของตน ส่วนทางดา้ นพระยาตากเองกส็ ามารถรวบรวมกาลงั ไดจ้ นเทียบไดก้ บั หน่ึงในชุมนุมท้งั หลาย
น้นั โดยมีจนั ทบุรีเป็นฐานที่มนั่
ต่อมา พระยาตากจึงนากาลงั ท่ีรวบรวมประมาณ 5,000 คน ตีเมืองธนบุรีและอยุธยาคืนจากขา้ ศึก
เสร็จแลว้ จึงสถาปนาตนเองข้ึนเป็ นพระมหากษตั ริยแ์ ห่งกรุงศรีอยุธยา และทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ คือ
กรุงธนบุรี
กำรรวมชำติและกำรขยำยตัว
คร้ันเมื่อพระเจา้ มงั ระแห่งอาณาจกั รพม่าทรงทราบข่าวเร่ืองการกอบกูเ้ อกราชของไทย พระองคจ์ ึงมี
พระบรมราชโองการให้เจา้ เมืองทวายคุมกองทพั มาดูสถานการณ์ในดินแดนอาณาจกั รอยุธยาเดิม เม่ือปลาย
พ.ศ. 2310 แตก่ ็ถูกตีแตกกลบั ไปโดยกองทพั ธนบุรี ซ่ึงสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีทรงนาทพั มาดว้ ยพระองคเ์ อง
ต่อมา สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีจึงโปรดให้จดั เตรียมกาลงั เพื่อทาลายคู่แข่งทางการเมือง เพื่อให้เกิดการรวม
ชาติอยา่ งมีประสิทธิภาพ ในปี พ.ศ. 2311 ทรงมุ่งไปยงั เมืองพิษณุโลกเป็ นแห่งแรก ทวา่ กองทพั ธนบุรีพ่าย
ต่อกองทพั พิษณุโลก ณ ปากน้าโพ จึงตอ้ งเลื่อนการโจมตีออกไปก่อน แต่ภายหลงั เจา้ พิษณุโลกถึงแก่พริ าลยั
ชุมนุมพิษณุโลกอ่อนแอลงและตกอยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของเจา้ พระฝางแทน
สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีไดเ้ ปล่ียนเป้าหมายไปยงั ชุมนุมเจา้ พิมาย เนื่องจากทรงเห็นวา่ ควรจะปราบ
ชุมนุมขนาดเลก็ เสียก่อน กรมหม่ืนเทพพิพิธสู้ไมไ่ ด้ ทรงจบั ตวั มายงั กรุงธนบุรี และถูกประหารระหวา่ งเดือน
ตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2311 เมื่อขยายอานาจไปถึงหวั เมืองลาวแลว้ สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีทรง
พยายามใช้พระราชอานาจของพระองคช์ ่วยให้ นกั องราม เป็ นกษตั ริยก์ มั พูชา โดยพระองค์โปรดให้ กรม
พระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท เป็นแมท่ พั ไปตีกมั พูชา แต่ไม่สาเร็จ
ในปี พ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีทรงมีศุภอกั ษรไปยงั สมเด็จพระนารายณ์ราชา เจา้ กรุงเขมร
โดยใหส้ ่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายตามประเพณี แต่สมเด็จพระนารายณ์ราชาปฏิเสธ พระองคท์ รงขดั
เคืองจึงใหจ้ ดั เตรียมกองกาลงั ไปตีเมืองเสียมราฐ และเมืองพระตะบอง อนั เป็นช่วงเวลาเดียวกบั ที่พระองคไ์ ด้
ส่งพระยาจกั รีนากองทพั ไปปราบเจา้ เมืองนครศรีธรรมราช เม่ือทรงทราบข่าวทพั พระยาจกั รีไปติดขดั ท่ีไชยา
จึงทรงส่งทพั หลวงไปช่วย จนตีเมืองนครศรีธรรมราชไดเ้ ม่ือเดือน 10 ฝ่ ายแม่ทพั ธนบุรีในเขมรไม่ไดข้ ่าว
พระเจา้ แผน่ ดินมานาน จึงเกรงว่าบา้ นเมืองจะไม่สงบ รีบยกกองทพั กลบั บา้ นเมืองเสียก่อน และทาให้การ
โจมตีเขมรถูกระงบั เอาไว้
ในปี พ.ศ. 2313 สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีก็ทรงยกกองทพั ข้ึนไปปราบชุมนุมเจา้ พระฝาง ตีไดเ้ มือง
พิษณุโลก และตามไปตีเมืองสวางคบุรี เจา้ พระฝางสู้ไม่ได้ ชุมนุมฝางจึงตกอยูภ่ ายใตอ้ ิทธิพลของอาณาจกั ร
ธนบุรี
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
7
กำรสถำปณำกรุงธนบุรีเป็ นรำชธำนี
เม่ือ เจา้ ตากทรงขบั ไล่พมา่ ออกไปจากกรุงศรีอยธุ ยาแลว้ ก็ทรงรวบรวมผคู้ นและทรัพยส์ มบตั ิซ่ึงสุก้ี
พระนายกองยงั มิไดส้ ่งไปยงั เมือง พมา่ และไดน้ ามาเก็บรักษาไวใ้ นคา่ ยน้นั มีแมท่ พั นายกอง ขา้ ราชการ และ
เจา้ นายหลายพระองค์ในพระราชวงศ์แห่งกรุงศรีอยุธยาตกค้างถูกกุมขงั อยู่ใน ค่าย เจา้ ตากได้ประทาน
อุปการะเล้ียงดูตามสมควร ส่วนเมืองลพบุรีก็ยอมอ่อนน้อม ปรากฏว่าที่ลพบุรี มีพระบรมวงศานุวงศ์ของ
พระเจา้ เอกทศั ล้ีภยั มาพานกั อยูม่ ากเจา้ ตากทรงสั่งใหค้ นไปอญั เชิญไวย้ งั เมืองธนบุรี และกระทาการขุดพระ
บรมศพของสมเด็จพระเจา้ เอกทศั ข้ึนมาถวายพระเพลิงตามโบราณ ราชประเพณี ต่อจากน้นั เจา้ ตากไดเ้ สด็จ
ออกตรวจตราดูความพินาศเสียหายของ ปราสาทราชมณเฑียรและวดั วาอารามท้งั ปวงแลว้ ก็ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ ให้อพยพผูค้ นเคล่ือนยา้ ยลงมาทางใต้ ต้งั ราชธานีข้ึนใหม่ที่เมืองธนบุรี เรียกนามราชธานีน้ีวา่
กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร
1. เหตุผลที่ทรงยา้ ยราชธานีจากกรุงศรีอยธุ ยา หลงั จากเจา้ ตากทรงตรวจดูซากปรักหกั พงั ของกรุง
เก่าแลว้ มีเรื่องราวเล่าไวใ้ นพงศาวดารวา่ พระองคท์ รงพระสุบินวา่ พระมหากษตั ริยอ์ งคก์ ่อนๆ ไดท้ รงขบั ไล่
มิใหพ้ ระองคท์ รงอยทู่ ่ีนนั่ จึงทรงคิดจะยา้ ยราชธานีไปท่ีอ่ืน มีเหตุผลสาคญั ดงั น้ี
1) กรุงศรีอยธุ ยาน้นั ถึงแมเ้ ป็นบริเวณที่มีชยั ภูมิน้าลอ้ มรอบและเป็นเมืองป้อมปราการมนั่ คง แต่ร้ี
พลของเจา้ ตากที่มีอยไู่ มเ่ พียงพอแก่การรักษากรุงศรีอยธุ ยาและตอ่ สู้กบั ขา้ ศึกได้ เพราะขณะน้นั ศตั รู
ยงั มีมาก ท้งั พม่าและคนไทยกก๊ อ่ืน อาจยกกองกาลงั มายา่ ยเี ม่ือใดกไ็ ด้
2) กรุงศรีอยุธยาอยู่ในทาเลท่ีขา้ ศึกจะมาถึงไดส้ ะดวก ท้งั ทางบกและทางน้า หากมีกาลงั ไม่พอ
รักษาขา้ ศึกโดยเฉพาะพม่ารู้ลู่ทางภูมิประเทศ และจุดออ่ นของกรุงศรีอยธุ ยาเป็นอยา่ งดี ทาใหเ้ สีย
เปรียบในการป้องกนั พระนคร
3) กรุงศรีอยุธยาทรุดโทรมมากจนยากแก่การบูรณะให้ดีดงั เดิมไดเ้ พราะตอ้ งใช้กาลงั คน กาลงั
ทรัพยแ์ ละเวลาในการบูรณะซ่อมแซม
4) กรุงศรีอยุธยาอยู่ห่างทะเลมากเกินไป ไม่สะดวกแก่การติดต่อคา้ ขายกับนานาประเทศซ่ึง
นบั วนั จะเจริญข้ึน
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
8
2. เหตุผลที่ทรงเลือกเมืองธนบุรีเป็ นราชธานี การที่เจา้ ตากไดท้ รงเลือกเมืองธนบุรีเป็ นที่ต้งั ราชธานี
แห่งใหม่ มีเหตุผลสาคญั ดงั น้ี
1) กรุงธนบุรีต้งั อยทู่ ี่น้าลึกใกลท้ ะเล หากขา้ ศึกยกมาทางบก โดยไม่มีทพั เรือ เป็นกาลงั สนบั สนุน
ดว้ ยแลว้ ก็ยากที่จะตีไดส้ าเร็จ และในกรณีท่ีขา้ ศึกมีกาลงั มากกวา่ ท่ีจะรักษากรุงไวไ้ ด้ ก็อาจยา้ ยไปต้งั มนั่ ที่
จนั ทบุรี โดยทางเรือไดส้ ะดวก
2) กรุงธนบุรีมีป้อมปราการอยทู่ ้งั 2 ฟากแม่น้า คือ ป้อมวชิ ยั ประสิทธ์ิและป้อมวไิ ชเยนทร์ท่ีสร้าง
ไวต้ ้งั แตร่ ัชสมยั ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลงเหลืออยพู่ อที่ใชป้ ้องกนั ขา้ ศึกท่ีจะเขา้ มารุกรานโดยยก
กาลงั มาทางเรือไดบ้ า้ ง
3) กรุงธนบุรีต้งั อยูบ่ นเกาะเหมือนกรุงศรีอยธุ ยา และยงั มีสภาพเป็ นที่ลุ่ม มีบึงใหญ่นอ้ ยอยู่ทวั่ ไป
ซ่ึงจะเป็นเครื่องกีดขวางขา้ ศึกมิใหโ้ อบลอ้ มพระนครไดง้ ่าย
4) กรุงธนบุรีต้งั ปิ ดปากน้าระหว่างเส้นทางที่หัวเมืองฝ่ ายเหนือท้งั ปวงจะไดไ้ ปมาคา้ ขายติดต่อ
กบั ต่างประเทศ จึงสามารถกีดกนั มิใหห้ วั เมืองฝ่ ายเหนือที่ต้งั ตวั เป็ นใหญ่ ซ้ือหาเครื่องศสั ตราวุธยุทธภณั ฑ์
จากต่างประเทศได้
5) กรุงธนบุรีอยใู่ กลท้ ะเล สะดวกแก่การไปมาคา้ ขายและติดต่อกบั ต่างประเทศ เรือสินคา้ สามารถ
เขา้ จอดเทียบทา่ ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งขนถ่ายสินคา้ ลงเรือเลก็ อยา่ งสมยั กรุงศรีอยธุ ยาทาใหป้ ระหยดั เวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายไดม้ าก
6) กรุงธนบุรีเป็นเมืองเก่า มีวดั จานวนมากท่ีสร้างไวแ้ ต่สมยั กรุงศรีอยธุ ยา เพยี งแต่บูรณะและ
ปฏิสงั ขรณ์บา้ งเท่าน้นั ไมจ่ าเป็นตอ้ งสร้างวดั ข้ึนใหมท่ ้งั หมด
7) กรุงธนบุรี มีดินดี มีคลองหลายสาย มีน้าใชต้ ลอดปี เหมาะแก่การทานา ปลูกขา้ ว ทาสวนผกั
และทาไร่ผลไม้
ดว้ ยเหตุน้ี เจา้ ตากจึงทรงพาผูค้ นมาต้งั เมืองหลวงใหมท่ ี่ธนบุรี และไดท้ รงทาพธิ ีปราบดาภิเษก
ประกาศพระเกียรติยศข้ึนเป็ นพระมหากษตั ริย์ ทรงพระนามวา่ สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ ในปี พ.ศ. 2310
ทรงครอบครองกรุงธนบุรีสืบมา มีพระนามอยา่ งเป็ นทางการวา่ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
ควำมเหมำะสมของกรุงธนบุรีเป็ นรำชธำนี
1. กรุงธนบุรีเป็นเมืองขนาดเลก็ เหมาะกบั ไพร่พลในขณะน้นั
2. ทาเลท่ีต้งั อยูใ่ กลท้ ะเล สะดวกแก่การคา้ ขายกบั ต่างประเทศ และสามารถเคล่ือนทพั เรือกลบั สู่
เมืองจนั ทบุรีไดส้ ะดวก เมื่อถึงคราวคบั ขนั
3. มีป้อมปราการท่ีมนั่ คงแข็งแรง คือ ป้อมวไิ ชยประสิทธ์ิ และป้อมวิไชยเยนทร์ใชป้ ้องกนั ขา้ ศึก
ไดด้ ี
4. ความอุดมสมบูรณ์ของขา้ วปลาอาหาร มีดินดี น้าอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สาคญั
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
9
5. ท่ีต้งั ทางยทุ ธศาสตร์เป็นเมืองหนา้ ด่าน ควบคุมการเดินเรือทะเลที่เขา้ ออกปากอ่าวไทย จึงเทา่ กบั
ช่วยควบคุมหัวเมืองเหนือใต้ ให้ตอ้ งพ่ึงกรุงธนบุรี ท้งั ทางดา้ นเศรษฐกิจและการซ้ืออาวุธจาก
ต่างประเทศ
พฒั นำกำรด้ำนกำรเมืองกำรปกครอง
การปกครองในสมยั กรุงธนบุรีน้นั ยืดถือแบบการแบบกรุงศรีอยุธยา โดยแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท
ดงั น้ี
การปกครองส่วนกลาง
กรุงธนบุรีเป็นศูนยก์ ลาง มีอคั รมหาเสนาบดีตาแหน่ง ” เจา้ พระยา ” จานวน 2 ทา่ น ไดแ้ ก่
สมุหนายก เป็นอคั รมหาเสนาบดีฝ่ ายพลเรือน เป็นผดู้ ูแลหวั เมืองฝ่ ายเหนือ
ท้งั ในราชการฝ่ ายทหารและพลเรือน ในฐานะเจา้ เสนาบดีกรมมหาดไทย
ผูเ้ ป็ นจะมียศเป็ น “เจา้ พระยาจกั รีศรีองครักษ์” หรือท่ีเรียกว่า “ออกญา
จกั รี”
สมุหพระกลาโหม เป็นอคั รมหา
เสนาบดีฝ่ ายทหาร เป็นผูด้ ูแลหวั เมืองฝ่ ายใตท้ ้งั ปวง ยศน้นั ก็จะมี
“เจา้ พระยามหาเสนา” หรือที่เรียกวา่ “ออกญากลาโหม”
ส่วนจตุสดมภ์น้นั ยงั มีไวเ้ หมือนเดิม มีเสนาบดีตาแหน่ง ”
พระยา ” จานวน 4 ทา่ น ไดแ้ ก่
กรมเวยี ง หรือ นครบาล มีพระยายมราชทาหน้าท่ีดูแล และ
รักษาความสงบเรียบร้อยภายในพระนคร
กรมวัง หรือ ธรรมาธิกรณ์ มีพระยาธรรมาธิกรณ์ ทาหน้าท่ีดูแลความสงบเรียบร้อยในเขต
พระราชฐาน
กรมคลัง หรือ โกษาธิบดี มีพระยาโกษาธิบดี ทาหน้าที่ดูแลการซ้ือขายสินคา้ ภายหลงั ไดร้ ับการ
แตง่ ต้งั ใหด้ ูแลหวั เมืองฝ่ ายตะวนั ออกดว้ ย
กรมนำ หรือ เกษตราธิการ มีพระยาพลเทพ ทาหนา้ ท่ีดูแลการเกษตรกรรม หรือ การประกอบอาชีพ
ของประชากร
กำรปกครองส่วนภูมภิ ำค
หวั เมืองช้นั ใน จะมีผรู้ ้ังเมือง เป็นผปู้ กครอง จะอยรู่ อบๆไม่ไกลจากราชธานี
เมืองพระยามหานคร จะแบง่ ออกไดเ้ ป็น เมืองเอก โท ตรี จตั วา มีเจา้ เมืองเป็นผปู้ กครอง
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
10
เมืองประเทศราช คือเมืองที่จะตอ้ งส่งเครื่องราชบรรณาการมาให้กรุงธนบุรี ซ่ึงในขณะน้นั จะมี
นครศรีธรรมราช เชียงแสน เชียงใหม่ ลาปาง ลาพนู พะเยา แพร่ น่าน ปัตตานี ไทรบุรี ตรังกานู มะริด ตะนาว
ศรี พุทไธมาศ พนมเปญ จาปาศกั ด์ิ หลวงพระบาง และ เวยี งจนั ทน์ ฯลฯ
พฒั นำกำรด้ำนเศรษฐกจิ
ช่วงตน้ รัชกาล สภาพบา้ นเมืองเสียหายจากการ
สงครามอย่างหนกั เกิดทุพภิกขภยั คร้ังร้ายแรงที่สุดใน
ประวตั ิศาสตร์ไทย[12] เน่ืองจากขาดการทานามานาน
ราคาขา้ วในอาณาจกั รสูงเกือบตลอดรัชกาล ก่อนจะ
ค่อย ๆ ลดลงในตอนปลายรัชกาล จะมีเพ่ิมสูงข้ึนบา้ งก็
ในปี พ.ศ. 2312 ท่ีเกิดหนูระบาด สมเด็จพระเจ้ากรุง
ธนบุ รี ทรงสละทรั พย์ส่ วนพระองค์ซ้ื อข้าวมาให้แก่
ราษฎรท้งั หลาย ช่วยคนไดห้ ลายหมื่น ท้งั ยงั กระตุน้ ใหช้ าวบา้ นท้งั หลายเขา้ มาอาศยั อยใู่ นกรุงดว้ ย
นอกจากน้ี พระองคย์ งั ไดท้ รงทานุบารุงการคา้ ขายทางเรือกบั ต่างชาติ เน่ืองจากไมอ่ าจพ่ึงรายไดจ้ าก
ภาษีอากรจากผูค้ นที่ยงั คงต้งั ตวั ไม่ได้ อีกท้งั การส่งเสริมการขายสินคา้ พ้ืนเมืองยงั เป็ นการสร้างงานใหก้ บั
ชาวบา้ น โดยพระองคไ์ ดท้ รงพยายามผกู ไมตรีกบั จีนเพ่อื ท่ีจะใหเ้ กิดประโยชน์ทางการคา้ มากยง่ิ ข้ึน
ผลดีประการหน่ึงของสงครามคราวเสียกรุงคือมีผคู้ นอพยพมาสร้างความเจริญแก่ทอ้ งที่อื่นใหด้ ีข้ึน
กวา่ สมยั อยุธยามาก กรุงธนบุรีไดก้ ลายมาเป็ นเมืองท่าท่ีสาคญั ที่สุดของไทยแทนกรุงศรีอยุธยาเดิมท่ีถูกเผา
ทาลายไปและเนื่องจากเมืองมะริดและตะนาวศรีได้ตกเป็ นของพม่าอย่างถาวร จึงทาให้เมืองถลางได้
กลายเป็นเมืองท่าสาคญั ในการคา้ ขายกบั ต่างชาติทางฝ่ังทะเลอนั ดามนั แทน โดยในสมยั อยธุ ยามีความสาคญั
เป็ นเมืองท่าลาดบั สอง และมีดีบุกเป็ นจานวนมาก เช่นเดียวกบั เมืองไชยาและเมืองสงขลาที่เจริญกา้ วหน้า
กวา่ ในสมยั อยธุ ยาเดิม ชาวต่างชาติยงั เขียนอีกวา่ ทอ้ งที่ใดมีชาวจีนอาศยั อยูม่ าก ทอ้ งท่ีแห่งน้นั ยอ่ มเจริญแน่
เพราะคนจีนขยนั กวา่ คนไทย ไทยมีรากฐานเศรษฐกิจดี มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเอ้ือต่อเกษตรกรรม เม่ือ
เวน้ วา่ งจากศึกสงคราม เสบียงอาหารก็บริบูรณ์ข้ึนดงั เดิม ฝ่ ายคนจีนและคนไทยบางส่วนไดเ้ อาเงินและทอง
ท่ีบรรพชนเก็บไวใ้ นพระพุทธรูปไป บา้ งก็ทาลายพระพุทธรูปและพระเจดียเ์ สียเพื่อเอาเงิน บาทหลวงคอร์
ระบุวา่ “การท่ีประเทศสยามกลบั ต้งั แต่ไดเ้ ร็วเช่นน้ี ก็เพราะความหมน่ั เพยี รของพวกจีน ถา้ พวกจีนไมใ่ ช่เป็ น
คนมกั ไดแ้ ลว้ ในเมืองไทยทุกวนั น้ีคงไม่มีเงินใชเ้ ป็นแน่
พฒั นำกำรด้ำนสังคมและวฒั นธรรม
สภาพสงั คมไทยสมยั กรุงธนบุรี มีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั สมยั อยธุ ยา คือมีการแบง่ ชนช้นั ออกเป็น
1. พระมหากษตั ริย์
2. พระบรมวงศานุวงศ์
3. ขนุ นาง
4. ไพร่ เป็นชนช้นั ที่มีมากที่สุดในสงั คม
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
11
5. ทาส
หลงั จากบา้ นเมืองแตกแยก เพราะการล่มสลายของอาณาจกั รอยุธยาแลว้ เม่ือพระเจา้ กรุงธนบุรีได้
รวบรวมอาณาจกั รเป็ นปึ กแผน่ พม่าจึงเล็งเห็นวา่ ไม่ตอ้ งการให้อาณาจกั รสยามเจริญไดอ้ ีก จึงตอ้ งมีการรบ
ราญกนั อยบู่ ่อย การเรียกกาลงั พลจึงเป็ นสิ่งสาคญั อยา่ งยง่ิ เพื่อป้องกนั การหลบหนี พระเจา้ กรุงธนบุรีจึงตรา
กฎหมายการสักเลกข้ึน โดยไพร่ชายใดอายถุ ึงกาหนด ตอ้ งสักเลก เพ่ือให้สามารถตรวจสอบจานวนคนได้
และถา้ หากมีการหลบหนีเม่ือใด อาจจะมีโทษถึงประหารชีวิต โดยพระเจา้ กรุงธนบุรีจะเป็ นผตู้ ดั สินคดีดว้ ย
ตวั ของพระองคเ์ อง ส่วนชนช้นั อื่น ๆ ท่ีเหลือน้นั ก็มีโครงสร้างท่ีคลา้ ยคลึงกบั อยธุ ยา
วฒั นธรรม
รัชสมยั ของสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชแมจ้ ะไม่ยาวนานนกั ไดฟ้ ้ื นฟูปรับปรุงบา้ นเมืองในดา้ น
วฒั นธรรมอย่างมากเช่น ด้านศาสนาได้แต่งต้งั พระสังฆราช ดา้ นศิลปะผลงานไม่เด่นชัด ดา้ นการศึกษา
เดก็ ผชู้ ายจะมีโอกาสไดเ้ รียนเท่าน้นั
วรรณกรรม
ถึงแมว้ า่ กรุงธนบุรีจะดารงอยเู่ ป็นเวลาอนั ส้ัน วรรณกรรม วรรณคดีท้งั หลายถูกทาลายลง แต่ก็มีเวลา
ที่จะมาฟ้ื นฟูศิลปวฒั นธรรม
สมเดจ็ พระเจ้ำกรุงธนบุรี
บทละครเรื่องรามเกียรต์ิ พระราชทานเมื่อปี พ.ศ. 2313 อนั เป็นปี ท่ี 3 ในรัชกาลพระองค์ บทละคร
เร่ืองรามเกียรต์ิฉบบั น้ีมี 4 ตอน แบ่งออกเป็น 4 เล่ม
–นายสวน มหาดเล็ก ซ่ึงแต่งโคลงสี่สุภาพ แต่งข้ึนเพื่อยกพระเกียรติและสรรเสริญ สมเด็จพระเจา้
กรุงธนบุรี 85 บท เป็ นสานวนท่ีเรียบง่าย แต่ทรงคุณค่าดว้ ยเป็ นหลกั ฐานที่คนรุ่นต่อมาไดท้ ราบถึงสภาพ
บา้ นเมืองและความเป็นไปในยคุ น้นั
– หลวงสรวิชิต (หน) ซ่ึงต่อมาในสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ มีบรรดาศกั ด์ิเป็ นเจา้ พระยาพระคลงั (หน)
งานประพนั ธ์ของท่านเป็ นท่ีรู้จกั และแพร่หลาย จนถึงปัจจุบนั เช่น สามก๊ก เป็ นตน้ ส่วนในสมยั กรุงธนบุรี
ประพนั ธ์เรื่อง ลิลิตเพชรมงกุฎ (พ.ศ. 2310-2322) และอิเหนาคาฉนั ท์ (พ.ศ. 2322)
– พระยามหานุภาพ นิราศพระยามหานุภาพไปเมืองจีน หรือ นิราศกวางตุง้ แตง่ เมื่อปี พ.ศ. 2324
สังคมและวฒั นธรรมสมยั ธนบุรี
1. สภาพสังคม
ชีวติ ความเป็ นอยถู่ ือไดว้ า่ มีการควบคุมกนั อยา่ งเขม้ งวดเพราะบา้ นเมืองตกอยูใ่ นสภาวะสงคราม
ตอ้ งสู้รบกบั พม่าขา้ ศึกอยูต่ ลอดเวลานอกจากน้ียงั มีการเกณฑพ์ ลเรือนเขา้ รับราชการท้งั น้ีเพอื่ ป้องกนั การ
หลีกเล่ียงและหลบหนีการเกณฑแ์ รงาน
2. การฟ้ื นฟูศิลปวฒั นธรรม
รัชสมยั ของพระเจา้ ตากแมจ้ ะไมย่ าวนานนกั แตก่ ็ยงั ไดฟ้ ้ื นฟูปรับปรุงบา้ นเมืองในดา้ นวฒั นธรรม
อนั มากที่สาคญั มีดงั น้ี
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
12
2.1 ดา้ นศาสนา พระเจา้ ตากทรงมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนาอยา่ งมนั่ คงทรงใหม้ ีการ
ชาระความบริสุทธ์ิของสงฆท์ ้งั หมดรูปใดที่ประพฤติไม่ดีใหศ้ ึกออกไปพระองคท์ รงบริจาคทรัพยส์ ่วน
พระองคใ์ นการสร้างอุโบสถ และทรงคดั ลอกพระไตรปิ ฎกที่นามาจากวดั พระธาตุเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อ
ปี 2312
2.2 ดา้ นศิลปวฒั นธรรม พระเจา้ ตากทรงมีภารกิจมากมายโดยเฉพาะการสร้างบา้ นเมืองการ
ป้องกนั ประเทศ และการแกป้ ัญหาเศรษฐกิจ จึงทาใหผ้ ลงานในดา้ นน้ีจึงไมเ่ ด่นชดั สาเหตุอีกประการหน่ึงก็
คือ บรรดาช่างฝีมือและช่างศิลป์ ถูกพม่ากวาดตอ้ นไปเป็นจานวนมาก ช่างที่มีอยกู่ เ็ ป็นช่างฝึกหดั ไม่อาจ
เทียบเทา่ ช่างในอยธุ ยาได้ ผลงานท่ีมีคือ วดั แจง้ (วดั อรุณราชวรราม) และดา้ นก่อสร้างไดแ้ ก่ การสร้าง
พระราชวงั ป้อมปราการ เชิงเทิน ขาดความสวยงาม ส่วนทางดา้ น วรรณกรรมมีผลงานสาคญั คือ รามเกียรต์ิ
เป็ นตน้
2.3 ดา้ นนาฏศิลป์ มีการฟ้ื นฟูและเล่นฉลองในงานพธิ ีสาคญั ตามแบบประเพณีสมยั อยธุ ยาดงั เห็น
ไดจ้ ากพิธีสมโภชพระแกว้ มรกตและพระบางซ่ึงสมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกไดอ้ นั เชิญมาจากเวยี งจนั ทร์
เพ่อื ประดิษฐานท่ีกรุงธนบุรีซ่ึงในคร้ันน้นั มีการจดั งานอยา่ งยงิ่ ใหญ่ใชเ้ วลา 7 วนั มีการประชนั การแสดง
ละคร การแสดงโขน การเล่นมโหรีพิณพาทย์ การเล่นบทดอกสร้อยสัดวาฯ
2.4 ดา้ นการศึกษา ในสมยั ธนบุรียงั คงอยทู่ ี่วดั เหมือนเม่ือสมยั อยธุ ยาน้นั คือการเรียนท่ีวดั มีพระสอน
หนงั สือและยงั คงใชแ้ บบเรียนจินดามณีซ่ึงส่วนใหญ่จะเนน้ เรื่องวธิ ีแตง่ กาพยก์ ลอน ศึกษาศพั ทเ์ ขมร บาลีสนั
สฤตดว้ ยเพ่อื ประโยชน์ในการอ่านคมั ภีร์พระพุทธศาสนา นอกน้นั ก็เป็นวชิ าเลขซ่ึงนาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
สาหรับวชิ าชีพพอ่ แมม่ ีอาชีพอะไรกถ็ ่ายทอดวชิ าน้นั ใหแ้ ก่ลูกหลาน เช่น วชิ าแพทยโ์ บราณ วชิ าช่างป้ัน ช่าง
ถม ช่างแกะสลกั ช่างป้ันปูน ช่างเหล็กฯ ส่วนเด็กหญิงถือตามประเพณีโบราณคือ การเยบ็ ปักถกั ร้อย
ทากบั ขา้ ว และการฝึกอบรมมารยาทของกลุ สตรี สมยั น้นั ไมน่ ิยมใหผ้ หู้ ญิงเรียนหนงั สือจึงมีนอ้ ยคนนกั ท่ี
อ่านออกเขียนได้
พฒั นำกำรด้ำนควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงประเทศ
1.ความสัมพนั ธ์กบั พม่า ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งไทยกบั พม่าในสมยั กรุงธนบุรี ปรากฏอยใู่ นรูปของ
ความขดั แยง้ และการทาสงคราม โดยไทยเป็นฝ่ ายต้งั รับการรุกรานของพม่า หลงั จากไดร้ ับเอกราชมีการสู้รบ
กนั ถึง 9 คร้ัง (พ.ศ.2311-2319) ส่วนใหญพ่ มา่ เป็นฝ่ ายปราชยั ตอ้ งถอยทพั กลบั ไป
สงครามไทยกบั พม่าในสมยั ธนบุรีคร้ังสาคญั ท่ีสุด คือ ศึกอะแซหวุน่ ก้ีตีหัวเมืองเหนือ พ.ศ. 2318
คร้ังน้นั เจา้ พระยาจกั รี(ร.1)และเจา้ พระยาสุรสีห์สองพี่นอ้ งไดร้ ่วมกนั ป้องกนั เมืองพษิ ณุโลก
2. ความสัมพนั ธ์กบั กมั พูชา สภาพการเมืองภายในกมั พูชาไม่สงบราบรื่น เจา้ นายเขมรมกั แตกแยก
ความสามคั คีและแยง่ ชิงอานาจกนั อยเู่ นืองๆ บางกลุ่มนิยมไทยแต่บางกลุ่มฝักใฝ่ กบั ฝ่ ายญวน เม่ือไทยติดศึก
กบั พม่า เขมรมกั ต้งั ตวั เป็ นอิสระและคอยหาโอกาสซ้าเติมไทยอยูเ่ สมอ ไทยทาสงครามขยายอาณาเขตใน
ดินแดนกมั พูชา รวม 3 คร้ัง กองทพั ไทยยกไปตีกรุงกมั พูชาในสองคร้ังแรก เม่ือพ.ศ.2312 และ พ.ศ.2314
เป็ นผลให้กมั พูชาตกเป็ นเมืองข้ึนของไทย การจลาจลแยง่ ชิงอานาจในหมู่เจา้ นายเขมร ใน พ.ศ.2322 พระ
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
13
ราชวงศ์เขมรแย่งชิงอานาจกนั เอง สมเด็จพระเจา้ ตากสินฯ จึงโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษตั ริย์ศึก
(รัชกาลท่ี1)ยกทพั ไปควบคุมสถานการณ์แต่เกิดเหตุวุ่นวายในกรุงธนบุรี พระยาสรรค์ก่อกบฏ สมเด็จ
เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก จึงตอ้ งยกทพั กลบั
3. ความสัมพันธ์กับลาว ไทยเป็ นฝ่ ายทา
สงครามขยายอาณาเขตในดินแดนลาว 2 คร้ัง คร้ังแรก
สงครามตีเมืองจาปาศกั ด์ิ พ.ศ.2319เกิดจากลาวก่อ
กบฏต่อไทย ชยั ชนะของกองทพั กรุงธนบุรีคร้ังน้ี ทา
ให้เมืองจาปาศกั ด์ิและหัวเมืองลาวตอนล่างตกอยู่ใต้
อานาจของไทย สงครามตีเมืองเวียงจนั ทน์ พ.ศ.2321
เกิดความขดั แยง้ ระหว่างเสนาบดีกบั เจา้ ผูค้ รองนคร
เวยี งจนั ทน์ จึงโปรดเกลา้ ฯให้สมเด็จเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกยกทพั ไปปราบเป็ นผลให้ลาวตกเป็ นประเทศ
ราชของไทยท้งั หมด แมท่ พั ไทยยงั ไดอ้ ญั เชิญพระแกว้ มรกดและพระบางมาไวท้ ่ีไทยดว้ ย
4. ความสัมพนั ธ์กบั อาณาจกั รลา้ นนา นครเชียงใหม่ ศูนยก์ ลางของอาณาจกั รลา้ นนา นบั ต้งั แต่สมยั
อยธุ ยาเป็นตน้ มา เชียงใหม่ตอ้ งตกอยภู่ ายใตอ้ านาจของพมา่ และไทยสลบั กนั โดยพมา่ ใชเ้ ชียงใหม่เป็ นแหล่ง
สะสมเสบียงอาหารทุกคร้ังที่ยกทพั มาตีไทย กองทพั กรุงธนบุรียกไปตีเมืองเชียงใหม่ พ.ศ.2317 สามารถขบั
ไล่พม่าออกไปไดส้ าเร็จ ลา้ นนาจึงตกอยใู่ ตอ้ านาจไทยอีกคร้ัง
5. ความสัมพนั ธ์กบั หัวเมืองมลายู หัวเมืองมลายูตกเป็ นเมืองประเทศราชของไทยมาต้งั แต่สมยั
อยธุ ยา อนั ไดแ้ ก่ เมืองปัตตานี ไทรบุรี กลนั ตนั และตรังกานู ตอ่ มาเมื่อกรุงศรีอยธุ ยาแตกจึงแยกตวั เป็นอิสระ
กองทพั กรุงธนบุรีไม่พร้อมท่ีจะยกไปปราบ เน่ืองจากหวั เมืองมลายูอยหู่ ่างไกลเกินไป ตลอดรัชกาลสมเด็จ
พระเจา้ ตากสินฯ จึงปล่อยใหเ้ ป็นอิสระ
กำรเส่ือมอำนำจของอำณำจักรธนบุรี
หลกั ฐานส่วนใหญ่กล่าววา่ เกิดเหตุจลาจลในปลายรัชกาลของสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช คือ
พระยาสรรคไ์ ดต้ ้งั ตวั เป็ นกบฏ ไดบ้ ุกมาแลว้ บงั คบั ให้พระองคผ์ นวช ขณะน้นั สมเด็จเจา้ พระยามหากษตั ริย์
ศึกทรงทาศึกอยูท่ ี่กมั พูชา ทรงทราบข่าวจึงไดเ้ สด็จกลบั มายงั กรุง ไดป้ ราบปรามจลาจลแลว้ สืบสวนหารือ
ควรสาเร็จโทษสมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบุรี
สมเด็จเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกไดป้ ราบดาภิเษกข้ึนเป็ นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ปฐมกษตั ริยแ์ ห่งราชวงศจ์ กั รี และโปรดเกลา้ ใหย้ า้ ยราชธานีมายงั ฝ่ังตะวนั ออกของแมน่ ้าเจา้ พระยา
และในต่อมาไดพ้ ระราชทานนามใหม่วา่ กรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระมหาอุปราช เจา้ ฟ้ากรมขนุ อินทรพิ
ทกั ษ์ พระราชโอรสพระองคโ์ ตในสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรี ถูกสาเร็จโทษดว้ ยทอ่ นจนั ทนเ์ ช่นกนั
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
14
บุคคลสำคญั สมยั ธนบุรี
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงเป็ นสามญั ชนโดยกาเนิดในตระกูล
แต้ ทรงพระนามเดิมวา่ สิน พระราชบิดาเป็นจีนช่ือ ไหฮอง ออกจากประเทศจีน
มาต้งั ถิ่นฐานในประเทศไทย ได้สมรสกับหญิงไทยชื่อนางนกเอ้ียง ซ่ึงมีผู้
สันนิษฐานว่าอาจจะเป็ นธิดาขุนนาง คร้ังแผ่นดินพระเจา้ อยูห่ ัวบรมโกศ หรือ
เป็นธิดาของเจา้ เมืองเพชรบุรี
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงพระราชสมภพ ณ วนั อาทิตย์ เดือน
5 ข้ึน 15 ค่า ปี ขาล จุลศกั ราช 1096 ตรงกบั วนั ท่ี 17 เมษายน พุทธศกั ราช 2277 ในแผน่ ดินสมเดจ็ พระบรม
ราชาท่ี 3 พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ หลกั ฐานส่วนใหญ่เช่ือวา่ ทรงเคยเป็ นพอ่ คา้ เกวยี นผทู้ รงปัญญาเฉลียวฉลาด
และมีความสามารถพเิ ศษดา้ นกฎหมาย ช่วยกรมการเมืองชาระถอ้ ยความของราษฎรทางภาคเหนืออยเู่ นือง ๆ
มีความชอบในแผน่ ดิน ต่อมาไดร้ ับพระมหากรุณาโปรดเกลา้ ฯแต่งต้งั เป็นเจา้ เมืองตาแหน่งพระยาตาก
ระหวา่ งเวลา 15 ปี ท่ีทรงครองราชสมบตั ิ พระองคท์ รงรวบรวมชุมชนไทย ที่ต้งั ตวั เป็ นชุมนุมต่าง ๆ
เขา้ ดว้ ยกนั เป็ นปึ กแผน่ และรวมอาณาใกลเ้ คียงเขา้ เป็ นส่วนหน่ึงของพระราชอาณาจกั รธนบุรีดว้ ย สมเด็จ
พระเจา้ ตากสินมหาราชเสด็จสวรรคตเม่ือวนั ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 พระชนม์พรรษาได้ 48 ปี ทรงเป็ น
พระมหากษตั ริยพ์ ระองคเ์ ดียวในประวตั ิศาสตร์สมยั ธนบุรี
กปั ตนั เหลก็ (ฟรานซิส ไลท)์
กปั ตนั เหล็กเป็ นพ่อคา้ ชาวองั กฤษท่ีเขา้ มามีบทบาทในกิจการคา้ ขายใน
แถบหัวเมือง มลายู ระหว่างรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช และ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชไดท้ าความดีความชอบ โดยการ
จดั หาอาวธุ ปื นมาถวายแก่พระมหากษตั ริยไ์ ทย สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชจึง
พระราชทานบรรดาศกั ด์ิให้เป็ น "พระยาราชกปิ ตนั " บางคร้ังจึงเรียกเป็ นพระยา
ราชกปิ ตนั เหลก็
กปั ตนั เหล็ก หรือ ฟรานซิส ไลท์ เกิดเม่ือ พ.ศ.2283 ที่เมืองคลั ลิงตนั ในซฟั ฟอร์ค เคยเป็นนายทหาร
เรือแห่งราชนาวีองั กฤษ แต่ภายหลงั หนั มาทาการคา้ ขาย ไดม้ าต้งั บา้ นเรือน ทาการคา้ ขายอยทู่ ี่เกาะถลาง เมื่อ
ประมาณ พ.ศ.2314 รู้จกั สนิทสนมกบั พระยาถลางภกั ดีภูธร และคุณหญิงจนั ทร์ ท้งั ยงั เป็ นท่ีรู้จกั นบั ถือของ
ชาวเมืองทว่ั ไปดว้ ย ในปี ถดั มาก็ไดส้ มรสกบั มาร์ติน่า โรเซลล์ สตรีเช้ือสายโปรตุเกสไทยและมาเลย์ มีบุตร 5
คน ชื่อ ซาร่าห์ วลิ เลียม แมร่ี แอน และฟรานซิส
ในปี พ.ศ.2319 กปั ตนั เหล็กไดส้ ่งปื นนกสับเขา้ มาถวายสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรี และภายหลงั ได้
เป็ นผูต้ ิดต่อซ้ืออาวธุ ให้แก่ทางราชการพร้อมๆ กบั ทาหนา้ ท่ีเป็ นกาลงั สาคญั ให้องั กฤษ ไดเ้ จรจากบั สุลต่าน
แห่งไทรบุรี ขอเช่าเกาะปี นังเป็ นผลสาเร็จในปี พ.ศ.2329 จึงไดร้ ับแต่งต้งั จากรัฐบาลองั กฤษ ให้เป็ นผูว้ ่า
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
15
ราชการเกาะปี นงั และต้งั ช่ือเกาะปี นงั ใหม่วา่ เกาะปริ้นซ์ ออฟ เวลส์ (Prince of Wales Islands) กปั ตนั เหล็ก
ไดถ้ ึงแก่กรรมใน พ.ศ.2337
กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท
กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาทเป็ นกรมพระราชวงั บวรสถาน
มงคล ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งกรุง
รัตนโกสินทร์ ทรงเป็ นนกั รบที่สามารถและเป็ นกาลงั ของสมเด็จพระเจา้ ตากสิน
มหาราช ในการกอบกูอ้ ิสรภาพ และยงั ทรงเป็ นกาลงั สาคญั ของพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในการปกป้อง ประเทศ ต่อมาพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ไดโ้ ปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม ให้เฉลิมพระนามาภิไธย
เป็น สมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสุรสิงหนาท
กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาทมีพระนามเดิมวา่ บุญมา เป็ นพระอนุชาร่วมพระราชชนกชนนี
กบั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประสูติใน พ.ศ.2286 ในแผน่ ดินพระเจา้ อยู่หัวบรม
โกศแห่งกรุงศรีอยธุ ยาไดร้ ับราชการตาแหน่งนายสุจินดามหาดเล็กหุม้ แพร ในแผน่ ดินพระเจา้ อยูห่ วั สุริยามริ
นทร์ ภายหลงั กรุงศรีอยธุ ยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ.2310 แลว้ ไดไ้ ปอยทู่ ่ีเมืองชลบุรี คร้ันไดท้ ราบข่าววา่ พระยา
ตาก มาต้งั มั่นรวบรวมผูค้ นอยู่ที่เมืองจันทบุรี จึงพาผูค้ นไปเป็ นพรรคพวก และได้รับแต่งต้ังให้เป็ น
พระมหามนตรี
เม่ือสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชเสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิ พระมหามนตรีไดต้ ามเสด็จ มารับ
ราชการยงั กรุงธนบุรี และไดแ้ สดงความสามารถในราชการสงครามจนเป็ นท่ีประจกั ษ์ หลงั จากศึกปราบ
ชุมนุมเจา้ พมิ ายใน พ.ศ.2311 จึงไดร้ ับพระราชทานบรรดาศกั ด์ิเป็นพระยาอนุชิตราชา จางวางพระตารวจฝ่ าย
ซ้าย ต่อมาใน พ.ศ.2313 ก่อนหน้าการปราบชุมนุมเจา้ พระฝางและหัวเมืองพิษณุโลก พระยายมราชใน
ขณะน้นั ไดถ้ ึงแก่กรรม พระยาอนุชิตราชาจึงไดเ้ ล่ือนเป็ นที่พระยายมราช จากน้นั เม่ือเสร็จศึกหวั เมืองฝ่ าย
เหนือ ไดเ้ ลื่อนเป็ นเจา้ พระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช อยู่ครองเมืองพิษณุโลก บงั คบั บญั ชาการป้องกนั พระ
ราชอาณาจกั รทางหัวเมืองฝ่ ายเหนือ ในช่วงหลังได้มีราชการสงครามคร้ังสาคัญอีก 2 คร้ังคือ ท่ีเมือง
เวียงจนั ทน์ ใน พ.ศ.2321 และท่ีกมั พูชาอนั เป็ นศึกในช่วงสุดทา้ ยที่เกิดข้ึนเวลาเดียวกบั ที่กรุงธนบุรีเกิดการ
จลาจล เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกปราบดาภิเษกแล้ว ได้ทรงดารงตาแหน่งเป็ น กรม
พระราชวงั บวรสถานมงคล และไดท้ ิวงคต เมื่อ พ.ศ.2346
เจา้ จอมมารดาเจา้ หญิงฉิม
เจา้ จอมมารดาเจา้ หญิงฉิม เจา้ จอมในสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช มี
ฐานันดรศักด์ิเป็ นเจ้าหญิง เน่ืองจากเป็ นพระธิดาองค์ใหญ่ในเจ้าพระยา
นครศรีธรรมราช (หนู) หวั หนา้ ชุมนุมเจา้ นครศรีธรรมราช เม่ือสมเด็จพระเจา้ ตาก
สินมหาราชเสด็จยกทพั ไปปราบชุมนุม เจ้านครศรีธรรมราชน้ัน เจ้า พระยา
นครศรีธรรมราชหนีไปพ่ึงเจา้ พระยาตานี แต่ถูกคุมตวั ส่งมาจาขงั ไวท้ ี่ธนบุรี และ
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
16
ไดถ้ วายพระธิดาเป็นขา้ บาทบริจาริกา เจา้ หญิงฉิมไดร้ ับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกลา้ ให้เป็ นพระสนมเอก
ที่กรมบริจาภกั ดีศรีสุดารักษ์ ตอ่ มาไดเ้ ป็นเจา้ จอมมารดาในสมเด็จเจา้ ฟ้าชายทศั พงศ์ สมเดจ็ เจา้ ฟ้าชายทศั ไภย
สมเด็จเจา้ ฟ้าชายนเรนทรราชกุมาร และสมเด็จเจา้ ฟ้าหญิงปัญจปาปี ซ่ึงภายหลงั ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั พระราชโอรสท้งั สามถูกลดพระยศเป็นที่พระพงษน์ รินทร์ พระอินทรอภยั และพระ
นเรนทราชา ตามลาดบั เจา้ จอมมารดาเจา้ หญิงฉิมสิ้นพระชนมป์ ี ใดไมป่ รากฏหลกั ฐาน
เจา้ พระยาจกั รี (ทองดว้ ง)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษตั ริยแ์ ห่ง
พระบรมราชจกั รีวงศ์ มีพระนามเดิมว่า ดว้ ง ประสูติในรัชกาลพระเจา้ อยู่หัว
บรมโกศ สมยั กรุงศรีอยธุ ยา เมื่อวนั พุธ แรม 5 ค่า เดือน 4 ปี มะโรง ตรงกบั วนั ที่
20 มีนาคม พ.ศ.2279
คร้ันเม่ือกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าแล้ว และสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชไดส้ ถาปนา เมืองธนบุรีข้ึนเป็ นราชธานี จึงไดเ้ ขา้ มารับราชการในกรุง
ธนบุรี โดยไดร้ ับการชกั ชวนจากน้องชายคือ นายสุจินดา หรือ บุญมา (กรม
พระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท) ซ่ึงรับราชการใกลช้ ิดอยูก่ บั สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชมาแต่ก่อนแลว้
ทาให้ไดเ้ ขา้ รับราชการในตาแหน่งท่ีสูงข้ึน คือ ไดเ้ ป็ นพระราชวรินทร์ สังกดั ในกรมพระตารวจใน พ.ศ.
2311
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเป็ นแม่ทพั คู่พระทยั ของสมเด็จพระเจา้ ตากสิน
มหาราช ในราชการศึกสงครามหลายคร้ังหลายคราว ตลอดสมยั กรุงธนบุรี ราชการทพั สาคญั ของพระองคใ์ น
พ.ศ.2323 เกิดจลาจลข้ึนในกมั พชู า เสด็จเป็นแม่ทพั ไปปราบปรามแตย่ งั ไม่ทนั สาเร็จเรียบร้อย ทางกรุงธนบุรี
เกิดการจลาจล จึงตอ้ งรีบยกทพั กลบั มาปราบปรามระงบั เหตุวนุ่ วายในกรุงธนบุรี จนสงบราบคาบ ขา้ ราชการ
และราษฎรท้งั ปวง พร้อมใจกนั อญั เชิญเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกข้ึนครองราชสมบตั ิเป็ นปฐมกษตั ริยแ์ ห่ง
พระบรมราชจกั รีวงศ์ เมื่อวนั ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 ขณะมีพระชนมายไุ ด้ 45 พรรษา
พระยาพิชยั ดาบหกั
พระยาพชิ ยั มีชื่อเดิมวา่ จอ้ ย ตอ่ มาไดช้ ื่อวา่ "ทองดี" เป็นบุตรชาวนา อยู่
บา้ นห้วยคา เมืองพิชยั (ปัจจุบนั เป็ นอาเภอหน่ึงของจงั หวดั อุตรดิตด์) ไดศ้ ึกษา
วิชามวยกบั ครูที่มีชื่อหลายคน ออกชกมวย จนมีช่ือเสียง และไดห้ ัดฟันดาบท่ี
สวรรคโลกจนเก่งกลา้
เมื่อมีโอกาสไดไ้ ปเมืองตาก เป็ นช่วงท่ีมีงานถือน้าพระพิพฒั น์สัตยา
และมีมวยฉลองดว้ ยพอดี นายทองดี หรือท่ีไดร้ ับสมญาเรียกว่านายทองดีฟัน
ขาว ก็เขา้ เปรียบกบั มวยช้นั ครูและชกชนะสองคนรวด พระเจา้ ตากเห็นฝี มือนายทองดีฟันขาวเช่นน้นั ก็ทรง
ชวนใหไ้ ปอยดู่ ว้ ย ตอ่ มาไดร้ ับราชการเป็นหลวงพิชยั อาสา
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
17
ในพระราชพงศาวดารไดก้ ล่าวถึงช่วงก่อนสิ้นกรุงศรีอยุธยาวา่ เมื่อคร้ังพระยาตาก (สิน) ตีฝ่ าวงลอ้ ม
พม่าออกมา หลวงพชิ ยั อาสาเป็นกาลงั ตีฝ่ ากองทพั พมา่ ออกไปดว้ ย
หลงั จากท่ีซ่องสุมผคู้ น และเตรียมกาลงั รบอยูท่ ี่เมืองจนั ทบุรี จนพอเหมาะแก่การรุกไล่ทพั พม่าแลว้
พระเจา้ ตากจึงยกกองทพั เรือข้ึนมาตีเมืองธนบุรีไดแ้ ลว้ ให้หลวงพิชยั อาสา เป็ นทพั หนา้ ยกข้ึนไปตีค่ายโพธ์ิ
สามตน้ ไดส้ าเร็จคร้ันเมื่อพระเจา้ ตากไดเ้ สด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิแลว้ ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ต้งั ให้
หลวงพิชยั อาสาเป็นเจา้ หมื่นไวยวรนาถ ทหารเอกราชองครักษ์
ตลอดระยะเวลาท่ีทาสงครามปราบชุมนุมต่างๆเพื่อรวมไทยให้เป็ นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั น้นั หลวง
พิชยั อาสาหรือเจา้ หมื่นไวยวรนาถ ไดถ้ ือดาบออกหนา้ ทหารอยา่ งกลา้ หาญสู้อยา่ งเต็มความ สามารถ จนได้
เลื่อนเป็นพระยาสีหราชเดโช และเป็นพระยาพชิ ยั ไดค้ รองเมืองพชิ ยั ในท่ีสุด
เมื่อพระยาพิชยั เป็ นเจา้ เมืองพิชยั อยนู่ ้นั โปสุพลาไดย้ กทพั ลงมาตีเมืองพิชยั คราวน้นั พระยาพิชยั ได้
ถือดาบสองมือคุมทหารออกต่อสู้ป้องกนั พม่าจนดาบหัก เป็ นท่ีเลื่องลือจนไดน้ ามวา่ "พระยาพิชยั ดาบหกั "
ชีวติ ราชการของพระยาพิชยั ดาบหกั น่าจะรุ่งเรือง และเป็ นกาลงั ป้องกนั บา้ นเมือง ไดเ้ ป็ นอยา่ งดีในแผ่นดิน
ต่อมา หากแต่พระยาพิชยั ดาบหกั เห็นว่าตวั ท่าน เป็ นขา้ หลวงเดิมของพระเจา้ ตาก เกรงว่านานไปจะเป็ นที่
ระแวงของพระเจา้ แผน่ ดิน และจะหาความสุขไดย้ ากประกอบกบั มีความเศร้าโศกอาลยั ในพระเจา้ ตากอยา่ ง
มากจึงไดก้ ราบทูลวา่ จะขอตายตามสมเด็จพระเจา้ ตาก ดงั น้นั จึงไดถ้ ูกประหารชีวิตเมื่ออายไุ ด้ 41 ปี พระยา
พิชยั ดาบหกั เป็นตน้ ตระกลู วชิ ยั ขนั ธะ
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
18
บรรณำนุกรม
ณรงค์ พว่ งพศิ และคณะ.(2553) ประวตั ิศำสตร์ ม.2 (พมิ พค์ ร้ังที่ 20) กรุงเทพฯ:สานกั พิมพอ์ กั ษรเจริญทศั น์
นวลจนั ทร์ ตุลารักษ(์ 2547). ประวตั ศิ ำสตร์กำรต้ังถนิ่ ฐำนและพฒั นำชำติไทย. กรุงเทพฯ:
สานกั พมิ พโ์ อเดียนสโตร์.
ธีระ นุชเป่ี ยมและคณะ. (2556) ประวตั ศิ ำสตร์ ม.2 กรุงเทพฯ : บริษทั ซี.ว.ี แอล.การพิมพ์ จากดั .
พิชาติ แกว้ พวง. (2556) สังคมศึกษำ ม.2 . กรุงเทพฯ : บริษทั แปลนพริ้นทต์ ิ้ง จากดั .
วทิ ยา ปานะบุตร. (2554) สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ม.2 กรุงเทพฯ:พ.ศ.. พฒั นา จากดั .
https://sites.google.com/a/nairong.ac.th/history-m2/unit-3
https://www.youtube.com/watch?v=QNIYLWpxok4 (สร้างอาณาจกั รสยามกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร)
http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=24&chap=3&page=t24-3-infodetail05.html
พฒั นำกำรของอำณำจกั รธนบุรี
อ
อ