พระเวสสันดรชาดก
ตอน กัณฑ์มัทรี
ความหมายของคำว่า ‘ชาดก’ ชาดกเกิดจากการสร้างคำ
แบบบาลีสันสกฤต โดยคำว่า ชาดก มาจาก ชาตะ แปลว่า
เกิด และ ก (อ่านว่า กะ) แปลว่า ผู้, หมวด ดังนั้น ชาดก
จึงหมายถึง ผู้ที่เกิดมาแล้ว อย่างคำว่า ทศชาติชาดก ที่
แปลว่า ผู้ที่เกิดมาแล้วสิบชาติ หรือพระพุทธเจ้า
ที่มาของ ‘มหาเวสสันดรชาดก’ มีความเชื่อว่า
พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติมาหลายชาติ ทั้งคนทั้งสัตว์
เดรัจฉาน โดยแต่ละชาติพระองค์ได้บำเพ็ญบารมีแตกต่าง
กันออกไป ซึ่งมหาเวสสันดรชาดกเป็นชาติสุดท้ายก่อนจะ
ประสูติมาเป็นพระพุ ทธเจ้าในชมพู ทวีปและมีการบำเพ็ญ
บารมีด้วยการให้ทาน โดยบริจาคลูกและบริจาคเมียเป็น
ทาน สำหรับที่มาที่ไปของมหาเวสสันดรชาดก เริ่มต้นขึ้น
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่เมืองกบิลพัสดุ์ พร้อมกับพระ
อรหันต์สองรูป เพื่อจะไปเทศนาโปรดพระบิดาและพระ
ญาติ แต่พระญาติเกิดอัตตา ไม่ยอมไหว้พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าจึงแสดงปาฏิหารย์ โดยการเหาะเหินเดิน
อากาศ ทำให้ฝุ่นใต้พระบาทาปลิวมาติดหัวพระญาติ และมี
ฝนโบกขรพรรษตกลงมาสู่เบื้องล่าง ฝนโบกขรพรรษเป็น
ฝนที่มีสีแดงใสบริสุทธิ์ราวกกับทับทิม ถ้าต้องการเปียกฝน
นั้น ฝนก็จะเปียกเนื้อตัวตามปกติ แต่ถ้าไม่ต้องการเปียก
ฝน เม็ดฝนนั้นก็จะระเหยหายไปทันที
ประวัติผู้แต่ง
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เกิดในช่วงปลายสมัยอยุธยา รับราชการ
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน กรุงธนบุรี โดยมีบรรดาศักดิ์เป็นหล
วงสรวิชิต ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระยาพิพิฒนโกษา ก่อนจะ
เลื่อนมาเป็นเจ้าพระยาพระคลัง เสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า ซึ่ง
นอกจากผลงานด้านราชการแล้ว เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังมี
ผลงานด้านการประพันธ์จำนวนมาก เช่น สามก๊ก (ฉบับแปล)
ราชาธิราช บทมโหรีเรื่องกากี อิเหนาคำฉันท์ ร่ายยาวมหา
เวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร และกัณฑ์มัทรี ฯลฯ
ลักษณะคำประพันธ์
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มีลักษณะคำประพันธ์เป็นแบบร่ายยาว โดยหนึ่ง
บทจะมีกี่วรรคก็ได้ ส่วนใหญ่จะนิยมแต่ง ๕ วรรคขึ้นไป แต่ละวรรคมีจำนวนคำ
๖-๑๐ คำ และใช้คำสร้อย เช่น นั้นแล แล้วแล ดังนี้ ฯลฯ ซึ่งคำสร้อยนี้จะมีก็ได้
หรือไม่มีก็ได้
ฉันทลักษณ์ของร่ายยาว จะมีการบังคับเฉพาะคำสุดท้ายของวรรคก่อนหน้าจะ
สัมผัสกับคำที่ ๑ ถึงคำที่ ๕ ของวรรคถัดไป เช่น
“...จึ่งตรัสว่าโอ้โอ๋เวลาปานฉะนี้เอ่ยจะมิดึกดื่น จวนจะสิ้นคืนค่อนรุ่งไปเสียแล้วหรือ
กระไรไม่รู้เลย พระพายรำเพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว...”
จุดเด่นของร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก คือ การมีคาถาบาลีขึ้นต้น เช่น
“...อิมาตา โปกฺขรณี รมฺมา เจ้าเคยมาประพาสสรงสนานในสระศรี โบกขรณีตำแหน่ง
นอกพระอาวาส นางเสด็จลีลาสไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งตรัสว่าน้ำเอ๋ยเคยเปี่ยมขอบ
เป็นไร…”
เรื่องย่อ
พระนางมัทรีฝันร้ายว่ามีบุรุษมาทำร้าย จึงขอให้พระเวสสันดร
ทำนายฝันให้ แต่พระนางก็ยังไม่สบายพระทัย ก่อนเข้าป่า พระนาง
ฝากพระโอรสกับพระธิดากับพระเวสสันดรให้ช่วยดูแล หลังจากนั้น
พระนางมัทรีก็เสด็จเข้าป่าเพื่อหาผลไม้มาปรนนิบัติพระเวสสันดร
และสองกุมาร ขณะที่อยู่ในป่า พระนางพบว่าธรรมชาติผิดปกติไป
จากที่เคยพบเห็น เช่นต้นไม้ที่เคยมีผลก็กลายเป็นต้นที่มีแต่ดอก ต้น
ที่เคยมีกิ่งโน้มลงมาให้พอเก็บผลได้ง่าย ก็กลับกลายเป็นต้นตรงสูง
เก็บผลไม่ถึง ทั้งท้องฟ้าก็มืดมิด ขอบฟ้าเป็นสีเหลืองให้รู้สึกหวั่น
หวาดเป็นอย่างยิ่ง ไม้คานที่เคยหาบแสรกผลไม้ก็พลัดตกจากบ่า ไม้
ตะขอที่ใช้เกี่ยวผลไม้พลัดหลุดจากมือ ยิ่งพาให้กังวลใจยิ่งขึ้นบรรดา
เทพยดาทั้งหลายต่างพากันกังวลว่า หากนางมัทรีกลับออกจากป่า
เร็วและทราบเรื่องที่พระเวสสันดร ทรงบริจาคพระโอรสธิดาเป็น
ทาน
ก็จะต้องออกติดตามพระกุมารทั้งสองคืนจากชูชก พระอินทร์จึง
ส่งเทพบริวาร 3 องค์ให้แปลงกายเป็นสัตว์ร้าย 3 ตัว คือราชสีห์
เสือโคร่ง และเสือเหลือง ขวางทางไม่ให้เสด็จกลับอาศรมได้ตาม
เวลาปกติ เมื่อล่วงเวลาดึกแล้วจึงหลีกทางให้พระนางเสด็จกลับ
อาศรม เมื่อพระนางเสด็จกลับถึงอาศรมไม่พบสองกุมารก็โศก
เศร้าเสียพระทัย เที่ยวตามหาและร้องไห้คร่ำครวญ พระ
เวสสันดรทรงเห็นพระนางเศร้าโศก จึงหาวิธีตัดความทุกข์โศก
ด้วยการแกล้งกล่าวหานางว่าคิดนอกใจคบหากับชายอื่น จึง
กลับมาถึงอาศรมในเวลาดึก
บทวิเคราะห์จะแยกวิเคราะห์เป็น3ด้าน ดังนี้
๑.คุณค่าด้านเนื้อหา
๑. รูปแบบ
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทร่ายยาว นำด้วยคำภาษา
บาลีท่อนหนึ่ง แล้วแต่งด้วยร่ายยาวมีคำบาลีแทรก
๒. องค์ประกอบของเรื่อง
๒.๑ สาระสำคัญ เป็นการแสดงความรักของแม่ที่มีต่อลูกว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ การ
พลัดพรากจากลูกย่อมนำความทุกข์โศกมาสู่แม่อย่างยากที่จะหาสิ่งใดเปรียบได้
๒.๒ โครงเรื่อง มีการวางโครงเรื่องได้ดีโดยผูกเรื่องให้เทพบุตร ๓ องค์นิรมิตกายเป็นสัตว์ร้าย
มาขวางนางมัทรีไว้ จนกลับอาศรมได้ทันเวลาที่พระเวสสันดรจะให้ทานสองกุมารให้กับ
พราหมณ์ชูชก
๒.๓ ตัวละคร
พระเวสสันดร
๑) มีคุณธรรมสูงเหนือมนุษย์หนึ่ง
๒) มีความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์
๒.๔ ฉากและบรรยากาศ
ฉากเป็นป่าบริเวณอาศรมของพระเวสสันดรผู้แต่งบรรยายบรรยากาศได้สมจริง
๒.๕ กลวิธีในการแต่ง
แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทร่ายยาวที่มีคาถาบาลีนำ เป็นตอนที่ว่าด้วยนางมัทรีเข้าป่าไปหา
ผลไม้ กลับมาไม่พบพระกุมารผู้เป็นลูก
๒ คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑. การสรรคำ กวีได้เลือกสรรคำที่สื่อความคิดได้ดีดังนี้
๑.๑ การใช้ถ้อยคำให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ กวีเลือกใช้คำได้เหมาะสมกับ
อารมณ์ที่ต้องการจะถ่ายทอด
๑) การใช้ถ้อยคำรำพึงรำพัน เป็นการรำพึงรำพันบรรยากาศผ่านตัว
ละครที่ได้อารมณ์ความสะเทือนใจ และตรงใจผู้เป็นแม่ในชีวิตจริงในทุกยุคทุก
สมัย เป็นการเพิ่มความรักความผู้พันให้ผู้อ่านและผู้ฟังที่เป็นแม่และลูกได้เป็น
อย่างดียิ่ง
๒) การใช้ถ้อยคำสำนวนเชิงตัดพ้อ ให้ให้เกิดอารมณ์สงสารเวทยาและบีบคั้น
จิตใจผู้อ่านผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้
“....อกของใครจะอาภัพยับพิกลเหมือนอกของมัทรีไม่มีเนตร น่าที่จะ
สงสารสังเวชโปรดปราณีว่ามัทรีนี้เป็นเพื่อนยากอยู่จริงๆ ช่างค้อนติงปริภาษณา
ได้ลงคอไม่คิดเลย พระคุณเอ่ยถึงพระองค์จะสงสัยก็น้ำใจของมัทรีนี้กตเวที เป็น
ไม้เท้าก้าวเข้าสู่ที่ทางทดแทน ......อุปมาเหมือน สีดาอันภักดีต่อสามีราม
บัณฑิต ปานประหนึ่งว่าศิษย์กับอาจารย์ พระคุณเอ่ยเกล้ากระหม่อมฉานทำผิด
แต่เพียงนี้ เพราะว่าล่วงราตรีจึ่งมีโทษ ขอพระองค์ทรงพระกรุณาโปรด ซึ่งโทษ
โทษานุโทษกระหม่อมฉันมัท
๓ คุณค่าด้านสังคม
๑. สะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับสังคมไทย ในสมัยโบราณถือว่าภรรยาเป็นทรัพย์สมบัติ
ของสามี สามีมีสิทธิ์เหนือภรรยาทุกประการ ถ้าสามีเป็นกษัตริย์ อำนาจนั้นก็มากขึ้น
ดังคำที่พระเวสสันดรตรัสแก่นางมัทรีว่า
๒. สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ ความรักนำมาซึ่งความทุกข์ ความโศกเศร้า
เสียใจเช่น เมื่อลูกพลัดพรากจากไปพ่อแม่ย่อมมีความทุกข์เพราความรัก ความเป็น
ห่วง กังวล โศกเศร้า เมื่อคิดว่าลูกของตนล้มหายตายจากไป แต่ความโศกเศร้าเสียใจ
จะบรรเทาลงได้เมื่อมีความโกรธ เจ็บใจ หรือเมื่อเกิดความเข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นทำ
๓. สะท้อนความเชื่อของสังคมไทย จากข้อความตอนที่พระนางมัทรีออกสู่ป่าเพื่อหา
เก็บผลไม้ ผลไม้ก็เพี้ยนผิดปกติ ซึ่งถือว่าเป็นลางร้าย
แปลความเป็นลางร้าย ๙ ประการ ได้แก่
๑. ไม้ผลกลับกลายเป็นไม้ดอก
๒. ไม้ดอกกลับกลายเป็นไม้ผล
๓. มืดมัวไปทั่วทั้ง ๘ ทิศ คือ อุดร อีสาน บูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ปัจจิม พายัพ
๔. เขม่นตาขวา
๕. ใจเหมือนจะขาด
๖. ขอบฟ้ากลายเป็นสีแดงสายเลือด
๗. กายรู้สึกเสียวๆ สั่นๆ
๘. ขอที่ใช้สอยผลไม้หลุดลงจากมือ
๙. ไม้คานพลิกลงจากบ่า
๔. สะท้อนเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี อันเป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่อง
กับพระพุทธศาสนา โดยเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก เป็นชาดกที่
พุทธศาสนิกชนนิยมนำมาเล่าขานจัดเป็นงานเทศน์มหาชาติกันทุกปีมาตั้งแต่
ครั้งอดีต โดยจัดสถานที่ให้สอดคล้องกับเรื่องราวให้เป็นป่าที่อุดมไปด้วยไม้
ผล บางแห่งก็จัดตกแต่งภาชนะใส่เครื่องกัณฑ์เทศน์เป็นรูปต่างๆ ที่
สอดคล้องกับเนื้อเรื่องกัณฑ์นั้นๆ เช่น ทำรูปเรือสำเภาบูชากัณฑ์กุมาร จัด
เป็นรูปกระจาดใหญ่ใส่เสบียงอาหารและผลไม้ต่างๆ บูชากัณฑ์มหาราช บาง
แห่งก็จัดกัณฑ์เทศน์กันอย่างใหญ่โตในเชิงประกวดประชันกัน มีการบรรเลง
ดนตรีไทยประกอบเพื่อช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ฟังเทศน์ ทั้งนี้พระสงฆ์
ที่มาเป็นผู้เทศน์จะเป็นพระสงฆ์ที่เทศได้อย่างไพเราะ ใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อให้
เข้าถึงผู้ฟังทุกเพศทุกวัย บางครั้งก็มีการเทศน์แหล่ด้วย ปัจจุบันเทศน์
มหาชาติจัดเป็นงานประจำปีของทุกท้องถิ่นทั่วทุกภา
สรุป
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้รับ
การยกย่องว่าดีที่สุดในเชิงพรรณนาโวหาร ลีลาการใช้ถ้อยคำของร่า
ยาวทุกตอนแพรวพราวด้วยการเล่นคำสัมผัส เล่นเสียง สำนวนโวหาร
เปรียบเทียบ นอกจากความงามด้านวรรณศิลป์แล้ว กัณฑ์นี้ยังกล่าวถึง
ความรัก ความห่วงใยของมารดาที่มีต่อบุตร และเห็นถึงการบริจาคทาน
อันยิ่งใหญ่ของพระเวสสันดร ซึ่งนอกจากจะได้สาระความรู้แล้ว ยังให้
คติสอนใจและแง่คิดแก่ผู้ฟังและผู้อ่านอีกด้วย