The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระโพธิญาณเถระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jiraporn Son, 2023-12-12 11:24:53

พระโพธิญาณเถระ

พระโพธิญาณเถระ

พระโพธิญธิ าณเถระ ะโพธิญธิ าณเถระ ( ชา สุภ สุ ทฺโทฺ ท ) า สุภ สุ ทฺโทฺ ท )


สารบัญ เรื่อ รื่ ง หน้า ประวัติ วัติ ๑ การศึกษา ๕ สิ่งพิมพ์ ๕ ตัวอย่างคำ สอนพระโพธิญาณเถระ ๖ คุณธรรมที่ควรปฏิบัติ ๗ ลูกศิษย์ชาวต่างชาติที่สำ คัญ ทายาทธรรม ๘ ๙


พระโพธิญาณเถรหรือ รื ที่รู้จักกันในนามว่าหลวงปู่ช ปู่ านั้นท่านเป็น บุคคลภาคอีสานโดยกำ เนิด ท่านเกิดที่ตำ บลบ้านก่อ (เดิมชื่อบ้านก้นถ้วย) อำ เภอวารินริชำ ราบ จังหวัด วั อุบลราชธานี เมื่อวัน วัศุกร์ที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๖๑ ตามสุริยริคติ หรือ รื วัน วั แรม ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ตาม จันทรคติ มีบิดามารดาชื่อนายมาและนางพิมพ์ ช่วงโชติ ตามลำ ดับ ท่านเป็น บุตรคนที่ ๕ จาก ๑๐ คน วัย วั เด็กได้เจริญริเติบโตในบรรยากาศที่อบอุ่น มั่นคง ของครอบครัวขนาดใหญ่ ลักษณะนิสัยเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ชอบโกหก พูดเก่ง อารมณ์ดี มีนิสัยตรงไปตรงมา เสียสละ รักความเป็นธรรม รักสันติ ไม่นิยม ความรุนแรง และมีลักษณะของความเป็นผู้น่าสูง ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเมื่อ ท่านอายุได้ ๑๓ ปี ท่านได้รับการบรรพชาพร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนทีวัด บ้านก่อนอก จากนั้นท่านก็ลาสิกขาออกมาเป็นกำ ลังสำ คัญของครอบครัวใน ด้านกิจการงานต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ท่านมักจะมีความคิดอยู่เสมอ ๆ ว่าชีวิตวิ ที่เป็นฆราวาสนั้นไร้แก่นสาร ดังเช่นที่ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า “เบื่อ ไม่ อยากอยู่กับพ่อแม่ คิดไปก็เบื่อ คิดอยากไปคนเดียวไปเรื่อ รื่ ย ๆ ไม่รู้จะไปทาง ไหน มันเป็นอยู่อย่างนั้นหลายปีเหมือนกัน ชอบคิดในใจ เบื่อ มันเบื่ออะไรไม่รู้ มันอยากจะไปไหน ๆ คนเดียว อันนี้เป็นอยู่ระยะหนึ่ง ถึงได้มาบวช นี่มันเป็น นิสัย แต่ว่าว่เราก็ไม่รู้มัน แต่ว่าว่อาการเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดมา…” ประวัติ ๑


อุปสมบท เมื่อท่านอายุได้ ๒๑ ปีนั้น หลังจากที่ทราบว่าว่ตนเองไม่ต้องเข้ารับราชการ ทหาร ก็ตัดสินใจที่จะออกบวช จึงได้ลาญาติ ๆ ทางบ้าน และได้เข้ารับการ อุปสมบทเมื่อวัน วั ที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒ เวลา ๑๓.๕๕ นาฬิกา ที่ พัทธสีมาวัด วั ก่อใน ตำ บลธาตุ อำ เภอวารินริชำ ราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระครูอินทรสารคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า “สุภทฺโท” (แปล ว่าว่ผู้เจริญริด้วยดี) เมื่อบวชแล้วท่านได้จำ พรรษาอยู่ที่วัด วั ก่อนอก ๒ พรรษา ระหว่าว่งนั้นท่านสอบได้นักธรรมชั้นตรี ออกศึกษาปริยัริยั ติธรรม หลังจากที่ท่านได้นักธรรมชั้นตรีเ รีป็นที่เรีย รี บร้อยแล้ว ท่านพิจารณาเล็งเห็นว่าว่ ควรจะออกศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเนื่องด้วยในเวลานั้นครูบาอาจารย์ที่จะให้ ความรู้ในวัด วั ก่อนอกนั้นมีจำ กัด ดังนั้นแล้ว ท่านจึงได้ย้ายไปพำ นักยังวัดสวน เพื่อไปเรีย รี นที่สำ นักเรีย รี นวัด วั โพธิ์ตากซึ่งอยู่ไม่ไกลในสมัยนั้นอยู่ในช่วงสงคราม เอเชียบูรพาอาหารการขบฉันจึงอัตคัดทำ ให้เป็นอยู่อย่างยากลำ บาก และ เนื่องจากสถานที่ที่ท่านและเพื่อนสหธรรมิกไปบิณฑบาตนั้นคือหมู่บ้านใกล้ๆ ซึ่งมีไม่กี่หลังคาเรือ รื นจึงทำ ให้อาหารไม่เพียงพอกับพระภิกษุสามเณรที่มีอยู่ เป็นจำ นวนมาก ๒


ปลงธรรมสังเวช ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๖ หลังจากที่ศึกษานักธรรมชั้นเอกและบาลีไวยากรณ์ จนถึงออกพรรษาแล้วก็ได้รับข่าวสารว่าว่ โยมบิดาท่านเกิดป่วยหนัก ท่านจึงได้ รีบ รี รุดกลับไปหาโยมบิดาท่านเพื่อเยี่ยมดูอาการและช่วยในการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ดีสังขารร่างกายก็ย่อมมีความเสื่อมเป็นธรรมดา ทำ ให้ท่านต้องกลับ มาช่วยดูแลโยมบิดาซึ่งทำ ได้เพียง ๑๓ วัน วั เท่านั้นก่อนที่โยมบิดาจะเสียชีวิตวิลง เมื่อเสร็จจากงานศพของโยมบิดาแล้วท่านก็ได้กลับไปศึกษาต่อที่วัด วั หนอง หลักแต่ท่านยังหวนนึกถึงภาพที่โยมบิดาได้รับความทุกข์จากอาการป่วยจาก การที่ไปเฝ้ารักษาพยาบาลทำ ให้ท่านเกิดความสลดสังเวชใจขึ้นมา จึงทำ ให้ใน ปีนั้นท่านได้เริ่มริ่ฝึกการทำ สมาธิพร้อมทั้งแปลหนังสือธรรมบทอันเป็น หลักสูตรของเปรีย รี ญธรรม ๓ ประโยคในสมัยนั้นไปด้วย เครื่อรื่งอัฐบริขริาร ๓


เริ่มริ่ชีวิตวิธุดงค์ ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๘ ท่านได้จำ พรรษาที่วัดก่อนอกเพื่อตอบแทนพระคุณ ครูบาอาจารย์ในด้านการสอนพระปริยัริยั ติธรรม และในพรรษานั้นเองท่านสอบ ได้นักธรรมชั้นเอก จึงตัดสินใจที่จะออกธุดงค์เพื่อศึกษาปฏิบัติในสำ นักครูบา อาจารย์ทั้งหลายดังที่ท่านได้ตั้งใจ ดังนั้น ท่านจึงได้จัดเตรีย รี มบริขริารสำ หรับ จาริกริธุดงค์และได้เริ่มริ่ออกธุดงค์ในช่วงต้นปีถัดมา ในปีแรกท่านได้ออก ธุดงค์พร้อมกับเพื่อนพระภิกษุโดยมุ่งหน้าไปที่วัด วั เขาวงกต สำ นักของหลวง พ่อเภา ซึ่งอยู่จังหวัด วั ลพบุรี แต่เนื่องจากหลวงพ่อท่านได้มรณภาพไปก่อน แล้ว จึงได้พระอาจารย์วรรณที่เป็นลูกศิษย์ดูแลแทน นอกจากนี้ ท่านยังได้ พระชาวกัมพูชาที่แตกฉานในด้วยปฏิบัติและปริยัริยั ติมาให้คำ แนะนำ ด้วย ใน ระหว่าว่งที่ท่านได้จำ พรรษาอยู่ที่วัด วั เขาวงกตนั้น ท่านก็ได้ทราบเรื่อ รื่ งราวของ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทริตฺโต ซึ่งได้มาจำ พรรษาอยู่ที่วัด วัป่าหนองผือนาใน อำ เภอพรรณานิคม จังหวัด วัสกลนคร ท่านจึงตัดสินใจธุดงค์ไปยังที่นั้นภาย หลังจากออกพรรษาที่วัด วั เขาวงกต กำ เนิดวัด วั หนองป่าพง หลังจากที่ท่านได้ฝึกอบรมตนเองให้อยู่ในคุณธรรมพอสมควรแล้ว ท่านก็ได้ รับนิมนต์จากโยมมารดาให้กลับไปโปรดญาติโยมที่บ้านก่อ และในวัน วั จันทร์ที่ ๘ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ ตรงกับวัน วั ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง ท่าน ได้จบชีวิตวิธุดงค์ที่ยาวนานถึง ๘ ปีของท่านลงที่ดงหนองป่าพงหรือ รื ก็คือ สถานที่ที่ปัจจุบันเป็นวัด วั หนองป่าพงนั่นเอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านท่านประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร โดยสถานที่แรกที่ท่านได้ปักกลดลงคือบริเริวณต้นมะม่วงใหญ่ ๔


การศึกษาบรรพชาและอุปสมบท พระโพธิญาณเถรศึกษาเล่าเรีย รี นจบการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้ พ.ศ. ๒๔๖๙ จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ จากโรงเรีย รี นบ้านก่อ อ่าเภอวารินริ ช่าราบ จังหวัด วั อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๔๘๓ นักธรรมชั้นตรี ส่านักเรีย รี นวัด วั บ้านก่อนอก อ่าเภอวารินริช่าราบ พ.ศ. ๒๔๘๕ นักธรรมชั้นโท ส่านักเรีย รี นวัดบ้านเค็งใหญ่ อ่าเภออ่านาจเจริญริ พ.ศ. ๒๔๘๘ นักธรรมชั้นเอก ส่านักเรีย รี นวัด วั บ้านก่อนอก อ่าเภอวารินริช่าราบ เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ แล้วคิดอยากจะเป็นเด็กวัด วั จึงรบเร้าบิดา มารดาให้พาไปฝากเป็นศิษย์วัด วั กับพระอาจารย์ลี วัด วั บ้านก่อนอก อ่าเภอวารินริ ช่าราบ จังหวัด วั อุบลราชธานี ได้เรีย รี นรู้กฎระเบียบ และกิจวัต วั รประจ่าวัน วั ต่าง ๆ ตลอดจนการไหว้พ ว้ ระ สวดมนต์ และการอุปัฏฐากรับใช้ครูอาจารย์ ที่วัด วั แห่งนี้ ได้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมาเป็น เสี่ยวฮัก” ชื่อเด็กชายพุฒ ทุมมากรณ์ ซึ่ง เป็นลูกศิษย์ของพระภิกษุพร พระอีกองค์หนึ่งในวัด สิ่งพิมพ์ (หนังสือ) มีหลายรายการ ได้แก่ ๑.อุปลมณี เล่นใหญ่ ๒.๔๘ พระธรรมคำ สอน (เล่มใหญ่ขนาด ๘ หน้ายก) ๓.หนังสือชุดธรรมที่สำ คัญ ๕


ลูกศิษย์ชาวต่างชาติที่สำ คัญ พระพรหมวชิรญาณ (โรเบิร์ต สุเมโธ) (พระอาจารย์สุเมโธ) ศิษย์ชาว ต่างประเทศรูปแรก เป็นพระภิกษุชาวสหรัฐอเมริกริา อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2510 และจำ พรรษาที่วัดในจังหวัดหนองคาย ประมาณ 1 ปี แล้วจึงเดิน ทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง จังหวัด อุบลราชธานี ได้ก่อตั้งวัดอมราวดีที่ประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2527 และ ดำ รงตำ แหน่งเจ้าอาวาสวัดอมราวดีจนถึง พ.ศ. 2553 พระภาวนาวิเวิทศ (อลัน เขมธมฺโม) (พระอาจารย์เขมธัมโม) เป็นพระภิกษุ ชาวอังกฤษ อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2515 ก่อนวันวิสวิาขบูชาเพียงไม่กี่วัน โดย มีหลวงพ่อชาเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้เผยแผ่ธรรมในเรือรืนจำ จนได้รับ เครื่อรื่งราชอิสริยริาภรณ์จากประเทศสหราชอาณาจักร พระราชโพธิวิเวิทศ (รีดรี ปสนฺโน) (พระอาจารย์ปสันโน) เป็นพระภิกษุชาว แคนาดา อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเพลงวิปัวิปัสสนา แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2517 ในพรรษาแรกนั้น เอง ท่านได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อชาโดยการแนะนำ ของ พระอุปัชฌาย์ของท่าน ได้พำ นักที่วัดหนองป่าพงและวัดสาขาอื่นๆ ตาม โอกาสอันสมควร ต่อมาใน พ.ศ. 2525 ท่านได้ดำ รงตำ แหน่งเจ้าอาวาส วัดป่านานาชาติ และได้ปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นเวลา 15 ปี กระทั่งใน พ.ศ. 2540 พระอาจารย์ปสันโนได้สละตำ แหน่งเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ เพื่อ มาก่อตั้งวัดป่าอภัยคีรีที่รีที่ประเทศสหรัฐอเมริกริา และเป็นเจ้าอาวาสร่วมกับ พระอาจารย์อมโร พระราชพุทธิวรคุณ (เจเรมี ชาร์ลี จูเลียน อมโร) (พระอาจารย์อมโร) เป็นพระภิกษุชาวอังกฤษ อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2522 เป็นเจ้าอาวาสวัดป่า อภัยคีรีร่รีร่วมกับพระอาจารย์ปสันโน ต่อมาสละตำ แหน่งเจ้าอาวาสร่วมวัด ป่าอภัยคีรีใรีน พ.ศ. 2553 เพื่อรับตำ แหน่งเจ้าอาวาสวัดอมราวดี ประเทศ อังกฤษ ตามคำ ขอของพระอาจารย์สุเมโธ พระธรรมพัชรญาณมุนี (ฌอน ชยสาโร) (พระอาจารย์ชยสาโร) เป็นพระ ภิกษุชาวอังกฤษ อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2523 ที่วัดหนองป่าพง โดยมีหลวง พ่อชา เป็นพระอุปัชฌาย์ ปัจจุบัน พำ นัก ณ สถานพำ นักสงฆ์ จังหวัด นครราชสีมา ๖


ทายาทธรรม หลวงปู่สี ปู่ สีสิริญริาโณ วัด วัป่าศรีม รี งคล (วัด วัป่าบ้านเปือย) ตำ บลโนนกาเล็น อำ เภอสำ โรง จังหวัดอุบลราชธานี พระมงคลกิตติธาดา (อมร เขมจิตฺโต) วัด วัป่าวิเวิวก (ธรรมชาน์) อำ เภอ ม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี พระเทพวชิรญาณ (เลี่ยม ฐิตธมฺโม) วัด วั หนองป่าพง ตำ บลโนนผึ้ง อำ เภอวารินริชำ ราบ จังหวัด วั อุบลราชธานี พระราชพิพัฒน์วช ​ัโรดม (คำ นิสฺโสโก) วัดป่าไทยพัฒนา อำ เภอเดชอุดม จังหวัด วั อุบลราชธานี พระครูสุวรรณโพธิเขต (คูน อคฺคธมฺโม) วัด วัป่าโพธิ์สุวรรณ ตำ บลนาโพธิ์ อำ เภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พระราชวชิรมุนี (ประสพไชย กนฺตสีโล) วัด วัป่าจิตตภาวนา (ฟ้าคราม) ตำ บลคูคต อำ เภอลำ ลูกกา จังหวัด วัปทุมธานี พระราชวชิรญาณ (อนันต์ อกิญฺจโน) วัด วั มาบจันทร์ ตำ บลแกลง อำ เภอ เมืองระยอง จังหวัด วั ระยอง พระราชพัชรมานิต (อัครเดช ถิรจิตฺโต) วัด วั บุญญาวาส ตำ บลบ่อทอง อำ เภอบ่อทอง จังหวัด วั ชลบุรี ฯลฯ ๗


หลักธรรมและคำ สั่งสอน หลวงพ่อท่านได้เน้นคติธรรมอยู่ ๒ ข้อหลัก คือ “พึงทำ ตนให้ตั้งอยู่ใน คุณธรรมอันสมควรเสียก่อน จึงค่อยสอนผู้อื่นทีหลัง จึงจักไม่เป็นบัณฑิต ทราม” และ “สอนคนด้วยการทำ ให้ดู ทำ เหมือนพูด พูดเหมือนทำ ” ทำ ให้ท่านได้รับความเคารพเลื่อมใสเป็นอันมาก โดยสิ่งที่ท่านเน้นมากคือ การ ปฏิบัติธรรมจะไม่สำ เร็จถ้าไม่รักษาศีลหรือ รื กายวาจาใจให้บริสุริสุ ทธิ์ และศีล สมาธิ ปัญญาก็คือมรรค ซึ่งทั้ง ๓ อย่างเป็นสิ่งสืบเนื่องกัน อาศัยซึ่งกันและ กัน กล่าวคือ ศีลจะสมบูรณ์ได้ต้องใช้ปัญญาให้การคิดหาเหตุผล ถ้าปัญญา กล้าก็จะอบรมสมาธิให้มั่นคงได้ เมื่อสมาธิมั่นคง ศีลจะสมบูรณ์ เมื่อทั้งศีล สมาธิ และปัญญากล้า ก็เป็นมรรคซึ่งเป็นหนทางในการรู้แจ้ง พูดสั้น ๆ ก็คือ ทั้ง ๓ อย่างนั้นคือสิ่งเดียวกันนั่นเอง เกิดนั่นล่ะคือตาย ตายนั่นล่ะก็คือเกิด ต้นก็คือปลาย ปลายก็คือ ต้น เราไม่รู้จัก ถึงเวลาจวนจะตาย หรือรืตายแล้วก็ร้องไห้กัน นี่ คือคนโง่ ถ้าจะร้องไห้อย่างนั้นมาแต่ต้นก็ยังจะดีนะ เมื่อเกิดมาก็ ร้องไห้กันเสียทีเถอะ ดูให้ดีซิถ้าไม่เกิดมันก็ไม่ตายเข้าใจไหม ตัวอย่าคำ สอนของ พระโพธิญาณเถระ ต้นไม้ผลิดอกออกผล มีนกมาเกาะกิ่งไม้ แล้วจิกกินผลไม้นั้น จะ หวานหรือรืเปรี้ยรี้ว เป็นเรื่อรื่งของนกที่จะรู้ได้ แต่ต้นไม้ไม่รู้อะไรเลย อย่าเป็นพระพุทธเจ้า อย่าเป็นพระอรหันต์ อย่าเป็นพระโพธิสัตว์ อย่าเป็นอะไรเลย การ "เป็นอะไร" ก็มีแต่ความทุกข์เท่านั้นแหละ เราไม่มีความจำ เป็น ต้องเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง ถ้าคำ สอนใดไม่เป็นไปเพื่อหายพยศ ลดมานะ ละความชั่วแล้ว ก็ ไม่ใช่ธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นธรรมของพวกเดียรถีย์ ของ พวกชาวนิครนถ์ มันไม่ได้เห็นความจริงริ ไม่ได้ระบายความทุกข์ ออกจากใจ ไม่หายสงสัย ยังไม่ถูกธรรมะ ๘


คุณธรรมที่ควรปฏิบัติ 1.เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที 2.เป็นผู้มีความใฝ่รู้ 3.เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติทางด้านวิปัวิปัสสนากรรมฐาน 4.เป็นผู้ที่มีแบบอย่างที่ดีในการสอน จัดทำ โดย นางสาวจิราพร สนสกุล เลขที่ ๒๑ นางสาวอารีรั รีรั ตน์ บุญฤทธิ์ เลขที่ ๒๗ มัธยมศึกษาปีที่ ๕/๓ ๙


Click to View FlipBook Version